สมาชิก

ปลาไหลป้ายแดง

ตอนที่ 14

ครู่ต่อมา รัฐกับพวกก็รับตัวพวกปลาไหลที่เหลือขึ้นรถตู้ออกไป โดยอ้างว่าจะขอสอบปากคำเพิ่มเติม ในรถนั้นมีอากงนั่งเป็นประธานไปด้วย

กุสุมารู้ว่าเจ๊โมจิจะจัดงานเดบูตอง และเชิญแก๊งปลาไหล มาด้วยก็ขออยู่ร่วมงาน ฝันว่าจะได้พบพริษฐ์และอาจมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเมียน้อย เจ๊ยอมตกลงแต่มีเงื่อนไข

"จะอยู่ก็ได้ แต่ห้ามยุ่งกับแขกคนอื่นนะ"

กุสุมารีบตกลงและแอบภาวนาขอให้พริษฐ์มาด้วย ส่วนพริษฐ์ที่นั่งรถมากับปุริมก็เริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง เขานึกเป็นห่วงเพ่ยเพ่ยที่กำลังไปหาหมอกับรานี เวลาเดียวกันนั้นเอง เพ่ยเพ่ยกำลังน้ำตาคลอ เมื่อได้เห็นภาพอัลตราซาวด์ตัวอ่อนในครรภ์

"อายุครรภ์ประมาณสองเดือนแล้วนะคะ ตอนนี้ทุกอย่างก็ดูปกติดีนะคะ" หมอบอก เพ่ยเพ่ยสูดลมหายใจ พยายามข่ม อารมณ์เพราะคิดไม่ถึงว่าเธอจะท้อง

"เมื่อวานตอนที่อาม่าเขาแมะให้ลูก เขาคงรู้แล้วล่ะ แต่ไม่อยากพูด ให้เพ่ยมาตรวจกับหมอ จะได้ชัวร์กว่า" รานีว่าแล้วทำท่าจะโทร.บอกข่าวดีกับพริษฐ์ แต่เพ่ยเพ่ยห้ามไว้

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวคืนนี้เพ่ยจะบอกเขาเองที่บ้าน" เพ่ยเพ่ยยิ้มอย่างมีความสุข

เธอโทร.บอกข่าวดีกับภัคพร ภัคพรตื่นเต้นมากรีบซิ่งรถมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก และยังแซวอีก

"ขนาดฉันยังเห่อขนาดนี้ คุณพริษฐ์คงฉลองบ้านแตกเลยมั้ง"

"ยังไม่ได้บอกเขาเลย ว่าจะบอกเย็นนี้ เลยจัดมื้อพิเศษฉลองกันสองคนน่ะ แต่ตอนนี้เขาคงกำลังยุ่งกับพวกอัยการ" เพ่ยเพ่ยหนักใจ ภัคพรถามว่าอัยการคนไหน เผื่อคุณรัฐสามีเธอจะรู้จัก เพ่ยเพ่ยจำไม่ได้ จึงโทร.ไปถามบุษกร แล้วความลับก็แตกดังโพละ เมื่อบุษกรบอกว่า อัยการชื่อฉลองรัฐ

"หา...ผัวฉันจริงๆด้วยเหรอ..." ภัคพรตาโต

ปุริมหลอกพาพริษฐ์มาร่วมงานเดบูตอง ที่คฤหาสน์ของเจ๊โมจิจนได้ เมื่อพริษฐ์เห็นรัฐนั่งอยู่กับพวกปลาไหลจึงเข้าใจได้ทันทีว่า โดนหลอกอีกแล้ว จึงขอตัวกลับเพราะรับปากกับเพ่ยเพ่ยไว้ แก๊งปลาไหลช่วยกันโน้มน้าวให้พริษฐ์อยู่สนุกด้วยกันก่อน

"ผมว่าผมไม่ดีกว่าครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับผมไม่เล่าให้แก๊งแม่เสือฟังแน่" พริษฐ์รับปาก

"เอาเถอะมหา ถ้ายืนกรานเราก็ไม่ฝืนใจ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบกลับนี่ นั่งเล่นกันสักพักก่อนก็ได้" อากงเอ่ยปาก ปุริม กับปัญจพลเข้ามาดึงพริษฐ์ให้เข้าไปนั่งด้วยกัน

ooooooo

เพ่ยเพ่ยพาภัคพรมาหาพวกรานีที่บริษัท พิสินีเห็นรูปรัฐในมือถือของภัคพรก็รีบบอก

"ใช่ค่ะ คนนี้ค่ะ บุษจำได้" ภัคพรแปลกใจ เธอเปรยว่า ปกติรัฐมักจะทำคดีที่เกี่ยวกับเยาวชนมากกว่า แล้วทำไมจู่ๆมาทำคดีแบบนี้ได้ แล้วอรวรรณก็เปิดประตูเข้ามาบอกว่า เธอโทร.ไปเช็กที่กรมแล้วทางโน้นยืนยันว่า ไม่มีคดีของบริษัทอยู่ในระบบเลย "พวกนั้นแหกตาเราอีกแล้ว" แก๊งแม่เสือแค้น แต่ภัคพรยังไม่เชื่อ จนกระทั่งบุษกรเข้ามายืนยัน

