กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

โสภณพยายามโทร.มาง้อขอคืนดีและคร่ำครวญว่ารักสิริกานดามากแค่ไหน เธอได้แต่ฟังไปน้ำตาไหล ไปไม่พูดอะไรสักคำ สิริวิภาเข้ามายืนข้างๆน้องสาว พลางจับไหล่อย่างปลอบใจ

เขายังพร่ำไม่หยุดถึงสิริกานดาจะรังเกียจเขาแค่ไหน ความรักของเขาก็จะยังคงอยู่และไม่มีวันจางหายไปตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต แล้วกล่าวลาเธอก่อนจะวางสายทั้งน้ำตา สิริกานดาหันมาถามพี่สาวว่าจะทำอย่างไรดี ขาดเขาเธอก็เหมือนจะขาดใจ สิริวิภาแนะให้ลืมเขาให้ได้ และรีบเอาตัวออกมาจากปัญหานี้ให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นเธอจะต้องทรมานไปจนชั่วชีวิต

“มันเป็นบาปที่เราทำร่วมกัน เราทุกคนต้องร่วมกันหาทางออก” สิริกานดาสีหน้าเด็ดเดี่ยว...

ในเวลาเดียวกัน ดารารัตน์ยืนเคาะประตูห้องพักของปริวัตรอยู่นานสองนานแต่ไม่มีใครเปิดรับ แม่บ้านของคอนโดฯเข้ามาบอกว่าเคาะให้มือหักก็ไม่มีใครมาเปิดให้เนื่องจากเจ้าของห้องไม่อยู่คงจะไปหลายวันเพราะฝากเงินค่าน้ำค่าไฟให้ตนไว้จ่ายให้ แถมสั่งด้วยว่าถ้าใคร มาถามให้บอกว่าไม่รู้ แล้วแอบนินทาว่าผู้ชายห้องนี้เนื้อหอมจริงๆ มีแต่ผู้หญิงมาถามหา ดารารัตน์หูผึ่งทันทีซักว่าใคร

“ใครก็ไม่รู้เพิ่งลงไปหยกๆเมื่อครู่นี้เองคนหนึ่ง”...

คนที่แม่บ้านพูดถึงเปิดประตูรถตัวเองเข้าไปนั่งแล้วหยิบมือถือโทร.ไปถามปริวัตรว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้เธออยู่ที่ลานจอดรถคอนโดฯที่พักของเขา พอรู้ว่าเขาลาพักร้อนก็ตัดพ้อต่อว่าว่าทำไมไม่บอกกันบ้าง จากนี้ไปเขาจะไปไหนมาไหนต้องบอกให้เธอรู้ด้วยอย่าปล่อยให้ต้องเป็นห่วงเขาแบบนี้อีก

“คุณเล็กไม่จำเป็นต้องห่วงผมนี่ครับ”

“จะไม่ห่วงได้อย่างไรในเมื่อคุณคือความหวังของอาม่าที่จะให้ฉันฝากชีวิตไว้ด้วย”

แม้จะอึดอัดใจกับเรื่องนี้ แต่เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่ายังไม่ได้ให้คำตอบท่านประธาน สิริวิมลถือว่าถ้ายังไม่ได้ปฏิเสธก็ยังมีความหวัง และเธอหวังว่าเมื่อเขากลับมาจากพักร้อน คงจะมีคำตอบที่ดีให้อาม่าของเธอและคงเป็นคำตอบที่ทำให้เธอมีความสุข ทันทีที่สิริวิมลวางสาย ดารารัตน์เข้ามากระชากตัวออกจากรถ โวยวายลั่นมาดักรอปริวัตรแบบนี้ น่าจะเกรงใจผัวตัวเองบ้าง

“หรือต้องให้คลิปฉาวระหว่างแกกับผัวเปิดเผยให้โลกรู้ซะก่อน ไม่นึกถึงหน้าอาม่าของแกบ้างหรือ”

“ถ้าแกคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้ฉันต้องถอนตัวจากปริวัตรล่ะก็คิดผิดแล้วล่ะ ผู้ชายอย่างไอ้มาร์คน่ะแค่ใช้เงินฟาดหัวทุกอย่างก็จบ เรื่องของแกกับปริวัตรก็ต้องจบเหมือนกันเพราะปริวัตรจะแต่งงานกับฉันในอีกไม่กี่วันนี้ ไม่เชื่อถามอาม่าฉันดู ถ้ากล้านะ” พูดจบสิริวิมลขึ้นรถขับออกไปทิ้งให้ดารารัตน์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น...

ฝ่ายปริวัตรขับรถมาถึงบ้านสวนเห็นพระจันทร์สวยบนฟ้าแล้วอดคิดถึงจอมขวัญไม่ได้ หยิบมือถือขึ้นมาฝากคลิปเสียงไปบอกว่าอยากจะปรึกษาเรื่องคับข้องใจบางอย่างกับเธอ ความจริงเขาไม่ได้อยากเอาเรื่องยุ่งยากมารบกวน แต่คนที่เขานึกถึงในยามนี้มีเพียงเธอเท่านั้น แล้วลงท้ายว่าคิดถึงเธอมากก่อนจะวางสาย

ooooooo

ปริวัตรยังนอนหลับอยู่บนเตียงตอนที่ตึ๋งลูกชายของติ๋มคนสวนของที่นี่เดินถือกาแฟหอมกรุ่นเข้ามาวางให้ที่โต๊ะหัวเตียง เขาพลิกตัวมาถามทั้งที่ไม่ลืมตาว่าใคร ตึ๋งแนะนำตัวเสร็จก็บอกว่าป้าปราณีสั่งไว้ว่าถ้าเขาตื่นเมื่อไหร่ให้ตนเอากาแฟมาให้ ปริวัตรไม่วายยอกย้อนแล้วนี่เขาตื่นแล้วหรือ

“โอ๊ย...ไม่ตื่นก็แย่แล้ว จะเพลแล้วนะครับเนี่ย” ตึ๋งพูดจบวิ่งปรู๊ดออกไป ปริวัตรลุกจากเตียงคว้ามือถือกับถ้วยกาแฟเดินลงไปยังระเบียงหน้าบ้านไม่เห็นแม่กับป้าอยู่แถวนั้น หันไปถามลุงทิมว่าทั้งคู่อยู่ไหนได้ความว่าพายเรือไปวัดแต่เช้า ไปงานโกนหัวลูกชายของตาเฉิ่ม อีกสักพักคงกลับ

