นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์หงส์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ณ ตลาดมหาโชค ตลาดค้าผ้าใหญ่ที่สุดริมคลองแสนแสบ ทีมงานรายการทีวี ซีโร่ ทู ฮีโร่ กำลังตามเก็บภาพการทำงานของจอมขวัญ จันแจ้ง หรือจ๋อมเด็กสาวจอมแก่นประจำตลาดซึ่งขยันทำงานตัวเป็นเกลียว

    นอกจากจะส่งอาหารจากร้าน “จ๋อมจานด่วน” ซึ่งมีจินดาแม่ของเธอกับประไพเป็นกุ๊กใหญ่ให้ถึงมือเหล่าพ่อค้าแม่ค้าถึงแผงขายของในตลาดแล้ว จอมขวัญยังทำหน้าที่เมสเซนเจอร์ของที่นี่อีกด้วย ใครจะไหว้วานให้เธอไปธนาคาร จ่ายค่าน้ำค่าไฟหรือส่งของให้ลูกค้านอกตลาด เธอทำให้หมด

    พิธีกรรายการสัมภาษณ์ทั้งจินดา ประไพกับโด่งผู้ช่วยส่งอาหารวัยกระเตาะและว่านเพื่อนซี้ปึกของจอมขวัญซึ่งมักจะแวบจากงานที่โรงแรมโชคภิรมย์มาช่วยล้างจานที่ร้าน บ่ายนี้จอมขวัญยังมีคิวจะต้องไปส่งผ้าม้วนที่ร้านแถวแพลตตินั่ม ทีมงานก็เลยขอตามไปถ่ายทำรายการด้วย และติดกล้องที่มอเตอร์ไซค์เวสป้าของเธอ ครู่ต่อมาจอมขวัญขี่รถออกจากตลาดมหาโชค โดยมีทีมงานรายการทีวีตามไปด้วย

    “ช่วงนี้เราจะตามไปดูวิธีการส่งผ้าของน้องจ๋อมว่าเธอจะรวดเร็วและมีลีลาพลิ้วไหวงดงามสักเพียงใด ซีโร่ ทู ฮีโร่ของเราวันนี้ น้องจ๋อมจานด่วน”...

    จอมขวัญขี่เวสป้าลัดเลาะเข้าซอยโน้นออกซอยนี้มุ่งสู่ประตูน้ำอย่างชำนาญทางพร้อมด้วยทีมงานรายการทีวี ทันใดนั้น มีรถตู้แล่นตัดหน้า ด้วยความชำนาญในการขี่รถเด็กสาวหักหลบได้ทัน เวสป้าเสียหลักลื่นไถลไปกับพื้นถนน ม้วนผ้ากระเด็นไปทางรถไปอีกทางหนึ่ง จอมขวัญตั้งหลักได้ลุกขึ้นขยับเวสป้าคู่ใจหลบให้พ้นทาง ทีมงานเห็นเธอปลอดภัยพากันโล่งอก เธอขอเคลียร์กับคู่กรณีก่อนแล้วเดินเข้าไปเอาเรื่อง

    “เฮ้ย ชนแล้วทำเฉยเหรอ ไม่คิดจะลงมาเคลียร์กันรึไง อายอะไรวะ”

    โชเฟอร์รถตู้ยังนั่งเฉย มีรถเก๋งคันโก้เคลื่อนมาจอดต่อท้ายรถตู้คันนั้น หลี่ซวงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เบาะหลังถามคนขับรถของตัวเองว่าใครผิด พอรู้ว่ารถตู้ของฝ่ายเราผิดสั่งการทันที

    “บอกให้มันรีบจ่ายตังค์ซะ ก่อนตำรวจมา ตังค์มันนะ ไม่ใช่ตังค์ฉัน ฉันไม่ได้เป็นคนขับ ฉันไม่ได้ทำผิด”

    คนขับรถมองหน้าเจ้านายแวบหนึ่งก่อนจะเปิดประตูรถลงไป สิริวิมลดึงหูฟังออกหันไปถามหลี่ซวงผู้เป็นย่าว่ามีเรื่องอะไรหรือ กลับโดนท่านเอ็ดเสียงลั่น

    “นั่งหลับในรถไม่ดีนะหมวยเล็ก ม่าเคยเตือนแล้ว หัดจำซะบ้างสิ”

    ooooooo

    คนขับรถของหลี่ซวงเดินไปบอกโชเฟอร์รถตู้ตามที่นายใหญ่สั่ง เขากลับบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่แค่ห้าสิบบาท แถมใบขับขี่ก็ไม่มี จอมขวัญเห็นคู่ กรณียังนิ่งโวยวายเสียงลั่นถนน

    “ไม่ลงมาคุยกันก็ไม่ต้องไปไหนกันแล้ว อยู่มันอย่างนี้แหละ ดูสิใครจะทนได้นานกว่ากัน”

    โซเฟอร์รถตู้จนปัญญาไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายก็เลยหันไปยืมเงินจากคนในรถซึ่งสวมชุดมาสคอตชุดหมีอัดกันมาเต็มคันรถ ปริวัตรซึ่งเป็นเด็กฝึกงานของบริษัทลีลาวัฒน์และเป็นหนึ่งในตัวมาสคอตอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้โดยไม่ต้องใช้เงินสักแดงเดียวแล้วลงไปเจรจากับจอมขวัญว่ามีอะไรเสียหายไหม แต่เท่าที่เขาสำรวจจากสายตา เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร จอมขวัญท้าให้ดูภาพจริงจากกล้องของทีมงาน

    “มีกล้องด้วย ถ่ายรายการอะไรอยู่เหรอครับ” ปริวัตรหันไปทางทีมงาน พอรู้ว่ามาจากรายการซีโร่ ทู ฮีโร่ก็ยิ้มๆ แล้วบอกให้จอมขวัญรีบจบๆเรื่องแล้วแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองไม่ดีกว่าหรือ เธอจะไปก็ต่อเมื่อเขาจ่ายค่าทำขวัญมาก่อน ปริวัตรยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหูจอมขวัญ ถามว่าจะเอาเท่าไหร่

    “แล้วแต่จะกรุณา แต่ถ้าช้ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

    ปริวัตรพยักหน้ารับรู้ แล้วชวนคนขับรถเดินไปรายงานหลี่ซวงด้วยกัน นายใหญ่สั่งให้ทิ้งโชเฟอร์รถตู้ไว้ที่นี่แล้วให้คนขับรถไปขับรถตู้แทน ท่านจะขับคันนี้เอง ปริวัตรทักท้วงขืนทำอย่างนั้นอาจทำให้ท่านดูไม่ดีและอาจเสียหายถึงชื่อเสียงของบริษัทได้เพราะตรงนั้นมีกล้องของรายการทีวีกำลังบันทึกภาพอยู่

