นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"


    เมื่อคล้อยหลังทุกคนที่ออกไป ลิปดาถามอวัศยาไม่คิดจะขอบคุณที่ตนรับมุกเธอบ้างหรือ อวัศยาหันมาโต้ เขาต้องขอบคุณตนมากกว่าที่ยอมสวมบทนางมารร้าย เพื่อเป็นบันไดให้บอสลงมาอย่างสง่างาม ได้ใจลูกน้อง แถมยังได้พนักงานที่ทุ่มเทเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

    ลิปดาเถียงไม่ออกได้แต่ยิ้มที่ต้องแพ้ผู้หญิงคนนี้อีก...อวัศยาเดินกลับห้องทำงาน ปราณนต์ดักหน้าห้องเพื่อขอบคุณที่ช่วย หญิงสาวหน้าตื่นคิดว่าเขารู้เรื่องเธอคือแอบรัก

    “ชะ...ช่วยเรื่องอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ไม่มี้”

    “มีสิครับ ก็เมื่อกี้พี่ทำให้คุณลิปยอมให้ผมได้ทำงานที่นี่ต่อ”

    อวัศยาถามรู้ได้อย่างไร ปราณนต์ตอบว่าเห็นเธอยิ้ม เธอจึงเตือนอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก แล้วหยั่งเชิงถามเขารู้ได้อย่างไรว่าเอกสารอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มยิ้มตอบ “ผมมีนางฟ้ามากระซิบบอก”

    อวัศยาทำท่าขวยเขินถามนางฟ้าอะไรใครนางฟ้า ปราณนต์บอกว่าตนก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เธอช่วยให้คำแนะนำจนหาเจอ ตนจึงถือว่าเธอเป็นนางฟ้าของตน อวัศยาบิดตัวไปมาเขินหนัก

    “บ้าหรือเปล่า มโนใหญ่แล้ว นางฟ้งนางฟ้าอะไร ไร้สาระ รีบๆไปล้างตัวได้แล้ว เดี๋ยวกลิ่นจะเหม็นติดออฟฟิศ”

    ปราณนต์รับคำเดินไป อวัศยารีบเข้าห้องยิ้มแก้มแทบปริ...รุจน์เอาชุดใหม่มาให้ปราณนต์เปลี่ยน ขอบอกขอบใจที่ช่วยหาเอกสารจนเจอ ปราณนต์กลับมานั่งโต๊ะทำงาน พยายามมองทุกคนในบริษัทว่าใครน่าสงสัยจะเป็นแอบรัก แล้วมองรูปในไลน์เป็นผู้หญิงต่างชาติน่ารักๆ ก็ยิ้มปลื้ม

    ช่วงพัก ปราณนต์มาบอกหุ้นขึ้นว่ามอเตอร์ไซค์เขาเสียกลางทาง ตนให้ช่างไปลากเข้าอู่แล้ว และจะรับผิดชอบค่าซ่อมให้ พลันเห็นพริบพราวเดินมา จึงรีบตามไปขอโทษที่เข้าใจผิดว่าเธอเอาเอกสารของรุจน์ไปซ่อน แต่หญิงสาวไม่รับคำขอโทษอ้างเจ็บแล้วจำ ปราณนต์ติงว่าเธอใจร้าย

    “ใช่ ฉันใจร้ายชอบเอาชนะ ชอบแกล้งคน ชอบคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง บอกไว้เลยนะที่วันนี้นายไม่โดนเอาคืนที่บังอาจมาว่าฉันฉอดๆ เพราะฉันอารมณ์ดี มีลูกค้าเพิ่มอีกหนึ่งคน คราวนี้เป็นญาติฝ่ายแม่ ฉันลุ้นใจจะขาดอยากให้นายหาเอกสารเจอ”

    “แสดงว่าคุณอยากให้ผมอยู่ที่นี่ต่อเหรอ”

    “อยากสิ ฉันอยากให้นายแพ้ฉันเพราะฝีมือของฉัน ไม่ใช่แพ้เพราะเรื่องอื่น มันไม่สาแก่ใจ”

    เผอิญมีไลน์เข้ามา พริบพราวกดอ่านและแชตตอบเดินไป ปราณนต์มองอย่างสงสัย...

    คืนนั้น ลิปดามาหาจารวีเพื่ออุดหนุนครีมที่เธอขาย เขาซื้อชุดใหญ่ในราคาสองหมื่นกว่าบาท อ้างจะเอาไปให้เพื่อนแม่ จารวีกำลังจะแซวว่าหันมาคบสาวใหญ่ ลิปดาหยั่งเชิงถามจารวีเคยคิดอยากคบเด็กบ้างไหม เธอตอบว่าเคย อยู่กับเด็กสดใสไม่ต้องคิดมาก ชายหนุ่มย้อนถามไม่อายหรือเดินกับเด็กคราวลูก จารวีโต้ว่าทีผู้ชายแก่ควงเด็กคนทักว่าลูกยังไม่อายเลย ลิปดาฟังแล้วใจแป้ว

    ลิปดาหอบครีมที่ซื้อมาให้อวัศยาที่ห้องคอนโด เธอมองงงๆ เขาอ้างเมื่อเช้าเห็นเธอแยกแยะครีมทาหน้ากับทาเท้าไม่ออก เป็นห่วงเลยซื้อมาให้ อวัศยานึกถึงเมื่อเช้าที่ตนซื้อซิมแล้วเขามาเจอ จึงคว้าครีมมาบัง ไม่ทันมองว่าเป็นครีมทาเท้า จึงทำเป็นขอบคุณแล้วลุกไปหาน้ำมาเสิร์ฟ ลิปดาเห็นมีมือถือวางอยู่สองเครื่องก็สงสัยเพราะเมื่อเช้าแอบถามแคชเชียร์ว่าอวัศยาซื้ออะไรบ้าง จึงรู้ว่าซื้อซิม

    ลิปดาแอบหยิบเครื่องใหม่มากดดูว่าเธอคุยไลน์กับใคร ทันใดอวัศยาเข้ามาดึงมือถือไปและต่อว่าไม่มีมารยาท แฟนกันยังไม่ก้าวก่ายกันเลย ลิปดาล้อว่าเธอมีความลับ ทำไมต้องมีมือถือสองเครื่อง หญิงสาวหัวไว แก้ตัวว่า “โอเค...ฉันบอกก็ได้ ฉันเปิดเบอร์ใหม่ไว้โทร.โหวตเดอะวอยซ์”

    ลิปดาไม่อยากเชื่อ แต่อวัศยายืนยันและขอร้องอย่าบอกใครเพราะอาย ลิปดาไม่เคยเห็นว่าเธอมีอารมณ์นี้ด้วย...ด้านปราณนต์อาบน้ำเสร็จนั่งครุ่นคิดถึงแอบรัก อยากรู้ว่าเธอเป็นใครทำไมถึงช่วย จึงแชตหา “วันนี้ผมรอดมาได้เพราะคุณ ขอบคุณมาก”

    อวัศยาได้ยินเสียงไลน์หน้าตื่นรีบไปกดอ่าน หัวใจพองพิมพ์ตอบว่า...ยินดีค่ะ...ปราณนต์ถามเข้ามาอีกว่าเราเคยรู้จักกันหรือเปล่า เธอตอบกลับมาว่าไม่เคย เขาส่งสติกเกอร์ทำหน้างงมา

    “ฉันไม่รู้จักคุณมากไปกว่าข้อหนึ่ง คุณชื่อปราณนต์ ข้อสองรู้ว่าคุณเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่”

    “ตั้งสองข้อ ผมรู้ว่าคุณชื่อแอบรักข้อเดียวเองไม่ยุติธรรม”

    อวัศยานิ่งคิดจะตอบอย่างไรดี ตัดสินใจพิมพ์กลับไปว่า “ฉันให้คุณรู้จักฉันอีกข้อก็ได้ค่ะ...ฉันคือคนที่สนใจความเป็นไปของคุณ ฝันดีนะคะ” พิมพ์จบรีบปิดเครื่องด้วยความเขินอายสุดๆ

