ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จอมขวัญรอจนแม่กราบพระบนหิ้งบูชาเสร็จเรียบร้อย จึงเข้ามานั่งข้างๆถามว่าอธิษฐานให้ใครบ้าง ท่านอธิษฐานให้ทุกคนที่รู้จักแต่ที่มากที่สุดก็คือเธอกับพิทักษ์พงศ์ โดยเฉพาะฝ่ายหลังท่านภาวนาให้เขาปลอดภัย จอมขวัญอยากรู้ถ้าหาเขาเจอแล้วแม่อยากจะพบเขาไหม

“จ๋อมรู้นะว่าแม่อยากเจอเขา อยากกอดเขาทั้งลูกชายแม่และสามีแม่”

“แต่แม่ไม่อยากให้จ๋อมวางแผนอะไรอีกแล้วนะ”

“แม่อาจจะได้เป็นคุณป้าใจดีมีโอกาสทำอาหารให้เขาสักมื้อสองมื้อไม่ดีเหรอแม่ จ๋อมอยากเห็นแม่มีความสุข แม่เหนื่อยมาทั้งชีวิตถึงจะทำใจได้แล้วก็เถอะจ๋อมอยากให้คนที่จ๋อมรักมีความสุขกับสิ่งที่ควรจะเป็น”

จินดาย้อนถามแล้วลูกมีความสุขอย่างที่ควรจะมีหรือเปล่า เห็นว่านว่าเธอมีคนพิเศษอยู่ในใจแล้วคนที่พิเศษกว่าเขา ใช่คนที่ท่านทำกับข้าวไปให้วันนั้นใช่ไหม เธอเองยังไม่รู้เลยว่าเรื่องระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้นจะลงเอยอย่างไร ถ้าเขารู้ความจริงทั้งหมดเขาคงจะเกลียดเธอแน่ๆ...

คนที่จอมขวัญพูดถึงกำลังมองภาพถ่ายคู่กันของคงศักดิ์กับจินดาที่เพิ่งได้มาจากคงศักดิ์ แล้วอดนึกถึงคำพูดของเขาไม่ได้ที่บอกว่าจินดาน่าจะยังไม่ตาย

ถ้าเป็นอย่างนั้นลูกสาวอีกคนหนึ่งของเขาก็คงไม่ตายเช่นกัน เขาอยากเห็นหน้าลูกมาก และไม่ลืมย้ำกับปริวัตรจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หมอทำการผ่าตัดสมองของสิริกานดาอีกครั้ง แต่คราวนี้หนักหนาสาหัสมากเลือดออกในสมองตลอดเวลาทำให้ความดันโลหิตตก หมอไม่สามารถทำการผ่าตัดต่อไปได้ จำเป็นต้องเปิดกะโหลกคนไข้เอาไว้และให้ยาพยุงความดัน แล้วนำตัวกลับไปไว้ในห้องผู้ป่วยวิกฤติอย่างเดิม ทันทีที่หมอแจ้งอาการของสิริกานดาให้คงศักดิ์ สุมลทาและสิริวิมลฟังว่าไม่สามารถเอาเลือดที่ค้างอยู่ในสมองออกมาได้ ทั้งสุมลทาและสิริวิมลต่างโผกอดกันร้องไห้โฮ หมอได้แต่ปลอบให้ทำใจ คงศักดิ์อยากรู้ว่าลูกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

“ภายในวันนี้หรืออาจจะนานกว่านี้ได้อีกสักระยะหนึ่ง ถ้าหัวใจยังทำงานได้ดี”

