นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


    เช้านี้ แพรวพรรณนั่งอ่านหนังสือที่บ้านใหม่อย่างสบายใจ ประสพถามว่าทำไมยังไม่แต่งตัวไปช่วยงานบ้านทรายทองเพราะพรุ่งนี้ก็จะถึงวันงานแล้ว แพรวพรรณตอบว่า

    “ไม่ไปหรอก คุณก็ไม่ต้องไป” ประสพติงว่า เราไปอาศัยอยู่บ้านเขานาน เราไม่ไปช่วยก็ดูจะแล้งน้ำใจเต็มที แพรวพรรณเสียงขุ่นว่า “ขืนไป คุณพี่จะได้ตัดพี่ตัดน้องเอาน่ะสิ...ถ้าชายกลางถาม ก็บอกว่าฉันไม่สบาย”

    ประสพบ่นว่าแพรวพรรณพลอยบ้าไปกับหม่อมพรรณรายด้วย แพรวพรรณจึงบอกว่าให้ประสพไปคนเดียวแล้วกัน

    พรุ่งนี้จะถึงวันงาน แต่เช้านี้พจมานท่าทางเหมือนกินข้าวต้มไม่อร่อย นั่งคนไปมาจนชายกลางถามว่า

    “ไม่อร่อยหรือ” พจมานตอบเบาๆว่าอร่อยค่ะ “แล้วทำไมทำท่าเหมือนไม่อยากจะทาน”

    แจ่มยืนคอยรับใช้อยู่ลอบยิ้มด้วยความเอ็นดูชายกลางมองไปพอดี แจ่มสะดุ้งรีบทำเป็นมองผนังห้องแทน

    “ถ้าอร่อยก็ต้องทานมากๆจะได้มีแรง พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยทั้งวัน...” ชายกลางบอก พจมานก้มหน้าเหมือนจะเก้อเขิน

    กรดเข้ามาเรียนชายกลางว่า “คุณประสพมาพบคุณชายขอรับ” ก่อนออกไปชายกลางบอกพจมานว่า

    “เดี๋ยวฉันมา ต้องทานให้หมดนะ”

    แจ่มคะยั้นคะยอให้พจมานทานข้าวต้มให้หมด เพราะคุณชายหวังดี พจมานจึงกินข้าวต้มไปเรื่อยๆ เมื่อชายกลางกลับมาที่ห้องอาหาร มองพจมานที่เงยหน้าขึ้นไปพอดี...ตาสบตา...แล้วพจมานก็หลุบตาลง

    เมื่อชายกลางเห็นชามข้าวต้มที่พจมานกินหมดแล้ว นัยน์ตามีความพอใจ

    พจมานให้แจ่มไปเปลี่ยนข้าวต้มใหม่ร้อนๆให้ชายกลาง แจ่มเดินออกไปแต่ยิ้มกริ่มทันทีที่หันหลังให้

    “คุณน้าประสพมาถามว่า เราจะมีอะไรให้เขาช่วยบ้าง?” ฟังชายกลางพูดแล้วพจมานบอกว่าท่านมีน้ำใจ “เธอจะขึ้นไปพักผ่อนก็ได้นะ”

    พจมานว่าไม่เป็นไร แล้วทั้งสองต่างคนต่างนิ่ง จนบรรยากาศในห้องอึดอัด

    ooooooo

    สายใจไปฟ้องหม่อมพรรณรายว่าตนเองเหมือนหัวหลักหัวตอ อะไรที่ทำแล้วได้หน้าจะถูกแจ่มแย่งไปทำหมด

    ประสพแย้งว่าบ้านหลังใหญ่มีงานให้ทำมาก ตอนอยู่ที่บ้านตนสายใจก็ทำทุกอย่าง สายใจอ้างว่าตนเป็นคนของแพรวพรรณ

    หม่อมพรรณรายบอกประสพว่า ตนเป็นคนขอสายใจ มาจากแพรวพรรณ เพราะตึกใหญ่จะขาดคนดูแลระหว่างที่หญิงใหญ่ไปถือศีลที่เพชรบุรี ประสพบอกว่าพจมานทำหน้าที่แทนหญิงใหญ่ได้ หม่อมเสียงแหลมทันทีว่า

    “โอ๊ย! นังคนนั้นมันจะทำอะไรเป็นนอกจากทำมารยาออเซาะชายกลาง” เอมได้ช่องสอดขึ้นว่า มีแจ่มเป็นตัวสนับสนุนเป็นพวกแม่พจมาน ประสพขมวดคิ้วตำหนิเอมว่า พจมานเป็นเจ้านาย เป็นภรรยาคุณชาย

    ถ้าคุณชายได้ยินเรียกพจมานแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น หม่อมจึงตำหนิเอมประชดว่า

    “ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าไปเรียกให้คนอื่นได้ยิน!” แล้วบอกสายใจว่า “กลับไปก่อน ฉันจะพูดกับคุณชายกลางเอง...เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ามาสุมหัวกันนินทาคนที่ตึกใหญ่” หม่อมปรายตามองประสพขณะพูด ประสพรู้ตัวว่าถูกว่ากระทบ แล้วหม่อมก็ขอตัวไปพักผ่อน สายใจขยับจะลุกตาม

    “อย่าเพิ่งไป! อย่าเอาอย่างแม่เอมเด็ดขาด คุณพจมานเป็นเจ้านาย...เป็นเจ้าของบ้านทรายทอง แกต้องเคารพเธอ” ประสพเสียงเข้มกับสายใจ มองอย่างตำหนิ ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

    ooooooo

    พรุ่งนี้จะเป็นวันงานแล้ว ชายกลางชวนพจมานออกไปดูความเรียบร้อยนอกตัวบ้าน กรดและจรกำลังคุมคนงานจัดกระถางตกแต่งไฟให้ดูสวยงาม ทุกคนทำงานอย่างตั้งใจ

    ชายกลางบอกว่าคืนนี้จะลองเปิดไฟดู พจมานคาดว่าคงสวยงามมาก ชายกลางหันมามองพจมานนัยน์ตาเป็นประกายประหลาด ตอบว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วชวนพจมานไปดูที่ศาลากลางน้ำ

    ศาลากลางน้ำได้รับการตกแต่งอย่างงดงามราวกับภาพในฝัน พจมานตาเบิกกว้างชมว่า “สวยจังค่ะ” พูดพลางเดินไปที่ศาลา เท้าสะดุดจนเซถลา ชายกลางรับตัวไว้ทัน พจมานเงยหน้ามองชายกลางอย่างตระหนก ชายกลางก้มลงมองนิ่ง...

