นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"


    ในห้องบอลรูม ด้านหน้าใกล้เวทีเป็นโต๊ะของบริษัทหลักทรัพย์นาราภัทร ลิลลี่ชวนทุกคนถ่ายภาพเพื่ออัพลงเฟซบุ๊ก อวัศยาสังเกตเห็นสีหน้าปราณนต์เศร้าๆ ศรันยูแอบแซวเดี๋ยวตาเหล่เพราะคิดว่าเพื่อนมองเด็ก แล้วชวนให้ไปเติมแป้งและลิปเพื่อรอถ่ายรูปกับลิปดา

    “ไม่ต้องถ่ายง่ายกว่า” อวัศยาตัดบท ศรันยูหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจอยากดันเพื่อนให้บอส

    รุ้งลดากับองศานั่งไม่ห่างจากโต๊ะปราณนต์ ต่างฝ่ายต่างชำเลืองกัน พิธีกรประกาศเชิญลิปดาขึ้นรับรางวัลและกล่าวถึงความสำเร็จ...ปราณนต์เริ่มอึดอัดใจทนมองรุ้งลดาต่อไปไม่ไหว จึงลุกเลี่ยงออกไปจากงาน อวัศยาเห็น หลบศรันยูตามออกไป ลิปดากำลังกล่าวถึงความสำเร็จของตนมาจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งหมายถึงอวัศยา แต่เธอกลับหายไปจากโต๊ะ พริบพราวเกรงลิปดาจะหน้าแตก ด้วยความหวังดีจึงเดินขึ้นไปบนเวที ยกแก้วเครื่องดื่มแสดงความยินดี

    แขกในงานไม่รู้เรื่องต่างปรบมือกันเกรียว ทีมงานนาราภัทรตะลึงกับความกล้าของพริบพราว องศามองพริบพราวอย่างสนใจ...ปราณนต์เดินมาถึงหน้าโรงแรม รุ้งลดาวิ่งตามมาดักหน้า

    “ณนต์จะไปไหน เราต้องคุยกันให้เข้าใจ”

    “ผมเข้าใจแล้วว่าความฝันของคุณคืออะไร”

    รุ้งลดาพยายามอธิบายว่าองศาเป็นเจ้านายที่ดีกับตนมาก ปราณนต์สวนแล้วตนไม่ดีกับเธอตรงไหน หญิงสาวหน้าเสีย ยอมรับว่าครอบครัวต้องการให้ตนแต่งงานกับองศา ชายหนุ่มถามเสียงเครียด ทำไมไม่บอกกันตรงๆ เธอตอบว่าไม่กล้ากลัวเขาเสียใจ

    “คิดว่ารู้ตอนนี้แล้วผมจะไม่เสียใจหรือไง” ปราณนต์เดินหนี รุ้งลดาสวมกอดด้านหลังถามเรายังเป็นเพื่อนกันได้ไหม เขาปฏิเสธไม่ใจกว้างขนาดนั้น แล้วแกะมือเธอออกเดินหนีไป...อวัศยามองเหตุการณ์อย่างไม่สบายใจ

    ทีมงานนาราภัทรมองพริบพราวแล้วกระซิบ กระซาบ จนเธอทนไม่ไหวแก้ตัวว่าไม่ได้คิดแย่งซีนใคร ที่ทำไปเพราะไม่อยากให้ลิปดาหน้าแตกเพราะคนที่เขาชื่นชมไม่อยู่แสดงความยินดี

    “อุ๊ยตาย! พราวเพิ่งกินสตรอเบอรี่หมดไปแค่ครึ่งลูกเองเหรอ ต๊ายๆ นี่ถ้ากินสตรอ...เบอรี่หมดลูกจะขนาดไหนเนี่ย” ลิลลี่หัวเราะคิกคัก

    “ถ้าทุกคนไม่เชื่อที่พราวพูดก็ตามใจ คนอย่างพราวถ้าอยากเป็นที่สนใจ พราวไม่ต้องอาศัยบารมีคนอื่นหรือว่าทาปากให้แดงเป็นผีดิบกินเลือดหรอกค่ะ” พริบพราวโกรธลุกออกไป

    ลิลลี่หน้าม้านโดนด่าเป็นผีดิบ...ศรันยูเห็นอวัศยาเดินหน้าเครียด รีบถามหายไปไหนมา เธอบอกว่าเข้าห้องน้ำแต่ศรันยูไม่เชื่อเพราะหายไปพร้อมปราณนต์ ซักถามทำอะไรกัน หญิงสาวถลึงตาเอ็ด พูดให้ดีๆใครได้ยินตนเสียหาย ศรันยูโวยสวน “ฉันยังไม่ได้ด่าแกเลย แกทำให้บอสเกือบหน้าแตก บอสเขาอุตส่าห์แนะนำแกบนเวที แต่แกกลับหายหัวไปเฉยเลย”

    “บอสจะแนะนำฉันทำไม”

    “เขาให้เกียรติแกไง นี่ขนาดฉันห้ามเขาแล้วนะว่าไม่ต้องทำแบบนี้หรอก เดี๋ยวแกจะกลายเป็นเพชรเม็ดงามให้โบรกเกอร์อื่นฉกแกไป แต่บอสไม่กลัว เขาบอกว่าแกอยู่ข้างเขามาตลอด วันสำคัญแบบนี้เขาก็ต้องเอาแกมาอยู่เคียงข้างด้วยเหมือนกัน แต่แกทำให้แผนพังหมด แถมยัยพริบพราวยังสวมรอยเป็นแกอีกด้วย”

    อวัศยาตกใจ ศรันยูบ่นว่าพริบพราวได้หน้าไปเฉย ตนยังอึ้งความมั่นใจของเธอ แล้วแนะนำให้เพื่อนไปขอโทษลิปดา...อวัศยาเผลอบ่นว่าลิปดาไม่ใช่คนคิดมาก มีคนน่าสงสารมากกว่าเขา ศรันยูสงสัยใครกัน เพื่อนสาวรู้สึกตัวนิ่งเฉยไม่ตอบ

    ด้านหน้าโรงแรม ปราณนต์โบกเรียกแท็กซี่กำลังจะขึ้น พริบพราวแทรกตัวเข้ามานั่งก่อน บอกเขาว่าเลดี้เฟิร์ส ปราณนต์โวยให้รู้จักต่อคิว หญิงสาวกลับสวน “นี่อย่ามากวนได้ไหม คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ รอเรียกอีกคันมันจะตายหรือไง”

    “ไม่ตาย แต่ไม่ชอบให้ใครมาแย่งของไปซึ่งๆหน้า งั้นไปด้วยกันแล้วกัน” ปราณนต์เบียดตัวเข้าไปนั่ง พริบพราวตกใจขยับออก

