นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"


    คำถามของพริบพราวที่ว่า ปราณนต์เห็นเธอเป็นคนอย่างไรจากที่รู้จักเธอมากขึ้น พอดีอวัศยาเดิน ผ่านมาหยุดแอบฟัง ปราณนต์ตอบว่า “คุณเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ ไม่มีฟอร์มอย่างที่เห็น ที่เก๊กๆทำฟอร์มจัดไปอย่างนั้น จริงๆข้างในไม่มีอะไร ฉะนั้น คุณไม่ต้องเสียใจและร้องไห้

    พริบพราวหัวเราะเสียงดังออกมาบอกว่าตนไม่ได้ร้องไห้ ตนแค่หยอดน้ำตาเทียมไม่ให้ตาแห้งเท่านั้น...

    ปราณนต์เคืองที่อุตส่าห์ห่วงยังมาหัวเราะ

    “ขอบใจมากที่เป็นห่วง ถึงฉันไม่ได้ร้องไห้จริงๆ แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่า ถ้าวันไหนฉันร้องไห้จริงๆจะมี นายคอยปลอบใจและเช็ดน้ำตาให้ฉัน” พริบพราวพูดด้วยความจริงใจ

    อวัศยาฟังแล้วเจ็บจี๊ดในใจ พยายามอดทน แต่แล้วก็ทนไม่ได้ โผล่พรวดออกจากที่ซ่อนวีนเหวี่ยงอย่างลืมตัว “ว่างเหรอ ฉันจะได้ให้งานเพิ่ม”

    ทั้งสองสะดุ้งหันมอง ปราณนต์รีบบอกว่าไม่ได้ว่าง อวัศยาเสียงเข้ม ไม่ว่างแล้วมายืนอู้อยู่ทำไม พริบพราวสวน “เราสองคนก็แค่คุยกันนิดหน่อยเอง ไม่ได้จะอู้สักหน่อย ใครๆเขาก็ต้องมีเวลานอกมาคุยกันทั้งนั้น”

    ปราณนต์ดึงแขนพริบพราวปราม แต่เธออารมณ์ขึ้นแล้วลงยาก อวัศยาเสียงดังขึ้น “ใช่ ใครๆเขาก็คุยกัน แต่ไม่ใช่คุยไปหัวเราะไปดังลั่นทั้งบริษัท ในขณะที่คนอื่นเขาทำงานกันแบบนี้”

    คนเริ่มมุงเยอะขึ้น พริบพราวไม่แคร์โต้ “พี่ศยาด่าเกินไปนะคะ พราวกับณนต์ไม่ได้หัวเราะดังอะไรขนาดนั้น และก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามพนักงานหัวเราะในเวลาทำงานไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าพี่ศยาไม่อยากให้เราสองคนมีความสุข”

    ปราณนต์ไม่สบายใจพยายามปรามพริบพราวให้หยุดแล้วหันมาบอก “พี่ศยาครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมกับพราวจะกลับไปทำงานเดี๋ยวนี้...ไปพราว”

    อวัศยาพูดด้วยน้ำเสียงเชือดนิ่มๆ แบบผู้ดีมีการศึกษา “เธอมีความสุขได้ ฉันไม่คิดจะห้าม แต่มันต้องไม่ใช่ความสุขส่วนตัวที่ได้มาจากการเบียดบังเวลางาน หรือในขณะที่คนอื่นเขากำลังทำงานกันอย่างจริงจัง ถ้าคราวหน้าเธอยังแยกแยะไม่ออก ก็เชิญลาออกไปหาความสุขใส่ตัวที่อื่น ไม่ใช่ในออฟฟิศแห่งนี้” พูดจบอวัศยาเดินไป

    พริบพราวรู้สึกเสียหน้ามาก หันมองเห็นสายตาลิลลี่เยาะเย้ย ยิ่งเจ็บใจ ปราณนต์ดึงกลับโต๊ะทำงาน...ส่วนอวัศยาเดินหงุดหงิดกลับห้อง นิดาตามเข้ามายื่นเอกสาร

    “นี่เป็นเอกสารรายละเอียดของคุณไกรสร เจ้าของโฮมสเตย์ที่สมุทรสงคราม เป็นคนบุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บริเวณป่าชายเลน แล้วก็เป็นเจ้าของที่ริมแม่น้ำใหญ่ที่สุด คุณไกรสรอยากเล่นหุ้นแต่ไม่มีเวลามาที่นี่ บอสก็เลยอยากให้เราส่งคนไปให้ข้อมูล ถือเป็นการ บริการลูกค้า ก่อนจะตัดสินใจเปิดพอร์ต บอสก็เลยให้คุณศยาพิจารณาดูว่าเราควรส่งใครไปดูแลค่ะ”

    อวัศยาเปิดดูรายละเอียดแล้วปิ๊งไอเดียว่าจะส่งใครไป...จากนั้นก็เรียกพริบพราวมาสั่งงาน ว่าต้องไปสมุทรสงครามพรุ่งนี้และค้างคืน คลุกคลีกับลูกค้าเพื่อพิสูจน์ให้เขามั่นใจว่าเราจะดูแลผลประโยชน์ให้เขาเป็นอย่างดี พริบพราวรู้ทันย้อนถาม ปกติลูกค้าแบบลุยๆจะเป็นของพีระหรือรุจน์ทำไมถึงส่งตนไปหรือคิดจะแกล้ง อวัศยายันทุกอย่างเป็นเรื่องงาน พริบพราวถามแน่ใจหรือ

    “ฉันมีหน้าที่สั่ง ไม่มีหน้าที่ตอบ ออกไปได้ ฉันหมดเรื่องที่จะคุยกับเธอแล้ว” อวัศยาเชิด พริบพราวจะแย้ง อวัศยาย้ำเชิญออก เธอเดินไปอย่างค้างคาใจ อวัศยารำพึง “ฉันไม่ได้อยากใช้วิธีนี้กับเธอนะ แต่ฉันจำเป็น เพราะถ้าเธออยู่ฉันคงจัดการเรื่องปราณนต์ไม่สำเร็จ”

    พริบพราวหน้าบูดบึ้งออกมาบ่นกับแสนดี แสนดีแปลกใจเพราะปกติบริษัทจะไม่ส่งพนักงานหญิงออกไปหาลูกค้าชายต่างจังหวัดคนเดียว พริบพราวจึงมั่นใจว่าอวัศยาไม่ชอบตนสาเหตุจากปราณนต์ แต่ไม่บอกแสนดี ปล่อยเธอช่วยคิดต่อไปว่าเพราะอะไร

    ด้านลิปดา พายายอรุณมาทานกาแฟและเค้กที่ร้านจารวี อรุณแปลกใจในความสนิทสนมของทั้งสองจึงถามตรงๆว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า ทั้งสองรีบบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน จารวีรีบบอกว่าตนมีลูกและเลิกกับสามีแล้ว อรุณชอบใจ “เหรอ...เออดี เรียกว่ามีประสบการณ์ดีกว่าศยา รายนั้นประสบการณ์ไม่มี สามีไม่ปรากฏ เฮ้อ...”

