กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้านี้หลี่ซวงเชิญผู้ถือหุ้นคนนอก คธา นิภาและอรรณพมาที่บริษัทเพื่อแจ้งให้ทราบว่าระงับโครงการสร้างห้างฯลีลาแล้ว แต่คิดว่าไม่นานนัก เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน โครงการนี้จะถูกนำมาปัดฝุ่นสร้างได้ใหม่ ทั้งสามคนเห็นข่าวการประท้วงแล้วต่างชื่นชมที่หลี่ซวงตัดสินใจได้เด็ดขาดและรวดเร็ว คธายื่นข้อเสนอ

“แต่ถ้าคิดจะสร้างห้างฯใหม่ ซ่อลองมองที่อื่นไว้บ้างก็ดีนะ มีคนเอาที่มาฝากอั๊วขายอยู่หลายแปลง ที่สวยๆก็มีเยอะ ซ่อลองส่งคนมาดูที่ฟาร์มม้าของอั๊วไหม เผื่อจะมีที่ถูกใจ”

หลี่ซวงสั่งให้คงศักดิ์ตามเรื่องนี้ต่อให้ เขาจะส่งผู้ช่วยของเขาไปหาคธาเอง...

ผู้ช่วยที่คงศักดิ์พูดถึงกำลังนั่งมองวิกผมสีแดงจัดชิ้นนั้น พลันภาพตอนที่คุยกับจอมขวัญในชุมชนเลิศประสิทธิ์ผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขา เธออ้างว่าอยากอยู่ข้างเดียวกับเขา อยากให้บริษัทของเธอกับบริษัทลีลาวัฒน์อยู่ข้างเดียวกัน ปริวัตรไม่เคยได้ยินท่านประธานอยากจะหาผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม เธอไม่ได้จะร่วมลงทุน แค่เราหุ้นกันเป็นโปรเจกต์ๆไป เธออยากรบกวนเขาช่วยนัดท่านประธานให้ ปริวัตรจะนัดให้ก็ต่อเมื่อต้องแน่ใจก่อนว่าเธอไม่มีเจตนาแอบแฝง เขาไม่ชอบเสียรู้ใครโดยเฉพาะผู้หญิง

“งั้นถ้าโชคดีเราคงได้เจอกัน” จอมขวัญพูดจบเดินจากไป...

ในเวลาต่อมา จอมขวัญในคราบมิสโจวกับว่านไปหาคธาที่ฟาร์มม้าตามแผนการที่เกาเฟยวางไว้ อ้างว่าอยากจะซื้อม้าและอยากจะทำฟาร์มม้าแบบเขา ก็เลยจะมาขอข้อมูล เขายินดีแต่ต้องดูก่อนว่าเธอกับม้าไปด้วยกันได้ดีแค่ไหน โดยเธอจะต้องลองขี่มันให้เขาดู

ครู่ต่อมาจอมขวัญขี่ม้าทะยานไปข้างหน้าอย่างสวยงาม คธายืนมองท่วงท่าของเธอด้วยความหลงใหล ปริวัตรขับรถเข้ามาจอดไม่ห่างจากสนามฝึกม้า เห็นหญิงสาวบนหลังม้าก็มองอย่างสนใจ จอมขวัญหันมาเห็นเขามองอยู่ก็ส่งยิ้มให้ คธาเดินตบมือเข้าไปหาเธอชมไม่หยุดปากว่าเก่งมาก ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะไม่มีความรู้เรื่องม้า ระหว่างนั้น ปริวัตรเดินเข้ามาที่สนามฝึกม้าพร้อมกับแนะนำตัวกับคธา

“สวัสดีครับ ผมปริวัตร คุณคงศักดิ์ส่งผมมาพบเสี่ยเรื่องที่ดินน่ะครับ”

“แหม รวดเร็วทันใจดีจังเพิ่งคุยกันเมื่อเช้า บ่ายมาถึงแล้ว”

ว่านสบช่องค่อยๆเดินเลี่ยงเข้าไปในออฟฟิศของคธาโดยที่ไม่มีใครเห็น จอมขวัญเชิญคธาคุยธุระตามสบายเธอขอขี่ม้าเล่นแถวนี้สักพัก ปริวัตรยิ้มให้เธอแล้วทำท่าจะทักทาย เธอรีบตัดบทว่าเขาคงคิดว่าเราเคยเจอกันมาก่อน แต่เขาคงจะจำคนผิด เธอไม่เคยเจอเขามาก่อน คธาเอ่ยปากกับปริวัตรที่ยืนอึ้งอยู่

“ยังคลางแคลงใจอยู่เหรอพ่อหนุ่ม อั๊วแนะนำให้รู้จักเอง นี่คือมิสโจว เพิ่งกลับมาจากเกาหลี เธอสนใจจะซื้อม้าก็เลยมาขอคำปรึกษาที่นี่ ส่วนหนุ่มคนนี้ เขามาจากบริษัทลีลาวัฒน์ที่ผมมีหุ้นอยู่”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” จอมขวัญยิ้มให้ปริวัตรอย่างเนียนๆ ก่อนจะบังคับม้าออกไป คธาถึงกับเพ้ออยากจะถอยอายุตัวเองไปสักยี่สิบปี พอรู้สึกตัว รีบชวนปริวัตรไปคุยธุระกันในออฟฟฟิศของตัวเอง

ooooooo

จอมขวัญมองไปที่คธากับปริวัตรที่กำลังเดินไปด้วยกันรีบยกนาฬิกาข้อมือสื่อสารได้ขึ้นมาเตือนคู่หูว่าเป้าหมายไปที่ออฟฟิศแล้วให้รีบออกมา ว่านกำลังสำรวจห้องทำงานของคธา ยกปกเสื้อที่ฝังอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาบอกว่าขอเวลาอีกหน่อย แล้วติดเครื่องดักฟังไว้ที่โต๊ะทำงาน

จากนั้นเขาหยิบกล้องตัวจิ๋วขึ้นมาเก็บภาพไว้ทุกมุมแล้วหลบออกมาได้ทันก่อนที่ปริวัตรกับคธาจะเดินมาถึงห้อง ผู้สูงวัยกว่าเดินไปหยิบม้วนกระดาษแผ่นใหญ่ขึ้นมากางบนโต๊ะ ใช้ดินสอวงบริเวณที่ดินที่พรรคพวกของตัวเองฝากขาย แต่ละแปลงสามสิบไร่ขึ้นไปทั้งนั้น ปริวัตรท้วงนี่เป็นที่ดินนอกเมืองทั้งหมด

“วันนี้อยู่นอกเมือง แต่อีกไม่นานก็เป็นกลางเมืองไปเองแหละ เมืองมันโตเร็วจะตาย แป๊บๆถนนสี่เลน แปดเลนตัดผ่านแล้ว ลื้อไปเชียร์เจ้านายหน่อย ถ้าขายได้อั๊วมีเปอร์เซ็นต์แบ่งให้”

ปริวัตรค่อยๆม้วนกระดาษแผ่นนั้น แล้วเหลือบไปเห็นว่านกำลังเดินสำรวจบางอย่างอยู่ด้านนอก สะกิดถามคธาว่านั่นลูกน้องของเขาหรือเปล่า เขาส่ายหน้า ผู้ชายคนนั้นมากับมิสโจว คงเดินมาเข้าห้องน้ำ ว่านเดินตรงไปที่รถซึ่งฮาน่าจอดรออยู่ ยกปกเสื้อขึ้นมาบอกจอมขวัญว่างานเรียบร้อยแล้ว เธอขี่ม้าเหยาะๆกลับมาที่สนามฝึก เป็นจังหวะเดียวกับคธาเดินเข้ามากับปริวัตรถามเธอว่าเลิกแล้วหรือ