"บุษเช็กกับวงในแล้วค่ะ เจ๊โมจิโจทก์เก่าของพวกเราจัดงานใหญ่คืนนี้ ชื่องานแบงค็อกเดบูตอง แต่สถานที่จัดงานเป็นความลับมาก" แก๊งแม่เสือได้ยินก็หน้านิ่วไปตามๆกัน

"แต่ภัคพอมีทางค่ะ"   ภัคพรอาสาเพราะเธอแอบติดจีพีเอสไว้ที่รถของรัฐ

ขณะที่แก๊งแม่เสือช่วยกันแกะรอยอยู่นั้น แก๊งปลาไหลกำลังเริ่มประมูลน้องกระเพื่อม มอบเป็นของขวัญให้อากง อากงซาบซึ้ง พริษฐ์ทนดูไม่ได้จะลุกไปเตือนสติน้องกระเพื่อมให้รู้จัก ผิดชอบชั่วดี อากงรีบสะกิดลูกๆหลานๆปุริมจึงต้องยอมให้ พริษฐ์กลับไปก่อน และเดินไปส่งที่หน้างาน ส่วนอากงก็รีบพาน้องกระเพื่อมขึ้นห้อง

พริษฐ์เดินออกมาหาแท็กซี่ กุสุมาวิ่งตามมาจากในงาน เธอบีบน้ำตาแต่งเรื่องหลอกพริษฐ์และอ้างว่ามีหลักฐานบางอย่างจะให้ดู พริษฐ์ผู้ใสซื่อหลงกลยอมตามกุสุมากลับเข้าไปในงาน และสุดท้ายก็โดนกุสุมามอมยาพาขึ้นห้อง

รถตู้ของพวกแม่เสือแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ภัคพร ชี้ให้ทุกคนดูรถของรัฐที่อยู่ใกล้ๆกับรถของปุริม ภัคพรปากแบะ เหมือนจะร้องไห้เสียใจที่โดนรัฐหลอก

"ใจเย็นๆภัค เข้าไปดูให้เห็นกับตาก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที" เพ่ยเพ่ยว่า รานีสั่งทุกคนเตรียมพร้อมแล้วเดินนำลงไป

เพ่ยเพ่ยเดินรั้งท้าย พึมพำว่าขออย่าให้เธอเจอพริษฐ์ อยู่ในงานเลย บรรยากาศในงานกำลังคึกคัก การประมูลยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แล้วปุริมก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง กำลังเดินเข้ามาในงาน และหยุดเจรจาอยู่กับลูกน้องของเจ๊โมจิ เขาหันมาถามสมาชิกว่าใช่พวกแม่เสือหรือไม่ ทุกคนหันไปแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"เฮ้ย ใช่จริงด้วยเว้ย" แก๊งปลาไหลรีบมุดไปหลบใต้โต๊ะ แก๊งแม่เสือบุกเข้ามาในงานและมองหาสามีตัวดีไปทีละโต๊ะจนกระทั่งมาถึงโต๊ะ ของแก๊งปลาไหล พิสินีกับบุษกรจ้องหน้าลูกน้องรัฐทั้งสองคนก็จำได้ จึงถามหาพวกปลาไหล แต่ลูกน้องรัฐไม่ยอมบอก พิสินีตรงเข้าขยุ้มลูกกระเดือกลูกน้องคนหนึ่งของรัฐจนหน้าเขียว

คนหนึ่งทำสัญญาณชี้ลงไปใต้โต๊ะ พวกผู้หญิงก้มลงมองเห็นขาปัญจพลยื่นออกมา แก๊งแม่เสือไม่รอช้าช่วยกันยกโต๊ะขึ้น จึงเห็นแก๊งปลาไหลและรัฐหมอบอัดกันอยู่ แก๊งปลาไหลเงยหน้าขึ้นมาเจอพวกผู้หญิงก็ร้องจ้าก เผ่นหนีกันไปอีกด้านหนึ่ง รานีนำทัพปรี่เข้าหา แต่ช้าไป เจ๊โมจิกระโดดมาขวางทางไว้

