สมาชิก

ปลาไหลป้ายแดง

ตอนที่ 13

ด้วยความแค้น กุสุมาจึงโทร.มาชวนจิรนุชไปตบเพ่ยเพ่ยด้วยกัน จิรนุชเตือนว่าเป็นการกระทำที่โฉ่งฉ่างเกินไป คนตบอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง แต่กุสุมาไม่สน...

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยเข้ามาหารานีกับปิยะวัฒน์ ขอลางานไปพักผ่อนที่บ้านแม่แก้ว รานีเห็นด้วยเพราะอยากอุ้มหลาน ปิยะวัฒน์ได้ที เลยล้อเรื่องเอวเดี้ยง

"หมอบอกใช้งานได้แล้วครับ ผมก็เลยชวนคุณเพ่ย" พริษฐ์อายหน้าแดง เพ่ยเพ่ยพานหยิก พริษฐ์รีบกลบเกลื่อน ทำให้รานีกับปิยะวัฒน์หัวเราะชอบใจ

เด๋อกับรุ่งนภารู้ว่าเจ้านายทั้งสองลาพักร้อนก็ขอตามไปด้วย เพราะรู้มาว่าที่บ้านแม่แก้วบรรยากาศดีมาก แถมอาหารก็อร่อยสุดๆ สองเลขาฯร่วมกันถือป้ายประท้วง โดยยืนขวางหน้ารถพริษฐ์พร้อมยื่นเงื่อนไข

"ถ้าไม่ให้ไปเราก็ไม่เปิดทางให้"

"ไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไร คุณเพ่ยโอเคไหมครับ" พริษฐ์ หันมาถาม

"เพ่ยไม่มีปัญหาค่ะ" เอ่ยพลางหันมาทางสองเลขาฯ "เพียงแต่พวกเธอนั่นแหละจะไปได้เหรอ ฉันจะไปกับคุณพริษฐ์ อยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ข้าวของแพ็กใส่กระเป๋าเรียบร้อย จะบอกให้รอพวกเธอไปเก็บข้าวของน่ะไม่ได้นะ"

"ไป ข้าวของเสื้อผ้าไปซื้อเอาดาบหน้าละกัน"

"ก็ดีครับ จะได้อุดหนุนสินค้าโอทอปของเรา มีหมดเลย ทั้งยาสีฟัน สบู่ แชมพู เสื้อ กางเกง กระโปรง" พริษฐ์คุย เด๋อกับรุ่งนภาโยนป้ายทิ้งแล้วขึ้นรถพริษฐ์ออกไป

กุสุมาที่ซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่ เห็นเพ่ยเพ่ยนั่งรถออกไปกับพริษฐ์และมีสองเลขาฯติดตามไปด้วยก็ตัดสินใจสั่ง กลุ่มนักเลงที่จ้างมาให้ตามไป หวังโชคเข้าข้าง ถ้าเพ่ยเพ่ยแวะลงกลางทางก็จะได้ลงมือ

ooooooo

แม่แก้วดีใจมาก เมื่อเห็นหน้าพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ย จ๊อดรีบออกมาต้อนรับและพูดแซวเด๋อที่เป็นกะเทย เด๋อจึงแกล้งดึงจ๊อดมากอด แล้วหอมแก้ม ทำให้จ๊อดร้องลั่น จนทุกคนหัวเราะชอบใจ

แม่แก้วให้จ๊อดพาเด๋อกับรุ่งนภาไปเลือกซื้อของใช้ที่ศูนย์แสดงสินค้า เพ่ยเพ่ยตามไปด้วย ปล่อยให้พริษฐ์นั่งคุยอยู่กับแม่แก้วตามลำพัง

พริษฐ์ปรับทุกข์กับแม่แก้ว เรื่องที่เขาช่วยกุสุมาด้วยใจบริสุทธิ์แต่กลายเป็นต้องยอมรับผิดทั้งๆที่ไม่ ได้ทำ แถมเกือบโดนเพ่ยเพ่ยขอหย่าอีก

