สมาชิก

ปลาไหลป้ายแดง

ตอนที่ 6

"คุณเพ่ยนอนให้สบายเลยนะครับ ห้องนี้อากาศถ่ายเทดี ตอนเช้ามืดอากาศอาจจะเย็นหน่อย ก่อนนอนต้องห่มผ้านะครับ ถ้าขาดเหลืออะไรเคาะบอกได้ครับ ห้องผมอยู่ติดกับห้องคุณเพ่ยนี่เอง"  พริษฐ์เอ่ยเมื่อเข้ามาส่งเพ่ยเพ่ยในห้อง เพ่ยเพ่ยถามหาแม่แก้วกับจ๊อด พริษฐ์บอกว่า

"ทั้งสองเข้านอนแต่หัวค่ำแล้ว"

เมื่อพริษฐ์ออกจากห้อง เพ่ยเพ่ยมองตาม แล้วตัดสินใจดึงชุดเซ็กซี่ออกมาเพื่อทำตามแผน เวลาเดียวกันนั้นเอง ที่คาราโอเกะ แก๊งปลาไหลเมาแอ๋ไปตามๆกัน ปิยะวัฒน์ชวนกลับ แต่ปิยะพงษ์ขอต่อ "อั๊วให้เวลา 10 นาที อั๊วไปรอที่รถ ถ้าพวกลื้อไม่ไป อั๊วไปคนเดียว" ปิยะวัฒน์เดินออกไป

ปิยะพงษ์จำใจลุก แล้วหันไปเรียกปัญจพลกับปุริมที่กำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับพวกสาวๆ แต่ไม่มีใครฟัง สาวคู่ขาเข้ามากระซิบข้างหูปิยะพงษ์ว่า ข้างบนมีห้องด้วย ปิยะพงษ์ตาโตรีบบอกต่อ ทั้งหมดพาสาวๆขึ้นห้อง แล้วให้สาวคนหนึ่งไปตามปิยะวัฒน์ที่ลานจอดรถ ปิยะวัฒน์แรกๆลังเล แต่พอเจอลูกอ้อนของสาวคาราโอเกะก็เคลิ้ม เรียกเข้ามานั่งในรถด้วยกัน

ooooooo

เพ่ยเพ่ยสวมชุดนอนเซ็กซี่มาเคาะประตูเรียกพริษฐ์ พริษฐ์ถึงกับยืนตะลึง เมื่อเพ่ยเพ่ยตรงเข้ากอด แล้วจับมือให้กอดเธอ แต่เมื่อปล่อยมือพริษฐ์ก็ตกลงอีก  ทำให้ละอายจึงวิ่งร้องไห้ออกไป  ปล่อยให้พริษฐ์

เลือดกำเดาไหลอยู่คนเดียว

เพ่ยเพ่ยหนีออกจากบ้าน มองรอบๆตัวมีแต่ความมืด เสียงฟ้าคำรามจนเธอนึกกลัว จึงหมุนตัวกลับ พอดีชนเข้ากับพริษฐ์ที่ตามออกมา เธอว่าประชด และว่าพริษฐ์เป็นเกย์ พริษฐ์ ปฏิเสธแล้วอธิบายว่า ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะแม่สอนมาตลอดว่าต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ล่วงเกินผู้หญิง แต่เพ่ยเพ่ยยังไม่เชื่อ แล้วว่าพริษฐ์เหมือนพระอิฐพระปูน พริษฐ์พยายามอธิบายว่า เพราะเขาบวชมาแต่เด็ก ทำอะไรจะรู้จักยั้งคิด

"แต่...ก็ไม่ทุกครั้งนะครับ อย่างเมื่อกี้ตอนคุณเพ่ยเข้ามาในห้อง ผมก็แทบขาดสติ" พริษฐ์มองเพ่ยเพ่ย

"นี่แปลว่าเพ่ยเข้าใจพริษฐ์ผิดมาตลอดเลย งั้นก็พิสูจน์ ให้เพ่ยมั่นใจสิคะ ว่าพริษฐ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เพ่ยคิด"

เพ่ยเพ่ยเดินเข้าหาพริษฐ์ เธอหลับตาลง ยื่นหน้าเข้าหาพริษฐ์ช้าๆ ฝนเจ้ากรรมตกซู่ลงมา แถมเสียงฟ้าคำรามลั่น

"คุณเพ่ยหลบฝนก่อนครับ" พริษฐ์ดึงเพ่ยเพ่ยวิ่งออกไป

ooooooo

พริษฐ์พาเพ่ยเพ่ยมาหลบฝนที่กระท่อมน้อยปลายนาของแม่แก้ว

เขาจุดตะเกียงที่แขวนอยู่ตรงข้างฝา แสงตะเกียงส่องให้เห็นภายในกระท่อม มีแคร่ไม้ไผ่เล็กๆ พริษฐ์มองออกไปภายนอกแล้วบอกกับเพ่ยเพ่ยว่า ฝนตกหนักมากและคงตกอีกนาน ให้เธอนอนก่อน แล้วจัดแจงปูเสื่อเตรียมที่นอนให้ แต่เพ่ยเพ่ยว่าเธอยังไม่ง่วง แล้วเหลือบไปเห็นเงาเชือกที่ผนัง คิดว่าเป็นงูจึงโผเข้าหาพริษฐ์ด้วยความตกใจ ทั้งคู่ล้มลงไปบนแคร่

"ไม่ใช่งูครับ แค่เชือกน่ะครับ" พริษฐ์อธิบาย

เพ่ยเพ่ยหัวเราะเขิน หนุ่มสาวสบตากัน พริษฐ์รั้งเพ่ยเพ่ยมากอด "คุณเพ่ยรู้อะไรไหมครับ แค่ได้นอนกอดคุณเพ่ยแบบนี้ ผมก็มีความสุขแล้วครับ"

"คุณมีความเป็นสุภาพบุรุษมากเสียจนเพ่ยคาดไม่ถึง เพ่ยอาจจะผิดเองที่เอามาตรฐานผู้ชายทั่วๆไปมาใช้กับคุณ" เพ่ยเพ่ยยอมรับ

ความรักของทั้งคู่เบ่งบานภายในกระท่อมน้อยปลายนา ทั้งสองมีความสุขท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ

เช่นเดียวกับแก๊งปลาไหล ที่เข้าไปหาความสำราญอยู่กับสาวๆบนห้องชั้นสองของคาราโอเกะ จะผิดหวังก็เพียงปัญจพลที่ร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าน้องส้มเป็นกะเทย และพลาดเสียท่าน้องส้มไปแล้ว

ooooooo

กลิ่นข้าวสวยหอมกรุ่นลอยจากขันของแม่แก้ว เคียงข้างกัน มีจ๊อดยืนรอใส่บาตรอยู่ด้วยที่หน้าบ้าน

พริษฐ์เดินลงมาสมทบ แม่แก้วถามหาเพ่ยเพ่ย พริษฐ์ว่าเดี๋ยวคงจะลงมา จ๊อดอ้าปากหาวหวอด พริษฐ์จึงล้อว่าง่วงแต่ เช้าเชียว

"ก็เมื่อคืน พอแม่แก้วตื่น ผมก็ตื่นตาม ตอนพี่พริษฐ์ออกไปกับพี่เพ่ยเพ่ยน่ะครับ แล้วผมก็นอนไม่หลับเลย จนเช้าเนี่ย ฮ้าว" จ๊อดใส่เป็นชุดแล้วหาวอีก

พริษฐ์อึ้งมองหน้าแม่เตรียมอธิบาย แม่แก้วดุไม่ให้พูด บอกว่าเพ่ยเพ่ยลงมาแล้ว พริษฐ์เดินไปรับเพ่ยเพ่ย แม่แก้วกำชับจ๊อดไม่ให้พูดมาก จ๊อดก้มหน้าหุบปากสนิท

"สวัสดีค่ะคุณแม่ อากาศแถวนี้ดีจัง สดชื้นสดชื่น" เพ่ยเพ่ยทักทาย

"มันก็ไม่ดีอย่างนี้ทุกวันหรอกนะ หนูเพ่ยเพ่ยตื่นมาเจอบรรยากาศแบบนี้ แม่ว่าคงเป็นนิมิตหมายที่ดี ว่าเมื่อเรามาอยู่ด้วยกัน ก็จะมีแต่ความสุขสดชื่นเหมือนอากาศ เช้านี้มาใส่บาตรกันพระท่านมาแล้ว" แม่แก้วชวน

เพ่ยเพ่ยหันมายิ้มกับพริษฐ์ แล้วทั้งสี่ก็ใส่บาตรด้วยกัน

ooooooo

ปิยะวัฒน์ใช้กล้องส่องทางไกล  ดูเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์จับมือกันใส่บาตร  และส่งยิ้มให้กัน  เขาเจ็บใจตัวเองที่มาสายเกินไป จึงเดินคอตกกลับไปที่รถตู้ น้องที่ นั่งรออยู่ถามว่าเป็นอะไรทำไมหน้าหงอยเชียว ปิยะวัฒน์ ฟูมฟายว่าเรื่องมันเศร้า

"โถๆ มา เดี๋ยวหนูปลอบให้ หนูมีวิธีปลอบ รับรองหายเศร้าเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ" น้องเข้ามากระซิบข้างหู ปิยะวัฒน์

ตาโตรีบปรับเบาะเอนนอน ลืมเรื่องเพ่ยเพ่ยไปชั่วขณะ เมื่อปลอบใจกันจนหายเศร้าแล้ว ปิยะวัฒน์ก็มาสมทบกับพวกอากงที่ร้านโจ๊กในตลาด ปิยะพงษ์ทักว่าเพ่ยเพ่ยเป็นไงบ้าง ปิยะวัฒน์ ตอบปลงๆ

"ก็ยังเป็นลูกอั๊ว...แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ มีชีวิตเป็นของเค้าเอง" อากงพยักหน้าหงึกๆว่า คิดอย่างนั้นได้ก็ดี

"น้อยใจนะพ่อ ทีตอนผมเสียพรหมจรรย์ ไม่เห็นพ่อคิดมากอย่างงี้เลย" ปุริมแหย่ ปิยะวัฒน์หันมาดุ แล้วชวนทุกคนกลับกรุงเทพฯ ปิยะพงษ์ว่า ต้องรอปัญจพลก่อน เพราะยังไม่มาเลย

"แน่ะ พูดถึงก็มาพอดี" ปุริมว่า

ทั้งหมดหันไปเห็นน้องส้มเดินควงปัญจพลเข้ามา

"ส้มพามาส่งถึงที่เลยค่า บ๋ายบายค่ะ จุ๊บๆนะคะพี่เปียว" น้องส้มเดินแยกไป ปัญจพลยิ้มแหยๆ แก๊งปลาไหลโฮเกรียวแซวว่า ปัญจพลปล่อยของจนน้องส้มติดใจ ปัญจพลฝืนยิ้ม ไม่พูดอะไร เมื่อปิยะพงษ์ชวนลูกชายกินโจ๊กด้วยกัน ปัญจพลกลับบอกว่าไม่หิว ปุริมจึงชวนกินถั่วดำต้มกะทิแทน ปัญจพลถึงกับร้อง ทุกคนงง

"อย่าเสียเวลาเลย ไปเหอะ รถจอดทางนู้น ไปทางประตูหลังละกัน" ปิยะวัฒน์ชวน ปัญจพลส่ายหน้าว่าไม่อยากผ่านประตูหลัง ปิยะพงษ์ว่า งั้นไปออกประตูหน้า ตรงร้านแม่ทองแถมล่ะกัน

"ไม่เอาๆ ผมกลัวแถมทอง" ปัญจพลหน้าเสีย

ooooooo

พริษฐ์พาเพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาในศูนย์แสดงสินค้าประจำตำบล

ศูนย์ของตำบลแห่งนี้ แม่แก้วซึ่งเป็นนายก อบต. ร่วมมือกับชาวบ้านจัดตั้งขึ้นมา วันนี้แม่แก้วกำลังจัดข้าวของอยู่ในร้าน เมื่อหันมาเห็นเพ่ยเพ่ย จึงเรียกให้เจ้าหน้าที่พาเพ่ยเพ่ยไปชมมุมต่างๆของศูนย์ฯก่อน  ส่วนแม่แก้วลากพริษฐ์ไปคุยเรื่องเมื่อคืนที่หลังร้าน เมื่อทราบความเป็นไป พริษฐ์จึงบอกว่า เขารักเพ่ยเพ่ยและจะพาเธอไปไหว้พ่อด้วย

"ก็ดี ถ้าพ่อเขารู้ว่าแกมีแฟนแล้ว เขาก็คงดีใจ"

เมื่อพริษฐ์พาเพ่ยเพ่ยมาที่วัด เธอถามเขาว่า ควรหาดอกไม้ไปไหว้พ่อไหม พริษฐ์รีบอธิบายว่า พ่อเขายังไม่ตาย แล้วหันไปยกมือไหว้พระภิกษุรูปหนึ่ง

"สวัสดีครับหลวงพ่อ"

"เจริญพร" หลวงพ่อแสงตอบ

"นี่พ่อผมครับคุณเพ่ย" พริษฐ์แนะนำ เพ่ยเพ่ยอึ้งทำหน้าบอกไม่ถูก

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยเข้ามานั่งคุยกับหลวงพ่อแสงในกุฏิ ของท่าน

เมื่อหลวงพ่อทราบเรื่อง ก็ยินดีที่ทั้งคู่จะได้ครองเรือนกัน และให้ข้อคิดว่า

"ปัญหาความไม่เข้าใจกันและอุปสรรคต่างๆเป็นธรรมชาติ ของมัน ก็ขอให้โยมทั้งสองใช้หลักธรรมที่ว่าเป็นธงชัยในการดำเนินชีวิต  ก็จะสามารถผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆไปได้เอง" หลวงพ่อทิ้งท้าย

ทั้งคู่ยกมือไหว้รับพร

ooooooo

อาม่า รานี และอรวรรณที่นั่งรออยู่ในอู่

บุษกรกับพิสินีที่เข้าไปคุยกับช่างเดินมาบอกว่า กว่ารถจะเสร็จก็คงค่ำเพราะขาดอะไหล่ ยามนี้ให้คนไปซื้ออยู่ อรวรรณกลัวไปไม่ทันจับผิดพวกปลาไหล รานีเห็นด้วย เธอเสนอว่าต้องหาเช่ารถกลับกรุงเทพฯ ทุกคนเห็นดีด้วย และในระหว่างที่พวกแม่เสือเดินทางกลับ พวกปลาไหลที่กำลังได้ใจก็จะชวนกันเที่ยวต่อ แต่จู่ๆอากงก็ทำหน้าแปลกๆ บอกว่าอยู่ดีๆมุมปาก กระตุก แถมกระตุกสลับกันไปทั้งสองข้าง ปิยะพงษ์ทำนายว่า

"ซ้ายโชคมา  ขวาตกอับ  สลับกันแปลว่าเมียกำลังตามหา" พวกปลาไหลร้องเฮ้ย เริ่มลังเล

"เออๆ งั้นพวกเรารีบกลับเถอะวะ ต่อให้ไปเที่ยว แต่อาปอพูดแบบนี้ อั๊วก็เที่ยวแบบไม่มีความสุขแล้วล่ะ" อากงสรุป ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อกลับมาถึงถนนทางเข้าบริษัทไทยแลงชรี รถตู้ของพวกอากงที่ตีโค้งเข้ามาฝุ่นตลบก็เบรกเอี้ยด คนในรถหน้าทิ่มไปตามๆกัน ปัญจพลคนขับรถหันมารายงานว่า เมื่อครู่เห็นอาม่ากับอาอี๊ในรถตู้ที่เลี้ยวเข้าไป

"ซวยแล้วไง เอาไงดีครับกำลังเลี้ยวเข้าบริษัทไปแล้วด้วย ขืนตามเข้าไป รู้แน่ว่าพวกเราหนีเที่ยวเอาตายแน่" ปุริมว่า ทุกคนคิดหาทางเอาตัวรอด แล้วปุริมก็นึกขึ้นได้ว่า มีทางลับอยู่ด้านหลังบริษัทจึงร้องบอกปัญจพลให้ขับรถเข้าซอยเล็กๆทันที ส่วนแก๊งแม่เสือเมื่อมาถึงบริษัทก็รีบเดินตรงไปที่ห้องประชุม

ปุริมวิ่งนำทุกคนฝ่าป่าหญ้าเข้ามาที่รั้วลวดตาข่ายหลังบริษัท แล้วตรงไปที่จุดตาข่ายขาดเป็นช่อง ปุริมรีบยกตาข่ายขึ้น แล้วเร่งให้ทุกคนมุดเข้าไป อากงยงโย่ยงหยกมุดลอดเข้าไปเป็นคนแรก ตามด้วยลูกๆหลานๆเป็นพรวน

แก๊งปลาไหลถึงห้องประชุมได้ทันเวลา พวกแม่เสือเปิดประตูเข้ามา ก็เจอแก๊งปลาไหลกำลังประชุมกันอยู่ ทุกคน หันหน้ามาทางประตู  และพยายามประจันหน้าไม่ให้พวกแม่เสือเห็นด้านหลัง ที่โดนคมตาข่ายบาดเสื้อขาด เลือดไหลเป็นทาง

ooooooo

แก๊งปลาไหลยึดห้องที่พวกแม่เสือเคยใช้เล่นไพ่นกกระจอกมาเป็นห้องบัญชาการ

พวกเขาคิดหาทางจัดการพริษฐ์ เพราะปิยะวัฒน์ยังไม่ยอมรับเป็นเขย แม้ปุริมจะอ้างว่า โดยพฤตินัยพริษฐ์เป็นลูกเขยไปเรียบร้อยแล้ว

"ที่จริงมันมีแผนตั้งเยอะแยะ แต่ถ้าเป็นฟุตบอลนี่ก็ช่วงทดเจ็บ เหลือเวลานิดเดียวทำอะไรไม่ทันแล้ว อีกไม่กี่วันมันก็จะมาสู่ขอ ถ้าลื้อจะไม่ให้เพ่ยเพ่ยก็มีทางเดียวคือต้องหาเหตุผลเจ๋งๆ เอาแบบพวกแม่เสือ" ปิยะพงษ์แนะนำ

ปิยะวัฒน์คิดหนัก เพราะจากข้อมูลที่ได้มา พริษฐ์เป็นคนดีมาก ปุริมรายงานว่าจากที่ไปสืบมา พริษฐ์เป็นแค่ลูกชาวบ้านธรรมดาๆ คงเป็นชาวนากันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย

"ชาวบ้านธรรมดาๆเหรอ...งั้นอั๊วรู้วิธีแล้ว" อากงตาวาว

แล้ววันที่แก๊งปลาไหลไม่อยากให้มีก็มาถึง แม่แก้วพาเถ้าแก่มาสู่ขอเพ่ยเพ่ยตามประเพณี รานีตอบตกลงทันที เพราะเชื่อว่าคนดีอย่างพริษฐ์ต้องดูแลลูกสาวเธอได้ ปิยะวัฒน์ ที่นั่งรอจังหวะรีบแทรกเข้ามาถามถึงเรื่องสินสอดทองหมั้น รานีตอบเองว่า เอาแค่ตามธรรมเนียมก็พอ

"คือทางผมก็ไม่ได้อะไรมากมาย แต่อยากให้มันสมกับหน้าตาของเราหน่อย ก็เอาเป็นว่า ทองคำแท่งหนักเก้าบาท กับเงินสดเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าบาท" ปิยะวัฒน์เรียก แม่แก้วกับเถ้าแก่อึ้งไป รานีก็ตกใจ

"พ่อ..." เพ่ยเพ่ยอุทาน

ปิยะวัฒน์อ้างกับลูกว่า เพราะไม่อยากเห็นลูกลำบาก จึงต้องเรียกไปอย่างนั้น พลางหันมาถามพริษฐ์
"ไม่มีปัญหาใช่ไหม"

"ไม่มีครับ"

พริษฐ์ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทำให้ปิยะวัฒน์ผิดคาด

ooooooo

แก๊งปลาไหลมาชุมนุมกันที่ห้องเล่นไพ่

ทั้งหมดพอใจกับแผนการของอากง เพราะเชื่อว่าพริษฐ์คงไม่มีเงินพอแน่ ปิยะพงษ์ให้เตรียมแผนสองไว้ด้วย เผื่อพริษฐ์ไปกู้แบงก์มาแล้วสูบเงินจากเพ่ยเพ่ยไปจ่ายทีหลัง แต่ปิยะวัฒน์ว่า พริษฐ์คงไม่ทำแบบนั้นแน่

"จับตาดูพวกผู้หญิงให้ดีละกัน ท่าทางจะปลื้มไอ้หมอนี่มาก ดีไม่ดีเอาเงินไปให้มันยืมมาจ่ายเรา เหมือนสุภาษิตอัฐยายซื้อขนมยาย   ส่วนคนจีนเขาว่าอีแปะอาแหมะซื้อกิมจ๊ออาแหมะ เข้าใจรึเปล่า" อากงกำชับ ทุกคนพยักหน้า

ส่วนเพ่ยเพ่ยกับรานีร้อนใจ กลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อาม่าฟัง อาม่ามั่นใจว่าอากงต้องเป็นต้นคิดแน่ เธอสั่งเพ่ยเพ่ยให้ไปบอกพริษฐ์ว่า ให้มาเอาเงินที่เธอได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีสมุดบัญชีก็ตาม แต่เพ่ยเพ่ยว่า เธอมีวิธีดีกว่านั้น นั่นคือจะให้พริษฐ์พาหนี รอจนมีลูกค่อยกลับมาขอโทษทุกคน

อาม่าตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะก๊ากถูกใจ รีบสนับสนุนแผนนี้เต็มที่ แถมช่วยแนะนำสถานที่ให้อีกด้วยเช่นเดียวกับรานี เพราะทั้งคู่อยากเอาคืนพวกแก๊งปลาไหลบ้าง

ooooooo

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยมาทำบุญถวายสังฆทานที่วัดหลังทำบุญเสร็จเพ่ยเพ่ยบอกกับชายหนุ่มเรื่องที่อาม่าจะให้ยืมเงินค่าสินสอด แต่เธอรู้ว่าเขาคงไม่ยอม จึงจะให้พาหนีแทน พริษฐ์ชะงักกึก เพ่ยเพ่ยอมยิ้มแล้วอธิบาย

"ไม่ต้องตกใจนะคะ เรื่องนี้แม่กับอาม่าท่านก็รู้เห็นเป็นใจด้วย คงจะเอาคืนพ่อเพ่ยน่ะค่ะ เพราะรู้ว่าพ่อทำไม่ถูก"

"คุณเพ่ยไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอกครับ ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น" พริษฐ์ว่า เพ่ยเพ่ยสงสัยวิธีของพริษฐ์

หลังจากนั้นไม่นาน พริษฐ์ แม่แก้ว และเถ้าแก่ก็นำสินสอดมาสู่ขอเพ่ยเพ่ยอีกครั้ง รานีตอบรับแล้วเร่งให้พริษฐ์สวมแหวนให้เพ่ยเพ่ยได้เลย ปิยะวัฒน์ร้องว่าเดี๋ยวแล้วหยิบเงินสดปึกหนึ่งมากรีดดูข้างใน อ้างว่าเผื่อมีแบ๊งก์กาโม่ยัดไส้ แล้วก็หยิบปากกาแบล็กไลต์ที่เตรียมไว้ออกมา รานีทนไม่ไหวรีบตะครุบปากกาไป แล้วบอกเถ้าแก่ให้ทำพิธีต่อได้เลย

"งั้นลำดับต่อไป เจ้าบ่าวเจ้าสาวสวมแหวนให้กันนะ... จุ๊บๆด้วยนะ ไม่ต้องให้พากย์ทุกขั้นตอนนะ" เถ้าแก่ว่า พริษฐ์ยิ้ม

เพ่ยเพ่ยเขิน ทั้งสองฝ่ายสวมแหวนให้กัน แล้วหอมแก้มกันชื่นมื่น

ooooooo

งานฉลองมงคลสมรสจัดขึ้นที่โรงแรมหรู

แขกเหรื่อมาร่วมงานกันคับคั่ง บ่าวสาวยืนไหว้แขกอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยง พวกแก๊งปลาไหลนั่งรวมกันอยู่มุมหนึ่ง ปิยะวัฒน์ถามปัญจพลถึงเรื่องที่ให้ไปสืบว่า พริษฐ์ไปกู้เงินจากไหนมา

"เฮ้อ...ไม่ต้องกู้หรอกครับ รุ่นพี่ผมที่เป็นผู้จัดการอยู่ มันแอบดูให้แล้ว คุณพริษฐ์เขามีเงินฝากอยู่ประมาณสิบห้าล้าน" ทุกคนอึ้ง

ปัญจพลสาธยายต่อ "จริงๆ เขาเงินเดือนไม่เยอะเท่าไหร่ แต่โอทีกับโบนัสเพียบ แถมไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอะไร เดือนๆนึง เก็บได้เป็นแสน ใช้แต่ละเดือนไม่ถึงหมื่น ที่เหลือเอาไปลงทุนพวกอสังหาริมทรัพย์กับซื้อพันธบัตร เงินในบัญชีมีแต่ฝากไม่ค่อยมีถอน"

"พลาดจนได้" ปิยะวัฒน์เจ็บใจ

"เอาน่าเฮีย อย่างน้อยเพ่ยเพ่ยก็ได้ผัวเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง ก็ยังดีกว่าพวกรวยแต่เปลือกล่ะนะ" ปิยะพงษ์ปลอบ อากงบ่นว่า เราประมาทมันเกินไป ปิยะวัฒน์หน้าเครียดเรียกบริกรมาสั่ง

"เอาวิสกี้...เอามาหลายๆแก้วด้วย" ทุกคนหันมามองปิยะวัฒน์ แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร

ขณะที่พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยยืนอยู่บนเวที พิธีกรเชิญแม่แก้วขึ้นมาอวยพรคู่บ่าวสาว แล้วตามด้วยปิยะวัฒน์ซึ่งหน้าแดงก่ำ ท่าทางเมาจัดเดินขึ้นบนเวที เขากระชากไมค์จากพิธีกรไปถือแล้วพูดจาอ้อแอ้ บรรยายถึงความรักที่มีต่อลูก ทุกคนซาบซึ้ง แล้วจู่ๆปิยะวัฒน์ก็ชักปืนออกมา เดินเข้าไปหาพริษฐ์

"ลูกสาวผมผมเลี้ยงมาจนโต คุณถือดียังไงมาพรากเขาไป" ปิยะวัฒน์ยกปืนจ่อพริษฐ์ พริษฐ์ตะลึง เพ่ยเพ่ยร้องห้ามแล้ววิ่งมาบังชายหนุ่ม

"คุณเพ่ยถอยไปครับ คุณพ่อคุณกำลังเมาเดี๋ยวโดนลูกหลง" พริษฐ์จับเพ่ยเพ่ยไปด้านข้าง แล้วเดินประชิดปืนเอง

"ถ้าคุณพ่อขัดขวางไม่ให้ผมได้รักคุณเพ่ย ผมก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณพ่อยิงผมได้เลย"

"ฮ่าๆ นายแน่มาก งั้นก็โดนซะ" ปิยะวัฒน์เหนี่ยวไกปัง

ภาพที่ทุกคนเห็นคือปืนปาร์ตี้ มีก้านธงยื่นออกมาจากปากกระบอก ปิยะวัฒน์หัวเราะชอบใจ หันมาบอกกับแขกในงานด้วยน้ำเสียงปกติว่า เป็นเพียงเกมพิสูจน์ใจเล็กๆน้อยๆระหว่างพ่อตากับลูกเขย แล้วตอนนี้พริษฐ์ก็เอาชนะใจเขาได้แล้ว แขกปรบมือ แก๊งแม่เสือชื่นชม ปิยะวัฒน์ดึงพริษฐ์มากอด แล้วบอกว่า ยินดีต้อนรับลูกเขย แล้วแอบกระซิบ

"ถ้าลื้อทำให้เพ่ยเพ่ยร้องไห้ล่ะก็ รับรองเจอของจริงแน่"

"ผมจะรักและดูแลเพ่ยเพ่ยอย่างดีครับ" พริษฐ์ให้สัญญา

หลังจากนั้นคู่บ่าวสาวก็มาในห้องสวีต บนเตียงโรยด้วยกลีบกุหลาบหอมกรุ่น พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยนั่งลงอย่างเหน็ดเหนื่อย เพ่ยเพ่ยถอดส้นสูงออกบ่นว่า เมื่อยจัง พริษฐ์นั่งยองๆที่พื้นแล้วจับเท้าเพ่ยเพ่ยขึ้นมานวดให้อย่างไม่รังเกียจ เพ่ยเพ่ยซาบซึ้ง เธอถามพริษฐ์ว่า

"ตกใจมากมั้ยคะ ตอนพ่อเอาปืนปลอมมาขู่คุณน่ะ"

"ตกใจสิครับ ตอนนั้นผมก็ได้แต่คิดว่า ถ้าปืนลั่นมาโดนคุณ ผมจะทำยังไง"

"ขอบคุณนะที่ห่วงเพ่ยขนาดนี้" เพ่ยเพ่ยน้ำตาคลอนั่งลงข้างๆพริษฐ์ พริษฐ์กอดเพ่ยเพ่ยอย่างแสนรัก

ooooooo

จิรนุชกลับมาจากดูงานที่ฝรั่งเศส

ทราบจากเด๋อว่า เพ่ยเพ่ยแต่งงานกับพริษฐ์แล้ว กำลังไปฮันนีมูนกันอยู่ แถมคุยอวดอีกว่า พริษฐ์รวยมากจ่ายค่าสินสอดไปตั้งสิบล้าน จิรนุชถึงกับหน้าถอดสี รีบขอตัวกลับไปที่รถ เพื่อระบายอารมณ์

"อีบ้าเพ่ยเพ่ย อีนังมารร้าย นังผีตายซาก นังเห็ดบูด นั้ง นังดอกไทเทเนียม" เอ่ยพลางหยิบตุ๊กตาในกล่องที่ซื้อมาฝากเพ่ยเพ่ยขึ้นมาบีบคอ ตะคอกใส่ แล้วฉีกตุ๊กตากระจุยกระจาย

หลังจากนั้น จิรนุชก็เริ่มแผนสร้างความร้าวฉานให้ เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์ เธอแอบตามทั้งคู่ไปที่โรงแรม แล้วจ้างเด็กสาวสองคนให้เข้าไปทักทายพริษฐ์และพูดในทำนองว่า เขาเคยใช้บริการพวกเธอมาก่อน ทำให้เพ่ยเพ่ยเข้าใจผิด เธอยื่นคำขาดกับพริษฐ์

"เพ่ยอยากบอกว่า เพ่ยไม่ใช่ผู้หญิงไม่มีเหตุผล เรื่องเมื่อสักครู่ เพ่ยเข้าใจ เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะรู้จักกัน เพ่ยไม่ว่าอะไร แต่ต่อไปนี้อย่าให้มีอีก พริษฐ์รับปากเพ่ยได้ไหมคะ อย่าไปหาผู้หญิงพวกนั้นอีก"

"อ๋อ ได้สิครับ จริงๆก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว คงรู้จักกันแค่ประเดี๋ยวประด๋าว เขาจำผมได้ยังไงผมยังงงอยู่เลย"

"พอเถอะค่ะ เพ่ยไม่อยากรู้รายละเอียดว่าพวกคุณรู้จักกันยังไง แบบไหน เอาเป็นว่าพริษฐ์รับปากเพ่ยแล้วนะคะ ต่อไปเพ่ยจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก" เพ่ยเพ่ยสรุป

จิรนุชที่แอบดูอยู่ห่างๆ แม้ไม่ได้ยินแต่ก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"แล้วคุณจะโกรธมากกว่านี้ มากขึ้นเรื่อยๆ ตามบทที่ฉันเขียนไว้ อีกไม่นานหรอกค่ะคุณเพ่ยเพ่ย" จิรนุชยิ้มเจ้าเล่ห์

แล้วเริ่มแผนสองต่อเมื่อเพ่ยเพ่ยกลับมาทำงาน จิรนุชมาขอพบเพ่ยเพ่ยเพื่อรายงานผลการไปดูงานที่ยุโรป จากนั้นก็ลงไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน จิรนุชไม่เห็นพริษฐ์มาทานข้าวกับเพ่ยเพ่ยก็แกล้งเปรยว่า เขาดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มาทานข้าวกับเพ่ยเพ่ยได้ทุกมื้อ

"อาม่าเพ่ยเคยบอกว่า ผู้ชายพอแต่งงานแล้วก็มักจะเปลี่ยนไป ไม่ค่อยเอาใจเราเหมือนตอนจีบกันใหม่ๆ"

"นั่นสิคะ ทั้งๆที่เพิ่งกลับมาจากฮันนีมูนหยกๆเลยนี่นา" จิรนุชทิ้งระเบิด เพ่ยเพ่ยเริ่มเครียด

ooooooo

แก๊งแม่เสือเอาอาหารมาเยี่ยมเพ่ยเพ่ยที่เรือนหอหลังใหม่

พริษฐ์ชวนอยู่ทานอาหารด้วยกันก่อน แล้วเข้าครัวไปทำอาหารมาเพิ่ม พวกแม่เสือเป็นปลื้ม เพ่ยเพ่ยคุยว่า ถ้าไม่มีประชุมหรือทำโอที พริษฐ์ก็กลับมาทานข้าวที่บ้าน ยกเว้นวันไหนอยากทานข้าวนอกบ้าน ก็ออกไปกันสองคน

"ต๊าย น่ารักจริงๆ" รานีชื่นชม

เพ่ยคุยต่ออีกว่า บางทีเสาร์อาทิตย์ถ้าไม่ออกไปเที่ยวดูหนัง เธอกับพริษฐ์ก็ขับรถออกต่างจังหวัด เพื่อทำบุญถวายสังฆทาน แล้วก็แวะหาอะไรอร่อยๆทานกัน แม่เสือได้ฟังก็อยากจะให้สามีของพวกเธอเป็นแบบพริษฐ์บ้าง จึงกลับไปปฏิวัติสามีของพวกเธอ  แก๊งปลาไหลเดือดร้อนกันทั่วหน้า อากงถึงกับออกปาก

"นึกไม่ถึงว่าไอ้ราชบุตรเขยของอาโสภามันจะก่อความยุ่งยากให้เราได้ขนาดนี้ เก๊กซิมจริงๆ" อากงช้ำใจ

แต่เมื่อได้ข่าวดีว่าจะมีนางแบบสวยๆเดินอวดสัดส่วน อากงก็ตาโต ต้องวางแผนกันขนานใหญ่

ปุริมกับปัญจพลทำบัตรเชิญปลอม ที่เชิญแก๊งปลาไหลไปงานแสดงความสามารถสัตว์เลื้อยคลานครั้งที่ 1 ซึ่งจัดในตอนกลางคืนมาให้พวกแก๊งแม่เสือดู และชวนไปด้วยกัน พวกผู้หญิงเห็นภาพสัตว์เลื้อยคลานหน้าตาน่าเกลียดก็ปฏิเสธทันที แก๊งปลาไหลเฮลั่น เร่งให้ถึงเย็นวันศุกร์ไวๆ

แล้ววันที่รอก็มาถึง ปิยะวัฒน์รีบมาสมทบกับปิยะพงษ์ ที่ห้องโถงเตรียมออกเที่ยวพร้อมกัน ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องกลิ่นเต่าของสาวๆ อรวรรณกับรานีผ่านมาได้ยินก็ชะงัก ถามว่าพูดอะไรเกี่ยวกับเต่า ปิยะพงษ์อ้างว่าที่งานมีเต่ามาแสดงด้วย อรวรรณสนใจชวนรานีไปดู เผื่อจะซื้อเต่ากลับมาเลี้ยงเพื่อเสริมฮวงจุ้ย ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์อึ้งรีบหาข้ออ้างว่า เต่าที่โชว์ในงานนี้มันเป็นเต่าที่เหม็นที่สุดในโลก แถมช้ำเลือดช้ำหนอง ขี้เรื้อนกุฏฐังไม่เป็นมงคล แต่อรวรรณกับรานียืนยันจะไป ปิยะวัฒน์กลัวเมียจับพิรุธได้จึงเออออ ชวนสองสาวไปด้วยกัน

"เมียอย่างงี้สิรักกันจริงไม่ทิ้งผัว ขากลับก็แวะร้องเพลงคาราโอเกะซักหน่อยเนอะ" ปิยะพงษ์โอบไหล่อรวรรณ อีกมือแอบหยิบมือถือมากดโทร.เข้าเครื่องของปิยะวัฒน์ มือถือปิยะวัฒน์ดัง ปิยะวัฒน์รับสาย

"สวัสดีครับ...หา...จริงเหรอครับ...คงมีอะไรผิดพลาดมั้ง... เดี๋ยวผมจะรีบเช็กให้เดี๋ยวนี้แหละครับ" ปิยะวัฒน์วางสาย ทำหน้าตาตื่นบอกปิยะพงษ์ว่า ซัพพลายเออร์โทร.มาบอกส่งของ ผิดยกลอตเลย

"ฮ้า อั๊วเช็กดีละเอียดแล้วนะ...เอ...ซ้อรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวอั๊วกับเฮียไปดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ก่อน" ปิยะพงษ์บอกอรวรรณกับรานีแล้วเดินตามปิยะวัฒน์ไป

ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์ เมื่อเข้ามาในห้องทำงาน ก็รีบล็อกประตูทันที

"ซวยแล้ว ทำไมจู่ๆพวกเขาอยากไปดูเต่าดูแย้ขึ้นมาเนี่ย" ปิยะพงษ์โวย ปิยะวัฒน์เดาว่าพวกแม่เสือคงรู้ทันแล้ว

"แล้วตอนนี้เราเอาไงดี ล้มแผนเหรอ" ปิยะพงษ์หน้าเสีย

"ไม่ได้เว้ย ลูกผู้ชายง้างธนูแล้วต้องยิง ซักกางเกงลิง แล้วต้องตาก" ปิยะวัฒน์ว่า

"ไม่ตากก็เป็นเชื้อราสิวะ เอ้า ตกลงเฮีย ตายเป็นตาย เราปีนออกทางหน้าต่างมันดื้อๆเลยละกัน"

ปิยะพงษ์กับปิยะวัฒน์จับมือกัน เดินไปเปิดหน้าต่าง แล้วมองลงไปด้านล่าง

ปลาไหลป้ายแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด