ตอนที่ 7
พุธกันยาเข้าไปในห้องส่วนตัวที่บุรียังรักษาสภาพเดิมไว้ เธอมาหยุดมองรูปครอบครัว สามพ่อแม่ลูกที่หัวเตียง มองไปรอบๆห้องรำพึงอย่างว้าเหว่ เศร้าหมอง...
“มันน่าเศร้าแค่ไหน ที่ทั้งพ่อทั้งลูกไม่ได้รับรู้ว่าแม่ยังอยู่ในบ้าน ไม่ได้จากไปไหนเลย...” เดินไปทรุดตรงหน้าโกศพึมพำ “แค่นี้เอง...เราเหลือแค่นี้เอง...” พุธกันยาน้ำตาไหลพรากด้วยความเศร้าสะเทือนใจอย่างที่สุด
บุรีเดินเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกคิดถึงพุธกันยา เขาเดินมาที่เตียง มองรูปเดียวกับที่พุธกันยาดูเมื่อครู่ แล้วล้มตัวลงนอนด้วยความเศร้าสะเทือนใจ พุธกันยาเดินมาลูบผมบุรีเบาๆ เขาหลับตาลง...นอนหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ สะดุ้งตื่นเมื่อเสียงศวัสมาเคาะประตูร้องเรียกอยู่หน้าห้อง ครู่หนึ่งเขาก็เปิดประตูเข้ามา
พุธกันยาที่นอนอยู่ข้างๆบุรี ลุกขึ้นบอก “ศวัส...เข้ามาสิลูก...” พอศวัสเข้ามาดูบุรี พุธกันยาบอก “คุณพ่อหลับจ้ะ” เขามองไปที่โกศกระดูกแม่แล้วก้มกราบ รำพึงอย่างสะเทือนใจ
“คงจะดีกว่านี้ ถ้าหากคุณแม่ไม่ทิ้งคุณพ่อกับผมไป”
พุธกันยาบอกว่าตนไม่ได้ทิ้งลูกกับพ่อไป ตนไม่ได้ตั้งใจสักนิด ก็พอดีบุรีตื่นลุกนั่ง ทักศวัสว่าเข้ามาตั้งแต่ เมื่อไหร่
“เพิ่งเข้ามาครับ คุณพ่อนอนต่อเถอะ”
“นอนไม่หลับแล้วล่ะ เมื่อกี๊พ่อไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆ ก็คิดถึงแม่เขาขึ้นมาจับใจ เลยเข้ามาหา”
“ผมว่าคุณพ่อคิดถึงคุณแม่ทุกวันนั่นแหละครับ เมื่อกี๊คุณอาขวัญเข้ามาในบ้าน ไม่ทราบคุณพ่อเห็นหรือเปล่า” ถามพลางแอบสังเกตท่าที บุรีบอกว่าตนไม่ทันได้สังเกต แล้วชวนศวัสไปนั่งรถเล่นกันไหม “ชวนอาขวัญไปด้วยนะครับ”
พุธกันยาได้ยินก็อ่อนใจ แต่พอได้ยินบุรีบอกว่าเราไปกันสองคนพ่อลูกดีกว่า พุธกันยาก็ขอบคุณบุรีด้วยความตื้นตัน
พอบุรีจะออกไปกับศวัส เขาชะงักหันกลับมา พุธกันยาดีใจนึกว่าสามีเห็นตน ศวัสถามว่าอะไรหรือครับพ่อ
“พ่อกำลังคิดว่าจะหาโกศมาใส่กระดูกแม่เขาใหม่ พ่อไปเจอเมื่ออาทิตย์ก่อน สวยมาก...แม่เขาคงชอบ”
“คุณแม่ไม่รู้เรื่องหรอกครับ” ศวัสบอก แล้วสองพ่อลูกก็พากันเดินออกจากห้องไป
พุธกันยาเศร้าเสียใจและผิดหวัง ที่แม้จะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมแต่ทั้งสามีและลูกก็ไม่รู้และไม่อาจสื่อสารกันได้...
ooooooo
วันนี้ ขณะหอมกำลังให้ช่างแต่งตัว แม่ก็โทร.มาหา เขนรับสายแทน รับฝากข้อความจากแม่เดี๋ยวจะบอกหอมให้
พอหอมแต่งตัวเสร็จ เขนบอกว่าแม่โทร.มาอยากให้หอมไปโชว์ตัวในงานฝังลูกนิมิตที่วัดใกล้บ้านในเดือนหน้า ทับทิมหัวเราะบอกว่าละครยังไม่ทันออนแอร์เลย มีงานโชว์ตัวแล้ว เขนบอกว่าหอมยังไม่อยากไปหรอก
“เป็นพี่ทับหน่อยไม่ได้ จะโชว์มันให้ทั่วประเทศเขตแดนเลย” ทับทิมลอยหน้าลอยตา จนเขนกับหอมพากันขำ
เมื่อเข้าฉาก ปรากฏว่าหอมเล่นได้ถึงอารมณ์สมจริง มาก พอสั่งคัต เจคก็ชมว่าดีมาก
ตกกลางคืน พุธกันยาในร่างหอม ไปเคาะประตูห้องนอนบุรี เขานึกว่าศวัส แต่คนเปิดประตูเข้ามากลายเป็นหอม! บุรีแปลกใจ ยิ่งเมื่อหอมบอกให้ปิดประตู เขายิ่งงง ไม่ปิดประตูแต่ชวนออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า พอบุรีหันหลังจะเดินออกไป หอมก็โผเข้ากอดจากข้างหลังเรียก “พี่บุรี...”
พลันหอมก็ร้องกรี๊ด ถอยกรูดด้วยความตกใจกลัวสุดขีด บุรีถามว่าเป็นอะไร หอมร้องอย่างตระหนกว่า
“อย่า...อย่าเข้ามา...”
ศวัสได้ยินเสียงเข้ามาเห็นหอม เขาถามบุรีว่าเกิดอะไรขึ้น หอมบอกให้ถอดสร้อยพระออกก่อน บุรีถามว่าทำไม? หอมก็เฝ้าแต่บอกให้ถอดสร้อยพระออก ศวัสฉุนกระชากหอมตวาด “บ้าไปแล้วเรอะ หอมน้ำ!” หอมไม่สนใจบอกแต่ให้ถอดสร้อยพระออก ศวัสลากหอมออกไปนอกห้อง
“เดี๋ยวก่อนศวัส...นี่มันเรื่องอะไรกัน หนูหอมน้ำ”
“ฉันไม่ใช่หอมน้ำ นี่กัลยาไงคะ พี่บุรี” หอมพูดด้วยน้ำเสียงและลีลาอย่างพุธกันยาจนบุรีชะงักกับสีหน้าและแววตาวิงวอนของหอมน้ำ
ooooooo
ศวัสลากหอมมาที่รถ เขนหอบของของหอมและของตัวเองตามมา ทับทิมวิ่งตามมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ ศวัสไม่สนใจสั่งหอมให้ขึ้นรถ ตนจะพาไปส่ง
“แล้วโทร.มาบอกด้วยนะน้องเขน”ทับทิมตะโกนบอกหอมนั่งหน้าคู่คนขับ เขนนั่งหลังตรงกับหอม เขนนั่งนิ่งครู่หนึ่ง ตัดสินใจพูดขึ้น
“หอมถ่ายละครเสร็จแล้ว ออกจากร่างเขาเถอะค่ะ คุณพุธ”
“บ้ากันไปใหญ่แล้ว” ศวัสหงุดหงิดมาก
หอมยังนั่งนิ่ง ดวงตาแข็งกร้าวมองไปข้างหน้า เขนหยิบสร้อยพระจากกระเป๋าสั่ง “ออกมา ถ้าคุณไม่ออก เขนจะสวมสร้อยพระให้หอมเดี๋ยวนี้นะคะ”
ศวัสที่ไม่เห็นอะไร ได้ฟังก็ยิ่งหงุดหงิด แต่หารู้ไม่ว่าพุธกันยาออกจากร่างหอมไปนั่งข้างๆ เขนแล้ว แม้เขนจะมองไม่เห็นแต่พอสวมสร้อยพระให้ หอมสะดุ้งนิดหนึ่งแล้วลืมตาขึ้น รีบขยับนั่งตัวตรง หันมองเขนแล้วถอนใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นพุธกันยานั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างเขน
