ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้สิริวิภาจะไลน์กลับมาในกลุ่มครอบครัวว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็ตาม แต่สิริกานดาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ตัดสินใจตามไปดูยังคอนโดฯที่พัก เจอพี่สาวอยู่ที่นั่นก็ต่อว่าต่อขานว่าปิดมือถือทำไมทำให้ทุกคนเป็นห่วง สิริวิภาอ้างมือถือตกระเบียงไปตั้งแต่เมื่อคืน

“อกหักเหรอ ไอ้แมงดานั่นทำให้เจ้ช้ำใจใช่ไหม” สิริกานดาเห็นพี่สาวเอาแต่นิ่งเงียบ จึงใส่ไม่ยั้ง “อั๊วบอกแล้วไง ผู้ชายขายตัวอย่างนั้นมันจะไปจริงใจกับใคร ทุกอย่างที่มันทำก็เพื่อเงินเท่านั้น ไม่ว่าจะคำพูดหวานๆไม่ว่าจะการเอาอกเอาใจ ผู้หญิงคนไหนมีเงินมันก็เข้าหาเขาอย่างนี้ทุกคนแหละ”

สิริวิภาตัดบท ถ้ามาเพื่อจะพูดแค่นี้ก็กลับไปดีกว่า สิริกานดาไม่ได้มาพูดแค่นี้ แต่จะมาบอกว่าอาม่ากลับมาแล้ว ถามหาเธอตลอด ถ้าอยากหมกตัวอยู่ที่นี่ก็ช่วย

โทร.บอกที่บ้านด้วย ไม่อย่างนั้นจะพาลเดือดร้อนมาถึงตน เธอรับปากจะกลับบ้านพรุ่งนี้ สิริกานดาเห็นเหล้าขวดใหญ่เปิดฝาแล้ววางอยู่บนโต๊ะ เตือนว่าเหล้าทำให้ขาดสติและอาจทำอะไรโง่ๆได้ ถ้าอยากกินต้องกินกับตนเท่านั้นแล้วเอาเหล้าไปเททิ้ง

“และจำไว้นะไอ้แมงดาตัวนั้นมันไม่มีค่าพอที่เจ้าจะต้องลงทุนประชดชีวิตตัวเองไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร” พูดจบสิริกานดาผละจากไป ทันทีที่ประตูห้องปิด ทัศน์เดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ

“น้องสาวคุณโกรธผมมาก”

สิริวิภาตวาดเสียงลั่นคงไม่เท่าที่ตนโกรธ แล้วไล่ตะเพิดเขากลับไปอยู่กับเมียของเขาได้แล้ว อย่าโผล่หน้ามาที่นี่อีก ถ้ายังไม่ไปตนจะเรียกน้องสาวกลับมาด่าเขา แล้วหยิบมือถือมาโทร.หาน้อง ทัศน์ขอร้องให้

ฟังคำอธิบายของเขาก่อนสักสองนาทีจากนั้นเธอจะทำอย่างไรกับเขาก็ได้ สิริวิภาให้แค่นาทีเดียวแล้วบอกให้ สิริกานดาถือสายรอสักครู่โดยปิดตรงไมโครโฟนมือถือเอาไว้ ทัศน์อ้างว่าเลิกกับเมียเด็ดขาดแล้วตั้งแต่เมื่อเย็น

“แต่ถ้าคุณใหญ่จะให้ผมเล่ารายละเอียดกว่านี้ มันคงจะเกินหนึ่งนาทีครับ”

“ไม่มีอะไรแล้วหมวยรอง พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าบ้านพร้อมอั๊วได้ไหม...ขอบใจ” สิริวิภาวางสายแล้วหันมองทัศน์เป็นทำนองให้เล่าต่อไป เขาเท้าความถึงเรื่องในอดีตตั้งแต่ได้เสียกับเชอรี่เมียของตัวเองด้วยความเมา พอเขาขอเลิก เธอก็ประชดรักด้วยการปล่อยตัวกินเหล้าเมายาจนถูกจิ๊กโก๋รุมโทรมและทำร้ายปางตาย เขาดูแลจนเธอหายดี เราสองคนไม่ได้อยู่กินด้วยกัน

เชอรี่มาหาเขาเดือนละครั้งเพื่อขอเงินไปใช้หนี้การพนัน เงินที่สิริวิภาให้มาทั้งหมดเขาเอาไปใช้หนี้ให้เธอหมดแล้ว ส่วนที่เธอมาที่โรงพยาบาลเพื่อมาขอค่าเลี้ยงดู

“แต่ผมไม่มีให้และผมจะไม่ให้มันอีกเลยแม้แต่บาทเดียว จะไม่มีความสงสารหรือเห็นใจจากผมอีกแล้ว นั่นคือคำพูดสุดท้ายของผมก่อนมาหาคุณใหญ่คุณใหญ่จะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แค่ผมได้เล่าความจริงเท่านั้นก็พอ”

นอกจากนี้ ทัศน์ยังพร่ำเพ้อว่าไม่เคยรักใครมาก่อนจนมาได้เจอสิริวิภา เขาเห็นเธอนิ่งไปก็ใจเสียขยับจะออกจากห้อง แต่เธอถามขึ้นเสียก่อนว่าเขากับเชอรี่มีลูกด้วยกันหรือเปล่า เขามีลูกติดมาจากเชอรี่หนึ่งคน คุยไปคุยมาสุดท้ายสิริวิภาก็ใจอ่อน ยอมให้เขาค้างที่นี่หนึ่งคืน พรุ่งนี้หายเมาแล้วค่อยกลับไป

ooooooo

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สิริวิมลเดินเกาะแขนปริวัตรออกจากประตูผู้โดยสารขามาได้ไม่กี่ก้าว มีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามายื่นกระดาษตรงหน้าวานให้ช่วยอ่านให้ด้วย ปริวัตรหลงกลอ่านให้ฟัง

“เลิกยุ่งกับแฟนชาวบ้านได้แล้ว นี่คือคำเตือนครั้งที่หนึ่ง” ปริวัตรอ่านจบก็ร้องถามว่าเตือนใคร

“ทั้งคู่” ผู้หญิงคนนั้นพูดยังไม่ทันขาดคำ มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเดินมาด้านหลัง สาดโจ๊กสำเร็จรูปในถ้วยใส่สิริวิมล ปริวัตรเอาไหล่กันไว้ทัน โจ๊กก็เลยถูกเธอตรงต้นแขนกับคอเล็กน้อย สิริวิมลถึงกับผงะถอยหลังสะดุดขาตัวเองล้ม สองสาวสบช่องวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ปริวัตรรีบประคองเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง

จากนั้นไม่นาน ปริวัตรบุกไปหาดารารัตน์ถึงห้องพัก ต่อว่ายกใหญ่ว่าจ้างคนเอาน้ำร้อนไปสาดสิริวิมลทำไม โชคดีที่เขากันไว้ทัน เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เขาพูดเรื่องอะไร สองคนมีปากเสียงเถียงกัน เธอตัดพ้อต่อว่าเขาที่ทอดทิ้งไม่เหลียวแล ปล่อยให้เธอนอนเหี่ยวอยู่คนเดียวโดยไม่รับผิดชอบ ปริวัตรงงรับผิดชอบอะไร

“ก็รับผิดชอบแบบที่คู่รักที่คบกันมาสิบปีควรจะทำน่ะสิ”

เขาจำได้ว่าเราตกลงจะคบกันแบบเพื่อน ถ้าไม่มีใครเราถึงจะแต่งงานกัน ดารารัตน์ถึงบางอ้อทันทีนี่แสดงว่าเขามีคนอื่น รู้อย่างนี้เธอมีผัวไปนานแล้ว

