สมาชิก

ปลาไหลป้ายแดง

ตอนที่ 9

เช้าวันใหม่ เพ่ยเพ่ยยังนอนอยู่กับพริษฐ์บนเตียง เธอเห็นว่าเจ็ดโมงแล้วจึงลุกขึ้น แต่พริษฐ์คว้าเอวไว้

"เพ่ยต้องไปเคลียร์งานให้เสร็จ ตอนเย็นจะไปงานเลี้ยงศิษย์เก่า ไปด้วยกันไหม"

"อย่าเลยครับ คุณเพ่ยไปเจอเพื่อนๆเถอะครับ แต่ต้องรีบกลับนะครับ เพราะผมคิดถึง" พริษฐ์อ้อน

เพ่ยเพ่ยอมยิ้ม ก้มลงจุ๊บแก้มพริษฐ์ พริษฐ์จุ๊บตอบอย่างนุ่มนวล

เย็นวันนั้นเอง อาม่ากับเพ่ยเพ่ยศิษย์สถาบันเดียวกัน เดินเข้างานเลี้ยงรุ่น ลุงอ้วนโต้โผจัดงานเห็นเข้าก็รีบมาทักทาย พลันก็มีเสียงกรี๊ดดังมาจากมุมหนึ่งของงาน สายตาหลายคู่หันไปมอง

"สปอนเซอร์ใหญ่ บริจาคเงินก้อนใหญ่เลย ชื่อศุภสินครับ...รู้สึกจะรุ่นใกล้ๆเพ่ยเพ่ยน่ะ" ลุงอ้วนสาธยาย

"รุ่นเดียวกันเลยล่ะค่ะ" เพ่ยเพ่ยบอก

ลุงอ้วนให้เพ่ยเพ่ยไปคุยกับเพื่อนๆ ส่วนเขาพาอาม่าไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน พอดีพบกับศุภสินคุยอยู่กับพวกเพื่อนๆ มีภัคพรอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เมื่อเห็นเพ่ยเพ่ยเดินมา เธอจึงแกล้งล้อศุภสิน เมื่อศุภสินหันไปเจอเพ่ยเพ่ยเข้าก็ถึงกับตะลึง

"เพ่ยเพ่ย...สวัสดีครับ" ศุภสินทักทาย

"สวัสดีค่ะ ศุภสิน" เพ่ยเพ่ยยิ้มให้แล้วเดินเข้ามา แต่ เธอสะดุดพรมเซถลาเข้าหาศุภสิน ศุภสินกางแขนประคองไว้ ทำให้สาวเจ้าอายจนหน้าแดง พึมพำ "ขอบคุณค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ...เหมือนตอนนู้นเลยนะครับ ตอนที่เรารู้จักกันครั้งแรก ผมยังจำได้เสมอ" ศุภสินนึกถึงความหลังเมื่อครั้งได้พบกับเพ่ยเพ่ยที่โรงเรียนมัธยม คราวนั้นเธอเผลอทำผ้าขนหนูที่ผูกไว้ที่ข้อมือหล่น ศุภสินเป็นคนเก็บได้

"ผมยังจำภาพเพ่ยเพ่ยวันนั้นได้ติดตาอยู่เลยครับ เพ่ยเพ่ยไม่เปลี่ยนไปเลย" ศุภสินทำตาซึ้ง

"ขอบคุณค่ะ แต่เพ่ยว่าเพ่ยเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะคะ"

"สำหรับผม คุณเพ่ยยังไม่เปลี่ยนเลยครับ เพ่ยเพ่ยยังจำได้ใช่ไหมครับ" ศุภสินเอ่ย พลางหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งออกมา เพ่ยเพ่ยเห็นแล้วถึงกับอึ้ง

"นี่ ยัยหน่อยมาแล้ว พาลูกมาด้วย เธอเตรียมทองมาผูกข้อมือหลานไม่ใช่เหรอ ไปเร็ว เห็นบอกเขาอยู่ไม่นานเดี๋ยวต้องรีบกลับแล้ว" ภัคพรเข้ามาดึงเพ่ยเพ่ยออกไป เพ่ยเพ่ยหันกลับมามองศุภสินอีกครั้ง ศุภสินยิ้มให้แล้วเก็บผ้าขนหนูเข้ากระเป๋าเสื้อสูท

ขณะที่อาม่าคุยกับลุงอ้วนและเพื่อนๆที่โต๊ะอย่างออกรส เมื่อมีเสียงกิ๊วก๊าวดังขึ้นที่หน้างาน ลุงอ้วนลุกขึ้นยืนดูจึงเห็นคนที่เดินเข้ามา เขาโบกไม้โบกมือตะโกนเรียกหญิงคนนั้นให้มานั่งด้วย

"น้องอ้วน นั่นรุ่นน้องโรงเรียนเราเหรอ" อาม่าไม่อยากเชื่อว่าหญิงที่เดินเข้ามา จะเรียนโรงเรียนเดียวกับอาม่า

"ครับ ยัยโมจิ รุ่นเดียวกับผมเองครับ เคยทำงานอยู่ที่เซี่ยงไฮ้หลายปี ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้ว"

"คงทำงานผิดกฎหมายสิ" อาม่าหยัน

"เป็นเจ้าหน้าที่ทูตครับ กำลังไปได้สวยเลย แต่พอพ่อตาย  ก็ลาออก  มันบอกว่าที่ทำงานนั้นเพราะทำเอาใจพ่อ แต่จริงๆมันไม่ชอบระบบราชการ  พี่โสคุยกับมันสิครับ  มันเป็นคนคุยสนุก" ลุงอ้วนบอก เจ๊โมจิเดินมาถึงก็เข้ากอดลุงอ้วนแล้วกราดไหว้ทุกคนที่โต๊ะ แต่พอเห็นอาม่าก็ร้องอุทาน

"นี่เธอรู้จักพี่โสภาด้วยเหรอ" ลุงอ้วนฟังแล้วแปลกใจ

ooooooo

อาม่ากับเจ๊โมจิปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ลุงอ้วนจับใจความได้ก็เข้าใจความเป็นมา เพราะความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน จึงขอร้องให้เจ๊โมจิ ยกนํ้าชามาขอขมาอาม่า หวังให้เรื่องจบลงด้วยดี เจ๊โมจิจำใจทำตาม

"นํ้าชาไม่มีไม่เป็นไร สำคัญที่นํ้าใจ เอ้า" ลุงอ้วนรินนํ้าเปล่าใส่แก้วไวน์ส่งให้เจ๊โมจิ

"ขอคารวะพี่โสค่ะ" เจ๊โมจิยื่นแก้วไวน์ให้ อาม่ายื่นมือรับ แล้วแกล้งปล่อยให้ตกแตก

"อุ๊ยตาย แก้วแตกอย่างงี้โบราณเขาว่าเป็นลางร้ายอัปมงคล เธอต้องระวังตัวหน่อยนะ อนาคตอาจจะเจ็บตัวได้ ถ้าไม่อยากโชคร้ายก็ให้เข้าวัดเข้าวาทำบุญทำทาน อะไรที่ผิดศีลธรรมก็อย่าทำ เข้าใจไหม" อาม่ายิ้มเยาะ

"ขอบคุณที่เตือน แต่โมจิไม่เชื่อเรื่องโชคลางค่ะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด  ห้ามไม่ได้  เหมือนที่โบราณเขาว่า พระจะสึก อึจะออก เด็กจะคลอด มันห้ามไม่ได้...อ้อ สามีจะหนีเที่ยว  ก็ห้ามไม่ได้เหมือนกันนะคะ ฮิๆ" เจ๊โมจิเย้ย อาม่ากำหมัดเตรียมลงมือ เจ๊โมจิก็เตรียมตอบโต้

"อาม่า ใจเย็นๆค่ะอาม่า" เพ่ยเพ่ยมาทันเวลาพอดี จึงปรามได้ทัน

"น้องอ้วน วันนี้พี่ไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับก่อนนะ" อาม่าสะบัดหน้าเดินกลับไปกับเพ่ยเพ่ย

"แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่โสภา...ฝากความคิดถึงผัวพี่ด้วยนะคะ" นํ้าเสียงเจ๊โมจิเยาะเย้ย เพ่ยเพ่ยต้องรีบดึงอาม่าออกไป

ด้านศุภสิน เมื่อกลับจากงานเลี้ยงรุ่น เข้ามาในบ้าน

ก็พบเตี่ยนั่งรออยู่

"เจอเพ่ยเพ่ยไหม" เตี่ยเร่งถาม

"เจอครับ แต่โชคไม่ดี ได้เจอกันแป๊บเดียวเอง เขาต้องรีบกลับ"

"หน้าตาเขายังเหมือนในรูปนี้ใช่ไหม"  เตี่ยชี้ลงไปที่รูปถ่ายศุภสินคู่กับเพ่ยเพ่ยสมัยเรียนมัธยม

"ใช่ เพ่ยเพ่ยยังเหมือนเดิม"

