ตอนที่ 12
หลังอิ่มอร่อยอาหารมื้อค่ำกับเพ่ยเพ่ย ศุภสินเดินมาส่งเธอที่รถ อนิจจา ลมยางรถแฟบไปทั้ง 4 ล้อ เพ่ยเพ่ยจำยอมให้ศุภสินมาส่งที่บ้าน เธอแอบหยิบมีดสั้นในรถมาด้วย ศุภสินเห็นก็ยิ้ม ระหว่างทางศุภสินพยายามหลอกเพ่ยเพ่ยว่า เธอเป็นคนรักคนแรก และรักเดียวที่ฝังใจอยู่มิคลาย...
เช้าวันใหม่ รุ่งนภากับเด๋อเข้ามารายงานเรื่องพริษฐ์ที่ไปสืบมา
"เราสะกดรอยซักสองอาทิตย์ก็คงพอ เพราะถ้าคุณพริษฐ์ เลี้ยงเมียน้อยไว้จริงๆ ยังไงในสองอาทิตย์นี่ก็ต้องแวบไปหาแน่ๆ" เด๋อจีบปากจีบคอ รุ่งนภารีบแทรกถามว่า ถ้าพริษฐ์เลี้ยงเมียน้อยจริงๆเพ่ยเพ่ยจะทำอย่างไร
"เพ่ยเคยบอกกับคุณพริษฐ์แล้วว่า ถ้ามีเรื่องแบบนั้นอีก เพ่ยจะขอหย่า ไม่มีทางออกอื่น"
ขณะที่เพ่ยเพ่ยหาความจริงเรื่องกุสุมา พริษฐ์ก็เริ่มระแวงศุภสิน เพราะรู้มาจากรุ่งนภาว่าศุภสินนัดเจอเพ่ยเพ่ยอยู่บ่อยๆเมื่อเขาถามเพ่ยเพ่ย เธอยืนยันว่าไปคุยเรื่องงาน เพราะศุภสินมีข้อมูลดีๆ
ขณะที่พริษฐ์จะซักต่อ สัญญาณโทรศัพท์มือถือพลันดังขึ้น เขารีบกดรับสาย เมื่อเห็นว่าเป็นของกุสุมาก็ทำเสียงเข้มเพราะกลัวเพ่ยเพ่ยสงสัย กุสุมาอ้อนและตื๊อให้พริษฐ์ไปหา
"เดี๋ยวอีก 3-4 วันครับ จริงๆครับ ผมสัญญาครับ" พริษฐ์เสียงอ่อน
กุสุมาพอใจยอมวางสาย เมื่อพริษฐ์เห็นว่าภรรยามองอยู่ จึงทำเป็นเสียงแข็งพูดโทรศัพท์คนเดียว
"จะให้ผมพูดแบบนี้ใช่ไหมครับถึงจะพอใจ จะบอกให้ว่ามันไม่ช่วยอะไรหรอกครับ ทันก็ทัน ไม่ทันก็ไม่ทัน ผมไม่ใช่ พวกชอบประจบรับปากไปเรื่อยเปื่อย ไม่ทันก็ไม่ทัน เท่านี้นะครับ" พริษฐ์วางสายพลางบ่นดังๆ "นี่มันกี่โมงแล้ว ยังโทร.มาอีก ไม่รู้เรื่องเลย"
"ลูกค้าเหรอคะ" เพ่ยเพ่ยถาม พริษฐ์พยักหน้า แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องลงแข่งบีบีกัน
แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง แก๊งปลาไหลกับแก๊งแม่เสือยืนเผชิญหน้ากันในสนามบีบีกัน เจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงกติกา แล้วให้ทั้งสองทีมเข้าไปเตรียมตัว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แก๊งปลาไหลก็ประสานมือกันแล้วเปล่งเสียง
"แด่ชัยชนะ เย้" ส่วนแก๊งแม่เสือก็ประสานมือกันร้องว่า สู้โว้ย ทั้งสองทีมเดินเข้าสู่สนาม อากงย้ำกับสมาชิกในทีม
"พร้อมแล้วนะพวกเรา ทุกคนหลับตาลง ฟังอั๊วให้ดี อย่ากลัวกระสุน อย่ากลัวเมีย จงนึกถึงหน้าน้องๆของเจ๊โมจิเอาไว้ น้องๆเหล่านั้นยิ้มให้เรา รอเราไปหา และจงอย่าลืมเด็ดขาดว่าถ้าเราไปสาย น้องๆเหล่านั้นจะไปกับคนอื่นหมด เพราะฉะนั้นพวกเราต้องสู้ ต้องเสี่ยง ดำเนินการดุดันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ...สู้ไม่สู้"