    “พูดถึงเรื่องนี้ ผมนึกขึ้นมาได้ เมื่อวานคุณยายบอกว่าจะคุยกับศยาเรื่องแต่งงานคืออะไรเหรอครับ ใครแต่งกับใคร แล้วเกี่ยวอะไรกับศยา” ลิปดานึกได้ถามแล้วรอฟังคำตอบ

    ooooooo

    หลังเลิกงาน ปราณนต์นั่งมองมือถือยังมีความหวังว่าแอบรักจะกลับมา อวัศยาเดินผ่านมาปรายตาเห็นรีบหลบแอบมอง ในสมองครุ่นคิดจะทำอย่างไร คำพูดของศรันยูก้องในหัว

    “ฉันไม่ได้ให้แกไปขอความช่วยเหลือเขาในฐานะแอบรักแต่ไปในฐานะอวัศยา ผู้หญิงตัวเป็นๆบนโลกแห่งความจริง ถ้าเขายอมช่วยก็เท่ากับแกได้สองเด้ง หนึ่งแกรอดตัวจากการแต่งงาน และสองแกได้พัฒนาความสัมพันธ์กับปราณนต์แบบปกติมนุษย์ ไม่ต้องแอบอยู่หลังยัยแอบรัก”

    อวัศยาสูดลมหายใจเข้าปอด ตัดสินใจเดินผ่าน ปราณนต์ทำทีกระเป๋าหล่นของตกกระจาย ปราณนต์ปรี่เข้าช่วยเก็บ แล้วเธอก็ถามนั่งทำอะไรแถวนี้ เขาตอบรอรุจน์ทำงานเสร็จจะไปเยี่ยมแม่ อวัศยาจึงถามไถ่ถึงอาการป่วยของปริมแล้วเลียบเคียงถามที่เขานั่งซึมมีปัญหาอะไร ชายหนุ่มอึกอักตอบมันเป็นปัญหาที่คนอื่นไม่คิดว่าเป็นปัญหา

    “ฉันเข้าใจ เพราะฉันก็กำลังเป็นอยู่เหมือนกัน ปัญหาที่เหมือนไม่ใช่ปัญหา” แล้วทั้งสองก็พูดพร้อมกันว่า แต่มันเป็นปัญหาสำหรับเรา ก่อนจะมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา อวัศยาจึงขอให้เขาเล่าปัญหาของเขาแล้วตนก็จะเล่าปัญหาของตนแลกเปลี่ยนกัน ปราณนต์ครุ่นคิด...

    ขณะเดียวกัน พริบพราวคิดแผน โทร.ไปหาลิปดาบอกเรื่องที่ตนต้องไปพบลูกค้าต่างจังหวัดสามวันสองคืนตามคำสั่งอวัศยา ตนขอทีมเพิ่มอีกหนึ่งคน ลิปดาฟังอย่างสงสัย...

    ด้านอวัศยาเล่าเรื่องถูกบังคับให้แต่งงานให้ปราณนต์ฟัง จึงอยากให้เขาช่วยแสดงตัวเป็นแฟน เพื่อยายจะได้เลิกบังคับ แต่ปราณนต์กลับบอกว่าตนละอายใจที่จะหลอกลวงผู้ใหญ่ อวัศยาผงะกลบเกลื่อนว่าล้อเล่น แล้วย้อนถามถึงปัญหาของเขา ปราณนต์ลังเลสักพัก กว่าจะเริ่มเล่า

    “ผมโดนผู้หญิงที่ผม...รู้สึกดีด้วยมากๆทิ้งไปน่ะครับ ผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักเขาตัวเป็นๆน่ะครับ เราคุยกันทางแชต เมื่อก่อนผมไม่คิดว่าเขาจะสำคัญ แต่วันนี้มันกลายเป็นความผูกพันโดยไม่รู้ตัว ตอนที่มีเขาผมอาจจะไม่รู้สึกมาก แต่พอขาดไป...รู้สึกเลย เขาทิ้งผมไปไม่บอกลาสักคำ”

    อวัศยาใจพองฟูสงสารปราณนต์จับใจ เขายิ้มอย่างขมขื่นเล่าต่อว่า เขาแค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาทำผิดอะไร หรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับเธอหรือเปล่า เขาคิดฟุ้งซ่านสารพัด

    “เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจอารมณ์คนติดแชต แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว บางทีเขาอาจจะไม่ได้คิดเหมือนอย่างที่ผมคิดก็ได้ สิ่งที่เราคุยกันมันอาจจะไม่สำคัญอะไรกับเขา”

    อวัศยาลืมตัวโพล่งขึ้นว่าไม่จริง!...ปราณนต์มองงงๆ เธอรีบหาทางแก้ตัว ขณะเดียวกัน ลิปดาพยายามโทร.หาอวัศยาแต่เธอปิดเสียงไว้จึงไม่ได้ยิน...อวัศยาแก้ตัวกับปราณนต์ว่าตนหมายถึงมันอาจเป็นเหตุสุดวิสัยหรือขัดข้องทางเทคนิค เธออาจรู้สึกดีกับเขา อีกไม่นานก็คงกลับมา ปราณนต์มีความหวังขึ้น แล้วย้อนถามเรื่องของตนไม่แปลกหรือ ตนคิดว่าถ้าถามคนอื่น คงโดนด่ามากกว่า แต่ดูเหมือนเธอเข้าใจง่ายมาก อวัศยาอ้างว่า เขายังเข้าใจเรื่องของตนง่ายๆ ทั้งสองขำๆ

    ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน พอดีรุจน์ทำงานเสร็จออกมาแปลกใจถามตนขัดจังหวะหรือเปล่า อวัศยารีบบอกว่าคุยกันเรื่อยเปื่อย ถ้ามีอะไรให้ช่วยเรื่องแม่ก็บอก ปราณนต์ขอบคุณ รุจน์ส่งแฟ้มให้และบอกพริบพราวฝากมาบอกว่าพรุ่งนี้แปดโมงจะไปรับที่บ้าน ปราณนต์ทำหน้างงๆ

    พออวัศยาเดินมาที่รถ เห็นข้อความที่ลิปดาส่งเข้ามือถือเรื่องให้ปราณนต์ไปกับพริบพราวก็ตกใจรีบโทร.กลับไปโวย ว่าให้ตนเป็นคนตัดสินใจแล้วมาสั่งซ้ำซ้อนได้อย่างไร ลิปดาบอกว่าส่งปราณนต์ไปหาลูกค้าอีกสองคนของตนซึ่งอยู่ไม่ห่างจากลูกค้าที่พริบพราวไปพบ อวัศยาขุ่นเคืองใจเพราะลิปดาอ้างผลประโยชน์ของบริษัท พอดีเห็นพริบพราวเดินมาขึ้นรถ จึงปรี่เข้าตำหนิ

    “เธอคิดจะทำอะไร”

    พริบพราวยิ้มกริ่มเพราะรู้ว่าอวัศยาโกรธเรื่องอะไรเยาะทันที “ก็แค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง พราวแค่อยากรู้ว่าทำไมพี่ศยาจ้องเล่นงานพราวตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงาน”

    อวัศยาใจเต้นรัวเกรงพริบพราวรู้ความจริงแต่ยังยืนยันว่าไม่ได้จ้องเล่นงาน พริบพราวสวน ที่เธอไม่พอใจและพยายามกลั่นแกล้งตนเพราะหึง...เธอชอบปราณนต์ใช่ไหม อวัศยาชะงักตั้งสติได้หัวเราะฮ่าๆๆออกมา พริบพราวงง อวัศยาทำทีสังเวชใจ

    “เฮ้อ...เด็กสมัยนี้คงจะคิดได้แค่นี้จริงๆ พอต้องทำอะไรที่ขัดใจตัวเอง ไม่ถูกใจตัวเองก็โยนว่าโดนกลั่นแกล้ง...ถ้าฉันชอบปราณนต์จริงๆ ฉันก็ไปจีบเขาสิ ฉันจะมาแกล้งเธอทำไม แกล้งเธอแล้วปราณนต์จะมาชอบฉันเหรอ เธอกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย”

    พริบพราวอึ้งที่อวัศยาแก้เกมได้ แถมไม่สนจะไป กับปราณนต์กี่วันกี่คืนขอให้ได้ลูกค้าตามเป้ากลับมา พริบพราวแค้นใจท้ามาดูกันสองวันที่ตนอยู่กับปราณนต์ เธอจะสนหรือไม่สน

    ooooooo

    อวัศยาเต้นผางโทร.ปรึกษาศรันยู เขาย้อนถามว่าหึงหรือ กลัวเด็กสองคนจะสนิทสนมกันมากขึ้นหรือ ถ้ากลัวอย่างนั้นก็มีทางเดียว คือชุบชีวิตแอบรักขึ้นมา ถ้าปราณนต์รู้สึกดีกับแอบรัก ก็จะรอดพ้นเสน่ห์อันร้อนแรงของพริบพราว

    อวัศยาครุ่นคิด ตัดสินใจพลิกฟื้นแอบรักกลับมา ด้วยวิธีส่งอีเมลหาปราณนต์แทนการแชตไลน์ แต่ปราณนต์มัวไปอยู่กับแม่ที่โรงพยาบาล ล่ำลาตนต้องไปต่างจังหวัดสองคืน จึงได้รู้ว่าพริบพราวจัดการให้รถพยาบาลไปส่ง ปริมกลับบ้านวันพรุ่งนี้ไว้เรียบร้อย เขาจึงแชตไปขอบคุณเธอ พริบพราวยังเคืองอวัศยาจึงบอกปราณนต์ให้ช่วยกันมัดใจลูกค้า แทนคำขอบคุณดีกว่า

    ระหว่างที่อวัศยารออีเมลตอบกลับ ลิปดาได้พาอรุณมาส่ง อรุณตำหนิเธอทันทีทำไมไม่บอกความจริงว่ามีแฟนแล้ว อวัศยางง อรุณดึงลิปดาเข้ามา เธอยิ่งตะลึง ลิปดาทักทายโอบไหล่ อวัศยาดึงเขาเข้ามาในครัว ถามเสียงเข้มว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเป็นแฟนกันเมื่อไหร่ ลิปดาจุ๊ปาก เดี๋ยวแผนแตก เธอยิ่งงง เขาจึงบอกว่ารู้เรื่องที่ยายหาผู้ชายมาให้เธอเลือก 5 คน เขารู้ว่าเธอไม่ชอบแน่ จึงช่วยเป็นแฟนเธอให้ อวัศยาหาว่าเขาดูถูกว่าเธอหาแฟนไม่ได้ แต่ก็แปลกใจที่ยายเชื่อเขา

    ระหว่างนั่งทานอาหารเย็น อรุณซักไซ้จับผิดว่าลิปดากับอวัศยาเป็นแฟนกันจริงหรือเปล่าเพราะไม่เห็นแสดงความรักต่อกัน อวัศยาจึงโอบไหล่ลิปดาทันทีพยายามสวีตหวาน ลิปดารู้สึกใจเต้นรัวมองเธอยิ้มๆ โอบกอดเธอตอบบอกอรุณว่า อวัศยาเป็นคนขี้อายไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่อหน้าคนอื่น อวัศยาเหลียวมองเคืองๆ ลิปดาใช้จังหวะนั้นหอมแก้มเธอฟอด เธอสะดุ้งตบผัวะตามสัญชาตญาณ อรุณเหวอ อวัศยานึกได้ทำตัวไม่ถูก ลิปดายิ้มแหยๆแก้ตัวให้ว่า เธอชอบล้อเล่น