ไม่รอเขามาเป็นสิบๆปีแบบนี้หรือไม่ก็ปล้ำเขาตั้งแต่เรียนจบ แล้วนึกขึ้นได้ว่าปล้ำตอนนี้ก็ยังทัน ผลักเขาล้มลงบนเตียง กระชากเสื้อตัวเองออกก่อนจะโถมตัวตาม เขาร้องห้ามเสียงหลง ยืนยันว่าต้องการคบกับเธอแค่เพื่อน ดารารัตน์ไม่ได้ต้องการเพื่อน แต่ต้องการผัว

ปริวัตรทำตามที่เธอต้องการไม่ได้เพราะไม่ได้รักเธอแบบนั้น ขอโทษด้วยที่ต้องพูดตรงๆและเสียใจที่ความเป็นเพื่อนของเราคงต้องจบกันแค่นี้ อย่ามาวุ่นวายกับเขาและอย่าทำอะไรคนรอบตัวเขาเด็ดขาด แล้วลุกออกจากห้อง ดารารัตน์แค้นใจมากคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หามาร์ค ไหนตกลงแค่ขู่แค่เตือน ถ้าจะลงมือขนาดนั้นทำไมไม่ทำตอนที่สิริวิมลอยู่คนเดียว เขาทักท้วง คนของเธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย หนักมาทางคนของเขามากกว่า เธอโวยลั่น ไม่ใช่เรื่องทางกายแต่เป็นเรื่องของจิตใจ

“รู้ไหมผลลัพธ์มันไม่เป็นไปอย่างที่คาด ฉันเสียเขาไปแล้ว วัตรเพิ่งทิ้งฉันไปเมื่อครู่นี้เอง”

มาร์คแนะเธอว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลกอย่าเพิ่งถอดใจ หรือถ้าช่วงนี้เธอเหงามากจะใช้บริการของเขาก่อนก็ได้ ดารารัตน์ไม่ต้องการ เชิญเขาเก็บแรงไปบริการคนของเขาอย่ามายุ่งกับเธอ...

ฝ่ายสิริวิมลมั่นใจว่ามาร์คอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

จึงโทร.จิกให้มาพบที่คลินิกซึ่งเธอมารักษาบาดแผลน้ำร้อนลวก เขาไม่ได้สลดกับการกระทำของตัวเองแม้แต่น้อย แถมยังขู่จะเอาคลิปฉาวมาแฉถ้าเธอทำผิดข้อตกลง

“ถ้าฉันแต่งตั้งให้แกเป็นพรีเซ็นเตอร์บริษัทอย่างเป็นทางการ แกจะเลิกยุ่งกับฉันใช่ไหม”

มาร์คได้คืบจะเอาศอกถ้าเธอต้องการให้เลิกยุ่งด้วยแค่เป็นพรีเซ็นเตอร์คงไม่พอ ขอเงินสดอีกสิบล้านบาทกับโบนัสปลายปีปีละห้าล้านบาท เธอให้เขาสัญญาก่อนว่าถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะไปจากชีวิตของเธอ

“ภายในสองวันเงินต้องถึงมือผม ไม่อย่างนั้นเงื่อนไขอาจเปลี่ยนไปหรือถ้าไม่อยากเสียตังค์มากมาย แต่งงานกับผมเลยก็ได้นะ” มาร์คทำเสียงอ้อน สิริวิมลบอกให้เขารอชาติหน้าบ่ายๆ

ooooooo

หลี่ซวงลงมากินมื้อเช้าที่ห้องอาหาร เห็นหลานสาวคนโตกับคนรองนั่งรอท่าอยู่ก่อน ร้องทักกลับมากันแล้วหรือ หายหน้าหายตาไปไหนไม่บอกไม่กล่าวใครตามหาตัวก็ไม่เจอ สิริกานดาบอกพ่อกับแม่แล้วว่าจะไปงานที่ประจวบคีรีขันธ์ สิริวิภาอ้างว่าไปงานเลี้ยงที่หัวหินมา แต่บังเอิญทำมือถือตกน้ำก็เลยโทร.บอกใครไม่ได้

“ทั้งอำเภอหัวหินลื้อหาโทรศัพท์ไม่ได้เลยเหรอ หรือน้ำท่วมจนเจ๊งทุกเครื่อง พังทุกหาด ข้ออ้างโง่ๆ อย่าทำอย่างนี้อีกไม่งั้นลื้อจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวอีกเลย แล้วหมวยเล็กกับอาซื่อล่ะ เหม่ยจู”

สุมลทารายงานสิริวิมลยังไม่ตื่น ส่วนพิทักษ์พงศ์ออกไปซื้อของเตรียมตัวเดินทางไปดูงานที่สวีเดนแต่เช้า หลี่ซวงแปลกใจงานอะไร ใครอนุมัติ คงศักดิ์เห็นว่าเป็นงานใหญ่ที่เราไม่ควรพลาดก็เลยเซ็นอนุมัติให้เอง ท่านซักเป็นการใหญ่ไปกับใครบ้าง พอรู้ว่าไปกับทีมงานในแผนกของพิทักษ์พงศ์ รีบโทร.สั่งการ
ให้แป๋มเลขาฯคนใหม่เตรียมรายละเอียดเรื่องนี้วางบนโต๊ะทำงานของท่านให้เรียบร้อย แล้วหันไปสั่งสุมลทา

“โทร.ตามอาซื่อให้ไปหาอั๊วที่ออฟฟิศด้วย...อย่าอนุมัติอะไรตอนที่อั๊วไม่อยู่อีกนะอากวง”...

ในเวลาต่อมา ที่ห้องทำงานของหลี่ซวงภายในบริษัทลีลาวัฒน์ หลังจากตรวจดูรายละเอียดเรื่องการไปดูงานที่สวีเดนเรียบร้อย หลี่ซวงเล่นงานหลานชายที่บังอาจคิดจะใช้การไปดูงานคราวนี้บังหน้า พามุนินไปหาความ สำราญกันถึงสวีเดนโน่น เขาเป็นถึงผู้บริหารต้องไม่หมกมุ่นกับเด็กลูกจ้างในบริษัทอย่างนังนี่ ในเมื่อเขาตัดใจจากมุนินไม่ได้ ท่านจะตัดให้เอง แล้วกดอินเตอร์คอมพ์สั่งให้แป๋มทำหนังสือปลดเจ๊หยกกับมุนิน

“ให้หนังสือมีผลตั้งแต่วันนี้และห้ามมันเหยียบเข้ามาในบริษัทนี้อีกเป็นอันขาด”

พิทักษ์พงศ์โกรธมากที่หลี่ซวงทำแบบนี้ ด่าลั่นว่าใจร้าย เขาเกลียดท่าน หลี่ซวงตบหน้าหลานรักฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ สองย่าหลานมีปากเสียงกัน พิทักษ์พงศ์ต่อว่าย่าตัวเองว่าไม่มีหัวใจไม่เคยรู้จักความรัก ชอบดูถูกคนอื่น หลงตัวเองคิดว่าตัวเองถูกที่สุด อีกไม่นานท่านก็จะไม่เหลือใคร แล้ววันนั้นจะเป็นวันล่มสลายของครอบครัว ตระกูลลีลาวัฒนชัยจะไม่เหลือใครให้สืบทอดอาณาจักรของท่าน

“มีสิ คู่ชีวิตของลื้อไง เธอจะเป็นคนสืบทอดทุกอย่างของอั๊ว เธอจะประคับประคองลื้อให้แข็งแกร่งและเธอคนนั้นต้องไม่ใช่นังมุนิน” หลี่ซวงประกาศกร้าว พิทักษ์พงศ์จะไม่ยอมให้ท่านบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเหมือนที่ท่านเคยบังคับป๊าของเขา หลี่ซวงยืนกรานเขาต้องทำตามที่ท่านต้องการ

“ถ้าอย่างนั้นม่าก็จะไม่ได้เห็นหน้าอั๊วอีกต่อไป” พูดจบเขาพรวดพราดออกไป หลี่ซวงขยับจะตาม แต่เกิดแน่นหน้าอกขึ้นมากะทันหัน ฝ่ายพิทักษ์พงศ์วิ่งผ่านหน้าแม่กับพ่อไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกให้หยุดก่อน จังหวะนั้นแป๋มวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งสองผัวเมียว่า

“ท่านประธานให้เรียกคุณคงศักดิ์ค่ะ ท่านบอกว่าแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกค่ะ”

ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ คงศักดิ์กับสุมลทาวิ่งแข่งกับพายุเข้าไปในห้องทำงานของหลี่ซวงเห็นท่านทรุดลงกับพื้นรีบเข้าไปช่วยกันประคองปีกคนละข้าง รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

ooooooo

หลังจากหมอตรวจหลี่ซวงอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แต่โชคยังดีที่พ้นวิฤกติมาได้ลิ่มเลือดที่อุดตันหลุดไปแล้ว แต่อาการแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นหมอจึงจะให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไปกิน จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข้ามาแจ้งว่า

“มิสเตอร์คิมมาขอเข้าเยี่ยมคุณนายหลี่ซวงค่ะ”

หลี่ซวงจึงขอใช้ห้องรับรองของโรงพยาบาลเพื่อต้อนรับแขก ครู่ต่อมา มิสเตอร์คิมมาพบหลี่ซวงที่ห้องนั้นพร้อมด้วยโสมเกาหลีชั้นดีติดมือมาเป็นของเยี่ยม อวยพรให้เธอหายไวๆ เธออาการดีขึ้นแล้ว และจะขอนัดเขาเซ็นสัญญากันวันพรุ่งนี้ที่บริษัทของเธอถ้าเขาสะดวก นอกจากนี้เธอยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย

“ดิฉันขอเป็นเถ้าแก่สู่ของมิสโจวให้กับพิทักษ์พงศ์หลานชายคนเดียวของดิฉัน”

“เรื่องแบบนี้คงต้องอยู่ที่เจ้าตัว เพราะความรักไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาชี้นิ้วสั่งกันได้”

“แต่ถ้าคุณคิมช่วยเกริ่นกับมิสโจวให้ก่อนก็น่าจะเป็นการเปิดทางให้ทั้งคู่รักกันได้ง่ายขึ้นนะคะ”...

ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล มิสเตอร์คิมโทร.ทางไกลถึงจอมขวัญเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้รับรู้ เธอโวยลั่นนี่มันคลุมถุงชนชัดๆ บังคับตั้งแต่รุ่นลูกยันรุ่นหลาน เขาเสนอจะปฏิเสธให้ เธอเกรงว่าถ้าปฏิเสธทันทีอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายใหญ่ เราน่าจะรอดูสินสอดทองหมั้นของฝ่ายโน้นก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

“แด๊ดสังหรณ์ใจว่าสิ่งที่เธอต้องการมันจะอยู่ในสินสอดนั่นแหละ”

“อย่างนั้นก็ยิ่งดีและพิทักษ์พงศ์ก็จะรู้ความจริงของชาติกำเนิดตัวเองในวันหมั้นนั่นแหละค่ะ” จอมขวัญวางสายได้อึดใจ ปริวัตรโทร.หา เธอวางมือถือไว้เฉยๆไม่ยอมรับสาย ว่านทักทำแบบนี้เขาจะไม่เสียใจหรือ

“แล้วเขาก็จะชินไปเอง”

ปริวัตรรออยู่นานแต่ไม่มีใครรับสายจนสายตัดไปเอง จึงใช้วิธีไลน์ไปหาว่ามีเรื่องมากมายอยากจะคุยด้วย ถ้าเรื่องระหว่างเราที่เกาหลีมีความหมายสำหรับจอมขวัญกรุณารับสายด้วย พิมพ์ข้อความเสร็จพอดีตอนที่สิริวิมลแวะมาที่ห้องพัก เพื่อมาบอกว่ามาร์คเป็นคนจ้างวานมือสาดโจ๊ก ปริวัตรเองก็สงสัยว่าดารารัตน์จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เธอสรุปว่าอาจเป็นทั้งคู่ที่ร่วมมือกันเพราะไม่พอใจที่เราสองคนใกล้ชิดกัน

“งั้นผมควรจะอยู่ห่างจากคุณเพื่อความปลอดภัย”

สิริวิมลทักท้วง เราควรจะทำตรงกันข้าม ควรจะใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกนั้นไม่ได้มีอิทธิพลอะไรเหนือความสัมพันธ์ของเรา แล้วบอกให้เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไปกินข้าวข้างนอกกัน ไม่นานนัก ปริวัตรกับสิริวิมลลงมาที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่หน้าคอนโดฯที่พัก เป็นจังหวะเดียวกับดารารัตน์ถือช่อดอกไม้จะเอามาขอโทษปริวัตรสำหรับเรื่องเมื่อวาน แต่พอเจอเขาอยู่กับสิริวิมลก็ปรี๊ดแตกหาว่าทั้งคู่มีอะไรกัน แล้วปรี่เข้าไปตบตีศัตรูหัวใจ สองสาวเปิดศึกฝ่ามือพิฆาตใส่กัน ปริวัตรทนไม่ไหวเข้ามากั้นกลางคว้ามือดารารัตน์ไว้

“หยุดนะดิว ทำเกินไปแล้วนะ ผมจะพูดกับคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะดิว เรื่องระหว่างเรามันจบแล้ว คุณกับผมไม่มีอะไรผูกพันกัน เพราะฉะนั้นอย่ามาที่นี่อีกถ้าไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนระหว่างเราเหลือน้อยไปกว่านี้” ปริวัตรว่าแล้วเดินออกไปพร้อมกับสิริวิมล ดารารัตน์ได้แต่ร้องกรี๊ดตามหลังด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ปรุงฉัตรบุกมาตามหาโสภณถึงที่ทำงาน พนักงานต้อนรับซึ่งเตี๊ยมกับเขาไว้แล้ว โกหกเธอว่าเขาไม่อยู่ลาพักร้อนอีกสองเดือนถึงจะกลับ ไม่รู้ว่าลาไปไหนเพราะไม่ได้แจ้งเอาไว้ ปรุงฉัตรเห็นว่าถามไปก็ไม่ได้อะไร ไว้วันหลังจะกลับมาใหม่แล้วหันหลังเดินกลับไป ทันทีที่เธอพ้นสายตา โสภณออกจากหลืบมาหาพนักงาน

“ถ้าผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่อีก คุณไล่ออกไปเลยนะไม่ต้องไปคุยกับเขา”

พนักงานอดสงสัยไม่ได้แล้วถ้าเธอมาถามหาเขาอีกจะให้ทำอย่างไร โสภณสั่งให้บอกเธอไปเลยว่าเขาลาออกไปแล้ว จากนั้นเขาตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงานอย่างเร่งรีบ พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เขายังไม่ทันจะเปิดรับ ปรุงฉัตรเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน แล้วกระแทกปืนสั้นในมือลงบนโต๊ะทำงาน คำรามอย่างเอาเรื่องคิดว่าจะหนีเธอพ้นหรือ เขาไม่วายยียวนจะพ้นหรือไม่ก็หนีมาได้ตั้งสี่วันแล้ว ปรุงฉัตรขู่จะแฉความชั่วของเขาให้ลูกฟังจะได้รู้ว่าพ่อของแกเลวขนาดไหน

“คุณเอาลูกมาบีบให้ผมแต่งงานกับคุณทีหนึ่งแล้วนะ ถ้าคุณยังคิดจะใช้แกมายื้อผมไว้อีกล่ะก็ ไม่สำเร็จหรอก ผมจะเอาตาโอ๊ตมาอยู่กับผม”

ปรุงฉัตรสติแตกประกาศลั่นทั้งลูกทั้งเขาจะไปไหนไม่ได้ต้องอยู่กับเธอเท่านั้น แล้วหยิบปืนขึ้นมาจ่อโสภณซึ่งรีบคว้ามือเธอไว้ สองคนยื้อแย่งปืนกันไปมาจนข้าวของในห้องกระจุยกระจาย เขาเห็นท่าไม่ดี ร้องขอให้ใครก็ได้ที่อยู่ข้างนอกเข้ามาช่วย รปภ.กับพนักงานวิ่งกรูกันเข้ามาดึงตัวปรุงฉัตรไว้และแย่งปืนไปจนได้ โสภณสั่งให้โทร.แจ้งตำรวจให้มาจับผู้หญิงบ้าคนนี้ไปด้วย เธอโวยวายว่าไม่ได้บ้า เธอเป็นเมียของเขา

“มันบ้า จับมันมัดไว้เลยก่อนที่มันจะเอาปืนไปไล่ยิงชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย” สั่งเสร็จ โสภณจ้ำอ้าวออกจากห้อง พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสิริกานดา “น้องรอง พี่ไม่มีทางเลือกแล้วครับ พี่จะไปขอน้องรองกับอาม่านะ ช้ากว่านี้ไม่ได้ พี่ขอพบอาม่าน้องเร็วที่สุดครับ”...

ไม่ได้มีแต่โสภณเท่านั้นที่ชีวิตอยู่ไม่สุข พิทักษ์พงศ์เองก็วุ่นวายไม่แพ้กันต้องตามมาเคลียร์กับมุนินถึงบ้านแต่ทำได้แค่พูดผ่านประตูรั้วเพราะเจ๊หยกไม่ยอมให้เข้า เขาบอกเธอว่าจะลาออกจากบริษัทลีลาวัฒน์และจะไปหางานใหม่ทำ เราสองคนกับเจ๊หยกจะไปสร้างครอบครัวในบ้านหลังใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อไว้ เขาตัดขาดความเป็นย่าเป็นหลานกับหลี่ซวงเมื่อเช้านี้แล้ว จากนี้ไปจะไม่มีใครบังคับจิตใจเขาได้อีกและจะไม่มีใครมีความหมายกับเขาเท่าเธออีกแล้ว มุนินมีข้อแม้ถ้าเธอเป็นคนสำคัญอย่างที่เขาว่าเขาต้องฟังเธอก่อน

“การประกาศตัดญาติกับบุพการีไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมที่ใครควรจะทำ การทิ้งพ่อแม่ปู่ย่าเพื่อเลือกที่จะอยู่กับใครสักคนหนึ่งที่คุณเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่นานก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่อง ถ้าคุณเลือกทำอย่างที่คุณพูด วันหนึ่งคุณจะต้องเสียใจและรู้สึกผิดกับการตัดสินใจนั้นและมันไม่ได้ทำให้ฉันภูมิใจเลยและฉันไม่อยากมีส่วนร่วมในความผิดพลาดของคุณแม้แต่น้อย ขอบคุณที่มีความรู้สึกดีๆให้ฉัน แต่มันคงต้องจบแค่นี้ล่ะค่ะ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อกันและกันค่ะ คุณพิทักษ์พงศ์” พูดจบมุนินวิ่งกลับเข้าบ้านทั้งน้ำตานองหน้า

ooooooo

ครู่ต่อมาพิทักษ์พงศ์พาใจอันบอบช้ำน้ำตานองหน้าเนื่องจากถูกมุนินบอกเลิกมาให้แม่ปลอบใจ สุมลทารู้ดีว่าการไม่เชื่อฟังคำบัญชาของหลี่ซวงไม่เป็นผลดีต่อเขา จึงพยายามพูดโน้มน้าวว่าการยอมตามท่าน แม้จะยังไม่ถูกใจเขาตอนนี้แต่เขาก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความกตัญญู

“ลื้อเป็นหลานชายคนโปรดของอาม่านะรู้ตัวไหม พูดอะไรไม่ดีกับอาม่าก็ไปขอโทษซะจะได้เป็นมงคลกับตัว ช่วงนี้สุขภาพอาม่ายิ่งไม่ค่อยดีอยู่ด้วย เชื่อม้านะลูก”...

พิทักษ์พงศ์ทำตามที่สุมลทาแนะนำ เมื่อหลี่ซวงเรียกตัวไปพบที่ห้องหนังสือ สิ่งแรกที่เขาทำคือกราบแทบเท้าขอโทษที่ทำกิริยาไม่ดีต่อท่านทำให้ท่านต้องล้มป่วย จากนี้ไปเขาจะตั้งสติให้ดีจะพยายามเข้าใจในสิ่งที่ท่านสั่งสอน จะเป็นหลานที่ดีจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง หลี่ซวงลูบศีรษะหลานรัก ในเมื่อเขาคิดได้แล้วท่านก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก นอกจากเรื่องสำคัญเรื่องเดียว คือท่านกำลังจะมอบเพชรเม็ดงามให้เขา เธอคือหงส์ที่คู่ควรกับมังกรอย่างเขา ท่านต้องการให้เขาจำไว้ว่าเขาเกิดมาเพื่อรับสิทธิ์ในการครอบครองลีลาวัฒน์

“และคนที่ม่าเลือกให้ เธอก็จะร่วมถือสิทธิ์นี้ไปกับลื้อด้วย”

“เธอคือใคร”

หลี่ซวงขออุบไว้ก่อน พรุ่งนี้พิทักษ์พงศ์จะได้รู้พร้อมๆกับทุกคนในห้องประชุม ชายหนุ่มรับคำก่อนจะลุกออกไป ท่านรอจนเขาปิดประตูห้องหนังสือแล้วจึงโทร.ไปหยั่งเชิงจอมขวัญซึ่งอยู่ที่เกาหลีคิดอย่างไรกับเรื่องที่ท่านจะสู่ขอเธอให้หลานชาย เธอแบ่งรับแบ่งสู้จะให้ตอบรับหรือปฏิเสธในทันทีไม่ได้ คงต้องใช้เวลาดูใจกันไปนานๆ ก่อน หลี่ซวงดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ตัดรอนเด็ดขาด

“เพราะฉะนั้นฉันจะขอหมั้นเธอเอาไว้ก่อน ถือเป็นการจับจองช่วงเวลาให้อาซื่อของฉันจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น จนกว่าเธอทั้งสองคนจะตกลงปลงใจกันได้”

“จะไม่เป็นการตัดสิทธิ์คนอื่นๆที่อาจจะเข้ามาในชีวิตของดิฉันหรอกเหรอคะ”

ประมุขบ้านลีลาวัฒนชัยจะขอแลกสิทธิ์นั้นด้วยหุ้นของบริษัทลีลาวัฒน์ 3% และนั่นจะเป็นของหมั้นที่ท่านเต็มใจใช้สู่ขอเธอ ถ้าเธอไม่รังเกียจอาซื่อของท่าน จอมขวัญฉีกยิ้มแก้มแทบปริที่แผนยึดลีลาวัฒน์ใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ

ooooooo

ผู้ถือหุ้นต่างมาอย่างพร้อมเพรียงกันที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทลีลาวัฒน์รวมทั้งมิสเตอร์คิมและปริวัตร ขาดแต่อรรณพและนิภาเท่านั้น หลี่ซวงประธานที่ประชุมแจ้งให้ทุกคนทราบว่าจะมีการร่วมมือกันระหว่างบริษัทของเราและบริษัท K–Soo ของมิสเตอร์คิมทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคม

“ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในวันนี้ ที่จะทำให้ลีลาวัฒน์กับ K-Soo ผูกพันกันมากยิ่งขึ้น นั่นคือการตกลง ปลงใจที่จะให้ทายาทของเราทั้งสองฝ่ายหมั้นหมายกัน... เนื่องจากวันนี้เป็นวันมงคล ฤกษ์ดี เราจึงจำเป็นต้องทำกันในวันนี้ แม้ว่าคู่หมั้นของพิทักษ์พงศ์จะยังติดงานอยู่ที่ประเทศเกาหลี แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับพิธีการในวันนี้แต่อย่างใด” หลี่ซวงหันไปเรียกพิทักษ์พงศ์มานั่งด้านหน้าซึ่งมีทีวีจอยักษ์ตั้งอยู่ “อาซื่อ คู่หมั้นของลื้ออยู่นั่น” สิ้นเสียงหลี่ซวงปรากฏภาพจอมขวัญบนทีวีจอยักษ์ผ่านทางระบบเฟซไทม์

