ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลี่ซวงรู้เรื่องคงศักดิ์ขับรถชน รีบส่งพิทักษ์พงศ์ให้มาดูเนื่องจากเป็นคนเดียวที่อยู่นอกบ้าน ปริวัตรเห็นหมวกแก๊ปในมือเจ้านายรองก็ใจหาย ยิ่งรู้ว่าหมวกเป็นของเด็กขี่มอเตอร์ไซค์ที่ประสบอุบัติเหตุยิ่งใจคอไม่ดี อาสาจะไปถามอาการคนเจ็บให้ คงศักดิ์ฝากหมวกใบนี้ไปคืนเธอด้วย เขารับหมวกแล้วรีบออกไป

สักพัก หมอเจ้าของไข้เข้ามาแจ้งคงศักดิ์ว่าคนเจ็บปลอดภัยแล้ว แค่หัวแตก แขนเดาะกับมีแผลแตกที่หัวเข่า ส่วนที่เธอหมดสติไปเพราะช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เธอรู้สึกตัวดีและไม่คิดจะกล่าวโทษเอาผิดอะไรใคร คงศักดิ์ยินดีรับผิดชอบทุกอย่างแม้เธอจะไม่เอาเรื่อง แล้วถามว่าทำแผลให้เธอเสร็จหรือยัง

“ใกล้แล้วล่ะครับ”...

พยาบาลทำแผลให้จอมขวัญเสร็จพอดีตอนที่ปริวัตรเข้ามาหาพร้อมกับหมวกในมือ บอกว่าคนที่ขับรถชนเธอเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่งของเขาซึ่งยินดีชดเชยให้เธอทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข จอมขวัญไม่วายเหน็บแนมจะทำขวัญด้วยของขวัญแบบครั้งก่อนหรือเปล่า เขาปฏิเสธทันทีว่าเปล่า แค่จะเอาของขวัญชิ้นเก่ามาคืน แล้วชูหมวกใบนั้นให้เธอดู คงชอบหมวกใบนี้มากใช่ไหมถึงได้ใส่ไว้ตลอด

“ก็แค่ของใหม่ เก่าเมื่อไหร่ก็ทิ้ง” จอมขวัญทำเป็นไม่สนใจ ปริวัตรยัดหมวกใส่มือเธอ อวยพรให้หายเร็วๆ และถ้าคิดจะมีบริษัทใหญ่ๆเป็นของตัวเองในอนาคต ขอร้องให้เลิกขี่มอเตอร์ไซค์ เธอรับรู้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงนั้น อดหวั่นไหวไม่ได้ ระหว่างนั้นคงศักดิ์ตามเข้ามาสมทบ บอกให้ปริวัตรไปส่งพิทักษ์พงศ์ แล้วรอจนชายหนุ่มออกจากห้อง จึงหันมาขอโทษคู่กรณีที่ทำให้ต้องเจ็บตัว เธอไม่ถือโทษโกรธอะไรขอแค่เขาจ่ายค่าหมอ ค่าเสียโอกาสในการทำงานให้ทุกอย่างก็จบ เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งรู้ว่าเธอชื่อจอมขวัญ เหมือนชื่อที่เขาตั้งใจจะตั้งให้ลูกสาวของเขาก็ยิ่งถูกใจ

“หมอบอกว่าติดต่อญาติเธอได้แล้ว พวกเขาคงกำลังเข้ามารับ” ว่าแล้วคงศักดิ์หยิบนามบัตรให้เธอ “หลังจากวันนี้ ถ้ามีเรื่องจำเป็นอะไรที่เธอต้องใช้เงิน อันเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ฉันยินดีรับภาระทุกอย่างเอง ติดต่อฉันได้ตามนามบัตรนี้ และนี่ค่าทำขวัญ แทนคำ ขอโทษของฉัน” เขายื่นเงินปึกใหญ่ให้แล้วผละจากไป...

อีกมุมหนึ่งในห้องโถงของโรงพยาบาล ระหว่างที่จินดากับประไพ รอให้ว่านไปดูว่าจอมขวัญอยู่ห้องไหน จินดาเหลือบเห็นคงศักดิ์เดินอยู่ไกลๆ รีบสะกิดให้เพื่อนรักดู ประไพมองแวบเดียวก็จำได้

“อีดาเอ๊ย วันนี้แกหนีไม่พ้นแล้วล่ะว่ะ”

“ไม่ เขาจะเห็นหน้าฉันไม่ได้...ไม่ได้นะไพ” จินดาลุกหนีไปยังอีกฝั่งหนึ่งของห้องโถงตรงช่องบันไดซึ่งพอมีที่ให้ซ่อนตัวได้ ด้วยความช่วยเหลือของประไพทำให้คงศักดิ์คลาดกับจินดาไปอย่างเฉียดฉิว เธอขอบใจเพื่อนรักมากที่ช่วยเอาไว้ ประไพสารภาพที่จริงไม่ได้อยากจะช่วย อยากให้เธอได้เจอหน้าเขาจะได้รู้ว่าเขายังรักเธอเหมือนเดิมหรือเปล่า อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ว่านจูงมือจอมขวัญเข้ามาทันได้ยินที่ทั้งสองคนคุยกัน

“ปล่อยให้เขาคิดว่าฉันตายไปแล้วนั่นแหละดี”

ประไพไม่เห็นจะดีตรงไหน จอมขวัญควรจะได้รู้ว่าคงศักดิ์ ลีลาวัฒนชัย เป็นพ่อ และตนก็หวังว่าที่เขาเดินผ่านเราไปไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนขับรถชนจอมขวัญ

ถ้าขืนพ่อขับรถชนโดยไม่รู้ว่าเป็นลูกคงจะน้ำเน่าพิลึก จอมขวัญก้มอ่านนามบัตรในมือตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม่

“คงศักดิ์ ลีลาวัฒนชัย พ่อจ๋อมใช่ไหมแม่”

ooooooo

จอมขวัญทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลบมานั่งร้องไห้คนเดียวอยู่ใต้สะพานข้ามคลอง พลันคำพูดของแม่เมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ แม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแม่เป็นเพียงเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ส่วนคงศักดิ์เป็นถึงลูกเศรษฐี

ทั้งคู่เจอกันที่ร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่ด้วยความบังเอิญ จากนั้นความรักก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น แม้จะรักกันมาก แต่ด้วยฐานะที่ต่างกันลิบลับ คงศักดิ์ถูกหลี่ซวงบังคับให้แต่งงานกับสุมลทา จินดาเสียใจมากร้องไห้เป็นเผาเต่า เขาตามมาขอโทษเธอพร้อมกับอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องแต่งงาน

