นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"

    แสนดีรีบมากระจายข่าวให้ทุกคนฟังเรื่องพริบพราวลาออกและตนได้เลื่อนตำแหน่งแทน ทุกคนตกใจระคนแปลกใจ ปราณนต์เองก็ตกใจและเป็นห่วงเธอไม่น้อย อยากโทร.ไปถามแต่ยังทิฐิและโกรธอยู่ พอรุจน์ถามเขาจึงตอบว่า ตนกับเธอเลิกกันแล้ว ทุกคนช็อกอีกครั้ง

    ระหว่างที่ปราณนต์ครุ่นคิดเรื่องพริบพราว แอบรักก็ส่งเมลกลับมา เขารีบเปิดอ่าน

    “ปราณนต์ ถ้าเธอพร้อมจะเจอกับฉันในโลกความเป็นจริง ฉันก็พร้อมที่จะเจอ...อวัศยา”

    ปราณนต์ตื่นเต้นเมื่อเห็นอวัศยาเปิดเผยตัวเป็นแอบรัก แต่พอปิดเมลก็เห็นภาพพริบพราวหน้าจอ ทำให้เขาว้าวุ่น...ตัดสินใจ ตนต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เขาส่งเมลกลับหาอวัศยาว่าพร้อมจะเจอเสมอ อวัศยาอ่านแล้วคิดว่าตัวเองทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว...อวัศยาคิดถึงเมื่อเช้าที่พริบพราวมาหาตนแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พริบพราวกลับขอบคุณและขอโทษที่ผ่านมา

    “ช่างมันเถอะ ฉันลืมไปหมดแล้ว อีกอย่างฉันก็ทำไม่ดีกับเธอไว้หลายอย่างเหมือนกัน ถือซะว่าเราหายกัน”

    พริบพราวซาบซึ้ง พุ่งเข้ากอดอวัสยาปล่อยโฮ “ณนต์เขาเกลียดพราวแล้วค่ะ เขารู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว พราวเป็นผู้หญิงที่แย่มากในสายตาณนต์ แต่มันก็สมควรแล้วที่เขาจะโกรธ เกลียดพราว พราวผิดเอง พราวแย่เอง พราวรับผิดทุกอย่าง” พริบพราวสะอื้น
    อวัศยาค่อยๆคลายความตกใจแล้วกอดปลอบเหมือนพี่สาวปลอบน้อง “รอสักพักแล้วค่อยพูดกับณนต์ บางทีเขาอาจจะเข้าใจ”

    พริบพราวผละออกปาดน้ำตา กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “พราวคงไม่พูดอะไรกับณนต์อีกแล้ว มันหมดเวลาของพราวแล้วค่ะ คนที่จะต้องบอกความจริงกับณนต์ คือพี่ศยาค่ะ” พริบพราวกุมมืออวัศยา “พราวได้อ่านทุกข้อความที่แอบรักคุยกับณนต์ มันเป็นข้อความที่น่ารักมากๆ พราวไม่แปลกใจเลย ทำไมณนต์ถึงตกหลุมรักแอบรัก พราวผิดเองที่เข้ามาทำลายมัน พราวขโมยณนต์จากพี่ศยามานานเกินไปแล้ว พราวขอคืนเขาให้พี่ คืนให้แอบรักตัวจริง ที่พราวเคยพูดว่าณนต์จะผิดหวังถ้ารู้ว่าพี่ศยาเป็นแอบรัก มันไม่เป็นความจริง พราวขอโทษ...”

    พริบพราวสะอื้นก่อนจะบอกว่า ไม่ว่าอวัศยาจะเป็นความรักที่อยู่ในสายหมอกหรือปีศาจหลังพุ่มไม้ ออกมาหาปราณนต์เสีย เขารออยู่ ตนรู้ว่าเธอจะดูแลเขาได้ดีกว่าตน... น้ำตาพริบพราวอาบแก้ม อวัศยาสงสารดึงเธอเข้ามากอดปลอบอย่างอ่อนโยน ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่สวยงาม...

    อวัศยามองมือถือในมือ คิดว่าตัวเองทำถูกต้องแล้ว ชีวิตต้องเดินต่อไป...

    หลังเลิกงาน ปราณนต์รีบเดินออก พลันลิปดาเรียกไว้ถามรู้เรื่องพริบพราวแล้วใช่ไหม เขารับว่ารู้พร้อมคนอื่นๆ ลิปดาจึงถามรู้สาเหตุการลาออกของพริบพราวไหม ปราณนต์ส่ายหน้าอึกอักก่อนจะบอกว่า ตนกับเธอเลิกคบกันแล้ว ลิปดาตกใจแต่ไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว ปราณนต์จึงขอตัวเพราะมีนัดกับคนสำคัญ ลิปดาเอะใจรีบโทร.ไปถามศรันยูว่าอวัศยาทำอะไรอยู่

    ooooooo

    มุมหนึ่งในสวนสาธารณะ ปราณนต์ปั่นจักรยานมาถึง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ เขาใจเต้นรัวเดินเข้ามาใกล้ๆ เรียก...คุณแอบรัก เธอหันมา ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ หญิงสาวเอ่ยขึ้น

    “ผิดหวังไหม...”

    “ผมไม่รู้สึกผิดหวังแม้แต่นิดเดียวที่รู้ว่าแอบรักคือพี่ศยา...แล้วพี่โกรธ...”

    “ฉันไม่เคยโกรธเธอเลย ที่เธอคิดว่าพริบพราวคือแอบรัก และฉันก็ไม่โกรธพริบพราวด้วย” ทั้งสองพูดพร้อมกันว่า “พี่เข้าใจ?” แล้วต่างก็หัวเราะออกมาคลายความเกร็งลดลง

    ปราณนต์เอ่ยถาม “ผมอยากรู้ว่าทำไมพราวถึงรู้เรื่องการนัดของเรา ทำไมตอนพราวเป็นแอบรักแล้วพี่ไม่บอกผม...ทำไมพี่ไม่ปกป้องตัวเอง...ทำไมไม่ปกป้องแอบรัก ทำไมล่ะครับพี่”

    “เราข้ามตรงนั้นกันมาแล้ว อย่าถามเหตุผลกันเลยว่าทำไม ไหนๆเราก็เริ่มต้นมาเจอกันใหม่ เราก็เริ่มอะไรใหม่ๆดีกว่า ไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา”

    ปราณนต์หวนคิดคำพูดเหมือนที่พริบพราวเคยพูด อวัศยาเห็นสีหน้าจึงถามเป็นอะไร เขาส่ายหน้า “เปล่าครับ... ดีครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่แล้วเราจะเริ่มต้นกันในสถานะอะไรครับ”

    อวัศยาอึกอัก เป็น...ปราณนต์โพล่งขึ้นพร้อมกันว่า เป็นแฟนกันไหม ทั้งสองอึ้งสบตากันทำนองจะเร็วไปไหม ต่างเคอะเขินลงความเห็นกันว่าไม่เร็วไปเพราะเราแชตกัน คุยอีเมลกันมานาน รู้จักกันพอสมควรและที่สำคัญต่างเป็นผู้ใหญ่แล้ว ปราณนต์อยากเข้ากอดอวัศยาแต่จดๆ จ้องๆ อวัศยาก็ตั้งรับ กว่าจะหาล็อกที่เข้ากอดกันได้เหมือนมีบางอย่างไม่ลงตัว

    ในคืนนั้น พริบพราวย่องกลับมาที่บริษัทเพื่อเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงาน ลิปดาเดินเข้ามาถามแน่ใจหรือว่าจะไป เธอพยักหน้าทั้งน้ำตา เขาเตือนว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันอันตราย

    “แต่ถ้าพราวไม่ทำ ก็อาจจะมีลูกค้าของนารากรอีกหลายคนต้องเป็นอันตราย พราวทำสิ่งผิดพลาดมามากแล้ว พราวขอทำในสิ่งที่ถูกต้องบ้าง เผื่อมันจะลบล้างความผิดที่เคยทำไว้”

    “แล้วเรื่องพราวกับปราณนต์...”

