ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คธานั่งเหม่อใจลอยอยู่หลังคอกม้าของคธาฟาร์ม เห็นจอมขวัญเดินเข้ามาหา รีบออกตัวว่ากำลังทยอยย้ายข้าวของออกคงไม่เกินห้าวันเสร็จ เธอต้องการให้คงสภาพเหมือนเดิมมากที่สุดไม่ต้องย้ายอะไรทั้งนั้น ความจริงแล้วเธอไม่อยากให้เขาไปไหน อยากให้มาเป็นผู้จัดการที่นี่ให้

“แต่ผมคงทำใจลำบาก ถ้าต้องเปลี่ยนตัวเองจากเจ้าของมาเป็นลูกจ้างในชั่วพริบตา”

“นักพนันทุกคนต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้าสักวัน”

อดีตเจ้าของฟาร์มเล่าให้ฟังว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเล่นพนันโดยเอาที่ผืนนี้เป็นเดิมพัน ตอนนั้นที่นี่ยังไม่ได้เป็นฟาร์ม เป็นแค่ที่สวยๆผืนหนึ่งที่เขาเพิ่งได้มา หญิงหม้ายคนหนึ่งอยากได้ที่ผืนนี้มาก ส่วนเขาก็อยากได้ตัวเธอมากเช่นกัน เราจึงเล่นไพ่สามกองกัน โดยวางเดิมพันด้วยสิ่งที่เราต่างปรารถนา

“และผมก็เป็นฝ่ายชนะ ที่ดินผืนนี้ก็เลยได้กลายเป็นคธาฟาร์มจนถึงปัจจุบัน”

“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”

คธายอมเปลี่ยนเดิมพันเมื่อเธอคนนั้นขอร้อง และในวันนั้นเอง เขาถึงได้รู้ว่าตัวเองหลงรักเธอเกินกว่าจะทำร้ายจิตใจเธอได้ เขายอมแลกข้อตกลงกับหุ้น 18% ของบริษัทลีลาวัฒน์ จอมขวัญแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าเธอคนนั้นคือคุณนายหลี่ซวงใช่ไหม คธาพยักหน้ารับ เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกใคร เธอเป็นคนแรกที่รู้ และเขา

อยากจะขอแลกหุ้นเหล่านี้กับคธาฟาร์ม จอมขวัญยินดีทำตามที่เขาร้องขอ คธาโดดตัวลอยด้วยความดีใจ แต่ไม่ลืมขอร้องให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจะให้หลี่ซวงรู้ไม่ได้เด็ดขาด

“พรุ่งนี้ดิฉันจะทำหนังสือสัญญามาให้เสี่ยเซ็นนะคะ”

“ได้เลยครับ ขอบคุณมิสโจวมากๆ อะไรก็ตามที่ผมเคยคิดไม่ดีกับคุณ ผมขอโทษ ผมมันก็แค่คนแก่เหงาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง”...

หลังออกจากคธาฟาร์ม จอมขวัญโทร.ไปเล่าให้อรรณพฟังถึงเรื่องที่จะเอาคธาฟาร์มแลกกับหุ้นบริษัทลีลาวัฒน์ เขาดีใจแทนคธาด้วยที่เธอมีน้ำใจช่วยเหลือ แต่จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เธอรู้แล้ว คธาบอกเธอแล้ว และต้องแสดงความเสียใจกับเขาด้วยที่ต้องเสียขาพนันที่รู้ใจไปหนึ่งคนเพราะคธาสาบานกับเธอว่าจะไม่เล่นพนันอีก อรรณพเสนอให้เธอเป็นขาพนันคนใหม่ของเขา เข้าทางทันที เธอคุยว่ามีคนคุ้นเคยกับเธอกำลังมองหาขาพนันที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาอยู่เหมือนกัน เขาเคยเล่นกับเธออยู่บ่อยๆและก็เสียตลอด

“แต่บอกได้เลยว่ากระเป๋าหนักไม่มีหมาด ดิฉันถือโอกาสแนะนำให้เขาไปพบคุณวันนี้แล้ว คุณอรรณพจะสนใจหรือไม่ก็คุยกับเขาเองแล้วกันนะคะ เขาชื่ออาจ๊อด”

“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์เห็นใจผม” อรรณพวางสายเป็นจังหวะเดียวกับคนงานของเขาพาเกาเฟยในคราบจ๊อดเข้ามา

ooooooo

หลี่ซวงเรียกมุนินกับเจ๊หยกมาพบที่ห้องทำงาน แล้วด่ากราดทั้งแม่ทั้งลูกอย่างไม่ไว้หน้า หาว่าเจ๊หยกไม่รู้จักอบรมสั่งสอนลูกสาวไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับเจ้านาย มุนินพยายามอธิบายว่าไม่ได้ทำอะไร แต่หลี่ซวงไม่ฟัง ยังคงด่าว่าเธอไม่ยั้ง เจ๊หยกสงสารลูกตัดสินใจยอมรับผิดแทน สัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

จังหวะนั้นพิทักษ์พงศ์พรวดพราดเข้ามาในห้อง ขอร้องหลี่ซวงอย่าดุด่ามุนินกับเจ๊หยก ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาเอง เขาเป็นคนรั้งมุนินไว้ไม่ให้กลับ เขาแค่อยากจะผ่อนคลายบ้างก็เลยขอให้เธออยู่เป็นเพื่อน แต่เผลอดื่มเหล้าจนเมาไปได้อย่างไรก็ไม่รู้ หลี่ซวงหาว่ามุนินโปรยเสน่ห์ใส่จนเขาไม่รู้ตัว

“บอกอั๊วมาสิอาซื่อ ลื้อคิดอะไรกับนังมุนินหรือเปล่า หลงเสน่ห์มันมากนักเหรอ”

ด้วยความหวาดกลัว พิทักษ์พงศ์ไม่กล้าสารภาพ ความจริงว่ารักมุนิน ได้แต่ปฏิเสธว่าเปล่า จะไปรักลูกแม่บ้านได้อย่างไร ก็แค่แหย่เล่นสนุกๆเท่านั้น ส่วนที่เขารับเธอเข้าทำงานก็เพราะสงสารเวทนา

“พวกแกได้ยินแล้วใช่ไหมนังหยก ครั้งนี้ฉันจะไม่ลงโทษอะไรแกสองคน แต่อย่าบังอาจฝันไปไกลกว่านี้นะ เพราะเรื่องราวแบบเมื่อคืนนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเป็นคำรบสองจำไว้...ไปได้แล้ว”

มุนินยกมือไหว้แล้ววิ่งออกไปทั้งน้ำตา พิทักษ์พงศ์ขยับจะตามแต่หลี่ซวงห้ามไว้ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องปลอบใจใคร ก็แค่มารยาร้อยเล่มเกวียนของเด็กผู้หญิงเท่านั้น ถ้าเขาไม่อยากทำให้มันโดนดุก็อย่าทำให้ท่านคิดมากอย่างนี้อีก พิทักษ์พงศ์ได้แต่รับคำเสียงอ่อย...

อีกมุมหนึ่งหน้าอาคารลีลาวัฒน์ สุมลทาเอาซองเงินให้สาว หลานของตัวเองเพื่อเอาไปใช้หนี้ ที่เหลือให้เก็บไว้ใช้จ่ายระหว่างรอสมัครงาน สาวไม่รู้จะไปสมัครงานที่ไหน วุฒิแค่ ม.3 เรียน ปวช.ก็ไม่จบ สุมลทาจะลองถามคนรู้จักดูเผื่อจะมีใครช่วยอะไรได้ สาวซาบซึ้งใจที่ท่านช่วยเหลือทรุดตัวลงกราบแทบเท้า

“ขอบพระคุณคุณป้ามากๆเลยนะคะ ถ้าไม่มีคุณป้า หนูก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง หนูอยากจะตอบแทนคุณป้า แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรให้คุณป้าได้บ้าง ถ้าวันหนึ่งคุณป้าอยากจะใช้อะไรหนู หนูยินดีค่ะ หนูจะยอมทำให้คุณป้าทุกอย่าง ให้ตายแทนหนูก็ยอมนะคะ”

คงศักดิ์เข้ามาเห็นภาพสาวกราบแทบเท้าสุมลทาหยุดมองอย่างสนใจ สุมลทาอธิบายให้ฟังว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของโจ น้องชายของเธอ เราสองคนเพิ่งมีโอกาสได้เจอกัน สาวยกมือไหว้ทักทายแต่เขาไม่สนใจเดินเข้าไปในตัวอาคาร เธอถามผู้เป็นป้าว่าใช่สามีของท่านหรือเปล่า คนที่ท่านให้พ่อของเธอไปแย่งเมียน้อยของเขาใช่ไหม สุมลทาตกใจ รู้ได้อย่างไร สาวได้ยินยายเล่าให้ฟังก่อนตาย

“อย่าพูดอย่างนี้ให้ใครได้ยินเป็นอันขาดโดยเฉพาะกับคนที่นี่เข้าใจไหม...ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เหลือความเมตตาให้เธออีกเลย ไปได้แล้ว”

ooooooo

ได้เวลาเลิกงาน สิริวิมลเตรียมจะกลับบ้านแต่เห็นมาร์คเดินเข้ามาในตัวอาคารของบริษัท เธอไม่รู้จะทำอย่างไรหันไปเห็นปริวัตรกำลังคุยมือถืออยู่กับดารารัตน์ที่กำลังเมาได้ที ปรี่เข้ามาขอให้เขาหยุดพูดโทรศัพท์สักครู่ ขอเธอยืมแขนของเขาหน่อย ดึงมือถือไปจากมือเขาแล้วควงแขนเขาเดินไปทางหน้าตึก

มาร์คเห็นสิริวิมลก็เข้ามาทักทาย เธอรีบออกตัวถ้าจะมาหาเธอตอนนี้เธอไม่ว่าง เขาไม่สนใจคำปฏิเสธ พยายามตื๊อสุดฤทธิ์จะตามไปรอเธอเหมือนที่เคยทำ

เมื่อก่อน เธอคงให้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้อีกแล้ว

“นับจากวันนี้ไป ธุระของฉันจะผูกพันกับผู้ชายคนนี้ คุณต้องขออนุญาตผู้ชายของฉันก่อน แต่อย่าดีกว่าเพราะไม่ว่าจะขอยังไง คำตอบที่คุณจะได้รับก็มีแต่คำปฏิเสธเท่านั้น ไปค่ะปริวัตร” สิริวิมลควงแขนปริวัตรที่ยังมีสีหน้างงๆออกไปจนกระทั่งถึงหน้าตัวอาคาร เธอถึงได้คืนมือถือให้เขาซึ่งหยิบขึ้นมาแนบหู

“ฮัลโหลดิว ยังอยู่หรือเปล่า เอ้อพอดีคุณสิริวิมลมาขอคุยงานด้วยน่ะ...โอเคเดี๋ยวเจอกันนะ”

สิริวิมลขอโทษที่ทำให้เขามีปัญหากับเพื่อนสนิท แต่อยากจะขอร้องเขาอีกสักอย่าง ขอเกาะแขนเขาต่อไปอีกสักสองสามชั่วโมงได้ไหม แล้วเหลือบมองไปยังห้องโถงด้านในตัวอาคารเห็นมาร์คยืนจ้องอยู่

“ฉันจะอธิบายให้เพื่อนสนิทของคุณเข้าใจเอง”...

แทนที่จะอธิบายให้ดารารัตน์เข้าใจอย่างที่รับปากเอาไว้ สิริวิมลกลับยั่วโมโหเธอที่กำลังเมาได้ที่ สองสาวมีปากเสียงเถียงกัน

ดารารัตน์ไม่พอใจที่อีกฝ่ายมายุ่งวุ่นวายกับปริวัตรก็เลยเปิดศึกฝ่ามือพิฆาตตบตีกันอุตลุดชนิดไม่มีใครยอมใครจนร้านเหล้าเกือบแตก สิริวิมลถูกดารารัตน์กระชากผมหน้าหงาย ก็เลยคว้าถังน้ำแข็งสาดใส่หน้าอีกฝ่ายจนเปียกโชกไปทั้งตัว ปริวัตรกับพนักงานของร้านพยายามห้ามปรามแต่ไม่มีใครฟัง

“ผมกลับก่อนแล้วกัน อยากตบก็ตบกันให้ตายไปเลย” พูดจบปริวัตรเดินออกจากร้าน

สองสาวถึงเลิกตีกันได้ สิริวิมลเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ทิ้งให้ดารารัตน์ยืนเปียกเพียงลำพัง บรรพตเดินแหวกกลุ่มนักดื่มเข้ามาแนะนำตัวเองว่าเคยสัมภาษณ์ดารารัตน์เมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นเธอเพิ่งเปิดตัวเป็นพิธีกรรายการดิวตี้ ทู บิวตี้ เธอบ่นอุบตอนนี้ตกงานแล้ว

“แต่ผมว่าคุณดังกว่าตอนนั้นอีกนะ โดยเฉพาะภาพหลุดชุดนี้” บรรพตหยิบกระดาษที่พิมพ์ภาพถ่ายเปลือยของดารารัตน์ยื่นให้ดู เธอขยำทิ้งทันที เขาเสนอข้อต่อรอง ถ้าต้องการแก้ข่าวหรือปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ ใช้บริการของเขาได้เลย

ooooooo

ปริวัตรเดินหนีมาถึงริมน้ำเพิ่งสังเกตเห็นว่าเป็นท่าจอดเรือสำราญที่วันก่อนมากินข้าวกับจอมขวัญ อดนึกถึงเธอไม่ได้ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หา จอมขวัญกำลังกินอาหารร่วมโต๊ะกับไมเคิลและผู้บริหารอาวุโสของบริษัท P&L สามคน ขอตัวออกไปรับสายสักครู่ แล้วลุกออกจากโต๊ะ

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ายังมีเรื่องอะไรที่ต้องการหารือกับดิฉันอีกเหรอคะ”

“ไม่มีครับ แค่โทร.มาบอกว่าผมกำลังยืนมองเรือลำที่เราเคยนั่งด้วยกัน” ปริวัตรกำลังเหงาอยู่พอดีก็เลยนัดให้เธอออกมาเจอ จอมขวัญรู้สึกไม่ต่างกัน จึงยอมรับคำเชิญแต่มีข้อแม้ขอเลือกสถานที่เช่นเคย...

ชายฉกรรจ์สมุนของไมเคิลเข้ามารายงานเจ้านายที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารว่าทีมงานของเราลงพื้นที่พร้อม ทุกจุดแล้ว รอฤกษ์เปิดจากเขาเท่านั้น ไมเคิลชมว่าทำดีมาก

“อ้อ มิสโจวฝากบอกนายว่าเธอขอตัวกลับก่อนมีธุระสำคัญรออยู่”...

ฝ่ายว่านไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการที่จอมขวัญจะไปเจอปริวัตรซึ่งอยู่นอกแผนการ เตือนให้คิดให้ดีๆ เธอแค่ลองทำอะไรแบบไม่ต้องคิดดูบ้างจะเป็นอย่างไร แล้วแบมือขอกุญแจรถ ว่านจำต้องให้ รอจนเธอขับรถออกไปจึงโทร.รายงานเกาเฟยว่าจอมขวัญเปลี่ยนเป้าหมาย เธอขับรถไปเองตามลำพังจะให้ทำอย่างไร

“คุ้มครองเธอ อย่าให้เธอรู้ตัว” เกาเฟยสั่งเสียงเข้ม...

ในเวลาต่อมา จอมขวัญขับรถมาจอดบริเวณลานจอดรถแถวสะพานข้ามคลองใกล้ตลาดมหาโชคโดยมีรถของปริวัตรจอดอยู่ก่อนแล้ว เธอเดินไปที่สะพานเห็นปริวัตรรอท่าอยู่ เขาสงสัยทำไมเธอถึงเลือกมาเจอกันที่นี่ เธอเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นเด็ก ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจเธอจะมานั่งบนสะพานนี้ เพราะเชื่อว่าการเดินข้ามสะพานเหมือนก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคในชีวิต เวลาที่เธออยากได้อะไรก็จะมาอธิษฐานที่นี่เช่นกัน

ปริวัตรหยิบไวน์ในถุงกระดาษข้างตัวขึ้นมารินใส่แก้วกระดาษสองใบส่งให้จอมขวัญหนึ่งใบแล้วชวนให้ดื่ม เธอมองสบตาเขาก่อนจะถามว่าคาดหวังอะไรจากเธอหรือเปล่า ปริวัตรส่ายหน้า อยากได้แค่ความสบายใจในบรรยากาศเป็นกันเองไม่เครียด และได้พูดคุยกับเธอในนามของตัวเองไม่ใช่ในฐานะตัวแทนบริษัท

“แปลว่าระหว่างเราคืนนี้จะเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆไม่มีหลักการและเหตุผลเจือปน”

“จะคิดอย่างนั้นก็ได้” ปริวัตรชนแก้วกับจอมขวัญ “คุณเคยรู้สึกถูกชะตากับใครโดยไม่รู้ตัวบ้างไหม”

“คุณกำลังรู้สึกถูกชะตากับฉัน?”

ชายหนุ่มยอมรับว่าใช่ จอมขวัญดักคอไม่ได้คิดจะจีบเธอใช่ไหม เขาถึงกับร้องเอะอะ จะให้จีบมิสโจวผู้ยิ่งใหญ่จากบริษัท K-Soo ได้อย่างไร เธอจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วถ้าเธอเป็นแค่จ๋อมเด็กขี่มอเตอร์ไซค์คนนั้น เขาเชื่อว่าคงจะง่ายกว่านี้ เธอชวนเขาให้ลองจีบเธอดู เขาอธิบายว่าการที่เราถูกชะตากับใครสักคนไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้นต้องเป็นคนรักของเราเสมอไป อาจเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องหรือเจ้านายก็ได้

“แล้วถ้าคุณเลือกได้ล่ะ คุณอยากถูกชะตากับฉันแบบไหน”

ปริวัตรไม่ตอบได้แต่มองสบตาจอมขวัญนิ่งงัน ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นผ่านทางสายตาของทั้งคู่ พลันมีฝนโปรยปรายลงมา เขาจะกลับไปที่รถตัวเอง แต่เธอคว้ามือเอาไว้

“ถ้าคุณยังมีเรื่องที่อยากคุยกับฉันอีกก็ต้องมาทางนี้” จอมขวัญฉุดปริวัตรวิ่งไปตามทางเดินในชุมชน กระทั่งมาถึงบริเวณที่เคยเป็นร้านจ๋อมจานด่วน ทั้งคู่คุยกัน เรื่องโน้นเรื่องนี้เป็นที่ถูกคอ ทั้งเรื่องในอดีตและเรื่องที่ทำไมเธอถึงได้มีพ่อบุญธรรม เธอเล่าให้ฟังแค่ว่าแม่ของเธอป่วยแต่ไม่มีเงินรักษา คุณลุงใจดีชาวเกาหลีมาช่วยแม่ไว้ ท่านไม่มีลูกก็เลยเสนอให้ทุนการศึกษากับเธอ ท่านขอสิ่งตอบแทนคือให้เธอเป็นคนดีมีคุณธรรม

“ให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์และธรรมชาติ นั่นคือเจตนารมณ์ของ K-Soo ที่ฉันต้องสืบทอด”

คุยกันไปคุยกันมา ปริวัตรกลับวกมาถามเรื่องที่เธอคิดจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทลีลาวัฒน์จริงๆหรือ เธอยังคงยืนยันความคิดนั้น เขานึกภาพไม่ออก คุณนายหลี่ซวงจะยอมให้เธอร่วมทุนได้อย่างไร เธอหาว่าเขามีจินตนาการน้อยเกินไปหัดเพ้อฝันไว้บ้าง เพราะชีวิตยังมีอะไรที่คาดไม่ถึงอีกมากมายแล้วคว้ากระดานสเกตบอร์ดที่ซุกอยู่แถวนั้นขึ้นมา ชวนเขาเล่นสเกตบอร์ดรอบชุมชนด้วยกัน

ooooooo

จอมขวัญกับปริวัตรเล่นสเก็ตบอร์ดไปตามตรอกซอกซอยในชุมชนแห่งนั้นอย่างสนุกสนานจนวนกลับมาที่สะพานข้ามคลองอีกครั้ง ฝนซาเม็ดไปแล้วทิ้งไว้เพียงน้ำที่เปียกชุ่มพื้น

ระหว่างนั้นมีจิ๊กโก๋สามคนวิ่งหนีตำรวจเข้ามา ก่อนจะพากันโดดลงน้ำ โดยมีตำรวจโดดตามไปติดๆ จอมขวัญเห็นฤกษ์ไม่ดีชวนปริวัตรกลับ ทั้งคู่เดินมาที่รถของจอมขวัญ ปริวัตรขอบคุณเธอมากที่ยอมเสียเวลาหลายชั่วโมงกับเขา และถ้าจะขอนัดเธอมาคุยกันแบบนี้อีกจะได้ไหม

“อย่าคาดหวังอะไรล่วงหน้ากับฉันเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับอารมณ์ ฝันดีนะคะ” ไม่พูดเปล่า จอมขวัญยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ชายหนุ่มได้แต่ยืนตะลึง เธอผละจากแก้มเขาแล้วขึ้นนั่งบนรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เขายืนอึ้งอยู่ตรงนั้นท่ามกลางฝนที่เทลงมาอีกครั้งหนึ่ง...

ทางด้านจอมขวัญขับรถไปได้ไม่เท่าไหร่ ว่านซึ่งยืนหลบฝนอยู่แถวชุนชนแห่งเดียวกันโทร.มาต่อว่าว่าสิ่งที่เธอทำไปเมื่อครู่นี้มากไปหรือเปล่า เธอต่อว่ากลับว่าเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ค่อยให้เกียรติกันเท่าใดนัก เขาอ้างแค่ทำตามหน้าที่ เธอสวนทันที เธอก็ทำตามหน้าที่เช่นกันแล้ววางสายไปเลย...

ขณะที่ว่านเริ่มไม่แน่ใจกับการกระทำของเพื่อนซี้ ดารารัตน์นั่งเมาฟุบอยู่กับโต๊ะในร้านเหล้าร้านเดิมโดยมีบรรพตนั่งกระแซะอยู่ข้างๆ กระซิบถามว่าสนใจจะให้เขาช่วยกู้ภาพลักษณ์ให้ไหม แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย

“จะจ่ายก้อนใหญ่ก้อนเดียวหรือแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ หรือจะจ่ายแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันก็ยังได้”

“ช่วยคิดให้ฉันหน่อยก็แล้วกัน ยังไงก็ได้ทั้งนั้น” อ้อแอ้จบ ดารารัตน์ฟุบกับโต๊ะอีกครั้ง บรรพตแนะนำให้เธอหาคู่คิดสักคน เธอคุยว่ามีแล้วแต่เขาหนีกลับไปแล้ว ตอนนี้เธออยากได้คนไปส่งบ้านมากกว่า บรรพตเห็นเธอ เมาได้ที่ อาสาจะส่งให้เองแล้วประคองดารารัตน์ออกจากร้าน เอาไปใส่ไว้ในรถของตัวเอง เขาไม่ได้คิดจะพาเธอ ไปส่งบ้าน หวังจะรวบหัวรวบหางเนื่องจากเห็นเธอเมา แม้จะเมาแต่ดารารัตน์พอเหลือสติที่จะเดาอะไรออก พยายามจะลงจากรถ บรรพตรีบกดล็อกไม่ให้เปิดประตู

“ถ้าไม่ยอมไปก็เอามันในรถนี่แหละวะ”

บรรพตลงมือฉีกเสื้อผ้าของดารารัตน์ออก ซุกไซ้ไปทั่วตัวอย่างหื่นกระหาย หญิงสาวดิ้นรนสุดฤทธิ์ มือควานเปะปะเจอไขควงตกอยู่ คว้ามาทิ่มหัวคิ้วไอ้จอมหื่นเลือดสาด แล้วอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ พวกนักเที่ยวกับ รปภ.รีบเข้ามาดู บรรพตเห็นท่าไม่ดี ขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

การกระทำของจอมขวัญทำให้ปริวัตรถึงกับนอนไม่หลับ ต้องโทร.มาถามเธอว่าจูบเขาทำไม เธออ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้คิดอะไร เขาตัดพ้อสิ่งที่เธอทำมีผลผูกพันกับความรู้สึกและจิตใจของเขา

“นั่นเป็นเรื่องของคุณไม่ใช่ปัญหาของฉัน เท่านี้นะคะ” จอมขวัญตัดสายแล้วหันไปบอกเกาเฟยที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังว่าปริวัตรดิ้นไม่หลุดแล้ว จากนี้ไปเราสามารถใช้ประโยชน์จากเขาได้ทุกเวลาที่เราต้องการ

“หวังว่าความต้องการของเรายังตรงกันอยู่นะมิสโจว”...

ปริวัตรวางสายจากจอมขวัญแล้ว แต่ยังคงยืนเหม่อใจลอยอยู่ที่ระเบียงห้องพัก พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เขาเดินไปเปิดรับเห็นดารารัตน์ในสภาพสะบักสะบอมยืนอยู่ เธอโผกอดเขาไว้แน่น

“วัตร...ดิวขอนอนที่นี่นะ ดิวไม่ไหวแล้ววัตร มีคนจะปล้ำดิว ดิวเกือบเสร็จมันแล้ว แต่หนีได้ทัน วัตรอยู่กับดิวนะ อยู่เป็นเพื่อนดิวก่อน อย่าเพิ่งทิ้งดิวไปไหนนะ” ดารารัตน์ฟูมฟาย ปริวัตรรีบอุ้มเธอไปนอนที่โซฟา...

ด้านคงศักดิ์ยังคาใจไม่หายหันไปถามสุมลทาที่นอนหันหลังให้ว่าน้องชายของเธอมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอโกหกว่าเพิ่งรู้เรื่องนี้เหมือนกัน เขามีท่าทางเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อนัก

“แล้วจินดาล่ะ เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าหนีตามไปกับผัวชาวบ้าน มันไม่ค่อยสมเหตุเท่าไหร่เลยนะสุมลทา”

ooooooo

พิทักษ์พงศ์ใจหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อมาถึงออฟฟิศแล้วพบว่าเจ๊หยกกับมุนินเขียนใบลาออกจากงานไปแล้ว รอแค่เขาเซ็นอนุมัติเท่านั้น เขายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ สั่งให้เลขาฯหน้าห้องไปเอาหนังสือลาออกฉบับนั้นมาให้แล้วจัดการฉีกทิ้ง จากนั้นขับรถไปหาสองแม่ลูกที่บ้าน ขอร้องให้ล้มเลิกความคิดนี้

“ในเมื่อคุณซื่อไม่ได้คิดอะไรกับมุนิน มุนินก็แค่เด็กลูกแม่บ้านเก่าแก่คนหนึ่งที่คุณซื่อเวทนาเท่านั้นเอง มุนิน จะอยู่ที่บริษัทหรือไม่ ไม่มีความหมายอะไรกับคุณซื่ออยู่แล้ว” มุนินประชดเสร็จ หันหลังจะไป พิทักษ์พงศ์กลัวจะต้องเสียเธอไป สารภาพว่าเธอมีความหมายกับเขามาก เขารักเธอตั้งแต่เห็นเธอที่ข้างรถตัวเองคราวนั้น

“ฉันไม่ปฏิเสธว่าฉันขี้ขลาด ฉันกลัวอาม่าไม่กล้าทำอะไรผิดไปจากคำสั่งของอาม่า แต่ฉันพูดจากหัวใจได้เลยว่าฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเธอ ฉันรักเธอนะ” พิทักษ์พงศ์หันไปทางเจ๊หยก “ฉันรักลูกสาว เจ๊หยกนะจะให้ฉันทำยังไงก็ได้ขอแค่อย่าทิ้งฉันไปอย่างนี้ กลับไปทำงานกับฉันเหมือนเดิมเถอะนะ ใบลาออกของทั้งคู่ฉันฉีกทิ้งหมดแล้วไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น...กลับไปกับฉันนะ นอกจากมุนินจะบอกว่าเธอไม่รักฉัน”

หญิงสาวนิ่งไปอึดใจก่อนจะบอกว่าเธอก็รักเขาเช่นกัน สองคนโผกอดกันกลมด้วยความรักเต็มหัวใจ...

เกาเฟยเห็นพฤติกรรมใจแตกของนีน่าลูกสาวของนิภาหนึ่งในเป้าหมายทั้งโดดเรียน ทั้งปีนรั้วบ้านหนีเที่ยว คลับเที่ยวบาร์ ดื่มเหล้าเมายามั่วสุมกับเพื่อนเลว ก็เห็นโอกาส ที่จะเข้าหานิภา โดยจะให้จอมขวัญในคราบมิสโจวเป็นตัวแทนของมูลนิธิซึ่งทำโครงการให้ความช่วยเหลือเยาวชนที่มีปัญหา ส่วนจะให้เข้าไปเมื่อไหร่ คงต้องรอจังหวะที่สองแม่ลูกใกล้ถึงจุดแตกหักมากกว่านี้อีกสักนิด และสั่งให้ว่านตามดูพฤติกรรมของนีน่าต่อไปอย่างใกล้ชิด จอมขวัญอยากรู้ความคืบหน้าระหว่างเกาเฟยกับอรรณพ

“ฉันพากันไปเข้าบ่อนเล็กๆมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งถูกใจนายอรรณพไม่น้อย เพราะวันนั้นอรรณพมือขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เราทำให้เขาได้ไพ่ที่ดีกว่าทุกตา เขาสนุกกับการกวาดเงินบนโต๊ะ ส่วนอาจ๊อดเสียไปทั้งหมดล้านสามและนั่นคือเหยื่อล่อ รับรองว่าเขาจะต้องติดต่อกลับมาในไม่ช้า” ไม่ทันขาดคำ อรรณพโทร.มาชวนเกาเฟยในคราบจ๊อดไปบ่อนอีกครั้ง ผู้ร่วมปฏิบัติการต่างยิ้มพอใจที่ปลาตัวที่สองฮุบเหยื่อ...

สายมากแล้วตอนที่ดารารัตน์รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาพบตัวเองอยู่เพียงลำพังในห้องพักของปริวัตร แถมนอนบนโซฟาอีกต่างหาก ก็เลยโทร.ไปต่อว่าเขาทำไมไม่ปลุกเธอด้วย แล้วแทนที่จะให้เธอนอนเตียงของเขากลับพามานอนที่โซฟา ปริวัตรโวยกลับ พาไปนอนแล้วแต่เธอเมาไม่รู้เรื่องอาเจียนใส่เตียงเขาเละเทะไปหมด

ดารารัตน์เปิดประตูห้องนอนเข้าไปดูเห็นสภาพห้องเหมือนที่เขาเล่าก็เลยเลิกต่อว่า

พอรู้ว่าเขาทำงานอยู่ เธอจัดแจงจะไปหาที่ทำงาน เขาปฏิเสธลั่นว่าไม่ต้องมา ไม่ได้อยู่ออฟฟิศ แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่แถวทางเข้าชุมชนเลิศประสิทธิ์ กำลังสอดแนมไมเคิลกับสมุนร่างยักษ์ห้าคนของเขา เห็นไมเคิลหยิบกระเป๋าโลหะใบเขื่องส่งให้สมุนคนละใบ ปริวัตรมองตามสนใจ

“งั้นดิวไปรอวัตรที่บริษัท ไม่รู้ล่ะดิวมีเรื่องต้องคุยกับวัตร วัตรยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเมื่อคืนดิวเจออะไรมาบ้าง”

“โอเค...แค่นี้ก่อนนะ” ตัดบทเสร็จปริวัตรวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับไมเคิลขับรถออกไป

ส่วนพวกสมุนเดินเข้าไปในชุมชน ปริวัตรสะกดรอยตามพวกสมุนไปห่างๆ สักพัก พวกนั้นต่างแยกย้ายกันไปตามบ้านชาวบ้าน เขาแอบตามหนึ่งในสมุนไปจนกระทั่งถึงบ้านหลังหนึ่ง ได้ยินเจ้าของบ้านหญิงกำลังเถียงกับผัวเรื่องที่ได้เงินจากพวกชายฉกรรจ์แค่เก้าพันบาททั้งที่จะให้พวกเราย้ายไปอยู่ที่อื่นตั้งหนึ่งอาทิตย์ น่าจะให้เท่ากับบ้านของตาแย้มที่ได้เงินมากถึงสองหมื่นบาท

ไม่ใช่มีแต่บ้านสองผัวเมียคู่นี้เท่านั้นที่กำลังจะย้ายออก ชาวบ้านอีกหลายหลังก็ทยอยขนข้าวของออก ไปเช่นกัน นักสืบจำเป็นมองตามสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ตัดสินใจโทร.รายงานเรื่องนี้ให้หลี่ซวงทราบ สุมลทากับคงศักดิ์ซึ่งนั่งฟังเขาทางสปีกเกอร์โฟนเช่นกันต่างตั้งข้อสังเกตว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ ต้องมีแผนอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ แล้วถามว่าถ่ายรูปเก็บไว้หรือเปล่า เขาไม่ได้ถ่ายเพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนพอจะเอาผิดใครได้ คงต้องให้คนของเราซุ่มดูอีกระยะหนึ่ง อีกสักครู่เขาจะกลับเข้าบริษัท หลี่ซวงสั่งเสียงเข้มยังไม่ต้องกลับ

“เธอไปกับคงศักดิ์นะไปที่บ้านคุณหญิงอมรา ไปดูซิว่ายัยคุณหญิงรู้เรื่องอะไรด้วยหรือเปล่า”

ooooooo

ครั้นคงศักดิ์กับปริวัตรมาถึงบ้านของคุณหญิงอมรา กลับถูกคนรับใช้ขวางไว้ อ้างว่าวันนี้คุณหญิงมีนัดกับแขกสำคัญให้ใครพบไม่ได้ คงศักดิ์จะรอ แขกกลับเมื่อไหร่จะขอคุยกับคุณหญิงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น

“คุณหญิงสั่งว่าให้คุณกลับไปก่อนดีกว่าเพราะคงคุยอีกนานค่ะ”

คงศักดิ์ขอให้คนรับใช้ช่วยไปถามคุณหญิงดูอีกที เธอจำใจต้องทำตามที่เขาร้องขอ ปริวัตรมองไปยังบริเวณที่จอดรถในบ้านเห็นฮาน่ายืนอยู่ข้างรถของจอมขวัญก็ถึงบางอ้อทันทีว่าใครคือแขกคนสำคัญที่ว่า...

คุณหญิงอมรากำลังคุยเสียงอ่อนเสียงหวานอยู่กับจอมขวัญ ตอนที่คนรับใช้เข้ามาเรียนว่าคงศักดิ์ขอนั่งรอที่ห้องรับแขก จะรอจนกว่าท่านจะเสร็จธุระจะขอคุยด้วยแค่สิบห้านาทีเท่านั้น คุณหญิงอมรารำคาญคนตื๊อ

“ดิฉันว่าคุณหญิงให้โอกาสแกสักนิดเถอะค่ะ จะได้ไม่มีปัญหาไปนินทากันทีหลัง ดิฉันไม่ได้มีธุระที่ไหน แค่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเฉยๆ ดิฉันรอได้ค่ะ”...

ครู่ต่อมาคุณหญิงอมรามาพบคงศักดิ์ที่ห้องรับแขก เขาอยากคุยเป็นการส่วนตัวจึงสั่งให้ปริวัตรไปรอข้างนอกก่อน พอได้อยู่กันตามลำพัง คุณหญิงอมราถามอย่างไม่อ้อมค้อมที่คงศักดิ์มาที่นี่เพราะไม่พอใจที่ท่านหันไปจับมือกับไมเคิลใช่ไหม เขาไม่สนใจว่าท่านจะไปร่วมหุ้นกับใคร แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีจากโครงการนี้ขึ้นมา ท่านจะเป็นผู้เสียหายมากที่สุด คุณหญิงอมราเสียงเขียวพูดแบบนี้ขู่กันหรือ

“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ ผมแค่สะกิดให้คุณหญิงรู้ตัวเท่านั้นเอง”...

ทางฝ่ายปริวัตรเดินเลี่ยงมาที่สวนหลังบ้านเจอจอมขวัญกำลังยืนชมสวนอยู่ ตรงเข้าไปประชดประชัน ไม่ยักรู้มาก่อนว่าเธอสนิทสนมกับคุณหญิงอมราถึงขั้นเป็นแขกคนสำคัญ เธอย้อนอย่างเจ็บแสบตนเองจะสนิทกับใครไม่จำเป็นต้องบอกคนอื่น ปริวัตรไม่ได้จะมาหาเรื่องแค่อยากจะเตือนให้เธอรู้ว่าไมเคิลหุ้นส่วนร่วมโปรเจกต์ชุมชนเลิศประสิทธิ์ของเธอแจกเงินให้พวกชาวบ้านอย่างลับๆ จอมขวัญกลับขอดูหลักฐาน

“หลักฐานไม่เคยวิ่งมาหาเรา เราต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหามัน”

“แล้วคุณคิดว่าฉันมาหาคุณหญิงด้วยเรื่องอะไรคะ...หวังว่าฉันคงไม่ได้ใช่ส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ทำให้คุณวิ่งมาหาหรอกนะ” จอมขวัญพูดไม่ทันขาดคำ คนรับใช้ของคุณหญิงอมราเดินเข้ามาบอกปริวัตรว่าคงศักดิ์ให้มาแจ้งว่าจะกลับแล้ว ชายหนุ่มรับคำก่อนจะหันไปบอกคู่สนทนา หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าอีกไม่นานเขาคงจะมีโอกาสได้คุยกับเธอแบบเมื่อคืนนี้อีก

“เป็นอนาคตที่ฉันไม่เคยอยากรู้ล่วงหน้าซะด้วยสิ” จอมขวัญมองตามปริวัตรที่เดินออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด ครู่ต่อมาปริวัตรเข้าไปนั่งที่เบาะหลังรถข้างๆคงศักดิ์ถามว่าได้เรื่องอะไรบ้างไหม ได้ความว่าคุณหญิงอมรายืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องการทุ่มทุนแจกเงินชาวบ้านครั้งนี้ และไม่เชื่อว่าจะมีเบื้องหลังอะไรที่เลวร้ายในโปรเจกต์นี้ แต่คงศักดิ์มั่นใจว่าท่านต้องรู้เห็นเป็นใจกับไมเคิลแน่ๆ

ooooooo

สิริวิภาหลงเสน่ห์ทัศน์จนโงหัวไม่ขึ้นถึงขนาดซื้อคอนโดฯหรูเอาไว้เป็นที่พบกันตามลำพังของทั้งคู่

“งั้นผมก็บริการคุณใหญ่ได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าต้องเช็กเอาต์ตอนไหน”

“ระหว่างเธอกับฉันจะมีแต่เช็กอินไม่มีเอาต์ เราจะเริ่มกันคืนนี้เลย ฉันจะซื้อเวลาเธอไปเช็กอินทั้งคืนเลย” สิริวิภาจูบเบาๆที่แก้มของทัศน์เหมือนมัดจำไว้ก่อน...

ที่โถงหน้าบริษัทลีลาวัฒน์ แม้ดารารัตน์จะสวมแว่นดำอำพรางใบหน้าแต่มาร์คก็จำเธอได้เข้ามาทักทายถามไถ่มาที่นี่ทำไม เธอมารอแฟนซึ่งทำงานอยู่ที่นี่เขาคุยโม้ว่ามารอแฟนเช่นกัน แล้วพยักพเยิดไปทางสิริวิมลที่กำลังเดินหน้าหงิกมาไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นจากที่นี่ ด่าซ้ำยังจะหน้าด้านมารอตนอีก มาร์คตัดพ้อนี่เธอจะทิ้งเขาไปคบกับปริวัตรจริงหรือ สิริวิมลตอบเสียงดังฟังชัดว่าจริง ดารารัตน์โวยลั่นถามตนซึ่งเป็นแฟนของเขาหรือยัง

“แกนี่ก็หน้าด้านไม่แพ้กันเลยนะ ผู้ชายเขาไม่ยอมรับเป็นแฟนก็ยังเที่ยวโฆษณาอยู่ได้”

“เพราะฉันเป็นคนเปิดเผยไม่ชอบแอบกินลับๆแบบแกไง” ดารารัตน์โต้ไม่ยอมแพ้

“ไม่มีใครให้แกกินมากกว่าอีปลวก” สิริวิมลด่ากลับ คนถูกด่าถึงกับปรี๊ดแตกพุ่งเข้าใส่ จากนั้นศึก

ฝ่ามือพิฆาตก็เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง มาร์คกับ รปภ.พยายามแยกทั้งคู่ออกจากกันแต่ไม่สำเร็จ ปริวัตรกลับมาพอดี เข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง ในที่สุดก็แยกคู่มวยหยุดโลกออกจากกันได้ สิริวิมลสั่งให้ รปภ.ลากทั้งมาร์คกับดารารัตน์ออกไปให้พ้นจากที่นี่และห้ามแหย่เท้าเข้ามาอีก แล้วเตือนปริวัตรถ้ายังอยากทำงานที่นี่ก็ไม่ควรจะไปมี

ปฏิสัมพันธ์กับนังปลวกอีก ดารารัตน์โกรธจะเข้าไปเอาเรื่อง ปริวัตรต้องลากเธอออกไปแทบไม่ทัน...

หลังจากความโกรธเกรี้ยวบรรเทา ดารารัตน์เล่าให้ปริวัตรฟังว่าเมื่อคืนนี้เกือบถูกนักข่าวชั่วปล้ำ มันอ้างจะช่วยกู้ภาพลักษณ์ให้แต่กลับมอมเหล้าเธอจนเมา โชคดีที่เธอไหวตัวทันสู้กับมันจนหนีรอดมาได้ ขอให้ปริวัตรช่วยเอาเรื่องมันให้เธอด้วย เธอจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาผิดกับมันให้ถึงที่สุด เขาถามให้แน่ใจก่อนว่าไม่ใช่เธอสมยอมเพราะความเมา เนื่องจากเธอเมาเมื่อไหร่เป็นได้เรื่องทุกที ดารารัตน์ตัดพ้อดูเขาไม่เดือดร้อนที่เธอถูกปล้ำ เขาเคยเตือนเธอเรื่องการวางตัว การถ่ายรูปแบบนั้นและเรื่องเหล้าแล้ว

“คุณไม่เคยเชื่อผมเลย ทั้งหมดที่คุณทำมันมีส่วนพาคุณไปอยู่ในจุดเสี่ยงอย่างนี้”

ระหว่างนั้นบรรพตโทร.มาขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น ดารารัตน์ไม่อยากคุยด้วยส่งมือถือให้ปริวัตรคุยแทน บรรพตคุยอวดว่าอยู่วงการสื่อสารมวลชนมากว่าสิบห้าปี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ไม่ว่าแฟนของเขาจะเล่าอะไรให้ฟังกรุณาอย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด และจะขอนัดเคลียร์กับเขาแบบลูกผู้ชาย ดารารัตน์ดึงมือถือคืน

“ฉันจะฟ้องแก ฉันจะเรียกค่าเสียหายจากแกให้สมกับที่แกทำกับฉัน ไอ้นักข่าวเฮงซวย” ด่าเสร็จดารารัตน์ส่งมือถือให้ปริวัตรพูดต่อ เขาตกลงรับนัดบรรพตแต่ขอเป็นวันพรุ่งนี้ เผื่อเธอจะอารมณ์ดีกว่านี้...

ในเวลาเดียวกัน อรรณพกำลังเล่นไพ่โป๊กเกอร์กับเกาเฟยในคราบจ๊อดอยู่ที่บ่อนส่วนตัวแห่งหนึ่ง วันนี้ไม่ใช่วันของเขา ไพ่ในมือไม่ขึ้น หรือถ้าไพ่ดี ไพ่ในมือของเกาเฟยกลับดีกว่าทำให้อรรณพเสียหมดหน้าตัก แต่เขาไม่ยอมเลิก หยิบกุญแจรถคันหรูราคาแพงระยับมาวาง เกาเฟยทักท้วงแล้วจะกลับบ้านอย่างไร

“ผมยังมีบริษัทอรรณพออโต้ซาวนด์มูลค่าแปดสิบล้าน ยังไงๆวันนี้ผมก็ต้องเล่นจนได้ของของผมคืน”...

ทัศน์เห็นคอนโดฯหรูที่สิริวิภาซื้อไว้เป็นรังรักของทั้งคู่ถึงกับน้ำตาไหล ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสแบบนี้ เขาทำงานให้บริการลูกค้ามานับร้อยๆคน ไม่เคยได้อะไรอย่างนี้มาก่อน แค่เงินเก็บพอจะซื้อรถสักคันก็ยังไม่มีเลย สิริวิภาดึงแขนสองข้างของเขามาโอบรอบตัวเธอ จากนี้ไปเขาไม่ต้องบริการใครอีกแล้วนอกจากเธอคนเดียว

“และอีกไม่นานเธออาจจะมีมากกว่าที่เธอเห็นนี่ก็ได้”

เขาพร่ำพรรณนาว่าสิริวิภาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษ ความรู้สึกนั้นมากกว่าการให้บริการลูกค้า แต่มันคือความพึงพอใจที่เขาได้อยู่ใกล้เธอและทำให้เธอมีความสุข สิริวิภาชวนเขามามีความสุขร่วมกันจากนั้นทั้งคู่พากันไปที่ห้องนอน...

ดึกวันเดียวกัน แกนนำชุมชนเลิศประสิทธิ์เห็นไมเคิลกับสมุนเดินลับๆล่อๆอยู่ตรงมุมเปลี่ยวในชุมชน ย่องเข้าไปใกล้ๆ หวังจะเก็บภาพและเสียงไว้เป็นหลักฐาน สมุนคนหนึ่งเข้ามารายงานไมเคิลว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ชาวบ้านรอบๆพื้นที่สำคัญของเรา เอาด้วยหมดทุกหลัง ภายในวันพรุ่งนี้คงขนของออกกันหมด

“เหลือเพียงสามสี่หลังที่ยังต่อรองราคากับเราอยู่ แต่คิดว่าจะจบได้ภายในเช้าพรุ่งนี้”

แกนนำหยิบมือถือขึ้นมายังไม่ทันได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ก็ถูกจับได้เสียก่อน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นแกนนำคนนั้นโทร.รายงานหลี่ซวงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขากำลังจะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแต่ไมเคิลกับพวกจับได้เสียก่อน ขู่จะเอาเรื่องถ้าเขาถ่ายรูปพวกมัน หลี่ซวงถึงกับออกปากทำแบบนี้อันธพาลชัดๆ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่เบื้องหลังงานนี้แน่ๆ

“ดูเหมือนว่าจะมีชาวบ้านบางคนร่วมมือกับมันด้วย ผมถามเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมบอก แต่ถ้าคุณนายมาถามมันด้วยตัวเองและมีเงินล่อใจนิดหน่อย ผมว่ามันเล่ายาวแน่”

“ได้...ฉันจะไปด้วยตัวเองวันนี้แหละ” หลี่ซวงวางสายแล้วตรงไปหาคงศักดิ์ที่โต๊ะอาหารชวนให้ไปจับผิดไมเคิลที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์ด้วยกัน...

นอกจากจะซื้อคอนโดฯหรูไว้เป็นรังรักของตัวเองกับทัศน์แล้ว สิริวิภายังขอให้เขาเลิกทำอาชีพนี้แล้วมาบริการให้เธอแต่เพียงผู้เดียว ทัศน์ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีน้องสาวต้องดูแล น้องของเขาถูกรุมข่มขืนเสียผู้เสียคน ป่วยหนักปางตาย เขาต้องกู้เงินเฮียเจ้าของเรนโบว์คลับมารักษา

อาทิตย์หน้าถึงกำหนดต้องใช้หนี้แล้ว ถ้าไม่มีเงินให้ เขาก็ต้องยอมนอนกับลูกค้ากระเป๋าหนักของคลับซึ่งเขาไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้น ยิ่งตอนนี้เขามีอะไรกับเธอแล้ว เขายิ่งทำใจไม่ได้ สิริวิภารับปากจะช่วยเขาเอง เป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ เธอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเมื่อรู้ว่าเป็นหนี้อยู่ถึงห้าล้านบาท ทัศน์รู้ดีว่าเป็นเงินจำนวนมาก ไม่อยากให้เธอต้องมาแบกภาระของเขา ปล่อยเขาไปตามชะตากรรมของเขาดีกว่า

“ไม่มากเกินไปหรอก แต่การเคลื่อนไหวเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ฉันต้องหาวิธีที่ไม่ให้ม้ากับป๊ารู้” สิริวิภาเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเขาดึงตัวมากอดไว้แน่น “อย่าห่วงน่า ฉันทำงานฝ่ายการเงิน ฉันย่อมหาวิธีได้ไม่ยาก”...

ทางด้านหลี่ซวงไม่ล่วงรู้เลยว่าถูกแกนนำหลอกให้มาปรากฏตัวที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์ เขาต้อนรับขับสู้เธอกับคงศักดิ์สักพัก ขอตัวไปเอาน้ำมาให้ หลี่ซวงสั่งการให้คงศักดิ์ถ่ายรูปชุมชนซึ่งตอนนี้ร้างผู้คน จะได้เอาไว้เปรียบเทียบกับตอนที่ไมเคิลกับพวกเริ่มโครงการ เราจะได้เห็นว่าพวกมันทำอะไรกับชุมชนนี้บ้าง คงศักดิ์ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไปทั่วบริเวณโดยมีหลี่ซวงคอยชี้นิ้วกำกับการถ่าย อีกมุมไม่ห่างกันนัก กล้องลึกลับคอยจับภาพสองแม่ลูกตระกูลลีลาวัฒนชัยทุกอิริยาบถ

“อากวง บอกนายปริวัตรให้มาเฝ้าที่นี่คืนนี้ อั๊วรู้สึกว่าจะมีกลิ่นไม่ค่อยดี” หลี่ซวงสั่งการ

ooooooo

ไม่ได้มีแต่หลี่ซวงกับคงศักดิ์ที่ถูกแอบถ่ายคลิปเอาไว้ขณะอยู่ในชุมชนเลิศประสิทธิ์ ไมเคิลกับพวกก็ถูกจอมขวัญเก็บภาพเอาไว้ตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะภาพเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่สมุนของไมเคิลรุมล้อมแกนนำคนนั้นไว้ แต่ภาพไม่ชัดว่าพวกนั้นทำอะไรกันอยู่ รู้แค่มีปากเสียงกันก่อนจะต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป

“ประเมินจากภาพที่เห็นมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังโครงการนี้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่านายไมเคิลส่งคนเข้าไปแจกเงินให้ชาวบ้านทั่วไปหมด” จอมขวัญอธิบายให้เกาเฟยฟัง

เขาตำหนิเธอคิดอย่างไรถึงเสี่ยงไปที่ชุมชนนั่นคนเดียวกลางดึกแบบนั้น จอมขวัญไม่ไว้ใจพฤติกรรมของไมเคิลที่ดูเหมือนต้องการทำลายลีลาวัฒน์มากกว่าครอบครอง ซึ่งนั่นไม่ใช่ความต้องการของเธอ แล้วถามว่า เรื่องอรรณพไปถึงไหนแล้ว ได้ความว่าเงินสดทั้งหมดพร้อมรถหรูของเหยื่ออยู่ในมือเราแล้ว เขาเสียพนันเมื่อคืนนี้จนหมดตัว แต่คืนนี้เขาจะขอแก้ตัวอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนั้นว่าน โทร.มาแจ้งเกาเฟยว่านีน่าเมายาหมดสติอยู่ข้างถนน ดูสภาพแล้วควรจะต้องพาไปล้างท้องที่โรงพยาบาล เราน่าจะใช้จังหวะนี้เข้าหานิภาได้แล้ว

“โอเคตามนั้น” วางสายแล้วเกาเฟยสั่งการให้จอมขวัญไปบ้านของนิภาเดี๋ยวนี้ แผนที่และรายละเอียดอื่นๆ จะส่งไปให้ทางมือถือ ไม่นานนักจอมขวัญในคราบมิสโจวมายืนอยู่ตรงหน้านิภาแนะนำตัวว่ามาจากมูลนิธิเมอร์ซี่เวิลด์ เพื่อแจ้งให้ทราบว่านีน่าเสพยาเกินขนาด ตอนนี้อยู่ในความดูแลของหมอแล้ว

ครู่ต่อมาจอมขวัญพานิภาไปพบลูกที่โรงพยาบาล โดยไม่ลืมแนะนำให้เธอได้รู้จักกับว่านซึ่งเป็นทีมงานของตน เขาตามดูพฤติกรรมของกลุ่มเพื่อนของนีน่ามาได้สักพักทำให้ช่วยเหลือนีน่าได้ทันท่วงที จากนี้ไปหากนิภาต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมตนกับพวกยินดีช่วยเหลือทุกเมื่อ แล้วชวนว่านกลับ พอพ้นระยะที่นิภาจะได้ยิน ว่านรายงานว่าติดเครื่องดักฟังและเครื่องติดตามตัวนีน่าไว้ที่มือถือของเธอแล้ว

“ตามต่อไปจนกว่าหุ้นของนิภาจะอยู่ในมือเรา” จอมขวัญสั่งไม่ทันขาดคำ อรรณพโทร.มาขอร้องให้เธอมาเป็นเทพีแห่งโชคลาภให้ระหว่างที่เขาเล่นไพ่โป๊กเกอร์กับจ๊อด เดิมพันครั้งนี้เขาทุ่มหมดตัวทั้งบ้านพร้อมที่ดินซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของเขา เธอยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ วางสายแล้วหันไปทางว่าน

“เราจะจบภารกิจคืนนี้ที่โต๊ะพนันพร้อมกับเกาเฟย”...

ขณะที่ปฏิบัติการเดด สวอน คืบหน้าตามแผนไม่มีสะดุด บรรพตมาพบกับปริวัตรและดารารัตน์เพี่อเคลียร์ปัญหาคาใจ เขาเสนอเงินให้ก้อนโตเพื่อจบปัญหา เธอไม่จบด้วยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เขาต่อรองจะเขียนข่าวเชียร์เธอทุกวันตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปไม่มีเวลาหมดอายุเพื่อเป็นการไถ่โทษ

“ไม่เลว ฟังดูดี งั้นฉันจะถือว่าคุณเป็นหนี้ฉันตลอดชีวิตนะ”

บรรพตรับคำ ปริวัตรผ่อนคลายลงเมื่อทั้งคู่ตกลงกันได้ แต่เขามีข้อแม้หนึ่งข้อ คือบรรพตจะต้องไม่ฉวยโอกาสกับดารารัตน์แบบคืนนั้นอีก บรรพตรับปากอีกเช่นกัน แล้วขอคุยกับปริวัตรเป็นการส่วนตัวสักครู่

จากนั้นทั้งคู่พากันเดินไปยังมุมปลอดคน บรรพตเล่าให้ฟังว่าดารารัตน์เมาเพราะผิดหวังในตัวเขา ปริวัตรขอร้องเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาไม่เกี่ยวกับใคร ขณะที่บรรพตกับปริวัตรกำลังคุยกันนอกรอบ สิริวิมลไลน์มาขอให้ปริวัตรช่วยไปรับเธอที่สตูดิโอปีกกล้า เธอไม่มีรถกลับ ดารารัตน์ต้องการแก้เผ็ดสิริวิมลก็เลยไลน์กลับไปว่าโอเค เสร็จแล้วเธอโทร.ไปบอกมาร์คว่าสิริวิมลอยู่ที่ไหน จากนั้นเธอลบไลน์ทิ้ง...

ในเวลาต่อมา จอมขวัญมาถึงบ่อนพนันหรู อรรณพดีใจมากที่เห็นเธอ หวังจะให้เธอเป็นตัวนำโชค แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาดคิด เขาเสียพนันหมดตัวทั้งบ้านทั้งที่ดิน...

แทนที่สิริวิมลจะได้เจอปริวัตรกลับเจอมาร์คแทนที่สตูดิโอไร้ผู้คนเป็นใจให้เขาได้ระบายความใคร่กับเธอ

ขณะที่สิริวิมลเสียทีให้มาร์ค สิริวิภาตกแต่งบัญชีเบิกจ่ายสินค้ามากกว่าราคาจริงไปอีกห้าล้านบาท หวังจะเอาเงินจำนวนนี้ให้ทัศน์ไปใช้หนี้...

ฝ่ายปริวัตรซึ่งได้รับคำสั่งให้เฝ้าชุมชนเลิศประสิทธิ์ เห็นเหตุการณ์ที่สมุนของไมเคิลจะวางเพลิงเผาบ้านชาวบ้าน เขาพยายามขัดขวางแต่ไม่สำเร็จแถมถูกซ้อมสะบักสะบอม เพลิงเผาผลาญบ้านเรือนวอดวาย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล

“ฤกษ์สังหาร” ตอนจบ แฟนๆ แห่ชม สนั่นโซเชียล
13 พ.ย. 2562
14:45 น.