ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มาร์คคิดว่าตัวเองวิเศษเพียงเพราะได้นอนกับสิริวิมล ทำตัวกร่างใส่พวกพนักงานแผนกกิจกรรมพิเศษ แต่ไม่มีใครสนใจเขาแม้แต่น้อย เขาเหลือบเห็นพนักงานคนหนึ่งเดินผ่านมา แนะนำตัวแบบเชิดๆหยิ่งๆ

ว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของบริษัท คุณสิริวิมลนัดให้มาขึ้นรถที่นี่ เขาต้องไปถ่ายแมกกาซีนที่ระยอง

“อ๋อ รถตู้เบอร์สี่เลยค่ะ ทีมถ่ายภาพไปคันนั้น” พนักงานเห็นมุนินเดินผ่านมาร้องเรียกให้มาดูแลมาร์คหน่อย แล้วเดินไปทำหน้าที่ของตัวเอง มุนินผายมือเชิญมาร์คไปที่รถตู้คันนั้น เขาไม่วายเรื่องมาก ไม่อยากนั่งรถร่วมกับทีมงานคนอื่นจะขอนั่งไปคนเดียว เธอตัดสินใจไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นหัวหน้า เขาเห็นหน้าตาน่ารักของมุนิน ลายเริ่มออกชวนเธอนั่งรถตู้ไปด้วยกัน แล้วโอบกอดเธอไว้แถมเอามือบีบสะโพกอีกต่างหาก พิทักษ์พงศ์มาเห็นพอดี สั่งให้เขาปล่อยมือ มาร์คปล่อยมือโดยไม่คิดว่าทำอะไรผิด

“นิดๆหน่อยๆเอง ไม่มีอะไรมาก น้องเขาไม่มีปัญหา”

“แต่ฉันมี” ไม่พูดเปล่าพิทักษ์พงศ์ปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้าอีกฝ่ายถึงเซถลาเป็นนกปีกหัก แล้วตามเข้าไปซ้ำอีกชุดใหญ่ มาร์คไม่ทันตั้งตัวปัดป้องไม่ทันล้มลุกคลุกคลาน แต่พอตั้งหลักได้ เตะต่อยกลับไปบ้าง พนักงานคนอื่นๆรีบเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน คงศักดิ์ขับรถเข้ามาเห็นเหตุการณ์รีบลงไปห้ามปราม

“หยุดเดี๋ยวนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับอาละวาดชกต่อยกันนะ ถ้าอยากจะมีเรื่องกันก็ไปมีที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่” คงศักดิ์ต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าคู่กรณีชัดๆว่าเป็นลูกชายของตัวเองถึงกับร้องเอะอะ พิทักษ์พงศ์ฟ้องพ่อว่าไอ้นี่มันเลวมาก ลวนลามคนของเรา มาร์คแก้ตัวเป็นพัลวัน ไม่ได้ทำอะไรน้องแค่คุยด้วยเท่านั้น อยู่ๆผู้ชายคนนี้ก็วิ่งมาชกหน้า ทำเหมือนน้องคนนี้เป็นเมียตัวเอง

“ไอ้ชั่ว แกรู้หรือเปล่าว่าแกพูดกับใคร ฉันพิทักษ์พงศ์ ลูกคนเล็กของบริษัทนี้เว้ย แกไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนี้กับฉัน รปภ.ไล่มันออกไป จับมันโยนไปเลยอย่าให้มันเหยียบเข้ามาในบริษัทนี้อีก”

มาร์คยกสิริวิมลมาข่มว่าเป็นคนแต่งตั้งตนเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท พิทักษ์พงศ์ไม่สน ตั้งได้ก็ล้มได้ แล้วไล่ตะเพิดเขาออกไป คงศักดิ์ต้องปลอบลูกชายให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวท่านจะสอบสวนเรื่องนี้เอง ก่อนจะสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัว พลันมีเสียงมือถือของคงศักดิ์ดังขึ้น

หลี่ซวงโทร.ทางไกลมาถามว่าที่บริษัทเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องอะไรวุ่นวายไหม คงศักดิ์ไม่อยากให้แม่เป็นกังวลจึงโกหกว่าเรียบร้อยดีไม่มีอะไร

ท่านอยากรู้อาการป่วยของหลานรัก ไปหาหมอแล้วเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเขาแข็งแรงดีไม่มีปัญหาแค่เครียดนิดหน่อยเท่านั้น ก็สั่งให้เขาตามมาที่เกาหลี

“เอ้อ มันมีงานออกบูธที่ระยองสองวัน”

“บอกให้มันรักษาเนื้อรักษาตัวหน่อย อย่าถือโอกาสกินเหล้าเมาเละเทะอีกนะ”

ooooooo

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างจากที่หลี่ซวงคุยโทรศัพท์อยู่กับลูกชาย สิริวิมลรับสายจากมาร์คด้วยสีหน้าหงุดหงิด ต่อว่าว่ามีเรื่องอะไรสำคัญหนักหนาถึงต้องโทร.มาหาถึงที่นี่ เขาโทร.มาฟ้องว่าถูกพิทักษ์พงศ์ไล่ต่อย เพราะแค่ไปโอบไหล่พนักงานหญิงที่ชื่อมุนิน แถมไม่ยอมให้เขาไปถ่ายแมกกาซีนที่ระยองอีกด้วย

“แล้วจะให้ฉันทำอย่างไร”

“บอกน้องชายคุณว่าผมเป็นใครอยู่ในฐานะอะไรและอย่ามาเล่นกับผมอย่างนี้อีก ถ้ายังไม่เข้าใจสถานะของผม...ผมอาจจะต้องใช้คลิปของเราเพื่อประกาศตัวตนของผมให้ทุกคนรู้นะครับคุณสิริวิมล”

“ฉันจะฆ่าแกถ้าแกทำอย่างนั้น...เท่านี้นะ” สิริวิมลตัดบท แต่ยังไม่ทันวางสายมาร์คร้องเรียกไว้ คืนนี้จะไม่มาปลอบใจเขาสักหน่อยหรือ เธอไปไม่ได้ตอนนี้อยู่เกาหลี เขาโวยวายทำไมไม่เอาเขาไปด้วย จะได้ถ่ายแบบกันที่นั่นไปเลย สิริวิมลเสียงกร้าวทันที อย่าเรียกร้องให้มากไป ถ้าเกินขีดความอดทนเราอาจจบไม่สวย แล้ววางสายทันที จอมขวัญเข้ามาชวนให้ไปหากาแฟดื่มแก้หนาว กันดีกว่า เธอตอบเสียงห้วนว่าไม่หนาว

“เพราะโทรศัพท์สายนั้นหรือเปล่าคะถึงได้อุ่นขึ้นมาได้”

“แทนที่คุณจะสนใจเรื่องโทรศัพท์ของฉัน คุณน่าจะสืบดูว่าพ่อคุณอยู่ไหนมากกว่าและทำไมถึงปล่อยให้พวกเรามาเดินตากลมอย่างนี้” ไม่ทันขาดคำ มือถือของสิริวิมลดังขึ้นอีก “เดี๋ยวฉันโทร.กลับ” แล้ววางสาย

“อีกสามสิบนาที แด๊ดจะไปรอรับพวกเราที่บ้าน ระหว่างนี้เราจะไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านหัวมุมข้างหน้า พูดโทรศัพท์ เสร็จแล้วเชิญนะคะ” ว่าแล้วจอมขวัญเดินแยกออกไป...

