นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์หงส์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    โสภิดายังคงป่วนบริษัทลีลาวัฒน์ไม่เลิก ขอให้ปริวัตรมาเจรจากันใหม่อีกครั้งหลังจากถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เขายังยืนกรานคำเดิม ข้อเรียกร้องที่เธอเสนอมานั้นไม่สามารถรับได้ โสภิดากล่าวหาว่าพวกนายทุนอย่างเขาเห็นแก่ตัวเอาเปรียบลูกจ้างตลอดเวลา หรือจะรอให้เลือดตกยางออกก่อนถึงยอมทำตาม

    “คุณขู่ผมอย่างนี้ไม่ได้นะเพราะผมจะไม่มีวันก้มหัวให้ความไม่ถูกต้องเด็ดขาด”

    “งั้นก็ลำบากหน่อยเพราะตอนนี้พนักงานบริษัทพร้อมใจกันหยุดทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเขาออกมาเดินเล่นเต็มสนามและปิดล้อมทางเข้าออกของผู้บริหารหมดแล้ว นั่นก็แปลว่าพวกคุณถูกขังอยู่ในตึกร้างหลังนี้...เป็นไง พอใจที่จะให้เป็นอย่างนี้ไหมล่ะ พ่อคนรักความถูกต้อง”

    มีเสียงมือถือของปริวัตรดังขึ้น เขาเห็นเบอร์โชว์หน้าจอตัดสินใจรับสาย โสภิดาคิดว่าเป็นเจ้านายของเขา จึงปล่อยให้ทั้งคู่ปรึกษากันไปก่อน คนที่โทร.มาไม่ใช่คงศักดิ์แต่เป็นจอมขวัญซึ่งรีบออกตัวถึงแม้ปริวัตรไม่อยากจะได้ยินเสียงของเธอสักเท่าไหร่ แต่ก็ขอให้ฟังสาระสั้นๆจากเธอก่อนโดยไม่ต้องพูดอะไร

    “การประท้วงของพนักงานไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่ความต้องการของพนักงานจริง มีแรงยุยงจากคนภายนอก น่าจะเป็นไมเคิล เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกมันต้องการไม่ได้อยู่ในข้อเรียกร้อง มันต้องการสร้างความระส่ำระสายในบริษัทเท่านั้น ดังนั้นคุณควรยื้อเวลาไปเรื่อยๆ ผู้อยู่เบื้องหลังจะโผล่มาให้เห็นเอง แต่ต้องดูแลความปลอดภัยคนของเราให้ดี คุณรู้ดีว่าฉันเป็นห่วงใคร แต่ถ้าลำบากใจก็ถือซะว่าฉันเป็นห่วงบริษัทของพ่อฉันเท่านั้นก็ได้...ฉันจะไม่โทร.มากวนคุณอีก ฉันสัญญา”

    ปริวัตรวางสายจากจอมขวัญเป็นจังหวะเดียวกับสิริวิมลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พิทักษ์พงศ์ โทร.มาบอกว่าตอนนี้ถูกพวกพนักงานบริษัทจับตัวไว้อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าออก

    ooooooo

    พิทักษ์พงศ์ถูกจับมัดมือเอาตัวไปกักขังไว้ในรถกระบะซึ่งจอดขวางประตูทางเข้าออกของบริษัท โดยมีพนักงานหน้าเหี้ยมสองคนคอยประกบไม่ห่าง รอบๆบริเวณมีพนักงานที่ไม่ค่อยชอบทำงานกระจายตัวกันอยู่ หนึ่งในพนักงานหน้าเหี้ยมเริ่มยุยงให้พนักงานคนอื่นๆเกลียดชังพิทักษ์พงศ์ ถึงขนาดจะจับประชาทัณฑ์

    ปริวัตรวิ่งนำสิริวิมลและโสภิดาเข้าห้ามไม่ให้ทำอะไรพิทักษ์พงศ์เด็ดขาด โสภิดาต้องขอร้องให้พวกนั้นใจเย็นๆก่อน ปริวัตรจะมาเจรจาด้วย ขอให้พวกเราฟังเขาก่อนอย่าเพิ่งใช้ความรุนแรงกับตัวประกัน

    “ว่ามา มีอะไรจะเจรจาก็ว่ามา”