“พอแล้วค่ะ ขี่มากกว่านี้เดี๋ยวจะหลงรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น นอกจากเสี่ยจะขายเจ้าวาเลนไทน์ให้ดิฉัน”

คธาไม่มีทางขายมันให้ เพราะมันเป็นตัวทำเงินของเขา แข่งที่ไหนชนะที่นั่น ปริวัตรรู้สึกว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวกับการสนทนาก็เลยขอตัวกลับก่อน แล้วหันไปพูดกับจอมขวัญ

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ...มิสโจว” ปริวัตรว่าแล้วกลับไปขึ้นรถขับออกไป คธาหันมาถามจอมขวัญว่าต้องการคำแนะนำอะไรจากตนบ้าง เธอต้องการทุกเรื่องที่เปิดเผยได้ เขาให้คำแนะนำได้ทุกเรื่อง แต่คราวหน้าคงต้องนัดเจอกันที่อื่น แล้วยื่นนามบัตรให้ จอมขวัญรับมาดู เป็นนามบัตรของคธาสเต๊กเฮ้าส์

“ของผมเองครับ บรรยากาศดีเชียว แต่ลูกค้าไม่เยอะหรอกครับ คุณมาวันไหน ผมปิดร้านคุยวันนั้นเลย”

จอมขวัญขอบคุณเขามาก วันนี้คงต้องขอตัวกลับก่อน คธาขอให้เธอถ่ายรูปคู่กับวาเลนไทน์ เธอส่ายหน้าอ้างแพ้กล้อง แล้วเดินไปขึ้นรถตัวเองมุ่งหน้ากลับเซฟเฮ้าส์ เจอรถของปริวัตรจอดหลบมุมอยู่ใต้ต้นไม้ จอมขวัญสั่งให้ฮาน่าจอดรถก่อน ว่านทักท้วงแน่ใจหรือจะทำแบบนี้
เธอพยักหน้า แล้วเดินลงไปหาปริวัตร

“คุณรอฉันอยู่ใช่ไหม”

เขาไม่วายแดกดัน ไม่คิดว่าคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกจะยอมจอดรถลงมาคุยด้วยและไม่รู้มาก่อนว่าชื่อจริงของเธอคือมิสโจว เธออธิบายว่าชื่อนี้พ่อบุญธรรมที่ออกทุนให้เธอเรียนหนังสือที่เกาหลีตั้งให้ เขาก็รู้ว่าเธอไม่ชอบบริษัทลีลาวัฒน์ เพราะฉะนั้นถ้าใครๆรู้ว่าเขารู้จักกับเธอมานานแล้ว อาจจะทำให้เขาดูมีพิรุธและไม่น่าไว้วางใจในสายตาเจ้านายของเขาได้

ปริวัตรอยากรู้ตกลงเธอตั้งใจจะล้มบริษัทลีลา–วัฒน์หรืออยากจะร่วมทุนกันแน่ เธอประกาศชัดเจนจะล้มมัน คราวหน้าถ้าเจอกันอีกถือว่าเรารู้จักกันแล้ว

“และคุณก็รู้แล้วด้วยว่าฉันมีเป้าหมายในการทำธุรกิจแบบไหน หวังว่าจะไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันนะคะ” จอมขวัญว่าแล้วกลับไปขึ้นรถ ว่านหันมาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าต้องบอกเรื่องนี้ให้เกาเฟยรู้

“ไม่มีปัญหาเพราะมันคือส่วนหนึ่งของแผน”

ooooooo

ปริวัตรยังไม่ทันจะเคลื่อนรถพ้นต้นไม้ หลี่ซวงโทร.มาถามเรื่องที่ดินของคธาเป็นอย่างไรบ้าง น่าสนใจไหม เขาติงว่ามันอยู่ห่างเมืองไปหน่อย ให้ท่านลองดูผังที่ดินด้วยตัวเองก่อนดีกว่า เขากำลังจะกลับบริษัท หลี่ซวงอยากรู้เรื่องผู้หญิงผมแดงได้ข่าวคืบหน้าอะไรหรือเปล่า ปริวัตรนิ่งคิดไปอึดใจ

“เอ่อ ผมมั่นใจว่าเราคงคลาดกับเธอแล้วครับ ยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรที่จะบ่งชี้ว่าเธอคือใคร แต่ผมรับรองว่าถ้าเธอปรากฏตัวขึ้นอีกเมื่อไหร่ ผมจับเธอได้แน่ครับ”...

ค่ำวันเดียวกัน ณ บ้านสร้างไม่เสร็จภายในหมู่บ้านเปลี่ยวซึ่งเป็นรังรักของโสภณกับสิริกานดา หลังเสร็จกิจกันแล้ว ฝ่ายหญิงชวนกลับเนื่องจากใกล้จะถึงเวลานัดกับสิริวิภา โสภณตัดพ้อจะมีวันไหนบ้างที่เธอจะอยู่กับเขาได้ถึงเช้า เธอแนะให้เขาหาทางแต่งงานกับเธอเร็วๆ เขายังนึกไม่ออกจะเอาชนะใจอาม่าของเธอได้อย่างไร และที่สำคัญเขาไม่อยากจะเจอกับเธอในสถานที่แบบนี้ เราน่าจะไปหาโรงแรมม่านรูดหรือไม่ก็รีสอร์ตในต่างจังหวัด สิริกานดาไม่เห็นว่าการเปลี่ยนสถานที่เสพสุขจะทำให้เขาเอาชนะใจอาม่าได้เร็วขึ้น

“เอาอย่างนี้นะ พี่โสลืมเรื่องม่านรูดไปก่อน ส่วนเรื่องอาม่า รองจะพยายามหาทางเอง”...

ไม่นานนักโสภณขับรถมาส่งสิริกานดาที่ปั๊มน้ำมันแห่งเดิม แต่ไม่เจอทั้งสิริวิภาและรถทั้งที่เลยเวลานัดไปแล้ว สักพักรถของสิริกานดาก็แล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ ทัศน์เปิดประตูรถด้านคนขับลงมา

“ขอบคุณที่ใช้บริการของผมนะครับ และถ้าติดใจคุณใหญ่ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าผมอยู่ที่ไหนและจะเรียกผมได้ด้วยวิธีใด” ทัศน์ว่าแล้วเดินกลับไปยังทิศทางซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเรนโบว์คลับ สิริกานดาฉีกยิ้มกว้างบอก

ชายคนรักว่าเรามีแนวร่วมในการพูดกับอาม่าแล้ว จากนั้นก็ลงจากรถไปขึ้นประจำที่นั่งคนขับของรถตัวเอง

“จะไม่บอกหน่อยหรือเจ้ว่าใคร”

สิริวิภาได้แต่บอกว่าเป็นคนที่เพิ่งรู้จักกันชื่อทัศน์ แต่อย่าถามว่าไปไหนกันมาเพราะสิริกานดาเองก็ไม่เคยบอกเธอว่าไปไหนไปทำอะไรกับโสภณมา ทั้งที่ความจริงแล้วสิริวิภาแค่ซื้อบริการให้ทัศน์มานั่งรถเล่นเป็นเพื่อนไม่มีอะไรมากกว่านั้น สิริกานดาเห็นสีหน้ามีความสุขของพี่สาวแล้วอดกระเซ้าไม่ได้

“หวังว่าคงไม่ได้ทำอะไรเลอะเทอะในรถอั๊วนะ อั๊วจะได้เอาไปล้างอัดฉีดให้เรียบร้อยก่อนเข้าบ้าน”...