ทีมแม่เสือได้ยินเสียงตะโกนมาจากแก๊งปลาไหล พวกเธอหันไปมองแล้วคุยกันว่าสงสัยจะดูหนังสงครามมากไป อรวรรณบ่นว่าอากาศร้อนมาก น่าจะเปลี่ยนไปแข่งกลางคืน บุษกรเห็นด้วย เธอว่าต้องรีบยิงให้จบเกมเร็วๆไม่งั้นเหงื่อไหลท่วมตัวแน่ๆ ส่วนอาม่าหันมาถามแผนสำรองกับเพ่ยเพ่ย
"ค่ะ เราจะยื่นรายชื่อร้านคาราโอเกะที่ปลอดภัยให้เขาเลือก ห้ามแหกโผ แล้วเราจะจัดรถแอบสะกดรอยตามไปอีกที ถ้าแหกโผเมื่อไหร่ สัญญาเป็นโมฆะทันที" เพ่ยเพ่ยรายงานเกมการต่อสู้ระหว่างแก๊งปลาไหลกับแม่เสือเป็นไปอย่างดุเดือด ขณะที่ฝ่ายชายกำลังได้เปรียบ แก๊งแม่เสือกำลังรวนอยู่นั้น ปุริมทำปืนลั่นไปโดนสายไฟแรงสูงของเสาสปอตไลต์ สายไฟขาดเปลวไฟแลบแปล๊บๆตกลงมาที่บังเกอร์ของแก๊งปลาไหล เปลวไฟลุกวาบ พวกแก๊งปลาไหลร้องลั่นเพราะโดนไฟช็อต พวกแม่เสือร้องกรี๊ดวิ่งเข้ามาดู แล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล
ooooooo
ครั้นมาถึงโรงพยาบาล หมอพาแก๊งปลาไหลเข้าห้องรักษา ปล่อยให้แม่เสือรออยู่อย่างกระวนกระวาย เมื่อหมอเดินผ่านมา จึงรีบถามอาการ
"พวกเราจะทำเต็มที่ครับ แต่คงต้องใช้เวลานาน พวกคุณรออยู่ข้างนอก ห้ามเข้าไปรบกวนหมอนะครับ" หมอหนุ่มท่าทางแปลกๆเดินเข้าไปในห้อง
แก๊งแม่เสือหารู้ไม่ว่าเป็นแผนการของพริษฐ์ เพื่อให้แก๊งปลาไหลอาศัยเวลาช่วงนี้หนีเที่ยว แต่พริษฐ์เองไม่ยอมไป
"ตกลง เราเคารพการตัดสินใจของมหา และขอบคุณมากสำหรับการวางแผนของคุณ" ปุริมเอ่ย
"อย่าเสียเวลา ไปได้แล้ว" อากงกระชากผมปุริมขึ้นรถจากไป ปล่อยให้พริษฐ์เดินกลับห้องฉุกเฉิน
ขณะที่แก๊งปลาไหลเริงร่าอยู่กับพวกสาวๆ แก๊งแม่เสือกระวนกระวายใจอยู่ที่โรงพยาบาล เธอไหว้พระพุทธรูปหน้าโรงพยาบาล ขอพรให้สามีปลอดภัย
ด้วยความร้อนใจ เพ่ยเพ่ยจึงมาเคาะประตูห้องฉุกเฉิน พริษฐ์ลุกไปแอบดู จึงรีบกดล็อกแล้วให้หมอเก๊ออกไปเจรจา หมอเก๊ออกไปแวบเดียว รีบเข้ามาบอกว่าต้านไม่ไหวแล้ว พริษฐ์ จึงสวมชุดกาวน์ปลอมตัวออกไป
"ใจเย็นๆครับ หมอกับพยาบาลทำงานเต็มที่...ตอนนี้ปลอดภัยหมดแล้วครับ แต่ยังเข้าเยี่ยมไม่ได้ พวกคุณไปหาข้าวทานกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลม" พริษฐ์ดัดเสียง แล้วทำท่าจะกลับเข้าห้อง เพ่ยเพ่ยดึงไว้ แล้วยื่นคำขาด
"อีกหนึ่งชั่วโมง ถ้าหมอยังไม่ให้พวกเราเยี่ยม เราจะบุกเข้าไปเอง"
แก๊งปลาไหลระเริงอยู่กับสาวๆของเจ๊โมจิ เมื่อพริษฐ์ โทร.ไปบอกเรื่องเพ่ยเพ่ยจะบุกห้องฉุกเฉิน จึงพากันกลับโรงพยาบาล โดยลืมไปว่าสมาชิกหายไป 1 คน
"อ้าว เสี่ยไม่ได้กลับไปกับพวกเฮียเขาเหรอคะ เห็นเขาบอกพวกอาซ้อจะบุกเข้าห้องฉุกเฉิน เลยต้องรีบเผ่นกลับน่ะค่ะ" เจ๊โมจิถาม
"โอ้ว โฮลี่ชิท...อากงอยู่ไม่ได้แล้ว...แล้วจะกลับยังไงเนี่ย"
"เดี๋ยวเสี่ยเอารถโมจิไปก็ได้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยให้คนเอามาคืน ถามเด็กเฝ้ารถค่ะว่ารถหนูคันไหน" เจ๊โมจิหยิบกุญแจรถส่งให้ อากงขอบคุณแล้วรีบเดินออกไป ไม่ทันเห็นว่ารัฐเดินเข้ามา
ครั้นแก๊งปลาไหลกลับมาถึงโรงพยาบาล ต้องปีนเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งร้อน ส่วนเรื่องอากงนั้น ปิยะวัฒน์เป็นคนคิดวางแผนแก้สถานการณ์
เมื่อเห็นพวกเพ่ยเพ่ยเดินตรงดิ่งมาที่ห้อง ทุกคนรีบกลับไปนอนบนเตียง แล้วหลอกพวกแม่เสือว่าอากงหมดลมแล้วขณะที่แต่ละคนตกใจ ปุริมกับปัญจพลเข็นเตียงเปล่าของอากงออกไปจากห้องเพื่อไปดักรอรับ และเมื่ออากงมาถึง หมอเก๊ทำหน้าที่บอกพวกแม่เสือว่าอากงฟื้นแล้ว
"อาผิงเทียน ลื้อยังไม่ตาย ลื้อยังไม่ตาย ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณเทพเจ้าทุกพระองค์" อาม่าวิ่งเข้ากอดอากง
"อั๊วดีใจจริงๆที่ได้กลับมาเห็นหน้าลื้อ กลับมาเห็นหน้าลูกๆหลานๆอีกครั้ง" อากงทำซึ้ง
เมื่อหลอกพวกแม่เสือได้สำเร็จ แก๊งปลาไหลก็ชักติดใจ และพร้อมใจกันยกตำแหน่งยอดกุนซือให้พริษฐ์ เพื่อจะให้วางแผนหนีเที่ยวครั้งต่อไป
"ไว้ใจเถอะครับ ถ้ามหาเป็นพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างจ้า ตอนนี้พระอาทิตย์ดวงนี้ก็กำลังถูกราหูครอบงำ รัศมีเริ่มหมองมัว และกำลังจะเป็นหลุมดำแบบพวกเราในไม่ช้านี่แหละครับ" ปุริมเอ่ย พลางหัวเราะชอบใจ
ooooooo
ขณะที่เพ่ยเพ่ยจ้างทรงพลมาช่วยสืบเรื่องพริษฐ์ กับกุสุมา จิรนุชก็คอยเป็นตัวช่วยให้กับศุภสิน ทันทีที่เธอทราบว่าพริษฐ์นัดลูกค้าที่ร้านอาหารในโรงแรมดัง จึงโทร.บอกศุภสินทันที
เวลาและสถานที่ที่เพ่ยเพ่ยมาพบศุภสินนั้น จึงเป็นเวลาเดียวและร้านอาหารเดียวกันกับพริษฐ์มาพบลูกค้า ศุภสิน แสร้งเอาอกเอาใจเพ่ยเพ่ย เมื่อรู้ว่าพริษฐ์มองอยู่ เพื่อให้เหตุการณ์ เลวร้ายลง เขาจึงแกล้งเป็นลม เมื่อเพ่ยเพ่ยรีบเข้าไปพยุง พริษฐ์ ก็สุดทนต่อไปได้
"คุณเพ่ย คุณ..." พริษฐ์พุ่งมาด้วยความโกรธแล้วลื่นปื๊ด ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง เพ่ยเพ่ยรีบวิ่งเข้ามาดู พริษฐ์ขยับจะลุก แต่แล้วก็ร้องลั่นเพราะเจ็บ
