นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อวัศยาห้ามไม่ทัน เขาเปิดเสื้อเธอขึ้น ป้าเปรี้ยวกลับมาพร้อมปริมและปุ้มตกใจ ร้องพร้อมกัน “ณนต์ทำอะไร!”

    ทั้งสองสะดุ้ง ปราณนต์ถอยห่าง อวัศยาตะปบเสื้อปิด...หลังจากชี้แจงกันเรียบร้อย ทุกคนมานั่งทานอาหารพร้อมหน้า ป้าเปรี้ยวกล่าวขอโทษที่เสียงดังจนตกใจ เพราะภาพที่เห็นมันชวนตกใจ ปราณนต์รีบขอโทษไม่ทันระวัง ปริมเอ็ดลูกแล้วหันมาขอโทษอีกคน

    “น้าต้องขอโทษที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับ ต้องเอาห่อหมกไปส่งลูกค้า พี่เปรี้ยวชมคุณไว้เยอะเลย ว่ามีน้ำใจ โชคดีของณนต์ที่มีเจ้านายอย่างคุณ”

    อวัศยายิ้มรับอายๆแล้วกล่าวชมปราณนต์เช่นกัน ว่าเป็นโชคดีของตนที่ได้เขาเป็นลูกน้อง ปราณนต์ยิ้มปลื้มกับคำชม ปุ้มสังเกตเห็นสายตาอวัศยาหวานเยิ้ม ชักสงสัยจึงดักคอ

    “คุณศยาคะ ดูจากบุคลิกภายนอก คุณศยาน่าจะอายุห่างจากณนต์เยอะเหมือนกันนะคะ” อวัศยาหน้าม้าน ปราณนต์ ปริมและเปรี้ยวหันมองปุ้มอย่างตำหนิ ปุ้มแก้ตัว “คือที่ปุ้มพูดเพราะคิดว่า มันก็เป็นโชคดีของณนต์เหมือนกันไงคะ ที่มีเจ้านายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ มากประสบการณ์ น่าจะสอนงานณนต์ได้เป็นอย่างดี ใช่ไหมคะ” ปุ้มส่งยิ้มหวาน

    ปราณนต์แก้แทนว่าอวัศยาเป็นหัวหน้าที่ดี สอนงานลูกน้องทุกคน เธอออกตัวว่ามันเป็นหน้าที่...คุยกันสักพัก อวัศยาขอตัวกลับ ปราณนต์ลุกเดินไปส่ง ปุ้มหลิ่วตามองท่าทีคนทั้งสอง
    มาถึงรถ ปราณนต์ยังขอโทษเรื่องลูกประคบ อวัศยาแกล้งติงถ้าถามอีกจะโกรธ เขาจึงทำท่ารูดซิปปาก อวัศยาชมว่าครอบครัวเขาน่ารัก ถามอยู่กันแค่นี้หรือ คุณพ่อไปไหน เขาสลดลงทันทีก่อนจะบอกว่าพ่อเสียไปตั้งแต่ตนเด็กๆ...พ่อฆ่าตัวตาย อวัศยาชาวาบไปทั้งตัวเหมือนมีลมมาจุกที่คอ ภาพอดีตที่พ่อยิงตัวตายคากองกระดาษหุ้น ทำให้เธอช็อกตั้งแต่เด็ก ยายอรุณดึงเธอมากอดปิดตาไม่ให้มอง เสียงร้องไห้ของยายยังดังก้อง

    ปราณนต์เล่าว่าตนไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อเท่าไหร่ อวัศยาประหลาดใจที่เรื่องบังเอิญระหว่างเขากับเธอคล้ายกัน หรือเป็นพรหมลิขิต ยิ่งทำให้เธอสนใจในตัวปราณนต์มากยิ่งขึ้น

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พริบพราวเดินลงมาที่โต๊ะกินข้าวด้วยความสดใส อยากบอกคนในครอบครัวว่าตนได้บรรจุงานแล้ว แต่พอเอ่ยปากบอกพ่อ กลับโดนเอ็ดว่าอย่ายุ่งกับญาติๆอีก ไม่ต้องให้พวกเขาเอาเงินมาลงทุนบ้าบอ ไม่อยากเสียชื่อตอนแก่ พ่อพูดจบเดินไป พริบพราวหันมามองแม่

    “พ่อเขาพูดถูกนะลูก ฟังแล้วก็จำเอาไว้” แววลุกเดินตามพจน์ไป

    พริบพราวอึ้งแทนที่จะได้คำปลอบใจ...ภูมิเดินมา เธอยิ้มคิดว่าพี่ชายจะชมสักนิด แต่เขากลับบอกว่าจะเอารถเธอไปใช้ ให้เอารถเขาไปเติมน้ำมันให้ด้วย เธอร้องอ้าว...ทำไมพี่ทำอย่างนี้

    พนักงานทยอยเข้าบริษัท อวัศยามาถึงส่งถุงขนมให้หุ้นขึ้น บอกว่าซื้อมาฝาก เขาตื่นเต้นเพราะไม่เคยได้มาก่อน...พริบพราวมาถึงโต๊ะทำงาน แปลกใจที่มีการ์ดแสดง ความยินดีวางอยู่ เปิดอ่านเป็นคำแสดงความยินดีที่ได้งานจากปราณนต์ เธอแอบดีใจแต่วางฟอร์มเดินไปต่อว่า

    “คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยกลูกค้าให้นายหรือไง”