    รุ้งลดาออกมาเห็นจะตะโกนเรียกปราณนต์ ก็พอดีองศาโทร.ตามให้กลับเข้าไปในงาน...องศาควงรุ้งลดาไปทักทายแสดงความยินดีกับลิปดา แต่ลิปดารู้ว่าญาติผู้พี่คนนี้ไม่มีความจริงใจ

    พอแยกตัวมาได้ ก็ถามนิดาว่าทุกคนกลับกันหมดแล้วหรือ นิดาตอบว่ากลับแล้ว แต่ตนให้รถรอส่งเขาอยู่หน้าโรงแรม นิดาแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย นักข่าวยังตามรุมสัมภาษณ์ลิปดาจนเขาไม่ทันมองว่ารถที่รอเขาคือรถอวัศยา มีหญิงสาวสุดเซ็กซี่เข้ามาทักทายชวนไปเที่ยวต่อ ลิปดาจึงโทร.บอกนิดาให้บอกรถที่รอกลับไปได้ แต่พอรู้ว่าเป็นรถอวัศยาก็รีบปลีกตัวจากสาวทันที

    ลิปดาวิ่งมาที่ลานจอดรถ มองหาอวัศยาไม่เจอ พยายามโทร.หาก็ไม่ติดรู้สึกร้อนใจ ทันใดอวัศยาเข้ามาถามด้านหลัง ว่าเขามายืนทำอะไรตรงนี้ เขาหันมาสีหน้าดีใจถามเธอไปไหนมา

    “เข้าห้องน้ำ แล้วบอสล่ะกลับมาทำไม ฉันคิดว่าบอสจะไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดแล้วซะอีก”

    “ก็อยากจะไปอยู่หรอก แต่คุณนิดาโทร.ไปบอกว่าคุณรออยู่ ผมไม่อยากให้คุณยืนรอจนน่องโต สงสาร” ลิปดาแกล้งมองขาเธอขำๆ

    อวัศยาประชดกลับถึงตนจะขาโต มีเซลลูไลต์ พุงหนาเป็นชั้น ก้นเป็นกะละมัง ตนก็ยังทำงานให้เขาได้ เก็บความสงสารไปให้คนอื่นตนไม่รับ ลิปดากวนรับไปเถิด คนอื่นจะได้เลิกเข้าใจว่าเธอเป็นเมียนักมวย หญิงสาวทนไม่ไหวยกมือจะทุบเขา ลิปดาห้าม

    “อ๊ะๆ วันนี้คุณทำผมเกือบหน้าแตกกลางงาน คุณไม่มีสิทธิ์ทำผมเจ็บแม้แต่นิดเดียว”

    อวัศยาชะงักเอามือลง ลิปดาถามไปไหนมา เธอบอกไปห้องน้ำ ลิปดากระเซ้าปกติอั้นได้เป็นวันๆ หญิงสาวชักยัวะบอกอย่ามายุ่งกับระบบขับถ่ายของตน แล้วถามจะกลับหรือไม่กลับ ลิปดารีบเดินตามไปที่รถ แต่ขอเป็นคนขับอ้างเธอขับช้าเป็นเต่า อวัศยาจะปฏิเสธก็พอดีรถองศาแล่นผ่าน เขาโบกมือทักทาย อวัศยาเห็นหน้ารุ้งลดาก็รีบถามลิปดาว่านั่นน้องสาวองศาหรือ เขาตอบว่าแฟน เธอตกใจทำไมมีแฟนเด็กขนาดนั้น

    “ใครๆก็ชอบเด็กกันทั้งนั้น คุณเองก็ระวังตัวไว้เหอะ อย่าเผลอใจไปชอบเด็ก เดี๋ยวจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น งานการเสียหมด”

    อวัศยาสะดุ้งกลบเกลื่อนให้เขาห่วงตัวเองเถิด แล้วอดถามถึงองศาไม่ได้ว่าเป็นคนอย่างไร ลิปดาหลิ่วตาถามสนใจเขาหรือ เตือนไว้ก่อนอย่าริเล่นกับไฟ และเธอก็ไม่ใช่สเปกขององศา

    “คนในตระกูลบอสก็ไม่ใช่สเปกฉันเหมือนกัน บอสจะขับก็ขับไป แต่ห้ามเหยียบเกินร้อย ห้ามปาดหน้า ห้ามจี้ตูด ห้ามเบรกกะทันหัน”...ลิปดาแกล้งรับคำ ครับแม่ อวัศยาค้อนขวับ

    ooooooo

    แท็กซี่ที่ปราณนต์กับพริบพราวนั่งมาถึงบริษัท หญิงสาวชิงจ่ายค่ารถ ปราณนต์ลงจากรถตามจะคืนเงิน พริบพราวบอกไม่เป็นไร คิดเสียว่าขอบคุณที่นั่งมาเป็นเพื่อน ทำให้อุ่นใจไม่ต้องลุ้นว่าจะเจอคนขับโรคจิต ปราณนต์ไม่ยอมอ้างไม่ชอบเอาเปรียบใคร

    พริบพราวปรี๊ด ทำไมตนจะมีน้ำใจกับใครบ้างไม่ได้หรืออย่างไร ปราณนต์สวน “ถ้าคุณลดคำว่าแข่งขันลงไปบ้าง คนอื่นก็จะเชื่อในความหวังดีของคุณมากขึ้น”

    “ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ทุกคนบนโลกเขาแข่งขันกันทั้งนั้น ไม่เห็นเกี่ยวกับความหวังดีตรงไหน อย่ามาพูดเหมือนฉันเป็นตัวร้ายแบบนี้นะ นายปราณนต์กลับมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้”

    ปราณนต์ยักไหล่เดินไปจูงจักรยานกลับ พริบพราวกระทืบเท้ามองอย่างไม่พอใจ...ปราณนต์เดินคิดถึงความหลังที่เคยให้รุ้งลดาซ้อนท้ายจักรยาน ต่างหยอกล้อกันมีความสุข

    ลิปดาขับรถมาจอดที่คอนโด อวัศยาลงจากรถ ลิปดาติงว่าแบตไฟแดงขึ้นใกล้หมด เบรกก็ฝืดให้เปลี่ยนผ้าเบรกและแอร์ก็ไม่เย็นเติมน้ำยาบ้างหรือเปล่า ทะเบียนรถก็ใกล้หมดอายุให้ไปต่อไว้ล่วงหน้า ยางรถก็เปลี่ยนใหม่ไปเลย ตนจะให้คนไปจัดการให้

    “ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปเอง...บอส ยินดีด้วยนะคะ”

