นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"

    เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ถ้าคุณยังหาหุ้นดีๆที่ถูกใจไม่ได้ก็อย่าเพิ่งลงทุน อย่าลงทุนด้วยความโลภ เพราะคุณมีสิทธิ์จะเจ๊งสูง ความรักก็เหมือนกันอย่าให้ความเหงาความอ้างว้างทำให้คุณเลือกที่จะรักใครก็ได้ จงรอคอยคนที่ใช่ และถ้าคุณเจอจงคว้าเขาไว้ อย่าให้กลายเป็นความฝันที่ไม่จริง คำกล่าวของอวัศยามาร์ตัวแม่... คอลัมนิสต์เรื่องหุ้นที่ทำให้คนอ่านเข้าใจง่าย

    อวัศยายังเป็นผู้จัดการฝ่ายมาร์เกตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์นาราภัทร ด้วยวัยสามสิบต้นๆ บุคลิกเคร่งขรึม จริงจังกับงาน คนทั้งบริษัทจึงตั้งฉายาให้ว่า “อสรพิษสี่ตา”

    เช้ามืดวันนี้ ขณะที่อวัศยาดูข่าวตลาดหุ้น มีรายงานข่าวด่วนเข้ามา ท่าทางเธอตกใจ...หลังจากนั้นทุกคนในบริษัทถูกเรียกเข้าประชุมด่วน แต่ละคนเดินเข้ามาด้วยสภาพสะลึมสะลือ บางคนเดินแต่งหน้า บางคนเดินจิบกาแฟ บางคนบ่นอุบอะไรนักหนาต้องด่วนขนาดนี้

    “ต้องด่วนสิคะ ไม่อย่างงั้นนัง...เอ๊ย คุณศยาไม่โทร.จิกเรามาประชุมตอนฟ้ายังไม่สางหรอกค่ะ” แสนดี พนักงานคนหนึ่งที่ไม่ชอบอวัศยาเอาเสียเลย

    “พี่เช็กแล้ว ข่าวด่วนสุดก็มีแต่ข่าวชาวบ้านเจอจิ้งจกสามหัว สงสัยนังศยามันกลัวคนไปแห่ซื้อหวยแทนซื้อหุ้นมั้งคะ” เพ็ญพูดไปแต่งหน้าไปอย่างหงุดหงิด
    แสนดีหน้าหงิกบ่นเป็นความซวยของพวกตนที่มีหัวหน้าแบบอวัศยา ถ้ามีหัวหน้าดีๆแบบเพ็ญ ชีวิตพวกตนคงมีความสุขมากกว่านี้ เพ็ญยิ้มหยัน “ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าวันนี้นังศยามันพลาด พี่จะทำให้มันอับอาย จะต้องระเห็จออกไปจากที่นี่”

    ด้านลานจอดรถ รุจน์ตาลีตาเหลือกลงจากรถ เห็นรถอวัศยาแล่นเข้ามาก็รีบกดแชตบนมือถือว่า...

    มิสคานทองจอดยานแล้ว...ลิลลี่ พีระ นิดาและพนักงานอีกสี่ห้าคนตะลีตะลานทำกิจวัตรของตัวโดยเร็ว นิดารีบเก็บของกินบนโต๊ะ “เร็วสิ คุณศยามาเห็นเอาของเข้ามากิน ตายกันหมด”

    อวัศยาก้าวเท้าลงจากรถอย่างกระฉับกระเฉง กดมือถือโทร.ออก “ตอนนี้บอสอยู่ที่ไหน”

    “กำลังเข้าออฟฟิศ เรียกทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม ล่วงหน้ากันไปเลย ผมตามทัน” ลิปดาหนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัท ขี่ช็อปเปอร์มาดเท่มาอย่างรวดเร็ว

    ศรันยูเดินหอบเอกสารมาทันอวัศยาที่ออกจากลิฟต์ถามเขาทันไหม ศรันยูเดินบิดอย่างมีจริตรายงานเพื่อนสาวว่า “พจนานุกรมของศรันยูไม่มีคำว่าไม่พร้อม มีแต่คำว่า เป๊ะทุกกระเบียด”

    อวัศยายิ้มให้อย่างพอใจ ศรันยูเปลี่ยนท่าทางเป็นแมนเดินตัวตรงเคียงคู่กันไปยังห้องประชุม...เปิดประตูเข้ามา อวัศยาถามทุกคนว่าพร้อมกันแล้วใช่ไหม เพ็ญสวนทันที

    “คุณอวัศยาเรียก ไม่พร้อมได้ด้วยหรือคะ” แสนดี ยกนิ้วโป้งให้เพ็ญ ทำนองเริ่ดมาก

    รุจน์กระซิบลิลลี่ “เจ๊เพ็ญจะก่อสงครามแต่เช้าทำไม เดี๋ยวก็เละเป็นโจ๊กหรอก”

    อวัศยาจ้องหน้า เพ็ญมองไม่เกรงกลัว...อวัศยาชี้แจงทุกคนว่า การเรียกประชุมของตนมีความสำคัญต่อบริษัท ไม่ใช่เรียกมาเล่นขายของ พวกเขาจะไม่พร้อมไม่ได้ เพราะไม่มีคำว่าไม่พร้อมในพจนานุกรมของนาราภัทร ทุกคนคงเข้าใจ อวัศยาพยักหน้ากับศรันยู เขากดรีโมตให้จอทีวีทำงานพร้อมกล่าว ที่เรียกประชุมด่วนเพราะข่าวคุณชูเกียรติสะดุดฟุตปาทหน้าผับดัง

    เพ็ญหัวเราะร่าหาว่าตลก ข่าวเครื่องบินชนตึก เกิดสงครามหรือเจอจิ้งจกสี่หัวยังมีผลต่อตลาดหุ้นมากกว่า อวัศยาเอ็ดให้ฟังให้จบก่อน เพ็ญสวน “มีอะไรต้องฟังอีก กะอีแค่ตาแก่คนหนึ่งซุ่มซ่าม จะเรียกพวกเรามารับรู้ทำไม ไปเรียกรถพยาบาลไม่ดีกว่าเหรอคะ ไหนว่าการเรียกประชุมทุกครั้งต้องมีความสำคัญ ไม่ใช่เล่นขายของ ไร้สาระจริงๆ”

    ลิปดาเปิดประตูเข้ามาพอดี “เรื่องนี้ไม่ไร้สาระ ผมเช็กอาการของคุณชูเกียรติแล้ว ตอนนี้โคม่ามาก เต็มที่หมอคาดว่าไม่เกินสองวัน”

    เพ็ญหน้าเสีย คนอื่นๆทำหน้างง ศรันยูจึงสาธยายว่าชูเกียรติเป็นซีอีโอของสายการบินสมาร์ทแอร์ไลน์

    ถ้าอาการเขาเป็นอย่างที่หมอบอก นั่นหมายความว่าหุ้นของสายการบินสมาร์ทแอร์ไลน์ต้องผันผวน ลิปดาเสริม นักลงทุนคงขาดความเชื่อมั่นต่อการประกอบกิจการในอนาคต

    “ถึงจะมีข่าวว่าปีเตอร์ลูกชายคุณชูเกียรติจะสืบทอดกิจการต่อ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้หรือไม่” ศรันยูสรุป

    อวัศยาถามลิปดารู้จักปีเตอร์ คิดว่าเขาเป็นอย่างไร ลิปดาตอบว่าคอแข็งมาก ตนเคยดวลเหล้าด้วยสามครั้ง เพ็ญรีบเสนอหน้า ท่าทางจะเที่ยวเก่ง ทำกิจการเจ๊งแน่ แบบนี้ให้ลูกค้าขายหุ้นทิ้งให้หมดเลยดีไหม อวัศยาสวน “ไม่ได้! ถ้าเขาทำให้บอสยอมดวลเหล้าด้วยถึงสามครั้งทั้งๆที่เขาเป็นผู้ชาย แสดงว่าเขามีอะไรบางอย่างน่าสนใจ”