    “มันจบแล้วค่ะ ณนต์รู้ความจริงหมดแล้วว่าพราวไม่ใช่แอบรัก และตอนนี้ก็คงจะรู้แล้วว่า แอบรักที่แท้จริงเป็นใคร” น้ำเสียงพริบพราวสั่นเครือ ลิปดาเองก็สะเทือนใจ

    ทนไม่ได้ที่จะเสียคนรักไป ลิปดาแล่นมาที่คอนโดศรันยูพร้อมช่อดอกไม้เพื่อง้องอน ขณะที่นั่งรออวัศยา กลับได้เล่ารายละเอียดให้ศรันยูฟังทั้งหมด...อวัศยากลับมาถึงสีหน้ามีความสุขบอกเพื่อนว่าตนค้นพบแล้วว่าตนกับปราณนต์คืออะไรที่เข้ากันได้ดีมาก มองตากันก็รู้ว่าคิดอะไร พูดคำต่อคำกันได้ มันใช่มากๆ...ศรันยูหน้าเสียพยายามส่งซิกปรามเพื่อนแต่เธอไม่เก็ทยังย้ำว่าเธอกับปราณนต์ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว อวัศยาพรั่งพรูโดยไม่รู้เลยว่า ลิปดายืนอยู่ข้างหลัง จนกระทั่งเห็นสีหน้าเพื่อนแปลกๆ จึงหันกลับไปมอง เห็นลิปดาถือช่อดอกไม้ยืนอยู่

    อวัศยาอ้าปากค้าง ลิปดาเข้ามายื่นช่อดอกไม้ “ผมได้ยินหมดแล้ว...ก็...ยินดีด้วย ถือว่าผมเอาดอกไม้มาแสดงความยินดีก็แล้วกัน วันนี้คุณสวยมาก ที่เขาพูดว่าผู้หญิงเวลามีความรักจะสวยขึ้น มันคงจะจริง ขอให้มีความสุขนะศยา” ลิปดาหันหน้าหนีกลับออกไป

    อวัศยายืนช็อก ศรันยูวิ่งตามลิปดาเพื่อถามไม่อธิบายอะไรให้อวัศยาเข้าใจก่อนหรือ เขาส่ายหน้าให้เธอเข้าใจแบบนั้นดีแล้ว ขอบคุณที่พยายามช่วย แต่ให้เกียรติการตัดสินใจของเธอ เมื่อเธอเลือกคบกับปราณนต์ ตนก็ต้องถอย...ศรันยูรู้สึกเห็นใจเขามาก กลับเข้าห้องอยากอธิบายแก่อวัศยามาก แต่ดูเธอไม่พร้อมจะฟังอะไร

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ปราณนต์บอกคนในครอบครัวว่าตนเลิกกับพริบพราวแล้ว ทุกคนตกใจ ไม่ทันไรเขาก็บอกอีกว่า ตอนนี้เป็นแฟนกับอวัศยา ทุกคนอึ้งเหวอ งงไปตามๆกัน

    วันนี้เป็นวันแรกที่พริบพราวเข้ามาทำงานในบริษัทองศา ซึ่งมีชื่อบริษัทว่า ONG ระหว่างที่เดินเข้ามาปุ้มโทร.มาถามเรื่องที่เลิกกับปราณนต์ พริบพราวขอให้ไปถามปราณนต์เอง แต่ตนยอมรับว่าอวัศยาเป็นคนดีมากเหมาะสมที่จะดูแลเขา...พริบพราวสะเทือนใจพยายามตัดเรื่องส่วนตัวออกแล้วพร้อมจะเข้าไปลุยกับปัญหาใหม่

    ทันทีที่ก้าวเข้ามา เห็นรุ้งลดาวางตัวเป็นเถ้าแก่เนี้ยอบรมพนักงานใหม่ พอหันมาเห็นพริบพราว รุ้งลดาก็แผ่รังสีอำมหิตทันที ก้าวเข้าประจันหน้าถามมาทำอะไร พริบพราวตอบมาทำงาน เธอไล่ มาทางไหนกลับไปทางนั้นไม่ให้ทำ ทันใดเสียงองศาดังขึ้น “แต่พี่ต้อนรับ”

    รุ้งลดาเสียหน้าที่องศาเหมือนออกคำสั่ง ประกาศว่าเป็นคนรับพริบพราวเข้ามา แถมเชื้อเชิญไปห้องทำงานซึ่งเดิมเป็นห้องของรุ้งลดา เธอโวยไม่ยอม องศาเข้ากระซิบเสียงเข้ม

    “อย่ามาขึ้นเสียงกับพี่ต่อหน้าคนอื่น มีอะไรค่อยคุยกัน...” แล้วก็กล่าวเสียงดังขึ้น “รุ้งชงกาแฟมาให้คุณพริบพราวด้วย” องศาผายมือเชิญพริบพราวเข้าไปในห้อง รุ้งลดาแค้นใจเดินไป