    ปราณนต์ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร อวัศยาหันมาประโคมทาครีมที่ลิปดาให้เข้านอนฝันหวาน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อวัศยาสะพายกระเป๋าเดินยิ้มใบหน้าเด้งเข้ามาบริษัท หุ้นขึ้นเห็นทักทายว่าดูสดใส เธอบอกสงสัยวันนี้หุ้นขึ้นแล้วเดินไป แต่หุ้นขึ้นพึมพำลับหลังว่า ไม่ใช่หุ้นขึ้น อาการแบบนี้กำลังมีความรักมากกว่า ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก

    อวัศยาเดินหน้าผ่องเข้ามาที่แผนก ทันใดต้องชะงักเมื่อเห็นองศากับรุ้งลดายืนอยู่กลางห้อง ลิปดาหันมาเห็นถามทำไมทำหน้าอย่างนั้น อวัศยาเป็นห่วงปราณนต์ขึ้นมาทันที ต่อว่าลิปดาทำไมไม่บอกก่อนว่าทั้งสองจะมา ลิปดาตอบว่าตนก็เพิ่งรู้เมื่อห้านาทีนี้เอง

    “พอดีผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะเข้ามาให้ลิปพาเยี่ยมชมกิจการสักหน่อย” องศาออกตัว

    อวัศยาไม่อยากให้เจอปราณนต์จึงรีบอาสาพาชมกิจการเอง อ้างเดี๋ยวตลาดเปิดจะดูไม่สะดวก รุ้งลดาหันไปเห็นปราณนต์เดินมาพอดี จึงบอกองศาว่าตนลืมมือถือไว้ในรถขอออกไปเอา องศาส่งกุญแจให้ อวัศยาเดินนำองศาไป รุ้งลดารีบเดินไปหาปราณนต์ทันที เขาเดินหนีไปทางแคนทีน รุจน์นั่งดื่มกาแฟกับลิลลี่ พีระและนิดา เห็นรุ้งลดาจึงทักมาหาปราณนต์หรือ เธอปฏิเสธอึกอัก

    “รุ้งมากับคุณองศาพี่ชายคุณลิปดาค่ะ ขอตัวนะคะ”

    รุจน์งงมากับพี่ชายบอสได้อย่างไร ลิลลี่ตอบแทนว่าเห็นควงแขนองศาเข้ามาท่าทางอี๋อ๋อ รุจน์เข้าใจว่าที่ปราณนต์ดูเศร้าๆคงเฮิร์ตเรื่องรุ้งลดา พริบพราวได้ยินฟังอย่างสนใจ...รุ้งลดาวิ่งตามปราณนต์มาดักหน้าถามทำไมต้องเดินหนี ปราณนต์ทำหน้าเซ็งย้อนถาม

    “ไม่รู้จริงๆหรือว่าการที่เราเดินหนีใครสักคน มันแปลว่าอะไร”

    รุ้งลดาสะอึก “โอเค...ณนต์โกรธรุ้ง รุ้งขอโทษ รุ้งทำผิดไปแล้ว รุ้งอยากให้คุณยกโทษให้แล้วเรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ไหมคะ”

    ปราณนต์สวนทันควันว่าไม่ได้ แล้วเดินชนไหล่เธอไป รุ้งลดากัดฟันกรอดไม่ยอมแพ้เดินตาม พริบพราวแอบตามด้วยความอยากรู้ ปราณนต์หนีขึ้นไปบนดาดฟ้า รุ้งลดาใช้มารยาหญิงฟูมฟายถามทำไมเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ในเมื่อเราเคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน ปราณนต์เหลืออด

    “รุ้ง...ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน ต้องการชีวิตที่ดีขึ้น และตอนนี้คุณก็ได้ คุณจะมายุ่งกับผมทำไม”

    รุ้งลดาอ้างไม่อยากเสียคนดีๆที่คบกันมานานอย่างเขาไป มีความทรงจำมากมาย ทำไมต้องเกลียดต้องโกรธกัน ชายหนุ่มบอกว่าอย่าเสียใจและไม่ต้องเสียดาย ตนไม่มีค่าขนาดนั้น ปราณนต์ขออยู่คนเดียว แต่รุ้งลดาไม่ยอมแกล้งทำเดินสะดุดขาตัวเองล้มร้องให้เขาช่วย พริบพราวชะโงกหน้ามองเบ้ปาก

    “ต๊าย ยุคนี้ยังมีคนเล่นมุกนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย ถ้านายช่วยก็โง่มากแล้วนายปราณนต์”

    ขาดคำเห็นปราณนต์เดินเข้าไปหารุ้งลดา พริบพราวเหวอบ่นพึมพำว่าเขาน่าไปทำสถานสงเคราะห์มากกว่ามาเป็นมาร์เกตติ้ง แต่แล้วปราณนต์กลับย่อตัวลงบอกรุ้งลดาว่า

    “อย่าลงทุนขนาดนี้เลยรุ้ง ยังไงเราก็กลับไปเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกแล้ว”

    พริบพราวโล่งอก...แต่รุ้งลดายังใช้ไม้ตายโผกอดปราณนต์ร้องไห้คร่ำครวญ พริบพราวเห็นท่าไม่ดี เดินออกมาทำหน้าขึงขังเรียกปราณนต์ “ณนต์ทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง”

    ปราณนต์งงตนทำอะไร พริบพราวโวยว่าเขานอกใจ เขาหน้าเหวอถามเธอเป็นอะไร พริบพราวเขย่าแขนปราณนต์ กะพริบตาส่งสัญญาณปริบๆ

    “พราวจะเป็นอะไร พราวก็เป็นแฟนคุณไง พราวเป็นผู้หญิงที่คุณพูดให้ฟังก่อนนอนทุกคืนว่า คุณจะรักและซื่อสัตย์กับพราวคนเดียว แล้วนี่มันอะไร บอกพราวมาสิคะว่ามันคืออะไร”

    ปราณนต์เริ่มเข้าใจทำเนียน “พราวใจเย็นๆก่อนนะ มันไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมกับผู้หญิงคนนี้เราแค่เคยรู้จักกัน ยังไงผมก็ยังยืนยันว่ายังรักและจะซื่อสัตย์กับคุณคนเดียว”

    พริบพราวก้าวเข้าหารุ้งลดา “ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม วันหลังก็อย่ามายุ่งกับผู้ชายของฉันอีก ถ้าไม่เชื่อฉันจะเอารูปที่หล่อนเกาะแข้งเกาะขาแฟนฉัน ส่งไปให้แฟนเธอดู อยากรู้นักว่าเขาจะคิดยังไง ไปกันเถอะค่ะณนต์” พริบพราวควงแขนปราณนต์เดินไปปล่อยรุ้งลดายืนเจ็บใจ

    เดินพ้นออกมา ปราณนต์ถามพริบพราวว่าถ่ายรูปไว้จริงหรือ หญิงสาวปล่อยแขนที่เกาะ ยักไหล่ “เปล่า ฉันไม่ได้ถ่าย แน้เชื่อ...แสดงว่าฉันเล่นเนียนเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าฉันไม่ได้เป็นมาร์เกตติ้ง ฉันไปเป็นดาราดีกว่า” ปราณนต์ถามทำไมถึงช่วย “ฉันไม่ได้ช่วยนาย แต่ฉันทำเพื่อความสะใจของตัวเอง คุณองศาเป็นพี่ชายพี่ลิป ถ้านายมีปัญหากับเขา นายอาจจะโดนไล่ออก ฉันอยากให้นาย...”

    ทั้งสองพูดพร้อมกันว่า...พ่ายแพ้เพราะฝีมือฉัน ไม่ใช่เพราะคนอื่น...พริบพราวค้อนปราณนต์ที่รู้ทัน สะบัดหน้าจะเดินไป ปราณนต์เรียกไว้ “เดี๋ยวดิ ผมติดหนี้คุณไว้สองเรื่องแล้ว เรื่องแรกที่ใส่ร้ายว่าคุณขโมยเอกสารพี่รุจน์ แล้วก็เรื่องนี้ที่คุณมาช่วยผม ผมอยากจะตอบแทนคุณบ้าง”

    “ได้ พาฉันไปกินข้าวก็แล้วกัน ฉันอยากกินฟรี จะกินให้หมดตัวเลย”

    “อ้าว...พาไปกินข้าวน่ะโอเค กินฟรีก็โอเค แต่ผมไม่ให้กินจนหมดตัวหรอก เพราะผมไม่มีปัญญาพาไปกินร้านแพงๆ ถ้าอยากกินก็ต้องไปกินที่บ้านผม”

    พริบพราวตกใจปฏิเสธเดินหนี ปราณนต์แกล้งท้าว่าเธอไม่กล้าไปบ้านตน พริบพราวจี๊ด...หันกลับมาเชิดหน้ารับคำท้า “วันไหน...กี่โมง...นัดมาเลย...” ...ปราณนต์ยิ้มเข้าทางด้านรุ้งลดาเดินกลับมาหาองศาอ้างมาช้าเพราะรอลิฟต์นาน ถามดูอะไรกันไปบ้าง องศาบ่นว่าอะไรๆก็เป็นความลับ อวัศยาสวน “ก็มันจริงนี่คะ งานที่เราทำคือรักษาความลับของลูกค้า ถ้าเบื้องต้นเรายังรักษาสิ่งนี้ไว้ไม่ได้ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็คือ...ไม่มีลูกค้า”

    แววตาองศาชื่นชม “ลิป...ฉันไม่แปลกใจเลย นายเปิดบริษัทมาแค่ห้าปี แต่ทำได้ถึงขนาดนี้เพราะมีผู้ช่วยดีนี่เอง นี่ถ้าขยายใหญ่ขึ้น มาร์เกตติ้งมากขึ้นรองรับลูกค้าได้มากขึ้น พี่ว่าโบรกเกอร์นายจะกลายเป็นโบรกเกอร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยได้ไม่ยาก”
    ลิปดาทำท่าขนลุก องศาขยับเข้ากอดคอแบบสนิทชิดเชื้อ ขอร่วมหุ้นอ้างเบื่องานแบงก์ เสนอว่ามีเพื่อนเล่นหุ้นหลายคน ถ้ารู้ว่าตนทำโบรกเกอร์ต้องย้ายมา จะได้ลูกค้าระดับวีไอพีเพิ่ม

    “ในฐานะที่เราเป็นญาติกัน ผมก็ต้องขอพูดตรงๆว่าไม่เป็นไรครับ ผมมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แล้ว” ลิปดาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

    องศาบอกอีกหน่อยก็ต้องมีโบรกเกอร์เปิดใหม่ที่ใหญ่กว่าดึงลูกค้าไปหมด ลิปดาไม่กลัวเชื่อว่าตนเจ๋งจริง รุ้งลดาช่วยพูดอย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธ เพื่อนขององศาเป็นระดับมหาเศรษฐีทั้งนั้น แค่คนเดียวก็เปิดพอร์ตมากกว่าคุณลุงคุณป้าเหล่านั้น...รุ้งลดาชี้ไปที่ลูกค้าที่มาเล่นหุ้น

    อวัศยาหมั่นไส้ที่มาดูถูกลูกค้าจึงแทรก “บอสคะได้เวลาเริ่มงานแล้วค่ะ บอสต้องเซ็นเอกสารด่วนด้วยนะคะ คุณลุงวันชัยจะซื้อหุ้นตัวใหม่อีก 500 ล้าน” รุ้งลดาทวนคำ อวัศยาย้ำ “ค่ะ ลุงวันชัยที่ใส่เสื้อคอกลมสีขาวนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะค่ะ แกเพิ่งขายที่แถวสาทรได้ก็เลยจะเอามาต่อยอด”

    รุ้งลดาไม่อยากเชื่อ อวัศยาว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก บางคนมีดีโดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้ายี่ห้อหรู ใช้รถหลักล้าน ใส่นาฬิกาเรือนแสน “อายุคุณรุ้งยังน้อย ประสบการณ์จะสอนให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นเอง...บอสรีบไปเซ็นเอกสารเถอะค่ะ ลุงแกอยากไปกินก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัย”

    รุ้งลดารู้สึกเหมือนโดนด่า ลิปดาอมยิ้มขำๆ...องศาหงุดหงิดเดินกลับมาที่ลานจอดรถ รุ้งลดามองไปเห็นพริบพราวกำลังหยิบของในรถ ก็ตาโตที่รถเธอหรูราคาเป็นล้าน องศาเอ็ดว่ามองอะไรไม่ฟังเขาพูด รุ้งลดารีบบอกว่าฟัง แค่กำลังคิดว่าพนักงานที่นี่คงมีเงินมาก ถึงขนาดขับรถราคาแพง องศาเห็นด้วย นี่เป็นเหตุผลที่อยากลงทุนกับลิปดา องศาคิดจะดึงอวัศยามาเป็นพวก

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อวัศยาวิ่งจ๊อกกิ้ง เสียบหูฟังข่าวหุ้นไปด้วย พลันคิดถึงปราณนต์ขึ้นมาจึงหยุดนั่งใต้ต้นไม้ มองซ้ายมองขวาแล้วหยิบมือถือมากดแชต ไม่ทันไร ลิปดาวิ่งออกกำลังกายมาทักโหวตนักร้องอีกแล้วหรือ เธอสะดุ้งตกใจมือถือหล่น ลิปดาจะเก็บให้ เธอจงใจกระแทกเขาเซไป

    “โทษทีค่ะบอส ตะกี้ฉันสะดุดก้อนหิน”

    ลิปดาเป็นห่วงว่ามือถือจะพัง อวัศยารีบบอกว่าของเธออึดพังยาก ลิปดาเปลี่ยนเรื่องมาขอบคุณที่เธอช่วยดึงตนออกจากองศาเมื่อวาน วันนี้จึงอยากตอบแทนว่าแล้วก็จูงเธอไป...

    ด้านปราณนต์ตั้งใจทำอาหารไทยอย่างดี รอต้อนรับพริบพราว คนในบ้านแปลกใจสงสัยเป็นกิ๊ก...ถึงเวลาพริบพราวขับรถหรูมาจอด เขารีบออกไปต้อนรับ เธอเห็นเขาสวมผ้ากันเปื้อนจึงถามว่าเขาทำอาหารเองหรือจะทานได้ไหม ปราณนต์พาพริบพราวมาดูอาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะเพื่อตัดสินเอง เธอถึงกับทึ่ง ปราณนต์เหลือบเห็นแม่ ป้าและพี่แอบมองจึงบอกเธอรอตรงนี้

    ว่าแล้วก็เดินอ้อมไปอีกทางโผล่พรวดถามแม่ ป้าและพี่สาวว่าแอบดูอะไร ทั้งสามสะดุ้ง แม่ปริมเอ็ดเดี๋ยวป้าเปรี้ยวหัวใจวาย พริบพราวเดินตามมาสวัสดี ทุกคนรับไหว้ ป้าเปรี้ยวแทรก

    “ชี้ระบุคนด้วยสิณนต์ เดี๋ยวเพื่อนจะแยกแยะไม่ออกว่าคนไหนพี่คนไหนป้า”

    ปุ้มโวยที่ว่าตนแก่ ทุกคนหัวเราะ พริบพราวรู้สึกอบอุ่น แนะนำตัวเอง “สวัสดีทุกคนค่ะ ถ้าพราวทำอะไรไม่ถูกต้องตามวัฒนธรรมไทย ขอโทษด้วยนะคะ พราวเพิ่งกลับมาจากบอสตัน”

    “บอสตัน! พวกบอสตัน ป้าช้อบชอบ สวยน่ารัก หุ่นเพรียว”

    พริบพราวเขินกล่าวขอบคุณ ปราณนต์กระซิบป้าหมายถึงสุนัขบอสตันเทอร์เรีย เธอหน้าเจื่อน ป้าเปรี้ยวบอกว่า เพื่อนที่ชมรมผู้สูงอายุชอบพามา ตนเห็นแล้วอยากเลี้ยงบ้าง แต่ที่บ้านไม่ให้เลี้ยง...ปราณนต์ขอตัวไปตักแกง ปุ้มตามไปช่วย ปริมดึงพริบพราวไปนั่งโต๊ะ ป้าเปรี้ยวบ่นอุบพูดเรื่องสุนัขทีไรเดินหนีกันตลอด

    พริบพราวยิ่งขำชักสนุกกับครอบครัวของปราณนต์

    เผอิญพริบพราวทานอาหารไทยไม่ค่อยเป็นจึงเลือกทานแต่ไข่เจียว ด้วยความเป็นคนเปิดเผยพูดไปตรงๆทำให้ป้าเปรี้ยวไม่ค่อยชอบใจ ปุ้มเปลี่ยนเรื่องคุยถึงการแข่งดำขวด ปราณนต์ตกใจที่พี่สาวรู้เรื่องนี้ ปุ้มบอกว่าเห็นในเฟซบุ๊ก แล้วถือโอกาสถามทำไมเขาต้องกอดพริบพราว เขารีบบอกว่าไม่มีอะไรเป็นเพียงเกมของทางร้าน แต่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย พริบพราวแหวขึ้น

    “ไม่มีอะไรได้ยังไง พราวขอฟ้องทุกคนเลยแล้วกัน ณนต์ดึงเสื้อพราวซะหลุดออกจากตัว ณนต์ก็เลยชนะ ขี้โกงมากๆ”

    ปราณนต์กลัวเธออาย ตัดบทไม่ได้ตั้งใจแล้วชวนทานข้าวต่อ แต่ทั้งสามสาวยังข้องใจ...หลังทานอาหารเสร็จ ปริมทำกล้วยบวชชีใส่กล่องให้พริบพราวนำกลับไปบ้านด้วย ปราณนต์บอกว่าแม่ของตนมักจะทำขนมแจกเพื่อนบ้านจนได้สมญานามว่าแม่ปริมดิลิเวอรี่... พริบพราวถามทำไมไม่ขาย ปริมบอกว่ากล้วยมันออกเต็มต้น ปล่อยไว้ก็เน่า แบ่งให้คนอื่นทานยังได้บุญ หญิงสาวรู้สึกดีกับครอบครัวนี้อย่างมาก ปราณนต์บอกว่าตนก็น่ารักเหมือนครอบครัว

    “แหวะ! หลงตัวเอง ฉันกลับดีกว่า เออนี่...เรื่องผู้หญิงคนนั้น ถ้านายเปลี่ยนใจจะกลับไปหาเขาก็บอกฉันนะ ฉันจะไปเคลียร์ให้เองว่าฉันไม่ได้เป็นแฟนนาย”

    ปราณนต์ปฏิเสธอ้างเจ็บแล้วจำ พริบพราวหาว่าทำปากเก่ง จะคอยดู...ในบ้าน ป้าเปรี้ยวรบเร้าปุ้มเปิดเฟซบุ๊กการแข่งดำขวดของปราณนต์กับพริบพราวให้ดู ปุ้มจำต้องเปิด ปริมกลับเข้ามานั่งดูด้วย พอเห็นภาพปราณนต์กอดพริบพราวที่กำลังโป๊ก็ตะลึง ป้าเปรี้ยวถึงกับลมจับ

    ooooooo

    ลิปดาพาอวัศยามาที่ค่ายซ้อมมวย ชี้ให้ดูชายอายุประมาณ 50 ปี ท่าทางภูมิฐานกำลังต่อยกระสอบทรายอย่างคล่องแคล่ว อวัศยารู้จักว่าเขาคือเสี่ยสมชัย เปิดพอร์ตเล่นหุ้นกับอีกโบรกเกอร์ “คุณจะทำผิดจรรยาบรรณของเราแย่งลูกค้าคนอื่นเหรอ ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ!”

    “ใจเย็นๆก่อนสิ ข่าวที่คุณได้ยินมาผิดแล้ว เมื่อคืนผมได้ยินในงานปาร์ตี้ว่าคุณสมชัยแค่กำลังคิดจะเล่นหุ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ไหน วันนี้ผมเลยมาทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น”

    อวัศยาแปลกใจเขาจะทำอะไร ลิปดาเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดซ้อมมวยโชว์กล้าม ทำเอาอวัศยาตะลึงกับหุ่นฟิตเปรี๊ยะของเขา ลิปดาเข้าไปชกกระสอบทรายใกล้ๆกับสมชัย ต่างคนต่างทักไม่รู้มาก่อนว่ามาชกมวยที่นี่ สมชัยชอบท่าฟุตเวิร์กของลิปดา เขาได้ที

    “ขอบคุณครับ แต่ผมให้ความสำคัญกับสติสมาธิมากกว่า ชกมวยก็เหมือนการเล่นหุ้นแหละครับ ไม่ได้ใช้แต่กำลังแต่เงิน มีเท่าไหร่ทุ่มเทไปหมด แต่ต้องใช้สติใช้สมาธิด้วย”

    “เหรอครับ งั้นมาลองวัดกันเล่นๆดูสักตั้งไหม ผมอยากรู้ว่าใครจะมีสติสมาธิมากกว่ากัน”

    ลิปดารับคำท้า ทั้งสองขึ้นสังเวียนมีกรรมการตัดสิน สมชัยบอกลิปดาไม่ต้องออมมือ พอเริ่มชกลิปดาใช้สมาธิหลบหลีก พอเห็นว่าสมชัยเริ่มเหนื่อยก็ปล่อยให้เขาชกหน้าหนึ่งหมัด ก่อนจะสวนใส่หน้าเขาล้มตึง อวัศยาลืมตัวเฮลั่น...ลิปดาประคองสมชัยลุกขึ้นขอโทษที่แรงไปหน่อย

    “ไม่เป็นไร ผมบอกคุณเองว่าให้คุณเต็มที่...

    วันจันทร์นี้โบรกเกอร์คุณเปิดกี่โมง ผมจะเข้าไปคุยด้วย” ...ลิปดาสบตาอวัศยาทำนองสำเร็จกลับถึงคอนโด อวัศยาทำแผลให้ลิปดาและบ่นที่เขาลงทุนโดนชกเพื่อให้ได้ลูกค้า ลิปดาบอกว่านี่เป็นการทำให้ได้ใจ ก็เหมือนผู้หญิงเวลาโดนผู้ชายจีบ พอได้ใจว่าอีกฝ่ายสยบก็เหลิง

    “แหม เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ ถนัดเลยสิเรื่องแบบนี้”

    “บ้า...ผู้หญิงบางคนก็หลอกย้ากยาก หลอกมาหลายปีแล้วยังไม่ได้ใจ ไม่ตายใจสักที”

    อวัศยาไม่รู้ว่าหมายถึงตัวเองกลับบอกว่าผู้หญิงคนนั้นน่าได้โล่ ลิปดาบ่นอุบไม่รู้ตัวบ้างเลย หญิงสาวถามบ่นอะไร เขาส่ายหน้าแค่คิดว่าจะให้ลูกค้าคนนี้แก่ปราณนต์ อวัศยาตาวาว...

    รุ่งเช้า ปราณนต์มาถึงบริษัท รุจน์บอกว่าอวัศยาถามหา ปราณนต์คิดว่าคงจะถามว่าหาลูกค้าได้หรือยัง เขานั่งเครียดกุมขมับ อวัศยาเห็นแอบแชตหา ปราณนต์เห็นชื่อแอบรักก็ดีใจกดอ่าน...ปราณนต์ระบายความอัดอั้นกับแอบรักว่าตนยังหาลูกค้าไม่ได้ เกรงหัวหน้าจะโกรธ แอบรักแนะให้เข้าไปพูดตรงๆ บางทีการพูดความจริงก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ชายหนุ่มคิดจะทำตาม

    เมื่อตัดสินใจได้ ปราณนต์ก็เข้ามาสารภาพกับอวัศยาว่ายังหาลูกค้าไม่ได้ อวัศยาหน้านิ่งสักพักก็พูดน้ำเสียงชิวด์ๆ “ก็เริ่มหาสิ ไม่เห็นจะต้องมายืนหน้าจ๋อยแบบนี้เลย ตอนฉันเริ่มทำงานก็หาลูกค้าไม่ได้อยู่ตั้งหลายเดือน...ขอบคุณมากที่กล้าเข้ามาพูดตรงๆ ฉันจะได้ไม่คาดหวัง”

    ปราณนต์โล่งใจเดินยิ้มกลับมานั่งโต๊ะ อวัศยาแอบมอง ทำทีเป็นดูจอคอม แต่ความจริงกดแชตใต้โต๊ะหาเขา ปราณนต์ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แอบรักอมยิ้มแกล้งกระเซ้าระวังหัวหน้าอาจหลอกให้ตายใจ เพราะใครๆก็ว่าเธอเป็นนางยักษ์ ปราณนต์พิมพ์กลับมาว่า

    “ผมจะไม่ตัดสินเธอจากคำพูดคนอื่นอีกแล้ว ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ”

    อวัศยายิ้มปลื้มมีความสุข

    ooooooo

    ป้าเปรี้ยวอยากรู้ว่าพริบพราวใช่แฟนของหลานชายหรือเปล่า จึงแอบเข้ามาค้นในห้องเผื่อเจอรูปถ่าย ปุ้มมาเจอร้องเรียกปราณนต์ ป้าเปรี้ยวรีบเอามืออุดปากหลานสาว สารภาพไม่ค่อยชอบพริบพราวเพราะดูท่าทางมั่นใจในตัวเองสูงเหมือนรุ้งลดา กลัวหลานอกหักอีก

    ป้าเปรี้ยวคิดจะไปถามคนที่บริษัท...เช้าวันใหม่ ป้าเปรี้ยวนั่งแท็กซี่ไปบริษัทนาราภัทร แต่ด้วยความที่โชเฟอร์กลิ่นตัวแรงทำให้เธอหน้ามืด ลงจากรถได้ก็วิงเวียน อวัศยากับศรันยูเดินออกมาพอดีเห็นคนเป็นลมรีบเข้าประคอง ในมือป้าเปรี้ยวมีนามบัตรปราณนต์ ก็จะโทร.ตามเขามา ป้าเปรี้ยวพูดด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่า...อย่าบอกณนต์...อวัศยาแปลกใจ

    สุดท้ายอวัศยากับศรันยูพาป้าเปรี้ยวมาส่งบ้าน ทั้งสองได้เข้าไปในบ้าน อวัศยามองรูปถ่ายปราณนต์ตั้งแต่เด็กๆแล้วอมยิ้ม มีทั้งรูปรับปริญญาที่ห้อมล้อมด้วยครอบครัว ป้าเปรี้ยวรู้สึกดีขึ้นให้ทั้งสองกลับไปทำงาน แต่อวัศยาขอเช็กความดันอีกครั้ง ป้าเปรี้ยวทึ่งกับความคล่องแคล่วของอวัศยา ก่อนกลับยังขอร้องไม่ให้ทั้งสองบอกปราณนต์ว่าตนไปที่บริษัทเกรงจะเป็นห่วง เผอิญ ศรันยูหันไปเห็นซองการ์ดตกจากโต๊ะจึงเก็บให้ เห็นชื่องานเกษียณแซ่บ ก็ชมว่าชื่อเก๋

    “ป้ากับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเกษียณพร้อมกันหลายคน ทำงานเครียดกันมาทั้งชีวิตต้องขอปาร์ตี้ฉลองเงินบำเหน็จบำนาญกันนิสนุง”

    “จัดที่โอเรียลเต็ล ไม่นิสแล้วมั้งครับ” ศรันยูแซว

    “ก็ไม่นิดจริงล่ะคุณ แต่ละคนเป็นระดับซีสิบเอ็ด ซีสิบสอง ซีอีโอ ได้เงินบำเหน็จบำนาญไม่ต่ำกว่าสิบล้านกันทั้งนั้น แต่ละคนกำลังกลุ้มใจ ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร”

    อวัศยาปิ๊งบางอย่างขึ้นมาทันที...ในขณะที่ปราณนต์เครียดใกล้จะเลิกงานแล้วยังหาลูกค้าไม่ได้สักราย เขาพยายามโทร.หาเพื่อนเก่า เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเรียนวิศวะมาด้วยกัน ไม่มีใครยอมเป็นลูกค้าสักราย รุจน์เห็นแนะนำให้ลองโทร.หาญาติ แล้วนึกได้ส่ายหน้าไปมา

    “โทษที ลืมไปว่าญาตินายไม่ได้รวยเหมือนพราว”

    ขาดคำ พริบพราวเดินคุยโทรศัพท์มาทำนองเย้ยให้รู้ว่าได้ลูกค้าเพิ่ม ไม่ทันไร แสนดีหอบแฟ้มเอกสารสิบแฟ้มมาวางให้บนโต๊ะ เห็นสายตาที่พริบพราวมองอ้อนๆก็รู้ว่าอยากได้แฟ้มเพิ่มอีก พริบพราวยิ้มขอบคุณที่รู้ใจ สองสาวหัวเราะคิกคักพูดพร้อมกัน

    “พราวหัวหน้า พี่แสนดีเป็นรอง ปรองดองให้ทีมเพอร์เฟกต์” พูดจบแสนดีเดินกลับไป

    พริบพราวหันมาถามปราณนต์ได้ลูกค้ากี่คน รุจน์ตอบแทนว่ายังและขอให้พริบพราวแบ่งให้สักคน เธอยิ้มเยาะทันที เห็นโทรศัพท์ทั้งวันนึกว่าหาลูกค้า ที่แท้หางานใหม่ ปราณนต์เคืองตอกกลับว่าตนไม่ได้เกิดมาโชคดีอย่างเธอ ที่แค่เอ่ยนามสกุลก็ได้ลูกค้าแล้ว พริบพราวสวน

    “เขาไม่ได้เรียกว่าโชคดี แต่เรียกว่าฉลาดที่รู้จักใช้คนใกล้ตัวให้เป็นประโยชน์จ้ะ”

    อวัศยามองออกมาจากห้องทำงาน เห็นสีหน้า ปราณนต์ก็พอเดาออก จึงแชตในนามแอบรักมาหา แย๊บ ว่า “ไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาวที่อยากลงทุน รุ่นใหญ่เงินเย็นเป็นอีกกลุ่มที่อย่ามองข้าม”

    ปราณนต์ครุ่นคิดสักครู่ นึกได้รีบโทร.ไปถามแม่ว่าวันนี้ป้าเปรี้ยวเลี้ยงรุ่นที่ไหน...จากนั้นก็รีบปั่นจักรยานตามไปทันที ปราณนต์เดินเข้างานเกษียณแซ่บ เห็นลุงๆป้าๆแต่งชุดนักเรียนส่งเสียงกรี๊ดๆ เชียร์ป้าเปรี้ยวซึ่งร้องเพลงและเต้นอยู่บนเวที จนพิธีกรชิงไมค์มาประกาศให้พักรับออกซิเจนกันบ้าง ป้าเปรี้ยวลงจากเวทีมาเจอปราณนต์ซึ่งรออยู่ข้างเวทีก็แปลกใจถามมีธุระอะไร เขาตัดสินใจพูดตามตรงว่ามาชวนเพื่อนๆ ป้าเล่นหุ้น ป้าเปรี้ยวเกรงพวกเพื่อนตนแก่เกินไป

    “คนวัยนี้ล่ะครับที่เหมาะกับการเล่นหุ้น เพราะพอทุกคนเกษียณ ไม่ได้ทำงานแล้วจะต้องเหงากันแน่ๆ การเล่นหุ้นจะทำให้แต่ละวันมีอะไรให้คิดให้ทำ ไม่เหงาครับ...”