    ลิปดายิ้มอย่างพอใจ “วิชั่น...ทัศนคติ เวลาคุยกับเขาแล้วเหมือนได้เติมเชื้อไฟให้ตัวเอง เด็กคนนี้อนาคตไกลแน่นอน”

    แสนดีขยับเก้าอี้ออกห่างจากเพ็ญ ด้วยเห็นการวิเคราะห์ของอวัศยาเหนือกว่า ศรันยูชี้แจงต่อว่า “ทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง นักลงทุนตื่นตระหนกแห่กันเทขายหุ้นทิ้ง ศยาถึงเรียกให้ทุกคนรีบมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันก่อนที่ลูกค้าจะตื่นขึ้นมาเจอข่าว”

    ลิปดาบอกทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมรับมือตอนตลาดหุ้นเปิด เขาฝากอวัศยาดูแลก่อนจะออกไปทำธุระ ทุกคนลุกออกจากห้องประชุม อวัศยาเรียกเพ็ญไว้ เธอคว้ามือแสนดีให้อยู่เป็นพวก แสนดีแกะมือออกอ้างว่าต้องเตรียมเอกสารส่งให้ลูกค้า แล้วจ้ำตามเพื่อนๆ ออกไป

    ทุกคนหันมาแนบหูฟังที่ประตูห้องประชุมว่าเพ็ญจะโดนอะไรบ้าง...เพ็ญแทบช็อกเมื่ออวัศยาให้เธอออก แค่ไม่รู้ข่าวชูเกียรติ อวัศยาชี้แจงเหตุผล

    “สิ่งที่คุณไม่รู้คือหน้าที่ของตัวเอง และไม่รู้จรรยาบรรณของการเป็นมาร์เกตติ้งที่ดี ฉันเตรียมใบลาออกไว้ให้คุณมานานแล้ว แต่ยังให้โอกาสเพราะเห็นว่าผัวเด็กของคุณยังเรียนไม่จบ แต่คุณทำลายโอกาสตัวเองด้วยการหาเรื่องเลื่อยขาเก้าอี้ฉัน ใบลาออกนี้ไม่ได้หมายความว่าฉันกลัวคุณแต่ฉันรำคาญที่ต้องสู้รบตบมือกับคนโง่แต่อวดฉลาดและทำท่าจะขายคอนเน็กชั่นลูกค้าให้บริษัทคู่แข่งอย่างคุณ”

    เพ็ญหน้าเจื่อนปฏิเสธ แต่อวัศยาไม่อนุญาตให้พูด แถมอวยพรให้ไม่โดนผัวเด็กหลอกสูบเงิน เพ็ญอ้าปากค้างโกรธตัวสั่นเถียงไม่ทัน พออวัศยาเดินออกไปก็ร้องกรี๊ดลั่น... ทุกคนที่ออหน้าประตูแทบคะมำเมื่อเปิดประตูผาง พีระทำทีว่ารอถามอวัศยา จะให้พวกตนทำอย่างไรกับลูกค้าของเพ็ญ อวัศยาจึงแบ่งลูกค้าให้ทุกคนรับไปคนละสามสี่ราย มีเพียงพีระที่ไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าเขาทำงานช้ากว่าคนอื่น ขอให้ดูแลลูกค้าที่มีอยู่ให้ดีก็พอ

    ooooooo

    พอตลาดหุ้นเปิดทำการ ทุกคนรับโทรศัพท์และชี้แจงลูกค้าไม่ควรเทขายหุ้นสายการบินสมาร์ทแอร์ไลน์กันจ้าละหวั่น พีระอึกอักอธิบายไม่ทัน อวัศยาต้องคอยช่วยเขียนสิ่งที่ควรพูดและทำให้เป็นรายๆไป พีระจึงผ่านความวุ่นวายนี้ไปได้ รุจน์เองก็หืดขึ้นคอจนเข้าห้องน้ำไม่ทัน

    ความโกลาหลทำให้อวัศยาทนไม่ไหว เข้ามาบอกลิปดาว่าต้องการทีมเพิ่ม ลิปดาไม่อนุมัติ เพราะเชื่อว่าที่มีเธอเอาอยู่ อวัศยาจึงขอหนึ่งคนก็ยังดี ลิปดาส่ายหน้า เธอเริ่มจิกตาใส่

    “จากที่ฉันคำนวณมาร์เกตติ้ง หนึ่งคนไม่ควรดูแลลูกค้าเกิน 20 คน แต่ตอนนี้เฉลี่ยแล้วพนักงานดูแลลูกค้าอยู่ 25 คน แปลว่าพนักงานของเราไม่มีเวลาหาลูกค้าใหม่ และลูกค้าก็ได้รับการดูแลไม่ดีเท่าที่ควร เขาอาจปิดบัญชี ทำให้บริษัทต้องเสียลูกค้าอย่างน้อย 75 คน...ลูกค้าแต่ละคนมีพอร์ตอยู่กับเราไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน สรุปแล้วบริษัทสูญเสียเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 750 ล้าน...”

    “โอเค! ผมให้คุณรับเพิ่มอีกหนึ่งคน” ลิปดาแทรกก่อนที่อวัศยาจะร่ายยาวกว่านี้

    อวัศยาขอบคุณ พอจะกลับออกไป ลิปดาเรียกไว้ ยื่นกล่องนาฬิกาให้ “เพื่อนผมเป็นแฟนคอลัมน์คุณ เครซี่คุณมาก ถึงกับขอร้องให้ผมเอามาให้คุณ” เห็นอวัศยาเฉย “นั่นไง...ผมบอกมันแล้วว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลหรอก คุณไม่สนใจของพวกนี้ ขนาดผมให้ตุ้มหูเพชรเป็นของขวัญที่ทำกำไรทะลุเป้าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณยังใส่แค่ครั้งเดียวเอง ของแค่นี้ไม่มีทางทำให้คุณใจอ่อน...เพราะจริงๆแล้ว

    คุณเป็นคนไม่มีหัวใจ” ลิปดายิ้มกวนๆที่ได้จิกกัด

    อวัศยาปรายตามองถามรู้ได้อย่างไร ลิปดาว่าถ้ามีเธอคงรักตนไปนานแล้วเพราะตนเพียบพร้อมทุกอย่าง ทำงานด้วยกันมานานไม่เห็นวี่แวว จนตนฟันธงว่าคงตายด้าน มีหัวใจแต่ไม่ได้ใช้จนมันไม่รู้ว่าความรักเป็นอย่างไร ...อวัศยาสวน “ไม่เหมือนบอสใช่ไหมคะที่มีหัวใจ แล้วก็ใช้มันจนเออเร่อ มันเลยเริ่มแยกแยะไม่ออกว่ารักกับใคร่ มันต่างกันยังไง”

    “ชอบจริงๆเล้ย...ผู้หญิงยอกย้อนแบบเนี้ย” ลิปดาหัวเราะชอบใจ

    อวัศยาฝากของไปคืนเพื่อนลิปดา และบอกว่าเขาคิดผิด จริงๆตนรู้ว่าความรักเป็นอย่างไร ตนมีหัวใจเพียงแต่ไม่ใช้มันมารักเขาเท่านั้น ลิปดาอึ้ง ตะโกนถามกลับว่าเธอใช้มันรักใคร อวัศยาไม่ตอบเดินกลับห้องทำงาน นั่งลงครุ่นคิดที่ลิปดาว่าเธอไม่มีหัวใจ...เธอเปิดกระเป๋าหยิบกระดาษเคลือบพลาสติกมีตัวเลขทะเบียนรถกับเบอร์โทรศัพท์จางๆ คิดถึงอดีตฝังใจ