ทางฝ่ายสิริกานดารีบโทร.บอกข่าวดีเรื่องที่หลี่ซวง ไปเกาหลีสองอาทิตย์ให้โสภณรับรู้ ฉะนั้นตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปจะไม่มีใครคอยจ้องจับผิดเธออีกหลายวัน แล้วชวนเขามาหาความสุขด้วยกัน เขาไปเจอเธอไม่ได้ติดงาน เตรียมข้อมูล พรุ่งนี้มีสัมมนาใหญ่ของบริษัท เธอต่อรองไม่ต้องไปไหนไกลก็ได้ เจอกันแถวนี้แป๊บเดียวก็ยังดี หรือเขาไม่อยากเจอเธอ

“โธ่ อยากเจอใจจะขาด เอาอย่างนี้ เดี๋ยวถ้าพี่เตรียมข้อมูลเสร็จเร็วจะรีบโทร.หานะ”

“งั้นรองรออยู่ที่ออฟฟิศแล้วกัน รองจะรออยู่อย่างใจจดจ่อด้วยความคิดถึง สงสารรองด้วยนะคะพี่โส”

โสภณวางสายแล้วถอนใจหนักใจ จะไปหาได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้เขาอยู่กับลูกเมียที่บ้านของพ่อตาซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดเพชรบุรี...

ณ ริมถนนกลางกรุงโซล สิริวิมลหงุดหงิดมากที่มาร์คโทร.มาวอแวไม่เลิกถึงขนาดจะให้เธอปลดน้องชาย ตัวเองออกจากบริษัทฐานที่มาไล่ตนออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ แม้จะโกรธแค้นที่ต้องเป็นเบี้ยล่างมาร์ค แต่สิริวิมลไม่มีทางเลือก รับปากจะหางานใหม่ให้ แต่เขาต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โทร.มาหาเธอที่นี่อีก

“ได้...ผมจะรอจนกว่าคุณกลับมาเมืองไทยก็แล้วกัน” มาร์คส่งจูบใส่มือถือก่อนจะวางสาย ขณะที่สิริวิมลวางสายด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เป็นจังหวะเดียวกับปริวัตรเดินเข้ามาบอกว่าท่านประธานให้มาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่เป็นอะไรมีความสุขดี ยิ่งมีผู้ช่วยรองประธานบริษัทมาคอยถามไถ่ดูแลยิ่งมีความสุขและนั่นเป็นเหตุผลที่เธอขอให้เขามาที่นี่ด้วย เขาแย้งทันทีว่าไม่ได้ขอแต่สั่งให้มาต่างหาก

“ถ้าคุณสบายใจแล้วเชิญที่รถเถอะครับ เรากำลังจะไปบ้านมิสเตอร์คิมกัน”

ooooooo

ไม่นานนักหลี่ซวงกับคณะมาถึงบ้านของมิสเตอร์คิม หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว เจ้าของบ้าน มอบขนมต๊อกหรือเค้กข้าวขนมมงคลของเกาหลีให้แก่ แขกผู้มาเยือน หลี่ซวงชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก

มิสเตอร์คิมอธิบายถึงขนมชนิดนี้ให้ฟังคร่าวๆว่าเป็นขนมที่ใช้ไหว้พระจันทร์ในเทศกาลชูซอกหรือวันขอบคุณพระเจ้า ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาลที่ว่าแต่เขาสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลอง ขนมชนิดนี้ทำขึ้นจากแป้ง มันเทศนึ่งและน้ำผึ้ง หลี่ซวงฟังส่วนผสมแล้วถึงกับออกปากกินเข้าไปต้องอ้วนแน่ๆ

“นานๆกินทีไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ยังไม่ต้องกินตอนนี้ก็ได้ ล้างหน้าล้างตาพักผ่อนกันก่อน ผมเตรียมห้องพักไว้สำหรับทุกคนแล้ว...ว่าน”

ว่านเชิญแขกทุกคนให้ตามขึ้นไปที่ห้องพัก จอมขวัญซึ่งอยู่เพียงลำพังกับมิสเตอร์คิมรอจนทุกคนไปพ้นสายตาแล้ว จึงเดินเข้าไปกอดเขาพร้อมกับถามว่าเรื่องพันเอกวาคูตกลงเป็นอย่างไร มิสเตอร์คิมให้คนไปติดต่อแล้วแต่ยังไม่ได้เรื่อง หากพันเอกวาคูรู้ว่าหลี่ซวงเป็นแขกของเขาก็น่าจะเกรงใจกันบ้าง แต่ตอนนี้ให้ทุกคนใช้ชีวิตปกติไปก่อน อย่าทำอะไรให้แขกของเราตื่นตระหนก จอมขวัญอยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับหลี่ซวง

“เหมือนคนแก่เหงาๆคนหนึ่งที่ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร”

“อย่าเชื่อภาพที่เห็นได้เพียงแค่ตา แด๊ดสอนหนูเอง” พูดจบจอมขวัญขึ้นไปหาหลี่ซวงที่ห้อง สอนให้เปิดฮีตเตอร์ถ้ารู้สึกว่าในห้องเย็นเกินไป แล้วเอาเสื้อโค้ตของตัวเองให้สวมเพราะอุ่นกว่าเสื้อที่ท่านเอาติดมาจากเมืองไทย หลี่ซวงรู้สึกประทับใจเธอมากที่ช่วยดูแลมากกว่าที่หลานของท่านทำให้ แล้วพยายามทำตัวเป็นแม่สื่อ

แม่ชักให้เธอกับพิทักษ์พงศ์ เพราะเชื่อว่าการที่ทั้งคู่เกิดวันเดียวกันและได้มาเจอกันเป็นเรื่องของชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้ ท่านเสียดายที่พิทักษ์พงศ์ไม่ได้มาที่นี่ด้วย จะได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

“คุณนายมาที่นี่เพื่อจะได้รู้จักดิฉันมากขึ้นนะคะไม่ใช่มาเพื่อแนะนำคุณซื่อให้ดิฉันรู้จัก อย่าลืมสิคะ”...

ฝ่ายสิริวิมลโทร.ไปเล่นงานน้องชายที่ไล่มาร์คไม่ให้ไปถ่ายแมกกาซีนที่ระยอง และสั่งห้ามออกคำสั่งอะไรที่เป็นการกลั่นแกล้งนายแบบของเราอีกด้วย พิทักษ์พงศ์ไม่เข้าใจในเมื่อมันเลวอย่างนี้ เธอยังจะให้มันเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทอีกหรือ สิริวิมลสั่งห้ามถามมากความ ไม่อย่างนั้นเรื่องของเขากับมุนินถึงหูอาม่าแน่นอน แล้ววางสายทันที เป็นจังหวะเดียวกับจอมขวัญมาเคาะประตูห้องเพื่อแจ้งโปรแกรมของวันนี้

“สี่โมงเย็นเจอกันข้างล่างนะคะ เราจะไปกินอาหารเย็นในเมืองกันค่ะ”

ooooooo

สิริกานดารู้จาก รปภ.ของบริษัทโดยบังเอิญว่าดึกของคืนที่เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนเลิศประสิทธิ์ สิริวิภาแวะมาที่บริษัทก็เริ่มเอะใจว่าพี่สาวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่เบิกเกินบัญชีไปห้าล้านบาท ทำทีโทร.ถามว่าคืนนี้จะไปไหนเห็นเพิ่งขับรถออกจากบริษัท พอรู้ว่าเธอนัดกับชายหนุ่มเอาไว้ ลองตามไปที่เรนโบว์คลับ

เป็นอย่างที่สิริกานดาคาดไว้ไม่มีผิด สิริวิภาคลอเคลียอยู่กับทัศน์ที่โต๊ะด้านในสุดของคลับ เธอค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ๆ ได้ยินทั้งคู่คุยกันเรื่องที่สิริวิภาให้เงินเขาห้าล้านบาท ก่อนที่จะชวนกันไปหาความสุขที่รังรักของทั้งคู่ สิริกานดาโกรธควันแทบออกหู รีบสะกดรอยตาม...

ในเวลาต่อมา ที่คอนโดฯที่พักของสิริวิภา ขณะที่ทัศน์กับสิริวิภากำลังอาบน้ำกันอยู่ มีเสียงกริ่งประตูห้องดังขึ้น เขาคิดว่าพนักงานเอาเครื่องดื่มมาส่งรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันตัวไว้แล้วเดินไปเปิดประตู แต่กลับเจอสิริกานดาแทนที่ เธอบุกเข้ามาต่อว่าพี่สาวที่เพิ่งออกจากห้องน้ำว่ามายุ่งกับผู้ชายขายตัวแบบนี้ได้อย่างไร

“เปล่าครับผมไม่ได้ขาย ผมทำตามความพอใจ”

“ไอ้ที่หลอกเอาเงินจากพี่สาวฉันไปห้าล้านนี่ใช่ไหมความพอใจของนาย มันต่างจากขายตัวตรงไหนวะ”

สิริวิภาตกใจ น้องรู้เรื่องเงินได้อย่างไร เธอรู้มาจากฝ่ายการเงินว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขในใบเบิกของเธอ ถ้าเธอไม่ดึงเรื่องไว้ป่านนี้ฉาวโฉ่ไปทั้งบริษัทแล้ว เธอไม่เข้าใจทำไมพี่สาวถึงหน้ามืดหลงเชื่อผู้ชายชั่วๆแบบนี้ได้ ทัศน์เถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอกล่าวหา สิริกานดาชี้หน้าไม่ต้องมาเถียง หลอกไถเงินพี่สาวของเธออย่างนี้ไม่เรียกว่าชั่วแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ขู่จะไปแจ้งตำรวจมาลากคอเขาฐานล่อลวง

เจ้ใหญ่ของบ้านลีลาวัฒนชัยร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ทำอย่างนั้น แล้วหันไปบอกให้ทัศน์กลับไปก่อน ขอคุยกับน้องสาวตามลำพัง สิริกานดาโยนเสื้อให้เขาพร้อมกับไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า เขาจำต้องเดินคอตกจากไป สิริกานดายื่นคำขาด ครั้งนี้ตนจะยังไม่บอกใคร แต่เธอต้องเลิกคบกับทัศน์

“ถ้าอั๊วเลิกไม่ได้ล่ะ”

“เฮ้อ...อั๊วไม่ยุ่งเรื่องรสนิยมผู้ชายของเจ้ก็แล้วกันแต่ถ้าเรื่องทุจริตเกิดขึ้นล่ะก็ อั๊วไม่เข้าข้างเจ้แน่”

ooooooo

สิริวิมลไม่ได้แค่กินอาหารเกาหลีเท่านั้น แต่ดื่มโซจูเหล้าประจำชาติเกาหลีเข้าไปหลายขวดจนเมาแทบคลานแถมส่งเสียงดังอีกต่างหาก หลี่ซวงที่เดิน

ตามออกมาจากร้านอาหารต้องปรามให้เบาเสียงลงหน่อย อายคนอื่นบ้าง ไม่รู้ทำไมต้องดื่มเข้าไปตั้งแปดขวดแบบนั้น

“โธ่แค่นี้เด็กๆ ม่าไม่รู้อะไร อั๊วกินได้อีกเป็นสิบ... ไปๆเดินเล่นกัน” ยังไม่ทันจะก้าวขา สิริวิมลอาเจียนพุ่งตรงนั้น ว่านกับปริวัตรต้องช่วยกันประคอง มิสเตอร์คิมเห็นเธอเมามากชวนกลับบ้านกันดีกว่าไว้วันหลังค่อยเดินเล่นกันใหม่ จอมขวัญเห็นทั้งว่านและปริวัตรหิ้วปีกคนละข้างแกล้งถามสิริวิมลจะให้ใครอุ้มขึ้นรถ เธอเลือกปริวัตรอย่างที่จอมขวัญคาดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน...

จากนั้นไม่นาน ปริวัตรประคองสิริวิมลเข้าไปในห้องพักของเธอแล้วขยับจะไปแต่เธอฉุดแขนไว้ชวนเขาดื่มอะไรในห้องด้วยกัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เขาเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนีออกมา เจอหลี่ซวงยืนพิงประตูห้องพักของท่านอยู่ ถามว่าหมวยเล็กทำอะไรเขาหรือเปล่า เขาเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ

“เธอคงเมาจนไม่รู้ตัวน่ะครับ”

หลี่ซวงมองออกว่าสิริวิมลพอใจปริวัตรอยู่ไม่น้อย ถ้าเขายังไม่ได้ถลำตัวไปกับดารารัตน์มากนัก ท่านยินดีถ้าเขาคิดจะลงเอยกับหลานของท่าน ปริวัตรยังไม่ได้คิดอะไรไกลขนาดนั้น หลี่ซวงขอให้เขาบอกด้วยแล้วกันถ้าคิดได้เมื่อไหร่ แล้วเดินกลับเข้าห้อง จอมขวัญเดินขึ้นบันไดมาเห็นเขากำลังจะเข้าห้องก็ส่งยิ้มให้

“กู๊ดไนท์นะคะคุณปริวัตร นอนคนเดียวได้ไม่เหงานะคะ”

“ถ้าผมบอกว่าเหงา แล้วคุณจะทำยังไงครับ”

“ขอคิดแป๊บหนึ่ง คิดออกแล้วจะบอกค่ะ” จอมขวัญยิ้มยั่ว ก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไปยังห้องนอนตัวเอง ปริวัตรมองตามอึดใจ แล้วเดินเข้าห้องพักของเขา ยังไม่ทันจะเปลี่ยนเสื้อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เขานึกว่าเป็นจอมขวัญรีบเปิดรับ แต่กลายเป็นสิริวิมลพุ่งพรวดเข้ามาดันเขาล้มไปด้วยกันโดยมีเธอนอนทับอยู่ด้านบน เธอพยายามจะปลุกปล้ำเขาซุกไซ้ไปทั่วตัว เขาต้องขอร้องให้หยุดแต่ไม่เป็นผล ปริวัตรตัดสินใจอุ้มเธอเอาไปโยนลงบนเตียงในห้องของเธอเอง แล้วสั่งห้ามไปเคาะห้องของเขาอีก เพราะเขาจะไม่เปิดให้

“งั้นขอหอมทีนึงนะ” สิริวิมลไม่รอคำตอบโผจูบปากปริวัตร เขาถอยหนีออกจากห้องแล้วปิดประตูตามหลัง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอจอมขวัญยืนมองอยู่ เขาแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น

“รู้เหรอว่าฉันเห็นอะไรบ้าง ฉันเห็นตั้งแต่คุณกับคุณสิริวิมลจูบปากกันอย่างดูดดื่ม”

ระหว่างนั้นหลี่ซวงเปิดประตูห้องออกมาขอให้จอมขวัญช่วยชงชาร้อนให้หนึ่งแก้ว เธอรับคำแล้วเดินลงไปที่ห้องครัวโดยมีปริวัตรตามมาอธิบายว่าเธอเข้าใจผิดเรื่องเขากับสิริวิมล จอมขวัญสงสัยถ้าเธอเข้าใจผิดจริงๆ

เขาจะต้องเดือดร้อนทำไม เขาเดือดร้อนเพราะต้องการให้เธอคิดดีๆกับเขาเหมือนที่เขาคิดดีๆกับเธอ จอมขวัญหาว่าความคิดของเขาที่มีต่อเธอมันยังคลุมเครือเหมือนกับความคิดที่เธอมีต่อเขา

“เพราะฉะนั้น ฉันไม่สามารถสนองตอบข้อเรียกร้องของคุณได้” จอมขวัญชงชาเสร็จพอดี ขยับจะไป

“ถ้าผมบอกคุณว่าผมคิดยังไงกับคุณ คุณจะเชื่อผมไหมและจะยอมรับได้หรือเปล่า”

“อยู่ที่ว่าคุณจะบอกฉันเมื่อไหร่ ถ้าช้าไปฉันก็คงไม่รอ” จอมขวัญมองสบตากันกับเขาอยู่อึดใจ ก่อนจะเดินจากไป ทั้งคู่ไม่ทันเห็นว่านนั่งซุกตัวอยู่ในมุมมืดมองไปที่ทั้งคู่อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก...