“ผมไม่ได้รักเธอเลยนะจินดา ผมรักคุณคนเดียว อย่าโกรธผมนะอย่าทิ้งผมไป เราจะต้องได้อยู่ด้วยกัน เราจะต้องได้แต่งงานกัน ให้เวลาผมอีกนิดนะ จินดา”

ด้วยความรักที่มีต่อกัน ทั้งคู่ยังแอบไปมาหาสู่กันตลอด คงศักดิ์ขอให้จินดารอเวลา เขากำลังหาวิธีจะหย่าขาดจากเมียของเขา สาเหตุที่เขาใช้เวลานานเพราะเกรงใจแม่ตัวเอง กระทั่งวันหนึ่ง หลี่ซวงแม่ของเขาอยากได้หลายชาย ก็เลยมาเอ่ยปากกับจินดา ขอให้อุ้มทองผลิตเด็กผู้ชายที่จะสืบสายเลือดจากคงศักดิ์ เธอจะคิดค่าตั้งท้องเท่าไหร่ก็ให้บอกมาได้เลย ท่านจะไม่ต่อรองสักคำ คงศักดิ์ซึ่งแอบฟังอยู่ค่อยๆโผล่หน้าส่งสัญญาณเป็นทำนองให้เธอตอบตกลง จินดาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าอีกว่า

“พ่อขอให้แม่ยอมรับเงื่อนไขนี้เพราะคิดว่าการอุ้มทองจะทำให้คุณย่าใจอ่อนและยอมให้แม่เป็นสะใภ้คนรอง อยู่ในบ้านลีลาวัฒนชัย แต่คุณย่าไม่คิดเช่นนั้น” จินดาปาดน้ำตาทิ้งแล้วเล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากที่หลี่ซวงรู้ว่าเธอท้อง ท่านก็ส่งคงศักดิ์ไปเมืองนอกและให้อยู่ที่นั่นจนกว่าเธอจะคลอด หลังคลอดเด็กแล้ว ท่านให้เธอรับเงินค่าจ้างตั้งท้องแล้วไล่เธอออกจากบ้าน ไม่มีความผูกพันอะไรมากกว่านั้น แต่เธอต้องตั้งท้องหลานผู้ชายเท่านั้น นับเป็นโชคดีที่เธอคลอดลูกฝาแฝด ฟังมาถึงตรงนี้ จอมขวัญถึงกับตาโตตื่นเต้นที่รู้ว่ามีพี่ชาย

“พวกเขาเอาลูกชายแม่ไป แล้วยอมยกให้จ๋อมอยู่กับแม่ จ๋อมคือของขวัญที่ฟ้าประทานให้แม่นะลูก”

“แต่พวกเขาไม่ต้องการหนูเพียงเพราะหนูเป็นผู้หญิง ยัยหลี่ซวงคนนี้นอกจากจะกดขี่ทำร้ายแม่แล้ว ยังทิ้งขว้างหลานสาวตัวเองได้ลงคอ เลือดเย็นจริงๆ เขาไม่คิดจะสนใจไยดีเราบ้างเลยเหรอ”

จินดาเล่าให้ฟังว่าพวกนั้นคิดว่าท่านตายไปแล้วเพราะสุมลทาเมียของคงศักดิ์บอกใครต่อใครว่าท่านตายไปพร้อมกับจอมขวัญในอุบัติเหตุทางรถยนต์

“สุมลทา...หลี่ซวง เลวทั้งคู่” จอมขวัญคำรามด้วยความแค้น ขณะเธอกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อมีเสียงปริวัตรร้องเรียกดังขึ้น เธอหันมองตามเสียงเห็นเขายืนห่างไม่ถึงคืบพร้อมกับกระเช้าของเยี่ยมในมือ...

จอมขวัญน้อยใจมากเมื่อรู้ว่ากระเช้าของเยี่ยมใบนั้นมาจากพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง เผลอแดกดันคิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่คิดถึงหัวอกคนอื่นอย่างนั้นหรือ ปริวัตรงงถ้าการเอากระเช้ามาให้ทำให้เธอไม่พอใจเขาเอากลับก็ได้ จอมขวัญรู้สึกตัวว่าพูดมากไปรีบเปลี่ยนเรื่องคุย หลอกถามประวัติคร่าวๆของคงศักดิ์ ได้ความว่าเขามีลูกสี่คน ผู้หญิงสามคนคนสุดท้องเป็นผู้ชาย เกิดวันเดียวกับเธอและเป็นคนที่เธอให้เค้กคืนนั้น จอมขวัญอยากรู้ว่าลูกชายคนเล็กของคงศักดิ์เป็นคนอย่างไร

“นิสัยก็ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไร ออกจะเอาแต่ใจตัวเองนิดๆแต่ไม่ค่อยฉลาดน่ะ...ถามทำไม”

หญิงสาวโกหกว่าแค่ไม่รู้จะคุยอะไรด้วย ปริวัตรเห็นเธออารมณ์ไม่ดี ขอตัวไปทำงานก่อน และขอให้เธอเก็บกระเช้าเอาไว้ เจ้านายของเขาตั้งใจให้เธอจริงๆ แล้วใช้มือถือถ่ายรูปจอมขวัญกับกระเช้าไว้เป็นหลักฐาน ก่อนไปเขาไม่ลืมย้ำเตือนให้เธอเลิกขี่มอเตอร์ไซค์ ปริวัตรคล้อยหลังไปไม่เท่าไหร่ ว่านปั่นจักรยานเข้ามาต่อว่าจอมขวัญว่าจะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกใครบ้าง ทุกคนเป็นห่วง เธอแค่อยากมานั่งคิดอะไรคนเดียว

“นี่เพื่อนนะเว้ย ไม่ใช่คนอื่น มีอะไรก็บอกกันได้”

“ฉันอยากเป็นเจ้าของบริษัทลีลาวัฒน์”

ว่านหาว่าเธอเพ้อเจ้อ จอมขวัญมุ่งมั่นจะเอาบริษัทนี้มาเป็นของตัวเองให้ได้ ครึ่งหนึ่งในตัวเธอมาจากพวกนั้น แล้วทำไมเธอจะเรียกร้องส่วนที่เป็นของเธอไม่ได้ เขายังไม่ทันจะว่าอะไร รถคันหรูของชายแก่ที่ทั้งคู่ช่วยชีวิตเอาไว้แล่นมาจอดเทียบและเชิญขึ้นไปบนรถ ชายแก่ทักทายเป็นภาษาเกาหลี แล้วแนะนำตัวเองว่าชื่อมิสเตอร์คิม เป็น คนจีนเกิดเมืองไทยย้ายตามผู้ใหญ่ไปเกาหลีตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้ทำธุรกิจส่งสินค้าไปขายต่างประเทศอยู่ที่นั่น เขารวยมากและอยากแบ่งปันสิ่งที่มีให้กับทั้งคู่บ้างในฐานะที่ช่วยชีวิตเขาไว้