    คืนนั้น อวัศยาทำงานจนดึก ได้ยินเสียงฝนตกฟ้าร้อง จึงหยิบมือถือมาจะกดโทร.ออก พลันฟ้าผ่าเปรี้ยง ไฟดับพรึ่บก็ตกใจมือถือหล่นจากมือ เธอก้มลงควานหา ทันใด เห็นขาผู้ชายเดินเข้ามาในห้องก็รีบถามว่าใคร ไม่มีเสียงตอบ คิดไปว่าเป็นคนร้ายหื่นกาม เธอรีบปิดคอมเก็บของ คว้าไฟฉายวิ่งออกจากห้อง...ระหว่างฉายไฟเดิน ชายคนนั้นปรากฏตัวขึ้น เธอร้องกรี๊ดเอาไฟฉายฟาดหัวเขาวิ่งหนีออกไป

    ด้วยความกลัวจึงวิ่งออกไปหน้าถนน มีแสงไฟจากรถสาดส่องมา อวัศยายืนตะลึง ทันใดมีคนมาโอบเอวกระชากออกจากตรงนั้น ล้มกระแทกพื้นด้วยกันทั้งคู่ ใบหน้าอวัศยาเปื้อนโคลนเจ็บไปทั้งตัว ร้องไห้ ชายคนที่ช่วยรีบถามเป็นอย่างไรบ้าง เสียงนุ่มทุ้มทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเห็นใบหน้าชายหนุ่มที่มองอย่างห่วงใย ชายคนนั้นเอื้อมหยิบแว่นตาที่พื้น ทำให้หน้าอวัศยาแนบอกเขา เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เขาลูบหลังทำนองปลอบให้หายตกใจ

    “ไม่ต้องกลัวนะครับ คุณปลอดภัยแล้ว”

    อวัศยายังมองเขาอึ้งๆ มีรถคันหนึ่งจอดลงมาช่วย ชายคนนั้นอุ้มเธอไปขึ้นรถและคุยกับพลเมืองดีสักพักรถแล่นออกไป อวัศยามองชายคนนั้นยืนตากฝนห่างออกไปจนลับตา...พลเมืองดีที่ขับรถพาอวัศยาส่งโรงพยาบาล ส่งกระดาษโน้ตที่ยู่ยี่เพราะเปียกฝนให้

    “คุณคนนั้นที่ช่วยคุณเขาชื่อปราณนต์ เขาเขียนเลขทะเบียนรถคันที่ชนคุณกับเบอร์โทร.ติดหลังรถฝากมาให้คุณ เผื่อว่าคุณอยากจะเรียกร้องค่าเสียหาย”...
    อวัศยายังเก็บกระดาษแผ่นนั้นเคลือบพลาสติกอย่างดี เก็บเป็นที่ระลึก ในใจโหยหาอยากเจอเขาอีกสักครั้ง...

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ปราณนต์ หนุ่มหล่อแสนดีวัย 25 ปี สะพายกระเป๋าขี่จักรยานฟิกเกียร์มาตามถนน สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยครบครัน...อีกด้าน อวัศยาขับรถฟังวิทยุวิเคราะห์หุ้นระหว่างการจราจรติดขัด เธอพยายามลัดเลาะทางลัด แต่แล้วเธอก็สวนกับปราณนต์อย่างเฉียดฉิว

    ปรากฏว่าปราณนต์มาบริษัทนาราภัทร เพราะรุจน์ญาติผู้พี่ชวนมาสมัครงาน รุจน์ถาม

    “นายจูบประตูบ้าน กะพริบตาถี่ๆแล้วก้าวเท้าซ้าย ออกมาตามที่พี่บอกใช่ไหม” ปราณนต์บอกว่าก้าวเท้าซ้ายอย่างเดียว รุจน์ร้อง “นั่นไง! ขนาดนายทำไม่ครบสูตรยังทำให้พี่ศยามาสายครั้งแรกในรอบสามปีที่พี่ทำงานที่นี่ ไม่แน่นะณนต์ ดวงชะตาของนายอาจจะมาข่มพี่ศยาก็ได้”

    ลิลลี่กับแสนดีเดินมาต่างตะลึงกับความหล่อใสของปราณนต์ ศรันยูเดินตามหลังมาเห็นตาค้างปากสั่นเก็บอาการแทบไม่อยู่ “ใคร! เข้ามาในนี้ได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าคนนอกห้ามเข้า”

    ทุกคนอึกอัก ศรันยูทำเสียงแมนถามอีกครั้งว่านี่ใคร รุจน์ละล่ำละลักตอบว่ารุ่นน้องตนมาสมัครงาน ศรันยูหันมองปราณนต์อีกครั้ง แอบดีใจแต่วางมาดข่มว่าที่นี่ไม่รับเด็กเส้น

    “ผมทราบครับพี่รัน ว่าที่นี่คัดคนด้วยการสัมภาษณ์ จะโชว์โง่หรือโชว์ความสามารถก็ขึ้นอยู่กับตัวผมเอง” ปราณนต์ตอบฉะฉาน

    ศรันยูพอใจมาก บอกว่าอวัศยาต้องเป็นคนสัมภาษณ์ แต่วันนี้ไม่เข้าเพราะรถยางแตก รอช่างมาลากเข้าอู่แล้วจะเลยไปพบลูกค้า ให้เขาเขียนใบสมัครทิ้งไว้จะเรียกสัมภาษณ์วันหลัง...รุจน์แอบกระซิบว่าปราณนต์ดวงแรงจริงร้อยวันพันปีอวัศยาไม่เคยหยุดงาน ปราณนต์มองบรรยากาศบริษัทอย่างหมายมั่นจะเข้าทำงานที่นี่ให้ได้

    ศรันยูเข้าห้องทำงานได้ก็กดส่งไลน์หาอวัศยา “ฉันเจอหุ้นตัวใหม่น่าสนใจมาก เพิ่งเข้าตลาดเมื่อกี้นี้เอง หุ้นอายุน้อยกินยาว แกควรรีบมาเปิดพอร์ตด่วน”
    อวัศยานั่งอ่านข่าวในแท็บเล็ตรอช่าง เห็นข้อความไลน์ส่งมาจึงกดอ่าน แล้วตอบอย่างรู้ทัน “ไม่ต้องเอาหุ้นมาล่อ...ไปเจอผู้ชายมาใช่ไหม”

    ศรันยูขำกิ๊กที่เพื่อนรู้ทัน พยายามบอกให้กลับมาเจอหนุ่มหล่อ อวัศยาไม่สนใจ ศรันยูเซ็ง อดที่จะหาข้ออ้างยื้อปราณนต์ให้อยู่นานๆได้ จึงแอบถ่ายรูปปราณนต์หลายช็อตส่งไปให้เพื่อนดู อวัศยารำคาญเสียงไลน์

    ดังติดๆกัน บ่นส่งอะไรมาถ้าไม่สำคัญจะด่าให้น่าดู แต่พอเปิดเห็นรูปปราณนต์หลายภาพ ก็จำได้ในทันทีแทบไม่เชื่อสายตา อวัศยาร้อนรนทำอะไรไม่ถูก นึกได้โทร.กลับไปหาศรันยู ถามให้แน่ใจว่าเขาชื่ออะไร พอรู้ว่าใช่ปราณนต์จริงๆก็รีบบอกให้ศรันยูบอกปราณนต์รอตนก่อนแต่แบตเกิดหมดโทรศัพท์ดับเสียก่อน ศรันยูจึงฟังไม่ถนัด

    พออวัศยารู้ว่าแบตมือถือหมดก็รีบเก็บของล็อกรถวิ่งไปโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั่งกลับบริษัทันที...ปราณนต์กรอกใบสมัครหลายหน้าอย่างเคร่งเครียด ลิลลี่หาน้ำมาให้อย่างเอาใจ รุจน์เห็นไม่พอใจพูดจากวนๆใส่ ปราณนต์รู้ในทันทีว่าลิลลี่เป็นผู้หญิงที่รุจน์สนใจ...กรอกใบสมัครเสร็จปราณนต์ลากลับ ลิปดาเดินเข้าบริษัทมาพอดี พอรู้ว่าปราณนต์มาสมัครงานก็สนใจ

    ในขณะที่อวัศยาลงจากมอเตอร์ไซค์ต่อรถไฟฟ้าแล้วตามด้วยรถตุ๊กๆหัวฟูมาถึงบริษัท รีบวิ่งเข้ามา ทุกคน หันมองสภาพเธออย่างตะลึง เพราะปกติอวัศยาจะเนี้ยบแบบเชยๆ อวัศยายืนหอบแฮ่กๆถามหาศรันยู...เขาโผล่เข้ามาแปลกใจไหนว่าไม่มา อวัศยาถามหาคนที่มาสมัครงาน

    “อ๊ะ...นั่นแน่ ที่กระเหี้ยนกระหือรือขนาดนี้เพราะผู้ชายเหรอเนี่ย ไม่อยากเชื่อเลย”

    “อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ที่ฉันรีบเพราะเรื่องงาน ไม่ใช่ เรื่องส่วนตัว ฉันอยากรีบสัมภาษณ์ ถ้าดีจะได้รีบรับเข้าทำงาน ตอนนี้แต่ละคนงานโหลดจะแย่ไง...ตกลงเขาอยู่ไหน”

    ศรันยูบอกว่ากลับไปแล้ว อวัศยาผิดหวัง ศรันยูรีบขอโทษเพื่อนไม่ได้ยินว่าบอกให้เขารอ อวัศยาถอนใจเหนื่อยๆ บอกไม่เป็นไรตนจะกลับไปจัดการเรื่องรถต่อ แล้วจะเลยไปหาลูกค้า...อวัศยาหันกลับไปเปิดประตูทันใด เห็นปราณนต์สะพายกระเป๋ายืนอยู่ตรงหน้า เธอแทบช็อก ยืนตะลึงงัน รุจน์เดินพรวดเข้ามาถามกลับมาทำไม ลิปดาเดินมาร่วมวงสนทนา

    “ผมโทร.ไปตามเอง...วันนี้ผมนัดคนมาสัมภาษณ์อีกคน ก็เลยไม่อยากเสียเวลา ผมตั้งใจว่าศยาไม่อยู่ผมก็จะสัมภาษณ์กับรัน เห็นในใบสมัครมีเบอร์ก็เลยโทร.ตามเขากลับมา จะได้สัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียว” ลิปดามองทุกคนที่ยืนงง จึงถามเป็นอะไรกันไปหมด

    ปราณนต์หันมองอวัศยา เธอตั้งสติได้รับคำลิปดาแล้วรีบเดินนำไปห้องประชุม ลิปดาบอกปราณนต์กับศรันยูให้ไปรอก่อนเดี๋ยวตนตามไปเจอที่ห้องประชุม รุจน์แสดงความยินดีกับญาติผู้น้องที่ได้สัมภาษณ์ แนะนำทำให้อวัศยาประทับใจ บอสเชื่อฟังเธอทุกอย่าง

    อวัศยาเข้ามาในห้องประชุมได้ก็เข่าอ่อนพยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นมาก ต้องแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ได้...ศรันยู ปราณนต์และลิปดาตามเข้ามานั่งรอคนที่ลิปดาบอกว่าจะมาสัมภาษณ์พร้อมกัน อวัศยาเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ตรงต่อเวลา

    หน้าบริษัท รถมินิคูเปอร์คันงามแล่นมาจอด หญิงสาวแต่งตัวทันสมัยตั้งแต่หัวจดเท้า ก้าวลงมาอย่างมั่นใจ เดินเข้ามาถามหุ้นขึ้น ซึ่งนั่งอ่านหนังสือ“เล่นหุ้นอย่างไรให้รวย” อยู่ว่าแผนกการตลาดอยู่ชั้นไหน หุ้นขึ้นเงยหน้ามาตะลึงกับความสวยของเธอ...หญิงสาวขึ้นลิฟต์มาชั้นที่หุ้นขึ้นบอก พอก้าวออกจากลิฟต์ นิดาเข้ามาต้อนรับ

    “คุณพริบพราวใช่ไหมคะ พี่ชื่อนิดาเป็นเลขาของบอส เชิญที่ห้องประชุมเลยค่ะ”

    พริบพราวส่งกล่องน้ำหอมให้อย่างเอาใจว่าเป็นของฝากจากบอสตัน นิดายิ้มปลื้มก่อนจะพาเธอไปที่ห้องประชุม พวกมาร์เก็ตติ้งชายพากันสะกิดให้มองกันตาเยิ้ม มีเพียงลิลลี่ที่เบ้ปากอย่างหมั่นไส้...พริบพราวเข้าห้องประชุม ได้ยินอวัศยากำลังบ่นว่าตนมาสาย ไว้สัมภาษณ์ทีหลัง

    “แต่คุณจะไม่ว่าง ผมก็จะไม่ว่าง รอสัมภาษณ์พร้อมกันสองคนไม่เสียเวลาดี จะได้เห็นชัดๆไปเลยว่าจะเลือกใคร” ประโยคหลังลิปดากระซิบกับอวัศยา

    “เห็นชัดอยู่แล้วว่าควรเลือกใคร เรื่องวินัยเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าแค่นี้ยังรักษาไม่ได้ ฉันก็พอจะมองเห็นอนาคตของเด็กคนนี้แล้ว”

    นิดาหน้าเจื่อนเชิญพริบพราวเข้าไป พริบพราวยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายลิปดา ทั้งสองทักกันตามแบบฝรั่ง ลิปดาแนะนำให้รู้จักศรันยูว่าเป็นนักวิเคราะห์ประจำบริษัท พริบพราวไหว้ฝากเนื้อฝากตัว แล้วลิปดาก็แนะนำอวัศยา พริบพราวตั้งแง่ไม่ไหว้ กล่าว

    “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ พราวได้ยินพี่ลิปพูดถึงพี่ศยาตลอด อยากร่วมงานกับพี่ศยามากๆ เผื่อว่าพราวจะมีอนาคตเหมือนพี่ศยา แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ”...อวัศยามองนิ่งๆ

    ลิปดาแนะนำให้รู้จักปราณนต์ พริบพราวยกมือไหว้ ลิปดารีบบอกว่าไม่ต้องฝากเนื้อฝากตัวเพราะมาสัมภาษณ์งานเหมือนกัน พริบพราวหน้าแตก ปราณนต์อมยิ้มเธอถลึง ตาใส่ไม่พอใจ อวัศยาไม่ค่อยพอใจบอกให้เริ่มสัมภาษณ์... ด้านนอกพนักงานเกาะกลุ่มลุ้นว่าใครจะได้รับเลือกฝ่ายชายอยากได้พริบพราว ฝ่ายหญิงอยากได้ปราณนต์ เถียงกันเสียงดัง แสนดีต้องปรามให้รอฟัง

    ในห้องประชุม ปราณนต์แนะนำตัว ชื่อปราณนต์ อัศวโชคชัย จบปริญญาตรีวิศวะ พริบพราวแทรก ตนชื่อ พริบพราว มหากิจไพศาล จบปริญญาตรีและปริญญาโท

    การเงินที่บอสตันยูนิเวอร์ซิตี้ เคยทำงานเป็นมาร์เกตติ้งที่บริษัทโบรกเกอร์อันดับหนึ่งของอเมริกา ปราณนต์กล่าวต่อว่าเขาเคยทำงานเป็นวิศวะโครงสร้าง พริบพราวเหลือบมองอย่างเหยียดๆ

    ลิปดาถามอีกว่าตอนนี้ทั้งสองติดตามข่าวอะไร ปราณนต์ตอบว่าข่าวเปลี่ยนผู้บริหารสายการบินสมาร์ทแอร์ไลน์ พริบพราวแทรกเธอตามข่าวแองเจลีน่ากับแบรดพิตต์ขาเตียงสั่น อวัศยาและลิปดามองอึ้ง พริบพราวย้อนถามเป็นมาร์เกตติ้งสนใจข่าวกอสซิปผิดหรือ ลิปดาแอบยิ้ม

    อวัศยาถามบ้างว่าคุณสมบัติมาร์เกตติ้งที่ดีคืออะไร พริบพราวชิงตอบเป็นภาษาอังกฤษว่าทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าขาดทุนน้อยที่สุด...อวัศยากลอกตาเบื่อพวกอินเตอร์ ปราณนต์ตอบว่าจรรยาบรรณมาร์เกตติ้งที่ดีต้องมีความหวังดีให้ลูกค้า ไม่ใช่หวังแต่จะกอบโกยผลประโยชน์

    ลิปดาถามคำถามสุดท้าย ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ ทั้งสองตอบพร้อมกัน เพราะพี่ศยาเพราะพี่ลิปดา...พริบพราวว่าลิปดาเป็นไอดอลของตน ปราณนต์บอกว่าตนเป็นแฟนคลับคอลัมน์อวัศยามาร์ตัวแม่ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ บทความของอวัศยาอ่านสนุกทำให้ตนรู้เรื่อง

    อวัศยาหัวใจพองโตแต่ใบหน้านิ่งเฉย ลิปดาดักคอว่าปราณนต์ทำให้อวัศยานอนไม่หลับ อวัศยาถลึงตาใส่ลิปดาขยายความ “คุณเคยบอกผมว่าคุณเขียนคอลัมน์เพราะอยากให้คนอ่านเข้าใจว่าหุ้นไม่ใช่เรื่องยากไม่ใช่เหรอปราณนต์เป็นสิ่งยืนยันว่าคุณทำสำเร็จแล้ว”

    ศรันยูยินดีที่อวัศยามีแฟนคลับ พริบพราวเม้มปากไม่ค่อยพอใจ พลันมือถือเธอดังขึ้น ทุกคนหันมอง เธอรีบปิดเสียงขอโทษแล้วบอกลิปดาว่าเจมส์ลูกค้าที่บอสตันโทร.มา แล้วโอ้อวด

    “น่าตลกมากเลยนะคะพี่ลิป พอคุณเจมส์รู้ว่าพราวย้ายกลับมาเมืองไทย เขาสั่งให้ภรรยาน้อยของเขาเปิดพอร์ตกับพราวด้วยเงินสองพันล้าน”

    ศรันยูตาโพลงแต่อวัศยาไม่ชอบที่เอาเงินมาล่อ... สามคนกลับมาปรึกษากันในห้องทำงาน ลิปดาชื่นชมว่าพริบพราวเก่ง แต่อวัศยาแย้ง “เรื่องนั้นฉันไม่เถียงแต่ความมั่นใจเกินขอบเขตของเขาจะทำลายตัวเขาเองคุณก็ทราบ”

    “นั่นคือสิ่งที่พริบพราวต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมเมื่อจะขึ้นเป็นมืออาชีพ คุณเองก็เรียนรู้สิ่งนั้นมาแล้วไม่ใช่เหรอศยา”

    อวัศยาอึ้งก่อนจะโพล่งขึ้นว่าตนเลือกปราณนต์ลิปดาค้านว่าเขาไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย แต่อวัศยาคิดว่าเขามีความพร้อมที่จะเรียนรู้ ตนมั่นใจว่าเด็กคนนี้พัฒนาได้ ไม่ใช่เด็กน้ำเต็มแก้วอย่างพริบพราว ลิปดาหันขวับมาถามศรันยูจะเลือก ใคร ห้ามเข้าข้างเพื่อน อวัศยาจึงห้ามกลัวว่าใครเป็นเจ้าของบริษัทด้วย ศรันยูสยอง

    “โอเค ทราบแล้วครับ ถ้าให้ผมวิเคราะห์แบบเป็น กลาง ผมว่าน่าสนใจทั้งสองคนครับ ปราณนต์หล่อ...เอ๊ยดูนิสัยดี จริงใจ มีแนวคิดอุดมการณ์มาในทิศทางเดียวกับศยา คนดีศรีสังคม เขาน่าจะทำให้ลูกค้ารักและใช้บริการโบรกเกอร์ของเราไปตลอด ส่วนน้องพราวเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงสูงที่น่าจับตามอง ถ้าเขาไม่สะดุดอีโก้ตัวเองหัวฟาดพื้นแตกตาย ผมมั่นใจว่าเด็กคนนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นมาร์เกตติ้งเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยได้เลย” สรุปคือศรันยูเลือกไม่ถูก

    ลิปดาตัดสินใจให้ทั้งสองลงแข่งขันโดยเชื่อใจอวัศยาเป็นคนคิดวิธี...ด้านปราณนต์กับพริบพราวกำลังเดินออกจากบริษัท พริบพราวหันมาส่งกระดาษโน้ตให้ ปราณนต์ทำหน้างง เธอบอกว่าเป็นเบอร์โทร.รุ่นพี่ที่บอสตัน ทำงานอยู่ที่กู๊ดเวลล์เป็นบริษัทก่อสร้างระดับโลกกำลัง ต้องการวิศวกร ที่ให้เพราะสงสารไม่อยากให้เสียเวลา อย่างไรเสียลิปดาก็ต้องเลือกตน ปราณนต์ยิ้ม

    “ถ้าคุณมั่นใจจริงคุณคงไม่ลงทุนสกัดดาวรุ่งผมขนาดนี้ กลัวผมชนะก็ยอมรับมาเถอะ”

    พริบพราวโต้เขาไม่มีอะไรที่ตนต้องกลัว ปราณนต์บอกว่าถ้าไม่มีลิปดาต้องฟันธงเลือกเธอไปแล้ว แสดงว่ามีดีทั้งคู่ หญิงสาวโวยจะแข่งกับตนใช่ไหม ชายหนุ่มยิ้มกวนๆ

    อยากรู้ว่าเด็กบอสตันเก่งแค่ไหน ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

    ooooooo

    ตกเย็น ปราณนต์ทำอาหารให้คนในบ้านเขาเป็น ชายคนเดียวอยู่กับป้าเปรี้ยว แม่ปริมและพี่ปรางค์ ผู้หญิงสามคนที่เขารักมากที่สุด ทุกคนมักจะถามเขาถึงเบอร์โทร. เพื่อน เบอร์รหัสไวไฟ และเลขต่างๆที่พวกเขาลืม เพราะรู้ว่าปราณนต์มีความจำเป็นเลิศ

    ระหว่างนั่งทานอาหาร ทุกคนไม่เข้าใจว่าทำไมปราณนต์ถึงอยากทำงานตลาดหุ้นเขาจึงอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ “สมมติว่าอาหารบนโต๊ะคือตลาดหลักทรัพย์ หรือที่เราเรียกติดปากว่าตลาดหุ้น ในตลาดมีหลายบริษัทมาเปิดขายหุ้นให้นักลงทุนเลือกซื้อ แต่การซื้อขายมีความเสี่ยง จึงมีกฎว่าต้องซื้อขายผ่านตัวแทนหรือที่เรียกว่าโบรกเกอร์ คือบริษัทที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง

    แต่ละบริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลนักลงทุนซึ่งเรียกว่า มาร์เกตติ้งหรือเรียกสั้นๆว่ามาร์ ถ้าใครอยากลงทุนหุ้นก็เอาเงินมาเปิดบัญชีหรือที่เรียกว่าเปิดพอร์ต จะกี่แสนกี่ล้าน กี่ร้อยล้านก็ได้ มาร์มีหน้าที่แนะนำว่าหุ้นตัวไหนน่าลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ปลาทอดบนโต๊ะนี้มีข้อดีข้อเสียอย่างไรน่าซื้อไว้ไหม หรือไข่ตุ๋นนี้ อยากขายหรือเก็บไว้ ป้าเปรี้ยวอยากเก็บไว้เพราะอร่อย

    “อ่ะ แต่ถ้าผมเป็นมาร์ของป้า ผมจะบอกว่า...ไข่ตุ๋นมันเย็นแล้วนะครับ ไข่ที่ใช้ทำก็เป็นไข่เก่า ถ้าเก็บไว้จะเสียมากกว่า แต่ถ้าปล่อยออกมาตอนนี้รสชาติยังดีอยู่ราคาน่าจะดีกว่า ป้าก็ลองคิดดูว่าจะขายหรือเก็บ” ป้าเปรี้ยวบอกทันทีว่าขาย ปราณนต์อธิบายต่อว่าตนจะเอาไข่ตุ๋นไปขายได้เงินเข้าพอร์ตป้าเปรี้ยว แล้วนำเงินมาหมุนบริหารต่อ

    สามสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ปริมแย้งว่ามันไม่เหมือนงานวิศวะเดิมของเขาแล้วเขาจะทำได้ดีหรือปราณนต์บอกว่าวิศวะเป็นอาชีพเกี่ยวกับการวิเคราะห์ถนัดตัวเลขมากที่สุด เหมาะกับคุณสมบัติของมาร์เกตติ้ง...ปรางค์ดักคอว่าเขาอยากรวยเพราะประชดผู้หญิงบางคนหรือเปล่าปราณนต์ชะงักพูดไม่ออก ทำทีหันมาตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

    เช้าวันใหม่ ลิปดาพักคอนโดเดียวกับอวัศยา เห็นวันนี้เธอแต่งหน้าใส่ตุ้มหูรูปหัวใจก็แซวว่าฝนต้องตกถล่มทลายแน่ นึกอย่างไรลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยหรือมีความรัก อวัศยาโกรธตอกกลับให้เขาเอาความคิด จ้องจับผิดตนไปใช้ซักกางเกงยีนส์เน่าๆเขายังดีกว่า

    ลิปดายิ้มขำๆไม่โกรธอะไร ต่างคนต่างเดินไปขึ้นรถตัวเองขับไปทำงาน...อวัศยามาถึงบริษัทเห็นปราณนต์แต่งตัวสะอาดสะอ้านหน้าตาเกลี้ยงเกลายืนคุยกับโบรกเกอร์สนุกสนาน ก็ยืนมองเพลินๆ พริบพราวเดินคุยมากับพีระ เปิดประตูกระแทกอวัศยาร้องโอ๊ย ทุกคนหันมองอย่างหวาดกลัวระเบิดจะลง ปราณนต์รี่เข้าถามเจ็บไหม พริบพราว หมั่นไส้หาว่าเขาทำคะแนน

    อวัศยาไม่พอใจ “คะแนนของฉันมาจากความสามารถของพวกเธอ ถ้ามีฝีมือจริงก็พิสูจน์ให้ฉันเห็น อย่าเอาเรื่องไร้สาระพวกนี้มาอ้าง”

    ปราณนต์มองอวัศยาเดินไปแล้วส่ายหัวมองพริบพราว เธอยิ้มกวนๆ แสนดีเกาะแขนพริบพราว ยกนิ้วชมแน่มาก ใส่ไฟว่าอวัศยาชอบสกัดดาวรุ่งให้ระวังตัว พริบพราวบอกว่าไม่กลัว เพราะเชื่อในความสามารถตัวเองที่อาจจะเขี่ยอวัศยากระเด็นไปก็ได้...อวัศยา หงุดหงิดมาบ่นกับศรันยูว่าพริบพราวถือตัวเองเป็นเด็กเส้น ไม่เห็นหัวใคร ศรันยูให้อวัศยาบอกลิปดาเลือกระหว่างเธอกับพริบพราวไปเลย

    ลิปดากำลังถ่ายแบบให้นิตยสารกับช็อปเปอร์สุดรัก อวัศยาเดินเข้ามา ลิปดาดีใจคิดว่าเธอมาให้กำลังใจ อวัศยาตอกกลับว่าไม่ว่างขนาดนั้น แค่มาบอกว่าคิดวิธีตัดสินเด็กสองคนนั้นได้แล้ว “โปรแกรมนี้จะทดสอบศักยภาพของพวกเขาได้อย่างชัดเจน ให้คะแนนการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ หลักจิตวิทยา ระดับไอคิว อีคิว วิชั่นในภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม”

    จู่ๆลิปดาก็รวบเอวอวัศยามายืนชิดให้ช่างภาพถ่ายรูปคู่หลายช็อต อวัศยาโวยจะเบี่ยงหนีแต่ไม่สำเร็จ ลิปดากระซิบ เรื่องโปรแกรมของเธอไม่มีปัญหาเพราะสุดท้ายตนก็ยังมีเธออยู่ อวัศยาถอนใจเคืองๆที่ลิปดาชอบยั่วโมโหแสนดียังยั่วยุให้พริบพราวอย่าอ่อนข้อให้อวัศยา อย่ายอมให้ข่ม แล้วแย็บถามที่อยากทำงานที่นี่เพราะชอบลิปดาหรือ พริบพราวบอกว่าตนชอบแค่เรื่องงานเท่านั้น เพราะเขาเก่งทำให้บริษัทเป็นโบรกเกอร์อันดับหนึ่งของประเทศได้...ทั้งสองไม่รู้ว่าการสนทนานี้ศรันยูยืนฟังอยู่

    ศรันยูมาเตือนอวัศยา ทั้งสองตกลงจะช่วยกันเทรนปราณนต์ให้สู้กับพริบพราวได้ เพราะคาดว่าพริบพราวจะแพ้ภัยอีโก้ตัวเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร พอเข้าห้องประชุมเห็นพริบพราวนั่งยิ้มแย้มรออยู่กับปราณนต์ ศรันยูกระซิบอวัศยาระวังตัวไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน...อวัศยาให้เริ่มพรีเซนต์ได้ พริบพราวหอบเอกสารเป็นภาษาอังกฤษที่เตรียมมาปึกใหญ่วางตรงหน้า สาธยายอย่างคล่องแคล่ว ลิปดาแอบมองหน้าห้อง เห็นปราณนต์ก้มหน้าจดก็ยิ้มอย่างพอใจ ปราณนต์วางเอกสารที่เตรียมมาเพียงสองสามแผ่น เขาชมเชยพริบพราวเก่งมาก เธอถึงกับอึ้ง

    อวัศยาฟังแล้วถามคำถาม เผอิญนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็น พริบพราวรวบเอกสารบอกว่าพรุ่งนี้มาตอบ ศรันยูเหน็บ “น้องพราวครับ น้องอาจจะยังไม่รู้ ความขยันทุ่มเทต่องานที่ได้รับมอบหมาย มีผลต่อการประเมินสูง”

    “แล้วพราวไม่ขยัน ไม่ทุ่มเทตรงไหนคะ” พริบพราวชูเอกสารที่พิมพ์เองเป็นปึกขึ้น บ่นว่าคนไทยชอบคิดว่าการทำงานหลายๆชั่วโมงถึงดี ควรแยกแยะเวลาทำงานกับการพักผ่อนให้ได้ จะได้มีเวลารีแลกซ์ ร่างกายไม่เสื่อมโทรม

    อวัศยาไม่พอใจ “ที่เธอพูดมามันก็จริง แต่มันมีสิ่งที่เธอต้องศึกษาและเปิดหูเปิดตาให้มากกว่านี้ เธอคงไม่รู้ว่าตอนนี้ตลาดแรงงานในต่างชาติ คนเอเชียกำลังเป็นที่ต้องการ เพราะคนเหล่านี้ทำงานล่วงเวลาไม่บ่น และเช่นเดียวกัน การเปิด AEC จะทำให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยซึ่งคงเป็นคนรุ่นเดียวกับเธอ การศึกษาไม่น้อยไปกว่าเธอ”

    พริบพราวหน้าเสียแต่ยังยืนยันจะกลับตามเวลา ปราณนต์ตัดบทขออยู่ถามคำถามที่ไม่ค่อยเข้าใจกับอวัศยา ศรันยูยกนิ้วชมเชย พริบพราวเดินเชิดออกไป...ศรันยูเห็นเพื่อนยิ้มแย้ม

    ooooooo

    กลับเข้าบ้าน พริบพราวซื้อของกินมาเพียบฉลองได้งานใหม่ แต่พ่อพจน์กับภูมิพี่ชายไม่สนใจเธอเลย นั่งดูทีวีรายการผ่าตัดสมองน่าสยดสยอง พ่อปลาบปลื้มในตัวพี่ชายมากจนน่าหมั่นไส้ พริบพราวคว้ารีโมตมากดปิด ภูมิติงงานสูบเงินคนอื่นไม่เห็นมีอะไรน่าชื่นชม พจน์เห็นด้วย

    พริบพราวโกรธที่โดนดูถูกงาน แววรีบห้ามทัพหยิบของขวัญมาให้ลูกสาวสำหรับการเข้าทำงานวันแรก พริบพราว ค่อยยิ้มปลื้ม แต่พอแกะของดูเป็นหนังสือธรรมะเพื่อขัดเกลาจิตใจ พริบพราวเสียใจที่ทางบ้านดูถูกงานของตน มีเพียงกำลังใจจากคำชมของปราณนต์ที่ทำให้ชื่นใจ

    ปราณนต์คุยงานกับอวัศยาจนค่ำ ฝนโปรยปรายลงมา ปราณนต์ใช้เสื้อแจ็กเกตคลุมหัวให้เธอพาไปขึ้นรถ ส่วนตัวเองรอฝนหยุดค่อยขี่จักรยานกลับ อวัศยายิ่งประทับใจ ศรันยูนั่งอยู่ในรถของตัวเอง มองเพื่อนยิ้มกริ่มก็รู้สึกว่ากลิ่นตุๆไม่ธรรมดาเสียแล้ว

    คืนนั้น อวัศยานั่งยิ้มสุขใจคิดถึงปราณนต์ พลันศรันยูส่งข้อความมาว่า...ต้มแซ่บกระดูกอ่อนน่ากิน ...เธอไม่เข้าใจความหมายของเพื่อน หันมาตั้งสติจะเขียนคอลัมน์ เมื่อเจอหุ้นดีควรทำอย่างไร ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น จำต้องลุกไปเปิด ลิปดาใส่ชุดหล่อเฟี้ยวแทรกตัวเข้ามา บ่นหิวช่วยหาอะไรให้กิน อวัศยาวีน

    “ที่นี่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา”

    ลิปดาออดอ้อน แค่บะหมี่ซองเดียวก็ได้ ตนยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่บ่าย อวัศยามองเขาเดินไปนั่งโซฟาหน้าตาเฉย ค้อนขวับก่อนจะเดินไปจัดการให้ ลิปดาถามขึ้น “พรุ่งนี้ใส่ชุดอะไรไปงานผม ไม่เอาชุดแม่ชีที่คุณมีนะ ขอสวยๆแจ่มๆเป็นหน้าเป็นตาให้ผมหน่อย”

    “ถ้ามากเรื่องนัก ฉันไม่ไปแล้วกัน”

    “ล้อเล่นๆ ต่อให้คุณแก้ผ้าไปผมก็ดีใจแล้ว” ลิปดาเอาใจแล้วเดินไปดูงานที่อวัศยาพิมพ์

    อวัศยาร้อนตัวรีบเดินมาปิดคอม ทำทีถามเขาจะกินบะหมี่รสอะไร ตนมีรสเดียว ถ้าอยากกินอย่างอื่นต้องไปซื้อมาเอง ลิปดารีบบอกว่าอะไรก็ได้ตนไม่เรื่องมาก หญิงสาวจึงให้ไปนั่งรอที่โซฟา ลิปดามองคอมที่พับปิดอย่างสงสัย...เจอหุ้นดี...เจอใคร

    รุ่งเช้า ปราณนต์หอบหนังสือเกี่ยวกับหุ้นมาวางให้พริบพราว เขาได้มาจากอวัศยาจึงคิดว่าจะเป็นการเอาเปรียบจึงนำมาให้เธออ่านด้วย พริบพราวกลับเยาะ “นายนี่ท่าจะเป็นอัลไซเมอร์ ลืมหรือไงว่าฉันเด็กบอสตัน ประสบการณ์ทำงานหนึ่งปี ส่วนนายวิศวะเมืองไทย ประสบการณ์ทำงานไม่มี เราไม่มีวันเท่าเทียมกัน”

    “คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าผมจะวิ่งตามคุณทัน”

    “งั้นนายคงต้องต้มหนังสือพวกนี้ดื่ม หรือไม่ก็ซื้อกระดานหุ้นไปนอนแทนเตียง ให้ตัวเลขวิชาด้านหุ้นซึมเข้าไวๆ นายถึงจะตามฉันทัน”

    ปราณนต์มองพริบพราวอย่างไม่ค่อยพอใจ เผอิญ พีระเดินคุยกับพนักงานเรื่องหุ้น TC Phone ว่าเมื่อวาน เปิดเท่าไหร่แล้วปิดเท่าไหร่ ปราณนต์ได้ยินจึงอยากโชว์ภูมิให้พริบพราวเห็น บอกพีระเป็นตัวเลขละเอียดยิบ อย่างถูกต้องพร้อมยื่นรายงานในแฟ้มยืนยัน พีระถึงกับทึ่ง พริบพราวไม่ยอมแพ้ หาว่าจำตัวเลขได้ไม่ได้หมายความว่าเก่ง ปราณนต์โต้จบบอสตัน ประสบการณ์ทำงานหนึ่งปีก็ไม่ได้หมายความว่าเก่งเหมือนกัน หญิงสาว โกรธจ้องหน้าปราณนต์อย่างเอาเรื่อง

    พริบพราวเจ็บใจมาให้แสนดีสืบเรื่องของปราณนต์ แสนดีรู้จากรุจน์มาว่าปราณนต์เก่งเรื่องจำตัวเลข เคยแข่งประลองหุ้นระดับมหาวิทยาลัย ติดหนึ่งในสามระดับประเทศ พริบพราวทึ่ง แบบนี้แสดงว่าเขาไม่ไก่กา เหมาะจะเป็นคู่แข่งกับตน แสนดีเห็นว่าเก่งทั้งสองคน น่าจะทำงานที่นี่ทั้งคู่ พริบพราวยิ้มแหยๆก่อนจะถามแสนดีว่าไปงานประกาศรางวัลของบอสหรือไม่

    “ไม่มีใครเชิญฝ่ายเอกสารอย่างพี่หรอกค่ะ”

    “ถ้าวันนึงพราวมีอำนาจตัดสินใจแล้ว พี่แสนดีจะเป็นคนแรกที่พราวให้ความสำคัญ” พริบพราวหาพรรคพวก แสนดียิ้มปลื้มจะรอวันนั้น

    ooooooo

    บ่ายวันนั้น ศรันยูถอยรถเข้าที่จอดรถของบริษัท ทับรถจักรยานของปราณนต์พัง ล้อกลิ้งไปกระแทกเข้าเป้ารุจน์อย่างจัง ปราณนต์ตกใจเป็นห่วงญาติผู้พี่ แต่รุจน์กลับร้องหาลิลลี่คนเดียว

    อวัศยาเดินผ่านมาเจอ ศรันยูบอกว่าตนทับจักรยานของปราณนต์ แล้วถามเย็นนี้เขาจะไปงานบอสอย่างไร ปราณนต์บอกว่าไปรถไฟฟ้า ศรันยูนึกได้รีบดันให้ไปกับอวัศยา อ้างเธอมักจะหลงทาง รุจน์สนับสนุนทันทีเพราะอยากไปงานกับลิลลี่สองคนเกรงจะต้องให้ปราณนต์นั่งรถไปด้วย อวัศยาหัวใจพองโตแต่วางฟอร์มกำชับปราณนต์ ห้าโมงเย็นเจอกันห้ามสาย

    ปราณนต์อึดอัดใจถามรุจน์ดันตนไปกับอวัศยาทำไม รุจน์อ้างว่าเขาจะได้เอาใจเธอเพิ่มคะแนนเอ็นดู ปราณนต์ไม่ชอบใจ ยืนยันว่าต้องการได้งานด้วยความสามารถจริง...ด้านอวัศยากลับมานั่งจินตนาการเป็นภาพฟุ้ง ว่านั่งรถไปกับปราณนต์ พูดคุยกันสนุกสนาน มีเด็กมาขายดอกไม้ เขาเปิดกระจกรถซื้อให้ตน ผู้หญิงรถข้างๆมองอย่างอิจฉา พลันนาฬิกาดังบอกเวลาเลิกงาน อวัศยาสะดุ้งคว้ากระเป๋าสะพาย เห็นเงาตัวเองในกระจกตกใจรีบประโคมแป้งและลิปสติก

    อวัศยาเดินหน้าผ่องปากชมพูเรื่อ สะพายกระเป๋ามาเห็นปราณนต์ยืนรอที่รถแล้วก็วางมาดขรึมบอกให้เขาขึ้นรถ เขากลับยืนโบกให้เธอถอยรถก่อน อวัศยายิ่งประทับใจ...ลิลลี่รู้ว่าปราณนต์ไปกับอวัศยาก็อยากไปด้วย รุจน์รีบดึงเธอไปขึ้นรถตัวเอง พริบพราวได้ยินปรี๊ด...หาว่าปราณนต์เอาหน้า รีบถอดส้นสูงวิ่งลงบันไดจะไปดักหน้ารถ

    รถอวัศยาค่อยๆแล่นออกจากบริษัท หุ้นวิ่งขึ้นมาขวางหน้า เธอเบรกตัวโก่งลงมาโวยอยากตายหรืออย่างไร หุ้นขึ้นเสียงสั่นเหนื่อยหอบ บอกว่านิดาสั่งให้มาหยุดรถเธอ อวัศยาถามหยุดทำไม เสียงลิปดาดังมาว่า เขาจะไปกับเธอ นิดาเดินตามติดมาด้วย อวัศยาหันมอง ลิปดาอยู่ในชุดสูทหล่อเนี๊ยบสุดเท่ห์ พริบพราววิ่งมาทันขอไปด้วยอ้างรถเสีย แล้วกระซิบปราณนต์ อย่าคิดว่าจะเอาหน้าคนเดียว อวัศยามองทุกคนงงๆ

    อวัศยานั่งกุมขมับเซ็งโลกหลังพวงมาลัยขณะรถติดไฟแดง ปราณนต์ นิดาและพริบพราวนั่งเบาะหลัง...นิดาพูดโทรศัพท์บอกทางพีระสามีเสียงดัง พริบพราวตะโกนข้ามหัวคุยกับลิปดาที่นั่งข้างคนขับหัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก มีคนมาขายดอกไม้เหมือนที่อวัศยาคิด ต่างกันตรงที่เป็น ยายแก่

    พอถึงโรงแรม อวัศยาเดินเซเข้างาน ลิปดาสังเกตเห็นรีบคว้ามือเธอแล้วสั่งนิดาให้พาเด็กๆเข้างานไปก่อน ตนจะพาอวัศยาไปหาน้ำหวานดื่ม อวัศยาดึงมือจะไม่ไป ลิปดากระซิบอยากให้อุ้มไปหรือ เธอรู้ว่าเขากล้าทำจึงจำต้องเดินไปตามแรงดึงของเขา

    นิดาเกิดปวดท้องบอกพริบพราวกับปราณนต์ให้เข้าไปหาที่นั่งเลย ปราณนต์ท่าทางประหม่ากับงานใหญ่แบบนี้ พริบพราวกระตุกยิ้มโอ่ ตอนอยู่บอสตันตนไปงานแบบนี้บ่อยๆ ปราณนต์ตอกกลับ ใครถาม เธอหน้าชาโกรธ

    “นี่เป็นคำบอกเล่าไม่ใช่คำตอบ และฉันก็เห็นแก่พี่ลิปหรอกนะถึงยอมช่วยสงเคราะห์จะสอนการวางตัวแบบ มืออาชีพเขาทำกันอย่างไร จะได้ไม่ปล่อยไก่ให้พี่ลิปเสียหน้า”

    ปราณนต์ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง พลันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งคุ้นตา เขายืนอึ้งนึกถึงอดีต...รุ้งลดาแฟนสาวเก็บกระเป๋าจะหนีเขาไปเมืองนอกไม่บอกกล่าว แต่เขามาเจอเสียก่อน เธออ้างว่าอยากไปทำตามความฝัน จะไม่ขอให้เขารอ บางทีห่างกันสักพัก ความรักของเราอาจจะดีขึ้น

    พริบพราวยังพล่ามสอนการวางตัวให้ปราณนต์ แต่พอหันมากลับกลายเป็นผู้ชายอื่นยืนยิ้มบอกว่าอยากจีบเธอมากกว่า พริบพราวหน้าเหวอรีบเดินหนี บ่นอุบปราณนต์หายไปไหน

    อีกมุมหนึ่ง ลิปดายืนคุยกับกลุ่มนักธุรกิจ อวัศยาเห็นปราณนต์เดินตามหาใคร จึงแยกตัวจากลิปดาเดินตามเขาไป...ปราณนต์เดินตามรุ้งลดามาสักพักตัดสินใจเรียก รุ้งลดาหันมาตะลึง อวัศยาหยุดมองห่างๆ ปราณนต์ถามรุ้งลดากลับมาเมื่อไหร่ ทำไมไม่ตอบอีเมลตน รุ้งลดาไม่ทันตอบ เสียงองศาเดินเข้ามาถามมีอะไรหรือเปล่า รุ้งลดาหันไปเกาะแขนเขา

    “ไม่มีค่ะ พอดีรุ้งเจอณนต์เพื่อนเก่าน่ะค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ณนต์จ๊ะ...นี่คุณองศาแฟนรุ้ง”

    ปราณนต์อึ้ง องศาพอมองออกรีบบอกว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน แล้วดึงมือรุ้งลดามาจูบ จงใจโชว์แหวนหมั้นเม็ดเป้ง และเชิญปราณนต์ไปร่วมงานแต่งด้วย รุ้งลดาหน้าเจื่อนกลบเกลื่อนชวนองศาเข้าไปในงาน ปราณนต์ยืนนิ่งหน้าซีด อวัศยามองอย่างสงสัย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์