    “การที่เราปฏิเสธข้อเรียกร้องของคุณไม่ได้แปลว่าเราจะเมินเฉยต่อความเดือดร้อนของพวกคุณ ผู้บริหารตกลงที่จะตั้งโต๊ะเจรจากับพวกคุณอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าแต่ละปัญหาจะมีวิธีแก้แบบไหนได้บ้าง สิ่งแรกที่คุณต้องทำเดี๋ยวนี้ก็คือปล่อยตัวคุณซื่อ ก่อนที่จะเลยเถิดกลายเป็นคดีอาญา หลังจากนั้นผมขอพบแกนนำของพวกคุณหน่อยได้ไหม ช่วยบอกผมทีว่าใครคือต้นคิดเรื่องทั้งหมดนี่ ผมจะได้เจรจาได้ถูก คุณรึเปล่า คุณโสภิดา” ปริวัตรมองเธออย่างรอคำตอบ เธอรีบออกตัวว่าเป็นเพียงผู้ประสานงานเท่านั้น

    ปริวัตรมองสองพนักงานหน้าเหี้ยมแล้วร้องทักทำไมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทำอยู่แผนกไหน พวกนั้นไม่ตอบคำถามแต่กลับยุคนอื่นให้เผาบริษัท ไม่ต้องไปเจรจาอะไรอีกแล้ว พิทักษ์พงศ์ฉวยโอกาสนี้ ถีบหนึ่งในพนักงานหน้าเหี้ยมตกจากรถกระบะ ปริวัตรปรี่เข้าไปกระชากคอมันไว้ ถามเสียงเข้มว่าใครจ้างมา

    “ไม่บอกเว้ย...เผาเลย” พนักงานหน้าเหี้ยมว่าแล้วจุดไฟวิ่งเข้าไปข้างใน ปริวัตรตะโกนห้ามเสียงลั่นแต่ไร้ผล ว่านมาจากไหนไม่รู้ขวางหน้ามันไว้ เกิดการชกต่อยขึ้น พนักงานหน้าเหี้ยมอีกคนหนึ่งจุดไฟแล้ววิ่งเข้าไป

    “อย่านะ อย่าเผา พี่น้องหลบไปก่อนไอ้นั่นมันมือ ที่สาม” โสภิดาโวยวายลั่น ปริวัตรวิ่งไปดักหน้ามันไว้ สองคนเปิดศึกกำปั้นใส่กัน พวกมันทั้งคู่สู้ว่านกับปริวัตรไม่ไหวพากันวิ่งหนี ปริวัตรหันไปสั่งการโสภิดา

    “คุณรีบไปเจรจาให้พนักงานกลับบ้านให้หมดและกลับมาทำงานเมื่อสถานการณ์ปกติ จัดการให้เรียบร้อยนะ ไม่เช่นนั้นผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาหัวหน้าแก๊งวางเพลิงบริษัท”

    โสภิดาไม่รอให้ปริวัตรพูดซ้ำ รีบทำตามสั่งทันที...

    ค่ำวันเดียวกัน ไมเคิลนัดโสภิดากับสุมลทามาพบที่ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ชมฝ่ายแรกว่าทำงานได้ดีมากราวกับมืออาชีพ โสภิดาขอร้องทีหน้าทีหลังถ้ามีงานแบบนี้อีกไม่ต้องเรียกใช้ ตอนที่พวกนั้นจุดไฟเธอแทบลมจับกลัวจะเผาบริษัทจริงๆ ไมเคิลอ้างแค่ขู่เล่นๆเท่านั้น แล้วเอาซองเงินค่าตัวยื่นให้

    “ขอบคุณค่ะ...คุณสุมลทาคะ ดิฉันอยู่ลีลาวัฒน์มานานจนเหมือนบ้านของดิฉันเอง ดิฉันไม่อยากให้...”

