นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"


    ปราณนต์ยืนรอที่รถ พริบพราวเดินยิ้มมาเพราะได้ส่งเมลให้อวัศยาเรียบร้อย ปราณนต์ยังเข้าใจว่าเธอเป็นแอบรัก ส่งเมลหาตน

    ส่วนอวัศยา ได้รับเมลจากพริบพราวแล้วเต้นผางพยายามโทร.หาศรันยู ไม่ทันไร ลิปดาเข้ามาบอกข่าวที่ปราณนต์กับพริบพราวได้ลูกค้าเปิดพอร์ตวงเงิน 50 ล้าน อวัศยาพยายามข่มอารมณ์บอกว่าตนรู้แล้ว พริบพราวเป็นคนส่งข่าวมาเอง ลิปดาสังเกตเห็นท่าทีร้อนรนของเธอ จึงถามมีปัญหาอะไร เธอปฏิเสธไม่มีอะไรแค่แปลกใจที่โทร.หาศรันยูไม่ได้ ลิปดาดักคอ

    “ทำไมถึงอยากติดต่อหาคุณรัน ตอนนี้เขาไปดูลูกค้านอกสถานที่ไม่ใช่เหรอ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นโรงงานที่อยู่ใกล้ๆกับโฮมสเตย์ลุงไกร”

    “อ้าวเหรอ...ใกล้กันเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เลย แหม... บังเอิญจัง เออบอส เย็นนี้เรามีนัดทานข้าวกับยายนะคะ” อวัศยาเล่นละครกลบเกลื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที

    เผอิญนิดาเปิดประตูเข้ามาได้ยิน ชะงักหยุดฟัง ลิปดาบอกอวัศยาอย่าทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง ตนรู้ว่าเธอร้อนรนเพราะปราณนต์ ในฐานะที่ตนเป็นแฟน ตนหึง...

    นิดาหูผึ่ง อวัศยาหัวเราะกลบเกลื่อนหาว่าเขาบ้า คิดเลอะเทอะ แล้วไล่ให้ไปพบลูกค้าตามนัด เตือนอย่าลืมเย็นนี้เจอกันที่ห้อง

    ลิปดาเรียกรุจน์มาพบ เพื่อซักถามเรื่องผู้หญิงที่คุยไลน์กับปราณนต์ รุจน์ตกใจที่เขารู้เรื่อง แต่ก็บอกตามตรงว่าตอนนี้ปราณนต์เลิกแชตแล้ว ลิปดาโล่งอก รุจน์แปลกใจที่บอสถาม

    นิดาเอาเรื่องที่ได้ยินมาเล่าให้แสนดี ลิลลี่และพีระฟัง ทุกคนแปลกใจไปด้วย นิดาเล่าว่า ลิปดาหึง

    ปราณนต์...รุจน์เดินงงๆกลับมาบ่นว่าทำไมบอสต้องถามเรื่องปราณนต์ ทุกคนหันขวับไปเค้นถามรุจน์ทันที รุจน์พ่ายแก่อิทธิพลเถื่อนจำต้องเล่าทั้งหมด

    ลิปดาครุ่นคิดถึงคำพูดของรุจน์ที่ว่าปราณนต์เลิกแชตแล้ว ก็พอดีองศาโทร.เข้ามาให้ไปพบที่บ้าน...ลิปดาเดินมาที่สนามบ้านองศา เห็นกำลังจัดงานปาร์ตี้ องศาบอกว่าเป็นงานวันเกิดซึ่งตนจะเชิญลูกค้าที่ธนาคารมาเลี้ยงขอบคุณ และเชิญกึ่งบังคับให้ลิปดามาร่วมงาน ให้ควงสาวคนไหนมาด้วยก็ได้ จะเป็นพริบพราวก็ดี รุ้งลดาได้ยินไม่พอใจ

    ระหว่างนั้น อวัศยายังพยายามโทร.หาศรันยูจนได้ เขาแก้ตัว “เพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ นี่ปราณนต์กับพริบพราวยังไม่ถึงออฟฟิศอีกเหรอ”

    “ยัง...แล้วสถานการณ์เมื่อเช้าที่เธอเห็นเป็นยังไงบ้าง สองคนนั้นเป็นยังไง มีอะไรที่น่าเป็นห่วงรึเปล่า” ท่าทางอวัศยาร้อนรนอยากรู้

    ศรันยูตัดสินใจบอก “ศยา...ถ้าฉันส่งอะไรให้เธอดู เธอรับปากฉันไหมว่าจะไม่ปรี๊ด และจะดูอย่างมีสติ ไม่ใช้อารมณ์”

    ยิ่งทำให้อวัศยาอยากรู้ บอกให้ส่งมาโดยเร็ว...พอได้เห็นรูปปราณนต์กับพริบพราวกอดกันในโคลน ก็แทบรับไม่ได้ อยากจะกรี๊ดออกมา ระหว่างนั้นพริบพราวกับปราณนต์เดินเข้าบริษัทมาอย่างสง่างาม พริบพราวบอกลิลลี่ว่าพวกตนทำยอดมาได้อีก 110 ล้าน ยอดนี้ทำให้ทีมเราขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในเดือนนี้ โค่นแชมป์พีระได้เป็นครั้งแรก พีระกับรุจน์หน้าเสีย รุจน์จับไหล่แสดงความยินดีกับปราณนต์เชิงประชด

    “ผลงานดีนะไอ้ณนต์ ยินดีด้วย ดูท่าทางดวงจะกำลังขึ้น มีนารีอุปถัมภ์”

    ปราณนต์ฟังดูแหม่งๆ...อวัศยากำลังปรี๊ดมองผ่านกระจกออกมาเห็นปราณนต์ก็รี่ออกไปหาทันที ระหว่างนั้นพริบพราวเอาเอกสารไปให้แสนดีที่โต๊ะ และคิดจะไปเย้ยอวัศยาในห้องทำงาน แต่อวัศยาออกมาหาปราณนต์ทำทีเรียกเขาเข้าไปคุยในห้องทำงาน พอทั้งสองเข้ามาในห้อง ก็เห็นพริบพราวกำลังยืนมองหน้าจอคอมที่อวัศยาลืมปิดภาพเธอกับปราณนต์กอดกัน อวัศยาตกใจตวาด...ทำอะไร! พริบพราวเงยหน้ามองอย่างไม่พอใจ อวัศยาตั้งสติพยายามนิ่ง

    พีระ รุจน์ นิดาและลิลลี่ได้ยินเสียงเอ็ดของอวัศยาก็ตกใจรีบวิ่งมามุงดู...พริบพราวเสียงกร้าว “รูปพวกนี้คืออะไร พี่ศยาส่งคนไปแอบดูเราสองคนทำไมคะ นี่มันเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างรุนแรง ที่ผ่านมาพราวพยายามจะไม่โวยวาย ไม่ว่าจะโดนกลั่นแกล้งแค่ไหน แต่สำหรับเรื่องนี้พราวรับไม่ได้” ปราณนต์ปรามให้ใจเย็น แต่พริบพราวชี้ “ผู้หญิงคนนี้ส่งคนไปแอบถ่ายรูปเราสองคน นายรู้แล้วจะใจเย็นก็ตามใจ แต่ฉันเย็นไม่ลง”

    ปราณนต์หันมองอวัศยา พริบพราวให้เขามาดูรูปหน้าคอม อวัศยาตวาด “หยุด! ตั้งสติและฟังให้ดีฉันจะไม่อธิบายมากและไม่พูดซ้ำ ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะเธอทำตัวไม่น่าไว้วางใจ”

    “พราวเนี่ยนะไม่น่าไว้วางใจ แล้วการที่คุณส่งคนไปแอบถ่ายรูปเราสองคนมันน่าไว้ใจตรงไหนคะ โรคจิตชัดๆ...”

    “มันจะมากเกินไปแล้วนะ ที่ฉันส่งคนไปเพราะต้องการสอดส่องติดตามดูการทำงานของพวกเธอ ฉันแค่อยากมั่นใจว่าเธอไม่ได้เอาเวลางานไปทำธุระส่วนตัว และที่ฉันไม่ไว้ใจก็เพราะรูปที่เธอส่งมาให้ฉัน หรือเธออยากให้คนอื่นเห็นรูปที่เธอส่งมาให้ฉัน แล้วให้พวกเขาเป็นคนตัดสินว่าฉันควรจะไม่ไว้ใจเธอหรือเปล่า” อวัศยาปรายตามองไปทางกลุ่มที่มุงหน้าห้อง “รูปพวกนั้นมันทำให้ฉันคิดว่า เธออาจจะไม่ได้ไปทำงานแต่ไปทำอย่างอื่น ...ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อน”

    พริบพราวเห็นสายตาอยากรู้ของทุกคนก็ร้อนตัวอ้างไม่เชื่อ ปราณนต์ปรามให้พอแล้วบอกอวัศยาพูดถูก เธอมีสิทธิ์ส่งคนติดตามการทำงานของเรา ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่ต้องร้อนตัว พริบพราวเสียหน้า ไม่ยอมแพ้หยิบซองเอกสารชูใส่หน้าอวัศยา

    “นี่เป็นใบขอเปิดพอร์ตจากลูกค้า พราวทำงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อย ขอบคุณที่มอบงานใหญ่ให้และเสียใจด้วยถ้าคิดว่าฉันจะทำไม่สำเร็จ” พริบพราวยื่นหน้ากระซิบ “พราวรู้ว่าพี่ศยาไม่ได้ทำเพราะหวังดีกับบริษัท ถ้าพราวหาหลักฐานได้ว่าพี่ทำเพราะเจตนาอื่น พราวจะแฉให้หมด ทุกคนจะได้รู้สักทีว่าพี่ไม่ได้เป็นหัวหน้าที่ดีอย่างที่ทุกคนเห็น โดยเฉพาะปราณนต์”

    อวัศยามองพริบพราวเดินออกไปอย่างจุก ปราณนต์ถามเธอมีอะไรจะคุยกับตน อวัศยาเสียงอ่อยว่าไม่มีอะไรแล้วให้เขาออกไปได้ ชายหนุ่มห่วงบอกมีอะไรให้ช่วย ตนพร้อมเสมอ และตนก็เชื่อว่าเธอทำทุกอย่างเพื่อบริษัท...อวัศยาถึงกับทรุดอึ้งกับกำลังใจของเขา กดลบรูปทิ้งหมด

    ตลอดบ่ายนั้น ทั้งสามคน อวัศยา ปราณนต์และพริบพราวต่างรุ่มร้อนในใจจนไม่อาจทำงานได้ ปราณนต์เป็นห่วงพริบพราว อวัศยาครุ่นคิดหนักใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พริบพราวพลุ่งพล่านแค้นใจอยากเอาคืน...หลังเลิกงาน พริบพราวมานั่งกินเค้กระบายอารมณ์ในร้านกาแฟใกล้บริษัท ปราณนต์ตามมานั่งแหย่ กินขนาดนี้อ้วนพอดี เธอสะบัดเสียงไม่แคร์ เขาจึงเตือน

    “คุณรู้รึเปล่า ชีวิตคนเรามีวิธีสร้างความสมดุลให้เราอย่างแนบเนียน ถ้าเราสังเกตสักนิด เราจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข” พริบพราวเหวี่ยงเทศน์อะไร “ผมไม่ได้เทศน์ แค่ชี้ทางสว่าง คุณคิดดู เมื่อตอนเช้าที่ลุงไกรเปิดพอร์ต เราดีใจกันขนาดไหน และเมื่อตอนบ่ายคุณก็มีเรื่องทะเลาะกับพี่ศยา จิตตกลงไปขนาดไหน นี่แหละชีวิตกำลังจะสอนให้คุณรู้ว่า มีขึ้นก็ต้องมีลง ปลงซะ”

    พริบพราวยกมือสาธุประชด ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน พริบพราวรู้สึกดีขึ้น บอกเขาที่เจ็บใจมันเหมือนโดนถีบลงมาถึงรับไม่ได้ ชายหนุ่มส่ายหน้า จู่ๆพริบพราวก็โพล่งขึ้นว่าเขารู้สึกไหมว่าอวัศยาชอบเขา ปราณนต์สะอึกส่ายหน้าดิก หาว่าเธอเพ้อเจ้อ หญิงสาวยืนยัน

    “แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ ไม่เชื่อลองคิดย้อนกลับไปดูเองก็แล้วกัน ว่าพี่ศยาเขาพยายามเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับนาย จนเกินความเป็นเจ้านายลูกน้องหรือเปล่า รู้คำตอบแล้วบอกฉันด้วย” พริบพราวทิ้งท้ายให้ปราณนต์ครุ่นคิด

    ooooooo

    ตั้งแต่ปราณนต์กลับถึงบ้าน เขาก็พุ่งมาอ่านอีเมลที่คอม ยิ้มกริ่มอ่านข้อความจากแอบรัก เธออยากให้เล่าถึงเพื่อนที่ไปทำงานด้วยกัน ปราณนต์ส่งข้อความกลับไปว่า มีเรื่องเล่ามากมาย อยากคุยกันต่อหน้ามากกว่า แอบรักส่งกลับมาว่าเราตกลงกันแล้ว ถ้าไม่เลิกสืบหา ตนจะหายไป

    “เฮ้ย! เดี๋ยวครับคุณแอบรัก ผมล้อเล่นนะครับ ผมไม่ลืมข้อตกลงระหว่างเรา ได้ครับ ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ไม่พยายามสืบ และไม่เซ้าซี้อะไรทั้งนั้น ขอแค่คุณอย่าหายไปอีกนะครับ”

    “ฉันจะหายไปหรือยังอยู่ ขึ้นกับความประพฤติของคุณ ฉันให้คำตอบสำหรับอนาคตไม่ได้ ฉันให้ได้แต่คำตอบปัจจุบัน คือฉันยังอยู่รอฟังเรื่องของคุณกับเพื่อนสนิทอย่างตั้งใจ”

    ปราณนต์จึงส่งข้อความเล่าเรื่องที่ไปให้แอบรักฟังว่าสนุกสนานดีและได้รู้จักกันมากขึ้น หลังจากจบการอ่านเมลของปราณนต์ อรุณก็บอกอวัศยาว่า ให้ไปงานเลี้ยงวันเกิดญาติของลิปดา เธอปฏิเสธเสียงลั่นจนยายต้องรีบถอดเครื่องช่วยฟังออก เอ็ดว่าหูแทบแตก อวัศยาเบาลงบอกไม่ไป อรุณยืนกรานถ้าไม่ไปตนก็ไม่กลับ เพราะตนต้องการให้เธอเปิดตัวกับญาติพี่น้องแฟน เป็นการยืนยันความจริงใจของฝ่ายชาย ทันใดเสียงกริ่งหน้าห้องดัง อวัศยาเตรียมเล่นงานลิปดาเต็มที่ แต่พอเปิดประตู กลับเห็นชุดราตรีสวยเก๋ชูอยู่ตรงหน้า สักพักลิปดายื่นหน้าออกมา เธอโวย

    “บอสหลอกใช้ยายเป็นเครื่องมือบังคับให้ฉันไปใช่ไหม เล่นบ้าอะไรอีกเนี่ย งานเลี้ยง ครอบครัว ชุดราตรี นี่มันจะไปกันใหญ่แล้วนะ”

    ลิปดารีบอธิบายอย่าคิดมาก ไม่ใช่งานใหญ่โตอะไร แค่ตนรู้ว่าองศาตั้งใจจะให้ญาติผู้ใหญ่บีบตนให้ยอมให้เขาร่วมหุ้นบริษัท ตนจึงต้องให้เธอไปช่วยกัน และอีกอย่าง งานนี้จะทำให้ยายเชื่อว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆและล้มเลิกเรื่องหาคู่มาให้แต่งงาน...อวัศยาคิดแล้วดึงชุดมา

    “ไปก็ได้ แต่งานนี้จะเป็นงานสุดท้าย และห้ามบอสแนะนำกับญาติว่าฉันเป็นแฟนโดยเด็ดขาด” อวัศยาปิดประตูใส่หน้า ลิปดาเคาะเรียกขอทานข้าวเย็นด้วยคน

    เย็นวันเดียวกัน รุ้งลดามาหาปราณนต์ที่บ้านเพื่อชวนไปร่วมงานวันเกิดองศา โดยอ้างว่าเพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุด ถ้าเขาไม่ไปแสดงว่าเขายังไม่ให้อภัย ยังหึงตนอยู่ ปราณนต์คิดไม่ตก ตัดสินใจส่งเมลไปปรึกษาแอบรัก...ถ้าคนที่เคยรักชวนไปเจอแฟนใหม่ เธอจะไปไหม แอบรักถามกลับว่า ทำไมถึงไม่ไป ปราณนต์อึ้ง...จริงด้วย แอบรักให้เหตุผล

    “การที่คนเราจะไม่เผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่า เป็นคนเคยรัก มีสามเหตุผลใหญ่ๆคือ หนึ่งเกลียดมาก จนไม่อยากเจอ สองรักมากและยังทำใจไม่ได้ที่จะเห็นเขามีคนอื่น และสามเฉยไม่ได้คิดอะไร เธอไม่มีอิทธิพลอะไรกับคุณอีกต่อไป แต่ขี้เกียจออกจากบ้าน รถติด ร้อน อยากนอนดูคลิป อ่านเอนิเมะออนไลน์อยู่บ้าน” ประโยคข้อสาม ปราณนต์กลับมโนภาพว่าพริบพราวเป็นคนส่งเมล เขาแปลกใจตัวเอง เหมือนเสียงพริบพราวถามความรู้สึกเป็นข้อไหน ถ้าข้อหนึ่งไม่ต้องไปเสียเวลา ไม่ต้องฝืนใจ ถ้าข้อสองก็ไม่ต้องไปเพราะจะเจ็บเปล่าๆ แต่ถ้าข้อสาม

    ภาพกลับเปลี่ยนเป็นอวัศยากำลังตอบ “ฉันขอแนะนำให้ไป เพื่อให้เห็นว่าเราไม่ได้เกลียดและไม่ได้รักเขาแล้ว ไปโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเจ็บปวด”...ปราณนต์สะบัดหัวให้ภาพในหัวหายไป แปลกใจทำไมถึงมโนเป็นสองสาว เขาอ่านข้อความของแอบรักต่อ ว่าแนะให้ถามใจตัวเองดูจะเลือกข้อไหน ขอให้เจอแสงสว่างในความคิด