คงศักดิ์ขอเข้าไปเยี่ยมลูก หมอพยักหน้าเป็นทำนองอนุญาตแล้วเดินเลี่ยงออกไป สุมลทามองหน้าผู้เป็นสามีด้วยน้ำตานองหน้า เขาดึงเธอมากอด สิริวิมลตามเข้าไปกอดทั้งสองท่านไว้ ครู่ต่อมา หลี่ซวง คงศักดิ์กับสุมลทา สิริวิภาและสิริวิมลเข้าไปเยี่ยมสิริกานดาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ทั้งห้าคนต่างเข้ามายืนข้างเตียงขอร้องให้เธอสู้ต่อไปอย่าเพิ่งยอมแพ้ คำอ้อนวอนไร้ผล สักพักหัวใจเธอหยุดเต้น ทุกคนต่างร้องไห้โฮด้วยความเสียใจโดยเฉพาะหลี่ซวงก้มหน้าเข้าไปกระซิบกับร่างไร้วิญญาณของหลานสาวคนรอง

“รอม่าอยู่ข้างบนนะ อีกไม่นาน เราจะได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวดังเดิม”

ooooooo

ขณะที่งานศพของสิริกานดาดำเนินมาถึงวันที่หก ว่านโทร.มารายงานจอมขวัญซึ่งอยู่ที่บ้านว่าเจอตัวพิทักษ์พงศ์แล้วยังไม่ได้บวชแต่มาทำงานเป็นลูกศิษย์หลวงตาอยู่ที่วัดป่า ตรงตามที่เราคาดไว้

“เฝ้าไว้ก่อน เสร็จพิธีศพเราค่อยไปรับตัวมา” จอมขวัญพูดจบหยิบฉลากน้ำสลัดแม่ดาติดลงบนขวด...

ปริวัตรกำลังพิจารณาขวดน้ำสลัดแบบเดียวกันกับที่จอมขวัญเพิ่งติดฉลากเสร็จ แล้วโทร.ไปยังเบอร์ที่ติดไว้ข้างขวดใบนั้น ทำทีขอสั่งน้ำสลัด ประไพซึ่งเป็นคนรับสายถามว่าจะสั่งกี่ขวด จะได้จัดส่งให้ถึงที่ไม่คิดค่าบริการเพิ่ม แค่โอนเงินมาล่วงหน้าเท่านั้น เขาขอเช็กข้อมูลบางอย่างก่อนสั่งจะได้ไม่สั่งผิดร้าน

“แม่ดานี่ชื่อจริงๆคือจินดาหรือเปล่า”

ประไพตอบไปโดยไม่ทันคิดว่าใช่ แต่พอถูกซักหนักเข้าแถมคนสั่งซื้อยังอ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับคนที่ชื่อจินดา เธอเริ่มเอะใจต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ก็เลยแต่งเรื่องว่าจินดาตายไปนานแล้ว ตอนนี้มีแต่แม่สุดามารับช่วงทำน้ำสลัดต่อ จินดาคนนั้นสาบสูญไปแล้ว ก่อนจะวางสายหน้าตาเฉย

ooooooo

หลังจากตั้งศพไว้ครบเจ็ดวัน โลงศพสิริกานดาก็เคลื่อนออกจากศาลาวัดนำไปใส่รถเพื่อเดินทางไปฝัง ปริวัตรเข้ามายืนข้างๆคงศักดิ์ รายงานว่า เจอน้ำสลัดยี่ห้อแม่ดา แต่พอโทร.ไปตามเบอร์ข้างขวด พบพิรุธบางอย่างที่น่าจะสืบต่อ คงศักดิ์สั่งให้เขาทำตามที่เห็นสมควร จังหวะนั้นพนักงานของลีลาวัฒน์เดินเข้ามาหา

“คุณคงศักดิ์คะที่บริษัทโทร.มาแจ้งว่าคุณไมเคิลรอพบคุณคงศักดิ์อยู่ที่บริษัทค่ะ”...

เสร็จจากฝังศพสิริกานดา หลี่ซวง คงศักดิ์กับสุมลทารวมทั้งปริวัตรและจอมขวัญมาที่บริษัทลีลาวัฒน์ เห็นไมเคิลรอท่าอยู่ คงศักดิ์ปรี่เข้าไปโวยใส่มาทำไมต้องการอะไรกันแน่ ไมเคิลแค่จะมาบอกว่า บริษัทนี้กำลังย่ำแย่ผลประกอบการตกฮวบลงทุกปี และอีกไม่นานก็จะเจ๊งไม่เป็นท่า เขาสามารถโจมตีบริษัทนี้ได้ง่ายๆด้วยสองวิธีคือ หนึ่ง กว้านซื้อหุ้นจากคธา อรรณพและนิภา สุมลทามั่นใจทั้งสามคนนั่นไม่มีทางขายหุ้นให้เขา

“ถ้าเงินถึงอะไรๆก็เป็นไปได้ ยิ่งพวกเขาไม่เคยสนใจจะมีส่วนร่วมในบริษัทนี้ด้วยยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่”

“ถึงซื้อได้ มันก็ได้ไม่ถึงครึ่งของหุ้นในบริษัทอยู่ดี” คงศักดิ์เสริมไมเคิลวางแผนจะขอซื้อหุ้นที่เป็นสินสอดของมิสโจว 3% และซื้อหุ้นจากปริวัตรอีก 3% ก็น่าจะถือหุ้นได้พอฟัดพอเหวี่ยงกับหลี่ซวงแล้ว หรือไม่เขาจะใช้วิธีที่สอง ให้คนในตระกูลลีลาวัฒนชัยขายหุ้นในมือให้ จะได้เอาเงินไปท่องเที่ยวให้สบายใจไม่ต้องเครียด หลี่ซวงหมดความอดทน ชี้หน้าไมเคิลอย่างเอาเรื่อง

“แกไม่ได้อยากได้ลีลาวัฒน์ แกอยากได้สัญญาของต้าฟ่งต่างหาก แต่แกจะไม่มีวันได้มันเพราะสัญญาระบุชัดเจนว่าผู้บริหารลีลาวัฒน์ต้องเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น”

“หรือคนที่คุณนายแต่งตั้ง...แต่ถ้าชื่อเสียงของลีลาวัฒน์เสื่อมเสียจนไม่น่าคบ ต้าฟ่งก็มีสิทธิ์พิจารณายกเลิกสัญญาได้ ซึ่งตอนนี้หลานๆของคุณนายทำให้บริษัทโด่งดังแค่ไหน เราก็เห็นกันอยู่”

คงศักดิ์แค้นมากพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อไมเคิล แทนที่จะเกรงกลัวเขากลับลอยหน้าท้าให้ต่อยถ้าอยากเพิ่มคดีอาญาอีกคดีหนึ่ง คงศักดิ์จำต้องปล่อยมือ เขา

ไม่วายยั่วประสาทหันไปชวนจอมขวัญในคราบมิสโจวกับปริวัตรให้มาอยู่ข้างเดียวกัน เธอได้แต่นั่งนิ่งผิดกับปริวัตรที่ปฏิเสธทันทีว่าไม่ขอเดินตามก้นเขา

“ผมจะให้เวลาพวกคุณหนึ่งเดือนในระหว่างที่ผมเดินทางไปประเทศจีน คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าผมไปพบใคร บางทีข้อมูลของลีลาวัฒน์ที่ผ่านจากผมไปยังต้าฟ่งอาจทำให้พวกนั้นตัดสินใจได้เร็วขึ้น แต่ถ้าคุณนายไม่อยากเสียโอกาสเปล่าๆก็ต้องรีบตัดสินใจขายให้ผมโดยเร็วและเร็วกว่าที่ต้าฟ่งจะตาสว่าง” พูดจบไมเคิลผละจากไป หลี่ซวงกัดฟันแน่นด้วยความแค้น ก่อนจะหันไปบอกให้จอมขวัญกับปริวัตรตามไปที่ห้องทำงาน

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง หลี่ซวงขอร้องทั้งคู่อย่าทิ้งบริษัทลีลาวัฒน์ไป ถ้าไม่มีท่านก็เหลือแต่ปริวัตรกับจอมขวัญเท่านั้นที่จะช่วยพยุงบริษัทให้อยู่ต่อไปได้ เขายินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ

“ดิฉันยังยืนยันคำเดิมค่ะ ดิฉันจะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางไมเคิลและขอตอบในฐานะตัวแทนของมิสเตอร์คิมว่าเราจะไม่ปล่อยให้ลีลาวัฒน์ล้มลงเป็นอันขาด”

“ขอบใจนะได้ยินอย่างนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อย จะว่าไปแล้วเธอสองคนก็ดูเหมาะสมกันดี วันหนึ่งข้างหน้าฉันอาจจะได้เป็นเถ้าแก่สู่ขอมิสโจวให้เธอ ฉันรู้สึกอย่างนั้นนะ”...

อีกมุมหนึ่งที่ใกล้โถงบันไดชั้นสอง คงศักดิ์เห็นพนักงานสองคนถือถาดอาหารกล่องขึ้นบันไดมา มีขวดน้ำสลัดวางอยู่บนถาดด้วย ร้องเรียกให้หยุดก่อน ถามว่าอาหารเหล่านี้มาจากไหน ได้ความว่าผู้จัดการซื้อมาแจกพนักงาน เขาหยิบขวดน้ำสลัดขึ้นมาดู เห็นเป็นน้ำสลัดตราแม่ดา สั่งให้พนักงานไปตามผู้จัดการมาพบ

“ฉันอยากรู้จักเจ้าของน้ำสลัดนี่”...

จอมขวัญกับปริวัตรมากินมื้อค่ำแสนโรแมนติกด้วยกันที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ในร้านเปิดเพลงจีนเพลงโปรดของเธอคลออยู่ตลอด เธออดถามไม่ได้ว่าเขาขอให้ที่นี่เปิดเพลงนี้หรือ เขาปฏิเสธทันทีว่าเปล่า ถ้าขอได้เขาจะขอให้เธอร้องเพลงนี้ให้ฟัง จอมขวัญร้องเป็นภาษาจีนไม่ได้ ร้องได้แต่ภาษาเกาหลีซึ่งมีความหมายเดียวกัน และเคยร้องเพลงนี้ให้เขาฟังแล้วครั้งหนึ่งตอนอยู่ในห้องใต้ดินบ้านหมอเรียว

“แปลว่าเพลงนี้มีส่วนช่วยชีวิตผม”

“แต่ถ้าใจคุณไม่สู้อะไรๆก็ช่วยไม่ได้ค่ะ”

ปริวัตรขอให้จอมขวัญร้องให้ฟังอีกครั้งได้ไหม เธอไม่มีอารมณ์จะร้องขอติดเอาไว้ก่อน แล้วถามเขาว่าได้ข่าวคราวของพิทักษ์พงศ์บ้างหรือยัง ปริวัตรส่ายหน้า คงต้องใช้เวลาพอสมควร เห็นตำรวจบอกว่าข้อมูลจากคนรอบตัวมีน้อยไปทำให้คลำทางไม่เจอ เขาสังเกตเห็นเธอนิ่งไปตัดสินใจขอเลียนแบบพิทักษ์พงศ์

“ผมจะขอใช้หุ้นลีลาวัฒน์ของผมเป็นสินสอดในการขอหมั้นคุณ K-Soo คอมปานีก็จะว่าอะไรคุณไม่ได้”

จอมขวัญว่าไม่จำเป็นที่เขาต้องทำอย่างนั้นก็ได้ ปริวัตรยืนยันว่าจำเป็น ขอให้เขามีอะไรให้เธอบ้าง แต่เธอต้องให้คำตอบก่อนว่าจะแต่งงานกับเขาไหม

“ผู้ชายคนหนึ่งยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยชีวิตฉัน ฉันยอมทุ่มเททั้งหมดที่ฉันมีเพื่อรักษาชีวิตของผู้ชายคนนี้ คุณคิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนอีกเหรอที่ฉันอยากจะแต่งงานด้วย” จอมขวัญมองสบตากับปริวัตร ต่างนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกด เสียงมือถือของเขาดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ตื่นจากภวังค์ คงศักดิ์โทร.มาบอกปริวัตรว่าเพิ่งได้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำสลัดแม่ดาว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์เคยขายอาหารตามสั่งอยู่ที่ตลาดมหาโชค