"โหงวเฮ้งอย่างผู้หญิงคนนี้แหละที่จะนำโชคลาภมาให้...เหมือนแม่ของแกที่นำ โชคลาภมาให้พ่อ พอได้แต่งงานกับแม่แก ชีวิตพ่อก็เปลี่ยนไปจากลูกจ้างธรรมดาๆ กลายเป็นเศรษฐีร้อยล้าน...แต่พอแม่แกตายไป...เฮ้อ ผ่านไปไม่กี่ปีตอนนี้บ้านเรามีแต่หนี้สิน ทำอะไรก็ไม่ขึ้น มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง พ่อถึงต้องหาผู้หญิงที่จะมาช่วยเสริมโชคชะตาแกไง" เตี่ยบอกจุดประสงค์

ศุภสินบอกให้เตี่ยรู้ว่า  เพ่ยเพ่ยแต่งงานไปแล้ว  แต่เตี่ยกลับไม่สน   ต้องการได้เพ่ยเพ่ยมาเป็นลูกสะใภ้เพื่อเสริมดวงให้ได้

ooooooo

กลิ่นอาหารร้อนๆหอมกรุ่นแต่รสชาติอาหารนั้นดูเหมือนกุสุมาไม่สนใจ  เมื่อเธอทราบเรื่องพริษฐ์โดนวางยาจากปุริมและปัญจพล  เธอจึงตัดสินใจกลับมา ทำงานให้แก๊งปลาไหลต่อ

"ให้มันรู้ไปว่า ชาตินี้คนอย่างก้อย กุสุมา จะคว้าคุณพริษฐ์มาทำผัวไม่ได้" กุสุมาเอ่ย พลางถามต่อ "ถ้านับตามศักดิ์ คุณพริษฐ์ก็คือน้องเขยคุณ ก้อยสงสัยว่าที่พวกคุณทำแบบนี้น่ะ มันจะไม่ทำลายชีวิตคู่ของน้องสาวคุณเหรอคะ"

"มันไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอกครับ" ปุริมรีบแจง "เราแค่ อยากให้มหาพริษฐ์มาใช้ชีวิตแบบพวกเรา พวกเราก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังอยู่กินกับภรรยาได้ ครอบครัวไม่ล่มสลายอะไรนี่ ใช่ไหมเปียว"

ปัญจพลพยักหน้าตอบ แล้วสองหนุ่มก็ขอตัวไปรายงานความคืบหน้ากับปิยะวัฒน์ ที่รออยู่ในร้านกาแฟหรู

เมื่อไปถึงปุริมบอกพ่อว่า กุสุมายอมทำงานต่อ ปิยะวัฒน์ พอใจมาก พลันหันหน้าจอโน้ตบุ๊กให้ปุริมกับปัญจพลดู

"ปีละครั้งเท่านั้น เจ๊โมจิเปิดประตูสวรรค์ พาทุกคนยลโฉมนางฟ้า ไม่สวย เจ๊คืนเงิน...ไม่สด เจ๊คืนเงิน...ไม่แซบ เจ๊คืนเงิน งานนี้ สวย สด แซบ รับประกันว่าลืมไม่ลง" สองหนุ่มตาลุกวาวมองหน้าปิยะวัฒน์

"แน่นอน งานนี้เราต้องลุย แต่ว่าคงต้องวางแผนระยะยาวกันหน่อย" ปิยะวัฒน์ทำหน้าเจ้าเล่ห์

แผนระยะยาวของแก๊งปลาไหลเริ่มต้นด้วยเล่นละครตบตาเมียว่ากลับใจได้แล้ว และให้สัญญาว่าจะทำตัวเป็นแฟมิลี่แมน แต่เหล่าศรีภรรยาฟังแล้วไม่เชื่อน้ำคำ แถมยังท้าทายว่า ถ้าทำตัวได้อย่างพูดครบหนึ่งเดือน ถึงจะยอมเชื่อ

"ตกลงเดือนนึงก็เดือนนึง คอยดูไปละกัน หึๆ" ปิยะวัฒน์ รับคำท้าแทนพวก

จากนั้นปุริมกับปัญจพลก็เริ่มแผนสองด้วยการเข้าไปคุยกับพริษฐ์ถึงเรื่องการ นั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม ท่าทางเอาจริง เอาจังของทั้งสอง ทำให้พริษฐ์หลงเชื่อ และยอมเป็นธุระติดต่อสถานที่ให้

ooooooo

หลังงานเลี้ยงรุ่นผ่านพ้นไป...ศุภสินเร่งเดินหน้าสานสัมพันธ์กับเพ่ยเพ่ย เขาเน้นย้ำถึงความหลังเรื่องผ้าเช็ดหน้าที่ยังเก็บไว้ และแกล้งเข้าถึงเนื้อถึงตัว เมื่อทราบว่าพริษฐ์แอบมอง ทำให้พริษฐ์เริ่มมึนตึงใส่ เพ่ยเพ่ยเพราะหึงหวง เมื่อเพ่ยเพ่ยรู้ตัวก็รีบเคลียร์

"เพ่ยไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วศุภสินเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเพ่ยเหมือนกัน" เพ่ยเพ่ยยืนยัน

"คุณรู้ได้ไง" พริษฐ์ไม่เชื่อเพราะเคยเห็นภาพบาดตามาแล้ว

"เอาเป็นว่าศุภสินเขาจะคิดอะไรกับเพ่ย เพ่ยไม่รู้ แต่ที่เพ่ยรู้ก็คือหัวใจเพ่ยมีผู้ชายคนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องบอกนะว่าใคร"

"จริงน่ะ" พริษฐ์ค่อยยิ้มออก

"จริงสิคะ เลิกหึงแล้ว แต่ที่จริงเพ่ยก็ดีใจนะคะที่พริษฐ์ หึงเพ่ยแบบนี้"

"เกิดมาผมก็เพิ่งรู้จักคำว่าหึงก็วันนี้แหละครับ"

"ต่อไปเดี๋ยวก็ชิน คุณมีภรรยาที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก คุณก็ต้องรู้จักหึงแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว "เพ่ยเพ่ยล้อ พริษฐ์ยิ้มให้

ด้านศุภสินต้นเหตุของความขัดแย้ง เขาเดินเข้ามาในบริษัทถามลูกน้องหน้าเหี้ยมสองคนกำลังช่วยกันบรรจุตุ๊กตา ผ้าลายช้างน่ารักลงกล่องกระดาษ ใกล้ๆมีวางอยู่หลายสิบกล่อง

"จัดการเรียบร้อยรึยัง"

"เรียบร้อยแล้วครับนาย พวกนี้คือสินค้าปกติ ส่วนสี่กล่องนี้คือสินค้าพิเศษ" ลูกน้องรายงาน

ศุภสินหยิบตุ๊กตาช้างขึ้นมาดูแล้วตวาดลั่น

"เรียบร้อยกะแมวสิ นี่...ปริซะขนาดนี้ พวกแกอยากตายในคุกหรือไงวะ หา" ศุภสินชี้ให้ดูตุ๊กตาที่มีรอยเย็บปริ เขาดึงเบาๆ ผงขาวในถุงพลาสติกก็ไหลออกมา

"เอากลับไปให้มันเย็บใหม่ บอกมันถ้าไม่ดีฉันไม่เสี่ยง เชิญหาทางปล่อยของเอาเอง แล้วพวกแกก็เหมือนกัน คราวหน้าเวลารับของน่ะ แหกตาดูให้มันละเอียดกว่านี้"

"ขอโทษครับ" ลูกน้องพูดจบก็จามฮัดเช้ยดังลั่น น้ำมูกไหลยืด ศุภสินมองอย่างรังเกียจ พลางล้วงกระเป๋าหยิบผ้าขนหนูของเพ่ยเพ่ยออกมาโยนให้ลูกน้องเช็ดน้ำมูก เพราะกลัวติดหวัด ลูกน้องลังเลไม่กล้ารับ

"เช็ดไปเหอะ ผ้าแบบนั้นฉันมีอีกตั้งโหลไม่เห็นเหรอ ซื้อมาเข้าฉากหลอกคนแค่นั้นแหละโว้ย" ศุภสินมองไปที่มุมห้อง มีผ้าขนหนูแบบเดียวกันเป็นแพ็กๆ ศุภสินนั่งลง พลางส่งรูปถ่ายของเพ่ยเพ่ยให้ลูกน้องดู แล้วบอกว่ามีงานใหม่ให้ทำ

"ให้ไปฉุดแล้วปล้ำทำเมียใช่ไหมครับ" ลูกน้องถาม

"อย่าทะลึ่ง ผู้หญิงคนนี้อนาคตว่าที่เมียฉัน เขามีผัวอยู่แล้ว ฉันจะให้พวกแกไปฉุดมา แล้วมอมยาให้เบลอๆแล้วถ่ายคลิปให้ผัวมันนึกว่าเมียมันมีชู้ เพื่อว่ามันจะได้ขอหย่า" ศุภสินยิ้มอย่างเชือดเฉือน

ooooooo

ที่บ้านปุริม รานี อรวรรณ บุษกร และพิสินีนั่งเม้าท์กันอยู่ แล้วพวกเธอแปลกใจเมื่อรู้จากเพ่ยเพ่ยว่า ปุริมกับปัญจพลให้พริษฐ์ช่วยหาสถานที่ฝึกสมาธิให้ แก๊งปลาไหล เพราะกลัวว่าจะเป็นแผนหนีเที่ยว อรวรรณจึงเสนอว่าควรแอบตามไปดูด้วยตาตัวเอง ทุกคนเห็นด้วย

เมื่อถึงวันพริษฐ์พาพวกปลาไหลไปนั่งสมาธิ เพ่ยเพ่ยมาส่งเขาที่บ้านผิงเทียน เพื่อให้นั่งรถไปกับพวกแก๊งปลาไหลทุกคนทำตัวเป็นคนดีตบตาพวกเมียๆ ปุริมถามว่าจะไปนั่งสมาธิที่ไหน

"ไปแถวบ้านผมเองครับ มีวัดสงบๆ อยู่วัดหนึ่งน่านั่งสมาธิมาก" พริษฐ์ตอบ ปุริมหลุดออกมาว่า เพิ่งไปมาหยกๆ ปัญจพลรีบตบหัวเตือนสติ ปุริมรีบกลบเกลื่อนชวนทุกคนขึ้นรถออกเดินทาง ขณะรถตู้วิ่งออกจากบ้านผิงเทียน อากงหันหน้ามาโบกมือลาบ้าน

"บ๊ายบายนะอาโสภา ฮิๆๆ"

เมื่อจิรนุชรู้จากเด๋อว่า ผู้บริหารพร้อมใจกันลาหยุด เหลือเพียงเพ่ยเพ่ยเท่านั้นที่มาทำงาน ด้วยความสงสัยเธอจึงหลอกถามเพ่ยเพ่ย จนได้ความว่าพวกผู้ชายลาไปปฏิบัติธรรมกันที่วัดแถวบ้านพริษฐ์ซึ่งอยู่ต่าง จังหวัด และพวกผู้หญิงไม่ได้ไปด้วย ทำให้สังหรณ์ใจว่าจะมีแผนอะไรแน่?

ooooooo

ไม่นานนัก พริษฐ์ก็พาแก๊งปลาไหลมาถึงวัดที่หลวงพ่อแสงจำพรรษาอยู่ เมื่อหลวงพ่อแสงฝึกการทำสมาธิและปฏิบัติธรรมให้ แก๊งปลาไหลแสร้งทำซาบซึ้ง แต่เหมือนหลวงพ่อจะดูออก ต้องเตือนสติอยู่เนืองๆ

แก๊งแม่เสือแอบตามมาติดๆ ทำทีเป็นแวะไปเยี่ยมเยียนแม่แก้วที่ศูนย์ฯ แม่แก้วจึงพาไปเลี้ยงอาหารชีวจิต ในมื้อกลางวัน ระหว่างทานอาหาร เธอชวนคุยเรื่องการปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ แล้วให้จ๊อดพาทุกคนไปเดินเล่น เพื่อย่อยอาหาร รานีได้โอกาสขอยืมตัวจ๊อดไปทำธุระด้วย

"ธุระอะไร" แม่แก้วถามด้วยความแปลกใจ

"พูดแล้วก็เขินๆ...คือพวกผู้ชายของบ้านเรา เขาขอให้

คุณพริษฐ์พามานั่งสมาธิกันที่วัดน่ะค่ะ แต่เราไม่ไว้ใจว่าจะมานั่งสมาธิกันจริงหรือเปล่า หรือว่าหาเรื่องหนีเที่ยวกันอีก เราเลยแอบตามมาดู" รานีบอกความจริง แม่แก้วเข้าใจ จึงหันมากำชับจ๊อดให้ทำตัวดีๆ

"จะพยายามครับ" จ๊อดทำแก่แดด จนแก๊งแม่เสือหัวเราะ

การปฏิบัติธรรมของแก๊งปลาไหล หลังหลวงพ่อสอนทฤษฎีแล้ว ท่านก็ปล่อยให้ฝึกนั่งสมาธิกันเองในศาลาปฏิบัติ

ธรรม ส่วนตัวท่านเดินออกมาคุยกับพริษฐ์ที่ม้าหินอ่อน

"ชีวิตคู่เป็นยังไงบ้างล่ะ" หลวงพ่อถาม

"ก็มีทะเลาะกันบ้างนิดๆหน่อยๆครับ แต่รวมๆแล้วถือว่ามีความสุขมากครับ"

"ก็ดี ถ้ามีปัญหาอะไรในอนาคตก็อย่าวู่วาม ใช้สติให้มากนะ"

"ครับ แต่พอแต่งงานแล้วสมาธิไม่ค่อยดีเหมือนตอนอยู่คนเดียว...มาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ถือโอกาสปฏิบัติ

ธรรมไปด้วย ห่วงแต่พวกเขาสิครับ ไม่เคยปฏิบัติ ไม่รู้จะนั่งได้ซักกี่มากน้อย" เอ่ยพลางมองแก๊งปลาไหล "ถ้าพวกเขาตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ แม้ห้านาทีก็ดีแล้ว แต่ถ้านั่งแต่ตัว ใจไปอยู่ที่อื่น นั่งไปทั้งวันทั้งคืนมันก็ไม่ได้อะไร"

"หลวงพ่อพูดแปลกๆนะครับ" พริษฐ์มองหลวงพ่อ หลวงพ่อหันไปจิบน้ำชา ไม่พูดอะไรอีก

ส่วนแก๊งปลาไหล เมื่อหลวงพ่อไม่อยู่ อากงก็ค่อยๆหรี่ตาขึ้นมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นหลวงพ่อแสงกับพริษฐ์แน่แล้ว เขารีบเหยียดขาพลางร้องครางเพราะเหน็บกิน ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์เข้ามานวดให้ อากงถามลูกชายเรื่องระยะเวลานั่งสมาธิ ปิยะวัฒน์บอกว่าน่าจะอีกไม่นาน และยังมีสังหรณ์ว่า แก๊งแม่เสือจะตามมา

สังหรณ์นั้นเป็นจริง เพราะจ๊อดได้พาพวกแม่เสือแอบเข้ามาทางสุสานหลังวัด เมื่อถึงศาลาปฏิบัติธรรมแล้วไม่พบใครเลย ทำให้แม่เสือตาวาว ด้วยคิดว่าโดนแก๊งปลาไหลหลอก

"ทำไมทุกคนหน้าตาน่ากลัวจัง" จ๊อดเอ่ย เมื่อเห็นท่าทางของแก๊งแม่เสือ

"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะไม่เกี่ยวกับจ๊อดหรอก...เอ๊ะ นั่นเสียงอะไร" รานีได้ยินเสียงแปลกๆ

จ๊อดพาไปแอบดู เห็นหลวงพ่อแสงและพระรูปอื่นๆ รวมทั้งแก๊งปลาไหลกำลังกวาดใบไม้แห้งมากองรวมกัน ด้วยอิริยาบถสง่างามและน่าเลื่อมใส ท่ามกลางแสงสุดท้ายแห่งวัน ช่างเป็นภาพที่น่าตรึงตาตรึงใจนัก แก๊งแม่เสือเห็นแล้วถึงกับน้ำตาคลอหน่วย ด้วยความตื้นตันใจ

"ความจริงเรามาที่นี่เพื่อมาจับผิดพวกเขา แต่จากสิ่งที่เห็นนี้ พวกเขาไม่เพียงไม่มีอะไรให้เราเอาผิดได้ พวกเขายังทำในสิ่งที่ประเสริฐจนเราคาดไม่ถึง" อาม่ารำพึง จ๊อดมองพวกอาม่าด้วยสายตาแปลกๆ

"เป็นอะไรของเขาวะ...ก็พระกวาดลานวัดแค่เนี้ย" จ๊อดพึมพำถาม แต่พวกอาม่าก็ยังคงปลาบปลื้มน้ำตาไหล

พวกแม่เสือเชื่อสนิทใจว่า พวกปลาไหลมานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมกันจริงๆจึงชวนกันกลับ พวกเธอมาส่งจ๊อดที่บ้านแม่แก้ว

"ธุระเรียบร้อยดีใช่ไหม" แม่แก้วถามรานี

"ค่ะ เอ่อ...คุณแก้วคะ ถ้าพริษฐ์กลับมา พี่อยากขอร้องคุณแก้ว อย่าบอกคุณพริษฐ์นะคะว่าพวกพี่มาที่นี่" รานีขอร้อง แม่แก้วรับปากแล้วลารานีกลับกรุงเทพฯ

ooooooo

ฟ้าสางวันใหม่ พริษฐ์รีบมาปลุกแก๊งปลาไหล เพื่อให้ไปฝึกเดินจงกรมกับหลวงพ่อ ทุกคนจำใจทำตามเพื่อให้บรรลุตามแผน แต่เมื่อหลวงพ่อเดินไปคุยกับพริษฐ์ ปุริมก็ฉวยโอกาสแจ้งข่าวโลกีย์

"เมื่อคืน ตอนก่อนนอน เจ๊โมจิส่งข้อความตอบกลับมาแล้วครับว่า  ดีเดย์คืนนี้ครับ"

ทุกคนตาวาว  ปิยะวัฒน์ถามถึงสถานที่

"ครึ่งทางครับ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งอยู่ก่อนถึงกรุงเทพฯ"

"รีสอร์ต...อา...ตอนที่ต้องมาอยู่วัดแบบนี้ พอได้ยินคำว่ารีสอร์ตนี่มันยังกะสวรรค์เลยว่ะ เตียงนุ่มๆ แอร์เย็นๆอาหารอร่อยๆ แล้วถ้าจะให้ดีก็ต้องมีกลุ่มสาวๆ มากะตู้วู้กันในสระว่ายน้ำ" ปิยะพงษ์วาดฝัน

"พูดได้ดีอาปอ ลื้อพูดแบบนี้อั๊วค่อยมีกำลังใจนั่งสมาธิต่ออีกซักยกสองยก...ว่าแต่เป่า แกวางแผนชิ่งเรียบร้อยแล้วนะ" ปิยะวัฒน์ย้ำกับลูกชาย

"ครับ รับรองงานนี้นอกจากเราจะได้ดี๊ด๊ากันแล้ว มหาเองก็ไม่รอดมือคุณก้อยไปได้" ปุริมยืนยัน

ได้เวลานัดแนะตามแผน ปุริมทำท่าร้อนรนมาเคาะประตูเรียกพริษฐ์ หลอกว่า จู่ๆอากงที่นั่งสมาธิอยู่ก็มีอาการแปลกๆ อยากให้พริษฐ์ไปช่วยดู พริษฐ์ตกใจรีบตามปุริมไป

"ฉันจะไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้แหละ...ใจเย็นๆนะ...ใจเย็นๆ...อย่าร้องไห้สิ หยุดร้องไห้ก่อน พูดกับฉันสิ มันเกิดอะไรขึ้น...ใจเย็นๆ..." อากงพร่ำเพ้อ

"อากงครับ อากง" พริษฐ์เข้าไปเรียก อากงลืมตาขึ้นท่าทางงงๆ แล้วบอกพริษฐ์

"อั๊วเห็นผู้หญิงกำลังเดือดร้อน เขาร้องขอความช่วยเหลือ ...เราต้องรีบไปช่วยเขานะ เขาอยู่ที่รีสอร์ตสวยๆ ก่อนถึงกรุงเทพฯ ...กระเบื้องปูพื้นสีฟ้าๆ...หลังคาสีแดงๆ"

พริษฐ์ยังลังเล  พวกแก๊งปลาไหลต้องเข้ามาช่วยพูดถึงจะคล้อยตาม แต่ขณะขยับจะตามทุกคนออกไปนั้น เขาได้ยินเสียงหลวงพ่อดังแว่วมาว่า จงมีสติ

ปุริมขับรถตู้พาคณะปฏิบัติธรรมออกจากวัด พวกเขาไม่ทันเห็นว่ามีรถเก๋งคันหนึ่งขับตามไปติดๆคนขับนั้นหาใช่ใครอื่น จิรนุชนั่นเอง

เมื่อรถตู้เลี้ยวเข้ามาจอดในรีสอร์ต แก๊งปลาไหลก็กรูลงจากรถ มุ่งตรงไปยังล็อบบี้

"ใช่ๆ ที่ๆอั๊วเห็นอย่างนี้เลย...เขาอยู่เลยไปตรงนั้น" อากงหันมาบอกพริษฐ์ที่เดินรั้งท้าย อากงกับพวกปลาไหลเดินผ่านล็อบบี้เข้าสู่บริเวณสระนํ้า เห็นสาวน้อยกลุ่มหนึ่งกำลังว่ายนํ้าอยู่ในสระ พลันเสียงสาวนางหนึ่งร้องเรียกให้อากงช่วย

"ไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละจ้า" อากงถอดรองเท้าและกางเกง วิ่งลงสระไปหาสาวๆแทบไม่สนเสียงเจ๊โมจิที่เข้ามาทักทาย ส่วนพวกที่เหลือก็เฮลงไปหาสาวๆในสระ ปล่อยพริษฐ์ยืนทำหน้าเซ็ง เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก

"ผมขอตัวกลับก่อนนะ" พริษฐ์บอกกับปุริม

"จะรีบไปไหน อยู่เล่นนํ้าด้วยกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับด้วยกัน ไม่นานหรอกครับ ผมสัญญา ขอพักผ่อนก่อนแล้วเดี๋ยวกลับไปปฏิบัติธรรมต่อ" ปุริมต่อรอง

"งั้นผมออกไปรอข้างนอกนะครับ" พริษฐ์หันหลังเดินจะไปทางล็อบบี้ เจอกุสุมายืนส่งยิ้มเศร้าๆรออยู่

ooooooo

นักสืบจำเป็นจิรนุชขับรถมาจอดข้างๆรถตู้ เธอยังไม่ทันลงจากรถ สายตาพลันตวัดไปเห็นพริษฐ์ เดินตามกุสุมามานั่งที่ล็อบบี้

"อย่างงี้สนุกแน่" จิรนุชเปิดกระเป๋าหยิบซิมการ์ดอันใหม่ออกมา

เธอส่งภาพแก๊งปลาไหลที่กำลังเริงร่าอยู่กับสาวๆในสระว่ายนํ้า ไปให้แก๊งแม่เสือดูพร้อมกับข้อความถากถาง แถมยังจงใจถ่ายภาพให้ติดชื่อรีสอร์ตอีกด้วย แก๊งแม่เสือเมื่อทราบเรื่องแล้วก็เดือดปุดๆรีบยกทัพออกไปจัดการ โดยไม่ลืมโทร.ตามเพ่ยเพ่ยให้ไปสมทบ เพราะงานนี้มีพริษฐ์อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

เพ่ยเพ่ยรีบออกมาจากร้านเสริมสวย หมายใจว่าจะเร่งไปสมทบกับพวกอาม่า จังหวะเดียวกันนั้นเอง ศุภสินที่สะกดรอยตามก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องลงมือตามแผน นั่นคือคนแรกเข้าไปตุ๊ยท้อง คนที่สองโปะยาสลบ แต่พอเอาเข้าจริง ทั้งคู่กลับโดนเพ่ยเพ่ยอัดซะน่วม

"โชคดีของพวกแกที่ฉันมีธุระอื่นต้องไปทำ ไม่งั้นฉันจะอัดให้เละกว่านี้ ไอ้พวกมารสังคม" เพ่ยเพ่ยเตะอัดทิ้งท้ายอีกคนละป้าบ แล้วรีบขึ้นรถขับออกไป ศุภสินที่แอบดูอยู่ถึงกับอ้าปากหวอ

"อะไรกันนี่ ไม่น่าเชื่อ เพ่ยเพ่ยเก่งขนาดนี้เลยเหรอ... ยอดหญิงจริงๆ แบบนี้ยิ่งต้องเอามาเป็นเมียให้ได้" ศุภสินมาดมั่น

ส่วนเพ่ยเพ่ยรีบขับรถเข้ามาจอดที่ปั๊ม แล้วเดินเข้าไปสมทบพวกอาม่าที่นั่งรออยู่

ทุกคนสวมชุดรัดกุม มองไปคล้ายๆหน่วยสวาท ทั้งหมดนั่งซ้อมแผนการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ หวังไม่เปิดโอกาสให้พวกปลาไหลหลบหนีได้

รานีเตือนว่าแผนปฏิบัติการครั้งนี้ปัญหาใหญ่อยู่ที่เจ๊โมจิ ถ้าไม่รัดกุมพอกว่าจะฝ่าด่านเข้าไปได้ แก๊งปลาไหลอาจหนีไปแล้ว อาม่ารีบอาสาจัดการกับเจ๊ตัวแสบเอง พร้อมขอแรงเพ่ยเพ่ยเป็นตัวช่วยอีกแรง

"ตกลง เอาตามนี้ ทุกคนพร้อมแล้วนะ งั้นไปได้... ปฏิบัติการฟ้าถล่ม" อาม่าเดินนำไปที่รถ

เวลาเดียวกันนั้นเอง กุสุมาสวมบทนางเอกผู้น่าสงสารหลอกพริษฐ์ว่า โดนมรสุมชีวิตอย่างหนักจึงจำใจมาทำงานกับเจ๊โมจิ และนี่เป็นครั้งแรกของเธอ แต่เมื่อมาเจอพริษฐ์เข้าจึงเกิดอับอายจนอยากจะฆ่าตัวตาย พริษฐ์รีบห้ามแล้วยกคำสอนของพระพุทธเจ้ามาอ้าง

กุสุมาแสร้งซึ้งในรสพระธรรม แล้วหลอกล่อให้พริษฐ์ ไปหาที่สงบๆคุยกัน คนแก่ธรรมแต่อ่อนโลกหลงกลจึงเดินตามกุสุมาไป

ooooooo

 

ปลาไหลป้ายแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด