นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


    นกุลยืนมองป้ายทองเหลืองชื่อ “บ้านทรายทอง” พร้อมยิ้มเศร้าอย่างขมขื่น รำพึงว่า

    “ถึงฉันจะอาภัพรัก แต่ก็ยังไม่อาภัพที่ได้รู้จักรักใครคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจมาแล้ว” แล้วก็นั่งสามล้อจากไป...

    ก่อนที่นกุลจะจากไป...ท่านต้อมขอให้ชายกลางไปบอกพจมานถึงความรู้สึกของตน แต่ชายกลางให้แจ่มไปตามพจมานมาให้ท่านต้อมบอกเอง

    เมื่อพจมานมาถึง พบทั้งท่านต้อม นกุล และชายกลาง แต่พจมานกลับเดินไปหาชายกลาง ทำให้ท่านต้อมและนกุลผิดหวัง ชายกลางถามว่า ได้พูดจาตกลงกับท่านต้อม แล้วหรือยัง พจมานน้ำตาไหลด้วยความน้อยใจตอบเบาๆ ว่าเปล่าค่ะ แล้วพูดต่อด้วยเสียงปนสะอื้นว่า

    “พจไม่ได้พูดอะไรกับท่านต้อม แต่พจแต่งงานกับท่านต้อมไม่ได้ พจไม่ได้รักท่านต้อม” ชายกลางฟังแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ “พจจะมากราบขอบคุณคุณชายที่มีสร้อยคอมาฝาก”

    ชายกลางถามว่า “ร้องไห้ทำไม ฉันไม่ชอบเห็นใครร้องไห้” ถามอีกว่า “นอกจากเรื่องสร้อยคอ พี่หญิงใหญ่ บอกอะไรกับเธออีก” พร้อมกับมองพจมานด้วยแววตา ประหลาดจนพจมานต้องหลบตามองพื้น...ท่าทางขวยเขินชายกลางจับมือทั้งสองของพจมานมารวบไว้

    ถามซ้ำอีก ทำให้พจมานยิ่งก้มหน้า ชายกลางมองภาพนั้นด้วยความรักระคนเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับบอกว่า “ถ้าพี่หญิงใหญ่ไม่ได้บอก ฉันจะบอกเธอว่า นอกจากคุณพ่อ...เธอจะต้องมีฉันเป็นผู้พิทักษ์ดูแลให้เธอมีความสุข จนตลอดชีวิตของเรา...ถ้าเธอไม่รังเกียจนามสกุลสว่างวงศ์ ของฉัน”

    ชายกลางปล่อยมือข้างหนึ่ง เชยคางพจมานให้ เงยสบตาถามว่า “รังเกียจนามสกุลของฉันหรือเปล่า”

    เมื่อกลับห้อง พจมานทบทวนเหตุการณ์ระหว่างตนกับชายกลาง มือแตะสร้อยคออย่างทะนุถนอม มองไปในกระจกพึมพำ “พจมาน สว่างวงศ์” แล้วนึกถึงตอนที่เคยพูดกับชายกลางว่า ตนเกลียดพวกสว่างวงศ์ทุกคน รวมทั้งชายกลางด้วย ซึ่งชายกลางบอกว่า เธอจะต้องเสียใจที่ได้กล่าวคำนี้ออกไป และวันนี้ก็พูดกับเธอว่า “ตลอดชีวิตของเรา...เธอจะต้องมีฉัน”

    ooooooo

    พจมานดื่มน้ำชากับท่านอ้อมที่วัง และบอกเบาๆว่า “พจ...พจจะแต่งงาน” ท่านอ้อมยังเข้าใจว่าจะแต่งงานกับท่านต้อมแต่พจมานบอกโดยไม่สบตาว่า “แต่งกับ...เอ้อ...คุณชายกลางค่ะ”

    ท่านอ้อมมาคุยกับท่านตุ้มเรื่องพจมานจะแต่งงาน ท่านตุ้มสงสารท่านต้อมที่อุตส่าห์ขอให้ชายกลางเป็นพ่อสื่อ แต่พจมานกลับไปรักพ่อสื่อแทน แต่ท่านตุ้มก็ไม่โกรธพจมาน เพราะเธอไม่เคยพูดว่ารักท่านต้อม

    เพื่อนๆของพจมานกำลังสังสรรค์ที่วังท่านอ้อม ท่านอ้อมประกาศให้เพื่อนๆทุกคนทราบว่า

    “ทุกคน...ฟังทางนี้ เรามีข่าวดีจะบอก พจมานจะแต่งงาน” ขาดคำเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจดังขึ้นทันที ทุกคนล้วนอยากรู้ว่าพจมานจะแต่งกับใคร แล้วก็เดากันว่าต้องเป็นเจ้าพี่ของท่านตุ้มอย่างแน่นอน

    “ไม่บอก! เพราะยังบอกไม่ได้” ท่านตุ้มตอบแล้วอมยิ้ม ท่านอ้อมพูดขึ้นว่า

    “หยุด สำหรับเจ้าบ่าว ยังไงก็ต้องรู้อยู่ดี คือหม่อม ราชวงศ์ภราดาพัฒน์ระพี สว่างวงศ์” ขาดคำ เพื่อนๆหน้าเหวอกันทุกคน เพื่อนบางคนสงสัยว่าเขาตกลงกันเมื่อไร แต่ไม่มีใครกล้าถาม การกินจึงดำเนินไปอย่างสนุกสนานและวิจารณ์ว่าคุณชายกลางหน้าดุจะตาย บางคนบอกว่า ท่านต้อมใจดีน่ารัก

    หม่อมพรรณรายและหญิงเล็กกลับจากพักผ่อนที่สงขลา เอมสาวใช้จอมแสบรีบมารายงานว่าพจมานกำลังจะสมรสกับชายกลาง หม่อมพรรณรายฟังแล้วทำท่าจะเป็นลม หม่อมถือยาดมเข้าไปในห้องสมุด

    ชายกลางจับแขนหม่อมถามว่า “หม่อมแม่ไปสงขลามาสนุกไหม” หม่อมพรรณรายไม่ตอบ แต่จ้องหน้าชายกลางเขม็งถามว่า

    “เธอจะแต่งงานกับนังเด็กบ้านนอกนั่นรึ” แล้วสะบัดมือจากชายกลางที่จับแขนไว้

    ชายกลางบอกว่าหากหม่อมไม่ไปสงขลาตนก็จะเรียนให้ทราบเป็นท่านแรก หม่อมถามน้ำตาคลอว่า

    “ชายทำกับแม่อย่างนี้ได้อย่างไร ชายก็รู้ว่าแม่เกลียดมัน ไหนบอกว่าเราจะย้ายไปอยู่ที่อื่น นังนี่ มันฉลาด มันกี่คนมาแล้ว ไอ้เพื่อนคนนึง แล้วมาท่านต้อม แล้วมาพ่อภราดา มันเอาไว้หมด”

    “ถ้าแต่งงานกับพจมาน การแยกกันอยู่ย่อมเป็นไปไม่ได้ พจมานก็ต้องการให้หม่อมแม่อยู่ที่นี่ ขอให้หม่อมแม่ รักและเมตตาพจมานที่เขาจะเป็นภรรยาของผม” ชายกลางพูดเรียบๆ แต่หม่อมพรรณรายฟังด้วยสีหน้าบอบช้ำเอ่ยว่า

    “ปากคอมันเราะราย จองหอง ก้าวร้าว จะให้แม่ไปพินอบพิเทามันแม่ทำไม่ได้หัวเด็ดตีนขาด ผู้หญิงดีๆ มีเยอะ เลือกแล้วเลือกอีกจนแก่ตัว แล้วมาจนมุมอีเด็กในบ้าน” ชายกลางแย้งว่าพจมานไม่ใช่เด็กในบ้าน แต่เป็นเจ้าของบ้านทรายทอง เราเป็นคนอาศัย คำพูดนี้ยิ่งทำให้หม่อมพรรณรายเจ็บจี๊ดจนเสียงสูงแดกดันชายกลางว่า “ทิ้งแม่ ทิ้งน้อง เอาแต่เมีย”

    ชายกลางให้แจ่มไปตามพจมานมากราบขอโทษหม่อมพรรณราย แจ่มไปตามพจมานที่ห้องชายน้อย พจมานกำลังระบายสีอยู่ จึงให้ชายน้อยระบายสีต่อไป ส่วนตัวเองตามแจ่มมาพบหม่อมพรรณรายที่ห้องสมุด

    พจมานพบชายกลางที่หน้าห้องสมุด ชายกลางบอกว่าได้เรียนเรื่องแต่งงานไปแล้ว แต่หม่อมแม่บอกว่าท่านกับเธอไม่เคยเข้าใจกันมาก่อนหรือจะให้หญิงใหญ่ช่วยพูด แต่พจมานบอกว่าอย่าไปรบกวนคุณหญิงใหญ่เลย

    เมื่อพจมานและชายกลางเข้ามาในห้องสมุด หม่อมปรายตามองแว่บหนึ่ง แล้วเชิดหน้าปึ่ง พจมานเดินเข้าไปตรงหน้าหม่อมก้มกราบแทบเท้า ชายกลางมองด้วยสายตาอ่อนโยน แต่หม่อมพรรณรายชักเท้าหนีอย่างรังเกียจ

    “พจขอกราบประทานโทษที่เคยล่วงเกินหม่อมป้ามาตั้งแต่ต้น...พจไม่ได้เจตนาค่ะ...แต่ต่อนี้ไปพจ คงไม่อาจล่วงเกินหม่อมป้าอีก” พจมานพูดน้ำตาไหล เพราะต้องละพยศ ความทะนงตัว ความองอาจกล้าหาญ ทุกอย่างหมดไปเพราะคนคนเดียว เมื่อตัดสินใจจะใช้นามสกุลสว่างวงศ์

    หม่อมพรรณรายลุกขึ้น เดินเชิดหน้าเฉียดไปจนเกือบเหยียบชายกลางและพจมาน ชายกลางอ่อนใจ และพจมานก็ลุกเดินออกไปเช่นกัน

    ชายกลางอยากให้หญิงใหญ่ไปคุยกับหม่อมแม่ แต่หญิงใหญ่ยิ้มเยาะบอกว่า “อย่างกับคุณแม่โปรดนักนี่” หญิงใหญ่แนะว่าท่านหญิงไฉไลอาจช่วยพูดได้

    หม่อมพรรณรายโทรศัพท์ไปหาท่านผู้หญิงไฉไลพูดประชดประชันว่าตนไม่ขอยุ่งเกี่ยวถ้าท่านผู้หญิงไฉไลอยากจะเจ้ากี้เจ้าการก็เชิญมาเป็นผู้ใหญ่จัดให้เลย คำพูดของหม่อมพรรณรายทำให้ท่านผู้หญิงไฉไลอ่อนใจและวางโทรศัพท์ลง

    หญิงเล็กสนับสนุนคำพูดของหม่อมพรรณรายและสมน้ำหน้าท่านต้อมที่มาถอนหมั้นตนและให้ชายกลางเป็นพ่อสื่อแต่พ่อสื่อกลับได้พจมานเสียเอง เข้าทำนอง พ่อสื่อพ่อชักวัวพันหลัก

    หม่อมพรรณรายยังแค้นใจและจะผลักไสให้พจมานแต่งงานกับนกุล บอกว่าอีกสองสามวันจะย้ายไปอยู่ตึกขวาง หญิงเล็กก็บอกว่าจะไปสงขลาตอนชายกลางแต่งงานกับพจมาน

    ooooooo

    วันนี้ขณะที่พจมานลงบันไดสวนกับหญิงเล็กขึ้นบันไดมาพอดีต่างชะงักไปนิดหนึ่ง พจมานยืนหลบให้หญิงเล็กขึ้นก่อน

    หญิงเล็กมองอย่างเหยียดหยามแต่หัวจดเท้า แล้วจิ้มหน้าพจมานจนหงาย พูดว่า สมใจแล้วสินะ ใช้มายาสาไถยจนได้แต่งงานกับพี่ชายกลาง จับข้อมือซ้ายพจมานบีบขึ้นมาดูพูดเย้ย

    “ไหนล่ะแหวนหมั้น พี่ชายก็แปลกทำไมไม่ใส่แหวนหมั้นให้คู่รัก ดูเหมือนไม่ใช่ ใจฉันเดาว่า พี่ชายอาจต้องการให้พวกเราอยู่บ้านทรายทองต่อไป เขาคงอับอายที่จำเป็นต้องหมั้นกับผู้หญิงต่ำๆ จึงไม่พาไปแนะนำให้เพื่อนฝูงหรือพระญาติรู้จัก”

    “ผู้หญิงต่ำๆคนนี้แหละค่ะที่กำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของคุณหญิง” พจมานตอบโต้ หญิงเล็กยกมือขึ้นจะตบ พจมานคว้าไว้ทัน “ไม่ควรทำอย่างนี้...ควรเกรงใจคุณชายบ้าง ต่อไปนี้ถ้าคุณหญิงเล็กจะตบดิฉันอีก ดิฉันจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียวเด็ดขาด”

    พจมานหันหลังเดินย้อนกลับไปเข้าห้องตนเอง ปิดประตูยกมือซ้ายขึ้นดูว่างเปล่า...ปราศจากแหวน นึกถึงคำพูดของหญิงเล็กสามสิ่งคือ แหวนหมั้น การพาไปพบเพื่อนฝูงและพระญาติ และอับอายที่หมั้นกับผู้หญิงชั้นต่ำ คิดแล้วน้ำตาอาบแก้ม

    ฝ่ายหญิงใหญ่กำลังให้คนงานทำความสะอาดบริเวณบ้านอยู่ หญิงเล็กเดินมาพูดประชดว่า คิดดีแล้วหรือที่จะเป็นหัวเรือใหญ่จัดงานแต่งงานให้พจมาน หญิงใหญ่แจงว่า

    “พจมานไม่ใช่คนอื่น กำลังจะแต่งงานกับชายกลาง ไม่ควรเรียกจิกเขาอีกต่อไป เพราะเขากำลังจะเป็นพี่สะใภ้” หญิงเล็กโต้กลับทันทีว่าหญิงไม่ยอมรับมัน “เมื่อชายกลางแต่งงานกับเขา เขาก็คือพี่สะใภ้ของเธออยู่ดี”

    หญิงเล็กแค้นใจว่าหญิงใหญ่เห็นคนอื่นดีกว่าน้องแท้ๆ หญิงใหญ่ยืนยันว่า “พี่ทำในสิ่งที่ควรทำ” แล้วคุมคนงานทำงานต่อไป ไม่สนใจหญิงเล็กที่สะบัดหน้าออกไป

    ooooooo

    ที่วังท่านอ้อม หม่อมแม่ของท่านอ้อมกับแม่ครัวกำลังคิดเมนูอาหารเลี้ยงพจมาน แม่ครัวเสนอข้าวแช่ หม่อมแม่ขอความเห็นท่านอ้อม ท่านอ้อมบอกว่าหนักไป จะเลี้ยงน้ำชากับของว่างแล้วก็ไอศกรีม ให้แม่ครัวทำของว่างแบบไทย ส่วนไอศกรีมจะสั่งเขาทำ

    ขณะเดียวกัน มณีคลานนำพจนีย์เข้ามา พจนีย์คลานไม่เป็นจึงดูเก้งก้างและแนะนำว่าตัวเองชื่อภาณี มณีสอนพจนีย์กราบและให้พูดว่าเจ้าคะแทนจ้ะเพราะที่นี่เป็นวัง พจนีย์นั่งก้มหน้าไม่พอใจ หม่อมบอกว่าก้มหน้าเหมือนผีกระสือ มณีจึงบอกให้เงยหน้า ท่านอ้อมชมว่าหน้าตาดีคล้ายๆใครสักคนยังนึกไม่ออกหม่อมแม่ให้มณีพาพจนีย์ไปอยู่กับเติบเพราะวัยใกล้กัน

    ที่ห้องเติบ...พจนีย์ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา เติบบอกว่าวันนี้นอนเสื่อไปก่อนพรุ่งนี้จะซื้อที่นอนมาให้ พจนีย์ถอนใจเฮือกทิ้งตัวลงนั่งข้างฝา พูดจงใจให้เติบได้ยินว่า ไม่นึกว่าจะตกต่ำอะไรอย่างนี้ ตนเป็นลูกคุณพระไม่เคยลำบากไม้กวาดก็ไม่เคยจับ ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้จะย้ายไปอยู่ที่อื่น

    พจนีย์ถามเติบว่าวังท่านอ้อมจะมีงานเลี้ยงอะไร เติบบอกว่าเลี้ยงพจมานพระสหายท่านอ้อมเขาจะแต่งงานกับชายกลางเจ้าของบ้านทรายทอง พจนีย์หูผึ่ง บาดหูจนไม่อยากฟังเมื่ออยู่คนเดียว พจนีย์นัยน์ตาเคียดแค้นว่าพจมานเห็นแก่ตัวที่สุด เลิกนับถือกันที!

    มณีเข้ามาบอกหม่อมแม่ของท่านอ้อมขณะนั่งเสียบดอกมะลิกับกัลปังหาว่า พจนีย์สอดรู้สอดเห็นเรื่องพจมานซักเติบอย่างกับรู้จักพจมานดี หม่อมแม่และท่านอ้อมไม่อยากได้พจนีย์มาทำงานที่วัง เพราะมีเจ้านายสองคนเท่านั้น

    ท่านอ้อมโทรศัพท์มาชวนพจมานไปดื่มน้ำชาตอนบ่ายพรุ่งนี้ พจมานจะเดินทางไปเองจึงขออนุญาตหญิงใหญ่ไปวังท่านอ้อม หญิงใหญ่บอกให้พจมานขออนุญาตชายกลางเพราะจะแต่งงานกันแล้ว

    ตอนเย็นเมื่อพจมานบอกชายกลางหันมาถามว่าจะไปกี่โมง พจมานบอกว่าประมาณบ่ายสองโมงกว่า

    “ให้จรขับรถไปส่งก็แล้วกัน...แล้วก็ไม่ต้องวุ่นวายอะไร มีอะไรอีกไหม”

    พจมานส่ายหน้าตอบเบาๆว่าไม่มี แล้วน้ำตาก็เริ่มปริ่มออกมา

    ออกมาพบเอมที่หน้าห้อง เอมย่อเข่าถามว่าพจมานเป็นอะไร พจมานบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร พอพ้นสายตาพจมาน เอมเบ้ปากพูดกับตัวเองว่า ถูกคุณชายกลางดุเอาล่ะสิ แล้วเอาไปพูดต่อกันในกลุ่มคนงานต่างๆนานา

    ooooooo

    กลางวันวันรุ่งขึ้น พจมานแต่งตัวเตรียมไปวังท่านอ้อม เดินมากับแจ่มผ่านห้องหม่อมพรรณรายที่กำลังพูดโทรศัพท์อยู่อย่างยิ้มแย้ม พอเห็นพจมานก็หน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที

    พอจรเปิดประตูรถให้พจมาน หม่อมพรรณรายก็บอกว่าตนจะใช้รถ ถามพจมานว่า เดี๋ยวนี้นั่งสามล้อไม่เป็นแล้วรึ

    “ดิฉันไม่เคยลืมตัว คุณชายสั่งให้นายจรไปส่ง” จรก็บอกว่า ชายกลางสั่งให้ไปส่งพจมานและรับชายกลางกลับจากกระทรวง หม่อมนิ่งอึ้ง พูดคอแข็งว่า “นังคางคกขึ้นวอ”

    พจมานหน้าแดงด้วยความอับอายแล้วเดินขึ้นรถไปอย่างสง่า ส่วนหม่อมหันไปเล่นงานแจ่มว่าไม่รู้จักข้าวแดงแกงร้อน เนรคุณไปเข้าข้างพจมาน

    ในห้องเติบ พจนีย์อ้างว่าป่วยไม่ยอมไปช่วยงานในครัว เติบได้แต่มองอย่างอ่อนใจ แต่พจนีย์อยากดูของเลี้ยงพจมานจึงเดินไปดูบอกเติบว่าค่อยยังชั่วแล้ว สายตาลอบชะเง้อไปทางห้องนั่งเล่นซึ่งเพื่อนๆของพจมานนั่งคุยกันกิ๊วก๊าว เพื่อนร้องทักกันว่า “พจมานมาแล้ว พระเอกไม่ได้มาด้วยหรือ”

    พจนีย์ริษยากัดปากแน่น หน้าซีด มณีทักว่าหน้าซีดอย่างกับจะเป็นลม พจนีย์บอกว่าตนจะเป็นลมจริงๆ เติบจึงไล่ไปพักเสีย เมื่อไปถึงห้อง พจนีย์อุดหูอย่างทนฟังเสียงกิ๊วก๊าวของเพื่อนๆพจมานไม่ได้

    เพื่อนๆแซวพจมานให้หัดเซ็นนามสกุลสว่างวงศ์ และล้อว่านึกไม่ออกว่าชายกลางผู้เคร่งขรึมเวลาบอกรักพจมานจะมีหน้าตาอย่างไร ทุกคนสนุกสนานหยอกล้อกันอย่างแจ่มใสตามวัย

    เติบมาตามพจนีย์ที่ห้องบอกว่าหม่อมให้มาตามไปช่วยงานกันก่อนพรุ่งนี้ให้นอนทั้งวันเลยแต่พจนีย์ ไม่ยอมไป เติบถามว่าอิจฉาหรือเปล่า คำพูดนี้จี้ใจดำ ทำให้พจนีย์กำมือแน่นจ้องเติบตาแทบถลน เมื่อเติบถามซ้ำ พจนีย์ลุกขึ้นทันทีพูดเกือบเป็นตวาดว่า

    “ไม่ได้อิจฉา! แต่มันเจ็บใจ!! เจ็บใจที่ถูกโกง ถูกเอาเปรียบ!!” แล้วสะบัดออกไป เพื่อนๆให้ท่านตุ้มเป็นตัวแทนมอบของขวัญให้พจมานบอกว่าห้ามแกะออกจนกว่าจะถึงวันที่ 15 พจมานขอบคุณ ทุกคนตื้นตันรวมทั้งมณี หลังงานเลี้ยงน้ำชาพจมานและท่านตุ้มกราบลาหม่อมแม่

    หญิงอ้อมและท่านตุ้มจะไปส่งพจมานที่หน้าวัง พบรถจอดใต้ร่มไม้ สองสาวชะงักห่อปากทำตาโต ส่วนพจมานพึมพำอึ้ง “คุณชาย” สองสาวกระซิบกันว่า มารับ เองเลย แล้วมองตามรถแล่นไปจนลับตา

    ooooooo

    ชายกลางขับรถมาเงียบๆ พจมานลอบมองอย่างน้อยใจในท่าทีห่างเหินนั่น เหมือนชายกลางจะรู้สึกตัวพูดลอยๆว่า “เมื่อเช้าพี่ใหญ่มาถามเรื่องห้องนอน” สบตาพจมานแวบหนึ่งแล้วพูดต่อ “เธอจะย้ายมาห้องใหญ่...เตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่ ทำไมเรื่องแค่นี้ ไม่จัดการเองหรือคิดเอง จนป่านนี้แล้วมันควรเรียบร้อย”

    พจมานก้มหน้าอึกอักตอบว่า “พจไม่ทราบว่าคุณชายจะต้องการห้องใหญ่...เตียงใหญ่เดี่ยวหรือเตียงเล็กคู่...เพราะ...เอ่อ...เพราะอาจจะไม่ชอบรวมกัน” หยุดไปอึดใจแล้วรีบพูดต่อ “พจคิดว่าน่าจะจัดคนละห้องดีกว่า ถ้ามีเครื่องใช้พอ แต่คุณหญิงใหญ่บอกว่าเตียงเก่ายังใช้ได้จึงต้องรอถามคุณชาย”

    คุณชายฟังแล้วเลี้ยวรถอย่างแรง ถามเสียงขุ่นว่า

    “ฉันบอกนายพรให้มอบเงินให้เธอจำนวนหนึ่งซื้อหาสิ่งของที่เธอต้องการ...แกไม่ได้ให้หรอกหรือ”

    “ให้หลายวันแล้วค่ะ แต่เรื่องนี้..เอ้อ...เรื่อง...ห้องไม่ได้เกี่ยวกับเงิน...มันเกี่ยวกับความสะดวก...กับความประสงค์ของคุณชาย พจเกรงว่าการยกเตียงเล็กๆเข้าไปในห้องหม่อมป้าเดิมจะทำให้แคบและอึดอัดจึงอยากจะจัดห้องคุณหญิงเล็กและห้องคุณหญิงใหญ่เดิมแทน เพราะมีประตูติดต่อถึงกันได้ แต่คุณหญิงใหญ่คัดค้านว่าจะต้องหาเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น”

    “หมายความว่าเธอต้องการใช้สองห้องนั้นแทนห้องเดียวใช่ไหม”

    พจมานนิ่งไปสักครู่จึงตอบรับ ชายกลางไม่พูดอะไรอีก ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบน่าอึดอัด...

    ooooooo

    ชายกลางขับรถมาจอดหน้าตึก พจมานขยับจะก้าวลง ชายกลางเอ่ยว่า

    “พจมาน...เธอลืมของ” พร้อมหยิบห่อของขวัญซึ่งเป็นกล่องกำมะหยี่สี่เหลี่ยมเล็กๆวางข้างบนส่งให้พจมานรับมาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อชายกลางขับรถออกไป พจมานยิ้มนิดๆ น้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ

    แจ่มเข้ามาบอกพจมานว่าพจนาน้องชายเธอพาคนมาส่ง พจมานจึงหยิบกล่องกำมะหยี่ใส่กระเป๋าถือ และส่งห่อของขวัญให้แจ่มไปเก็บที่ห้อง

    เมื่อพจนาเห็นพจมาน เขามองอย่างตื่นเต้นบอกว่าแต่งตัวโก้เหมือนนางฟ้า สมเป็นคุณนายของบ้านหลังใหญ่ แล้วบอกว่าเมื่อคืนพาบุญเรือนไปพักที่โรงแรม

    “มันค่อนข้างโง่ แต่ซื่อสัตย์ไว้ใจได้ เงินทองไม่ขโมย เงินเดือนแล้วแต่จะให้ พี่ใหญ่สวยขึ้นมากจริงๆ”

    เมื่อพจมานถามถึงแม่ พจนาบอกว่าวันงานคงไม่มา แต่งงานแล้วไปเยี่ยมบ้างอย่ารอจนมีหลาน พจมานถามถึงลูกของพจนา เขาบอกว่ากำลังจะมีอีกคน พจมานฟังแล้วกลุ้มแทนแม่และหน้าเศร้าเพราะในวันงานไม่มีผู้ใหญ่ฝ่ายตนสักคน

    พจมานถามถึงพจนีย์ พจนาตอบว่า “ได้ข่าวว่าเลิกกับผัว หรือผัวทิ้งก็ไม่รู้ ถ้าสบายดีคงไม่กลับบ้าน...กลับเมื่อไรก็โซเหมือนหมาจนตรอก ผมกลับล่ะ” พลางพนมมือ พูดด้วยสีหน้าแววตาจริงจังและจริงใจว่า “ผมขอให้พี่ใหญ่มีความสุข เอาชนะใจคนด้วยความเยือกเย็นเป็นสง่า ผมกับคุณแม่วิตกเรื่องพี่เสมอ ผมเชื่อว่าพี่ต้องปกครองดูแลบ้านนี้ได้ดี...ลูกของคุณพ่อต้องมีสง่า มีแต่พี่พจคนเดียวที่จะเชิดชูวงศ์สกุล”

    พจนาหน้าเศร้าหลบตามองพื้น คิดว่าตนและพจนีย์ไม่มีวันได้ดีอย่างที่พ่อหวังเป็นแน่

    พจนาไหว้พี่อีกครั้งแล้วหันหลังผลุนผลันออกไปไม่ให้พี่เห็นน้ำตา ขณะที่พจมานเองก็น้ำตาไหลเช่นกัน

    ooooooo

    พจมานเข้าห้องตนเอง หยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา ภาพและเสียงของพจนายังก้องในหูและความทรงจำว่า ชาตินี้ทั้งชาติผมไม่มีวันดีแล้ว พจนีย์ก็เหมือนกัน มีแต่พี่พจคนเดียวที่จะเชิดชูวงศ์สกุล

    คิดถึงความหวังของน้องแล้วหนักใจ พจมานตัดใจเปิดกระเป๋าหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมา พยายามระงับความตื่นเต้น มือสั่นนิดๆ ในกล่องเป็นแหวนเพชรน้ำงามเม็ดเดี่ยว พจมานยิ้มทั้งน้ำตา แล้วบรรจงสวมบนนิ้วนางข้างซ้าย พลันเสียงของชายกลางเข้ามาสู่ความทรงจำ

    “ร้องไห้ทำไม...ไม่รู้รึว่าฉันไม่ชอบเห็นใครร้องไห้”

    “เธอต้องมีฉันเป็นผู้พิทักษ์ดูแลให้เธอมีความสุขตลอดชีวิตของเรา ถ้าเธอไม่รังเกียจนามสกุลของฉัน...สว่างวงศ์”

    พจมานถอนใจ คิดว่าทำไมคุณชายไม่พูดว่า “พจมาน... ฉันรักเธอ” ทำให้พจมานระแวงแคลงใจและกังวล

    ขณะนั้นเองชายน้อยมาเคาะประตูส่งกระดาษพับเล็กๆให้ ซึ่งชายกลางเขียนบอกว่าได้สั่งเครื่องนอนใหม่สองชุดพรุ่งนี้จะมาส่งชายน้อยเห็นแหวนที่นิ้วนางของพจมาน ชมว่าแหวนสวย ถามว่า “พี่ชายกลางให้ใช่ไหมก๊ะ”

    พจมานไม่ตอบชวนชายน้อยลงไปข้างล่าง ใจครุ่นคิดว่าคุณชายให้ทุกอย่าง...ยกเว้นประโยคเดียว...

    ooooooo

    หม่อมพรรณรายไปบ้านแพรวพรรณที่เป็นน้องสาว บ่นว่าไม่อยากอยู่ที่บ้านทรายทองเลย เราเคยครอบครองแต่ตอนนี้ต้องย้ายไปอยู่ที่ตึกขวาง ในขณะที่พจมานเดินชูคอเหมือนกิ้งก่าได้ทอง

    แพรวพรรณยุส่งว่า ไม่ทันไรชายกลางก็หลงเมียจนลืมแม่ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย ถ้าเป็นตนจะไม่ยอมเด็ดขาด หม่อมยิ่งน้ำตาไหล แพรวพรรณเสี้ยมต่อไปว่า บรรดาคนรับใช้ถ้าเป็นคนของหม่อมต้องเอาไปไว้ที่ตึกขวางให้หมด แล้วตนจะส่งสายใจไปอยู่ตึกใหญ่ น่าจะไปก่อนที่นังพจมานแต่งงาน

    สายใจทะลุกลางปล้องว่า “นังพจมานนี่เป็นใครหรือเจ้าคะ” หม่อมสบตากับแพรวพรรณบอกว่าเป็นคนที่ฉันเกลียดที่สุด สายใจยิ้มอย่างมีเลศนัยพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคงสนุกล่ะเจ้าค่ะ”

    ชายกลางรู้ว่าหม่อมแม่ไปบ้านน้าแพรวพรรณมา ค่ำนี้จึงเดินไปหาที่ห้องรับแขก ถามทุกข์สุขของครอบครัวน้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    หม่อมแดกดันทันทีว่า “ตามอัตภาพ ใครจะสุขกายสบายใจเหมือนชายกลาง” แล้วบอกว่า “จะเอาเอมกับฟัก ไปอยู่กับแม่ที่ตึกขวาง และขอคนของน้าแพรวมาช่วย ให้แจ่มทำคนเดียวคงไม่ไหว”

    เมื่อชายกลางแจ้งว่าแม่ของพจมานส่งเด็กมาให้ หม่อมขึ้นเสียงไม่พอใจทันที

    “มันมีสิทธิ์อะไร อีกหน่อยคงขนพวกบ้านนอกมาอยู่เต็มบ้าน เรื่องคนของน้าแพรว แม่รับปากเขาแล้ว ยังไงก็กลับคำปฏิเสธไม่ได้ ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ คงจะเป็นหูเป็นตาแทนแม่ได้...แล้วนี่นัง...แม่พจมานเขารับเด็กไว้ไม่คิดจะพามารู้จักแม่ใช่ไหม”

    “เขาคงเห็นว่าหม่อมแม่ยังไม่กลับ...”

    “โอ๊ย! อย่ามาแก้แทนกันเลย ยังไม่ทันไรเห็นเมียดีกว่าแม่”

    ชายกลางมองตามหม่อมที่เดินออกไปอย่างหนักใจ

    ooooooo

    ที่โต๊ะอาหารเช้าวันนี้ ท่านต้อมนั่งเงียบๆเหมือนยังอยู่ในความผิดหวัง ท่านตุ้มชวนทานข้าวต้มกุ้งกันเถอะ

    พอดีท่านติ๋วอยู่ในชุดเดินทางลงมาบอกว่าจะไปสงขลากับหญิงเล็กและสิริอร เพราะไม่อยากดูพจมานชูคอเป็นเจ้าสาวของชายกลาง

    “คงมีน้องตุ้มคนเดียวที่ดีใจ” ท่านติ๋วแขวะ ท่านตุ้มนิ่ง รวบช้อนบอกว่าจะไปวังท่านอ้อม ท่านต้อมจึงอาสาไปส่ง

    เช้าวันเดียวกัน ขณะที่หม่อมพรรณรายทานอาหารเช้าที่ตึกขวาง หญิงเล็กในชุดเดินทางลงมาบอกว่าเมื่อคืนได้ยินเสียงครวญครางทั้งคืน ห้องนอนทั้งแคบอึดอัด แถมมีกลิ่นสีที่ทาใหม่ วันนี้จะไปสงขลา กำลังรอสิริอรมารับเพื่อเตรียมงานมงคลที่จะมาถึง คนรับใช้ในบ้านถูกเกณฑ์มารวมกลุ่มกันขัดเครื่องเงินและล้างจานชาม ทุกคนเต็มใจและสนุกสนาน เพราะไม่เคยมีงานมงคลมานานแล้ว

    บุญเรือนที่เพิ่งมาใหม่ขัดจานอย่างสุดแรง หลงกลัวว่าจะเสียหายเลยให้เอาเครื่องเงินไปขัดดีกว่า กรดขัดขึ้นขำๆ ว่าน่าจะให้ขัดโอ่งมากกว่า เอมเดินลอยหน้าเท้าสะเอวหาว่าพวกนี้ไม่ทำงานทำการกัน มารุมกันล้างจานชาม

    แจ่มจึงเผชิญหน้าด้วยท่าทางไม่แพ้กันทันทีว่า เป็นคำสั่งของคุณหญิงใหญ่ จรเสริมว่าคุณหญิงใหญ่ยังให้ป้าหลงเกณฑ์ลูกหลานมาช่วยจัดโต๊ะ เพราะเป็นงานมงคลของน้องชายและน้องสะใภ้คนโปรด ถูกเอมถลึงตาใส่แทบถลน จรรีบแก้ว่า

    “อันนี้คุณหญิงเธอไม่ได้พูด...ฉันพูดเอง” บุญเรือนเฮชอบใจ พอทุกคนหันมองเลยรีบหยุด แจ่มชวนเอมให้มาช่วยล้างจานชาม เอมเมิน จ้องฟักว่าเป็นนกสองหัวพลอยเป็นกับเขาไปด้วย

    หม่อมพรรณรายให้เอมไปตามฟักมา ฟักบอกว่าจำใจไปช่วยเพราะเป็นคำสั่งของคุณหญิงใหญ่ หม่อมให้บอกว่า “ฉันสั่งให้อยู่ที่นี่”

    เมื่อหญิงใหญ่เดินมาดูการล้างจานชาม ถามหาฟัก ทราบว่าหม่อมตามตัวไปจึงสั่งแจ่มให้ตามสายใจมาช่วย สายใจถือตัวว่าตนมาดูแลความเรียบร้อยบนตึกใหญ่ แต่ก็เดินตามแจ่มไปพบหญิงใหญ่

    หญิงใหญ่พูดปรามสายใจในทีว่า หลายคนไม่มีหน้าที่ล้างจานชาม แต่นี่เป็นงานมงคลของน้องชายตนทุกคนต้องมาช่วยกัน เข้าใจไหม?

    ooooooo

    เช้านี้ หญิงใหญ่เดินมาห้องอาหาร เห็นพจมานนั่งคนเดียวจึงถามถึงชายกลาง พจมานบอกว่าไม่สบาย เมื่อถูกซักต่อก็ตอบว่าไม่ทราบ หญิงใหญ่บ่นว่า

    “ถามอะไรไม่เคยทราบสักอย่าง นี่เค้ารักกันอย่างไรกันนะ”

    เพราะหญิงใหญ่เคยแนะนำชายกลางให้หาแหวนหมั้นให้พจมาน แม้ชายกลางจะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่คนอื่นอาจเห็นว่าเป็นของสำคัญ หญิงใหญ่บอกว่าตนจะยกสร้อยที่คุณตาให้พจมานใส่ในวันแต่ง ตอนกินเลี้ยงค่ำ

    พอดีหญิงใหญ่เหลือบเห็นแหวนเพชรบนนิ้วนางของพจมานก่อนเดินออกไป นึกพอใจที่ชายกลางไม่นิ่งนอนใจกับข้อเสนอแนะของตน

    ด้วยความเป็นห่วงน้องชายว่าไม่สบาย หญิงใหญ่ออกจากห้องอาหารก็ตรงไปที่ห้องชายกลาง เคาะประตูเรียก

    ชายกลางกำลังผูกเนกไทรีบเดินมาเปิดประตู หญิงใหญ่ถามว่าป่วยไม่หยุดพักหรือ

    “ครับ...ปวดหัวนิดหน่อย ค่อยยังชั่วแล้ว วันนี้ พรุ่งนี้ ต้องไปทำงาน...มะรืนถึงจะหยุดได้”

    หญิงใหญ่แนะให้ชายกลางพาพจมานไปหัวหินหรือศรีราชาหลังแต่งงาน ทั้งแนะเรื่องผู้ใหญ่ที่จะมาปูที่นอน เพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว ตลอดจนคนส่งตัวเจ้าสาว

    “ผมคิดว่าไม่ต้องมีดีกว่า เพราะจะเชิญผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพียงสามสิบกว่าคนเท่านั้น ส่วนคนส่งตัวเจ้าสาวไม่มีใครดีกว่าพี่หญิงใหญ่ เพราะพี่ทำทุกอย่างให้ผมและเขามากเหมือนแม่บังเกิดเกล้าของเราทั้งสองคน พจเขาก็คงพอใจ”

    หญิงใหญ่ฟังแล้วยิ้มตื้นตันใจ หลังจากนั้นเธอเดินไปดูความเรียบร้อยในการล้างจานชาม พบแจ่มจึงถามถึงสายใจ แจ่มบอกว่าสายใจไปหาหม่อมที่ตึกขวาง หญิงใหญ่นิ่วหน้านิดๆ

    ooooooo

    ชายกลางเดินไปตรวจดูห้องหอซึ่งมีสองห้องติดกัน ห้องตบแต่งสวยงาม เครื่องนอนทุกชิ้นเป็นสีเดียวกันหมด เดินต่อไปเปิดประตูห้องเจ้าสาว พบพจมานยืนอยู่ตรงหน้าต่าง

    ทั้งคู่สบตากัน พจมานหลุบตาลงเพราะเขิน

    ชายกลางมองไปรอบห้องทุกอย่างเหมือนห้องเจ้าบ่าวเว้นแต่ห้องเจ้าสาวเครื่องนอนสีหวานกว่า ชายกลางเอ่ยว่า

    “พี่หญิงใหญ่เตือนว่าเราควรไปพักผ่อนหลังจากวันงานแล้ว จะไปที่ไหนดี หรือไปบ้านน้าผู้หญิง...คุณแม่ของเธอ” พจมานรีบบอกว่าแม่อาจจะไม่สะดวก “ถ้าอย่างนั้นเราไปศรีราชาวันที่ 17 เช้า...เธอเตรียมของแล้วช่วยสั่งให้เตรียมของให้ฉันด้วย...เธอควรจะมีคนรับใช้ไปด้วยสักคน...ฉันจะลางานสัก 10 วัน...มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า”

    “ไม่มีค่ะ ขอบคุณ คุณชายไม่สบายค่อยยังชั่วแล้วหรือคะ”

    แจ่มเข้ามาในห้องเจ้าสาวขณะชายกลางและพจมานยืนอยู่ด้วยกัน แจ่มตกใจเข่าแทบทรุด ชายกลางจึงเดินออกไป แจ่มขอโทษพจมานหลายครั้ง จนพจมานบอกว่าไม่มีอะไรต้องขอโทษเลย

    เพราะชายน้อยต้องไปพบหม่อมแม่อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์นี้จึงเตรียมภาพที่ตนวาดไปให้หม่อมพรรณรายดู

    เอมผ่านมาพบชายน้อย ก็ยุว่าไม่มีใครสนใจ

    ชายน้อยแล้ว พจมานกำลังจะแต่งงานก็ไม่จำเป็นต้องมาทำเป็นเอ็นดูรักใคร่ชายน้อยอีก พอมีลูกก็จะให้ป้านมไปเลี้ยง ชายน้อยก็จะถูกทอดทิ้ง ทำให้ชายน้อยว้าวุ่นใจ

    เมื่อชายน้อยเข้าพบหม่อมพร้อมภาพวาดที่ตนภูมิใจ แต่พอหม่อมทราบว่าคนสอนวาดภาพคือพจมานก็อึ้งไปสั่งชายน้อยว่า “ห้ามเอ่ยชื่อนังคนนี้ให้ฉันได้ยินอีก”

    ชายน้อยกลับห้องพบป้านม เล่าว่าเอมบอกว่าพจมานแต่งงานแล้วก็จะไม่สนใจชายแล้ว ถ้าเขามีลูกก็จะให้ป้านมเลี้ยง ป้านมจึงปลอบว่าพจมานเป็นคนดี จะไม่มีวันทิ้งชายน้อย และป้านมจะเลี้ยงชายน้อยคนเดียวพอแล้ว

    ooooooo

    วันนี้ ท่านผู้หญิงไฉไลมาหาหม่อมพรรณรายที่ตึกขวาง ชมว่าสวยงาม หม่อมรีบขัดว่า

    “จะสวยอย่างไรก็คงสู้ตึกใหญ่ไม่ได้หรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาจะอัปเปหิดิฉันมาอยู่ที่นี่แล้วให้เมียเขาอยู่ตึกใหญ่แทนหรือคะ”

    หม่อมยังคงเอ่ยถึงพจมานในด้านลบ ท่านผู้หญิงไฉไลติงว่า ถ้าคิดอย่างนั้นจะไปรดน้ำให้พรลูกได้อย่างไร

    “อ๋อ! อย่าหวังว่าดิฉันจะไปรดน้ำอวยพรมัน สู้รดน้ำสาปแช่งอยู่ที่นี่ให้มันวินาศฉิบหายดีกว่า...ให้มันเลิกกันเร็วๆ ให้มันมีอันเป็นไป ให้มันออกลูก...ต...”

    ท่านผู้หญิงไฉไลรีบห้ามว่าลูกเป็นใหญ่เป็นโต ใครๆมาให้พรลูกเรา เราเป็นแม่ไม่ไปคนอื่นจะว่าเอาได้

    “แล้วทีชายกลางไม่คิดถึงแม่บ้าง”

    “ใครจะรู้ใจเขาได้ ชายกลางเป็นคนไม่พูด การที่เขาแต่งเมียคนนี้อาจเป็นนโยบายของเขาก็ได้ ได้เมียสาวด้วย บ้านทรายทองก็ยังอยู่ในมือ แม่ น้อง ก็ไม่ต้องแยกกันอยู่ เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ใครๆก็ชมว่าเขาคิดถูก”

    หลังจากนั้นท่านผู้หญิงไฉไลมาพบหญิงใหญ่ สายใจยกถาดน้ำและสาคูไส้หมูมาเสิร์ฟนั่งเงี่ยหูฟังเต็มที่หญิงใหญ่รู้พฤติกรรมของสายใจจึงให้ตามตัวไปพบ หญิงใหญ่มองสายใจอย่างตำหนิ บอกว่าไม่ชอบคนจุ้นจ้าน บุญเรือนที่อยู่ด้านนอกได้ยินหญิงใหญ่ดุสายใจ ก็สะดุ้งถึงกับทำแจกันราคาแพงหลุดมือแตก แถมเหยียบน้ำจากแจกันจนลื่นหกล้มอีก

    ooooooo

    ค่ำวันนี้ ท่านต้อมยืนที่เทอเรซทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ท่านตุ้มมองพี่ชายอย่างเห็นใจ เสนอว่ามีเพื่อนหญิงสวยๆอีกหลายคน ท่านต้อมเสียงเข้มบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

    รุ่งขึ้นท่านตุ้มเสนอท่านต้อมที่โต๊ะอาหารอีกว่ามีเพื่อนสวยๆดีๆอีกหลายคน ท่านต้อมจึงตัดบทว่า

    “เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก ขอบใจที่เป็นห่วงพี่...

    แต่ไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อ...พี่โตแล้ว...ตัดสินใจเองได้”

    ทางด้านพจนีย์ที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาพจมาน เมื่อได้ยินเติบชื่นชมชายกลางว่าหล่อ เคร่งขรึม ก็ทนฟังไม่ได้ฮึดฮัดเดินออกจากห้องไป

    แต่เมื่อกลับเข้าห้องอยู่คนเดียว พจนีย์ปัดข้าวของตกกระจายระบายอารมณ์ว่าตนเองต้องมาเป็นขี้ข้าให้เขาสับโขก กินอยู่หลับนอนเหมือนหมาขี้เรื้อน แต่พี่สาวได้บ้านทรายทอง ได้แต่งงานกับหม่อมราชวงศ์...

    มีเสียงเคาะประตู...มณีนั่นเอง มณีมาตามพจนีย์ไปพบหม่อมท่าน พจนีย์ไม่ยอมไป อ้างว่าป่วย มณีบอกว่าหม่อมท่านบ่นว่าคนอะไรป่วยได้ทุกวัน พจนีย์ไม่พอใจสะบัดเสียงบอกว่าจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว

    ooooooo







    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 23:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์