“ถ้านายไปที่นั่นอาจจะได้เบาะแสที่มีประโยชน์มากขึ้น อย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด”

ooooooo

จอมขวัญแวะไปหามุนินที่บ้านแต่เช้าเพื่อแจ้งให้รู้ว่าเจอพิทักษ์พงศ์แล้ว แม้จะปลอดภัยดีแต่คนที่นั่นบอกว่าท่าทางเขาดูซึมเศร้า สลดหดหู่จนน่าเป็นห่วง เธอคิดว่าที่ที่เหมาะกับเขามากกว่าคือการที่ได้กลับมาอยู่กับคนที่เขารักและคนคนนั้นก็คือมุนินไม่ใช่คนที่บ้านลีลาวัฒนชัย

“มุนินคือคนคนเดียวที่คุณจะดึงพิทักษ์พงศ์กลับมาได้ แค่คุยกับเขาให้เขารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย บอกเขาว่ามีบ้านหลังหนึ่งที่เหมาะสำหรับการพักฟื้นของเขา คนขับรถตู้จะพาเธอไปที่นั่น จากนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง เธอไม่ต้องห่วงนะมุนิน พิทักษ์พงศ์จะปลอดภัยและกลับมาเป็นคนเดิม ฉันรับรอง”

คำเกลี่ยกล่อมของจอมขวัญได้ผล มุนินตัดสินใจไปที่วัดป่าแห่งนั้น เจอพิทักษ์พงศ์กำลังกวาดลานวัดอยู่ พอเขาหันมาเห็นเธอก็รีบเดินหนี มุนินวิ่งไปขวางหน้าไว้ ตัดพ้อจะเดินหนีทำไมเธอ โทร.หาตั้งหลายครั้งก็ไม่ยอมรับสาย ฝากข้อความไว้เขาก็ไม่โทร.กลับรู้ไหมว่าเธอเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

“ฉันไม่ควรได้รับความห่วงใยจากใคร ฉันมันคนขี้แพ้ขี้ขลาด ฉันไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ทำได้แค่หนี...หนีทุกอย่าง อยากจะไปเยี่ยมใครที่โรงพยาบาลก็กลัว งานศพเจ้รองก็ไม่กล้าโผล่หน้า ฉันมันเป็นน้องที่เลว เป็นลูกที่เลวเป็นหลานที่เลว มุนินจะมาห่วงใยคนอย่างฉันทำไม”

“เพราะมุนินรักคุณซื่อไงคะ”

“แต่ฉันปกป้องคนที่ฉันรักไม่ได้ ฉันไม่คู่ควรกับใครทั้งนั้น มุนินไม่ควรรักฉันหรอก”

มุนินจับมือเขาไว้อย่างให้กำลังใจและชวนกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยกัน นอกจากเขาอยากจะบวชเป็นพระอยู่ที่นี่ตลอดไปเธอก็ไม่ขัดศรัทธา พิทักษ์พงศ์อยากกลับไปหาทุกคนแต่ไม่กล้า มุนินพยายามกล่อมจนเขาคล้อยตาม แต่เขาขอไปอยู่บ้านเธอสักวันสองวันก่อน ไว้พร้อมกว่านี้ค่อยกลับไปขอโทษทุกคนที่บ้านมุนินเสนอจะพาเขาไปยังสถานที่หนึ่งที่เขาสามารถพักผ่อนได้ตามสบายจนกว่าจิตใจจะเข้มแข็งพอ

“มีที่แบบนั้นสำหรับฉันด้วยเหรอ”...

ขณะที่พิทักษ์พงศ์กับมุนินมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ หลี่ซวงเรียกคงศักดิ์กับสุมลทามาพบที่ห้องทำงาน เพื่อแจ้งให้รู้ว่าบริษัทต้าฟ่งยืนยันมาแล้วว่ามีนัดกับไมเคิลจริง ดังนั้นถ้าข้อมูลของเราที่ออกจากปากของมันทำให้ทางโน้นเชื่อว่าเรากำลังมีปัญหาจริง ทางโน้นอาจยกเลิกสัญญากับเราได้

“ตอนนี้มิสโจวอาสาจะหาข้อมูลด้านลบของไอ้ไมเคิลเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของมัน เราก็ต้องเอาใจช่วยให้มิสโจวทำสำเร็จเพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่เราจะได้โอกาสของเรากลับคืนมา พร้อมๆกับการฟื้นฟูบริษัทให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม แต่ไม่ว่าความพยายามของมิสโจวจะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ก็ตาม พวกเราก็ต้องสำนึกในการทุ่มเทของมิสโจวครั้งนี้ บางทีเธออาจจะเป็นคนเดียวที่เหมาะสมกับการสานต่องานของลีลาวัฒน์ ฉันอาจจะตัดสินใจยกหุ้นบางส่วนให้กับเธอ พวกลื้อมีอะไรจะโต้แย้งไหม”...

คนที่หลี่ซวงพูดถึงและว่านกำลังลอบเข้าไปขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ในห้องพักของไมเคิล โดยเฉพาะอีเมลที่ส่งมาจากบริษัทที่มีชื่อเป็นภาษาจีนหลายบริษัท แล้วเก็บข้อมูลที่ขโมยได้ไว้ในทัมบ์ไดร์ฟ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ปริวัตรไปสืบหาข้อมูลของผู้หญิงที่ชื่อจินดาจากผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งอยู่ในตลาดมหาโชค จนกระทั่งได้ความจริงจากชายชราคนหนึ่งว่ามีผู้หญิงชื่อจินดาเคยเปิดร้านอาหารตามสั่งในตลาดแห่งนี้เมื่อห้าปีที่แล้ว จำชื่อร้านไม่ได้ขอนึกดูก่อน ชายชรานิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนจะจำได้

“อ๋อ มันมีเพลงโฆษณาร้านด้วย เพลงจ๋อมจานด่วน...ชื่อร้านมันก็ชื่อ จ๋อมจานด่วนนี่แหละ แต่ร้านมันปิดไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าเขาติดหนี้พ่อหนุ่ม”

ปริวัตรไม่ตอบอะไรเพราะมัวแต่ตกตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ...

กว่ามุนินจะพาพิทักษ์พงศ์มาถึงบ้านของจอมขวัญในคราบมิสโจวพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ทีแรกเขาจะไม่ยอมเข้าบ้าน เพราะคิดว่าเธอร่วมมือกับมิสโจววางแผนจะจับเขาส่งกลับบ้าน มุนินต้องอธิบายอยู่นานกว่าเขาจะเข้าใจว่ามิสโจวไม่ได้โกรธเกลียดอะไรที่เขาหนีไปแบบนั้น แถมยังบอกด้วยว่าเขาจะมีความสุขเมื่อได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ จังหวะนั้น จินดาเดินนำประไพออกมา จากตัวบ้าน แนะนำตัวเองว่าเป็นแม่ของมิสโจว เตรียมอาหารว่างไว้ให้เขาแล้วเผื่อจะหิว แล้วเชิญทั้งคู่เข้าข้างใน

ครู่ต่อมาจินดานั่งดูพิทักษ์พงศ์ที่กินของว่างอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความรักเต็มหัวใจ เขาชมไปพลางกินของว่างไปด้วยจนหมดจานก่อนจะถามด้วยความเกรงใจว่าไม่โกรธหรือที่เขาหนีไปไม่ยอมแต่งงานกับลูกสาวของท่าน จินดาส่ายหน้าแทนคำตอบ พิทักษ์พงศ์อยากรู้ว่ามิสโจวโกรธเขาหรือเปล่า