“ลุงไปช่วยคนงานเก็บมะพร้าวก่อน บ่ายนี้ต้องแกงหม้อใหญ่ไปช่วยงานทำขวัญนาคเขาด้วย” ลุงทิมว่าแล้วเดินไปทางใต้ถุนเรือน ปริวัตรทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิด เห็นมีคลิปจากดารารัตน์ซึ่งส่งมาตั้งแต่เมื่อคืนก็รีบกดดู เธอคุยอวดว่ารู้ใจเขากว่าใครๆ ที่เขาหนีไปที่อื่นเพราะอึดอัดที่ถูกเจ้าของบริษัทบังคับให้แต่งงานกับสิริวิมล ถึงเขาจะโกรธเธอแค่ไหนก็ตาม แต่เขาสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ใจอ่อนกับนังนั่น

“มันไม่ได้รักวัตรจริงหรอกมันแค่อยากจะเอาชนะดิว มันเห็นวัตรเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งแค่นั้นเอง ดิวรู้นะว่าวัตรต้องหลบไปอยู่บ้านแม่แน่ๆ อาทิตย์นี้ดิวติดงานที่ขอนแก่นเสร็จงานเมื่อไหร่ดิวจะรีบไปหาวัตรนะ เรากลับมารักกันเหมือนเดิมนะวัตร เริ่มต้นใหม่กันนะที่รัก”

ปริวัตรฟังจบวางมือถือไว้ข้างตัวเป็นจังหวะเดียวกับตึ๋งวิ่งเอามะพร้าวอ่อนมาให้กินพร้อมกับส่งกรวยกระดาษสีดำให้ด้วยหลอกว่าถ้ามองผ่านกรวยอันนี้แล้วจะทำให้เห็นหน้าตาของเนื้อคู่ว่าเป็นอย่างไร โดยต้องเอากรวยนี้แนบกับดวงตาให้แน่น นึกถึงผู้หญิงสาวแบบที่ตัวเองชอบ แล้วหมุนกรวยกระดาษศักดิ์สิทธิ์ไปเรื่อยๆ ปริวัตรหลงกลทำตามโดยไม่รู้ว่าปลายกรวยกระดาษทาผงสีดำเอาไว้

“เห็นหรือยังพี่ เห็นเนื้อคู่หรือยัง” ตึ๋งกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว ปริวัตรกวาดตามองไปเรื่อยๆเห็นรถคันหนึ่งแล่นมาจอด จอมขวัญก้าวลงจากรถคันนั้น เขาถึงกับอึ้ง ทั้งดีใจและประหลาดใจปนกัน แล้วลดกรวยกระดาษลงเผยให้เห็นเบ้าตาของเขาดำเป็นวง คราวนี้ตึ๋งถึงกับหัวเราะก๊าก

“หน้าตาเนื้อคู่พี่เป็นยังไงเล่าให้ฟังหน่อยดิ อึ้งไปเลยเหรอ ตึ๋งว่าพี่ส่องกระจกดูหน้าตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง”

ปริวัตรไม่ตอบ เดินตรงไปยังรถคันนั้น ด้านจอมขวัญเดินไปเปิดประตูรถอีกด้านหนึ่งให้ปราณีกับประนอมลง ลุงทิมที่เพิ่งเดินมาถึงร้องถามด้วยความแปลกใจว่านั่งรถใครมา ปราณีเป็นลมที่วัด มิสโจวเจ้าของรถคันนี้มาเจอพอดีก็เลยอาสามาส่งถึงบ้าน เธอออกตัวว่าเพิ่งมาจากเกาหลีเมื่อเช้ามืด นึกอยากทำบุญต่างจังหวัดก็เลยขับรถมาเรื่อยๆจนมาเจอวัดนี้ ปริวัตรซึ่งมาทันได้ยินแซวว่าบังเอิญขนาดนั้นเลยหรือ

ปราณีเห็นหน้าลูกชายก็ร้องทักไปทำอะไรมารอบตาถึงได้ดำเป็นปื้นแบบนั้น ตึ๋งคุยโม้ว่าโดนกระบอกวิเศษของตนเองแล้วส่งผ้าขนหนูให้ปริวัตรเช็ดหน้า เขาทักทายจอมขวัญและไม่ลืมขอบคุณที่ช่วยแม่ของเขาเอาไว้ ปราณีถึงกับร้องอ้าวรู้จักกันด้วยหรือ ปริวัตรแนะนำว่าเธอเป็นคู่หมั้นลูกเจ้านายของเขา ประนอมชวนเธออยู่กินข้าวด้วยกันก่อนถ้าไม่รีบไปไหน จอมขวัญรับคำเชิญทันทีไม่มีอิดออด

ooooooo

จอมขวัญเห็นปราณีกับประนอมง่วนอยู่ในครัว อาสาช่วยเป็นลูกมือให้ เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กแม่ของเธอเปิดร้านอาหารตามสั่งก็เลยเป็นลูกมือช่วยแม่บ่อยๆ ปราณีไม่อยากใช้แขก วานให้เธอยกสำรับอาหารออกไปที่ศาลาริมน้ำ แล้วให้นั่งรอตรงนั้นเลย อยู่ในครัวจะเหม็นน้ำมันเปล่าๆ

“เดี๋ยวป้าทอดปลาทู ไข่เจียว ผักต้มอีกสักหน่อยก็กินกันได้แล้ว”

แขกผู้มาเยือนยกสำรับออกไปตามที่ปราณีสั่ง ประนอมมองตาม อดชมเธอไม่ได้ว่าน่ารัก ปราณีพยักหน้าเห็นด้วย แต่น่าเสียดายที่มีคู่หมั้นแล้ว...

ปริวัตรตามมาสมทบกับจอมขวัญที่ศาลาริมน้ำ ยังคาใจไม่หายบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เธอโผล่มาที่นี่ เธอแค่ลองเสี่ยงดูเผื่อจะเจอคนที่บอกว่าคิดถึงเธอ ปริวัตรคาดไม่ถึงว่าเสียงของเขาจะสำคัญจนทำให้เธอมาปรากฏตัวที่นี่ เขาจำได้ด้วยซ้ำว่าไม่เคยบอกเธอว่าบ้านของเขาอยู่ไหน

“ฉันมักจะมีโชคเสมอ เวลาที่อยากจะตามหาใคร”

ชายหนุ่มถึงกับออกปากเธอมักจะทำให้ประหลาดใจได้เสมอ เธอมีลับลมคมในมากมายในตัวที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ สองคนคุยกันไปคุยกันมา สุดท้ายเขาวกมาถามเธอว่ารับหมั้นพิทักษ์พงศ์ทำไม มีอะไรอยู่เบื้องหลังพิธีหมั้นนี้หรือเปล่า เธอชักสีหน้าทันทีนี่เขากำลังจะจับผิดเธอเพื่อรายงานเจ้านายของเขาใช่ไหม

“เปล่า แต่ถ้าผมรู้ว่าคุณใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ผมอาจจะตัดสินใจแบบเดียวกับคุณ”

จอมขวัญชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามเขาว่ากำลังคิดจะหมั้นกับใครสักคนด้วยเหตุผลทางธุรกิจหรือ เขาไม่ได้คิดเอง แต่ท่านประธานยื่นข้อเสนอมาให้ ถ้าเขาตกลงรับข้อเสนอเราสองคนก็จะได้เป็นญาติกัน เธอเดาได้ไม่ยากว่าหลี่ซวงเสนอจะยกสิริวิมลให้เขา ท่าทางจะมีผลตอบแทนสูงเป็นตัวล่อ

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต้องให้คำตอบหลังจากหมดวันลาพักร้อน จอมขวัญยังไม่ทันจะซักอะไรอีก ปราณีกับประนอมยกสำรับกับข้าวออกมาเสียก่อน ระหว่างกินข้าวด้วยกัน ปราณีชวนจอมขวัญให้อยู่พิสูจน์ฝีมือทำกับข้าวสำหรับไปช่วยงานทำขวัญนาคค่ำนี้ เธอยิ้มให้ท่านแทนคำตอบ...

ด้านเกาเฟยไม่เห็นด้วยที่จอมขวัญโทร.มาบอกว่าจะอยู่ที่บ้านปริวัตรยาวถึงค่ำ เนื่องจากจะทำให้มีพิรุธมากเกินไป แค่อยู่ๆเธอโผล่หน้าไปที่นั่นก็น่าสงสัยพออยู่แล้วและอาจทำให้เป้าหมายไหวตัวทัน ควรจะกลับ มาตั้งหลักที่ฐานก่อนดีกว่า จอมขวัญเกรงว่าถ้าชักช้าจะไม่ทันกาลปริวัตรกำลังจะหมั้นกับสิริวิมล เกาเฟยหวังว่าเรื่องนี้คงจะไม่มีปัญหากับสภาพจิตใจของเธอ จอมขวัญยืนยันยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีจะบอกเขาคนแรก แล้ววางสายสีหน้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่คุยกับมิสเตอร์คิมก่อนจะเดินทางมาเมืองไทย

ตอนนั้นแด๊ดเล่าให้ฟังว่าสายของเกาเฟยในบริษัทลีลาวัฒน์รายงานว่าสามปีที่ผ่านมามีการโอนเงินจากบัญชีของคงศักดิ์ซึ่งเป็นเงินปันผลของผู้ถือหุ้นในส่วนของเขาให้กับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

“คาดว่าน่าจะเป็นการตอบแทนบุญคุณกันและคนผู้นั้นเป็นคนนอกครอบครัวไม่ใช่เครือญาติ”

จอมขวัญเดาได้ทันทีว่าคือปริวัตร มิสเตอร์คิมดูจากเงินที่โอนถ้าเทียบเป็นจำนวนหุ้นก็อาจจะอยู่ที่สองถึงสามเปอร์เซ็นต์ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที

“แด๊ดรู้นะว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”

เธอสวนทันทีหรือท่านจะห้ามไม่ให้ทำ มิสเตอร์คิมรู้ดีว่าถ้าเธอมุ่งมั่นจะทำอะไรไม่มีใครห้ามได้ แต่ขอให้จำคำสอนของเขาไว้ให้ดี อย่าเอาเรื่องธุรกิจกับเรื่องหัวใจมาปนกันเพราะมันอาจจะพังไม่เป็นท่าทั้งสองเรื่อง

ooooooo

สิริกานดามาหาโสภณที่ห้องพักในโรงแรมเห็นกำลังเก็บกระเป๋าก็ต่อว่าทำไมขี้ขลาดขนาดนี้ แทนที่จะไปคุยกับปรุงฉัตรเมื่อวานนี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกลับคิดจะหนี เขาอ้างไม่พร้อม เธอแดกดันไม่พร้อมหรือไม่กล้า โสภณปฏิเสธว่าไม่ได้ไม่กล้า แต่ปรุงฉัตรไม่ใช่คนปกติ แล้วเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง

“พี่มีอะไรกับเขาเพราะพี่เมาพี่ถูกเขามอมเหล้า เอาเข้าจริงตาโอ๊ตเป็นลูกพี่หรือเปล่ายังไม่รู้เลย เขาคบผู้ชายหลายคน พอท้องขึ้นมาก็ไม่มีผู้ชายคนไหนยอมรับ พ่อเขาประกาศฆ่าผู้ชายทุกคนที่มีอะไรกับปรุงฉัตร”

“จะบ้าเหรอ มีวิธีตรวจง่ายๆว่าเด็กเป็นลูกใครทำไมไม่ทำ”

โสภณอ้างว่าพ่อของปรุงฉัตรไม่สนใจเรื่องนั้น ท่านแค่ต้องการใครสักคนที่ยอมจดทะเบียนกับลูกสาวของท่านและที่เขายอมเป็นผัวของปรุงฉัตรก็เพื่อไม่ให้มีการฆ่ากันเกิดขึ้น คนบ้านนั้นนักเลงทั้งบ้านใช้เหตุผลพูดด้วยไม่ได้ เขาก็เลยต้องหนี สิริกานดาอยากรู้ว่าถ้าให้เลือกระหว่างตนเองกับปรุงฉัตร โสภณจะเลือกใคร เขาไม่ต้องเลือกเพราะมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เขารัก แต่ถ้าจะให้เธอมาเสี่ยงด้วยเขาคงทนไม่ได้

สิริกานดาตัดสินใจแน่วแน่ “รองจะไปกับพี่ รองจะพูดกับเขาเอง”...