    ลิปดาชะงักถามคิดอย่างไรเพิ่งมาพูด อวัศยาบอกพูดตามมารยาท ลิปดาผิดหวังทำไมไม่บอกว่าพูดจากใจ จึงตอบตามมารยาทว่า...ขอบคุณ อวัศยาจะเดินไป เขาเรียกไว้ เธอหันมาหน้าบึ้ง

    “กู๊ดไนต์...ผมไม่ได้บอกตามมารยาทนะ” พูดจบลิปดาเดินไป

    อวัศยาหมั่นไส้หาว่าเขาพูดตามประสาผู้ชายเจ้าชู้... คืนนั้นอวัศยายืนริมหน้าต่างคิดเป็นห่วงปราณนต์ ลิปดามองไปทางห้องอวัศยา เห็นเธอยืนคิดอะไรอยู่จึงกดข้อความ คิดอะไรอยู่...ด้านอวัศยาพิมพ์ข้อความถามปราณนต์ มีปัญหาอะไรคุยกับฉันได้...ส่วนปราณนต์เองกลับคิดถึงรุ้งลดา พิมพ์ข้อความอยากถามว่า ทำไมต้องโกหกว่าอยากเลิกเพราะอยากอยู่คนเดียว

    ทั้งสามมองข้อความที่ตัวเองพิมพ์แต่ยังไม่กดส่ง พลันนึกถึงกฎข้อหนึ่งของมาร์เกตติ้ง คือการเก็บความรู้สึก รู้ข้อมูลอะไรมาก็ไม่ควรยุยงลูกค้า ให้อำนาจการตัดสินใจเป็นของลูกค้า มาร์เกตติ้งจึงควรฝึกเก็บความรู้สึกไว้ให้ดีที่สุด...ทั้งสามจึงลบข้อความทิ้ง

    ooooooo

    รุ่งเช้า รุจน์สังเกตเห็นหน้าปราณนต์เหมือนคนอดนอน ก็ซักถามเป็นอะไร พอดีพีระเอาภาพข่าวมาให้ทุกคนดูว่าพริบพราวยืนเคียงคู่กับลิปดา นิดาชมว่าสวยแต่ลิลลี่หมั่นไส้

    “ฮึสมใจนางที่อุตส่าห์ลงทุนแย่งซีนพี่ศยา ลิลลี่ล่ะอยากขอหนังหน้าไปทำเสื้อเกราะกันกระสุน ด้านหนาขนาดนี้ เอ็มสิบหกก็ยิงไม่เข้า”

    แสนดีได้ยินไม่พอใจ คิดแกล้งลิลลี่เอาคืนให้พริบพราว ปราณนต์แก้ตัวให้พริบพราว แสนดีเห็นด้วย แต่ลิลลี่ยังใส่ไคล้ไม่เลิก เธอหยิบถ้วยกาแฟตัวเองมาดื่ม แล้วต้องร้องกรี๊ดเมื่อเห็นแมลงสาบอยู่ในถ้วย รุจน์จะเข้าช่วยคนรักแต่พอเห็นเป็นแมลงสาบก็โดดหนีด้วยความขยะแขยง ศรันยูได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาปราม พอเห็นแมลงสาบก็แต๋วแตกร้องวี้ดว้าย ทุกคนมองตาค้าง

    ศรันยูรีบเก๊กแมนมองใหม่ “แค่แมลงสาบจะไปกลัวอะไร ของปลอมด้วย ใครเอามาเล่น”

    พีระคิดว่าเป็นของลูกแม่บ้านเอามาเล่น ศรันยูให้ทุกคนเข้าห้องประชุม นิดาบอกว่าขาดพริบพราวอีกคน แสนดีแอบโทร.ตาม พริบพราวกลับไม่สนใจจะเข้าประชุม เพราะรู้ว่าอวัศยาจะบรีฟเรื่องน้ำมันรั่วส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบอย่างไร...แสนดีแปลกใจที่เธอรู้ พริบพราวบอกมีเรื่องสำคัญกว่าที่ตนต้องทำ แสนดีเกรงจะทำให้อวัศยาเอามาเป็นเรื่องเล่นงานได้

    ปราณนต์ได้ยินแสนดีกระซิบกระซาบใกล้จึงหันมอง เผอิญจมูกชนแก้มแสนดีเข้า เธอช็อกทำมือถือหล่นปุ่มลำโพงเปิด ทุกคนได้ยินที่พริบพราวพูด “พราวดูข่าวตอนเช้าค่ะ พราวสืบจากเพื่อนที่ทำงานอยู่อเมริกาแล้วด้วย เพื่อนบอกว่าไม่มีอะไรน่าตกใจ อ้อ ฝากบอกพี่รันด้วยนะคะ ว่าถ้าต้องการข้อมูลอินไซเดอร์ก็บอก พราวมีเอกสาร...แค่นี้นะคะ พราวยุ่งแล้วจะรีบกลับ”

    ศรันยูไม่พอใจที่พริบพราวหาว่าตนแตกตื่นรู้ไม่จริง อวัศยาจิกตาปราม ปราณนต์หยิบมือถือมาคุยกับพริบพราว ว่าเสร็จธุระก็รีบกลับมา แล้วกดวางสายก่อนหันมาขอโทษแสนดี

    ก็พอดีมีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาพริบพราว เธอยิ้ม “สวัสดีค่ะคุณลุง ขอบคุณมากนะคะที่ให้พราวเข้าพบ พราวมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยฟรีๆนะคะ สิ่งที่คุณลุงจะได้รับกลับไปรับรองว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ” แววตาพริบพราวมุ่งมั่น

    ระหว่างการประชุม อวัศยาสังเกตเห็นปราณนต์เหม่อลอย ไม่ตั้งใจฟังที่ศรันยูบรีฟ จึงทำทีตักเตือน ถ้าสิ่งที่ศรันยูพูดไม่มีประโยชน์ตนจะได้เลิกจ้าง พอเลิกประชุมอวัศยาให้ปราณนต์นั่งอยู่ก่อน มีเรื่องต้องทำความเข้าใจ ศรันยูแซวเพื่อนทำเนียนวางมาดเตือนรีบคุยก่อนตลาดเปิด

    อวัศยาค้อนขวับก่อนจะหันมาถามปราณนต์มีปัญหาอะไร เขาตอบไม่มี อวัศยาจึงบอกว่าตนเกลียดคนโกหกกับคนที่ปากกับใจไม่ตรงกัน ชายหนุ่มเห็นว่าเป็นปัญหาส่วนตัวไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน อวัศยาสวนว่าเกี่ยว เพราะปัญหาเขากระทบต่องาน และอีกอย่างเขายังอยู่ในช่วงเทรนงาน ถ้าเขาไม่พร้อม อาจจะถูกกำจัดออกได้ง่าย ปราณนต์ขอบคุณที่เป็นห่วง