เพ่ยเพ่ยถามหาพริษฐ์กับลูกน้องของรัฐ เขาบอกว่าพริษฐ์ กลับไปแล้ว เพ่ยเพ่ยโล่งใจรีบเข้าไปช่วยรานีจัดการกับเจ๊โมจิและในระหว่างที่แก๊งแม่ เสือกำลังจัดการกับพวกสามีตัวแสบอยู่นั้น อากงที่พาน้องกระเพื่อมขึ้นห้องก็เกิดอาการช็อก เพราะโดปยาไปหลายขนานเกิน น้องกระเพื่อมตกใจรีบวิ่งไปตามคนมาช่วย  ส่วนห้องข้างๆ  กุสุมากำลังจะเผด็จศึกพริษฐ์  ได้ยินเสียงเอะอะก็โผล่หน้าออกมาดู เป็นจังหวะเดียวกับที่เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นมาพอดี กุสุมารีบหลบวูบหายไป เพ่ยเพ่ยวิ่งตามจะขึ้นไปหา เจ๊โมจิเข้าสกัด เพ่ยเพ่ยหันมาสู้กับเจ๊โมจิอีกครั้ง รานีเข้ามาช่วยลูก แต่ทั้งสองสู้เจ๊ไม่ได้ ปิยะวัฒน์สวมบทฮีโร่เข้าไปปกป้องลูกเมีย เจ๊โมจิยอมถอยตามแผนที่เตี๊ยมกันไว้ เพ่ยเพ่ยวิ่งขึ้นชั้นบนแล้วตรงไปที่ห้องของกุสุมา

กุสุมาที่ถอยมาตั้งหลักรีบจัดฉากและสร้างเรื่องให้ เพ่ยเพ่ยเข้าใจว่าเธอกับพริษฐ์มีอะไรกันแล้ว เมื่อเพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาในห้อง จึงพบพริษฐ์นอนหลับอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า เขาพึมพำเรียกชื่อกุสุมา ทำให้เพ่ยเพ่ยน้ำตาไหล เงื้อมือจะตบหน้าพริษฐ์ แต่เปลี่ยนใจ

"ลาก่อนค่ะคุณพริษฐ์" เพ่ยเพ่ยเดินออกจากห้องไป พริษฐ์ที่ไม่รู้เรื่อง ละเมอต่อ

"คุณก้อย อย่าทำแบบนี้ครับ...ผมสัญญากับคุณเพ่ยไว้แล้ว..."

เพ่ยเพ่ยลงมาที่ชั้นล่าง เห็นแขกในงานยืนจับกลุ่มดูแก๊งแม่เสือจัดการกับแก๊งปลาไหล ภัคพรยืนร้องไห้รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไป รัฐรีบตาม เพ่ยเพ่ยหันถามหาอากง

"เตี่ยอยู่กับ...แหะๆ...อยู่กับน้องกระเพื่อมน่ะจ้ะ"

ปิยะพงษ์บอก ทันใดนั้นน้องกระเพื่อมก็วิ่งออกมาจากชั้นสอง กรีดร้องดังลั่นบ้าน

"ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่า มีคนตาย" ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นอากงนอนแผ่แน่นิ่งมีผ้าห่มคลุม ปิยะวัฒน์รีบเข้ามาดูอากงแล้วสั่งให้พวกข้างนอกเรียกรถพยาบาลด่วน

อากงถูกนำตัวเข้าฉุกเฉิน เพ่ยเพ่ย แก๊งแม่เสือ และแก๊งปลาไหลยืนรออยู่หน้าห้องด้วยความเป็นห่วง ปิยะพงษ์ กับรานีชวนกันไปที่บ้านผิงเทียนเพื่อแจ้งข่าวกับอาม่า และเป็นเวลาเดียวกับที่อาม่าสะดุ้งตื่นด้วยความโกรธ เพราะฝันเห็นอากงทิ้งเธอไปหาสาวๆ   อาม่าจะตามไป   แต่เหมือนมี

กำแพงมาขวางไว้

"อาผิงเทียน" อาม่าใจคอไม่ดี จะโทร.หาอากง แต่

พวกปิยะพงษ์มาเคาะประตูเรียกและบอกข่าว อาม่าแทบ

หมดแรง   แต่ก็พยายามตั้งสติ   แล้วตามพวกปิยะพงษ์

ไปที่โรงพยาบาล

ooooooo

พริษฐ์เดินงัวเงียลงมาชั้นล่างไม่เห็นแก๊งปลาไหลก็ถามหา เจ๊โมจิบอกว่าอากงเข้าโรงพยาบาล พริษฐ์ ตกใจรีบตามไปที่โรงพยาบาล ที่นั่นเขาเห็นทุกคนยืนเครียดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

"อากงเป็นไงบ้าง" พริษฐ์เข้าไปถามเพ่ยเพ่ย แต่เพ่ยเพ่ยไม่ตอบ ทำให้พริษฐ์แปลกใจ "มีอะไรรึเปล่าคุณเพ่ย ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ"