    “หุบปาก ถ้าฉันได้กลับไปเป็นใหญ่ ฉันจะตอบแทนเธออย่างสาสม...ไปได้แล้ว”

    โสภิดารับคำแล้วลุกออกไป ไมเคิลพอใจมากที่การป่วนบริษัทลีลาวัฒน์ครั้งนี้ได้ผลดีเกินคาด บริษัทเสียเครดิตในแวดวงธุรกิจไม่น้อย แม้จะถูกดิสเครดิตแต่สุมลทาเชื่อว่าถึงเขาจะทุ่มเงินขอซื้อบริษัทตอนนี้ หลี่ซวงคงไม่ขายให้และการแต่งตั้งปริวัตรมารับผิดชอบเต็มตัวอย่างนี้เป็นสัญญาณว่าพวกเขาสู้สุดตัวแน่ๆ

    “ใครว่าผมจะใช้เงิน เมื่อผมได้แนวร่วมดีๆอย่างคุณสุมลทา ผมสามารถกำหนดยุทธวิธีได้ลึกล้ำมากกว่านี้เยอะ ขอเวลาอีกพักหนึ่ง แล้วผมจะติดต่อไป

    ooooooo

    หลังจากทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ปริวัตรรายงานให้สิริวิมลกับพิทักษ์พงศ์ทราบว่าพนักงานออกจากบริษัทกันหมดแล้ว พวกเขารับปากพรุ่งนี้จะมาทำงานตามปกติ และเราสามารถเรียกพวกนั้นคุยเป็นรายตัวได้เพื่อสืบดูว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พิทักษ์พงศ์ขอบใจเขามากที่ช่วยตนไว้

    “ตกลงคุณจะกลับมาทำงานที่นี่แล้วใช่ไหม”

    “ผมจะสืบทอดสิ่งที่อาม่าสร้างไว้ ถ้าเจ้เล็กจะไม่รังเกียจ”

    สิริวิมลจะรังเกียจน้องตัวเองได้อย่างไร ถึงจะเป็นลูกคนละแม่กันก็ไม่มีปัญหา ปริวัตรไม่ลืมขอบคุณว่านสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ เขารีบออกตัวว่าเป็นเพราะจอมขวัญโทร.บอกให้มาที่นี่ สิริวิมลอยากให้เธอมาทำงานที่บริษัทลีลาวัฒน์ด้วยกัน ว่านว่าเป็นไปได้ยากเพราะมีบางคนรังเกียจเธอแล้วเอาทัมบ์ไดรฟ์ให้ปริวัตร

    “เปิดดูซะ ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตนของมิสโจว แต่ถ้าใจคุณไม่ยอมรับล่ะก็ขว้างมันทิ้งไปได้เลย”...

    ภายในห้องพักของโรงแรมหรู ขณะสุมลทากำลังนึกถึงเรื่องราวเลวร้ายในอดีตที่ตัวเองก่อไว้ สิริวิมลเปิดประตูเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอโกหกว่าสบายดี ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองไม่มีห่วง ไม่มีกังวลแบบนี้มาก่อน

    “แต่อั๊วทั้งกังวล ทั้งเป็นห่วงนะม้า ม้าจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ ม้ามีครอบครัว ม้าต้องกลับไปอยู่กับครอบครัว”

    สุมลทาจะกลับไปได้อย่างไรในเมื่อคงศักดิ์ทั้งด่าทั้งไล่ขนาดนั้น สิริวิมลเชื่อว่านั่นเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของพ่อ แม่ไม่อยู่สักคนบริษัทเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย วันนี้พนักงานรวมหัวกันจะเผาบริษัท ดีที่ปริวัตรกับว่านมาช่วยไว้ทัน และเธอยังมีเรื่องสำคัญจะบอก เธอตัดสินใจเลือกว่านเป็นคู่ชีวิต ท่านจะรังเกียจไหม

    “ม้าดีใจที่ลื้อสามารถเลือกคนที่รักได้ ไม่ใช่ถูกบังคับอย่างม้า”

    “กลับไปอยู่บ้านเราเถอะนะ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ทุกคนคิดถึงม้านะ”

    สุมลทาจะกลับก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าที่นั่นคือที่ของตัวเอง...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริวัตรมองดูทัมบ์ไดรฟ์ที่ว่านให้ในมือตัวเองอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเปิดดู เป็นคลิปจากมิสเตอร์คิมซึ่งถ่ายไว้ขณะนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เกาหลี ท่านมีคำถามมากมายที่รอให้เขาตอบ ไม่ใช่ตอบท่าน แต่ให้ตอบตัวเขาเอง แล้วพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าจอมขวัญไม่ได้เป็นผู้หญิงเลวร้ายอย่างที่เขาตราหน้า เธอแค่ต้องการพิสูจน์คุณค่าของตัวเองกับคนที่ทิ้งขว้างเธอไป และการใช้เล่ห์เหลี่ยมในทางธุรกิจเพื่อให้ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงที่ไม่สามารถให้อภัยได้