ขณะที่สิริวิภาเริ่มมีใจให้กับหนุ่มขายบริการอย่างทัศน์ ว่านเอาภาพที่ถ่ายได้จากฟาร์มม้าของคธาขึ้นจอคอมพิวเตอร์ให้เกาเฟยกับจอมขวัญดู แต่พอเห็นรูปถ่ายของหลี่ซวงที่ตั้งอยู่ในห้องทำงานของเป้าหมาย ทั้งสามคนก็ถึงบางอ้อ ทำไมเขาถึงยังครองโสดมาได้จนถึงป่านนี้ ที่แท้เขาก็แอบชอบหลี่ซวงนี่เอง

นอกจากนี้เครื่องดักฟังที่ว่านติดตั้งไว้ในรถของคธายังทำให้รู้ว่าเขาชอบเล่นพนันกับอรรณพ และนัดให้ฝ่ายหลังไปเจอกันที่คธาสเต๊กเฮ้าส์เพื่อชำระหนี้พนัน เกาเฟยเห็นว่านี่เป็นโอกาสดีของพวกเรา

“เราอาจจะยิงปืนเพียงนัดเดียว แต่เข้าสองเป้าเลยก็ได้”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นจอมขวัญในคราบมิสโจวแวะไปหาคธาที่สเต๊กเฮ้าส์ เจออรรณพกำลังเลือกซื้อลอตเตอรี่อยู่หน้าทางเข้า เธอทำทีเข้าไปชวนคุยโน่นถามนี่แล้วสุ่มเลือกล็อตเตอรี่ให้เขาหนึ่งใบ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน ใบหน้าสะสวยกอปรกับคำพูดที่ฟังรื่นหูของเธอทำให้อรรณพถูกชะตา หันไปหาคนขายลอตเตอรี่

“อั๊วเอาเลขนี้แหละ มีกี่ใบเอาหมด”...

ครู่ต่อมาอรรณพเข้ามาในร้านเห็นคธานั่งคุยอยู่กับสาวสวยคนเมื่อครู่ ตะโกนแซวลั่นร้าน เดี๋ยวนี้แอบนัดสาวๆมาที่ร้าน มีธุระส่วนตัวอะไรที่ไม่อยากให้ใครเห็นหรือเปล่า เขาปฏิเสธทันทีว่าเปล่า เราสองคนมีธุรกิจเกี่ยวกับฟาร์มม้าร่วมกัน แล้วแนะนำอรรณพให้รู้จักกับจอมขวัญในคราบมิสโจว

คธายังไม่ทันจะแนะนำตัวอรรณพให้อีกฝ่ายได้รู้จัก เจ้าตัวรีบแนะนำตัวเองเสียก่อนว่าเขาคือคนที่เสียพนันให้คธาเป็นประจำ แล้วหยิบเงินค่าหนี้พนันมาจ่ายให้ จอมขวัญแสดงท่าทีสนใจเรื่องที่ทั้งคู่คุยกันจะขอร่วมวงด้วย ตัวเองก็ชอบเสี่ยงโชคเหมือนกัน อรรณพฉีกยิ้มก่อนจะชูลอตเตอรี่เลขที่เธอเลือกให้

“ถ้าผมถูกลอตเตอรี่ปึกนี้ ผมไม่เล่นกับคุณแน่ๆครับมิสโจว ไปก่อนนะอากู๋ต้องรีบพาเมียไปนวดหน้า” อรรณพว่าแล้วลุกออกไป คธาหันมาถามจอมขวัญว่ามีเรื่องอะไรถึงต้องมาหาเขาแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้ เธอคิดทบทวนดูแล้วเธออยากได้คธาฟาร์มของเขา

ทั้งภาพและการสนทนาของทั้งคู่อยู่ในสายตาของเกาเฟยและว่านที่นั่งชมอยู่ในรถปฏิบัติการคันใหญ่ ผ่านทางกล้องสอดแนมที่ติดอยู่กับตัวจอมขวัญและจะสื่อสารกับเธอโดยผ่านทางหูฟังตัวจิ๋ว จอมขวัญเสนอราคาฟาร์มม้าของเขาถึงร้อยล้านบาทเขาก็ยังไม่ขาย ต่อให้เธอเสนอราคาถึงพันล้านบาทเขาก็ไม่สน

“แต่ผมอาจจะยกให้คุณฟรีๆก็ได้ ถ้าผมพอใจ”

“ช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าดิฉันต้องทำยังไง เสี่ยถึงจะพอใจ”

คธาไม่ต้องการให้เธอทำอะไรให้ เขาถือว่าการปรากฏตัวของเธอคือโชคดีของเขา ถ้าเธอได้คธาฟาร์มของเขาไปก็แปลว่ามันคือโชคของเธอ หญิงสาวรู้ทันทีว่าเขาต้องการเสี่ยงโชคกับเธอ คธาอธิบายว่าจะทำอย่างนี้ทุกครั้งที่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิต ดังนั้นเขาจะเดิมพันกับเธอด้วยคธาฟาร์มที่เป็นที่รักของเขา

“ส่วนคุณ...คุณพอจะมีของรักของหวงของคุณมาเดิมพันกับผมบ้างไหม” คธามองเธอตาเยิ้ม

เกาเฟยซึ่งดักฟังการสนทนาอยู่สั่งให้จอมขวัญหยุดแค่นี้ ยังไม่ต้องไปต่อ แทนที่จะทำตามคำสั่ง เธอกลับบอกคธาว่าจะให้คำตอบวันพรุ่งนี้ รับรองว่าเขาจะไม่ผิดหวังกับเดิมพันของเธอ แล้วลุกออกจากร้าน...

ทันทีที่จอมขวัญอยู่ตามลำพัง เกาเฟยเล่นงานผ่านทางหูฟังตัวจิ๋ว ทีหลังอย่าทำอย่างนี้ ถ้าไม่เชื่อและยังไม่เลิกดื้อดึงทำอะไรตามใจตัวเองอีก เขาจะถอนตัวเองออกจากทุกภารกิจ จอมขวัญต้องขอร้องให้เขาใจเย็นๆ เธอแค่ล้อเล่นสนุกๆเท่านั้น

ooooooo

ที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทลีลาวัฒน์ เจ๊หยกพามุนินลูกสาวที่เพิ่งเรียนจบมาสมัครงานแผนกแผนกิจกรรมพิเศษที่พิทักษ์พงศ์เป็นคนดูแล เขาใช้เส้นสายของตัวเองทำให้มุนินได้เข้าทำงาน สิริวิมลเห็นสายตาของน้องชายที่มองไปที่เธอก็รู้ทันทีว่าสองคนนี่ต้องมีบางอย่างพิเศษต่อกันเตือนให้เขาระวังอาม่าจะรู้เรื่องนี้

“เจ้ก็อย่าเอ็ดไปดิ” พูดจบพิทักษ์พงศ์เดินจากไป...

อีกมุมหนึ่งในห้องแคสติ้งมีนายแบบหุ่นดีหล่อล่ำเสนอตัวจะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โรลออนสิบคน และมาร์คเป็นหนึ่งในนั้นด้วย สิริวิมลซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องคัดตัวไม่ได้เลือกเขาแต่เลือกหนุ่มกล้ามสวยคนหนึ่งให้ได้งานนี้ มาร์คถึงกับหน้าเสีย เธอหันมองเขาอึดใจก่อนจะบอกให้ตามไปที่ห้องทำงานของเธอ

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังในห้อง สิริวิมลให้เหตุผลที่ไม่เลือกมาร์คเป็นพรีเซ็นเตอร์โรลออนตัวนี้เพราะเขาน่าจะได้สินค้าตัวอื่นที่ดีกว่าแค่เป็นนายแบบโชว์รักแร้ขาว เธอกำลังวางแผนจะทำแคมเปญใหญ่ของบริษัทโดยจะใช้พรีเซ็นเตอร์คนเดียวสำหรับสินค้าไฮเอนด์ทุกตัว มาร์คอยากรู้ถ้าอยากได้งานนี้ต้องแลกด้วยอะไร

“แค่ทำตามที่ฉันสั่ง อย่าดื้ออย่าขัดใจฉัน ทำได้ไหม” สิริวิมลยิ้มหวานโดยไม่รู้ว่ามาร์คคิดไปคนละทาง...

แม้เกาเฟยจะพอใจที่แผนคืบหน้า จอมขวัญได้ทำความรู้จักกับอรรณพและได้เข้าใกล้คธามากขึ้น แต่แผนดันผิดพลาดเพราะเธอดันไปท้าพนันกับคธา และแทนที่จะกลับมาปรึกษาเรื่องนี้กันที่นี่ก่อน เธอดันรับปากจะให้คำตอบเขาภายในวันพรุ่งนี้ จอมขวัญคุยโวที่รับปากไปอย่างนั้นก็เพราะต้องการจะท้าแข่งม้ากับคธา ว่านเป็นกังวลจะสู้เขาได้หรือ เธอกลับโยนหน้าที่นี้ให้เกาเฟย

“ทำอย่างไรก็ได้ให้ฉันชนะเขา ส่วนฉันขอเริ่มด้วยการหาโปรโมเตอร์ที่สมเกียรติของมิสโจวหน่อย”

ooooooo

แกนนำสมัชชาเลิศประสิทธิ์มาขอพบหลี่ซวงที่บริษัทแต่เช้า แฉให้ฟังว่ามีนายทุนใหญ่ชื่อไมเคิล เจ้าของบริษัท P&L ให้เงินสนับสนุนการประท้วงคราวก่อน เธอขอเบอร์โทร.ของไมเคิล แกนนำไม่มีเบอร์ของเขา มีแต่เบอร์ที่เขาให้โทร.ไปหาเวลาจะเบิกเงิน หลี่ซวงอยากรู้ว่าชาวบ้านได้เงินค่าประท้วงหัวละเท่าไหร่

“หัวละสามพันไม่รวมค่าข้าวและค่าอุปกรณ์ ใครกล้าเผาตัวเองจะได้อีกคนละแสน”

หลี่ซวงเสนอจะให้มากกว่าไมเคิลสามเท่า แต่แกนนำต้องรับปาก เมื่อไหร่ที่มีใครหรือบริษัทใดเข้ามาหาผลประโยชน์เหนือที่ดินผืนนั้น เขาจะยกพวกออกมาประท้วงต่อต้านให้หนักกว่าที่ทำกับเธอ แล้วหยิบซองใส่เงินปึกใหญ่ยื่นให้แกนนำ สั่งให้กลับไปได้ จากนั้นเธอเอาเบอร์โทร.ที่ได้เมื่อครู่ยื่นให้สุมลทา

“โทร.ไปที่เบอร์นี้ บอกไอ้คนที่ชื่อไมเคิลว่าอั๊วขอคุยด้วย”...

ไม่นานนักหลี่ซวงเดินนำคงศักดิ์กับปริวัตรมาพบกับไมเคิลซึ่งมีบอดี้การ์ดตามประกบสองคนที่ร้าน อาหารหรู แม้หลี่ซวงจะขู่ไมเคิลให้หยุดวุ่นวายกับบริษัทลีลาวัฒน์ไม่อย่างนั้นจะได้รับการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าที่เขาทำกับเธอเป็นเท่าทวีคูณก็หาทำให้เขาเกรงกลัวไม่แถมท้าทายเธออีกต่างหากก่อนจะผละจากไป หลี่ซวงโกรธจัดถึงกับตบโต๊ะที่ทำอะไรเขาไม่ได้ ระหว่างนั้นคธา โทร.มาหา หลี่ซวงรับสายโดยเปิดสปีกเกอร์โฟน

“มีนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่คนหนึ่งเพิ่งกลับจากเกาหลีอยากจะขอพบอาซ่อ เธอจะขอเสนอโปรเจกต์แข่งม้าการกุศล” คำพูดของคธาทำเอาปริวัตรอดหวั่นใจไม่ได้ว่านักธุรกิจสาวจากเกาหลีที่ว่าจะเป็นจอมขวัญ...

หลังโทร.นัดแนะกับหลี่ซวงเสร็จสรรพ คธารีบโทร.บอกข่าวดีนี้ให้จอมขวัญรับรู้ และหวังว่าเมื่อจบการแข่งขัน เขาจะเป็นฝ่ายชนะ แล้วทวงถามเธอยังไม่ตอบเขาเลยว่าของรักของหวงที่สุดที่เธอจะยกให้ถ้าเขาชนะพนันครั้งนี้คืออะไร จอมขวัญเชื่อว่าเขาน่าจะเข้าใจความหมายของเธอดีอยู่แล้ว

“หวังว่าเราจะเข้าใจตรงกันนะครับมิสโจว...แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับ”

จอมขวัญวางสายด้วยสีหน้าครุ่นคิดถึงตอนที่ตัวเองไปหาคธาที่ทำงานเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้า เธอท้าแข่งม้า กับเขา ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็วแต่แข่งชิงธงกัน

“ธงจะเป็นเป้าเคลื่อนที่ที่ทำให้เราเร็วไปหรือช้าไป ใครชิงธงได้มากกว่า ผู้นั้นเป็นฝ่ายชนะ”

“เราจะแข่งกันที่ไหนดีครับ”

หญิงสาวต้องการให้เป็นงานใหญ่ เป็นงานการกุศลที่คนจะพูดถึงไปอีกนานแสนนาน และเธออยากได้สปอนเซอร์ใหญ่เป็นบริษัทลีลาวัฒน์ หวังว่าคธาคงจะช่วยได้...

ทางด้านปริวัตรรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล จึงโทร.หา คงศักดิ์ขออนุญาตเข้าฟังการพูดคุยระหว่างท่านประธานกับนักธุรกิจสาวจากเกาหลีคนนั้น เขาอนุญาตให้ไปด้วยได้ แล้ววางสายพอดีตอนที่สุมลทากลับเข้าบ้าน เขาร้องทักไปไหว้กระดูกญาติเลวๆที่พาจินดาไปตายมาหรือ เธอเสียงเข้มใส่ คุณแม่สั่งห้ามพูดเรื่องนี้ในบ้าน ลืมแล้วหรือ เขาไม่ได้ลืมแค่พลั้งปากไปเท่านั้น แล้วลุกออกไป เธอมองตามก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม พลันเหตุการณ์ตอนไปวัดผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ

ขณะสุมลทากำลังไหว้อัฐิของพี่ชาย ได้เจอกับสาวลูกแท้ๆของเขา อดถามไม่ได้ทำไมต้องแอบมาไหว้พ่อตัวเองด้วย เด็กสาวกลัวเพราะไม่มีใครรู้ว่าพ่อมีเธอเป็นลูก สุมลทาถามหาแม่ของเธอไปไหน

“แม่ตายพร้อมกับพ่อวันที่รถคว่ำ แม่อุ้มน้องสาวหนูอายุยังไม่ถึงเดือนนั่งรถไปกับพ่อด้วย แม่ทะเลาะกับพ่อ แม่กลัวพ่อจะทิ้งแม่ไป แม่ก็เลยอุ้มน้องออกไปตามหาพ่อจนเจอ”

สุมลทาเหมือนถูกฟ้าผ่าทั้งที่ฝนไม่ตั้งเค้า ที่แท้จินดากับทารกฝาแฝดเพศหญิงคนนั้นยังไม่ตาย ผู้หญิงกับทารกที่ตายไปพร้อมกับโจในอุบัติเหตุครั้งนั้นก็คือลูกเมียของเขานั่นเอง...

คงศักดิ์เดินกลับมาเห็นสุมลทานั่งใจลอยก็แปลกใจ ร้องทักว่าทุกทีเห็นกลับจากไหว้กระดูกน้องชายไม่เคยหน้าเศร้าอย่างนี้ หรือเพิ่งจะสำนึกผิด สุมลทาได้แต่นั่งนิ่ง ไม่ตอบโต้

“ลูกๆเราอยู่ไหนกันหมด”

“คุณอยู่บ้าน คุณควรจะรู้มากกว่าฉัน” พูดจบสุมลทา ลุกหนี...

ลูกๆที่คงศักดิ์ถามถึงนัดปรึกษาหารือกันเรื่องข้อบังคับน่าอึดอัดของอาม่าที่นอกบ้าน สิริกานดารู้ดีว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมีความรัก แต่เท่าที่เธอเห็นแฟนของแต่ละคน คงไม่มีใครผ่านความเห็นชอบของอาม่า เพราะฉะนั้นเราจึงต้องช่วยกันเปลี่ยนความคิดท่าน เราจะค่อยๆทำให้ท่านชินและยอมรับโลกของคนหนุ่มสาวยุคใหม่อย่างพวกเรา และเธออาสาจะเป็นคนเริ่มก่อน แต่เธอต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องทุกคนด้วย ถ้าเธอพูดถึงผู้ชายของเธอ ทุกคนต้องช่วยสนับสนุน พิทักษ์พงศ์ อยากรู้ว่าเราจะเริ่มเมื่อไหร่

“ที่โต๊ะอาหารพรุ่งนี้เช้า อาซื่อลื้อเป็นหลานคนโปรด ลื้อต้องเป็นคนเกริ่นนำให้พวกเรา”

พิทักษ์พงศ์สีหน้าหนักใจ สิริกานดายื่นมือออกมาให้ทุกคนจับเหมือนเป็นสัญญาร่วมกัน

ooooooo

เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่สี่พี่น้องตระกูลลีลา-วัฒนชัยหวัง แค่สิริกานดาเอ่ยชื่อโสภณเท่านั้น หลี่ซวง เสียงเขียวใส่ ห้ามพูดถึงผู้ชายไม่ได้เรื่องคนนี้ให้ได้ยินอีก เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว หวังจะฉกฉวยเอากำไรจากเธอ ถ้าเธอไม่ใช่ลูกหลานตระกูลนี้ รับรองว่าเขาไม่คิดจะชายตาแล สิริกานดาเริ่มเดือดปุดๆ

“อาม่าดูถูกพี่โส อาม่าชอบดูถูกคนอื่นไม่เคยเห็นใครดีเลยสักคน”

“แล้วลื้อเคยพาคนดีๆมาให้อั๊วรู้จักบ้างไหมล่ะ”

สองคนหลานกับย่ามีปากเสียงเถียงกัน สิริกานดาไม่พอใจที่ถูกกีดกันความรักถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่ลามปามด่าว่าไปถึงสามีของหลี่ซวงซึ่งเป็นปู่ของตัวเอง ท่านโกรธมากปรี่เข้าไปตบเธอหน้าหัน ด่าซ้ำที่เธอจาบจ้วงบรรพบุรุษตัวเอง แล้วชี้หน้าหลานๆเรียงตัวอย่าหวังว่าจะรวมหัวกันเปลี่ยนแปลงความคิดของท่าน

“ถ้าไม่เชื่อในสิ่งที่อั๊วตักเตือนก็รอให้อั๊วตายก่อนแล้วค่อยออกไปหาผัวหาเมียตามใจชอบของตัวเอง” หลี่ซวงหมดอารมณ์จะกินอะไร สั่งคนรับใช้ให้เก็บโต๊ะ แล้วลุกออกไปทันที...

ในเวลาต่อมา ขณะที่รถมุ่งหน้าสู่บริษัทลีลาวัฒน์ จอมขวัญส่งคลิปเสียงไปบอกแม่ว่ากลับเมืองไทยแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้แวะไปหาท่านเพราะมีภารกิจต้องทำ เธอ ใกล้ความฝันเข้าไปทุกทีแล้ว วันนี้เธอจะไปเจอพวกเขา และอาจจะได้เจอครบทุกคน ทั้งคนใจร้ายใจดำที่ทอดทิ้งพวกเราอย่างไม่ไยดีและพี่ๆที่เคยรู้บ้างหรือเปล่าว่ายังมีน้องอีกคนอยู่บนโลกใบนี้ จอมขวัญขอให้แม่ช่วยสวดภาวนาให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำสำเร็จผลด้วย

“แล้วจ๋อมจะรีบไปกราบแม่กับน้าไพจ้ะ จ๋อม รักแม่นะ”...

ไม่นานนักจอมขวัญกับว่านมาถึงหน้าอาคารลีลาวัฒน์ คธาซึ่งรอท่าอยู่รีบเข้ามาต้อนรับ เธอหวังใจว่าหลี่ซวงจะเห็นดีเห็นงามกับโปรเจกต์ของเธอ เขาเชื่อว่าท่านต้องเห็นดีด้วยเพราะท่านชอบทำการกุศลอยู่แล้ว จากนั้นทั้งสามคนพากันเข้าไปข้างใน

ทั้งที่ทำใจไว้แล้ว แต่พอได้เจอหน้าทั้งย่า พ่อและ เมียของพ่อ จอมขวัญเก็บอารมณ์ไม่อยู่พูดจากเหน็บแนมต่างๆนานา เกาเฟยซึ่งคอยจับตาดูผ่านกล้องสอดแนมที่ฝังอยู่ในแว่นตาของว่าน พยายามเตือนสติให้เธอใจเย็นๆ รักษาท่าทีไว้ก่อน แต่เธอกู่ไม่กลับ ประกาศตัวว่าเธอคือสาวนิรนามสวมวิกผมสีแดงคนนั้น ปริวัตรซึ่งนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยงุนงงกับท่าทีของเธอ หลี่ซวง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สั่งให้สุมลทาตาม รปภ.มาจับตัว นังนี่ไว้ แล้วให้คงศักดิ์โทร.ตามตำรวจ ว่านเห็นไม่เข้าทีขยับเข้าใกล้จอมขวัญอย่างปกป้อง

“คิดว่าดิฉันเป็นผู้ก่อการร้ายเหรอคะ” จอมขวัญมองย่าตัวเองอย่างท้าทาย คธามองเธอสลับกับหลี่ซวง งงไปหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานเอ็ดเสียงลั่น

“โง่อย่างลื้อน่ะสิถึงได้งง อีนี่คือคนที่บุกเข้ามาทำลายงานวันเกิดของอั๊ว ทำลายงานเปิดตัวห้างฯลีลาของอั๊วจนพังย่อยยับ มันคือตัวเสนียดจัญไร ที่ไม่มีสิทธิ์แหย่เท้าเข้ามาในบริษัทนี้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว”

เกาเฟยเห็น รปภ.เข้ามาล้อมกรอบสั่งผ่านวิทยุสื่อสารตัวจิ๋วที่เสียบในหูว่านให้อยู่ใกล้จอมขวัญเอาไว้ ถ้าจำเป็นก็แหกวงล้อมออกมาก่อนที่จะจวนตัว บอดี้การ์ด หนุ่มรับคำ จับมือจอมขวัญไว้พร้อมหนีได้ทุกเมื่อ

ooooooo

เทรนเนอร์จอมเฮียบเห็นคงศักดิ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจอมขวัญ รีบสั่งว่านอย่าเพิ่งทำอะไร ท่าทาง เขายังเป็นมิตรอยู่ คงศักดิ์อยากรู้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ทำแบบนี้ จอมขวัญเตือนความจำ ให้เขาว่าเคยขับรถชนเธอเมื่อห้าปีก่อน และยังให้นามบัตรไว้ด้วยบอกว่าถ้ามีอะไรเดือดร้อนก็ติดต่อเขาได้

คงศักดิ์พยายามคิดทบทวน แต่ยังไม่ทันพูดอะไรหลี่ซวงโพล่งขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ที่จอมขวัญจ้องจะทำลายบริษัทของท่านเพราะถูกลูกชายของท่าน ขับรถชนอย่างนั้นหรือ เธอหันมาประจันหน้ากับย่าตัวเองอย่างไม่เกรงกลัว ถ้าคิดจะทำลายบริษัทแห่งนี้จริงๆ เธอไม่ใช้วิธีตื้นๆแบบนี้ ระหว่างนั้นพนักงานเข้ามารายงานว่าตำรวจมาถึงหน้าตึกแล้ว ท่านประธานจะให้ขึ้นมาเลยไหม คงศักดิ์ชิงสั่งการก่อนว่าไม่ต้อง

“ฉันมาที่นี่เพื่อบอกคุณว่าฉันเป็นใครและเสี่ยงกับการที่คุณจะเอาตำรวจมาจับฉัน ลองคิดดูสิว่าฉันจะทำอย่างนี้ทำไมถ้าไม่ใช่เพราะหวังดีกับบริษัทของคุณ”

“หวังดีเหรอ...โปรเจกต์ห้างฯของฉันทั้งห้างฯต้องพังไปเพราะแก ยังมีหน้ามาบอกว่าหวังดีอีกเหรอ”

จอมขวัญเห็นหลี่ซวงได้คะแนนจากชาวบ้านที่ล้มเลิกโครงการนี้ไม่น้อย ทำให้ท่านกลายเป็นนายทุนผู้โอบอ้อมอารีกับชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ดีกว่าการเป็นเจ้าของห้างฯที่ถูกคนเป็นล้านๆสาปแช่งทุกวันทุกคืนหรอกหรือ สุมลทาโวยลั่นนี่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น หญิงสาวไม่ชอบขี้หน้าเธอที่มาแย่งพ่อไปจากแม่ก็เลยหันไปด่าสาดเสียเทเสีย สุมลทาโมโหปรี่เข้าไปจะตบหน้า แต่ว่านคว้ามือเอาไว้ทัน

“ถ้าตบฉันฉันตบกลับนะ ตำรวจมาแล้วนี่ขึ้นโรงพักด้วยกันก็มันดีจะได้ดังทั้งคู่ ทั้งเรื่องตบตีและเรื่องปัญหาที่ดินที่มันควรจะจบไปแล้ว” พูดจบจอมขวัญพยักพเยิดให้ว่านปล่อยมือสุมลทา “ว่าไงคะคุณสุมลทาภรรยาคุณคงศักดิ์”

หลี่ซวงสั่งให้คงศักดิ์ไปบอกตำรวจให้กลับไปก่อน บอกว่าเราเคลียร์กันได้แล้ว ขอโทษพวกนั้นด้วยที่ทำให้เสียเวลา เกาเฟยซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ในรถตู้ สั่งการให้ว่านกับจอมขวัญรีบถอนตัวออกมา แล้วไปเจอกันยังจุดนัดหมาย หลี่ซวงเข้ามายืนประจันหน้ากับจอมขวัญ ด่าว่าต่ำและไร้ค่าเกินกว่าตนจะเอาตัวไปแลกด้วย ดังนั้นให้เธอไสหัวไปให้พ้นหน้าอย่าได้ก้าวเข้ามาในบริษัทแห่งนี้อีกเป็นอันขาด

“เพราะถ้ามีครั้งต่อไป ฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของเธอซึ่งมันอาจจะรุนแรงกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ...คธา พาอีนี่ออกไปให้พ้นหน้าอั๊วเดี๋ยวนี้”

ทันทีที่คธาพาจอมขวัญกับว่านออกจากห้องประชุม ก็ต่อว่าเธอที่ใช้เขาเป็นเครื่องมือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า เธออยากได้คธาฟาร์มจริงๆ ส่วนเรื่องนี้เป็นผลพลอยได้ เธอใฝ่ฝันมานานแล้วที่จะได้สั่งสอนนายทุนหน้าเลือดอย่างหลี่ซวง คธาตัดพ้อถ้าคิดจะทำแบบนี้ทำไมไม่บอกกันก่อน เขาจะได้ไม่ยุ่งด้วย จังหวะนั้นคงศักดิ์ร้องเรียกให้จอมขวัญหยุดก่อน แล้วบอกให้คธากลับไปได้แล้วตนจะจัดการทางนี้เอง คงศักดิ์รอจนคธาไปแล้วจึงขอโทษจอมขวัญที่ขับรถชน เธอจำได้ว่าเขาขอโทษตั้งแต่วันนั้นแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเราจบกัน

“แล้วทำไมเธอต้องแก้แค้นฉันด้วยวิธีนี้”

จอมขวัญยืนยันว่าเรื่องที่ทำลงไปไม่ใช่เป็นการแก้แค้น แต่มันเป็นชะตากรรมไม่ของเธอก็ของเขา หรืออาจรวมทั้งแม่กับเมียของเขาด้วยก็ได้ คงศักดิ์ยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก พนักงานมาเชิญตัวเขาให้ไปพบท่านประธานที่ห้องทำงานเสียก่อน

ooooooo

ครู่ต่อมา คงศักดิ์เข้ามาในห้องทำงานของแม่ เห็นท่านกับสุมลทานั่งดูไมเคิลแถลงข่าวท่ามกลาง นักข่าวและสื่อแทบทุกสำนักเรื่องที่ดินผืนนั้นในทีวี เจ้าของบริษัท P&Lชี้ไปยังแผนที่ซึ่งติดไว้กับบอร์ดหลังโต๊ะแถลงข่าวอ้างว่าที่ดินผืนดังกล่าวไม่เคยมีสัญญาเช่าใดๆกับบริษัทลีลาวัฒน์

“จะมีเพียงเงินบริจาคยี่สิบล้านบาทที่คุณนายหลี่ซวงประกาศต่อหน้าสาธารณะว่ามอบให้เพื่อสร้างหอศิลปะของมูลนิธิฯเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้คุณหญิงอมรา สามารถยืนยันได้ กราบเรียนเชิญคุณหญิงครับ”

“ตอนแรกดิฉันก็ดีใจที่เขาเห็นคุณค่าของมูลนิธิเรา ไม่คิดว่าเขาจะเอาบุญคุณนี้มาบีบเพื่อหาผลประโยชน์จากพื้นที่ดั้งเดิมของตระกูลดิฉัน”

หลี่ซวงฉุนขาดที่คุณหญิงอมราทำแบบนี้ทั้งที่ตัวเองก็ได้เปอร์เซ็นต์จากเงินบริจาคถึงกับด่าไม่ยั้ง

อีกมุมหนึ่งที่ประตูทางไปที่จอดรถ ปริวัตรเข้ามาขวางหน้าจอมขวัญไว้ถามว่ากำลังจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องก่อความไม่สงบให้บริษัทแห่งนี้ จงใจจะทำลายบริษัทแห่งนี้โดยอ้างว่าทำเพื่อความหวังดี เธอยอมรับว่าเป็นอย่างที่เขาว่า เธอต้องการทำลายบริษัทนี้จริงๆ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยการเอารัดเอาเปรียบ

“ฉันจึงไม่สามารถยินดีชื่นชมกับความเจริญทางวัตถุของพวกคุณได้ ดังนั้นการทำลายความไม่มีมนุษยธรรมเพื่อเปลี่ยนเป็นคุณธรรม จะไม่เรียกว่าหวังดีได้อย่างไร”

ปริวัตรทักท้วง สิ่งที่เธอทำไม่ใช่วิธีปกติที่คนทั่วไปเขาทำกัน ดังนั้นต่อให้เธอยืนยันเจตนาดีแค่ไหนก็ไม่มี ใครคล้อยตามคำพูดของเธอรวมทั้งเขาด้วย และจากนี้ไปเธอจะอยู่ในสายตาของเขาตลอด จอมขวัญรู้สึกดีกับคำพูดนี้มากและจะรู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าวันหนึ่งจะได้ยินเขาพูดว่าลาออกจากบริษัทลีลาวัฒน์แล้ว

“คุณจะไม่มีวันได้ยินคำพูดนั้น” ปริวัตรยืนกรานหนักแน่น...

ด้านไมเคิลยังคงแถลงข่าวเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น และยังแจ้งอีกว่ามูลนิธิเลิศประสิทธิ์อนุญาตให้บริษัท P&L ของเขาได้สิทธิ์เข้าไปทำการพัฒนาที่ดินผืนดังกล่าวให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ชุมชนนี้เป็นชุมชนตัวอย่าง คุยอวดด้วยว่าบริษัทของตัวเองเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับไม่เหมือนบริษัทที่ก่อตั้งมาสามสิบปีแล้วแต่ไม่เคยมีสำนึกดีต่อสังคม หนึ่งในนักข่าวยกมือถามไมเคิลคิดไหมว่าจะมีคนต่อต้านเรื่องนี้

“ไม่มีแน่นอน ผมเคลียร์เรื่องนี้กับชาวบ้านหมดแล้ว ยกเว้นสุภาพสตรีที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการต่อต้านห้างฯลีลา ใครมีเบาะแสหรือช่องทางที่จะติดต่อกับสุภาพสตรีผมสีแดงคนนั้นได้ กรุณาแจ้งผมที ผมต้องการพบเธอเป็นอย่างมาก เพราะผมเชื่อว่าเธอกับผมน่าจะมีโอกาสทำงานดีๆร่วมกันได้”...

จอมขวัญดูข่าวนี้ด้วยสีหน้าครุ่นคิดอยู่ในรถ โดยมีว่านนั่งเบาะหน้าคู่กับฮาน่าคนขับรถ ไม่นานนัก รถมาถึงจุดนัดพบ จอมขวัญเดินนำว่านเข้าไปหาเกาเฟยที่รอท่าอยู่แล้ว เขาต่อว่าเธอยกใหญ่ที่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไม่ทำตามแผนการที่วางไว้ เธอแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ แต่พอได้มายืนตรงหน้าคนทอดทิ้งตัวเองแล้วมันทนไม่ได้ เธอเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองเท่านั้น และจะทำผิดพลาดบ้างไม่ได้เลยหรือ

เกาเฟยถือว่านี่เป็นความผิดพลาดข้อสำคัญและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอใช้อารมณ์มากกว่าสมอง ดังนั้นปฏิบัติการ เดด สวอน จึงไม่มีประโยชน์ต่อเธอ เช่นเดียวกับตัวเขา จากนี้ไปจะไม่มีเกาเฟย ไม่มีภารกิจและไม่มี เดด สวอนอยู่ในชีวิตของเธอกับว่านอีกต่อไป พูดจบเขาเดินไปขึ้นรถของตัวเอง ฮาน่าขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ก่อนรถจะเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว จอมขวัญเข่าแทบอ่อน หันบอกว่านว่าจะไปไหนก็ไปได้เลย ขอเธออยู่คนเดียว ทุกอย่างจบแล้ว เธอทำทุกอย่างพังหมด ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

“ไม่จริง จ๋อมยังมีว่าน เรายังมีกันและกันอยู่นะ”

ป่วยการที่ว่านจะพูดปลอบใจ จอมขวัญไม่มีอารมณ์จะฟังอะไรทั้งนั้น เขาจึงต้องปล่อยเธอไว้ลำพัง

ooooooo

หลี่ซวงอยากให้หลานๆทั้งสี่คนมาช่วยกันระดมความคิดเรื่องมิสโจวหรือจอมขวัญ แต่ไม่มีใครอยู่สักคน จึงได้แต่ปรึกษากับคงศักดิ์ สุมลทาและปริวัตร ท่านอยากรู้เกี่ยวกับบริษัทของนังนั่น ปริวัตรค้นข้อมูลมาแล้ว พบว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลี ปัจจุบันมีแผนขยายการลงทุนมาที่ไทย

“ไม่เกี่ยวกับบริษัทเราเลยนี่ มันเป็นธุรกิจคนละสายกันเลย จะมาล้มเราทำไม” คงศักดิ์ตั้งข้อสังเกต

“นั่นคือโจทย์ที่เราต้องตีให้แตก เราจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆไม่ได้ เราต้องรู้ทันมันว่ามันกำลังคิดอะไร ก่อนที่มันจะไปจับมือกับ P&L ทำลายเราโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว” หลี่ซวงเสียงกร้าว

หลังปรึกษาหารือกันเสร็จ ปริวัตรขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ต่อ สุมลทารีบตามมารั้งตัวไว้ เมื่อห้าปีที่แล้ว เธอเห็นเขาขยันหอบกระเช้าไปเยี่ยมมิสโจวอยู่บ่อยๆ หวังว่าวันนี้คงไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับเธอ ปริวัตรยืนยันว่ายังซื่อสัตย์ต่อบริษัทนี้ ท่านไม่ต้องเป็นกังวล

“แต่ฉันแอบเห็นสายของเธอเวลามองมิสโจว อย่าเปลี่ยนใจง่ายๆก็แล้วกัน”...

ที่บ้านของจินดา แค่ได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่จิตใจที่ว้าวุ่นของจอมขวัญก็ผ่อนคลายลง สองแม่ลูกคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก่อนที่จอมขวัญจะตัดสินใจถามแม่ว่าเคยนึกอยากเจอลูกชายตัวเองบ้างไหม

“อยากสิลูก แม่อยากกอดเขาให้เหมือนที่แม่กอดจ๋อม แต่มันเป็นไปไม่ได้ แม่ทำใจนานแล้วล่ะ และแม่ก็เชื่อว่าถึงเราจะได้เจอกันซึ่งๆหน้า เขาก็คงไม่รู้สึกว่าแม่เป็นแม่ของเขา”...

คนที่จินดาพูดถึงกำลังนั่งดื่มอยู่ในผับหรูแห่งหนึ่งกับพี่สาวทั้งสามคนและโสภณ หัวข้อสนทนาไม่พ้นเรื่องที่ถูกหลี่ซวงตีกรอบในเรื่องความรัก ทั้งสี่คนตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนใจท่าน และให้แต่ละคนเก็บเรื่องส่วนตัวของตัวเองไว้อย่าให้ท่านรู้เป็นอันขาด ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นพวกเราจะต้องช่วยเหลือกันและกัน

“งั้นวันนี้แยกย้ายกันได้แล้ว ไปหาคนของตัวเองซะ แล้วกลับบ้านให้ตรงเวลาด้วยล่ะ” สิริวิมลย้ำ

“เที่ยงคืนครึ่ง เวลาที่บอกม้าไว้” สิริวิภาว่าแล้วลุกออกไปพร้อมกับคนอื่น เหลือเพียงสิริวิมลที่ยังนั่งอยู่ เธอรอจนทุกคนไปกันหมด ถึงได้โทร.ตามมาร์คที่นั่งหลบมุมอยู่ไม่ไกลให้มาที่โต๊ะของเธอได้แล้ว...

มาร์คคิดไม่ซื่อ วางแผนจะรวบหัวรวบหางสิริวิมลให้ได้ในคืนนี้เลย สั่งเหล้ามามอมเธอ ว่านซึ่งนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์มองมายังทั้งคู่ด้วยความสนใจ ก็เลยไม่เห็นว่าจอมขวัญโทร.เข้ามือถือ เธอรอจนสายตัดไปเอง แล้วอดนึกถึงสายของคธาที่เพิ่งโทร.คุยกันก่อนหน้านี้ไม่ได้ เขาโทร.มาบอกว่ายังอยากเล่นเกมพนันของเราสองคนอยู่ ถ้าเธอยังสนใจฟาร์มม้าของเขา จอมขวัญยังต้องการฟาร์มม้าอยู่ แต่ขอเวลาหาผู้สนับสนุนรายใหม่ก่อน คธาฉีกยิ้มกว้าง ได้ยินแบบนี้ค่อยมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย

“ผมยินดีรอด้วยความหวังนะครับ เพื่อมิสโจว นานแค่ไหนผมก็จะรอ”...

ในเมื่อโทร.ติดต่อไม่ได้ จอมขวัญจึงฝากข้อความไปให้ว่านแทน ถ้าได้อ่านข้อความนี้เมื่อไหร่ให้เขาโทร.กลับด่วน เธอจะเริ่มปฏิบัติการ เดด สวอนอีกครั้ง คราวนี้จะมีแค่เราสองคน และภารกิจแรกของเขาคือหาทางให้เธอ ได้พบกับผู้บริหารบริษัท P&L ที่ชื่อไมเคิลโดยเร็วที่สุด...

ใกล้ถึงเวลาต้องกลับบ้าน พิทักษ์พงศ์ซึ่งกำลังจะไปส่งมุนินรีบโทร.เตือนพี่สาวคนโตซึ่งกำลังสวีตหวานอยู่กับทัศน์ และโทร.หาพี่สาวคนรองซึ่งอยู่กับโสภณที่รังรักให้ไปเจอกันหน้าบ้านลีลาวัฒนชัย แต่โทร.หาพี่สาวคนเล็กไม่ได้ไม่มีใครรับสาย พิทักษ์พงศ์จึงทำได้แค่ฝากข้อความไว้

“ฮัลโหล เจ้เล็ก ทำอะไรอยู่ทำไมไม่รับโทรศัพท์ อีกสี่สิบนาทีพวกเราจะถึงบ้านกันแล้วนะ อย่าให้มีปัญหาเพราะเจ้คนเดียวล่ะ รีบเปิดฟังข้อความเดี๋ยวนี้เลยด้วย”...

คนที่พิทักษ์พงศ์โทร.หากำลังเมาปลิ้นอาเจียนจนตัวเปรอะไปหมด มาร์คสบช่องประคองเข้าไปในห้องน้ำชาย จับเธอนั่งบนโถส้วมแล้วใส่กลอนประตูไว้ เอาสายชำระมาฉีดล้างอาเจียนจนเปียกเสื้อผ้าของเธอไปหมด เสื้อแนบเนื้อยิ่งทำให้มาร์คหื่นกระหาย ดึงตัวมาปลุกปล้ำ แม้จะมีสติเหลือเพียงน้อยนิดแต่เธอก็ต่อสู้ขัดขืนเท่าที่แรงจะมี

ก่อนที่สิริวิมลจะเสียทีให้มาร์ค ว่านเคาะประตูห้องน้ำเรียกให้เปิด อ้างปวดท้องหนักจะเข้าส้วม เขาไล่ให้ไปใช้ห้องอื่น ห้องนี้ไม่ว่าง ว่านยืนยันจะเข้าห้องนี้ให้ได้ ตัดสินใจถีบประตูจนเปิด สิริวิมลกัดฟันโงหัวขึ้นมาร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงเบาแทบจะเป็นกระซิบ

“อ้าว...พี่กำลังจะข่มขืนผู้หญิงอยู่นี่ ผิดกฎหมายนะครับ”

“มันจะไม่ผิดถ้ามึงไม่แส่เข้ามายุ่ง” ไม่ด่าเปล่ามาร์คถีบใส่แขกไม่ได้รับเชิญ แต่เขาไวทายาดคว้าขาไว้ได้ กระชากออกมาจากห้องส้วม อัดกำปั้นใส่ไม่ยั้งจนฟุบกับพื้นหมดสภาพ แล้วเข้าไปอุ้มสิริวิมล

“คุณ...คุณ กลับบ้านเองได้ไหมเนี่ย”

ไม่มีเสียงตอบใดๆจากหญิงสาวเนื่องจากหมดสติไปแล้ว ครู่ต่อมา ว่านขับรถโดยมีสิริวิมลนั่งคอพับอยู่ข้างๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นเปิดดู เห็นข้อความจากจอมขวัญรีบโทร.หา

“ฮัลโหล เพิ่งอ่านข้อความฉันเหรอ นายว่าน”

“เวลคัมแบ็ก มิสโจว พรุ่งนี้เช้าคุณจะได้พบกับนายไมเคิลแน่นอน ผมสัญญา”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.