    “ฉันเป็นห่วงงานของฉัน ฉันอยากได้คนที่มีประสิทธิภาพ” อวัศยาเฉไฉกลบเกลื่อน

    ปราณนต์รับรองจะจัดการปัญหาตัวเองให้เร็วที่สุดไม่ทำให้เธอผิดหวัง อวัศยาจึงชวนเขาพบลูกค้าใหม่ด้วยกันวันนี้ เป็นการพิสูจน์ฝีมือ ชายหนุ่มช็อกเล็กๆ

    พอพริบพราวมาถึงแสนดีรีบรายงานว่า อวัศยาให้ปราณนต์เข้าไปคุยกับลูกค้าใหม่ระดับวีไอพีด้วย สงสัยจะดันเขาเป็นการสั่งสอนที่เธอขัดคำสั่งไม่เข้าฟังบรีฟ พริบพราวไม่พอใจ คนอย่างตนไม่ต้องมีใครมาดันตนโดดเด่นด้วยตัวเอง ถ้าคิดจะเขี่ยตน...คิดผิด พริบพราวถือซองเอกสารตรงไปห้องประชุมทันที ลิลลี่เห็นแสนดีเดินตามพริบพราวไปก็รีบตามด้วยความอยากรู้

    อวัศยากับปราณนต์กำลังส่งสมพงษ์ลูกค้ากลับ สมพงษ์ยิ้มให้และหันมาคุยกับปราณนต์ “ในฐานะที่เราบังเอิญเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องคณะเดียวกัน ถ้าอยากกลับไปเป็นวิศวกรบอกผมนะ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในคณะของเราไม่ใช่จะได้กันง่ายๆ แต่ดันมาขายหุ้น บอกตรงๆเสียดาย”

    “ขอบคุณคุณสมพงษ์ครับที่ชวน แต่ผมยังไม่มีความคิดจะกลับไปเป็นวิศวกรเลยครับ ตอนนี้กำลังสนุกกับงานใหม่ ที่สำคัญได้เรียนรู้งานกับคนเก่งๆอย่างพี่ศยา ไม่ใช่โอกาสที่จะหาได้ง่ายๆ ถ้าผมทิ้งไป บอกตรงๆเสียดายครับ” ปราณนต์ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

    สมพงษ์หัวเราะชอบใจบอกถ้าเปลี่ยนใจตนยินดีต้อนรับ อวัศยายิ้มอย่างเอ็นดู พริบพราวเดินมาสายตาประสานกับอวัศยาเข้าพอดี ราวกับมีคลื่นไฟฟ้าปะทะกันอย่างแรง ทั้งสองมองไปทางห้องลิปดา วินาทีนั้นเองต่างก็พุ่งพรวดไปที่ห้องลิปดาทันที ปราณนต์ชูเอกสารในมืองงๆ

    นิดาสะดุ้งเมื่อเห็นสองสาวพรวดเข้ามาถามหาบอสพร้อมกัน ไม่ทันที่นิดาจะตอบ อวัศยาก็เปิดประตูเข้าไปก่อน พริบพราวจะตาม นิดาขวางให้รอก่อน แต่พริบพราวไม่ฟังเสียง เปิดประตูผลัวะเข้าไปบอกลิปดาให้ฟังตนก่อนเพราะเกรงจะถูกอวัศยาฟ้องเรื่องไม่เข้าฟังบรีฟ ปราณนต์กับแสนดีตามมา นิดางง พลันมีข้อความจากลิลลี่ถามว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรรายงานด่วน

    พริบพราวรีบบอกลิปดาว่าตนไม่เข้าฟังบรีฟเพราะรู้เรื่องที่จะพูดดีไม่อยากเสียเวลา เอาเวลาไปหาลูกค้าดีกว่า ว่าแล้วก็ส่งพอร์ตของลูกค้าใหม่ให้ บอกเป็นลูกค้าคนแรกของตนมูลค่า 15 ล้าน “พราวรู้ว่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้หาลูกค้าแต่การทำตามขั้นตอนมันก็ทำให้เราเสียโอกาส”

    อวัศยาสวน “ไม่จริงเสมอไป บางครั้งการข้ามขั้นตอนก็ทำให้เธอเสียโอกาสเช่นกัน ก่อนอื่นฉันขอบอกก่อน ฉันไม่ใช่พวกขี้ฟ้อง ที่ฉันมาคุยกับบอสในหัวฉันไม่มีเรื่องเธอแม้แต่น้อย เธอจะเข้ารับบรีฟหรือไม่เข้ามันเป็นสิทธิ์ของเธอ ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้ทุกอย่างไม่เข้าก็ได้...เชิญ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธออธิบายมาทั้งหมดเมื่อกี้ ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันจะพูด”

    พริบพราวอึ้ง ลิปดาแทรกถามแล้วมีอะไรกัน อวัศยาหันกลับไปเปิดประตูห้อง นิดาและแสนดีแอบฟังอยู่แทบถลาเข้ามา อวัศยาขอเอกสารจากปราณนต์ยื่นให้ลิปดา พร้อมบอกว่าเมื่อเช้า คุณสมพงษ์จากบริษัทเมทัลไทย มาเปิดพอร์ตกับเรา ตนให้ปราณนต์เข้าไปคุยด้วยเพื่อเรียนรู้งาน โชคดีที่ทั้งสองจบคณะเดียวกันจึงคุยกันถูกคอ สมพงษ์เปิดพอร์ตด้วยเงิน 70 ล้านและถ้าไตรมาสแรกผ่านด้วยดีจะขอเพิ่มเป็น 100 ล้าน

    พริบพราวเสียหน้าโวยทันทีว่าอวัศยาแอบช่วยปราณนต์ให้ได้ลูกค้า ปราณนต์ค้านไม่จริง ตนแค่ได้โอกาสเข้าไปเรียนรู้ บังเอิญว่าลูกค้าจบคณะเดียวกันเลยคุยกันถูกคอ

    “ไม่ต้องโกหก หรือพยายามแก้ตัวเรื่องเด็กเส้น น้องรักน้องชัง ฉันเคยเจอมาหมดแล้ว นึกว่าที่นี่จะไม่มีสุดท้ายก็หนีไม่พ้น”

    อวัศยาโกรธที่โดนดูถูก บอกถ้าพริบพราวมารับ บรีฟเมื่อเช้าตนก็จะพาเธอเข้าไปคุยกับลูกค้าด้วย แต่เพราะเธอไม่มา มัวไปทำข้ามขั้นตอนจึงเสียโอกาส พริบพราวอึ้งคิดจะเถียง ลิปดาตัดบท ตนได้ข้อสรุปแล้ว หันมาถามพริบพราวก่อนว่าได้ลูกค้าจากไหน เธอชะงักแล้วโกหกไปว่า เป็นลูกค้าที่ตามมาจากบอสตัน จากนั้นลิปดาก็ถามอวัศยาว่าลูกค้าคนนี้ยกให้ปราณนต์ใช่ไหม

    ปราณนต์รีบปฏิเสธ ลิปดาสวนชื่อศยาหรือ ไม่ใช่ไม่ต้องตอบ...ปราณนต์จ๋อย อวัศยาย้ำว่าตนให้เขาเข้าไปเรียนรู้ ถ้าพริบพราวมาตนก็ให้เข้าไปด้วยเช่นกัน ไม่มีสองมาตรฐาน ลิปดาสรุปให้ทั้งสองคนผ่านการเทรนเบื้องต้น ต่อไปทั้งสองต้องแข่งกันหาลูกค้าภายในหนึ่งอาทิตย์ ใครได้มากกว่ากันคนนั้นได้ทำงานต่อ ลิปดาลอบมองอวัศยาเหมือนมีเซ้นส์ว่าเธอห่วงปราณนต์

    พอทุกคนรู้เรื่อง พีระ ลิลลี่และรุจน์ให้กำลังใจปราณนต์ มีเพียงแสนดีที่เข้าข้างพริบพราวแนะนำให้เธอทำให้คนอื่นๆรักเพราะไม่มีใครกล้าต่อกรกับอวัศยา พริบพราวจึงคิดจะเลี้ยงข้าวเย็นทุกคนเป็นการหาพวก ทุกคนพูดเหมือนกันว่า ปราณนต์ไปพวกเขาก็ไป ทำให้พริบพราวต้องเก็บความไม่พอใจหาวิธีชวนปราณนต์ไปให้ได้

    อวัศยาพยายามแนะนำการทำงานให้แก่ปราณนต์ แถมจะยกสมพงษ์ให้เป็นลูกค้าเขา ปราณนต์ไม่อาจรับเพราะเกรงอวัศยาถูกว่าไม่ยุติธรรม อวัศยาขอบใจที่ปกป้อง ลิปดาเห็นอวัศยายิ้มให้ปราณนต์ เกิดอาการหึงเปิดประตูห้องพรวดเข้ามา หญิงสาวสะดุ้งโหยง

    “คุยอะไรกัน ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น”

    “ฉัน...ฉันไม่ได้ตกใจอะไรนี่คะ” อวัศยาปฏิเสธ ปราณนต์ขอตัวไปแก้งาน หญิงสาวเหน็บ “บอสมีธุระเร่งด่วนอะไรหรือคะ ถึงไม่ยอมเสียเวลาเคาะประตูก่อนจะเข้ามา”

    ลิปดาบอกมีธุระสำคัญอยากให้เธอไปด้วย อวัศยาแปลกใจ

    ooooooo

    ตกเย็น ปราณนต์เดินออกจากบริษัท พริบพราวขับรถมาขวางหน้า ทำทีตกใจที่เกือบชน ลงจากรถมาดูแลห่วงใย ปราณนต์ดักคอกินยาผิดหรือมาทำดี หญิงสาวลืมตัวปรี๊ดแตก ชายหนุ่มบอกแบบนี้ค่อยเป็นตัวเธอหน่อย ถามมีอะไรถึงมาขับรถปาดหน้าแบบนี้

    พริบพราวอึกอักกว่าจะบอกว่าตั้งใจมาชวนไปทานข้าว ตนเลี้ยงทั้งกรุ๊ป ปราณนต์ปฏิเสธ หญิงสาวไม่พอใจ “นี่ฉันอุตส่าห์หวังดี เห็นว่าเราต้องหาลูกค้าแข่งกัน ฉันก็เลยอยากช่วยนายออกไปเปิดหูเปิดตา ออกสังคมบ้าง ลูกค้าไม่ได้หาตามเสาบ้านหลังคาบ้านหรอกนะ นายต้องหัดมีคอนเนกชั่น มีลูกค้าดีๆเข้ามาเหมือนฉัน”

    “อย่างคุณเขาไม่เรียกว่าคอนเนกชั่น เขาเรียกว่าญาติ...”

    พริบพราวตกใจกระชากคอเสื้อปราณนต์ถามรู้ได้อย่างไร เขาไม่บอกย้อนถามทำไมถึงอยากเอาชนะตนจนต้องขอให้ญาติมาเปิดพอร์ตแล้วโกหกลิปดาว่าเป็นลูกค้าตามมาจากบอสตันหญิงสาวหน้าเสียกลัว

    เขาเอาความลับไปบอกคนอื่น ไล่ไม่ต้องไปด้วยกัน ปราณนต์แกล้งกวนบอกให้เธอรีบไปให้ทันก่อนที่ตนจะเล่าให้คนอื่นๆฟัง ว่าแล้วก็เรียกมอเตอร์ไซค์วินนั่งไป

    พริบพราวเต้นผาง หยิบมือถือมาโทร.ขอให้แสนดีช่วยอุดปากปราณนต์ไม่ให้พูดอะไร

    พริบพราวรีบมาที่ร้าน แต่ปรากฏว่าปราณนต์ไม่ได้มา ลิลลี่เริ่มโวยถ้าปราณนต์ไม่มาพวกตนจะกลับ ทันใด ปราณนต์เดินเข้ามา ทุกคนดีใจยกเว้นแสนดี พริบพราวรีบบอกให้เขามานั่งข้างตนแต่ปราณนต์เดินไปนั่งข้างรุจน์ พริบพราวร้อนตัวกลัวปราณนต์แฉเรื่องตน

    ด้านลิปดาพาอวัศยามาร้านอาหารหรู เพราะมีนัดทานข้าวไม่อยากฟังญาติผู้พี่โอ้อวดเรื่องแฟนจึงขอควงเธอมาด้วยเหตุผลที่ว่า “คุณเป็นคนมีออร่า มีรังสีรัศมีอำนาจบารมีที่ทำให้ทุกคนเกรงใจ แค่คุณนั่งหน้านิ่งๆ ทุกคนก็ฝ่อหัวหดกันหมด ญาติผมกับแฟนต้องอึดอัดสุดๆจนต้องรีบเป็นฝ่ายขอตัว”

    อวัศยาโวยว่านี่มันเรื่องส่วนตัว พลันองศาควงรุ้งลดาเข้ามา อวัศยาตะลึงเปลี่ยนใจ อ้างไหนๆก็มาแล้วอยู่ช่วยก็ได้ อวัศยามองรุ้งลดาอย่างอยากรู้จัก...องศาชวนคุยพอรู้ว่าอวัศยาทำงานกับลิปดาตั้งแต่เปิดบริษัทก็บอกว่าแบบนี้น่าให้เป็นหุ้นส่วนไปเลย หญิงสาวตอกกลับ

    “เป็นแค่พนักงานมีความสุขดีค่ะ รับผิดชอบแค่ลูกน้องแค่งานของตัวเองไม่ต้องคอยระวังว่าใครจะเข้ามาล้วงความลับบริษัทหรือคิดจะมาเป็นคู่แข่ง”

    องศายิ้มแหยๆเปลี่ยนเรื่องมาพูดเรื่องปราณนต์ว่าเผอิญเป็นคนรู้จักของรุ้งลดามาก่อน และใส่ไฟว่ารุ้งลดาเกือบหมดเนื้อหมดตัวเพราะปราณนต์ อวัศยาไม่เชื่อ รุ้งลดายืนยัน อวัศยาไม่พอใจ พอเห็นรุ้งลดาลุกไปเข้าห้องน้ำ จึงตามไปเอาคืนให้ปราณนต์อย่างหนัก ด้วยการสาดน้ำถูบ้านเข้าไปในห้องน้ำและล็อกหน้าประตูไว้ รุ้งลดาได้แต่ร้องกรี๊ดๆ กว่าจะออกมาได้

    อวัศยาเดินกลับมาบอกลิปดาว่ามีงานต้องขอตัวกลับ ลิปดาอ้างจะปล่อยเธอกลับคนเดียวได้อย่างไร องศาบอกตามสบาย ทั้งสองจึงลากลับ...ลิปดาสังเกตเห็นสีหน้าอวัศยาเครียดๆก็รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องปราณนต์ หญิงสาวจึงถามว่าเขาเชื่อหรือ

    “ห้าปีที่เราทำงานด้วยกัน มีคนพยายามจะมาดิสเครดิตคุณกับผมเพียบ แต่ผมก็ยังเลือกให้คุณอยู่กับผม เพราะอะไรล่ะ”

    “เพราะบอสไม่ตัดสินใครด้วยคำพูดคนอื่น”

    “ใช่ และผมก็อยากให้คุณทำแบบเดียวกับปราณนต์ หรือต่อให้เขาจะเป็นปลิงเกาะผู้หญิงกิน นั่นก็เป็นชีวิตส่วนตัวของเขา ถ้าเขายังทำงานได้ดี เราก็ไม่ต้องแคร์”

    อวัศยาแย้งต้องแคร์เพราะตนทำงานร่วมกับคนนิสัยไม่ดีไม่ได้ ลิปดาว่ามนุษย์ก็คือมนุษย์มีดีชั่วปะปน ถ้าหวังจะทำงานกับคนดีแสนดีก็ต้องไปชวนมนุษย์ต่างดาวมาทำงานด้วย พลันมือถือลิปดาดัง เขารับสายพูดเสียงอ่อนเสียงหวานจะไปหา รับปากจะซื้อหน้ากากเสือและแส้ไปให้ อวัศยาอ้าปากค้างไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เตือนให้ระวังข้อหาพรากผู้เยาว์ ลิปดายิ้มขำๆ

    รุ้งลดาออกจากห้องน้ำมาได้ องศาเห็นแล้วขยะแขยง รีบไปส่งเธอที่คอนโดไม่ใส่ใจ

    ooooooo

    ลิปดามาบ้านจารวีแฟนเก่าที่ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จารวีมีเจมส์ลูกชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งซึ่งติดลิปดามากตั้งแต่เธอตัดสินใจแยกทางกับสามีเพราะทนความเจ้าชู้ของเขาไม่ได้

    จารวีมักบ่นเสียใจที่ตอนนั้นเลิกกับลิปดาด้วยกลัวโดนกิ๊กของเขาตบ หันมาเลือกรุ่นพี่ ที่ไหนได้กลับมีอีหนูซุกไว้เพียบ ดีที่ตนเป็นเมียจดทะเบียน...จารวีหอบอัลบั้มแต่งงานจะทิ้ง ลิปดาอาสาเอาไปเก็บไว้ให้เพราะรู้ว่าเธอยังตัดใจจากทัศน์ไม่ได้

    คืนนั้นศรันยูต้องมานั่งฟังอวัศยาบ่นเรื่องลิปดาศรันยูไม่อยากเชื่อคิดว่าเขาหาของพวกนั้นไปงานปาร์ตี้ อวัศยาขยะแขยง จู่ๆศรันยูก็ขำคิกคักขึ้นมา อวัศยาแปลกใจเห็นเขากดแชตคุยกับลีออง ศรันยูบอกว่า เขาเป็นนายธนาคารอยู่สวิต คุยด้วยขำๆ อวัศยาเห็นเพื่อนใช้ชื่อว่าเจนี่และลงรูปสาวสวยแทนตัวเอง

    “นี่แก! แกกำลังหลอกเขาอยู่นะเนี่ย”

    ศรันยูอธิบายว่าโลกสมัยนี้ใครเขาเปิดตัวในโลกอวาตาร์กันบ้าง อวัศยาหาว่าเป็นการหลอกลวง แต่ศรันยูยืนยันว่าสิ่งที่คุยกันเป็นเรื่องจริง ความรู้สึกจริง “บางทีการที่เราปลอมตัวเป็นคนอื่น มันทำให้เราเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องแคร์ว่าเขาจะรู้ว่าเราเป็นใคร”

    อวัศยาเริ่มสนใจ ศรันยูให้เธอลองดู สมมติว่าเกลียดบอสก็ไปซื้อซิมเบอร์ใหม่มาใช้กับมือถืออันเก่า สร้างร่างทรงมาแชตคุย ด่าๆๆแล้วก็ถอดซิมทิ้งไปใครจะรู้ว่าเป็นเรา...อวัศยาคิด

    ในคืนเดียวกัน ปราณนต์ยังอยู่ในร้านอาหารกับเพื่อนๆและพริบพราว ลิลลี่เอาอกเอาใจปราณนต์จนรุจน์หมั่นไส้ รุจน์ฝากซองเอกสารที่ลูกค้าเพิ่งแวะเอามาให้กับปราณนต์ เขากำลังจะเก็บใส่กระเป๋า พอดีพีระเริ่มเมา ดึงนิดาให้พาไปห้องน้ำ แต่เธอยังเม้าท์เมามัน

    จึงสะบัดมือ พีระเซจะตกสระน้ำ ปราณนต์เห็นทิ้งกระเป๋าหันไปคว้าตัวพีระไว้ได้ทัน ซองเอกสารหล่นไปใต้เก้าอี้ นิดาขอบอกขอบใจจะยกลูกค้าให้เขาเป็นการตอบแทนหนึ่งคน แสนดีท้วงไม่ยุติธรรม

    พริบพราวรีบบอกว่าไม่เป็นไร ปราณนต์จะได้มีกำลังใจหาลูกค้าแข่งกัน แต่เขากลับปฏิเสธ ถึงตนจะไม่ได้จบมาร์เกตติ้งโดยตรง ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีญาติเล่นหุ้น แต่ตนก็จะพยายามด้วยตัวเอง พริบพราวสะดุ้งกลัวเขาแฉ ปราณนต์รู้ทำทีไปสั่งเครื่องดื่มใหม่ พริบพราวตามไปต่อว่า คิดเล่นสงครามประสาทกับตนหรือ ต่อให้ฟ้องลิปดาก็ไม่มีหลักฐาน

    ปราณนต์สวน “ลูกค้าคุณชื่อคุณอำนวย วงษ์แพทย์เป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุข เพิ่งจะเกษียณออกมาได้ไม่ถึงสามเดือน เป็นพี่ชายไม่แท้ของนายแพทย์พจน์ มหากิจไพศาล พ่อของคุณ ปู่ของเขาเป็นพี่น้องกับปู่ของคุณ มีลูกหนึ่งคนชื่อ คุณวัลงามภักดีไทย เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังในบอสตัน ถ้าต้องการหลักฐานผมจะพรินต์ออกมาให้”

    พริบพราวอ้าปากค้างที่เขาพูดข้อมูลได้ถูกหมด ปราณนต์บอกว่ามันอยู่ในอินเตอร์เน็ตหมด หญิงสาวหาว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่มีกฎห้ามเอาญาติมาเปิดพอร์ต ปราณนต์เห็นด้วยแต่ผิดที่เธอโกหกลิปดา สร้างภาพว่าตัวเองเก่ง พริบพราวยืดอกโอ่ว่าตัวเองเก่งกว่า

    “เก่งกว่าแล้วทำไมต้องกลัวถึงขนาดต้องปั้นเรื่องขึ้นมา แบบนี้เรียกว่าเก่งไม่จริง”

    พริบพราวโกรธ พอดีพิธีกรประกาศว่าทางร้านมีเกม ใครกล้าลงไปเอาขวดไวน์ก้นสระมาได้จะมีรางวัลพิเศษให้ พริบพราวจึงท้าปราณนต์ ถ้าเขาแพ้ห้ามพูดเรื่องของตน ถ้าตนแพ้ตนจะยอมรับคำดูถูกของเขาชายหนุ่มรับคำท้า มีเพียงเขาสองคนเท่านั้นที่ลงสมัคร เพื่อนๆ นาราภัทรต่างเชียร์ปราณนต์ มีเพียงแสนดีที่เชียร์พริบ– พราว...การแข่งขันดูแล้วพริบพราวจะสู้ไม่ได้จึงแกล้งทำเป็นตะคริวกิน ปราณนต์เข้าช่วยกลับโดนเธอถีบเข้าเป้าจนจุก พริบพราวจะว่ายไป ปราณนต์ไม่ได้ตั้งใจคว้าเอาเสื้อเธอขาดติดมือออกมา แต่เขาไม่ทันรู้ตัวพุ่งไปเก็บขวดไวน์ แล้วว่ายขึ้นเหนือน้ำ พอหันมองเห็นพริบพราวกอดอกด้วยความอาย เขาจึงว่ายน้ำเข้าไปกอดปกป้องเธอไว้ไม่ให้คนในร้านถ่ายภาพเธอ

    ในห้องน้ำ ต่างคนต่างสวมเสื้อใหม่ พริบพราวต่อว่าปราณนต์ไม่เป็นลูกผู้ชาย เขาขอโทษไม่ได้ตั้งใจและรับปากจะไม่พูดเรื่องของเธอกับลิปดา แต่พริบพราวยังโกรธและอาฆาต

    ooooooo

    รุ่งเช้าหลังจากที่อวัศยาครุ่นคิดมาทั้งคืน ก็ตัดสินใจมาซื้อซิมใหม่ที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่างคอนโด เผอิญลิปดาเข้ามาเห็น เธอต้องซ่อนซิมอยู่นานกว่าจะจ่ายเงินไม่ให้เขาเห็น

    พริบพราวแต่งตัวเตรียมไปทำงาน พจน์ยืนรอต่อว่าที่เธอไปชวนลุงอำนวยเล่นหุ้น เพราะเงินนั้นเป็นเงิน

    ก้อนสุดท้ายของเขา ถ้าผิดพลาดขึ้นมาเขาจะลำบากที่อำนวยยอมเพราะเกรงใจ พจน์สั่งลูกสาวห้ามทำแบบนี้กับคนในตระกูลอีก พริบพราวเสียใจที่พ่อไม่เคยเชื่อใจตนเลย

    ปราณนต์มาถึงบริษัทเห็นลูกค้าสูงวัยมานั่งอ่านเอกสารรอเปิดตลาดก็เข้าไปเทกแคร์ดูแล อวัศยาเห็นความซื่อของเขาอยากจะเตือนและแนะนำ ตัดสินใจจะแชตไลน์ในนาม...แอบรัก แต่คิดหาคำเริ่มต้นคุยด้วยไม่ได้จนเครียด

    ลิปดามาถึงบอกรุจน์ให้เอาเอกสารลูกค้ามาส่ง รุจน์ไปขอจากปราณนต์ ปรากฏว่าหาย รุจน์หน้าเสียโดนลิปดาเอ็ด ปราณนต์ออกรับแทนว่าเป็นความผิดตน ตนจะรับผิดชอบตามเอกสารกลับคืนมาให้ได้ ลิปดาไม่พอใจแต่เกรงใจอวัศยา จึงขีดเส้นตายให้ถึงบ่ายโมงตรง...

    ปราณนต์กับรุจน์ช่วยกันคิดว่าเอกสารจะหายที่ไหน ลิลลี่หาว่ามีคนแกล้ง คิดจะดิสเครดิต ปราณนต์นึกถึงคำพูด

    เมื่อวานของพริบพราวที่ให้เขาจำความรู้สึกชนะไว้เพราะจะไม่มีวันนี้อีก

    ปราณนต์จึงไปถามพริบพราว เธองงไม่รู้เรื่องเอกสารของรุจน์ “ฉันคงแย่มากในสายตานาย ถึงกล้าคิดว่าฉันจะเอาความเดือดร้อนของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือเอาชนะ ฉันขอย้ำอีกครั้ง ฉันไม่รู้เรื่อง แต่นายจะคิดว่าฉันเลวจนทำเรื่องแบบนี้ได้ก็ตามใจ ฉันจะไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น”

    ปราณนต์ยิ่งเครียด ตัดสินใจกลับไปหาที่ร้านเมื่อคืน โดยยืมมอเตอร์ไซค์ของหุ้นขึ้น มาถึงที่ร้านไม่มีใครเห็น พออวัศยารู้เรื่องเป็นห่วงเขามาก ตัดสินใจส่งข้อความแชตในนามแอบรักไปหาเขา ปราณนต์กำลังเครียดไม่สนใจเสียงไลน์ แต่พอมันดังหลายทีจึงเอามือถือมากดอ่าน

    “ถามแม่บ้าน ดูที่ถังขยะ ดูเวลารถขยะมา...ถ้าหาไม่เจอจริงๆลองเช็กเวลาเก็บขยะของ กทม. ตามรถขยะไป จะคุ้ยก็ต้องคุ้ย หาให้ถึงที่สุด อย่ายอมแพ้” ตามด้วยสติกเกอร์สู้สู้

    แม้จะงงแต่ปราณนต์ก็ทำตามทุกขั้นตอน พอรู้จากแม่บ้านว่ารถขยะมาเก็บไปแล้ว เขาก็วิ่งตามรถขยะไปจนมันจอด แล้วลงมือคุ้ยอย่างไม่รังเกียจ...สุดท้ายก็เจอ พริบพราวแม้จะโกรธแต่ก็ลุ้นเป็นห่วงไม่น้อย รุจน์ได้รับโทรศัพท์จากปราณนต์ว่าเจอแล้ว กำลังรีบกลับ ทุกคนลุ้นอีกว่าเขาจะกลับมาทันเวลาที่ลิปดากำหนดหรือไม่

    ลิปดาเห็นอวัศยาหายขึ้นไปชั้นบน จึงแอบตามขึ้นไป ยืนรอเธอที่หน้าห้องน้ำด้วยความแปลกใจ ทำไมต้องมาเข้าชั้นนี้ อวัศยาเดินออกมาสะดุ้งเล็กน้อย ลิปดาทำเป็นมาชวนเธอไปรอปราณนต์จะกลับมาทันหรือไม่

    พริบพราวถือกระเป๋าจะออกไปทานข้าว แสนดีมาถามเรื่องปราณนต์ เธอเซ็ง “พราวอยากรู้ ถ้าเปลี่ยนจากปราณนต์เป็นพราว จะมีใครเป็นห่วงพราวแบบนี้ไหม”

    “มีสิคะ อย่างน้อยก็พี่คนหนึ่ง ไม่เอาค่ะ อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ พี่แค่...สาระแนน่ะค่ะ จะได้มีเรื่องไปเม้าท์ที่แผนก ไม่เอาค่ะ อย่าน้อยใจนะคะ”

    พริบพราวว่าไม่ได้น้อยใจแค่หมั่นไส้ ถ้าเขามาไม่ทันต้องโดนออก ตนจะได้หมดคู่แข่ง...ปราณนต์ขี่มอเตอร์ไซค์หุ้นขึ้นกลับมาในสภาพโทรม หัวฟู ไม่ทันจะถึงรถเกิดดับอีก ทางด้านอวัศยาเป็นห่วงอย่างมาก ศรันยูเพิ่งกลับเข้ามารีบมาเอาใจช่วยเพื่อน รุจน์ พีระ ลิลลี่ต่างสวดมนต์ให้ปราณนต์ ทันใดเห็นปราณนต์วิ่งเข้ามาในบริษัท รุจน์ดีใจมาก บอกให้ช่วยเคลียร์ลิฟต์รอ

    ลิลลี่ใช้มารยาหญิงกันคนในตึก แต่ปรากฏว่ามีคนกดลิฟต์ไว้ทุกชั้น ทำให้ปราณนต์คิดว่าวิ่งขึ้นบันไดจะเร็วกว่า ในขณะที่พริบพราวนั่งทานอาหาร แสนดีเอาแต่อ่านไลน์ลุ้นปราณนต์จนเธอต้องชำเลืองมองไปด้วย

    รุจน์เห็นปราณนต์จะหมดแรง จึงให้โยนซองเอกสารมาให้ตน พอปราณนต์โยนให้ รุจน์ก็รับไว้ด้วยมาดเท่ แล้วจะโยนต่อให้พีระ นิดาร้องบอกสามี “โชว์ลีลาโกลฟุตบอลเก่าเดี๋ยวนี้”

    พีระก็ตั้งท่า วิญญาณโกลฟุตบอลเข้าสิง ปัดซองเอกสารลอยไปในอากาศ ทุกคนตะลึงที่พีระปัดทิ้ง นิดาเอ็ดใครสั่งให้ปัดทิ้ง พีระยิ้มแหยๆ

    “ใครสั่งให้เมียพูดคำว่าโกลฟุตบอล โกลที่ดี ลูกมาต้องปัด”

    ปราณนต์ฟุบหน้าลงพื้น จบกันกับความพยายามของตน...แต่แล้วเอกสารก็ถูกวางลงตรงหน้าลิปดา เขาบอกว่าช้าไปหนึ่งนาที รุจน์ช่วยขอโอกาสให้ปราณนต์ อวัศยาหาทางช่วย

    “ทุกคนรู้ว่าบอสเป็นคนเข้มงวดเรื่องเวลามาก ถึงจะทุ่มเทแค่ไหนก็ตาม แต่มาช้าแค่หนึ่งนาทีก็ให้อภัยไม่ได้ ถึงแม้ตอนนี้เราจะหาคนรุ่นใหม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์คำพูดตัวเองได้ยากเต็มที แต่ช้าไปแค่หนึ่งนาทีบอสก็ไม่ยอมผ่อนผันให้ เพราะฉะนั้นเก็บของแล้วก็ออกไปเลย”

    ทุกคนอึ้ง ลิปดาหลิ่วตามอง อวัศยาย้ำให้ปราณนต์ไปเก็บของ เขากำลังจะหันไป ลิปดาก็เรียกไว้ “เดี๋ยว! ศยาพูดถูก แค่หนึ่งนาทีมีความสำคัญกับผมมาก แต่ผมก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อกี้ผมเห็นทุกคนช่วยเหลือกัน ถ้าผมเอาจำนวนคนมาหารกับหนึ่งนาที ก็เหลือแค่คนละไม่กี่วินาที ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะฉะนั้น ผมจะยกโทษให้ แต่...ผมจะยกโทษให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คราวหน้าถ้าผิดพลาดอีก ทั้งคนฝากและคนรับฝาก ออกทั้งคู่”

    ทุกคนที่กำลังยิ้มดีใจต่างจ๋อย ลิปดาให้ทุกคนกลับไปทำงาน พอคล้อยหลังทุกคน ลิปดาก็ถามอวัศยา ไม่คิดจะขอบคุณตนสักหน่อยหรือ เธอกลับย้อนจนเขาเถียงไม่ออก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์