    บังเอิญคนคุมเครื่องเสียงไปเข้าห้องน้ำลืมปิดเสียงไมค์ ทำให้ทุกคนได้ยินที่ปราณนต์พูด เขาไม่คิดจะให้เอาเงินบำนาญทั้งหมดมาเล่น ขอแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือแนะนำให้ฝากหรือซื้อกองทุนอื่นๆ เพื่อความสบายใจ เพราะทุกคนคือเพื่อนป้า ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด

    แต่พอป้าเปรี้ยวเดินมาหาเพื่อนๆ ทุกคนนั่งนิ่ง ปราณนต์แทบหมดหวัง จู่ๆก็มีคนหนึ่งยกมือว่าสนใจ และคนอื่นๆก็ยกมือตามเป็นแถว “แต่มีข้อแม้นะ ถ้าหลานณนต์ช่วยร้องเพลงเอนเตอร์เทนคนแก่จนพวกเราพอใจทั้งงานล่ะก็ พวกเราจะเล่นหุ้นด้วย โอเค้”...ปราณนต์ยิ้มแต้

    ด้านพริบพราวเผอิญมาโรงแรมเดียวกัน มาที่ห้องจัดงานหรูดินเนอร์ลักชัวรี่ พรีเซนต์เชิญชวนลูกค้าไฮโซเล่นหุ้น ได้ลูกค้ามาหลายราย...พริบพราวหอบแฟ้มเดินมา ได้ยินเสียงเพลงเพี้ยนสุดๆ จึงมองผ่านประตูเข้าไป แทบไม่เชื่อสายตาว่าเป็นปราณนต์ เธอคิดจะถ่ายคลิปไปประจาน ก็พอดีมีคนเห็นโวยวายขึ้นมา เธอรีบบอกว่าเป็นเพื่อนกับปราณนต์ จึงถูกดึงเข้าไปร่วมงาน

    ปราณนต์ร้องเพลงอย่างเมามัน หันมาเห็นพริบพราวก็ชะงัก อายสุดฤทธิ์ ลงมาลากเธอออกไปนอกห้องจัดเลี้ยง ต่อว่าสะกดรอยตาม หญิงสาวว่ามาทำงานเผอิญเห็นเขากำลังดูแลญาติผู้ใหญ่อย่างสุดเหวี่ยง ทั้งสองเถียงกันพักใหญ่ก่อนจะแยกกันไป

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ลิปดานั่งรออยู่ในห้องทำงานกับอวัศยา ศรันยูและนิดา...พริบพราวหอบแฟ้มลูกค้ามาวางตรงหน้าประมาณ 10 แฟ้ม อวัศยาแอบมองนาฬิกาเป็นห่วงปราณนต์ที่ยังไม่มาว่าจะได้ลูกค้าบ้างไหม ไม่นานปราณนต์หอบแฟ้มเข้ามาวาง สูงกว่าตั้งแฟ้มของพริบพราว

    ศรันยูอุทานว่ามากกว่าพริบพราวอีก นิดารายงานว่า ของพริบพราว 10 ราย ของปราณนต์ 20 ราย แต่ลูกค้าเปิดพอร์ตทั้งหมด 15 ล้าน ของพริบพราวลูกค้าเปิดพอร์ต 35 ล้าน พริบพราวยิ้มเย้ย

    ลิปดากล่าว “พราวเก่งมากนะที่หาลูกค้าระดับวีไอพีทั้งนั้น...คุณปราณนต์ คุณก็เจ๋งมาก ที่สามารถหาลูกค้าได้ 20 คนภายในคืนเดียว ผมให้คะแนนความขยันคุณเกินร้อย”

    อวัศยาหวั่นใจถามลิปดาจะตัดสินอย่างไร ปราณนต์รู้ตัวฝากลิปดาดูแลลูกค้าทั้ง 20 คนให้ด้วย ลิปดากลับบอกทั้งสองตามตนออกไป อวัศยาสบตาศรันยูงงๆก่อนจะเดินตาม...ลิปดาให้ทั้งสองมาที่ห้องทำงานมาร์เกตติ้ง ประกาศรับทั้งสองคนเข้าทำงานเพราะเก่งทั้งคู่ พวกพนักงานเฮดีใจกันใหญ่ พริบพราวไม่ค่อยพอใจ

    หลังจากนั้น ปราณนต์ก็แชตขอบคุณแอบรักที่ให้คำแนะนำ...อวัศยาสะดุ้งเมื่อเสียงไลน์ดัง ลิปดากับศรันยูมองทำไมเธอไม่อ่านไลน์ อวัศยาทำทีบ่นเพื่อนสมัยมัธยมคุยกันอยู่ได้ทั้งวัน ลิปดาถามเธอมีเพื่อนเก่าด้วยหรือ หญิงสาวแถเพราะเทคโนโลยีนี่แหละที่ทำให้ติดต่อกันได้

    อวัศยากลับมาห้องทำงาน รีบตอบไลน์ปราณนต์ว่า ตนแค่ชี้ทางให้ ส่วนที่เขาหาลูกค้าได้มากเพราะความสามารถเขา ปราณนต์แปลกใจเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาได้ลูกค้าเยอะ อวัศยารีบแก้ปัญหา พิมพ์กลับมาว่า ความลับไม่มีในโลก ปราณนต์จึงบอกว่าตนจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร อวัศยาตอบกลับ “ฉันจะเป็นความลับเดียวที่จะมีอยู่บนโลก”

    ปราณนต์ขอร้องขอเลี้ยงข้าวขอบคุณ อวัศยาต้องปฏิเสธว่าช่วยไม่หวังผล อยากเป็นแค่เพื่อนคุยลับๆกับเขาแบบนี้ตลอดไป อย่าให้โลกความจริงทำลายความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน อย่าพยายามสืบว่าตนเป็นใคร ไม่อย่างนั้นตนจะหายไปจากเขา...ปราณนต์อึ้งกำลังจะพิมพ์กลับ พริบพราวเดินมา เขาจึงรีบเก็บมือถือ พริบพราวต้องการรู้ว่าเขาได้ลูกค้าอย่างไร ปราณนต์กวนกลับจนเธอโมโหขู่ถ้าเธอจับได้ว่าเขาเล่นตุกติกจะฟ้องลิปดา

    แต่แล้วคืนนั้น พริบพราวกลับนอนไม่หลับ คิดถึงปราณนต์อย่างไม่เข้าใจตัวเอง...ด้านอวัศยาต้มบะหมี่สำเร็จรูปมาให้ลิปดาที่ห้อง ขอบคุณที่หาลูกน้องให้ตั้งสองคน ลิปดาหยั่งเชิงถาม ถ้ามีเด็กมาจีบเธอจะสนใจไหม ตนเห็นว่าผู้หญิงสมัยนี้ชอบเด็กเป็นเทรนด์ อวัศยาร้อนตัว

    “ไม่คิด ไม่ชอบ! เกลียดเด็ก นิสัยเด็กชอบทำตัวง้องแง้ง เอาแต่ใจตัวเอง เซ้าซี้น่ารำคาญ”

    “แต่เด็กมีวิธีบริหารหัวใจให้กระชุ่มกระชวยดีนะคุณ”

    “ฉันมีวิธีบริหารหัวใจโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร แล้วก็ไม่ใช่แค่เด็กนะที่ฉันไม่ชอบ พวกผู้ใหญ่แต่นิสัยเด็ก ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกัน” พูดจบอวัศยาเดินกลับห้องไป

    รุ่งเช้าทุกคนเข้าห้องประชุม อวัศยาประกาศให้ปราณนต์กับพริบพราวทำงานกลุ่มเดียวกับลิลลี่ โดยให้ลิลลี่เป็นหัวหน้า พริบพราวไม่เห็นด้วย ยกมือถามว่า ถ้าทำพอร์ตสูงกว่าหัวหน้าจะมีสิทธิ์ขึ้นเป็นแทนไหม ลิลลี่ไม่พอใจ อวัศยาจึงบอกว่า การเป็นหัวหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอด แต่อาศัยหลายองค์ประกอบ ทำยอดสูงแต่อย่างอื่นแย่ก็ไม่มีประโยชน์ พริบพราวรู้ว่าโดนด่า จึงยักไหล่บอกว่าตนจะทำยอดให้สูงก่อนแล้วอย่างอื่นให้ลิปดาตัดสิน ปราณนต์เหนื่อยใจ

    ตกบ่าย รุจน์เห็นปราณนต์แชตไลน์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก็สงสัยจะมีความรัก แต่พอรู้ว่าปราณนต์คุยกับใครไม่รู้...

    ก็หวั่นใจเกรงจะโดนหลอกให้รักแล้วหักอก ปราณนต์ยืนยันว่าคุยแบบเพื่อน รุจน์แย้ง “แล้วถ้านายหลงรักคุณแอบรักหมดหัวใจ แล้วมารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีผัวแล้ว ตายไปปีนต้นงิ้วเลยนะ หรือถ้าเอาแบบตายทั้งเป็น คุณแอบรักก็เป็นเกย์แบบคุณรัน”

    ปราณนต์ตกใจไม่รู้ว่าศรันยูเป็นเกย์ รุจน์บอกไม่อยากใส่ไฟให้สังเกตเอาเอง ชี้ไปที่ศรันยูว่าผู้ชายที่ไหนถือถ้วยกาแฟลายดอก แถมนิ้วก้อยชี้ออก เผอิญศรันยูเหยียบบางอย่างยกเท้าไปด้านหลังดู รุจน์เน้น ผู้ชายที่ไหนทำท่านั้น ต้องยกเท้ามาดูข้างหน้า ว่าแล้วก็ทำท่าให้ดู ปราณนต์บ่นโลกอยู่ยากขึ้นทุกที...พอศรันยูเดินผ่านได้กลิ่นน้ำหอมแรง รุจน์ย้ำ

    “เห็นไหมกลิ่นแรงมาก ถ้าเขาเป็นเกย์จริง เขาก็เก่งนะที่ปิดบังตัวเองได้นาน ใช่แล้ว! คุณรันถนัดเรื่องการปกปิดความจริง ฉันว่าคุณรันนี่แหละ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นคุณแอบรักของแก ไปจัดการสืบหาความจริงเลยไอ้น้องรัก พี่เป็นทัพเสริมให้เอง”

    “แต่ผมรับปากกับคุณแอบรักไว้แล้วว่าจะไม่สืบหาเขา ผมไม่อยากผิดคำพูด”

    รุจน์เซ็งจำต้องออกหน้าสืบให้เอง...เย็นวันนั้น รุจน์ทำทีรถเสียวิ่งมาขวางหน้ารถศรันยูขอติดรถกลับด้วยคน โดยขอลงแถวบ้านเขา ศรันยูวางฟอร์มแมนขับรถมาตลอดทาง รุจน์มองหามือถือเขาไม่เจอ จึงทำทีขอยืมมือถือ ศรันยูบอกว่าแบตหมด รุจน์โวยปล่อยให้มือถือแบตหมดได้อย่างไร ทำงานแบบนี้ต้องให้ลูกค้าติดต่อได้ตลอดเวลา ว่าแล้วก็ดึงสายชาร์จตัวเองออกมา ขอมือถือจากศรันยู ศรันยูหยิบส่งให้งงๆ รุจน์จัดการเสียบสายชาร์จ คิดหาวิธีจะเปิดดูไลน์

    คิดไปคิดมาก็แกล้งร้องว่ารถโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวท้าย ศรันยูตกใจรีบจอดรถลงไปสำรวจ รุจน์จัดการกดเปิดมือถือรอโหลดอยู่สักพัก พอจะเปิดไลน์ เสียงศรันยูโวยลั่นกระชากคอ

    “สารภาพมาเดี๋ยวนี้ คุณมายุ่งอะไรกับโทรศัพท์ของผม”

    รุจน์ตกใจสารภาพหมดเปลือก ศรันยูฉุกคิดที่เคยบอกอวัศยาว่า...คุยแชตบ้าบอได้โดยไม่เปิดเผยตัว แล้วชักสงสัยบางอย่าง เย็นวันนั้นจึงชวนอวัศยาไปเรียนโยคะด้วยกัน พอเปลี่ยนชุดรอเรียน เอาของเก็บใส่ล็อกเกอร์ อวัศยาจะเก็บกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง ศรันยูแย้งว่าเก็บให้เองเพราะกระเป๋าเธอตื้นเดี๋ยวหล่นหาย อวัศยาไม่คิดอะไรส่งให้

    แต่พอจะเข้าห้องเรียน ศรันยูก็แกล้งปวดท้องขอไปเข้าห้องน้ำให้อวัศยาเข้าเรียนไปก่อน จากนั้นก็มาแอบไขล็อกเกอร์ค้นกระเป๋าหาโทรศัพท์ไม่มี จึงนึกได้ว่าอาจจะซ่อนในรถ ตัดสินใจออกไปค้น...อวัศยาแปลกใจที่เพื่อนหายไปนาน ออกมาตามหา เจ้าหน้าที่บอกว่าออกไปที่รถ จึงตามไป เห็นศรันยูกำลังเปิดมือถืออีกเครื่องของตนก็ตกใจ ศรันยูวิ่งหนีบอกอยากรู้เรื่องแอบรัก อวัศยาหน้าซีดยอมจำนน ศรันยูได้อ่านไลน์แอบรักแล้วทึ่งไม่คิดว่าเพื่อนจะน้ำเน่าได้ขนาดนี้...

    ooooooo

    ตอนที่ 4

    อวัศยาอายมากที่ศรันยูอ่านไลน์ที่ตัวเองใช้ชื่อแอบรักคุยกับปราณนต์ สุดท้ายให้เพื่อนช่วยคิดว่าตนควรทำอย่างไรต่อไป ศรันยูแนะว่า ไม่ต้องทำอะไรคุยต่อไปเหมือนเดิม อวัศยาเกรงว่ารุจน์รู้เรื่องแล้วไม่นานก็คงรู้ทั้งบริษัท ศรันยูยักไหล่

    “รู้ก็รู้ไปสิ คิดซะว่าทำบุญสร้างทอปปิคให้พวกชะนีเก้งกวางปากตำแยมีเรื่องเม้าท์กัน พอเบื่อเดี๋ยวก็เลิกเม้าท์ไปเอง”

    อวัศยากลัวถ้าความแตกจะเอาหน้าไปไว้ไหน เพื่อนเน้นเราไม่ได้ฆ่าใครตายจะกลัวทำไม แล้วถามเธอรู้สึกมีความสุขที่ได้คุยกับปราณนต์หรือเปล่า เพื่อนสาวยอมรับอายๆ ศรันยูเชื่อว่า

    “ปราณนต์ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากแก รุจน์ถึงได้ร้อนใจกลัวว่าน้องจะหลงรักคุณแอบรัก แล้วเรื่องอะไรแกจะต้องถอยหลังกลับ เดินหน้าต่อไปเลยเพื่อน แกมาถูกทางแล้ว”

    อวัศยาดีใจแต่ไม่มั่นใจ ศรันยูฟันธงสองคนได้กิ๊กกิ้วกันแน่ อวัศยาเขินปัดว่าแค่พี่น้อง ศรันยูล้อ...น่าเชื่อ เพื่อนสาวขอร้องไม่ให้บอกใคร เขารับปากว่าจะเป็นความลับของเราสองคน

    ค่ำวันนั้น ป้าเปรี้ยวบอกให้ปราณนต์ชวนอวัศยา

    มาทานข้าวที่บ้าน เขาไม่กล้าเกรงถูกมองว่าประจบ ป้าจึงขอเบอร์โทรศัพท์ จะโทร.ไปชวนเอง เขายิ่งไม่กล้าให้ อึดอัดใจจนต้องแอบไลน์ไปปรึกษาคุณแอบรัก ว่าถ้าตนชวน หัวหน้ามาทานข้าวที่บ้านจะถูกมองว่าเลียแข้งเลียขาไหม อวัศยาหรือแอบรักยิ้มปลื้มก่อนจะให้คำปรึกษา...

    วันใหม่ ปราณนต์หาโอกาสเข้ามาชวนอวัศยาในห้องทำงานอย่างกล้าๆกลัวๆ “เอ่อ...ครับ คือ...ป้าอยากขอบคุณที่พี่ศยาช่วยท่านไว้น่ะครับ แต่...ถ้าพี่ศยาไม่สะดวกไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไรเลยครับ ผมบอกป้าไปแล้ว”

    อวัศยาแกล้งถามเขาบอกว่าอะไร ปราณนต์ตอบบอกไปว่าเธองานยุ่งมากๆ ฉะนั้นวันหยุดจึงอยากพักผ่อนไม่ไปไหน อวัศยาทำเสียงเข้ม

    “คุณมาคิดแทนฉันได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าเสาร์อาทิตย์ ฉันไม่อยากไปไหน”

    ปราณนต์อึกอักเลิ่กลั่ก อวัศยายิ้มขำๆแย๊บถามอาหารที่บ้านอร่อยหรือเปล่า ฝากบอกป้าเปรี้ยวว่าตนรับคำเชิญ ปราณนต์ตาโตไม่คิดว่าเธอจะตกลง แต่ก็ดีใจเหมือนเด็กได้ของ

    วันต่อมา ป้าเปรี้ยวดีใจโผกอดอวัศยาที่เธอยอมมาบ้าน ปราณนต์งงว่าป้าจะรักอะไรเธอนักหนา อวัศยาขอบคุณที่ลำบากทำอาหารให้ทาน ป้าเปรี้ยวบุ้ยใบ้ไปทางหลานชาย “ไม่ลำบากเลย ป้าก็แค่ออกความคิด ส่วนอาหารเจ้าณนต์เป็นคนไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาทำ ป้าบัญชาการ”

    อวัศยาทึ่งกับความสามารถอีกด้านของปราณนต์ ชายหนุ่มสะกิดปรามป้า เกรงอาหารไม่อร่อยจะเสียหน้า ป้าเปรี้ยวหัวเราะแล้วถามอวัศยาว่าหิวหรือยัง อยากให้รอแม่กับพี่สาวปราณนต์ก่อนทั้งสองออกไปทำธุระข้างนอกเดี๋ยวกลับ หญิงสาวรีบบอกว่ายังไม่หิวมาก ป้าเปรี้ยวดีใจ

    “ดีเลยค่ะ งั้นเรารอสองคนนั่นแป๊บนึง” พอดีสำอางกำลังจะเดินออกจากบ้าน “อ้าว...ยายสำอาง นี่มานี่ก่อนอย่าเพิ่งกลับ มาๆรู้จักคุณศยาเจ้านายพ่อณนต์เค้า ทั้งสวย ทั้งใจดี จะบอกให้”

    อวัศยายิ้มอายๆที่โดนชมซึ่งๆหน้า ปราณนต์หันมาเห็นเผลอยิ้มตาม ป้าเปรี้ยวแนะนำความสามารถในการนวดของสำอางว่ามีฉายาหัตถ์เทวดา รับรองนวด แล้วสบาย ว่าแล้วก็ลองจับไหล่อวัศยาแล้วร้องว่า “โห เป็น ก้อนเลยเนี่ย ไมเกรน ปวดกระบอกตา แขนชาเป็นพักๆ สะบักจม ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะคุณศยา ต้องนวด รับรองเบาสบายตัว...ป้าสำอางจัดหนักเลย”

    ปราณนต์เห็นสีหน้าอวัศยาก็รู้ว่าไม่เคยนวดมาก่อน เกรงจะเจ็บ จึงบอกป้าเอาไว้วันหลัง หญิงสาวเกรงใจรีบบอกว่าชอบนวด นวดได้ ชายหนุ่มเหวอ

    การนวดเริ่มขึ้น เสียงอวัศยาร้องอย่างเจ็บปวดสีหน้าเหยเก ป้าเปรี้ยวกลับเห็นว่าดี หน้าแดงแสดงว่าเลือดลมกำลังสูบฉีด ปราณนต์เป็นห่วงบอกถ้าไม่ไหวให้เลิกได้ เสียงอวัศยาซี้ด...อ๊าก...แต่ยังสู้บอกไม่ต้องห่วง ไม่มีปัญหา ป้าเปรี้ยวเอ็ดหลานชายอย่าขัดความสุขเธอ

    “เออ ว่าแต่เราเถอะ ตอนแรกบอกว่าไม่กล้าชวนคุณศยามาบ้านแล้วทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนใจ”

    ปราณนต์อึกอักคิดถึงคำตอบของคุณแอบรักที่ว่า เจ้านายเขาแยกแยะได้ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้...แล้วตอบป้าว่า “ผมคิดว่าพี่ศยาเขาแยกแยะได้ เขาไม่น่าคิดว่าผมประจบ ประแจง ก็เลยลองชวนดู”

    ป้าเปรี้ยวชมว่าคิดถูกแล้ว เสียงอวัศยายังซี้ดซ้าด... ป้าเปรี้ยวสาธยายเมนูอาหารที่หลานชายทำให้ฟัง อวัศยาเริ่มรู้สึกว่ามันผ่อนคลายจริงๆ ป้าเปรี้ยวขอตัวออกไปเอาวุ้นมะพร้าวที่ตลาด

    ooooooo

    ในขณะที่ศรันยูมาออกกำลังกายที่ฟิตเนส สาวๆมองกล้ามเล็กๆของเขาอย่างพอใจ แต่สายตาเขากลับมองไปที่ชายหนุ่มหน้าใส พยายามส่งตาหวานให้ทั้งที่ต้องเก๊กหล่อไว้ แต่ทุกอย่างก็เริ่มเด่นชัดจนพวกสาวๆสลายตัว หนุ่มหน้าใสเริ่มจะเอนเอียงให้ความสนใจ ก็พอดีมือถือศรันยูดังขัดขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นชื่อลิปดาก็ตกใจกดรับสาย ลิปดาเชิญไปพบคืนนี้ เขายิ่งตกใจอ้าปากค้าง

    อวัศยายังส่งเสียงซี้ด...อ๊าก...เป็นระยะๆ ป้าสำอางบอกว่าควรมานวดบ่อยๆ ปล่อยเส้นตึงแบบนี้จะทำให้แก่เร็ว...คำพูดแทงใจดำเธออย่างแรง รีบรับปากจะมานวดบ่อยๆ หลังนวดเสร็จ สำอางบอกว่า “ปกตินวดเสร็จแล้วต้องประคบ แต่วันนี้ป้ามีนัดลูกค้าไว้ นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว นี่ถ้าแม่เปรี้ยวอยู่ป้าคงให้แม่เปรี้ยวประคบให้แทน”

    อวัศยาบอกไม่เป็นไร เพราะคิดเช่นนั้นจริงๆ...แต่แล้วจังหวะที่เธอลุกขึ้น เสียงกระดูกดังกร๊อบ ขาอ่อนหลังแอ่นร่วงลง ปราณนต์ปรี่เข้าประคองหน้าประชิดกัน หญิงสาวเขินอายบอกว่าเดินไม่ได้ ปราณนต์ว่าคงต้องประคบจริงๆ จึงไปนำลูกประคบอังความร้อนมาประคบให้ เขาเพ่งมองใบหน้าปราศจากแว่นตาของอวัศยาเป็นครั้งแรก เผลอชมว่าเธอสวยเหมือนเด็กสาว เธอแอบยิ้มแก้มแทบปริ พลันสะดุ้งเพราะร้อนพุง ปราณนต์ตกใจ

    “ร้อนเหรอครับ ผมขอโทษ พี่ศยา...ผมขอเปิดเสื้อดูหน่อยนะครับว่าพองหรือเปล่า”



    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 20:18 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์