ตอนที่ 2
พริษฐ์ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นบนโซฟา เห็นเพ่ยเพ่ยกับรุ่งนภาคอยดูอยู่ด้วยความห่วงใย
เพ่ยเพ่ยรีบออกตัวว่า พริษฐ์น่าจะบอกว่ามีโรคประจำตัวเพราะเล่นเอาทุกคนตกใจ พริษฐ์เป็นงง เพ่ยเพ่ยบอกต่อว่า เธอรู้ จากรุ่งนภาว่าเขาเป็นโรคความดันต่ำ ลุกพรวดพราดแล้วจะเป็นลม พริษฐ์หันไปมองเลขาฯตัวดีเห็นเธอขยิบตาให้ก็พอเข้าใจ เขาขยับตัวลุกขึ้น เพ่ยเพ่ยเข้าประคอง พริษฐ์เห็นขาเพ่ยเพ่ย ก็เกิดอาการ
รุ่งนภาระวังอยู่แล้ว รีบจิกผมพริษฐ์ดึงหัวให้เงยขึ้น
แต่พริษฐ์รีบยกมือกันบอกว่าไม่เป็นไร เพ่ยเพ่ยส่งยาจีนให้
พริษฐ์ทาน ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กัน
เพ่ยเพ่ยนำพริษฐ์และรุ่งนภาเข้ามาที่ห้องทำงาน พบเด๋อกับจิรนุชที่แต่งตัวเซ็กซี่รออยู่แล้ว เพ่ยเพ่ยแนะนำให้พริษฐ์ รู้จักกับจิรนุช รุ่งนภาชำเลืองมองพริษฐ์ ท่าทางแปลกใจที่พริษฐ์ ไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับการแต่งตัวเซ็กซี่ของจิรนุชเลย เธอเก็บข้อมูลเรื่องนี้ไว้แล้วแอบถามกับเจ้านายเมื่ออยู่กันตามลำพัง
"จะว่าไปคุณจิรนุชก็สวยพอๆกับคุณเพ่ยเพ่ย แถมจะเซ็กซี่กว่าด้วย แต่ทำไมคุณฤทธิ์ไม่เห็นเป็นอะไรเลยคะ"
"มันเกิดเฉพาะกับคุณเพ่ยเพ่ยเท่านั้นแหละครับ แต่ตอนเลือกนางแบบชุดชั้นในนั่นไม่นับนะครับ เล่นเอาซาลาเปามาจ่อใกล้ๆขนาดนั้น โอย...พูดแล้วเสียวไส้" "เอ...ถ้าใจสั่นควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนเจอคุณเพ่ยเพ่ย แล้วเลือดกำเดาพุ่งตอนเจอซาลาเปา อย่างงี้ถ้าเจอซาลาเปาของคุณเพ่ยเพ่ย คุณฤทธิ์ไม่หัวใจวายตายเหรอคะ" รุ่งนภาล้อ
"คุณรุ่ง ผมรู้ว่าคุณไม่เจตนา แต่คุณควรจะให้เกียรติคุณเพ่ยเพ่ยด้วย เธอเป็นลูกค้าเรา เป็นสุภาพสตรี แล้วเธอก็เป็นคนดีอีกด้วย" พริษฐ์ดุ รุ่งนภาจ๋อย รีบขอโทษ
ooooooo
พริษฐ์เดินเลือกหนังสือในหมวดธรรมะอยู่ แล้วเขาก็ได้พบกับเพ่ยเพ่ยที่มาเลือกซื้อหนังสือธรรมะให้อาม่า แต่เธอไม่รู้ว่าจะซื้อแบบไหนดี พริษฐ์เข้ามาช่วยและหนึ่งในหนังสือที่เขาแนะนำก็มีหนังสือที่เขาเขียนด้วย เพราะบวชเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยซึมซับธรรมะไว้เยอะ
"ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่าคุณพริษฐ์จะเขียนหนังสือธรรมะได้ด้วย งั้นเพ่ยเอาเล่มนี้แหละค่ะ" เพ่ยเพ่ยมองพริษฐ์ยิ้มๆ
เพ่ยเพ่ยพาพริษฐ์มาเดินสำรวจตลาดเพื่อหาข้อมูลไปปรับปรุงชุดชั้นในที่บริษัท แล้วเพ่ยเพ่ยก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดเธอไม่ควรลากพริษฐ์มาทำงานด้วย แต่พริษฐ์กลับเต็มใจ เพ่ยเพ่ยจึงตอบแทนด้วยการเลี้ยงมื้อค่ำพริษฐ์และพูดเปิดทางหวังให้ชายหนุ่มชวนเธอไปดูหนังต่อเพื่อสานสัมพันธ์ แต่เขากลับไม่เข้าใจ
เพ่ยเพ่ยถึงกับหมดความมั่นใจต้องโทร.ไปปรึกษาภัคพร ภัคพรแปลกใจที่เพื่อนของเธอก็นึกปิ๊งผู้ชายทึ่มๆอย่างพริษฐ์
"ช่างมันเถอะ ฉันว่าแกอาจจะหน้ามืดชั่ววูบ พอได้สติก็จะตาสว่างว่าหมอนั่นไม่ได้น่าสนใจอะไรเลย แค่เขียนหนังสือธรรมะ ไม่กินเหล้า แล้วก็เป็นผู้ชายแปลกๆ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ คบกันไปได้ไม่กี่วันแกก็จะเบื่อ" ภัคพรว่า
"ที่แกว่าน่าเบื่อนั่นล่ะ เสน่ห์สำหรับฉันล่ะ แกก็รู้ว่าผู้ชายในบ้านฉันแต่ละคนเสือสิงห์กระทิงแรดกันทั้งนั้น ฉันกลัวแล้วก็เกลียดผู้ชายเจ้าชู้มากๆ"
"ของอย่างนี้ลางเนื้อชอบลางยา อ้ะ ถ้าแกชอบเขาจริงก็จีบเขาเลยละกัน ผู้ชายพรรค์นี้ถ้าจะให้ลุกมาจีบแก อาจจะต้องรอไปชาติหน้า"
"บ้า ฉันเป็นผู้หญิงนะ แต่มันไม่เร็วไปเหรอแก นิสัยใจคอจริงๆเขาเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย"
"ก็จีบไป ดูกันไป จะได้ไม่เสียเวลา แกไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ต้องคิดไวทำไว ถ้าไม่ใช่ก็ค่อยๆชิ่งออก ไม่เห็นมีอะไรเสียหายนี่" ภัคพรยุส่ง
เพ่ยเพ่ยยังลังเล หลังเดินวนไปเวียนมาอยู่ครู่ก็ได้ลูกฮึดโทร.หาพริษฐ์ ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ สถานที่ท่องเที่ยว ละครหลังข่าว หนังเรื่องโปรดเพื่อจะชวนออกเดท แต่พริษฐ์ปฏิเสธว่าพรุ่งนี้เขาติดงาน เพ่ยเพ่ยปรี๊ดแตก ปิดลำโพงแล้วเอ็ดใส่
"ตาบ้า แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกยะ ปล่อยให้ฉันเป็นบ้าหาเรื่องชวนคุยอยู่ได้" เพ่ยเพ่ยเอามือออก ยกโทรศัพท์ แนบหู
"งั้นเพ่ยเพ่ยไม่รบกวนคุณพริษฐ์แล้วกันนะคะ" เพ่ยเพ่ยจะวางสาย