"การใช้ชีวิตคู่น่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะพริษฐ์ มันไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ทำเหมือนตอนเราอยู่คนเดียว อย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเนี่ย พริษฐ์บอกว่าตนช่วยคนโดยบริสุทธิ์ใจ แต่หนูเพ่ยเพ่ยเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะ ต่อให้พริษฐ์อยากช่วยคน พริษฐ์ก็ต้องคิดถึงความรู้สึกเขาด้วย จะเอาแต่อ้างว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจไม่ได้"

"แต่จะให้ผมบอกคุณเพ่ยทุกสิ่งอย่าง  วันนี้ผมจะทำ

อย่างงี้ พรุ่งนี้จะทำอย่างนู้น มันก็ไม่ใช่นะครับ มันก็กลายเป็นจู้จี้จุกจิกเกินไป"

แม่แก้วมองหน้าลูกชาย "เรื่องอะไรที่ควรบอกก็บอก อะไรไม่จำเป็นต้องบอกก็ไม่ต้องบอก ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อนเลย เพียงแต่ว่าเรารู้อยู่แก่ใจว่าเรายังรัก ยังซื่อสัตย์ต่อเขาหรือเปล่า"

พริษฐ์เงียบไป คิดตามที่แม่แก้วพูด

ตกตอนเย็นพริษฐ์พาเพ่ยเพ่ย เด๋อ และรุ่งนภามาเดินเที่ยวชมตลาดโต้รุ่ง แล้วพรหมลิขิตก็ชักนำให้เด๋อกับรุ่งนภาไปถูกตาต้องใจเข้ากับพ่อค้าขายหมู ปิ้งในตลาด ทั้งสองทิ้งพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยแล้วรีบเดินตรงไปที่ร้านหมูปิ้ง เพื่อแย่งกัน

จีบพ่อค้ารูปหล่อ เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์มองตามไป เวลานั้นส้มเพื่อนเก่าพริษฐ์มาเห็นจึงเข้ามาทักทาย แต่พอเห็นเด๋อกับ

รุ่งนภาที่กำลังหว่านเสน่ห์พ่อค้า ก็รีบประกาศตัวว่า เธอเป็นเมียแล้วเข้าไปแทรกกลาง

"ตลกดีนะคะ ยังกับเด็กๆ" เพ่ยเพ่ยหัวเราะ

"ครับ...พูดแล้วนึกได้ เดี๋ยวผมพาคุณเพ่ยไปที่ที่หนึ่งดีกว่า ผมชอบไปที่นั่นตอนเป็นเด็ก"

พริษฐ์พาเพ่ยเพ่ยไปจุดชมวิวบนเขา  มองลงไปเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองเล็กๆ   พริษฐ์คุยว่า   อีกหน่อยถ้าเพ่ยเพ่ยได้มาที่นี่บ่อยๆก็จะรู้สึกผูกพันกับที่นี่ เพ่ยเพ่ยสารภาพว่า เธอกลัวจะไม่มีวันนั้น เพราะช่วงหลังๆเธอกับเขาทะเลาะกันบ่อย และเธอก็เปราะบางมากกับเรื่องความเจ้าชู้

"ผมรู้ครับ แล้วผมขอสัญญาว่า ผมจะทำตัวเป็นสามีที่ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณเพ่ยเป็นภรรยาที่แสนดีของผม ผมจะไม่เจ้าชู้...อ๊ะ พูดผิด ต้องบอกว่าผมจะไม่ให้มีเรื่องเข้าใจผิดว่าผมเจ้าชู้ ต่อไปนี้มีอะไรก็จะบอกคุณเพ่ยตามตรง ผมจะห่วงใยความรู้สึกของคุณเพ่ยให้มากขึ้น ดีไหมครับ"

"ถ้าพริษฐ์ทำได้เพ่ยก็ขอบคุณมาก" เอ่ยพลางโผเข้ากอดคู่ชีวิต

ooooooo

กุสุมากับพวกนักเลงตามพริษฐ์มา แต่คลาดสายตา จึงหาที่พักใกล้ตลาดโต้รุ่ง พวกนักเลงใช้เธอมาซื้อกับแกล้ม ขณะที่เธอเดินบ่นพึมพำอยู่ในตลาดนั้นเอง  สายตาเหลือบไปเห็นพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยเดินสวนเข้ามา โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ทันเห็นเธอ