"คุณพริษฐ์อยู่เฉยๆนะครับ อย่าเพิ่งขยับ กระดูกอาจจะเคลื่อนได้" ศุภสินรีบบอก...เวลาต่อมาเมื่อสองสามีภรรยาพากันกลับบ้าน ระหว่างเข้าบ้านนั้นเอง พริษฐ์พยายามอ้อนวอนเพ่ยเพ่ย
"ผมขอร้อง คุณหยุดโปรเจกต์นี้ได้ไหมครับ หรือไม่ก็ให้คนอื่นรับช่วงแทน หรือให้ผมทำแทนก็ได้ คุณอยากเจาะตลาดที่ไหนเดี๋ยวผมจัดการให้ หยุดติดต่อกับเขาเถอะครับ ผมขอร้องได้ไหมครับ"
"ไม่ได้ค่ะ พริษฐ์ไม่มีเหตุผล...ทานยาก่อนนะคะ" เพ่ยเพ่ยยื่นยาให้พริษฐ์ฮึดฮัดสะบัดหน้าหนี แต่แรงไปหน่อยจึงกระเทือนถึงเอว เขาร้องลั่น เพ่ยเพ่ยหมั่นไส้เดินหนีออกไป แล้วแอบดูว่าพริษฐ์ยอมกินยาหรือไม่
จิรนุชกับกุสุมายังร่วมมือกันเป็นอย่างดี เธอร่วมกันวางแผนหลอกพริษฐ์ว่า เธอกำลังถูกขู่ฆ่า โดยเขียนคำขู่ไว้หน้าห้อง เมื่อพริษฐ์รู้เรื่องจึงรีบมาดู โดยไม่รู้ด้วยว่ามีลูกน้องของทรงพลคอยติดตาม พริษฐ์ยืนตะลึง เมื่อเห็นกุสุมายืนร้องไห้ เธอฟูมฟายฟ้องว่า ต้องเป็นฝีมือเพ่ยเพ่ยแน่
"เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ฝีมือเพ่ยเพ่ย ความรู้ระดับคุณเพ่ยไม่สะกดคำง่ายๆผิดอย่างงี้หรอกครับ ดูสิข่มขืนก็เขียนเป็นขมขืน"
กุสุมาหน้าชารีบอ้างใหม่ ก่อนพูดตัดบท
"จะเมียคุณหรือใครก็เถอะค่ะ แต่ตอนนี้ก้อยกลัวมาก ก้อย...ก้อย...ฮือ..." กุสุมามารยาร้องไห้เสียงดัง
พริษฐ์เมื่อเห็นห้องใกล้ๆพากันแตกตื่น จึงพาเธอเข้าไปคุยในห้อง และไม่ทันเห็นลูกน้องของทรงพลที่แอบถ่ายวีดิโออยู่หลังกระถางต้นไม้ใบใหญ่
ปิดประตูห้องแล้ว กุสุมาโผเข้ากอดพริษฐ์ พลางหันไปทางกล้องวีดิโอตัวจิ๋ว ที่เธอซ่อนเอาไว้หวังได้ภาพเด็ดตอนเธอเผด็จศึก
"วันก่อนผมหกล้ม แล้วเอวเคล็ดน่ะครับ จะเดินยังไม่ค่อยไหวเลยครับ ต้องค่อยๆเดิน ขยับเขยื้อนเร็วๆไม่ได้ครับ"
"เขยื้อนเร็วๆไม่ได้...มาค่ะเดี๋ยวขอก้อยดูหน่อยนะคะ" กุสุมาดันให้พริษฐ์นอนคว่ำ แล้วกดตรงนู้นตรงนี้ จากนั้นก็ช่วยนวดกดจุดให้ พริษฐ์รู้สึกสบายเผลอรำพึงรำพันออกมา
"โอ เหมือนขึ้นสวรรค์เลยครับ คุณก้อยนี่เก่งจริงๆครับ"
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เมื่อพริษฐ์ออกจากห้อง ลูกน้องทรงพลที่แอบสังเกตการณ์ เห็นเด็กคนหนึ่งผ่านมาจึงออกวิ่งหนี อารามรีบร้อนทำให้ซองสีน้ำตาลหล่นลงอย่างไม่รู้ตัว พริษฐ์ หยิบมาเปิดดูเห็นรูปถ่ายของเขากับกุสุมา และกระดาษจดบันทึกการเคลื่อนไหวของกุสุมา
"นี่เขาเฝ้าติดตามคุณก้อยมาหลายวันแล้วนี่ครับ" พริษฐ์ ล้วงดูในซองอีก คราวนี้เจอนามบัตรของเพ่ยเพ่ย
ooooooo
ในเย็นวันนั้นพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยมีปากเสียงกัน จิรนุชกับศุภสินทราบเรื่องก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"อย่างนี้ไม่ใช่ข่าวดีหรอกครับ ต้องเรียกข่าวซุปเปอร์ดี" ศุภสินยิ้ม เมื่อทราบข่าวจากจิรนุช
วันต่อมา ศุภสินเร่งทำคะแนนต่อ เข้าหาเพ่ยเพ่ยที่บริษัทและชวนเธอออกไปซื้อของโดยอ้างว่า จะครบรอบวันตาย
ของแม่ อยากซื้อชุดสวยๆแต่เลือกไม่เป็น เพ่ยเพ่ยสงสารจึงยอมออกไปด้วย
และเมื่ออยู่กันตามลำพัง ศุภสินก็สร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่แสนดีและรักครอบครัวมาก แล้วพูดแทงใจดำเพ่ยเพ่ยถึงเรื่องพริษฐ์แอบนอกใจ ทำให้เพ่ยเพ่ยถึงกับน้ำตาซึม แล้วขอตัวไปห้องน้ำ
ส่วนพริษฐ์หลังจากได้คิดทบทวนอยู่หลายครั้ง ก็ตัดสินใจโทร.นัดกุสุมาออกมาพบ และบอกกับเธอว่า เพ่ยเพ่ยไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องคนแอบตาม
"เมื่อวานคุณพริษฐ์ดูมั่นใจมากนี่คะว่าเป็นฝีมือของเมียคุณ แล้วทำไมวันนี้เปลี่ยนความคิดล่ะคะ แต่ก็ตามใจคุณพริษฐ์ ก้อยก็บังคับให้ใครเชื่อก้อยไม่ได้หรอกค่ะ" กุสุมาเอ่ยพลางรีบเปลี่ยนเรื่อง เป็นชวนพริษฐ์ไปนวดต่อที่ห้อง พริษฐ์ ลังเล แล้วเรียกพนักงานมาเก็บเงิน
พนักงานสาวเดินเข้ามาทักทายพริษฐ์อย่างสนิทสนม เพราะเป็นลูกค้าประจำ กุสุมาไม่พอใจจึงหาเรื่องกับพนักงาน แต่เมื่อหันกลับมาก็พบว่าพริษฐ์ขับรถออกไปแล้ว
"คุณพริษฐ์...คุณพริษฐ์...โธ่เว้ย จะชวนขึ้นไปได้อยู่แล้วเชียว ฮึ่ย" กุสุมาโวยวายเจ็บใจ
ooooooo
ปุริมกับปัญจพลพาบุษกรและพิสินีออกมาช็อปปิ้ง บังเอิญพบหนิงเพื่อนเก่าที่เปิดสปาอยู่แถวนั้น หนิงจึงชวนพิสินีกับบุษกรไปบริการสปาที่ร้าน เท่ากับเปิดโอกาสให้สองสามีไปหาเจ๊โมจิอย่างไม่รู้ตัวส่วนเพ่ยเพ่ยชวนภัคพรออกมาทานข้าว เธอปรับทุกข์ กับภัคพรเรื่องพริษฐ์
"ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณรัฐล่ะ เธอคิดว่าเธอจะเชื่อคุณรัฐไหม"
"คุณรัฐเขาเคยหลงผิด แต่เขาก็กลับตัวกลับใจแล้ว เลิกงานก็กลับบ้านตรงเวลาตลอด...ถ้าเป็นคุณรัฐ ฉันเชื่อว่าเขาไม่โกหกฉันหรอก"
"เธอทำได้ไงนะ ภัค"
"ขั้นแรกเลยเราต้องเชื่อมั่นในความรัก เชื่อมั่นในคนที่เรารัก แม้เขาจะเคยพลาด เราก็ต้องให้โอกาสเขา ไม่หมดศรัทธาในความรัก แล้วความรักของเราก็จะแข็งแรง ที่ผ่านมาทั้งคุณรัฐกับคุณพริษฐ์ต่างก็เคยพลาด แต่พลาดเพราะความใคร่ เราต้องใช้ความรักเอาชนะความใคร่" ภัคพรแนะนำ
ค่ำนั้นเอง เมื่อพริษฐ์กลับมาถึงบ้านก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าเพ่ยเพ่ยเตรียมอาหารโปรด และตกแต่งบรรยากาศห้องไว้อย่างหรู
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพ่ยไม่อยากให้บรรยากาศในครอบครัวเราเป็นแบบเมื่อวาน เพ่ยอยากให้ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่มีความสุข เลิกงานแล้วก็อยากกลับบ้าน"
"แต่เราก็ปฏิเสธความจริงหรือหลอกตัวเองไม่ได้นะครับ เราคงไม่มีความสุขจริงๆหรอกครับถ้าลึกๆแล้วเรายังคลางแคลงใจกันอยู่"
"เพ่ยไม่ได้หลอกตัวเองหรือแค่ทำเป็นลืมๆไปหรอกค่ะ เพ่ยรู้ว่าเรายังคลางแคลงใจกันอยู่ แต่ตราบใดที่มันยังไม่ใช่ข้อสรุป เราก็ไม่จำเป็นต้องตีหน้ายักษ์หน้ามารใส่กันนี่คะ ไว้จนวันที่ทุกอย่างชัดเจน ถ้าเราจะยิ้มให้กัน เราจะได้ยิ้มให้กันแบบสบายใจ หรือถ้าเราต้องแยกทางกัน เราก็จะได้แยกทางกันอย่างที่ยังรู้สึกดีต่อกันได้ ใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ ผมเห็นด้วยครับ ก่อนจะถึงวันนั้น วันนี้ผมอยากกอดคุณเพ่ยจังเลย คุณเพ่ยเป็นภรรยาที่ประเสริฐจริงๆเลย"
"กอดสิคะ เพ่ยยังเป็นภรรยาของคุณพริษฐ์ และยังรักคุณพริษฐ์อยู่" เพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาหา พริษฐ์ดึงเพ่ยเพ่ยเข้ามากอด
ooooooo
วันต่อมา ศุภสินโทร.มานัดเพ่ยเพ่ยออกไปทานอาหาร แม้จะอ้างสารพัดอย่างไรเพ่ยเพ่ยก็ไม่ยอม ไม่อยากให้พริษฐ์เข้าใจผิดอีก ขณะเดียวกัน กุสุมาก็โทร.มาอ้อนพริษฐ์ให้ไปหาที่คอนโดฯ แต่ก็ผิดหวังอีกเช่นกัน
ส่วนจิรนุช เมื่อเห็นเพ่ยเพ่ยควงพริษฐ์ออกไปทานกลางวันก็เครียด เผลอกำดินสอในมือหัก เสี้ยนตำมือจนเลือดไหล เธอโทร.มาหาศุภสิน เมื่อศุภสินสารภาพว่าชวนเพ่ยเพ่ยออกมาไม่ได้จึงเผลอต่อว่าออกไป
"จะมีหรือไม่มีน้ำยา แต่อย่างน้อยผมก็กล้าออกหน้าจีบคุณเพ่ยเพ่ยแล้วกัน คุณมีน้ำยากล้าจีบคุณพริษฐ์รึเปล่าล่ะ" ศุภสินย้อน
"ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน" จิรนุชขัดใจ กดวางสายเอาดื้อๆ แล้วโทร.หากุสุมาเพื่อถามข่าว คำตอบที่ได้ก็คือ พริษฐ์มาหากุสุมาที่คอนโดฯ เพื่อมาแก้ต่างให้เพ่ยเพ่ย แล้วก็กลับไป
"ไม่ได้เรื่องเล้ยแต่ละคน" จิรนุชบ่นอุบอย่างหงุดหงิด
เมื่อกุสุมาลงมาทานอาหารที่ร้านในคอนโดฯ เกิดเรื่องกับเด็กเสิร์ฟถึงกับตีกันนัวเนีย เธอจึงโทร.ตามพริษฐ์ให้มาหา พริษฐ์รีบมาเคลียร์กับผู้จัดการ แล้วลากกุสุมากลับขึ้นห้อง ช่วงนั้นเองทรงพลที่ซุ่มดูอยู่เห็นเต็มสองตาจึงโทร.รายงานเพ่ยเพ่ย
พริษฐ์เมื่อพากุสุมาเข้ามาในห้อง เขากล่อมให้เธอใจเย็น กุสุมาฉวยโอกาสรุกเผด็จศึกพริษฐ์อีก แต่มือถือพริษฐ์ดังขึ้นมาเสียก่อน พริษฐ์รับสายแล้วบอกกุสุมา
"ผู้จัดการคอนโดฯเขาโทร.มาบอกว่า น้องเด็กเสิร์ฟเขากลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว คุณก้อยครับ ตอนนี้คุณก้อยกำลังปล่อยให้โทสะและโมหะครอบงำจิตใจอยู่ ทางที่ดี ลองนั่งสมาธินะครับ ทำจิตใจให้สงบจะได้เป็นสุข อย่าลืมว่าความโกรธแค้นคือยาพิษ เก็บไว้มันก็เป็นพิษกับตัวเราเอง ตอนนี้น้องเค้ากลับไปแล้ว แค้นไปก็เท่านั้น ปล่อยวางดีกว่าครับ ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ" พริษฐ์ร่ายยาวแล้วถือโอกาสที่กุสุมายังงงอยู่ ออกไปนอกห้อง
กุสุมารีบตามเข้ามาขวางแล้วแกล้งเป็นลม ชายหนุ่มจึงต้องพากุสุมากลับห้อง ในระหว่างนั้นเอง เพ่ยเพ่ยก็มาถึงที่คอนโดฯ เธอตรงเข้าไปถามความคืบหน้ากับทรงพล
"ครั้งล่าสุดก็อย่างที่บอกน่ะครับ ว่าคุณพริษฐ์พากุสุมาขึ้นไปข้างบนก็เกินครึ่งชั่วโมงแล้ว"
ฝ่ายพริษฐ์เมื่อส่งกุสุมาเรียบร้อยแล้ว เขารีบเดินหนีออกมาโดยไม่รู้ว่าทำโทรศัพท์หล่นไว้ในห้องจนกระทั่งจะลงลิฟต์ถึงรู้ตัวจึงหันกลับไป เมื่อเคาะประตูเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบคิดว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป ในห้องปิดไฟมืด มีเสียงปิดประตูปัง
"ในที่สุดคุณพริษฐ์ก็กลับมาหาก้อย คุณพริษฐ์ไม่ทิ้งก้อย คุณพริษฐ์ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ" กุสุมาโผเข้าใส่ พริษฐ์ ร้องลั่น
"เดี๋ยวครับ อย่ากอดผมครับ ขอผมเปิดไฟก่อน มองไม่เห็น ออกไปก่อนสิครับ เปิดไฟก่อนครับคุณก้อย ผมมาเอามือถือครับ เปิดไฟก่อนครับ ผมมองไม่เห็นอะไรเลย"
สิ้นเสียงพริษฐ์ประตูห้องก็เปิดผลัวะ เพ่ยเพ่ยเข้ามากับทรงพล เมื่อเพ่ยเพ่ยเปิดไฟในห้อง เธอก็เห็นกุสุมาในชุดเซ็กซี่กอดพริษฐ์แน่น
"ใครคะ เมียคุณเหรอ"
"ครับ เมียผมเอง คุณเพ่ย คุณ...เอ่อ...มาที่นี่ทำไมเหรอครับ" พริษฐ์เสียงสั่น
"เพ่ยไม่ควรมาใช่ไหมคะ เพ่ยมาขัดความสุขของคุณใช่ใหม่คะ"
"ค่ะ คุณไม่ควรมา คุณมาขัดจังหวะจริงๆค่ะ แต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไรอ่ะนะ ตอนนี้รู้ตัวแล้วก็เชิญออกไปก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวอีกซัก 2-3 ชั่วโมงค่อยมาใหม่ เอ๊ ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนใจแล้ว ขอเป็นพรุ่งนี้บ่ายๆได้ไหมคะ คุณค่อยมาเอาตัวคุณพริษฐ์ กลับไป" กุสุมายั่ว
"คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน คุณนั่นแหละ ออกไปเดี๋ยวนี้" เพ่ยเพ่ยจ้องหน้ากุสุมาเขม็ง