“ก่อนที่ผมจะไปจากประเทศไทย ผมอยากรู้ว่ามีอะไรที่ผมจะตอบแทนคุณได้อีกไหม...ที่นอกจากเรื่องเงินทอง” มิสเตอร์คิมมองจอมขวัญอย่างรอคำตอบ เธออยากให้เขาช่วยให้ได้เป็นเจ้าของบริษัทลีลาวัฒน์ เขาเห็นสายตามุ่งมั่นของเธอ สั่งให้สมุนพาว่านออกไปจากรถก่อน แล้วหันมาทางจอมขวัญ

“อืม งั้นคุณคงต้องไปเกาหลีกับฉันในฐานะ ลูกบุญธรรม” ในเวลาต่อมา มิสเตอร์คิมขอให้จอมขวัญพาไปรู้จักกับจินดาเพื่อขอบคุณท่านด้วยตัวเอง เพราะถ้าไม่มีลูกสาวของท่าน เขาคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ และมอบนามบัตรไว้ให้เผื่อมีอะไรก็ขอให้บอก แล้วเตือนจอมขวัญอย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันเอาไว้ ก่อนจะขอตัวกลับ ประไพ

อดสงสัยไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอตอบหน้าเครียดว่าเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของพวกเรา

ooooooo

สุมลทาเห็นคงศักดิ์ซักโน่นถามนี่เกี่ยวกับเด็กที่ขับรถชนจากปริวัตรด้วยความสนใจก็หมั่นไส้ ทำไมเขาถึงไม่สนใจเธอแบบเด็กคนนั้นบ้าง เขายังไม่ทันจะว่าอะไรต่วนหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทลีลาวัฒน์ตะโกนแซวมาแต่ไกลซุบซิบอะไรกันอยู่ หรือกำลังวางแผนจะยึดบัลลังก์จากหลี่ซวง เขาเห็นสองผัวเมียไม่ขำด้วยก็ชะงัก

“ฉันพูดเล่นแต่ถ้าพวกคุณคิดจะทำจริงๆปรึกษาฉันได้นะ นี่ก็พูดเล่นเหมือนกัน ท่านประธานอยู่ไหนล่ะ”

ศจีเลขาฯของหลี่ซวงเข้ามาเชิญต่วนให้ไปรอพบท่านประธานที่ห้องประชุมได้เลย...

การมาบริษัทของต่วนครั้งนี้หวังมาล้วงความลับว่าบริษัทจะมีสินค้าตัวใหม่ชิ้นไหนออกมาตีตลาดบ้างจะได้นำข้อมูลนี้ไปขายให้กับบริษัทคู่แข่ง หลี่ซวงฉลาดพอที่จะไม่ปริปากบอกอะไร ทำให้เขาไม่พอใจพาลหาเรื่องต่อว่าที่เธอเอาหลานย่าซึ่งยังเรียนไม่จบแถมยังเอาสะใภ้มาทำงานในบริษัทตามอำเภอใจ

“วันหนึ่งถ้าบริษัทนี้พัง อั๊วก็คงล้มพังอยู่คนเดียวเพราะลื้อคงตุนกำไรเก็บไว้เสวยสุขกันเองในครอบครัว”

หลี่ซวงตบโต๊ะแล้วชี้หน้าต่วน “อย่าพูดหมาๆนะ ถ้าลื้อไม่มีความสุขกับการมีหุ้นที่บริษัทนี่ก็คืนอั๊วมาไม่ใช่มาพูดจาไม่เป็นมงคลอย่างนี้ มีอะไรจะคุยต่ออีกไหมหรือจะรีบออกไปให้พ้นหน้าอั๊วซะเดี๋ยวนี้ก็เลือกเอา”

ต่วนเลือกที่จะเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างเงียบๆ จากนั้นไม่นานเขาไปพบกับไมเคิลเจ้าของบริษัท P&L คู่แข่งของบริษัทลีลาวัฒน์ รับปากภายในไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ไมเคิลจะได้รู้แน่ๆว่าสินค้าตัวใหม่ของหลี่ซวง คืออะไร จะผลิตตัดหน้ามันได้ด้วยวิธีไหน หากเขาทำได้อย่างที่พูดจะต้องให้เขาเป็นหุ้นส่วนบริษัท P&L ไมเคิลรับปากก่อนจะผละจากไป ต่วนไม่รอช้าหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาศจี

“ผมต่วนนะ ผมคิดถึงคุณมากๆเลย คืนนี้ว่างไหมไม่ต้องไปไหนไกลหรอกผมไปหาที่บริษัทนั่นแหละ”...

ในเวลาเดียวกันที่ร้านอาหารในตลาดโต้รุ่ง จอมขวัญเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับมิสเตอร์คิมในรถตามลำพัง ตอนนั้นเธอยังสงสัยไม่หายทำไมต้องไปเกาหลีในฐานะลูกบุญธรรมของเขาด้วย เขาอ้างว่านั่นเป็นวิธีที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตในเกาหลีได้อย่างสบายเพื่อเขาจะได้สอนทุกอย่างที่เธอต้องรู้เพื่อการเป็นผู้ชนะในแวดวงธุรกิจ และที่เขาสอนเธอที่นี่ไม่ได้เพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเขา พวกที่ตามล่าเขายังวนเวียนอยู่แถวนี้พร้อมจะลงมือกับเขา ได้ทุกเวลา เธออยากรู้เขาจะได้อะไรจากการที่ช่วยเธอ

“ความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ คือความสุขสูงสุดของจิตใจ คุณจะเข้าใจเมื่อคุณมีอายุเท่ากับผมตอนนี้”

“ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน ฉันจะไว้ใจคุณได้เหรอ”

“ผมไม่ได้บังคับให้คุณไว้ใจผม ผมก็ไม่เคยรู้จักคุณเหมือนกันเพราะฉะนั้น นี่คือการวัดใจ คุณต้องวัดใจตัวเองว่าคุณกล้าพอที่จะไว้ใจผมไหม คิดดูให้ดีนะ ตอบผมก่อนผมกลับเกาหลีอาทิตย์หน้า”

ooooooo

เสียงเรียกของว่านปลุกให้จอมขวัญตื่นจากภวังค์ เขาอยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เล่าให้ฟังบ้างได้ไหมเผื่อจะได้ช่วยคิด เธอขอคิดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ว่านต่อรองถ้าไม่บอกเรื่องนี้ก็ให้บอกเรื่องที่คุยกับมิสเตอร์คิมในรถ