“ไม่หรอกค่ะ ไม่มีใครโกรธคุณเลย พวกเราเข้าใจค่ะและป้าก็เห็นแล้วว่าคนที่คุณพิทักษ์พงศ์เลือกน่ะน่ารักแค่ไหน น้องเขาชื่อมุนินใช่ไหมคะ”

พิทักษ์พงศ์ยิ้มรับเศร้าๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร ห้มุนินเอาชนะใจอาม่าของเขาได้ ท่านชอบบังคับให้คนโน้นแต่งงานกับคนนี้ บังคับมาตั้งแต่พ่อกับแม่ของเขาแล้ว เขาดูออกด้วยซ้ำว่าท่านทั้งสองไม่ได้รักกันแต่พ่อขัดใจอาม่าไม่ได้ซึ่งเหมือนกับเขาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ระหว่างนั้นมุนินเดินลงมาจากบันไดกับประไพ บอกว่าจัดที่นอนให้พิทักษ์พงศ์เรียบร้อยแล้ว และต้องขอตัวกลับก่อน เดี๋ยวรถตู้จะไปส่งที่บ้านของเธอ

“แล้วมุนินจะแวะมาหาคุณซื่อนะคะ” มุนินไหว้ลาทุกคนแล้วเดินไปขึ้นรถตู้โดยมีประไพตามไปส่ง พิทักษ์-พงศ์มองตามจนรถตู้ที่เธอนั่งแล่นลับสายตาแล้วจึงหันมาขอบคุณจินดาสำหรับอาหารและความสุขสบายทุกอย่าง โดยเฉพาะรอยยิ้มและน้ำใจของท่าน เขาอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นกันเองแบบนี้บ้าง แล้วกราบไปที่ไหล่ของจินดา สายใยแห่งความผูกพันวิ่งผ่านความรู้สึกของทั้งคู่ เธออยากจะกอดลูกชายใจแทบขาดแต่ไม่กล้า แต่จู่ๆเขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอกอด ซึ่งเธออนุญาตด้วยความเต็มใจ

ooooooo

ปริวัตรครุ่นคิดหนักกับเรื่องของจอมขวัญ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาเธออ้างมีธุระจะคุยด้วย แต่กลับพูดไม่ออก จอมขวัญซึ่งนั่งอยู่ในรถโดยมีว่านเป็นสารถีเห็นเขาเงียบไปก็ร้องทักมีอะไรจะพูดก็ให้พูดได้เลย เขากลับอวยพรวันเกิดให้เธอแทนที่ เธอท้วงพรุ่งนี้ต่างหากที่เป็นวันเกิดของเธอไม่ใช่วันนี้

“ผมอยากอวยพรให้คุณเป็นคนแรกไง ขอให้มีความสุขความสำเร็จในทุกสิ่งที่ปรารถนานะครับ”

เธอขอบคุณสำหรับคำอวยพร จากนั้นต่างฝ่ายต่างกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้ววางสาย ว่านเห็นเธอเงียบไปหันมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะบอกให้เขารีบตรวจสอบข้อมูลของทุกบริษัทที่อยู่ในเมลของไมเคิล แล้วนิ่งเงียบไปอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากรู้สึกได้ถึงความไม่ปกติในน้ำเสียงของปริวัตร...

ทางฝ่ายบรรพตนัดให้ดารารัตน์มารับทัมบ์ไดรฟ์ที่มีข้อมูลลับของมิสโจวที่ห้องพักภายในโรงแรมเกรด B แห่งหนึ่งโดยยกข้ออ้างที่นัดมาที่นี่เพราะต้องคอยหลบตำรวจคดีปล่อยคลิปฉาวของสิริวิมล เขาจะขอรับค่าจ้างทั้งคราวที่แล้วและคราวนี้ไปพร้อมกัน ดารารัตน์ให้บอกราคามาได้เลยว่าจะเอาเท่าไหร่ เขาไม่ได้อยากได้เงินแต่จะขอเป็นตัวของเธอแทนแล้วกอดเธอเอาไว้แน่น ดารารัตน์พยายามดันตัวเขาออก

“ถ้าไม่ให้ก็อดได้ทัมบ์ไดรฟ์อันนี้ ขอบอกเลยว่าเด็ดๆ ทั้งนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน” บรรพตไม่พูดเปล่าลูบไล้ไปตามเนื้อตัวดารารัตน์อย่างหื่นกระหาย ขอร้องอย่าหวงตัวอีกเลย แล้วกระชากเสื้อเธอออก ดารารัตน์ ตบเขาหน้าหันด่าซ้ำว่าไอ้เลว ก่อนขยับจะหนีเขาคว้าตัวไว้ เอายาปลุกเซ็กซ์สองเม็ดยัดใส่ปาก บีบให้เธอกลืนสำเร็จก็หัวเราะชอบใจ อีกไม่นานเธอจะสนุกกับสิ่งที่เขาจะนำเสนอให้

“อย่ามัวติดยึดกับผู้ชายแค่คนเดียวเลยคุณ มีผู้ชายดีๆที่พร้อมจะมอบโอกาสและเงินทองมากมายรออุปการะคุณอยู่ แค่เริ่มต้นกับผมก่อน ให้ผมได้เทสต์คุณภาพของคุณก่อนเท่านั้นแหละ รับรองว่าคุณจะติดใจทั้งยาและลีลาของผม” บรรพตเห็นยาเริ่มส่งผลกับดารารัตน์จึงผลักร่างเธอลงไปบนเตียงแล้วโถมตัวตาม...

ด้านจอมขวัญเห็นแม่หยิบจดหมายเก่ายี่สิบกว่าปีที่พ่อเขียนถึงพิทักษ์พงศ์ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ขึ้นมาอ่านด้วยน้ำตาคลอเบ้าก็เข้ามาถามว่าจะให้เธอเป็นคนบอกพิทักษ์พงศ์เรื่องที่เขาเป็นลูกของท่านไหม จินดาร้องห้ามเสียงหลง กลัวเขาจะรับไม่ได้ ปล่อยให้เขามีความสุขกับชีวิตในแบบที่เขาเชื่อและคุ้นเคยมาตลอดดีกว่า และท่านไม่ได้หมายถึงแค่เขาแต่หมายรวมไปถึงคงศักดิ์ด้วย

“แล้วแต่แม่ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เราไปแอบดูลูกชายแม่กันดีกว่านะ”

จากนั้นจอมขวัญและจินดามาแอบดูพิทักษ์พงศ์ที่หลับสนิทเพราะความอ่อนเพลียอย่างมีความสุข

ooooooo

เช้าวันนี้ พิทักษ์พงศ์ต้องเซอร์ไพรส์เมื่อลงมาที่โต๊ะอาหารเจอจอมขวัญ จินดาและประไพถือขนมเค้กก้อนใหญ่เข้าหาพร้อมกับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ เขายิ้มแก้มแทบปริทำไมทุกคนถึงรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา จอมขวัญเคยบอกแล้วว่าเราสองคนเกิดวันเดียวกันจำไม่ได้หรือ เขาพยักหน้าจำได้

ประไพอวยพรให้พิทักษ์พงศ์มีความสุข เขาขอให้จินดาอวยพรให้เขาด้วย ท่านออกตัวไม่รู้จะพูดอะไร แต่กลับอวยพรให้ทั้งจอมขวัญและเขายาวเหยียด จนถูกลูกสาวกระเซ้า แล้วสองพี่น้องก็อวยพรให้กันและกัน

จอมขวัญถามพิทักษ์พงศ์ว่าอยากกลับบ้านลีลา–วัฒนชัยหรือยัง

“อยากอยู่ที่นี่อีกสักวันสองวันได้ไหม”

“ได้สิ งั้นเย็นนี้กินข้าวกัน ฉันจะหาของอร่อยๆมาฝาก”

“ผมชักชอบคุณมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะมิสโจว แต่ชอบคนละแบบกับมุนิน”...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.