    เอมเปิดหน้าต่างที่ตึกขวางให้ลมเข้า เห็นภาพนั้นเข้าพอดี ร้องเรียกหม่อมให้มาดู หม่อมลุกขึ้นดู เห็นชายกลาง ค่อยๆปล่อยพจมาน...ทั้งสองเหมือนต้องมนต์ของกันและกัน หม่อมถึงกับยกมือทาบอก พูดไม่ออก

    เอมใส่ไฟต่อว่าเมื่อกี้กอดกันกลม เสียดายหม่อมไม่เห็น หม่อมตอบห้วนๆว่า “ฉันไม่อยากเห็น” รำพึงว่า “ชายกลาง! ไม่น่าเลย แม่รู้แล้ว...นังคนนั้นมันคงยั่วลูกจนอดใจไม่ไหวอย่างนี้เอง หรือลูกอาจหลวมตัวไปได้กับมันลับๆแล้วก็ได้ ชายถึงต้องรีบแต่งงานกับมัน”

    เอมยุต่อว่า พจมานอาจท้องแล้วก็ได้ หม่อมหงุดหงิดไล่เอมออกไป กำมือแน่นด้วยความแค้นใจที่ลูกรู้ไม่เท่าทันผู้หญิงบ้านนอก รำพึงอย่างชอกช้ำว่า

    “ชายกลาง เสียดายเหลือเกิน เสียดายเพชรที่ต้องตกไปคลุกโคลนตม”

    ooooooo
    พจมานและชายกลางเดินดูบริเวณที่จัดงานอย่างรื่นรมย์ เธอหันไปทางตึกขวางโดยบังเอิญแล้วชะงัก เพราะหม่อมหน้าตาถมึงทึงมองลงมาแววตาอาฆาต พจมานถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ

    ชายกลางมองตามพจมาน แต่หม่อมไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว จึงชวนกันเดินไปทางอื่นอย่างเงียบเหงา

    จากภาพที่ศาลากลางน้ำ หม่อมจึงเดินมาที่ตึกใหญ่ มองกราดไปทั่วอย่างไม่พอใจ พูดประชดว่า จัดเสียราวกับสวรรค์ชั้นฟ้า หญิงใหญ่เข้ามาถามว่า “หม่อมแม่มีธุระอะไรกับหญิงหรือคะ?” หม่อมหันขวับมาทันที

    “อ้อ! เดี๋ยวนี้ฉันจะขึ้นมาตึกใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อจะต้องมีธุระเท่านั้นรึ”

    “ก็เมื่อกี้หม่อมแม่บอกว่ามีธุระจะพูดด้วย” หม่อมคอแข็งนั่งลง หญิงใหญ่นั่งตรงข้าม คอยฟังแม่เต็มที่

    “มีอยู่ 2 อย่าง หนึ่งคือเมื่อกี้ฉันเห็นนังพจมานมันแอบพาชายกลางไปพร่ำพลอดที่ศาลากลางน้ำอย่างไม่อายเทวดาฟ้าดิน อย่างที่สองคือ ฉันจะให้สายใจมาทำหน้าที่แทนเธอบนตึกใหญ่ตอนเธอไปบวชชีที่เพชรบุรี”

    หญิงใหญ่แก้ว่าตนไปถือศีลไม่ได้ไปบวช หม่อมสวนทันทีว่า “ก็นั่นแหละ! จะถือศีลหรือบวชชีก็ตามใจ”

    “ถือศีลค่ะ” หญิงใหญ่ตอบหน้าตาย หม่อมฉุนจัดโวยลั่น “โอ๊ย! พูดกับเธอแล้วปวดหัว”

    “งั้นให้หญิงพูดเอง การดูแลอะไรบนตึกเป็นหน้าที่ของพจมาน แม่สายใจไม่จำเป็นต้องมาควบคุม”

    “เฮอะ! นังเด็กนั่นจะไปรู้เรื่องอะไร”

    “ก็รู้มากกว่าสายใจค่ะ เขาเป็นเมียชายกลาง...เป็นเจ้าของบ้านทรายทอง...เขาต้องปกครองบ้านของเขาเอง เรื่องอะไรจะให้คนอย่างสายใจมาทำหน้าที่แทน”

    “เออ! แล้วฉันจะคอยดู!” หม่อมกระแทกเสียง “มีลูกไม่ได้อย่างใจซักคน” บ่นแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป

    ooooooo

    บริเวณบ้านทรายทองยามค่ำเปิดไฟประดับตามพุ่มไม้น้อยใหญ่พร้อมไม้ประดับแพรวพราวสวยอลังการสมกับเป็นงานแต่งงานของเจ้าของบ้าน

    พจมานยืนอยู่หน้าต่างห้องรับแขก มองออกไปบริเวณภายนอกด้วยความรู้สึกประหลาด พึมพำว่า

    “พรุ่งนี้แล้วหรือ?” ถอนใจกึ่งกังวลกึ่งมีความสุข สายใจแอบมองอย่างจับผิด ชายกลางหันมาทางหน้าต่างห้องพจมานโดยไม่ตั้งใจ พจมานสะดุ้งหลบไม่ทัน ทั้งสองจึงสบตากัน พจมานรีบเดินออกจากห้องนั้นทันทีเหมือนเด็กหนีผู้ปกครอง ลงมาด้านล่างของตึก พบหญิงใหญ่กำลังสั่งให้บุญเรือน แจ่ม ฟัก จัดวางช่อดอกไม้

    หญิงใหญ่เห็นพจมานเดินมาจึงเข้าไปจับแขน บอกว่า “เป็นเจ้าสาวต้องเก็บตัวอยู่ในห้อง ไป! ไปอยู่ในห้อง”

    “ค่ะ” พจมานตอบเบาๆ รีบเดินออกไป

    เมื่อพจมานมาถึงห้องหอของตนเห็นกล่องของขวัญเพื่อนๆ นึกถึงวันที่เพื่อนๆให้ของขวัญ ภายในกล่องเป็นผ้าห่มขนสัตว์สีฟ้าและสีเหลือง ตรงมุมผ้าแต่ละผืนมีบัตรแข็งสีขาว 2 แผ่นเขียนว่า

    “If you love him as he loves you No knife can cut your love in two”

    พจมานถอนหายใจหน้าหม่นเศร้าลูบบัตรเบาๆ รำพึงว่า “แต่คุณชายไม่เคยพูดสักคำว่าเธอรักฉัน จนป่านนี้ก็ยังไม่เคย”

    สายใจมาที่ตึกขวางยุแยงหม่อมพรรณรายว่าพจมานคงเร่งวันคืนการแต่งงาน ขนาดจะแต่งพรุ่งนี้ยังมาส่งสายตาจนคุณชายต้องหันกลับมามอง แล้วทำเป็นหลบ แต่คุณชายไม่ตามเลยผิดหวัง หม่อมอารมณ์เสียดุว่า

    “เพ้อเจ้อ! ถ้าชายกลางไม่สนใจแล้วจะยอมแต่งงานกับมันทำไม ทีหน้าทีหลังคอยดูเหตุการณ์แล้วมาเล่าให้ฉันฟังไม่ต้องต่อเติมหรือคาดการณ์ใดๆทั้งสิ้น! ไปได้แล้วไม่ต้องมาบ่อย สองสามวันมาทีนึง นังพวกบนตึกใหญ่ยิ่งคอยจับผิดอยู่”

    สายใจรับคำ คลานออกไป เมื่อออกมานอกห้องก็บ่น “เอาใจยากจริ๊ง!”

    ooooooo

    เช้าวันงาน ที่บ้านทรายทองมีรถหลายคันจอดอย่างเป็นระเบียบ

    ญาติและเชื้อพระวงศ์หญิงและชายที่มางานต่างทักทายกันอย่างคุ้นเคย ชายกลางและหญิงใหญ่ต้อนรับพระญาติอย่างอ่อนน้อม หม่อมเจ้าท่านหนึ่งเดินมาพร้อมกับหม่อมและลูกวัยรุ่นหญิง 2 คน แสดงความยินดีต่อชายกลางและบอกว่าเด็กๆ เขาอยากเห็นพี่สะใภ้ ชายกลางจึงให้ฟักพาหม่อมราชวงศ์หญิงสองท่านไปขออนุญาตหญิงใหญ่ โดยมีสาวๆวัยเดียวกันหลายคนขอตามไปหาพจมานด้วย

    พจมานอยู่ในห้องเดิมที่จัดเป็นห้องแต่งตัว แจ่มชื่นชมชุดแต่งงาน แซวพจมานว่า ถ้าคุณชายได้เห็น...แล้วหยุดพูดหัวเราะคิก พจมานเขินจัด พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สาวๆถือกล่องของขวัญเข้ามาด้วยใบหน้าแจ่มใส สลับกันอวยพรและยื่นกล่องของขวัญให้ ชมพจมานว่าสวยมาก

    สาวๆอ้อนขอดูห้องหอของพจมานซึ่งพจมานก็พาไปดู พวกเธอตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของห้องหอ บอกว่าพี่พจมานโชคดีและเป็นคนใจดีด้วย วันหลังจะมาขอจัดงานปาร์ตี้กันที่นี่ได้ไหม พจมานยิ้มแย้มบอกว่ามาได้ทุกเวลา

    ส่วนด้านล่างของบ้าน ชายกลางขอตัวจากญาติกลุ่มหนึ่งเดินมาหาหญิงใหญ่ บอกว่ามึนศีรษะ ขอไปพักข้างบน หญิงใหญ่จึงให้ไปพักเพราะยังมีเวลาก่อนฤกษ์รดน้ำ ตนจะดูแลแขกเอง

    ชายกลางเข้ามาในห้องหอของตนเพื่อจะพัก ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานจึงเปิดประตูกลางเชื่อมกับห้องหอพจมาน ทุกคนเงียบกริบเมื่อชายกลางเข้ามายืน ชายกลางเบือนหน้าจากสาวๆมาที่พจมานซึ่งก้มหน้าไม่กล้าสบตา สาวๆจึงสะกิดกันค่อยๆเลี่ยงออกไป แล้วปิดประตูเงียบกริบ

    “พจมาน” ชายกลางเสียงอ่อนโยน เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพจมานซึ่งยังคงก้มหน้า

    “คะ?” พจมานตอบเสียงแผ่วเบาเงยหน้าขึ้นมอง ชายกลางเอื้อมมือมาจับแขนพจมาน...เธอหลุบตาลงด้วยท่าทางน่ารัก ชายกลางถอนใจเบาๆ แล้วค่อยๆเอามือลงอย่างหักห้ามใจ

    “ฉันมึนศีรษะ เธอช่วยเอาโคโลญชุบผ้ามาให้ฉันหน่อย...จะขอบใจมาก ขอโทษที่ต้องรบกวน” ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง เมื่อพจมานหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและโคโลญเข้าห้องน้ำ ชายกลางหยิบผ้าห่มขนสัตว์สีฟ้าและสีเหลืองพลิกดูคำที่เขียนไว้ในบัตรสีขาว แล้วใช้ผ้าห่มสองผืนทำเป็นหมอน นอนหลับตา...

    พจมานถือขันเข้ามาเก้ๆกังๆเพราะชายกลางนอนหลับตาอยู่ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ชายกลางบอกว่า

    “ช่วยเช็ดหน้าให้ทีซิ!” พจมานหน้าแดง ยืนถือขันนิ่งไม่แน่ใจว่าจะทำตามคำสั่งหรือไม่ ในที่สุดพจมานตัดสินใจขยับเดินมาที่ชายกลาง ทันใดนั้นประตูเปิดออก หญิงใหญ่เดินเข้ามาพูดว่า

    “พจมานอยู่นี่เอง น้องๆเขาคอยทานอาหารกับตัว ชายกลางจะเช็ดหน้ารึ มา...พี่จะทำให้” ชายกลางลุกขึ้นดึงขันน้ำจากหญิงใหญ่ “ขอบคุณครับพี่หญิงใหญ่...ผมเช็ดเองได้...ไม่เป็นไร”

    หญิงใหญ่จึงขอตัวไปรับแขก ชายกลางก้มลงมองขันน้ำในมือ ถอนใจเบาๆอย่างรู้สึกเสียดาย...