    “ใช่ค่ะ ล้อกันเล่นน่ะค่ะ นี่แน่ะซ้ายทีขวาทีแหะๆ สนุกจัง” อวัศยากระซิบรอดไรฟัน “คราวหน้าถ้าบอสทำแบบนี้อีก ฉันจะเอาหัวจุ่มชามแกงจืด”

    ลิปดายิ้มกลบเกลื่อน...ขณะเดียวกัน ปราณนต์เปิดคอมเห็นอีเมลจาก Love in a mist รักในสายหมอก จึงเปิดเข้าไปอ่านเห็นลงท้ายชื่อว่าแอบรักก็ดีใจมาก รีบอ่าน “สวัสดีปราณนต์ ฉันกลับมาแล้ว...ระหว่างที่ไม่ได้คุยกัน ฉันค้นพบคำ 3 คำ หนึ่งคือขาด สองคือห่วง สามคือคิดถึง แล้วคุณมีคำว่าอะไรบ้าง ถ้าคุณยังอยากคุยกับฉันต่อ ตอบมานะคะ...แอบรัก”

    ปราณนต์ส่งเมลกลับมา อวัศยากำลังถูกอรุณซักฟอก เสียงเมลดังขึ้น เธอดีใจออกนอกหน้า อรุณถามเสียงอะไร เธอรีบบอกว่าอีเมลลูกค้า ตนขอไปเช็กเมลก่อน ว่าแล้วก็วิ่งเข้าห้อง ไม่ฟังเสียงห้ามของลิปดา ทำให้แปลกใจว่าสำคัญอะไรขนาดนั้น...อรุณไม่เข้าใจอีเมลคืออะไร

    ลิปดาจึงอธิบายง่ายๆว่า “คุณยายลองนึกภาพว่าอินเตอร์เน็ตเป็นโลกใบหนึ่ง ผู้คนก็เข้าไปจับจองพื้นที่ทำมาหากิน พื้นที่พวกเนี้ยเราจะเรียกมันว่าเว็บไซต์ และก็มีเว็บที่เขาตั้งตัวเป็นไปรษณีย์กลาง มีตู้จดหมายให้เราใช้ฟรีบ้าง เสียเงินบ้าง เราก็เข้าไปตั้งชื่อของเราเอาไว้ แค่นี้เราก็จะได้ตู้จดหมายในโลกอินเตอร์เน็ตไว้ติดต่อกับคนอื่น”

    อรุณฟังพอเข้าใจ จึงบอกว่าตนจะได้เขียนจดหมายหาเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตบ้าง ลิปดายิ้มขำๆบอกเพื่อนยายต้องมีชื่ออีเมลก็ส่งได้ อรุณคิดได้ ถ้าแฟนเก่าตนมีอีเมล ตนก็ส่งหาเขาได้โดยโกหกว่าตนเป็นญาญ่า ลิปดาหัวเราะก๊าก “นี่คือสิ่งที่ต้องระวัง คนสมัยนี้ใช้อีเมลในการหลอกกันเยอะมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราอ่านจดหมายเห็นลายมือก็อาจจะรู้ว่าคนเขียนเป็นตัวจริงตัวปลอม แต่อีเมลเราไม่รู้เลยว่า คนที่เรากำลังคุยอยู่จริงๆแล้วเขาเป็นใคร”

    อวัศยาเปิดเมลมาจากปราณนต์จริงๆ เธอดีใจมากรีบเปิดอ่าน เขาต่อว่าที่เธอหายไป เขาต้องจมกับความทุกข์ ตอนนี้เขามีสองความรู้สึก หนึ่งดีใจที่เธอกลับมา สองดีใจที่เธอสบายดี ไม่ว่าเธอจะสื่อสารด้วยวิธีใดเขาก็ดีใจ อย่าทิ้งเขาไปอีก แอบรักตอบว่าที่หายไปเพราะขัดข้องทางเทคนิคส่วนตัว และเริ่มรู้สึกตัวว่าเป็นคนติดแชตจนเสียงานเสียการ ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเขียนอีเมล และขอโทษที่ทำให้เขาโกรธ...ปราณนต์ตอบกลับว่าเขาไม่โกรธ และรู้สึกตัวว่าติดแชตเช่นกัน

    “...ผมเริ่มเข้าใจแล้วทำไมคุณถึงคิดถึงคำว่าขาด... ตอนที่เราไม่ได้คุยกัน เพราะผมเองก็เป็น ไม่ได้คุยกับคุณ ชีวิตผมเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ดีใจอีกครั้งที่คุณกลับมา คืนนี้ดูท่าทางฝนจะตกหนัก แถวบ้านผมมีเสียงฟ้าคำรามเป็นระยะ หวังว่าคุณคงไม่กลัวเสียงฟ้าร้องนะครับ”

    “เมื่อก่อนฉันเคยกลัวเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่ามากๆ แต่วันหนึ่งฉันหายกลัวเป็นปลิดทิ้ง และตอนนี้ฉันเกิดหลงรักมัน นอนฟังเสียงฟ้าคำรามได้อย่างสบายใจ ทุกอย่างเป็นเพราะความทรงจำดีๆเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในวันฝนตกเมื่อหลายเดือนก่อน วันที่ฉันเจอคนที่ฉันแอบรักอยู่ตอนนี้”

    “ผมอ่านอีเมลคุณแล้วแปลกใจ ผู้ชายคนนั้นสามารถรักษาอาการเกลียดกลัวฝนของคุณได้ยังไง ผมเป็นโรคกลัวน้ำแต่ไม่ใช่พิษสุนัขบ้านะครับ ผมว่ายน้ำสระได้สบาย แต่รู้สึกไม่ดีเลยถ้าต้องลงไปอยู่ในสถานที่ประเภท คืบก็ทะเลศอกก็ทะเล เขาจะรักษาผมได้หรือเปล่า”

    “คุณกลัวน้ำทะเลเหรอคะ ทะเลสวยจะตาย คนคนนั้นเขารักษาให้คุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเขาก็กลัวทะเลเหมือนกัน”

    ปราณนต์แปลกใจมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกัน ทำให้อยากรู้ว่าแอบรักเป็นใคร สิ่งที่คุยกันเป็นตัวตนจริงของเธอหรือเปล่า แอบรักยืนยันแม้ตนจะขี้ขลาดแต่ไม่ใช่คนหลอกลวง “แทนที่จะคิดว่า รักของฉันจะจางหายไปเมื่อสายหมอกสลาย ทำไมไม่คิดว่าเมื่อถึงวันที่หมอกจาง คุณจะมองเห็นความรักของฉันชัดเจนขึ้น คิดบวกสิคะ”

    ปราณนต์อึ้งยอมจำนน เถียงไม่มีวันชนะ เขาขอตัวเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นไปต่างจังหวัดแต่เช้า แอบรักเลียบเคียงถามว่าไปกับใครสนิทกันมากหรือเปล่า...พอกดส่งข้อความไป ลิปดาเปิดประตูผลัวะเข้ามา อวัศยาตกใจรีบปิดคอม โวยที่เข้ามาไม่เคาะประตู ลิปดาชักสงสัย

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อวัศยาเล่าให้ศรันยูฟังเรื่องที่เธอกลับเป็นแอบรักคุยกับปราณนต์ทางอีเมล กำลังจะแอบถามถึงพริบพราว แต่ลิปดาโผล่เข้ามาชวนจะพายายไปเที่ยวสวนน้ำ ทำให้พลาด แล้วบอกให้ศรันยูดูแลบริษัทด้วยเพราะวันนี้ตนกับลิปดาไม่เข้า

    พอพริบพราวรู้ว่าอวัศยาไม่เข้าบริษัทวันนี้ก็แปลกใจ แสนดีว่าร้อยวันพันปีไม่เคยหยุด แต่พอปราณนต์จะไปต่างจังหวัดกับพริบพราวก็มาหยุด ไม่รู้ไปธุระไหนกับบอส... พริบพราวเสียดายไม่เห็นปฏิกิริยาของอวัศยา จึงแกล้งถ่ายภาพคู่ด้วยกล้องหน้ากับปราณนต์อย่างหวานแหววก่อนออกเดินทาง ส่งเข้าเมลอวัศยาพร้อมข้อความยั่วโทสะ... พอดีปราณนต์ตอบเมลแอบรักว่าตนไปต่างจังหวัดกับเพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดในบริษัท อวัศยาก็ส่งเมลกลับหาพริบพราว

    “ดีมาก ยิ่งเธอสองคนสนิทกันมาก ทำงานเข้าขากันได้ดี ยิ่งเป็นผลดีกับบริษัท หวังว่าความสนิทสนมของเธอจะทำให้ได้ลูกค้าตามเป้า”

    ปราณนต์เห็นพริบพราวยิ้มกับการอ่านเมลก็ชักสงสัยว่าเธอจะเป็นแอบรัก...อวัศยาเครียดกับการส่งอีเมล ทำให้ลิปดาไม่พอใจ ดึงมือถือเธอมาเก็บไว้ดื้อๆ อ้างวันนี้มาพายายเที่ยว เที่ยวจนตนพอใจถึงจะคืนให้ หญิงสาวไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงสายตาอรุณที่มองอยู่ จึงบอกยายว่าให้ไปเล่นกับลิปดา ตนจะนั่งเฝ้าของให้ ลิปดากับอรุณแย้ง มาเที่ยวก็ต้องเล่นด้วยกัน หญิงสาวอ้างไม่ได้เตรียมตัวมา ลิปดาส่งกระเป๋าที่อรุณเตรียมมา มีทั้งชุดว่ายน้ำและชุดใส่กลับ

    “เรื่องเฝ้าของก็ไม่ต้องห่วง ผมจองห้องส่วนตัวเอาไว้แล้ว เก็บของในห้องได้รับรองไม่หาย เรารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า คุณยายจะได้มีเวลาเล่นน้ำนานๆ”

    อวัศยาเคืองกับความเจ้ากี้เจ้าการของลิปดา ใจเธอกังวลว่าปราณนต์จะตอบอีเมลกลับมา หญิงสาวจำต้องเปลี่ยนชุดเล่นน้ำที่ยายเตรียมมาให้ ลิปดาเห็นแล้วตะลึงกับความน่ารักของเธอ อวัศยาก็ตะลึงกับกล้ามเป็นมัดและความขาวโอโม่ของลิปดา อรุณแอบยิ้ม ลิปดาดึงแว่นตาเธอออกและบอกว่าตนจะไม่ปล่อยให้เดินชนอะไร ว่าแล้วก็กุมมืออวัศยา หญิงสาวรู้สึกจี๊ดๆแอบเคลิ้ม ลิปดายิ้มอย่าง สุขใจ พอรู้สึกตัว อวัศยาก็ดึงมือออกจากเขาแล้วหันมาจูงยายเดินจ้ำไป

    ทั้งสองเล่นห่วงยางที่ปล่อยไหลมาตามรางตกสู่น้ำข้างล่างอย่างสนุกสนาน อวัศยาเผลอกอดลิปดาแน่นด้วยความเสียวไส้ อรุณเก็บภาพอย่างพอใจ ลิปดาชอบใจที่ได้กอดอวัศยาจึงชวนเธอเล่นอีก โดยยื่นข้อเสนอว่าถ้าเธอทำให้ยายสนุกไปกับพวกเราจะคืนมือถือให้ อรุณยุให้เล่นอันที่สูงกว่าเดิมตนอยากบันทึกภาพสวยๆ อวัศยาจำต้องยอม เจ้าหน้าที่บอกว่าห่วงยางคู่คนที่นั่งหลังจะเป็นคนบังคับห่วงยาง อวัศยารีบบอกว่าตนจะนั่งหลัง ลิปดาแขวะ...พวกชอบคอนโทรล

    และแล้ว ความหวาดเสียวทำให้อวัศยากอดรัดลิปดามากขึ้น พอห่วงลงมากระแทกน้ำ จมูกเธอทิ่มหน้าลิปดาอย่างจัง เธอทั้งเขินทั้งอาย ลิปดาถามเย้าเล่นละครหรือของจริง เธอยิ่งอายรีบลุก ทำให้ลื่น คราวนี้แก้มเธอไปปะทะจมูกลิปดา เขายิ่งยิ้มกริ่ม อวัศยากลบเกลื่อนความอายว่ายายได้รูปที่พอใจแล้ว ตนจะขึ้น อรุณหันมายิ้มสบตากับลิปดา

    ooooooo

    ด้านพริบพราวกับปราณนต์มาถึงโฮมสเตย์ของไกรสร มีป้ายข้างหน้าเขียนว่า โฮมสเตย์ป่าชายเลนของลุงไกร ทั้งสองเห็นชายคนงานกำลังทำความสะอาดระเบียง พริบพราวเข้าถามหาไกรสร เขาย้อนถามห้วนๆ มาทำไม พริบพราวไม่พอใจ ทำไมต้องถาม บอกให้ไปตามไกรสรมา

    “ไอ้ไกรมันไม่อยู่ มันออกไปที่ป่าชายเลน อยากเจอก็ลองไปเดินหาเอาเอง”

    พริบพราวอารมณ์ขึ้นโวย “ฮ้า! ป่าชายเลนไม่ใช่เล็กๆ นะคะลุง ไปเดินหาแล้วจะเจอหรือ”

    ปราณนต์สังเกตเห็นหน้าลุง จึงรีบบอกว่า “คุณลุงครับ ผมจะลองไปเดินหาลุงไกรเอง แต่ผมขอถามแค่ว่าคุณลุงไกรจะอยู่มุมไหนของป่าครับ เพราะป่าชายเลนที่นี่มีพื้นที่ตั้ง 4,378 ไร่”

    พริบพราวหันมอง ลุงก็ชะงักมอง ปราณนต์บอกข้อมูลในหัวว่า แต่ละทิศมีเนื้อที่เท่าไหร่อย่างถูกเผง ลุงชมว่าความจำดี ปราณนต์เฉลย “ผมถึงจำได้ว่าคุณลุงคือลุงไกรไงครับ”

    ไกรสรหัวเราะชอบใจ พริบพราวหน้าเจื่อนยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แล้วกระซิบกัดฟันชมปราณนต์แน่มาก ก่อนจะเริ่มคุยธุรกิจ แต่ไกรสรยกมือปราม เธอจึงชะงัก

    “ฉันยังไม่สะดวกคุยตอนนี้ ฉันต้องออกไปเก็บหอยก่อน”

    พริบพราวงงเป็นไก่ตาแตก เก็บหอยอะไร ทำไม ปราณนต์แอบขำท่าทางเธอ...ไกรสรนั่งเรือหางยาวออกไปโดยมีคนขับอยู่ท้ายเรือ พริบพราวถามปราณนต์ว่ารู้ไหมไกรสรเก็บหอยอะไร

    “ผมเคยดูคลิปที่แกออกทีวี ผมเดาว่าน่าจะไปเก็บหอยแมลงภู่”

    พริบพราวยิ่งแปลกใจว่าไกรสรออกทีวีด้วย ปราณนต์จึงบอกว่าไกรสรเป็นผู้นำชุมชน เป็นคนบุกเบิกพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนให้เป็นเขตการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ดินแถบนี้เป็นของแกทั้งหมด พริบพราวเพิ่งเข้าใจว่าทำไมลิปดาถึงต้องส่งคนมาที่นี่ และขอบคุณปราณนต์ที่กอบกู้สถานการณ์มาได้ ถ้าตนมาคนเดียวคงไม่รู้ว่าโดนไกรสรลองใจ ชายหนุ่มว่าเราอยู่ทีมเดียวกัน

    “แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมจะไปช่วยลุงแกเก็บหอย คุณจะไปกับผมหรือเปล่า”

    พริบพราวทำหน้าเหยเก...สุดท้ายปราณนต์กับพริบพราวเปลี่ยนชุดทะมัดทะแมง แล้วปราณนต์ขับเรือหางยาวอีกลำที่จอดอยู่พาพริบพราวตามไกรสรออกไป... พริบพราวส่งเสียงบอกไกรสรว่าพวกตนมาช่วยเก็บหอย ไกรสรทึ่งที่ปราณนต์ขับเรือเป็น เขาเล่าว่ามีเพื่อนสอน พริบพราวแทรก จะช่วยเก็บหอยเสร็จแล้วจะได้คุยงานกัน ไกรสรไม่พอใจเสียงกร้าว...ไม่ต้อง

    ทั้งสองอึ้งซวยแล้ว ไกรสรแจง “ตอนนี้น้ำกำลังลง เก็บหอยแมลงภู่ไม่ได้แล้ว ต้องย้ายไปเก็บอีกหอยแทน ถ้าอยากรู้ก็ตามมา”...พริบพราวงงถามปราณนต์ว่าที่นี่มันมีกี่หอย เขาส่ายหน้า

    ด้านอวัศยานั่งรอลิปดาเอามือถือมาคืนอยู่ที่สวนน้ำ เห็นหายไปนานจึงถามหากุญแจห้องจากอรุณ ไม่ทันไร ลิปดาถือเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ น้ำส้มสำหรับอรุณ และน้ำผลไม้รวมของอวัศยา เธอรับมาดื่มแต่ยังเคืองที่เขาไม่คืนมือถือให้เสียที พอดีมีสาวมาทักลิปดา “จอห์น...ใช่หรือเปล่า”

    ลิปดาปฏิเสธทักคนผิดและบอกชื่อตัว หญิงคนนั้นจึงหันไปทางเพื่อนสาวที่ยืนอยู่อีกสองคน บอกว่าเขาชื่อลิปดา หญิงอีกสองคนรี่เข้ามาสารภาพว่าอยากรู้จักจึงทำทีทักคนผิด ทั้งสามขอถ่ายรูปคู่กับเขากันใหญ่ อรุณมองอย่างไม่พอใจสะกิดหลานไม่หึงบ้างหรือ อวัศยามองแล้วบอกยายว่า เขาเป็นของเขาแบบนี้ ชินแล้ว อรุณติงเป็นแฟนกันจริงหรือเปล่า

    อวัศยาสะอึก รีบบอกว่าหึง...หึงมากด้วย แต่สะกดอารมณ์ไว้ อรุณโวยต้องแสดงออก บอกไปเลยว่าคนนี้แฟนเรา หญิงสาวลังเล ยายดันให้ลุก อวัศยาจึงเสียงเข้มเข้าไปถาม ถ่ายรูปกันพอหรือยัง ทุกคนหยุดชะงักหันมองงงๆ...อวัศยาบุ้ยใบ้กับลิปดาว่ายายมองอยู่ เขาไม่ทันพูดอะไร สามสาวก็แทรกขึ้น “นี่พี่ลิปพาคุณยายกับพี่สาวมาเที่ยวเหรอคะเนี่ย...น่ารักจังเลยนะคะ”