จอมขวัญขอผลัดไปก่อนเขาอย่าเพิ่งรู้จะดีกว่า จังหวะนั้นคนร้ายที่ไล่ล่ามิสเตอร์คิมวันก่อนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาสั่งอาหารที่ร้านเดียวกัน เธอรีบกระชากว่านหลบ แล้วสั่งให้เขาเอาอาหารไปให้แม่กับน้าไพก่อน เธอจะตามไปดูว่าพวกมันอยู่ที่ไหน จะได้ส่งข่าวบอกมิสเตอร์คิม คนร้ายได้อาหารครบถ้วนก็ขี่รถออกไป

“คอยรับโทรศัพท์ด้วย ฉันจะโทร.หาแกทันทีที่ต้องการความช่วยเหลือ” จอมขวัญว่าแล้วคว้าสเกตบอร์ดไล่ตามมอเตอร์ไซค์คนร้าย โดยอาศัยเกาะท้ายรถกระบะคันหนึ่งจนกระทั่งมาถึงโกดังร้าง เธอเอาสเกตบอร์ดซุกไว้แล้วย่องเงียบเข้าไปด้านใน บุญทรงกำลังตกลงธุรกิจมืดกับเฮียจั๊วซื้อขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นำเข้าจากเกาหลี เฮียจั๊วเห็นสินค้าครบถ้วนตามที่ตกลงกันไว้ก็สั่งให้สมุนเอากระเป๋าเหล็กสองใบมาให้

จอมขวัญค่อยๆคืบคลานไปตามโครงเหล็กใต้หลังคาโกดังเพื่อหาวิวเหมาะๆเพื่อใช้มือถือถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน เห็นสมุนของเฮียจั๊วเปิดกระเป๋าเหล็กโชว์เงินที่อัดแน่นเต็มทั้งสองใบให้บุญทรงดู เขายิ้มพอใจ แล้วบอกว่ามีเวลาให้สองชั่วโมงเพื่อที่เฮียจั๊วจะขนของออกจากโกดัง คนของมิสเตอร์คิมตามดมกลิ่นพวกเราใกล้เข้ามาทุกที อาจจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ เฮียจั๊วท้วงในเมื่อเขากล้าขโมยของของมันก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว

“ผมกลัวจะเสียถึงเฮียมากกว่า ถ้าถูกเปิดโปงล่ะก็เส้นสายในวงราชการของเฮียจะพังหมดนะ”

“ไม่มีทาง ใครคิดจะเปิดโปงเรื่องนี้ มันต้องจบชีวิตลงทุกคนเชื่อผมเหอะ”

ขณะจอมขวัญถ่ายรูปสองฝ่ายกำลังยื่นหมูยื่นแมวกัน มือถือเจ้ากรรมดันมีสายเรียกเข้า เธอรีบคลานไปซ่อนตัวพร้อมกับหาปุ่มปิดเสียง แต่ยิ่งรีบก็ยิ่งหาไม่เจอจึงเปลี่ยนไปเป็นรับสายแทนที่ ว่านโทร.มาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอด่ากลับยังจะมีหน้ามาถาม ถ้าจะต้องตายก็เพราะเขาโทร.หานั่นเอง บุญทรงชี้มือไปที่โครงเหล็ก สั่งให้ลูกน้องไปเอาตัวผู้บุกรุกมาได้ จอมขวัญไต่หนีลงจากโครงเหล็กไปพลางพูดสายไปด้วย

“ถ้าห่วงก็รีบไปหารถมารับฉันด่วยเลย ฉันอยู่ที่โกดังร้างในซอย”

ว่านรู้แล้วเพราะแอบตามเธอมาตอนนี้อยู่หน้าโกดัง เธอสั่งให้เขาหาทางหนีให้เธอด้วย เป็นจังหวะที่พวกคนร้ายตามมาทัน พากันล้อมกรอบเธอไว้ บุญทรงสั่งให้ลูกน้องฆ่าเธอให้สิ้นซาก ว่านเห็นท่าไม่ดีบุกเข้าไปช่วยเพื่อนซี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเสียที เกาเฟยคนของมิสเตอร์คิมเข้ามาช่วยต่อสู้กับพวกคนร้าย จอมขวัญอยากรู้ว่าในลัง พวกนั้นเป็นอะไร

“แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าที่มิสเตอร์คิมส่งเข้ามาตามออเดอร์จากเสี่ยบุญทรงคนที่มันจะฆ่าเขานั่นแหละ ไอ้บุญทรงมันอ้างว่าสินค้าหายไปแต่มันขโมยของของตัวเองเพื่อเอาไปปล่อยตลาดมืด” เกาเฟยเล่าไปเตะต่อยคนร้ายจนหมอบราบคาบไปด้วย บุญทรงเห็นท่าไม่ดีตะโกนบอกให้เฮียจั๊วหนี ส่วนข้าวของในลังให้เผาทิ้งให้หมด ไม่อย่างนั้นมันจะตามล่าพวกเราไม่เลิก เฮียจั๊ว

อยากรู้ว่าเงินของตนอยู่ไหน บุญทรงขอยืมไปใช้ก่อน แล้วจุดไฟเผาโกดัง เกาเฟยขี่มอเตอร์ไซค์พาว่านกับจอมขวัญผ่าเปลวเพลิงออกมาได้อย่างปลอดภัย...

การที่จอมขวัญบุกเข้าไปในโกดังร้าง ทำให้เธอไม่มีทางเลือกนอกจากจะตามมิสเตอร์คิมไปอยู่ที่เกาหลี เพราะพวกคนร้ายเห็นหน้าเธอแล้ว เธอจะอยู่เมืองไทยไม่ได้อีกต่อไป มิสเตอร์คิมจะเอาว่านไปด้วย ไปในฐานะเป็นเพื่อนและเป็นผู้ช่วยของเธอ เขาจะส่งเสียให้ทั้งคู่ได้เรียนหนังสือสูงที่สุดเท่าที่จะเรียนได้

“แม่ของเธอจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดกับหมอเก่งที่สุดของที่นี่และจะมีบ้านหลังใหม่ที่อยู่ในที่ที่อากาศดีไม่มีพิษภัยต่อปอด ทั้งหมดนี้ฉันเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง”

จอมขวัญแปลกใจ มิสเตอร์คิมรู้เรื่องที่แม่ป่วยได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่เกินกำลังของเขา ขอให้เธอคิดทบทวนเรื่องนี้ให้ดีๆ จะเอาอย่างไรต่อไป

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะปริวัตรกำลังฟังหัวหน้าสรุปงานอีเวนต์ของวันนี้อยู่ที่ลานหน้าบริษัทลีลาวัฒน์ เห็นศจีเดินเข้าไปหาหัวหน้า รปภ.ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากจุดที่ปริวัตรอยู่ เธอขอกุญแจห้อง รปภ.จะขอเช็กอะไรนิดหน่อย หัวหน้า รปภ.ขอหนังสือรับรองจากท่านประธานก่อนตามกฎของบริษัท ศจีโวยลั่น

