นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"

    ลิปดาเสร็จจากคุยงานกับลูกค้า นั่งรถตู้บริษัทจะกลับ พริบพราวโทร.เข้ามา เขารีบถามว่าเคลียร์กันเรียบร้อยใช่ไหม แต่แล้วต้องตกใจเมื่อปลายสายบอกว่า...เกิดอุบัติเหตุ

    ในบริษัท ศรันยูกำลังเอาผิด รุจน์ แสนดี พีระ ลิลลี่และสหัสเรื่องแฮ็กคอมพิวเตอร์ นิดายืนมองอย่างไม่ค่อยพอใจที่สามีร่วมด้วย พอศรันยูฟังเหตุผลที่รุจน์สาธยายก็ต้องเก็บความรู้สึก วางมาดแมนตำหนิ “พวกคุณแฮ็กคอมพิวเตอร์บริษัทเพราะเหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ...ปัญญาอ่อน”

    พีระรีบบอกว่า พวกตนไม่ได้คิดขโมยข้อมูลบริษัท มันอาจดูไร้สาระแต่มันเป็นความจริง ปราณนต์เดินเข้ามาฟังสีหน้าเครียด ศรันยูขู่ ถ้าเรื่องนี้บอสรู้ ทุกคนจะโดนไล่ออก ทั้งห้าคนหน้าซีดขอร้องกันเซ็งแซ่ อย่าบอกบอส ศรันยูยกมือห้ามเอือมๆ หันไปบอกนิดากับปราณนต์

    “พวกคุณเป็นพยาน ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น วันนี้ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเหมือนมันไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีอีกครั้ง เรื่องนี้จะต้องถึงบอสและศยาแน่ๆ...ทุกคนออกไปได้”

    แสนดีโทร.รายงานพริบพราวว่าแผนล่ม ส่วนปราณนต์ตามไปต่อว่ารุจน์ที่เอาเรื่องแอบรักไปบอกใครๆ รุจน์จึงบอกว่าพวกตนสงสัยว่าแอบรักคืออวัศยามากิ๊กกับเขาทั้งที่เป็นแฟนบอส

    ปราณนต์ส่ายหน้า “บอสกับพี่ศยาไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ แต่ผมเล่ามากกว่านี้ไม่ได้ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เอาเป็นว่า บอส พี่ศยาและผมไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องกัน ส่วนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เพราะผมได้ลูกค้าจากงานเกษียณของป้า เขาชอบเลยบอกต่อๆกัน อีกส่วนก็คือลุงไกร ที่โฮมสเตย์ เขาก็บอกต่อเพื่อนๆเขามาอีกที สรุปแล้วยอดที่พุ่ง เพราะปากต่อปาก ผมเสียใจนะเนี่ยที่พี่รุจน์คิดว่าผมทำยอดได้เพราะมีคนช่วย ไม่ใช่ทำได้ด้วยฝีมือตัวเอง”

    รุจน์จ๋อยรีบขอโทษขอโพย แต่ปราณนต์คิดว่าต่อไปจะไม่เล่าอะไรให้เขาฟังอีก ส่วนเรื่องแอบรักตนไม่ต้องการตามหาว่าเธอเป็นใคร และถ้าเธอหายไปตนจะโทษว่าเป็นความผิดเขา

    “เออๆฉันรับไว้ก็ได้ ว่าแต่...เขาห้ามแกตามหาตัวเขาแล้วแกก็เชื่อเขาเนี่ยนะ ถามจริงๆนะแกไม่คิดสงสัยบ้างเหรอว่า บางทีพี่ศยาของพวกเราอาจจะเป็นคุณแอบรักของแก” รุจน์ยังคาใจ

    ปราณนต์เองก็หวั่นใจ มานั่งครุ่นคิดถึงที่ผ่านมากับอวัศยา คำพูดของพริบพราวและรุจน์ ที่ให้ลองสังเกตว่าเวลาอวัศยาปฏิบัติตัวกับเขาต่างจากคนอื่นแค่ไหน ปราณนต์จึงตัดสินใจส่งเมลหาแอบรักอีกครั้ง...ขณะเดียวกัน อวัศยารู้สึกตัวในโรงพยาบาล ตามตัวมีเพียงแผลฟกช้ำ เธอมึนงงลำดับเรื่องราวก่อนจะโทร.หาศรันยู พริบพราวยืนรอหน้าห้องฉุกเฉินคิดถึงที่แสนดีรายงาน พลันเสียงมือถือดังตริ๊งๆ พริบพราวสะดุ้งมองมือถือตัวเอง “ไม่ใช่ของเรานี่...”

    พริบพราวมองไปรอบๆไม่มีใคร ก็นึกได้หยิบกระเป๋าอวัศยาขึ้นมารื้อ เจอแท็บเล็ตมีสัญลักษณ์ขึ้นหน้าจอว่าเมลเข้ามาหนึ่งฉบับ จึงพึมพำ...ถ้าเธอไม่หาเรื่องตนก่อน ตนก็จะไม่ทำแบบนี้...ว่าแล้วก็จิ้มเข้าที่กล่องข้อความ...เหมือนโลกหยุดหมุน! ความจริงปรากฏตรงหน้า

    “คุณแอบรัก...ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณไม่ตอบอีเมลฉบับล่าสุดของผม ที่จริงผมควรจะรอจนกว่าคุณจะตอบ แต่ผมรอไม่ได้ ผมมีเรื่องบางอย่างจะบอกคุณ ผมนั่งคิดนอนคิดว่าในอีเมลฉบับสุดท้ายของผม มีอะไรที่ทำให้คุณอึดอัดหรือไม่พอใจ คุณถึงแกล้งทำเพิกเฉยไม่ตอบข้อบกพร่องที่ผมพอจะประมวลได้ว่าอาจจะเป็นสาเหตุ ดังนี้ หนึ่ง ผมดันทำตัวขี้สงสัย เฝ้าถามซักไซ้เกี่ยวกับตัวคุณมากเกินไป...สอง ผมดันไปละลาบละล้วงเรื่องความหมายของชื่ออีเมลคุณทั้งที่คุณอาจไม่อยากเปิดเผยหรือพูดถึง...สาม ผมดันไปสงสัยว่าคุณเป็นรักในสายหมอกหรือปีศาจในพุ่มไม้ หรือสี่ คุณไม่ได้โกรธผมเลย แต่คุณเกิดติดธุระไม่มีเวลาจะตอบ”

    พริบพราวอ่านข้อความด้วยความช็อก วางกระเป๋าอวัศยาทิ้งไว้แล้วเดินอ่านไปยังระเบียง “ความจริงแล้วเป็นข้อไหนครับ ช่วยเฉลยที ส่วนผมภาวนาให้เป็นข้อสี่ แต่ถ้าคำตอบเป็นสามข้อแรก ผมต้องบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจเลย และต้องขอโทษด้วย ถ้าหากคุณใจอ่อนลงบ้างแล้วช่วยตอบผมหน่อยนะครับ เพราะผมมีเรื่องบางอย่างอยากจะบอกคุณจริงๆ รออยู่นะครับ...ปราณนต์”

    พริบพราวยืนเคว้งสักพักก่อนจะนึกได้เอามือถือถ่ายหน้าจอแท็บเล็ต แล้วโทร.หาลิปดา เขารีบถามสถานการณ์ที่โรงพยาบาลเป็นอย่างไรบ้าง

    “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะเรียบร้อยดี ที่พราวโทร.หาพี่ลิปเพราะมีหลักฐานสำคัญ อยากให้พี่ลิปดู เดี๋ยวพราวจะส่งรูปไปให้ทางเมลนะคะ พี่ลิปเห็นรูปแล้วจะรู้เองว่าพราวหมายถึงอะไร”

    อวัศยาเดินออกจากห้องฉุกเฉินเห็นกระเป๋าตัวเองวางอยู่ก็ใจหาย รีบเปิดดูพบแท็บเล็ตหายไปก็ใจคอไม่ดี... เดินตามหาจนเจอ เข้าไปกระชากแท็บเล็ตจากมือพริบพราวต่อว่าทำอะไร พริบพราวตกใจแก้ตัว แค่เช็กดูว่ามีอะไรเสียหายแต่เท่าที่ดูไม่มี ว่าแล้วก็ขอตัวกลับ อวัศยาเรียก

    “เดี๋ยว...เธอจะไม่ขอโทษฉันสักคำหรือไง”

    “ถ้าพี่ศยาไม่เอาลิปสติกขีดรถพราว อุบัติเหตุก็ไม่เกิดขึ้น พี่ทำตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ยังมีอีกหลายๆ เรื่อง พี่ก็ทำตัวเอง พราวไม่จำเป็นต้องขอโทษอะไร ขอตัวนะคะ”