    ปราณนต์มองหญิงสาวยืนกอดอกวีน ถึงกับหมดอารมณ์ที่ทำคุณบูชาโทษ ตอกกลับอย่าเอาตัวเองมาวัดคนอื่นได้ไหม เขาขอการ์ดคืนไม่อยากให้เธอคิดว่าเป็นการลงทุน พริบพราวเห็นท่าทีเขาจริงจัง จึงยอมเชื่อแต่ยังเชิดใส่ อ้างว่าคนเราหน้าไหว้หลังหลอกกันเยอะ ว่าแล้วก็ขอบใจเดินเชิดกลับไป ปราณนต์มองตามขำๆ...หญิงสาวกลับมาที่โต๊ะ นั่งมองการ์ดอมยิ้ม

    วันนั้นอวัศยาร้อนใจเกรงเรื่องของเธอจะเปิดเผยออกมา ศรันยูย้ำตนเก็บความลับเก่ง ขนาดเรื่องเพศตัวเองยังปิดมานาน...ด้านปราณนต์ถูกรุจน์ซักถาม รู้หรือยังว่าคุณแอบรักเป็นใคร ปราณนต์บอกว่าไม่มีอะไรสำคัญเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แสนดีผ่านมาได้ยินหูผึ่ง ปรี่เข้ามาถามเขาแอบรักใคร รุจน์จะเล่า ปราณนต์รีบปิดปากรุจน์ไว้ แสนดีคาใจเล่าให้นิดาฟัง ศรันยูผ่านมาได้ยิน เอ็ดทุกคนให้เตรียมตัวทำงาน ตลาดกำลังจะเปิด แล้วเรียกรุจน์ให้ตามไปคุย

    แสนดีอยากรู้ตามไปแอบฟัง ศรันยูเปิดฉากตำหนิรุจน์ให้หยุดสร้างความวุ่นวายในบริษัท เลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านไม่อย่างนั้นจะฟ้องบอส แสนดีขมวดคิ้วสร้างความอยากรู้มากขึ้น

    พักกลางวัน ปราณนต์เอาอาหารมานั่งกินหลบมุมเพื่อคุยไลน์กับแอบรัก ส่วนอวัศยาทานอาหารอยู่ในร้าน ทั้งสองคุยไลน์กันสุขใจ แอบรักแย็บถามโดนเจ้านายด่าว่าประจบไหม เขาตอบว่าไม่ แถมชมว่าเจ้านายเป็นคนน่ารักมากๆ และฮากว่าตอนอยู่ออฟฟิศ แอบรักเขินกับคำชมว่าน่ารัก แชตกลับไปถามว่าน่ารักอย่างไร เขาตอบกลับ...เป็นธรรมชาติ ไม่ถือตัว แล้วตนก็เพิ่งรู้ว่าเธอหน้าเด็กกว่าตอนอยู่ที่ทำงาน อวัศยาสะดุ้งตอนอยู่ออฟฟิศตนหน้าแก่หรือ รีบพิมพ์กลับไปถาม ปราณนต์ แชตอธิบาย “ไม่ได้แก่ แต่เจ้านายผมชอบทำหน้าดุ”

    แอบรักถามดุแล้วกลัวไหม เขาแชตตอบไม่กลัว เพราะดุแต่เป็นคนดี ดีมากๆและเก่งมากด้วย ตนว่า ความดีกับความเก่งทำให้ความแก่ถูกมองข้ามไปเลย ...อวัศยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความช่างคิดของปราณนต์ เผอิญลิปดาเดินมาเห็นถามเธอเป็นอะไร หญิงสาวสะดุ้งรีบเก็บมือถือ

    ด้านปราณนต์กำลังพิมพ์บอกว่า หมดเวลาสนุกแล้วต้องกลับไปทำงาน ขอบคุณกับคำแนะนำที่ผ่านมา

    แม้ตนจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ก็ดีใจที่ได้คุยกัน...พริบ– พราวมองมาเห็นปราณนต์แชตไปยิ้มไป ก็ครุ่นคิดว่าเขาคุยกับใคร

    เสียงไลน์ดังติ๊ง...ติ๊ง...ติ๊ง...อวัศยาทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะลิปดายืนอยู่ เขานั่งลงตรงข้ามถามทำไมไม่อ่านและตอบกลับ หญิงสาวปัดไม่เกี่ยวกับเขา มันไม่ใช่เรื่องงาน ยิ่งทำให้เขาอยากรู้ว่าเธอคุยกับใคร อวัศยาไม่พอใจลุกเดินหนีแถมบอกบริกรให้เก็บค่าอาหารกับลิปดา เขาเหวอ...พอเข้าออฟฟิศ อวัศยาทำทีคุยโทรศัพท์เรื่องงานตลอดเวลาไม่เปิดโอกาสให้ลิปดาซักไซ้

    ในคืนนั้น รุ้งลดาแอบจ่ายใต้โต๊ะบริษัทเฮดฮัทเตอร์ ที่ดูแลให้นาราภัทร ขอข้อมูลประวัติพนักงานคนสำคัญๆมาศึกษาที่คอนโด เห็นพริบพราวจบการศึกษาจากบอสตัน พ่อเป็นหมอหัวใจ แม่เป็นหมอกระดูก พี่ชายเป็นหมอสมอง ก็นึกขำว่าเธอคงโง่ที่สุดในบ้านถึงทำงานตลาดหุ้น องศาเดินมา รุ้งลดารีบรายงานว่าใครเป็นใครสำคัญอย่างไร องศาคิดจะเปิดบริษัทเองและจะซื้อตัวพนักงานของลิปดา แต่รุ้งลดาไม่คิดว่าจะง่ายอย่างนั้น

    “การที่เราจะเปิดบริษัทโบรกเกอร์ได้ เราต้องมี CFA เป็นคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพการเงินและการลงทุนระดับสากล ถ้าเราสอบผ่านจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้วิเคราะห์หลักทรัพย์และเป็นผู้จัดการกองทุน” องศาให้หาซื้อเอา รุ้งลดาส่ายหน้า “ไม่มีขายต้องสอบเอง อย่างคุณลิปสอบผ่าน 3 ระดับภายในปีครึ่ง คนอื่นโดยเฉลี่ยต้อง 4 ปี ส่วนคุณศยาสอบผ่าน CISA เป็น CFA ภาคภาษาไทย สอบผ่าน 3 ระดับปีครึ่งเหมือนกัน...ไม่แปลกใจพอมาจับมือกัน ผลงานเลยโดดเด่น ส่วนพนักงานอื่นๆแค่สอบใบประกอบวิชาชีพนายหน้าค้าหลักทรัพย์ได้ ก็เป็นมาร์เกตติ้งได้”

    “แล้วไง...ยิ่งฟังยิ่งงง เอางี้แล้วกันถ้าต้องการจะเปิดบริษัทรับเป็นนายหน้าค้าหุ้น ต้องลงทุนเท่าไหร่ ต้องซื้อไอ้ใบอะไรสักอย่างที่ยากๆที่ไหน แล้วต้องซื้อตัวพนักงานมาจากไอ้ลิปกี่คน ใช้เงินเท่าไหร่ บอกตัวเลขมาเลย ส่วนเรื่องอื่นที่พูดมาพี่ไม่สนใจ” พูดจบ องศาลุกจะกลับ

    รุ้งลดารีบถามไม่อยู่กับตนคืนนี้หรือ องศาบอกว่าไม่กลับบ้านหลายวันแม่บ่น หญิงสาวได้ทีอ้อนให้เขารีบแต่งงานจะได้เข้าไปอยู่ด้วย องศาชะงักหาทางเลี่ยง อ้างอยากจัดการเรื่องบริษัทให้เรียบร้อยก่อนเพื่อความมั่นคงในชีวิตคู่ รุ้งลดาหลงเชื่อ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พริบพราวขอฐานข้อมูลลูกค้าของพีระมาศึกษา อยากเรียนรู้ว่าเขาทำยอดสูงสุดติดกันสามปีซ้อนได้อย่างไร พีระไม่ปิดบังหอบแฟ้มมาวางให้อย่างยินดี แต่พริบพราวกลับพูดว่าจะได้รู้ต้องหาลูกค้าเพิ่มอีกเท่าไหร่ถึงจะชนะเขา พีระหุบยิ้ม ลิลลี่จิกตา ปราณนต์ส่ายหน้า

    “พราว...ไปได้แล้ว ลูกค้ารออยู่” ปราณนต์ตัดบทเรียกพริบพราว

    ลิลลี่เข้าเสี้ยมพีระทันที “เป็นไงล่ะพี่พี เห็นความร้ายกาจของยัยคุณหนูบอสตันหรือยัง มันร้ายจริงๆ นอกจากคิดจะเลื่อยขาเก้าอี้ลิลลี่แล้ว ยังคิดจะโค่นแชมป์อย่างพี่พีด้วย ลามปาม รุ่นใหญ่มันยังไม่เว้น พี่พีต้องระวังตัวให้ดีๆนะคะ อย่าใจดีให้มันมากไป ตัวเองจะลำบาก”

    พีระครุ่นคิดตาม ขณะเดียวกันปราณนต์ยืนรอพริบพราวซื้อกาแฟราคาแพง เธอเดินมายื่นให้เขาหนึ่งแก้ว เขาถามให้เนื่องจากอะไร เธอบอกเนื่องจากเขาพยายามจะปรองดองกับตน อุตส่าห์ส่งการ์ดมาเชื่อมสัมพันธไมตรี ในฐานะที่ต้องทำงานด้วยกันตนจึงเลี้ยงแทนการตอบรับ ชายหนุ่มเหล่มองไม่ไว้ใจ จนกว่าเธอจะรับปากว่าจะไม่พูดไม่ดีกับพีระอีก พริบพราวยังไม่รู้ตัว

    “ทำไมฉันต้องรับปากนาย”

    “เพราะเราเป็นทีมเดียวกัน ถ้าคุณทำให้คนอื่นเกลียด เขาจะพาลเกลียดผมไปด้วย”

    พริบพราวยืนยันไม่เคยทำให้ใครเกลียด ปราณนต์ต้องจาระไน ที่เธอพูดกับพีระมันทำให้เข้าใจผิดว่าเธอต้องการโค่นทีมเขา เธอร้อง “ไม่นะ เขาไม่เข้าใจผิด ฉันคิดจะโค่นทีมเขาจริงๆ”

    ปราณนต์ถอนใจ แบบนี้ถึงไม่มีใครคบ พริบพราวโวยใครไม่คบ พลันกาแฟในมือหกราด ชายหนุ่มร้องเฮ้ย... หญิงสาวรู้ตัวตกใจ โชคยังดีที่วันนี้พริบพราวขับรถพี่ชายมา จึงมีเสื้อพี่อยู่ในรถให้ปราณนต์เปลี่ยน เขานั่งในรถบ่นว่าตนโชคร้ายเสียมากกว่าที่มาเจอโชคดีของเธอ

    “ก็ขอโทษแล้วไง จะแขวะอะไรอีกเนี่ย รีบๆเปลี่ยนเสื้อได้แล้ว บ่นอยู่ได้”

    ปราณนต์จึงถอดเสื้อ พริบพราวกำลังถอยรถ เหลือบเห็นกล้ามเป็นมัดของเขาก็ตะลึง ชายหนุ่มมองหลังเห็นเธอจะชนจึงร้องเตือน หญิงสาวตกใจเหยียบเบรก ปราณนต์ถลาไปกอด หน้าทิ่มไปโดนแก้มเธอพอดิบพอดี จังหวะนั้นอวัศยาเดินออกมาเห็นเต็มตา ทั้งสองเด้งตัวออกจากกัน เขารีบขอโทษ เธอหน้าแดงกลบเกลื่อน “ถือว่าหายกัน กับที่ฉันทำกาแฟหกใส่นายก็แล้วกัน”

    ปราณนต์พยักหน้าหงึกๆ หันมาเห็นอวัศยาก็ตกใจเกรงเธอเข้าใจผิด อวัศยาหันหลังเดินหนี เขาจะลงไปอธิบายแต่พริบพราวห้ามต้องรีบไป ลูกค้ารอ เขาจึงชะงักสวมเสื้อต่อ...อวัศยากลับเข้าห้องทำงานอย่างหงุดหงิดกับภาพปราณนต์กอดพริบพราวเมื่อครู่

    ตกดึก ศรันยูต้องมาฟังอวัศยาปรับทุกข์ และปลอบใจว่ามันอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่เธอไม่เชื่อเพราะปราณนต์ไม่สวมเสื้อ แล้วพาลคิดว่าเขาไม่ต่างจากลิปดาเลย มักมากในความใคร่ ศรันยูให้คิดเสียว่า ได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่ภาพมโนสวยหรูที่แชตหากัน อวัศยาได้คิด

    “จริงสินะ ขนาดฉันยังหลอกเขา ยังปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองผ่านการแชต แล้วทำไมเขาจะสร้างภาพหลอกลวงและปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเขาบ้างไม่ได้”

    ทันใดเสียงมือถือดัง ศรันยูบอกว่ากระแสจิตทำให้ปราณนต์โทร.มา อวัศยาว่าไม่ใช่คนละเครื่อง เธอกดรับสาย ลิปดาโทร.มาเรียกให้ลงไปเจอที่ล็อบบี้...หญิงสาวสวมเสื้อคลุมทับชุดนอน ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางเดินหน้างอมาต่อว่า ถ้าธุระที่เรียกตนลงมาไม่สำคัญจริงๆ ตนจะคิดโอทีโทษฐานทำให้เสียเวลานอน ลิปดาบอกว่ามีคนอยากเจอ เห็นยืนเก้กังอยู่หน้าคอนโด

    อวัศยาหันมองหา ทันใดเห็นปราณนต์ยืนอยู่

    เธอรีบหันกลับอายสภาพตัวเอง ลิปดาถามเป็นอะไรทำไมหน้าแดง ปราณนต์ปรี่เข้ามาขอโทษที่มาโดยไม่ได้นัด ตนไม่สบายใจกับเรื่องเมื่อกลางวัน ลิปดาหูผึ่งเรื่องอะไร อวัศยาปัดไม่จำเป็นต้องอธิบาย ให้เขากลับไปตนง่วง แต่ลิปดาดึงเธอไว้ “คุณยังไม่ง่วง ผมว่าไหนๆก็มาแล้ว เมื่อปราณนต์อยากเคลียร์ เราก็เคลียร์กันเลยดีกว่า”

    อวัศยามองหน้าลิปดาเกี่ยวอะไรด้วย เขาไม่สนใจดึงทั้งสองไปหาที่นั่ง แล้วบอกว่าอยากอยู่ฟังด้วยหน้าตาเฉย อวัศยาอึดอัดใจ ปราณนต์ตัดสินใจเล่าความจริงต่อหน้าลิปดาด้วย ลิปดาฟังแล้วแทรกถาม “อย่าบอกนะว่า ศยาเห็นแล้วทำหน้าไม่พอใจ สะบัดบ๊อบหนีไป”

    “เยอะไปค่ะบอส ฉันก็แค่คิดว่าเขากำลังทำธุระส่วนตัวกัน ก็ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ”

    ปราณนต์รีบบอกว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด ลิปดาจับตามองอาการทั้งสองคน อวัศยาจึงปัดว่าตนจะเข้าใจอย่างไรไม่ต้องมาสนใจ ปราณนต์สวนไม่สนไม่ได้เพราะเธอเป็นหัวหน้าของตนและพริบพราว อวัศยาเผลองอน “ที่แท้ก็ห่วงตัวเอง...”

    “ไม่ใช่นะครับ เอ่อ...ผมจะอธิบายยังไงดี...บอสเข้าใจผมไหมครับ” ปราณนต์หันหาพวก

    ลิปดาสะดุ้งเพราะไม่ค่อยเข้าใจ เรื่องที่เล่ามามันเล็กน้อยมาก อวัศยาไม่น่าจะแคร์ ถ้าแคร์แสดงว่าเธอคิดกับเขามากกว่าลูกน้อง หญิงสาวจุกหันขวับมามองหน้า ลิปดาดักคอ เธอไม่เคยเอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกัน ฉะนั้นเลิกคิดมาก เธอไม่แคร์หรอก แล้วหันมาถามใช่ไหม อวัศยาจำต้องบอกว่าใช่ ไม่สนใจเลย