ขณะที่สิริกานดาตั้งใจจะบุกถ้ำเสือ จอมขวัญทำให้ปราณีประทับใจในฝีมือเตรียมอาหารจนต้องเรียกปริวัตรมาเป็นลูกมือเผื่อจะช่วยสอนอะไรได้บ้าง เธอไม่รู้จะให้เขาทำอะไรก็เลยปล่อยให้นั่งเฉยๆ ปริวัตรคุยโน่นคุยนี่ให้ฟังเรื่อยเปื่อยก่อนจะชวนคุยถึงตอนที่อยู่เกาหลีด้วยกัน ช่วงเวลาที่เธอลำบากเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้

“มันอาจจะไม่มีความหมายสำหรับคุณ แต่สำหรับผมมันมีค่ามาก มันทำให้ผมผูกพันกับคุณ มากขึ้น มากเกินกว่าที่ผมจะอธิบายได้” ปริวัตรเห็นเธอนิ่งไปก็ใจเสีย “ผมขอโทษที่พูดกับคุณอย่างนี้”

“ก็ดีกว่าไม่พูดอะไรเลย”

“แต่มันคงช้าไป”

จอมขวัญได้รับคำสั่งสอนมาจากแด๊ด ถ้าเราเริ่มต้นวันนี้ก็ไม่มีอะไรช้าไป ระหว่างนั้นประนอมเข้ามาเห็นจอมขวัญ เตรียมอาหารราวกับมืออาชีพก็อดชื่นชมไม่ได้

“ร้านอาหารของแม่หนูยังเปิดอยู่ไหมจ๊ะ วันหลังป้าจะได้ไปขอชิมบ้าง”

เธอคงจะพาไปชิมไม่ได้เพราะร้านปิดไปนานแล้ว แต่จะให้แม่ทำมาฝาก ประนอมไม่วายซักปริวัตรเคยเจอแม่ของเธอหรือยัง จอมขวัญอ้างไม่ได้สนิทกับเขาถึงขนาดจะพาไปพบแม่ ประนอมพยักหน้ารับรู้

“แต่ป้าขอพูดตรงๆนะอย่างหนูโจวนี่ใครได้เป็นสะใภ้ล่ะก็สบายไปทั้งชาติ ไม่เหมือนคนบ้านนี้ใครได้ไปเป็นเขยล่ะก็หัวยุ่งหน้ามันไปทั้งชาติ” ประนอมหัวเราะชอบใจ พลอยทำให้จอมขวัญหัวเราะไปด้วย ขณะที่ปริวัตรลอบมองแขกผู้มาเยือนด้วยสายตาแฝงไปด้วยความหมาย...

การเจรจากับปรุงฉัตรไร้ผล เธอมีเพียงสองทางให้โสภณเลือก จะมีชีวิตอยู่เป็นผัวของเธอต่อไป หรือจะหย่ากับเธอแล้วไม่ต้องหายใจอีก แล้วคว้าปืนจากสมุนมาจ่อหน้าโสภณซึ่งยืนยันจะเลือกอยู่กับคนที่ตัวเองรักนั่นก็คือสิริกานดา ปรุงฉัตรไม่พอใจมากง้างไกปืนจะยิง สิริ–กานดาพุ่งไปขวางทางปืนไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว ไม่ต้องเลือกอีกแล้ว ตนขอเป็นคนตัดสินใจเอง

“ฉันขอคืนพี่โสให้คุณก็แล้วกัน...พี่โสคะรองเข้าใจพี่โสแล้ว รองรู้แล้วว่าความรักคืออะไร รองเสียสละได้ค่ะเพื่อรักษาชีวิตพี่โสไว้ ส่วนชีวิตที่เหลือของรอง รองจัดการเองได้ค่ะ” พูดจบสิริกานดาวิ่งออกไปทั้งน้ำตา โสภณขยับจะตาม ปรุงฉัตรกระชากตัวไว้ ตะคอกใส่หน้า มันไปแล้วก็ปล่อยมันไป และอย่าให้เธอรู้ว่าเขากลับไปหามันอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะฆ่าเขาเพราะความรักของเธอไม่ใช่การเสียสละ

ooooooo

จอมขวัญอยู่แค่ทำกับข้าวเสร็จก็ขอตัวกลับ ปราณีพยายามหว่านล้อมให้ไปงานทำขวัญนาคด้วยกันก่อน เธอยืนกรานจะกลับท่านก็เลยเลิกเซ้าซี้ว่างๆ อย่าลืมเอาอาหารฝีมือแม่ของเธอมาให้ชิมบ้าง แล้ววานให้ปริวัตรไปส่งเธอที่รถ ก่อนจะเดินแยกไปกับพวกที่ไปงานทำขวัญนาค

ระหว่างเดินไปส่งจอมขวัญ ปริวัตรอยากรู้ว่าเธอจะเอาอาหารมาให้แม่ของเขาชิมเมื่อไหร่ ถ้ามาช้าอาจจะไม่เจอกันเพราะวันลาพักร้อนของเขาจะหมดเสียก่อน เธอจะมาพรุ่งนี้เลยแล้วกัน

“แม่คงจะดีใจ แต่ไม่เท่าผม...จ๋อม ขอบคุณนะที่มาที่นี่ไม่ว่าคุณจะมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม” ปริวัตรส่งเธอขึ้นรถแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน จอมขวัญกำลังสตาร์ตรถตอนที่ว่านขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ เธอ

ไม่วายแดกดันตามมาถึงนี่เลยหรือ เขาเป็นองครักษ์ของเธอย่อมต้องทำตามหน้าที่ แล้วถามว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เธอส่ายหน้า ปริวัตรไม่ง่ายเหมือนผู้ถือหุ้นคนอื่น คงต้องเข้าทางแม่ของเขา

“คงไม่ถึงกับต้องเสนอตัวเป็นลูกสะใภ้เขานะ”

“ฉันกำลังชั่งใจอยู่...บอกเกาเฟยด้วยว่าคืนนี้ฉันไปหาแม่ นายคงไม่ต้องตามไปเฝ้าฉันถึงโน่นหรอกมั้ง”

ว่านฝากความระลึกถึงป้าไพกับป้าดาด้วย แล้วบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์จากไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คงศักดิ์เอาอัลบั้มรูปถ่ายของพิทักษ์พงศ์มาเปิดดูด้วยสีหน้าเศร้าตอนที่สุมลทานำวันฤกษ์ดีสำหรับงานแต่งงานของลูกชายมาให้เลือก เขายกให้เป็นหน้าที่ของเธอถึงเธอจะไม่ได้เป็นแม่แท้ๆแต่ก็อยู่ในฐานะแม่ ความจริงแล้วเขาไม่เห็นด้วยกับการจับคลุมถุงชนครั้งนี้ อีกทั้งลูกก็ยังเด็กเกินกว่าจะแต่งงาน

สุมลทาท้วงตอนเราแต่งงานกันเขาอายุน้อยกว่าลูกอีก คงศักดิ์แดกดันเราถึงได้เป็นแบบนี้ แล้วบ่นคิดถึงจินดา ไม่ว่าดวงวิญญาณของเธอจะอยู่ที่ไหน ถ้าได้รู้ว่าลูกชายของตัวเองจะแต่งงาน วันนั้นเธอต้องกลับมายินดีด้วยแน่นอน เขาภาวนาขอให้ได้เห็นหน้าเธออีกสักครั้งไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม สุมลทามองเขาที่เดินออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสาว

“นี่ฉันเองนะยัยสาว ฉันอยากรู้ที่อยู่ของผู้หญิงคนนั้น จินดาน่ะ”...