    “คุณคงไม่รู้ว่าวันนี้เธอได้โอนหุ้นทั้งหมดคืนกลับไปให้เจ้าของเดิมทุกคนแล้ว ถ้าเจตนาที่แท้จริงของเธอคือการยึดครองลีลาวัฒน์ เธอจะทำเช่นนี้ทำไม คุณต้องตอบ...ยังมีอีกคำถามหนึ่งซึ่งคุณต้องตอบใจตัวเองว่าความรู้สึกที่คุณมีต่อเธอมันอยู่ภายใต้เงื่อนไขอะไร หากมันเกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไขก็แปลว่ามันเกิดขึ้นจากใจที่บริสุทธิ์ และถ้าเป็นอย่างนั้น คุณยังจำเป็นต้องการคำอธิบายอะไรให้กับหัวใจคุณอีกหรือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะต่อสู้โดยไม่มีความผิดพลาด มันจึงเป็นเรื่องยากที่เธอจะอธิบายความผิดพลาดนั้นให้ใครสักคนฟัง โดยหวังว่าเขาจะเข้าใจและให้อภัยเธอ นอกจากว่าเขาคนนั้นจะรักเธอจริง”

    สายตาแข็งกร้าวของปริวัตรอ่อนลงมากเมื่อคลิปมาถึงช่วงนี้ มิสเตอร์คิมเล่าเสริมอีกว่า จอมขวัญรักผู้ชายคนหนึ่งโดยไม่มีเงื่อนไข เธอยอมหยุดความทะเยอทะยานเพื่อกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงคนเดิมของเขา

    “คุณคิดว่าเธอรักเขาจริงหรือไม่ คุณต้องตอบ...หวังว่าคำถามของผมคงจะไม่ยากเกินไป ตอบให้ได้ ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไปนะครับคุณปริวัตร”

    ooooooo

    จอมขวัญเดินทางไปเยี่ยมมิสเตอร์คิมที่เกาหลีหวังจะให้ปลอบใจ กลับพบว่าท่านเสียชีวิตไปแล้วมีเพียงรูปถ่ายของท่านติดไว้ตรงผนังชั้นบนของโบสถ์ชงอึนซาใกล้กับรูปถ่ายของต้นตระกูลคิมผู้ล่วงลับ เธอถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ เกาเฟยออกจากมุมมืดเข้ามาหา

    “เธอมาช้าไปมิสโจว ฉันมาทันพิธีฝังศพเมื่อวาน”

    “แด๊ดเป็นอะไร” จอมขวัญถามทั้งน้ำตา ได้ความว่าป่วยเป็นมะเร็งตับตั้งแต่ปีที่แล้ว เธอแปลกใจทำไมท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เกาเฟยก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านอาจไม่อยากให้ใครต้องทุกข์ใจกับสุขภาพของท่านก็ได้

    “ฉันคิดว่าฉันจะได้มากอดแด๊ด มาอยู่ใกล้ๆให้แด๊ดสอน ให้แด๊ดอบรมในวันที่ฉันอ่อนแอ ในวันที่ฉันไม่มีใคร แต่ฉันกลับมาไม่ทัน ฉันควรจะอยู่ที่นี่ อยู่กับแด๊ดจนวินาทีสุดท้าย ฉันควรจะได้ดูแลแด๊ด ได้ทดแทนบุญคุณของแด๊ด แต่ฉันก็ไม่มีโอกาสได้ทำ” จอมขวัญคร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

    “นั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับมิสเตอร์คิม ความ ต้องการสุดท้ายของเขาคือสิ่งนี้” ว่าแล้วเกาเฟยส่งทัมบ์ไดรฟ์ให้จอมขวัญ “เขาฝากไว้ให้เธอ ในวันสุดท้ายของเขา”

    จอมขวัญรีบเอาทัมบ์ไดรฟ์ไปเปิดดู เป็นคลิปที่มิสเตอร์คิมถ่ายไว้ก่อนตาย หน้าตาของเขาดูสดใสไม่เหมือนคนป่วยแม้แต่น้อย เธอยิ้มทั้งน้ำตาให้พ่อบุญธรรมซึ่งอยู่ในจอคอมพิวเตอร์

    “จำได้ไหม ห้าปีที่แล้วก่อนที่เธอจะมาเกาหลีกับฉัน ฉันเคยพูดว่าอะไรบางอย่างในแววตาเธอทำให้ฉันไม่อาจละเลยได้เพราะมันเหมือนกับที่ฉันเคยเห็น นั่นคือแววตาของฉันเอง เมื่อฉันเป็นเด็กฉันก็ทนทุกข์ทรมานไม่ต่างจากเธอ ความคิดเคียดแค้น อาฆาต หวังที่จะเอาชนะผู้คนรอบข้างไม่ต่างจากเธอเลย”

    มิสเตอร์คิมหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า แต่ในที่สุดเขาก็พบว่ามันไม่ใช่ทางออกที่ดี ไม่ใช่หนทางที่เราจะพบกับความสุข เขาหวังว่าวันนี้เธอจะเข้าใจความจริงในชีวิต ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดี มันนำเราไปสู่ความฝัน แต่ถ้าฝันนั้นเป็นฝันที่เห็นแก่ตัว ความทะเยอทะยานก็จะกลายเป็นไฟเผาตัวเองจนมอดไหม้ แต่ถ้าเธอเข้าใจชีวิตเปลี่ยนความทะเยอทะยานเป็นความเข้าใจและดำเนินชีวิตอย่างเป็นมิตรกับทุกคน ความสุขจะรอรับเธออยู่ มิสเตอร์คิมขอให้จอมขวัญจำไว้ว่าความจริงคือความสุข

    “และความสุขเกิดจากความเป็นจริงเท่านั้น เธอไม่มีทางมีความสุขกับสิ่งจอมปลอมได้ หากเธอยอมรับความจริงได้ในทุกกรณี ชีวิตของเธอก็จะอยู่ในอ้อมกอดของความเป็นสุขตลอดไป เชื่อแด๊ดนะ...ความผกผันของเวลา ทำให้เราเจอกันได้เพียงช่วงสั้นๆเท่านี้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุข ที่ได้เห็นการเติบโตของเธอ ยิ้มหวานๆให้แด๊ดอีกสักครั้งได้ไหม แล้วเราไปเจอกันข้างบนนะ ฉันจะรอเธอที่นั่นจอมขวัญ”

    สิ้นเสียงมิสเตอร์คิม จอมขวัญทรุดตัวลงตรงนั้น น้ำตาระลอกใหม่ไหลอาบแก้ม...

    ทางด้านไมเคิลมีแผนเผด็จศึกแผนใหม่ที่จะ

    เล่นงานหลี่ซวง โดยจะให้ท่านเซ็นหนังสือโอนหุ้นทั้งหมดให้สุมลทาและแต่งตั้งให้เธอเป็นตัวแทนการทำสัญญากับต้าฟ่ง สุมลทามั่นใจหลี่ซวงไม่ยอมเซ็นแน่นอน

    “ไม่จำเป็นต้องยอม แต่เมื่อหลี่ซวงพูดไม่ได้ขยับเขยื้อนไม่ได้ เราย่อมบังคับเธอได้โดยไม่ยาก”

    สุมลทาเกรงว่าหากหลี่ซวงหายดีเมื่อไหร่คงฟ้องร้องได้ว่าถูกเราบีบบังคับ เขาไม่ได้บังคับให้ท่านเซ็น แต่จะบังคับให้ท่านเชื่อว่าท่านต้องเซ็น และนั่นเป็นหน้าที่ของสุมลทาที่ต้องโน้มน้าวให้ท่านเชื่อ จะอ้างเรื่องสุขภาพเรื่องดวงชะตาราศีอะไรก็ตามใจจนท่านมั่นใจว่าต้องเซ็นโดยไม่ต้องรู้ว่ารายละเอียดในเอกสารคืออะไร สุมลทานึกถึงซินแสพเนจรขึ้นมาได้ ไม่ว่าคนคนนี้พูดอะไรหลี่ซวงจะเชื่อทุกอย่าง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 07:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์