กุสุมาร้องท้าทาย จนพริษฐ์ต้องเข้าห้ามปราม แต่โดนเพ่ยเพ่ยผลักกระเด็น แล้วตรงเข้ามาหากุสุมาที่รออยู่แล้ว เธอสะบัดมีดแทงสวนออกมา เพ่ยเพ่ยปัดมีดออก แล้วสวนหมัดไปถูกกุสุมากระเด็นไปชนตู้ล้มโครมคราม ทรงพลเห็นสถานการณ์เลวร้ายรีบเข้าห้ามไว้ เพ่ยเพ่ยจึงเดินออกไป
"คุณเพ่ยรอก่อนครับ คุณเพ่ยอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมอธิบายได้ครับ"
เพ่ยเพ่ยไม่ยอมรับฟังคำอธิบายใดๆ เธอเก็บเสื้อผ้ากลับไปอยู่กับนารี พริษฐ์ร้อนใจรีบไปขอคำแนะนำจากปุริม และยืนยันว่าเขาไม่มีอะไรเกินเลยกับกุสุมาจริงๆ
"ผมเชื่อมหานะ แต่บอกตรงๆว่าฝ่ายหญิงเขาคงไม่เชื่อหรอก แต่ยังไงก็ต้องพยายามดู เมื่อเช้าพ่อผมเขาก็พยายามเจรจาขอความเป็นธรรมให้มหา ในที่สุดก็ตกลงกันได้ว่าจะมีการเปิดไต่สวนเย็นนี้ที่บ้านอากง"
"ไต่สวน" พริษฐ์ทวนคำงงๆ
"มันก็คล้ายๆโต้วาทีนั่นแหละ มีอาม่าเป็นคนตัดสินชี้ขาด ถ้าคุณผิดคุณต้องหย่ากับเพ่ย...แต่ถ้าอาม่าเห็นว่าคุณบริสุทธิ์เพ่ยก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตผัวเมียกับคุณเหมือนเดิม" ปุริมอธิบาย และพูดให้กำลังใจว่า พวกแก๊งปลาไหลยินดีช่วยพริษฐ์เต็มที่ พริษฐ์ถอนใจเฮือกบอกว่า เอาไงก็เอากัน
ooooooo
วันไต่สวน พวกแม่เสือช่วยกันให้ข้อมูลกับอาม่าและอากง เพื่อแสดงให้เห็นว่าพริษฐ์มีพฤติกรรมนอกใจเพ่ยเพ่ยจริง แต่พวกแก๊งปลาไหลก็หาหลักฐานมาลบล้างได้ นั่นคือใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า เอวของพริษฐ์ยังไม่หายดี และยาที่หมอจัดให้ทานก็ส่งผลให้ เส้นเอ็นในร่างกายจะยืดหย่อนยาน
"นี่ครับ ใบรับรองแพทย์" ปุริมส่งใบรับรองให้อาม่า
"เอาล่ะ จากการไต่สวน อาม่าขอสรุปว่าคุณพริษฐ์ไม่มีพฤติกรรมนอกใจเพ่ยเพ่ย" อาม่าตัดสิน
"เพ่ยอยากจะเชื่อคุณ แต่คุณช่วยทำอะไรให้เพ่ยเชื่อบ้างสิคะ อะไรก็ได้" เพ่ยเพ่ยเอ่ยกับพริษฐ์ พลางเดินหนีเข้าห้องนอน เธอซบหน้ากับฝ่ามือร้องไห้ เมื่อลดมือลงแล้วก็อึ้ง เห็นห้องนอนถูกตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สวยงาม มีรูปถ่ายของทั้งสองตอนจีบกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ประดับตรงนู้นตรงนี้ มีการ์ดใบใหญ่เขียนว่า
"สุขสันต์วันครบรอบที่เราเป็นแฟนกัน"
เพ่ยเพ่ยหยิบการ์ดขึ้นมาเปิดดูลายมือพริษฐ์เขียนไว้
"รักคุณเพ่ยตลอดมา และตลอดไปครับ จากพริษฐ์"
เพ่ยเพ่ยซึ้งใจ รีบเปิดประตูออกมาหาพริษฐ์ที่นั่งเซ็งอยู่ตรงบันได ความรู้สึกดีๆระหว่างกันแล่นซ่านอยู่ในกายของคนทั้งสอง...
ส่วนกุสุมานั้นแค้นใจนัก ที่โดนเพ่ยเพ่ยเล่นงาน จึงจ้างนักเลงมาจัดการ
ooooooo