    อวัศยาอึ้งกังวลใจว่าพริบพราวรู้อะไรบ้าง พอดีศรันยูมาถึงปรี่เข้าถามเธอเป็นอย่างไรบ้าง อวัศยาทรุดนั่งตอบว่ามึน ในใจหวั่นไหวมองแท็บเล็ตในมือ

    ooooooo

    ลิปดาจะเปิดเมลที่พริบพราวส่งเข้ามา แต่เห็นว่ามีเมลค้างอยู่หนึ่งเมล จึงเปิดอ่านก่อน แล้วต้องตะลึงทำอะไรไม่ถูก...ในขณะที่อวัศยาหน้าซีดเซียวมองแท็บเล็ตในมือที่เปิดดู

    “รันฉันส่งเมลผิด ฉันใช้เมลแอบรักส่งตอบปราณนต์ แต่ฉันดันใช้เมลบริษัทส่งหาบอส”

    “ฮะ! แกส่งเมลแอบรักไปหาบอส แล้วเนื้อความในนั้นเป็นยังไง แกพิมพ์อะไรไปบ้าง”

    “พิมพ์ไปเยอะมาก อย่างหวานเลยแก...ฉันต้องตายแน่ๆ”

    ศรันยูปลอบอย่าเพิ่งตีโพยตีพาย มันอาจไม่มีอะไรร้ายแรง อวัศยาโวยว่าตนเขียนเมลจีบลูกน้องในออฟฟิศมันไม่ร้ายแรงหรือ แถมส่งให้ใครไม่ส่งดันส่งให้บอส ตนต้องตายแน่ๆ ศรันยูบีบไหลเพื่อนบอกใช่... ตายแน่ๆ อวัศยาหันขวับมามอง ทำนองนี่ให้กำลังใจหรือ

    “ก็อยากให้ แต่มันยากเพราะนอกจากแกจะส่งเมลผิดให้บอส เมื่อเช้าที่บริษัท พวกนายรุจน์กับแก๊งแฮ็กคอมแก เพื่อจะหาหลักฐานว่าแกคือแอบรัก”

    “ฮะ! แฮ็กคอมฉัน! แล้วเป็นไง สำเร็จหรือเปล่า พวกนั้นรู้อะไรบ้าง”

    “ยังไม่รู้ โชคดีที่พวกนั้นแฮ็กคอมผิด เข้ามาที่คอมฉัน ความก็เลยแตกซะก่อน นี่ถ้าฉันไม่รู้ตัวก่อน ป่านนี้คงรู้กันทั้งบริษัทว่าเธอคือแอบรัก...ศยา ฉันว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ มันอาจจะถึงเวลาที่แกจะต้องบอกความจริงกับปราณนต์ได้แล้ว แกต้องกล้าเผชิญความจริง เปิดเผยความจริงด้วยตัวแกเอง ดีกว่าปล่อยให้ปราณนต์รู้เพราะมีคนอื่นมาแฉ”...อวัศยาครุ่นคิดตาม

    รถตู้ของลิปดาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาล พริบพราวเดินมาเคาะกระจกเรียก คนขับรถเปิดประตูลงมาบอกว่า ลิปดาเดินไปทางสวน...ไม่นาน ลิปดากลับมานั่งคุยกับพริบพราวในรถ คนขับยืนรอข้างนอก ลิปดาสีหน้านิ่งๆบอกพริบพราวว่าตนยังไม่ได้อ่านเมล

    “อ้าว พี่ลิปดูสิคะจะได้เชื่อว่าสิ่งที่พราวพูดเป็นความจริง ดูปากพริบพราวนะคะ...พี่ศยาคือแอบรัก ยัยแอบรักคือพี่ศยา เขาใช้ชื่อนี้คุยกับปราณนต์ ตั้งแต่คุยไลน์แล้วก็ย้ายมาคุยทางอีเมล พี่ลิปเปิดดูตอนนี้เลยค่ะ เปิดเลยค่ะ เปิดเลย”

    ลิปดาเสียงเข้ม “พราวรู้หรือเปล่า ศยาคุยกับปราณนต์ในนามของแอบรักเพื่ออะไร”

    “ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ไงคะ รวมทั้งปราณนต์” พริบพราวสวนทันควัน

    “ในเมื่อเขาไม่อยากให้รู้ แล้วเราละลาบละล้วงเพราะความอยากรู้ แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรรู้หรือเปล่า” พริบพราวเกือบหลุดคำว่าเสือกออกมา แต่ชะงักรู้สึกเหมือนด่าตัวเอง ลิปดาบอกว่า “ใช่ นั่นแหละ...และพี่ก็ไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น พี่ทำงานกับศยามาหลายปี เพราะเคารพซึ่งกันและกัน เรื่องที่เขาแชตหรืออีเมลจะเป็นใครก็ตาม มันคือเรื่องส่วนตัว พี่ไม่เข้าไปก้าวก่าย”

    “แต่เรื่องส่วนตัวของเขาทำให้พราวเดือดร้อน เขาแกล้งพราวเพราะเขาคือแอบรัก เขาชอบปราณนต์และเขาหึงพราว” พริบพราวใส่เป็นชุด ลิปดาสวน

    “แล้วพราวชอบปราณนต์รึเปล่า แล้วปราณนต์ชอบศยารึเปล่า” เห็นพริบพราวอึกอัก “ถ้าพราวไม่ได้คิดอะไรกับปราณนต์ และสองคนนั้นเขาชอบกัน พี่คิดว่าพราวควรจะถอยออกมา ไม่ว่าศยาจะเป็นศยาหรือเป็นแอบรัก เขามีสิทธิ์ที่จะชอบปราณนต์ และพี่ไม่มีสิทธิ์ขัดขวาง”

    “แล้วถ้าพราวพิสูจน์ได้ว่าณนต์ไม่ได้ชอบพี่ศยา ไม่ได้รู้สึกอะไรกับแอบรัก พราวก็มีสิทธิ์จะปกป้องตัวเองจากความหึงหวงของผู้หญิงที่หลอกลวงคนอื่นใช่ไหมคะ” พริบพราวยังไม่ยอม ลิปดาไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะมันใช่ พริบพราวประกาศจะแฉให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงที่ทุกคนศรัทธาและชื่นชม จริงๆแล้วเป็นคนหลอกลวงอย่างไม่น่าให้อภัย...ลิปดาถอนใจห่วงอวัศยา

    ooooooo

    คืนนั้น อวัศยาเดินงุ่นง่านรอการกลับมาของลิปดาอยู่ที่ลอบบี้คอนโด พอเขามาถึงก็ทำทีไม่รู้เรื่องอะไรเดินเข้าไปหา เขาจึงทักถามอาการเป็นอย่างไรบ้าง เขาไปที่โรงพยาบาลแต่พริบพราวบอกว่าศรันยูรับเธอกลับแล้ว อวัศยาจับสังเกต ตอบว่าตนเป็นปกติไม่น่าห่วง

    “ดี ไม่มีอะไรน่าห่วง ผมจะได้ไม่ต้องห่วง ผมขอตัวก่อนนะ”

    “บอส! บอสมีอะไรในใจหรือเปล่า ทำไมดูนิ่งๆ เครียดๆขรึมๆ

    “มี...แต่ผมคงไม่จำเป็นต้องบอก”

    อวัศยาหน้าเสีย พยายามหาทางอยู่ใกล้ชิด อ้างว่ายายทำอาหารของโปรดของเขาหลายอย่าง เดี๋ยวจะเอาไปให้ที่ห้อง เขาพยักหน้ากลายๆ...สักพัก อวัศยาก็หอบอาหารมาจัดวางบนโต๊ะอาหารในห้องลิปดา จาระไนว่ามีอะไรบ้าง แล้วเอาใจตักข้าวให้ ลิปดาถอนใจก่อนจะถาม

    “ทำไมวันนี้เอาใจผมจัง มีอะไรในใจหรือเปล่า”

    หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง บอกอย่าคิดมาก ลิปดาทำเป็นเชื่อเริ่มกิน อวัศยาก็เลียบเคียงถาม “ฉันส่งอีเมลให้บอสเมื่อกลางวัน บอสได้รับหรือเปล่า”

    “ได้ แต่เหมือนคุณจะส่งผิด เขียนชื่ออีเมลว่าปีศาจ...อะไรสักอย่าง” อวัศยาหน้าเสียรอฟัง “แล้วผมก็เลย...ลบทิ้งไป”