    องศาไม่รอช้าหยอดว่าห้องนี้ยกให้พริบพราว แล้วเข้าประเด็น “สำหรับเรื่องลูกค้าตอนนี้ผมมีบางส่วนที่เป็นลูกค้าธนาคารอยู่บ้าง พอรู้ว่าผมเปิดบริษัทซื้อขายหุ้นก็ตามกันมาเปิดพอร์ต แต่ก็ยังไม่พอ ผมต้องการลูกค้าเงินหนาๆ เทรดเยอะๆ อย่างลูกค้าของคุณพราวที่นารากร”

    “พราวทราบค่ะ แต่ตอนนี้คงยังไม่ได้ ถ้าลูกค้าไปปิดบัญชีกับนารากรแล้วย้ายมาเปิดบัญชีกับพราวที่นี่ พราวอาจจะโดนนารากรฟ้องหรือร้องเรียนได้ว่าไม่มีจริยธรรมทางวิชาชีพ เพราะการดึงข้อมูลและดึงลูกค้ามาจากบริษัทเดิมมันผิดหลักการ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ พราวแอบๆคุยกับลูกค้าไว้บ้างแล้ว ทุกคนจะย้ายตามมาแน่นอน รวมทั้งลูกค้าพี่ศยาที่พราวดูแลแทน รับรองมาแน่ แต่ต้องค่อยๆทยอยมา อีกอย่างบริษัทพี่องศาก็เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ต้องการชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ พราว ไม่อยากให้มีข่าวไม่ดีออกไปค่ะ”

    องศาอึ้งแต่ทำยิ้มรับชมว่ารอบคอบมาก พริบพราวแอบทำหน้าขยะแขยงอยากให้เขาออกไปเสียที รุ้งลดาเห็นสายตาองศาที่มองพริบพราวยิ่งแค้นใจ พอองศาออกไปรุ้งลดาก็ถือถาดกาแฟและเค้กเข้ามา บรรยากาศดูตึงเครียด รุ้งลดากล่าวเสียงเข้ม

    “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรับงานนี้ แต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ อย่ามายุ่งกับพี่องศา...”

    “ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ ไม่ต้องเสียเวลาอ้าปาก ฉันไม่สนใจแฟนเธออยู่แล้ว บอกเขาอย่ามายุ่งกับฉันก็พอ ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานไม่มีเวลามาไร้สาระ”

    ไม่คาดคิด รุ้งลดายกถ้วยกาแฟเทราดหัวพริบพราว เธอตกใจไม่ทันไรก็โดนเค้กแปะใส่หน้าอีก พริบพราวตกใจ รุ้งลดาขู่นี่แค่เบาๆ ไม่อย่างนั้นจะเป็นน้ำร้อน แต่ถ้าไม่ทำตามที่พูดคิดแทงข้างหลัง เจอหนักกว่านี้แน่ รุ้งลดาเชิดออกไป...

    พริบพราวคิดย้อนถึงคราวที่อวัศยาล้มไปใส่เค้ก มันคงเป็นเวรกรรมตามสนอง พริบพราวรู้สึกอนาถกับชีวิตตัวเอง

    ต่างกับอวัศยาที่ส่งข้อความหยอกเย้ากับปราณนต์ดูรักกันแต่ในใจไม่ได้รู้สึกตามไปด้วยเลย...รุจน์เห็นปราณนต์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมือถือ จึงยื่นหน้ามาถามมีความรักอีกหรือ ไม่ทันจะตอบ แสนดีวิ่งมาบอกว่ามีคนมาขอพบจะคุยเรื่องพริบพราว...ปราณนต์รีบออกไปที่หน้าตึกพบรุ้งลดา เธอโวยให้เขาอบรมแฟนตัวเองอย่ามายุ่งกับแฟนตน ปราณนต์เจ็บจี๊ดถามพริบพราวทำอะไร...แสนดี ลิลลี่ รุจน์ พีระและนิดาตามมาแอบฟัง รุ้งลดาใส่ปราณนต์ไม่รู้จริงหรือว่าพริบพราวไปทำงานกับองศา กลุ่มแสนดีตกใจ ศรันยูผ่านมาจึงเข้าร่วมแอบฟัง รุ้งลดาเสียงดังลั่น

    “มันประจบประแจงจนพี่องศายกห้องทำงานรุ้งให้มัน ตอนนี้รุ้งกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว มันคงแค้นที่รุ้งเคยเป็นแฟนณนต์ โอเค ที่ผ่านมารุ้งอาจจะมายุ่งกับณนต์บ้าง แต่เราจบกันไปตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่มันมาอาละวาดใส่รุ้ง แล้วตอนนี้มันจะต้องการอะไรอีก”

    “ผมไม่รู้ ถ้ารุ้งอยากรู้ก็ไปถามเขาเอง ตอนนี้ผมกับพริบพราว เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เรื่องนี้ผมจะไม่ เข้าไปยุ่ง” ปราณนต์อายสายตาคนแถวนั้นที่มองมาจึงเดินหนี

    รุ้งลดาโกรธและผิดหวัง ตะโกนไล่หลังปราณนต์...เขาจะต้องเสียใจ ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่เขาคิด เธอจะ ทำให้เขาและทุกคนในนารากรต้องเดือดร้อน จำคำพูดตนไว้ ถ้าไม่ช่วยตนหยุดผู้หญิงคนนั้น เตรียมรับความซวยได้เลย...ปราณนต์หันกลับมาด้วยความตกใจ

    ในแคทีน ลิลลี่ แสนดี นิดากรูกันเข้ามาด้วยอาการคันปาก พีระกับรุจน์ตามมา ศรันยูแอบฟังอยู่ห่างๆ ลิลลี่เม้าท์ไปดมยาดมไป ว่าพริบพราวไม่รู้หรืออย่างไรว่าองศาอิจฉาลิปดาอย่างกับอะไรดี แสนดีงงนึกว่าเป็นพี่น้องที่รักกันดี นิดาบอกว่าองศาอิจฉาอยู่ฝ่ายเดียว คอยชิงดีชิงเด่น แสนดีอึ้งคิดถึงที่องศาชวนไปทำงานและให้ถ่ายเอกสารประวัติลูกค้าสำคัญๆให้เขาศึกษา อ้างว่าบอกลิปดาแล้ว...
    พีระเห็นหน้าแสนดีซีดถามเป็นอะไร เธอรีบกลบเกลื่อน

    “เปล๊า...ฉันแค่อึ้ง ไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องจะอิจฉากันเอง เออนี่! มันจะเป็นไปได้หรือเปล่าที่พริบพราวไปทำงาน ฉันเลยไม่ได้งาน หรือนางจะเป็นคนเขี่ยฉัน! ต้องใช่แน่ๆ ร้ายจริงๆ!”

    ปราณนต์เดินมาได้ยินหน้าเสีย ลิลลี่ผสมโรง

    ตนบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ดีงามเหมือนรูปลักษณ์ ไม่มีใครเชื่อแล้วที่ว่านารากรจะซวยมันคืออะไร ทุกคนเริ่มฮือฮา ศรันยูเห็นปราณนต์ยืนอึ้งก็สงสาร ทำทีทักเสียงดังให้ทุกคนหยุดพูดแล้วบอกให้กลับไปทำงาน ปราณนต์อยากโทร.ถามพริบพราว แต่ด้วยทิฐิจึงเปลี่ยนใจ...ศรันยูกลับมาเล่าให้อวัศยาฟัง เธอไม่อยากเชื่อ ต้องมีอะไรเบื้องหลังแน่ๆ แล้วก็เกิดห่วงว่าลิปดารู้เรื่องนี้หรือยัง

    ooooooo

    วันต่อมาลิปดากำลังจะเข้าร้านของจารวี เห็นตุ๊กตาเซรามิกหน้าร้านใส่แว่นเหมือนอวัศยาก็ให้คิดถึงหยิบมือถือมากดถ่าย แต่พอจะส่งไปหาก็ชะงักลังเลแล้วกดทิ้ง...เดินเข้ามาในร้านได้ยินเสียงหัวเราะกันสนุกสนาน เสียงเจมส์ร้องกรี๊ดด้วยความสนุก วิ่งออกมา

    ลิปดาเห็นแมทวิ่งไล่จับลูกชาย ตามออกมาด้วยจารวี ก็เข้าใจในทันทีว่าคืนดีกันแล้ว แมทหยุดเล่นเข้ามาขอบคุณลิปดาที่ช่วยดูแลครอบครัวตนที่ผ่านมา...แมทรับเจมส์ออกไปเที่ยว จารวีส่งสองพ่อลูกขึ้นรถโบกมือให้สีหน้ามีความสุขมาก ลิปดาแซว เธอยิ้มอายๆไม่ปฏิเสธ