ทุกคนต่างประหลาดใจโดยเฉพาะปริวัตรมองเธออย่างคาดไม่ถึง หลี่ซวงบอกให้พิทักษ์พงศ์ทักทายจอมขวัญในคราบมิสโจว เขาอึกอักทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอะไรด้วย เธอถือโอกาสนี้ชวนเขามาที่เกาหลีจะได้มีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่นี่มีบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นความผูกพันระหว่างชายหญิง พิทักษ์พงศ์ยังคงนั่งนิ่ง หลี่ซวงต้องกระซิบเตือนให้เขาตอบคำถาม เขาจำต้องรับคำเชิญของเธอ

“ถือว่านี่คือการหมั้นข้ามประเทศครั้งยิ่งใหญ่ ส่วนสินสอดทองหมั้นของเธออยู่ที่นี่ ที่แด๊ดของเธอ” หลี่ซวงยกพานสินสอดซึ่งมีใบหุ้นอยู่ในนั้นให้มิสเตอร์คิมแล้วบอกจอมขวัญที่อยู่ในจอทีวีว่าจะมาเมืองไทยเมื่อไหร่ให้บอก ตอนนี้เราถือว่าเป็นญาติกันแล้ว เธอยินดีที่ได้เป็นญาติด้วย พร้อมเมื่อไหร่จะไปเมืองไทยทันที และขอส่งความปรารถนาดีไปยังทุกคนในห้องประชุมด้วย แล้วเหลือบมองไปที่ปริวัตรแวบหนึ่ง

“ถ้าคิดถึงดิฉันก็เงยหน้ามองดูพระจันทร์บนฟ้านะคะ ความรู้สึกดีๆระหว่างเราจะส่งผ่านพระจันทร์ดวงเดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นคืนเดือนมืดหรือคืนที่ฟ้าสว่างสดใสก็ตาม สวัสดีค่ะ” พูดจบจอมขวัญตัดการติดต่อ

คธาเข้ามาตบไหล่พิทักษ์พงศ์แสดงความยินดีด้วย เขาเป็นผู้ชายน่าอิจฉาที่สุด...

ด้านปริวัตรเดินซึมมาทิ้งตัวลงนั่งบริเวณมุมสงบใกล้ลานจอดรถ พิทักษ์พงศ์ตามมานั่งข้างๆด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน ปริวัตรดีใจกับเขาด้วยที่จะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่ง เขาชี้ให้ดูหน้าตัวเองว่าสีหน้าของเขาเหมาะกับคำว่า “ดีใจ” หรือเปล่า ความจริงแล้วเขา ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรมิสโจว แต่ถ้าจะต้องแต่งงานกับใครสักคนและใช้ชีวิตไปด้วยกันจนวันตายก็ควรต้องมีความรู้สึกมากกว่านี้

“ยังมีเวลาครับ กว่าจะถึงวันแต่งงาน ความรู้สึกพิเศษแบบนั้นก็คงเกิดขึ้นได้เอง”

พิทักษ์พงศ์ไม่มีวันมีความรู้สึกแบบนั้นกับใครได้อีก ขืนแต่งงานกันสักวันเขาคงต้องทิ้งเธอไปหาผู้หญิงอื่น เขารู้ดีถ้าเป็นอย่างนั้นอาม่าจะต้องเสียใจมาก ได้แต่ภาวนาให้มิสโจวเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปซึ่งนั่นจะเป็นการดีที่สุด ระหว่างนั้นสิริวิมลเข้ามาชวนปริวัตรไปหาอะไรกินกันข้างนอก เขารีบเปลี่ยนเรื่องพูด เมื่อเช้าเขาเห็นประกาศแต่งตั้งพรีเซ็นเตอร์ประจำบริษัทซึ่งออกคำสั่งโดยเธอ

“ผมชักไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับนายมาร์คคนนั้นแล้วนะครับ”

“อย่ากังวลน่า มันไม่มีผลกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับฉันหรอก” สิริวิมลว่าแล้วลากแขนปริวัตรออกไปด้วยกัน พิทักษ์พงศ์หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความเสียงไปหามุนินเป็นทำนองว่ายังตัดใจจากเธอไม่ได้ โลกนี้ขาดเธอแล้วไม่น่าอยู่สำหรับเขา และขอโอกาสให้เขาได้พบกับเธออีกสักครั้ง

ooooooo

ที่บ้านของมิสเตอร์คิมในประเทศเกาหลี ขณะว่านกำลังแซวจอมขวัญที่หน้าตาไม่สดชื่น ไม่เหมือนคนที่เพิ่งผ่านพิธีหมั้นมาหมาดๆ หรือกำลังคิดถึงคนที่เธออยากจะหมั้นด้วยจริงๆซึ่งไม่ใช่คู่แฝดของเธอ มิสเตอร์คิมโทร.ทางไกลมาบอกเธอว่าได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดแล้ว

“ฉันตรวจดูแล้วในมือของฉันตอนนี้คือเอกสารยืนยันการถือหุ้นที่ถูกต้อง เมื่อรวมกับหุ้นทั้งหมดที่เธอได้มา ปฏิบัติการ เดด สวอน เธอถึงเป้าหมายของเธอแล้วนะมิสโจว เธอคิดจะแสดงตัวกับพวกเขาเมื่อไหร่”

จอมขวัญจะรอให้ถึงช่วงเวลาที่หลี่ซวงต้องทนทุกข์ทรมานที่สุดก่อน มิสเตอร์คิมกำลังจะถึงสนามบินสุวรรณภูมิจึงบอกเธอว่าเราจะคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งตอนเขาถึงบ้าน แล้วตัดการติดต่อ เธอหันไปสั่งให้ว่านเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อไปเอาเอกสารการถือครองหุ้นจากคธามาให้ เธอไม่อยากไปเอาเองเพราะไม่ต้องการให้คนที่บริษัทลีลาวัฒน์รู้ว่าอยู่เมืองไทย

“เราควรรักษาระยะห่างระหว่างฉันกับเขา”

ว่านสงสัย เขาคนไหนที่จอมขวัญว่า เธอไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบ...

ฝ่ายสิริวิภาต่อว่าทัศน์ยกใหญ่ที่อยู่ๆโผล่มาหาถึงห้องทำงานของเธอ เขาอ้างโทร.หาแล้วแต่เธอไม่รับสาย เขาแค่จะมาบอกว่าลาออกจากการเป็นผู้ชายนั่งชั่วโมงแล้ว และคงต้องหายหน้าไปพักใหญ่เพราะเชอรี่ยังตามรังควานเขาไม่เลิก เธอต้องการเงินอีกก้อนหนึ่งจากเขาถึงจะยอมเลิกยุ่งกับเขาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเธอจะตามเขาไปทุกที่และป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นผัวที่ทิ้งขว้างลูกเมีย

พี่ใหญ่แห่งบ้านลีลาวัฒนชัยอยากรู้ว่าเชอรี่ต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะเลิกยุ่งกับเขา ทีแรกเขาทำอึกอักไม่ได้ต้องการจะรบกวนเธอ แต่สุดท้ายก็ยอมบอกว่าเชอรี่เรียกร้อง เงินอีก 3 ล้านบาทเป็นค่าอิสรภาพของเขา

“นัดเชอรี่ให้มาพบฉัน เธอสองคนต้องรับปากต่อหน้าฉันว่าจะไม่กลับมาคืนดีกันอีกแล้วฉันจะเคลียร์เรื่องเงินให้ นี่จะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ฉันจะลงทุนกับเธอนะทัศน์” สิริวิภาเสียงกร้าว...

ทางด้านดารารัตน์ร้อนใจมากที่แผนสาดโจ๊กไม่สำเร็จ แถมสิริวิมลยังคบหาแนบแน่นกับปริวัตรมากขึ้นด้วยซ้ำ ก็เลยชวนบรรพตต้นคิดเรื่องสาดโจ๊กไปหามาร์คที่คอนโดฯที่พักเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เธอแนะให้เขางัดไม้ตายเรื่องคลิปฉาวออกมาใช้ประโยชน์ กลับพบว่าเรื่องคลิปเป็นแค่เรื่องลวงโลก เขาจะไปถ่ายคลิปตอนมีอะไรกันกับสิริวิมลทันได้อย่างไร ดารารัตน์ถึงกับสบถด้วยความเซ็ง เป็นอย่างนี้ก็จบกัน

“ยังครับ ยังไม่จบ ในเมื่อคุณเคยทำให้พวกเราเชื่อเรื่องคลิปนี้มาแล้ว คุณทำให้คุณนายหลี่ซวงเชื่ออีกคนได้ไหม แล้วคุณจะได้มากกว่าที่คุณได้ตอนนี้เยอะ” บรรพตยิ้มเจ้าเล่ห์ให้มาร์ค “เคยแบล็กเมล์หลานมาแล้ว แบล็กเมล์ย่าอีกคนไม่น่าจะยากตรงไหน”

ดารารัตน์เสนอตัว ถ้ามาร์คไม่กล้า เธอจะจัดการให้เองรับรองเรื่องนี้แสบร้อนกว่าเอาโจ๊กสาดเยอะ...

ตกค่ำ สิริวิภาเห็นน้องรองนั่งเหม่ออยู่ริมสระว่ายน้ำในบ้านลีลาวัฒนชัย เข้ามานั่งข้างๆ ขอปรึกษาเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง ถ้าต้องเสียเงินให้ผู้ชายที่เราพอใจเธอจะยอมไหม สิริกานดาถึงกับถอนใจเซ็ง

“อีกแล้วเหรอ”

สิริวิภารับรองคราวนี้ไม่ได้ยักยอกเงินบริษัท สิริกานดานิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าถ้ามันทำให้พี่สาวมีความสุขก็เชิญตามสบาย แต่ต้องรอบคอบอย่าให้เหมือนครั้งที่แล้ว สิริวิภาดูจะพอใจกับคำตอบของน้อง

“เรื่องของลื้อล่ะ”

“เรื่องของอั๊วจะจบพรุ่งนี้แหละ เพราะอาม่ารับนัดพี่โสแล้ว”

ooooooo

โสภณมาพบหลี่ซวงที่ห้องประชุมของบริษัทลีลาวัฒน์ในเช้าวันรุ่งขึ้น มีเพียงคงศักดิ์และสุมลทาเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมฟังด้วย สิริกานดาทำได้เพียงโทร.ให้กำลังใจเขา หลี่ซวงให้เวลาเขายี่สิบนาทีสำหรับสิ่งที่เขาอยากจะพูด โสภณสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยปากขอสิริกานดาจากท่านหลี่ซวงไม่ชอบขี้หน้าเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วขอฟังคำพูดแบบตรงประเด็นว่าเขามีอะไรดีพอที่ท่านจะยกหลานสาวคนรองให้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่โสภณต้องควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นเมื่อมีหลี่ซวงจ้องอยู่

“ผมเป็นคนจริงใจ รักเดียวใจเดียวและซื่อสัตย์ต่อความรัก ผมอาจจะไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรมากนัก แต่สมบัติที่มีค่าที่สุดที่ผมสามารถมอบให้คุณสิริกานดาได้ก็คือหัวใจของผม...ผมเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องการมีครอบครัวที่อบอุ่น มีสามีที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเธอได้ในทุกสถานการณ์ ผมขอยืนยันว่านั่นคือสิ่งที่ผมมีให้คุณสิริกานดาและเธอจะไม่ผิดหวังในสิ่งนี้เลยจนตลอดชีวิต”

“แค่นี้เหรอ...คิดว่าพูดอย่างนี้แล้วฉันจะประทับใจเหรอ” หลี่ซวงเห็นโสภณนิ่งอึ้งก็ยิ่งเสียงเข้มใส่ “เธอยังเหลืออีกเจ็ดนาที จะนั่งเงียบๆหายใจเบาๆไปจนหมดเวลาหรือจะหาอะไรที่ดีกว่านี้มาพูดก็เชิญ” ว่าแล้วท่านหยิบหนังสือที่วางอยู่แถวนั้นมาเปิดอ่านโดยไม่ให้ความสนใจโสภณแม้แต่น้อย...

ขณะที่โสภณถูกหลี่ซวงเล่นสงครามประสาท สิริวิภาซึ่งรออยู่ที่ร้านอาหารในห้างฯหรูเห็นทัศน์มาตามนัดเพียงลำพังบอกให้เขาเลิกหวังเรื่องเงินจากเธอได้เลยและจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีกต่อไป

“แต่เชอรี่บอกว่าถ้าผมเอาเงินไปให้ เธอจะยอมเลิกกับผมจริงๆ”

“ฉันไม่เชื่อ จนกว่ามันจะมาพูดต่อหน้าฉันให้ฉันเห็นกับตา ถ้าไม่มีเชอรี่ที่นี่ เราก็แยกทางกัน”

ทัศน์เห็นสิริวิภาเอาจริง รีบบอกว่าจะลองโทร.ตามเชอรี่อีกครั้ง แล้วเดินออกไปโทรศัพท์นอกร้าน

จากนั้นไม่นาน เขากลับมาบอกเธอว่าเชอรี่มาแล้วรออยู่ หน้าร้าน สิริวิภาออกไปหาคู่อริพร้อมกับจ่ายเงินให้สองแสนบาท ส่วนที่เหลือจะจ่ายเป็นเช็คล่วงหน้าห้าเดือน ถ้าเธอไม่หายไปจากชีวิตของทัศน์ เช็คใบนี้จะเด้งทันที เชอรี่ด่าลั่นว่าอีงก อยากได้ผัวชาวบ้านยังจะขี้เหนียวอีก

“ไม่พอใจก็คืนเงินมา แล้วเอาผัวแกกลับไป”

เชอรี่เจ้าเล่ห์จะเอาทั้งเงินและจะเอาผัวกลับไปด้วย ลากแขนทัศน์จะพากันไป สิริวิภาแดกดัน นึกอยู่แล้วว่าชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ต้องรวมหัวกันหลอกเอาเงินจากตนคิดว่าตนโง่หรืออย่างไร

“เปล่าแกไม่ได้โง่ แกมันโคตรโง่ต่างหาก เสียเงินตั้งห้าล้านสามแสนแล้วยังไม่สำนึก ในบรรดาลูกค้าของผัวฉันเนี่ยไม่มีใครโง่เท่าแกอีกแล้ว อีแก่” เชอรี่ลอยหน้าด่า สิริวิภาสุดทนคว้าของใกล้มือฟาดหัวแตกเลือดอาบ เธอไม่ยอมเจ็บคนเดียวถอดรองเท้าตบหน้าอีกฝ่ายคืนบ้าง สองสาวเปิดศึกตบตีกันกลางห้างฯ...

เรื่องระหว่างสิริกานดากับโสภณทำท่าจะเป็นหนังชีวิตไม่จบง่ายๆเมื่อปรุงฉัตรพาโอ๊ตบุกมาขอพบ สิริกานดาถึงที่ทำงาน เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็เลยให้เข้าพบ ปรุงฉัตรจัดแจงทวงสามีคืนจากเธอ แล้วบอกลูกชายว่าผู้หญิงคนนี้นี่เองที่แย่งพ่อของแกไป เด็กน้อยขอร้องเธออย่าเอาพ่อของแกไปเก็บไว้คนเดียว

“ไม่จริง พวกแกเป็นใครฉันไม่รู้จัก ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”

“จะคืนผัวฉันมาดีๆหรือจะให้มีเรื่องกันก่อน”

สิริกานดากดอินเตอร์คอมตะโกนสั่งให้เลขาฯเรียก รปภ.มาลากผู้หญิงคนนี้ออกไปจากห้องของเธอ ปรุงฉัตรจับมือลูกชายไว้แน่นมองคู่อริอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องประชุม โสภณนั่งเงียบไม่รู้จะพูดโน้มน้าวหลี่ซวงอย่างไรดี ท่านเหลือบดูนาฬิกาแล้วบอกเขาว่าเหลืออีกหนึ่งนาทีสุดท้าย จะพูดอะไรก็ให้พูดออกมา เขาได้แต่บอกว่ารักสิริกานดามาก ท่านรำคาญ ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็นั่งเงียบๆดีกว่าพูดซ้ำไปซ้ำมา โสภณโพล่งขึ้นทันที

“ผมกำลังจะได้งานที่เมืองนอก ผมจะไปปักหลักที่นั่น สิริกานดาคุยกับผมว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ถ้าท่านอนุญาตให้เราคบกัน ก็จะเป็นโอกาสดีที่เราจะเริ่มสร้างครอบครัว”

ทั้งคงศักดิ์และสุมลทาต่างตกใจที่โสภณคิดจะพาลูกสาวของตัวเองไปเมืองนอก หลี่ซวงทัดทาน ขืนไปอยู่ไกลหูไกลตาท่านแบบนั้น เขาคิดจะทำอะไรไม่ดีกับสิริกานดาก็ทำได้สบายเลย โสภณยืนยันจะไม่มีวันคิดร้าย กับเธอ หลี่ซวงไม่เชื่อ น้ำหน้าอย่างเขาพนันกันได้เลยวันหนึ่งจะต้องมีเมียน้อย

“ไม่ครับ ผมไม่เคยคิดจะมีใครนอกจากน้องรองคนเดียวครับ” พูดไม่ทันขาดคำสิริกานดาพรวดพราดเข้ามาคาดคั้นให้โสภณบอกความจริงมาว่ามีลูกมีเมียหรือยัง เพราะมีผู้หญิงจูงลูกมาหาเธอบอกว่าเป็นเมียของเขา โสภณละล่ำละลักว่าไม่มี พูดไม่ทันขาดคำ ปรุงฉัตรพยายามวิ่งลุยเข้ามาในห้องแต่ถูก รปภ.กับพนักงานขวางไว้ หลี่ซวงสั่งเสียงเฉียบให้ รปภ.ปล่อยผู้หญิงคนนั้นเข้ามาได้ ปรุงฉัตรเข้ามาประจันหน้ากับโสภณ

“บอกสิว่าแกไม่รู้จักฉันกับตาโอ๊ต บอกทุกคนในห้องนี้เลย บอกดังๆ”

สิริกานดาได้แต่มองชายคนรักด้วยสายตาปวดร้าว โอ๊ตขอร้องให้โสภณพากลับบ้าน เขาปวดหัวมาก คงศักดิ์ไม่อยากให้เด็กต้องมารับรู้เรื่องของผู้ใหญ่ จึงสั่งให้พาแกออกไปข้างนอกก่อน ปรุงฉัตรไม่ยอมให้ลูกไปไหนทั้งนั้น ถ้าจะพูดอะไรก็ให้พูดต่อหน้าลูก โสภณตัดสินใจบอกทุกคนว่าเราสองคนกำลังจะเลิกกัน ปรุงฉัตรโกรธมากที่เขากล้าพูดแบบนี้ พุ่งเข้าไปตบตีอุตลุด คงศักดิ์ขู่ถ้าไม่หยุดจะเรียกตำรวจ เธอถึงสงบลงได้

“ฉันให้เวลาถึงพรุ่งนี้ กลับไปเมืองเพชรไปพูดอย่างนี้กับพ่อกูแล้วดูสิว่าอะไรจะเกิดขึ้น หรือถ้ามึงไม่กล้าจะให้พ่อกูส่งคนมารับที่นี่ก็ได้...ไปโอ๊ต แม่เสร็จธุระแล้ว” พูดจบปรุงฉัตรเดินจูงลูกออกไป โสภณหันมาทางสิริกานดาที่ยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ ขอโอกาสเขาอีกสักครั้ง แต่ดูเหมือนโอกาสของเขาไม่มีอีกต่อไปแล้ว เธอตบเขาฉาดใหญ่ฐานหลอกลวงกันมาตลอด แล้วผละจากไปทั้งน้ำตา

สุมลทารีบวิ่งตามไปปลอบ หลี่ซวงได้ทีไล่ตะเพิดโสภณไปจากครอบครัวนี้ได้แล้ว เขาขอเคลียร์เรื่องของตัวเองก่อนแล้วจะขอเริ่มต้นใหม่

“ถ้าคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจากเมืองเพชรได้ ก็ลองดู” หลี่ซวงเดินยิ้มอารมณ์ดีออกไป แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อดารารัตน์เข้ามากระซิบบอกว่าเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างสิริวิมลกับมาร์คไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มีคลิปฉากเร้าร้อนของทั้งคู่ด้วย สิริวิมลผ่านมาได้ยินพอดี รีบชิ่งออกไปทันที หลี่ซวงไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

“ก็อยู่ที่วิจารณญาณของท่าน ถ้าท่านไม่มั่นใจก็ลอง ถามหลานสาวท่านดูได้ ถามว่าเธอมีอะไรกับมาร์ครึเปล่า หลานสาวท่านอาจจะปฏิเสธ แต่ถ้าท่านจ้องตาเธอดีๆท่านก็จะรู้ได้เองว่าความจริงคืออะไร ดิฉันคิดว่าท่านคงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะมีคนเห็นคลิปมากกว่านี้ ถ้าจะให้สวยก็จัดให้แต่งงานกันซะเลยสิคะจะได้จบ ดีกว่าปล่อยให้ไปทำอะไรกันลับๆนะคะ คนมันเคยมีอะไรๆกัน ถึงเวลาอยากมันอดไม่ได้หรอก”

“จบเรื่องแล้วก็ออกไปได้”

ดารารัตน์เดินจากไปอย่างสบายใจ ทิ้งให้หลี่ซวงยืนหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น แถมต้องเครียดหนักขึ้นเมื่อคงศักดิ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าสิริวิภาขึ้นโรงพัก มีคดีทำร้ายร่างกายกลางห้างฯ เขาต้องไปเคลียร์ให้ลูกก่อน ท่านสั่งให้จัดการให้เรียบร้อยอย่าให้เป็นข่าวเด็ดขาด

ooooooo

ในที่สุดปริวัตรก็ติดต่อจอมขวัญได้หลังจากพยายามมาถึงสี่วันสี่คืน เขาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ที่นี่วุ่นวายพอสมควร เขาเพิ่งกลับจากโรงพักเนื่องจากสิริวิภามีเรื่องทะเลาะวิวาทหึงหวงกัน อีกทั้งสิริกานดาก็ถูกผู้หญิงมาชี้หน้าด่าถึงบริษัท ส่วนสิริวิมลโดนคนดักทำร้าย พาลให้ทุกคนเครียดกันไปหมด

แต่ที่เขาโทร.หาเธอเพราะอยากรู้ว่าการหมั้นของเธอกับพิทักษ์พงศ์เกิดขึ้นจากความรักและความต้องการของหัวใจจริงๆหรือเพราะเหตุผลทางธุรกิจ เธอมีความสุขกับเรื่องนี้จริงๆหรือ จอมขวัญเลี่ยงที่จะตอบคำถามด้วยการย้อนถามเขาว่ายังเก็บสร้อยเส้นที่เธอให้ไว้หรือเปล่า ปริวัตรหยิบมันออกมาจากใต้หมอนหนุน

“มันอาจจะเป็นของที่ระลึกธรรมดาๆชิ้นหนึ่งที่ผ่านมาในชีวิตของคุณหรืออาจจะมีความหมายลึกซึ้งผูกพันมากกว่านั้นก็อยู่ที่หัวใจของคุณเอง คุณควรทำความรู้จักกับหัวใจของตัวเองมากกว่าสนใจหัวใจของคนอื่นนะคะ เพราะความสุขของเราย่อมเกิดจากใจของเราไม่ใช่ใจของคนอื่น เราบังคับหัวใจใครไม่ได้และไม่มีใครรู้จักหัวใจเราดีมากกว่าตัวเราเองค่ะ” พูดจบจอมขวัญวางสาย มิสเตอร์คิมเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“แล้วเธอล่ะรู้จักหัวใจตัวเองดีพอหรือยัง เคยพิจารณาความละเอียดอ่อนของหัวใจตัวเองบ้างไหม”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของจ๋อม”

“หัวใจเป็นเรื่องใหญ่ของทุกคน วันที่เรื่องราวทุกอย่างถูกเปิดเผย ใครหลายคนอาจจะต้องหัวใจสลายซึ่งรวมถึงคนที่มีความรู้สึกดีต่อเธอด้วย เมื่อถึงวันนั้นความปรารถนาดีอาจกลายเป็นความชิงชังได้”

จอมขวัญยอมรับผลจากการกระทำของตัวเองในทุกกรณีอยู่แล้ว...

แม้ตัวเองจะมีปัญหาแต่สิริวิภาก็อดเป็นห่วงน้องรองของเธอไม่ได้ ถามแม่ว่าน้องเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าหลับไปแล้ว ร้องไห้จนหมดแรง เธอสงสารน้องมากที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แล้วขอโทษแม่ที่ทำเรื่องไม่ดี ทำให้เสื่อมเสียกับวงศ์ตระกูล สัญญาทั้งน้ำตาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก จะไม่พาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับสิ่งต่ำช้าอีกเด็ดขาด สุมลทาดึงลูกมากอด ปลอบว่าไม่ต้องร้องไห้ทุกคนเข้าใจและให้อภัยเธอแล้ว สิริวิภาจะร้องไห้วันนี้เป็นวันสุดท้าย จะไม่เสียน้ำตาอีก และอยากขอโทษอาม่ากับเรื่องที่เกิดขึ้น

“อาม่าเพิ่งกลับเข้าบ้านเมื่อกี้นี้เอง รอให้หายเครียดหายเหนื่อยก่อน ค่อยไปขอโทษก็ได้นะลูก”...

ทางฝ่ายหลี่ซวงอดนึกถึงเหตุการณ์ที่ไปพบกับมาร์คก่อนหน้านี้ไม่ได้ ท่านตกลงจ่ายเงินให้เขายี่สิบล้านบาทเพื่อแลกกับการทำลายคลิปฉาวของหลานสาวคนเล็กโดยไม่รู้ว่าเป็นแค่เรื่องลวงโลกและให้เขาเซ็นสัญญายินยอมเอาไว้ หากมีคลิปที่เขาถ่ายเผยแพร่ออกไปแม้แต่นิดเดียว ท่านจะฟ้องเอาผิดเขาได้และเขาจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ท่านมากกว่าที่ท่านจ่ายให้เขาหลายสิบเท่า...

จากนั้นไม่นาน มาร์คเปิดประตูห้องพักตัวเองเข้าไป เห็นสิริวิมลนั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เธอมาหาเขาเพื่อเอาเงินสิบล้านบาทมาให้ตามสัญญา และขอคำมั่นว่าเขาจะไปจากชีวิตของเธอจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีก แล้วขยับจะไป มาร์คคว้าแขนเธอไว้ ถ้าอยากให้เขาไปพ้นหน้าขอมีความสุขกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากลา สิริวิมลพยายามสะบัดหนีแต่ไม่สำเร็จ เขาขู่ถ้าเธอไม่ยอม จะถือว่าการตกลงกันครั้งนี้เป็นโมฆะ แล้วลงมือปลุกปล้ำ เธอจำต้องโอนอ่อนผ่อนตาม โดยไม่รู้ว่าบรรพตแอบถ่ายคลิปฉากรักครั้งนี้เอาไว้...

ในเวลาต่อมา ระหว่างที่สิริวิมลขับรถกลับบ้าน หลี่ซวงโทร.มาบอกว่าจัดการเรื่องคลิปฉาวของเธอกับมาร์คให้แล้ว โดยจ่ายค่าคลิปไปยี่สิบล้านบาท เธอถึงกับด่ามาร์คลั่นว่าไอ้ชั่วโดยไม่บอกว่าเธอเองก็จ่ายเงินค่าคลิปนั่นเช่นกัน หลี่ซวงต้องการให้เธอเลิกยุ่งกับมันเด็ดขาดรวมทั้งผู้ชายคนอื่นด้วย เรื่องเละเทะแบบนี้ต้องเลิกให้หมด ทำตัวให้สะอาดบริสุทธิ์เตรียมพร้อมสำหรับงานหมั้นของเธอกับผู้ชายที่ท่านจะเลือกให้

“อั๊วกำลังจับลื้อใส่ตระกร้าล้างน้ำเพราะฉะนั้นอย่าคิดขัดคำสั่งอั๊วเป็นอันขาด”

ooooooo

เช้าวันถัดมา พิทักษ์พงศ์มาดักรอมุนินแถวหน้าบ้านของเธอเพื่อจะบอกเรื่องที่เขากลับไปเป็นหลานรักของอาม่าอย่างที่เธอต้องการแล้ว และท่านให้เขาหมั้นกับผู้หญิงที่ท่านเลือก เขาตั้งใจจะเข้าพิธีหมั้นเพื่อให้ท่านสบายใจแต่มันจะจบแค่พิธีการเท่านั้นจะไม่มีอะไรไกลเกินกว่านี้เด็ดขาด

“เพราะผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะแต่งงานด้วยคือมุนิน รอผมนะ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งผมไปไหนนะ จนกว่าจะถึงเวลาของเรา ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้มุนินและแม่ต้องเดือดร้อนอีกเป็นอันขาด”...

เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น หุ้นที่จอมขวัญให้ว่านไปทวงถามจากคธากลับไม่ได้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ เขาร้อนเงินก็เลยเอาหุ้นสามเปอร์เซ็นต์ของตัวเองขายคืนให้หลี่ซวงทำให้จอมขวัญยังได้หุ้นของลีลาวัฒน์ไม่ถึง กึ่งหนึ่ง ว่านโทร.ทางไกลถามจอมขวัญว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป

“นายรออยู่ที่นั่นแหละ ฉันจะกลับเมืองไทยคืนนี้เลย”...

ผู้ชายที่หลี่ซวงจะให้มารับเซ้งสิริวิมลไม่ใช่ใครที่ไหน คือปริวัตรนั่นเอง ท่านพยายามหว่านล้อมให้เขาเห็นว่าสิริวิมลไม่มีอะไรน่ารังเกียจและเท่าที่ท่านเห็น เขากับเธอก็ดูจะถูกคอกันดี ท่านจึงอยากจะจับจองเวลาให้ทั้งคู่มีโอกาสดูใจกันไปก่อนเหมือนอาซื่อกับมิสโจว

“ผมมีสิทธิ์จะปฏิเสธไหมครับ”

“ถ้าเธอจงรักภักดีกับบริษัทจริงเธอย่อมรู้คำตอบนี้ดี เก็บไปคิดให้ถ้วนถี่กว่านี้แล้วค่อยตอบตกลงกับฉัน”

ปริวัตรรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก ได้แต่นิ่งอึ้งไม่รู้ จะทำอย่างไรดี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.