    “ตรงไหนไม่ดี หรือฉันต้องไปขึ้นโรงพักกับไอ้เด็กมอเตอร์ไซค์คนนั้นถึงจะเป็นท่าทีที่ดูดี”

    “ไม่ต้องครับ แค่ขอของขวัญของบริษัทสองกล่องก็พอ ผมดูด้วยตาแล้วมอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่มีอะไรเสียหาย มันเล่นแง่ ยื้อเรานิดหน่อยเท่านั้น”

    หลี่ซวงให้เวลาปริวัตรสามนาที จะเอาของขวัญกี่กล่องก็เอาไปแต่เรื่องต้องจบ เขารับรองจบแน่นอนแล้วเดินกลับไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับกล่องของขวัญกล่องใหญ่สองกล่อง กล่อมจนจอมขวัญยอมรับกล่องของขวัญเกรดเอ ของบริษัทลีลาวัฒน์ซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินไม่ต่ำกว่ากล่องละห้าพันบาทเป็นค่าทำขวัญแทนเงิน

    “อยู่วินไหน เผื่อวันหลังจะเรียกใช้บริการ”

    จอมขวัญให้ปริวัตรไปถามหาไอ้จ๋อมที่ตลาดมหาโชครับรองทุกคนรู้จัก แล้วเอากล่องของขวัญไปผูกท้ายเวสป้าของตัวเอง รถของหลี่ซวงเคลื่อนมาจอดหน้าทีมงานรายการซีโร่ ทู ฮีโร่ สิริวิมลลดกระจกรถลง สั่งให้ลบเทปรายการนี้ให้หมดตามคำสั่งของคุณนายหลี่ซวง ทีมงานชะเง้อคอยาวมองเข้าไปในรถ เห็นคนที่สิริวิมลอ้างถึงนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ รีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน ฝ่ายจอมขวัญมัดกล่องของขวัญเสร็จ เดินมาหาทีมงาน ถามว่าจะถ่ายต่อไปหรือไม่ พิธีกรถามกลับ รู้ไหมเมื่อครู่นี้ เธอมีเรื่องกับรถของใคร จอมขวัญส่ายหน้า

    “ประธานลีลาวัฒน์ เจ้าของรายการเราจ้ะ เขาสั่งแบนเทปนี้”

    ooooooo

    ประไพกับโด่งถึงกับบ่นด้วยความเสียดายที่ถ่ายทำรายการพวกเราไปตั้งเยอะแต่กลับไม่ได้ออกอากาศ

    “ใช้งานเราฟรีๆอย่างนี้ มันเห็นแกตัวชัดๆ เกลียดจริงๆเลย ไอ้พวกนายทุน อย่าให้เจอนะ” โด่งบ่นอุบ

    “เขาไม่ได้ใช้เราฟรีๆ เขาจ่ายตังค์ค่าตัวให้พวกเราด้วย...นี่” ไม่พูดเปล่าจอมขวัญชูซองใส่เงินค่าตัวให้ทุกคนดู พร้อมกับส่งกล่องของขวัญสองกล่องนั้นให้เอาไปแบ่งกัน ประไพรับไปแกะกล่องแล้วเอาของข้างในแจกให้แก่ทุกคน เป็นจังหวะเดียวกับว่านปั่นจักรยานเข้ามา จอมขวัญจึงแบ่งเงินค่าจ้างให้ด้วย เขากระซิบบอกเธอว่าคืนนี้มีงานใหญ่ที่ศาลเจ้า สนใจหรือเปล่า อะไรที่เป็นเงินมีหรือจอมขวัญจะไม่สน โด่งขอตามไปหาประสบการณ์ด้วยแต่เธอไม่ให้ไป...

    จินดากลับโล่งอกที่ไม่ต้องออกทีวี กลัวคนบ้านนั้น จะเห็นหน้าตัวเองกับลูก ประไพติง ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร คนที่ต้องกลัวควรเป็นพวกนั้นไม่ใช่เรา ไม่อย่างนั้น ป่านนี้จอมขวัญสบายไปแล้วไม่ต้องมาวิ่งงกๆหาเงินเรียนหนังสือตัวเป็นเกลียวแบบนี้ จินดาถึงกับซึม แล้วอยู่ๆ ก็ไอออกมาเสียงดังน่ากลัว...

    หลังเสร็จงานเปิดตัวสินค้าของบริษัท หลี่ซวงซึ่งนั่งอยู่กับสิริวิมลสั่งให้คนไปตามปริวัตรที่กำลังเล่นกับเด็กๆอยู่ข้างเวทีมาพบเพื่อขอบใจเขาที่จัดการเรื่องอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี เธอเห็นหน่วยก้านของเขาดี แถมมีไหวพริบ ก็เลยชวนให้สมัครงานที่บริษัทหลังฝึกงานเสร็จ เขายังไม่พร้อมจะทำงาน ยังอยากเที่ยว ยังอยากหาประสบการณ์ไปเรื่อยๆก่อน แล้วขอตัวไปทำงานต่อ สักพัก สิริวิภากับสิริกานดาเดินเข้ามา หลี่ซวงเอ็ดทันที

    “ฉันให้เธอสองคนมาช่วยงาน ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้”

    สองสาวมีข้ออ้างต่างๆนานา หลี่ซวงไม่พอใจมาก ตำหนิหลานสาวทั้งสามคนว่าไม่ใช่เด็กๆแล้ว อีกสองปีก็จบมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องเตรียมตัวรับช่วงงานในบริษัทตั้งแต่เดี๋ยวนี้ จากนี้ไปบริษัทมีโครงการอะไร ท่านจะให้ทั้งสามคนเข้าประชุมด้วยทุกครั้ง สิริกานดาได้ทีบอกให้ท่านกำชับหลานชายคนโปรดจะดีกว่า เพราะเพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้เอง พิทักษ์พงศ์หรืออาซื่อรู้งานรีบเข้ามาออดอ้อนเอาใจคุณย่า อ้างที่มาสายเพราะต้องอยู่ช่วยงานโรงเรียน หลี่ซวงสั่งให้เขาลดกิจกรรมกับเพื่อนๆให้น้อยลง และเตรียมตัวมาฝึกงานที่บริษัทได้แล้ว

    “อะไร อั๊วเพิ่งจบ ม.6 เองนะม่า”

    หลี่ซวงไม่สนจากนี้ไปพิทักษ์พงศ์จะต้องมาฝึกงานไปเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วย สิริวิภากับสิริวิมลช่วยกันแขวะน้องชายเป็นทำนองเดียวกันว่าเขาไม่อยากเรียนหนังสืออยากจะหนีไปอยู่เมืองนอก

    “จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้นทุกคนมีหน้าที่สืบทอดบริษัทลีลาวัฒน์ต่อจากม่าห้ามปฏิเสธ” หลี่ซวงเสียงเข้ม

    “ก็ได้ แต่คืนนี้อั๊วขอไปงานวันเกิดเพื่อนหน่อยนะม่า”

    สามสาวพยายามเสี้ยมไม่ให้หลี่ซวงอนุญาต แต่ไม่เป็นผล ท่านยอมให้พิทักษ์พงศ์ไปงานวันเกิดเพื่อนได้แต่มีข้อแม้ต้องมีคนไปเป็นพี่เลี้ยงและคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือปริวัตรนั่นเอง

    ooooooo

    งานใหญ่ของศาลเจ้าที่ว่านว่าคือการเปิดบ่อนเล่นไฮโลกัน จอมขวัญกับว่านวางแผนขโมยเงินกอง กลางจากนักพนัน โดยทำทีเอาเครื่องดื่มพร้อมขนมนมเนยใส่รถเข็นเข้าไปขาย เธอร้องเพลงจีนให้ฟังเป็นของแถม นักพนันพากันโห่ฮาไม่พอใจ ขอให้เปลี่ยนเป็นร้องเพลงไทยแทนที่

    “ฉันร้องเป็นแต่เพลงนี้ แม่กล่อมฉันมาตั้งแต่เด็กๆ ร้องทีไรเจ้ามือเจ๊งทุกที ไม่เอาเหรอ”

    “งั้นร้องดังๆหลายๆรอบเลยไอ้จ๋อม” นักพนันตะโกนสวน...

    ขณะที่จอมขวัญกำลังร้องเพลงจีนให้เหล่านักพนันฟังอย่างมีความสุข หลี่ซวงนั่งเอนหลังฟังเพลงเดียวกันนี้อยู่ในห้องหนังสือของบ้านลีลาวัฒนชัย สุมลทา ลูกสะใภ้ของท่านมาขอปรึกษาบางอย่าง เนื่องจากตอนนี้ลูกๆโตกันหมดแล้ว อยากจะไปช่วยงานท่านที่บริษัท ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ หลี่ซวงให้ไปถามคงศักดิ์หรืออากวงก่อน สุมลทาอ้างว่าเขาไม่พูดด้วยตั้งแต่มีลูกชายคนเล็กแล้ว

    “งั้นก็ต้องพิจารณาที่ตัวลื้อไม่ใช่ลูกชายอั๊ว ผู้หญิงต้องปรนนิบัติผู้ชาย ต้องเอาใจใส่กับงานในบ้าน ไม่ใช่ออกไปโลดโผนข้างนอก” หลี่ซวงสั่งสอนไม่ทันขาดคำ สุมลทาย้อนถามแล้วทีท่านทำไมทำได้ หลี่ซวงห้ามเอามาเทียบกับท่าน ฟ้ากำหนดให้ท่านต้องเป็นอย่างนี้ ส่วนตัวเธอ อยู่ที่ท่านเป็นคนกำหนด เรื่องที่จะขอไปทำงานที่บริษัท ท่านขอคิดดูก่อนแล้วจะบอกให้รู้ทีหลัง...

    ที่ศาลเจ้า จอมขวัญเห็นเงินกองกลางของวงไฮโลเริ่มกองโตขึ้นเรื่อยๆ หันไปพยักพเยิดกับว่านอย่างรู้กัน เขาคว้าเบียร์หนึ่งกระป๋องเอาไปให้นักเลงที่เฝ้าอยู่หน้าทางเข้า อาสาจะเปิดกระป๋องให้ แกล้งเขย่ากระป๋องก่อนจะเปิดทำให้เบียร์พุ่งใส่นักเลงเลอะไปทั้งตัว จังหวะที่เขาก้มเช็ดเบียร์ที่เปื้อน ว่านเอื้อมมือไปสับคัตเอาต์

    ไฟดับพรึบทั้งศาลเจ้า เหล่านักพนันร้องลั่นด้วยความตกใจ และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อมีเสียงประกาศดังขึ้น

    “ทุกคนหยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้ ห้ามขยับเขยื้อน นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจนะ”

    เท่านั้นเองนักพนันวิ่งหนีกันชุลมุน เสียงประกาศของตำรวจยังคงดังต่อเนื่อง จอมขวัญอาศัยจังหวะนั้น กวาดเงินกองกลางใส่ถุงแล้ววิ่งหนีไปหาว่าน ซึ่งเป็นคนเปิดคลิปเสียงตำรวจ พวกนักเลงเริ่มไหวตัวเพราะไม่เห็นตำรวจสักคน จอมขวัญเห็นท่าไม่ดีชวนว่านเผ่น พวกนั้นเห็นหลังทั้งคู่วิ่งไปไวๆ รีบไล่ตามแต่ไม่ทัน สองเพื่อนซี้หนีไปหลบในถังน้ำมันเปล่า ปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำ หนีรอดจากเงื้อมมือพวกนักเลงคุมบ่อนไปได้พร้อมกับเงินเต็มถุง จอมขวัญเตือนว่านให้เก็บเงินเอาไว้บ้าง

    “เราหาเงินแบบนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก บาปกรรมรึเปล่าก็ไม่รู้”

    “เออน่า เงินที่เราหาได้ทุกวันนี้เราก็เก็บใส่กระปุกไว้อย่างดี ว่าแต่จ๋อมเหอะมีเงินเก็บพอค่าเล่าเรียนรึยัง”

    จอมขวัญเลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่ค่าเล่าเรียนไม่แพงเพียงแต่ต้องไปเรียนไกลถึงเชียงรายถ้าสอบติด ว่านอยากรู้จะประกาศผลเมื่อไหร่ พอรู้ว่าพรุ่งนี้เช้าถึงกับร้องเอะอะ ด้วยความดีใจ จะได้ฉลองทีเดียวไปเลยทั้งสอบติดและฉลองวันเกิดให้เธอ

    ooooooo

    ประไพเห็นจินดาดูรูปถ่ายของเด็กแฝดในมือไปร้องไห้ไปด้วย เข้ามาปลอบจะดูให้ได้อะไรขึ้นมา ผ่านมาตั้งสิบแปดปีแล้ว คิดว่าเขาจะยังเหมือนในรูปนั่นหรือ ต่อให้เดินสวนกันกลางถนนเธอก็ไม่มีทางรู้ว่าเป็นเขา และที่สำคัญเขาต้องมีชีวิตดีกว่าจอมขวัญของเราแน่นอน

    “ถ้าแกอยากให้จ๋อมมันมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แกก็ควรจะพานังจ๋อมไปหาพวกเขา ไปบอกความจริงกับเขา เขาจะได้ดูแลลูกหลานของเขาให้ดีเท่าๆกัน”

    จินดาก็อยากจะให้ลูกสุขสบายแต่คงเป็นไปไม่ได้ เธอจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับทางนั้นไม่ได้ พลันภาพในอดีตเมื่อเกือบสิบแปดปีก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำของจินดา ตอนนั้นเธอคลอดลูกฝาแฝดชายหญิง ทำให้หลี่ซวงไม่ค่อยจะพอใจนักเพราะต้องการให้เป็นหลานชายทั้งสองคน ท่านอุ้มเด็กชายขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด

    “อาซื่อ ลื้อคืออาซื่อ ทายาทรุ่นที่สามของลีลา–วัฒนชัย” พูดจบหลี่ซวงส่งเด็กน้อยให้สุมลทา ก่อนจะหันไปทางจินดาที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เนื่องจากเพิ่งคลอดลูก “จำได้ใช่ไหมว่าสัญญาระหว่างเราคืออะไร...ภารกิจของเธอจบสิ้นแค่คลอดหลานชายให้ฉัน นี่ค่าจ้างงวดสุดท้ายของเธอ รีบย้ายไปอยู่ที่อื่นซะก่อนที่ลูกชายของฉันจะกลับจากเมืองนอกและห้ามติดต่อกลับมาเป็นอันขาดไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ค่าหมอ ค่าโรงพยาบาลฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว” หลี่ซวงส่งซองเงินปึกใหญ่ให้

    “แล้วเด็กอีกคนล่ะคะ” จินดาอดถามไม่ได้ หลี่ซวงมีหลานสาวสามคนแล้วไม่อยากได้อีก จากนั้นหยิบเงินอีกก้อนหนึ่งให้ไว้สำหรับดูแลฝาแฝดเพศหญิงที่ท่านไม่แม้แต่จะชายตามอง แล้วเดินไปแตะไหล่สุมลทา

    “อาซื่อคือลูกชายคนเล็กของลื้อ มีเลือดเนื้อของพ่อและย่าอยู่ในตัว เมื่อเวลาผ่านไปจะไม่มีใครจำได้ว่าลื้ออุ้มท้องอาซื่อตอนไหน เมื่อไหร่และจะไม่มีใครสนใจเรื่องนี้มากไปกว่าอาซื่อคือมังกรตัวใหม่ที่จะดูแลบัลลังก์ของลีลาวัฒนชัยสืบต่อไปชั่วกาลนาน”

    เหตุการณ์ครั้งนั้นยังจำติดตาติดหูจินดาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ยิ่งนึกถึงเธอก็ยิ่งช้ำใจ...

    ทางด้านคงศักดิ์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆสุมลทาพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าขอหลี่ซวงไปทำงานที่บริษัทหรือ เธออยู่บ้านเฉยๆมันเหงา แล้วเตือนเขาว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลูกชายเรา ลืมหรือเปล่า

    “ไม่มีวันลืม ลูกชายของผมไม่ใช่ของคุณ”...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิทักษ์พงศ์เมาอ้วกอยู่บนเวทีของผับหรูไม่พอ ยังหาเรื่องใส่ตัวดันไปวอแวกับสาวสวยนางหนึ่ง ทำให้แฟนร่างบึ้กของเธอไม่พอใจอัดเขาเลือดกบปาก ปริวัตร ในฐานะพี่เลี้ยงจึงต้องเข้าไปช่วย

    ด้วยทักษะการต่อสู้ที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้พี่เลี้ยงหนุ่มจัดการกับหนุ่มเลือดร้อนและพวกราบคาบ ลากตัวพิทักษ์พงศ์ไปโยนใส่รถ แล้วพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล แม้จะเมามากแต่เขายังขอร้องปริวัตรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าบอกให้คุณย่าของเขารู้

    ooooooo

    จอมขวัญวิ่งนำว่านกลับมาที่ร้านจ๋อมจานด่วนเพื่อบอกข่าวดีให้จินดากับประไพและโด่งรู้ว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ว่านเห็นได้เวลาเข้างานก็ขอตัวกลับก่อน เตือนจอมขวัญคืนนี้อย่าลืมนัดเป่าเค้กกัน สัญญาจะหาเค้กก้อนโตๆมาให้ โด่งแซวเป็นแฟนกันหรือถึงจะไปเป่าเค้กกันสองคน ประไพตะโกนสวนทันที

    “ไอ้โด่งมาเด็ดถั่วงอกนี่ เอาแต่คุยเดี๋ยวไม่ให้ตังค์นะเว้ย”

    โด่งโดดผลุงเดียวถึงตัวประไพ กุลีกุจอช่วยงาน จินดาเรียกลูกสาวไปหลังร้าน แล้วหยิบสร้อยห้อยจี้รูปหงส์มาสวมให้เป็นของขวัญวันเกิดครบ 18 ปีจอมขวัญหอมแก้มแม่แทนคำขอบคุณแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ประไพไม่วายตามมาเหน็บแนมจินดา เก็บไว้ได้ตั้ง 18 ปีนึกอย่างไรถึงเอามาให้วันนี้ เธอแค่อยากจะมีอะไรให้ลูกบ้างเท่านั้น ประไพแดกดันทำอย่างนี้ไม่กลัวความจริงจะเปิดเผยหรือ

    “ก็อย่างที่แกว่าตั้ง 18 ปี ใครจะไปจำได้ มันก็แค่สร้อยธรรมดาๆเส้นหนึ่ง ที่เคยมีความรักของพ่อกับแม่อยู่ในนี้ก็เท่านั้น” พูดจบจินดาอดนึกถึงเมื่อสิบแปดปีก่อนไม่ได้ คงศักดิ์เป็นคนให้สร้อยเส้นนี้กับเธอ และกำชับไว้ในการ์ดที่แนบมากับกล่องใส่สร้อยว่าถ้าลูกของเราเป็นผู้หญิง ให้เธอช่วยเอาสร้อยเส้นนี้ผูกข้อมือลูกแทนเขาด้วย แม้เขาจะไม่ได้เห็นตอนแกเกิด แต่แกจะได้รับรู้ถึงความรักของพ่อได้

    “หวังว่าจะแข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่และลูกนะ รัก...จากสามีของคุณ” จินดานึกถึงความหลังแล้วอดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้...

    ที่บ้านลีลาวัฒนชัย เลยเวลาอาหารเช้าไปสิบนาทีแล้ว ไม่เห็นพิทักษ์พงศ์มานั่งร่วมโต๊ะ คงศักดิ์กลัวหลี่ซวงจะไม่พอใจ รีบโทร.ตามตัวลูกชายให้ลงมาได้แล้ว น้ำท่ายังไม่ต้องอาบให้ลงมาที่โต๊ะอาหารก่อน เขากลัวพ่อกับย่าจะเห็นสภาพใบหน้าที่บวมแตกของตัวเองพยายามจะขอไม่ลงไปกินข้าวเช้า แต่คงศักดิ์ไม่ยอมให้ปฏิเสธ สั่งเสียงเฉียบให้ลงมาเดี๋ยวนี้

    หลี่ซวงรอหลานชายคนโปรดไม่ไหวสั่งให้ทุกคนลงมือกินอาหารกันได้ แล้วหันไปบอกให้สุมลทาหรือเหม่ยจูเข้าบริษัทไปพร้อมกับท่าน ก่อนจะหันไปถามหลานสาวทั้งสามคนว่าวันนี้ใครมีโปรแกรมทำอะไรบ้าง สิริวิภาหรือหมวยใหญ่มีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย และบอกเรื่องนี้ให้หลี่ซวงรู้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว ส่วนสิริกานดามีนัดต้องไปถ่ายรูปสนามกอล์ฟให้อาจารย์ลงหนังสือของมหาวิทยาลัย สุมลทาทักท้วง

    “วันนี้วันเกิดอาซื่อนะ วันเกิดของคนในครอบครัวถือเป็นวันสำคัญของทุกๆคน ลืมแล้วเหรอ”

    สิริวิมลเสนอแนะไม่ต้องเลี้ยงจะดีกว่า เพราะเจ้าของวันเกิดไม่เห็นสนใจ คงศักดิ์ต้องดุลูกสาวคนเล็ก เราเคยทำอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้นเหมือนที่เคยทำทุกปี หลี่ซวงรีบตัดบท ในเมื่อสิริวิภาติดงานจริงๆ ท่านจะอนุญาตให้เป็นพิเศษเพราะได้บอกไว้ล่วงหน้า

    “แต่หลังจากวันนี้ อั๊วไม่อนุญาตให้ใครทำอย่างนี้อีกแล้วนะ บริษัทของเรากำลังจะเติบโตไปข้างหน้า พวกลื้อทุกคนคือความหวังของตระกูล จำไว้ด้วย” ขาดคำพิทักษ์พงศ์เดินยิ้มเข้าไปกอดหลี่ซวงอย่างออเซาะพร้อมกับขอโทษที่ลงมาช้า พี่สาวทั้งสามคนของเขาพากันเบ้ปากหมั่นไส้ ท่านสั่งให้เขารีบๆกินจะได้ไปพบอาจารย์ที่จะควบคุมการสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยบัณฑิตธุรกิจที่ท่านฝากให้เข้าเรียน พิทักษ์พงศ์ไม่อยากเรียนด้านบริหาร ไม่อยากคุมบริษัทขอแค่เป็นลูกน้องของพวกพี่ๆ

    “งานบริหารเป็นงานของผู้ชาย บัลลังก์ทองที่ยิ่งใหญ่ต้องรองรับมังกรไม่ใช่หงส์”

    พิทักษ์พงศ์ไม่เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นทำไมหลี่ซวงถึงเป็นคนบริหารบริษัทแทนที่จะเป็นคงศักดิ์ ท่านต้องรับหน้าที่นี้ไปก่อนเพราะมังกรอย่างเขายังไม่โต ส่วนที่ไม่มอบอำนาจให้คงศักดิ์เพราะมือไม่ถึง หน้าที่นี้จึงตกเป็นของเขา สิริวิมลสังเกตเห็นใบหน้าขาววอกของน้องชายก็ร้องทัก แล้วเอามือปาดแป้งขาวๆออก เผยให้เห็นรอยฟกช้ำ มีเลือดซึมของเขา ถามว่าไปทำอะไรมาหน้าถึงเป็นแบบนี้ เขาโกหกว่าจำไม่ได้ สิริวิภาได้ที ใส่ไฟ ลองแบบนี้แสดงว่าเมื่อคืนต้องเมาปลิ้นแน่ๆ

    หลี่ซวงไม่พอใจมาก เอ็ดหลานชายเสียงลั่น

    “ถ้าลื้อยังทำเรื่องที่ไม่เป็นมงคลกับตัวอย่างนี้อีก ต่อไปม่าจะไม่อนุญาตให้ไปเที่ยวไหนตามลำพังอีก”

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา หลี่ซวงเดินนำสุมลทาเข้ามาในบริษัทลีลาวัฒน์เจอปริวัตรในชุดลำลองยืนรอท่าอยู่แล้ว อดชมไม่ได้ว่ามาก่อนเวลาดีมาก วันนี้ท่านมอบหน้าที่ให้เขาดูแลพิทักษ์พงศ์ซึ่งรออยู่ในรถ ไม่ว่าหลานชายของท่านจะไปไหนเขาต้องไปเป็นเพื่อน ช่วยแนะนำสิ่งดีงามให้ด้วย ปริวัตรถามหยั่งเชิงแน่ใจหรือว่าเขาดีพอ

    “ถ้าฉันเห็นว่าไม่ดีเมื่อไหร่ ฉันไล่นายออกเอง”...

    อีกมุมหนึ่งตรงลานจอดรถ พิทักษ์พงศ์ได้เจอกับมุนินเด็กสาวหน้าตาน่ารักในชุดนักเรียน ม.ปลาย ลูกสาวของเจ๊หยกพนักงานคนหนึ่งของบริษัทด้วยความบังเอิญและเกิดถูกใจเธอตั้งแต่แรกพบ ถึงขนาดอาสาจะไปส่งสองแม่ลูกที่โรงเรียนสอนดนตรีไทยที่มุนินจะไปเรียนอังกะลุง แต่เจ๊หยกไม่อยากมีปัญหาก็เลยปฏิเสธ...

    หน้าที่แรกในวันนี้ของปริวัตรในฐานะพี่เลี้ยงคือพาพิทักษ์พงศ์ไปพบอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยบัณฑิตธุรกิจเพื่อติวสอบสัมภาษณ์ล่วงหน้า ดังนั้นเขาจึงต้องอยู่ติวกับอาจารย์ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงค่ำ ถ้าเขามีนัดกับใครก็ให้โทร.ยกเลิกได้เลย...

    ในขณะที่ปริวัตรมายืนรอพิทักษ์พงศ์อยู่ที่รถ เห็นจอมขวัญขี่เวสป้าคู่ใจเข้ามาจอดไม่ห่างกันนัก เธอมองเขาอย่างไม่สนใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.แจ้งลูกค้าว่าเอาผ้ามาส่งแล้ว แต่ไม่เห็นมีใครมารอรับ เร่งให้ลงมารับของเร็วๆ เธอวางสายแล้วเดินเข้าไปถามปริวัตรที่กำลังจ้องตัวเองอยู่ว่ามองอะไร จะหาเรื่องหรือ เขารีบถอดหมวกแก๊ปออก เธอถึงจำได้ว่าเจอกันวันก่อนที่ถูกรถตู้เฉี่ยว สักพักลูกค้าเดินมารับม้วนผ้าไปจากรถของเธอ เป็นจังหวะเดียวกับคนขับรถของหลี่ซวงเข้ามาแจ้งกับปริวัตร

    “ท่านประธานให้ฉันรีบไปรับแขกของท่านด่วน... ท่านให้นายกลับไปเอารถอีกคันที่บริษัทมารับคุณพิทักษ์พงศ์ นายจะติดรถฉันออกไปเรียกแท็กซี่ไหม”

    “ไม่เป็นไร ผมไปเองได้” ปริวัตรพูดจบหันไปจ้างจอมขวัญให้ช่วยไปส่งที่บริษัทลีลาวัฒน์...

    ระหว่างที่นั่งซ้อนท้ายรถเวสป้าของจอมขวัญ ปริวัตรกระซิบข้างหูบอกทางไปยังที่หมายตลอดเวลา เธอต้องสั่งให้เอาปากออกห่างจากหูตัวเองเพราะจั๊กจี้และสั่งห้ามเบียดมากมันทำให้อึดอัด เขาหมั่นไส้แกล้งโอบเอวเธอไว้แน่น แล้วหัวเราะเริงร่ามีความสุขโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักทั้งคู่มาถึงบริษัทลีลาวัฒน์ จอมขวัญทึ่งมากเคยได้ยินชื่อเสียงของบริษัทแห่งนี้มาตั้งแต่เล็กๆ เพิ่งเห็นกับตาว่าใหญ่โตอย่างนี้นี่เอง ก่อนจะจากกัน ปริวัตรไม่ลืมแนะนำตัวเองให้เธอรู้จัก เผื่อเจอกันคราวหน้าจะได้เรียกชื่อถูก...

    ตกค่ำ หลี่ซวง คงศักดิ์ สิริกานดา สิริวิมลและ สุมลทาต่างมาถึงภัตตาคารจีนเจ้าประจำ ประมุขของ ลีลาวัฒนชัย สั่งการให้คงศักดิ์โทร.ตามพิทักษ์พงศ์อยู่ไหนแล้ว เขาติดต่อลูกไม่ได้ไม่รู้ยังอยู่กับอาจารย์หรือเปล่า หลี่ซวงส่งเบอร์มือถือของปริวัตรให้เขาลองติดต่อดู

    ปริวัตรรับสายจากคงศักดิ์เรียบร้อยก็เดินมาบอกพิทักษ์พงศ์ซึ่งกำลังกินข้าวต้มอยู่ที่ร้านอาหารข้างถนนว่าพ่อของเขาสั่งให้ทำอย่างไรก็ได้ให้พาเขาไปส่งที่ร้านอาหารจีนให้เร็วที่สุด ทุกคนรอเขาอยู่ พิทักษ์พงศ์ขอร้องอีกหนึ่งชั่วโมงค่อยไปได้ไหม ให้ปริวัตรโกหกพ่อของเขาว่ารถติด

    “คุณทำอย่างนี้ไม่ถูกนะครับ วันนี้วันเกิดของคุณ ญาติพี่น้องของคุณรออวยพรคุณอยู่นะ”

    พิทักษ์พงศ์ไม่รู้จะต้องรีบไปทำไมในเมื่องานเลี้ยงเหมือนเดิม คำอวยพรก็ซ้ำกันทุกปี ทีแรกปริวัตรจะเอาตัวพิทักษ์พงศ์ไปส่งตามคำสั่งของคงศักดิ์ให้ได้ แต่ทนเสียงอ้อนวอนไม่ไหว ยอมทำตามที่เขาร้องขอ...

    ขณะที่พิทักษ์พงศ์เบื่อกับงานเลี้ยงวันเกิดตัวเอง จอมขวัญตามมาโวยวายว่านถึงบ้านเช่าฐานนัดแล้วเบี้ยวไม่ยอมไปฉลองวันเกิดกับเธอ เขาไม่มีอารมณ์เนื่องจากโดนไล่ออกจากงาน โรงแรมจับได้ว่าเขาไม่จบ ม.6 จอมขวัญต้องทั้งปลอบทั้งให้กำลังใจอย่าเพิ่งยอมแพ้

    “เราไม่เคยชนะอะไรเลยทั้งชีวิต จ๋อมก็รู้ พ่อแม่ก็ไม่มี อยากเรียนก็ไม่มีตังค์ อยากทำงานก็โดนไล่ออก เราไม่มีอะไรดีเลย” ว่านทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัย ตายอยาก จอมขวัญเตือนว่าเขายังมีเพื่อนดีอย่างเธอ แล้วจะทิ้งขว้างเพื่อนดีๆอย่างเธอหรือจะไปฉลองวันเกิดกับเธอให้เขาเลือกเอาเอง

    ooooooo

    การมาช้าของพิทักษ์พงศ์ทำให้สิริกานดาไม่พอใจมาก นอกจากเขาจะปล่อยให้ทุกคนรอแถมยังไม่มีใครว่าอะไรอีก เธอต่อว่าเขาต่างๆนานา สองคนมีปากเสียงเถียงกันรุนแรง หลี่ซวงทนไม่ไหวสั่งเสียงเฉียบ

    “พอได้แล้วทั้งสองคน อาซื่อ รอฟังคำอวยพร แต่ก่อนจะถึงพรอั๊วขอประกาศเป็นคำเด็ดขาดก่อนว่า นับจากนี้ไป หากคนในตระกูลนี้ยังทำผิดธรรมเนียมประเพณี โกหกมดเท็จใส่กันเมื่อไหร่ เมื่อนั้นอั๊วจะตัดหางลอยแพคนคนนั้นออกจากตระกูลทันที อย่าคิดว่าม่าไม่กล้าทำนะ”...

    จากนั้นไม่นาน พิทักษ์พงศ์กลับมาขึ้นรถที่มีปริวัตรเป็นสารถีโดยมีกล่องของขวัญเต็มท้ายรถ หน้าที่สุดท้ายของพี่เลี้ยงคือขับรถไปส่งเขาที่บ้าน ระหว่างทางพิทักษ์พงศ์ขอให้ปริวัตรเอาของขวัญไปทิ้งขยะ เพราะของเหล่านี้เหมือนกับที่เขาเคยได้เมื่อปีก่อนๆซึ่งมีเกือบสิบชิ้นแล้ว

    “งั้นเอาไปบริจาคให้คนที่เขาไม่มีไหมครับ ดีกว่าทิ้งเปล่าๆนะ”

    พิทักษ์พงศ์เห็นดีด้วยผ่านสลัมตรงไหนก็เอาไปโยนให้เลย ปริวัตรคิดถึงจอมขวัญขึ้นมาทันที...

    คนที่ปริวัตรนึกถึงกำลังบรรจงปักเทียนเล่มเล็กลงบนเค้กกล้วยหอม แต่ว่านดันลืมเอาไม้ขีดติดมาด้วย ขอตัวไปหามาให้แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับปริวัตรขับรถมาถึงจุดนั้นซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดมหาโชค จากนั้นเขาขนของขวัญทั้งหมดในรถลงไปให้ พอเห็นเค้กปักเทียนก็พอจะเดาออกว่าเป็นวันเกิดของเธอ เขาเล่าให้ฟังว่าหลานชายเจ้านายของเขาเกิดวันนี้เหมือนกัน ก็เลยอยากบริจาคของขวัญเผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง

    จอมขวัญบอกให้เขาวางไว้ตรงนั้นเดี๋ยวจะเอาไปบริจาคที่ศาลเจ้าให้ปริวัตรวางของตามที่เธอบอกก่อนจะหยิบถุงผ้าใส่หมวกแก๊ปออกมา ทีแรกเขาจะให้หลานของเจ้านาย แต่คิดว่าเหมาะกับเธอมากกว่าแล้ววางถุงบนกล่องของขวัญ จอมขวัญยื่นเค้กกล้วยหอมในมือให้

    “งั้นฝากเค้กก้อนนี้ไปให้เขาด้วยก็แล้วกัน ฉันมีอีกหลายก้อน”

    “แฮปปี้เบิร์ธเดย์” ปริวัตรอวยพรจบ รับเค้กไปจากมือจอมขวัญแล้วเดินกลับไปที่รถ ว่านวิ่งกลับมาพร้อมไม้ขีดไฟในมือ เห็นปริวัตรกำลังขึ้นรถ ถามเพื่อนซี้ว่านั่นใคร ได้ความว่าเป็นพนักงานบริษัทลีลาวัฒน์ เอา ของขวัญมาบริจาค เขาพยักหน้ารับรู้จุดเทียนที่ปักอยู่บนเค้กกล้วยหอมก้อนเล็กแล้วยื่นไปตรงหน้าเพื่อนซี้

    จอมขวัญหยิบหมวกที่ปริวัตรให้เป็นของขวัญขึ้นมาสวม มองไปทางรถที่ผู้มาเยือนกำลังแล่นออกไป เห็นพิทักษ์พงศ์ยกเค้กในมือทำท่าเป่าเทียนและส่งยิ้มมาให้ เธอยิ้มตอบ หลับตาอธิษฐานแล้วเป่าเทียน จังหวะนั้นโด่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่

    “ป้าจินดาป่วยหนัก ไอเป็นเลือด”...

    ไม่นานนัก จินดาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วพบก้อนเนื้ออยู่บริเวณปอด ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นก้อนเนื้อชนิดใด จนกว่าจะเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่ต้องรอพรุ่งนี้เช้าถึงจะเจาะได้ จินดารอจนหมอออกจากห้องฉุกเฉินไปแล้ว จึงบอกให้ลูกกับว่านกลับไปพักผ่อน ท่านอยู่กับประไพได้ จอมขวัญไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นจะอยู่รอที่นี่ด้วย จินดาทักท้วงจะยืนรออย่างนี้ถึงเช้าเลยหรือ

    “ถ้าแม่อยากคุยอะไรส่วนตัวกับน้าประไพ จ๋อมไปนั่งรอข้างนอกก่อนก็ได้”

    เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง จอมขวัญบอกกับว่านว่าจะไม่ไปเรียนต่อแล้ว ไม่อยากทิ้งแม่ไปไหน แม้เขารับปากจะดูแลท่านให้เองระหว่างที่เธอไปทำตามความฝัน แต่เธอยืนยันจะอยู่ดูแลแม่เอง...

    ด้านหลี่ซวงเรียกพิทักษ์พงศ์มาอบรมที่ห้องหนังสือฐานเอาของขวัญที่ได้จากญาติพี่น้องไปบริจาคให้คนอื่น เขาแปลกใจท่านรู้ได้อย่างไร หรือปริวัตรโทร.มารายงาน หลี่ซวงออกหน้าแทนว่าปริวัตรทำถูกต้องแล้ว และจากนี้ไปท่านจะให้ผู้ชายคนนี้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงคอยตามประกบเขาตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร จนกว่าเขาจะโตพอบริหารบริษัทลีลาวัฒน์ได้ ขอให้เขาอดทนอีกไม่กี่ปีก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัย จากนั้นอาณาจักรที่ท่านสร้างมาก็จะตกเป็นของเขา แต่ถ้าเขาไม่สนใจทุกอย่างก็จะล่มสลายไม่มีใครสืบทอด

    “อย่าทำให้ม่าผิดหวังอีกนะ อาซื่อ”

    พิทักษ์พงศ์ขอร้องให้ท่านเลิกหวังในตัวเขาจะเป็นการดีกว่า หลี่ซวงโกรธจัดตบหลานชายหน้าหัน สั่งห้ามพูดชุ่ยๆแบบนี้ให้ได้ยินอีก แล้วหยิบสร้อยห้อยจี้รูปมังกรมาสวมคอให้ กำชับว่าเขาคือความหวังเดียวที่ตระกูลของเรารอคอย พลันภาพในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนผุดขึ้นมาในความคิดของหลี่ซวง

    ตอนนั้นซินแสพเนจรมอบสร้อยเส้นนี้ให้เธอไว้สำหรับมอบต่อให้กับหลานชาย ซึ่ง ณ เวลานั้นเธอมีเพียงหลานสาวสามคน ซินแสยังกำชับว่าหลานคนที่สี่ของเธอต้องเป็นผู้ชาย หากเป็นหญิงจะนำมาแต่ความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล หลี่ซวงตื่นจากภวังค์เมื่อมีคนโทร.มาแจ้งว่าสิริวิภากำลังตกอยู่ในอันตราย...

    นับเป็นโชคดีของสิริวิภาที่คงศักดิ์กับหลี่ซวงตามไปช่วยเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นคงโดนรุมโทรมไปแล้ว ด้วยความเมาประกอบกับการถูกตีกรอบมาตลอดชีวิต ทำให้สิริวิภาโวยวายว่าไม่อยากอยู่บ้านลีลาวัฒนชัยอีกต่อไปแล้ว หลี่ซวงโมโหมากเอาน้ำสาดหน้าหลานสาวคนโต

    “อากวง พาลูกสาวลื้อกลับบ้าน ให้มันหายเมาแล้วค่อยมาพูดกันใหม่และถ้ามันยังยืนยันคำพูดเดิม อั๊วก็ยินดีไล่มันออกจากบ้านอย่างที่มันต้องการ”

    ooooooo

    ชิ้นเนื้อจากปอดของจินดาที่หมอเอาไปตรวจจะรู้ผลในอีกหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากคนป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับปอด หมอจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ที่ที่มีฝุ่นควันและมลพิษ ด้วยเหตุนี้จอมขวัญจึงประกาศปิดร้านจ๋อมจานด่วนชั่วคราวเพื่อให้แม่ได้พัก

    การปิดร้านอาหารครั้งนี้ทำให้ครอบครัวขาดรายได้จอมขวัญจึงต้องหาเงินจากทางอื่นมาเสริม เธอได้ยินมาว่าจะมีการเปิดบ่อนอีกคืนนี้ ชวนว่านไปหาเงินด้วยกัน เขาทักท้วง น่าจะเว้นไปหนึ่งเดือนก่อนหากพวกนักเลงจับเราได้เป็นเรื่องแน่ๆ เธอรอไม่ไหว จำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ให้แม่...

    หลังสร่างเมาเรียบร้อย สิริวิภาเข้ามากราบขอโทษหลี่ซวงที่ทำไม่ดีไว้เมื่อคืน สัญญาจะไม่ทำอย่างนั้นอีก จะเป็นหลานสาวที่ดีและจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง...

    เช้านี้หลี่ซวงเรียกหัวหน้าฝ่ายของบริษัทลีลาวัฒน์มาพบเพื่อแจ้งให้ทราบว่าท่านจะให้หลานทั้งสี่คนมาฝึกงานที่นี่ โดยสิริวิภาจะฝึกงานที่ฝ่ายการเงิน สิริกานดาไปอยู่ฝ่ายการผลิต สิริวิมลไปเรียนรู้งานด้านประชาสัมพันธ์ ขณะที่พิทักษ์พงศ์จะดูงานทั่วไปก่อนจนกว่าจะเรียนจบ ทั้งสี่คนจะไม่มีสิทธิพิเศษใดๆทั้งสิ้น

    “ส่วนสุมลทาลูกสะใภ้ของฉันจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของฉันอีกหนึ่งคน ใครมีข้อสงสัยอะไรไหม”

    คงศักดิ์ดูจะไม่พอใจนักกับการที่เมียมาทำงานที่นี่ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าคนอื่น...

    การเข้าไปขโมยเงินกองกลางจากบ่อนพนันครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนคราวที่แล้ว ว่านกับจอมขวัญถูกจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันจะเข้าบ่อน ต้องหนีตายลงไปหลบที่กอผักตบชวาในคลอง แต่แล้วทั้งคู่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเจอชายสูงอายุคนหนึ่งนอนเลือดท่วมอยู่กลางกอสวะในมือกำทองคำแท่งใหญ่ไว้ ชายแก่คนนั้นคว้ามือจอมขวัญพูดบางอย่างเป็นภาษาต่างประเทศซึ่งสองเพื่อนซี้ฟังไม่ออก เขาตั้งสติสักครู่จึงพูดเป็นภาษาไทย

    “ช่วยด้วย...ผมถูกยิง”

    จังหวะนั้นมีเรือเร็วลำหนึ่งแล่นเอื่อยๆมาแต่ไกล จอมขวัญตัดสินใจโบกเรียกให้ช่วย ชายฉกรรจ์หนึ่งในสามคนบนเรือชี้มาทางที่เธออยู่ ก่อนคนขับจะเร่งเครื่องเข้าหา ชายแก่หันไปเห็นถึงกับหน้าเสีย

    “พาผมไปจากตรงนี้ พวกมัน...จะฆ่าผม”

    ชายฉกรรจ์บนเรือใช้ปืนเก็บเสียงยิงใส่ จอมขวัญกับว่านดึงตัวชายแก่ดำน้ำหนี สุดท้ายก็หนีรอดเงื้อมมือพวกนั้นมาได้ ชายแก่มอบทองคำแท่งให้จอมขวัญเป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เธอแนะให้ไปหาหมอ เขาจะไปแต่ต้องให้คนของเขาเป็นคนพาไปแล้วเอาเบอร์มือถือให้เธอโทร.หาคนของเขา

    “บอกคนที่รับโทรศัพท์ว่ามิสเตอร์คิมอยู่ตรงนี้ เท่านั้นแหละ”...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน คงศักดิ์ยังค้างคาใจที่สุมลทาขอหลี่ซวงไปทำงานที่บริษัทจนทำให้มีปากเสียงกัน เขาไม่พอใจมาก รถขับออกจากบ้านท่ามกลางฝนเทกระหน่ำ...

    ด้านจินดาไม่ค่อยจะสบายใจนักกับทองคำแท่งที่ลูกสาวได้มาจากคนแปลกหน้า จอมขวัญเสนอถ้าแม่ไม่สบายใจ พรุ่งนี้เธอจะเอาไปให้ตำรวจ แล้วหยิบเสื้อกันฝนขึ้นมาสวมใส่ จะออกไปเก็บเงินจากเฮียจิ๋ว โดยไม่สนใจคำทักท้วงของแม่ที่ให้ไปวันอื่น...

    เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง ขณะที่คงศักดิ์มัวแต่ใจลอยคิดถึงเรื่องในอดีตที่สุมลทากล่าวหาว่าจินดาทิ้งลูกที่เพิ่งคลอดหนีไปกับชายอื่น จึงไม่ทันเห็นมอเตอร์ไซค์ของจอมขวัญที่แล่นสวนมาเฉี่ยวทั้งคนทั้งรถกระเด็นไปคนละทาง ครู่ต่อมาเธอถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้เบอร์โทร.ของว่านจากเธอจึงโทร.ไปแจ้งเหตุร้าย เขาตกใจแทบช็อกทิ้งมือถือลงพื้น ตะโกนเรียกจินดากับประไพเสียงลั่นไปหมด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา
    17 ต.ค. 2564

    06:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 00:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์