"ไม่มีอะไรหรอกมหา อากงอยู่ในห้องผ่าตัด ตอนนี้พวกเราได้แต่เอาใจช่วย เพ่ยเขาคงช็อกอยู่น่ะ เลยยังตั้งสติไม่ทัน" ปุริมบอกแล้วหันมาปลอบเพ่ยเพ่ย "ทำใจดีๆนะเพ่ย อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้าย"

เพ่ยเพ่ยทนไม่ไหว หันกลับมาแหวใส่ปุริม

"เฮียน่ะเงียบไปเลย ยังมีหน้ามาปลอบคนอื่นอีกเหรอ ไม่ใช่เพราะเฮียหรือไง อากงถึงได้เป็นอย่างงี้น่ะ หา คืนนี้เฮียไม่ใช่แค่ทำลายชีวิตครอบครัวของเพ่ย เฮียยังทำร้ายอากงด้วย"

"เพ่ย ใจเย็นๆ" ปิยะวัฒน์เข้ามาปราม เพ่ยเพ่ยมองหน้าปิยะวัฒน์ น้ำตาไหล แต่ไม่พูดอะไร

"ที่บอกว่าทำร้ายครอบครัวคุณเพ่ยน่ะ คุณเพ่ยหมาย ความว่ายังไงครับ" พริษฐ์ยังงง

"เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าถ้าพริษฐ์นอกใจเพ่ยอีก เราหย่ากัน" เพ่ยเพ่ยทวงสัญญา พริษฐ์ยืนยันว่าเขาไม่เคยนอกใจเธอ ปัญจพลรีบเสนอหน้าช่วยเป็นพยาน

"แล้วทำไมคุณพริษฐ์ถึงไปนอนอยู่บนเตียงในห้องเดียวกับกุสุมาล่ะคะ ใครก็ได้ช่วยตอบเพ่ยหน่อย" เพ่ยเพ่ยสวนทุกคนอึ้งเพราะไม่รู้เรื่องด้วย พริษฐ์เสียใจ เขาบอกความจริงว่าเผลอหลับไป แต่ไม่มีใครเชื่อ

"คนไม่เคยโกหก เวลาโกหกนี่มันไม่ได้เรื่องเลยนะคะ เพราะฉะนั้นคุณพริษฐ์อย่าพยายามเลยค่ะ"

"แต่ผมไม่มีอะไรกับคุณก้อยจริงๆนะครับ"

"เอาเถอะค่ะ อยากโกหกอะไรก็เชิญ มันไม่ได้ทำให้เพ่ยเสียใจมากขึ้นไปกว่านี้หรอกค่ะ แค่สิ่งที่เพ่ยเห็นมันก็ทำให้เพ่ยเสียใจที่สุดในชีวิตแล้ว" เพ่ยเพ่ยน้ำตาคลอ

"ใจเย็นๆก่อนเพ่ย มีอะไรค่อยคุยกันทีหลังละกันนะ แกไม่ต้องมองพ่อแบบนั้นหรอก อยากด่าก็ให้ด่า พ่อไม่ว่าแก อกตัญญูหรอก พ่อผิดจริงๆ แต่ทีหลังได้มั้ย ขอเถอะนะ ตอนนี้ อากงจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ เรามาเอาใจช่วยให้อากงปลอดภัยก่อนดีกว่า" ปิยะวัฒน์ไกล่เกลี่ย

เพ่ยเพ่ยเดินกลับไปนั่ง พิสินีกับบุษกรรีบเข้าไปนั่งประกบ เป็นเพื่อน พริษฐ์จะเดินตามไป แต่รานีห้ามไว้ทัน

ทุกคนนั่งอยู่ในความเงียบ เมื่อหมอเดินออกจากห้อง มาแจ้งว่าอากงปลอดภัยแล้ว อนุญาตให้ภรรยาเข้าเยี่ยมได้เพียงคนเดียวเท่านั้น อาม่าขอบคุณสวรรค์แล้วรีบเข้าไปดูอากง อากงลืมตาขึ้นมาเจออาม่ายืนอยู่ข้างๆก็ฝืนหัวเราะ

"อั๊วนึกว่าอั๊วตายไปแล้ว อั๊วอายลื้อจริงๆที่ต้องตื่นมาในสภาพแบบนี้ ลื้อรู้ไหมว่าอั๊วฝันว่าจะไปสวรรค์แล้ว บนสวรรค์มีสาวๆเต็มเลย แต่ลื้อเรียกอั๊วกลับมา"

"ลื้ออยากอยู่บนสวรรค์ไหมล่ะ"

"ตอนแรกอั๊วก็เลือกไปสวรรค์ แต่พอเอาเข้าจริงๆ อั๊วก็เปลี่ยนใจ"

"ทำไมล่ะ สาวๆบนสวรรค์ไม่ถูกใจรึไง"

"สวรรค์หรือโลก หรือที่ไหนก็ได้ ที่ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน โสภา ที่ผ่านมาอั๊วขอโทษนะ อั๊วลืมคิดถึงใจลื้อ อั๊วลืมคำสัญญาที่อั๊วเคยบอกลื้อตอนอั๊วจีบลื้อ อั๊วลืมว่าลื้อเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตอั๊ว" อากงจับมืออาม่า

"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวพอลื้อหายดีลื้อก็ลืมอีก ที่พูดเนี่ยไม่ได้น้อยใจนะ แต่คนเราก็ยังงี้แหละผิงเทียน ถึงลื้อจะลืมแต่ อั๊วก็รู้ว่าลื้อรักอั๊ว อั๊วเองอั๊วก็รักลื้อ เห็นลื้อทำแล้วมีความสุขอั๊วก็คิดว่าให้ลื้อทำไปเถอะ เพราะบางอย่างอั๊วก็ทำให้ลื้อไม่ได้ ไอ้ที่ตามไปอาละวาดก็แค่อยากให้ลื้อสนใจอั๊วบ้าง"

"ถ้าอั๊วหายดี อั๊วคงไม่ทำแบบเดิมแล้วล่ะ มันเป็นแค่ความสนุกก็จริง แต่มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงหรอก"

"แล้วความสุขของลื้อคืออะไร"

"แค่ได้เดินจับมือลื้อเหมือนตอนเราจีบกันใหม่ๆ อั๊วก็มีความสุขแล้วล่ะ" อากงพูดจากใจ อาม่าซาบซึ้งถึงกับร้องไห้

ooooooo

รานีเข้ามาปลุกพริษฐ์ที่นอนหลับอยู่บนโซฟา เขาลืมตาขึ้นมาพร้อมถามหาเพ่ยเพ่ย รานีบอกว่าเพ่ยเพ่ย กลับบ้านไปตั้งแต่ตอนตีสามแล้ว  พริษฐ์ขยับจะตาม  รานีร้องห้าม

"พริษฐ์ ตอนนี้เพ่ยเค้าโกรธคุณอยู่นะ อย่าเพิ่งกลับไปตอนนี้เลย"

"คุณเพ่ยเค้าเข้าใจผมผิด ผมต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจ" พริษฐ์วิ่งออกไป

รานีมองตามไป  สักพักเพ่ยเพ่ยก็ออกมาจากมุมห้องที่แอบอยู่ เธอขอบคุณที่แม่ยอมช่วย พลางโผเข้ากอดแม่

เธอบอกกับรานีและอาม่าว่า จะหลบไปอยู่ที่รีสอร์ตของพ่อบุษกร เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เผื่อบางทีอาจจะเปลี่ยนใจไม่หย่ากับพริษฐ์ก็ได้ ส่วนเรื่องลูก เธอบอกกับอาม่าว่าพริษฐ์ยังไม่รู้เรื่อง และย้ำว่าถึงอย่างไรพริษฐ์ก็ไม่ควรไปสถานที่แบบนั้นรานีกับอาม่าฟังแล้วก็ เหนื่อยใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถามเพ่ยเพ่ยว่าจะไปเมื่อไหร่

"วันนี้แหละค่ะ บอกแม่กับอาม่าเสร็จก็ไปเลย ข้าวของเครื่องใช้เดี๋ยวไปหาซื้อข้างหน้า  เพ่ยทนไม่ไหวค่ะ  อยากไปให้พ้นหน้าเขาเร็วๆ  แม่กับอาม่าอย่าบอกพริษฐ์นะคะว่าเพ่ยมาหา พวกเฮียเป่าก็ห้ามบอก"

"ไม่เป็นไรหรอก แล้วแม่จะแอบแวบไปเยี่ยม" รานีกอดลาลูกสาว

พริษฐ์วิ่งวุ่นตามหาเพ่ยเพ่ยทั่วบ้านแต่ไม่พบจึงมานั่งหมดอาลัยอยู่ที่โต๊ะอาหาร ปิยะวัฒน์เข้ามาคุยด้วย

"มหาไม่ต้องรอหรอก เพ่ยไม่กลับมาแล้วล่ะ เขาให้มาบอกว่าเขาย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว"

"ย้ายไปอยู่ที่อื่น ย้ายไปไหนครับ แล้วไปนานไหมครับ ทำไมเขาไม่คุยกับผมให้รู้เรื่องก่อน"

"มหา ใจเย็นๆนะ ที่มหาถามมาน่ะ ผมตอบไม่ได้สักข้อ แล้วก็ไม่มีใครตอบได้ด้วยนอกจากตัวยัยเพ่ยเอง"

พริษฐ์อึ้งไป แล้วโทษว่าเป็นเพราะแก๊งปลาไหลหลอกไปงาน เพ่ยเพ่ยจึงเข้าใจผิด

"ผมยอมรับว่าผมผิดที่หลอกมหา แต่อย่าลืมว่าผมไม่ได้บอกให้มหาขึ้นห้องไปกับยัยก้อยนะ"

"ถ้าผมไม่ไปที่นั่นก็ไม่ต้องเจอคุณกุสุมา เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เป็นแบบนี้"

"ชีวิตมันไม่มีคำว่า "ถ้า" หรอก ไม่อย่างนั้นผมก็พูดได้ ถ้าผมรู้ก่อนผมไม่หลอกมหาไปด้วยหรอก ถ้าผมรู้ก่อนผมไม่ส่งน้องกระเพื่อมให้ป๊าผมหรอก แต่ในทางกลับกัน ถ้าผมไม่หลอกมหา มหาก็อาจจะเจอยัยก้อยที่อื่นได้อยู่ดี ถ้าผมไม่ส่งน้องกระเพื่อม ป๊าผมก็อาจจะหัวใจวายเพราะอย่างอื่นอยู่ดี" ปิยะวัฒน์เตือนสติ พริษฐ์ได้คิดจึงเงียบไป ปิยะวัฒน์จับแขนพริษฐ์ให้ลุกขึ้น แล้วชวนไปทานข้าวด้วยกัน

แก๊งปลาไหลสงสารพริษฐ์จึงคิดหาทางช่วย ทั้งสี่ช่วยกันหลอกล่อถามบรรดาเมียๆว่าเพ่ยเพ่ยหลบไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่มีใครยอมปริปาก ทั้งที่ในใจก็นึกสงสารพริษฐ์ แก๊งปลาไหลยังไม่ถอดใจ พวกเขาช่วยกันสืบต่อไปจนในที่สุดก็พอจะได้เค้าว่าน่าจะไปหลบที่รีสอร์ตของ พ่อบุษกร ปุริมรีบพาพริษฐ์ไปที่นั่น แต่รานีไหวตัวทันจึงไปรับตัวเพ่ยเพ่ยออกมาก่อน พริษฐ์จึงต้องผิดหวัง

รานีตัดสินใจพาเพ่ยเพ่ยมาฝากไว้กับแม่แก้ว เพราะเชื่อว่าที่บ้านแม่แก้วเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด   และพริษฐ์ก็คงคิดไม่ถึง อีกทั้งแม่แก้วก็จะได้ช่วยดูแลเพ่ยเพ่ยด้วย เพ่ยเพ่ยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอแม่แก้ว

"แม่รู้เรื่องเพ่ยหมดแล้ว แม่มาที่นี่ไม่ได้มาในฐานะที่เป็นแม่ของพริษฐ์ แต่มาเพราะเพ่ยเป็นลูกสาวของแม่คนหนึ่ง เมื่อหนูเพ่ยเดือดร้อน แม่ก็อยากจะช่วย"

"แต่ว่า เพ่ยอาจจะหย่ากับคุณพริษฐ์ก็ได้นะคะ"

"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่าเพิ่งไปพูดถึงมันตอนนี้เลย แม่แค่อยากรู้ว่าเพ่ยอยากไปอยู่ที่บ้านแม่มั้ย บรรยากาศเงียบสงบ ปลอดภัย ดีต่อหนูเพ่ยและเด็กในท้องนะ แม่สัญญาว่าจะไม่บอกให้ตาพริษฐ์รู้หรอก"

"ขอบคุณค่ะแม่แก้ว เพ่ยจะไปอยู่กับแม่ค่ะ" เพ่ยเพ่ยน้ำตาไหลพราก ค่อยๆก้มลงกราบแม่แก้วด้วยใจบูชา

ooooooo

แก๊งปลาไหลนั่งประชุมเครียดอยู่ในห้องเล่นไพ่ คิดไม่ออกว่าจะช่วยพริษฐ์ตามหาเพ่ยเพ่ยได้ที่ไหน

"แล้วจะทำไงต่อดีล่ะครับพ่อ" ปุริมขอความเห็น

"ก็ต้องรอยัยเพ่ยอารมณ์ดี แล้วก็ติดต่อกลับมาเอง" ปิยะวัฒน์ตอบ

พริษฐ์พูดไม่ออก ปุริมกับปัญจพลตบไหล่พริษฐ์เพื่อปลอบใจ เมื่อแก๊งปลาไหลหมดหนทางพริษฐ์จึงต้องหาทางเองเขาไปพบกับแดน ผู้บริหารอาวุโสระบบมือถือ แล้วอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวให้แดนช่วยแกะรอยเพ่ยเพ่ยจากเบอร์มือถือของเธอ แต่ช่วยอะไรไม่ได้

"ครั้งหลังสุดที่ภรรยาคุณใช้มือถือคือเมื่อสามวันที่แล้ว ที่บ้านคุณเองน่ะครับ ภรรยาคุณรอบคอบมาก เขารู้ว่าคุณจะใช้วิธีนี้ เลยไม่ใช้เบอร์เดิมเพื่อไม่ให้คุณตามเธอเจอ...เสียใจด้วยนะครับ"

แล้ววันหนึ่ง รัฐก็มาพบพริษฐ์ที่บ้าน เขาขอร้องให้พริษฐ์ ช่วยไปเจรจากับภัคพร เพื่อให้เธอยอมยกโทษให้

"ภัคน่ะ เขาค่อนข้างจะชื่นชมคุณพริษฐ์นะครับ ว่าคุณเป็นคนดี ธรรมะธัมโม ถ้าคุณยอมพูดล่ะก็ บางทีเขาอาจจะยอมฟังคุณก็ได้"

พริษฐ์ยอมรับปาก เพราะอยากให้คู่ของรัฐกับภัคพรลงเอยด้วยดี

หลังวางสาย เพ่ยเพ่ยก็โทร.มาส่งข่าวกับภัคพรว่าเธอหลบไปอยู่กับแม่แก้ว ภัคพรรีบรายงานเรื่องพริษฐ์โทร.นัดให้เธอไปพบและคิดว่าคงต้องถามหาเพ่ยเพ่ย แน่ เพ่ยเพ่ยกำชับไม่ให้ภัคพรบอกพริษฐ์ว่าเธออยู่ที่ไหน

"เออ ไม่ต้องห่วง ฉันเพื่อนแก ไม่ทรยศแกหรอกน่า เขาถามฉัน ฉันก็บอกแกไม่บอกแค่นั้นก็จบ"

"แล้วแกกับคุณรัฐเป็นยังไงบ้าง"

"ฉันจะหย่ากับเขา เพราะฉันคิดดีแล้ว ส่วนแกก็คิดดีๆแล้วกัน" ภัคพรเสียงเข้ม

เพ่ยเพ่ยเริ่มทบทวนเรื่องที่เธอจะหย่ากับพริษฐ์ แล้วภาพความหลังที่งดงามระหว่างพริษฐ์กับเธอ เมื่อครั้งมาเที่ยวบ้านด้วยกันก็ผุดพรายขึ้นมา เพ่ยเพ่ยน้ำตาไหลเป็นทาง พลางก้มมองท้อง

"ลูกจ๋า ถ้าโตขึ้นหนูจะอยู่กับแม่แค่สองคนแม่ลูก หนูจะว่าอะไรแม่มั้ย หรือว่าหนูอยากอยู่กับพ่อด้วย มันดีกับหนูมากกว่าใช่ไหม"

เพ่ยเพ่ยไม่รู้หรอกว่าในมุมหนึ่ง แม่แก้วก็แอบมองลูกสะใภ้ ด้วยความห่วงใย

ooooooo

จิรนุชกลับมาจากโรดโชว์ที่สิงคโปร์ เธอเห็นพริษฐ์หน้าตาซีดเซียวก็แปลกใจ จึงเข้าไปหาข้อมูลจากเด๋อกับรุ่งนภา สองเลขาฯที่กำลังคันปากรีบเม้าท์ เรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จิรนุชมองพริษฐ์ที่นั่งซึมแล้วยิ้มออก

"เพ่ยเพ่ย...คุณพริษฐ์ของคุณกำลังจะกลับมาเป็นคุณพริษฐ์ของฉัน เร็วๆนี้แหละ"

จิรนุชฉวยโอกาสสวมบทนางเอกแสนดีเข้าไปดูแลพริษฐ์ที่กำลังสับสน หวังแทนที่เพ่ยเพ่ย ส่วนเพ่ยเพ่ยเมื่อได้ใกล้ชิดกับจ๊อด เธอก็ได้เห็นมุมดีของเด็กชาย รวมถึงวิธีคิดที่ไม่เหมือนใคร เพราะวันหนึ่งจ๊อดบอกกับเพ่ยเพ่ยถึงเรื่องราวของแป๋งเพื่อนเกเรที่มีทั้งพ่อ และแม่ แต่พ่อแม่กลับไม่มีเวลาดูแลเพราะมัวแต่ทะเลาะกัน

"ถ้าผมมีพ่อกับแม่ที่ไม่รักกันแบบพ่อแม่ไอ้แป๋ง ผมไม่มีซะยังจะดีกว่า"

"จ๊อดทำให้พี่คิดได้ พี่รักจ๊อดนะแล้วพี่ก็รู้ว่าแม่แก้วรักจ๊อดมากที่สุดเลยล่ะ"

"ผมก็รักแม่แก้วมากที่สุด อ้อ แล้วก็พี่เพ่ยด้วย" จ๊อดกอดเอวเพ่ยเพ่ย

"ถ้าเรามีลูก...ถึงวันนั้นเรากับพริษฐ์ไม่รักกันแล้วล่ะ" เพ่ยเพ่ยถามตัวเอง...แล้วในที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอหย่ากับพริษฐ์ เธอส่งทนายมาพบเขาที่บริษัท

"คุณปัณฑารีย์เธอต้องการหย่ากับคุณครับ เธอได้เซ็นใบหย่ามาแล้ว เธอต้องการให้คุณลงลายมือชื่อเพื่อให้การหย่าสมบูรณ์ครับ" ทนายยื่นใบหย่าให้ พริษฐ์อึ้งหยิบใบหย่ามาดูเห็นมีลายเซ็นเพ่ยเพ่ยก็ทรุดกายนั่งลงเหมือนคนหมด แรง

"ผมเสียใจด้วยนะครับ แต่ไม่ทราบว่า...คุณพริษฐ์"

"ขอโทษนะครับ คุณกลับไปก่อนได้ไหม"

"ได้ครับ ผมจะทิ้งเอกสารไว้ที่คุณก่อนแล้วกันครับ แล้วผมจะติดต่อมาอีกทีนะครับ" ทนายเดินออกไป

ooooooo

เพ่ยเพ่ยเข้ามาบอกกับแม่แก้วเรื่องที่เธอจะหย่ากับพริษฐ์

"ตอนแรกสิ่งที่ทำให้เพ่ยลังเลคือเรื่องลูก แต่พอได้คุยกับแม่และจ๊อดแล้วก็ทำให้เพ่ยตัดสินใจได้ เพราะวันนี้จ๊อดอาจจะอิจฉาแป๋ง แต่เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าวันข้างหน้า แป๋งต่างหากที่จะอิจฉาจ๊อด เพ่ยเชื่อว่าจ๊อดมีพื้นฐานที่ดีกว่า ถึงเขาไม่มีพ่อแม่ แต่เขาก็ไม่ได้ขาดความอบอุ่น เพ่ยรู้ว่าที่แม่แก้วเลี้ยงจ๊อดมาน่ะยากแสนยาก แต่เพ่ยเชื่อว่าเพ่ยก็ทำได้"

"เพ่ยจะตัดสินใจยังไงแม่ไม่ว่าหรอก ถ้ามันเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว แต่แม่ก็เสียใจนะที่มันจบไม่สวยแบบนี้" แม่แก้วถอนใจ

"เพ่ยก็เสียใจค่ะแม่แก้ว เพ่ยขอโทษแม่แก้วนะคะ ทั้งๆที่แม่แก้วให้ความรักความเมตตาเพ่ย แต่เพ่ยกลับไม่สามารถ..."

"ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกหนูเพ่ย หลวงพ่อสอนแม่ ไว้เสมอว่ามนุษย์มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดลูก" แม่แก้วเข้าใจ เพ่ยเพ่ยร้องไห้ แล้วเข้าไปสวมกอดแม่แก้ว

ภัคพรออกมาพบพริษฐ์ตามนัด พริษฐ์บอกเธอ เรื่องรัฐมาขอร้องให้ช่วยพูด ภัคพรยอมรับฟัง

"ผมแค่อยากบอกคุณแบบที่ผมอยากบอกกับคุณเพ่ยว่า...การประคับประคองชีวิตคู่ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และมันจะยากขึ้นไปอีก ถ้าเกิดมีใครซักคนทำผิดขึ้นมา แน่นอน ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ดำเนินต่อไป คนทำผิดต้องยอมรับผิด และอีกฝ่ายก็ต้องให้อภัย...ผมอยากให้คุณภัคคิดดีๆ   คุณภัค ให้ความสำคัญกับชีวิตคู่แค่ไหน มากพอจะให้อภัยคุณรัฐหรือเปล่า และถ้าวันนี้คุณภัคตัดสินใจหย่า วันหนึ่งคุณภัคกลับมาบ้าน  อยู่บ้านคนเดียว  ไม่มีคู่ชีวิตที่จะหัวเราะหรือร้องไห้ไปกับคุณ   คุณภัคจะเสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้หรือเปล่า   คุณภัคครับ   การที่เขาทำผิดไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักคุณนะครับ"

 

ปลาไหลป้ายแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด