ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ว่านจัดให้จอมขวัญได้พบกับไมเคิลในเช้าวันรุ่งขึ้นตามที่เธอต้องการ หลังจากทั้งคู่แนะนำตัวเองแล้ว จอมขวัญในคราบมิสโจวไม่รอช้าแจ้งจุดประสงค์ที่มาพบกับเขาก็เพื่อจะให้บริษัทของเขาเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานแข่งม้าการกุศลร่วมกับบริษัทของเธอ ไมเคิลตาโตตื่นเต้น รู้ได้อย่างไรว่าเขาชอบขี่ม้า เธอเดาเอา

“คุณเดาใจผู้ชายเก่งอย่างนี้เสมอๆเหรอครับมิสโจว”

จอมขวัญเดาใจเก่งเฉพาะกับคนที่มีแนวโน้มว่าจะเข้ากันได้เท่านั้น เขาอยากรู้ว่าเธอมาหาเขาเป็นรายแรกหรือเปล่า เธอสารภาพว่าเขาเป็นรายที่สอง รายแรกที่ไปหาคือบริษัทลีลาวัฒน์ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าพวกนั้นไม่สนใจงานกุศลที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ที่ไปก็แค่อยากจะหยามหน้าเล่นๆ และถ้าเขาร่วมจัดงานนี้กับเธอนอกจากจะได้หน้าในทางสังคมแล้ว ยังเป็นการหักหน้าบริษัทลีลาวัฒน์อย่างแรงอีกด้วย เพราะคธาหนึ่งในหุ้นส่วนของพวกนั้น เป็นตัวตั้งตัวตีงานนี้ร่วมกับเรา เขาคนนี้หลงใหลการขี่ม้ามากกว่าหน้าตาของบริษัท

“หรือไม่เขาก็หลงใหลในตัวคุณ” ไมเคิลกระเซ้า จอมขวัญอยากได้คำตอบ ตกลงเขาจะเป็นเจ้าภาพงานนี้ไหม ไมเคิลยินดีเป็นหัวเรือใหญ่งานนี้ให้เพราะเรื่องหักหน้าบริษัทลีลาวัฒน์เป็นสิ่งที่เขาหลงใหลที่สุด...

ประมุขของบริษัทลีลาวัฒน์ทราบข่าวนี้ถึงกับตบโต๊ะด้วยความโมโห ทำแบบนี้เท่ากับหยามหน้ากันชัดๆ คธาซึ่งเป็นคนของเราเองแท้ๆดันโง่เง่าหลงไปเป็นเครื่องมือให้มันได้ สุมลทารายงานว่าภายในเร็ววันนี้ พวกนั้นจะจัดแถลงข่าวใหญ่โต หลี่ซวงยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้หักเป็นหักจะยึดหุ้นของคธาคืนแล้วถีบหัวออกจากบริษัท คงศักดิ์ทักท้วงขืนทำอย่างนั้น คนได้เอาเราไปโจมตีหนักข้อขึ้นอีก ท่านต้องการเอาชนะพวกนั้นให้ได้ จะจัดงานให้ใหญ่โตกว่างานที่พวกมันจัด สุมลทาเสนอให้เข้าร่วมงานนี้ไปเลยน่าจะดีกว่า

“ถ้าเราเป็นหนึ่งในผู้จัดงาน เราก็จะได้เครดิตไม่ต่างจากมัน โอกาสที่มันจะหยามน้ำหน้าเราก็จะไม่มี”

หลี่ซวงเห็นดีด้วย สั่งการให้คงศักดิ์หาทางเจรจากับพวกนั้น ครู่ต่อมาคงศักดิ์พร้อมด้วยปริวัตรมาหาคธาที่ฟาร์มม้าเจอจอมขวัญมาขี่ม้าเล่นพอดี บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าบริษัทส่งเขามาเจรจากับทั้งคู่จะขอร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งม้าการกุศลครั้งนี้ด้วยจอมขวัญให้ โอกาสเขาไปแล้ว แต่เขาปฏิเสธ แถมไล่เธออย่างกับหมูกับหมาคงศักดิ์ถึงกับไปไม่ถูก ปริวัตรจึงรับหน้าที่เจรจาแทน

“การตัดสินใจวันนั้นมันเป็นเพราะอารมณ์ซึ่งคุณก็รู้ว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องอะไร ส่วนการตัดสินใจวันนี้เราเห็นแล้วว่างานนี้เป็นงานที่มีประโยชน์ต่อสังคม น่าให้การสนับสนุน”

จอมขวัญไม่วายแดกดันที่ต้องการร่วมงานเพราะกลัวถูกหยามน้ำหน้ามากกว่า คงศักดิ์ไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไร ถ้าตัดสินใจอย่างไรก็ช่วยบอกด้วยก็แล้วกัน เร็วหน่อยก็ดีแล้วขยับจะไป

“งานนี้เป็นการจัดแข่งม้านัดพิเศษซึ่งผู้ร่วมจัดงานต้องเข้าแข่งขันด้วย ตอนนี้ก็มีดิฉัน มีคุณคธาและก็คุณไมเคิลจาก P&L ถ้าลีลาวัฒน์จะร่วมเป็นเจ้าภาพก็ต้องส่งตัวแทนของบริษัทเข้าแข่งขันในครั้งนี้หนึ่งคน ว่าไงคะ... ตัดสินใจอย่างไรช่วยบอกดิฉันด้วยก็แล้วกัน เร็วหน่อยก็ดีนะคะ”

ooooooo

เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถเป็นตัวแทนของบริษัทลีลาวัฒน์ได้ ปริวัตรจึงต้องขี่ม้าให้คธาชมเป็นขวัญตา เจ้าของฟาร์มชมเปาะว่าหน่วยก้านใช้ได้มีทักษะในการขี่ม้าพอสมควร แต่ฝีมือแค่นี้คงยากที่จะเอาชนะใครได้ คงศักดิ์ออกตัวว่าไม่ได้มาแข่งเพื่อเอาชนะใคร แค่อยากร่วมกิจกรรมด้วยเท่านั้น

“แต่ถ้าแพ้ขาดมากก็อับอายขายหน้าได้เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นต้องขยันฝึกอย่างหนักหน่อยและถ้าจะให้ดีควรออกไปฝึกนอกคอก ไม่ใช่ในคอกสี่เหลี่ยมแบบนี้” จอมขวัญว่าแล้วเอาแส้ฟาดก้นม้าที่ปริวัตรขี่ผ่านพอดี ม้ากระโจนข้ามรั้วออกไปสู่ทุ่งกว้าง เธออาสาจะจัดการให้เอง แล้วโดดขึ้นม้าควบตามความจริงแล้วม้าไม่ได้เตลิดอย่างที่ทุกคนคิด ปริวัตรเจตนาพามันออกมาให้พ้นหูพ้นตาคธากับคงศักดิ์ เนื่องจากต้องการจะคุยเป็นการส่วนตัวกับจอมขวัญ เธอรีบดักคอถ้าเป็นคำถามเดิมเธอไม่อยากฟัง และไม่ต้องการจะตอบอะไรทั้งสิ้น แล้วชักม้าให้กลับทางเก่า ปริวัตรร้องเรียกไว้ เขาอาจจะช่วยให้เธอได้ในสิ่งที่เธอต้องการง่ายขึ้น จอมขวัญไม่เชื่อว่าคนที่จงรักภักดีต่อบริษัทอย่างเขาจะช่วยอะไรเธอได้ ปริวัตรตัดพ้อถ้าเป็นความหวังดีจริงอย่างที่เธอว่าทำไมเขาจะไม่ช่วย เธอจะรีบตัดเขาออกจากการเป็นคนคุ้นเคยทำไม

“เรายังคุ้นเคยกันอยู่ค่ะและในฐานะคนคุ้นเคยกัน ฉันขอเตือนให้คุณหมั่นฝึกซ้อมการขี่ม้าให้มากยิ่งขึ้นเพราะกติกาครั้งนี้ไม่เหมือนการแข่งขันครั้งไหนๆและเดิมพันที่ซ่อนอยู่มันมีค่าเกินกว่าที่คุณจะคาดถึง ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจริงจังกับการแข่งครั้งนี้มากเป็นพิเศษ เข้าใจนะคะคุณปริวัตร”...

ตะวันโด่งฟ้าแล้วสิริวิมลเพิ่งรู้สึกตัวตื่น หยิบมือถือมาเปิดดูเห็นหน้าจอโชว์สัญลักษณ์ว่ามีข้อความเสียงมาจากสิริวิภา เธอรีบเปิดฟัง

“อั๊วบอกทุกคนว่าลื้อป่วยตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นเมื่อไหร่ก็ทำตัวป่วยไว้ด้วย ป่วยนะยะไม่ใช่เมาค้าง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เราค่อยคุยกันทีหลังนะ”

สิริวิมลรีบโทร.ถามพิทักษ์พงศ์ว่าเมื่อคืนตนกลับถึงบ้านได้อย่างไร ขับรถมาเองหรือ ได้ความว่าเธอไม่เหลือสภาพพอจะขับรถได้ ที่เขาเห็นก็คือเธอหลับพับอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ไม่รู้ใครมาส่ง พวกเราอยากจะรู้เหมือนกันว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น สิริวิมลวางสายแล้วทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จำได้คลับคลายคลับคลาแค่ว่ามีผู้ชายยื่นมือเข้ามาตีแก้มเธอเบาๆเพื่อให้รู้สึกตัว เธอปรือตามมองได้แค่ครู่เดียวก็หลับพับไปอีก จึงไม่เห็นว่าว่านประคองศีรษะของเธอให้เอนพิงพนัก

“ถ้าที่อยู่ในนามบัตรไม่ผิดก็ถึงบ้านคุณแล้วครับ” ว่านพูดจบกดแตรรถเสียงลั่น แล้วเดินจากไป สักพักสิริวิภา สิริกานดาและพิทักษ์พงศ์ออกมา เห็นสภาพหมวยเล็ก ถึงกับร้องเอะอะ แล้วช่วยกันอุ้มเข้าข้างในก่อนที่ใครจะมาเห็น...

ด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน สิริวิมลโทร.ถามมาร์คว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรเธอหรือเปล่า มาร์คนั่งอยู่บนรถเข็นคนไข้แถวหน้าห้องตรวจมาทำแผลจากที่ถูกว่านต่อยเมื่อคืน

“ฉันต้องการรู้ทั้งหมด เล่ามาให้ละเอียด”

มาร์ครู้ทันทีว่าสิริวิมลจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้ ก็เลยปั้นเรื่องว่าเราสองคนเมาด้วยกันทั้งคู่เธออาเจียนออกมาเขาพาเธอไปล้างตัว แต่อยู่ๆมีจิ๊กโก๋ที่ไหนไม่รู้มาลวนลามเธอแล้วเหวี่ยงเธอเข้าไปในห้องส้วม

“แล้วคุณก็หมดสติไป ผมชกกับไอ้จิ๊กโก๋สักพัก มันสู้ผมไม่ได้มันก็เลยเรียกพวกมารุมผม แต่ผมอุ้มคุณหนีออกมาจากบาร์นั้นได้ พวกมันก็ยังไล่ตามเรามาอีกผมก็เลยต้องแยกกับคุณ”

สิริวิมลสงสัยตัวเองกลับบ้านได้อย่างไรใครมาส่ง มาร์คปั้นเรื่องว่าเรียก รปภ.ที่ไว้ใจได้ให้มาช่วยขับรถให้ เธอไม่ค่อยจะเชื่อเท่าใดนัก ถามว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน เขาโกหกว่าอยู่สนามบินต้องไปเดินแบบต่างจังหวัด เป็นงานเก่าที่รับไว้นานแล้ว อีกสองอาทิตย์กลับถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะไปหา

ooooooo

ถึงวันแถลงข่าวงานแข่งม้าการกุศล ผู้ร่วมจัดงานทั้งจอมขวัญ คงศักดิ์กับคธาและไมเคิลมาร่วมงานนี้อย่างพร้อมหน้า เนื่องจากเป็นงานใหญ่จึงมีการถ่ายทอดสดทางทีวี หลี่ซวงนั่งดูข่าวนี้อยู่ที่ห้องทำงาน คธาอธิบายถึงวิธีการแข่งขันรูปแบบพิเศษที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันบ่อยนัก

“เราจะเรียกมันว่าการแข่งม้าชิงธง รอบแรกจะแข่งทีละคู่แบบพบกันหมด เพื่อหาผู้มีคะแนนสูงสุดไปเจอกันอีกครั้งในรอบชิง ส่วนวิธีการแข่งขันนั้น เราจะให้ม้าที่แข่งกันนั้นวิ่งขนานกันไปคนละช่องวิ่ง ผู้ขี่จะต้องบังคับม้าไปให้ถึงจุดหมายเพื่อคว้าธงที่ปักอยู่เบื้องหน้าให้ได้เร็วที่สุด”

พิธีกรรายงานว่าแชมป์รายการนี้จะได้ถ้วยเกียรติยศไปครอง ส่วนรายได้จากบัตรและสปอนเซอร์ทั้งหมด รวมทั้งเงินบริจาค ผู้จัดจะมอบให้กับมูลนิธิที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ผู้เข้าแข่งขันขี่ม้าชิงธงจะเป็นนักขี่ม้ากิตติมศักดิ์ซึ่งเป็นตัวแทนของสี่องค์กรที่ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ เริ่มจากคธาเจ้าของคธาฟาร์มม้าซึ่งอนุเคราะห์ม้าชั้นดีและสนามซ้อมให้กับผู้ร่วมแข่งขัน

ผู้เข้าแข่งขันคนที่สองคือ ไมเคิล หลิว จากบริษัท P&L คนที่สามคือจอมขวัญในคราบมิสโจว จากบริษัท K-Soo และผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายมาจากบริษัทลีลาวัฒน์ คือ ปริวัตรนั่นเอง

จินดากับประไพดูรายการนี้เช่นกัน อดเป็นห่วงจอมขวัญไม่ได้...แม้การแข่งขันครั้งนี้ จะประกาศออกสื่อว่าไม่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง แต่คธาแอบย้ำเตือนกับจอมขวัญถึงเรื่องเดิมพันที่ทั้งคู่ตกลงกันเอาไว้ โดยเขาจะพนันด้วยของรักของตัวเอง ส่วนเธอวางเดิมพันด้วยของหวง

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันแข่งม้าการกุศล สนามแข่งขันหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามาชม งานนี้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศอีกด้วย เมื่อหลี่ซวงในฐานะประธานการแข่งขันมาถึงสนามแข่ง พิธีกรประกาศทางไมโครโฟน

“ขอเสียงตบมือดังๆต้อนรับประธานการแข่งขันในวันนี้ ท่านประธานบริษัทลีลาวัฒน์ คุณนายหลี่ซวง”

ท่านประธานหันไปพูดกับลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ “ไอ้ไมเคิลมันคงอยากนั่งตรงนี้จนตัวสั่น”...

ครั้นถึงเวลาของการแข่งขัน พิธีกรประกาศเชิญผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสี่คนให้ลงสนาม และอธิบายกติกาการแข่งขันครั้งนี้ให้ทุกคนฟังว่าผู้แข่งขันจะต้องขี่ม้าให้อยู่ในลู่วิ่งของตนและคว้าธงที่หมุนอยู่ตรงนั้นให้ได้ ใครคว้าได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะในรอบนั้น และจะได้ดาวหนึ่งดวงเป็นรางวัล ถ้าคว้าธงได้พร้อมกันหรือคว้าไม่ได้ทั้งคู่ ให้ถือว่าเสมอจะไม่มีใครได้ดาวไปครอง ระหว่างนั้นอรรณพมาถึงอัฒจันทร์ที่ประธานนั่ง เข้ามาไหว้ทักทายหลี่ซวง คงศักดิ์และสุมลทา แล้วทรุดตัวลงนั่งด้านหลัง เสียงพิธีกรอธิบายกติกาเพิ่มเติมอีกว่า

“หลังจากจบรอบแรกแล้ว ผู้ที่มีจำนวนดาวมากที่สุดสองคนจะเข้าไปแข่งในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเป็นการแข่งแบบสองในสามเกม และคู่แรกของรอบแรกจะเป็นการพบกันของคุณไมเคิลจากบริษัท P&L และคุณปริวัตรจากบริษัทลีลาวัฒน์” สิ้นเสียงประกาศทั้งคู่เดินไปขึ้นม้าของตัวเอง
ทันทีที่กรรมการให้สัญญาณ ทั้งไมเคิลและปริวัตรต่างควบม้าไปยังจุดที่ธงปักอยู่ ทั้งคู่สูสีกันมากและถึงจุดปักธงพร้อมกัน เป็นจังหวะเดียวกับธงหมุนหนีมือทำให้ทั้งคู่คว้าพลาด จึงไม่มีคะแนนในรอบนี้

จากนั้นมาถึงการแข่งขันของคู่ที่สอง ระหว่างคธาเจ้าของคธาฟาร์ม และจอมขวัญในคราบมิสโจว ตัวแทนจากบริษัท K-Soo ทั้งคู่ต่างขี่ม้าของตัวเองไปรอที่จุดสตาร์ต เมื่อกรรมการให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน ม้าทั้งสองตัวทะยานออกไป แรกๆดูสูสีคู่คี่มาก พอมาถึงครึ่งทางคธาเริ่มทิ้งห่าง จอมขวัญไม่ยอมแพ้เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีก เมื่อไม่ทันกาลเธอตัดสินใจถีบตัวจากหลังม้าพุ่งไปที่ธง แต่ไม่ทัน คธาคว้ามันได้ก่อน

จอมขวัญเสียหลักร่วงตกพื้น ปริวัตรลุกพรวดมองด้วยความตกใจ แพทย์สนามรีบเข้าไปดูอาการ ไมเคิลเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของปริวัตร ไม่วายแขวะทำไมถึงมีท่าทีห่วงใยคู่แข่งออกนอกหน้าแบบนี้

“ไม่ได้ผิดกฎระเบียบบริษัทนี่ครับ”

“อาจจะผิดด้านความรู้สึก ลองสังเกตสายตาประธานบริษัทคุณสิ”

ปริวัตรได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าหันมอง หลี่ซวงเห็นคู่อริลงไปคลุกฝุ่นก็หัวเราะชอบใจ พิธีกรประกาศให้ทราบทั่วกันว่าจอมขวัญปลอดภัย ไม่มีอาการร้ายแรงอะไร คธาจูงม้ามาหาเธอ แสดงความเสียใจด้วยที่แพ้ นอกจากเธอจะเจ็บตัวจากตกม้าแล้วเธออาจจะต้องเสียของรักของหวงให้เขาอีกด้วย เขาหวังว่าคงไม่มีอะไรในตัวเธอบอบช้ำจนทำอะไรไม่ได้ เธอยังอยู่ดี และยังเหลือการแข่งขันรอบชิงอีกด้วย

“โถ...หวังว่าคุณจะผ่านไปถึงรอบนั้นได้นะครับ”...

การแข่งขันรอบต่อไปเป็นการเจอกันระหว่างคธากับปริวัตร เสี่ยคอกม้าเล่นไม่ซื่อ ผิวปากทักทายม้าของปริวัตร ทำให้มันหยุดกึกไม่ยอมวิ่ง แต่กลับเต้นรำให้ดูแทนที่ ปริวัตรพยายามบังคับให้มันวิ่งแต่ไม่สำเร็จ ผู้เข้าชมการแข่งขันพากันหัวเราะร่วน คธาคว้าธงได้อีกครั้ง ทำให้ได้ดาวไปครองสองดวง...

จอมขวัญกับไมเคิลแข่งขันกันเป็นคู่ถัดมา ฝีมือใกล้เคียงกันทำให้ทั้งคู่คว้าธงได้พร้อมกัน การเสมอทำให้ไม่มีใครได้ดาวไปครอง ไมเคิลขี่ม้ามาหาจอมขวัญชมว่าเก่งมาก รอบหน้าอย่าลืมเชียร์ให้เขาชนะคธาด้วย เธอยิ้มให้เขาแทนคำตอบ ว่านรีบเข้ามาดูอาการจอมขวัญ เห็นมีเลือดซึมที่แขนข้างซ้ายถามว่าไหวหรือเปล่า รอบหน้าถ้าไมเคิลชนะคธาได้ เธอจะลำบากแน่นอน จอมขวัญมั่นใจว่าเขาไม่มีทางชนะคธา...

เป็นอย่างที่จอมขวัญคาดไว้ไมเคิลทำได้แค่เสมอกับคธา การคว้าธงพลาดของทั้งคู่ทำให้ไม่มีใครได้คะแนน นั่นทำให้จอมขวัญยังมีโอกาสจะเข้าไปในรอบชิง ถ้าคราวนี้เอาชนะปริวัตรได้

ooooooo

พิธีกรสรุปคะแนนของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนให้ฟัง คธามีคะแนนนำคู่แข่งคนอื่นถึงสองดาว ส่วนอีกสามคนไม่มีใครมีดาวสักคน ดังนั้นการแข่งขันรอบต่อไปนี้ ใครชนะจะได้เข้าชิงกับคธา

“แต่ถ้าทั้งคู่เสมอกัน เสี่ยคธาก็จะเป็นผู้ชนะเลิศไปในทันที”

ปริวัตรกับจอมขวัญขี่ม้ามารอที่จุดสตาร์ต เขาอดถามไม่ได้ว่าเธอต้องการจะชนะเขาใช่ไหม เธอกลับย้อนถามแล้วเขาไม่ต้องการหรือ ถ้าเขาชนะบริษัท

ลีลาวัฒน์ก็จะมีผลงานที่ดีกว่าบริษัท P&L เท่ากับได้หน้าไปเต็มๆ เขาอยากรู้แล้วถ้าเธอชนะ เธอจะได้อะไร จอมขวัญขออุบไว้ก่อน สักวันเขาจะรู้เอง

กรรมการให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน ม้าทั้งสองตัวพุ่งออกไปพร้อมกัน ดูไม่ออกใครจะเป็นผู้ชนะ ปริวัตรเหมือนจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่เขาแกล้งคว้าธงผิด ยอมให้เธอคว้าธงไปได้ นั่นเท่ากับเธอมีหนึ่งดาวและจะเข้าไปในรอบชิงกับคธา จินดากับประไพนั่งเชียร์อยู่หน้าจอทีวีถึงกับโดดตัวลอยด้วยความดีใจที่จอมขวัญผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศที่จะมีขึ้นในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า

คธาเข้ามาแสดงความยินดีกับจอมขวัญที่สามารถเข้าถึงรอบชิงได้ ทำให้การเดิมพันของเราสองคนได้ลุ้นกันหยดสุดท้าย เธอยอมรับว่านี่เป็นเสน่ห์ของเกมการแข่งขันที่เธอหลงใหล

“เมื่อรอบชิงระหว่างเราจบลง ผมจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องหลงใหลไม่รู้ลืม ผมรับรอง” พูดจบคธา

ผละจากไป ว่านพาจอมขวัญไปทำแผลที่มือ ส่วนปริวัตรเข้ามาขอโทษหลี่ซวง คงศักดิ์และสุมลทาที่ไม่สามารถเข้าถึงรอบชิงได้ ประมุขของลีลาวัฒนชัยได้แต่พยักหน้าไม่มีคำตำหนิใดๆ เช่นเดียวกับคงศักดิ์ซึ่งยอมรับว่าเขาทำได้แค่นี้ก็เกินกว่าที่ตนคาดหวังเอาไว้ แต่สุมลทากลับพูดดักคอ

“ถ้าเธอจะไม่ได้จงใจคว้าลมนะ”

ปริวัตรรีบออกตัวจะทำอย่างนั้นไปทำไม...

ว่านเห็นข้อมือซ้ายอันบวมเป่งของจอมขวัญแล้วอดเป็นห่วงแทนไม่ได้ เป็นแบบนี้จะจับสายบังเหียนได้หรือเปล่า จอมขวัญจะกัดฟันสู้ต่อไปแพ้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียตัวให้คธา ว่านบ่นถึงเกาเฟย ถ้าเขาอยู่ด้วยคงจะดี เธอขอร้องอย่าพูดถึงเขาอีก ตอนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้น...

ที่ห้องพักนักกีฬาชาย อรรณพเข้ามาหาคธาที่กำลังฉีดน้ำหอมอยู่หน้ากระจกเงา บ่นอุบว่าหาคนเล่นพนันด้วยไม่ได้ เราสองคนน่าจะวางเดิมพันกันสักหน่อย เขาจะเล่นข้างมิสโจว คธาตัดพ้อ ดูถูกกันขนาดนี้เลยหรือ อรรณพไม่ได้ดูถูก แต่เชื่อว่าเธอมีโชคเรื่องการเสี่ยงดวง

“ขนาดลอตเตอรี่ที่เธอหยิบมั่วๆให้ผมวันนั้น ถูกยกชุดเลยว่ะอากู๋”

ooooooo

หลังจากหยุดพักไปสามสิบนาที การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศก็เริ่มต้นขึ้น รอบนี้คธาและจอมขวัญจะต้องแข่งกันสามครั้ง ใครชนะสองในสามจะได้ครองตำแหน่งแชมป์ของรายการ

การแข่งขันรอบแรก คธาออมมือปล่อยให้จอมขวัญคว้าธงไปได้ เธอต่อว่าเขาระหว่างที่ขี่ม้าไปยังจุดสตาร์ตเพื่อแข่งขันรอบสองว่าไม่ปลื้มกับสิ่งที่เขาทำ เหมือนเป็นการดูถูกกันมากกว่า

“ผมจะดูถูกคนที่กำลังจะเป็นของผมได้อย่างไร ผมอยากให้คุณดูดีและแพ้แบบมีสไตล์ต่างหาก ไม่ต้องกังวลนะ สองรอบที่เหลือนี้ผมเน้นๆ ผมอยากจะกอด อยากจะดื่มด่ำของรักของหวงของคุณใจจะขาดแล้วรู้ไหมมิสโจว” คำพูดชวนขนลุกของคธาทำให้จอมขวัญต้องเบือนหน้าหนี...

เป็นไปตามคาด การแข่งขันรอบที่สอง คธาเป็นผู้คว้าธงไปได้ ทำให้คะแนนมาเสมอกันที่หนึ่งต่อหนึ่ง อาการบาดเจ็บที่มือของจอมขวัญทำให้บังคับม้าลำบากขึ้น คธาเข้ามากระซิบกับเธอให้ยอมแพ้ไปเลยดีกว่า อย่าเสียเวลาแข่งอีกเลย เราสองคนจะได้ไปทำอะไรที่ตื่นเต้นชวนฝัน

“อย่าเพิ่งมั่นใจไปค่ะเสี่ย แต้มยังเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง เรายังมีโอกาสชนะได้เท่าๆกันนะคะ”

“โถ...ยังฝันอีกเหรอแม่คุณ ฝันถึงเรื่องบนเตียงนุ่มๆของเราสองคนดีกว่าน่า” พูดจบคธาจูงม้ากลับไปที่จุดสตาร์ต โดยมีจอมขวัญตามไปไม่ห่าง คนดูแลม้าของทั้งคู่ต่างตรวจดูความพร้อมของม้าและอุปกรณ์ต่างๆ คธาชมจอมขวัญว่ามีหัวใจนักสู้ที่น่านับถือ ผู้หญิงแบบนี้คือผู้หญิงที่เขาอยากมีอะไรด้วยทุกวันทุกคืน

“ถ้าเสี่ยอยากได้สิ่งนั้น เสี่ยต้องเอาชนะดิฉันอย่างมีสไตล์ด้วย ดิฉันจะมีอารมณ์เสมอในจังหวะที่เข้าด้าย เข้าเข็ม ถ้าเสี่ยแซงหน้าดิฉันไปได้ เสี่ยช่วยหันหน้ามายิ้มหล่อๆแบบเซ็กซี่ให้ดิฉันได้ไหมคะ รอยยิ้มและบั้นท้ายของเสี่ยในเวลานั้นมันทำให้ดิฉันถึงจุดสุดยอดได้ไม่ยาก” คำพูดยั่วยวนของจอมขวัญทำให้คธาเคลิ้ม

“โอว...ขอบคุณที่บอกผมก่อน ผมจัดให้แน่ๆ อ้อ ผมจะบอกเคล็ดลับให้นิดหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยน สำหรับเจ้าม้าตัวนี้ คุณต้องใช้แส้ มันชอบให้แส้กระทบบั้นท้ายมันและต้องฟาดแบบไม่หยุดด้วย” คธามัวแต่ผยองเพราะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าจอมขวัญ จึงไม่เห็นคนดูแลม้าคนหนึ่งของเขากำลังทำบางอย่างกับสายรัดอานม้า ว่านเหลือบมองดูชายคนนั้นแล้วถึงกับตาโตตื่นเต้น เพราะเขาคือเกาเฟยนั่นเอง เขายกนิ้วแตะปากเป็นทำนองให้เงียบเอาไว้ ว่านพยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปส่งแส้ให้จอมขวัญ

“กระทืบให้สุดๆไปเลยจ๋อม”

จอมขวัญใช้มือข้างขวาที่ไม่บาดเจ็บรับแส้ แล้วล็อกสายบังเหียนไว้แน่นด้วยมือข้างเดียวกัน...

การแข่งขันรอบสุดท้ายเริ่มขึ้นทันทีที่กรรมการให้สัญญาณ ม้าของผู้แข่งขันตีคู่กันมาในระยะแรก แต่ยังไม่ทันจะถึงครึ่งทางม้าของคธาก็แซงม้าของจอมขวัญ ด้วยความย่ามใจทำให้เขาหันไปยิ้มให้เธออย่างที่เธอเคยขอเอาไว้ก่อนหน้า การขยับตัวในท่าแปลกๆของคธายิ่งทำให้สายรัดอานม้าที่เกาเฟยปลดไว้หลวมเร็วขึ้น จอมขวัญไม่ถอดใจง่ายๆใช้แส้ฟาดบั้นท้ายม้าทำให้มันเร่งความเร็วขึ้นจนห่างคู่แข่งแค่ไม่กี่คืบ

จังหวะที่คธาจะคว้าธง สายรัดอานหลุด ทำให้เขาร่วงจากหลังม้า จอมขวัญคว้าธงได้สำเร็จและเป็นผู้ชนะ เสียงพิธีกรของสนามประกาศอย่างตื่นเต้น

“มิสโจวครับ มิสโจวเป็นแชมป์ของรายการนี้ไปแล้วครับ”

ประไพกับจินดาที่ชมรายการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ ปริวัตรดีใจไม่แพ้ทั้งคู่เช่นกัน แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ ผิดกับว่านที่ไม่ต้องเก็บอารมณ์แต่อย่างใดโดดโลดเต้นไปทั่วดีใจสุดๆ

ooooooo

ถึงเวลาที่ต้องมอบถ้วยเกียรติยศให้กับแชมป์ หลี่ซวงในฐานะประธานของงานเป็นผู้มอบรางวัลให้ จอมขวัญ นักข่าวที่ถ่ายภาพหน้าเวทีเห็นสีหน้านิ่งเฉยของหลี่ซวง ขอให้ช่วยยิ้มให้หน่อย แล้วขอให้ท่านมอบรางวัลให้จอมขวัญอีกครั้ง หลี่ซวงทำตามที่นักข่าวร้องขอ จอมขวัญแอบกระซิบกับท่าน

“คุณนายทำท่าเหมือนไม่เต็มใจมอบรางวัลให้ดิฉัน”

“เพราะรางวัลมันไม่ควรเป็นของเธอ เธอมันได้แชมป์มาแบบฟลุคๆ”

“แล้วคุณนายล่ะคะ กระเสือกกระสนมาขอร่วมจัดงานเพราะกลัวเสียหน้าอย่างนี้จะเรียกว่าเป็นประธานแบบตั้งใจหรือแบบฟลุคๆดีคะ” จอมขวัญจงใจยั่วประสาท หลี่ซวงอยากจะด่าให้สาแก่ใจแต่ทำไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าสื่อ ได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้...

อีกมุมหนึ่งในห้องพักนักกีฬาชาย อรรณพเห็นท่าทางเซื่องซึมของคธา ปลอบว่าไม่ต้องไปคิดอะไรมาก กีฬาย่อมมีแพ้มีชนะเป็นธรรมดา และที่เขาแพ้ก็เป็นเพราะดวง ตนบอกเขาแล้วว่าผู้หญิงคนนี้มีโชคทางเสี่ยงดวง เธอไม่ได้เก่งกว่าเขาสักหน่อย คธาถึงกับหลั่งน้ำตาเพราะนอกจากจะเสียฟาร์มม้าแล้วยังอดได้แอ้มจอมขวัญอีกด้วย แล้วบอกให้อรรณพเอาเงินในกระเป๋าสตางค์ไปให้หมด ชายหนุ่มต่อรองจะเอาเงินพนันจากเขาก็ต่อเมื่อเขาหยุดร้องไห้เสียก่อน

“ถ้าลื้อรู้ว่าอั๊วเดิมพันอะไรกับมิสโจว ลื้อจะรู้ว่าทำไมอั๊วถึงหยุดร้องไห้ไม่ได้”...

ขณะที่คธาต้องเสียสิ่งที่ตัวเองรักไปกับการพนัน ว่านเดินไปหาเกาเฟยที่นั่งหลบมุมอยู่หลังคอกม้าของสนามแข่ง ขอบคุณเขามากที่กลับมาช่วยไม่อย่างนั้นภารกิจนี้คงไม่สำเร็จ เกาเฟยเฉลยให้ฟังว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนการของมิสเตอร์คิมซึ่งรู้ดีว่าลูกสาวบุญธรรมของตัวเองเป็นคนอย่างไรและวิธีไหนถึงจะดึงศักยภาพของเธอออกมาได้มากที่สุด เขาก็แค่ทำตามเท่านั้น แล้วสั่งว่านห้ามบอกจอมขวัญว่าเขาทำอะไรที่จุดปล่อยม้า

“ความกังวลและการตื่นเต้นมันทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมามากขึ้นและนั่นคือที่มาของพลังแฝงที่เธอไม่รู้ตัว...เจอกันที่เซฟเฮ้าส์” เกาเฟยว่าแล้วลุกออกไป ขณะที่ว่านเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ทั้งคู่ไม่เห็นปริวัตรยืนมองอยู่ด้วยความสนใจใคร่รู้ จากนั้นเขาไปหาจอมขวัญที่ห้องพักนักกีฬาหญิง พยายามซักถามเธอว่าเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวลีลาวัฒนชัยต้องการอะไรกันแน่ เธอยังคงตอบคำถามเหมือนเดิม ไว้ถึงวันนั้นเขาจะรู้เอง แล้วเข้าไปยืนประจันหน้ากับเขา ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ ก่อนจะเดินผ่านหน้าไป ปริวัตรตะโกนไล่หลังอย่าลืมไปหาหมอ เขารู้ว่าเธอยังบาดเจ็บอยู่ จอมขวัญหันมายิ้มให้

“ฉันรักษาตัวเองได้ค่ะ”...

ระหว่างที่จอมขวัญจะเดินไปที่รถ อรรณพเข้ามาแจ้งว่ารู้เรื่องเดิมพันระหว่างเธอกับคธาแล้ว เขายังฝากให้ตนมาบอกเธอว่าขอเวลาเคลียร์ข้าวของส่วนตัวในฟาร์มม้าสักพักจะได้ไหม เธอไม่มีปัญหา เชิญเคลียร์ตามสบาย อรรณพส่งนามบัตรของตัวเองให้เผื่อคธาหายตัวไปหรือติดต่อไม่ได้ ให้โทร.หาเขาได้ทุกเวลา จอมขวัญนิ่วหน้า หรือคธาคิดจะหนี อรรณพแค่เผื่อไว้เท่านั้น ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นปริวัตรแอบมองอยู่

ooooooo

หลี่ซวงยังคุมแจพวกหลานๆ สั่งให้สุมลทาโทร.เช็กว่าอยู่ไหนกันหมด เธอโทร.หาพี่ใหญ่ของบ้านเป็นคนแรก ลูกอยู่กับทัศน์ แต่หลอกแม่ว่าไปงานแต่งงานของเพื่อน ต้องอยู่ถึงอาฟเตอร์ปาร์ตี้คงจะกลับเช้าเลย

พิทักษ์พงศ์กำลังสวีตหวานอยู่กับมุนิน แต่โกหกแม่ว่ากินข้าวอยู่กับทีมกิจกรรมพิเศษ พรุ่งนี้มีงานแรลลี่แต่เช้าที่ต่างจังหวัด ส่วนสิริวิมลบอกแม่ว่ากำลังสระผม เตรียมไปงานแฟชั่นโชว์ เธอไม่ได้โกหกเหมือนคนอื่น เพียงแต่ไม่ได้บอกว่าช่างสระผมเป็นหนุ่มหล่อล่ำ สิริกานดาปดแม่เช่นกัน อ้างมางานเลี้ยงลูกค้าที่ต่างจังหวัด แต่กลับนัดโสภณมาเปลี่ยนที่เสพสุข สุมลทาไม่ติดใจสงสัยอะไรในตัวลูกแม้แต่คนเดียว...

ขณะที่สี่พี่น้องตระกูลลีลาวัฒนชัยกำลังเบิกบานใจกับการทำตัวนอกกรอบที่หลี่ซวงวางไว้ ดารารัตน์แวะมาหาปริวัตรที่ห้องพัก เอาของฝากจากต่างประเทศมาให้ พอเห็นหน้าเขาเท่านั้น เธอโดดกอดคอจนล้มลงบนเตียงด้วยกัน แล้วจะขอมีอะไรด้วย อ้างรู้จักกันมาสิบกว่าปีแล้วเรายังไม่เคยมีอะไรกัน

“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ นั่นคือเหตุผลที่เรายังคบกันได้จนถึงทุกวันนี้”

ดารารัตน์จะขอยกระดับความสัมพันธ์ถ้าเขายังไม่มีใครเธอจะจีบเขาจริงๆจังๆสักที เริ่มด้วยพรุ่งนี้ขอนัดกินข้าวกลางวันมีเรื่องงานจะคุยด้วย ปริวัตรยินดีรับนัด ก่อนจะกลับดารารัตน์ขอให้เขาจูบหนึ่งที เธอเห็นเขารีๆรอๆ ก็เลยเป็นฝ่ายจูบปากเขาเสียเอง แล้วหันหลังกลับออกไป ปริวัตรยังไม่ทันหายตะลึงมีโทรศัพท์จาก จอมขวัญซึ่งนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่บนอาคารจอดรถฝั่งตรงข้ามห้องพักของเขา

หญิงสาวแค่จะโทร.มาบอกว่าเขาเองก็อยู่ในสายตาของเธอเหมือนกัน ปริวัตรเดินมาตรงระเบียงห้องกวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวง เธอกลัวเขาจะเห็น รีบอวยพรให้เขามีความสุขกับคนรักแล้ววางสาย

ว่านลดกล้องส่องทางไกลที่ส่องไปยังห้องของปริวัตร เตือนจอมขวัญให้ระวังผู้ชายคนนี้ไว้บ้าง ถ้าไม่จำเป็นเราไม่ควรเอาเขาเข้ามาอยู่ในเกมของเรา เธอไม่คิดเช่นนั้น ในเมื่อปริวัตรเป็นคนโปรดของหลี่ซวง คงมีสักวันที่อาจจำเป็นก็ได้ เขาขี้เกียจเถียงด้วยชวนเธอกลับ มีคนรอเราอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ ครู่ต่อมาว่านกับจอมขวัญมายืนอยู่ตรงหน้าเกาเฟยซึ่งไม่อยากพูดถึงเรื่องที่แล้วไปแล้ว ขอสรุปสถานการณ์ของเดด สวอน ดีกว่า

“เราได้คธาฟาร์มเป็นของเราแล้วจากการทำงานหนักของมิสโจว”

“และจากทริกเล็กๆที่เกาเฟยทำกับอานม้าของเสี่ยคธา”

เกาเฟยแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร จอมขวัญพอจะเดาได้ว่าแด๊ดน่าจะสั่งอะไรเขาไว้บ้าง เกาเฟยได้แต่ยิ้มๆ แล้วพูดถึงแผนการขั้นต่อไป คือจะเอาคธาฟาร์มแลกกับหุ้นบริษัทลีลาวัฒน์ 18% ที่คธาถือไว้ เพียงแต่ยังไม่ต้องรีบร้อน เป้าหมายของเราตอนนี้อยู่ที่อรรณพและนิภาซึ่งถือหุ้นคนละ 15% เกาเฟยยกหน้าที่จัดการอรรณพให้จอมขวัญ ส่วนนิภาจะให้ว่านเข้าทางนีน่าลูกสาวใจแตกของเธอซึ่งมักจะไปเตร็ดเตร่อยู่แถวห้างฯหรู นอกจากนี้เรายังต้องดึงไมเคิลเข้ามาในแผนด้วย พรุ่งนี้เขาขอนัดพบจอมขวัญซึ่งเราไม่รู้จะมาไม้ไหน

“ฉันรับได้ทุกไม้ สบายมาก” จอมขวัญไม่วายคุยโว

ooooooo

ที่ห้องพักในรีสอร์ต โสภณรู้สึกตัวตื่นเพราะมือถือของเขาสั่นเหมือนมีสัญญาณสายเรียกเข้า เขาเอื้อมมือไปหยิบแล้วค่อยๆลุกขึ้นจะไปรับสายนอกห้อง แต่สิริกานดาที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ข้างๆ พูดทั้งที่หลับตา

“พูดตรงนี้ก็ได้ค่ะพี่โส รองตื่นแล้ว”

โสภณไม่กล้าหือจำต้องรับสายต่อหน้าเธอ โดยทำทีกำลังพูดกับพ่อ แต่ความจริงแล้วเขาพูดกับโอ๊ตลูกชายของตัวเอง บอกว่าจะกลับบ้านเย็นนี้ เด็กน้อยวางสายแล้วหันไปรายงานปรุงฉัตรผู้เป็นแม่

“พ่อบอกว่ากลับเย็นนี้แน่นอนครับ”...

ในขณะที่สิริกานดาไม่ล่วงรู้เลยว่าถูกโสภณที่มีลูกมีเมียแล้วหลอกให้รัก ไมเคิลนัดมิสโจวหรือจอมขวัญมาพบที่โรงแรมที่พัก เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามจะขายขนมจีบให้เธอ แต่เธอขอให้เขาพูดแต่เรื่องธุรกิจ

“บริษัท P&L ของผมได้เซ็นสัญญากับมูลนิธิเลิศประสิทธิ์ รับจ้างปรับปรุงพื้นที่บริเวณชุมชนเลิศประสิทธิ์ ให้เป็นชุมชนตัวอย่างของการอยู่อาศัยร่วมกับการท่องเที่ยวแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติ ผมอยากชวนบริษัทของคุณมาร่วมโปรเจกต์นี้กับเราครับ”

จอมขวัญขอเหตุผลที่ไมเคิลต้องการเธอเป็นหุ้นส่วน เขาอยากขยายความน่าสนใจให้มากขึ้นในสังคม และที่สำคัญเขารู้สึกว่าเราสองคนมีเคมีบางอย่างเข้ากันได้เป็นพิเศษ เธอเตือนว่าบริษัทของเธอไม่แสวงหากำไร รับได้หรือเปล่า เขาอ้างที่มูลนิธิให้กรรมสิทธิ์แก่บริษัทของเขาก็เพราะเขาไม่แสวงหากำไรเช่นกัน หญิงสาวยื่นมือให้จับเหมือนเป็นการตอบตกลง เขายังบอกเรื่องน่ายินดีให้เธอฟังอีกเรื่องหนึ่ง

“นับจากวันนี้บริษัทหน้าเลือดน่ารังเกียจอย่างลีลาวัฒน์จะต้องเผชิญกับปัญหาที่โถมใส่อย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับโครงการห้างฯลีลา ได้แต่งทนายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากลีลาวัฒน์นับร้อยล้านบาท”...

เป็นอย่างที่ไมเคิลว่าไว้กลุ่มบุคคลและบรรดาบริษัทที่ได้รับความเสียหายและเสียโอกาสจากการล้มโครงการห้างฯลีลาส่งทนายความมายื่นเอกสารเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 120 ล้านบาท หลี่ซวงตวาดลั่นไม่มีวันจ่ายเงินจำนวนนี้ให้เด็ดขาด เธอคืนเงินให้ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ทนายความขู่ ถ้าไม่จ่ายก็คงต้องโดนฟ้องร้อง หลี่ซวงเชิญฟ้องตามสบาย แล้วไล่เขากลับ

พอเขาไปพ้นสายตา เธอสั่งการให้คงศักดิ์เรียกประชุม ทีมทนายความของเราด่วนที่สุด จะได้ดูว่าเราจะสู้กับพวกมันอย่างไร...

ในเวลาต่อมา ขณะหลี่ซวงเดินผ่านห้องประชุมเล็กเพื่อกลับห้องทำงานตัวเอง เห็นสิริกานดากำลังสรุปงานอยู่กับแผนกวิจัยสินค้าก็หยุดดู เธอเห็นผู้เป็นย่า รีบเข้ามาขอโทษที่พูดจาหยาบคายกับท่านวันนั้น

“และสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินอาม่าอย่างนั้นอีก จะไม่ทำอะไรให้อาม่าผิดหวัง แต่ขอให้อาม่ารู้และเชื่อใจว่าทุกสิ่งที่อั๊วทำลงไปทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวจะไม่ทำให้ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสียเป็นอันขาด”

ooooooo

มาร์คยังหน้าด้านหน้าทนนัดให้สิริวิมลมาพบที่ร้านอาหารในห้างฯหรูเพราะคิดว่าเธอจำเหตุการณ์ที่โดนมอมเหล้าไม่ได้ พยายามหว่านเสน่ห์หวังจะได้งานพรีเซ็นเตอร์ตามที่เคยคุยกันไว้ กลับถูกเธอด่าว่าเลวมากคิดว่าเธอจำไม่ได้หรือว่าคืนนั้นเขาพยายามจะข่มขืนเธอในห้องน้ำ เขาอ้างที่ทำไปทั้งหมดเพราะความรัก

“รักบ้าอะไรแบบนี้ แกเมาจนสันดานดิบโผล่ออกมาต่างหาก”

แทนที่จะสำนึกมาร์คกลับหาว่าสิริวิมลเองก็อยากได้เขาเหมือนกัน เธอหมดความอดทนตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วตบซ้ำอีกครั้งหนึ่งสำหรับสิ่งที่เขาทำกับเธอในห้องน้ำคืนนั้น ก่อนจะลุกออกจากร้าน ด้วยความรีบร้อนจะไปให้พ้นหน้าคนเลว ไม่ทันมองทางจึงชนเข้ากับว่านอย่างจัง ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันและกัน ก่อนจะเดินแยกกันไป หญิงสาวรู้สึกคุ้นๆหน้า แต่พอหันไปมองอีกที เขาหายไปแล้ว

สิริวิมลหันกลับจะเดินต่อไปแต่ต้องชะงักที่เจอดารารัตน์กับปริวัตร ดารารัตน์รู้แก่ใจดีว่าเธอแอบชอบปริวัตรอยู่ แกล้งอี๋อ๋ออวดว่าเป็นแฟนกับเขา ทั้งที่เขาพยายามห้ามปรามเอาไว้ สิริวิมลหมั่นไส้อีกฝ่ายหนึ่งมากแต่ทำอะไรไม่ได้ หันไปหาเรื่องปริวัตรว่าเหลือเวลาพักเที่ยงแค่ยี่สิบห้านาทีเท่านั้น

“ผมลาคุณพ่อคุณถึงบ่ายสองครับ”

ดารารัตน์ชวนสิริวิมลกินมื้อเที่ยงด้วยกัน เธออ้างไม่สนิทด้วย แต่ถ้านั่งตามลำพังกับปริวัตรสองต่อสองก็พอได้ ดารารัตน์รีบบอกว่าไม่ได้ สิริวิมลยักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วเดินแยกไป ดารารัตน์ยิ้มสะใจแล้วควงแขนปริวัตรตรงไปยังร้านอาหาร อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ว่านแอบมองพฤติกรรมของปริวัตรสักพักจึงขยับตัวออกจากตรงนั้น มีกลุ่มนักเรียนหญิง วิ่งผ่านหน้าเขาไปหนึ่งในนั้นตะโกนเรียกเพื่อน

“นีน่า ทางนี้เร็วเข้า”

ว่านหันไปมองตามสายตาของเด็กนักเรียนคนนั้น เห็นนีน่าตะโกนตอบว่าอีกสักครู่หนึ่ง เขาก้มมองภาพถ่ายลูกสาวของนิภาในมือถือ ปรากฏว่าเป็นคนคนเดียวกัน นีน่าวิ่งตามเพื่อนไปที่ห้องน้ำหญิง อารามรีบร้อนทำกระเป๋าสะพายหล่น ข้าวของกระจัดกระจาย มีทั้งถุงยางอนามัย บุหรี่และยาเสพติดหลายเม็ด เธอรีบกวาดของพวกนั้นใส่กระเป๋า เพื่อนนักเรียนของเธอยื่นหน้ามาเร่งให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวไม่ทันคนอื่น นีน่าพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำ ว่านมองตามสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

เรื่องที่ดารารัตน์ต้องการจะคุยกับปริวัตรคือเรื่องที่รายการดิวตี้ ทู บิวตี้ไม่ต่อสัญญากับเธอ แต่เธอได้งานใหม่แล้วเป็นงานระดับอินเตอร์ฯจะได้ไปทำงานแถบยุโรปกับทีมงานต่างชาติ แล้วหยิบรูปถ่ายขาวดำของตัวเองซึ่งไม่สวมเสื้อผ้าแสดงศิลปะบนเรือนร่างของเธอกับแสงเงามาให้ดู เขาร้องเอะว่านี่มันรูปโป๊

“โป๊ตรงไหน นี่มันงานศิลปะนะวัตร เขาเน้นแสงเงา เห็นไหม ต้องคนหุ่นดีเท่านั้นนะถึงจะถ่ายแบบนี้ได้”

เขายืนยันนี่คือภาพโป๊ ดารารัตน์ขี้เกียจเถียงด้วยเล่าเพิ่มเติมว่าบริษัทที่ถ่ายภาพชุดนี้ มีออฟฟิศอยู่อัมสเตอร์ดัม ต้องการจะเซ็นสัญญากับเธอโดยจะให้เธอย้ายไปอยู่ที่นั่นจะได้คล่องตัวในการทำงาน เธอไปคนเดียวคงจะไม่เหมาะก็เลยจะชวนเขาไปด้วย จะได้ไปสานฝันร่วมกันและคอยเป็นกำลังใจให้เธอ ปริวัตรปฏิเสธว่าไม่ไป เขาไม่เคยมีฝันร่วมกับเธอ เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น อีกอย่างหนึ่งเขาจะยังไม่ลาออกจากบริษัทลีลาวัฒน์ และที่สำคัญ ถ้าเขามีคนที่เขารักและคิดจะแต่งงานด้วย เขาจะไม่ยอมให้เธอถ่ายรูปแบบนี้เด็ดขาด

“ถ้าคุณยังมีฝันแบบนี้และยังยืนยันอนาคตของคุณแบบนี้ ปัจจุบันของเราก็คงต้องจบลงแค่นี้แหละ”...

หลี่ซวงรู้ข่าวจากแกนนำชุมชนเลิศประสิทธิ์ว่าไมเคิลยกพวกเข้าไปรังวัดที่ดินในชุมชนโดยมีมิสโจวอยู่ในกลุ่มด้วย รีบสั่งการให้คงศักดิ์ส่งปริวัตรไปสืบทีว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร

ไม่นานนัก ปริวัตรมาพบกับแกนนำที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์ เจอกลุ่มชายฉกรรจ์เดินป้วนเปี้ยนอยู่ อดถามเขาไม่ได้ว่าพวกนั้นเป็นใคร ได้ความว่ามาพร้อมไมเคิลที่เพิ่งกลับไป แกนนำยังไม่รู้แน่ชัดว่าพวกนี้มาทำอะไรกัน แต่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีเพราะมีคนเอาเงินมาแจกชาวบ้านหลังละพันบาท กันไม่ให้ใครออกมาขัดขวาง

“แน่ใจนะว่าผู้หญิงผมแดงคนนั้นมากับไมเคิลด้วย”

“แน่ใจสิ สวยๆอย่างนั้นฉันจำไม่ผิดหรอก แหมเดินควงกันยังกับเป็นคู่รักเลยแหละ”

ปริวัตรพยักหน้ารับรู้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาจอมขวัญ ขอนัดเจอกันคืนนี้ มีเรื่องจะหารือด้วย เธอรับคำเชิญแต่มีข้อแม้ ขอเป็นคนเลือกสถานที่เอง แล้วจะไลน์ไปบอก จอมขวัญตัดสินใจจะดึงเขามาเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ เดด สวอน แม้เกาเฟยจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่ขัดขวาง...

ค่ำวันเดียวกัน จอมขวัญนัดปริวัตรลงเรือล่องแม่น้ำจะได้ปรึกษาหารือกันไปกินมื้อค่ำแสนโรแมนติกไปด้วย เขาพยายามเตือนเธอว่าบริษัท P&L เป็นบริษัทจอมปลอมไม่เคยมีผลิตภัณฑ์ของตัวเองสักชิ้นเดียว เธอรู้เรื่องนี้แล้ว เขาไม่เข้าใจในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วทำไมยังจะร่วมทุนกันอีก ปรึกษากันไปปรึกษากันมากลายเป็นเถียงกัน เขาหาว่าเธอจงใจจะทำลายบริษัทลีลาวัฒน์ไม่ได้หวังดีอย่างปากพูด แล้วขอตัวกลับหน้าตาเฉย...

ในเวลาเดียวกัน พิทักษ์พงศ์แกล้งเมาขับรถกลับไม่ได้ ปล่อยให้ทีมงานจัดแรลลี่กลับไปกันก่อน เพื่อจะได้อยู่กับมุนินตามลำพัง เขาสัญญาจะไม่ทำอะไรให้เธอต้องเสียหาย แล้วหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

“มุนินต้องโทร.บอกแม่ก่อนนะคะ”...

ขณะที่พิทักษ์พงศ์ไม่รู้ตัวว่ากำลังหาเหาใส่หัว สาวหลานของสุมลทาโทร.มาขอเงินผู้เป็นป้าเนื่องจากติดหนี้ค่าเช่าบ้าน แถมยังตกงานอีกต่างหากก็เลยไม่มีเงินจ่าย สุมลทายินดีช่วยเหลือ

“พรุ่งนี้บ่ายโมง เธอไปหาฉันที่บริษัทลีลาวัฒน์” สุมลทาวางสายเป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้มาแจ้งว่าหลี่ซวงต้องการพบ ทันทีที่เจอหน้าลูกสะใภ้ หลี่ซวงเล่นงานยกใหญ่เป็นแม่ประสาอะไรไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกชายตัวเองเมาอยู่ที่รีสอร์ตขณะที่ทีมงานคนอื่นกลับกันหมดแล้ว แถมอยู่กับลูกสาวเจ๊หยกตามลำพังอีกต่างหาก เจ๊หยกเป็นคนโทร.มาฟ้องด้วยตัวเอง นี่ท่านส่งคนไปรับเขากลับแล้ว

เท่านั้นยังไม่หนำใจ หลี่ซวงกล่าวหาสุมลทารักลูกไม่เท่ากัน คิดอยู่เสมอว่าพิทักษ์พงศ์ไม่ใช่ลูกของเธอ จงใจทำให้เขามีแต่เรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง วิบัติจนไม่สามารถขึ้นเป็นใหญ่ในบริษัทได้ สุมลทาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนรักลูกทุกคนเท่ากันหมด ถึงจะไม่ได้อุ้มท้องพิทักษ์พงศ์แต่ก็รักเขาเหมือนลูกแท้ๆ

คนที่รักลูกของเธอไม่เท่ากันก็มีแต่หลี่ซวงกับคงศักดิ์เท่านั้น แล้วตัดพ้อท่านว่าไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา ที่บังคับให้คงศักดิ์แต่งกับเธอก็เพราะต้องการกีดกันจินดา พอเธอมีหลานชายให้ไม่ได้ ท่านก็ไปจ้างจินดามาอุ้มท้อง พอได้หลานชายสมใจ เธอก็หมดความหมายเป็นได้แค่คนเลี้ยงเด็ก ดังนั้นถ้าจะกล่าวโทษใครสักคนที่ทำให้บ้านนี้วิบัติคนคนนั้นก็คือหลี่ซวงนั่นเอง ท่านโกรธมากตบสุมลทาหน้าหัน

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะพูดเรื่องนี้กันในบ้านหลังนี้และไม่ว่าลื้อจะคิดยังไงกับอั๊ว ก็จงคิดไปเพียงคนเดียว อย่าได้เอาความคิดนี้ไปยัดใส่หัวใครเป็นอันขาด”

“แล้ววันหนึ่งม้าจะรู้ว่าไม่มีใครสามารถปกปิดเรื่องร้ายๆไปได้จนชั่วชีวิตหรอก”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.