    อวัศยาหน้าตื่น ลิปดาถามมีอะไร มันสำคัญหรือ เธอรีบบอกว่าไม่สำคัญ ดีแล้วที่เขาลบทิ้งเพราะตนฟอร์เวิร์ดมาอีกที มันมีไวรัสอันตรายมาก...หญิงสาวแอบถอนใจบอกให้เขาทานข้าว ตนจะกลับห้อง ลิปดากล่าวขอบคุณเนิบๆ อวัศยาเอะใจหันมาถามว่าเขาโอเคแน่หรือ เขาเสียงสูง

    “โอเค้ อาหารอร่อยมาก ฝากขอบคุณคุณยายด้วย”

    อวัศยาพยักหน้าเดินออกไป ลิปดามองตามแล้วรวบช้อนทานไม่ลง...จากนั้นเขาก็มาเปิดอีเมลที่อวัศยาส่งมาแล้วเขาโกหกว่าลบทิ้งไปแล้วอ่าน ข้อความที่อวัศยาเขียนถึงปราณนต์

    “รู้หรือเปล่าปราณนต์ สำหรับฉันแล้ว มันไม่แปลกเลยที่ดอก Love in a mist จะมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Devil in a bush เพราะความรักที่ชุ่มชื่นอ่อนหวานเหมือนสายหมอกนั้น...ในบางเวลามันก็อาจซ่อนความร้ายกาจที่สามารถทำลายหัวใจคนให้เจ็บปวดได้ เหมือนปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อฉันมั่นใจว่าคุณรู้จักฉันดีพอ และยอมรับในตัวฉันได้ ไม่ว่าฉันจะเป็นใครก็ตาม วันนั้นฉันอาจจะก้าวออกมาจากที่ซ่อนของฉันก็ได้...แอบรัก”

    ลิปดาอ่านแล้วทำใจไม่ได้ คว้ากุญแจบึ่งมอเตอร์ไซค์ออกไปที่ร้านของจารวี เธอกำลังจะปิดร้าน จึงต้องพาเขาเข้าไปนั่งในร้านด้วยความแปลกใจ...ลิปดาอัดอั้นจนต้องระบายให้เธอฟัง

    จารวีตกใจ “คุณศยาใช้ชื่อแอบรักส่งอีเมลจีบ ปราณนต์!...อาการแบบนี้ไม่ใช่แค่อึ้งใช่ไหม มันใจหายเหมือนไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากทำอะไร แบบนี้เขาเรียกว่า...อกหัก คราวนี้ยอมรับแล้วใช่ไหมว่าลิปไม่ได้คิดกับคุณศยาแค่เจ้านายกับลูกน้อง” ลิปดาพยักหน้า “นั่นไงแจนว่าแล้ว อาการมันฟ้อง แล้วไงชอบเขามานานหรือยัง รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเคยบอกเขารึเปล่า”

    “โอ้โห...มาเป็นชุด ได้ทียิงไม่ยั้งเลยนะ”

    จารวีเคาะโต๊ะรอฟังยิ้มๆ ลิปดาจำต้องยอมรับว่าชอบมาหลายปีแล้ว รู้ตัวเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ไม่เคยบอกเขา จารวีโวยแล้วทำไมไม่บอก บางทีอวัศยาไปสนใจคนอื่นเพราะไม่รู้ว่าเขาชอบก็ได้

    “ถึงไม่มีปราณนต์ ศยาเขาก็ไม่ชอบผม ถ้าจะชอบ ชอบนานแล้ว ผมไม่เคยเห็นเขาสนใจใคร จนคิดว่าเขาไม่มีหัวใจรักใครไม่เป็น แต่พออ่านเมลนั้นแล้วมันไม่ใช่ ศยาเขาคงชอบเด็กนั่นมากจริงๆถึงได้กล้าแหกกฎตัวเอง ปลอมตัวใช้นามแฝง ส่งเมลหวาน ถ้าไม่รักจริงคงทำแบบนี้ไม่ได้”

    จารวีถามจะไม่บอกอวัศยาว่าชอบเธอหรือ ลิปดาส่ายหน้าขอเก็บเป็นความลับต่อไป ไม่อยากให้เธอลำบากใจ และถ้าพูดอาจเสียเพื่อน ถ้าเธอชอบปราณนต์จริงๆ

    ด้านปราณนต์ร้อนรนรอเมลตอบกลับจากแอบรัก ปุ้มเห็นอาการน้องชายแล้วเดาออกว่าต้องเกิดความรักในอินเตอร์เน็ต จึงเตือนน้องว่า ตนเคยผ่านมาแล้วแต่หักใจได้ ปราณนต์ถามไม่เสียใจหรือ ปุ้มตอบว่า “เสียใจสิ แต่พี่คิดแล้ว คุยผ่านจอยังไงก็สู้คุยแล้วมองตาไม่ได้

    พี่ไม่อยากหลอกตัวเองไปวันๆ ต่อให้คุยแล้วมันดี แต่ไม่เจอตัวมันก็ไม่ใช่ความจริง...ถ้าณนต์คิดจะจริงจัง ก็ต้องพากันออกมาจากโลกออนไลน์ มาอยู่บนโลกความเป็นจริงให้ได้ ถ้าออกมาไม่ได้ ต่อให้เรารู้สึกดีต่อกันมากแค่ไหน มันก็ไม่ใช่ความจริง ณนต์กับเขากล้าออกมาหรือเปล่า”

    ปราณนต์ครุ่นคิดตาม ให้คำตอบตัวเองไม่ได้...ทางพริบพราวครุ่นคิดว่าถ้าปราณนต์รู้ว่าแอบรักเป็นใครเขาจะแคร์ไหม แล้วคิดไล่เรียงที่ผ่านมาหรือปราณนต์จะคิดว่าตนเป็นแอบรัก

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ นิดาโทร.หาพริบพราวก่อนเธอจะออกจากบ้าน ว่าวันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัท จากนั้นก็โทร.บอกปราณนต์อีกคน ทั้งสองถูกส่งไปสัมมนาต่างจังหวัด ปราณนต์มองคอมที่เปิดค้างไว้รอแอบรักตอบกลับอย่างอ่อนใจ

    อวัศยากับลิปดายืนส่งยายอรุณขึ้นรถกลับบ้านต่างจังหวัด ยายฝากลิปดาดูแลอวัศยา หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน เราต่างพ่อต่างแม่ต้องมีกระทบกันบ้าง อวัศยาฟังทะแม่งๆรีบค้าน

    “ยายๆ...เดี๋ยวค่ะ ยังไม่ได้เข้าพิธีมงคลสมรส นี่แค่ส่งยายกลับบ้าน...ผิดงานค่ะ”

    “ก็ซ้อมๆไว้ อย่าลืมนะพ่อลิป พร้อมเมื่อไหร่มาสู่ขอได้เลย ยายรออยู่ ช้ากว่านี้เดี๋ยวยายไม่ได้อุ้มหลาน”

    อวัศยายิ้มแหยๆ ลิปดายิ้มรับทำตัวไม่ถูก อวัศยาจึงคล้องแขนเขาบอกยายไม่ต้องห่วง เร่งยายรีบไป สายรถจะติด...พอรถแล่นออกไป อวัศยาก็ปล่อยมือออกจากแขนลิปดา ถอนใจ จบเสียทีไม่ต้องหลอกใครอีกแล้ว ลิปดาพูดขึ้นลอยๆ “แน่ใจเหรอว่าหมดเรื่องโกหกแล้ว...”

    อวัศยาหันขวับมามองหมายความว่าอย่างไร ลิปดากล่าวว่ามันจริง คนเราต่อให้ตรงแค่ไหนก็ต้องมีเรื่องปิดบัง โกหกกันมากกว่าหนึ่งเรื่องอยู่แล้ว หมดเรื่องยายก็ยังมีเรื่องอื่น หญิงสาวขมวดคิ้วถามมีอะไรหรือเปล่า ชายหนุ่มแกล้งเน้นว่ามี...เธอสะอึกหวาดหวั่น

    “มีงานสัมมนาที่ต่างจังหวัด แล้วคุณต้องไปสัมมนากับผม”...อวัศยาเหวองานอะไรที่ไหน

    บ่ายวันนั้นที่โรงแรมริมทะเล ด้านหน้าติดป้ายผ้า... Call Tree แผนการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติ...

    ผู้เข้าร่วมสัมมนาทยอยเข้ามาลงชื่อ ปราณนต์เดินเข้ามาในชุดลำลองสบายๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแต่งตัวไม่เข้าพวก ไม่ทันไรเสียงพริบพราวร้องเรียก เขาหันมอง เธอมาเต็มในชุดเก๋ไก๋ ยิ่งรู้สึกแย่ ต่างคนเพิ่งรู้ว่านิดาให้มาเหมือนกัน ไม่รู้มีใครถูกส่งมาอีก ทันใดลิปดาเดินเข้ามากับอวัศยา ทั้งพริบพราว อวัศยาและปราณนต์ต่างตะลึงมองกัน สองสาวมองหน้าลิปดา

    พอต่างเข้าห้องพัก ลิปดาก็โทร.บอกจารวีถึงการกระทำของตัวเอง ว่าอยากให้ทั้งสามคนเผชิญหน้ากัน จะได้รู้ความจริงกันไปว่าใครคิดอย่างไรกับใคร จารวีย้อนถาม รู้ความจริงแล้วมันจะเป็นอย่างไรต่อ ลิปดาตอบหน้านิ่งๆ “มันจะเป็นยังไง ก็เป็นไปตามข้อมูลที่เขาได้ ถ้าศยากับปราณนต์รู้สึกดีๆต่อกัน พราวก็จะได้ตัดใจ แต่ถ้าปราณนต์รู้สึกดีๆกับพริบพราวและเป็นแฟนกันจริงๆ ศยาก็ควรจะตัดใจ แล้วก็เลิกเป็นแอบรัก ก็แค่นั้นเอง”

    จารวีส่ายหน้า “พูดง่าย...แต่แจนบอกเลยนะว่ามันไม่ง่ายแบบที่ลิปพูด เล่นกับอะไรไม่เล่นมาเล่นกับความรู้สึกของคน ระวังทางออกมันจะกลายเป็นทางตัน” ...ลิปดาอึ้งไปนิดๆ

    อวัศยาร้อนรุ่มโทร.ปรึกษาศรันยู เกรงลิปดารู้อะไรถึงให้ปราณนต์มากับพริบพราว ศรันยูยุมีโอกาสให้เปิดเผยตัวไปเลย แต่อวัศยาหวั่นสายตาพริบพราวที่จ้องจับผิดอยู่ ศรันยูย้ำควรสนใจโอกาสที่ได้อยู่กับผู้ชายที่ตัวแอบปิ๊ง ใครจะคิดอย่างไรเรื่องของเขา คนที่ควรสนใจคือปราณนต์

    “ตอนนี้เรื่องมันบานปลายจนเธอควบคุมไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ปล่อยส่วนที่คุมไม่ได้ไป แล้วหันมาสนใจจุดที่สำคัญที่สุด นั่นคือความรู้สึกของปราณนต์ที่มีต่อเธอและแอบรัก ศยา...เธอเป็นคนมีสัญชาตญาณในการใช้ชีวิต เชื่อมั่นในมันและอย่าปล่อยโอกาสดีๆหลุดมือ จำไว้ หมดเวลาที่จะซ่อนตัวอยู่หลังคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์สิ่งที่เธอคิด ถึงเวลาที่เธอต้องเดินออกมาเปิดเผยตัวจริง ก่อนที่ชีวิตเธอจะพังไปมากกว่านี้”...อวัศยาฟังแล้วหวั่นใจ

    ทันใดเสียงออดดังขึ้น อวัศยาสะดุ้งเดินมาเปิดประตู เห็นปราณนต์ยืนอยู่ก็พยายามวางมาดเข้ม ถามมีอะไร เขามาบอกว่าการสัมมนากำลังจะเริ่ม จึงมาชวนเดินไปด้วยกัน หญิงสาวใจเต้นรัว รีบไปดูหน้าตาเติมแป้งแล้วคว้าเอกสารออกไป ปราณนต์ช่วยถือ เธอยิ่งใจไหววูบจนไม่เป็นอันมองทาง ปราณนต์เองก็อยากถามตรงๆว่าเธอใช่แอบรักหรือไม่ แต่ไม่กล้า

    ก็พอดีปราณนต์เห็นข้างหน้าเป็นสระน้ำจึงร้องเตือนอวัศยา แต่เธอเหม่อจนหยุดไม่ทัน ก้าวลงไป ปราณนต์ถลาเข้าฉุด จึงพากันหล่นไปในสระน้ำทั้งคู่ เสียงน้ำแตกกระจาย...ตูม

    ooooooo

    ในห้องสัมมนา พริบพราวแปลกใจที่ปราณนต์กับอวัศยายังไม่มา จึงกระซิบกับลิปดาว่าจะออกไปตาม ลิปดาจะห้ามแต่ไม่ทัน

    ในห้องพักอวัศยา กระเป๋าเธอถูกเทออกมาบนผ้าขนหนู ทั้งสมุดโน้ตและอื่นๆเปียกปอนไปหมด ปราณนต์กล่าวขอโทษที่ช่วยไม่ทัน อวัศยาโทษตัวเองซุ่มซ่ามเองทำเขาเดือดร้อนไปด้วย ปราณนต์จะช่วยเอาแท็บเล็ตไปเป่าแห้งก่อนจะเสียหาย หญิงสาวตกใจแย่งคืน เขาขู่

    “พี่ศยารีบไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะครับ อยู่เปียกๆ แบบนี้เดี๋ยวไม่สบาย ต้องลางานนะครับ”

    อวัศยาชะงักยอมปล่อยมือจากแท็บเล็ตแล้วหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ...ปราณนต์เห็นว่าน้ำไหลจากเสื้อผ้าตัวเองจนเปียกห้อง จึงถือวิสาสะเอาเสื้อคลุมในห้องมาเปลี่ยน...ระหว่างนั้นพริบพราวไปเคาะประตูห้องปราณนต์ แปลกใจที่เขาไม่อยู่ ชักเอะใจ

    พออวัศยาออกจากห้องน้ำก็ชะงักเมื่อเห็นปราณนต์อยู่ในชุดเสื้อคลุมหลวมๆ กำลังใช้ไดร์เป่าเครื่องแท็บเล็ตอยู่ เขารีบบอกเธอว่าเขากลัวห้องจะเปียกจึงขอยืมเสื้อคลุมมาเปลี่ยนและได้โทร.ขอให้แม่บ้านเอาตัวใหม่มาให้แล้ว ทันใดเสียงออดดัง ปราณนต์คิดว่าเป็นแม่บ้านรีบเดินไปเปิดรับ ต้องตกใจเมื่อเห็นพริบพราวยืนตะลึง เธอมองเขาหัวจดเท้าแล้วหันกลับเดินไป

    “พราว! พราวเดี๋ยวก่อน พราวอย่าเพิ่งไป พราว” ปราณนต์วิ่งตามพริบพราวไปทันที

    อวัศยาไม่คิดว่าเขาจะห่วงความรู้สึกพริบพราว จนกล้าออกไปในสภาพนั้น...พริบพราวอยากหนีไปจากสิ่งที่เห็น ปราณนต์วิ่งมาดักหน้าให้เธอฟังอธิบาย เธอมองเขาด้วยแววตาผิดหวัง

    “สิ่งที่ฉันเห็นมันก็อธิบายทุกอย่างแล้ว จะต้องอธิบายอะไรอีก”

    “แล้วสิ่งที่เห็นมันบอกอะไรกับคุณ ไหนพูดมาสิ”

    “ก็นายอยู่ในชุดแบบนี้ ในห้องผู้หญิง มันจะอะไรไปได้นอกจาก...”

    “นอกจากผมกับพี่ศยาเดินตกสระน้ำ ตัวเปียกแล้วผมก็ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะไม่สบาย ถ้าไม่เชื่อขอทางโรงแรมดูกล้องวงจรปิดได้ ผมเห็นว่าเขาติดกล้องไว้หนึ่งตัว เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 15 นาทีที่แล้ว”

    “แล้วทำไมนายต้องวิ่งมาอธิบายด้วย แล้ววิ่งมาในสภาพแบบนี้ ไม่อายคนอื่นเขาหรือไง”

    “เอ่อ นั่นสิ...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบวิ่งมาอธิบายให้คุณฟัง แล้วคุณทำไมต้องเดินหนีมา เหมือนโกรธผมด้วย”

    “เออ นั่นสิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะเขินๆ

    อวัศยาตามมาแอบฟัง ปราณนต์ถามพริบพราว ไม่ได้หึงตนใช่ไหม หญิงสาวหน้าแดง โวยจะบ้าหรือ หึงทำไม ปราณนต์หลิ่วตา ไม่หึงทำไมต้องเสียงสูง พริบพราวพูดเสียงต่ำ “ฉันไม่ได้หึงนายสักหน่อย...ฮึๆ ขอบคุณมากที่ตามมาอธิบาย เพราะมันทำให้รู้ว่า นายแคร์ฉัน”

    อวัศยาหน้าเสีย มองปราณนต์ยิ้มอย่างอบอุ่นให้พริบพราว เขาบอกเธอว่า “รู้ก็ดี จะได้ไม่เดินหนีพรวดพราดมาแบบนี้อีก”...สองคนยิ้มอย่างเข้าใจกัน