    ปราณนต์นึกถึงคำพูดของพริบพราวที่ว่าอวัศยาแอบรักตน แล้วไม่อยากเชื่อว่าเป็นไปได้ เขาตั้งใจพิมพ์เมลส่งกลับให้แอบรัก ว่าเขาตัดสินใจไปอย่างไม่เหนื่อยและไม่เจ็บ แต่คงต้องหาคู่ควงไปด้วย แอบรักจึงพิมพ์แนะนำว่าควรชวนคนที่เข้าใจ เข้าขากันดี รับส่งมุกกันได้ น่าจะเป็นผู้ใหญ่หน่อย เผื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้... ปราณนต์ครุ่นคิด ยิ้มกริ่มรู้แล้วจะชวนใคร

    วันต่อมา ปราณนต์มาเลือกเสื้อผ้าที่ร้านสไตล์ย้อนยุค หญิงสาวที่เขาเลือกก็สวมชุดราตรีเก๋ไก๋เดินออกมา เขายิ้มตะลึง หญิงสาวถาม ทำไมถึงชวนตนไปงานวันเกิดแฟนใหม่ของแฟนเก่า ปราณนต์ชะงักอ้าง “เพราะผมช่วยคุณไว้หลายครั้งแล้ว ถึงเวลาที่คุณต้องช่วยผมบ้าง”

    ปราณนต์ไม่อาจบอกได้ว่าเพราะคำแนะนำของแอบรัก...ปราณนต์ยกแขนให้พริบพราวควงเดินออกจากร้าน เธอยิ้มปลื้มกับความหล่อเหลาของเขา

    ooooooo

    ภายในงานวันเกิดองศา แขกเริ่มควงกันเข้ามา บรรยากาศเป็นแบบย้อนยุคเก๋ไก๋ รุ้งลดาในชุดราตรีสวย ถามองศาว่าพอใจกับงานที่ตนจัดไหม เขายิ้มปลื้มว่าถูกใจมาก รุ้งลดาจับมืออ้อนขอรางวัล ไม่ทันไร เสียงอิงอรแม่ขององศาดังมา องศาสะดุ้งรีบปลดมือรุ้งลดาออก

    อิงอรบอกรุ้งลดาให้ไปจัดแก้วน้ำสำหรับรับแขกทางโน้น เธอรับคำ “ได้ค่ะคุณแม่...”

    “ขอบใจจ้ะ แต่อย่าเรียกฉันว่าแม่เลยนะ เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด” อิงอรพูดจบเดินไป

    รุ้งลดาหน้าชาต่อว่าองศา “เมื่อไหร่พี่จะแนะนำรุ้งกับที่บ้านพี่สักทีคะ รุ้งไม่อยากเป็นแค่เด็กผู้ช่วยนะคะ”

    องศาปลอบให้ใจเย็น ตอนนี้ช่วยงานแม่ตนก่อน ตนจะต้องไปรับแขกของพ่อทางโน้น รุ้งลดากัดฟันกรอดไม่พอใจ พลันสายตาเหลือบไปเห็นปราณนต์ควงพริบพราวเข้ามา จึงปรี่ไปทักทาย ชมว่าเขาหล่ออย่างกับเจ้าชาย คนในงานมองอย่างชื่นชม พริบพราวกระชับควงแขน

    “ขอบคุณนะคะที่ชมแฟนฉัน แต่เธอจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนในงานมองณนต์ เขาอาจจะมองฉันก็ได้ ขนาดแฟนเธอยังมองไม่วางตา”

    รุ้งลดาเห็นองศามองมาจริง ไม่ทันไรก็เดินเข้ามาทัก “สวัสดีครับ วันนี้น้องพราวสวยมากเลยนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าชุดแบบนี้จะเข้ากับผู้หญิงทันสมัยอย่างน้อง สวยแบบนี้ต้องให้เกียรติเต้นรำกับเจ้าภาพสักเพลงสองเพลง หวังว่าน้องคงไม่ว่าอะไรนะ” องศาถามปราณนต์

    “ถ้าพราวยินดี ผมจะว่าอะไรได้ ผมเป็นคนไม่ขัดใจใครอยู่แล้ว ถ้าอยากจะไป ผมก็ปล่อย”

    “ณนต์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พราวไม่ใช่คนที่ทิ้งแฟนตัวเองไปหาผู้ชายอื่น ต้องขอโทษด้วยนะคะ พราวคงเต้นรำกับใครไม่ได้นอกจากณนต์” พริบพราวรับมุกแขวะรุ้งลดา แล้วนึกได้ “อ้อ...เกือบลืม สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ แล้วก็ต้องขอบคุณเธอด้วยนะที่ไปเชิญปราณนต์ถึงที่บ้าน” พริบพราววางระเบิดใส่แล้วดึงปราณนต์เดินไปหาอะไรกิน

    องศาหันมาจะต่อว่า รุ้งลดาเห็นลิปดามารีบชี้บอก แล้วขอตัวเลี่ยงไปจัดแก้วน้ำตามคำสั่งอิงอร...องศาตะลึงกับความสวยของอวัศยา เธอมาในชุดสวยสง่าไม่สวมแว่น ควงคู่ลิปดาที่ดูเท่สุดๆ ปราณนต์เห็นก็ตะลึงเช่นกัน

    พริบพราวติงลิปดามากับอวัศยาได้อย่างไร เห็นปราณนต์เงียบจึงรี่เข้าไปถามลิปดาเอง องศารู้สึกถึงความผิดปกติของสี่คนนี้ ปราณนต์เดินตามพริบพราวไป

    ลิปดากำลังจะพาอวัศยาไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ พริบพราวเข้ามาทัก อวัศยามองปราณนต์อึ้งๆแล้วนึกถึงคำปรึกษาของเขาในอีเมล แอบรักไม่ได้เจตนาให้เขาควงพริบพราวมา แบบนี้แสดงว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน...ปราณนต์ชมอวัศยาสวยจนแทบจำไม่ได้ หัวใจเธอพองขึ้น พริบพราวไม่พอใจจึงชมลิปดาบ้าง เขาจึงชมเธอกลับเช่นกัน แต่แปลกใจที่มางานนี้ได้อย่างไร พริบพราวรีบควงแขนปราณนต์อวดว่าเราเป็นแฟนกัน อวัศยายืนนิ่งใจเต้นแรง พยายามข่มอารมณ์

    องศาต่อว่ารุ้งลดาที่ชวนปราณนต์มา เธอรีบแก้ตัวว่าที่ชวนเพราะเห็นว่าเขาอยากให้พริบพราวมา เน้น

    ทั้งสองเป็นแฟนกัน องศาไม่แคร์...ในขณะที่พริบพราวย้อนถามลิปดาบ้าง ทำไมมากับอวัศยา อวัศยาควงแขนลิปดาแสดงความเป็นแฟนเย้ยกลับ ปราณนต์จะไปเอาเครื่องดื่มมาให้สองสาว อวัศยาขอไปเอาของกินให้ลิปดาด้วย แต่ลิปดารั้งไว้บอกเป็นหน้าที่สุภาพบุรุษ สองหนุ่มเดินไป เหลือสองสาวยืนเขม่นกัน...พริบพราวเปิดฉากตนรู้ทั้งสองไม่ได้เป็นแฟนกัน อวัศยาสวนตนก็ไม่เชื่อว่าเธอกับปราณนต์เป็นแฟนกัน ไม่ทันจะเถียงกันต่อ

    เสียงองศาพูดเปิดงานแล้วเชิญแขกผู้มีเกียรติสองท่านเปิดฟลอร์เต้นรำ โดยมีครูสอนเต้นรำไปเชิญและพร้อมสอนถ้าคนนั้นเต้นไม่เป็น...ครูสอนเต้นรำดึงปราณนต์และอวัศยาออกมากลางฟลอร์ ทั้งสองทำหน้ามึนงง

    พริบพราวกับลิปดามองอย่างไม่พอใจ ครูสอนเต้นรำพาสองคนพลิ้วไหวไปตามเสียงเพลง แล้วเหวี่ยงเปลี่ยนคู่ให้ทั้งสองจับคู่กันเอง ทั้งสองอึ้งแต่ก็เต้นตามจังหวะเพลง พริบพราวไม่ยอมชวนลิปดาออกไปเต้นบ้าง อวัศยาเห็น ในใจร้องลั่นอย่าเข้ามานะ

    องศายืนหัวเราะอยู่ข้างฟลอร์ รุ้งลดาถามเขากำลังคิดทำอะไร องศายิ้มเหยียดตอบ “ทำให้บริษัทนารากร มาถึงจุดแตกหัก”

    ลิปดาเต้นพลิ้วมากับพริบพราว อวัศยากำลังมีความสุขที่ได้เต้นกับปราณนต์ ภาวนาอย่าเข้ามาใกล้ แต่ลิปดาพยักหน้ากับพริบพราวแล้วส่งเธอหมุนตัวไปแทรกคู่ปราณนต์ จากนั้นก็ดึงอวัศยามาเต้นคู่แทน เธอโวยเบาๆว่าจะเต้นกับปราณนต์

    “หมดเวลาสำหรับคู่ซ้อม ตอนนี้เป็นเวลาของตัวจริง” ลิปดาดึงอวัศยาเต้นเนียนๆ

    พริบพราวยิ้มบอกปราณนต์ “สเต็ปฉันเทพมากนะ นายจะตามทันหรือเปล่า”

    “ถึงผมจะเพิ่งหัด แต่อย่าลืม ผมความจำดี เรียนรู้ไวใจสู้ ลองดูก็ได้” ปราณนต์ยิ้มรับ

    พริบพราวเต้นออกสเต็ปอย่างสนุกสนาน อวัศยามองมาแล้วจี๊ดใจ เธอไม่มีสมาธิเต้นเหยียบเท้าลิปดาหลายหน จนเขาเอ็ดให้ตั้งใจ เธอจึงหันมาวาดลวดลาย...

    องศานึกสนุกสั่งรุ้งลดาไปบอกดนตรีให้เร่งจังหวะขึ้น อวัศยาพยายามขยับใกล้ปราณนต์ พอเห็นพริบพราวหมุนตัวจึงแกล้งขัดขา เธอร้องลั่น ปราณนต์กอดไว้ก่อนเธอจะล้ม พริบพราวโกรธหาจังหวะเอาคืน พอสบโอกาสที่อวัศยาหมุนตัว จึงยื่นขาไปขวาง อวัศยาเสียหลักเซถลาหน้าจิ้มในเค้กเต็มๆ ทุกคนตกใจ

    อวัศยายันตัวออกมาด้วยความอายสุดๆ ทั้งหน้าเต็มไปด้วยเค้ก พริบพราวหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ปราณนต์ตำหนิจึงหุบยิ้ม ลิปดาจะเข้าช่วยแต่ช้ากว่าปราณนต์ เขาเข้าประคอง อวัศยาขอให้พาออกไปจากตรงนี้โดยเร็ว ลิปดาจึงดึงพริบ–พราวออกไปอีกทาง...เขาบอกให้เธอระงับสติอารมณ์ พริบพราวโวยคนที่เขาจะตำหนิควรเป็นอวัศยา ทำไมต้องมองตนเป็นนางมารร้ายทุกครั้งที่มีปัญหากับเธอ เป็นเพราะตนไม่ได้วางท่าน่าเชื่อถือ มือถือสากปากถือศีลอย่างเธอใช่ไหม

    “ศยาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น พราวเข้าใจผิดและพี่คิดว่าพราวควรจะไปขอโทษศยา”

    “พี่ลิปลำเอียง! เข้าข้างพี่ศยา พราวไม่รู้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของพี่กับเขาคืออะไร ถ้าเขาเป็นแฟนพี่ลิปจริง แสดงว่าเขาหลอกพี่ แต่ถ้าไม่ใช่ แสดงว่าเขาต้องการจะหลอกพราว ซึ่งมันไม่ได้ผล พราวไม่เชื่อ เพราะพี่ศยาไม่ได้ชอบพี่ลิป คนที่เขาชอบคือ...ปราณนต์”

    องศาแอบฟังรู้สึกสะใจ ลิปดาอึ้ง พริบพราวยัง ระเบิดอารมณ์บอกเขาน่าจะดูออก ถ้าดูไม่ออก แสดงว่าไม่ยอมรับ ตนจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวเธอ ถ้าเธอไม่ยุ่งกับตน พูดจบสะบัดบ๊อบเดินไป

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่ง อวัศยานั่งเช็ดหน้าอย่างหงุดหงิด ปราณนต์เอาผ้าชุบน้ำมาช่วยเช็ด แต่ถูกเธอเหวี่ยงอย่ามายุ่ง เพราะทั้งอายทั้งเสียฟอร์ม ปราณนต์รู้สึกผิด ขอโทษที่เป็นต้นเหตุ ถ้าตนไม่มางานนี้ ไม่ชวนพริบพราวมาก็คงไม่เกิดเรื่อง อวัศยาอึ้งเริ่มสงสารแต่ยังเสียงแข็งว่าไม่เกี่ยวกับเขา

    “ถ้าไม่เกี่ยว ทำไมพี่ต้องโกรธผม ไล่ผมให้ไปไกลๆ พี่ศยาพูดเหมือนโกรธผม” อวัศยาสวนไม่ได้โกรธ “ไม่โกรธแล้วหงุดหงิดใส่ผมทำไมครับ...ถ้าไม่โกรธทำไมไม่ให้ผมช่วย ทำไมต้องไล่ด้วย ถ้าไม่โกรธทำไม...”

    อวัศยาตัดบทให้หยุด หันหลังยอมให้ช่วยเช็ดผม หาว่าเขาถามเป็นเจ้าหนูจำไม...ใจจริงอ่อนลง แต่ที่แข็งเพราะปกปิดความรู้สึก...พริบพราวกลับเข้างาน บรรยากาศเป็นปกติ รุ้งลดาเข้ามาเยาะ ถ้ากำลังมองหาแฟน เห็นเดินไปกับอวัศยาทางโน้น เธอจึงสะบัดหน้าเดินไป

    ปราณนต์นั่งคุกเข่าเช็ดผมให้อวัศยา เธอเริ่มดีขึ้นถามเขามางานนี้ได้อย่างไร เขาตอบว่ารุ้งลดาชวน ตอนแรกไม่คิดจะมา แต่มีคนแนะนำให้มาด้วยเหตุผลดีมาก อวัศยาอึ้งนึกถึงคำปรึกษาของเขากับแอบรัก แล้วเผลอพูดออกมา “มาก็ดีแล้ว รุ้งเขาจะได้รู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไร...”

    “ทำไมพี่ศยาถึงพูดประโยคนี้ออกมาครับ” ปราณนต์สงสัยชักจะแน่ใจว่าเธอคือแอบรัก

    อวัศยานึกได้รีบแก้ตัว ทำไมจะพูดไม่ได้ ปราณนต์บอกว่าเธอพูดเหมือนคนที่แนะนำตน แล้วรู้เรื่องตนกับรุ้งลดาได้อย่างไร อวัศยาตอบเนียนๆ “โธ่...ฉันนึกว่าอะไร ฉันรู้เรื่องเธอกับรุ้งจากคุณองศา และที่ฉันพูดประโยคนี้เพราะเป็นตรรกะง่ายๆ ถ้าเธอกล้ามาเผชิญหน้าก็แปลว่าไม่ได้คิดอะไรแล้ว ไม่แปลก แล้วใครเป็นคนแนะนำเธอ แหม เมื่อกี้ตอนพูดถึงน้ำเสียงแอบฟรุ้งฟริ้ง หรือว่าคนที่เธอเคยคุยออนไลน์คนนั้น คนที่เธอเล่าให้ฟัง ใช่คนนั้นหรือเปล่า”

    ปราณนต์พยักหน้ารับ อวัศยาทำทีดีใจด้วย แล้วหาเรื่องคุยต่อด้วยการเล่าว่าตนหาคนมาหลอกยายว่าเป็นแฟนได้แล้วคือบอส ปราณนต์ถามย้ำว่าไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆหรือ อวัศยาหัวเราะบอกว่าจริงและห้ามเขาบอกใคร แล้วเลียบเคียงถามเขากับพริบพราวเป็นแฟนกันจริงไหม ปราณนต์ส่ายหน้าไม่จริงเหมือนกัน อวัศยาแอบดีใจ พอดีพริบพราวเดินมาเห็นสองคนดูสนิทสนมกันก็รู้สึกไม่พอใจ รี่เข้ามาทำหน้าป่วยชวนปราณนต์กลับแล้วทำท่าจะเป็นลม

    ปราณนต์รีบประคองแล้วขอตัวกลับ พริบพราวค่อยๆหันมาทางอวัศยายิ้มมุมปากทำนองเขาเลือกตน อวัศยาแอบเสียใจ ก้มมองสารรูปตัวเองที่เยินมากแล้วถอนใจ ทันใดก็มีสูทมาคลุมที่ตัว เธอเงยหน้ามองตะลึงที่ลิปดามาราวอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย เขายื่นมือชวนกลับบ้าน แต่ด้วยความที่สภาพเธอเลอะเทอะ ลิปดาจึงให้ไปอาบน้ำที่ห้องเขาก่อนและเขาลงมือสระผมให้เธอเอง

    ระหว่างนั้นก็พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าได้เรียกพริบพราวไปตักเตือน ตนคุยในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง ว่าเขาควรมาขอโทษเพราะเด็กกว่าไม่ใช่เป็นคนผิด “คุณคงรู้ตัวว่าทำผิดเหมือนกัน ผมเห็นพราวขัดขาคุณจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และผมก็เห็นคุณขัดขาเขา เพียงแต่มันไม่มีอะไรร้ายแรง คนอื่นอาจไม่เห็น ผมไม่อยากให้คุณดูไม่ดีในสายตาคนอื่น...คุณไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมไม่ถามว่าทำไมแค่อยากบอกว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่คุณ ถ้าทำไปเพราะอารมณ์ขาดความยั้งคิด ก็แค่คิดให้มากหน่อย ถ้าคิดแบบอวัศยาที่ผมรู้จัก เหตุการณ์ในวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”

    อวัศยานิ่งเถียงไม่ออก จนลิปดาสระผมให้เสร็จ แล้วจะเดินออกไปเพื่อให้เธอเป่าผมทำธุระส่วนตัว อวัศยาลุกขึ้นกล่าวขอบคุณเขาที่เตือนสติ...เสร็จเรียบร้อย ลิปดาเดินไปส่งอวัศยาที่ห้อง เห็นอรุณนอนหลับอยู่บนโซฟา อวัศยาจะปลุกแต่ลิปดาห้ามไว้แล้วอุ้มเข้าไปนอนในห้อง อวัศยายิ้มรู้สึกอบอุ่นใจไม่รู้ตัว เธอขอบคุณเขาอีกครั้ง อรุณรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาถาม “กลับมาแล้วเหรอ แล้วงานเลี้ยงเป็นยังไงบ้าง เราไปอาละวาดเหวี่ยงวีนอะไรให้ญาติพ่อลิปเขาเห็นหรือเปล่า”

    “โธ่...ยาย หนูไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”

    “อ้าว ใครจะไปรู้ล่ะ เมื่อก่อนเห็นไปไหนมาไหนก็เข้ากับใครเขาไม่ได้”

    อวัศยาถามหลอกด่ากันหรือเปล่านี่ อรุณหัวเราะ... ลิปดาฟังแล้วยิ้มก่อนจะกลับออกไป

    ooooooo

    คืนนั้น ปราณนต์ครุ่นคิดอยากพิมพ์ถามแอบรัก ว่าเธอคืออวัศยาใช่ไหม แต่ไม่กล้ากลัวเธอหายไปอีก... ด้านอวัศยาก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของลิปดา แล้วเอามาเขียนบทความว่าการโกหกบางครั้งก็จำเป็น เรียกกันว่าไวท์ไล เป็นการโกหกที่มีเจตนาดี เพื่อให้ชีวิตราบรื่น ลดปัญหา

    “เพราะทุกครั้งที่โกหก ความน่าเชื่อถือจะลดลงทันที มาร์เก็ตติ้งอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจของลูกค้าที่มอบหมายให้เราดูแลเงินของพวกเขา ถ้าเราทำให้ความไว้วางใจลดถอยลง สักวันลูกค้าก็จะไม่อยู่กับเรา...ในชีวิตจริงอาจจะมีเรื่องที่ทำให้เราต้องหลอกลวงคนอื่นบ้าง เพื่อเลี่ยงปัญหา เพื่อเอาชนะเพื่อความสบายใจหรือเพื่ออะไรก็ตาม เราต้องถามตัวเองว่ามันเป็นทางออกที่ถูกต้องจริงๆ หรือเราคิดเข้าข้างตัวเอง การโกหกไว้มากเท่ากับได้สร้างความไม่จริง สร้างโลกแห่งการหลอกลวงไว้รอบตัว สุดท้ายตัวเราเองคือคนที่ติดอยู่ในกับดัก และเราเองก็คือคนที่ต้องเจ็บปวด”

    เช้าวันใหม่ ศรันยูฟังอวัศยาเล่าเรื่องในงานแล้วตกใจ ที่คำแนะนำของแอบรักกลายเป็นช่องทางให้พริบพราวได้ใกล้ชิดปราณนต์มากขึ้น อวัศยาปลง รู้สึกว่าพริบพราวอาจจะเหมาะกับปราณนต์มากกว่าเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ศรันยูพยายามยกตัวอย่างคู่ที่อายุต่างกันมากว่าไม่ใช่ปัญหา

    ในขณะที่องศานัดลิปดามาพบ ยื่นข้อเสนอให้ส่งอวัศยามาทำงานกับตนเพื่อจะได้ห่างจากปราณนต์ “ทางที่ดีแกควรจะมาช่วยฉันเปิดบริษัทใหม่ ไม่ต้องลงเงินลงแรงลงสมองแล้ว ส่งศยามาคุมมีแต่ได้กับได้ ได้เงินได้บริษัทใหม่และก็ไม่ต้องเสียผู้หญิงที่แกรัก ฉันรู้ว่าแกคิดกับศยามากกว่าลูกน้อง ไม่งั้นแกคงไม่พามางานเมื่อคืน แล้วก็คงจะไม่เป็นห่วงออกนอกหน้าแบบนั้น”

    “พี่นี่ฉลาดจริงๆมองเกมทะลุปรุโปร่ง ไม่เสียแรงที่อยู่วงการเงินมานาน ที่จริงข้อเสนอของพี่ดีมากๆเลยนะครับ เสียอย่างเดียว ผมไม่นิยมการจับเสือมือเปล่า พี่คงศึกษามาแล้วว่าการเปิดบริษัทโบรกเกอร์ ต้องใช้คนที่มีคุณสมบัติ ได้รับความเห็นจาก ก.ล.ต. ยิ่งถ้าคนที่มีเครดิต มีประสบการณ์เยอะๆยิ่งน่าเชื่อถือ พี่เลยไม่ลงทุนทำเอง แต่ใช้วิธีเอาเงินมาล่อให้ผมขออนุญาต มันง่ายเกินไป ผมไม่สนับสนุน บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบทั้งเงินและชีวิตของลูกค้า แค่เริ่มต้นก็ใช้วิธีง่ายๆหวังเงิน ทั้งชีวิตและเงินของลูกค้าก็อยู่ในความเสี่ยง ผมไม่ร่วมด้วย”

    “ถ้าแกปฏิเสธ เท่ากับเพิ่มศัตรู ไม่ว่ายังไงฉันก็จะเปิดบริษัท”

    “ก็ตามสบายเลยครับ ผมไม่กลัว...ส่วนเรื่องศยา ถ้าพี่ได้เห็นตัวเลขกำไรที่ศยาทำให้บริษัทในแต่ละเดือน พี่จะรู้เองว่าทำไมผมถึงแคร์เขา เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างผมกับศยา มีแต่เรื่องงานล้วนๆ ไม่มีเรื่องส่วนตัว เสียใจด้วยที่พี่มองพลาด” ลิปดาทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป

    องศาแค้นใจไม่เชื่อว่าลิปดาจะไม่คิดอะไรกับอวัศยา...ลิปดาเครียดโทร.ถามพริบพราวขอโทษอวัศยาหรือยัง พริบพราวไม่ยอมเพราะไม่ผิด ต้องให้อวัศยาขอโทษตนด้วยถึงจะยอม ลิปดากลุ้มมานั่งปรึกษาจารวี เธอจึงเล่าว่า เมื่อวานอรุณโทร.มาถามว่าเขาเป็นแฟนกับอวัศยาจริงหรือเปล่า ดีที่ตนหัวไวรับว่าจริง ท่าทางอรุณจะชอบเขามาก จารวีถามตรงๆว่าเขาชอบอวัศยาไหม ลิปดาอึกอักอ้างแค่ช่วยเป็นแฟนหลอกๆเพื่อไม่ให้เธอโดนจับแต่งงาน จารวีดักคอว่าเขาไม่เคยชอบเล่นละครอะไรแบบนี้ ลิปดาทำหน้าไม่ถูก ขอตัวกลับอ้างไปพบลูกค้า จารวีจึงปักใจ

    ooooooo

    วันต่อมา สรุปยอดออกมาว่าปราณนต์ทำยอดเดือนนี้ได้สูงเป็นลำดับสองรองจากพริบพราว...รุจน์ ลิลลี่และพีระเชื่อที่แสนดีเป่าหูว่าเป็นเพราะแอบรักคอยช่วยให้เขาได้ลูกค้า ทุกคนจึงอยากรู้ว่าแอบรักเป็นใคร ต่างช่วยกันจับตามองเวลาปราณนต์พิมพ์เมล แล้วรีบไปดูอวัศยา

    พอเห็นอวัศยาอยู่หน้าจอคอม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทุกคนก็ปักใจว่าแอบรักน่าจะเป็นเธอ แต่ต้องหาหลักฐานมัดตัว รุจน์ออกความคิดว่าต้องแฮ็กคอมอวัศยา

    “แต่พวกเราไม่ใช่แฮ็กเกอร์นะ จะได้แอบเข้าไปในคอมพิวเตอร์คนอื่นได้” พีระแย้ง

    “ใช่...เราไม่ใช่แฮ็กเกอร์แต่ผมรู้จักคนที่ทำให้ได้” ว่าแล้วรุจน์ก็พาทุกคนไปที่แผนกคอมมีช่างสหัส เนิร์ดๆอ้วนๆคนหนึ่ง อธิบายว่าการแฮ็กทำได้เพราะคอมทุกตัวจะมี IP แล้วการใช้งานก็จะถูกบันทึกไว้ ถ้าอวัศยาเคยเปิดเมลด้วยคอมของบริษัท ตนก็จะเข้าไปดูได้ แต่ผิดกฎหมาย ทุกคนตกใจจะถอยแต่รุจน์บอกว่าพวกเราไม่ได้จะขโมยข้อมูลสำคัญอะไรแค่อยากดูเมลของอวัศยา ทุกคนเห็นด้วย สหัสหวั่นใจกลัวความผิด รุจน์จึงให้ของแลกเปลี่ยน

    ระหว่างนั้นปราณนต์ยังคุยเมลกับแอบรัก พริบพราวคอยจับตามอง สหัสบอกว่าถ้าอวัศยายังเปิดคอมอยู่ก็แฮ็กไม่ได้เพราะจะรู้ตัว พริบพราวจึงคิดแผนล่อให้เธอออกไปข้างนอก ด้วยการโทร.หาลิปดา บอกเขาว่าตนยินดีขอโทษอวัศยาแต่ขอเป็นการส่วนตัว...ลิปดาจึงทำตามที่พริบพราวเสนอ คือหลอกอวัศยาว่ามีงานด่วนให้เธอไปแทน ตนให้รถไปรอรับหน้าบริษัท

    อวัศยาจะรีบออกไป นึกได้หันกลับมาที่คอม ก๊อบปี้เอกสารและปิดหน้าเมล แปะและพิมพ์ชื่อเมล...ปีศาจในพุ่มไม้ แล้วกดส่ง จากนั้นก็ปิดคอมคว้ากระเป๋าเดินออกไป...

    พอลงมาก็หน้าตึกพบรถพริบพราวที่มารับ อวัศยาลังเลที่จะขึ้น แต่ด้วยห่วงงานจึงยอม พริบพราวส่งไลน์บอกลิลลี่ว่าเหยื่อกินเบ็ดแล้ว สหัสจึงลงมือแฮ็กคอมของอวัศยาทันที...

    ผลที่ออกมาทำให้พีระ แสนดี ลิลลี่และรุจน์งงมาก ที่มีแต่ภาพหนุ่มเซ็กซี่ ปรากฏว่าสหัสแฮ็กผิดเครื่อง ไปแฮ็กเครื่องของศรันยู เจ้าตัวรู้ตัว รีบมาที่แผนกคอม

    อวัศยารู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงบอกให้พริบพราวจอดรถ แต่เธอยิ้มยั่วไม่ยอมจอด

    “ก็พราวยังไม่เสร็จธุระกับพี่ศยา พราวจอดไม่ได้หรอกค่ะ” อวัศยางง “ก็พี่ลิปเขาให้พราวขอโทษพี่ศยา ที่ทำให้พี่หน้าคะมำคว่ำบนเค้ก” พริบพราวขำ

    “เธอยังไม่สำนึกผิดสักนิดจะมาขอโทษได้ยังไง จอดเดี๋ยวนี้เลย ฉันมีงานต้องทำ”

    “ไม่แล้วจะทำอะไรคะ”เห็นอวัศยาหยิบลิปสติกขึ้นมา “จะเอาลิปสติกมาป้ายหน้าพราวรึ”

    “ฉันป้ายหน้าเธอ แค่ลบก็ออก ฉันไม่ทำหรอก มันง่ายไป...ฉันจะละเลงใส่รถเธอดีกว่า ทั้งเบาะ ทั้งรถ ราคาแพงแบบนี้สะใจดี”

    “เฮ้ย! จะทำจริงๆเหรอ พี่ศยาจะบ้าเหรอ เอามานี่” พริบพราวพยายามแย่งลิปสติก

    อวัศยาบอกไม่อยากให้ทำก็จอดรถ สองสาวยื้อลิปสติกกันไปมา ทันใดมีจักรยานยนต์ตัดหน้า สองสาวหันไปเห็นร้องลั่น เสียงกรี๊ดดังก้องพร้อมกับรถพุ่งเข้าชนต้นไม้โครม...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์