นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หวายเจอกับการันต์ที่ฟิตเนส เธอต่อว่าที่เขาบอกว่าจะช่วยแย่งอนาวินทร์คืนมาจากพุดชมพูจนเธอจัดงานวันเกิดแต่กลับถูกพุดชมพูมาฉีกหน้าทำให้ตนอับอายขายหน้า และทุกคนเชื่อว่าอนาวินทร์เป็น แฟนพุดชมพูกันหมดแล้ว

    การันต์ที่กำลังหงุดหงิดเรื่องถูกแย่งการรับผิดชอบประมูลที่ดินไป ปรามหวายให้หยุดโวยวายเสียที ที่เป็นอย่างนี้เพราะตัวเองทำตัวไร้สาระ หวายโต้ว่าจะว่าตนไร้สาระได้ยังไงในเมื่อตนกำลังจะไปเรียนคอร์ส SME

    “ก็ดี” การันต์กระชากเสียง แล้วเดินไป หวายมองงงๆ บ่นว่า...โกรธอะไรของเขา...

    วันนี้ พุดชมพูบอกอนาวินทร์เรื่องเมื่อวานนี้ชวกรได้ประกันตัว เขาถามว่าแล้วทำไมเพิ่งมาบอกวันนี้

    พุดชมพูอ้างว่าเพราะเมื่อวานเห็นเขาวุ่นๆเรื่องประชุม ก็พอดีการันต์เอาเอกสารเกี่ยวกับที่ดินที่จะประมูลมาให้ อนาวินทร์ถามว่ารู้ไหมว่าชวกรได้ประกันตัวไปแล้ว เขารู้ไหมว่าใครมาประกันให้ การันต์ตกใจแต่ทำหน้าตายถามว่าจริงหรือ ตนไม่รู้แล้วขอตัวไปทำงานเลย

    เมื่อกลับถึงห้องทำงาน การันต์รีบโทรศัพท์บอกนพดลว่าเรื่องที่คุยกันไว้มีปัญหา ให้เขาออกมาเจอกกันที่เดิม

    นพดลคือนักธุรกิจวัยแก่กว่าการันต์เล็กน้อย เขาเป็นเจ้าของบริษัท “แกรนด์ คอนสตรัคชั่น” คู่แข่งสำคัญของสัตยาอสังหา ที่เมื่อการันต์เห็นว่าตนไม่มีทางเติบโตในบริษัทซ้ำต้องเป็นเบี้ยล่างของอนาวินทร์ จึงติดต่อนพดลขอเป็นหุ้นส่วนในบริษัทเขา อาสากับนพดลว่าจะทำให้สัตยาอสังหาแพ้การประมูลที่ดินผืนนี้ แต่สถานการณ์พลิกผันเมื่อพุดชมพูเสนอให้อนาวินทร์เป็นผู้ดำเนินการประมูลแทน

    นพดลที่ไม่ไว้ใจการันต์ที่คดในข้ออยู่แล้วถามว่าไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจเองนะ ตนเคยถามแล้วว่าเขาจะหักหลังสัตยาฯจริงหรือ เพราะเขาก็เป็นหลานคุณอาทิตย์เหมือนกัน

    “ไม่ใช่ อนาวินทร์คนเดียวที่เป็นหลานคุณอาทิตย์ ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสัตยารักษ์ทั้งนั้น”

    “งั้นก็พิสูจน์ความจริงใจของนายมา นายต้องทำให้สัตยาฯแพ้ประมูลให้ได้ ถ้าทำสำเร็จชื่อของนายจะอยู่ในบอร์ดบริหารของ ‘แกรนด์ คอนสตรัคชั่น’ ทันที”

    “ไม่ต้องห่วง ผมจะหาทางจัดการทั้งอนาวินทร์และสัตยาอสังหาให้พ้นทางเอง” การันต์แววตาเจ้าเล่ห์น่ากลัว

    แต่ขณะกำลังเดินออกจากร้านอาหาร นพดลเจอวันชัยพ่อของหวายเดินมากับสมเดช สมเดชถามนพดลว่าเรื่องที่ดินนั้นเรียบร้อยไหม นพดลขอบคุณสมเดช บอกว่าถ้าไม่ได้เขาช่วยบริษัทตนแย่เลย

    การันต์ได้ยินก็สนใจขึ้นมา ยิ่งเมื่อนพดลแนะนำว่าสมเดชทำงานเกี่ยวกับที่ดินมานานไม่ว่าแปลงเล็กแปลงใหญ่ราคาสิบล้านพันล้านผ่านมือเขามาทั้งนั้น การันต์ก็ฝากเนื้อฝากตัวขอความรู้จากสมเดช เขาเริ่มคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาอีก

    ooooooo

    อนาวินทร์ชวนพุดชมพูไปดูที่ดินที่จะประมูลเพื่อประเมินว่าจะแข่งกับบริษัทอื่นอย่างไร พอเขาขับรถออกไปก็ถูกชวกรที่ซุ่มอยู่ขับรถตามไปทันที

    ระหว่างดูที่ อนาวินทร์ถ่ายรูปที่ดิน ขณะเดียวกันก็แอบถ่ายรูปพุดชมพูในอิริยาบถต่างๆอย่างเพลิดเพลิน จนชวกรที่ซุ่มดูและแอบถ่ายรูปพึมพำ “เหอะ...มาทำงานหรือทำอะไรกันแน่วะ” แล้วชวกรก็กลับไปส่งรูปอนาวินทร์กับพุดชมพูให้การันต์ดู การันต์ดูแล้วยิ่งเครียด

    ดูที่กันเสร็จ พุดชมดูบอกอนาวินทร์ว่าตอนขามาตนเห็นร้านขายต้นไม้ขากลับขอดูหน่อยได้ไหม เมื่อเข้าไปในร้าน อนาวินทร์เห็นต้นพุดชมพู เขาบอกว่าจะซื้อให้เธอเอาไปปลูกเพิ่มที่เรือนพุดชมพู เธอปฏิเสธทันทีว่า

    “ไม่เอาหรอก เรือนนั้นฉันจะเก็บแต่ต้นไม้ที่พ่อปลูก...มันเป็นตัวแทนของพ่อ ทำให้ฉันรู้สึกมีกำลังใจเหมือนมีพ่ออยู่ใกล้ๆ แต่ก็ขอบใจนะ”

    ทั้งคู่ดูต้นไม้และคุยกันอย่างมีความสุข ชวกรที่ปลอมตัวแอบตามเข้าไป ได้ยินก็เก็บข้อมูลละเอียดยิบ...

    ooooooo

    วันนี้...วิภาโทร.บอกทรงรบว่าวันนี้ให้กลับเร็วหน่อยเพราะคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าจะมาทานข้าวที่บ้าน ทรงรบเครียดมาก เพราะปกติท่านจะออกจากบ้านเฉพาะเวลามีโอกาสพิเศษเท่านั้น

    ช่อม่วงถามว่าทำไมเขาต้องตึงเครียดขนาดนั้น ทรงรบบอกว่าท่านไม่ธรรมดา ท่านเนี้ยบและเจ้าระเบียบที่สุด แต่จู่ๆก็มาที่บ้านต้องมีอะไรแน่ๆ

    จริงอย่างที่ทรงรบคาด เพราะนิลลดาแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้จึงเข้าทางผู้ใหญ่หมายให้คุณหญิงย่าช่วยให้สมหวัง

    “คิดแล้วยังเคืองไม่หาย ตารบนี่ไม่ไหว หนูดากลับมาทั้งทีก็ไม่ยอมส่งข่าวบ้างเลย” คุณหญิงย่าบ่นขณะเดินเข้าบ้าน

    “อย่าโทษรบเลยนะคะ เขาคงยังโกรธลดาอยู่ ลดาผิดเองที่ทำให้คุณย่าผิดหวังและทำให้รบเสียใจ ตั้งแต่กลับมา ลดาพยายามทุกอย่างที่จะทำให้รบหายโกรธนะคะ...แต่...”

    “เอาๆเดี๋ยวเจอตารบ ย่าจะจัดการให้เอง ไม่ว่ายังไงย่าจะต้องได้เห็นหน้าเหลนก่อนตายให้ได้”

    นิลลดามองคุณหญิงย่าอย่างมีความหวังมาก

    เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ทรงศักดิ์กับวิภานั่งเกร็ง การเคลื่อนไหวทุกอย่างแทบจะกลายเป็นตุ๊กตาไขลานที่เป็นไปตามคำสั่งของคุณหญิงย่า

    คุณหญิงย่ารำพึงรำพันถึงชีวิตที่รอคอยจะได้อุ้มเหลน พูดเลยไปถึงคุณชายพ่อว่ารอไม่ไหวจนจากไปคนหนึ่งแล้ว ทรงศักดิ์รวบรวมความกล้าติงว่า พ่อเสียตอนเจ้ารบเพิ่ง 5 ขวบเอง วิภาเกือบหลุดหัวเราะออกมาแต่เห็นสายตาคุณหญิงย่าก็หยุดทันที พอดีทรงรบกลับมา เขาแปลกใจที่เห็นนิลลาดานั่งอยู่ด้วย

    “หนูลดาไปเยี่ยมย่าที่บ้าน ย่าเลยชวนมาด้วย พ่อรบคงไม่ขัดข้องใช่ไหม...” แล้วคุณหญิงย่าก็ให้ทรงศักดิ์กับนิลลดาไปช่วยวิภาเตรียมอาหาร เพื่อตนจะได้คุยกับทรงรบตามลำพัง

    หลังจากหว่านล้อมมายืดยาวแล้ว คุณหญิงย่าสรุปว่า “ที่พูดมาทั้งหมด สรุปว่าย่าจะให้รบแต่งงานกับหนูลดา”

    “แต่...ผมยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเลยนะครับ ผมยังไม่พร้อม ผมเพิ่งเข้ามารับงานต่อจากคุณพ่อ ผมอยากทำงานให้ดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อน” คุณหญิงย่าบอกว่าตนคิดให้แล้วและนามสกุลของเรานั้นคุณชายทวด คุณชายปู่ กับคุณพ่อของเขาได้พิสูจน์ไว้แล้ว ทรงรบบอกว่าตนกับลดา...เป็นแค่เพื่อนสนิทกัน และตนก็ยังรู้จักเธอ

    ไม่ดีพอ เมื่อถูกหว่านล้อมแกมบังคับในที ทรงรบก็พูดตรงๆว่า “คือ...ผมมีเหตุผลขอผมที่จะไม่แต่งงานกับลดา...” คุณหญิงย่าถามว่าเหตุผลอะไร “ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี คุณหญิงย่าเข้าใจผมเถอะนะครับ”

    “ถ้าบอกเหตุผลไม่ได้ ก็เป็นอันว่ารบตกลงแต่งงานกับหนูลดานะ” คุณหญิงย่ารวบรัดตัดบท จนทรงรบพูดไม่ออก

    ทรงรบตัดสินใจแอบโทรศัพท์เรียกช่อม่วงให้มาแกล้งแสดงตัวเป็นแฟนตนหน่อยเพราะคุณหญิงย่าจะให้ตนแต่งงานท่านอยากมีเหลน ถ้าเธอไม่มาคุณหญิงย่าก็จะจับตนแต่งงานกับลดา เร่งว่า “คุณรีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

    “โอเค ขอฉันเปลี่ยนเสื้อแป๊บนึง” ช่อม่วงขอเวลาเพราะอยู่ในชุดออกกำลังเต้นแอโรบิกกับทีวีอยู่

    “ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน คุณออกมาเดี๋ยวนี้เลย” ทรงรบรีบพูดแล้ววางสายเลย

    ooooooo

    ช่อม่วงตื่นเต้นมาก พอวางสายจากทรงรบก็วิ่งไปคว้าแจ็กเกตยาวคลุมถึงเข่า ผ้าพันคอ และ กระเป๋าวิ่งออกไปทันที เธอโทร.บอกพุดชมพูว่ากำลังจะไปบ้านทรงรบไปเปิดตัวว่าเป็นแฟนเขา พุดชมพูถามว่าจริงหรือ

    “ไปเปิดตัวกับญาติเขาน่ะจริง แต่ที่เราเป็นแฟนกัน...ก็ยังไม่จริงอยู่ดี” พุดชมพูถามว่าจะดีหรือ “แต่ถ้าฉันไม่ช่วย เขาจะถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณลดา” เล่าแล้วถามว่า “แกว่าที่เขาทำแบบนี้ เขาแอบคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า”

    “เปล่า!” พุดชมพูตอบทันที บอกว่าทรงรบเป็นคนตรงถ้าเขาคิดอะไรจริงๆก็คงบอกแล้วล่ะ ช่อม่วงเซ็งวางสายแล้วรีบไปเลย

    คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า ทรงศักดิ์ และนิลลดา นั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร คุณหญิงย่าบ่นประสาคนเจ้าระเบียบเจ้ายศเจ้าอย่างว่าเด็กสมัยนี้พูดภาษาวิบัติหมด การแต่งตัวก็ไม่ไหวกระโปรงสั้นกว่าชุดว่ายน้ำเสียอีก ซ้ำไม่รู้เรื่องกาลเทศะอีกด้วย

    พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทรงรบรีบลุกไปเปิดประตู

    “มาเวลากินข้าวแบบนี้ ไม่รู้จักเกรงใจเจ้าของบ้านบ้างเลย” คุณหญิงป้าบ่นต่อ พอทรงรบพาช่อม่วงเข้ามา คุณหญิงป้าเห็นก็พึมพำ “แต่งตัวยังไง ไม่ดูดินฟ้าอากาศ”

    วิภาแนะนำช่อม่วงแก่ผู้ใหญ่ทั้งสอง ช่อม่วงไหว้ “สวัสดีค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะคุณป้า” ถูกแก้ทันทีว่า

    “คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า เรียกให้ถูกนะจ๊ะ” พอช่อม่วงไหว้และเรียกใหม่ก็ถูกคุณหญิงย่าสอนเรื่องไหว้อีกว่า “ไหว้แบบนั้นน่ะ เขาไว้ไหว้คนอายุเท่ากัน เวลาไหว้ผู้ใหญ่นิ้วชี้ต้องจดระหว่างคิ้ว ลองใหม่ซิ”

    ช่อม่วงบรรจงไหวใหม่ตามที่คุณหญิงย่าสอน ท่านรับไหว้พูดเสียงเย็นว่า “ดีขึ้น”

    ทรงรบบอกว่าวันนี้ชวนช่อม่วงมากินข้าวด้วยกันเพื่อคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าจะได้รู้จัก คุณหญิงป้าถามว่าทำไมต้องรู้จัก นิลลดาบอกว่าช่อม่วงเป็นเพื่อนที่ทำงานของทรงรบ

    “ครับ...แต่ตอนนี้เราไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น ผมกับช่อ เราคบกันเป็นแฟนครับ” ทรงรบพูดต่อทันที

    ทุกคนอึ้ง ตกใจ นิลลดาเองคาดไม่ถึงว่าทรงรบจะกล้าพูดอย่างนั้นต่อหน้าผู้ใหญ่ที่เข้มงวด จากนั้นช่อม่วงก็ต้องตอบคำถามของคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้าทั้งเหมือนถามตอบในเกมโชว์และการซักจำเลย

    คุณหญิงย่าถามว่า...สองคนคบกันมานานแค่ไหน ช่อม่วงตอบทันทีว่าสองเดือนกับสี่วัน ถูกซักทันทีว่าคิดว่ารู้จักกันดีแล้วหรือ คิดว่าอาชีพที่ทรงรบใฝ่ฝันแต่เด็กคืออะไร เขาเกลียดอะไรมากกว่ากันระหว่าการไม่ตรงเวลากับความไม่ยุติธรรม เขาชอบสีอะไร ดื่มชาหรือกาแฟ และพระประจำวันเกิด

    ช่อม่วงตอบทุกคำถามได้รวดเร็วฉะฉาน คุณหญิงย่าถามคำถามสุดท้ายว่า “เธอรักหลานชายฉันเพราะอะไร”

    ช่อม่วงอึ้งกับคำถามที่ไม่ได้คาดไว้ก่อน เธอถามใจ ตัวเองก่อนตอบว่า ทรงรบเหมือนพระเอกในนิยายที่ตนชอบ

    “แต่นี่มันโลกความเป็นจริงนะ เพ้อฝันไปหรือเปล่าหนู” คุณหญิงย่าถาม

    “แรกๆ ก็คงใช่ค่ะ เพราะคุณรบเป็นทนายเหมือนพระเอกในนิยาย แถมหน้าตาเหมือนพระเอกซีรีส์เกาหลีด้วยค่ะ” แล้วก็ตั้งหลักพรั่งพรูความจริงจากใจว่า “แต่พอได้รู้จักจริงๆ คุณรบไม่เหมือนพระเอกเลยคะ จริงจังกับทุกเรื่อง ตรงเวลาเกินคนปกติ หาเหตุผลกับทุกอย่างจนเรียกได้ว่าไร้จินตนาการ”

    ทรงรบมองเธออึ้งทำตาปริบๆ ไม่แน่ใจว่าเธอกำลังด่าหรือชมตน ช่อม่วงยังคงพูดอย่างตกอยู่ในภวังค์ว่า

    “แต่นั่นคือสิ่งที่ช่อไม่มีค่ะ ช่ออยู่คนเดียว เคยคิดว่าดูแลตัวเองได้สบาย จนมารู้จักคุณรบช่อถึงรู้ว่าการได้วางใจว่ามีใครสักคนดูแลเราได้ มันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแค่ไหน” พูดจบก็ขอตัวไปช่วยในครัว

    ทั้งทรงรบ คุณหญิงย่า คุณหญิงป้า ต่างรู้ว่าช่อม่วงพูดจากใจของเธอจริงๆ ไม่ใช่การตอบเพื่อแก้ปัญหา

    ooooooo

    เมื่อช่อม่วงจะกลับ ทรงรบ วิภากับนิลลดา ออกมาส่งช่อม่วงที่หน้าบ้าน พอวิภาเดินกลับไปทรงรบเหมือนมีอะไรจะพูดกับช่อม่วงแต่ไม่กล้าเพราะนิลลดาอยู่ด้วย

    นิลลดาเร่งให้เขารีบกลับไปคุยกับคุณหญิงย่าคุณหญิงป้าเสียเดี๋ยวท่านจะโกรธเอา เขาจึงจำต้องย้อนกลับไป พอช่อม่วงจะออกไป นิลลดาถามว่าเหนื่อยไหม ช่อม่วงหันมองงงๆ

    นิลลดาถามว่าเธอเล่นละครเป็นแฟนกับทรงรบเหนื่อยไหม พูดเชิงขู่ให้เลิกเล่นเสียไม่อย่างนั้นตนจะบอกคุณหญิงย่า

    “ใช่ค่ะ ฉันกับรบไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่คุณรู้ได้ยังไงว่าเรา...ไม่ได้รักกัน” นิลลดายิ้มเยาะบอกว่าถ้าทรงรบคิดอะไรกับเธอจริงเขาคงบอกคุณหญิงย่าตรงๆ ไปแล้วไม่ต้องรอให้เธอมาพูดเองหรอก ถูกช่อม่วงย้อนเย้ยว่า “คุณเองก็ควรจะเลิกตามตื๊อเขาได้แล้ว เพราะเขาจะไม่กลับไปคบกับคุณอีก”

    นิลลดาพูดเข้าข้างตัวเองว่าที่ทรงรบทำอย่างนี้เพราะจะลองใจตนมากกว่า ให้เธอเลิกหลอกตัวเองก่อนที่จะเจ็บมากไปกว่านี้ เพราะยังไงทรงรบก็ไม่มีทางเห็นเธอสำคัญกว่าตน พูดแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป ช่อม่วงถอนใจกำลังจะเดินไปคลำที่คอรู้ว่าลืมผ้าพันคอไว้จึงย้อนกลับไปเอา

    ที่ห้องรับแขก คุณหญิงย่าพูดกับทรงรบว่าช่อม่วงเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจคนรอบข้าง แต่จากคำตอบตนรู้ว่าทั้งสองยังไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันมากพอ ถามทรงรบว่าใช่ไหม เขาตอบเบาๆว่าใช่ คุณหญิงย่าหว่านล้อมแล้วถามว่า

    “ย่าหวังไว้มากว่ารบจะแต่งงานกับหนูลดา เห็นคบหากันตั้งนาน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น หนูลดาไปทำงานเมืองนอกไม่กี่ปีเราก็ทิ้งเขามาคบหนูช่อ”

    ทรงศักดิ์พยายามจะชี้แจงอะไรแต่ถูกคุณหญิงย่าปรายตาปรามจึงเงียบ ช่อม่วงเดินมาถึงประตูพอดีได้ยินทรงรบพูดว่า

    “ผมไม่เคยคิดจะทิ้งลดานะครับ ผมคิดจะแต่งงานกับเขา...”

    ทรงรบหยุดคิดว่าจะหาคำอธิบายอย่างไรดี แต่ช่อม่วงได้ยินเต็มสองหูแล้ว เธอผิดหวังจนเหมือนจะหมดแรงหันพิงประตู จังหวะนั้นเองวิภาหันมาเห็นอุทานเรียกเบาๆ ทรงรบรู้ทันทีว่าช่อม่วงได้ยินที่เขาพูดแล้ว ส่วนช่อม่วงก็ละอายใจที่ถูกจับได้ว่าแอบฟัง รีบบอกว่าตนจะกลับมาเอาผ้าพันคอ แต่ไม่เป็นไรไว้วันหลังก็ได้ แล้วหันกลับไปทันที

    ทรงรบหยิบผ้าพันคอวิ่งตามไปแต่ช่อม่วงหายไปแล้ว ที่แท้เธอแอบอยู่ข้างกำแพงร้องไห้หนักจนต้องเอามือปิดปากไม่ให้เสียงดังออกมา พอทรงรบหันกลับพบว่าคุณหญิงย่ากับคุณหญิงป้ายืนคุยกับทรงศักดิ์และวิภาอยู่ข้างหลังแล้ว

    คุณหญิงป้าบอกว่า คำถามของคุณหญิงย่า ข้อสำคัญที่สุดคือข้อสุดท้าย

    “หนูช่อเขามีคำตอบของเขาแล้ว ว่าแต่รบน่ะ มีหรือยัง” คุณหญิงย่าพูดจบก็บอกทรงศักดิ์ว่าจะกลับแล้ว

    วิภายิ้มให้คุณหญิงย่าแล้วหันยิ้มกับทรงรบ เขายิ้มไม่ออกแต่หันมองไปที่ถนนอย่างเป็นห่วงช่อม่วง

    คืนนี้ทรงรบมองผ้าพันคอของช่อม่วงที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้อง คิดถึงคำพูดสุดท้ายของช่อม่วง อย่างสะเทือนใจ...

    ooooooo

    วันนี้โจ้ในชุดสูทดูดีเข้ามาลงทะเบียนอบรม “Asean SME 2016” หวายก็มาลงทะเบียนเช่นกันแต่ทั้งสองไม่เห็นกัน จนถามหาห้องน้ำพร้อมกันจึงเจอกัน เมื่อเข้าห้องอบรม เหลือโต๊ะที่นั่งแถวหน้าสุดอยู่สองที่ ทั้งสองจึงต้องนั่งด้วยกัน

    เมื่ออาจารย์เข้ามาและให้ผู้เข้าอบรมแนะนำตัวเองกัน หลายคนแนะนำตัวเอง บางคนทำโรงงานพลาสติก บ้าง ทำอาหารทะเลส่งออก บ้างผลิตและส่งออกของขวัญของชำร่วย จนถึงโจ้เขาแนะนำตัวเองว่า

    “ผมจิระ โจ้ครับ ทำสวนผักปลอดสารพิษครับ” พอฟังโจ้แนะนำตัวเอง หวายก็หัวเราะเปรยดังๆว่า “ปลูกผัก” พอถึงตัวเอง หวายแนะนำตัวเองว่า

    “วาธิณีค่ะ ชื่อเล่นหวาย พ่อนำเข้าเครื่องสำอางค่ะ”

    “พ่ออีกแล้ว” โจ้พึมพำ ส่วนคนอื่นมองหน้ากันอย่างสงสัยว่าเธอไม่ได้พูดถึงกิจการของตัวเอง แต่พูดของพ่อแทน

    ระหว่างที่อาจารย์บรรยายนั้น หวายจับปากกานั่งสัปหงก สุดท้ายก็ฟุบหลับไปกับโต๊ะ เมื่ออาจารย์บรรยายจบก็บอกให้โจ้ปลุกเพื่อนและบอกเรื่องรายงานที่อาจารย์สั่งด้วย พอโจ้ปลุกหวายหงุดหงิดถามว่าปลุกทำไม โจ้บอกว่าเลิกเรียนแล้ว เธอก็บ่นว่าทำไมเพิ่งมาปลุก

    ครั้นโจ้บอกว่าอาจารย์สั่งให้เขียนรายงานเกี่ยวกับธุรกิจที่ตัวเองกำลังทำอยู่ หวายถามงงๆว่าเขียนยังไง แล้วตัดบทว่าช่างมันเดี๋ยวไปจ้างเอา โจ้งง ถามว่าใครส่งเธอมาเรียนน่ะ หวายบอกว่าพ่อตนรู้จักกับคนจัดคอร์ส

    “พ่ออีกแล้ว?” โจ้พึมพำอ่อนใจแต่ก็พยายามช่วย เมื่อไปนั่งที่คอฟฟี่ช็อป โจ้เอากระดาษให้บอกให้เขียนรายงานตามหัวข้อพวกนี้ เธอมองเบื่อๆ บ่นว่าเยอะจัง โจ้เหลืออดเตือนว่า “ไม่ว่าเธอมาเรียนเพราะถูกบังคับหรืออะไรก็แล้วแต่ ไหนๆก็มาเรียนแล้วหัดตั้งใจหน่อย ถ้าไม่อยากเรียนทำไมไม่บอกคุณพ่อล่ะ”

    หวายบอกว่าบอกไม่ได้ พ่อให้ทำอะไรตนก็ต้องทำ โจ้ถามว่าแล้วเธออยากทำอะไร เธอตอบทันทีว่า ช็อปปิ้ง

    “นั่นไง จริงๆแล้วมันก็ผิดที่เธอด้วย ที่ไม่คิดจะทำอะไรเอง ถ้าอยากให้พ่อเลิกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ก็เลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว” พูดแล้วลุกไปเลย

    “อีกแล้วโดนว่าไร้สาระอีกแล้ว...ฉันทำตัวไร้สาระตรงไหน!...ตรงไหน?!” หวายบ่นหงุดหงิด

    ooooooo

    นพดลโทร.จี้การันต์เรื่องประมูลที่ดิน การันต์บอกว่าตนจะหาทางคุยกับรักษาการประธานขอให้ตนเป็นคนรับผิดชอบการประมูลตามเดิม นพดลถามว่าเขาจะยอมหรือ การันต์คาดว่าน่าจะยอมเพราะตนทำดีมาตลอดและไม่เคยมีปัญหากับเขา

    “ก็ดี อย่าให้พลาดล่ะไม่งั้นเรื่องที่คุณจะมาเป็นบอร์ดมีหน้ามีตาในบริษัทเราเป็นอันล้มเลิก แล้วคุณก็จะต้องจมปลักรับใช้อนาวินทร์ต่อไป” พูดแล้ววางสายเลย

    การันต์เครียด เมื่อเจอพุดชมพูที่โถงบันไดบ้านก่อนออกไปทำงาน การันต์คุยกับเธอขณะอนาวินทร์ไปเอารถ ขอกลับไปดูแลเรื่องประมูลที่ดินตามเดิม

    อ้างว่าตนศึกษาเรื่องนี้มาแต่ต้นมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า ถ้าให้อนาวินทร์ไปทำก็เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่

    “แต่พุดตัดสินใจแล้วค่ะ และอีกอย่างพุดก็เชื่อว่าคุณวินทำได้ ขอตัวนะคะ”

    คำตอบของพุดชมพูทำให้การันต์ผิดหวังโกรธแค้นจนถูมือไปมา แล้วโทร.หาชวกรทันที

    “นายทำยังไงก็ได้ ให้ยัยพุดนั่นกลับไร่ไปซะ”

    ชวกรไปที่บ้านไร่อุ่นรัก สบโอกาสเมื่อภัทราคิดถึงพุดชมพู คืนนี้จึงลงไปดูเรือนพุดชมพูเห็นกระถางต้นพุดชมพูล้มระเนระนาดจึงเข้าไปจัด ชวกรถือโอกาสนั้นราดน้ำมันรอบเรือนพุดชมพูจุดไฟเผาทันที

    โชคดีที่ลุงเจือกับเขียดลูกชายมาเจอ จึงตะโกนให้คนงานมาช่วยกันดับไฟ และภัทราก็หนีรอดออกมาได้ จิตราโทร.บอกพุดชมพูดึกคืนนี้เลย พุดชมพูรีบกลับไร่ทันที อนาวินทร์ขอตามมาด้วยและเป็นคนขับรถเอง

    ooooooo

    ฝ่ายทรงรบ รุ่งขึ้นก็รีบไปทำงานหวังได้เจอกับช่อม่วง แต่เธอไม่มาทำงาน โทร.ถามพุดชมพูรู้ว่าวันนี้เธอลาจึงขอเบอร์โทรศัพท์ที่คอนโด พุดชมพูบอกว่าโทร.ไปก็ไม่มีใครรับสายเพราะช่อม่วงไม่อยู่ห้อง

    ทรงรบคาดว่าเธอต้องไปที่ร้านหนังสือจึงลองไปดู เจอจริงๆ เขารีบขอบคุณเรื่องที่เธอช่วยเมื่อวาน ชมว่าคุณหญิงย่าเชื่อสนิทเลย ช่อม่วงขอให้เลิกพูดเรื่องนี้เพราะตนจะขอเลิกแค่นี้แล้ว ทรงรบไม่ยอมให้เลิก

    “ทำไมคะ มันก็แค่เรื่องโกหกง่ายๆ ทำไมจะเลิกไม่ได้ ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ คุณหลอกคุณลดาไม่ได้ มีแต่เราสองคนที่หลอกตัวเอง...คุณลดารู้แล้วว่าเราแกล้งเป็นแฟนกัน มีแต่คุณที่มัวหลอกตัวเอง หลอกฉันว่าจะไม่กลับไปคบกับเขา จนฉันยอมช่วยโกหกเรื่องบ้าๆนี่”

    “คุณตอบคำถามข้อสุดท้ายของคุณหญิงย่าก็โกหกด้วยเหรอ? ถ้าคุณโกหก ผมคงผิดหวัง”

    ช่อม่วงบอกว่าถ้าเขาอยากแต่งงานกับนิลลดาก็ไม่ควรพูดแบบนี้กับตน ทรงรบรู้ว่าเธอเข้าใจผิด จับมือเธอพูดจริงจัง

    “ฟังนะช่อ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับลดา! ผมแค่บอกว่าผม ‘เคย’ คิดจะแต่งงานกับลดาแต่เขากลับเลือกทำตามความฝันของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าผมจะเป็นยังไงทำให้ผมรู้ว่าผมกับเขาไม่มีทางไปด้วยกันได้”

    ช่อม่วงชะงักติงว่านิลลดายังเป็นคนสำคัญของเขา ทรงรบยืนยันว่าแค่ ‘เคย’ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว พอดีมีสายจากนิลลดาเข้ามือถือเขา ทรงรบดูหน้าจอแล้วกดตัดสายเก็บโทรศัพท์ สบตาช่อม่วงบอกว่า

    “คุณก็รู้ว่าผมโกหกไม่เก่ง”

    ทั้งสองสบตากันนิ่ง ช่อม่วงยิ้มออกมารู้สึกหัวใจพองโตขึ้นทันที และเมื่อทรงรบไปส่งเธอที่คอนโดเขาเอาผ้าพันคอคืนทวงว่าเธอยังไม่ได้ตอบตนเลยว่าที่บอกคุณหญิงย่าไปนั้น โกหกหรือเปล่า

    ช่อม่วงตอบเขินจนไม่กล้าสบตาว่า “ไม่รู้...”

    แล้วเดินเข้าคอนโด ทรงรบมองตาม นิลลดาโทร.เข้ามาอีก เขาตัดสายมองช่อม่วงไปอย่างตัดสินใจแล้ว....

    ooooooo

    อนาวินทร์กับพุดชมพูมาถึงไร่อุ่นรัก เรือนพุดชมพูยังมีควันไฟกรุ่นอยู่ ลุงเจือกับคนงานก็ยังสาดน้ำดับไฟอยู่

    พุดชมพูน้ำตาท่วมมองเรือนพุดชมพูที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ตอ พึมพำน้ำตานองหน้า “พ่อ...” แล้วเซจะทรุด

    อนาวินทร์รีบเข้าประคอง ภัทราและทุกคนตรงนั้นต่างตกใจเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

    พุดชมพูรู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาล บอกอนาวินทร์ที่เฝ้าเธอทั้งคืนว่าอยากกลับบ้าน เขาจับมือเธอไว้ปลอบว่า ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้เธอต้องพักให้มากๆ

    ขณะนั้นเอง มีเสียงเคาะประตูแล้วเปิดออก โจ้เข้ามา พุดชมพูดึงมือตัวเองออกทักโจ้

    “ว่าไงคะพี่โจ้”

    “พุดเป็นไงบ้าง พอพี่รู้ข่าวก็รีบออกจากกรุงเทพฯมาเลย” เธอบอกว่าแค่เพลียๆ “ดีแล้ว นี่พี่เจอตำรวจข้างนอกกำลังคุยกับน้าภัทกับน้าจิต ตำรวจสงสัยว่าไฟไหม้ที่ไร่เป็นการวางเพลิง”

    ตำรวจที่มาดูสถานที่บอกว่าเป็นการวางเพลิงเพราะพบแกลลอนน้ำมันตกอยู่ที่ไร่ ถามพุดชมพูว่ามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า ทั้งพุดชมพูและทุกคนยืนยันว่าไม่เคยมีศัตรู ตำรวจจึงขอตัวกลับ

    พอตำรวจไปโจ้ถามอนาวินทร์ว่าเขาทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า เพราะวงการธุรกิจของเขามีผลประโยชน์เยอะ

    อนาวินทร์ไม่พอใจปรามว่าอย่ามากล่าวหากัน โจ้บอกว่าตั้งแต่พุดชมพูรู้จักกับเขาก็มีเรื่องวุ่นวายไม่ได้หยุด อนาวินทร์โมโหพุ่งเข้าหาโจ้ พอดีทรงรบกับช่อม่วงมาถึง ทั้งสองรีบเข้าจับตัวไว้ขอร้องให้ใจเย็นๆ

    ช่อม่วงขอร้องว่าอย่ามีเรื่องกันเลย อย่าทำให้ทุกคนไม่สบายใจมากไปกว่านี้เลย มองหน้าทั้งสองบอกว่า

    “คุณวินกับพี่โจ้กลับไปก่อนเถอะนะคะ ช่อกับคุณรบอยู่ดูแลพุดให้เอง”

    อนาวินทร์กับโจ้ยอมกลับไปแต่ไม่วายมองหน้ากันตาขุ่น

    ooooooo

    วันนี้หมออนุญาตให้พุดชมพูกลับบ้านได้แล้ว ทรงรบกับช่อม่วงดีใจที่เธอไม่เป็นอะไรมาก ถามว่าที่ไร่เสียหายมากไหม พุดชมพูบอกว่าที่จริงก็ไม่มาก แต่ตนเสียดายต้นไม้ของพ่อ

    “อะไรที่มันเอากลับคืนมาไม่ได้ก็ปล่อยมันไปเถอะอย่าเอาใจไปผูกพันกับมัน พ่อเขาคงไม่สบายใจถ้ารู้ว่าลูกเสียใจ เพราะสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้” ภัทราสอนอย่างผู้มีบทเรียนชีวิต

    อนาวินทร์กลับมาที่ไร่ก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าพบรอยรถที่ไม่ใช่รถของไร่อุ่นรัก คาดว่าน่าจะเป็นรอยรถของคนร้าย อนาวินทร์ถามว่าทำไมมันถึงเจาะจงเผาเรือนนี้ ตำรวจคาดว่ามันคงต้องการขู่เพราะถ้าคิดจะเอาชีวิตคนมันคงเผาบ้านไปแล้ว อนาวินทร์สงสัยว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับปัญหาที่บริษัทของตน เขาเอานามบัตรให้ตำรวจบอกว่าถ้ามีอะไรให้ติดต่อตนโดยตรง

    ขณะเดินดูซากเรือนที่ถูกเผา อนาวินทร์เห็นพุดชมพูต้นหนึ่งถูกไฟไหม้ใบเกรียมแต่ยังมีส่วนที่ไม่ถูกไหม้ เขารีบเข้าไปดู

    น้าจิตรออยู่ที่บ้าน พอพุดชมพูกลับมาก็รีบไปรับบอกว่าคุณวินมาตามสองสามรอบแล้ว สั่งไว้ว่าถ้าพุดกลับมาให้ไปหาที่เรือนพุดชมพู

    พุดชมพูรีบไปหาเขา เธอดีใจจนน้ำตาคลอเมื่ออนาวินทร์เอาต้นพุดชมพูที่รอดจากไฟไหม้ เอากาวติดกระถางเก่าที่แตกแล้วปลูกต้นพุดชมพูไว้ในกระถางเดิม พูดอย่างเสียดายว่าถ้าเหลือสักสองสามต้นก็คงจะดี

    “ขอบคุณมากนะวิน ฉันไม่คิดว่าจะได้เห็นพุดชมพูที่พ่อปลูกอีกแล้ว ขอบคุณจริงๆที่นายอุตส่าห์ไปหามาให้”

    “ตอนที่เธอนอนอยู่โรงพยาบาล เธอเพ้อทั้งคืนว่า ‘ขอโทษ ที่ดูแลต้นไม้ของพ่อไม่ได้’ ฉันอยากจะบอกว่า...

    พ่อคงไม่โกรธหรอกเพราะพุดชมพูที่มีค่าที่สุดที่พ่อปลูกไว้ ก็คือพุดชมพูคนนี้” เขาลูบหัวเธอแผ่วเบา พุดชมพูยิ่งน้ำตาไหลพราก “ต้นไม้ต้นไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับตัวเธอ ...จำไว้! ดูแลตัวเองให้ดีก็พอแล้ว เวลาที่พ่อมองลงมาจากข้างบน ท่านจะได้สบายใจ...อย่าเป็นอะไรไปอีกนะ ตกลงไหม”

    พุดชมพูพยักหน้าน้ำตาไหล ขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า อนาวินทร์สงสารจับใจกอดเธอไว้อย่างปลอบโยน...

    ooooooo

    เมื่อพุดชมพูแข็งแรงและกลับบ้านได้แล้ว ทรงรบกับช่อม่วงจึงกลับกรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางเกิดรถเสีย ดีที่ยังอยู่ในบริเวณทุ่งหญ้าที่กำลังออกดอกสวยงาม

    ทรงรบเครียดที่รถเสียไม่รู้สาเหตุและเป็นเวลาเย็นพอดี มองไปไม่มีวี่แววว่าจะมีรถผ่านมาให้ขอความช่วยเหลือได้เลย ช่อม่วงถามว่าติดอยู่นี่นานเท่าไหร่แล้ว เขาดูนาฬิกาบอกว่า 4 นาที ช่อม่วงหัวเราะขำที่เขาเครียดเกินเหตุ เลยเดินเลี่ยงจะไปเก็บดอกหญ้า เขายิ่งหงุดหงิดถามว่าสถานการณ์อย่างนี้เธอยังมีอารมณ์ไปเก็บดอกไม้อีกหรือ

    ช่อม่วงพยายามทำให้เขาผ่อนคลาย ชวนเก็บดอกไม้บ้าง วานให้ถ่ายรูปให้บ้าง แต่เขาก็ไม่หายเครียดเพราะทุกอย่างผิดแผนหมด โชคดีที่มีรถอีแต๋นผ่านมา จึงรับทั้งสองไปด้วย ระหว่างนั่งรถชมวิวสบายๆ ช่อม่วงเปรยๆว่าเสียดายที่เขาไม่ยอมเอ็นจอยกับอะไรรอบๆตัวเลยนอกจากในแผนของตัวเอง เห็นเขาอึ้ง เธอถาม...

    “ถามหน่อย ถ้ารถไม่เสียเราจะได้มานั่งชมวิวรับอากาศดีๆแบบนี้เหรอ คุณน่าจะลองใช้ชีวิตแบบไม่ต้องวางแผนดูบ้างนะ สบายๆไม่ต้องคิดเรื่องเวลาทำเป็นไหม” เขาส่ายหน้า “ฉันไม่มีแผนหรอกแต่ฉันมีความเชื่ออยู่อย่างนึง คือหาความสุขระหว่างทาง ดีกว่าพะวงกับปลายทางที่ยังมาไม่ถึง”

    เห็นทรงรบนิ่งฟัง เธอพูดสบายๆว่า

    “แล้วถ้าอะไรมันเกิดผิดแผนไปสักหน่อย...ก็อย่าไปซีเรียสเลย ทุกอย่างจะต้องมีทางออกของมันทั้งนั้น”

    เขาห่วงว่าถ้าเรากลับถึงกรุงเทพฯค่ำล่ะ? ค่ำแล้วถ้าเธอหิวล่ะ? ช่อม่วงบอกว่าค่ำก็ค่ำ หิวก็แวะกินกัน เธอพูดและชี้ชวนให้ดูวิวสองข้างทางจนเขาเริ่มผ่อนคลาย

    ooooooo

    เมื่อกลับมาอยู่ไร่ พุดชมพูเห็นอนาวินทร์รดน้ำพรวนดินให้ต้นพุดชมพูของพ่อที่เอาลงดินแล้วอย่างทะนุถนอม ก็คว้าจอบไปทำบ้าง อนาวินทร์ไม่ยอมให้ทำเธอก็เลี่ยงไปทำอีกมุมหนึ่ง จนเขาบ่นกับภัทราที่เอาน้ำมาให้ว่า ดื้อจริงๆ

    “ปล่อยเขาเถอะค่ะคุณวิน พุดน่ะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ภัทราเอ่ยแล้วเล่าถึงความเข้มงวดจริงจังของพุดชมพูตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ชั้น ม.6 ให้ฟังว่า

    เวลานั้น ปู่ช่วยเรื่องการเรียนของเธอ พุดชมพูไม่เอาฟรีๆ แต่ทำสัญญากู้เงินกับปู่ ในสัญญาจะใช้คืนปู่ทั้งต้นและดอกในเวลา 10 ปี จนปู่ถามว่าทำไมไม่รับเงินปู่ ปู่เต็มใจช่วย เธอไหว้ขอบคุณปู่ พูดอย่างมีจิตสำนึกดีว่า

    “พุดรับเงินใครมาเปล่าๆไม่ได้หรอกค่ะปู่ แค่นี้คุณปู่ก็มีพระคุณกับพุดจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วให้พุดได้ใช้คืนเถอะค่ะอย่าหาว่าพุดถือดีหรืออะไรเลย” ปู่ชมว่าเธอสมเป็นลูกพ่อจริงๆ “ใช่ค่ะปู่...พ่อทำทุกอย่างด้วยตัวเอง พุดก็จะทำเหมือนพ่อ ว่าแต่...งวดนี้พุดขอใช้คืนปู่ 200 บาทก่อนนะคะ”

    ปู่มองพุดชมพูยิ้มอย่างเอ็นดู

    ภัทราเล่าแล้วบอกว่า “คุณปู่คุณวินมาเล่าให้น้าฟังแล้วก็พูดเหมือนคุณวินนี่แหละค่ะพูดไปก็ยิ้มไปบอกว่า ยัยพุดมันดื้อจริงๆ”

    อนาวินทร์ฟังภัทราเล่าด้วยความรู้สึกชื่นชมพุดชมพู เขามองเธอที่พรวนดินอยู่กับเขียด พูดเบาๆว่า

    “ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมปู่ถึงเลือกพุด”

    ภัทราดูสายตาอนาวินทร์ที่มองพุดชมพูแล้วดูออกว่าเขามีความรู้สึกพิเศษกับลูกสาวตน...

    ooooooo

    หลังจากชวกรทำงานให้แล้ว การันต์เอาซองสีน้ำตาลไปให้เขาที่คอนโด บอกว่าเป็นรางวัลที่เขาทำงานได้ดีมาก พูดอย่างสะใจว่า พวกมันหายไปจากบริษัทเลย

    “แต่ยัยนี่มันเก่ง เดี๋ยวมันก็คงกลับมา” ชวกรบอก การันต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ท้าว่า

    “มาเล้ย...ฉันยังมีอะไรเก็บไว้เซอร์ไพรส์พวกมันอีกเยอะ”

    ต่อมาการันต์ไปที่บ้านหวาย วันชัยบอกว่าหวายไม่อยู่ เขาบอกว่าตนไม่ได้มาหาหวาย แต่มาหาคุณอา มีเรื่องจะปรึกษาเกี่ยวกับอนาวินทร์ วันชัยถามหยั่งเชิงว่า “อะไรเหรอ?”

    “ผมรู้ว่าคุณอาอยากให้วินมาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจแต่พูดตามตรงนะครับ อย่างวินไม่เคยสนใจใครทั้งนั้นครับ นอกจากความพอใจของตัวเอง นี่บริษัทก็ไม่เข้า”

    “จะบอกอะไรอากันแน่?”

    “ผมมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือจากคุณอานิดหน่อย และถ้าสำเร็จ คุณอาก็ไม่ต้องรอเงินจากวินแล้วครับ ผมจะช่วยคุณอาเอง”

    วันชัยมองหน้าการันต์อย่างสนใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์