“ฉันเป็นเลขาฯท่านประธาน แกจะเอาหนังสืออะไรอีก ส่งกุญแจมา”

หัวหน้า รปภ.ไม่กล้าหือจำต้องทำตามที่เธอสั่ง ปริวัตรมองตามศจีที่รีบร้อนออกไปสีหน้าสงสัย เป็นจังหวะเดียวกับหัวหน้าของเขาขอให้ใครก็ได้ไปหยิบของที่ห้องเก็บของ เขาอาสาจะไปหยิบให้แล้วเดินไปทางเดียวกับที่เธอไป ฝ่ายศจีถึงกับหน้าเครียดเมื่อเห็นภาพตัวเองบนกล้องวงจรปิด สักพักต่วนโทร.เข้ามือถือของเธอ สั่งให้ลบภาพเหล่านั้นทิ้ง เธอจำต้องทำตามกดปุ่มลบภาพเสร็จรีบออกจากห้องโดยไม่ลืมล็อกประตู

ศจีไม่ล่วงรู้เลยว่าปริวัตรแอบมองอยู่ ก่อนจะตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปรายงานให้คงศักดิ์ทราบว่ามีเรื่องบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ขอให้ท่านไปตรวจสอบ

“งั้นฉันจะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารตรวจสอบดูก็ได้”

“แต่ถ้าเปิดเครื่องบันทึกภาพดูเฉยๆอาจจะไม่เจออะไรนะครับ คุณคงศักดิ์น่าจะให้เจ้าหน้าที่กู้ข้อมูลที่เพิ่งถูกลบไปหรือจะให้ผมกู้ให้ก็ยินดีครับ”

ข้อมูลที่กู้ได้จากไฟล์ที่ถูกลบเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบริษัทเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เห็นศจีกำลังเริงรักอยู่กับต่วนไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ยังมีภาพต่วนกำลังรื้อค้นตู้เอกสารสำคัญขณะที่ศจีนอนหลับอยู่ข้างโต๊ะ หลี่ซวงโกรธมาก สั่งให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการด่วน ห้ามใครขาดแม้แต่คนเดียว

ค่ำวันเดียวกัน ผู้ถือหุ้นของบริษัทลีลาวัฒน์มาอยู่ กันพร้อมหน้า รวมทั้งต่วนด้วย หลี่ซวงไม่รอช้ากระชากหน้ากากคนขี้โกงประจานต่อหน้าผู้ถือหุ้นคนอื่นว่าต่วนเล่นไม่ซื่อขโมยเอกสารและรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาที่บริษัทของเรากำลังจะผลิตเครื่องทำน้ำด่างที่มีคุณค่าต่อร่างกาย โชคดีที่เธอไหวตัวทันแผนการเซ็นสัญญาตัดหน้าบริษัทของเราก็เลยล้มเหลว ต่วนขอดูหลักฐานจะมากล่าวโทษกันลอยๆไม่ได้ เธอยินดีจัดให้ แล้วพยักพเยิดให้คงศักดิ์เปิดคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นความเลวของต่วน ศจีถึงกับหน้าถอดสี หลี่ซวงไล่เธอออกทันที อย่ากลับมาให้ตนเห็นหน้าอีก ส่วนหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ของต่วนเธอจะยึดเอาคืน

“พนักงานฝ่ายบัญชีรอลื้ออยู่ข้างนอก เขาจะจ่ายเงินให้ลื้อตามมูลค่าจริงของหุ้นและจากวันนี้ไป ลื้อจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์โผล่หน้ามาที่บริษัทนี้เป็นอันขาด จะลุกจากเก้าอี้ได้หรือยัง”

ต่วนพยายามด่าว่าหลี่ซวงเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วของตัวเอง แต่ไม่สำเร็จ หลี่ซวงสั่งให้ รปภ.มาเชิญตัวออกไป จากนั้นท่านประธานประกาศกลางที่ประชุมว่าหุ้นในส่วนที่ได้จากต่วนจะยกให้นิภาตอบแทนบุญคุณเฮียเหลียงสามีของเธอ แถมยังห้ามเธอปฏิเสธอีกด้วย

นอกจากนี้หลี่ซวงยังไม่ลืมขอบใจปริวัตร การกระทำของเขาครั้งนี้เป็นประโยชน์มหาศาลต่อบริษัท แล้วเลื่อนเขาจากเด็กฝึกงานมาเป็นพนักงานประจำรับงานโดยตรงจากคงศักดิ์ พร้อมกับมีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพิทักษ์พงศ์ ท่านรู้ว่าเขาอยากท่องเที่ยวสักพักหนึ่งก่อนจะทำงาน ดังนั้นจะให้เวลาเขาหนึ่งอาทิตย์ แต่พอเห็นเขาอึกอัก ก็เลยอนุญาตให้เขาใช้เวลาแค่ไหนก็ได้ เที่ยวเสร็จเมื่อไหร่ค่อยกลับมากรอกใบสมัครที่ฝ่ายบุคคล

ooooooo

เพื่อความปลอดภัยของแม่และน้า จอมขวัญจึงตัดสินใจไปเกาหลีพร้อมกับมิสเตอร์คิมและว่าน แม้จะรู้ผลตรวจชิ้นเนื้อของแม่แล้วว่าเป็นมะเร็ง แต่ก็เป็นเพียงระยะแรกๆ สามารถรักษาให้หายได้

อีกทั้งมิสเตอร์คิมได้เตรียมทั้งหมอและโรงพยาบาลที่ดีที่สุดเอาไว้ให้ท่าน นอกจากนี้เขายังจัดหาบ้านหลังใหม่แทนหลังเก่าในชุมชนแออัดให้พวกท่านอีกด้วย หลังจอมขวัญไปจากเมืองไทยไม่นาน ปริวัตรแวะมาหาเธอที่บ้านเก่าพร้อมกระเช้าของเยี่ยมจากคงศักดิ์แต่ไม่เจอใคร สอบถามจากโด่งที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นก็ไม่รู้ว่าคนบ้านนี้ย้ายไปไหน เขาจึงต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง...

สามอาทิตย์ถัดจากวันที่จอมขวัญเดินทางไปเกาหลี ปริวัตรซึ่งเป็นพนักงานบริษัทลีลาวัฒน์เต็มตัวทำบุญเลี้ยงพระขึ้นบ้านใหม่ที่คอนโดฯที่พักของเขา โดยมีปราณีและประนอม แม่กับป้าของเขามาร่วมทำบุญด้วย พระสงฆ์กลับวัดไปสักพัก ดารารัตน์ส่งเสียงแจ๋นเข้ามา

“วัตรขา ดิวมาแล้วค่ะ แคสงานเสร็จปุ๊บก็รีบมาปั๊บเลยเลทไปนิดหนึ่งนะวัตร” ไม่พูดเปล่านางแบบสาวพุ่งมาหอมแก้มปริวัตรหนึ่งฟอด พอหันไปเห็นปราณีกับประนอมมองตาแป๋ว ทำเป็นตกใจก่อนจะยกมือไหว้ทักทาย ฝ่ายหลังไม่วายพูดกันท่าหวังว่าเธอคงไม่ได้หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กินกับหลานชายของตน

“ยังหรอกค่ะ ดิวก็อยู่คอนโดฯของดิวแต่ก็คงไปมาหาสู่กันบ่อยๆจะได้ช่วยดูแลกันและกัน คุณแม่คงไม่ว่าใช่ไหมคะ” ดารารัตน์ไม่สนใจจะฟังคำตอบจากปราณี หันไปอ้อนปริวัตร “ได้ข่าวว่าวันนี้บริษัทลีลาวัฒน์มีแคสนางแบบอินเตอร์ วัตรพาดิวไปฝากหน่อยสิ”

ปริวัตรบอกปัดไม่ได้ทำหน้าที่แผนกแคสติ้งจะไปฝากให้ได้อย่างไร ดารารัตน์ขอแค่เขาพาไปแนะนำตัว จะได้ไม่ต้องผ่านโมเดลลิ่ง แล้วเข้าไปช่วยประนอมที่กำลังง่วนกับการเก็บจานชาม ปริวัตรเห็นสีหน้าแม่ก็พอจะเดาความคิดออก รีบบอกว่าเราสองคนเป็นแค่เพื่อน ถ้าจะมีอะไรมากกว่านั้นต้องดูกันอีกนานๆ

“อย่างยัยดารารัตน์นี่ไม่เห็นต้องดูนานเลยแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าไม่รอด...ระวังนะไม่พูดกันให้ชัดตั้งแต่เดี๋ยวนี้ นานไปจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนะลูก”...

ในเวลาเดียวกัน มีการประชุมหัวหน้าฝ่ายของบริษัทลีลาวัฒน์ ทั้งสิริวิภา สิริกานดาและสิริวิมลเข้าร่วมประชุมด้วย มีคงศักดิ์เป็นประธานการประชุม ผู้จัดการฝ่ายขายพรีเซนต์รายการส่งเสริมการขายสินค้าตัวใหม่โดยจะให้ผู้บริโภคส่งชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์มาร่วมรายการ ผู้โชคดีจะได้รางวัลเป็นทัวร์เกาหลีสี่วันเต็ม

สิริวิมลเสนอให้แผนกประชาสัมพันธ์ไปเซอร์เวย์ก่อน จะได้มีข้อมูลทำพีอาร์ได้ตรงและน่าสนใจยิ่งขึ้น ในเมื่อทุกคนเห็นดีด้วย คงศักดิ์สั่งปิดการประชุม ระหว่างที่หัวหน้าฝ่ายต่างทยอยออกจากห้อง สิริวิมลเข้ามาเกาะแขนออเซาะพ่อให้ส่งตนเองไปเซอร์เวย์ สิริกานดาขอไปด้วยแต่ถูกน้องสาวคัดค้านอ้างงานนี้เธอไม่เกี่ยว

สิริกานดาไม่ง้อ ชวนแม่ไปเที่ยวกันเองก็ได้ แล้วถามพ่อว่าแม่อยู่ไหน ได้ความว่าท่านไปทำบุญกระดูกญาติ...

คนที่สิริกานดาถามถึงกำลังนั่งฟังพระสวดอยู่หน้าที่เก็บอัฐิของโจ ด่านเมฆ พลันภาพในอดีตเมื่อ 18 ปีก่อนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ ตอนนั้นเธอยื่นเงินก้อนใหญ่ให้กับโจพี่ชายของตัวเองเป็นค่าจ้างพาจินดาไปให้พ้นจากที่นี่ เธอรู้ดีว่าเขามีใจให้นังนั่น อยากได้มันมานานแล้ว

“แหม เป็นพี่สาวที่รู้ใจน้องชายดีเหลือเกิน”

“รีบไปเร็วเข้า ตอนนี้มันกำลังเคว้งคว้างไม่มีที่ไป ขืนชักช้าเดี๋ยวมีใครคาบเอาไปเสียก่อน”

โจพยักหน้ารับคำก่อนจะขึ้นรถขับออกไป ไม่นานนัก เขานำรถไปจอดใกล้ๆกับจินดาที่กำลังอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ไขกระจกถามว่าจำเขาได้ไหม เขาเป็นน้องชายของสุมลทา เธอพยักหน้ารับคำ

“พี่สุมลทาเป็นห่วงน้องน่ะ สั่งให้พี่มาคอยดูแลเธอ ขึ้นรถไปกับพี่ดีกว่า พี่จะได้ดูแลได้สะดวก” โจเห็นจินดาลังเล พยายามเกลี้ยกล่อม “มาสิพี่จะพาน้องไปกินดีอยู่ดี ลืมเรื่องร้ายๆให้หมดไงล่ะ ไปกับพี่นะ”...

เช้าวันถัดมา หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวพร้อมกับลงภาพอุบัติเหตุสยองว่า “โจ ด่านเมฆ อันธพาลชื่อดัง ดับสนิทพร้อมกับหญิงไม่ทราบชื่อและทารกตัวน้อย” หลี่ซวงอ่านข่าวนี้ด้วยความดีใจ จากนี้ไปคงศักดิ์จะได้ไม่ต้องเที่ยวตามหานังนั่นอีก แล้วสุมลทาอย่าลืมทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้มันด้วย...

สุมลทาอธิษฐานเสร็จปักธูปในกระถางธูปหน้าที่เก็บอัฐิของพี่ชาย ก่อนจะเดินจากไป โดยไม่ล่วงรู้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งแอบมองตามด้วยแววตากร้าว

ooooooo

การมาอยู่ไกลถึงเกาหลีทำให้จอมขวัญเป็นโรคคิดถึงบ้าน สามอาทิตย์แล้วที่จากเมืองไทยมาไม่ได้ยินเสียงของแม่แม้แต่คำเดียว อีกทั้งตั้งแต่มาที่นี่มิสเตอร์คิมยังไม่ได้สอนอะไรให้สักอย่าง ว่านเห็นเธอนั่งซึมไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าเธอคิดถึงแม่ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวหรือเปล่า

“ไหวสิ ฉันต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้เพื่ออนาคตข้างหน้า” คำตอบกับสีหน้าของเธอไปกันคนละทาง ว่านจับมือเธอมากุมไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะต่อสู้ไปด้วยกัน จังหวะนั้น มิสเตอร์คิมให้คนมาตามทั้งคู่ไปพบ...

ในขณะที่จิตใจของจอมขวัญเริ่มสั่นคลอน พิทักษ์พงศ์ได้เจอกับมุนินที่ห้องรับรองของบริษัทลีลาวัฒน์โดยบังเอิญ เธอมาช่วยงานเจ๊หยกผู้เป็นแม่ช่วงวันหยุด เสิร์ฟกาแฟ เก็บแก้ว ทำความสะอาดห้อง ทั้งคู่คุยกันได้ไม่กี่คำ หลี่ซวงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน มุนินรู้งานค่อยๆเดินเลี่ยงออกมา

ท่านถามหลานรักวันนี้ไปสอบสัมภาษณ์มาเป็นอย่างไรบ้าง พิทักษ์พงศ์ไม่เห็นอาจารย์จะถามอะไร พอรู้ว่าเขาเป็นหลานของท่านก็ปล่อยให้ผ่าน หลี่ซวงเตือนอย่าทำให้เสียชื่อมาถึงท่าน

“ต้องตั้งใจเรียน จบแล้วจะได้มาทำงานแทนม่าสักที แล้วอย่าเกาะแกะกับผู้หญิงที่นี่นะ อย่าลืมว่าเราเป็นใครอยู่ระดับไหน ผู้หญิงที่คอยฉวยโอกาสกับเราน่ะมีเยอะ”...

อีกมุมหนึ่งที่ห้องอเนกประสงค์ ขณะนางแบบคนอื่นๆ กำลังเข้าคิวรอแคสติ้งงานโฆษณา ดารารัตน์อวดเบ่งว่าเป็นแฟนของปริวัตรจะขอลัดคิว สิริวิมลไม่ชอบใจ

เข้ามาต่อว่าว่าที่นี่ไม่มีใครใช้เส้นสายใครได้ทั้งนั้น ถ้าเธออยากแคสติ้งก็ต้องทำตามเงื่อนไข หรือจะทิ้งโปรไฟล์ตัวเองไว้ รอเราเรียกไปอีกครั้ง ให้เธอเลือกได้เลย

“เอาแบบแรกก็ได้ค่ะ วัตรไปทำงานเถอะแล้วเจอกันตอนค่ำนะ เดี๋ยวดิวแวะไปหาที่คอนโดฯ” ดารารัตน์ว่าแล้วเดินเข้าไปลงทะเบียนแต่โดยดี สิริวิมลบอกปริวัตรว่าน้องชายของเธอรอเขาอยู่ที่ห้องรับรอง

“อาม่าฉันคงผิดหวังถ้ารู้ว่าคุณมีแฟนแบบนี้”

ปริวัตรไม่เคยแนะนำดารารัตน์กับใครว่าเป็นแฟน สิริวิมลยิ้มพอใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอใส่ชื่อเขาในทริปเซอร์เวย์เกาหลีด้วย ให้เขาถือว่าเป็นรางวัลจากท่านประธาน...

วันนี้เป็นวันแรกที่มิสเตอร์คิมจะสอนบทเรียนให้จอมขวัญกับว่าน แต่ทั้งคู่ไม่ได้เรียนด้วยกันเพราะบทเรียนของผู้นำและผู้พิทักษ์ต่างกัน จากนี้ไปทั้งคู่จะได้เจอกันเฉพาะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

“และจะไม่มีสิทธิ์ถอนตัวจากการฝึกกลางคันนอกจากฉันเห็นควรให้หยุด นั่นคือกฎข้อแรกและข้อเดียวของฉันที่พวกเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เธอจะต้องใช้ชีวิตที่นี่ห้าปี โดยไม่มีการติดต่อกับคนในแผ่นดินเกิด”...

ระหว่างที่จอมขวัญเริ่มบทเรียนด้วยการทำความเข้าใจกับธรรมชาติของชีวิตอยู่ที่เกาหลี ปริวัตรซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯมุ่งหน้าสู่สนามบินเพื่อเดินทางไปที่นั่นพร้อมกับสิริวิมลและพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดารารัตน์ติดงานถ่ายแบบก็เลยไม่ได้ไปส่งได้แต่โทร.มาอวยพรให้เขาเดินทางปลอดภัย อย่าลืมซื้อของมาฝากเธอด้วย ที่สำคัญอย่าไปหลงเสน่ห์ที่หลานสาวของท่านประธานโปรยปรายมาให้ เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรอย่างนั้น

“โธ่...ดิวดูออก สายตานางแทบจะกลืนวัตรเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว”

จังหวะนั้นทีมงานถ่ายแบบมาตามตัวดารารัตน์ไปเข้าฉาก เธอถึงได้วางสายจากปริวัตร...

แค่บทเรียนวันแรกก็ทำให้จอมขวัญเบื่อหน่ายบ่นกับมิสเตอร์คิมว่ามองไม่เห็นอนาคตเลยว่าจะมีโอกาสกลับไปเอาชนะพวกนั้นได้อย่างไร เขาไม่ขัดข้องถ้าเธอเห็นว่าห้าปีนานไป จะกลับเมืองไทยพรุ่งนี้เลยก็ได้ จอมขวัญได้แต่ก้มหน้านิ่ง มิสเตอร์คิมจะอนุญาตให้เธอได้คุยกับแม่คืนนี้ แล้วพรุ่งนี้มาหาเขาพร้อมกับคำตอบว่าจะวางชีวิตตัวเองไว้ตรงจุดไหน นี่จะเป็นสิทธิ์ครั้งสุดท้ายที่เขาจะให้เธอ...

คืนนี้จอมขวัญได้โทร.คุยกับแม่สมใจ บ่นให้ฟังว่าทั้งเหนื่อยทั้งเหงาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว จินดาสงสารลูกจับใจ ถ้าเหนื่อยนักก็กลับมาบ้านเรา ไม่ต้องไปต่อสู้หรือพิสูจน์อะไรอีกแล้ว หญิงสาวเริ่มคิดคล้อยตาม

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น จอมขวัญเดินขึ้นเขาเพื่อไปยังจุดหมายที่นัดไว้กับมิสเตอร์คิมโดยสวมหมวกแก๊ปที่ปริวัตรให้เป็นของขวัญวันเกิด โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเจอกับคนที่ให้หมวกใบนี้กำลังถามทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงโซล เขาเห็นเธอก็จำได้ ปรี่เข้ามาทักทายถามไถ่ว่ามาทำอะไรที่นี่

“ฉันได้ทุน แต่อาจจะเรียนไม่จบ ฉันอาจจะเลิกเรียนในอีกไม่กี่วันนี้”

ปริวัตรโอบไหล่จอมขวัญเขย่าให้กำลังใจให้สู้ต่อไปอย่าเพิ่งท้อ อุตส่าห์มาไกลขนาดนี้แล้วต้องเรียนให้จบ ความอบอุ่นจากสัมผัสของเขาทำให้เธอคลายความเหงาลงไปได้มากโข เขาถามว่าว่างหรือเปล่าจะชวนไปกินข้าวจะได้แนะนำให้รู้จักกับสิริวิมลหลานสาวคนเล็กของตระกูลลีลาวัฒนชัย เขามาทำงานกับเธอที่นี่ ก่อนจะหันไปเห็นเธอเดินมาพอดี ขอตัวไปหาเธอก่อนเพื่อจะบอกว่าเจอนักเรียนไทยซึ่งน่าจะรู้จักสถานที่ที่เราจะไป แล้วชวนเธอไปหาจอมขวัญ แต่เธอรั้งตัวเขาเอาไว้ วานให้ช่วยสวมสร้อยคอที่เพิ่งซื้อมา

จอมขวัญเห็นปริวัตรสวมสร้อยให้สิริวิมล รู้สึกใจหวิวๆบอกไม่ถูก ความคิดจะเอาชนะคนพวกนั้นแล่นขึ้นมาจับหัวใจอีกครั้ง ปริวัตรสวมสร้อยเสร็จ พาสิริวิมลมายังจุดที่เจอจอมขวัญ แต่เธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...

ครู่ต่อมา จอมขวัญมาพบกับมิสเตอร์คิมยังจุดนัดพบ พร้อมกับแจ้งว่าไม่กลับเมืองไทยแล้วจะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่มีอะไรด้อยไปกว่าพวกนั้น เธอจะอดทนฝึกฝนทุกอย่างจนกว่าจะเข้าใจชีวิต

“ดี...นับจากนี้ไปเธอจะไม่ใช่จ๋อม ไม่ใช่จอมขวัญอีกต่อไปแล้ว เธอคือมิสโจวลูกสาวคนเดียวของมิสเตอร์คิม เธอจะเรียกฉันว่าแด๊ดก็ได้...อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ มิสโจว”

ooooooo

สองปีผ่านไปสิริวิภาและสิริกานดาก็จบปริญญาตรี มีงานเลี้ยงฉลองที่ภัตตาคารจีนเจ้าประจำเหมือนเช่นเคย พิทักษ์พงศ์ถ่ายรูปกับพี่สาวทั้งสองคนเสร็จ เข้าไปอ้อนหลี่ซวงขอตัวไปสัมมนาที่มหาวิทยาลัย

ด้านสิริกานดาพาโสภณหนุ่มหล่อรุ่นพี่มาไหว้หลี่ซวง เขาพยายามจะพูดจาเอาใจ แต่ท่านกลับไม่ค่อยจะชอบใจเท่าใดนัก ปริวัตรอยู่ในงานนี้เช่นกันทำหน้าที่เป็นตากล้องจำเป็น ระหว่างที่เขากำลังถ่ายรูปให้สิริวิภากับสิริกานดา ดารารัตน์โทร.เข้ามือถือของเขา สิริวิมลอาสารับสายแทนไม่สนใจคำห้ามปรามของเจ้าของมือถือแม้แต่น้อย ดารารัตน์โทร.มาตัดพ้อต่อว่าปริวัตรที่เบี้ยวนัดวันเกิดของเธอ สิริวิมลฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเธอเมามาก ขอร้องเธออย่ามารบกวนการทำงานของปริวัตร ถ้าเมานักก็ให้ไปนอน เธอปรี๊ดแตกทันที

“แกนี่เอง แกคิดจะแย่งแฟนฉันเหรอ ไม่มีแฟนของตัวเองรึไง วันนี้วันเกิดฉันนะ”

สิริวิมลหมั่นไส้ แกล้งบอกที่ตั้งของภัตตาคารแห่งนี้เผื่อเธอจะตามมา ดารารัตน์หลงกลตามไปที่นั่น เมาแอ่นเข้ามาโวยวายเสียงลั่นไปหมด แถมกระชากคอเสื้อของหลี่ซวงอีกด้วย คงศักดิ์ต้องเข้ามาดึงตัวเธอออก สิริวิมลเหลืออดปรี่เข้าไปเอาเรื่อง สองสาวตบตีกันอุตลุด ดารารัตน์สู้อีกฝ่ายไม่ได้ถูกตบลงไปกองกับพื้น ปริวัตรรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น สุมลทาสั่งให้เขาพาแฟนกลับไป แล้วเรียกสิริวิมลให้กลับบ้านได้แล้ว

“ม้ากับป๊ากลับไปก่อนเถอะ เล็กยังต้องเคลียร์บิลกับร้านอีกเยอะ”

มาร์คนายแบบหนุ่มรูปหล่อรอจนพวกผู้ใหญ่ไปกันหมดแล้ว เข้าไปแนะนำตัวกับสิริวิมลเผื่อเธออยากจะใช้งานเขาให้โฆษณาสินค้าของบริษัท...

ขณะเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นที่ภัตตาคารจีน พิทักษ์พงศ์ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยอย่างที่บอกกับหลี่ซวง แต่ไปรับมุนินที่บ้านโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของเจ๊หยกซึ่งเป็นแม่ของเธอ...

ทางด้านหลี่ซวงไม่ค่อยสบายใจกับเหตุการณ์เมี่อครู่ ทันทีที่กลับถึงบ้านสั่งให้สุมลทาโทร.เช็กลูกๆว่าอยู่ที่ไหนกัน ท่านไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดอีก แล้วหันไปบอกคงศักดิ์อาบน้ำเสร็จแล้วให้มาหาท่านที่ห้องหนังสือ สุมลทาทำตามที่หลี่ซวงสั่ง ปรากฏว่าลูกๆต่างโกหกแม่ตัวเอง พิทักษ์พงศ์กินข้าวอยู่กับมุนินแต่โกหกว่าอยู่กับเพื่อน สิริวิมลนั่งดื่มอยู่กับมาร์คก็ปั้นเรื่องว่าคุยงานอยู่กับเซลส์ ส่วนสิริกานดากำลังอี๋อ๋ออยู่กับโสภณ มีเพียงสิริวิภาเท่านั้นที่ไม่ยุ่งกับใครแม้จะถูกทัศน์พยายามจะขายขนมจีบก็ตาม...

หลี่ซวงเรียกคงศักดิ์มาพบเพื่อจะให้เขาลองไปคุยกับนายหน้าซี้อขายที่ดินชื่อบุญทรงว่าไว้ใจได้ไหม ท่านอยากได้ที่ดินมาสร้างห้างฯของเราเอง แม้จะไม่เห็นด้วย กับแม่เรื่องนี้ แต่คงศักดิ์ก็จำต้องทำตาม

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.