หลี่ซวงขอบใจจอมขวัญที่ชงชามาให้ แล้วถามว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เธอบอกให้ทำใจให้สบายๆ คนเดียวที่รู้ว่าพรุ่งนี้มีอะไรบ้างคือแด๊ดของเธอ

ooooooo

สิริวิมลไม่ได้มางานมอบทุนการศึกษาในวันเกิดของมิสเตอร์คิมร่วมกับหลี่ซวง ปริวัตรและจอมขวัญ เนื่องจากเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยก็เลยตื่นไม่ทัน หลี่ซวงบ่นอุบที่หลานสาวไม่รู้จักเกรงใจมิสเตอร์คิมบ้าง

“ไม่มีปัญหาค่ะ แด๊ดเข้าใจเรื่องพวกนี้ดี เดี๋ยวตื่นแล้วว่านจะพามาเจอกับเราเอง”

เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน พิธีกรชาวเกาหลีเชิญมิสเตอร์คิมขึ้นมาบนเวทีเพื่อมอบทุนให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมและมีกิจกรรมเพื่อสังคมยอดเยี่ยมควบคู่กันไปด้วย เขากลับขอเวลาทุกคนสักครู่ แล้วกล่าวเชิญหลี่ซวงแขกพิเศษจากประเทศไทยซึ่งเป็นต้นแบบของสุภาพสตรีที่มุมานะ ต่อสู้จนประสบความสำเร็จในธุรกิจขึ้นมาเล่าเรื่องราวดีๆให้ทุกคนฟังก่อน เสียงตบมือต้อนรับดังกึกก้อง หลี่ซวงหันไปปรึกษาจอมขวัญไม่รู้จะพูดอะไร และที่สำคัญท่านพูดเกาหลีไม่ได้

“แด๊ดอยู่บนเวที คุณนายไม่ต้องกังวลค่ะ”

หลี่ซวงลังเลอยู่อึดใจ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวที มิสเตอร์คิมเข้ามายืนข้างๆแนะให้พูดอะไรก็ได้แค่สั้นๆเขาจะแปลเป็นภาษาเกาหลีให้เอง เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ ขยับไปยืนหน้าไมโครโฟน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อหลี่ซวง ดีใจที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ในวันเกิดของคิม คยองซู ตบมือให้คนที่จิตใจดีอย่างคุณคิมด้วยค่ะ” สิ้นเสียงมิสเตอร์คิมแปลเป็นภาษาเกาหลี เสียงตบมือดังสนั่นห้องประชุม...

กว่าว่านจะพาสิริวิมลตามมาสมทบ คณะของมิสเตอร์คิมมาถึงหน้าอาคารทงแดมุนดีไซน์ พลาซ่า เธอรีบอวยพรวันเกิดให้กับมิสเตอร์คิมและขอโทษด้วยที่ตื่นสาย หลี่ซวงตำหนิหลานสาวทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก แทนที่จะสำนึก เธอกลับหันไประรี้ระริกกับปริวัตรเมื่อคืนเมามากไปหน่อย แต่ก็จำได้ว่าทำอะไรกับเขาบ้าง

“มันเป็นเรื่องสนุกปกติของฉัน อย่าคิดมาก อยากจริงจังเมื่อไหร่ฉันจะบอก”

จอมขวัญเดินออกมาจากตัวอาคารเข้ามาแจกโบรชัวร์ให้ทุกคน แล้วเชิญชวนเข้าไปชมงานแสดงศิลปวัฒนธรรมที่จัดขึ้น ณ โถงด้านใน...

ขณะที่มิสเตอร์คิมกับจอมขวัญทำหน้าที่ไกด์จำเป็นพาหลี่ซวงกับสิริวิมลชมงานศิลป์มากมายหลายแขนง ปริวัตรถามว่านว่ารู้จักกับจอมขวัญตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่านรู้จักเธอตั้งแต่จำความได้ ตั้งแต่เขายังไม่โผล่หน้าเข้ามาในชีวิตของเธอ ปริวัตรฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าไม่ชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่

“ความรู้สึกไวดีนี่ คุณปริวัตร” ว่านพูดจบเดินลิ่วตามกลุ่มของจอมขวัญไป ปริวัตรเร่งฝีเท้าตาม โดยมีชาย ลึกลับชาวญี่ปุ่นท่าทางไม่น่าไว้ใจสองคนตามไปอีกทอดหนึ่ง

จอมขวัญเดินตรงไปยังเปียโนซึ่งตั้งอยู่กลางห้องโถง บรรเลงเพลงไพเราะสะกดทุกคนในนั้นให้หยุดฟัง จนเพลงจบ สิริวิมลนึกสนุกขอให้เธอบรรเลงเพลงแจ๊ส แล้วเต้นไปตามจังหวะอย่างสนุกสนาน ชายลึกลับซึ่งตามเข้ามาจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปสิริวิมลแต่ถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาบังเสียก่อน สิริวิมลเห็นปริวัตรยืนดูอยู่กับกลุ่มนักท่องเที่ยว หมุนตัวไปดึงเขามากอด ชายหนุ่มอึดอัดกับความรุ่มร่ามของเธอ

“ไม่ต้องอาย เมื่อคืนเรากอดกันมากกว่านี้” ไม่พูดเปล่าสิริวิมลคว้ามือปริวัตรมาจับที่ต้นขาตัวเอง เขาพยายามดึงมือออกแต่เธอจับไว้แน่น “บอกว่าไม่ต้องคิดมากไง ถือเป็นการคืนกำไรให้พนักงานดีเด่น”

หนึ่งในชายลึกลับกำลังจะถ่ายรูปสิริวิมลอีกครั้ง แต่ถูกว่านดันจนเซไปเสียก่อน จอมขวัญบรรเลงเพลงจบพอดี นักท่องเที่ยวชอบใจตบมือให้สองสาวเสียงดังสนั่น ปริวัตรรีบชวนสิริวิมลไปหามิสเตอร์คิม

อีกมุมหนึ่งนอกตัวอาคาร มิสเตอร์คิมพาหลี่ซวงมาชมกำแพงโบราณซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน ขณะกำลังชมความงามกันอยู่ เขาเห็นเงาคนที่อยู่ด้านหลังสะท้อนกับแผ่นกระจก หันขวับไปจ้องหน้าชายคนนั้นด้วยสายตากร้าว ชายลึกลับคนที่สามถึงกับผงะ ยิ่งเห็นสร้อยห้อยจี้อักษรโบราณซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลมาเฟียเก่า มันถอยกรูดออกไปแทบไม่ทัน เหตุการณ์ทั้งหมดหลี่ซวงไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อย...

ข่าวเรื่องเป้าหมายอยู่กับมิสเตอร์คิมรู้ถึงหูพันเอกวาคูเกือบจะทันที เขาสั่งให้สมุนเช็กข่าวนี้ให้ดีก่อนว่าใช้เป้าหมายของเราไม่ผิดตัวแน่ และถ้ามีปัญหากับมิสเตอร์คิม เขาจะเคลียร์เอง แล้วตอนนี้พวกนั้นอยู่ที่ไหน

“อินซาดงครับ”

ooooooo

ณ ถนนอินซาดงกลางกรุงโซล ขณะมิสเตอร์คิม แจกต๊อกป๊อกกี่อาหารเกาหลีประเภทเสียบไม้ให้กับลูกทัวร์ได้ลองชิม เหลือบเห็นชายลึกลับสามคนเดินตรงมาหา รีบสั่งให้ว่านถ่ายรูปหมู่พวกเราเป็นที่ระลึก

“ถ่ายชัดๆนะว่าน ชัดลึกไปถึงข้างหลังนะ ต้องเห็น ครบหมดทุกคนด้วยล่ะ”