ช่วงนั้นเอง พริษฐ์รีบร้องเรียกไว้ แล้วชวนเพ่ยเพ่ยไปเที่ยวด้วยกัน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ภัคพรดูเบอร์แล้วรับสาย
เพ่ยเพ่ยโทร.มาว่า พรุ่งนี้พริษฐ์ชวนเธอไปเที่ยว ภัคพรถึงกับร้องว้าว เข้าใจว่าทั้งคู่จะไปดูหนัง จึงแนะนำให้เลือกเรื่องที่ใกล้จะลาโรงเพราะคนน้อย แต่เปล่าเลย เพราะทั้งสองจะไปตลาด
"ไปตลาดจตุจักร ก็โอเคนะ มีโน่นนี่เยอะดี"
"เปล่า ตลาดธรรมดานี่แหละ เขาบอกเขาต้องไปซื้อของ แล้วก็ชวนฉันไปด้วย" เพ่ยเพ่ยเฉลย
"ตลาด...จะบ้าเหรอ แล้วแกก็ไปเนี่ยนะ" ภัคพรงง
เพ่ยเพ่ยเฉลยว่า พริษฐ์จะพาเธอซื้อของที่ตลาดเพื่อนำไปถวายสังฆทานที่วัดต่างๆ รวมเก้าวัดด้วยกัน
"ทำบุญ 9 วัดเลยเหรอ หูย นี่ออกเดทเพิ่มพลังบุญเหรอไงยะ"
"ไม่ใช่แค่ 9 วัดนะ คุณพริษฐ์เขาบอกปกติเขาจะขับไปเรื่อยๆ แล้วจะพยายามหาวัดเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก เขาบอกวัดดังๆ น่ะมีคนไปทำบุญเยอะแล้ว"
"แล้วแกจะไหวเหรอยัยเพ่ย ฟังดูสมบุกสมบันอยู่นะ ฉันว่าแกไปไม่รอดแน่เลย ดูมันเป็นการทำบุญที่ลำบากลำบนไปหน่อย ไม่มีความโรแมนติกอะไรเลย แถมคงเหนื่อยจนหงุดหงิดด้วย"
"จริงเหรอ แต่ฉันรับปากเขาไปแล้ว ถ้ามันกร่อยจริงๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน" เพ่ยเพ่ยชักกังวล
ooooooo
เพ่ยเพ่ยไปพบพริษฐ์ตามนัด ชายหนุ่มพาเธอไปเดินตลาดเพื่อรับของที่โทร.มาสั่งไว้และจ่ายเงิน
จากนั้นก็นำไปถวายสังฆทานที่วัดตามที่ตั้งใจไว้ แค่วัดแรกชายหนุ่มก็กลัวหญิงสาวจะเบื่อจึงหันมาถามว่า
"เป็นไงบ้าง รู้สึกดีมากเลยค่ะ เพ่ยไม่ได้เข้าวัดทำบุญมานานมาก ความจริงอาม่ากับคุณแม่ ก็ชวนเพ่ยอยู่บ่อยๆ แต่เพ่ยก็ติดนู่นติดนี่ เลยไม่ได้ไปกับพวกท่านซักที" เพ่ยเพ่ยรีบบอก
"ยังไม่เบื่อใช่ไหมครับ เพราะเรายังต้องไปอีกแปดวัดนะครับ" พริษฐ์ชวน เพ่ยเพ่ยยิ้มบอกแทนคำตอบว่าสบายมาก
หญิงสาวติดตามชายหนุ่มไปทำบุญถวายสังฆทานจนครบ 9 วัด แม้บางวัดจะต้องลงเรือต่อไปอีก แต่ก็ไม่ทำให้เธอท้อ เพราะได้ชื่นชมบรรยากาศสองฝั่งคลอง อีกทั้งได้ทานอาหารกลางวันที่ท่าน้ำจากเรือขายก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย
"วันนี้เหนื่อยไหมครับ" พริษฐ์ถาม ขณะขับรถมาจอด ข้างๆรถเพ่ยเพ่ยที่จอดทิ้งไว้ในห้างสรรพสินค้า
"นิดหน่อยค่ะ แต่สนุกแล้วก็สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะที่ได้ทำบุญแบบนี้"
"คราวหลังถ้าคุณเพ่ยเพ่ยรู้สึกเบื่อ หรือเครียดเรื่องงานก็บอกผมนะครับ มีวิธีแก้หลายวิธีครับ ไม่จำเป็นต้องเข้าห้างดูหนังหรือตีกอล์ฟเสมอไปหรอกครับ"
"ขอบคุณคุณพริษฐ์มากนะคะ แฮปปี้มากค่ะ" เพ่ยเพ่ยยิ้มให้แล้วเดินไปที่รถตัวเอง เธอหันมาโบกมือให้พริษฐ์แล้วขึ้นรถขับออกไป
พริษฐ์ยิ้มค้างมองดูจนรถเพ่ยเพ่ยลับตาไป
ooooooo
พริษฐ์กำลังจะเข้านอน เสียงมือถือดัง เขากดดูเห็นข้อความจากเพ่ยเพ่ยเขียนมาว่า
"ขอบคุณอีกครั้งค่ะสำหรับทริปดีๆ ในวันนี้ นอนหลับฝันดีนะคะ"
พริษฐ์อมยิ้ม พิมพ์เอสเอ็มเอสส่งกลับไปว่า ฝันดี
เช่นกัน แล้วล้มตัวนอน ก็มีข้อความกลับมาอีกว่า
"ฝันดีด้วยกันนะคะ ไม่ต้องตอบกลับมาแล้ว ตอบไปตอบมาเดี๋ยวไม่ต้องนอนกันพอดี หลับพร้อมกันดีกว่า 1...2...3...ฝันดี (ดี๊ดี)" พริษฐ์ยิ้มแป้น
พึมพำว่าคุณเพ่ยเพ่ยนี่น่ารักจัง เขาถอนหายใจอย่างมีความสุข แต่แล้วจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมา ท่าทางตกใจร้องถามตัวเองหรืออย่างที่คุณรุ่งว่า...เค้าเรียกว่าความรัก...แบบนี้เหรอความรัก พริษฐ์อึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงนอน
แต่อีกสักพักก็สะดุ้งลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง "หรือว่า... ทั้งหมดนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว...คุณเพ่ยเพ่ยจีบเรา...โอ้ว... เราโดนผู้หญิงจีบ เกิดมายังไม่ทันได้จีบใครเลย ก็ถูกจีบซะแล้ว"
พริษฐ์ตกใจ คว้าผ้าห่มมาปิดตัว ซบหน้ากับฝ่ามือด้วยความเขินอาย
ooooooo
ปิยะวัฒน์กับอรวรรณเดินเข้ามาในบริษัท
ปิยะพงษ์เปิดประตูออกมาโวยวายว่า ลูกค้าชื่อมาซากิที่ปิยะวัฒน์ดูแล เมล์มาต่อว่าหาว่าผิดนัด และจะเรียกร้องค่าเสียหาย ปิยะวัฒน์ทำหน้าเครียดหันไปบอกอรวรรณว่าเดี๋ยวตามไป แล้วเดินเข้าห้องทำงานของปิยะพงษ์ อรวรรณมองตามอย่างไม่ไว้ใจ แต่เห็นทั้งสองคุยกันท่าทางซีเรียส จึงเดินผ่านไป
ปิยะวัฒน์ที่ทำเคร่งมองหน้าจออยู่ เหลือบมองไปข้างนอกเห็นอรวรรณเดินผ่านไปแล้วก็ส่งสัญญาณ ปุริมกับปัญจพลที่หลบอยู่ใต้โต๊ะรีบลุกขึ้นมา
"มีอะไรเหรอเฮียปิง ใช้รหัสมาซากินี่ ถึงไม่ใช่เรื่องฮอตสุดๆ แต่ก็ต้องไม่ธรรมดานะ" ปิยะพงษ์เข้าเรื่อง
"ดูซะก่อน นี่ เจ๊โมจิส่งคอลเลกชั่นใหม่มาให้ดู" ปิยะวัฒน์เคาะคีย์บอร์ดให้ปิยะพงษ์ ปุริม ปัญจพลดู เห็นหน้าจอเป็นรูปสาวๆ สวยๆ ในเครือของเจ๊โมจิ และหนึ่งในนั้นก็มีสาวที่ชื่อว่า ก้อย กุสุมาอยู่ด้วย
"แจ่มๆ ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย...ไอ้ตอนแรกนึกว่าเฮียจะเรียกมาคุยเรื่องเจ้าด๊อกตัวแสบกับยัยเพ่ยเพ่ยซะอีก"
"ทำไม ไอ้เบื๊อกนั่นมันทำอะไรลูกสาวอั๊ว" ปิยะวัฒน์
รีบถาม
"เขาลือกันว่ายัยเพ่ยกับไอ้ด๊อกนั่นควงกันอยู่" ปุริมฟ้อง ปิยะวัฒน์ไม่อยากเชื่อ ออกตัวว่า "เพ่ยเพ่ยคงไม่ตาถั่ว"
"ก็มีคนเห็นไปเดินห้างกัน กินข้าวกัน ไปทำบุญด้วยกัน" ปิยะพงษ์ยืนยัน
"ก็อาจจะเป็นไปได้นะป๊า บางทียัยเพ่ยเพ่ยมันก็ดูเพี้ยนๆ มันอาจจะชอบเด็กเนิร์ดๆแบบนายพริษฐ์ก็ได้" ปุริมสนับสนุน ปิยะวัฒน์ครุ่นคิด
ขณะเดียวกันนั้น อรวรรณก็กำลังระแวงกลัวสามีจะหนีเที่ยวอีก จึงเรียกพิสินีกับบุษกรมาปรึกษาที่ห้องทำงาน สองสาวเองก็คิดเหมือนกับอรววรณ แล้วบุษกรก็นึกขึ้นได้ เธอถาม
พิสินีถึงเรื่องจีพีเอสอาวุธลับชิ้นใหม่ ที่จะช่วยตามรอยพวกสามีตัวแสบ สามสาวส่งยิ้มร้าย
ooooooo
เพ่ยเพ่ยพาพริษฐ์เข้ามาในโรงงาน เพื่อดูขั้นตอนการบรรจุหีบห่อก่อนส่งออก
เธอชวนชายหนุ่มคุยเรื่องหนังสือธรรมะที่เขาเขียนเพราะอาม่าอ่านแล้วชอบมาก
"ฟังแล้วปลื้มครับ ฝากขอบคุณอาม่าด้วยนะครับ" พริษฐ์เขิน
"แล้วเรื่องแผนการโปรโมต คุณแม่ท่านอ่านแล้ว ท่านเห็นด้วยค่ะที่คุณพริษฐ์เสนอโครงการ เพื่อสังคมบริจาคชุดชั้นใน แด่เพื่อนหญิงในชนบท" เพ่ยเพ่ยคุยต่อ
พริษฐ์มัวแต่ฟังและยิ้มให้เพ่ยเพ่ย จนมองไม่เห็นคนงานที่เดินแบกเครื่องมือมาเฉี่ยวข้อมือของเขา คนงานรีบขอโทษ
พริษฐ์บอกว่าไม่เป็นไร เมื่อคนงานรีบออกไป เพ่ยเพ่ยเห็นที่ข้อมือของพริษฐ์มีเลือดไหลเพราะโดนคมเครื่องมือบาดก็ตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอมาพันห้ามเลือดให้แล้วพาไปทำแผล
พริษฐ์ตาลอยด้วยความซึ้งใจ ปิยะวัฒน์ ปิยะพงษ์ ปุริมและปัญจพลที่แอบดูอยู่ถึงกับเครียด เตรียมวางแผนจัดการพริษฐ์เพราะกลัวจะมาหลอกเพ่ยเพ่ย
ooooooo
ปิยะวัฒน์บอกกับปิยะพงษ์ ปัญจพลและปุริมว่า พรุ่งนี้จะมีการถ่ายโฆษณา เขาจึงจะใช้ช่วงเวลานี้จัดการกับพริษฐ์ให้ต้องเสียฟอร์มแบบสุดๆ
ปุริมงง รีบถามแผนการใช้ยาปลุกเซ็กซ์ที่มีความรุนแรงระดับช้างห้าเชือก ออกฤทธิ์รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ชื่อของมันคือ ยามังกรขยี้หงส์ ปิยะวัฒน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ปุริมไม่เข้าใจ
"จะให้พริษฐ์กิน แล้วจะได้ปล้ำเพ่ยเพ่ยหรือจะบ้าเหรอ อั๊วจะแอบเอาให้ไอ้พริษฐ์มันกินในกองถ่ายพรุ่งนี้ พอมันเห็นนางแบบใส่ชุดชั้นใน มันก็จะเกิดอารมณ์หื่นจนทนไม่ไหว กลายเป็นไอ้บ้ากามวิ่งไปปล้ำนางแบบ ต่อให้ยัยเพ่ยรักมันยังไงก็คงรักไม่ลง ฮ่าๆ" ปิยะวัฒน์หัวเราะร่วน
พวกที่ฟังตาโตชอบใจ ปรบมือเฮลั่น
ooooooo
ในสตูดิโอ กำลังเตรียมถ่ายงานโฆษณากัน
มีทั้งเพ่ยเพ่ย พริษฐ์ รุ่งนภา รานี ปิยะวัฒน์ ปุริม เด๋อ นั่งอยู่ที่มอนิเตอร์ ผู้กำกับไปพูดคุยทำความเข้าใจกับนางเอก พระเอกโฆษณาและตัวประกอบ ปิยะวัฒน์มองผ่านประตูห้องเห็นส่วนสวัสดิการที่แม่บ้านกำลังเตรียมกาแฟ ก็เอียงหน้ามากระซิบกับปุริมให้ลงมือได้
ปุริมพยักหน้าแล้วลุกเดินออกไปที่มุมเครื่องดื่ม เขาหลอกแม่บ้านที่กำลังจะยกถาดกาแฟมาเสิร์ฟ
"อยากดื่มชาใส่พริกไทยและซีอิ๊ว"
แม่บ้านเป็นงงแต่ก็ยอมออกไปหามาให้ ปุริมได้โอกาสรีบหยิบขวดยามีฉลากเขียนว่า มังกรขยี้หงส์ เหยาะลงไปในแก้วกาแฟใบหนึ่ง แล้วจับหูแก้วให้หันไปคนละทางกับใบอื่น แล้วยกถาดกาแฟออกมา
พนักงานเห็นเข้าก็รีบรับถาดกาแฟไปถือเองเพราะกลัวโดนดุ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่อยากกินกาแฟ แต่กินคนเดียวก็เขินๆ ก็เลยหาเพื่อน" ปุริมอ้างแล้วยกแก้วกาแฟที่ใส่ยาให้พริษฐ์
พริษฐ์รับแก้วพร้อมกับคำขอบคุณ เขาทำท่าจะดื่ม แต่แม่บ้านเดินเข้ามายื่นแก้วชาให้ปุริม พริษฐ์เห็นมีชาด้วยจึงขอบ้าง แม่บ้านกลับชงชามาให้พริษฐ์ พริษฐ์เอาถ้วยกาแฟวางลงที่ถาดโดยหันหูถ้วยไปทางเดียวกันหมดทุกใบ
ooooooo
ทุกคนรับกาแฟไปดื่มรวมทั้งพระเอกและนางเอกโฆษณา แม่บ้านเอาชามาให้พริษฐ์ ปุริมหันไปเห็นก็ชะงักรีบถามพริษฐ์
"ไม่ได้ดื่มกาแฟหรือแล้วแก้วอยู่ไหน"
"อ๋อ ผมยังไม่ได้ทานครับ ก็เลยวางคืนไป" พริษฐ์ตอบ ปิยะวัฒน์ที่กำลังดื่มกาแฟได้ยินก็ถึงกับสำลัก ปุริมอึ้งไปพูดไม่ออก สองพ่อลูกสบตากันแล้วหันไปมองพวกที่ถือกาแฟอยู่ในมือ
ปิยะวัฒน์เดินหลบออกมานอกสตูดิโอ ปุริมตามมา ปิยะวัฒน์บอกลูกชายว่า จะกลับบ้านก่อนเพราะถ้ายาอยู่ในแก้วกาแฟของเขาแย่แน่ แล้วถ้าคนที่กินเข้าไปคือม้าล่ะ ปุริมเป็นห่วง ปิยะวัฒน์คิดขึ้นได้ เขาหยิบมือถือขึ้นมาบอกกับปุริมว่า
"สงสัยป๊าต้องเสี่ยงอยู่ที่นี่แล้วล่ะ เพราะป๊าจะอยู่ถ่ายคลิปตอนม้าลื้อทำอะไรทุเรศๆ เก็บไว้แบล็กเมล์ จะได้ไม่มายุ่งกับเราอีก อิๆๆ คุ้มค่าเสี่ยงว้อย" ปิยะวัฒน์เดินนำปุริมกลับเข้าสตูดิโอ
ในสตูดิโอ ทุกอย่างพร้อมถ่ายทำแล้ว ทุกคนรอดูอย่างใจจดใจจ่อ
ยกเว้นปิยะวัฒน์กับปุริมที่ขยับตัวไปมาไม่ค่อยเป็นสุขนักเพราะกำลังสังเกตว่าใครเป็นคนดื่มกาแฟผสมยาแก้วนั้น ช่างไฟกล้ามโตเดินเปลือยท่อนบนแบกไฟวิ่งผ่านหน้ามอนิเตอร์ รานีเห็นก็ลุกขึ้นถอดเสื้อสูทออก
ปุริมรีบวิ่งมาหาเพราะเข้าใจว่าแม่ดื่มกาแฟแก้วนั้น แต่รานีบอกว่า เธอร้อน แล้วทิ้งตัวลงนั่งรอดูการถ่ายทำ ปุริมเป่าปากโล่งอก
ทุกคนเงียบนะครับ ถ่ายจริงแล้ว เสียง กล้อง แอ็กชั่น ผู้ช่วยผู้กำกับให้สัญญาณ นางเอกใส่ชุดบางเบา เห็นเสื้อชั้นในตัวสวยรำไรเดินเข้ามา ปุริมมองทุกคน แต่ไม่มีใครแสดงอาการอะไร
"หรือว่า..." ปุริมหันไปที่ฉาก เห็นพระเอกเดินออกมาสบตากับนางเอกแล้วเกิดอาการตะลึงลาน จนตัวสั่น ผู้กำกับที่อยู่หน้ามอนิเตอร์กระซิบกับผู้ช่วยว่า พระเอกเล่นเก่งมาก พระเอกฉีกกระชากเสื้อตัวเองออก ตรงดิ่งเข้าหานางเอก
"อ้าวๆ เฮ้ย นอกบทนี่" ผู้กำกับร้อง
พระเอกไม่ฟัง วิ่งเลยนางเอกแล้วตรงเข้ามาหาปุริมที่ยังไม่ทันตั้งตัว เขากระชากปุริมมากอดแล้วจะจูบปากอย่างหนักหน่วง ปุริมร้องอู้อี้ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ปุริมขวัญผวาผลักพระเอกออกไปแล้ววิ่งหนี
พระเอกไล่ตาม ปิยะวัฒน์โผล่พรวดมาแทรกแล้วสับคาราเต้ลงกลางหน้าผาก จนพระเอกร่วงลงไปนอน
ooooooo
ปุริมนั่งเสียจิตอยู่มุมห้องโดยมีปิยะวัฒน์คอยปลอบ
เขาคืนขวดยาให้พ่อพร้อมบ่นว่า ไม่ใช่มังกรขยี้หงส์ แต่เป็นมังกรขย่มมังกรชัดๆ ปิยะวัฒน์หัวเราะแล้วรีบเก็บขวดยา ส่วนอีกมุมหนึ่งทีมงานก็กำลังช่วยกันดูแลพระเอกที่นอนหงายเหยียดยาวไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
เด๋อเข้าเมียงมองแล้วบอกกับทีมงาน คุณปิงฝากมาบอกว่าไม่ต้องห่วง เมื่อกี้เขากระแทกจุดอิ้นถาง กว่าจะฟื้นก็อีก 3-4 ชั่วโมง ทุกคนเครียดเพราะมีเวลาไม่มากพอ และจะหาคนอื่นก็ไม่มีแล้ว รุ่งนภาปิ๊งไอเดียเสนอให้พริษฐ์เล่นเป็นพระเอกแทน ผู้กำกับมองหน้าพริษฐ์แล้วเอ่ย
"สายตาแหลมคม...คุณเล่นแทนเขาได้ แอพเพียแรนซ์ คุณตรงกับบท ถ้าคุณเล่นผมจะถ่ายต่อลากให้เสร็จ แต่ถ้าไม่เล่นก็มาถ่ายใหม่อีกสองอาทิตย์หน้าหลังผมกลับจากคานส์" ผู้กำกับสรุป พริษฐ์อ้ำอึ้ง
"ถ้าคุณพริษฐ์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ" เพ่ยเพ่ยว่า
"ก็คงเปลี่ยนแผนกันใหม่หมด อาจจะกระทบถึงแผนโปรโมชั่นกับมาร์เก็ตติ้ง" รานีหนักใจ
พริษฐ์ทำหน้าเขินเล็กน้อยก่อนตอบตกลง จึงถูกจับแต่งตัวเพื่อปรับลุคส์ให้เหมาะกับบทบาทที่ได้รับ
ทุกคนยืนตะลึงเมื่อได้เห็นโฉมใหม่ของเขา ชายหนุ่มเริ่มแสดงไปตามบท เด๋อชื่นชมไม่หยุดจึงโดนผู้กำกับไล่
"ถ้าเก็บต่อมแต๋วไม่อยู่ก็ออกไปข้างนอก"
"แหม ก็เค้าหล่อจริงๆนี่นา ใช่ไหมฮะคุณเพ่ย" เด๋อหันมาหาเจ้านาย
เพ่ยเพ่ยที่กำลังเหม่อมองพริษฐ์สะดุ้งนิดหนึ่งก่อนตอบรับ แล้วหันกลับไปมองพริษฐ์ด้วยสายตาหวั่นไหว รานีมองเพ่ยเพ่ยแล้วมองไปที่พริษฐ์ด้วยสายตาของผู้เป็นแม่ที่ทั้งห่วงและหวงลูกสาว
ooooooo
"เจ้านายตัวเองนี่หล่อมากมายเลยนะ" เด๋อดึงรุ่งนภาออกมาเม้าท์
"ฉันเคยสงสัยเหมือนกันว่า ถ้าเขาแต่งตัวตัดผมดีๆ เขาอาจจะบุคลิกดีกว่านี้ วันนี้หมดข้อสงสัยแล้ว" รุ่งนภาว่า
"นี่ ผมบอกตรงๆนะ ผมเสียดายความหล่อของเขา เพชรน่ะควรถูกเจียระไนแล้ววางบนมงกุฎ ไม่ใช่ปล่อยหมกโคลนเอาไว้อย่างงี้ ผมมีไอเดีย แต่คุณรุ่งต้องช่วยผม"
"งั้นฉันขอถามก่อนว่าทำไมคุณเด๋อถึงอยากช่วยคุณพริษฐ์"
"กลัวผมจะจีบเขาเหรอฮะ ไม่หรอกฮะ...ที่ผมอยากช่วยเขาน่ะ...อืม....ถ้าเจ้านายผมจะมีแฟน ผมอยากให้แฟนเขาดูดี"
เด๋อมองเพ่ยเพ่ยแล้วหันมาสบตากับรุ่งนภาแบบรู้กัน
ooooooo