    จี๊ดแทงใจอย่างจัง อวัศยากระชากลิปดามาควง สวน “ฉันไม่ใช่พี่สาว แต่ฉันเป็นแฟนย่ะพวกเธอเล่นน้ำมากไปรึเปล่า น้ำเลยซึมเข้าหัวไปแทนที่สมอง ประสาทรับรู้ผิดพลาด นี่ดูให้มันดีๆ ถ้าอย่างฉันเป็นพี่สาว อย่างเธอก็เป็นแม่แล้ว” สามสาวเหวอ “นี่ยังเบาๆถ้ายังไม่รีบไปจะโดนมากกว่านี้ มีอย่างที่ไหนอยู่ๆมาลากแฟนคนอื่นไปนัวเนีย ทำเป็นฟอร์มมาถ่ายรูป ฉันเห็นนะ หน้าอกมาถูกแขนแฟนฉันอยู่ได้ ของจริงของปลอมก็ไม่รู้ ถูอยู่ได้อย่าคิดนะว่าฉันจะไม่เห็น” ลิปดาอึ้ง

    สามสาวเริ่มอายคนแถวนั้น ดึงกันไป อวัศยาโวยไล่หลัง “รีบๆไปเลย แล้วไม่ต้องมาให้เห็นอีกนะ ไปเลยไป ฮึ่ย...รมณ์เสีย...”

    ลิปดาอุทาน...ว้าว! อรุณตบมือยกนิ้วให้หลานสาว อวัศยาสติกลับมา ลิปดายิ้มแก้มแทบปริ กระซิบถามหึงจริงหรือหลอก ตนเริ่มแยกไม่ออก เธอโวยเบาๆ บ้าหรือตนจะหึงทำไม เมื่อครู่อารมณ์ขึ้นเพราะมาหาว่าเป็นพี่สาว ที่จัดไปเพราะโกรธไม่ใช่หึง ลิปดาเสียดายน่าจะหึงจริง...

    บริเวณที่เป็นโคลน ปราณนต์กับพริบพราวยืนมองไกรสรกับชาวบ้านไถไม้กระดานเก็บหอยแครงกันอย่างเลอะเทอะ ปราณนต์ถามพริบพราวถ้าไม่อยากทำก็ไปนั่งรอบนเรือ เขาจะไปช่วยไกรสรเอง แต่หญิงสาวไม่ย่อท้อ มาด้วยกันก็ต้องทำด้วยกัน ปราณนต์ซึ้งน้ำใจ

    ชาวบ้านช่วยสอนวิธีเก็บหอยแครงแก่ทั้งสอง พริบพราวดูเงอะงะแต่ก็พยายามจะเก็บให้ได้มากเท่าปราณนต์ แม้จะลื่นล้มหน้าทิ่มโคลนก็ไม่ย่อท้อ ปราณนต์จึงให้เธอนั่งบนกระดานแล้วเขาเป็นคนเข็น...ถึงเวลาพักทานข้าว ปราณนต์ดูแลช่วยเหลือพริบพราวจนเธออบอุ่นใจ ไม่วายทำทีถ่ายรูปคู่กันอ้างอยากเก็บเป็นที่ระลึก แต่ความจริงจะส่งไปยั่วอวัศยา พอดีไม่มีสัญญาณส่ง

    ขณะที่อรุณนอนเล่นบนห่วงยางลอยในสระน้ำท่าทางมีความสุข อวัศยาขอมือถือคืนจากลิปดา เขาถามเธอติดมือถือมากขนาดนี้เชียวหรือ เธออ้างจะเช็กเมลลูกค้า ลิปดายอมคืนให้แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าเห็นเธอใช้มือถือต่อหน้าอรุณ เขาจะยึดกลับมาอีก อวัศยาโวยจะมาบังคับกันแบบนี้ ไม่ได้ ลิปดาถอนใจอธิบายเหตุผลที่ยึดมือถือเธอไว้

    “ผมทำเพื่อคุณยาย...นานๆทีคุณยายจะมาหาคุณไม่ใช่เหรอ ผมอยากให้คุณอยู่กับท่านอย่างเต็มที่” อวัศยาโต้ว่าก็หยุดงานอยู่นี่ไง เขาแย้ง “อยู่แต่ตัว แต่ใจคุณกลับไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่อยู่ในมือถือ อยู่แบบนี้เขาไม่เรียกว่าอยู่หรอก เทคโนโลยีทำให้คุณติดต่อสื่อสารกับคนอื่น แต่อย่าลืมที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดคุยสื่อสารกับคนที่อยู่ข้างๆคุณด้วย”

    ระหว่างนั้นอรุณเสียบเครื่องช่วยฟังขยับมาแอบฟัง รู้สึกพอใจกับคำเตือนของลิปดา เขาเล่าต่อเศร้าๆว่าก่อนที่จะมาเปิดบริษัท เขาทำงานหนัก คุยโทรศัพท์กับลูกค้าตลอดเวลาจนไม่ได้สนใจยายของตัวเองที่นั่งอยู่ตรงหน้า กว่าจะรู้ตัวท่านก็จากไปแล้ว...อวัศยาสะท้อนใจ ขอบคุณที่เขาเตือน แต่ไม่เห็นต้องยึดโทรศัพท์ บอกกันดีๆก็เข้าใจ อรุณรีบกลับมานอนเล่นตามเดิม อวัศยาเดินมาหาและเล่นน้ำด้วยอย่างรู้สึกผิด บอกอรุณต่อไปอยากไปไหนตนจะพาไปทุกที่ สองยายหลานกอดกันแน่น ลิปดายืนมองอย่างปลื้มใจ อรุณหันมาชูนิ้วโป้งให้เขาอย่างชื่นชม

    ooooooo

    คืนนั้น พริบพราวนุ่งกระโจมอกมีผ้าขนหนูคลุมไหล่ ย่องออกมาจะอาบน้ำหน้าบ้านพัก แต่กลับเจอปราณนต์นุ่งผ้าขาวม้าตักน้ำใส่โอ่งไว้ให้เธออาบ พริบพราวยิ่งซาบซึ้ง แต่ด้วยความเขินจึงลื่นล้มหัวโขกโอ่ง ปราณนต์ตกใจปรี่มาจับใบหน้าเธอสำรวจ ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ

    สักพัก ปราณนต์ถอยห่างให้พริบพราวอาบน้ำ แต่ไม่ทันไรเธอก็ร้องกรี๊ดวิ่งมากอดเขาเซล้มไปนอนทับกันเพราะมีกบอยู่ในขันน้ำ ทั้งสองเริ่มรู้สึกหวั่นไหวในใจต่อกัน...แต่พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พริบพราวก็ออกมาเดินหาคลื่นจะส่งภาพไปยั่วอวัศยาให้ได้ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ปราณนต์ยังคิดว่าพริบพราวเป็นแอบรัก ส่วนพริบพราวก็พยายามเลียบเคียงถามว่าแอบรักเป็นใคร ต่างฝ่ายต่างถามกันไปมา ก็ไม่ได้เรื่องสักที จนปราณนต์ถามเธอเคยมีความรักไหม พริบพราวตอบว่าเคยตอนอนุบาล 2 เป็นความรักที่บริสุทธิ์ แต่โตมานี่ เขากลายเป็นเกย์ ปราณนต์ขำ

    ลิปดาส่งอวัศยากับอรุณที่หน้าคอนโดแต่อรุณหลับอยู่ อวัศยากล่าวขอบคุณลิปดาสำหรับสิ่งดีๆในวันนี้ แต่ก็ต่อว่าที่เขามาฉวยโอกาสแต๊ะอั๋ง ลิปดาเหลือบเห็นอรุณลืมตา จึงแก้เกม “คร้าบ ผมรู้ว่าคุณเป็นคนถือเนื้อถือตัว ไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ คุณถึงพิเศษกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยเจอมา”

    อวัศยางง ลิปดาบุ้ยใบ้ไปที่อรุณ เธอจึงเอามือลูบแก้มเขาทำทีปลอบอย่าน้อยใจ แล้วอวยพรให้หลับฝันดี แล้วหันมาปลุกอรุณขึ้นห้องนอน อรุณอมยิ้มล่ำลาลิปดา เขารู้สึกมีความสุข อยากให้วันนี้เป็นเรื่องจริง

    ในคืนเดียวกัน ศรันยูมานั่งฟังอวัศยาเล่าเรื่องในวันนี้ พอเห็นว่ายายหลับแล้วก็เลิกเก๊กแมน ปล่อยตัวตามสบาย ศรันยูรู้สึกว่าเพื่อนเล่าถึงลิปดาดูแววตาวิบวับแปลกจากแต่ก่อน อวัศยากลบเกลื่อนไม่มีอะไร แล้วถามข่าวคราวของปราณนต์กับพริบพราว ศรันยูบอกว่าหายเงียบกันไป แต่พรุ่งนี้ตนต้องไปพบลูกค้าแถวนั้น จะแวะไปดูให้

    วันต่อมา ปราณนต์ข้องใจที่ไกรสรไม่อยู่คุยธุรกิจ กลับออกไปประชุมกับ อบจ.ในเมือง จึงตั้งใจจะรอเขากลับมา ให้พริบพราวกลับบ้านไปก่อนแต่หญิงสาวไม่อยากเอาเปรียบอยู่รอด้วย ปราณนต์จึงชวนเธอไปปลูกป่าเพราะเห็นในสารคดีของไกรสร เขามักชวนให้คนที่มาเที่ยวช่วยกันปลูกป่า ระหว่างนั้นศรันยูแวะมาด้อมๆ มองๆ เห็นความใกล้ชิดของสองคนก็ถ่ายรูปเก็บไว้

    ไกรสรกลับมาเห็นปราณนต์กับพริบพราวช่วยกันปลูกป่าจนเลอะเทอะไปหมดก็พอใจ ยินดีจะเปิดพอร์ตกับทั้งสองคน “ฉันเห็นความตั้งใจของพวกเธอตั้งแต่เมื่อวาน เธอเป็นคู่ที่อึดที่สุด บริษัทอื่นกลับไปตั้งแต่ตอนเก็บหอยแล้ว หรือถ้ารอก็รอแบบเบื่อๆ ไม่มีใครออกไปลุยเหมือนพวกเธอ และข้อมูลที่หามาก็แม่นยำ ใส่ใจ ทำให้ฉันไว้ใจว่าเธอจะดูแลเงินของฉันอย่างเต็มที่และขอเพิ่มจาก 30 ล้านเป็น 50 ล้าน”

    ทั้งสองดีใจ พริบพราวลืมตัวโผกอดปราณนต์ ศรันยูตกใจรีบถ่ายรูปแชะๆ พริบพราวรู้สึกตัวถอยออกขอโทษเขินๆ...พริบพราวยอมรับกับปราณนต์ว่า ที่ได้งานนี้เป็นเพราะความดีของเขา ศรันยูชักหวั่นใจว่าเพื่อนสาวต้องเสียปราณนต์ให้พริบพราวเป็นแน่ แต่แล้วเขาก็ไม่กล้าส่งรูปเหล่านั้นให้อวัศยา เกรงเธอจะเสียใจ

    หลังจากเซ็นสัญญากับไกรสรเรียบร้อย พริบพราวไม่ลืมที่จะถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก ปราณนต์แปลกใจทำไมเธอถึงใกล้ชิดกับตนมากขนาดนี้ แล้วเธอก็เดินหาสัญญาณอ้างจะส่งภาพให้แสนดี ทำให้ปราณนต์ยิ่งคิดว่าเธอต้องเป็นแอบรักแน่

    ด้านอวัศยา ส่งอีเมลหาปราณนต์ในนามแอบรัก ทำทีถามไถ่การไปทำงานของเขากับเพื่อนสาวว่าราบรื่นดีไหม ให้เล่าสู่กันฟังบ้าง...แล้วรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ทันใดเสียงเมลเด้งขึ้นมา เธอดีใจมาก แต่ปรากฏว่าเป็นเมลจากพริบพราว พร้อมรูปภาพ “ขอบคุณนะคะที่ส่งพราวมาทำงานนี้ ตอนนี้พราวได้ลูกค้าสามรายและยอดเงินทะลุเป้าที่วางไว้ นอกจากลูกค้าและเงินแล้ว พราวยังรู้จักณนต์มากขึ้นอีกด้วย...” อวัศยาแทบอยากจะร้องกรี๊ด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์