"โหนี่ อะไรมันจะฟลุกขนาดนี้ แกเสร็จฉันแน่ยัยเพ่ยเพ่ย" กุสุมาหยิบมือถือทันที

พริษฐ์พาเพ่ยเพ่ยมาสมทบกับเด๋อ รุ่งนภาและส้มที่ นั่งทานอาหารอยู่ในตลาด หนึ่งสาวแท้กับสองสาวเทียมเม้าท์ เรื่องพ่อค้าหมูปิ้งกันอย่างออกรส เพ่ยเพ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พริษฐ์จะไปด้วย แต่เพ่ยเพ่ยไม่ยอม เธอลุกเดินตรงไปทางห้องน้ำ กุสุมาที่รออยู่ได้โอกาสรีบเข้าประกบ

"คุณพริษฐ์บอกให้ก้อยตามมาเพื่อปรับความเข้าใจกับคุณเพ่ยเพ่ยน่ะค่ะ"

"คุณมีอะไรพูดมาให้ชัดๆเลยดีกว่า ฉันขี้เกียจอ้อมค้อม" เพ่ยเพ่ยเสียงเข้ม

"เราไปหาที่อื่นที่เหมาะๆคุยกันเถอะค่ะ" กุสุมาเดินนำออกไป เพ่ยเพ่ยรีบตาม

กุสุมาเดินนำเพ่ยเพ่ยมาที่ลานจอดรถหลังตลาด เมื่อได้จังหวะเหมาะ เธอก็อาศัยความมืดหายตัวไป

"อะไรของเขานะ ประสาท" เพ่ยเพ่ยหันหลังกลับ แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเจอชายฉกรรจ์สามคนยืนดักอยู่ด้านหน้า แล้วกระจายวงล้อมเพ่ยเพ่ยไว้

ยามนั้น พริษฐ์ชักเอะใจเมื่อเห็นเพ่ยเพ่ยหายไปนาน จึงออกตามหา เมื่อผ่านมาทางลานจอดรถ เห็นเงาเคลื่อนไหววูบวาบจึงเข้าไปดู และภาพที่เห็นก็คือ ชายฉกรรจ์กำลังล็อกเพ่ยเพ่ยไว้ อีกคนเข้าลวนลาม พริษฐ์พุ่งเข้าไปช่วยเพ่ยเพ่ยทันที กุสุมาที่แอบดูอยู่เห็นพริษฐ์ก็รีบหลบเข้ามุมมืดไปอีก

พริษฐ์แม้มาดจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว แต่เนื่องจากไม่เคยเรียนรู้เรื่องหมัดมวย เลยกลายเป็นกระสอบทรายให้พวกนักเลงซ้อม จนเพ่ยเพ่ยเองยังทนดูไม่ได้

"ปล่อยเขา พวกแกจะเอาอะไรบอกมาฉันยอมหมด"

"เดี๋ยวสิจ๊ะ แต่ตอนนี้ขอรุมก่อนนะ...เฮ้ย จับมันไว้แน่นๆนะเว้ย" พวกนักเลงสั่งแล้วเตรียมรุมอัดพริษฐ์ จังหวะนั้นเอง ส้ม เด๋อ และรุ่งนภาที่ตามมาแอบดูพ่อค้าหมูปิ้งเข้าห้องน้ำ เมื่อได้ยินเสียงเพ่ยเพ่ยจึงรีบเข้าช่วย จนพวกนักเลงหลบกระเจิงไป ส่วนพระเอกพริษฐ์ต้องนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อพริษฐ์อาการดีขึ้น เขาถามเพ่ยเพ่ยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะอยากรู้ว่าคนร้ายเป็นใครและมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ เพ่ยเพ่ยบอกว่าเป็นฝีมือกุสุมา แต่พริษฐ์ไม่เชื่อเพราะมองโลกในแง่ดีเกินไป

"ผมว่าเรื่องนี้คงจะมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแล้ว" พริษฐ์มั่นใจ

"เข้าใจผิดเหรอ ลองคิดดูสิคะ ถ้าพวกเด๋อไม่พาคนมาช่วย เราสองคนจะเป็นยังไง หรือที่แย่กว่านั้น ถ้าคุณพริษฐ์ ตามเพ่ยไม่เจอ เพ่ยจะเป็นยังไง"

