ตอนที่ 7
ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์ แม้เสี่ยงตายปีนหน้าต่างหนีไปงานปาร์ตี้ แต่ก็ถูกรานีกับอรวรรณจับได้
พวกเขาถูกลากตัวกลับไปสมทบกับพ่อปลาไหลคนอื่นๆ ที่ถูกเมียจับได้ แล้วพามารวมกันในห้องรับแขก บรรดาเมียๆ ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ อาม่าหันไปบอกพริษฐ์ที่นั่งอยู่กับเพ่ยเพ่ยว่าให้เริ่มได้ พริษฐ์พยักหน้ารับ ปิยะวัฒน์กระซิบถามปุริมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปุริมส่ายหน้าเพราะไม่รู้ชะตากรรม พริษฐ์ กระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ย
"ก่อนอื่นผมต้องขออนุโมทนากับทุกท่านนะครับ ที่สนใจในเรื่องที่ดี จนทำให้เกิดการจัดปาร์ตี้ในครั้งนี้"
อากงได้ยินว่า ปาร์ตี้ด้วยเหรอก็กระดี๊กระด๊า สั่งให้เปิดงานได้เลย อาม่าแอบยิ้มเยาะ
"ครับ งั้นผมในฐานะคนจัดปาร์ตี้และเป็นดีเจด้วย ขอเปิดงานเลยนะครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ปาร์ตี้ธรรมะ ณ บัดนี้ เชิญทุกท่านตามผมมาครับ" พริษฐ์เดินนำออกไป แก๊งปลาไหลอึ้ง ใจเริ่มคิดระแวง
ooooooo
พริษฐ์เดินนำทุกคนเข้ามายังห้องโฮมเธียเตอร์ เห็นชุดโฮมเธียเตอร์ข้างๆ มีพระพุทธรูปและโต๊ะหมู่บูชา เสียงเพลงสดใสราวกับอยู่ในสปา แก๊งปลาไหลยืนงง จับทางไม่ถูก พริษฐ์ให้ทุกคนนั่งลงแล้วสำรวมจิต กราบพระรัตนตรัย ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แก๊งปลาไหลทำตามอย่างเก้ๆกังๆ จากนั้นพริษฐ์ก็เปิดซีดีธรรมะที่สอนเกี่ยวกับกฎไตรลักษณ์ ซึ่งได้แก่ อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา ให้พวกปลาไหลดู
"เฮ้ย อย่างงี้ไม่ใช่ปาร์ตี้แล้ว อั๊วกลับก่อนได้ไหม" อากงออกตัว อาม่าสะบัดข้อมือขวับ ปิ่นปักผมในมืออาม่าปักผนังห่างจากหน้าอากงนิดเดียว อากงเงียบกริบนั่งพนมมือฟังธรรมแต่โดยดี
หลังจากฟังเทศน์จบ พริษฐ์ก็นำเสนอเรื่องศีลห้าต่อ และปิดคอนเสิร์ตด้วยการนั่งสมาธิ 20 นาที พวกอาม่าหน้าตาแช่มชื่นอิ่มบุญกับปาร์ตี้ ผิดกับพวกปลาไหลที่แต่ละคนดูโทรม ตาลอยเหมือนถูกทรมาน อากงครวญครางเหมือนหัวใจจะวาย ส่วนปัญจพลนั่งเงียบๆ สีหน้าครุ่นคิดเพราะเริ่มซึ้งในรสพระธรรม
ooooooo
แก๊งปลาไหลมานั่งปรับทุกข์กันที่ห้องเล่นไพ่ ปิยะพงษ์โยนความผิดไปให้พริษฐ์ ปิยะวัฒน์ว่า ต้องหาทางเขี่ยพริษฐ์ไปให้พ้นเส้นทาง ปัญจพลเสนอให้จ้างมือปืนมาจัดการ ปิยะวัฒน์ร้องว่า ยังไม่อยากเห็นลูกสาวเป็นม่าย
"อยู่ดีๆ อย่าไปยุ่งกับไอ้พวกอันธพาลเลย เหมือนหยิบอุนจิไปขว้างคนอื่น มือลื้อก็เหม็นไปด้วย...เอางี้ ประชุมบริษัทครั้งต่อไป เราเสนอเรื่องด่วน เรื่องหาผู้จัดการคนใหม่ไปประจำที่เวียดนาม แล้วพวกเราก็โหวตให้ส่งมหาพริษฐ์ไป ให้เหตุผลว่า เป็นการสนับสนุนให้สร้างผลงาน" อากงวางแผน ทุกคนเห็นดีด้วย
เมื่อถึงวันประชุม ปุริมรีบนำเสนอเรื่องผู้จัดการสาขาที่เวียดนาม แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อพริษฐ์ ก็ถูกอรวรรณตัดหน้าเสนอชื่อภาณุที่กำลังจะหมดสัญญากับบริษัทในปีนี้ให้ประจำที่เวียดนามต่อ เพราะทำผลงานไว้ดีมาก พวกแม่เสือรีบสนับสนุน รานีสั่งปิดประชุม แก๊งแม่เสือลุกออกไป แก๊งปลาไหลนั่งอึ้งบ่นว่า ต้องหาเวลาไปรดน้ำมนต์ เพราะช่วงนี้ทำอะไรก็ล้มเหลวไปหมด
"ก็ดีครับ ผมก็อยากไปฟังพระท่านเทศน์ซักหน่อย" ปัญจพลเห็นด้วย ทุกคนชะงักกึกมองปัญจพลแปลกๆ
"อั๊วว่าไม่เกี่ยวกับดวงหรอก งานนี้มันมีอะไรแหม่งๆ" ปิยะวัฒน์นึกสงสัย
ปิยะวัฒน์กับปุริมนำเครื่องสแกนเข้ามาหาสิ่งผิดปกติในห้องเล่นไพ่ ก็พบเครื่องดักฟังของแก๊งแม่เสือติดอยู่ใต้โต๊ะ ปุริมหยิบกรรไกรออกมา ทำท่าจะตัดสายไฟ แต่ปิยะวัฒน์ห้ามอย่า ติดกลับไปที่เดิม...เราจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ ปิยะวัฒน์ ยิ้มเจ้าเล่ห์ ปุริมเข้าใจเจตนาของพ่อ จึงติดเครื่องดักฟังกลับที่เดิม ทั้งสองค่อยๆถอยออกไปจากห้อง แล้วทำทีเป็นไม่รู้ว่าในห้องเล่นไพ่มีเครื่องดักฟัง เพราะต้องการให้แก๊งแม่เสือตายใจ
ooooooo
พริษฐ์เข้ามาหากาแฟดื่มในห้องกาแฟพบจิรนุชนั่งร้องไห้อยู่
เมื่อเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น จิรนุชทำมารยาหลอกพริษฐ์ว่า แฟนอยากให้เธอลาออกไปเป็นแม่บ้านแต่เธอยังอยากทำงานอยู่ จึงเลือกไม่ถูกระหว่างงานกับความรัก
"ก่อนอื่นคุณนุชต้องถามใจคุณนุชก่อนว่า ถ้าคุณนุชอยู่บ้านเฉยๆให้แฟนคุณนุชเลี้ยง แล้วคุณนุชมีความสุขหรือเปล่า" พริษฐ์เข้ามานั่งข้างๆ
จิรนุชว่าเธอมีความสุขที่ได้ทำงาน โดยเฉพาะมีเจ้านายดีๆอย่างเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์
"งั้นถ้าให้ผมแนะนำ คุณนุชเลือกสิ่งที่คุณนุชทำแล้วมีความสุขเถอะครับ ผมเชื่อว่า ถ้าแฟนคุณนุชรักคุณนุชจริงเขาคงเข้าใจ" พริษฐ์แนะ
"ขอบคุณค่ะ นุชรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยที่คุณพริษฐ์ ให้กำลังใจ" จิรนุชเอนลงซบพริษฐ์
พริษฐ์ตกใจรีบกระเถิบตัวออก รุ่งนภาเข้ามาเห็นก็ชะงัก จิรนุชทำท่ามีพิรุธให้รุ่งนภาเห็น แล้วรีบร้อนขอตัว
"ไม่มีอะไรหรอกครับคุณรุ่ง ผมกำลังให้คำปรึกษาปัญหาส่วนตัวของคุณนุชเขาน่ะครับ" พริษฐ์บอกกับรุ่งนภา ที่ยืนเก้ๆกังๆ
ในตอนเย็น พริษฐ์ขับรถพาเพ่ยเพ่ยกลับบ้าน ระหว่างทางเพ่ยเพ่ยได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากเสื้อพริษฐ์จึงเอ่ยถาม
"กลิ่นน้ำหอมมาติดเสื้อคุณได้ยังไงเนี่ย"
"เอ่อ ไม่รู้สิครับ...ผู้หญิงคนนั้นหน้าคุ้นๆ"
พริษฐ์ชี้ไปที่กุสุมาที่ซื้อของอยู่ข้างทาง แล้วเดินไปขึ้นรถเบนซ์สปอร์ต เพ่ยเพ่ยหน้าเครียดถามพริษฐ์ว่า เคยรู้จักกันที่ไหน เพราะกุสุมาแต่งตัวโป๊มาก พริษฐ์ส่ายหน้านึกไม่ออก
"เหมือนผู้หญิงสองคนนั้นที่มาทักตอนเราอยู่ภูเก็ตรึเปล่าคะ"
"ผมก็ไม่แน่ใจ คงแบบนั้นมั้งครับ" พริษฐ์ตอบแบบไม่คิดอะไรมาก แล้วขับรถผ่านไป แต่เพ่ยเพ่ยยังคาใจ
ooooooo
กุสุมาเดินกรีดกรายเข้ามาในสนามไดรฟ์กอล์ฟ แบบไม่แคร์สายตาผู้ชายที่จ้องมอง เธอตรงเข้าหาประ-พนที่นั่งจิบเครื่องดื่มรออยู่ ประพนเห็นกุสุมาก็รีบทวงของทุกอย่างคืน ทั้งกุญแจรถ กุญแจคอนโดฯและเครดิตการ์ด เพราะโกรธที่กุสุมาไปคุกคามเมียหลวงและขู่ว่าจะตบเธออีกด้วย
"ไม่จริง เมียพี่โกหก เขามาด่าก้อย ก้อยไม่ได้ตอบโต้ เขาเลยนะ เขาด่าก้อยข้างเดียว ก้อยเป็นแค่กิ๊กพี่ ก้อยจะเอาอะไรไปด่าเขา พี่ไม่เชื่อก้อยเลยใช่ไหมคะ" กุสุมาพูดไปบีบน้ำตาไป
แต่ประพนไม่หลงกล เพราะเมียหลวงอัดเสียงกุสุมาไว้ กุสุมาหมดทาง เธออ้อนวอนขอให้ประพนยกโทษ แต่ประพนไม่ยอม เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำ เขาขอเลิกกับเธออย่างเด็ดขาด กุสุมาแค้นหันไปคว้าไม้กอล์ฟแถวนั้นฟาดเปรี้ยงเข้าแสกหน้าประพน แล้ววิ่งหนีออกไป
ooooooo
บ้านผิงเทียน หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ อากงก็ชวนสมาชิกแก๊งเข้าห้องเล่นไพ่นกกระจอก
อาม่ากับพวกแม่เสือรีบเข้าห้องแอบฟังพวกปลาไหลคุยกัน แต่พวกปลาไหลรู้ตัวจึงซ้อนกลด้วยการต่อสายจากเครื่องเอ็มพีที่บันทึกเสียงอา กงกับพวกมาต่อเข้ากับเครื่องดักฟังของพวกแม่เสือ ทำให้เสียงพวกเธอได้ยินเป็นเสียงอากงและพวกปลาไหลคุยกันเรื่องการปฏิบัติ ธรรม ตามที่พริษฐ์ช่วยชี้ทางสว่างให้ แถมยังชวนกันเลิกเที่ยวสำมะเลเทเมาอีกด้วย
พวกแม่เสือน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้ง และหวังว่าจะได้มีความสุขเหมือนแม่บ้านคนอื่นๆเสียที
แต่ความจริงแล้ว ตอนนี้พวกแก๊งปลาไหลกำลังเฮฮากันหน้าโน้ตบุ๊กที่โชว์รูปโป๊อยู่ สักพักเครื่องก็ส่งสัญญาณบอกมีเมล์เข้า ปัญจพลคลิกดูเห็นอีเมล์มาจากเจ๊โมจิส่งข่าวมาว่า ตอนนี้เธอได้น้องๆมาเสริมทัพใหม่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งทีมฟุตบอล รับรองว่าเอ๊กซ์ขั้นเทพ ปุริมซี้ดปากบอกว่า เอ๊กซ์ขั้นเทพต้องเจอบักอึดถล่มโลกันตร์อย่างเขา
"เปียว ตอบเมล์เจ๊โมจิไปเลย บอกว่ารอไม่นานได้เจอกันแน่ เพราะตอนนี้พวกแม่เสือหลงกลเราซะสนิท ฮ่าๆ" ปิยะพงษ์สั่งการ พวกแก๊งปลาไหลหัวเราะครืน ยกเว้นปัญจพลที่ดูฝืดๆไป
ปุริมเห็นปัญจพลพูดคุยกับพริษฐ์เรื่องธรรมะมากขึ้นทุกวัน ก็กลัวจะกลายเป็นมหาไปอีกคน จึงไปปรึกษากับสมาชิกแก๊งคนอื่นๆ และแจ้งข่าวเพิ่มว่า พริษฐ์กำลังจะจัดปาร์ตี้ธรรมะอีกครั้งเร็วๆ นี้ ทุกคนตกใจ
"พวกลื้อมั่นใจได้เลย ถ้าต้องเจอปาร์ตี้ธรรมะแบบนั้น อีกครั้ง อั๊วได้ไปอยู่ฮวงซุ้ยแน่ๆ" อากงออกปาก
"ต้องทำอะไรสักอย่างแล้วว่ะ ทั้งเรื่องอาเปียวแล้วก็เรื่องธรรมะปาร์ตี้ แต่ไอ้มหาพริษฐ์นี่มันก็ไม่ธรรมดา ดวงแข็งจริงๆ แผนอะไรก็เล่นงานมันไม่ได้เลย"
อากงครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ย
"ตามหลักกลยุทธ์ แม่ทัพศัตรู ถ้ารบชนะไม่ได้ ต้องเอามาเป็นพวก" ทุกคนงง ไม่เข้าใจความหมาย อากงอธิบาย
"ถ้าเราสามารถดึงมหาพริษฐ์เข้าแก๊งเราได้ ก็เท่ากับเราลดศัตรูเพิ่มมิตร ไม่เพียงฝ่ายแม่เสือจะอ่อนแอลง ฝ่ายเราจะเข้มแข็งขึ้นด้วย ไม่ต้องรบก็ชนะ"
"พูดน่ะมันง่ายนะป๊า แต่ทำจริงจะไหวเหรอ เจ้าลูกเขยผมคนนี้ไม่ใช่พระก็เหมือนพระ จะดึงมันมากินเหล้าเฮฮาเที่ยวกลางคืนกับพวกเราเนี่ย ผมว่าอิมพอสสิเบิ้ล" ปิยะวัฒน์นึกหวั่น
ปิยะพงษ์เห็นด้วยกับพี่ชายเพราะขนาดเอ๊กซ์ๆ อย่างกุสุมายังยอมแพ้ อากงฉุนขาดสั่งเสียงเข้ม
"ก็ดีถ้าพวกเราไม่จัดการอะไร งั้นพวกเราก็เตรียมฟังพระเทศน์ในงานปาร์ตี้ครั้งต่อไปก็แล้วกัน"
"ไม่เด็ดขาดครับอากง พวกเราสัญญาว่าพวกเราจะสู้ พวกเราจะพยายามดึงมหาพริษฐ์ให้ลงมามัวเมาหมกมุ่นในกามโลกีย์กับพวกเราให้ ได้" ปุริมรีบบอก
แก๊งปลาไหลมองหน้ากันแล้วยื่นมือมาประสานเป็นหนึ่งเดียวฮึดสู้อีกครั้ง
ooooooo
เมื่อไม่มีเสี่ยเลี้ยง กุสุมาจึงต้องกลับมาของานจากเจ๊โมจิ และเป็นเวลาเดียวกับที่แก๊งปลาไหลติดต่อให้เจ๊โมจิหาหญิงสาวไปทลายตบะมหา พริษฐ์อยู่พอดี กุสุมาจึงกลับไปทำหน้าที่เดิมอีกครั้ง
ปุริมเริ่มแผนดึงพริษฐ์ ด้วยการชวนมาตีกอล์ฟด้วยกัน เขาอ้างกับเพ่ยเพ่ยว่า เป็นการสร้างเสริมคอนเนกชั่น เพราะนักธุรกิจคอนเนกชั่นเป็นเรื่องสำคัญ พริษฐ์ชวนเพ่ยเพ่ยไปด้วยกัน ปุริมรีบอ้าง
"โอ๊ย เพ่ยเพ่ยไปไม่ได้หรอก ก๊วนผมมีแต่พวกผู้ชาย พวกเจ้าของกิจการ นักการเมืองท้องถิ่น ส.ส. ส.จ. ส.ว. ส.ก. มีหมด แต่ไม่มีผู้หญิงซักคน แถมออกกฎไม่รับผู้หญิงด้วย" เพ่ยเพ่ยเชื่อสนิท เธอยอมให้พริษฐ์ออกไปตีกอล์ฟกับปุริม
เมื่อหลอกพริษฐ์มาจากเพ่ยเพ่ยได้แล้ว ปุริมก็โทร. ไปซักซ้อมแผนการกับกุสุมา
วันต่อมา พริษฐ์ตามแก๊งปลาไหลไปที่สนามกอล์ฟ ปิยะวัฒน์พาพริษฐ์ไปพบกับกุสุมาในฐานะโปรกอล์ฟที่จะมาช่วยสอนให้เพราะพริษฐ์ เล่นกอล์ฟไม่เป็น ปิยะวัฒน์ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง ส่วนตัวเองไปรวมทีมกับแก๊งปลาไหลคนอื่นๆ นั่งหาความสุขกับสาวๆ ที่กุสุมาจัดมาให้ ปัญจพลที่ทำท่าจะซึ้งในรสพระธรรม ได้เจอทีเด็ดของน้องหวานเข้าก็กลับมาเป็นคนเดิมทันที
มุมหนึ่งของสนาม กุสุมากำลังสอนพริษฐ์ตีกอล์ฟแบบถึงเนื้อถึงตัว แถมลีลาการสอนของเธอก็ชวนหวาดเสียวจนพริษฐ์ทำอะไรไม่ถูก ปุริมแอบมากระซิบถามความคืบหน้ากับกุสุมา กุสุมาว่า
"พริษฐ์ดูเปลี่ยนไป คราวที่แล้วเขาเหมือนเด็กน้อยบริสุทธิ์ ไม่สนใจเรื่องพรรค์อย่างว่าเลย แต่ตอนนี้เขาเหมือนเด็กโตที่กล้าๆ กลัวๆ อยากลองแต่ยังรู้สึกผิด"
"ก่อนกับหลังแต่งงาน อาจจะมีผลต่อความคิดของเขาก็ได้"
"เหมือนเด็กน้อยเพิ่งได้กินขนมครั้งแรก เลยติดใจ ชักอยากกินอีก ใช่ไหมคะ"
"อะไรทำนองนั้น ว่าแต่คุณก้อยพอที่จะให้เด็กน้อยโตเป็นผู้ชายเต็มตัว ติดขนมหวานงอมแงมเหมือนพวกผมได้ไหมครับ"
"รับรองค่ะ จะป้อนให้ฟันผุไปเลยค่ะ" กุสุมายิ้มยั่ว
แล้วกุสุมาก็เริ่มแผนสองด้วยการเข้ามาบอกกับพริษฐ์
ว่าปุริมกลับไปแล้ว และฝากให้พริษฐ์ไปส่งเธอด้วย พริษฐ์รับปาก กุสุมายิ้มพอใจก่อนจะจัดแจงส่งแก้วเครื่องดื่มให้เขา แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ดื่มของมึนเมา
"ก้อยขี้เสียดายค่ะ คุณพริษฐ์ไม่ดื่มงั้นก้อยดื่มเอง"
จากนั้นกุสุมาก็แกล้งมอมเหล้าตัวเองทำเป็นเมาแอ๋จนพริษฐ์ต้องพาเธอมาส่งที่หอพัก แล้วยังอ้อนให้เขาพาไปส่งให้ถึงห้อง ขณะที่พริษฐ์ลังเลอยู่นั้นก็มีกะเทยร่างบึ้กผ่านมาพอดี เธอตรงเข้าทักทายกุสุมาอย่างสนิทสนม พริษฐ์ถือโอกาสฝากให้กะเทยนางนี้ช่วยพากุสุมาไปส่งที่ห้องด้วย แล้วรีบขึ้นรถขับออกไป กุสุมาไม่พอใจถึงกับหายเมาเป็นปลิดทิ้ง เธอหันมาด่าเพื่อนกะเทยด้วยท่าทีกกระฟัดกระเฟียดเจ็บใจ
"นังพุซซี่ นังบ้า ใครให้แกมาขัดจังหวะฉัน...หา...จะเชือดไก่อ่อนซะหน่อย แกนะแก"
ooooooo
หลังหนีรอดจากแม่เสือกุสุมามาได้อย่างหวุดหวิดพริษฐ์รีบกลับบ้าน เขากำลังจะเดินผ่านเพ่ยเพ่ยก็มีอันต้องหยุดกึก เพราะเธอร้องทักทันทีที่ได้กลิ่นน้ำหอมแปลกๆจากตัวสามี พริษฐ์ออกตัวว่าคงเป็นกลิ่นแอร์ในรถ เพ่ยเพ่ยไม่คิดอะไรชวนคุยต่อเรื่องตีกอล์ฟ พริษฐ์กลับถอยกรูดกลัวภรรยาได้กลิ่นน้ำหอมของกุสุมา เขารีบอ้าง
"เอ่อ...ขอผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ โปรผู้ชายเขาสอนผมหนักมาก ไม่ได้พักเลย คุณเพ่ยอย่าเข้ามาใกล้นะครับ ตัวผมเหม็นเหงื่อมาก" พริษฐ์รีบวิ่งอ้อมเพ่ยเพ่ยเข้าห้องน้ำไป เพ่ยเพ่ยมองตามรู้สึกถึงความผิดปกติ
ในคืนนั้นเอง พริษฐ์ถึงกับนอนฝันร้าย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันมั่วไปหมด เพราะเพิ่งเคยโกหก
"เฮ้ย พอกันที สับสนโว้ย" พริษฐ์ละเมอลั่นจนเพ่ยเพ่ยสะดุ้งตื่น
พริษฐ์ใจคอไม่ดี รีบถามเพ่ยเพ่ยว่า เขาละเมออะไรออกไปบ้าง เพ่ยเพ่ยบอกว่าจับใจความไม่ค่อยได้ พริษฐ์ค่อยโล่งอก
"ถ้าผมละเมออะไรออกไป มันก็เป็นแค่ฝันนะครับ ไม่มีมูลความจริงอะไรเลย คุณเพ่ย อย่ากังวลนะครับ"
คำพูดของพริษฐ์แม้จะฟังดูดี แต่เพ่ยเพ่ยก็อดที่จะระแวงเขาไม่ได้
ooooooo
ที่สนามกอล์ฟ ปุริมแจ้งข่าวดีกับสมาชิกว่าปาร์ตี้ธรรมะครั้งที่สองอันน่าสยองขวัญโดนเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนดแล้ว ปัญจพลบอกต้องยกความดีความชอบให้กุสุมาที่ทำงานได้ผลเกินคาด ปิยะวัฒน์แซวว่ากุสุมาพาพริษฐ์ออกรอบหรือยัง
"ยังครับ เห็นคุณก้อยบอกเกือบๆอยู่หลายครั้งเหมือนกัน"
"เตือนคุณก้อยด้วย ยังไงก็ต้องใส่เสื้อกันฝน สองชั้นได้ยิ่งดี ของอย่างงี้ต้องปลอดภัยไว้ก่อน เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาเดี๋ยวยัยเพ่ยของเราจะเดือดร้อน" ปิยะวัฒน์นึกห่วงลูกสาว
"ไม่ต้องห่วงครับเรื่องนั้น คุณก้อยเธอก็มืออาชีพ ยังไงก็คงไม่พลาด เธอบอกอีกไม่นานคงได้ออกรอบกันแน่ๆ ถึงตอนนั้นไม่ต้องเสียเวลาสอนไดร้ฟ์ลูกเป็นข้ออ้างแล้ว ออกรอบกันอย่างเดียวเลย" ปุริมชื่นชมกุสุมา แก๊งปลาไหลชอบใจพากันหัวเราะร่วน
ด้านเพ่ยเพ่ยนั้น เธอเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของพริษฐ์ เพราะทุกครั้งที่เธอถามเรื่องตีกอล์ฟ พริษฐ์มักทำท่าทางแปลกๆ จนเธอนึกระแวง จึงเรียกเด๋อกับรุ่งนภามาปรึกษา เพราะยังไม่อยากให้แก๊งแม่เสือรู้เรื่องนี้ รุ่งนภายืนยันว่า เท่าที่เธอสังเกตพริษฐ์ไม่มีท่าทีอะไรผิดปกติ โทรศัพท์หรือจดหมายแปลกๆ ก็ไม่มี
"แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นะฮะ" เด๋อค้าน
"เข้าใจค่ะ งั้นเอางี้ไหมคะ ก่อนจะไปปรึกษากับพวกแก๊งแม่เสือ เราลองหาทางตรวจสอบง่ายๆก่อน ถ้ามันมีแววว่าจะไม่ดี เราค่อยปรึกษาพวกนั้นดู" รุ่งนภาแนะนำ
เพ่ยเพ่ยเห็นด้วย เด๋อเสนอว่าให้แอบติดจีพีเอสที่รถพริษฐ์เพื่อดูว่าเขาไปสนามกอล์ฟจริงหรือเปล่า เพ่ยเพ่ยลังเล กลัวพริษฐ์จับได้ แต่เด๋อยืนยันว่าต้องลอง รุ่งนภาก็เห็นด้วย ที่สุดเพ่ยเพ่ยก็ยอมทำตามคำแนะนำของเด๋อกับรุ่งนภา เธอแกล้งปวดท้องเพื่อให้พริษฐ์พาเธอไปส่งโรงพยาบาลโดยเอารถของเธอไป และในระหว่างนั้นก็ให้เด๋อกับรุ่งนภาแอบเอาเครื่องจีพีเอสไปติดที่รถพริษฐ์ และบังเอิญว่าในคืนนั้นพริษฐ์นัดไปนวดเสริมกล้ามเนื้อช่วงล่างกับกุสุมาที่ห้องพอดี เขาจึงโทร.ไปเลื่อนนัดเธอ ทำให้กุสุมาหงุดหงิดมาก เพราะเตรียมเผด็จศึกพริษฐ์เต็มที่
ooooooo
วันต่อมา ปุริมเข้ามาคุยกับพริษฐ์ที่ห้องทำงานถึงเรื่องนวดเสริมกล้ามเนื้อกับกุสุมา พริษฐ์ชี้แจงว่าเขาไม่ได้ไปเพราะเพ่ยเพ่ยปวดท้องจึงต้องพาไปหาหมอ แต่พอใกล้ถึงโรงพยาบาลเพ่ยเพ่ยกลับบอกว่าหายแล้ว ปุริมชักเอะใจ
"งั้นคืนนี้มหาไปที่สนามกอล์ฟก่อนละกันครับ เดี๋ยวผมกับเปียวจะตามไปทีหลัง"
ปุริมเดินออกไปหาปัญจพลแล้วชวนกันออกไปพิสูจน์ความจริงที่รถของพริษฐ์ ปุริมหยิบเครื่องสแกนที่ปิยะวัฒน์ เคยใช้ออกมาสแกนตามตำแหน่งต่างๆของรถ และพบเครื่อง
จีพีเอสติดอยู่ด้านในบังโคลนอย่างที่สงสัยจริงๆ ปัญจพลจึงปรึกษาปุริมว่าควรบอกพริษฐ์ให้รู้ตัวดีไหม
"อย่าเพิ่ง ถ้ามหารู้ว่ายัยเพ่ยระแวงเขา เขาอาจจะกลัวจนไม่กล้าทำอะไรต่อ เราต้องปล่อยให้เขาถลำตัวเข้ามาลึกๆก่อน"
"งั้นเราก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เขาละกัน...งั้นคืนนี้เราพาเขาไปที่อื่นก่อน ให้นั่งรถพวกเราไป แล้วค่อยว่ากัน"
ooooooo
ขณะที่เพ่ยเพ่ย เด๋อและรุ่งนภากำลังหาทางตรวจพิรุธของพริษฐ์...ปุริมกลับพาพริษฐ์ไปสมทบกับพวกแก๊งปลาไหลที่คาราโอเกะ และเรียกน้องๆมาช่วยดูแล พริษฐ์ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยเข้าสถานที่แบบนี้มาก่อน ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์ชวนพริษฐ์ร้องเพลงเพื่อแลกกับรางวัลพิเศษของน้องๆ
พริษฐ์นั่งตัวแข็งร้องเพลงสั่งนาง น้องๆกรี๊ดลั่นเข้ามารุมกอดรุมหอมจนพริษฐ์ตั้งตัวไม่ทัน โดนรุมอยู่ครู่ใหญ่ น้องค่อยๆกระจายออกมา เห็นหน้าตาและเสื้อขาวของพริษฐ์
เปรอะเปื้อนไปด้วยลิปสติก แป้ง และเครื่องสำอาง พวกปลาไหลถึงกับหัวเราะชอบใจ
ฉ่ำใจกันแล้ว ปุริมก็พาพริษฐ์กลับมาเอารถที่สนามกอล์ฟ และถามถึงเบอร์กุสุมา ก่อนจะขอดูมือถือของพริษฐ์แล้วกดเปลี่ยนชื่อจากกุสุมาเป็นเกษมเพื่อกันเพ่ยเพ่ยจับได้ พริษฐ์งงในการกระทำนั้น แต่ปุริมโกหกว่ากุสุมามีชื่อในวงการว่าเกษม แล้วคืนมือถือให้ ครั้นพริษฐ์ลงจากรถปุริมจะไปขึ้นรถของตน ปุริมมองตามไปเห็นเสื้อพริษฐ์เลอะก็นึกขึ้นได้ รีบส่งเสื้อตัวใหม่ให้พร้อมแนะนำว่า
"เปลี่ยนเสื้อก่อนเข้าบ้าน แล้วตัวนั้นแอบส่งไปร้านซักรีดก่อนจะได้ปลอดภัย"
"แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เพ่ยเพ่ยคงไม่ว่าอะไรมั้งครับ" พริษฐ์บริสุทธิ์ใจ
"แล้วแต่มหาจะตัดสินใจละกันครับ มหาเคยเห็นฝีมือเพ่ยเพ่ยแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
ปุริมทิ้งท้ายก่อนขับรถออกไป พริษฐ์ก้มลงมองเสื้อในมือ นึกถึงตอนที่เพ่ยเพ่ยจัดการกับซินแซขงล่วง
"คุณเพ่ยก็คงไม่รุนแรงกับเราขนาดนั้นมั้ง" พริษฐ์
ปลอบใจตัวเอง แล้วโยนเสื้อปุริมไปเบาะหลัง แต่ความรู้สึกด้านมืดก็ทำให้พริษฐ์คิดต่อไปว่า ถ้าเพ่ยเพ่ยไม่เชื่อจะเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็เห็นภาพตัวเองโดนเพ่ยเพ่ยซ้อม
เมื่อพริษฐ์จอดรถที่หน้าบ้าน เขามองเสื้อเลอะเทอะที่สวมอยู่ คิดถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วกลัวจนเหงื่อแตก จึงตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อใหม่ที่ปุริมให้มา แล้วเดินเข้าบ้าน เพ่ยเพ่ยที่รออยู่ทักว่าวันนี้กลับช้ากว่าทุกที พริษฐ์พยักหน้ารับแทนคำตอบ
"ตีกอล์ฟอย่างเดียว หรือไปต่อที่ไหนอีก" เพ่ยเพ่ยซักอย่างจับผิด
"เอ่อ...ก็อยู่แต่กับพวกก๊วนเฮียเป่านั่นแหละครับ หลังตีกอล์ฟพวกเขาก็สังสรรค์กันนิดหน่อย ผมกินแต่น้ำเปล่า"
เพ่ยเพ่ยไม่ค่อยเชื่อ พิสูจน์ด้วยการเข้ามาดมลมหายใจ แต่เมื่อพริษฐ์ทำเหมือนไม่พอใจอ้างว่าเขาไม่ใช่คนโกหก เธอก็หน้าจ๋อยรีบขอโทษ พริษฐ์พยายามเลี่ยงขอตัวไปอาบน้ำ เพ่ยเพ่ยนึกขึ้นได้รีบซักต่อ
"เอ๊ะ นี่ไม่ใช่เสื้อพริษฐ์นี่ เสื้อใครคะ"
"เสื้อผมเองครับ ซื้อมานานแล้ว เพิ่งเอามาใส่น่ะครับ" เอ่ยพลางรีบเดินหนี เพ่ยเพ่ยมองตามด้วยความสงสัย ส่วนพริษฐ์
พอเข้ามาอยู่ในห้องคนเดียวก็จิตตก พึมพำกับตัวเองอย่างรู้สึกผิด
"ขอโทษนะครับคุณเพ่ย ผมไม่ตั้งใจจะโกหกคุณเลย แต่มันตกกะไดพลอยโจน ขอโทษนะครับ"
เพ่ยเพ่ยตามพริษฐ์เข้ามาในห้อง เธอแอบหยิบมือถือของเขามากดดูแล้วพึมพำบอกตัวเองเช่นกัน "ขอโทษนะคะคุณพริษฐ์ เพ่ยไม่ตั้งใจจะละลาบละล้วงนะคะ แต่คุณทำตัวน่าสงสัย เพ่ยต้องทำแบบนี้เพื่อความสุขในระยะยาวของเราสองคนนะคะ"
เพ่ยเพ่ยกดดูข้อมูลต่างๆในมือถือเห็นมีแต่ชื่อผู้ชายไม่มีอะไรต้องสงสัย จึงรีบเก็บมือถือวางไว้ตำแหน่งเดิม
ooooooo
แก๊งปลาไหลนั่งคุยกันอยู่ในห้องเล่นไพ่ เรื่อง เพ่ยเพ่ยระแวงพริษฐ์ขนาดแอบติดจีพีเอส พวกเขากลัวว่า ถ้าถูกจับได้ก็คงจบกัน เพราะพริษฐ์ท่าทางจะกลัวเมียเอามากๆ
"อ๋อ งั้นในห้องนี้มันก็ขับเกียมัวกันทุกคนแหละวะ ฮ่าๆ" อากงหัวเราะร่า
"ก็จริง แต่ยิ่งเกียมัวเท่าไหร่ เวลาโกหกเมียได้ก็ยิ่งสนุกเท่านั้น" ปิยะวัฒน์เสริมอย่างคึกคะนอง แล้วทั้งแก๊งปลาไหลก็ระเบิดเสียงหัวเราะกันอีกครั้ง แต่สิ่งที่พวกแม่เสือได้ยินจากเครื่องดักฟังกลับเป็นเรื่องธรรมะอีกตามเคย พวกแม่เสือปลื้มใจ คิดว่าสามีกลับตัวกลับใจได้แล้วจริงๆ
แก๊งปลาไหลคุยกันอีกว่า จะต้องดึงพริษฐ์ให้เข้าสู่ ด้านมืดให้เร็วที่สุด ปัญจพลรีบเสนอโปรแกรมเด็ดว่ามีสปาเอ๊กซ์เพิ่งเปิดตัวใหม่ มาตรฐานระดับห้าดาว
"ทั้งบริการและสถานที่ โดยเฉพาะน้องๆอย่างงี้เลยครับ ส่วนหน้าตาอาคารดูภายนอกเหมือนสปาปกติครับ รับรองมหาไม่รู้ตัวหรอกว่าจะเจอเข้ากับอะไร จนเข้าห้องไปแล้ว ถึงตอนนั้นมหาก็จะเป็นมหาดาร์กไซด์โดยสมบูรณ์" ปัญจพลมั่นใจ แก๊งปลาไหลเห็นด้วย เริ่มปฏิบัติการทันที
ooooooo