    “เพราะคำพูดของลิปทำให้แจนกลับมาคิดได้ว่าแจนยังรักเขาอยู่ เราเลยเปิดอกคุยกัน เขาก็เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เลิกกัน เขาไปเจอผู้หญิงมากมาย แต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่า คนที่ดีที่สุดและเข้ากับเขาได้มากที่สุดก็คือแจน เขาก็เลยคุกเข่าขอโอกาส แล้วก็...ขอแต่งงาน”

    “ว้าว! เป็นข่าวดีมากๆเลย ดีใจด้วยนะแจน”

    “แจนต้องขอบคุณลิปมากๆที่ดูแลและเป็นเพื่อนที่ดีกับแจนมาตลอด ลิป...แจนไม่สบายใจเลยเรื่องคุณศยา แจนอยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจว่าระหว่างเราไม่มีอะไรโดยเฉพาะเรื่องลูก”

    “ช่างมันเถอะ พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เขามีแฟนไปแล้ว”

    จารวีตกใจ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นปราณนต์ก็ยิ่งสงสารลิปดาสุดๆ...ช่วงบ่ายอวัศยาเดินฉับๆเข้ามาในบริษัท พนักงานต่างยกมือไหว้อย่างเกรงๆ ลิลลี่กำลังบ่นกับแสนดีว่าช่วงนี้ทานอะไรไม่ลง อาเจียนอย่างเดียว แสนดีท้วงว่าดูอวบขึ้น พลันนิดาส่งเสียงทักอวัศยา ทุกคนชะงักหันมายกมือไหว้ทักทาย มีเพียงปราณนต์ที่ยืนอึ้ง อวัศยาหันมาเจอยืนนิ่งเหมือนถูกกดปุ่มค้างไว้เช่นกัน

    พอรู้สึกตัวก็กลบเกลื่อน “อ๋อ...ฉันสบายดี ขอบใจที่ถาม ฉัน...ไปทำงานก่อนนะ คุณนิดาเอาสรุปงานทุกอย่างระหว่างที่ฉันไม่อยู่มาให้ที่ห้องด้วย” อวัศยาเดินผ่านปราณนต์ที่ยังยืนนิ่งอยู่

    ทุกคนหันมามองปราณนต์ เขารู้สึกตัวกลบเกลื่อนว่ามีนัดคุยงานกับลูกค้าแล้วเดินไป พีระ ลิลลี่ แสนดีและรุจน์สุมหัวลงความเห็นว่ามีอะไรแปลกๆ

    ศรันยูมานั่งฟังอวัศยาบ่นก็เข้าใจ “แหม มันจะไม่แปลกได้ยังไง เธอไม่มีแฟน พอจะมีก็ดันเป็นลูกน้องตัวเองที่อายุน้อยกว่า ก็เงี้ยแหละ ทำตัวไม่ถูก ส่วนปราณนต์ก็เพิ่งเลิกกับแฟนดันมาควงเจ้านายตัวเอง ก็เลยไม่รู้ทำตัวทำหน้ายังไง”

    “มันจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม”

    “ถ้าเธอกับณนต์แคร์คนอื่นมันก็นาน แต่ถ้าไม่แคร์เปิดตัวไปเลยก็หายวับไปทันที เธอเดินไปหาปราณนต์แล้วก็แกล้งพูดดังๆว่า เย็นนี้เลิกงานแล้วไปดูหนัง ฟังเพลง กินข้าวเข้าโรงแรม”

    อวัศยาร้องเฮ้ย! ศรันยูรีบแก้ว่าพูดเล่น แค่กินข้าวดูหนัง ให้กล้าเปิดเผยจะได้ไม่อึดอัด อวัศยาเครียด

    ศรันยูแกล้งพูดลอยๆ “นี่แหละน้า...คิดจะคบเด็กแถมเป็นลูกน้องตัวเองก็ต้องทำใจ”

    ไม่ทันไร นิดาเคาะประตูเปิดเข้ามาบอกว่า ลิปดาเชิญไปพบที่ห้อง แล้วกลับออกไป ศรันยูแย็บทันที ถ้าคบคนรุ่นเดียวกันแถมเป็นเจ้านายก็ไม่มีอะไรต้องหนักใจ อวัศยาหันมาจิกตาใส่ ยืดคอเดินฉับๆออกไปทั้งที่ตื่นเต้นจะได้เจอลิปดา แต่ต้องข่มใจไว้