    ปราณนต์บอกตนแคร์เพราะไม่อยากให้คิดว่าลูกน้องทำเรื่องไม่เหมาะสม ตอนนี้หมดเรื่องที่จะอธิบายแล้ว ตนขอตัวกลับ อวัศยาขยับเหมือนอยากรั้งเขาไว้ แต่พอเห็นสายตาลิปดาก็ต้องนิ่ง ทำทีลุกเดินกลับขึ้นห้อง ลิปดายิ่งครุ่นคิดว่าสองคนนี้ชักจะยังไงๆ

    กลับเข้าห้องเล่าให้ศรันยูฟัง อวัศยาหวั่นใจว่าลิปดาจะรู้เรื่อง แต่ศรันยูไม่คิดอย่างนั้น เพราะถ้ารู้ต้องทำอะไรมากกว่านี้ นี่ทำตัวเป็นคนกลางมากกว่า ที่น่าทึ่งคือปราณนต์กล้ามา แสดงว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ทำให้เธอรู้ความจริงว่าภาพที่เห็นไม่มีอะไร ก็จงนอนหลับฝันดีได้

    ooooooo

    วันต่อมา พริบพราวตีสนิทกับปุ้มพี่สาวปราณนต์ ด้วยการสั่งทำผ้าคลุมคอมพิวเตอร์ที่เธอเย็บด้วยมืออย่างประณีต อ้างจะเอาไปแจกเพื่อนๆ ปุ้มลองถามว่าแจก อวัศยาด้วยหรือเปล่า พริบพราวแปลกใจที่เธอรู้จักปุ้มบอกว่าอวัศยาเคยไปทานข้าวที่บ้าน พริบพราวเดือดทันที

    พริบพราวบุกเข้ามาต่อว่าอวัศยาถึงในห้องทำงานอย่างไม่เกรงใจ หาว่าแอบแทงข้างหลัง อวัศยาตำหนิไม่มีมารยาท เธอตอกกลับ “ใช่ พราวไม่มีมารยาท ชอบปีนเกลียว ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ แต่พราวก็ไม่เคยแอบไปบ้านลูกน้องผู้ชาย ไม่เคยเอาความพิศวาสส่วนตัวมาสร้างความลำเอียงและความไม่ชอบธรรมในการทำงาน”

    อวัศยาปุดๆ พริบพราวยังผรุสวาทว่าตนนิสัยไม่ดีแต่ไม่เคยลำเอียง เก่งไม่เก่งก็ว่ากันไปตามจริงและยุติธรรม ไม่เหมือนเธอ อวัศยาสวน “ใช่ เธอไม่เหมือนฉัน

    ใช่เธอไม่มีมารยาท ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ นิสัยแย่ และไม่มีใครอยากคบ ใช่ ฉันเคยไปบ้านปราณนต์แต่ฉันไม่ได้แอบไป ฉันไปอย่างเปิดเผยตามคำเชิญของป้าเขา ไม่ได้พิศวาสเป็นการส่วนตัว และฉันไม่ได้ช่วยเขาเรื่องงาน”

    “พราวไม่เชื่อ!”

    “เรื่องของเธอฉันไม่สน...ในเมื่อเรื่องมันไม่จริง ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจ ออกไปได้แล้วฉันมีงานต้องทำ ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระและคราวหน้าถ้าเธอเปิดประตูเข้ามาแบบไม่มีมารยาทอีก ฉันคงจะต้องสั่งพักงาน เพื่อให้เธอไปเรียนรู้มารยาท

    ขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน...ออกไป!” อวัศยาโบกมือไล่เหมือนซูสีไทเฮา พริบพราวเหวอไม่ยอมจบแค่นี้แน่

    หลังจากนั้น อวัศยารีบโทร.ไปเล่าให้ศรันยูฟังแล้วยิ่งตกใจเมื่อรู้ว่าเขาออกไปสัมมนากับลิปดาและมีปราณนต์ไปด้วย หวั่นใจว่าลิปดาจะทำอะไร

    จริงอย่างที่คิด ลิปดาต้องการหาโอกาสซักถามปราณนต์ เขาแกล้งให้ศรันยูไปติดต่อเจ้าหน้าที่ แล้วเลียบเคียงถามว่าทำงานกับอวัศยาเป็นอย่างไรบ้าง ดุเกินไปไหม ปราณนต์ตอบสีหน้ายิ้มแย้มว่า ดีและสนุกมาก เธอไม่ดุแค่เข้มงวดเพราะตั้งใจทำงาน ทุ่มเท ยุติธรรมเป็นกันเอง มีน้ำใจไม่ถือตัว ไม่ลำเอียง ลิปดาชักหมั่นไส้ต้องปรามให้พอ ชมยาวแบบนี้แสดงว่าประทับใจ

    “ครับ ผมไม่เคยมีเจ้านายเป็นผู้หญิงมาก่อนตอนแรกก็กังวลว่าจะทำงานยาก แต่จริงๆง่ายมากเลยครับ พี่ศยาเป็นเจ้านายที่น่ารักมากเลยครับ” ลิปดาสะอึกกับคำว่าน่ารัก

    ศรันยูเองก็ระแวงเลียบเคียงถามปราณนต์คุยอะไรกับบอส เขาตอบตามตรงว่าเรื่องอวัศยา ศรันยูหลุดเสียงแหลมด้วยความตกใจ พอเห็นสายตาปราณนต์ก็ปรับเสียงทุ้มแมนๆซักไซ้...

    ทางบริษัท ลิลลี่ พีระและแสนดี เอาอกเอาใจรุจน์เพราะอยากรู้เรื่องแอบรัก รุจน์อึกอักเพราะโดนศรันยูกำชับไม่ให้ยุ่งเรื่องนี้อีก แต่พอโดนทุกคนบีบก็บอกไปตามตรงว่าไม่รู้ และยืนยันว่าแอบรักไม่ใช่ศรันยูเพราะตนจับผิดมาแล้ว...ด้านอวัศยาเดินเป็นเสือติดจั่น พลันได้ยินเสียงเอะอะก็เปิดประตูห้องทำงานออกไปดู พีระ แสนดี ลิลลี่และรุจน์วงแตกกลับไปนั่งทำงาน

    อวัศยายิ่งกังวลใจว่าทุกคนจะระแคะระคายเรื่องแอบรัก...ตกเย็นจึงนัดศรันยูร้านกาแฟเจ้าประจำ เธอลนลานเล่าเรื่องทุกคนให้ฟัง ศรันยูต้องปรามให้เธอสงบสติอารมณ์

    “หยุดแล้วฟังฉัน พวกที่สาระแนอยากจะรู้ ถ้าเธอทำตัวเนียนๆนิ่งๆเหมือนที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นแอบรัก เพราะฉะนั้นตัดเรื่องนี้ทิ้งไปจากสมอง ส่วนพริบพราว ถ้าเขายังไม่หยุดเล่นงานเธอ ฉันก็จะป่าวประกาศว่า เขาเองก็เคยไปบ้านณนต์เหมือนกัน”

    อวัศยาเหวอไปรู้ได้อย่างไร ศรันยูเล่าว่ารู้จากปราณนต์ แสดงว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก เพื่อนสาวดีใจโผกอดศรันยูดันออก บอกเรตติ้งตัวเองตกหมด...อวัศยาโล่งใจไปเปลาะ เหลือเพียงลิปดาอีกคน ศรันยูเตือนนั่นก็ไม่มีปัญหา ขอเพียงเธอทำตัวปกติไม่ให้น่าสงสัยก็พอ

    “ฉันไม่ได้หาเรื่องใส่ตัวใช่ไหม ฉันกำลังลากตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหาหรือเปล่า หรือว่าฉันควรหยุดบทบาทของแอบรัก ก่อนจะบานปลายมากไปกว่านี้” อวัศยาท้อ

    “ถ้าหยุดตอนนี้แล้วจะทำใจได้ไหมว่าจะไม่ได้คุยกับณนต์ ไม่ได้ทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ไม่ได้เซกู๊ดไนท์ส่งเขาเข้านอนอีก ทำใจได้หรือเปล่า ถ้าทำใจไม่ได้และสิ่งเหล่านี้มีความหมายต่อเธอ ก็ไม่ต้องแคร์คนอื่น ทำตัวเหมือนเดิม ใช้ความสงบสยบข่าวเม้าท์

    ไม่ยอมรับ ไม่เปิดเผยซะอย่าง ใครจะทำอะไรได้ แอบรักคือความลับมาตั้งนานก็ให้มันเป็นความลับตลอดไป”

    อวัศยามีความมั่นใจขึ้น แม้คนในที่ทำงานจะมองแล้วซุบซิบ ก็ทำเฉยๆ พริบพราวรู้สึกถึงความผิดปกติ พอรู้เรื่องจากแสนดี ก็มาฟ้องลิปดาทันที ว่ามีผู้หญิงลึกลับแชตไลน์คุยคอยช่วยปราณนต์ มันไม่ยุติธรรมกับตน ลิปดาแย้งว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เธอได้ก็มาจากคอนเน็กชั่นเก่า ซึ่งปราณนต์ไม่มี ก็ไม่แฟร์กับเขาเหมือนกัน หญิงสาวยังโต้ว่านั่นตนก็หามาเองไม่มีใครช่วย ลิปดาพยายามไม่คิดมากทั้งที่สงสัยอวัศยา พูดขำๆว่าพริบพราวเองก็น่าสงสัยเพราะยังโสด

    “คนอย่างพราวไม่ทำอะไรลับๆล่อๆแบบนั้นหรอกค่ะ มีอะไรก็ว่ากันตรงๆ พราวไม่ชอบอะไรที่มันไม่โปร่งใส ถึงพี่ลิปจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ แต่พราวไม่ยอมจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าแอบรักเป็นใคร...”

    เผอิญในร้านเดียวกัน องศาเข้ามากับรุ้งลดา เห็นพริบพราวนั่งคุยกับลิปดาก็คิดแผนร้าย พอเห็นพริบพราวจะเดินออกจากร้าน ก็ทำทีเป็นชนเธอเครื่องดื่มหกใส่ องศารีบขอโทษจะเช็ดให้ เธอถอยห่าง องศาทำเป็นจำเธอได้ว่าเป็นลูกน้องลิปดา ขอเบอร์โทร.เพื่อส่งชุดใหม่ไปให้ หญิงสาวปฏิเสธขอตัวกลับ ก็พอดีรุ้งลดากลับจากห้องน้ำ ไม่พอใจเข้ามาเกาะแขนองศาแสดงความเป็นเจ้าของ องศาแปลกใจที่ทั้งสองรู้จักกัน

    “พริบพราวเขาเป็นแฟนของปราณนต์ อืม...ผู้ชายที่รุ้งเคยเล่าให้ฟังว่าชอบมาตอแย จนรุ้งรำคาญแล้วก็โละทิ้งน่ะค่ะ” รุ้งลดาเย้ย

    องศาพยักหน้าอย่างเสียดาย พริบพราวไม่พอใจ แกล้งเอื้อมมือไปล้วงมือถือขององศาจากกระเป๋าเสื้อ มากดเบอร์ตัวเอง บอกเขาว่าตนเปลี่ยนใจจะรอชุดใหม่ที่เขาจะส่งมาให้ เผื่อว่าตอนนั้นตนจะโละปราณนต์ไปแล้วบ้าง องศายิ้มกริ่ม รุ้งลดาหน้างอแค้นใจ

    พอกลับมาถึงคอนโด รุ้งลดาระเบิดอารมณ์ไม่พอใจจะลบเบอร์โทร.พริบพราวในมือถือขององศาทิ้ง แต่โดนเขาเอ็ดและตอกกลับว่า “หยุดเลยนะ การที่เรามีอะไรกัน จะทำให้พี่กลายเป็นสมบัติของรุ้ง พี่ไม่ใช่ ไอ้แหยเหมือนแฟนเก่าเรา ที่จะยอมทุกอย่างขนาดโดนทิ้งก็ยังอาลัยอาวรณ์ พี่ไม่ใช่ผู้ชายกระจอกเหมือนมัน จำไว้...”

    รุ้งลดาหน้าเสีย ขอโทษพยายามรั้งไม่ให้องศากลับไป แต่เขาก็ผละไปอย่างไม่ไยดี

    ooooooo

    คืนนั้น ก่อนเข้านอนปราณนต์พิมพ์ข้อความมากู๊ดไนท์คุณแอบรัก อวัศยากำลังพิมพ์งานที่จะส่งแมกกาซีน พยายามตัดใจไม่สน มุ่งสมาธิไปที่งานเขียน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้ กดอ่านและพิมพ์กลับไปกู๊ดไนท์และจะฝันถึงเขา ปราณนต์รู้สึกสุขใจ อวัศยาเองก็กระชุ่มกระชวยใจ

    รุ่งเช้า พนักงานทยอยเข้าบริษัท จารวีขับรถมาจอดหน้าตึก จะขนถุงครีมบำรุงมาส่งให้ลิปดา แต่หุ้นขึ้นไม่ยอมให้จอดตรงนี้ เธอขอร้องว่าของมันหนักขอจอดแป๊บเดียว หุ้นขึ้นไม่ให้ เผอิญปราณนต์มาถึงจึงอาสาขนของขึ้นไปเอง จารวีขอบคุณและประทับใจความมีน้ำใจของเขา

    ปราณนต์แจกถุงตามชื่อที่แปะไว้แก่ทุกคน ถุง ใหญ่สุดเป็นของศรันยู เขาออกตัวว่าซื้อไปแจกสาว...

    พริบพราวมองปราณนต์แล้วคิดแผนจะดูมือถือของเขาว่าคุยไลน์กับใคร พยายามหลอกล่อให้เขาไปช่วยเก็บแฟ้มลูกค้าให้ แต่เขาก็เอามือถือติดไปด้วย เธอจึงต้องตามไปที่ห้องเก็บเอกสาร ลงทุนทำเป็นช่วยยกแล้วพลาดปากโดนกระเป๋าเสื้อเขาเปื้อนลิปสติก เธอกุลีกุจอจะเช็ดให้ ดึงมือถือออกมาถือ แต่ปราณนต์แย่งคืน เกิดการยื้อยุดนัวเนียกัน นิดาเดินมาเจอ

    “ทำอะไรกันคะ!”

    ทั้งสองเด้งออกห่างกัน ช่วยกันแก้ตัวพัลวัน นิดาบอกให้เข้าห้องประชุมด่วน พริบพราวเดินเชิดออกไปก่อน ปราณนต์อมยิ้มอย่างเอ็นดู...ในห้องประชุม นิดาประกาศตามคำสั่งลิปดาว่า จะคัดพนักงานบางคนไปปฏิบัติธรรม สถานที่ที่เราบริจาคเงินให้ทุกปี เป็นการขัดเกลาจิตใจ ทุกคนทำหน้าเหวอ ปราณนต์ชอบใจ พริบพราวประกาศไม่ไป แสนดีสะกิดเตือนว่าควรไปเพื่อจับตามองปราณนต์ เธอจึงยอมไป ศรันยูบอกว่าโครงการนี้ดีมาก ตนกับอวัศยายินดีไปร่วม

    ตกดึก ศรันยูนั่งทานอาหารกับอวัศยา เขาบอกจุดประสงค์ที่ควรไปเพราะจะได้ใกล้ชิดกับปราณนต์มากขึ้น ขณะเดียวกัน แสนดีก็บิ๊วต์ให้พริบพราวเห็นผลดีของการไปร่วมกิจกรรมนี้

    ก่อนเดินทางหนึ่งวัน อวัศยาลงมาร้านสปาใต้คอนโด ระหว่างนอนพอกหน้าทองคำอยู่ จู่ๆลิปดาก็โผล่เข้ามาจับผิด แค่ไปปฏิบัติธรรมทำไมต้องเสริมสวย อวัศยาโกรธหาว่าเขาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ลุกเดินออกจากร้านกลับขึ้นห้องทั้งที่หน้ายังพอกทองคำอยู่ ลิปดายิ่งสงสัย
    รุ่งเช้า จารวีซื้อของกินมากมายมาที่ห้องลิปดา เป็นการขอบคุณที่เขาช่วยขายครีมทาหน้าให้พนักงานในบริษัท และชมว่าเขามีพนักงานหล่อเหลาจิตใจดี

    น่ารักสุดๆ ลิปดางงว่าใคร จารวีบอกว่าชื่อปราณนต์ ถ้ามีเด็กหนุ่มแบบนี้มาจีบ ตนโอเคทันทีเลย ลิปดาหน้าเสีย คิดถึงอวัศยา รีบขอตัวไปร่วมกิจกรรมบริษัท แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า บึ่งมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปทันที

    รถตู้สองคันมาจอดสถานปฏิบัติธรรม พริบพราวลงจากรถขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ปราณนต์ช่วยคนขับยกกระเป๋าลง อวัศยาลอบมองความมีน้ำใจของเขา ศรันยูเห็นแกล้งปาดปากเธอ บอกปาดน้ำหมากให้ เตือนเก็บอาการหน่อย อวัศยาวางมาดนิ่งทันที ทุกคนลากกระเป๋าเดินตามนิดาเข้าข้างใน ปราณนต์ปรี่มาช่วยอวัศยาถือ ทั้งที่ต้องถือกระเป๋าของพริบพราวด้วย เขาบอกให้เธอไปก่อน เขาต้องรอพริบพราว ไม่รู้ทำไมหายไปนาน

    ด้านพริบพราวทำธุระในห้องน้ำเสร็จ จับลูกบิดประตู ปรากฏจับโดนจิ้งจกก็ตกใจร้องกรี๊ดๆกระโจนขึ้นไปยืนบนชักโครก สะบัดมือเร่าๆอย่างขยะแขยง ปราณนต์ได้ยินเสียง ตกใจ รีบวิ่งเข้ามา คิดว่ามีคนทำร้ายเธอในห้องน้ำ เสียงพริบพราวไล่ “ไอ้บ้า ออกไปเดี๋ยวนี้นะออกไป”

    “พราวเป็นอะไร! ใครทำอะไรคุณ เฮ้ย! อย่าทำอะไรนะเว้ย เปิดประตูออกมาเดี๋ยวนี้เลย”

    “ฉันเปิดไม่ได้...ไป...ออกไป ฉันบอกให้ออกไป!”

    ปราณนต์ทุบประตูโครมๆ “คุณเปิดไม่ได้ก็ให้มันเปิดออกมา เฮ้ย! เปิดออกมานะเว้ย”

    “ฉันเปิดไม่ได้ มันก็เปิดไม่ได้” ปราณนต์งงทำไมมันเปิดไม่ได้ “ก็มันจะเปิดได้ยังไงล่ะ มันเป็นจิ้งจก...” พริบพราวทำท่าขนลุกขนพอง “มันไม่ใช่จิ้งจกธรรมดา แต่มันเป็นจิ้งจกที่หน้าด้านที่สุดในโลก ไล่เท่าไหร่มันก็ไม่ไป...ไอ้จิ้งจกหน้าด้าน ไอ้ผิวเปลี่ยนสี ไอ้จิ้งจกไม่มียางอาย”

    ปราณนต์เอาหัวโขกประตูด้วยความเซ็ง...สุดท้ายเขาต้องไปขอกุญแจแม่บ้านมาไขประตู เห็นท่าพริบพราวสุดตลกอยู่บนชักโครก หมดฟอร์มคุณหนู หลุดหัวเราะออกมา พริบพราวกระโดดออกจากห้องน้ำทำท่าขนลุก รีบล้างมืออย่างขยะแขยง ปราณนต์หัวเราะก๊ากแกล้งหลอกจิ้งจกอยู่บนหัวให้เธอกระโดดเหยงๆ พอพริบพราวรู้สึกตัวว่าโดนหลอกก็โกรธปาของใส่เขา

    “โอ๋...ผมขอโทษ ก็ไม่คิดว่าจะกลัวขนาดนี้ ผมยังจำท่าคุณเมื่อกี้ได้อยู่เลย อย่างฮา”

    “นี่หยุดเลยนะ ต่อจากนี้ห้ามนายคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอีก ทำยังไงก็ได้ ต้องลืม ลืมให้หมด”

    “อ้าว มาบังคับให้ลืมได้ไง เคยได้ยินรึเปล่า...อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ”

    พริบพราวสั่งห้ามเล่าให้ใครฟัง เสนอเลี้ยงข้าว แต่เขาบอกไม่เห็นแก่กิน เธอจะยกลูกค้าให้สิบคน เขาบอกไม่เห็นแก่เงิน เอาเป็นว่าติดไว้ก่อนว่าอยากได้อะไร แต่ไม่วายทิ้งท้าย “อ้อ...แต่สิ่งที่ผมเห็นเมื่อกี้ ทำให้ผมรู้ว่าคุณหนูพริบพราวจากบอสตัน ไม่ได้มีแต่โหมดเชิดหน้า ขาวีนอย่างเดียว แต่ก็มีโหมดธรรมดาฮาหลุดกับเขาเหมือนกัน ผมว่า...น่ารักดี”

    พริบพราวจะเหวี่ยงแต่กลับอมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว...อวัศยากำลังแปลกใจว่าปราณนต์กับพริบพราวหายไปไหนนาน ก็พอดีเขาแบกกระเป๋าสามใบเดินเข้ามาบอกว่า มีอุบัติเหตุนิดหน่อยเลยมาช้า พริบพราวจิกตาแทรกบอกว่าอุบัติเหตุนิดหน่อยแค่นั้น เริ่มงานกันได้เลย

    นิดาจึงเริ่มแจกแจงหน้าที่กันทำ อวัศยาอดเหลือบมองปราณนต์ไม่ได้ ชักหวั่นใจว่าเขามีอะไรกับพริบพราว... ขณะเดียวกัน ลิปดาในชุดหนังสุดเท่ บึ่งมอเตอร์ไซค์สุดหรูมาตามทาง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์