    พริบพราวบอกให้เขากลับไปแต่งตัวแล้วรีบไปเข้าห้องสัมมนา เขารับคำ อวัศยารีบวิ่งกลับห้องหอบแฮ่กๆ ใจคอไม่ดีกับความสัมพันธ์ของสองคนนั้น...ปราณนต์เคาะประตูบอกขอเข้าไปเก็บของ อวัศยาทำเสียงให้เป็นปกติเชิญเขาเข้ามา ปราณนต์เก็บของกลับห้องไปแต่งตัวหน้าห้องสัมมนา อวัศยาเดินลิ่ววางหน้านิ่ง นำพริบพราวมาถึง ผู้คนทยอยออก ลิปดาเข้ามาบอกว่างานเลิกแล้ว “กิจกรรมในห้องประชุมมีไม่มาก ตอนบ่ายจะเป็นกิจกรรมชายหาด”

    ไม่ทันไร ปราณนต์เดินมาถึง แปลกใจที่ไม่มีคน ลิปดาบอกถ้าอยากรู้ก็ให้กลับไปเปลี่ยนชุดแล้วไปเจอกันที่ชายหาด ปราณนต์ทำหน้างงๆ...ไม่นาน ปราณนต์ก็อยู่ในชุดกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด เขาจับคู่กับลิปดาเล่นกับทีมบริษัทอื่น สักพักปราณนต์ถอดเสื้อออก สาวๆกรี๊ด

    “ปราณนต์กล้ามใย้ใหญ่...พี่ศยาว่าไหมคะ” พริบพราวแกล้งสะกิดอวัศยา

    “พี่ดูเกม ไม่ได้ดูคน” อวัศยาปัดทั้งที่ตอนแรกตาค้างแต่ไม่กล้ากรี๊ดตามคนอื่น

    พริบพราวรู้ทันว่าอวัศยาปากแข็ง...ลิปดากับปราณนต์จับคู่กันเข้าขา ช่วยกันรับช่วยกันเสิร์ฟ มีช่วงหนึ่งลิปดาพลาดล้ม อวัศยาเผลอจะถลาเข้าไปช่วย แต่เขาลุกขึ้นเองถอดเสื้อสะบัดทรายออก อวัศยาตะลึงกับกล้ามเป็นมัดของเขา ลิปดาเห็นหญิงสาวมองก็ยักคิ้วให้ เธอสะดุ้งทำเมินไปมองปราณนต์ พริบพราวจับตามอง แกล้งถามยั่ว

    “พี่ศยาว่าพี่ลิปหรือปราณนต์เก่งกว่ากันคะ...แต่พี่ศยาก็ต้องเชียร์พี่ลิปนะคะ เพราะพี่สนิทกับพี่ลิป” ว่าแล้วพริบพราวก็แกล้งตะโกนบอกลิปดาว่าอวัศยาบอกให้เขาสู้ๆ อวัศยาจิกตาใส่ทำนอง นังเด็กนี่...พริบพราวไม่สนใจ หันไปเชียร์ปราณนต์สู้ๆ ตนเชียร์อยู่ ยั่วอารมณ์อีก

    ปราณนต์เผลอมองความน่ารักของพริบพราว ลิปดาเอ็ดให้มีสมาธิหน่อย เขาจึงหันกลับมาตั้งใจเล่น สุดท้ายทั้งสองก็พาทีมชนะ พริบพราวกระโดดโลดเต้น

    เข้ากอดปราณนต์ด้วยความดีใจ อวัศยามองอย่างไม่พอใจ ลิปดาแกล้งยื่นหน้ามาถาม “บริษัทเราชนะแล้วดีใจหน่อยสิ”

    อวัศยาขุ่นเคืองสะบัดหน้าออกจากลิปดา จะเดินหนี แต่พอหันไปชนเสาเต็นท์เข้าอย่างจัง ปราณนต์ตกใจรีบเข้าไปหา ทุกคนหันมอง เธอรู้สึกอายมาก พริบพราวเคืองพึมพำ

    “ไม่เห็น หรือจงใจชนเสาเรียกร้องความสนใจกันแน่”

    อวัศยาบอกทุกคนว่าไม่เป็นอะไร แต่พอจะเดินกับมึนเซ ลิปดารีบประคองบอกปราณนต์ว่าตนดูแลเอง ให้เขาไปเล่นกิจกรรมอื่นต่อไป พริบพราวเข้ามาดึงแขนปราณนต์ “เขาเรียกให้เราไปเล่นเกมบานาน่าโบ๊ตต่อแล้ว เรารีบไปกันเถอะ...ฝากดูแลพี่ศยาด้วยนะคะพี่ลิป”

    อวัศยามองตามปราณนต์ที่ถูกดึงไป ลิปดาหมั่นไส้จึงอุ้มเธอขึ้นเพื่อเรียกสติกลับมา เธอดิ้นขลุกขลัก เขาเอ็ดให้อยู่นิ่งๆแล้วอุ้มเดินไปใต้ร่มไม้...ลิปดาดูหน้าผาก

    อวัศยาอย่างห่วงใยจะไปเอายามานวดก่อนจะระบม เธอบอกไม่เป็นไร แต่เขาไม่ฟังเดินไป ไม่ทันไรปราณนต์ถือหลอดยามาให้ อวัศยาไม่คาดคิดว่าเขาจะมา คิดว่าไปเล่นเกมบานาน่าโบ๊ตกับพริบพราว

    ด้านชายหาด พิธีกรประกาศเรียกผู้แข่งขันเข้าประจำที่ พริบพราวชะเง้อมองหาปราณนต์ เมื่อเห็นว่าไม่มาจึงลงแข่งคนเดียว...อวัศยาให้ปราณนต์ไปแข่ง ตนจะทายาเอง เขาเดินละล้าละลัง เห็นอวัศยาบีบยาทาหน้าผากแต่ยาเลอะผมที่ลมพัดปลิวปรกหน้าก็ขำ กลับมาทาให้ อวัศยาใจสั่นรัวที่ใบหน้าปราณนต์อยู่ใกล้ตรงหน้า จู่ๆเขาก็เปรย “ผมว่าพี่เจ็บอย่างนี้ก็ดีนะครับ”

    “นี่เธอกำลังสมน้ำหน้าฉันเหรอ!”

    ปราณนต์รีบปฏิเสธ หมายถึงเธอทำงานจนคนในบริษัทบอกว่าไม่เคยพักร้อนเลย อวัศยาประชด “ฉันนี่ท่าทางจะเป็นคนดังนะ ไม่ยักรู้ว่าเรื่องของตัวเองถูกพูดถึงในออฟฟิศเยอะขนาดนี้”

    “ทุกคนชมพี่ศยาในเรื่องความทุ่มเทให้กับงานครับ คุยกันว่าพี่ศยามีแต่เรื่องงานกับงาน แต่ก็อย่างว่า ผู้หญิงเก่งอย่างพี่ศยาคงคิดแต่เรื่องงาน เรื่องความรักเรื่องแฟนคงเป็นเรื่องสุดท้าย”

    “ใครว่า...นั่นเป็นสิ่งแรกในโลกที่ฉันคิด เพียงแต่ว่า คนที่ฉันคิดด้วยเขาไม่รู้ตัว”

    ปราณ​นต์​ชะงัก​สบตา​กับ​อวัศ​ยา​อึ้งๆ...ก็​พอดี บานา​น่า​โบ๊ต​ที่​พริบ​พราว​นั่ง​รวม​มา​กับ​คน​อื่นๆแล่นผ่านมา คน​ขับ​จะ​คอย​สะบัด​ให้​ผู้​แข่ง​ขัน​หล่น เหลือ​ใคร​สุดท้าย​เป็น​ผู้​ชนะ พริบ​พราว​เห็น​ด้าน​หลัง​ปราณ​นต์​เหมือน​กำลัง​จูบ​กับ​อวัศ​ยา ทำให้​ตะลึง​ไม่ทัน​ระวัง​ตัว โดน​สะบัด​โค้ง​ตก​น้ำ​ตูม...เธอ​กำลัง​จะ​ว่ายน้ำ​เข้า​หาด​เกิด​เป็น​ตะคริว ทันใด คลื่น​ที่​เกิด​จาก​แรง​ขับ​บา​นา​น่า​โบ๊ต ทำให้​เธอจมดิ่ง​ลง​ไป เธอ​พยายาม​กระ​เสือก​กระ​สน​ขึ้น​มา​ร้อง​ให้​คน​ช่วย ปราณ​นต์​ได้ยิน​ตกใจ ผละ​จาก​อวัศ​ยา​วิ่ง​ไป​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง อวัศ​ยา​ร้อง​เรียก​เพราะ​รู้​ว่า​เขา​กลัวน้ำ​ทะเล

    พริบ​พราว​กำลัง​จม​ลง​ใกล้​หมด​สติ เธอ​คิดถึง​ปราณ​นต์ ภาวนา​ให้​เขา​มา​ช่วย ทันใด ก็​เห็น​ภาพ​รางๆว่า​ปราณ​นต์​ว่ายน้ำ​เข้า​มา​โอบ​กอด...อวัศ​ยา​ยืน​หน้าซีด​เหมือน​คน​ช็อก ลิปดา​เดิน​กลับ​มา​เห็น​คน​มุง​ก็​รีบ​ถาม​เกิด​อะไร​ขึ้น ​มี​คน​จม​น้ำ​หรือ อวัศ​ยา​พึมพำ​ว่า​ปราณนต์​ลง​ไป​ช่วย​พริบ​พราว ลิปดา​พลอย​ตกใจ​ไป​ด้วย อวัศ​ยา​น้ำตา​คลอ​สับสน​เหมือน​สัมผัส​กับ​วินาที​ชีวิต​ของ​จริง

    “ศ​ยา ตัว​เย็น​มาก​เลย เป็น​อะไร​รึ​เปล่า” ลิปดา​จับ​แขน​อวัศ​ยา

    ทันใด ปราณ​นต์​โผล่​ขึ้น​มา​พร้อม​ร่าง​พริบ​พราว อวัศ​ยา​ถอน​ใจ​เฮือก​แล้ว​เซ​จะ​หมด​แรง​ด้วย​ความ​ช็อก ลิปดา​ประคอง​ให้​นั่ง ถาม​เป็น​อะไร เธอ​ตอบ​ไม่​เป็น​อะไร​แค่​กลัว...ลิปดา​รู้​ว่า​เธอ​เป็น​ห่วง​ปราณ​นต์ คิด​น้อยใจ...ถ้า​เป็น​ตน​เธอ​จะ​ห่วง​อย่าง​นี้​ไหม

    ooooooo

    ริม​หาด ปราณ​นต์​พยายาม​ผายปอด​ช่วย​พริบพราว​อย่าง​ใจคอ​ไม่​ดี ภาพ​ความ​น่า​รัก​ของ​เธอ​แว่บ​เข้า​มา​ในหัว​ไม่​หยุด เขา​เป่า​ปาก​ปั๊ม​หัวใจ​เธอ​หลาย​ครั้ง “ฟื้น​สิ​พราว...พราว...ฟื้น​สิ...”

    จนกระทั่ง​พริบ​พราว​สำลัก​น้ำ​ออก​มา ปราณนต์​โล่ง​ใจ​ทรุด​ลง​ข้าง​เธอ อวัศ​ยา​กับ​ลิปดา​วิ่งมา​เห็น​ว่า​พริบ-​พราว​ฟื้น​ก็​โล่ง​อก อวัศ​ยา​แอบกังวล​ที่​ปราณ​นต์​ทุ่มเท​ขนาด​นี้ ลิปดา​แกล้ง​เปรย

    “คุณ​ก็​หาย​เจ็บ​หัว พราว​ก็​รอด​จาก​การ​จม​น้ำ ถือว่า​เป็น​ข่าว​ดี​จริงๆ เพราะ​ถ้า​คุณ​ไม่​หาย​เจ็บ​หัว​และ​พราวเป็น​อะไร​ไป​เพราะ​จม​น้ำ ถ้า​ผม​เป็น​ปราณ​นต์​ผม​คง​ไม่​ให้อภัย​ตัว​เอง”

    อวัศ​ยา​ฟัง​แล้ว​ชะงัก​หัน​มอง​หมายความ​ว่า​อย่างไร พริบ​พราว​ปรือ​ตา​เห็น​ปราณ​นต์​นั่ง​อยู่​ข้างๆ แสง​แดด​ส่อง​หน้า​และ​ผม​ที่​มี​หยด​น้ำ​ดู​น่า​ประทับใจ เธอ​กล่าว​ขอบคุณ​ก่อน​จะ​สลบ​ไป​อีก​ครั้ง อวัศ​ยา​ตาม​ไป​ช่วย​ดูแล​พริบ​พราว​ที่​ห้อง เสียง​เตือน​ของ​ศ​รัน​ยู​ดัง​ก้อง​ใน​หัว

    “พราว​อาจจะ​ไม่ได้​ทำ​เพื่อ​ประชด​หรือ​แกล้ง​แต่​ทำ​เพราะ​รัก​ปราณ​นต์​จริงๆ...” ระหว่าง​ที่​ปราณ​นต์​ไปเอายา อวัศ​ยา​โทร.​หา​ศ​รัน​ยู เขา​วิเคราะห์ “จาก​ที่​เล่า​มา​ทั้งหมด ตั้งแต่​ตอน​เปิด​ประตู​มา​เจอ​แก​อยู่​กับ​ปราณ​นต์​แล้ว​เดิน​ช็อก​ออก​ไป ปราณ​นต์​ตาม​ไป​เคลียร์​และ​เขา​ก็ดี​ใจ​ที่​ณนต์​แคร์...ตอน​แข่ง​กีฬา​และ​ก็​ตอน​ช่วย​ชีวิต มัน​ไม่​ใช่​เรื่อง​การ​แก้แค้น​หรือ​ยั่ว​โมโห​แก​อีก​แล้ว แต่​ฉัน​ว่า​มัน​เป็น​เรื่อง​ของ​การ​หึง​หวง เด็ก​พราว​อาจจะ​ตก​หลุม​รัก​เขา​และ​อยาก​จะ​กัน​แก​ออก เอาเรื่อง​งาน​มา​ทำ​เป็น​ไม่​พอใจ​ว่า​แกกลั่นแกล้ง​แต่​ที่จริง​ไม่​พอใจ​ที่​แก​สนิทสนม​กับ​ปราณ​นต์​มาก​กว่า”

    อวัศยา​อึ้ง​ย้อน​ถาม​แล้ว​ปราณ​นต์​ชอบ​พริบ​พราว​หรือ​เปล่า ศ​รัน​ยู​ตอบ​ไม่ได้ แต่​คิด​ว่า​ปราณ​นต์​ชอบแอบรัก “เพราะฉะนั้น​ฉัน​ขอ​ย้ำ​เป็น​ครั้ง​สุดท้าย ถ้า​แก​ไม่​เชื่อ​ฉัน ฉัน​จะ​ไม่​พูด​อีก​แล้ว​ มัน​เบื่อและ​เมื่อยปาก​มาก แก​ต้องรีบ​เปิด​ตัว​ว่า​แก​คือ​แอบ​รัก และ​ปิด​ปม​รัก​สามเส้า สี่​เส้านี้ให้​เร็ว​ที่สุด​ก่อน​ที่​พริบ​พราว​จะ​ฉก​ปราณ​นต์​ไป​จาก​แก...แค่นี้นะ” ศ​รัน​ยู​วาง​สาย​อย่าง​เบื่อๆ

    อวัศ​ยา​สะดุ้ง​ที่​เพื่อน​ตัด​สาย...เดิน​ไป​ขยับ​ผ้า​ห่ม​ให้​พริบ​พราว​อย่าง​ห่วงใย ครุ่นคิด​ควร​ทำ​อย่างไร​ดี พริบ-พราว​นอน​ไม่ได้​สติ ฝัน​ไป​ว่า​ตัว​เอง​ลอย​อยู่​ใน​น้ำ ทันใด ก็​ลืมตา​ขึ้น​มา​เห็น​แต่​น้ำ​และ​ความ​ว่าง​เปล่า จึง​ดิ้น​ทุรนทุราย​ราว​คน​หายใจ​ไม่​ออก...ปราณ​นต์​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น เธอ​รู้สึก​อบอุ่น​ใจ ปราณ​นต์​ขยับ​เข้า​มา​ใกล้​และ​จุมพิต​ที่​ริม​ฝีปาก​อย่าง​แผ่ว​เบา เธอ​หลับตา​เคลิ้ม...

    พลันพริบ​พราว​สะดุ้ง​ตื่น​เรียก​ปราณ​นต์ อวัศยา​สะดุ้ง​ไป​ด้วย​รีบ​เข้า​มา​ดู พริบ​พราว​ยัง​มึน​หัว​มอง​ภาพเบลอๆ จึง​หลับตา​ลง อวัศ​ยา​นั่ง​ลง​ข้างๆตัดสินใจ​พูด “ฉัน​รู้​ว่า เธอ​ไม่​ชอบ​หน้า​ฉัน​และ​ก็​พยายาม​จะ​เอาชนะ​ทุก​อย่าง ฉันไม่รู้​ว่าการ​ที่​จม​น้ำมัน​เป็น​เรื่อง​จริง​หรือ​ว่า​เรื่อง​ล้อ​เล่นแต่คราวหน้า​อย่า​ทำ​แบบ​นี้​อีก มัน​เป็น​อันตราย นี่ถ้า​ปราณ​นต์​ไป​ช่วย​ไม่ทัน ป่านนี้​เธอ​ตาย​ไป​แล้ว ฉัน​ไม่​อยาก​สรุป​เอง​ว่า​มัน​เป็น​แผน​ของ​เธอ แต่​ถ้า​ใช่ ฉัน​ขอ​ถาม​เธอ​ตรงๆ เธอ​ชอบ​ปราณ​นต์​ใช่​ไหม”

    เสียง​พริบ​พราว​กรน​คร่​อก...อวัศ​ยา​เห​วอ​สบถ นัง​เด็ก​บ้า​หลับ​ก็​ไม่​บอก แล้ว​คิด​จะ​ทำ​ไง​ดี...ตก​เย็น

    ปราณ​นต์​ถือ​ถาด​อาหาร​เดิน​ผ่าน​สระ​น้ำ อด​คิด​ไม่ได้​ทำไม​ตน​ต้อง​เปียก​เพราะ​อวัศ​ยา​และพริบ​พราว สอง​สาว​จะ​ทำให้​เจอ​อะไร​อีก...พอ​เข้า​มา​ใน​ห้อง ถาม​อวัศ​ยา​ว่า​พริบ​พราว​ฟื้น​หรือ​ยัง

    อวัศ​ยา​แอบ​เคือง “ห่วง​แต่​คน​อื่น แล้ว​ตัว​เอง​เป็น​อะไร​รึ​เปล่า เธอ​เอง​ก็​เกือบ​จม​น้ำ​เหมือน​กัน​ฉัน​เห็นหาย​ไป​ใน​น้ำ​ตั้ง​หลาย​นาที ดู​สิ หน้า​แดง มี​ไข้​หรือ​เปล่า” อวัศ​ยา​เอา​มือ​อัง​หน้าผาก​เขา

    ปราณ​นต์​จับ​มือ​อวัศ​ยา​เขินๆแปลก​ใจ​ที่​ห่วงใย อวัศ​ยา​รู้สึก​ว่า​มือ​เขา​ร้อน​ยิ่ง​คิด​ว่า​มี​ไข้ เขา​รีบ​บอก​ว่า​ไม่​เป็น​อะไร​จริงๆ อวัศ​ยา​ตำหนิ คิด​อย่างไร​ถึง​กระโดด​ไป​ช่วย​แทนที่จะ​รอ​ไลฟ์​การ์ด เขา​ตอบ​ว่า​เกรง​ไม่ทันการณ์ หญิง​สาว​พยัก​หน้า “นั่น​สิ​นะ เห็น​คน​จม​น้ำ​ต่อหน้า​ต่อตา​แบบ​นั้น ต่อ​ให้​เกลียด​กลัวน้ำ​ทะเล​แค่​ไหน​ก็​คง​จะ​ลืมตัว”

    ปราณ​นต์​ชะงัก​มอง​หน้า “พี่​ศ​ยา​รู้​ได้​ไง​ว่า​ผม​กลัวน้ำ​ทะเล...ผม​จำ​ได้​ผม​ไม่​เคย​บอก​พี่​ศ​ยา” อวัศ​ยา​หน้าเสีย​นึก​ได้​ว่า​พลั้งปาก ปราณ​นต์​คาดคั้น​ถาม “ผม​ไม่​เคย​บอก​พี่​รุจน์ ผม​ไม่​เคย​บอก​แม้แต่​รุ้ง มี​คน​เดียว​เท่านั้น​ที่​ผม​บอก คือ...คุณ​แอบ​รัก” พริบ​พราว​รู้สึก​ตัว

    ปรือ​ตา​มอง​ตั้งใจ​ฟัง “ตกลง ทำไม​พี่​ศ​ยา​ถึง​รู้​เรื่อง​ที่​ผมกลัวน้ำ​ทะเล มัน​ตอบ​ไม่​ยาก​เลย​นะ​ครับ แค่​พี่​บอก​ความจริง ทำไม​ถึง​รู้”

    อวัศ​ยา​โพล่ง​ออก​ไป “เพราะ​ฉัน​เห็น​เธอ​ไม่​ยอม​เหยียบ​น้ำ​ทะเล​เลย ตอน​ที่​เรา​นั่ง​อยู่​ที่​ชายหาด ฉัน​ก็​เลย​เดา​เอา​ว่า​เธอ​อาจจะ​ไม่​ชอบ​หรือ​ไม่​ก็​ว่ายน้ำ​ไม่​เป็น”

    พริบ​พราว​กลอก​ตา​กับ​การ​โกหก​ขอ​งอ​วัศ​ยา... ปราณ​นต์​ไม่​เชื่อ คาดคั้น​ถาม อวัศ​ยา​นึกถึง​คำ​แนะนำของ​ศ​รัน​ยู​ที่​ให้​เปิดเผย​ตัว​ตน จึง​ตัดสินใจ​จะ​บอก​ความ​จริง... พริบ​พราว​เกรง​ปราณ​นต์​รู้ความ​จริง​แล้ว​จะ​ทิ้ง​ตน​ไป​จึง​ทำ​ที​รู้สึก​ตัว​ขอ​น้ำ​ดื่ม ปราณ​นต์​เป็น​ห่วง​จึง​ผละ​ไป​หยิบ​น้ำ​ป้อน

    ระหว่าง​นั้น ลิปดา​ตัดสินใจ​จะ​ไป​พบ​ลูกค้า​อีก​ราย​ตาม​ที่​นิ​ดา​ให้​ข้อมูล เพื่อ​เป็น​การ​ดึง​อวัศ​ยา​ออก​ห่าง​จาก​ปราณ​นต์...อวัศ​ยา​ยืน​เก้อ​จะ​เอาอย่าง​ไร​ดี ไม่อยาก​เสีย​ปราณ​นต์​ไป ก็​พอดีมือ​ถือ​ดัง​ขัดจังหวะ อวัศ​ยา​รับ​สาย​ด้วย​ความ​เซ็ง พลัน​ต้องตา​โพลง​เมื่อ​ได้​รับคำ​สั่ง

    “เดี๋ยว​ลูกค้า​จะ​ส่ง​เรือ​มา​รับ​ภายใน​สิบ​นาที เจอ​กัน​ที่​ท่าเรือ”

    อวัศ​ยา​โวยวาย​จะ​เก็บ​ของ​ทัน​ได้​อย่างไร ลิปดา​ไม่​สน​บอก​ให้​รีบ​จัดการ​อย่า​ปล่อย​ลูกค้า​รอ อวัศ​ยา​ร้อนรน​รีบ​กลับ​ห้อง​ไป​เก็บ​ของ นึก​ได้​ตั้งแต่​ส่ง​เมลผิด​ยัง​ไม่ได้​ส่ง​ใหม่​ให้​ปราณ​นต์​เลย อยาก​ส่ง​แต่​ไม่ทัน​เพราะ​ลิปดา​เร่ง...ปราณ​นต์​เอง​ก็​เสียดาย​ยัง​ไม่ได้​คำ​ตอบ​จาก​อวัศ​ยา ความ​สงสัย​ทำให้​เขา​ทิ้ง​พริบ​พราว​วิ่ง​ออก​ไป พริบ​พราว​อ้า​ปาก​จะ​ห้าม​แต่​ไม่ทัน จึง​นึก​มโน​ไป​ต่างๆนานาว่า​ปราณ​นต์​ไป​ถาม​เค้น​อวัศ​ยา​ว่า​ทำไม​ถึง​รู้​ว่า​เขา​กลัวน้ำ​ทะเล เธอ​คือ​แอบ​รัก​ที่​เขา​คิดถึง​และ​เฝ้า​รอ​ใช่ไหม อวัศ​ยา​เต็ม​ตื้น​ยอม​รับ​ว่า​เธอ​คือ​แอบ​รัก ปราณนต์​ดึง​เธอ​มาก​อด​อย่าง​เปี่ยม​รัก...ไม่ทัน​ไร ปราณ​นต์​เดินคอตก​กลับ​เข้า​มา บอก​พริบ​พราว​ว่า อวัศ​ยา​ออก​ไป​หา​ลูกค้า​กับ​ลิปดา​แล้ว พริบ​พราว​โล่ง​อก​คิด​ว่า​เสีย​เขา​ให้​อวัศ​ยา​ไป​เสีย​แล้ว เธอ​โผ​กอด​เขา​ร้องไห้​ด้วย​ความ​ว้าวุ่น​ใจ

    ทันใดเสียง​ปราณ​นต์​ปลุก “พราว...พราว...” เธอ​สะดุ้ง​ตื่น “คุณ​เป็น​อะไร​รึ​เปล่า​ ผม​เห็น​คุณ​นอน​กระสับ กระส่าย​ไป​มา”

    พริบ​พราว​ตั้ง​สติ​ได้​มอง​ไป​รอบ​ห้อง “เอ่อ...ฉัน​ฝัน​ร้าย​น่ะ”

    ปราณ​นต์​ห่วง​อัง​มือ​ที่​หน้าผาก​เธอ​รู้สึก​ยัง​รุมๆ จึง​ให้​ทาน​ข้าวต้ม​เพื่อ​กิน​ยา พริบ​พราว​จับ​มือ​เขา​กล่าวน้ำเสียง​อ่อนโยน​คล้าย​เปิด​ใจ “นาย​รู้​หรือ​เปล่า ตอน​ที่ฉัน​จมน้ำ​ฉัน​คิด​อะไร...ฉัน​คิด​ว่านาย​ต้อง​มา​ช่วย​ฉัน อย่าทิ้ง​ฉันนะ แล้ว​นาย​ก็​มา​ช่วย​ฉัน​จริงๆ ขอบคุณ​มาก​ที่​ไม่​ทิ้งกัน”

    พูด​จบ​พริบ​พราว​ก็​หลับ​ไป​อีก ปราณ​นต์​ส่าย​หน้า​อย่าง​เอ็นดู มอง​ปาก​อวบ​อิ่ม​นึกถึง​ตอน​ที่​เม้าท์​ทู​เม้าท์​ให้​เธอ เขา​รีบ​ดึง​สติ​กลับ​มา​อย่าง​สับสน​กับ​ความรู้สึก​ตัว​เอง...

    ooooooo

    การสนทนากับลูกค้าของลิปดาได้เซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อย อวัศยาอยากรีบกลับเพื่อจะส่งอีเมลหาปราณนต์ ลูกค้าเชื้อเชิญให้นอนค้างที่บ้านตนก่อนเพราะนั่งเรือข้ามยามฟ้ามืดครึ้มมันอันตราย ลิปดาเห็นด้วย อวัศยาหน้าเสีย จึงถามหาไวไฟ ลิปดาปรายตามองคิดจะทำอะไร

    ระหว่างที่นั่งเฝ้าพริบพราว ปราณนต์นั่งประมวลทุกเรื่องที่ผ่านมาว่าพริบพราวหรืออวัศยาที่เป็นแอบรัก เขาเหลียวมองเห็นมือถือพริบพราววางอยู่ จึงลองส่งเมลหาแอบรัก พริบพราวตื่นขึ้นมาเห็นท่าทีปราณนต์ก็เดา

    ได้ว่าเขากำลังสงสัยว่าตนเป็นแอบรัก...จึงสวมรอยคว้า มือถือมาปิดเครื่องตอนเขาไม่ทันมอง แล้วทำทีหลับต่อ ปราณนต์กดส่งเมลรอฟังว่าเครื่องพริบพราวจะดังไหม เห็นเงียบจึงเข้าไปหยิบดู ปรากฏว่าเครื่องปิดก็ถอนใจจะพิสูจน์ได้อย่างไร เขาครุ่นคิดหรือจะเป็นอวัศยา ตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งเมลหาแอบรัก

    “คุณแอบรัก คุณอยู่ที่ไหน หายเงียบกันไป ผมส่งเมลมาทักทายครับ...ถ้าคุณแอบรักเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่พริบพราว จะต้องได้อ่านเมลนี้และตอบมา...”

    พริบพราวเห็นปราณนต์งุ่นง่านก็อยากรู้ว่าเขาส่งอะไร จึงแกล้งทำเป็นไอแค่กๆ บ่นอยากทานอะไรร้อนๆจะลุกไปหา ปราณนต์ห่วงอาสาไปเอามาให้ เขารีบออกไปลืมมือถือวางไว้ พริบพราวรีบลุกไปหยิบมาเปิดอ่านเมลด้วยความอยากรู้ข้อความที่ปราณนต์ส่งอีเมล

    “คุณแอบรัก...ผมขอฝ่ากฎของคุณด้วยความเคารพ ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องออกจากพุ่มไม้เพื่อมาเจอกันตัวเป็นๆ ก่อนที่ผมจะสับสนและฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อม ไม่เป็นไรเลยครับ ผมไม่โกรธไม่น้อยใจ แต่ผมคงคุยกับคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผมชอบคุณและมีความสุขมากทุกวันที่ได้คุยกับคุณ แต่ถ้าผมซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เหมือนคุณจะมีคนอย่างน้อย 2 คนต้องเจ็บปวดจากความสับสนของผม ผมพร้อมจะออกมาเผชิญหน้ากับความจริง

    ถ้าคุณพร้อมเช่นกัน ผมขอนัดเจอคุณในวันพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าที่ร้านกาแฟข้างที่ทำงาน ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าร้านไหน ผมจะพกดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกไปนั่งรอคุณอยู่ครึ่งชั่วโมง ถ้ายังไม่เห็นใครมา ผมจะสรุปว่า ผมไม่ใช่สเปกของคุณและผม...อกหัก”

    อวัศยาได้อ่านเมลนี้พร้อมกับพริบพราว รีบตอบกลับไปว่า “คุณคงเดาไม่ถูกว่าฉันรู้สึกยังไงตอนอ่านอีเมล ใช่แล้วค่ะ ฉันตกลงจะไปตามนัดของคุณนะคะ” แต่พอกดส่ง ฟ้าผ่าเปรี้ยงไฟดับวูบ อวัศยาร้องลั่นเพราะยังส่งไม่สำเร็จ “อะไรกันเนี่ย จะมาดับอะไรกันตอนนี้!”

    พริบพราวใจเต้นรัวอึ้งเมื่อรู้ว่าปราณนต์ชอบแอบรัก ความรู้สึกหวาดกลัวจะสูญเสียเขาไปถาโถม พลัน ได้ยินเสียงปราณนต์กลับมา จึงรีบโดดขึ้นนอนเตียงตามเดิม ในใจว้าวุ่น...ปราณนต์เข้ามาวางถ้วยชาร้อนๆบอกเธอค่อยๆดื่ม พริบพราวกล่าวขอบใจและให้เขากลับห้องไป เขาอดห่วงไม่ได้บอกถ้าต้องการอะไรก็โทร.บอก พอจะเดินไป พริบพราวก็เรียกปราณนต์ไว้

    “ถ้านายรู้ว่าแอบรักที่นายคุยด้วยเป็นผู้หญิงอ้วนขี้เหร่น่าเกลียด นายจะรับได้รึเปล่า”

    “รับได้ เพราะผมคุยกับเขาไม่ใช่เพราะความสวยหรือน่าเกลียด ไม่ว่าตัวจริงเขาจะเป็นไง ผมก็รับได้ทั้งนั้น” ปราณนต์หันมาตั้งใจตอบ พูดจบก็เดินออกไป

    พริบพราวพึมพำ แสดงว่าถ้าอวัศยาเป็นแอบรักเขาก็ต้องรับได้ เธอคิดหนักยอมไม่ได้...

    ขณะเดียวกัน ลิปดาเห็นว่าไฟดับจึงถือไฟฉายมาหาอวัศยา แต่แกล้งเอาไฟส่องใต้คาง เธอตกใจทุบตีเขายกใหญ่ เขาจับมือเธอแล้วถามทำอะไรอยู่ เธอบอกส่งเมลให้ลูกค้า เขารู้ทัน

    “ผมดีใจนะที่มีลูกน้องขยันขันแข็งแบบนี้ แต่ตอนนี้ไฟดับ เน็ตไม่มี จะส่งเมลจะแชตก็ไม่ได้แล้ว”

    อวัศยาหลิ่วตาถามเขาหมายความว่าอะไร เขาย้อนถามพูดอะไรแทงใจหรือ เธอจึงถามอีกครั้ง เขารู้ความลับอะไรของตน ลิปดาแกล้งสาธยายเรื่องที่เธอกลัวและหน้าแตกต่างๆ เธอดักคอ

    “เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ว่าเรื่องไหนที่ฉันเผลอทำให้บอสรู้ บอสมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอ ฉันหวังว่า คงไม่เอาไปเปิดเผยกับใคร” พูดจบอวัศยาจะเดินไป ลิปดาเรียกจะไปไหน ต้องนอนด้วยกันเพราะไฟดับหมด เขาหอบหมอนผ้าห่มมาพร้อม อวัศยาเหวอ

    ooooooo






    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์