"คุณเพ่ยก็คงหาทางเอาตัวรอดได้น่ะสิครับ ส่วนผมน่ะไม่ได้เรื่อง โดนมันอัดซะเละ"

"ใครบอกพริษฐ์ไม่ได้เรื่องคะ คุณอาจจะไม่มีพื้นฐานการต่อสู้ แต่หัวใจคุณเป็นลูกผู้ชายมากเลยค่ะ"

"ผมแค่พยายามปกป้องคุณเพ่ย"

"เพ่ยอยากบอกว่า พริษฐ์คือฮีโร่ของเพ่ยค่ะ"

"ได้ยินคำพูดประโยคนี้ ต่อให้เจ็บกว่านี้อีกสักสิบเท่าก็คุ้มครับ" พริษฐ์กุมมือเพ่ยเพ่ย

กุสุมาเมื่อแผนพลาด ด้วยกลัวความผิด จึงโทร.มาขอความช่วยเหลือจากจิรนุช จิรนุชบอกว่าจะลองหาดูเพราะยังพอมีทางออกอยู่บ้าง กุสุมาดีใจรีบรับปากว่าต่อไปนี้เธอจะเชื่อฟังจิรนุชทุกอย่าง

วันรุ่งขึ้นจิรนุชก็บุกไปหาพริษฐ์ถึงบ้านแม่แก้ว แต่กว่าจะได้พบตัวก็โดนจ๊อดหลอกพาไปเกือบทั่วหมู่บ้าน เพราะจ๊อดเห็นว่าจิรนุชท่าทางไม่น่าไว้ใจ

"คือนุชเป็นตัวแทนเพื่อนๆที่ออฟฟิศมาเยี่ยมคุณพริษฐ์ น่ะค่ะ เพิ่งรู้จากคุณแม่แก้วว่าคุณพริษฐ์กำลังจะกลับ" จิรนุชรีบบอกเมื่อเจอพริษฐ์

"ขอบคุณครับที่เป็นห่วง กำลังจะกลับอยู่เลยครับ เก็บกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะไปลาพ่อผมที่ท่านเป็นพระอยู่ที่วัด ไหนๆก็มาแล้ว ไปด้วยกันเลยนะครับ"

จิรนุชยิ้มรับ แล้วจากนั้นพริษฐ์ก็พาทุกคนมากราบลา หลวงพ่อ หลวงพ่อเหมือนจะมองเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า จึงพูดเตือนสติและให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตกับทุกคน และบอกกับจิรนุชอย่างมีเมตตาว่า

"โยมก็บุคลิกดี อายุยังไม่มาก ถ้าจะหาคู่ที่เหมาะสมกับโยมก็ไม่น่าจะหายาก แต่ถ้าไปหาคู่ที่เหมาะสมกับคนอื่นแล้ว นึกไปว่าเหมาะสมกับเราก็อาจจะหายาก อาจจะเหนื่อย เหนื่อยเกินไปมันก็ไม่ดี มันก็เหมือนเราทำงานจนเหนื่อยเกินไป ร่างกายทนไม่ไหวก็อาจจะหัวใจวายได้ จริงไหมโยม"

"แหม หลวงพ่อพูดยังกับว่าหนูพยาย้ามพยายามจะหาคู่ให้ได้ยังงั้นแหละค่ะ ไม่ใช่เลยนะคะ หนูน่ะเฉยๆค่ะ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร ของอย่างนี้ถ้ามันจะมีก็มีเอง หนูคิดอย่างนี้แหละค่ะ" จิรนุชตีหน้าซื่อ ขณะที่หลวงพ่อถอนใจ

ooooooo

ถึงเวลาที่แก๊งปลาไหลจะออกปฏิบัติการอีกครั้ง พวกเขาทำหน้าเครียดบอกกับพวกแม่เสือว่า บริษัทกำลังจะถูกฟ้องข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน เพราะพวกเขาพา ท่านรองฯไปเที่ยวและให้พ็อกเกตมันนี่นิดหน่อย ตอนนี้ ท่านรองฯกำลังโดนสอบอยู่ อีกไม่นานก็คงถึงคิวพวกเขา

