กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ โกดังแห่งหนึ่งชานกรุงเทพฯ จอมขวัญหรือมิสโจวลงทุนปลอมตัวเป็นนักธุรกิจชาวเกาหลีโดยมีว่านคอยเป็นบอดี้การ์ดให้ ทั้งคู่วางแผนล่อซื้อแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่บุญทรงขโมยมา แต่แผนการล้มไม่เป็นท่า เสี่ยชั่วไหวตัวเสียก่อน สั่งให้สมุนจัดการเก็บทั้งคู่ให้สิ้นซาก

จอมขวัญกับว่านไม่ยอมให้ถูกทำร้ายง่ายๆ สู้ยิบตา แต่สมุนของบุญทรงมีมากกว่าไล่ต้อนทั้งคู่ไปติดผนัง ว่านเห็นท่าไม่ดีรีบโทร.แจ้งเกาเฟยว่าโดนล้อม ยังไม่ทันขาดคำเกาเฟยในชุดพรางเข้ามาช่วยทั้งคู่ไว้ทัน จากนั้นไม่นานรถตำรวจแล่นมาจอดหน้าโกดังพร้อมกับรถนักข่าว สมุนของบุญทรงถูกตำรวจรวบตัว ส่วนนายใหญ่หนีรอดไปได้ ขณะตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ รถของคงศักดิ์แล่นเข้ามาจอด เจ้าของรถมองเหตุการณ์ตรงหน้างงๆก่อนจะลงไปถามตำรวจว่ามีเรื่องอะไรกัน ได้ความว่ามาจับพวกค้าของเถื่อน

“เอ้อ ขอโทษครับ ผมมาหาเสี่ยบุญทรงน่ะครับ เขานัดผมไว้แถวโกดังนี้ ผมจะไปรอตรงไหนได้ครับ”

“รอฟังข่าวเอาดีกว่าครับ เสี่ยบุญทรงนั่นแหละตัวหัวหน้าเลย เจ้าหน้าที่กำลังตามล่ามันอยู่หลายคดี”

จังหวะนั้น จอมขวัญในคราบนักข่าวเดินผ่านหน้าคงศักดิ์ซึ่งกำลังคุยอยู่กับตำรวจไม่ได้สนใจเธอสักนิด เธอมัวแต่เหลียวมองพ่อไม่ทันเห็นปริวัตรที่เปิดประตูรถของคงศักดิ์ลงมาจากด้านคนขับจึงชนเข้าอย่างจัง เขาขอโทษขอโพยเธอยกใหญ่แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้เจ้านาย ปริวัตรเองก็จำเธอไม่ได้เช่นกัน

ว่านในคราบนักข่าวเข้ามายืนข้างๆจอมขวัญ “ไปกันเถอะ ก่อนที่ใครๆจะแห่กันมามากกว่านี้”...

การกระทำของจอมขวัญกับว่านครั้งนี้ทำให้เกาเฟยไม่พอใจมาก ตำหนิทั้งคู่ที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ถ้าตนไม่ตามไปคิดว่าจะเอาชีวิตรอดมาจากโกดังนั่นได้หรือ ว่านไม่วายคุยคงจะหนีได้แต่อาจนานหน่อย

“อย่ามั่นใจตัวเองนักไอ้หนู ถ้ามิสเตอร์คิมรู้ว่าเธอสองคนทำอะไรเกินเลยไปจากแผนล่ะก็ พวกเธอจะไม่ได้รับความไว้วางใจอีก ถึงจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะ พรุ่งนี้ฉันจะส่งเธอกลับเกาหลีและจะรายงานทุกอย่างกับมิสเตอร์คิม ให้เขาเป็นผู้อบรมพวกเธอเองก็แล้วกัน” พูดจบเกาเฟยขยับจะไป จอมขวัญเรียกเอาไว้ จะขอไปทำธุระสำคัญอย่างหนึ่งก่อน ถ้าเขาไม่ให้เธอคงต้องโทร.ไปขออนุญาตจากมิสเตอร์คิมเอง...

ธุระที่จอมขวัญจะไปทำคือแวะไปเยี่ยมแม่กับประไพที่บ้านหลังใหม่ ทั้งสามคนโผกอดกันด้วยความคิดถึง จินดาทักว่าลูกเปลี่ยนไปมากเกือบจะจำไม่ได้ จอมขวัญเล่าให้ฟังว่าเมื่อเช้าก็มีคนจำเธอไม่ได้เหมือนกัน

“จ๋อมเจอเขาโดยบังเอิญ เขาจำจ๋อมไม่ได้เลย จำไม่ได้จริงๆ” จอมขวัญครุ่นคิดถึงชายคนที่เจอหน้าโกดัง

ooooooo

คนที่จอมขวัญพูดถึงถูกหลี่ซวงตามตัวไปพบที่ห้องทำงาน เขายังไม่ทันขยับไปไหน สุมลทาเข้ามาขอคุยเรื่องที่ดินจะใช้ทำห้างฯของเรา พรุ่งนี้หลี่ซวงต้องไปงานมอบรางวัลของมูลนิธิเลิศประสิทธิ์ ถ้าเขาบอกให้ท่านบริจาคเงินให้มูลนิธิสักสิบล้านบาท ปีหน้าเราน่าจะขอเซ้งที่ดินของมูลนิธิได้ไม่ยาก

“คุณคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างงั้นเหรอ”

สุมลทาเห็นท่านทำอย่างนี้มาตลอดเหมือนตอนซื้อที่ดินทำโรงงานที่อยุธยา คงศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ เพราะป่านนี้แล้วเรายังมีปัญหากับชาวบ้านที่นั่น ถ้าเธอคิดว่าดีก็เสนอท่านเองก็แล้วกัน

“ฉันกำลังจะช่วยให้คุณมีผลงานเข้าตาม้าอยู่นะเผื่อคุณจะมีวาสนาสืบทอดตำแหน่งจากท่านได้บ้าง”

“ผมไม่ต้องการและผมจะค้านวิธีคิดแบบคุณอย่างหัวชนฝาเลย คอยดูสิ” ครู่ต่อมาคงศักดิ์มานั่งอยู่ตรงหน้าหลี่ซวงซึ่งบอกให้ลืมเรื่องบุญทรงไปให้หมด โชคดีที่เรายังไม่ได้ตกลงอะไรด้วย ที่ท่านเรียกเขามาพบก็เพื่อจะมอบหมายให้ไปตระเวนหาที่ดินสักเจ็ดสิบไร่ที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเพื่อสร้างห้างฯของเรา

คงศักดิ์ตัดสินใจพูดเรื่องที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างห้างฯ กลับถูกหลี่ซวงเล่นงานและไล่ให้ไปทำตามที่สั่งให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นแผนงานของเราจะช้าไป ระหว่างนั้นมีสายภายในจากสุมลทาเข้ามาขัดจังหวะ หลี่ซวงฟังแผนการของเธอแล้วพอใจมาก บอกคงศักดิ์ว่าไม่ต้องไปหาที่ดินอีกแล้วท่านจะทำตามที่สุมลทาแนะนำ เขาพยายามทักท้วงแต่ไม่สำเร็จ จึงพกความขุ่นเคืองใจไปหาคนต้นคิดเรื่องนี้ที่ห้องทำงาน ต่อว่าเธอที่เอาไอเดียไม่ถูกต้องไปเสนอให้หลี่ซวง สองผัวเมียมีปากเสียงกันเช่นเคย คงศักดิ์ไม่พอใจมาก

“วันนี้ผมไม่กลับบ้าน คุณไม่ต้องโทร.ตามและไม่ต้องถามด้วยว่าไปไหน” พูดจบเขาเดินปึงปังออกไป...

คงศักดิ์ต้องการดื่มเหล้าดับอารมณ์ เป็นจังหวะเดียวกับที่ต่วนมีธุระจะคุยด้วย จึงนัดให้ไปเจอกันที่บาร์หรูแห่งหนึ่ง คงศักดิ์นั่งดื่มอยู่พักใหญ่คนที่นัดเอาไว้ถึงได้ตามมาสมทบ ต่วนไม่รอช้าแจ้งจุดประสงค์ที่นัดเขามาเจอเพราะต้องการหุ้นคืน เพิ่งตระหนักว่าบริษัท P&L คบไม่ได้ ขอให้เขาช่วยพูดกับหลี่ซวง

“ไม่มีทาง เฮียไปเหอะ อั๊วเมาแล้ว” คงศักดิ์ผลักต่วนออกห่าง ซูซี่พริตตี้สาวสวยเข้ามาถามเขาว่าจะสั่งเหล้าเพิ่มไหม คงศักดิ์จะสั่งถ้าเธอเป็นคนชงเหล้าให้ เธอยินดีทำให้แต่ถ้าเขาดื่มหมดขวดจะขับรถกลับไม่ไหว คงศักดิ์ไม่คิดจะกลับบ้าน คืนนี้จะไปนอนค้างที่โรงแรมใกล้ๆ แล้วหันไปชี้หน้าต่วน

“อย่าบอกม้านะว่าเจออั๊วที่นี่ ถือว่าเราไม่ได้เจอกันนะ”

ต่วนไม่ยอมให้ใครปฎิเสธง่ายๆ คิดหาทางเอาคืนคงศักดิ์...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องพักในโรงแรมหรู จอมขวัญนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบนโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบวิกผมเปรี้ยวเข็ดฟันขึ้นมาแปรง แล้วนึกถึงตอนไปเยี่ยมแม่ซึ่งถามเธอว่าจะกลับมาอยู่กับท่านเมื่อไหร่ เธอต้องอยู่ฝึกวิชากับมิสเตอร์คิมอีกสามปีถึงจะกลับมาได้ จินดาอยากรู้ว่าลูกจะตอบแทนบุญคุณเขาอย่างไร

“แด๊ดไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยค่ะ เขาพูดอยู่อย่างเดียวว่าอยากเห็นจ๋อมประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการและอยากเห็นจ๋อมเป็นคนดี พรุ่งนี้จ๋อมจะกลับเกาหลีแล้ว แต่ก่อนกลับจ๋อมจะไปดูหน้าคุณนายหลี่ซวง ย่าของจ๋อมก่อน”

ooooooo

คงศักดิ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างงงๆที่พบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรม ยังไม่ทันจะลุกขึ้นจากเตียงมีเสียงเตือนจากมือถือว่ามีข้อความเข้า เขารีบคว้ามาดู

“อาม้าถามถึงคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนรีบไปที่งานด่วน ก่อนที่ท่านจะรู้ว่าคุณไม่ได้กลับบ้าน”...

ที่ห้องรับรองแขกของมูลนิธิเลิศประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่เดินนำหลี่ซวงกับสุมลทาเข้ามาในห้อง พร้อมกับแจ้งว่าคุณหญิงอมราประธานมูลนิธิจะมาถึงในอีกสิบนาทีให้ท่านทั้งสองนั่งรอตรงนี้ก่อน

“ได้จ้ะ แต่ก่อนขึ้นเวที ฉันขอคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณหญิงสักสองสามนาทีนะมีเรื่องจะเซอร์ไพรส์”

เจ้าหน้าที่รับคำแล้วออกไปจากห้อง ปริวัตรเข้ามาขออนุญาตหลี่ซวงพาเพื่อนมากราบขอโทษที่ทำไม่ดีเอาไว้ ท่านสวนทันทีว่าไม่ต้อง บอกเพื่อนของเขาด้วยว่าท่านไม่ถือคนบ้าไม่ว่าคนเมา

“แต่อย่าทำอย่างนี้กับฉันอีกเพราะถ้ามีครั้งต่อไป เธอคงต้องเลือกว่าจะทำงานกับฉันหรือจะคบกับเพื่อนนิสัยไม่เข้าท่าคนนั้นต่อไปนะปริวัตร”

ดารารัตน์รีบยกมือไหว้หลี่ซวง รับปากจะไม่ทำอย่างนี้อีก...

ทางด้านคงศักดิ์มาถึงงานทันเวลาที่หลี่ซวงต้องขึ้นไปแจกรางวัลบนเวที สุมลทารีบคว้าข้อมือเขาพาไปด้านหน้าเวทีเพื่อจะได้ให้หลี่ซวงเห็นว่าเขามาแล้ว ทั้งคู่มัวแต่มองไปบนเวทีจึงไม่เห็นจอมขวัญที่แปลงโฉมมาในลุคเฉี่ยวพร้อมกับสวมวิกก้าวมายืนด้านหลัง

หลี่ซวงขยับไปยืนหน้าไมโครโฟน ประกาศข่าวดีให้ทุกคนทราบว่าบริษัทลีลาวัฒน์โดยการบริหารงานของท่าน ตัดสินใจจะมอบเงินให้กับมูลนิธิเลิศประสิทธิ์เพื่อใช้ในการสร้างหอศิลปะของมูลนิธิเป็นเงินยี่สิบล้านบาท แขกที่มาร่วมงานพากันตบมือดังสนั่น พิธีกรบนเวทีเรียนเชิญคุณหญิงอมราขึ้นมารับมอบเช็ค

“เพิ่มเป็นยี่สิบล้านเชียวเหรอ คุณคงดีใจสินะที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คุณคิด” คงศักดิ์หันไปแขวะเมีย

ทั้งคู่มีปากเสียงเถียงกันโดยไม่รู้ว่าจอมขวัญแอบฟังอยู่ด้านหลัง เธอนึกถึงที่แม่ถามถ้าได้เจอพ่อจะบอก หรือเปล่าว่าเป็นใคร เธอส่ายหน้า จะไม่บอกอะไรพ่อจนกว่าหลี่ซวงกับสุมลทาจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสมเสียก่อน ระหว่างที่หลี่ซวงยืนเป็นสักขีพยานการมอบรางวัลอยู่บนเวที เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเดินมายื่นกระดาษโน้ตให้ ท่านอ่านเสร็จกวาดตามองไปรอบๆ เห็นผู้หญิงสองคนแต่งตัวคล้ายพวกเอ็นจีโอยืนมองมาด้วยสายตากร้าว ก็เดินลงจากเวทีทันที สุมลทาปรี่เข้ามาหา หลี่ซวงยกมือห้ามพร้อมกับบอกให้รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวท่านมา แล้วเดินตามผู้หญิงสองคนนั่นออกไป

คงศักดิ์จะเดินตามแม่แต่ซูซี่เข้ามาขวางเสียก่อนถามว่าจำเธอได้ไหมเมื่อคืนนี้เราอยู่ด้วยกันทั้งคืน เขาถึงกับอึ้งเพราะจำอะไรไม่ได้ เธอขอให้เขาช่วยไปเคลียร์กับพ่อของเธอ ไม่อย่างนั้นพ่อจะตามล่าเราถึงตายแน่ สุมลทาเห็นสามีถูกหญิงสาวลากตัวออกจากงาน วานให้ปริวัตรช่วยไปดูเขาให้ที

ooooooo

กระดาษโน้ตที่เขียนท้าทายเป็นทำนองว่าถ้าเป็นคนจริงอย่าปฏิเสธที่มาคุยกันเป็นการส่วนตัว ทำให้หลี่ซวงเดินตามพวกเอ็นจีโอมาตรงมุมลับตาคนใกล้ช่องบันไดหนีไฟ อยากรู้ว่าเขียนโน้ตแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ ทั้งคู่ต้องการให้ท่านเซ็นหนังสือยินยอมยกสิทธิ์บนที่ดินที่อยุธยาคืนให้ชาวบ้าน

“จะบ้าเหรอ ยกให้ได้อย่างไรฉันซื้อมาตั้งแพง”

“ท่านไม่ได้ซื้อ ท่านใช้วิธีเดียวกับเมื่อครู่นี้ ท่านบริจาคเศษเงินของท่านแล้วก็ได้ที่ดินมาในราคาถูกแล้วท่านก็ไล่ชาวบ้านซึ่งใช้ประโยชน์จากผืนดินเพียงแค่อยู่อาศัยมาชั่วชีวิตให้เขากลายเป็นคนไม่มีที่อยู่ ท่านทำอย่างนี้มันถูกเหรอ” ทั้งสามคนมัวแต่คุยกัน ไม่ทันเห็นจอมขวัญยืนหลบมุมแอบฟังอยู่

หลี่ซวงยืนกรานไม่ยอมเซ็นหนังสือให้ และจะไปแจ้งความจับทั้งคู่ข้อหาข่มขู่คุกคาม หนึ่งในพวกนั้นฟิวส์ขาดคว้าคอหลี่ซวงดันไปที่บันไดหนีไฟจนหงายหลังจะตกลงไป โชคดีที่จอมขวัญพุ่งมารับร่างไว้ทันแล้วใช้เท้ายันเอ็นจีโอคนนั้นกระเด็น ก่อนจะเอื้อมไปกดสัญญาณนิรภัย เสียงออดดังสนั่นทำให้พวกนั้นตกใจพากันวิ่งหนี หลี่ซวงขอบใจจอมขวัญมากที่ช่วย เธอมองหน้าผู้เป็นย่าอึดใจ แล้วเดินจากไปไม่พูดอะไรสักคำ...

ด้านปริวัตรลงลิฟต์ตัวเดียวกับจอมขวัญแต่จำเธอไม่ได้เพราะการแต่งตัวที่แปลกตาของเธอ...

คงศักดิ์ถูกซูซี่ลากตัวไปที่บ้านของเธอโดยไม่รู้ว่านี่เป็นแผนชั่วของต่วน เธอพาเขาไปที่ห้องนอน ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วลงมือปลุกปล้ำ เขาพยายามดันเธอออกแต่ไม่สำเร็จกลับเสียหลักล้มลงบนเตียงด้วยกัน

“อย่าขืนสิพี่ เรามีเวลาสิบนาทีก่อนพ่อมา หนูขออีกสักดอกเถอะนะเมื่อคืนยังติดใจไม่หายเลยอ้ะ”

ไม่พูดเปล่าซูซี่กระชากเสื้อคงศักดิ์ออกแล้วซุกไซ้ไปทั่วร่างของเขา เฮียต่วนซึ่งซ่อนตัวอยู่หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บช็อตเด็ดไม่ยั้งสีหน้ายิ้มแย้มพอใจที่แผนสำเร็จด้วยดี รวดเร็วเหมือนตอนลงมือปลุกปล้ำ ซูซี่ลุกพรวดขึ้นจากเตียงคว้าเสื้อมาสวมบอกว่าหมดอารมณ์แล้ว ไว้คุยกับพ่อเสร็จค่อยมีอารมณ์ใหม่ ให้คงศักดิ์รออยู่ตรงนี้ก่อน อย่าเพิ่งไปไหน เธอจะไปดักหน้าพ่อไว้เผื่อโชคดีท่านไม่ว่าอะไร แล้วเปิดเพลงเสียงดังหวังให้กลบเสียงด้านนอก ก่อนจะคว้าเสื้อของคงศักดิ์ติดมือออกไปด้วยเพื่อกันเขาหนี

ซูซี่ไม่ได้ไปดักหน้าพ่ออย่างที่พูด แต่ออกไปรับเงินค่าจ้างสองหมื่นบาทจากต่วน ระหว่างนั้นผัวขี้ยาของเธอเข้ามาสั่งให้เธอคืนเงิน แบล็กเมล์เศรษฐีทั้งทีควรจะได้สักห้าแสนบาท ต่วนไม่ตกลงด้วยก็เลยถูกผัวขี้ยาของซูซี่ชักปืนขู่ ปริวัตรซึ่งมองเข้ามาในตัวบ้านเห็นขี้ยาเล็งปืนใส่ต่วน ขณะที่คงศักดิ์ยังนั่งอยู่บนเตียงในห้องติดกัน ตัดสินใจย่องเข้าทางหลังบ้าน ขี้ยาสั่งให้ต่วนส่งกล้องให้หวังจะเอารูปไปขึ้นเงินจากคงศักดิ์ เขาใช้กล้องฟาดปืนหลุดจากมือขี้ยา รัวกำปั้นใส่ไม่ยั้งจนอีกฝ่ายล้มคว่ำ แล้วจะตามเข้าไปซ้ำแต่ขี้ยาคว้าปืนจะยิง เขาควักปืนตัวเองยิงใส่ขี้ยาตายคาที่ คงศักดิ์เปิดประตูห้องนอนออกมาเห็นพอดีถึงกับตะลึง

“ไอ้ต่วน...แกฆ่าคนตาย”

“ไม่ใช่ฉัน แกต่างหากอากวง” ต่วนหยิบปืนในมือขี้ยาขึ้นมาเล็งคงศักดิ์ “แกเป็นชู้กับเมียมัน รูปยังอยู่ในกล้องนี้ มันตามมาเอาเรื่องแกถึงที่นี่ แกยิงมันแล้วมันก็ยิงแก...ถ้าแก่ยอมคืนหุ้นให้ฉันตั้งแต่แรกมัน

ก็จะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้หรอก เสียใจด้วยนะที่อายุแกจะสั้นเพียงเท่านี้” ต่วนยังไม่ทันจะเหนี่ยวไกปืน ปริวัตรเอาไม้ฟาดแขนเขาปืนร่วง แล้วฟาดซ้ำจนล้มฟุบ คงศักดิ์งงว่าชายหนุ่มมาได้อย่าไร

“คุณสุมลทาสั่งให้ผมตามมาดูพฤติกรรมของคุณคงศักดิ์ครับ”

คงศักดิ์ละล่ำละลักไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ปริวัตรทราบดีเขาถูกต่วนจัดฉาก บอกให้สวมเสื้อแล้วรีบออกไปจากที่นี่ก่อนตำรวจจะมาถึง ซูซี่ตกใจกลัวจะถูกตำรวจจับ ปริวัตรกำชับไม่ให้เธอพูดอะไรทั้งนั้นให้รอทนายมาก่อน

ooooooo

หลี่ซวงเล่นงานลูกชายทันทีที่เจอหน้า แก่ป่านนี้แล้วยังปล่อยนังเด็กนั่นหลอกเอาได้ง่ายๆ ถ้าเขาไม่ไปที่อโคจรแบบนั้นก็คงจะไม่เกิดเรื่อง แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้จะไม่มีชื่อของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทนายของเราดำเนินการกันตัวเขาออกจากคดีแล้ว คงศักดิ์ได้แต่ก้มหน้านิ่ง

“ถึงลื้อจะไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นมังกรดูแลอาณาจักรของตระกูลได้ แต่ลื้อก็ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกๆของลื้อ ถ้าไม่รู้ว่าแบบอย่างที่ดีคืออะไรก็ดูจากอั๊ว ทำตัวให้ได้สักครึ่งหนึ่งของอั๊ว ทำได้ไหมอากวง อ้อ...แล้วก็อย่าลืมไปขอบคุณนายปริวัตรด้วย ถ้าไม่ได้เขา อั๊วคงเสียลูกชายคนเดียวของอั๊วไปแล้ว ซึ่งอั๊วไม่ปรารถนาอย่างนั้น”

คงศักดิ์รับคำแล้วผละจากมา ผ่านโถงกลางบ้านเห็นสุมลทานั่งอยู่ ปรี่เข้าไปต่อว่าเรื่องที่เธอสั่งให้ปริวัตรสะกดรอยตามเขา เธอตอกกลับถ้าวันนี้เธอไม่ส่งปริวัตรไป เขาคงจะไม่มายืนพูดจาแบบนี้กับเธอ

“ถ้าคุณไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตผมตั้งแต่แรก ผมคงจะยืนอย่างมีความสุขได้มากกว่านี้เยอะ”...

อีกมุมหนึ่งที่สวนข้างบ้าน ปริวัตรโทร.ไปขอโทษดารารัตน์ที่ยังไปหาไม่ได้ เจ้านายยังไม่เสร็จธุระ ด้วย นอกจากเธอจะไม่หงุดหงิดยังยิ้มอารมณ์ดีบอกว่าไม่เป็นไร เธอเองก็ยังไม่เสร็จงานเหมือนกัน วันนี้เธอเพิ่งเซ็นสัญญา 3 ปีเป็นพิธีกรรายการทีวี ชื่อว่า ดิวตี้ ทู บิวตี้ เขาดีใจกับเธอด้วย ถามว่าจะกลับกี่โมง กลับอย่างไร

“ไม่ต้องห่วงดิวกลับเองได้ นี่ดิวนั่งรอสไตลิสต์มาวัดตัวกับรอนักข่าวมาสัมภาษณ์น่ะ พรุ่งนี้ดิวแวะไปหาที่คอนโดฯนะวัตร” ดารารัตน์วางสายเป็นจังหวะเดียวกับบรรพต ชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์เข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นนักข่าวที่จะมาสัมภาษณ์เธอ

ปริวัตรวางสายจากดารารัตน์แล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้สนาม สิริวิมลเดินมานั่งข้างๆถามว่าวันนี้เขากับพ่อของเธอไปทำอะไรกันมาบ้าง เห็นแม่นั่งหน้าเครียดรออยู่ เขาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร โชคดีที่คงศักดิ์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ไล่ให้เธอไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ สิริวิมลยิ้มหวานให้ปริวัตรแล้วเดินเข้าบ้าน คงศักดิ์ขอบใจเขามากที่ช่วยเป็นธุระทั้งเรื่องพิทักษ์พงศ์และเรื่องที่ช่วยตนเอาไว้ จึงอยากจะตอบแทนความดีของเขาด้วยการแบ่งหุ้นของบริษัทในส่วนของตัวเองให้และจะแต่งตั้งเขาเป็นผู้ช่วย รับผิดชอบงานทุกอย่างรองจากตน

ooooooo

หลังครบห้าปีของการเรียนรู้ ถึงเวลาที่จอมขวัญในคราบมิสโจวจะต้องกลับเมืองไทย มิสเตอร์คิมอ้างกับผู้ถือหุ้นของบริษัท K-Soo ที่ส่งเธอไปเมืองไทยก็เพื่อไปเปิดตลาดด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมที่บริษัทของเราเพิ่งมาจับงานด้านนี้ จอมขวัญรู้สึกใจหายที่จะต้องจากมิสเตอร์คิมซึ่งเปรียบเสมือนพ่อแท้ๆของตัวเอง

“แด๊ด หนูขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ”

“เธอขอบคุณฉันทุกวัน มันมากเกินไปแล้ว” พูดจบมิสเตอร์คิมจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้ “จากนี้ไป จงเดินตามความฝัน เดินไปข้างหน้าโดยไม่ฝืนธรรมชาติ แล้วธรรมชาติจะโอบอุ้มคุ้มครองเธอตลอดไป ฉันจะรอดูความสำเร็จของเธอจากฟากฟ้าด้านนี้ ความสุขของเธอจะไหลผ่านผืนฟ้ามาสู่สายตาของฉันได้เอง”

“หนูรักแด๊ดนะคะ” จอมขวัญโผกอดมิสเตอร์คิมซึ่งกอดเธอตอบด้วยความรักและเอ็นดู...

ขณะที่จอมขวัญกับว่านบินลัดฟ้าสู่เมืองไทย ณ บริษัทลีลาวัฒน์แห่งใหม่อันใหญ่โตกว้างขวางกำลังมีการประชุมหัวหน้าฝ่ายต่างๆเพื่อเตรียมงานฉลองวันเกิดครบ 66 ปีของหลี่ซวง พร้อมกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการห้างสรรพสินค้าลีลาซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่โรงแรมหรู ท่ามกลางการประท้วงของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนเลิศประสิทธิ์ซึ่งจะเป็นสถานที่ก่อสร้างโครงการนี้

แม้ความขัดแย้งที่มีมานานสามปีจะจบลงด้วยชัยชนะของบริษัทลีลาวัฒน์ที่ได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้ แต่ชาวบ้านนับร้อยได้รวมตัวกันเป็นสมัชชาเลิศประสิทธิ์ ประกาศจะขอสู้จนลมหายใจสุดท้ายเพื่อเรียกร้องที่อยู่อาศัยของพวกตนกลับคืนมา สื่อทุกแขนงให้ความสนใจมาทำข่าวการประท้วงครั้งนี้ แต่คู่กรณีอย่างหลี่ซวงกลับไม่ให้ความสำคัญ ยังคงเดินหน้าเตรียมงานเปิดโครงการวันพรุ่งนี้อย่างขะมักเขม้น

ระหว่างนั้นคนจากบริษัทเฉินซิงมาขอพบหลี่ซวงเพื่อเอาแบบร่างสวนสี่มุมโลกที่จะจัดไว้หน้าห้างฯลีลามาให้ดู ท่านชมเปาะว่าทำงานได้รวดเร็วถูกใจมาก คนของบริษัทเฉินซิงแจ้งว่ามิสเตอร์เฉินเจ้านายของตนเป็นกังวลเรื่องการประท้วงของชาวบ้าน เกรงจะเป็นปัญหาทำให้โครงการนี้ล้มได้

“ไม่มีทาง บอกคุณเฉินว่าปัญหาเหล่านั้นฉันจัดการเอง แต่ถ้าไม่มั่นใจอยากจะถอนตัวก็ได้ไม่ว่ากัน ฉันจ้างบริษัทอื่นได้”

“อย่าทำอย่างนั้นครับ ถ้าคุณนายมั่นใจ มิสเตอร์เฉินก็มั่นใจและจะเดินทางมาร่วมงานวันเกิดคุณนายพรุ่งนี้ด้วย...ถ้าเป็นไปได้เราจะได้เซ็นสัญญากันวันพรุ่งนี้เลย”

หลี่ซวงถือเป็นข่าวดีที่มิสเตอร์เฉินจะมาร่วมงานด้วย แล้วหันไปสั่งสุมลทาไปตามคงศักดิ์กับพวกเด็กๆไปหาท่านที่ห้องทำงาน...

ในห้องทำงานของคงศักดิ์ ภาพข่าวการประท้วงของชาวบ้านที่ปรากฏในจอทีวีทำให้คงศักดิ์ไม่สบายใจมาก บ่นกับปริวัตรนับวันเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้น ตนค้านเรื่องการสร้างห้างฯนี้มาตลอดแต่ไม่มีใครฟัง ชายหนุ่มเตือน ถ้าเราไม่รีบทำอะไรตอนนี้ ปัญหาจะยิ่งแก้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ

จังหวะนั้นสุมลทาเข้ามาแจ้งคงศักดิ์ว่าท่านประธานเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน ปริวัตรรู้งานรีบลุกออกไป คงศักดิ์ขอให้สุมลทาทบทวนเรื่องโครงการก่อสร้างห้างลีลา แต่ไร้ผล

ครู่ต่อมา ขณะที่หลี่ซวงเปิดคลิปแบบร่างสวนสี่มุมโลกให้ลูกหลานดูอยู่ที่ห้องทำงาน คงศักดิ์พยายามจะทักท้วงเรื่องการสร้างห้างฯซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอีกครั้ง กลับโดนหลี่ซวงเล่นงาน สั่งห้ามพูดเรื่องนี้ให้ได้ยินอีก และถ้าเขาคิดจะต่อต้านท่าน พรุ่งนี้เขาไม่ต้องไปโผล่หน้าไปที่งาน

“ส่วนพวกลื้อทั้งสี่คน หมวยใหญ่ รอง เล็ก อาซื่อ พวกลื้อต้องขึ้นเวทีทุกคนในฐานะนิวเจนของบริษัทลีลาวัฒน์ อั๊วจะแต่งตั้งพวกลื้อเป็นหัวหน้าฝ่ายพรุ่งนี้แหละ”...

เสร็จจากประชุมกับหลี่ซวง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัว คงศักดิ์ขับรถกลับบ้านกับสิริวิมล ส่วนพิทักษ์พงศ์แอบไปหามุนินที่บ้าน ขณะที่สิริกานดาขับรถไปกับสิริวิภา โกหกทุกคนว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าไว้ใส่ไปงานพรุ่งนี้ แต่ความจริงแล้วเธอนัดให้โสภณมารับที่ปั๊มน้ำมัน โดยเอาพี่สาวไปบังหน้า

“แยกกันตรงนี้นะเจ้ รถพี่โสจอดอยู่โน้นแล้ว สี่ทุ่มค่อยกลับมาเจอกันที่นี่”

“ทำไมลื้อไม่ขออนุญาตอาม่าตรงๆจะได้หมดเรื่องหมดราวไม่ต้องให้อั๊วมาเป็นยันต์กันอาม่าอย่างนี้”

สิริกานดารู้ดีว่าขอไปก็เมื่อยปากเปล่าๆก็เลยต้องทำแบบนี้ แล้วหันไปหยิบเป้สัมภาระที่เบาะหลัง ลงไปขึ้นรถของโสภณ สิริวิภารอจนน้องไปแล้วจึงเดินไปที่ร้านกาแฟใกล้ๆ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสาวใหญ่คนหนึ่งหอมแก้มทัศน์ก่อนจะขึ้นรถขับออกไป เธอจำเขาได้ว่าเคยเจอกันที่ผับเมื่อสามปีก่อน แต่ไม่ได้สนใจนักเดินเข้าร้านกาแฟไป ทัศน์เองก็จำเธอได้เช่นกันเดินตามมาทักทาย แล้วยื่นนามบัตรให้เผื่อเธออยากจะมีเพื่อนคุย

“ถ้าฉันโทร.หาคุณ คุณจะคุยกับฉันแบบที่คุยกับผู้หญิงเมื่อครู่นี้หรือเปล่า”

ทัศน์ได้แต่ยิ้มๆแล้วขอตัวไปทำงานก่อน

ooooooo

ณ โรงแรมหรูกลางกรุงซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน วันเกิดครบ 66 ปีของหลี่ซวงและถือโอกาสนี้เปิดโครงการห้างลีลาไปพร้อมกัน แขกผู้มีเกียรติเริ่มทยอยกันมาร่วมงาน ดารารัตน์ในฐานะพิธีกรรายการ ดิวตี้ ทู บิวตี้ มาเก็บภาพบรรยากาศภายในงาน และรอ สัมภาษณ์หลี่ซวงไปออกรายการด้วย

พวกชาวบ้านรู้ว่าหลี่ซวงมาจัดงานที่นี่ ตามมาชูป้ายคัดค้านการก่อสร้างห้างฯที่ด้านนอกโรงแรม สักพัก หลานๆทั้งสี่คนของตระกูลลีลาวัฒนชัยเดินเรียงแถวมานั่งประจำที่หน้าเวที อีกมุมหนึ่งบริเวณทางเดินรอบห้องจัดงาน ปริวัตรกำลังสำรวจความเรียบร้อยให้เป็นไปตามที่คงศักดิ์สั่งการเอาไว้

เมื่อถึงฤกษ์งามยามดี พิธีกรบนเวทีเชิญหลี่ซวงขึ้นมากล่าวเปิดงาน ขณะที่เธอกำลังคุยอวดว่าบริษัทของเธอสละที่ดินสร้างสวนสาธารณะคืนกำไรให้สังคมเพื่อจะได้เป็นปอดอีกแห่งของกรุงเทพฯ ไฟในงานดับพรึบ แขกส่งเสียงอื้ออึงไปหมด ทันใดนั้นมีเสียงดังกึกก้องขึ้น กลบทุกเสียงในห้อง

“โกหกๆๆ เอาห้างฯมึงคืนไป เอาบ้านกูคืนมา เอาห้างฯมึงคืนไป เอาบ้านกูคืนมา”

พลันจอแอลอีดีขนาดใหญ่รอบห้องจัดงานที่ดับไปเมื่อครู่ ปรากฏภาพขึ้นอีกครั้ง เป็นภาพของจอมขวัญในคราบหญิงสาวเมกอัพหน้าขาววอก เขียนคิ้วทาปากด้วยสไตล์แปลกตาและสวมวิกผมสีแดงจัด

“ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่มหกรรมปลิ้นปล้อนหลอกลวงของหญิงแก่อายุ 66 ปีคนนี้ หลี่ซวงจอมลวงโลก”

คงศักดิ์เห็นท่าไม่ดีรีบประคองแม่ลงจากเวที ปริวัตรแหวกฝูงชนเข้ามาพร้อมกับวิทยุสื่อสารถึงหัวหน้า รปภ.ให้ช่วยดูด้านนอกเอาไว้ อย่าให้ผู้ประท้วงพังประตูเข้ามาในนี้ แล้วให้ส่งคนไปดูระบบไฟที่ห้องควบคุมด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น จอมขวัญยังคงด่าหลี่ซวงกับบริษัทลีลาวัฒน์ที่มักจะทำธุรกิจบนความทุกข์ของคนอื่น

ปริวัตรร้อนใจก็เลยไปที่ห้องควบคุมด้วยตัวเองสั่งให้เจ้าหน้าที่ตามหาที่มาของภาพและเสียง ในที่สุดเขาตามหาจนเจอว่าอยู่ในห้องพักว่างๆห้องหนึ่ง พบเพียงเครื่องมือต่างๆพร้อมกล้องตั้งอยู่หน้าฉาก แต่ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้วทิ้งวิกผมสีแดงไว้ให้ดูต่างหน้า ปริวัตรหยิบมันขึ้นมาพิจารณาด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ความวุ่นวายที่สาวนิรนามก่อเอาไว้ทำเอาหลี่ซวงเต้นผาง แขกภายในงานรวมทั้งนักข่าวถามกันให้แซ่ดว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้เป็นใคร หลี่ซวงเห็นท่าไม่ดีสั่งให้สิริวิมลไปบอกให้พิธีกรประกาศปิดงาน

“แล้วเราจะนัดแถลงข่าวอีกครั้งทันทีที่รู้ว่านังผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทุกคนกลับไปเจอกันที่ออฟฟิศ”

คงศักดิ์พรวดเข้ามาแจ้งข่าวชาวบ้านยกพวกมาเต็มหน้าโรงแรม เราคงต้องออกทางประตูหลัง...

ขนาดหนีไปขึ้นรถที่ประตูด้านข้างโรงแรมแล้ว ยังมีชาวบ้านตาดีเห็นหลี่ซวงกับพวก ตะโกนโหวกเหวก พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือบอกพรรคพวก ชาวบ้านกรูกันไปที่รถทันที จอมขวัญในคราบแม่บ้านของโรงแรมเดินปะปนอยู่กับกลุ่มที่ฮือเข้าไปที่รถ ก่อนจะถอดเสื้อฟอร์มออกกลายเป็นชาวบ้านธรรมดาที่มีเป้สะพายหลัง แล้วเดินเลี่ยงไปขึ้นรถแท็กซี่ที่ว่านเป็นคนขับ ส่วนหลี่ซวงกับลูกหลานหนีรอดจากพวกชาวบ้านมาได้หวุดหวิด

ด้านเกาเฟยไม่พอใจเมื่อรู้เรื่องที่จอมขวัญทำ เฟสไทม์มาถามประชดว่าสนุกมากไหม นี่ไม่ได้อยู่ในแผนการของเราสักหน่อย เธออ้างว่ายังไม่ได้เริ่มแผน ก็เลยใช้เวลาว่างทำอะไรสนุกฆ่าเวลาไปก่อน

“ทำความเข้าใจซะใหม่นะ แผนของเราเริ่มต้นทันทีที่มิสโจวเดินทางถึงประเทศไทย ทุกการเคลื่อนไหวของเธอมันคือการเคลื่อนไหวของมิสโจว เพราะฉะนั้นอะไรที่เธอคิดว่าแค่สนุกๆ มันอาจจะส่งผลตรงกันข้ามก็ได้...กลับมาที่ฐานเดี๋ยวนี้ เราคงต้องทบทวนขั้นตอนทั้งหมดกันอีกที”

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงออฟฟิศ หลี่ซวงสั่งให้คนไปตามตัวปริวัตรมาพบ พูดยังไม่ทันขาดคำสุมลทาเดินถือโทรศัพท์เข้ามาบอกว่ามิสเตอร์เฉินโทร.มา ท่านไม่มีอารมณ์จะรับสาย สั่งให้เธอคุยแทนได้เรื่องอะไรค่อยมาบอก เธอรับคำแล้วเดินเลี่ยงไปคุยที่มุมห้อง คงศักดิ์แนะว่าเราควรจะหยุดโครงการนี้ไว้ก่อนน่าจะดีกว่า

“ไม่ อั๊วจะสร้างมันให้เร็วขึ้น ยิ่งพวกมันใช้วิธีหมาหมู่ ยกพวกมาบีบบังคับกันอย่างนี้ เรายิ่งต้องแสดงให้เห็นว่าใครอยู่เหนือกว่าใคร”

สุมลทาเดินกลับมารายงานหลี่ซวงหลังจากวางสายว่ามิสเตอร์เฉินขอเลื่อนกำหนดการเซ็นสัญญาไป ก่อนเพราะเกรงว่าโครงการของเราจะไปไม่รอด มีแนวโน้มล่มกลางคัน หลี่ซวงปรี๊ดแตกสั่งให้โทร.กลับไปบอกว่าท่านจะจ้างบริษัทอื่นทำงานนี้แทน แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ระหว่างนั้นปริวัตรเดินเข้ามาในห้อง

“ท่านประธานเรียกผมเหรอครับ”

“ฉันต้องการให้นายทำวิธีใดก็ได้ให้ฉันรู้เร็วที่สุดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหนทำงานให้ใครและมีเจตนาอะไรในการกระทำครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ เอาตัวมันมาหาฉัน ฉันต้องการสั่งสอนมันด้วยวิธีรุนแรงยิ่งกว่าที่มันทำกับฉันหลายเท่า เพื่อให้เป็นที่หลาบจำและไม่มีใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีก”...

เมื่อกลับถึงฐาน เกาเฟยทบทวนให้จอมขวัญฟังว่าการที่เธอในคราบมิสโจวกลับมาเมืองไทยก็เพื่อภารกิจเทกโอเวอร์บริษัทลีลาวัฒน์ และว่านซึ่งเป็นมือขวาของเธอมีหน้าที่ทำให้ภารกิจของมิสโจวสัมฤทธิผล ปลอดภัยและไม่หลุดกรอบของแผนการ ส่วนเขาในฐานะเทรนเนอร์ของเธอ มีหน้าที่ออกแบบยุทธวิธีและควบคุมการปฏิบัติการเพื่อให้ตอบสนองแผนของมิสเตอร์คิมอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเธอไม่ยอมรับหน้าที่ของเขา เราก็ควรแยกกันตรงนี้ จอมขวัญรีบบอกว่ายอมรับด้วยความเต็มใจ

“ดี...จากนี้ไปเธอต้องฟังฉันและห้ามทำอะไรก็ตามที่ไม่ผ่านการเห็นชอบจากฉันก่อน เข้าใจนะ”...

ขณะที่ว่านกับจอมขวัญกำลังถูกเกาเฟยอบรม ปริวัตรกลับไปยังโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานขอเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด ในที่สุดก็พบว่าหลังจากสาวนิรนามป่วนงานเลี้ยงเสร็จเธอเดินปะปนไปกับพวกผู้ประท้วง แล้วถอดเสื้อคลุมแม่บ้านออก ข้ามถนนไปยังรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่

ปริวัตรเห็นหมวกแก๊ปที่เหน็บอยู่หลังเป้ของเธอถึงกับชะงัก “ผมพอจะรู้แล้วว่าเธอคือใคร”...

เกาเฟยยังคงประชุมวางแผนเทกโอเวอร์บริษัทลีลาวัฒน์อยู่กับจอมขวัญและว่าน เขาโชว์แผนผังแสดงสัดส่วนของผู้ถือหุ้นในบริษัทลีลาวัฒน์ พร้อมกับอธิบายว่าผู้ถือหุ้นของที่นี่แบ่งเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มเครือญาติถือหุ้นรวมกัน 52% และกลุ่มคนนอกถือหุ้นรวมกัน 48% ดังนั้น ถ้าพวกเราได้หุ้นจากคนนอกและหาเพิ่มจากฝั่งโน้นอีก 3% ก็จะรวมเป็น 52% เราก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เราจะเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “เด๊ด สวอน”

จอมขวัญขอลองวิธีของตัวเองก่อนจะได้ไหม เกาเฟยนิ่วหน้า วิธีอะไร

“ก็จากการเล่นสนุกของฉันวันนี้ไง...เขาจะมาหาฉันเอง ฉันรับรอง” จอมขวัญสีหน้าเชื่อมั่น

ooooooo

ปริวัตรไม่ได้โทร.รายงานหลี่ซวงทันทีที่ได้เบาะแสของสาวนิรนาม แต่รอจนกลับถึงห้องพักของตัวเอง ถึงได้โทร.ไปเล่าให้ฟังว่าพอจะมีเค้าลางให้เราตามสืบผู้หญิงคนนั้นได้อยู่ พรุ่งนี้เขาจะวิ่งเรื่องนี้ทั้งวัน ถ้าโชคดีก็อาจจะเจอตัวสาวนิรนามคนนั้นได้เร็ว

ครู่ต่อมา ดารารัตน์แวะมาหาปริวัตรที่ห้องพักบอกว่าจะไม่อยู่หนึ่งเดือนต้องเดินทางไปถ่ายรายการที่ประเทศในแถบอาเซียนแล้วขอตัวไปเข้ายิม ปริวัตรรอจนเธอกลับไปแล้ว หยิบมือถือขึ้น มาเปิดดูภาพ จอมขวัญถ่ายกับกระเช้าของเยี่ยมที่คงศักดิ์ฝากมาให้เมื่อห้าปีที่แล้วถึงกับหน้าเครียด...

ที่บ้านลีลาวัฒนชัย คงศักดิ์ยังขุ่นเคืองใจไม่หายยิ่งเห็นข่าวในทีวีรายงานเหตุการณ์ในงานเลี้ยง รวมทั้งเหตุการณ์ของผู้ประท้วงหน้าโรงแรม ก็โยนความผิดให้สุมลทา ถ้าไม่ใช่เพราะความคิดบ้าๆของเธอเมื่อสามปีก่อน เรื่องราวคงไม่ยุ่งเหยิงแบบนี้ เธอขี้เกียจเถียงด้วยเดินหนีลงมาข้างล่างเห็นลูกๆสี่คนกำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้าน ร้องถามว่าจะไปไหนกัน ทุกคนเตี๊ยมกันไว้แล้วจึงโกหกไปในทางเดียวกันว่าจะไปดูหนังรอบพิเศษที่บริษัทของเราเป็นสปอนเซอร์ สุมลทาแนะให้ไปรถตู้คันเดียวกัน ให้คนรถขับไปให้

“ต่างคนต่างเอาไปดีกว่าเผื่อบางคนไม่สนุกจะได้ไม่ต้องรอกันนาน” สิริวิมลปั้นเรื่องเป็นฉากๆ

สิริวิภารีบออกตัวว่าจะไปรถคันเดียวกับสิริกานดา สุมลทาพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปหาหลี่ซวงที่ห้องหนังสือ ขอโทษที่เป็นคนต้นคิดเรื่องที่ดินผืนนั้น หลี่ซวงไม่โทษว่าเป็นความผิดของเธอ ท่านเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง ถ้าจะผิดหรือจะถูกอยู่ที่ท่านไม่ใช่เธอ...

ด้านสิริกานดาขับรถไปยังปั๊มน้ำมันที่เคยนัดกับโสภณเป็นประจำ ก่อนลงจากรถเธอเตือนพี่สาวห้าทุ่มเจอกันตรงนี้เหมือนเดิม สิริวิภาพยักหน้ารับรู้ แล้วนึกถึงทัศน์ขึ้นมาได้หยิบนามบัตรของเขามาโทร.หา เขามาซื้อกาแฟที่ร้านกาแฟในปั๊มนี้พอดี ก็เข้ามาทักทาย จากนั้นชวนเธอไปที่ทำงานของเขา

ไม่นานนัก สิริวิภาเข้ามาในเรนโบว์คลับที่ทัศน์ทำงานอยู่ เป็นคลับของผู้หญิงโดยเฉพาะมีหนุ่มหล่อล่ำคอยนั่งบริการลูกค้า สิริวิภาลังเลอยู่อึดใจ ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาตัวที่อยู่ใกล้ๆ ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเขาเป็นผู้ชายขายตัวหรือ ทัศน์เรียกตัวเองว่าผู้ชายขายบริการ เธอไม่เข้าใจขายบริการอย่างไร

“ก็แค่สั่งเครื่องดื่ม สั่งเยอะผมก็บริการได้นาน ผมจะเติมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นขาด แต่ไม่มีบริการทางเพศโดยเด็ดขาดแม้ลูกค้าจะต้องการ เพราะผมจะเก็บเอาไว้ให้คนที่ผมรักเท่านั้น” ไม่พูดเปล่า ทัศน์มองสบตาสิริวิภาอย่างลึกซึ้งแล้วเดินไปหาเครื่องดื่มมาให้ ระหว่างนั้นสุมลทาโทร.มาบอกเธอว่าถ้าดูหนังจบแล้วยังไม่ต้องรีบเข้าบ้าน ชาวบ้านเลิศประสิทธิ์ จะมาเผาตัวเองหน้าบ้านของเรา...

ชาวบ้านกว่าสามสิบชีวิตนั่งเรียงแถวกระจายกันเต็มหน้าประตูบ้านลีลาวัฒนชัย ขู่จะเผาตัวตายหากไม่หยุดโครงการสร้างห้างฯลีลา คงศักดิ์ขอร้องแม่ให้ไปเจรจากับพวกนั้น แต่ท่านยืนกรานไม่ยอมเจรจา อ้างพวกชาวบ้านแค่ขู่ไม่กล้าทำจริง จังหวะนั้นคุณหญิงอมราโทร.มาบอกว่ามีชาวบ้านเลิศประสิทธิ์ไปประท้วงที่หน้าบ้านของท่าน ขู่จะฆ่าตัวตายถ้าไม่คืนที่ให้พวกเขา หลี่ซวงปลอบว่าไม่ต้องไปกลัวพวกมันแค่ขู่เท่านั้น

“มันไม่ขู่ค่ะ มันเอาจริง ตายแล้วนั่นมันจุดไฟกันแล้วค่ะ เอาเป็นว่าเราระงับโครงการสร้างห้างฯไว้ก่อนนะคะ ดิฉันขอล่ะ เอาไว้โอกาสเหมาะค่อยว่ากันใหม่นะ แค่นี้ก่อนนะคะ ดิฉันไปเจรจาให้เขาดับไฟก่อน”

หลี่ซวงไม่มีทางเลือกจำต้องออกไปเจรจากับชาวบ้าน ถ้าอยากได้บ้านคืนก็ให้กลับไปก่อน ไว้คุยกันใหม่พรุ่งนี้เช้า สิบโมงท่านจะไปที่บ้านของผู้ชุมนุม อยากตายหรืออยากได้บ้านให้เลือกเอาเอง

ooooooo

หลี่ซวงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ไหนๆจะล้มโครงการทั้งทีก็ต้องล้มออกสื่อเอาหน้า แจ้งไปยังสำนักข่าวต่างๆให้มาทำข่าวที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์แล้วประกาศจะยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้คืนให้แก่ชาวบ้าน ตัวเธอเคยลำบากมาก่อน ก็เลยอยากให้ชาวบ้านที่นี่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชาวบ้านต่างตบมือสนั่น

เท่านั้นไม่พอ หลี่ซวงยังเอาสินค้าในเครือของบริษัทมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านอีกต่างหาก สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากที่เคยตะโกนด่า กลายเป็นตะโกนชื่นชม

อีกมุมหนึ่งของชุมชน จอมขวัญหลอกให้ปริวัตรตามหญิงสวมหมวกแก๊ปที่เหมือนใบที่เขาให้มาถึงมุมปลอดคนเธอถึงได้เปิดเผยตัว เขาถามทันทีว่าเธอคือผู้หญิงผมแดงคนเมื่อวานใช่ไหม ทำแบบนั้นเพื่ออะไรกันแน่ เธอแค่อยากคืนความยุติธรรมให้พวกชาวบ้านแล้วพยายามกล่อมให้เขามาอยู่ข้างเดียวกับเธอ ตอนนี้เธอมีบริษัทของตัวเองแล้ว แต่ไร้ผล จอมขวัญอยากรู้ถ้าอย่างนั้นเขาจะจับตัวผู้หญิงผมแดงคนนั้นไหม

“วันนี้คงไม่เพราะท่านประธานตัดสินใจที่จะระงับโครงการห้างฯลีลาแล้ว”...

เกาเฟยรู้ดีว่าหลี่ซวงเป็นจุดแข็งของบริษัทลีลา–วัฒนชัยจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโจมตี ก็เลยจะให้จอมขวัญเบนเข็มไปเล่นงานคธาผู้ถือหุ้นคนนอกซึ่งดูจะเปราะบางกว่าผู้ถือหุ้นคนนอกอีกสองคนอย่างอรรณพกับนิภา คธาเป็นเซียนพนัน ชอบการเลี้ยงม้ามาก มีคอกม้าของตัวเองด้วย อายุ 56 ปีแล้วแต่ไม่มีครอบครัว และเพื่อให้ว่านทำงานได้คล่องตัวขึ้น เกาเฟยจะให้ฮาน่าขับรถให้จอมขวัญ และที่แรกที่เธอจะไปก็คือคธาฟาร์ม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.