ชายหนุ่มรับคำอย่างเข้าใจ เล็งกล้องไปที่สามคนนั่น แกล้งนับหนึ่งถึงสามแล้วกดชัตเตอร์รัวอยู่หลายครั้งก่อนจะส่งกล้องให้มิสเตอร์คิมดู “อย่างน้อยก็สามครับ ดูเหมือนจะมีคนแอบถ่ายรูปพวกเราด้วยนะครับ”

ทั้งหลี่ซวง ปริวัตรและสิริวิมลไม่เอะใจแม้แต่น้อย คิดว่าเป็นพวกนักท่องเที่ยวด้วยกัน มิสเตอร์คิมต้องการแยกพวกคนร้ายออกจากกัน จัดแจงให้ทุกคนเดินเที่ยวเตร่ตามอัธยาศัยจะได้ไม่ต้องรอกัน ตนจะไปกับหลี่ซวงเอง ว่านจะคอยดูแลสิริวิมลส่วนปริวัตรให้ไปกับจอมขวัญ อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่รถ

ชายลึกลับสามคนแยกกันตามกลุ่มทัวร์กันคนละกลุ่มและพยายามถ่ายรูปเหยื่อเอาไว้ ว่าน จอมขวัญและมิสเตอร์คิมก็ถ่ายรูปพวกนั้นเอาไว้เช่นกันแล้วส่งให้

เกาเฟยเช็กว่าเป็นใคร เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงตามนัดทั้งสามกลุ่มกลับมาขึ้นรถตู้ ว่านรีบกระซิบบอกมิสเตอร์คิมว่าเกาเฟยจะส่งข้อมูลของสามคนนั่นมาให้ภายในสามสิบนาที มีเพียงปริวัตรเท่านั้นที่พอจะรับรู้ได้ว่ามีกลิ่นทะแม่งๆ ยื่นหน้าไปกระซิบกับหลี่ซวงถ้าต้องการอะไรหรืออยากไปไหนให้เรียกใช้เขา อย่าไปไหนตามลำพัง ท่านอดถามไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรือ

“ผมทำตามหน้าที่น่ะครับ”...

ขณะที่หลี่ซวงถูกพันเอกวาคูส่งคนตามประกบ สิริกานดาทำเซอร์ไพรส์ตามมามอบช่อดอกไม้ให้โสภณ ถึงหน้าเวที หลังจบการบรรยายเรื่องเศรษฐกิจให้ผู้เข้า สัมมนาฟัง เขากระซิบชวนเธอให้อยู่ด้วยกันทั้งคืน

“รองเตรียมตัวมาแล้วค่ะ พี่โสทิ้งรถไว้ที่นี่นะ รองไปรอที่รถจอดอยู่ชั้น 4B นะคะ” สิรินดาพูดจบ เดินจากไป โสภณเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเอกสารยังไม่ทันเสร็จ เจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่าภรรยาของเขาให้มาบอกว่ารออยู่ที่รถ ไม่กี่อึดใจ โสภณมาถึงรถของตัวเองซึ่งจอดอยู่ที่ชั้น 5A เห็นปรุงฉัตรยืนหน้าเครียดอยู่ก็ต่อว่าทันที

“คุณปรุงฉัตร เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่าคุณจะไม่โผล่หน้ามาหาผมในเวลาที่ผมทำงานหรือว่าคุณลืม”

ปรุงฉัตรไม่ได้ลืม แต่ที่ต้องมาหาเขาเพราะลูกปอดบวมไข้ขึ้นสูง ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล จะไปเยี่ยมแกไหม โสภณต้องไปเยี่ยมอยู่แล้วไม่ไปได้อย่างไร บอกให้เธอรออยู่ในรถนี่ก่อน ขอโทร.เคลียร์งานสักครู่ เปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง แล้วเดินเลี่ยงออกมาโทร.หา

สิริกานดา โกหกว่าทางเมืองนอกโทร.มาขอนัดด่วน

“ถ้าพี่ไม่ไปพี่อาจจะเสียงานนี้...เอาอย่างนี้นะ น้องรองไปรอพี่ที่โน่นก่อนได้ไหมคะ พี่ประชุมเสร็จแล้วจะรีบขับรถตามไปทันที แล้วเจอกันนะ” โสภณวางสาย ก่อนจะกลับไปที่รถ ปรุงฉัตรซักเป็นการใหญ่พูดโทรศัพท์กับใคร เขาแต่งเรื่องว่าโทร.ไปขอเลื่อนนัดกับประธานจัดงานสัมมนาซึ่งเป็นกะเทย

“อย่าให้รู้ว่ามีอะไรปิดบังฉันนะ ไม่งั้นพ่อฉันฆ่าคุณแน่ๆ”

ooooooo

เกาเฟยเฟซไทม์ข้ามประเทศไปหามิสเตอร์คิมกับจอมขวัญถึงเกาหลีเพื่อรายงานว่ารูปชายลึกลับสามคนที่ส่งมาให้เป็นทีมหาข่าวของแก๊งยากูซ่าเก่าที่ออกจากญี่ปุ่นไปหากินแถบตอนใต้ของจีน เป็นไปได้ว่าพวกนี้รับงานจากพันเอกวาคูซึ่งต้องการล้างแค้นหลี่ซวงที่ทำให้เขาต้องสูญเสียสินค้าลอตใหญ่

“แต่วิธีการของวาคูนั้น มันจะต้องเช็กเป้าหมายให้แน่ ไม่ผิดตัวแล้วถึงจะลงมือ”

มิสเตอร์คิมค่อยหายใจคล่องขึ้นนั่นเท่ากับเราพอมีเวลาจะยุติความบาดหมางครั้งนี้ได้ ถ้าพันเอกวาคูยอมเจรจา เกาเฟยก็อยากจะให้เป็นอย่างนั้นแต่เขาไม่ยอมให้ใครพบก่อนปฏิบัติการของตัวเองทุกครั้ง มิสเตอร์คิมสั่งให้เกาเฟยติดต่อเขาต่อไปพร้อมกับเตรียมกำลังของเราเอาไว้ด้วย หากการเจรจาจะไม่เกิดขึ้น แล้วปิดจอคอมพิวเตอร์ หันไปถามจอมขวัญว่าพวกหลี่ซวงพอจะรู้เรื่องนี้บ้างไหม

“ยัง...นอกจากนายปริวัตรที่เป็นคนช่างสงสัยอยู่แล้ว แต่ไม่น่ามีปัญหา ว่านคอยประกบอยู่”

“นั่นแหละปัญหา ผู้ชายสองคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันถ้าต้องอยู่ใกล้ๆกันมันก็มักจะมีชนวนก่อเรื่องทะเลาะกันได้เสมอ”...

เป็นอย่างที่มิสเตอร์คิมหวั่นใจ ขณะว่านกับปริวัตรรอหลี่ซวงเลือกซื้อผลไม้สำหรับดินเนอร์กับมิสเตอร์คิม ทั้งคู่หวิดจะมีเรื่องกัน แต่ติดที่หลี่ซวงอยู่ด้วย ว่านจึงท้าเปิดศึกกับปริวัตรคืนนี้จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย...

ตกค่ำมิสเตอร์คิมลงมือทำซุปสไตล์เกาหลีให้หลี่ซวงชิมก่อนกินดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสอง เนื่องจากพวกหนุ่มๆสาวๆขอไปเที่ยวในเมือง สองผู้ยิ่งใหญ่ต่างเล่าความเป็นมาเป็นไปในอดีตก่อนจะก่อร่างสร้างตัวจนเป็นบริษัทใหญ่โตทุกวันนี้ให้กันและกันฟัง หลี่ซวงประทับใจในตัวมิสเตอร์คิมมากถึงกับออกปาก

“คงจะดีไม่น้อยถ้าหลานชายของฉันได้ใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงเก่งๆอย่างลูกสาวของคุณคิม ฉันก็คงจะมีความสุขกับชีวิตในบั้นปลายของฉัน”

“เร็วไปไหมครับที่คิดอย่างนี้ สิ่งที่คุณนายพูดในทางธุรกิจมันหมายถึงการร่วมทุนกันระหว่าง K-Soo กับลีลาวัฒน์เลยนะครับ คิดให้มั่นใจ แล้วค่อยคุยกันใหม่ดีกว่า”...

หลี่ซวงโทร.ทางไกลปรึกษาเรื่องการร่วมทุนครั้งนี้กับคงศักดิ์ แทนที่จะได้ความคิดเห็นอะไรดีๆ เขากลับบอกว่าถ้าท่านมั่นใจเขาก็ไม่มีอะไรคัดค้าน หลี่ซวง

ถอนใจเซ็ง นึกแล้วว่าลูกชายต้องพูดแบบนี้

“และนี่ก็คือเหตุผลที่อั๊วต้องหาคนดีคนเก่งกว่าที่มีอยู่มาร่วมสร้างบริษัทกับเรา เท่านี้แหละนะ” หลี่ซวงตัดสายด้วยความหงุดหงิด คงศักดิ์เองก็ท้อแท้ใจไม่ใช่น้อยเหมือนทุกครั้งที่ถูกผู้เป็นแม่ตำหนิ แล้วเหลือบไปเห็นสุมลทาเดินเข้ามา ก็หันมาเรียกไว้ เพื่อนของเขาที่โรงเรียนสอนภาษาเล่าให้ฟังว่ามีเด็กผู้หญิงไปสมัครเรียนแล้วอ้างว่าเป็นหลานของเขา ใช่เด็กที่มานั่งกราบเธอปลกๆหน้าบริษัทหรือเปล่า เธอได้แต่นิ่งเฉย

“คุณจะให้เงินมันเท่าไหร่หรือจะมีบุญคุณกันมากแค่ไหนผมจะไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่อย่าไปอ้างกับใครว่าเป็นหลานผม เพราะมันไม่ใช่” คงศักดิ์พูดใส่หน้าเธอจบก็ผละจากไป

ooooooo

ว่านมีปัญหาคาใจกับปริวัตรไม่เลิกไม่แล้ว ถึงขนาดไม่ยอมกินข้าวร่วมโต๊ะด้วย อ้างเป็นแค่บอดี้การ์ดไม่สมควรร่วมโต๊ะกับเจ้านาย แล้วบอกคู่อริอิ่มเมื่อไหร่เชิญได้ ตนจะรออยู่ข้างนอก แล้วหิ้วโซจูหลายขวดติดมือไปด้วย ผ่านไปสักพัก ปริวัตรตามไปหน้าร้านเพื่อจะเคลียร์ปัญหากับว่าน

แต่พอเหล้าเข้าปากสติของว่านดูจะลดน้อยลง เขาต้องการให้ปริวัตรอยู่ห่างๆจอมขวัญ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตาม ว่านท้าตีท้าต่อย ถ้าใครคว่ำก่อนแพ้และจะไม่มีสิทธิ์ติดตามจอมขวัญ เขายอมให้ปริวัตรชกก่อนสองหมัด เขาขอแค่หมัดเดียวเท่านั้น ปริวัตรไม่ชอบใช้กำลังขยับจะกลับเข้าร้าน ว่านไม่ยอมให้ไปชกอีกฝ่ายซึ่งไม่ทันตั้งตัวจนเซถลาแล้วตามเข้าไปซ้ำเลือดกบปาก

“ผมยอมคุณแค่สองหมัดเท่านั้นนะ”

บอดี้การ์ดหนุ่มไม่พูดพล่ามถีบยอดอกเขาก่อนจะชกซ้ำ คราวนี้ปริวัตรตอบโต้กลับไปบ้าง สองหนุ่มตะลุมบอนกันอุตลุด ผู้คนสองข้างทางพากันเข้ามามุงดู จอมขวัญกับสิริวิมลออกมาช่วยกันห้าม แต่ว่านไม่ฟังยังคงต่อยปริวัตรไม่ยั้ง จอมขวัญโมโหตบหน้าเขาฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ ขณะที่สิริวิมลรีบประคองปริวัตรไว้

“กลับกันเถอะค่ะ เล็กจะทำแผลให้คุณเอง”...

ทางด้านมิสเตอร์คิมรู้เรื่องที่ว่านก่อขึ้นก็ผิดหวังมาก โทษตัวเองที่ประเมินความผูกพันของจอมขวัญกับว่านพลาดไป คิดว่าความเป็นเพื่อนอยู่เหนือทุกสิ่ง จนลืมนึกไปว่าความรักสามารถก่อตัวขึ้นและพัฒนาได้อย่างไร้เงื่อนไขกำหนด แล้วเตือนว่านว่าการพัฒนาความรักของคนสองคน ต้องเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ถ้าเกิดจากฝ่ายเดียวแล้วพยายามที่จะให้เป็นไปตามความต้องการของตัว เท่ากับเห็นแก่ตัวและไร้สติ

“นั่นจะทำลายแบบแผนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของชีวิต”

ว่านขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก มิสเตอร์คิมขอให้เขาทำมากกว่าพูด แล้วผละจากไป ว่านจับมือจอมขวัญมากุมไว้อย่างสหาย ขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาแค่น้อยใจที่เธอเห็นคนอื่นสำคัญกว่า เธอเห็นเขาเป็นคนพิเศษเสมอ แต่จะพิเศษที่สุดหรือเปล่าไม่มีใครตอบได้ อย่าทำให้เธอเสียความรู้สึกอีก แล้วขยับจะไป ว่านอดถามไม่ได้ว่าปริวัตรเป็นคนพิเศษของเธอด้วยไหม

“ถ้านายเป็นเพื่อนฉัน นายต้องรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร”...


สิริวิมลทำแผลให้ปริวัตรเสร็จ ลวนลามเขาเป็นค่าตอบแทน แถมเสนอตัวจะมีอะไรด้วยโดยไม่ต้องผูกมัด แต่ถ้าเขาเกิดติดใจค่อยตกลงกันใหม่ เขาทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะจะทำให้เราสองคนมองหน้ากันไม่ติด

“ฉันไม่เคยเจอผู้ชายอย่างคุณมาก่อน ดีเหมือนกันมันทำให้ฉันมีเป้าหมายที่จะเอาชนะใจคุณ และขอบอกเลยว่าถ้าฉันเอาจริงเมื่อไหร่ คุณไม่มีทางรอดมือฉันไปได้หรอกคุณปริวัตร...ฉันจะรอวันนั้น” สิริวิมลจุ๊บปากปริวัตรแล้วออกจากห้องเจอจอมขวัญขึ้นบันไดมาพอดี เธอหวังว่าพรุ่งนี้เช้าผู้ชายของเราสองคนจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น จอมขวัญไม่มีผู้ชายของตัวเอง เชิญเธอเอาทั้งคู่

ไปได้เลย สิริวิมลรับเหมาหมดด้วยความเต็มใจ...

ขณะที่อาการหมวยบ้ากามของสิริวิมลกำเริบ โสภณมาถึงห้องพักในรีสอร์ตซึ่งเป็นสถานที่นัดพบกับสิริกานดา ทันทีที่ประตูห้องพักเปิดออก เธอโผกอดเขาไว้แน่นเขากอดเธอตอบ คืนนี้เราสองคนจะอยู่กันถึงเช้า แล้วอุ้มเธอเข้าห้อง ทั้งคู่ไม่ทันเห็นนักข่าวท้องถิ่นคนหนึ่งถ่ายภาพเอาไว้ ภาพชุดเดียวกันนี้ไปปรากฏอยู่บนมือถือของปรุงฉัตร เจ้าของมือถือถึงกับเต้นผาง ฝากคนของตัวเองดูแลน้องโอ๊ตให้ที เธอจะไปพัทยาแต่เช้า

ooooooo

โสภณลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ฟ้าสาง อ้างต้องรีบกลับไปคุยเรื่องงานบรรยาย ไว้ถึงกรุงเทพฯแล้วค่อยนัดกันอีกที สิริกานดาไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร นอนหลับต่อไปปล่อยให้เขากลับไปคนเดียว

ระหว่างเดินไปที่ลานจอดรถ โสภณโทร.ถามอาการของลูกชายจากปรุงฉัตร โกหกว่าเพิ่งเสร็จงานตอนนี้อยู่หนองจอกรถติดมาก อีกสองชั่วโมงจะถึงโรงพยาบาล

“ฉันขับให้ไหม ฉันขับเร็วกว่าแกเยอะ” ไม่พูดเปล่าปรุงฉัตรโผล่พรวดมายืนขวางทาง โสภณตกใจยิ่งกว่าเห็นผี ก่อนจะทันตั้งสติได้ เธอประเคนฝ่ามือใส่ไม่ยั้งซ้ายหันขวาหัน แล้วด่าหยาบๆคายๆซ้ำฐานโกหก สั่งให้บอกมาว่าเอาอีหนูของเขาไปไว้ไหน ตนจะตามไปตบล้างน้ำ โสภณแก้ตัวเป็นพัลวัน ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เขามาที่นี่เพราะงาน ปรุงฉัตรเอารูปแอบถ่ายเหล่านั้นให้เขาดู โสภณสูดหายใจเข้าเรียกสติแล้วโกหกเป็นฉากๆว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กที่เขาหาให้ผู้ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์โดยนัดให้มาเจอกันที่รีสอร์ตแห่งนี้

“หาเด็กให้ผู้ใหญ่แล้วมึงอุ้มทำไม อุ้มไอ้เด็กคนนั้นไปนั่งจู๋จี๋กันในห้องทำไม”

“ก็เด็กคนนี้ไม่พอใจค่าตัวผมก็เลยต้องมาปลอบก่อนส่งตัวกลับ กว่าจะจบเรื่องก็ตีห้า ผมก็เลยนอนที่นี่เลย นี่ก็กำลังจะไปหาคุณที่โรงพยาบาลนี่ไง ถ้าคุณไม่เชื่อก็บอกพ่อคุณส่งมือปืนมายิงผมตามสบายเลย”

ปรุงฉัตรยังไม่อยากให้ลูกกำพร้าพ่อตอนนี้ แต่เธอหมายหัวเขาไว้แล้ว จากนี้ไปเธอไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว...

ในขณะที่โสภณใช้วาทศิลป์โกหกจนเอาตัวรอดจากถูกเมียเล่นงานมาได้ มิสเตอร์คิมซึ่งอยู่ที่เกาหลีพาลูกทัวร์ไปเที่ยวเกาะนามิสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งของประเทศนี้เพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง Winter sonata หรือเพลงรักในสายลมหนาว ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่เมืองไทย นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาที่นี่เพื่อตามรอยความรักบนเกาะนี้และถ่ายรูปตรงจุดที่พวกเขาเคยซาบซึ้งใจจากที่เห็นในละคร

มิสเตอร์คิมพาหลี่ซวงกับจอมขวัญเดินลอดอุโมงค์อธิษฐาน โดยมีปริวัตรกับสิริวิมลเดินตาม ส่วนว่านแยกตัวไปเดินเล่นคนเดียว สิริวิมลเดินตามอาม่าของตัวเองได้สักพักก็ดึงมือปริวัตรเดินหลบออกมาจากกลุ่ม จอมขวัญอดหันมองตามทั้งคู่ไปไม่ได้...

ฝ่ายว่านหลบไปนั่งใต้ไม้แถวริมทะเลซึ่งปลอดผู้คน เห็นชายลึกลับสามคนก้าวขึ้นจากเรือด้วยชุดรัดกุม ก่อนจะกระจายกำลังกันออกไป ชายลึกลับคนแรกสะกดรอยตามกลุ่มของจอมขวัญซึ่งกำลังจะถ่ายรูปให้หลี่ซวงกับมิสเตอร์คิมบนสะพานขวดโซจู เธอเห็นชายคนนั้นมองมาทางหลี่ซวง รีบชวนทั้งคู่เดินชมสถานที่ต่อไป ทันทีที่ทั้งสามคนคล้อยหลัง ว่านย่องเงียบจัดการชายลึกลับคนนั้นสิ้นฤทธิ์...

เมื่อมาถึงทางเดินใต้แนวต้นไม้ใหญ่บนเกาะนามิ จอมขวัญชวนหลี่ซวงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก มิสเตอร์คิมรับหน้าที่เป็นตากล้องให้ แล้วรับมือถือมาจากลูกสาว ยังไม่ทันจะกดชัตเตอร์ ว่านโทร.มาเสียก่อน

“ญี่ปุ่นสามคนตามเรามาที่เกาะพร้อมอาวุธ ผมจัดการมันไปได้แล้วหนึ่ง ยังเหลืออีกสอง”

“รีบจัดการให้เรียบร้อยและไม่เอิกเกริกนะ” มิสเตอร์คิมวางสายแล้วถ่ายรูปให้สองสาวต่างวัยเสร็จก็คืนมือถือให้จอมขวัญ “ลูกไปดูคุณสิริวิมลทางโน้นสิ เดี๋ยวจะหลงทางไปไกล ทางนี้แด๊ดดูแลคุณนายหลี่ซวงเอง”

ooooooo

อากาศหนาวทำให้สิริวิมลสบโอกาสเหมาะเอามือปริวัตรมาโอบกอดตัวเองไว้ให้อุ่น เขาอึดอัดที่ถูกเธอแต๊ะอั๋ง รีบดึงไปนั่งข้างกระบะไฟที่จุดไว้แก้หนาวให้นักท่องเที่ยว แล้วขอตัวไปหาเศษไม้มาเติมกองไฟ

สิริวิมลก็จะไปหาอะไรอุ่นๆมากินกันไปคุยกันไป แล้วเดินตรงไปยังร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม โดยไม่รู้ว่าชายลึกลับคนที่สองเข้ามาประชิดข้างตัว ว่านปรี่เข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างเธอกับชายคนนั้น แทนที่จะเกรงกลัว มันกลับชักมีดขึ้นมาจะแทงสิริวิมลซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวเพราะมัวแต่สนใจกับการสั่งของกิน

ว่านปัดป้องมีดในมือชายลึกลับไปพลางช่วย

สิริวิมลสั่งอาหารเป็นภาษาเกาหลีไปด้วย ก่อนจะจับมือมันบิดอย่างแรงถึงกับร้องลั่นมีดหล่นมือ สิริวิมลหันมอง เป็นจังหวะที่ชายลึกลับเดินตัวงอออกไปพอดี

“เขาท้องเสียน่ะ กินขนมร้านนี้แหละ ผมว่าเราไปร้านอื่นกันดีกว่าเดี๋ยวผมหาซื้อให้” พูดจบว่านดึงสิริวิมลออกจากร้าน โดยที่เธอไม่ล่วงรู้เลยว่าตัวเองถูกปองร้าย...

แทนที่จอมขวัญจะไปดูแลสิริวิมลตามที่มิสเตอร์คิมสั่ง กลับปล่อยให้เป็นหน้าที่ของว่าน ส่วนเธอไปหาปริวัตรซึ่งกำลังเก็บเศษไม้อยู่ ระหว่างเดินกลับมาที่กระบะไฟ เธอชวนเขาคุยว่าเชื่อเรื่องความรักบนเกาะแห่งนี้ไหม คู่รักหลายคู่เลือกที่จะมาที่นี่กันตามลำพังเพื่ออธิษฐานขอพรและเชื่อว่าบรรยากาศของเกาะนี้จะทะนุถนอมและบำรุงให้ความรักของเขาและเธอมั่นคงยั่งยืน

“คุณกำลังพูดเรื่องนี้ระหว่างที่ยืนอยู่กับผมตามลำพังนะ”

“ฉันเพิ่งเป็นมือที่สามเข้ามาแทรกระหว่างคุณกับสิริวิมลต่างหาก” จอมขวัญว่าแล้วผละจากไป ปริวัตรรีบเดินตามจนทัน เธอยังคงเล่าถึงซีรีส์ดังเรื่องเพลงรักในสายลมหนาวให้เขาฟังขณะเดินเล่นไปตามแนวต้นสน โดยมีชายลึกลับคนที่สามเดินตามจอมขวัญกับปริวัตรมาห่างๆ เธอเห็นเขาแต่ปริวัตรไม่ทันสังเกตเห็น

“คุณรออยู่นี่นะ ฉันจะไปดูร้านขายของที่ระลึก มีสร้อย Sonata ขายด้วย แล้วคุณจะรู้ว่ามันฮิตจริงๆ” จอมขวัญลอบพยักหน้าเรียกชายลึกลับ ก่อนจะเดินออกไป...

ขณะที่จอมขวัญล่อให้ชายลึกลับคนที่สามตามตัวเอง ว่านพยายามดึงความสนใจจากสิริวิมล แกล้งชมว่าไม่เคยเห็นใครงามสง่าเหมาะกับเกาะนามิเท่าเธอมาก่อน และเพื่อให้ความงามนี้คงอยู่คู่กับเกาะ เขาจะถ่ายรูปเธอกับบรรยากาศที่นี่เก็บไว้ แล้วขอมือถือของเธอมาถ่ายรูปให้ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ชายลึกลับคนที่สองที่ยังสะกดรอยตามมาตลอด ระหว่างนั้น จอมขวัญพูดกับว่านผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่อยู่ในหูว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน ว่านอยู่กับสิริวิมลและญี่ปุ่นอีกหนึ่งคน

“คนที่สามอยู่กับฉัน แยกกันเก็บนะ” จอมขวัญพูดจบเดินล่อชายลึกลับไปยังซอกห้องน้ำหลังร้าน

ขายของที่ระลึก เกิดการต่อสู้กันขึ้น ชายลึกลับรับมือเธอได้แค่ระยะแรก แต่สุดท้ายก็ไม่รอดถูกเธออัดสลบ...
ทางด้านว่านเห็นชายลึกลับคนที่สองชี้หน้าท้าทายก็เลยรับคำท้า แล้วหลอกให้สิริวิมลถอยไปอีกห้าก้าวจะได้วิวที่สวยที่สุดของเกาะ เธอหลงกลหันหลังเดินนับก้าวเท่าที่เขาขอแต่พอหันกลับมา ไม่มีแม้แต่เงาของว่าน กวาดตามองไปรอบๆก็ไม่เห็น ได้แต่ยืนงง

ooooooo

ว่านกับชายลึกลับไปประลองฝีมือกันที่ริมสระน้ำ นักท่องเที่ยวซึ่งอยู่แถวนั้นพากันเข้ามามุงดู

นึกว่าเป็นการแสดงโชว์พิเศษ เขาใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็พิชิตชายลึกลับล้มทั้งยืน นักท่องเที่ยวต่างตบมือให้ ว่านโค้งให้ทุกคนไปรอบๆแทนคำขอบคุณ แล้วรีบกลับไปยังจุดที่ทิ้งสิริวิมลไว้เห็นเธอยังยืนรออยู่ก็แอบยิ้มดีใจ

“คุณรอผมเหรอ”

สิริวิมลด่าเขาเป็นชุดที่อยู่ๆมาทิ้งกันแบบนี้แถมเอามือถือของเธอไปอีกต่างหากจะให้เธอไปไหนได้ ว่านขอแก้ตัวด้วยการถ่ายรูปสวยๆให้ แล้วขอถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน แต่เธอขอถ่ายรูปเดี่ยวก่อนดีกว่า...

ด้านปริวัตรเห็นจอมขวัญหายไปนาน ตามมาที่ร้านขายของที่ระลึก อยู่ๆเธอโผล่พรวดมายืนข้างๆพร้อมกับชูห่อสร้อย Sonata หรือสร้อยดาวเหนือให้ดู เขาต่อว่าว่าหายไปไหนมา เธอโกหกว่าไปเข้าห้องน้ำ แล้วชวนเขาออกจากร้าน เสนอจะเล่าให้ฟังว่าในซีรีส์ฮิตเรื่องนี้พระเอกให้สร้อยนางเอกอย่างไร

“วันนั้นพระเอกเดินตามนางเอกมาที่นี่ในช่วงที่นางเอกกำลังมีปัญหาต้องตัดสินใจ พระเอกอยากจะให้สร้อยคอนางเอกก็เลยทำเป็นปั้นสโนว์บอลโยนใส่นางเอก” จอมขวัญทำท่าประกอบการเล่า โดยโยนสโนว์บอล

ติ๊งต่างใส่ปริวัตร บอกให้เขารับไว้ด้วย เขาทำท่ารับตามที่เธอว่า จอมขวัญเล่าเพิ่มเติมอีกว่า จากนั้นพระเอกก็ทำท่าผ่าก้อนหิมะให้นางเอกทำตาม แล้วสั่งให้ปริวัตรทำอย่างที่เธอเล่า เขาทำตามอย่างว่าง่าย แล้วบอกว่าไม่เห็นมีอะไรในนี้ เธอยืนยันว่ามีแต่เขาไม่เห็นเองต่างหาก

“ในละครเป็นอย่างนี้เหรอ”

“ในละครมันคือสร้อยดาวเหนือ แต่กับคุณฉันกำลังพูดเรื่องจริงอยู่ ใช้หัวใจคุณมองสิคะ ถ้าคุณใช้หัวใจของคุณมองไม่ว่าคุณอยากได้อะไรคุณก็จะเห็นอย่างนั้น”

ปริวัตรก้มมองมือว่างเปล่าของตัวเอง บอกว่าสิ่งที่เขาเห็นอาจไม่เหมือนสิ่งที่เธอโยนมาให้ จอมขวัญเชื่อว่า หากใจเราสองคนตรงกันก็จะเห็นสิ่งเดียวกัน เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง แล้วชวนให้เธอรับสโนว์บอลของเขาบ้าง จากนั้นทำท่าปั้นบอลปาให้จอมขวัญ สองคนขวางสโนว์บอลสมมติกันอย่างสนุกสนาน...

ฝ่ายมิสเตอร์คิมเห็นหลี่ซวงหนาวก็นำฮอตแพ็กมาประคบฝ่าเท้าให้ เธอขอบคุณเขาที่คอยดูแลอย่างดี...

ขณะที่หลี่ซวงเที่ยวเกาหลีอย่างมีความสุข สิริวิภาเตรียมจะกลับบ้านตอนที่ทัศน์โทร.มาตัดพ้อต่อว่าว่าเมื่อวานไม่เห็นเธอไปที่เรนโบว์คลับ ลืมนัดของเราหรือ ช่วงนี้สิริวิภาต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ถ้าน้องสาวของเธอรู้ว่า

เธอยังให้เงินเขาอยู่ต้องเป็นเรื่องแน่นอน ทัศน์เข้าใจดี ถ้าเธอจะไม่คบกับเขาอีกก็บอกตรงๆได้เลย เขาจะได้ทำใจรับความผิดหวังแต่เนิ่น เสียงออดอ้อนของเขาทำเอาสิริวิภาใจอ่อน

“มันยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกทัศน์ เอาล่ะ ฉันจะพบเธอคืนนี้ก็แต่ฉันจะไม่ไปที่เรนโบว์นะ เธอต้องเป็นฝ่ายมาหาฉัน” สิริวิภาพูดจบก็วางสาย เป็นจังหวะเดียวกับเดินมาถึงรถพอดี ต้องชะงักเมื่อเห็นรถของสิริกานดาซึ่งจอดอยู่ข้างๆ มีกระดาษแผ่นหนึ่งเสียบอยู่ที่กระจกหน้ารถเขียนว่า “อย่ายุ่งกับผัวกู” เธอรีบโทร.หาน้องสาว

“ยัยรอง มีจดหมายถึงเธอเสียบอยู่หน้ารถ เธอรีบมาดูเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.