นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'



    เมื่อพจนีย์กับบุญเรือนลงมา พจมานซักไซ้ไล่เลียงว่าตนไม่อยู่ทั้งคู่หนีไปเที่ยวหรือเปล่า

    บุญเรือนร้อนตัวบอกว่าตนเป็นคนใช้ พจนีย์บอกให้ไปก็ต้องไป พจนีย์ตวาดให้หยุด พจมานไม่ชอบใจแทรกขึ้นว่าตนสั่งแล้วสั่งอีก ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต้องเชื่อฟังคำสั่งและปฏิบัติตาม ถ้าไม่อย่างนั้นจะส่งกลับบ้าน ถ้าไม่กลับและไม่เชื่อฟังก็จะเรียกพจนามาอยู่ที่นี่

    พจนีย์เม้มปากไม่พอใจ พจมานสั่งให้ช่วยนมทิพย์ดูแลชายน้อย บุญเรือนเผลอปากโพล่งว่าคุณนีย์เรียกคุณชายง่อย พจนีย์ผุดลุกขึ้นจะตบบุญเรือน

    “อย่ามาทำกิริยาต่ำๆอย่างนั้นที่นี่เด็ดขาด คนเราพูดกันดีๆได้ คุณชายน้อยเป็นน้องคุณชายกลางต้องให้เกียรติไม่ใช่พูดจาล้อเลียน” พจมานปราม แล้วก็มองตามอย่างหนักใจเมื่อพจนีย์สะบัดพรืดไป

    ที่ตึกขวาง หม่อมพรรณรายนั่งคุยกับแพรวพรรณและแสงโสมในห้องรับแขก ทุกคนแต่งตัวสวยเพื่อรอรับนายเติม

    สักครู่หญิงเล็กเดินเกาะแขนเติมเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เติมมีถุงของฝากต่างประเทศมาด้วยสามใบ หญิงเล็กแนะนำให้สองฝ่ายรู้จักกัน ก่อนที่เติมจะแจกของฝากให้หม่อมซึ่งยังไว้ตัวนิดๆ แสงโสมได้น้ำหอมและต่างหูทับทิมให้แพรวพรรณ ทั้งหมดลุกไปรับประทานอาหารเมื่อเอมมาเชิญบรรยากาศที่โต๊ะอาหารแจ่มใส ส่วนใหญ่เติมกับหญิงเล็กเป็นคนคุย โดยเฉพาะเติมคุยเสียงดังอย่างสนุกสนานทำให้ทุกคนเพลิดเพลิน

    เวลาเดียวกันในห้องอาหารที่ตึกใหญ่ ชายกลางเดินเข้ามาในห้องซึ่งหญิงใหญ่และพจมานนั่งคุยกันอยู่ เขาถามว่าได้ยินเสียงรถใครเข้ามา หญิงใหญ่รู้จากสายใจว่าเป็นแขกของหญิงเล็ก

    ทั้งสามลงมือทานอาหาร ครู่หนึ่งหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นว่า จะเลื่อนวันไปเพชรบุรีเพราะได้ข่าวว่าฝนตกหนัก เส้นทางไม่ค่อยดี พจมานเงยหน้ามองหญิงใหญ่นัยน์ตามีแววดีใจ เอ่ยเสียงเรียบว่าตนอยากให้คุณหญิงใหญ่อยู่นัยน์ตาหญิงใหญ่มีแววปลื้มขึ้นมาแวบหนึ่ง

    ooooooo

    หลังอาหารมื้ออร่อย หญิงเล็กเดินนำเติมไปหน้าบ้านที่จอดรถผ่านศาลากลางน้ำ เติมยืนมองอย่างพินิจ ชมว่าสวย หากตบแต่งสักหน่อยก็เป็นที่พักผ่อนได้ แล้วถามว่าตึกใหญ่ใครอยู่ เมื่อทราบว่าเป็นชายกลาง เขาถามว่า “ใช่คนที่ว่าเป็นอธิบดีหนุ่มที่สุดหรือเปล่า ใครๆรู้กันทั้งนั้น” หญิงเล็กชะงักหันมามองเติมและเดินนำต่อไปอย่างเงียบๆ

    ขณะที่ชายกลางและพจมานกำลังชี้ให้กรดดูกิ่งประดู่ที่ยื่นยาวออกมา สั่งให้ตัดพรุ่งนี้และดูต้นอื่นๆด้วยนั้น พจมานเห็นหญิงเล็กและเติมเดินมาก็ชะงัก หญิงเล็กเองก็ชะงักเช่นเดียวกัน แล้วหันหลังเดินย้อนกลับไปโดยเร็ว เติมรีบเดินตามเธอ ส่วนชายกลางก็ชวนพจมานกลับขึ้นตึก กรดมองตามทั้งสองฝ่ายอย่างงงๆ

    เติมอยากรู้ว่าทำไมหญิงเล็กต้องเดินหนี หญิงเล็กบอกว่าไม่อยากเจอ เติมสงสัยแต่บอกว่าเอาไว้เธอสบายใจเมื่อไหร่ค่อยเล่าหรือไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร หญิงเล็ก ไม่พูดอะไร นอกจากบอกอย่างหมดอารมณ์ว่า “คุณเติมกลับเถอะ”

    เมื่อเติมกลับไปแล้ว หญิงเล็กเดินกลับมาที่ตึกขวางและเลยขึ้นไปข้างบนเหมือนไม่มีอารมณ์จะคุย แสงโสมเดาว่า ท่าทางเหมือนหญิงเล็กโกรธใครมา หม่อมเอ่ยว่าหน้าเขาไม่สู้ดีตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว คงทะเลาะกับคุณเติม เพราะหญิงเล็กเอาแต่ใจตัวเอง

    แพรวพรรณเตือนให้ระวังเขาจะเบื่อเอา เลิกกับคนนี้ก็น่าเสียดาย แสงโสมผสมโรงว่าเขารวยมาก

    “ถ้าเป็นเนื้อคู่กันก็ต้องได้แต่งงานกันวันยังค่ำ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องเลิกรากันไปเหมือนท่านต้อมนั่นไง” หม่อมพูดปลงๆ

    ooooooo

    พจมานนอนนิ่งอยู่ในห้อง นัยน์ตาจ้องมองเพดานนึกถึงภาพที่หญิงเล็กพาเติมเดินย้อนกลับไปทางเดิมเหมือนรังเกียจไม่อยากพูดและเห็นหน้าชายกลางกับเธอ แล้วนึกถึงภาพที่ตนเอาของไปฝากหม่อมแล้วหม่อมด่ากลับ

    เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น พจมานรีบตะแคงหันหลังทันที ชายกลางเดินเข้ามาล้มตัวนอนที่เตียงอีกด้านแล้วหันมามองคนนอนข้างๆที่เหมือนนอนหลับสนิท แล้วถอนใจเบาๆก่อนปิดไฟ นอนตะแคงหันหลังให้ แต่ยังคงลืมตามีแววกังวล

    เช้าวันรุ่งขึ้น นมทิพย์ทำข้าวโอ๊ตให้ชายน้อยแต่เขาไม่ยอมทานเพราะไม่ชอบ พจมานเดินเข้ามาอธิบายว่าข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ ขอข้าวโอ๊ตจากนมทิพย์อีกชามจะทานเป็นเพื่อนชายน้อย ชายน้อยเลยกระตือรือร้นบอกว่าจะทานให้หมดเลย

    ในห้องครัว สายใจตำหนิจรและกรดที่กินอาหารก่อนเจ้านาย สองคนบอกว่าต้องรีบกินเพื่อจะได้รับใช้เจ้านายได้และเป็นกับข้าวทำต่างหากไม่ได้แบ่งมาจากสำรับของเจ้านาย สายใจติงว่าถึงอย่างนั้นก็ไม่ควร

    “ไม่สมควรยังไงฮึ แม่สายใจ บ้านนี้เขากินกันแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แกเพิ่งมาอยู่”

    หลงพูดยังไม่ทันจบ แจ่มก็เข้ามาบอกว่าคุณพจมานขอข้าวโอ๊ต เธอจะกินเป็นเพื่อนคุณชายน้อย หลงชมว่าช่างมีจิตใจดี แต่สายใจแย้งว่าทำให้เด็กเคยตัว หลงลุกขึ้นเท้าสะเอวปกป้องเจ้านายว่า คุณหนูบ้านนี้เธอก็เป็นของเธอแบบนี้ ใครจะทำไม จรกับกรดต่างก็พูดว่าใครจะทำไม แจ่มถามสายใจว่าได้ยินแล้วใช่ไหม

    สายใจแจ้นไปฟ้องหม่อมพรรณราย หญิงเล็กอยู่ด้วยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหาว่านังนั่นให้ท้ายพวกบ่าวจนกระด้างกระเดื่องกับหม่อมแม่ ถ้าตนแต่งงานแล้วอยากให้หม่อมแม่ไปอยู่ด้วย

    หม่อมสีหน้าเคร่งเครียดบอกว่าชายน้อยจะเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ไม่ได้ แล้วสั่งให้ฟักไปตามชายน้อยมาพบที่ตึกขวาง

    ooooooo

    สายใจเข้ามาในห้องชายกลาง เมื่อเห็นที่นอนถูกคลุมไว้เรียบร้อยก็รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องพจมาน แล้วเบิกตากว้าง ยกมือทาบอก มองหมอนสองใบวางเคียงกันบนเตียงมีร่องรอยการนอน อุทานว่า

    “ตายแล้ว เผลอเดี๋ยวเดียวคุณชายมานอนห้องนี้”

    เสียงลูกบิดประตูดัง สายใจรีบหลบไปห้องชายกลาง แจ่มเดินเข้ามาเห็นลักษณะหมอนก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รำพึงว่า ศรีราชา ฉันรักศรีราชา แล้วเปิดประตูอย่างแรงเข้าไปห้องพจมานกระแทกหน้าสายใจซึ่งแอบอยู่ด้านหลังประตู

    ออกจากห้องมาได้สายใจรีบรายงานหม่อมทันที ยุว่าเพราะศรีราชานั่นเชียว หม่อมไม่ควรปล่อยเนื้อไว้กับเสือ หม่อมตวาดว่า “แกนี่พูดไม่คิด จะให้ฉันไปนอนขวางเขาที่ศรีราชางั้นรึ” สายใจเลยหุบปาก ยิ้มแห้งๆ

    เอมเข้ามารายงานว่าจานชามชุดเบญจรงค์ที่หม่อมรักหายไปหนึ่งชุด หม่อมจึงเดินนำสายใจและเอมไปตึกใหญ่หาจานชุดเบญจรงค์ ผ่านกรดที่กำลังตัดต้นไม้ ผ่านแจ่มที่กำลังสอนบุญเรือนกวาดบ้าน ทั้งหมดมองจนเหลียวหลังอย่างแปลกใจ เมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่น หม่อมได้ยินเสียงเปียโนเล่นเพลง “Home Sweet Home” หม่อมและบริวารเดินเข้าไปดู

    สิ่งที่เห็นคือพจมานนั่งหันหลังกำลังเล่นเปียโนอยู่ หม่อมถามเสียงดังจะประกาศว่าเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง เล่นเพลงนี้เยาะเย้ยตนใช่ไหม แล้วสั่งสายใจกับเอมไปเอากุญแจจากหญิงใหญ่มาและหาชุดเบญจรงค์ให้พบ

    “ของมีค่าทิ้งไว้อาจจะถูกขโมย ตอนนี้ขนพี่ขนน้องมา เวลามามาแต่ตัว เสร็จแล้วมาหาผัว...มาหาบ้านที่นี่” หม่อมบ่นระบายอารมณ์จงใจให้พจมานได้ยิน

    พจมานหน้าแดงด้วยความโกรธ กัดปากแน่น ไม่โต้ตอบเพราะเห็นแก่ชายกลาง พอพจมานขยับจะเดินออกจากห้องนั้น หม่อมพูดเสียดสีว่า

    “ดัดจริตมีห้องนอนสองห้องทำแบบฝรั่ง ตอนพ่อแม่แกจนกรอบอยู่บ้านนอกมีเงินพอจะแยกห้องนอนกันหรือเปล่า”

    พจมานกำมือแน่นหันกลับมาตาเป็นประกาย สวนไปว่า

    “ดิฉันเคยกราบเรียนว่า ถ้าจะว่าอะไรก็ว่าแต่ดิฉัน อย่าล่วงเกินคุณพ่อคุณแม่”

    “ฉันพูดเรื่องของแกก็ได้ แกคงนึกว่าชายกลางแต่งงานกับแกเพราะรักแกหัวปักหัวปําสินะ ฉันจะบอกให้แกหายโง่ว่า ที่เขายอมเสียสละแต่งงานกับแกเพราะเขาต้องการบ้านทรายทองคืน”

    พจมานชะงัก ตาเบิกกว้าง มองหม่อมอย่างตกตะลึง

    “ตกใจรึ ลูกชายฉันเขาเป็นสุภาพบุรุษ ทนเห็นแม่พี่และน้องระหกระเหินไปอยู่ที่อื่นไม่ได้...ชายกลางต้องยอมสละท่านติ๋ว ทั้งๆที่รักท่านนักหนามาแต่งงานกับหญิงไร้ค่าอย่างแก แยกห้องนอนก็ดี เวลาเขาเอียนแกหนักๆ จะได้ย้ายไปนอนอีกห้อง”

    พจมานข่มความสะเทือนใจเดินออกไป หม่อมยังพูดไล่หลังหัวเราะด้วยความสะใจว่า

    “ใครๆเขารู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น มีแต่แกคนเดียวที่โง่”

    ooooooo

    พจมานเดินก้มหน้าขึ้นบันไดด้วยความสะเทือนใจ พจนีย์เย้ยว่าเป็นอะไรไป พจมานไม่ทันพูดอะไรก็เดาต่อ

    “ต้องมีอะไรผิดปกติ เพราะธรรมดาคุณผู้หญิงของบ้านทรายทองไม่เคยเดินก้มหน้าดูดิน อยากรู้จังใครทำให้คุณพจมานซึมได้ขนาดนี้”

    พจมานเอือมระอาถามว่ามีอะไรทำบ้างไหม พจนีย์ยอกย้อนว่าเจ้าของบ้านทรายทองต้องทำอะไรด้วยเหรอ

    “บางทีเจ้าของบ้านต้องทำงานบ้านให้เป็นเพื่อที่จะได้บอกคนรับใช้ได้ว่าเขาต้องทำอย่างไร”

    “ตอนอยู่บ้าน ฉันเป็นคนทำงานบ้าน พี่มีหน้าที่อย่างเดียวคือประจบคุณพ่อและเรียนหนังสือดี แล้วส่งพี่มาเสวยสุขที่บ้านทรายทอง ส่วนฉันก็ดักดานเป็นอีบ้านนอกอย่างเดิม”

    พจมานสบตาน้องอย่างเจ็บช้ำ บอกว่าตอนมาอยู่บ้านทรายทองใหม่ๆ ตนต้องกวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้าเหมือนกัน

    “เขาเรียกว่ากรรมตามสนอง ฉันชักชอบหม่อมแม่ผัวของพี่เสียแล้ว” พจนีย์ยิ้มสะใจ

    พจมานเข้ามาทรุดตัวลงนั่งในห้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว นึกถึงที่หม่อมพูดเมื่อครู่นี้ แล้วน้ำตาคลอ พึมพำเหมือนนึกได้ว่า

    “เพราะอย่างนี้เอง คุณชายถึงไม่เคยบอกรักพจเลย”

    แจ่มเคาะประตูก่อนเข้ามา เห็นพจมานน้ำตาคลอถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พจมานบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่พอแจ่มเดินออกไป เธอเดินกลับมาเอนตัวลงบนเตียงสีหน้ายังเจ็บปวด

    เมื่อนมทิพย์ฟังแจ่มเล่าจนจบก็ถอนใจยาว แจ่มให้นมทิพย์ปลอบพจมานบ้างเพราะเธอเหมือนตัวคนเดียวในโลก

    ooooooo

    พจมานนึกถึงนกุล ลุกขึ้นเดินไปหยิบปากกาและกระดาษเขียนจดหมายถึงเขา ขอบคุณสำหรับน้ำหอมลาเวนเดอร์ แล้วนึกขึ้นได้เดินไปดูในห้องเก็บของขวัญ

    เมื่อหาไม่เจอ ถามแจ่มว่าเห็นขวดน้ำหอมลาเวนเดอร์ไหม จำได้ว่าวางไว้บนโต๊ะก่อนไปศรีราชา แจ่มบอกว่ามีคนเดียวเท่านั้นที่เข้าได้ทุกห้อง พอแจ่มไปถามสายใจก็ได้คำตอบว่าหม่อมมาเอาไป คงอยากเก็บเป็นของที่ระลึก ถ้าพจมานอยากได้คืนต้องไปเรียนหม่อมเอง พจมานรับรู้และสั่งแจ่มไม่ต้องพูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น

    วันนี้พจมานโทรศัพท์ไปคุยกับท่านตุ้ม ชวนมาทานอาหารที่บ้านทรายทอง ให้ชวนท่านอ้อมและเพื่อนๆมาด้วย

    เมื่อวางโทรศัพท์แล้วสีหน้าท่าทางพจมานมีสง่าและความมั่นใจ ลงมาที่ห้องครัวบอกหลงให้ทำอาหารกลางวันเพิ่มจะมีเพื่อนๆมาที่นี่

    ด้านสายใจมาฟ้องหม่อมเรื่องพจมานถามถึงน้ำหอมลาเวนเดอร์ หม่อมลุกพรวดขึ้นยืนแว้ดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

    “ให้มันมาเอาคืนไปเลย หน็อย! ริจะสวมเขาให้ลูกชายฉัน ฉันจะประจานมัน แล้วดูซิว่าชายกลางจะยกย่องเชิดชูมันอยู่อีกไหม”

    ขณะนั้นเองเอมกับฟักคลานเข้ามาบอกว่าเมื่อกี้ไปที่ครัวเพื่อหาอะไรกิน หม่อมฉุนทันทีว่าสั่งแล้วไม่ให้ข้ามเขต สองคนบอกว่าจะไปสืบความคืบหน้าของคนที่ตึกใหญ่ แล้วก็ได้เรื่องมาว่าพจมานลงมาสั่งการในครัวเอง คงจะลงมาสั่งอาหารดีๆแพงๆแบบคนที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

    “สันดานล้างผลาญ นังพจมานมันไม่รู้ว่าชายกลางเขากล้ำกลืนฝืนทนแต่งงานกับมันเพราะอยากได้บ้านทรายทองคืนมาเท่านั้น พวกแกไปป่าวประกาศได้เลยเพราะมันเป็นเรื่องจริง” หม่อมพูดอย่างแค้นใจ

    ooooooo

    ท่านอ้อมกับท่านตุ้มเดินนำเพื่อนๆเข้ามาภายในบ้านทรายทอง สาวๆตื่นเต้นขณะมองไปโดยรอบ ศิรินาถรำลึกถึงเมื่อก่อนเวลามาขอเยี่ยมพจมานซึ่งอยู่เรือนคนใช้ต้องเข้าทางประตูเล็ก เข้าทางประตูใหญ่ ไม่ได้ เสาวรัจเลยเปรียบเปรยคนเขาถึงได้บอกว่าแข่งเรือแข่งพายยังพอแข่งขันได้ แต่แข่งวาสนาแข่งไม่ได้ ท่านตุ้มเสริมว่า เดี๋ยวนี้คนพูดก็ย้ายไปอยู่ตึกขวางตามวาสนาแล้ว เพื่อนๆคุยกันสนุกสนาน แต่พจมานฟังแล้วอึดอัดใจ จึงชวนเพื่อนๆทานอาหารกัน

    เพื่อนๆต่างช่วยกันตักอาหารให้กัน แจ่มจะไปยกแกงจืดลูกรอก...ออกมานอกห้องอาหารพบสายใจถามว่าใครมา แจ่มบอกว่าเพื่อนๆคุณพจ มีหม่อมเจ้า 2 องค์ อีก 3 คนดูเหมือนเป็นลูกพ่อค้า ลูกรัฐมนตรี รวยและเป็นผู้ดีทั้งนั้น

    แจ่มขยายอีกว่า คุณพ่อคุณพจไปเป็นข้าหลวงที่ต่างจังหวัด แล้วท่านก็เป็นน้องของหม่อมกับคุณแพรวพรรณ คุณพจเธอเป็นลูกชาติลูกตระกูล ไม่ใช่บ้านนอกแท้ๆ

    เหมือนเรา พูดจบแจ่มเดินไปอย่างสะใจ ขณะที่สายใจยิ้มย่องมีเรื่องไปรายงานหม่อมอีกแล้ว

    หม่อมกำลังบ่นเอมว่าทำกับข้าวเป็นไข่อีกแล้ว สายใจเดินเข้ามารายงานว่าเพื่อนๆพจมานมากันเต็มบ้าน อาหารเต็มโต๊ะ แต่โต๊ะของหม่อมมีแต่แกงกับไข่เจียว

    เอมมองหน้าสายใจบอกว่าเก่งจริงก็ทำเสียเอง หม่อมปรามเอมแล้วฟังสายใจยุแยงต่อไปว่า หม่อมเป็นหม่อมแม่ของคุณชายกลาง ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ทานอาหารดีๆที่แม่ครัวที่บ้านเป็นคนทำ...

    บุญเรือนซึ่งมาช่วยบริการเพื่อนๆของพจมานบ่นกับพจนีย์เมื่อกลับเข้าห้องว่าเหนื่อยจะตาย พจนีย์ ถามว่ามีคนชื่อท่านอ้อมไหม พอรู้ว่ามาด้วย พจนีย์แต่งตัวชวนบุญเรือนลงไปที่ห้องรับแขกกัน

    ขณะอยู่ในห้องรับแขก เพื่อนๆสังเกตว่านัยน์ตาของพจมานไม่มีความสุขเท่าที่ควร พจนีย์เดินผ่านห้องรับแขกได้ยินเสียงคุยกันจึงเข้าไปถามว่าเพื่อนๆพี่พจมานหรือ ท่านอ้อมมองพจนีย์อย่างเพ่งพิศ ขณะที่เพื่อนคนอื่นประหลาดใจ พจนีย์ไหว้ทุกคนแนะนำว่าตนเป็นน้องสาวพ่อแม่เดียวกันกับพี่พจมาน แล้วบอกว่าจะออกไปชมสวนพร้อมกับบุญเรือน

    ในห้องตกอยู่ในความเงียบ ท่านตุ้มเปรยว่า “นั่นน้องพจจริงๆหรือ ไม่เห็นเหมือนกันเลยทั้งหน้าตาและท่าทาง” เพื่อนๆอยู่กันจนบ่ายสามจึงชวนกันกลับ...

    ชายกลางกลับบ้านหลังเลิกงาน ขณะเดินมาใกล้ห้องนั่งเล่นเสียงเพลงแว่วออกมา เขาเดินเข้ามาดูสายตาจับจ้องที่ด้านหลังพจมานซึ่งกำลังพรมนิ้วลงบนเปียโน พจมานหันกลับมาเห็นชายกลางยืนอยู่ก็ลุกทันที จะไปดูของว่างให้ ชายกลางบอกว่าตนยังไม่หิว ถามว่า

    “ทำไมไม่เหมือนอยู่ที่ศรีราชา” พจมานช้อนตาขึ้นมองเหมือนตัดพ้อ ชายกลางเดาใจว่า “เธอก็จะบอกว่าฉันก็ไม่เหมือนอยู่ที่ศรีราชาใช่ไหม”

    พจมานหลุบตาลง ได้แต่นิ่งเงียบ...

    ooooooo

    พจมานตัดพ้อชายกลางว่าทำไมทำตัวไม่เหมือนที่ศรีราชา คุณชายชี้แจงว่า

    “ไม่ว่าศรีราชาหรือกรุงเทพฯ เราสามารถทำให้เหมือนกันได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา ใจของเราเท่านั้น”

    “ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ” พจมานส่ายหน้าช้าๆ ชายกลางเริ่มหงุดหงิดบอกว่า ทำไมไม่เชื่อฉัน ไม่เชื่อตัวเอง พจมานตอบอย่างขมขื่นว่าไม่รู้ว่าจะเชื่อได้อย่างไร คุณชายจึงเตือนให้นึกถึงคำพูดของตนในคืนวันแต่งงาน

    สายใจยกถาดมีน้ำพุทรามาให้ชายกลางแก้วเดียวบอกว่าหม่อมให้ทำแช่เย็นไว้ให้คุณชาย ชายกลางจึงสั่งสายใจว่า

    “ต่อไปจะทำอะไรมาให้ฉัน ต้องทำให้คุณพจมานด้วย นี่เป็นคำสั่งของฉัน ถ้าอยากทำตามคำที่หม่อมแม่สั่ง ก็ต้องไปอยู่ตึกขวางไม่ใช่ที่นี่” แล้วชายกลางก็เดินออกไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

    ในตอนค่ำ เมื่อพจมานเปิดประตูห้องของตน เห็นชายกลางยืนอ่านจดหมายที่ตนเขียนถึงนกุลอยู่ คุณชายออกตัวก่อนเดินออกไปว่า

    “ฉันเห็นจดหมายเขียนค้างอยู่ นึกว่าเธอเขียนถึงคุณแม่ ต้องขอโทษด้วย”

    ที่วังท่านต้อม เจ้าตัวยืนทอดสายตาไปยังพุ่มไม้ดอก ท่านตุ้มออกมาหยุดยืนมองพี่ชายอย่างชั่งใจแล้วหันหลังกลับไม่อยากรบกวน ท่านต้อมถามว่า “จะไปไหนล่ะ มีอะไรจะคุยกับพี่หรือคะ”

    “วันนี้น้องกับเพื่อนหลายคนไปบ้านทรายทองมา น้องคิดว่าพจมานไม่ค่อยมีความสุข”

    “คิดไปเองกระมังคะ คนเขาเพิ่งจะแต่งงาน เพิ่งกลับจากฮันนีมูน ใครไม่มีความสุขคงผิดปกติ”

    “ถ้าพี่ไม่เชื่อน้องลองถามหญิงอ้อมดูก็ได้”

    ท่านต้อมเตือนว่า “สองคนคิดไปกันเอง เพื่อนเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วไม่ควรเข้าไปวุ่นวาย หากเกิดอะไรขึ้น เขาอาจโทษเราก็ได้”

    ooooooo

    วันนี้ พจนีย์ สายใจและบุญเรือนกำลังคุยกันไปกินกันไปอย่างถูกคอ พจนีย์บอกว่าหม่อมป้าท่าทางดุ สายใจค้านว่าไม่ดุหรอกวันหลังจะพาไปพบ แล้วเหลียวไปมาทำเป็นความลับ เปรียบเทียบว่าพจมานไม่เหมือนพจนีย์ เขาเย่อหยิ่ง จองหอง ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่

    พจนีย์ได้ทีถล่มซ้ำว่า “สมัยอยู่ที่บ้านเขาก็เป็นอย่างนี้ ทำเฉยๆ แต่ก็จับพี่กุลได้ พี่กุลไม่ยุ่งกับใครหรอกแต่พี่พจไปยุ่งกับเขาเอง พอมาเจอคุณชาย หล่อกว่ารวยกว่าซ้ำเป็นหม่อมราชวงศ์ก็เลยทิ้งพี่กุล”

    สายใจตบเข่าฉาดว่าเรื่องแบบนี้แหละที่หม่อมท่านชอบนัก...

    หญิงเล็กกลับจากเที่ยวมาถึงตึกขวาง หม่อมไม่ชอบให้กลับดึก หญิงเล็กเถียงว่าเพิ่งจะสามทุ่มเอง แล้วเล่าว่า

    “คุณเติมเขาขอหญิงแต่งงาน อาจจะเร็วเกินไป แต่หญิงต้องการออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด”

    หม่อมติงว่าช้าๆได้พร้าเล่มงาม แต่หญิงเล็กเห็นว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก เพราะคุณเติมสามารถให้ทุกอย่างแก่ตนได้ไม่น้อยหน้าใคร ที่สำคัญตนตอบตกลงเขาไปแล้ว

    หลังจากนั้น หม่อมโทรศัพท์ไปเล่าให้น้องสาวฟัง แพรวพรรณบอกว่าพรุ่งนี้จะไปหา...เห็นประสพเดินเข้ามาในชุดนอน เธอบอกสามีว่าหม่อมโทร.มาปรับทุกข์เรื่องหญิงเล็กว่าไม่ค่อยไว้ใจเติม เพราะอายุก็ไม่น้อย ฐานะ ก็ดี ทำไมยังไม่มีเมีย ประสพคาดว่าคงยังไม่ถูกใจใครเหมือนคุณชายกลางพอพบคุณพจมานก็...

    “อย่าเอ่ยชื่อนังคนนี้ให้ได้ยิน” แพรวพรรณแทรกขึ้นเสียงแหลมจนประสพจำต้องเงียบ

    รุ่งขึ้นหญิงเล็กแต่งหน้าแต่งตัวสีสันสดใสบอกหม่อมว่าเติมจะมารับไปดูฤกษ์แต่งงานแล้วจะพาไปกินข้าวที่บ้านเขา เธอจะไปรอเติมที่หน้าบ้านไม่อยากให้เข้ามาเจอชายกลางซึ่งวันนี้อยู่บ้าน

    จังหวะนั้นชายกลางกำลังดูแลให้กรดและจรจัดกระถางต้นไม้ใหม่ เห็นหญิงเล็กเดินอ้อมมาจะออกไป เขามองน้องสาวด้วยสายตาที่เคร่งขรึม หญิงเล็กปรายตามองแวบหนึ่งแล้วเดินเชิดออกไป

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงใหญ่และพจมานนั่งคุยกันระหว่างรอรับประทานอาหาร หญิงใหญ่ถามว่าชายกลางไปไหน พจมานปฏิเสธว่าไม่ทราบ ทำให้คนถามสงสัย อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า

    “เปล่าค่ะ” คำตอบนั้นของพจมานทำให้หญิงใหญ่ยิ่งแปลกใจ พอดีชายกลางเดินเข้ามา ทั้งหมดกินอาหารกันเงียบๆ ครู่หนึ่งหญิงใหญ่เปรยว่า

    “บ้านหลังใหญ่ว่าเวิ้งว้างแล้ว ถ้าคนในบ้านไม่พูดกันมันก็จะยิ่งเวิ้งว้างเข้าไปใหญ่ ใครผ่านไปมาเขาจะนึกว่าป่าช้า”

    หลังอาหารเช้า พจมานเดินมาทรุดนั่งในห้องของตนเอง เสียงหญิงใหญ่เมื่อครู่ยังก้องในความรู้สึก เธอถอนใจหยิบผ้าห่มของเพื่อนมาอ่านข้อความแล้วน้ำตาพร่าพราย พึมพำ “คุณชายไม่ได้รักพจ ไม่ได้รักเลย”

    ชายกลางมาเคาะประตู พจมานเดินไปเปิด คุณชายจับไหล่สองข้างให้หันมาถามว่า

    “เธอโกรธฉันที่ถือวิสาสะอ่านจดหมายของเธอใช่ไหม เธอต้องมีอะไรอยู่ในใจ”

    “ถ้าคุณชายอยากให้พจบอกจริงๆ คุณชายช่วยบอกพจมาก่อนว่าคุณชายแต่งงานกับพจเพราะอะไร เพราะบ้านทรายทองใช่ไหมคะ คุณชายไม่ได้รักพจ คุณชายแต่งกับพจเพราะไม่ต้องการให้บ้านทรายทองตกไปเป็นของคนอื่น” ชายกลางขมวดคิ้วและนิ่ง พจมานถามย้ำว่า “เป็นความจริงใช่ไหมคะ”

    “แล้วเธอล่ะ แต่งงานกับฉันเพราะอะไร” พจมานบอกว่าตนรักเขาแต่เขาไม่ได้รักตนเลย “ใครบอกเธอ ใครยุยงส่งเสริมให้เธอเข้าใจผิดเช่นนี้ เธอไม่รู้ตัวหรือว่าเธอคือพจมาน สว่างวงศ์ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าตราบใดที่เราให้พี่น้องเข้ามาวุ่นวาย ชีวิตแต่งงานของเราก็จะไม่มีความสุขเลย ฉันชักจะเชื่อแล้วว่าบ้านทรายทองนี้มีอาถรรพณ์”

    “หม่อมป้าเป็นคนบอกพจค่ะ ถ้าคุณชายเป็นพจจะรู้สึกอย่างไรที่หลงเข้าใจว่าเราแต่งงานเพราะรักกัน”

    ชายกลางมองพจมานด้วยความรู้สึกวังเวงและเสียใจ ถามว่า “ฉันแต่งงานกับเธอเพราะบ้านทรายทอง ช่างดูถูกความเป็นลูกผู้ชายของฉันสิ้นดี มีประโยชน์อะไรที่หม่อมแม่จะพูดอย่างนั้น ฉันพยายามทุกลมหายใจเพื่อให้ปรองดองรักใคร่กัน แต่ดูเหมือนจะไม่มีความหวัง”

    ชายกลางเดินไปที่ประตูกลาง พจมานตัดสินใจถามอีกครั้งว่า “เป็นความจริงใช่ไหมคะที่คุณชายไม่ได้แต่งงานกับพจเพราะความรัก”

    “เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว สว่างวงศ์ของฉันจะต้องไม่แต่งงานกับเธอเพราะบ้านทรายทอง ฉันเคยถามเธอว่า หากไม่รังเกียจสว่างวงศ์ของฉัน เราจะแต่งงานร่วมกันแก้ไขเรื่องพวกนี้ เราเพิ่งกลับมาจากศรีราชา เรื่องบ้าๆพวกนี้ก็กลับมาอีก”

    “ถ้าคุณชายต้องการทราบความจริง ทำไมเราไม่ไปพบหม่อมป้าด้วยกันล่ะคะ” พจมานถามเชิงชวน

    ooooooo

    สายใจสะดุ้งเมื่อเห็นชายกลางและพจมานเดินเลี้ยวมาตึกขวาง พจนีย์ยิ้มหวานให้พี่เขยแต่ไม่มองพี่สาว ชายกลางถามว่ามาที่นี่ทำไม

    สองสาวอึกอัก เสียงหม่อมแทรกขึ้นว่าแม่เรียกให้มาเอง แล้วหม่อมก็สั่งให้สายใจกับพจนีย์กลับไป ส่วนหม่อมเดินกลับเข้าบ้าน ชายกลางจับแขนพจมานเดินตามเข้าไป หม่อมถามเสียงขุ่นว่าจะตามมาอบรมสั่งสอนอะไรอีก แล้วพูดประชดให้ฟักยกน้ำมาให้เจ้าของบ้านเขาหน่อย ไม่เห็นหรือว่าเขามาที่นี่ เดี๋ยวถูกไล่ออกหรอก ชายกลางถอนใจยาวบอกว่าหม่อมแม่เลิกประชดประชันพจมานเสียที หม่อมร้องเสียงสูงว่า

    “อ๋อ...เข้าข้างเมีย”

    ชายกลางถามว่าหม่อมแม่บอกพจมานใช่ไหมว่าตนแต่งงานกับเขาเพราะบ้านทรายทอง หม่อมจ้องพจมานเขม็ง ด่าแว้ด

    “สาระแนฟ้องผัว เอาสิ ไล่ฉันออกจากบ้านก็ไล่เลย” หม่อมลุกขึ้น ชายกลางถามว่าหม่อมแม่จะไปไหน “ก็เก็บข้าวเก็บของออกไปไง มาไล่ฉันมิใช่รึ”

    หม่อมบีบน้ำตาร้องไห้ แล้วเน้นเสียงสูงว่า “ใช่! แม่เป็นคนบอกมันเอง ชายต้องเสียสละแต่งงานกับมันเพื่อแม่ เพื่อพวกเราทุกคน มันมีดีอยู่อย่างเดียวคือเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง”

    ชายกลางมองแม่ตะลึง หม่อมหันขวับมองพจมานพูดอย่างเกลียดชังดูถูกเหยียดหยามว่า

    “แกเองก็ไม่ได้รักลูกฉัน แกรักไอ้นกุล ชายไม่เชื่อแม่มีพยานยืนยันได้ ไอ้เจ้านั่นเขียนติดของขวัญมาคร่ำครวญว่าที่ไม่ได้มางานแต่งงานเพราะอะไร” แล้วสั่งเอมให้ไปเอาขวดน้ำหอมที่ตนไปเอามาจากตึกโน้น พจมานโกรธจนหน้าแดงบอกว่านกุลอาจจะรักตน แต่ตนไม่ได้รักเขา หม่อมหันมาสำทับชายกลางว่าอย่าไปเชื่อ น้องสาวมันเพิ่งมาเล่าให้แม่ฟังว่ามันรักกับนกุล พอมาเจอชาย มันก็ทิ้งคู่รักเก่า

    เอมถือขวดน้ำหอมเข้ามาส่งให้ชายกลาง หม่อมสั่งให้เอมออกไป พจมานเอ่ยเสียงสั่นด้วยความโกรธว่า

    “ไม่ต้องออกไปก็ได้ค่ะ หม่อมป้าเจตนาจะประจานพจอยู่แล้ว ให้เขาอยู่เถอะ หรือจะให้ไปตามมาจนครบทุกคนก็ได้”

    พจมานลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าหม่อม แววตาแข็งกร้าว เอมยื่นขวดน้ำหอมให้ชายกลาง แต่เขาไม่รับและไม่อ่านข้อความที่หม่อมส่งให้ พจมานเหลือบมองชายกลางแล้วเดินออกไป ชายกลางขยับจะตาม หม่อมบีบน้ำตาคร่ำครวญว่า ทำไมเขาทนฟังนังคนนี้มาด่าแม่ได้

    “ทำไมหม่อมแม่ถึงทราบเรื่องของขวัญของนกุล”

    หม่อมบอกว่าตนไปค้นตอนเขาไม่อยู่ ชายกลางส่ายหน้าและขยับเดินออกไป หม่อมแสร้งเป็นลมล้มบนโซฟา พอชายกลางเข้ามาประคองหม่อมยิ่งทำกะปลกกะเปลี้ยหนัก

    ooooooo

    ขณะพจมานเดินเร็วๆจากตึกขวางจะขึ้นบ้าน สีหน้าและแววตายังเต็มไปด้วยความโกรธ ก็พอดีท่านตุ้มมาชวนไปดูหนังเรื่องใหม่กัน พจมานจึงขอไปแต่งตัวก่อน

    ที่ตึกขวาง เอมและฟักพัดวีให้ยาดมหม่อมกันวุ่นวาย ชายกลางนั่งดูแม่อย่างเป็นห่วง บอกว่าจะส่งท่านไปพบแพทย์ หม่อมไม่ไป เอมบอกว่าหน้าหม่อมไม่ซีดมาก หม่อมตวาดว่าสู่รู้ และอ้อนชายกลางว่าวันนี้ต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่ เผื่อแม่เป็นอะไรจะได้พาแม่ไปโรงพยาบาล

    แพรวพรรณเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หม่อมบอกว่าตนไม่สบายเป็นลม แพรวพรรณร้องว่างั้นก็ขาดขาไพ่ไปคนน่ะสิ หม่อมตอบทันทีไม่ว่าขาด อยู่ดีๆก็ค่อยยังชั่วขึ้นมา ชายกลางท้วงว่าให้พักเสียสองสามวัน หม่อมบอกว่าแม่เครียด แล้วพยักหน้ากับแพรวพรรณ

    “ให้หม่อมแม่ไปเถอะ น้ารับรองว่ากลับมาเดินปร๋อเลย”

    ชายกลางมองทั้งสองอย่างรู้ทัน เมื่อคุณชายกลับจากตึกขวาง สายใจรายงานว่าพจมานไม่อยู่มีเพื่อนมารับไปแล้วเสี้ยมว่า “วันนี้คุณชายหยุดอยู่บ้าน คุณผู้หญิงไม่น่าไปไหน”

    ชายกลางมองสายใจอย่างตำหนิ “ที่นี่ไม่ชอบให้ใครวิพากษ์วิจารณ์เจ้านาย อย่าให้ฉันได้ยินอีก” แล้วเดินเข้าห้องสมุด หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านแต่สีหน้าเหมือนไม่มีสมาธิ ครุ่นคิดคำพูดของพจมานที่ว่าคุณชายช่วยบอกพจมาก่อนว่าแต่งงานกับพจเพราะอะไร เพราะบ้านทรายทองใช่ไหม คุณชายไม่ได้รักพจ แต่งงานเพราะไม่ต้องการให้บ้านทรายทองตกเป็นของคนอื่น

    แล้วชายกลางก็คิดถึงเสียงเพลง “หากฉันรู้” ที่พจมานเล่นเปียโน คิดในใจว่า “จนกว่าเธอจะรู้เอง...ฉันรักเธอ”

    ชายน้อยนั่งวาดภาพบ่นว่าเหงาจัง พี่พจมานไม่อยู่ ชายกลางจึงพาชายน้อยไปนั่งรถเล่น ขณะจูงชายน้อยที่แต่งตัวหล่อออกมา พจนีย์เสนอหน้ามาถามว่าไปไหน ขอไปด้วยเพราะอยู่บ้านเหงา ชายกลางจึงให้ไปหาอะไรทำจะได้ไม่เหงา

    พจมานและเพื่อนๆไม่ได้ดูหนังเพราะจำวันผิด จึงเปลี่ยนไปร้านทำผม พจมานเปลี่ยนทรงผม ท่านอ้อมทักว่าสวยขึ้น ท่านตุ้มซื้อข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไปทานกันที่วังของตน เมื่อไปถึง ท่านต้อมกำลังดูคนสวนแยกกล้วยไม้ พจมานไหว้ ท่านต้อมรับไหว้ ตามองพจมาน ท่านอ้อมไหว้เช่นกันแต่ท่านต้อมไม่ได้มอง

    ท่านติ๋วกำลังจะออกไปข้างนอก เดินผ่านมาไม่รับไหว้พจมานแต่รับไหว้ท่านอ้อม พูดเยาะว่าหนีคุณชายกลางมาหรือ ท่านตุ้มรีบปกป้องเพื่อนรักตอบว่าตนไปรับเอง

    ooooooo

    เติมขับรถพาหญิงเล็กมาถึงบ้าน คนสวนรีบเปิดประตูให้ หญิงเล็กมองบ้านและอาณาบริเวณด้วยความพึงพอใจเห็นว่าไม่ได้น้อยหน้าบ้านทรายทอง

    เติมบอกว่าบ้านนี้มีตน คนรับใช้ และน้องสาวอีกสองคน น้องสาวจะเป็นคนทำอาหารให้หญิงเล็กทานในวันนี้ และเป็นคนจัดบ้าน ปากหวานว่า “ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว คุณหญิงจะตกแต่งหรือเปลี่ยนแปลงอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง”

    ในห้องอาหาร วิภาและสมฤทัยน้องสาวเติมกำลังแย่งกันวางจานอาหารให้ใกล้เติมที่สุด สองสาวจ้องหน้าหญิงเล็กอย่างสำรวจ หญิงเล็กหน้านิ่วและสบตานั้น เติมแนะนำหญิงเล็กและให้สองคนไหว้ วิภาเมินบอกว่าคุณหญิงเล็กต้องไหว้ตน เพราะดูจะอ่อนกว่า สมฤทัยก็เล่นแง่ว่า อายุน่าจะเท่ากันตนไม่เห็นจะต้องไหว้

    หญิงเล็กเม้มปากเชิดหน้าด้วยความถือตัว เติมสั่งว่า ตนบอกให้ไหว้ก็ต้องไหว้ สองสาวจึงไหว้อย่างขอไปที

    พอเติมทรุดนั่งลง ทั้งวิภาและสมฤทัยต่างคว้าจานของเติมเพื่อตักข้าวผัดปูและข้าวผัดกุ้งที่ตนปรุงให้ เติมบอกว่าให้ตักมาทั้งกุ้งทั้งปูและตักให้คุณหญิงเล็กด้วย พลางถลึงตาใส่ ทั้งคู่จึงจำใจทำตาม หญิงเล็กมองภาพตรงหน้าอย่างอึดอัด

    หลังอาหาร เติมและหญิงเล็กมานั่งที่ห้องรับแขก หญิงเล็กบอกว่าน้องสาวของเขารักพี่ชายมากและหวงด้วย เติมเปิดไฟเขียวว่าถ้าหญิงเล็กมาก็รบกวนอบรมให้ด้วย เมื่อหญิงเล็กขอตัวกลับ วิภาและสมฤทัยแอบดู เติมเปิดประตูรถให้หญิงเล็กแล้วขับออกไป สองคนคุยกันว่าคงจะหลงมากถึงกับจะจัดพิธีแต่งงานใหญ่โต อีกหน่อยก็เบื่อ ถ้าเติมไม่เบื่อต้องทำให้นังผู้ดีเป็นฝ่ายเบื่อเอง

    ooooooo

    เติมขับรถมาจอดหน้าตึกใหญ่บ้านทรายทอง หญิงเล็กเตือนว่าไม่ควรหลบหน้าใครเพราะเขาไม่มีอะไรน้อยหน้าคนอื่น แล้วขอบคุณที่พาเที่ยวและเลี้ยงข้าว พอเข้าตึกใหญ่ หญิงเล็กถามหาหญิงใหญ่ สายใจบอกว่าบัญชาการอยู่ในห้องโถง

    หญิงเล็กเดินไปห้องโถงเห็นหญิงใหญ่กำลังกำกับบุญเรือนให้เช็ดฝุ่น ก็เหน็บว่า “ชีวิตพี่ใหญ่ก็มีอยู่แค่นี้ ไม่เบื่อบ้างรึ ได้ข่าวว่าจะไปถือศีล เมื่อไหร่จะไปเสียทีล่ะ” หญิงใหญ่สีหน้ารำคาญ บอกว่าอยากพูดอะไรก็พูดมา “หญิงจะแต่งงาน ได้ฤกษ์มาแล้ว บ้านนี้เลยมีพี่หญิงใหญ่เป็นสาวแก่ทึนทึกอยู่คนเดียว ตกลงที่พี่หญิงใหญ่เคยแช่งหญิงไว้ก็ไม่มีผล”

    “ก็ดีแล้ว ขอให้อยู่ด้วยกันตลอดรอดฝั่ง” หญิงเล็กตาวาวถามว่าแช่งงั้นหรือ ทีกับพจมานโอ๋มัน ช่วยมันทุกอย่าง ทีงานตนหายหัวไปเลย หญิงใหญ่พูดว่าเธอไม่ได้ต้องการพี่ หญิงเล็กอ้าปากจะเถียงแต่หญิงใหญ่ชี้หน้าสั่งให้หยุด วันนี้ตนไม่อยากทะเลาะกับใคร อย่ามาหาเรื่อง แล้วสั่งแจ่มให้ดูบุญเรือน ตนจะขึ้นไปสวดมนต์ อยู่ข้างล่างเดี๋ยวมีเรื่องหญิงเล็กเดินมาด้านหลังตึก นมทิพย์จะไปห้องครัวจึงหยุดให้หญิงเล็กไปก่อน ทักทายเธอว่าสบายดีหรือ หญิงเล็กหันขวับ

    “ถามทำไม คงนึกว่าฉันเป็นฝ่ายแพ้ต้องกระเด็นไปอยู่ตึกขวางล่ะสิ ฝากบอกนังพจมานด้วยว่าฉันไม่มีวันแพ้ ฉันกำลังจะแต่งงานกับเศรษฐีที่บ้านใหญ่ไม่แพ้ไอ้บ้านหลังนี้”

    เมื่อนมทิพย์มาในครัว บอกหลงว่าต่อไปอาหารชายน้อยให้เปลี่ยนจากข้าวโอ๊ตเป็นอย่างอื่นบ้าง เอมทักว่าวันนี้ป้านมลงมาเยี่ยมครัวได้ หลงถามเอมว่าเปลี่ยนเครื่องแบบตั้งแต่เมื่อไหร่ เอมบอกว่าวันนี้เอง หม่อมจะได้แบ่งชัดเจนว่าพวกใคร นมทิพย์ถามว่าเอมไม่ได้เป็นคนทำกับข้าวที่ตึกขวางแล้วหรือ เอมตอบว่าหม่อมเป็นใหญ่ที่สุด ท่านจะให้ใครทำอะไรก็ได้

    ขณะหญิงเล็กนั่งทบทวนท่าทางและคำพูดของวิภาและสมฤทัยนั้น ฟักเดินเข้ามาบอกว่าท่านติ๋วโทรศัพท์มา จึงเดินไปรับสาย ท่านติ๋วบอกว่าวันนี้พจมานมา คงจะทำมารยากับพี่ต้อม กำชับว่าหญิงเล็กต้องบอกคุณชายกลางให้ได้

    พจมานเดินมาหาชายน้อยพร้อมนิทานสองเล่ม ทราบจากนมทิพย์ว่าชายน้อยออกไปเที่ยวกับชายกลาง นมทิพย์ทักว่าพจมานทำผมมาใหม่ดูสวยขึ้น

    พจมานถามถึงพจนีย์ นมทิพย์บอกว่าขลุกกับบุญเรือนอยู่ในห้องทั้งวัน พจมานจึงเดินไปหา สั่งให้บุญเรือนไปช่วยแจ่มทำงาน และบอกให้พจนีย์เรียนหนังสือหรือดนตรีก็ได้ พจนีย์กระฟัดกระเฟียดบ่นว่าห้ามโน่นนี่ จะเอาอย่างไรแน่คุณผู้หญิงพจมาน

    พจมานระอาใจ เดินมาที่ศาลากลางน้ำทรุดตัวนั่งอย่างอ่อนแรง ได้รับลมเย็นๆ ทำให้สดชื่นขึ้น

    พอดีจรขับรถเข้ามา ชายกลางเปิดประตูรถรับชายน้อยลงจากรถ ชายน้อยแจ่มใสมีความสุข เมื่อเห็นพจมานก็ร้องว่า

    “พี่พจมานมาแล้วก๊ะ พี่ชายกลาง”

    ชายกลางหันกลับไปมอง พจมานยิ้มให้ชายน้อยแล้วเลยมาที่ชายกลาง ชายกลางมีสีหน้าราบเรียบ เดินเข้าไปข้างในโดยไม่ทักทาย พจมานมองตามด้วยความน้อยใจ

    ooooooo






    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 03:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์