หลังจากได้ฟังสิริกานดาเล่าถึงเหตุระทึกที่บ้านของปรุงฉัตร ทั้งสิริวิภา สิริวิมลและพิทักษ์พงศ์ต่างดีใจที่เธอเอาตัวรอดมาได้ สิริกานดาบ่นทั้งน้ำตาว่าอยากตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราว สิริวิภาเข้ามากอดน้องสาวไว้อย่างให้กำลังใจ ให้ต่อสู้ต่อไปอย่าเพิ่งท้อ แต่อยู่ๆก็รู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียน สิริวิมลแซว

“อย่าบอกนะว่าได้ของแถมมาจากไอ้หมอนั่น” คำพูดของเธอทำเอาเจ้ใหญ่ของบ้านถึงกับชะงัก

ooooooo

วันรุ่งขึ้นสาวใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อประไพจนได้ที่อยู่ของบ้านจินดา รีบนั่งแท็กซี่มาดูลาดเลาแล้วโทร.แจ้งให้สุมลทาตามมาได้เลย ตนจะส่งพิกัดสถานที่ไปให้ วางสายพลางชะเง้อมองเข้าไปในบ้านแต่พอหันกลับมาอีกทีต้องชะงักเมื่อเจอจอมขวัญในชุดจ๊อกกิ้งยืนจ้องอยู่ พร้อมกับถามเสียงเข้มมาหาใครแถวนี้หรือ

“เปล่า มาหาบ้านเช่า” สาวโกหกหน้าตาย จอมขวัญมองอย่างไม่ไว้ใจ...

ทางด้านสิริวิภากลัวจะเป็นอย่างที่สิริวิมลแซวจึงแวะไปหาลุงหมอให้ช่วยตรวจการตั้งครรภ์ให้ เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ หมอพบว่าเธอท้องได้ห้าสัปดาห์แล้ว เธอขอร้องให้เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแล้วถามว่าถ้าไม่อยากเก็บเด็กคนนี้ไว้จะต้องทำอย่างไร หมอไม่แนะนำให้เธอทำแท้งเพราะผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม

คำแนะนำของลุงหมอทำให้สิริวิภาตัดสินใจเก็บเด็กไว้ แล้วโทร.หาทัศน์ แต่ไม่มีใครรับสาย ก็เลยฝากข้อความให้เขาโทร.กลับด่วนที่สุด มีเรื่องจะคุยด้วย...

ปริวัตรกลุ้มใจเรื่องที่ต้องหมั้นกับสิริวิมล จึงโทร.ปรึกษาคงศักดิ์ซึ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อยู่แล้ว แนะให้เขาปฏิเสธท่านประธานไปเลยถ้าไม่ได้รักลูกสาวของตนและไม่ต้องกังวลเรื่องที่เธอเป็นลูกของตนเป็นหลานของประธานบริษัทเพราะสิ่งเหล่านั้นจะอยู่เหนือความรักไม่ได้

แม้คงศักดิ์จะไฟเขียวให้ปริวัตรปฏิเสธการแต่งงานกับสิริวิมลได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความทุกข์ใจของเขาคลายลง ปราณีเห็นสีหน้าของลูกชายซักเป็นการใหญ่มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เขาเล่าให้ฟังว่าถูกผู้หญิงขอหมั้น แต่เขาไม่ได้รักเธอ ปราณีอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นถึงหลานสาวท่านประธานบริษัทที่เขาทำงานอยู่ท่านถึงกับร้องเอะอะนี่เท่ากับเขาตกถังข้าวสาร ปริวัตรส่ายหน้าเครียด

“หนูคงต้องลาออก กลับมาอยู่บ้านช่วยแม่ทำสวนดีกว่า”

ระหว่างที่สองแม่ลูกกำลังถกปัญหากันอยู่ จอมขวัญเอาอาหารฝีมือแม่ตัวเองมาฝากมีทั้งแกงคั่ว ผัดฉ่าและผัดกะเพรา ปราณีต่อว่าลูกชายที่เป็นต้นเหตุให้จอมขวัญต้องลำบากมาส่งอาหารให้ถึงที่นี่

“ไม่ลำบากเลยค่ะ พอดีมีเรื่องอยากมาปรึกษาคุณป้าด้วยค่ะ หนูอยากซื้อที่แถวนี้”

ขณะที่จอมขวัญล่อเหยื่อให้ปริวัตรกับปราณีมาติดกับ สุมลทาต้องผิดหวังเมื่อรู้จากสาวว่าจินดาย้ายไปต่างจังหวัดไปแต่งงานมีผัวใหม่ เธอมาทันเห็นคนงานมาขนของขึ้นรถพอดี สุมลทาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามย้ำว่าใช่จินดาแน่หรือ เธอยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน สุมลทาต้องกลับไปอย่างผิดหวังโดยไม่ล่วงรู้เลยว่า สาวรับเงินก้อนใหญ่จากจอมขวัญให้มาโกหก และจากนี้ไปเธอจะต้องรับคำสั่งจากจอมขวัญเท่านั้น...

ด้านจอมขวัญอ้างว่าต้องการซื้อที่สวนจะเอาไว้ให้แม่ทำรีสอร์ตหรือไม่ก็ทำร้านอาหารและที่สำคัญแม่ของเธอต้องอยู่ในที่อากาศดีเนื่องจากเป็นโรคปอด จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของจอมขวัญดังขึ้น เธอเห็นเป็นเบอร์ของว่านรีบขอตัวไปรับสาย แล้วเดินเลี่ยงออกไป ว่านแค่จะโทร.มารายงานว่าสิริวิมลไม่เข้าบริษัท แต่ขับรถไปที่ร้านเสื้อของดีไซเนอร์ชื่อดังแถวทองหล่อ เธออดสงสัยไม่ได้หรือสิริวิมลเตรียมจะตัดชุดแต่งงาน เขาไม่แน่ใจเพราะจุดที่เขากับเกาเฟยซุ่มดูอยู่เห็นไม่ชัด

“งั้นหาทางประชิดตัวเอารายละเอียดทั้งหมดมาให้ได้มากที่สุด ฉันต้องการรู้ว่าเขามีกำหนดแต่งงานกันหรือยังและเมื่อไหร่”

เกาเฟยไม่ค่อยเห็นด้วยกับปฏิบัติการยับยั้งงานแต่งงานของปริวัตรกับสิริวิมลนัก เนื่องจากยังไม่รู้เลยว่าเขาถือกรรมสิทธิ์ในหุ้นของลีลาวัฒน์จริงหรือเปล่า เราควรจะเริ่มที่คู่แฝดซึ่งเป็นคู่หมั้นของเธอน่าจะดีกว่า

“นั่นมันของตายที่อยู่ในมือเราอยู่แล้วไม่มีปัญหา ฉันจะคุยกับพิทักษ์พงศ์เมื่อถึงเวลา” พูดจบจอมขวัญวางสายแล้วหันหลังจะกลับเข้าข้างในแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นปริวัตรยืนรอท่าอยู่

“แม่บอกว่าคุณน่าจะได้เห็นบรรยากาศริมน้ำจริงๆ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร”

ครู่ต่อมา ปริวัตรพายเรือพาจอมขวัญล่องไปตามลำคลองเพื่อชมทิวทัศน์กระทั่งมาถึงบ้านไม้โบราณหลังหนึ่ง เขาพาเธอเข้าไปข้างในพร้อมกับเล่าว่าเจ้าของเดิมย้ายไปอยู่เมืองจีนนานแล้ว ฝากให้แม่ของเขาช่วยดูจนในที่สุดก็ยกบ้านหลังนี้ให้เป็นของท่าน ตอนเด็กๆเขาจะมาเล่นที่นี่กับเพื่อนๆบ่อย แล้วหยิบกีตาร์ที่วางซุกอยู่มุมหนึ่งในบ้านขึ้นมาตั้งสาย ก่อนจะเล่นเพลงที่จอมขวัญเคยร้องให้เขาฟังเมื่อห้าปีก่อน...

แผนเข้าประชิดตัวสิริวิมลของว่านสำเร็จด้วยดี เธอยอมให้เขาเข้าคลาสเต้นรำด้วยเพราะติดใจเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว...

ระหว่างที่ว่านกับสิริวิมลเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน หลี่ซวงซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบต้องรีบผ่าตัดบายพาสก่อนอาการจะทรุดหนัก ตัดสินใจเร่งวันแต่งงานของพิทักษ์พงศ์และมิสโจวให้เร็วขึ้นเป็นเดือนหน้า เขาไม่พอใจมาก ไหนท่านเคยบอกว่าจะให้ดูใจกันไปก่อน ท่านให้เวลาสี่อาทิตย์สำหรับดูใจ แล้วจะจัดงานแต่งทันที พิทักษ์พงศ์ไม่ยอมแต่งถ้าต้องเร่งรีบขนาดนั้น แต่ถ้าท่านยืนยันจะแต่งให้ได้ก็ให้ท่านแต่งกับมิสโจวเองเลย

“จะบ้าเหรอ ม่าจะแต่งเข้าไปได้อย่างไร”

“แล้วอั๊วจะแต่งเข้าไปได้ยังไง ในเมื่ออั๊วไม่ได้รักมิสโจว”

หลี่ซวงมั่นใจแต่งไปแล้วก็จะรักกันเอง พิทักษ์พงศ์ไม่ยอมลงให้ท่านในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต่างคนต่างอยู่แล้ววิ่งหนีไปทันที...

ทางด้านสิริวิมลเต้นรำกับว่านสนุกสุดเหวี่ยง พอเพลงจบทั้งคู่ทิ้งตัวลงนั่งแปะกับพื้นแทบหมดเรี่ยวแรง พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น พิทักษ์พงศ์โทร.มาหา น้ำเสียงของเขาไม่สู้ดีนัก ทำให้เธอเป็นห่วง จึงชวนว่านไปช่วยกันปลอบใจเขาหน่อย

ooooooo

ณ ห้องทำงานของหลี่ซวง สุมลทาได้รับรายงานจากเลขาฯของหลี่ซวงว่าท่านทำท่าจะเป็นลมก็เลยเข้ามาถามไถ่

หลี่ซวงไม่ได้เป็นอะไรแค่เหนื่อยใจนิดหน่อย แล้วบ่นให้ลูกสะใภ้ฟังว่าคงเป็นเวรเป็นกรรมที่ท่านเคยทำกับจินดา หลานๆของเธอถึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านทำให้หรือว่าอาณาจักรที่ท่านสร้างขึ้นจะถึงจุดจบ

“ไม่หรอกค่ะ”

“ลื้อไม่รู้หรอกเหม่ยจู ชีวิตเราเอาแน่ไม่ได้หรอก จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ขอบใจนะที่อยู่ดูแลอากวงมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาของอาซื่อ ลื้อก็ต้องประคับประคองเขาให้เหมือนเป็นแม่แท้ๆของเขานะ ถ้าวิญญาณของจินดารับรู้ได้ อั๊วหวังว่าเขาจะให้อภัยอั๊ว” ท่าทางท้อแท้ของหลี่ซวงทำให้สุมลทากังวลใจ...

ระหว่างจอมขวัญขับรถกลับบ้าน ว่านโทร.มา รายงานความคืบหน้าว่าสิริวิมลยังไม่มีกำหนดการแต่งงาน ยังไม่มีการตัดชุดแต่งงานใดๆทั้งสิ้น ที่เธอมาร้านเสื้อเพื่อเลือกแบบไว้ก่อนเท่านั้น ช่วงนี้เธอถือโอกาสพักร้อนแบบเดียวกับปริวัตร ตระเวนออกกำลังกายทุกวันเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในอนาคตอันใกล้ แล้วเล่าให้ฟังว่าพิทักษ์พงศ์ดื่มเหล้าหนัก เขาถูกชวนมาร่วมวงก็เลยต้องดื่มไปกับเขาด้วย ได้ความอย่างไรจะส่งข่าวบอก แล้วทางโน้นมีอะไรคืบหน้าไหม ปริวัตรตกหลุมรักเธอหรือยัง หรือเธอเป็นฝ่ายตกหลุมรักเขาเอง

“อย่าพูดอย่างนี้กับฉันนะว่าน”

“อย่าปฏิเสธหัวใจตัวเองเลยจ๋อม เช็กให้ดีนะว่าเป้าหมายของเธอกับหัวใจเรื่องไหนยิ่งใหญ่กว่ากัน”

จอมขวัญตัดสายสีหน้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่บ้านโบราณริมน้ำ ตอนนั้นเธอฟังปริวัตรเล่นเพลงเหวียนเยว่อีจิ้วจนจบด้วยความประทับใจแล้วเล่าให้ฟังว่าโตมากับเพลงนี้ แม่ร้องกล่อมเธอตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดว่าจะได้ยินมันอีกครั้งจากปากของเขา ปริวัตรได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกที่บริษัท ท่านประธานเปิดให้ทุกคนฟังในงานปีใหม่ ท่านบอกว่าเป็นเพลงโปรดของท่าน มันทำให้เขานึกถึงคำพูดของเธอบนสะพานคืนนั้น เขารู้ความหมายของเพลงนี้เพราะเคยเรียนภาษาจีนมาก่อน และวันนี้เขาอยากพูดแบบนั้นกับเธอบ้าง

“ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไงผมก็จะไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าสถานะของคุณจะเป็นแบบไหน หัวใจของผมก็ยังคงเดิม เหมือนจันทร์ดวงนั้นที่ยังเต็มดวงอยู่เสมอ” น้ำเสียงจริงจังของเขาทำเอาเธออึ้งไปชั่วขณะ ก่อนทักท้วงว่าเขาจะพูดแบบนี้กับเธอไม่ได้เพราะเขากำลังจะหมั้นกับสิริวิมล ปริวัตรยืนยันว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้น ต่างจากเธอกับคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน จอมขวัญอยากจะถอนหมั้นวันนี้พรุ่งนี้ถ้าทำได้

“เสียดายที่คุณพูดกับฉันช้าไป คุณหมดโอกาสนั้นแล้วค่ะ”...

ขณะที่แผนหว่านเสน่ห์ของจอมขวัญดำเนินไปด้วยดี พิทักษ์พงศ์คู่แฝดของเธอกำลังเมาได้ที่ และเริ่มคุมสติไม่อยู่ หยิบสร้อยห้อยจี้รูปมังกรออกมาโบกไปมา บอกกับพี่สาวว่าเป็นสร้อยที่อาม่าสวมให้ แต่เขาไม่ใส่เพราะไม่อยากเป็นมังกรที่อยู่ใต้คำสั่งหงส์ พร่ำเพ้อได้อีกไม่กี่คำก็หลับฟุบคาโต๊ะ

สิริวิมลกับว่านช่วยกันประคองพิทักษ์พงศ์ใส่รถแท็กซี่ กำชับคนขับรถส่งให้ถึงบ้าน ไม่อย่างนั้นอาม่าของเธอเอาตายแน่ และที่สำคัญเธอจดทะเบียนรถและชื่อของเขาไว้แล้ว คนขับรถรับรองจะส่งผู้โดยสารถึงบ้านโดยปลอดภัย จากนั้นสิริวิมลชวนว่านไปดื่มกันต่อ

ooooooo

มิสเตอร์คิมรู้เรื่องที่จอมขวัญจะใช้ปริวัตรเป็นเครื่องมือในการครอบครองลีลาวัฒน์ วีดิโอคอลข้ามประเทศมาเตือนว่าสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นความแค้นไม่ใช่ความยุติธรรมซึ่งเธอโหยหามาตลอด จอมขวัญไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหน เขากลับเห็นว่าต่างกันมากเพราะความแค้นไม่มีวันยิ่งใหญ่กว่าความรัก

“ความแค้นนำเราไปสู่ความสูญเสียไม่ใช่ความสำเร็จ ถ้าเธอเลือกที่จะใช้หัวใจของคนอื่นเป็นเครื่องชำระความแค้นของตน วันหนึ่งเธอจะเป็นผู้สูญเสียทุกอย่าง ฉันพร่ำสอนเธอก็ด้วยความรักไม่ใช่ความแค้น แต่วันนี้เธอมาไกลเกินกว่าที่ความรักของฉันจะตามไปปกป้องได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเธอจะเลือกทำอะไร เธอต้องรับผิดชอบด้วยตัวเธอเอง ฉันทำได้เพียงเฝ้าดูด้วยความห่วงใยเท่านั้นแหละ”

พูดจบ มิสเตอร์คิมตัดการติดต่อ เกาเฟยซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยช่วยเตือนเธออีกแรงหนึ่งให้คิดเรื่องนี้ให้รอบคอบก่อน แต่เธอไม่สนใจ...

ในขณะที่จอมขวัญถูกความแค้นเข้าครอบงำ ปริวัตรใจลอยหวนคิดถึงตอนอยู่ที่บ้านโบราณริมน้ำกับจอมขวัญ เขาอยากรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้โอกาสของตัวเองกลับคืนมา

“ฉันไม่อยากเอาเรื่องธุรกิจกับหัวใจมาปนกัน”

“แต่มันคือเรื่องนั้นใช่ไหม”

“ถ้าฉันขอถอนหมั้นกับพิทักษ์พงศ์ K-Soo คอมปานีก็จะเสียโอกาสในการร่วมถือหุ้นลีลาวัฒน์ แต่ถ้าคุณพูดกับประธานบริษัทของคุณได้ โอกาสก็อาจจะมีมากขึ้น”

ปริวัตรอยากรู้ว่าบริษัทของเธอต้องการถือหุ้นเท่าไหร่ เธอยักไหล่ก่อนจะบอกว่าอย่าดีกว่า มันจะดูเป็นการต่อรองมากเกินไป เพราะเรื่องหัวใจต่อรองกันไม่ได้...

ด้านสิริวิภาร้อนใจมากที่ทัศน์ไม่ติดต่อกลับ ก็เลยเป็นฝ่ายตามหาเขาจนเจอบอกให้รู้ว่าเธอท้องกับเขา ทัศน์ซึ่งกำลังเมาได้ที่ไล่ให้เธอไปเอาเด็กออก พรุ่งนี้เขาจะนัดหมอให้ สิริวิภาโกรธมากตบเขาหน้าหัน เธอไม่ได้ต้องการให้เขารับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ต้องการคนดูแลระหว่างที่เธอตั้งครรภ์

“เราจะหายไปด้วยกันพักหนึ่งจนกว่าเด็กจะคลอด จากนั้นแกจะไสหัวไปไหนก็เชิญ”

ooooooo

เมื่อคืนพิทักษ์พงศ์ไม่ได้กลับบ้านไปนอนค้างที่บ้านของมุนินจนเช้า เจ๊หยกเห็นคนที่บริษัทลีลาวัฒน์ตามหาเขาให้วุ่นวายไปหมด เธอก็เลยโทร.ไปบอกพวกนั้นว่าเขาอยู่ที่นี่ พิทักษ์พงศ์ไม่ค่อยจะพอใจนัก

“ถ้าพวกเขาโทร.มาอีกก็บอกว่าฉันออกไปแล้วนะ”...

จอมขวัญไม่ได้แค่ต้องการยึดบริษัทลีลาวัฒน์ แต่ต้องการแก้แค้นทุกคนที่ทำให้เธอกับแม่ต้องตกระกำลำบาก จึงวางแผนให้สาวสวมสร้อยห้อยจี้รูปหงส์ไปดักรอคงศักดิ์ที่หน้าออฟฟิศ ทันทีที่เขาเห็นสร้อยเส้นนั้นบนคอของเธอ ปรี่เข้าไปคว้ามาดูจำได้ทันทีว่าเป็นสร้อยที่เขาซื้อให้จินดา ถามเสียงเข้มว่าไปเอามาจากไหน ขโมยใครมา เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมย ป้าดาเจ้าของสร้อยร้อนเงินก็เลยเอามาจำนำกับเธอ คงศักดิ์ซักเป็นการใหญ่ ป้าดาคนนั้นชื่อจริงชื่อจินดาใช่ไหม สาวไม่รู้เหมือนกัน ชื่อเต็มๆว่าอะไรเรียกแต่ป้าดา

“แกซมซานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน หนูเลยแบ่งเงินให้แกไปแลกกับสร้อยเส้นนี้ หนูไม่ได้ขโมยใครมานะคะ”

คงศักดิ์ยังไม่ทันจะพูดอะไรเพิ่มเติมรถของสุมลทาแล่นเข้ามาจอดเสียก่อน สาวขอตัวไปหาป้าแล้วเดินลิ่วออกไป สุมลทาเห็นหน้าหลานสาวก็ต่อว่าไหนตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือถ้าจะมาที่นี่ต้องโทร.มานัดล่วงหน้า ไม่ใช่นึกจะมาก็มาอย่างนี้ เธอมีข่าวด่วนเรื่องจินดามาบอก ยัยนั่นจะไม่กลับมากรุงเทพฯแล้วเพราะผัวคนนี้หลงมันมาก ให้เงินปรนเปรอทุกอย่างและดูเหมือนมันจะท้องอีกด้วย ส่วนลูกของมันที่ท่านให้เธอสืบดูตายไปแล้ว คนแถวนั้นบอกว่ามันเคยมีลูกเล็กๆแต่ป่วยตายไปตั้งแต่อายุได้ขวบกว่าๆ

สุมลทาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีกหยิบเงินให้เธอก้อนหนึ่งแล้วกำชับไม่ให้มาที่นี่อีก ถ้าท่านไม่ได้เรียก สาวรับคำก่อนจะผละจากไป ขณะกำลังเดินผ่านป้อมยามหน้าบริษัท รปภ.เรียกให้เธอหยุดก่อน ท่านรองฯอยากคุยด้วยแล้วส่งโทรศัพท์ภายในให้ คงศักดิ์ขอเบอร์โทร.ของเธออ้างมีเรื่องจะคุยด้วย แล้วจะโทร.ไปนัดอีกครั้ง

“เป็นความลับระหว่างเธอกับฉันนะ อย่าให้เมียฉันรู้เป็นอันขาด”...

ทางฝ่ายสิริวิมลงัวเงียลืมตาขึ้นมาเจอว่านนอนอยู่ข้างๆบนเตียงในห้องพักของโรงแรมในชุดเดิมที่ใส่เมื่อวานเช่นเดียวกันกับตัวเองก็ร้องเอะอะว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าให้ฟังว่าเราสองคนเมาด้วยกันทั้งคู่ไม่มีใครขับรถไหว เขาก็เลยเรียกแท็กซี่ให้มาส่งโรงแรมที่ใกล้ที่สุด

สิริวิมลกำลังจะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ตอนที่สิริกานดาส่งข้อความมาบอกว่าต้องการความช่วยเหลือด่วนให้โทร.กลับด้วย ครั้นเธอโทร.ไปหาถึงได้รู้ว่าเจ้รองต้องการให้มาช่วยกันคิดเรื่องของโสภณ จากนั้นไม่นาน สิริวิมลมาถึงร้านอาหารตามนัด สิริวิภา สิริกานดาและโสภณรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เขาอ้างว่าเคลียร์กับปรุงฉัตรแล้ว โดยจะแบ่งเวลาอยู่กับเธอสี่วัน อีกสามวันที่เหลือจะอยู่กับสิริกานดา สิริวิมลไม่ยอมให้น้องสาวรับข้อเสนอเพราะนั่นเท่ากับยอมรับว่าเป็นเมียเก็บของเขา โสภณเสนออีกวิธีหนึ่งให้พิจารณา

“หนีไปด้วยกันกับผม ไปใช้ชีวิตต่างประเทศด้วยกัน” ข้อเสนอของเขาทำเอาสิริกานดาครุ่นคิดหนัก...

ฝ่ายปริวัตรนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว รีบมาหาคงศักดิ์ถึงที่ทำงานเพื่อสอบถามว่าเงินโบนัสที่ท่านให้เขาตลอดสามปีที่ผ่านมามาจากไหน คงศักดิ์อธิบายว่าเป็นเงินปันผลจากหุ้นของลีลาวัฒน์ที่ตนแบ่งให้ เขาอยากถามอีกข้อหนึ่งว่าถ้าเขามีหุ้นอยู่จริงจะขายหรือยกให้คนอื่นได้หรือเปล่า เพราะเขาอาจจะต้องใช้มันเป็นของหมั้น

“หมั้นใคร...คงไม่ใช่สิริวิมลใช่ไหม”

ชายหนุ่มยังไม่ทันจะตอบคำถาม เลขาฯของคงศักดิ์เข้ามาบอกว่าท่านประธานขอพบปริวัตรที่ห้อง

ครู่ต่อมา ปริวัตรมาอยู่ตรงหน้าหลี่ซวงซึ่งอยากรู้ว่าเขามีคำตอบหรือยัง จะได้จัดแถลงข่าวงานมงคลของทั้งอาซื่อและหมวยเล็กพร้อมกัน เขาไม่เข้าใจทำไมต้องรีบร้อนอย่างนั้น หลี่ซวงแค่เหนื่อยและอยากจะพักก็เลยอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ปริวัตรติง

“แต่ท่านยังไม่รู้คำตอบของผมเลยนะครับ”

“เธอเป็นพนักงานที่ดีและภักดีกับบริษัทนี้ฉันรู้...เพราะฉะนั้นเธอจะมีคำตอบเดียวให้ฉันและเป็นคำตอบที่ทำให้ฉันมีความสุข”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.