    ooooooo

    ในห้องพิธี ชายกลางนุ่งผ้าม่วง สวมเสื้อแพรดุมทองคำลงยา 5 เม็ดปิดคอ ถุงเท้ายาวสีเนื้ออ่อน ยืนคอยเจ้าสาว ภายนอกดูสงบแต่นัยน์ตามีแววตื่นเต้น พอประตูห้องเปิด ท่านผู้หญิงไฉไลจูงพจมานเข้ามาในชุดสีครีม สวยจนชายกลางมองตะลึง

    พจมานตื่นเต้นและเขิน ไม่กล้าสบตาชายกลาง ท่านผู้หญิงไฉไลจูงพจมานไปนั่งบนตั่งรดน้ำ พร้อมกับเรียกให้ชายกลางมานั่งเพื่อสวมมงคล ขณะนั้นหม่อมพรรณราย แพรวพรรณ และประสพเดินเข้ามาเงียบๆ ยืนอยู่ข้างหลัง เมื่อท่านผู้หญิงไฉไลเห็นจึงเชิญหม่อมมารดน้ำให้ศีลให้พรลูก ชายกลางมองหม่อมแม่อย่างปีติตื้นตันใจ หม่อมรดน้ำให้ชายกลาง พูดว่า

    “แม่แพ้ชายกลางตามเคย แต่ไม่ได้หมายความว่าชายจะเอาชนะแม่ได้เสมอไป” แล้วหันยิ้มกับท่านผู้หญิงไฉไลพูดว่า “ดิฉันได้ทำตามที่ท่านผู้หญิงขอร้องแล้ว ...เป็นอันหมดหน้าที่” แล้วหม่อมและแพรวพรรณก็เดินออกไป

    ชายกลางเงยหน้าขึ้น ในขณะที่พจมานก้มหน้าลงไปอีก ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง ท่านผู้หญิงไฉไลรีบกดศีรษะชายกลางไว้ พูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “หลานรัก ...อย่าเพิ่งลุกขึ้น...ป้ายังไม่ได้รดน้ำให้ศีลให้พรเลย ขอให้หลานทั้งสองมีความสุขความเจริญ หนักเอาเบาสู้...อย่าถือสาหม่อมแม่เป็นอารมณ์...วันนี้เป็นวันสำคัญของชีวิต”

    ท่านผู้หญิงไฉไลรดน้ำบนมือชายกลางและพจมาน แล้วค่อยๆบรรจงถอดมงคลจากศีรษะของทั้งสอง

    พจมานหน้าซีดเกือบไม่มีสีเลือด ชายกลางมองอย่างสงสารจับใจ เธอออกจากห้องพิธีโดยไม่ทักทายใครเลย

    เมื่อกลับถึงห้องเดิมของตน พจมานยังหน้าซีด นึกถึงภาพและคำพูดของหม่อมขณะรดน้ำให้ชายกลาง น้ำตาคลอแต่กะพริบตาให้ไหลกลับลงไป เม้มปากคิดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า จะไม่ร้องไห้ จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

    ooooooo

    ส่วนที่หลังตึก บรรดาคนรับใช้ต่างวิจารณ์ว่าหม่อมใจดำรดน้ำให้ลูกชายคนเดียว สายใจเดินเข้ามาขู่ว่าจะฟ้องหม่อมว่านินทาเจ้านาย หลงแขวะสายใจว่าสอดรู้และแสนรู้ เมื่อสายใจจะไปฟ้องหม่อมแจ่มจึงเข้ามาพูดด้วยเสียงเด็ดขาดว่า

    “งานยังไม่เลิก...แขกยังไม่กลับ...แกยังไปไหนไม่ได้ ไม่ยังงั้นจะฟ้องคุณหญิงใหญ่”

    ที่ตึกขวาง หม่อมพรรณราย แพรวพรรณ และแสงโสมนั่งหัวเราะเยาะว่าหม่อมรดน้ำให้ชายกลางคนเดียว พจมานคงตกใจและอับอายจนพูดไม่ออก

    ประสพนำของขวัญให้แสงโสมนำไปมอบให้พจมานที่ห้อง ประสพเตือนแสงโสมว่าทั้งคุณชายและพจมานล้วนเป็นญาติกับเรา ถ้าเราดีต่อเขา เขาก็ต้องดีต่อเรา ตนมั่นใจว่าพจมานไม่ใช่คนใจดำหรือเป็นคนเห็นแก่ตัว

    สองพ่อลูกเดินไปที่ห้องพจมาน ปลอบพจมานว่าอย่าเสียใจ ทุกคนที่มาในงานทราบว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง ขอให้อดทน คนอื่นยังไงก็ช่าง ให้คุณชายรักเธอคนเดียวก็พอ ถ้าคุณชายไม่รักจะแต่งงานกับเธอทำไม

    ตอนค่ำ แจ่มช่วยพจมานแต่งตัวไปงานเลี้ยง ชมว่าชุดนี้สวยกว่าเมื่อเช้า ชายกลางเดินเข้ามาในห้องวางกล่องสร้อยบนโต๊ะบอกว่าสร้อยเส้นนี้คุณยายมอบให้หญิงใหญ่ หญิงใหญ่ให้เป็นของขวัญใช้เวลางานเลี้ยง

    ตอนค่ำ แล้วบรรจงสวมสร้อยให้พจมาน กระซิบว่า “เดี๋ยวนี้... เธอเป็นพจมาน สว่างวงศ์ แล้วนะ”

    “ถูกแล้ว...ฉันคือพจมาน สว่างวงศ์” พจมานตอบรับและสบตาชายกลางในกระจก

    ในงานเลี้ยงตอนค่ำ ท่านต้อม ท่านตุ้ม มาร่วมในงานเลี้ยง มอบของขวัญและแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว

    ส่วนภายนอกบ้าน พจนีย์ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาหาพจมาน อ้างว่าเป็นน้องสาวพ่อแม่เดียวกัน แจ่มจึงเข้าไปบอกพจมานว่าน้องสาวชื่อ...คุณพจนีย์มาหา

    ooooooo

    เมื่อพจนีย์รู้ว่าหม่อมพรรณรายพักอยู่ตึกขวางก็จะไปที่นั่น จนจรต้องอ้อนวอนให้ไปรอพจมานอยู่ที่หลังตึกใหญ่

    แสงโสมเดินไปตึกขวางเพื่อถามแพรวพรรณว่าจะกลับเมื่อไหร่ พบจรและพจนีย์พอดี จึงถามจรว่าอะไรกัน พจนีย์รีบแนะนำตัวว่าตนเป็นน้องสาวพ่อแม่เดียวกับพจมาน ต้องการพบพี่สาว แสงโสมถามว่าไม่รู้หรือวันนี้เป็นวันแต่งงานของพจมาน พจนีย์หงุดหงิดใส่ว่า

    “โฮ้ย! เพราะรู้น่ะสิถึงมา ถ้าไม่รู้จะมาทำไม”

    แสงโสมมีนัยน์ตาเจ้าเล่ห์แวบหนึ่ง บอกพจนีย์ให้ตามตนมา แล้วทำหน้าเยาะทันทีเมื่อหันหลัง นึกสะใจว่าพระญาติพระวงศ์ทั้งหลายจะได้เห็นน้องสาวและกำพืดที่แท้จริงของคุณผู้หญิงแห่งบ้านทรายทองก็คราวนี้แหละ!

    แจ่มวิ่งมาหลังตึกใหญ่บอกแสงโสมว่าพจมานสั่งให้พาพจนีย์ไปรอที่ห้องสมุด แสงโสมยักไหล่ บอกว่าตามใจและพูดกับตัวเองว่า “นังสาระแนแจ่ม! จะไปฟ้องหม่อมป้า” แล้วเดินไปตึกขวาง ฟ้องหม่อมฉอดๆว่า

    “ชื่อพจนีย์ค่ะ หม่อมป้า! หน้าตาแต่งเนื้อตัว บ้านน้อก...บ้านนอก! ยิ่งกว่านังพจมานอีก แต่แม่สาระแนแจ่มน่ะสิคะ มาพาไปรอในห้องสมุดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นป่านนี้นังพจมานขายหน้าจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว”

    “เห็นมั้ยคุณแพรว...ไม่ทันไรขนกันมาสูบเลือดเนื้อชายกลางแล้ว นังแจ่มเป็นคนของหญิงใหญ่ พรุ่งนี้สายใจกับเอมก็จะมาเล่าเรื่องให้ฟังเอง” หม่อมพูดอย่างขัดเคืองใจ

    แจ่มกลับไปบอกพจมานที่ห้องโถงใหญ่ว่า จัดการเรียบร้อยแล้ว

    พจมานบอกชายกลางว่าน้องมาหาขอตัวไปพบน้องที่ห้องสมุด หญิงใหญ่หันมาเห็นบอกว่าจะถึงฤกษ์ส่งตัวแล้ว ชายกลางเห็นพจมานกังวล บอกหญิงใหญ่ว่า “เขาคงมีธุระร้อน! สำหรับผม ฤกษ์พานาทีอยู่ที่ตัวเราเอง”

    หญิงใหญ่กำชับพจมานว่าอย่าช้า แล้วบ่นชายกลางว่าตามใจไม่เข้าเรื่อง

    ooooooo

    เมื่อเข้ามาในห้องสมุดพจมานเห็นพจนีย์ก็กางแขนจะกอดน้อง พจนีย์ถอยหลังไปสองสามก้าว พจมานคิดว่าพจนีย์ละอายที่หนีตามผู้ชายไป จึงปลอบไม่ให้คิดมาก ที่ผ่านมาแล้วขอให้ผ่านไป ดีใจที่น้องมาหา

    พจนีย์มองไปที่ชุดและสร้อยเพชรที่คอพจมาน พูดอย่างเย้ยหยันว่า “ เพราะพี่พจร่ำรวยสุขสบายอย่างนี้ จึงกีดกันทุกทางไม่ให้น้องมากรุงเทพฯ คงกลัวจะได้ดีมากกว่าพี่”

    พจมานตกใจพูดไม่ออก ได้แต่อุทานเรียก“น้องนีย์”

    พจนีย์ยังระบายความคับแค้นใจต่อไปว่า พจมานไม่อยากให้น้องมาเหยียบบ้านทรายทอง ตอนพ่ออยู่ก็กีดกันไม่ให้ลูกคนอื่นๆเข้าใกล้พ่อ เมื่อบ้านทรายทองเป็นของพ่อ ตนกับพจนาควรมีส่วนด้วย ไม่ใช่พจมานเป็นเจ้าของคนเดียว

    พจมานชี้แจงว่าไม่มีพินัยกรรม ไม่มีหลักฐานว่าบ้านทรายทองเป็นของพ่อ พจนีย์บอกว่าตนลำบากมามาก ขอส่วนแบ่งตามสิทธิ์ พจมานแต่งงานกับหม่อมราชวงศ์หรูหรา แต่งชุดสวยมีสร้อยเพชร แต่ตนอยู่อย่างหมา อย่างขอทาน พจมานเอาตัวรอดคนเดียว พจมานจึงบอกให้พจนีย์ไปถามแม่ดู พจนีย์โต้ว่า

    “ธุระอะไรจะต้องไป คุณแม่ก็เข้าข้างพี่พจอยู่วันยังค่ำ เวลานี้โอกาสมาถึงแล้ว ฉันต้องการอิสรภาพ ความหรูหรา เครื่องแต่งตัวสวยๆเหมือนพี่พจ ฉันก็ลูกคุณพ่อเหมือนกัน...ที่นี่จะไม่ต้อนรับฉันเชียวรึ”

    “ที่นี่จะให้การต้อนรับเธออย่างดีทีเดียว...ถ้าเธอมาด้วยใจบริสุทธิ์” ชายกลางยืนอยู่ที่ประตู พูดเสียงเฉียบขาดและมีอำนาจ สองพี่น้องสะดุ้ง พจมานรู้สึกตัว แนะนำว่า

    “คุณชายคะ นี่พจนีย์...น้องสาวของพจ...”

    “จะเป็นน้องสาวหรือไม่ใช่ก็ตาม ควรพูดด้วยความนิ่มนวลและสุภาพ วันนี้น้องสาวของเธอมีหน้าที่เพียงมาอวยพรให้พี่สาวเขามีความสุขเท่านั้น เรื่องอื่นไว้พูดทีหลัง” แล้วบอกพจมานว่า “ท่านผู้หญิงและ

    พี่หญิงใหญ่กำลังคอยเธออยู่ ขึ้นไปข้างบนได้แล้ว”

    เมื่อชายกลางและพจมานเดินออกจากห้องสมุด แจ่มกับนมทิพย์เดินมาพอดี พจมานแปลกใจ ชายกลางบอกว่า

    “ฉันให้แจ่มไปตามนมมาช่วยดูแลน้องสาวเธอ”

    พจมานยิ้มด้วยความตื้นตันใจ...นมทิพย์เชิญพจนีย์ไปห้องพักเดิมของพจมาน พจนีย์หงุดหงิดบ่นว่าจะให้ตนไปอยู่ที่ไหน

    ooooooo

    ที่หน้าห้องส่งตัว หญิงใหญ่ยืนหน้ามุ่ยคอยบ่าวสาว เมื่อทั้งสองเดินขึ้นมา หญิงใหญ่จึงให้แจ่มรีบพาพจมานไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเพราะอีกห้านาทีจะถึงฤกษ์แล้ว ส่วนชายกลางและหญิงใหญ่เดินเข้าห้องหอ

    ในห้องหอของชายกลาง ท่านอารออยู่แล้ว ท่านแสดงความยินดีกับชายกลางชมว่าเจ้าสาวสวยมาก ถามว่าเตรียมแหวนแต่งงานเอาไว้แล้วหรือ หญิงใหญ่เดินไปเปิดประตูกลางที่เชื่อมห้องบ่าวสาว ท่านอาจัดให้ชายกลางนั่งพับเพียบบนพรมหน้าเตียง พอประตูกลางเปิดอีกครั้ง หญิงใหญ่เดินออกมาตามด้วยท่านผู้หญิงไฉไลจูงมือพจมานในชุดสีฟ้าก้มหน้านิ่ง

    ชายกลางมองพจมานซึ่งไม่สบตาหรือเหลือบตาไปทางใดเลย ท่านอารับแหวนจากหญิงใหญ่ส่งให้ชายกลาง แนะนำเจ้าบ่าวว่า

    “ตามธรรมเนียมโบราณผู้ดีเก่าๆของเรา เวลาส่งตัวต้องให้เจ้าสาวมาไหว้เรา แล้วเราก็ให้แหวนนี้แก่เขา...รู้มั้ยจ๊ะ”

    ชายกลางอ้อมแอ้มเขินๆว่า “หม่อม”

    ท่านผู้หญิงไฉไลกล่าวกับพจมานว่า “เจ้าสาวกราบเจ้าบ่าวเสีย...ชายกลางเอาแหวนใส่ให้เรา วงนั้นเอาออกเสียก่อนไม่จำเป็นต้องใช้...ใช้วงเดียวก็พอ เสร็จแล้วสองผัวเมียกราบท่านอาขอประทานพร”

    ทั้งสองก้มกราบท่านอา ท่านวางเข็มกลัดในมือพจมาน ประทานพรว่า

    “อามาเห็นตัวจริงวันนี้แล้วอดสงสารไม่ได้...ต่างกำพร้าพ่อเหมือนกัน ให้รักใคร่อุ้มชูกันนะ ให้เจริญสุข เจริญสุข เข็มกลัดที่ให้เป็นของเก่าแก่ อาให้หลานหญิงเป็นของขวัญ อาจะหมั่นมาเยี่ยมบ่อยๆ”

    สองคนก้มลงกราบท่านอา พจมานน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ เมื่อได้ยินประโยคที่ว่า “กำพร้าพ่อเหมือนกัน” แล้วสองคนก้มลงกราบท่านผู้หญิงไฉไลและกราบหญิงใหญ่ หญิงใหญ่อวยพรว่า

    “พี่ดีใจกับน้องทั้งสองคนมาก...ขอให้รักกันตลอดไปจนแก่จนเฒ่า หนักนิดเบาหน่อยต้องรู้จักอภัยให้กัน หมั่นถนอมน้ำใจกันนะจ๊ะ”

    พจมานตื้นตันใจจนน้ำตาไหล เมื่อได้สัมผัสความรักความจริงใจของหญิงใหญ่

    ท่านผู้หญิงไฉไลเรียกชายกลางไปกระซิบที่ข้างหูทำเอาชายกลางหน้าแดงแล้วตอบว่า “ครับ”

    ท่านอาชวนท่านผู้หญิงไฉไลกลับ บอกบ่าวสาวไม่ต้องไปส่ง หญิงใหญ่เปิดประตูให้ท่านอาและท่านผู้หญิงไฉไลออกไปแล้วตัวเองจึงตามออกไป...

    พจมานเบือนหน้ามาสบตาชายกลางพอดี พจมานก้มหน้า หลุบตาลง...ชายกลางมองอย่างเอ็นดูรักใคร่

    เมื่อออกจากห้องหอแล้ว ท่านอาถามท่านผู้หญิงไฉไลว่ากระซิบอะไรกับชายกลางทำเอาหน้าแดง

    “หม่อมฉันเตือนเขาว่า ถ้าอยากได้ลูกผู้ชายหัวปี และต้องการให้เป็นคนมีชื่อเสียงทำนุบำรุงวงสกุลให้ถือศีลสามวัน”

    ooooooo

    นมทิพย์และแจ่มพาพจนีย์มาพักที่ห้องเดิมของพจมาน นมทิพย์บอกจะไปอยู่กับชายน้อยพจนีย์ถามแจ่มว่าชายน้อยคือใครและเรียก

    นมทิพย์ว่ายายแก่ แจ่มจึงบอกเสียงเรียบว่า ป้านมเป็นคนเก่าคนแก่ของท่านพ่อของคุณชายกลาง คุณพจให้ความนับถือ โดยเรียกว่าป้านม พจนีย์ถลึงตาใส่แจ่ม บอกว่าไม่ต้องมาสั่ง

    พจนีย์ซักแจ่มว่าพี่พจมานเป็นอย่างไรบ้าง แจ่มบอกว่าเกือบทุกคนรักพจมาน พจนีย์หูผึ่งแสดงว่าไม่ใช่ทุกคนรักพจมาน ถามอีกว่า “เออ! แล้วแม่ผัวล่ะ ท่าทางไม่ถูกกันใช่ไหม?” แล้วรำพึงกับตัวเองว่า ต้องไม่ถูกกันแน่ๆ

    แจ่มขอตัวไปช่วยงานข้างล่าง พจนีย์หงุดหงิดว่าคนใช้บ้านนี้หยิ่งกันทั้งนั้น แล้วเธอก็เปรียบเทียบอย่างแค้นใจว่า พจมานจากพินิตนันทน์เป็นสว่างวงศ์ แต่ตนจากพินิตนันทน์เป็นคงเยี่ยมจิตต์ ทั้งเปิ่นทั้งต่ำ แถมยังถูกคนต่ำๆทิ้งอีก

    ooooooo

    หลังจากเสร็จพิธีแต่งงาน ชายกลางอาบน้ำแล้วยืนทอดอารมณ์อยู่ริมหน้าต่างในห้องหอของตน

    ชายกลางมองมาที่ประตูกลาง นึกถึงตอนพจมานยังไว้ผมเปียเป็นเด็กกะโปโลวิ่งหนีอะไรมาเป็นลมในอ้อมแขนของเขา นึกถึงอิริยาบถต่างๆในการโต้เถียงและหยิ่งในศักดิ์ศรี แล้วมาถึงพจมานในชุดเจ้าสาว เขายิ้ม รำพึงว่า “ใครจะไปคิด”

    ขณะที่พจมานในชุดนอนยืนแปรงผมในห้องหอของตน ชายกลางเคาะประตูแล้วก้าวเข้ามา พจมานก้มหน้าลงบีบมือแน่น...ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ครู่หนึ่งพจมานบอกชายกลางว่าเสียใจที่ทำให้เขาต้องมาเป็นธุระเรื่องน้องสาวของตน ชายกลางพูดด้วยเสียงเรียบๆว่าตนเองไม่ควรไปยุ่งเรื่องของพี่น้อง เราควรเคารพในสิทธิ์ของแต่ละฝ่าย

    “แต่เมื่อกี้เป็นเหตุการณ์ที่แทรกเข้ามาในวันสำคัญของเรา ฉันจึงจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปตัดปัญหา ฉันขอบใจเธอมากที่ต้องอดกลั้นทำทุกอย่างเพื่อฉัน” พร้อมกับจับมือพจมานมาบีบเบาๆ “อย่างเมื่อตอนรดน้ำ หม่อมแม่ไม่ได้เห็นแก่ฉันเลย...บางทีฉันก็ภูมิใจที่เธอแต่งงานกับฉัน บางเวลาก็เสียใจที่ชวนเธอมาร่วมชีวิตที่บ้านทรายทองซึ่งมีปัญหาร้อยแปด เธออาจอดทนไม่พอเพราะอายุน้อยเกินไปที่จะรับฟังปัญหาเหล่านั้น...ฉันยินดีที่เธอไม่รังเกียจสว่างวงศ์ของฉัน เธอรู้หรือยังว่าเดี๋ยวนี้เธอคือใคร?”

    พจมานก้มหน้า ชายกลางเชยคางพจมานขึ้นสบตาเห็นว่าเธอน้ำตาคลอ จึงเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

    “มองหน้าท่านต้อมไม่ถนัดเพราะกระดากใจ กลับจากศรีราชาต้องไปเยี่ยมท่านต้อมกัน อย่าลืมเตือน”

    “พจคิดว่าจะไม่ไปศรีราชานี่คะ”

    “ทำไม! จัดของไม่ทันรึ?”

    “เปล่าค่ะ พจเป็นห่วงน้องนีย์ เกรงว่าแกอาจจะทำความยุ่งยากให้คุณหญิงใหญ่...น้องนีย์มาที่นี่เพราะต้องการส่วนแบ่งบ้านทรายทอง พจนีย์มาอย่างไร้ความคิด ต้องการให้พี่อุปการะ ผิดกับพจนาที่ไม่ต้องการอะไรเลย พจเป็นพี่สาวแกยังไม่เกรงใจ แล้วกับคนอื่นๆล่ะคะ”

    “แต่กับฉันไม่เห็นกล้าพูดอะไร...ถ้าเธอคิดถึงคนอื่นมากเกินไปเธอจะไม่มีความสุขเลยตลอดชีวิต

    วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราแทนที่จะพูดเรื่องของเรา เธอกลับเป็นห่วงน้อง แกโตแล้วแต่งงานก่อนเธอเสียอีก พจนีย์ปราดเปรียวกว่าเธอมาก...ตามใจเถอะ ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป” เมื่อพจมานจะพูดอะไรอีก ชายกลางขัดขึ้นว่า “ฉันไม่ชอบให้ใครมาขัดความตั้งใจเดิมของฉัน ไม่อยากอยู่ที่นี่ในวันแต่งงานของเรา เบื่อระเบียบแบบแผนที่ผูกมัดทุกลมหายใจเข้าออก ฉันต้องการเป็นตัวของตัวเองบ้างแม้จะเพียงหกเจ็ดวันในชีวิต”

    จากนั้น ชายกลางให้พจมานถามพจนีย์ว่าต้องการส่วนแบ่งหรือเงินหรือการอุปการะอย่างไร

    พจมานเดินไปที่หน้าต่างมองไฟประดับที่ยังสวยงามแม้งานเลี้ยงจะเลิกราแล้ว ชายกลางเดินมาข้างหลังโอบกอดพจมานเบาๆ พจมานสะดุ้งตัวแข็งทื่อ ชายกลางเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า

    “ดึกแล้ว...พักผ่อนเสีย...ฉันขอโทษที่อาจพูดรุนแรงไปบ้าง...” ชายกลางจูงพจมานมานอนบนเตียงอย่างอ่อนโยน หญิงสาวตื่นเต้นแทบไม่หายใจแต่แล้วก็ค่อยๆผ่อนคลาย เมื่อเขาหยิบผ้าห่มของขวัญจากเพื่อนมาห่มให้ ก้มหน้าลงมา สายตาอ่อนโยน

    “เธอเคยพูดว่านอกจากคุณพ่อของเธอแล้ว...ยังมีฉันอีกคนหนึ่งใช่ไหม ฉันจำได้...เพราะฉะนั้นอย่าวิตกกังวลในเรื่องอนาคต เราจะพบปัญหาอีกมากมาย” หยิบชายผ้าห่มขึ้นมาดู พลางเสยผมที่ปรกหน้าผากพจมานอย่างปรานี พูดนุ่มนวลว่า

    “เธอต้องไปศรีราชา...ถ้าเธอสบายใจ ฉันจะลางานเพิ่มอีก 5 วัน...” จับมือพจมานที่ใส่แหวนแต่งงานขึ้นมา “ฉันพอใจเหลือเกินที่เห็นพจมานน่ารักมากวันนี้ นอนได้แล้ว” พลางจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน ปิดไฟแล้วออกไป พจมานลุกขึ้นนั่งหยิบชายผ้าห่มที่ชายกลางหยิบขึ้นมาดู ก้มลงอ่าน

    “ถ้าเธอรักเขาเหมือนที่เขารักเธอ ไม่มีมีดใดจะมาตัดความรักของเธอให้ขาดออกเป็นสองได้” พจมานถอนใจยาวและรำพึงว่า “แต่คุณชายก็ยังไม่เคยบอกสักคำว่ารักพจ...”

    ooooooo

    บริเวณระเบียงบ้านชายทะเลหาดสงขลาในคืนฟ้ากระจ่าง ท่านติ๋วนั่งฟังเสียงคลื่นด้วยความรู้สึกว้าเหว่ น้ำตาคลอ อารมณ์เศร้าที่รู้ว่าผู้ชายที่ตัวรักกำลังแต่งงานกับผู้หญิงอื่น หญิงเล็กเข้ามาทักขณะท่านติ๋วยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา บ่นว่าตนโง่มาก หญิงเล็กจึงบอกว่าตนเองก็โง่เหมือนกัน

    สิริอรแซวว่าคนอกหักสองคนมานั่งปรับทุกข์กัน หญิงเล็กและท่านติ๋วไม่พอใจ แน่ใจว่าสิริอรก็ต้องเสียใจเหมือนกันที่คุณชายกลางแต่งงาน สิริอรบอกว่าตนสมน้ำหน้าชายกลางต่างหาก ช่างเลือกดีนักผลสุดท้ายได้เด็กอาศัยในบ้าน หญิงเล็กและท่านติ๋วฟังแล้วไม่พอใจเดินกลับไปนอน

    ก่อนมาสงขลา สิริอรบอกเกริกสามีว่าจะไปสงขลากับท่านติ๋วและหญิงเล็ก เกริกไม่พอใจถามว่าไม่อยากไปงานแต่งงานชายกลางใช่ไหม สิริอรยอกย้อนว่าถ้าใช่ล่ะ เกริกจ้องสิริอรอย่างไม่พอใจ

    นึกถึงชายกลางแล้วสิริอรผ่อนลมหายใจยาว เจ็บแค้นใจจนน้ำตาคลอ พึมพำ “นังเด็กนั่นมันมีดีอะไร”

    เช้าวันรุ่งขึ้น สิริอรเห็นท่านติ๋วและหญิงเล็กทานอาหาร ถามว่าใครทอดไข่ดาวและไส้กรอก แซวว่าคงเตรียมตัวไว้เป็น...ทำให้หญิงเล็กไม่พอใจบอกว่าเราแยกกันพักดีกว่า ต่างคนต่างเที่ยว ต่างคนต่างกลับ สิริอรรีบไหว้ขอโทษบอกว่าพูดไปเพียงให้สนุกเท่านั้น

    “แต่เราไม่สนุก”

    สิริอรหน้าเสียบอกว่าจะไม่พูดอีก พวกเราสามัคคีกันไว้ ช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรชายกลางจึงจะเลิกกับพจมานโดยเร็ว แล้วสามสาวเดินไปเลือกซื้อของที่ระลึก สิริอรขอแวะไปดูพลอยเติมและเพื่อนๆยืนคุยกับเจ้าของหันหน้าไปทางหน้าร้าน นัยน์ตาเป็นประกายบอกเพื่อนว่าเดี๋ยวมา เขาเดินไปทักกลุ่มหญิงเล็กซึ่งกำลังเลือกพลอย เติมเสนอไปเที่ยวสมิหลากัน ท่านติ๋วส่ายหน้าเป็นเชิงให้หญิงเล็กปฏิเสธ แต่สิริอรพยักหน้ารับ

    เมื่อกลับถึงบ้านพัก หญิงเล็กบอกว่าไปสมิหลา เรามีกันตั้งสามคนจะต้องกลัวอะไร เติมมารับพอดี เขาพาสามสาวไปโรงแรมสมิหลาสั่งพนักงานว่าขอห้องทางปีกที่ติดทะเล ดูแลให้ดี และจะรอสามสาวที่ล็อบบี้

    ooooooo

    พจนีย์วางตัวเป็นคุณนายนอนจนบ่ายแล้วยังไม่ตื่น พจมานเคาะห้องเรียก กลับทำยโสบอกให้แจ่มไปยกสำรับมากินบนห้อง

    “ไม่ต้อง...พี่แจ่ม” หันมาสั่งพจนีย์ว่า “เก็บที่นอน อาบน้ำแล้วไปกินข้าวข้างล่าง ไม่อย่างนั้นไม่ต้องกิน พี่เอง ต้องทำทุกอย่างเหมือนกัน แล้วพี่ไม่เคยสั่งให้ใครยกข้าวปลามาให้พี่กินในห้องเลย”

    เมื่อออกจากห้อง พจมานบอกแจ่มให้จัดข้าวปลาให้พจนีย์ทางด้านหลัง แจ่มมองอย่างเห็นใจ

    พจนีย์ไม่พอใจที่ต้องมากินข้าวด้านหลัง ไม่ได้ไปกินในห้องกินข้าว พอดีนมทิพย์จูงชายน้อยเดินมา พจนีย์ตวาดชายน้อยว่ามองอะไร ชายน้อยกลัวแอบหลังนมทิพย์ แจ่มบอกพจนีย์ว่า “คุณพจมาใหม่ๆก็มาทานที่นี่เหมือนกัน”

    “ใครเอะอะเสียงดังไปถึงข้างใน” หญิงใหญ่เดินมามองพจนีย์ถามว่าเธอเป็นน้องพจมานใช่ไหม พจนีย์พยักหน้า

    “ผู้ใหญ่พูดด้วยต้องไม่ใช่พยักหน้า มือไม้ก็แข็ง”

    นมทิพย์บอกให้พจนีย์ไหว้หญิงใหญ่ พจนีย์ไหว้อย่างเสียไม่ได้ หญิงใหญ่เสียงขุ่นไม่พอใจ

    “ไม่เต็มใจก็ไม่ต้องไหว้หรอก มาใหม่ๆให้นมทิพย์อบรมมรรยาทก่อน ไม่อย่างนั้นจะขายหน้า...มาชายน้อย มากับพี่”

    ooooooo








    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 23:51 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์