พวกแม่เสือได้ยินก็ตกใจ แก๊งปลาไหลทำท่าเครียดแล้วสุมหัวคิดหาทางออก บุษกรเปิดประตูเข้ามาบอกว่า

"อัยการมาขอพบค่ะ" ทุกคนตกใจ รานีให้พิสินีออกไปถ่วงเวลาไว้ แต่พิสินีทำไม่สำเร็จ ชายใส่สูทสามคนท่าทางขึงขังเดินเข้ามา    หนึ่งในนั้นก็คือรัฐ    เขายื่นนามบัตรให้พร้อมแนะนำตัว

"สวัสดีครับ ผมฉลองรัฐครับ เข้าใจว่าคงได้รับจดหมายจากหน่วยงานของผมแล้ว ขอเชิญไปให้ปากคำด้วยครับ"

"ผมเข้าใจว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับผม ใช่ไหมครับ" ปิยะวัฒน์ตอบกลับ

"ครับ แต่นี่เป็นการขอความร่วมมือ ถ้าเราร่วมมือกันได้ เราก็สามารถเจรจากันได้ในขั้นต่อไป แต่ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ ผมบอกได้เลยว่าพลาด เพราะเราจะซัดคุณให้หนักที่สุด" รัฐขู่ ปิยะวัฒน์อึ้ง ออกลูกลังเลหันมาทางรานี

"ไปกับเขาก่อนเถอะค่ะ" รานีว่า ปิยะวัฒน์หันมามองรัฐ

พวกปลาไหลตามรัฐกับลูกน้องมาขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ ปิยะวัฒน์หันมาย้ำกับรานีก่อนจะขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย

"อย่าเพิ่งผลีผลามทำอะไร รอให้เรารู้อะไรมากกว่านี้ก่อน"

รถตู้แล่นออกไป พวกแม่เสือมองตามไปด้วยความห่วงใย

ทันทีที่รถแล่นพ้นเขตบริษัท แก๊งปลาไหลส่งเสียงเฮลั่น เพราะแผนหนีเที่ยวของเขาสำเร็จ ทุกคนขอบคุณรัฐกับเพื่อนๆที่ช่วยเล่นละครหลอกพวกเมียๆ

"จิ๊บๆครับ  ให้ดุกว่านี้ก็ได้นะครับ  สองคนนี้ก็เพื่อนผมครับ พอเล่าให้มันฟัง มันรีบเข้าร่วมทีมทันที บอกอยากเจอเจ๊โมจิมานานแล้ว" รัฐคุย แล้วถามหาพริษฐ์

"เรายังไม่ได้เตี๊ยมกับเขาเลย แล้วอย่างที่บอกพริษฐ์ เขาเป็นพวกเราแค่ครึ่งตัว   อีกครึ่งเขายังอยู่ฝั่งธรรมะอยู่" ปิยะวัฒน์เอ่ย

รัฐพยักหน้าเข้าใจ แล้วหันไปบอกเพื่อนให้เร่งความเร็ว จะได้ไปถึงจุดหมายปลายทาง

ooooooo

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาในบริษัทอย่างรีบร้อน เจอบุษกรกับพิสินีรอรับอยู่ เมื่อเพ่ยเพ่ยถามถึงเรื่องคดี พิสินีตอบทันทีว่า

"มาจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัวเลย เราไม่มีเวลาคิดอะไรเลย พวกป๊าก็เลยไปกับเขา ส่วนแม่กับอี๊วันกำลังจะไปคุยกับทนาย"

"ปกติคดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ทำไมต้องทำกันขนาดนี้หรอกนะครับ แปลกมาก ใช่ตัวจริงหรือเปล่า" พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยมองหน้ากัน

"เช็กแล้ว ตัวจริงเสียงจริง นี่ค่ะ นามบัตรเขา" บุษกรยื่นนามบัตรให้ พริษฐ์รับมาดู เพ่ยเพ่ยชะโงกหน้ามาดูด้วย แต่ยังไม่ทันได้อ่าน ปิยะวัฒน์ก็โทร.เข้ามาบอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงกำลังคุยกันอยู่ และให้ทุกคนอยู่เฉยๆก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร

พริษฐ์ส่งนามบัตรคืนให้บุษกรแล้วบอกกับเพ่ยเพ่ย

"ผมนัดกับคุณรุ่งไว้จะไปโรงงาน ผมเปลี่ยนใจแล้วล่ะครับอยู่ที่นี่ดีกว่า เผื่อมีอะไรจะได้แก้ปัญหาทัน"

"ขอบคุณนะคะ" เพ่ยเพ่ยเบาใจ

ในเวลาเดียวกัน รุ่งนภาที่รออยู่บนรถตู้ เห็นโทรศัพท์ของพริษฐ์วางอยู่ก็สบโอกาสกดดูข้อมูลในเครื่องเห็นมีชื่อเกษมก็แปลกใจ เพราะไม่คุ้น จึงลองใช้มือถือของเธอโทร.หาคนที่ชื่อเกษม แต่เสียงตอบรับกลายเป็นก้อยกุสุมา เธอรีบวางสายแล้วหยิบมือถือพริษฐ์กดเปลี่ยนแปลงบางอย่าง จากนั้นก็แอบนำข้อมูลไปบอกกับเพ่ยเพ่ย
"เม็มเป็นชื่อผู้ชายเหรอ เรื่องแบบนี้คุณพริษฐ์ไม่น่าจะคิดได้เอง สงสัยพวกเฮียเป่าสอนมาแน่ๆ"

รุ่งนภายุให้เพ่ยเพ่ยลุย เพราะแค้นที่กุสุมาพาคนมาเล่นงานเพ่ยเพ่ย แต่เพ่ยเพ่ยว่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเพราะถ้าพริษฐ์ยังเจ้าชู้ เขาก็มีคนอื่นได้อีก และตอนนี้เธอก็ไม่อยากเสียสมาธิกับเรื่องบริษัท

"ส่วนเรื่องบล็อกเบอร์ยัยนั่นคุณรุ่งทำดีมาก เพ่ยขอบคุณมากค่ะ" เพ่ยเพ่ยยิ้มเศร้าๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีช่วยค่ะ งั้นรุ่งไปก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพริษฐ์จะสงสัย" รุ่งนภาลุกออกไป ขณะที่เพ่ยเพ่ยนั่งลง แล้วพยายามสงบสติอารมณ์

ooooooo

เช้าวันใหม่  จิรนุชเห็นรุ่งนภากำลังจัดจดหมาย แล้วนำไปให้พริษฐ์ในห้อง จึงตามไปแอบดูผลงาน เพราะหนึ่งในซองนั้นมีรูปถ่ายที่เธอส่งมาให้

"เดี๋ยวคุณก็จะได้เห็นของดี คุณพริษฐ์" จิรนุชพึมพำยิ้มร้าย เห็นพริษฐ์ไล่อ่านจดหมายทีละฉบับจนถึงซองรูปถ่าย เขาเปิดดูพบข้างในเป็นรูปถ่ายของเพ่ยเพ่ยกับศุภสิน กำลังเดินช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุข พริษฐ์โกรธมาก ผลุนผลันออกจากห้องพร้อมกับซองรูปถ่าย อารามรีบร้อนทำให้เดินเหยียบที่ใส่สก๊อตเทปที่มีคนทำตกไว้บนพื้น เสียหลักลื่นแต่ยังเกาะผนังทรงตัวไว้ได้ พริษฐ์ขยับยืนแล้วก็ตั้งสติ พลันเหมือนได้ยินคำสอนของหลวงพ่อแสงดังแว่วมา

"ปัญหาแก้ได้ด้วยปัญญา จะมีปัญญาต้องมีสติ จะมีสติต้องไม่ใช้อารมณ์เข้าใจไหม"

พริษฐ์ชะงัก เริ่มคิดแล้วตัดสินใจเดินกลับห้อง จิรนุชที่แอบดูอยู่งงในเหตุการณ์ที่เห็น และเริ่มหมดความมั่นใจ

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่โวยวาย...หรือว่าคุณพริษฐ์ รู้ทัน...แล้วจะรู้มั้ยเนี่ยว่าฝีมือเรา..." จิรนุชหวาดหวั่นกัดเล็บตัวเองอย่างแรง

ในตอนเย็นพริษฐ์เอารูปมาให้เพ่ยเพ่ยดู เพ่ยเพ่ยเตรียมอธิบาย แต่พริษฐ์ว่าเขาเข้าใจ และเชื่อว่าคนที่ส่งรูปมาต้องไม่หวังดีกับครอบครัวเราแน่

"น่ากลัวจัง แล้วเขาเป็นใคร" เพ่ยเพ่ยสงสัย

"ซักวันเราต้องรู้แน่นอนครับ" พริษฐ์มั่นใจ

ขณะนั้นจิรนุชนั่งเครียด นึกระแวงกลัวพริษฐ์จะรู้ความจริงว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด อีกทั้งยังระแวงว่า ศุภสินจะหักหลัง เธอจึงโทร.ไปหาศุภสิน แต่ศุภสินไม่ว่าง คุยด้วย เพราะกำลังรอส่งของอยู่ เขากดวางสายทันที

"อะไรของมัน มาวางสายฉันแบบนี้ ญาติตายรึไง"

ด้านศุภสินที่รอส่งของอยู่ในปั๊ม เขากระวนกระวายใจ เพราะเลยเวลานัดหมายมากแล้ว  เมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้น รับสายจึงได้ความว่าลูกค้ายกเลิก เพราะฝ่าด่านตำรวจมาไม่ได้

"ถ้าคุณไม่มาเอาของ เราไม่ต้องติดต่อกันอีกเลยนะ ...เออ ไปตายที่ไหนก็ไป" ศุภสินแกะซิมออกมาโยนลงพื้น ยกเท้ากระทืบๆ

ศุภสินเดินหัวเสียกลับเข้ามาในบ้าน เตี่ยเห็นสภาพลูกชายก็พอเดาได้ว่า เกิดอะไรขึ้นจึงเร่งให้จับเพ่ยเพ่ยมาทำเมียเพื่อจะได้เสริมดวง

"ลื้อเอาชนะใจเขาได้มันก็ดี แต่ถ้ามันเสียเวลานักก็อย่าคิดมากเลยวะ จับตัวมาขัง ทำให้เป็นผู้หญิงของลื้อ เขาจะรักหรือไม่รักก็ไม่สำคัญ ขอให้ได้อยู่กินกัน ดวงเขาจะช่วยลื้อพ้นจากอันตรายได้"

ooooooo

กุสุมาพยายามโทร.เข้ามือถือพริษฐ์ แต่ติดต่อไม่ได้จึงโทร.มาที่บริษัท รุ่งนภาเป็นคนรับสาย เธอรีบตัดบทไม่ให้กุสุมาได้คุยกับพริษฐ์ แล้วแกล้งโทร.กลับแบบไม่โชว์เบอร์ไปหลอกกุสุมาว่า

"เราเพิ่งรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อรุนแรง เขาบอกเคยมีเพศสัมพันธ์กับคุณ ทางโรงพยาบาลจึงโทร.มาให้คุณไปตรวจเลือดด่วนเลยนะคะ ถ้าโชคร้ายติดเชื้อถึงตายเลยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีค่ะ สวัสดีค่ะ" รุ่งนภารีบวางสาย หัวเราะคนเดียว ขณะที่กุสุมาหน้าเหวอเพราะกลัวตาย

ศุภสินไม่ละความพยายาม เขาทุ่มทุนจองห้องวิวริมแม่น้ำในโรงแรมหรู เพื่อนัดเพ่ยเพ่ยไปดินเนอร์และหวังปล้ำทำเมีย แต่ถูกเพ่ยเพ่ยปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย

"ไม่เป็นไรหรอกครับนาย ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก พยายามต่อไป เขาคงใจอ่อนเข้าสักวัน ใช่ไหมครับเจ้านาย" ลูกน้องเสนอหน้าเข้ามา

"ไม่ใช่โว้ย ถ้าเป็นเมื่อก่อนยังพอทน แต่ตอนนี้ขืนทนต่อไปคงขาดทุนป่นปี้ ในเมื่ออั๊วให้โอกาสสุดท้ายไปแล้ว เค้าไม่ตอบสนอง ก็ได้...สุราเชิญดื่มไม่ชอบ ชอบสุราจับกรอก" ศุภสินเสียงเครียดหน้าเคร่ง เอาจริง!

ooooooo

เจ๊โมจิส่งคลิปเชิญแก็งปลาไหลไปร่วมงาน

แบงค็อกเดบูตองบายเจ๊โมจิ และขึ้นรูปสาวๆหน้าแฉล้มมาให้ดูด้วย แก๊งปลาไหลเห็นแล้วก็แทบขาดใจ เพราะเดบูตองเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า งานเปิดตัวลูกสาวว่าเป็นสาวและพร้อมจะมีสามี

"ถ้าทางเราพร้อม ผมจะได้โทร.บอกให้รัฐเตรียมตัวให้พร้อมเช่นกัน เพราะจะให้รัฐบอกกับทางนู้นว่า จะสอบปากคำเราเพิ่มเติม" ปุริมวางแผน

ปิยะพงษ์เสนอว่า ต้องชวนพริษฐ์ไปด้วย เพราะถ้าเจอน้องๆเดบูตองเข้าไปก็คงติดใจและเปลี่ยนมาเป็นพวกปลาไหลอย่างเต็มตัวซะที

"แต่จะหลอกมหาไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย แผนที่บอกเราโดนสอบสวนเนี่ย ใช้กับพวกผู้หญิงก็แนบเนียนดี แต่ใช้กับมหาไม่ได้แน่ เพราะมหามีความรู้ในเรื่องพวกนี้ แล้วยังรู้จักเพื่อนเพ่ยเพ่ยที่ชื่อรัฐด้วย" อากงหวั่นใจ

"ไม่เป็นไรครับ เรื่องมหาเดี๋ยวผมกับอาเปียวจัดการเอง ต้องพามหาไปสัมผัสกับโลกจริงที่อยู่เหนือจินตนาการให้ได้ เป็นการทำบุญไปในตัว ชาติหน้าเกิดมาจะได้คลุกคลีในวงการนี้ต่อไป" ปุริมอาสาแล้วหันไปนัดแนะปัญจพล

แล้วปัญจพลก็ไปพบกับรัฐเพื่อเตรียมแผนหนีเที่ยว โดยให้รัฐส่งลูกน้องมารับตัวแก๊งปลาไหลโดยอ้างว่า จะขอสอบปากคำเพิ่ม และให้พริษฐ์ตามไปให้ปากคำด้วย

"พอไปถึงงานเดบูตอง ข้าวสารก็เป็นข้าวสุก เขาจะรู้จักผมก็ไม่มีผลอะไร ถูกไหมครับ" รัฐเสนอ

"โอ้ เยี่ยมเลย สรุปเอาตามที่คุณรัฐว่านี่แหละ" ปัญจพล เห็นดีด้วย

เมื่อเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์มาทานอาหารเย็นที่บ้านผิงเทียน รานีปรับทุกข์กับทั้งคู่เรื่องคดีความเพราะพวกผู้ชายในบ้านกำลังจะถูกเชิญ ตัวไปสอบสวนอีกรอบ แล้วอาม่าก็เหลือบไปเห็นเพ่ยเพ่ยมีอาการแปลกๆ จึงคว้าข้อมือเพ่ยเพ่ยไปแมะครู่หนึ่ง แล้วสั่งพริษฐ์ว่าพรุ่งนี้ให้พาเพ่ยเพ่ยไปหาหมอ

"ครับ" พริษฐ์รับคำ อาม่าวางมือเพ่ยเพ่ยแล้วแอบอมยิ้มชำเลืองมองที่ท้องเพ่ยเพ่ย

เย็นวันต่อมาพริษฐ์มารับเพ่ยเพ่ยที่ห้องทำงานเพื่อจะพาไปหาหมอ ปุริมเดินมาตามบอกว่าอยากให้พริษฐ์ไปช่วยดูเรื่องคดี พริษฐ์ลังเลเพราะอยากจะพาเพ่ยเพ่ยไปหาหมอก่อน เพ่ยเพ่ยรีบตัดบทบอกให้พริษฐ์ไปกับปุริม ส่วนเธอจะไปหาหมอกับแม่แทน

ooooooo

ปลาไหลป้ายแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด