นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

    ของขวัญแต่งงานทั้งหมดถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนพรมภายในห้อง

    พจมานหยิบกล่องหนึ่งไม่มีชื่อคนให้ ในกล่องเป็นน้ำหอมลาเวนเดอร์นามบัตรลงชื่อ นกุล เวชนิติ เขียนว่า “ยินดีที่เห็นเธอมีความสุข...พจ...ถ้าเธอเข้าใจฉันพอ เธอ จะไม่ติเพื่อนของเธอเลยว่าทำไมนกุลไม่มา” พจมานอ่านแล้วน้ำตาคลอ

    หญิงใหญ่เข้ามาในห้องถามว่า เด็กคนนั้นเป็นน้องของพจมานหรือ ไหนว่าทางบ้านจะไม่มีใครมา แล้วถามว่าจะมอบของที่ระลึกแก่พวกน้องๆที่มาช่วยงานอย่างไร ให้ลองปรึกษาชายกลางว่าจะให้อะไร

    “ตอนตัวไปศรีราชา หม่อมแม่ให้สายใจมาช่วยดูแลบ้าน แต่เขาค่อนข้างวุ่นวายเพราะถือว่าเป็นคนของน้าแพรว แม่สายใจเคยอยู่บ้านผู้ดีหลายคน คงจะช่วยตัวได้บ้าง ตัวเป็นนายผู้หญิงของบ้าน...ไม่ต้องไปกลัวใคร”

    บอกกล่าวพจมานแล้วหญิงใหญ่ก็ไปดักคอสายใจว่า คิดว่าคุณน้าแพรวคงจะไม่ส่งคนไม่ดีมาให้

    ooooooo

    พจมานเลือกของขวัญที่จะให้น้องๆที่มาช่วยงาน ชายกลางเดินเข้ามาบอกว่าซื้อของให้เขาเหมือนๆกันดีกว่า

    ชายกลางหยิบนามบัตรของนกุลขึ้นมาดูแล้ววางลงโดยไม่ได้พลิกดูข้อความด้านหลัง หันมามองพจมาน นั่งลงบอกว่า เมื่อคืนมาที่ห้องเห็นเธอหลับไปแล้ว

    ชายกลางยังคงนั่งในห้อง นึกวาดภาพว่าในตอนดึกตนเองเข้าไปในห้องเห็นเธอกำลังหลับสบาย ขณะนั้นก็คิดถึงคำพูดของท่านผู้หญิงไฉไลที่ว่า

    “ถ้าอยากได้ลูกผู้ชายหัวปี ให้ลูกเป็นคนดีมีชื่อเสียง ให้ถือศีลเสียสามวัน” แล้วก็คิดคำนึงว่า “ฉันต้องการลูกผู้ชายที่ดี เคร่งขรึมเหมือนพ่อ หยิ่งและทระนงเหมือนแม่เป็นผู้สืบสกุลสว่างวงศ์”

    ชายกลางตื่นจากภาพจินตนาการเมื่อพจมานซึ่งนั่งเลือกของขวัญอยู่ขยับตัว บอกเธอเรื่องสายใจว่าแม้จะจุ้นจ้านแต่ประวัติการทำงานใช้ได้ น้าแพรวขอเงินเดือนให้เขาเดือนละ 400 บาท แล้วชายกลางให้แจ่มไปตามทุกคนมาที่ห้องโถงเพื่อให้รางวัลที่มาช่วยงาน ขอให้พจมานไปด้วย คนรับใช้ในบ้านรับซองเงินจากชายกลางด้วยรอยยิ้มแจ่มใสทุกคน

    หม่อมพรรณรายเพิ่งกลับจากเล่นไพ่สั่งให้ทุกคนที่รับเงินมาเอาไปคืนให้หมด ถ้ารู้ว่าใครรับเงินจะเฉดหัวส่ง ให้เอมกับฟักไปขนจานชามจากตึกใหญ่มาให้หมดแล้วต่อไปหลงไม่ต้องมา สายใจเดินเข้ามาบอกหม่อมว่าคุณชายกับคุณพจแยกห้องนอนกัน หม่อมยิ้มอย่างมีเลศนัยโทรศัพท์บอกแพรวพรรณทันที เมื่อประสพได้ยินก็อดตำหนิสายใจไม่ได้

    ooooooo

    พจนีย์เอาชุดของพจมานมาลองสวม นึกถึงภาพนิเวศน์สามีเก่า ก่อนที่ภาพชายกลางจะซ้อนขึ้นมา แล้วรำพึงเพ้อฝันว่า

    “ถ้าชายกลางมาเจอฉันก่อน เจ้าสาวเมื่อวานอาจจะไม่ใช่พี่พจก็ได้”

    พจมานเคาะประตูเดินเข้ามาบอกพจนีย์ว่า ระหว่างที่ตนไม่อยู่อย่าก่อเรื่อง ถ้าไม่เชื่อจะบอกให้พจนามารับกลับ พจมานถือสมุดบันทึกของพ่อมาด้วย ให้พจนีย์อ่านก็ไม่ยอมอ่าน พูดแต่ว่าตนลำบากไปเป็นขี้ข้าเขา ส่วนพจมานรุ่งเรืองใหญ่โต เดิมคิดว่าจะไม่สนใจแต่จะเหมือนคนโง่ ตนควรมีส่วนในมรดกของพ่อ พจมานตัดบทว่า ถ้าพ่อมีมรดก แม่ต้องเป็นผู้จัดการดูแลไม่ใช่ตน

    “หมายความว่าพี่พจไม่ยินดีต้อนรับฉันใช่ไหม ก็ดี ฉันจะกลับไปเป็นขี้ข้าเขาตามเดิม แล้วจะบอกนายจ้างของฉันว่าพี่สาวของฉันคือ พจมาน สว่างวงศ์ เจ้าของบ้านทรายทอง” พจนีย์พูดด้วยสีหน้าและแววตาประกายกร้าว

    พจมานเดินซึมมาถึงหน้าห้องตนเอง เสียงพจนีย์แว่วในหูว่า จะไม่ยอมเป็นคนโง่ในมรดกของพ่อ และที่ไม่มาในวันอื่นเพราะต้องการดูว่าขณะตนเป็นขี้ข้าแต่พี่สาวรุ่งเรือง...พจมานพยายามกลั้นน้ำตา แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อชายกลางเข้ามา เธอยังคงพูดไม่ออกร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ

    ชายกลางต้องการให้พจมานเล่า แต่เธอบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเอง ชายกลางแย้งว่า

    “ถ้าคิดอย่างนั้นแล้วเราจะแต่งงานกันทำไม สามีภรรยาต้องร่วมทั้งสุขและทุกข์...ไม่เช่นนั้นเราก็เหมือนคนแปลกหน้ามาบ้านเดียวกันเท่านั้น” พจมานจึงเล่าเรื่องพจนีย์ให้ฟัง ชายกลางฟังอย่างตั้งใจ

    ooooooo

    พจนีย์เดินลงไปข้างล่างดูต้นไม้โน่นนี่เรื่อยไป ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่หลังพุ่มไม้ จึงส่งเสียงว่าตนคือเจ้าของบ้าน แล้วเดินเข้าไปพบบุญเรือนนั่งร้องไห้ พจนีย์ให้บุญเรือนเรียกตนเองว่าคุณนีย์และเวลาพูดให้มีคะขา แล้ววางมาดสั่งว่า

    “ต่อไปแกต้องมานวดให้ฉัน เป็นคนใช้ประจำตัวของฉัน ตามฉันมา”

    ก่อนพจมานจะไปศรีราชา เธอไปหาพจนีย์ที่ห้องกำชับห้ามก่อเรื่อง ต้องเกรงใจและนับถือทุกคนที่เป็น ผู้ใหญ่กว่า โดยเฉพาะคุณหญิงใหญ่และไม่ควรออกไปข้างนอก ขณะนั้นแจ่มเรียกพจมานบอกว่าคุณชายให้มาตาม

    ได้เวลาเดินทางแล้ว ชายกลางไม่อยากนั่งรถนานจึงให้จรขับรถออกจากบ้านทรายทองตั้งแต่เช้ามืด พจมานนั่งเบาะหลังกับชายกลาง แจ่มนั่งคู่กับจร นั่งสัปหงกไปตลอดทาง

    เมื่อมาถึงบ้านพักที่ศรีราชา พจมานเดินขึ้นบนบ้าน เข้าไปในห้องนอนที่เช็ดถูสะอาดแล้ว ชายกลางบอกว่าหญิงใหญ่โทรเลขให้คนเฝ้าบ้านทำความสะอาด

    พจมานเห็นมีเตียงนอนเป็นเตียงคู่มีห้องนอนเดียว จึงขออยู่ห้องข้างๆ เพราะคุณชายเคยนอนคนเดียว ชายกลางบอกว่า ห้องข้างๆเล็กนิดเดียว หรือเราจะแยกห้องกันอยู่ไปจนแก่ เธอกลัวฉันหรือ แล้วชายกลางก็ชวนไปทานข้าวข้างนอกกัน

    จรกับแจ่มช่วยกันยกกระเป๋าไปวางในห้องนอนใหญ่ แจ่มบอกว่าคุณชายกับคุณพจไม่ได้กินแหนงแคลงใจอย่างที่คนร่ำลือว่าแยกห้องนอนกัน แจ่มสงสัยว่าจะเป็นสายใจพูดเลยระแวงไม่ไว้วางใจคนดูแลบ้านที่ศรีราชาเพราะเป็นคนของหม่อม

    ooooooo

    หญิงเล็ก ท่านตุ้ม และสิริอรยังคงพักที่โรงแรมสมิหรา

    สิริอรบอกท่านติ๋วว่าหญิงเล็กน่าจะหายอกหักแล้ว เพราะนายเติมคอยตามเอาใจไม่ห่าง ท่านติ๋วคิดว่าเติมอาจจะมีลูกเมียคราวนี้ สิริอรคาดว่าคงยัง ทีแรกเห็นท่านติ๋วเป็นหม่อมเจ้า เขาก็มองๆ แต่เมื่อท่านติ๋วเฉยๆ เขาก็กลับไปเอาใจหญิงเล็ก ท่านติ๋วบอกว่าไม่ชอบผู้ชายลักษณะนี้ สิริอรจึงเย้าว่า อย่างท่านติ๋วต้องเป็นผู้ชายแบบชายกลาง ทำเอาท่านติ๋วนัยน์ตาและสีหน้าหม่นลง

    เติมเดินเก็บเปลือกหอยให้หญิงเล็กซึ่งเดินเล่นอยู่ เติมบอกว่าที่บ้านเขามีเปลือกหอยสวยมาก เมื่อหญิงเล็กเงียบไป เติมเลียบเคียงว่า ถ้าตนไปกรุงเทพฯขออนุญาตไปเยี่ยมหญิงเล็กที่บ้านทรายทองของเธอ

    พอแดดเริ่มร้อนสองคนจึงพากันเดินกลับ เมื่อถึงโรงแรมหญิงเล็กไปหาท่านติ๋วที่ห้อง ท่านติ๋วถามว่าคุณเติมเป็นอย่างไร อาจทำให้ลืมท่านต้อมได้ เรื่องหญิงเล็กกับท่านต้อมยังมีทางเป็นไปได้เพราะพจมานแต่งงานแล้ว หญิงเล็กน้ำตาคลอบอกว่าแก้วร้าวแล้วไม่วันเหมือนเดิมได้

    ooooooo

    กลับจากทานข้าว ชายกลางจอดรถบอกแจ่มกับจรที่นั่งคุยกันอยู่ใต้ถุนบ้านว่าของอยู่หลังรถมีอาหารทะเล ผักและผลไม้ แจ่มบอกว่าคุณพจซื้อของมาเยอะแยะ จรอยากกินคาดหวังวันนี้ได้กินกุ้งหอยปูปลา เลยถูกแจ่มค้อนและว่าให้ว่าตะกละ

    ชายกลางเดินมารับลมที่ระเบียงชั้นบน พจมานตามมาด้วย ทั้งคู่มีสีหน้าผ่อนคลาย พจมานถามเขาว่าต้องการกาแฟไหม เขาตอบรับ เธอจึงรีบไปจัดกาแฟมาให้ด้วยความกระตือรือร้น ดีใจที่มีโอกาสตอบแทน

    จรกับแจ่มกำลังช่วยกันล้างกุ้งหอยปูปลาในครัว พจมานเดินเข้ามาขอน้ำร้อนจะชงกาแฟให้ชายกลาง ถามแจ่มว่ากาแฟกี่ช้อน น้ำตาลกี่ช้อน เมื่อชงแล้วพจมานยกถาดกาแฟขึ้นไปวางให้ชายกลาง

    ชายกลางคนกาแฟให้เย็นลงถามว่าใส่น้ำตาลเท่าไหร่ พจมานหน้าเสียคิดว่าตนเองชงผิดสูตร แต่ปรากฏว่าถูกต้อง เธอเลยยิ้มออก ชายกลางอยากรู้ว่าเธอว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า พจมานบอกว่าตนเคยแต่ว่ายน้ำคลองไม่เคยว่ายน้ำทะเล ชายกลางบอกว่าไม่ต่างกัน เย็นนี้จะให้แจ่มพาลงทะเล แต่ตนเองไม่ชอบว่ายน้ำทะเลเพราะเหนียวตัว

    ooooooo

    วันนี้หม่อมพรรณรายออกจากตึกขวางไปตึกใหญ่ เมื่อเข้าไปข้างใน สายใจรีบออกมาต้อนรับ

    หม่อมถามถึงหญิงใหญ่แล้วเดินไปดูชายน้อย ชายน้อยกำลังนั่งระบายสีเหงาๆ โดยมีนมทิพย์คอยติชม นมทิพย์บอกชายน้อยว่าหม่อมแม่มา เด็กชายจึงวางมือพลางไหว้หม่อมแม่ด้วยท่าทีดีใจ

    “เป็นยังไง กลายเป็นหมาหัวเน่าเหมือนที่ฉันพูดไว้ไม่มีผิด” หม่อมพูดพลางนั่งลง “พอมันได้แต่งงานกับพี่ชายเราสมใจก็หายหัวไปเลย”

    “พี่พจมานไปฮันนีมูนกับพี่ชายกลางก๊ะ หม่อมแม่...”

    “แหม! ฮันนีมง...ฮันนีมูน ใครสอนจ๊ะ” ชายน้อยตอบว่าพี่หญิงใหญ่เป็นคนบอก

    จากนั้นสายใจเปิดประตูให้หม่อมเข้าไปห้องชายกลาง และเปิดประตูกลางเข้าไปในห้องพจมาน หม่อมถามว่าใครจัดห้องให้มัน สายใจบอกว่าคงช่วยกันกับหญิงใหญ่ หม่อมแสยะยิ้มพูดว่า ชายกลางจำใจแต่งงานก็เพราะจะช่วยแม่กับพี่น้องเท่านั้นเอง

    ในห้องของขวัญ หม่อมกวาดตามาหยุดที่กล่องวางบนโต๊ะ เมื่อดูนามบัตรเป็นนกุล หม่อมคาดว่าพจมานคงยังอาลัยอาวรณ์คู่รักเก่า จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ ตนจะไม่ยอมให้ชายกลางถูกสวมเขาแน่นอน

    ooooooo

    บรรยากาศชายทะเลที่ศรีราชายามเย็นมีผู้คนมาเล่นน้ำคึกคัก

    แจ่มกับจรเหมือนวัยจะกลับกลายเป็นเด็กวิ่งลงทะเล แจ่มตีผ้าถุงโป่ง ส่วนจรคอยแกล้ง ชายกลางชี้ให้พจมานดู พจมานหัวเราะอย่างแจ่มใส ชายกลางมองอย่างเผลอใจ พอหันมาตาสบกัน เธอก้มหน้าเก้อเขิน

    ตอนค่ำชายกลางและพจมานนั่งทานข้าวบนระเบียง แจ่มและจรคอยเสิร์ฟอาหารทะเล ชายกลางเอาใจใส่คอยตักอาหารให้ แจ่มกับจรพยักพเยิดกันอย่างมีความสุขเมื่อเห็นความสุขของเจ้านาย

    หลังอาหารค่ำ ผู้คนเริ่มน้อยลง ชายกลางกับพจมานเดินเล่นกันอย่างมีความสุข ในมือถือไม้ขีดไปตามหาดทราย พจมานนึกสนุกวิ่งไล่คลื่น ชายกลางมองด้วยความเอ็นดู

    ชายกลางนั่งรับลมอยู่บนระเบียงมองไปที่ชายทะเลซึ่งผู้คนว่างวายแล้ว เขายิ้มนิดๆ นึกถึงภาพที่ตนเองกับพจมานเดินเล่นอย่างมีความสุขและดูเหมือนจะสนิทกันยิ่งขึ้น พจมานอาบน้ำแต่งชุดนอนเรียกชายกลางเบาๆ บอกว่าเตรียมผ้าเช็ดตัวและชุดนอนไว้ให้ในห้องน้ำแล้ว ชายกลางขอบใจและบอกว่าถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลย

    เมื่อเข้ามาในห้องนอน พจมานเห็นชายกลางจัดโซฟายาวเป็นที่นอนของตนเองก็รู้สึกโล่งใจ เธอเดินไปเปิดไฟนีออนอ่อนๆตรงมุมโซฟา แล้วกลับไปนอนเตียงหลับด้วยความอ่อนเพลีย

    ชายกลางอาบน้ำเสร็จเดินมาเห็นพจมานหลับนอนตะแคงหันหลังให้ จึงดึงผ้าห่มขนสัตว์ของขวัญจากเพื่อนๆห่มให้ ยืนมองภรรยาด้วยความเอ็นดู แล้วกลับมาล้มตัวลงนอนที่โซฟาหลับตาลง ตกดึก พจมานรู้สึกอากาศเย็น ลุกเดินมาคลี่ผ้าห่มห่มให้ชายกลางอย่างเบามือ

    รุ่งเช้า พจมานเปิดประตูออกมาเหยียบจรซึ่งนอนขวางประตู พจมานขอโทษถามจรว่าทำไมมานอนตรงนี้ จรอ้างว่านอนขวางประตูเผื่อว่ามีโจรหรือขโมยมาต้องผ่านตนไปก่อน ชายกลางถามจรว่าแถวนี้มีขโมยหรือ

    “ไม่เคยได้ข่าวนี้ขอรับ” ชายกลางสงสัยว่ามานอน เฝ้าทำไม จรเกาหัวแกรกๆ งึมงำว่า “นั่นสิขอรับ”

    “ถ้าเป็นฉันเหยียบ แกกระดูกหักแน่” ชายกลางปราม

    ในห้องครัว พจมานกับแจ่มทำข้าวต้มปลาสำหรับสามคนเพราะชายกลางจะทานไข่ลวก พจมานจะลวกไข่ให้เองเพราะชายกลางทานไข่แดงสุกเหมือนพ่อ ทำเสร็จแล้วยกถาดไข่ลวกและกาแฟตั้งบนโต๊ะ ชายกลางอาบน้ำเสร็จพอดี แจ่มยกข้าวต้มปลาและน้ำส้มคั้นมาให้พจมาน

    วันนี้ชายกลางจะพาพจมานไปเที่ยวบางแสน ระหว่างอยู่ที่ศรีราชา ความใกล้ชิดและอ่อนโยนของชายกลางเข้ามาในห้วงความคิดของพจมาน เธอคิดแล้วก็ถอนใจยาว เพราะจนบัดนี้คุณชายยังไม่เคยบอกว่ารักเธอเลย

    ooooooo

    วันนี้ขณะชายน้อยนั่งเหงาๆเศร้าๆอยู่บริเวณศาลากลางน้ำ ถามนมทิพย์ว่าเมื่อไหร่พี่ชายกลางกับพี่พจมานจะกลับมา

    นมทิพย์บอกว่าอีกไม่กี่วัน ชายน้อยนึกถึงคำพูดหม่อมแม่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ชายไม่ได้เป็นหมาหัวเน่าใช่ไหม” นมทิพย์ปลอบโยนก่อนชวนชายน้อยทานนมแล้วเดินเข้ามาในตัวตึกเห็นพจนีย์กำลังเล่นเปียโนไม่เป็นเพลง

    “ใครใช้ให้เข้ามาในห้องนี้” นมทิพย์ถาม

    “ไม่มีใครใช้ เข้ามาเอง” พจนีย์สะบัดเสียงแล้วพูดกับชายน้อยว่า “เดินได้กับเขาเหมือนกันนี่ หน้าตาก็ดีเสียแต่เป็นง่อย”

    นมทิพย์ไม่ค่อยพอใจแต่เตือนอย่างนิ่มนวลว่าหนูมาแถวนี้ไม่ได้ เท่านั้นเองพจนีย์เสียงแปร๋นทันทีว่าทำไมจะไม่ได้ในเมื่อตนก็เป็นเจ้าของบ้านทรายทองเหมือนกัน พวกแกน่ะคนอาศัย ชอบมายุ่งกับตนเอง ตนจะเล่นเปียโน เดินให้ทั่วบ้าน ใครจะทำไม

    ที่หลังตึกใหญ่ บุญเรือนวางถาดอาหารให้พจนีย์เป็นข้าวไข่เจียวกับผัดเผ็ด พจนีย์บอกว่าต้องการกินไข่ดาวไส้กรอกหมูแฮม หลงจึงทำและยกมาให้ พจนีย์ขอกาแฟเพิ่ม แต่หลง กรด นมทิพย์ ต่างบอกว่าชงไม่เป็น พจนีย์ชี้กราดตวาดแว้ด

    “ฉันจะไล่พวกแกออกให้หมด คอยดู”

    นมทิพย์เล่าให้หญิงใหญ่ฟังและต้องการให้กำราบเสียบ้าง หญิงใหญ่บอกว่าเป็นเรื่องพี่น้องจัดการกันเอง ชายน้อยเสริมว่าชอบว่าชายเป็นง่อยด้วย

    ooooooo

    เอมและฟักมาฟ้องหม่อมพรรณรายที่ตึกขวางเรื่องพจนีย์ แพรวพรรณฟังอยู่ด้วยแทรกขึ้นอย่างดูแคลนว่า

    “เมื่อกี้น้องเห็นมันเดินอยู่หน้าตึก แต่งตัวดูไม่ได้”

    “นังพจมานมันบอกว่าไม่ได้อยากได้ใคร่ดีอะไร นี่ไม่เท่าไรนังน้องก็มาอยู่แล้ว อีกหน่อยก็ขนกันมาเต็มบ้าน ตอนนั้นพี่จะคอยหัวเราะเยาะชายกลาง”

    กรดนำโทรเลขเข้ามาให้หม่อม เปิดดูแล้วหม่อมบอกว่าหญิงเล็กจะกลับถึงวันพรุ่งนี้ ท่านติ๋วจะให้รถมาส่ง

    ส่วนที่โรงแรมสมิหรา บริกรถือถาดอาหารมาวางให้หญิงเล็กและเติม เติมบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้กลับพร้อมหญิงเล็ก แล้วเว้าวอนออดอ้อนหวานจ๋อยจนหญิงเล็กสำลักน้ำส้มที่กำลังจิบ เติมรีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธออย่างเอาใจ

    หญิงเล็กบอกว่าจะเอาผ้าเช็ดหน้าไปซักก่อนแล้วค่อยคืน แต่เติมปากหวานว่าจะขอเก็บไว้อย่างนี้ หญิงเล็กยิ้มออกมาอย่างพอใจ พอดีท่านติ๋วและสิริอรเดินเข้ามา เติมเอาใจเชิญให้สั่งอาหารในฐานะหุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรม

    ห้องพักในโรงแรม หญิงเล็กและท่านติ๋วคุยกันว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้านแล้วเลยนอนไม่หลับ ใจหนึ่งคิดถึงหม่อมแม่อีกใจไม่อยากกลับไปเห็นพจมานครอบครองตึกใหญ่ ท่านติ๋วบอกว่าอาจจะไม่ไปบ้านทรายทองอีกเพราะไม่อยากเห็นพจมาน

    สองสาวต่างปลอบใจกัน หญิงเล็กพูดอย่างหมายมาดว่า ตนจะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมด้อยกว่าพจมานเด็ดขาด

    ooooooo

    ที่บ้านพักศรีราชา พจมานยืนทอดสายตามองไปข้างหน้าใบหน้ามีความสุขเมื่อนึกถึงความใกล้ชิดสนิทสนมและความอ่อนโยนของชายกลาง แต่เขาก็ยังไม่เคยบอก ว่ารักตนอยู่ดี ชายกลางมาโอบเธอด้านหลังถามอย่างอ่อนโยนว่า

    “ยังไม่ง่วงอีกหรือ” แม้พจมานจะรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของชายกลาง แต่ก็ตอบว่ายัง บอกเขาว่าถ้าง่วงก็เชิญก่อน “ไม่ล่ะ...รอเข้านอนพร้อมกันดีกว่า” แล้วถามต่อไปว่าเมื่อสักครู่คิดอะไรอยู่

    “ก็คิดไปเรื่อยๆค่ะว่ามาถึงวันนี้ได้อย่างไร” ชายกลางจับสองมือของพจมานไว้ อยากให้เธอมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป แล้วโอบเธอไว้ในอ้อมแขน กระซิบว่า “ง่วงแล้วหรือ ดึกแล้วอากาศเย็น กลับเข้าข้างในกันเถอะ”

    เมื่อเข้ามาในห้อง ที่โซฟาไม่มีเครื่องนอนแล้ว แต่บนเตียงมีหมอนสองใบ ผ้าห่มสองผืน พจมานสงสัยว่าเขาไม่นอนที่โซฟาแล้วหรือ

    “ใจคอของเธอจะให้ฉันนอนบนโซฟาจนถึงวันกลับบ้านเชียวรึ”

    “ถ้าอย่างนั้นพจนอนเองก็ได้ค่ะ” พจมานขยับไปที่เตียง ชายกลางจับข้อมือไว้ทันบอกว่า

    “ฉันไม่ใจร้ายปล่อยให้เธอนอนบนโซฟาหรอก...เตียงก็กว้างพอที่จะนอนกันสองคน ตอนส่งตัวรู้ไหมว่าท่านผู้หญิงไฉไลพูดว่าอย่างไร ถ้ายังไม่อยากรู้ตอนนี้ วันหนึ่งฉันจะบอกเธอ”

    ชายกลางพูดพลางจูงมือพจมานมานั่งบนเตียง จับคางเธอเงยหน้าขึ้น และค่อยๆก้มหน้าตนเองลงมา...

    เช้าวันใหม่ พจมานและชายกลางไปเดินเล่นที่ชายหาด ส่วนแจ่มทำอาหารด้วยอารมณ์แจ่มใส

    จรเดินมาชวนแจ่มไปทำความสะอาดบนบ้าน แจ่มถือเครื่องมือกวาดถูเข้าในห้องมองไปที่เตียงเห็นหมอนวางคู่กันรวมทั้งผ้าห่ม แจ่มยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

    หลังจากเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นรื่นรมย์อยู่สักพัก ชายกลางและพจมานพากันกลับเข้าบ้าน แจ่มกับจรรู้หน้าที่นำอาหารมาเสิร์ฟ ชายกลางอยากอยู่ลำพังกับพจมานจึงให้สองคนรับใช้ออกไป

    พจมานทานอาหารเงียบๆ ชายกลางตักอาหารให้เอ่ยขึ้นว่า พอใกล้ครบวันลาจะให้จรโทรเลขไปลาต่ออีก 5 วัน พจมานเงยหน้านัยน์ตามีความสุข

    ooooooo

    ท่านติ๋วขับรถจากสงขลามาส่งหญิงเล็กที่บ้านทรายทอง กรดวิ่งมาหยิบกระเป๋าข้าวของของหญิงเล็กในรถ หญิงเล็กเดินไปที่ตึกขวางด้วยใบหน้าบึ้งตึง เอมและฟักออกมาต้อนรับ เอากระเป๋าจากกรดมาถือไว้คนละใบ

    เอมทักทายหญิงเล็กว่าคล้ำไปนิดนึง เธอหันขวับเสียงเขียวว่า “แกเห็นว่าฉันไม่สวยใช่มั้ย...นังเอมไปให้พ้น”

    เอมตกใจมือไม้สั่น ฟักปากคอสั่นบอกว่าไม่ได้พูดอะไร หญิงเล็กสั่งฟักว่าเสื้อผ้าในกระเป๋าต้องซักทั้งหมดแล้วถามหาหม่อมแม่ ฟักบอกว่าไปบ้านท่านผู้หญิงไฉไล หญิงเล็กกวาดตามองรอบห้องซึ่งไม่หรูหราเท่าห้องในตึกใหญ่ เม้มปากแน่นแค้นใจ

    ส่วนที่วังท่านต้อมในตอนเย็น ท่านต้อมก้าวลงมาจากรถพร้อมเสื้อนอกที่พาดแขนไว้ จิตคุกเข่ารายงานว่า ท่านติ๋วเสด็จกลับจากสงขลาแล้ว ท่านต้อมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นถามน้องสาวว่าสนุกไหม ท่านติ๋วบอกว่าหญิงเล็กอาจจะสนุกเพราะมีเศรษฐีหนุ่มใหญ่รวยมากมีธุรกิจหลายอย่างมาติดพัน ถ้าท่านต้อมเสียดาย ตนคิดว่าหญิงเล็กยังรักเขาอยู่

    ท่านต้อมบอกว่าถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีตนก็ยินดีด้วย แล้วขอตัวขึ้นข้างบน

    ภาพชายกลางลอยเข้ามาในความคิดของท่านติ๋ว พลันน้ำตารื้นขึ้นมา แววตาเจ็บปวดและเสียดาย

    ooooooo

    หม่อมพรรณรายเพิ่งกลับจากข้างนอกมาเคาะห้องหญิงเล็กถามว่าไปเที่ยวสงขลาสนุกไหม หญิงเล็กส่ายหน้า หม่อมจึงว่าตนเองก็ไม่มีความสุข

    หญิงเล็กบอกว่าตนจะไม่ทนต่อไป จะแต่งงานแล้วแยกออกไป หม่อมถามว่าใคร เป็นหม่อมเจ้าหรือหม่อมราชวงศ์ เมื่อหญิงเล็กบอกว่าเป็นพ่อค้าชื่อเติม ธีระวนิช เป็นเจ้าของร้านค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ เป็นหุ้นส่วนโรงแรมใหญ่ที่สมิหลา ค้าขายกับต่างประเทศ หม่อมยกมือทาบอกตกใจ แต่หญิงเล็กบอกว่าจะเป็นอะไรก็ช่าง ต่อไปนี้ตนจะแต่งงานกับเงิน ไม่มีความรักอีกแล้ว หม่อมติงว่าคราวนี้คงไม่พลาดอีกนะ

    “ไม่มีวันค่ะ หญิงมั่นใจว่าไม่มีวัน!”

    ที่ตำหนักท่านต้อมไฟสนามส่องสว่าง ท่านติ๋วและท่านตุ้มนั่งคุยกันเรื่องของนายเติม ท่านตุ้มตาโตเมื่อทราบว่านายเติมแก่กว่าหญิงเล็กหนึ่งรอบ แบบนี้ต้องมีลูกเมียแล้ว ท่านติ๋วบอกว่ายังดูหนุ่มกว่าอายุ มีลูกหนึ่งคนอยู่กับแม่

    “ฝากไปบอกนังพจมานด้วย”

    ท่านตุ้มท้วงพี่สาวว่าไม่ควรเรียกนังพจมาน ไม่เพราะเลย ท่านติ๋วโมโหขึ้นทันที ถามประชดว่า

    “อ๋อ...จะให้ฉันกราบไหว้เรียกมันว่าคุณพจมานทั้งๆที่มันแย่งคุณชายกลางไปจากฉันน่ะเหรอ ไม่มีวัน”

    “แต่คุณชายกลางไม่เคยบอกว่าชอบพี่ติ๋วไม่ใช่หรือคะ”

    “ถ้าไม่มีนังพจมานเข้ามาแทรก ฉันต้องได้แต่งงานกับชายกลางแน่”

    “ไม่ใช่ความผิดของพจนี่คะ”

    “เออ เข้าข้างกันเข้าไป เห็นคนอื่นดีกว่าพี่แท้ๆ” ท่านติ๋วสะบัดเสียงใส่

    ooooooo

    ชายน้อยนั่งวาดภาพคนเดียวที่ด้านหลังบ้านทรายทอง พจนีย์ใส่เสื้อผ้าสวยๆของพจมาน ทาปากแดงเดินมาชี้ชวนให้บุญเรือนดูคุณชายง่อย

    ชายน้อยได้ยินคำนั้นถึงกับสะดุ้งหันมอง แทนที่พจนีย์จะเกรงใจบ้าง กลับวิจารณ์อย่างมันปากอีกว่าพี่ชายพี่สาวก็ดีๆ ทำไมน้องเป็นง่อยก็ไม้รู้

    บุญเรือนถามว่าคุณนีย์จะไปไหน พจนีย์บอกว่าจะไปอวดพวกอีเจ้านายวังโน้นว่าเดี๋ยวนี้ตนไม่ได้ยากจนเหมือนเดิมแล้ว ให้บุญเรือนไปกับตนด้วย

    ชายน้อยชะเง้อมองตามสองคนไปแล้วมาเล่าให้นมทิพย์ฟัง นมทิพย์ถามว่าแม่คนนั้นกล้าเรียกคุณชายอย่างนั้นหรือ ชายน้อยพยักหน้าบอกว่าจะฟ้องพี่พจมาน เขาไม่ใจดี ไม่น่ารักเหมือนพี่พจมานเลย ทั้งที่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ

    นมทิพย์บอกว่าพี่น้องกันหน้าตาอาจเหมือนกันแต่นิสัยไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ชายน้อยจึงว่าพี่ชายกลาง พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงเล็กก็ไม่เหมือนกัน นมทิพย์ถามว่าแล้วชายน้อยล่ะ ชายน้อยตอบอย่างภูมิใจว่า “ชายเหมือนพี่ชายกลาง”

    พจนีย์ที่บอกทุกคนว่าตนชื่อภาณีเดินแกว่งกระเป๋าเข้ามาในวังท่านอ้อมมีบุญเรือนเดินตามมาอย่างนอบน้อม

    เติบกำลังคุยและกินขนมกับมณี อ้าปากค้างเมื่อเห็นภาณี เติบถามว่าไปทำอะไรมา ชวนกินมันต้มน้ำตาลกัน มณีถามว่าทำไมหนีไปไม่บอกกล่าว ภาณีสะบัดเสียงว่าไม่อยากบอก ไปอยู่บ้านพี่สาวใหญ่โตกว่าที่นี่หลายเท่า ตนมีคนรับใช้ส่วนตัว พี่เขยรวยมาก วันๆไม่ต้องทำอะไร เติบถามว่าแล้วมาเป็นข้าหลวงที่นี่ทำไม ภาณียักไหล่บอกว่า

    “มันหลายเรื่อง ขี้เกียจเล่า ตระกูลฉันเป็นผู้ดีเก่า อย่ารู้เลยตระกูลอะไร อีกหน่อยพวกแกก็รู้เองว่าพี่สาวพี่เขยฉันคือใคร ช่วยทูลท่านหญิงกับหม่อมว่าฉันอยู่อย่างร่ำรวยและสุขสบาย ไปล่ะ จะไปเที่ยวต่อ”

    เติบสงสัยว่าเคยเห็นชุดที่ภาณีใส่มาก่อน แต่จำไม่ได้ว่าเห็นที่ไหน

    หม่อมแม่หัวเราะขำ เมื่อท่านอ้อมเล่าเรื่องภาณีมีคนรับใช้ติดตาม ใส่เสื้อผ้าสวยงามแต่แต่งหน้าจัดไม่รับกับเสื้อผ้าเลย

    ooooooo

    ท่านตุ้มไปรับท่านอ้อมมาที่ตำหนักพามาที่วัง ท่านอ้อมไหว้ท่านต้อมที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ ท่านตุ้มให้ท่านอ้อมเข้าไปในครัวก่อนแล้วชวนท่านต้อมทานพายไก่ด้วยกัน

    ท่านต้อมเห็นท่านตุ้มเดินขึ้นชั้นบน ถามว่าไม่ไปช่วยท่านอ้อมหรือ พลางมองไปทางห้องครัว

    ท่านอ้อมถามโดยไม่หันมองว่าไข่ไก่อยู่ไหน มีมือหยิบไข่ไก่มาวางให้ ท่านอ้อมหันดูเป็นท่านต้อมก็สะดุ้งรีบหันกลับและไหว้ขอโทษ นึกว่าเป็นท่านตุ้ม ท่านต้อมบอกอยากมีส่วนช่วย ท่านอ้อมจึงให้นวดแป้ง

    เมื่อทำพายเสร็จแล้วช่วยกันลำเลียงพายวางบนโต๊ะ แล้วท่านตุ้ม ท่านต้อม และท่านอ้อมก็กินพายไปจิบน้ำชาไป

    หลังจากนั้นท่านต้อมขับรถมาส่งท่านอ้อมที่วัง ท่านต้อมจะเข้าไปกราบหม่อมแม่ แต่ท่านอ้อมบอกว่าท่านไม่อยู่ ท่านต้อมจึงขับรถออกไปโดยท่านอ้อมยืนส่งจนลับตาจึงเข้าวัง ท่านตุ้มและท่านอ้อมโทรศัพท์คุยกันหัวเราะคิกคัก ท่านอ้อมต่อว่าท่านตุ้มที่ให้ท่านต้อมมาส่งเพราะตนเกรงใจ

    “ตุ้มเห็นพี่ต้อมอยู่บ้านก็น่าจะไปส่ง ท่านพี่เต็มพระทัยค่ะ ท่านพี่ของตุ้มน่าสงสารจะตาย”

    “ผู้ชายที่ทิ้งคู่หมั้นเพื่อจะไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นน่ะหรือคะน่าสงสาร ดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมแต่งงานกับท่าน ไม่อย่างนั้นอ้อมโกรธตายเลย ครั้งนี้อ้อมไม่โกรธท่านตุ้มนะคะ ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก อ้อมจะไม่ไปวังท่านอีกเลย”

    หลังจากส่งท่านอ้อม ท่านต้อมกลับมาถึงวังเข้าไปในห้องรับแขก ท่านตุ้มรีบเอาหนังสือปิดหน้าทำเป็นหลับท่านต้อมดึงหนังสือออกบอกว่าเจ้าแผนการดีนัก ตนไม่ต้องการแม่สื่อ บอกว่า “พี่จัดการชีวิตของพี่เอง...เข้าใจไหมคะ”

    ooooooo

    แจ่มบอกกับจรว่าจะกลับพรุ่งนี้แล้ว เครื่องกระป๋องที่คุณหญิงใหญ่จัดมายังไม่หมดเพราะกลัวน้องจะอด ห่วงยิ่งกว่าแม่ ตอนแต่งงานก็หญิงใหญ่ทั้งนั้น

    “พรุ่งนี้กลับบ้านทรายทอง ทุกอย่างก็กลับเหมือนเดิม คุณชายก็จะเคร่งขรึม คุณพจก็ไม่ยิ้มแย้มไม่พูดจาต่างคนต่างอยู่ ดีที่หม่อมท่านกับคุณหญิงเล็กย้ายไปตึกขวาง และคุณแพรวย้ายออกไป”

    “หม่อมท่านและคุณหญิงเล็กคงไม่ยอมให้คุณชายกับคุณพจอยู่อย่างสงบหรอก”

    “อุปสรรคต่างๆจะทำให้ท่านรักกันมากๆ ตั้งแต่ อยู่บ้านทรายทอง ฉันไม่เคยเห็นอะไรราบรื่นสักอย่างเหมือนต้องคำสาป”

    จรกับแจ่มคุยกันอย่างหนักใจ เวลาเดียวกันนั้นพจมานและชายกลางเดินตามชายหาด ชายกลางถามว่าอยากอยู่ต่อหรือเปล่า พจมานปฏิเสธบอกว่าครบวันลาของชายกลางแล้ว เขาถามว่าเป็นห่วงน้องใช่ไหม พี่หญิงใหญ่อยู่ทั้งคน พจมานเกรงว่าพจนีย์จะก่อเรื่อง

    ชายกลางบอกให้พจมานทานอาหารเช้าเพื่อจะไปตลาดซื้อของฝากให้คนอื่นๆ เมื่อเห็นว่าพจมานทานอาหารไม่อร่อยจึงถามว่ากินไม่ลงเพราะโกรธหรือกลัว พจมานบอกว่าถ้าไม่รู้จักก็อาจจะกลัว

    “ถ้าไม่กลัวก็แสดงว่าโกรธ”

    “ไม่กล้าโกรธคุณชายหรอกค่ะ”

    “ก็ดี” ชายกลางตอบเรียบๆ หน้ายังขรึม

    ooooooo

    พจนีย์กับบุญเรือนกลับจากวังท่านอ้อม สายใจยืนอยู่แถวบันไดถามทั้งสองคนว่าไปไหนมา

    “ไปเที่ยว” พจนีย์ยักไหล่ตอบ สายใจบอกว่าหญิงใหญ่ถามถึงจึงบอกว่าหนูไม่สบาย นอนพักในห้องพจนีย์มองอย่างรู้เท่าทันถามว่ามาทำดีกับตนทำไม สายใจยุแยงว่า “เห็นใจหนูที่ชีวิตต่างจากพี่สาว หนูทำตัวง่ายๆ น่าเอ็นดู ไปนอนเถอะจะปิดบ้าน”

    พจนีย์และบุญเรือนเข้าห้อง พจนีย์บอกให้ปิดประตูเดี๋ยวขโมยเข้ามา บุญเรือนบอกว่าบ้านนี้ไม่มีขโมยมีแต่ผี แล้วทั้งสองก็หวีดร้องท่ามกลางความเงียบสงัดหญิงใหญ่เดินมามองพจนีย์อย่างเย็นชา ตำหนิว่า “ถึงแม้เธอจะเป็นน้องพจมาน ก็ไม่ควรจะตะโกนเสียงดังกลางดึกให้ผู้คนเขาตื่นกันหมด”

    ขณะนั้นนมทิพย์กระหืดกระหอบขึ้นมา หญิงใหญ่ตำหนิอีกว่าทำให้คนแก่คนเฒ่าตกใจหมด...รุ่งขึ้น หญิงเล็กบอกหม่อมพรรณรายว่าเย็นนี้

    คุณเติมจะกลับใต้ จะแวะมากราบหม่อมแม่ หม่อมจึงจะชวนครอบครัวแพรวพรรณมาด้วย หญิงเล็กถามประชดประชันว่า ยอดชู้คู่ชื่นจะกลับเมื่อไหร่ เอมบอกกลับวันนี้แล้วหัวเราะ หญิงเล็กถามว่าหัวเราะอะไร เอมบอกว่าขำที่หม่อมไปรดน้ำคุณชายกลางหญิงเล็กหันขวับมามองหม่อมถามว่า “ไหนแม่บอกว่าจะไม่ไปรดน้ำให้มันไง”

    “แม่ก็รดให้ชายกลางคนเดียว ส่วนนังนั่นแม่ไม่มองหน้ามันด้วยซ้ำไป”

    “ต๊าย! แม่นี่เหลือเชื่อเลย” หญิงเล็กอุทานทึ่ง

    ooooooo

    ชายกลางให้จรเอาเครื่องกระป๋องที่เหลือให้คนเฝ้าบ้านและส่งเงินให้จำนวนหนึ่ง คนเฝ้าบ้านไหว้อย่างดีใจ อวยพรให้เดินทางกลับโดยปลอดภัยทุกคน

    ระหว่างทางพจมานเหลือบมองชายกลางมีสีหน้าเคร่งขรึม ชายกลางหันมาพอดีมองด้วยสายตาอบอุ่น พจมานยิ้มตอบสายตานั้น กลับมาถึงบ้านทรายทอง กรดรีบมาเปิดประตู จรลงมาเปิดด้านหลังรถขนของออกมา

    ชายกลางจะนำของฝากไปให้หม่อมจึงชวนพจมานไปตึกขวางด้วยกัน พบหญิงเล็กกำลังจะออกไปซื้ออาหารมาเลี้ยงเติม หญิงเล็กเชิดหน้าเมื่อเดินผ่านพจมานปรายตามองอย่างเหยียดหยาม หม่อมคอแข็งไม่มองทั้งลูกชายและลูกสะใภ้

    “ผมกับพจซื้อปลาริวกิว แล้วก็...” ยังพูดไม่ทันจบหม่อมสวนกลับทันทีว่า

    “เอากลับไป ฉันไม่ต้องการ ชายจะมาหาแม่ขอให้มาคนเดียว คนอื่นแม่ไม่อยากเห็น” พจมานขยับจะออกเดิน ชายกลางจับแขนไว้

    “รอฉันด้วย ถ้าหม่อมแม่ไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร ผมกับพจมานไปล่ะครับ”

    “ชายเห็นนังนั่นดีกว่าแม่ ชายก็รู้ว่าแม่เกลียดมัน คงสาแก่ใจแกล่ะสิที่ได้ครอบครองตึกใหญ่”

    พจมานบอกว่าไม่เคยคิดอย่างนั้น ถ้าหม่อมต้องการอยู่ตึกใหญ่ตนยินดีย้ายมาตึกขวาง หม่อมได้ทีต่อรองว่าถ้าต้องการให้พจมานออกจากบ้านทรายทองจะไปไหม ชายกลางแย้งว่าเรื่องนั้นเราพูดจบไปนานแล้ว หม่อมพรรณรายตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเรียกเอมและฟักเอาน้ำมาราดเสนียด

    พจมานออกจากตึกขวางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ชายกลางพยายามห้ามแต่ไม่เป็นไร ได้แต่มองตามด้วยสีหน้ากังวลและหนักใจ

    ในห้องครัวตึกใหญ่ คนรับใช้ในบ้านดีใจได้รับของฝากกันทุกคน สักครู่เอมเข้ามาพูดว่ากลับมาวันเดียวได้เรื่อง แจ่มจะไปอาบน้ำ เอมบอกว่าเดี๋ยวก็อดฟังอะไรดีๆหรอก แจ่มตอบกลับว่า คนอย่างเอมเคยพูดเรื่องดีๆ ด้วยหรือ เอมจีบปากจีบคอว่า

    “คุณพจของเอ็งโดนหม่อมไล่ออกจากตึกขวางแทบไม่ทัน ตอนนี้นังฟักกำลังถูพื้นที่คุณพจเดินผ่าน คอยดูเถอะ คุณชายและคุณพจอยู่ด้วยกันไม่ยืดหรอก ฉันไม่ได้เป็นคนพูดนะ ได้ยินหม่อมโทรศัพท์พูดกับคุณแพรว ท่านว่าคุณชายแต่งงานกับคุณพจเพราะเห็นแก่แม่แก่พี่แก่น้อง ไม่อยากให้ออกจากบ้านทรายทอง”

    เมื่อกลับมาถึงห้อง เสียงหม่อมพรรณรายยังก้องในหู คำพูดของหม่อมที่ว่า ถ้าจะมาหาแม่ให้มาคนเดียว และให้เอมกับฟักเอาน้ำมาราดเสนียดแถวนี้ พจมานกัดปาก นัยน์ตาแห้งผาก ส่วนชายกลางปรึกษากับหญิงใหญ่ว่าชาตินี้หม่อมแม่กับพจมานคงไม่มีวันปรองดองกันได้ หญิงใหญ่บอกว่าต่างคนต่างอยู่ก็สิ้นเรื่อง

    หญิงใหญ่ถามชายกลางว่ารู้เรื่องหญิงเล็กหรือยัง เขากำลังคบหาอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ไปพบที่สงขลาเห็นว่ารวยมาก เขาจะมากินข้าวเย็นวันนี้ ขอให้ชายกลางช่วยตรวจสอบให้หน่อย อย่างน้อยหญิงเล็กก็เป็นน้อง

    ส่วนพจมานไปปลุกพจนีย์ให้ตื่นเพราะสายมากแล้ว จะทำอะไรตามใจตนเองเหมือนอยู่บ้านแม่ไม่ได้ พจมานสั่งให้อาบน้ำแต่งตัวแต่งแล้วลงไปพบตนข้างล่าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 18:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์