    ลิปดาก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน พอได้ยินเสียงเปิดประตู ก็วางมาดนั่งเก๊ก อวัศยาถามเสียงขุ่นมีธุระอะไร เขาหันมองแล้วถาม ทำไมกลับมาแต่งตัวแบบเดิม นึกว่าคบเด็กแล้วจะไม่กลับมาเป็นป้าแว่น อวัศยาปรี๊ด “ถ้าบอสจะเรียกฉันมาจิกกัดขำๆ ฉันไม่รับฟังเพราะมีเรื่องสำคัญกว่าจะคุยด้วย...บอสรู้หรือเปล่าว่าพริบพราวไปทำงานกับคุณองศา”

    “รู้...ในวงการบริษัทเปิดใหม่ ก็วิ่งไล่ซื้อตัวมาร์ฯอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องซีเรียส”

    อวัศยาติงเขาก็รู้ว่าองศามีเจตนาไม่ดี ไม่คิดจะเตือนพริบพราวบ้างหรือ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ลิปดาว่าพริบพราวโตแล้วจะไปสอนอะไร เขาดูแลตัวเองได้ ห่วงตัวเองดีกว่า คบเด็กแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...ลิปดาแกล้งยื่นหน้ามาเย้า อวัศยาถอยห่างโกรธๆ

    “เรื่องส่วนตัวฉันบอสไม่มีสิทธิ์มายุ่ง ฉันจะคบกับใครเป็นยังไงก็เรื่องของฉัน...ส่วนบอสจะคบกับใคร แอบมีลูกไว้กี่คน ฉันจะไม่ยุ่งเหมือนกัน นับจากนี้ไป ฉันกับบอสเราเป็นแค่เจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น จบนะ...” พูดจบอวัศยากลับออกไป ลิปดาได้แต่ถอนใจ

    อวัศยาออกมาก็ยืนถอนใจอยู่หน้าห้อง นึกถึงคำพูดของศรันยูที่ให้เปิดเผยไปเลยว่าคบกับปราณนต์ แค่เดินไปชวนเขาดังๆ ไปกินข้าว ไปเที่ยวกัน คนอื่นก็จะเดาออกเอง...อวัศยาสูดลมหายใจเข้าเดินตึ่งๆไปยังโต๊ะปราณนต์ เขาตกใจนิดๆ ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว ศรันยูยืนลุ้น

    อวัศยาชะงัก รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องของทุกคน ตัดสินใจพูดออกไป “อย่าลืมส่งเมลสรุปงานระหว่างที่พี่ไม่อยู่มาให้ดูด้วย” ปราณนต์รับคำ ทุกคนมองอย่างคาใจ ศรันยูกลอกตาเซ็ง

    เดินกลับมาพ้นสายตาคน อวัศยาก็พิมพ์ข้อความส่งหาปราณนต์ “วันนี้เลิกงานแล้วทำอะไรหรือเปล่า พี่จะชวนไปเที่ยวแบบ...ไปเดตกันน่ะ”

    ปราณนต์ไม่เข้าใจว่าเมื่อกี้ทำไมไม่ชวน แต่ก็พิมพ์กลับไปว่าแล้วเจอกันครับ...อวัศยาอ่านแล้วถอนใจทำไมมันช่างอึดอัดแบบนี้ มีแฟนอย่างกับคบชู้ ด้านปราณนต์เห็นสายตาคนอื่นที่จับจ้องก็คิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง

    ด้านพริบพราว ทำงานด้วยความลำบาก เพราะพนักงานทุกคนกลัวรุ้งลดา ไม่กล้าให้ความร่วมมือในการทำงานใดๆ พริบพราวขอเอกสารจากเลขา เธอก็บอกว่าเธอเป็นเลขารุ้งลดา พริบพราวจำต้องไปค้นเอกสารในห้องเอกสารเอง พอหอบกลับมาก็โดนรุ้งลดาแกล้งขัดขาล้ม

    พริบพราวเงยหน้าโวยรุ้งลดาตั้งใจแกล้ง เธอเข้ามายืนค้ำหัวเยาะ “ฉันไม่ได้ต้องการให้เป็นความลับอยู่แล้ว รู้ก็ดีจะได้เจียมตัว” พูดจบรุ้งลดาแกล้งเตะแฟ้มเอกสารกระจายแล้วเชิดไป

    พริบพราวจำต้องอดทนอย่างน่าสงสาร

    ooooooo

    ในขณะที่ปราณนต์กับอวัศยามายืนหน้าโรงหนัง ปราณนต์พยายามหยอกล้อให้เธอครึกครื้น อวัศยาฝืนทำตัวเหมือนเด็กสนุกไปด้วย ต่างเคอะเขินจะทำอะไรก่อนระหว่างกินข้าวกับดูหนัง ปราณนต์รู้สึกว่าอวัศยาตื่นเต้น จึงจับมือเธอมากุมไว้

    “ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องตื่นเต้น ผมคือปราณนต์คนเดิมที่พี่รู้จัก พี่ทำตัวตามสบายเหมือนตอนเราแชตกัน เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องกลัวคนมาเห็น เพราะผมบอกความจริงกับทุกคนหมดแล้ว”

    อวัศยาหน้าเหวอ ปราณนต์เล่าว่าตนสารภาพกับทุกคนที่บริษัทแล้วว่าตนเป็นแฟนกับเธอ ตนไม่อยากให้เธออึดอัดอีก ไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้ว อวัศยาตกใจแต่กลบเกลื่อนว่าเขาทำถูกแล้ว ทั้งสองจูงมือกันเดินแม้จะดูฝืนๆแต่ต่างก็พยายามทำให้มีความสุข

    คืนนั้นพริบพราวทำงานจนดึก พยายามค้นข้อมูลหาหลักฐานความไม่โปร่งใสของบริษัทองศา พลันได้ยินเสียงองศาคุยกับใครจึงแอบมอง เห็นเขาแสดงความยินดีกับชาลีที่เข้ามาร่วมหุ้น ทั้งสองหัวเราะร่ากล่าว ถ้าไม่รวยไม่เลิก...พริบพราวคุ้นๆกับชื่อชาลี จึงเสิร์ชหาข้อมูล

    พบว่าเป็นพ่อมดตลาดหุ้น นักปั่นหุ้นตัวพ่อ ยิ่งรู้สึกกลิ่นไม่ดีมากขึ้น...

    วันนี้ลิปดาเซ็นคืนสิทธิ์ความเป็นพ่อให้แก่แมทที่ที่ว่าการอำเภอ ระหว่างเดินออกมา พริบพราวโทร.มาเล่าเรื่องชาลี ลิปดาห่วง “พี่องศาไปหุ้นกับคนแบบนั้น อันตรายมากถ้าไม่รวมหัวกันหลอกคนอื่น พี่องศาก็อาจจะโดนหลอกซะเอง ขอบใจพราวมากที่ส่งข่าว พราวถ้าเห็นท่าไม่ดีรีบลาออกมาซะ อย่าทำอะไรเสี่ยงๆรู้หรือเปล่า...พี่ขอย้ำอีกครั้งพราวไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้นะ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับใครทั้งนั้น อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมารวมกับเรื่องนี้ มันคนละเรื่องกัน”

    “พราวรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แต่ทำเพื่อความถูกต้อง สิ่งที่พราวเป็นห่วงที่สุดคือลูกค้า คนที่เอาเงินมาลงทุน พราวขออยู่หาหลักฐานอีกสักพักถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะรีบบอกพี่ลิป แต่ถ้ามันไม่มีอะไรก็จะรีบลาออกและไปทำงานต่างประเทศตามที่ตั้งใจไว้”

    ลิปดาถามไม่กลับมาทำงานที่นารากรแล้วหรือ พริบพราวตัดบทวางสาย เธอคิดถึงวันที่องศามาหาที่บ้านเพื่อยื่นข้อเสนอใหม่ด้วยเงินเดือนและคอมมิชชั่นสูงขึ้นและยังรับแสนดีทำงานด้วยเพื่อเป็นเพื่อนกัน...

    พริบพราวฉุกคิดที่เห็นแสนดีแอบถ่ายเอกสารประวัติลูกค้าจึงขอให้ลิปดาเลื่อนตำแหน่งแสนดีมาแทนที่ตนและตนจะไปทำงานกับองศาเพื่อหาหลักฐานปิดบริษัทก่อนที่จะหลอกพนักงานคนอื่นไปพร้อมกับประวัติลูกค้าอีก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์