“อยู่นี่หรือหอม” เขนถามเมื่อเห็นอาการของหอม แล้วรีบขยับนั่งเบียดประตู
ศวัสมองสองสาวแล้วส่ายหน้าพึมพำว่าน่าจะจับตรวจทั้งสองคน ในขณะที่พุธกันยาพูดกับหอมอย่างหงุดหงิดว่า
“สร้อยพระนั่นถ้าไม่ใส่มันจะตายกันหมดรึไงพี่บุรีก็คนนึง จะนอนอยู่แล้วยังใส่สร้อยพระ”
หอมถามพุธกันยาว่าทำไมทราบ เมื่อฝ่ายนั้น ไม่ตอบ หอมเรียก “คุณพุธคะ” ทำให้ศวัสยิ่งหงุดหงิดพูดประชดว่า
“ไม่มีคุณพุธคุณพฤหัสที่ไหนหรอก มีแต่เธอนี่แหละที่เข้าไปหาคุณพ่อฉันถึงในห้อง”
หอมตกใจถามพุธกันยาว่าทำไม...ทำไม?!ปรากฏ
ว่าพุธกันยาหายไปแล้ว หอมร้องไห้อย่างอัดอั้น ไม่รู้ว่าพุธกันยาสิงแล้วทำอะไรน่าอับอายลงไปบ้าง ศวัสยิ่งรำคาญถามว่าร้องไห้ทำไม เวลาทำทำไมไม่คิด หอมก็ได้แต่ร้องไห้พร่ำถามพุธกันยาว่าทำไมทำอย่างนี้...ทำไม?
“ใจเย็นๆ หอม...ใจเย็นๆ” เขนเอื้อมมือมาจับแขนหอมปลอบใจ
ศวัสพาหอมมาส่งที่ห้อง หอมที่พุธกันยาออกจากร่างไปแล้วจะไปรินน้ำเย็นให้ ศวัสบอกไม่ต้อง พอนั่งก็ระเบิดอารมณ์ออกมา
“ฉันสุดจะทนแล้ว...ไม่เข้าใจว่าเธอสองคนต้องการอะไรกันแน่ หรือคิดอยากจะจับคุณพ่อฉัน”
หอมตกใจบอกว่าเปล่า เขนฉุนแทนเพื่อนโต้ว่า ทุกวันนี้หนุ่มๆรวยๆตามไล่จับหอมกันเยอะแยะหอม
ยังไม่เอา แล้วเรื่องอะไรจะมาเอาคนแก่ ศวัสก็ยังย้ำว่าให้เขนถามเพื่อนตัวเองให้หน่อย
เขนทุบโต๊ะอย่างไม่พอใจ จนหอมต้องขอให้เพื่อนทนไว้ เขนถามศวัสอย่างไม่แคร์ว่าจะโกรธว่า
“ทำไมเฮียไม่ยอมเข้าใจบ้างเลย เฮียจะเอายังไงให้ไปหาจิตแพทย์หอมก็ยอมไปแล้ว จะให้ทำอะไรหอมก็ยอมทำหมด แต่แค่มันบอกว่าถูกผีคุณแม่เฮียสิง ทำไมเฮียไม่ฟังบ้าง คนเราจะถูกผีสิงบ้างไม่ได้รึไง!”
หอมขอบใจเขนที่ช่วยเคลียร์ให้ ศวัสสวนทันทีว่าแต่ตนไม่เคลียร์แล้วก็ไม่คิดว่าจะมีคนที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์คนไหนจะเคลียร์ด้วย หอมยกมือลูบหน้าคามืออยู่อย่างนั้น บอกเขนว่าตนปวดหัว อยากอยู่คนเดียว ขอร้องว่า
“ช่วยออกไปก่อนได้ไหม คุณหมอด้วยนะคะ”
ทั้งเขนและศวัสลุกออกไปเงียบๆ ศวัสตรงไปที่ลิฟต์ เขนเดินตามร้องเรียกอย่างพยายามจะเคลียร์อีกว่า
“เฮีย...เฮีย...คุณหมอคะ” พอศวัสหันมองเขนรีบบอก “หอมเป็นคนดีมากๆ เขาไม่เคยโกหกค่ะ” ศวัสหันเดินเลี้ยวไป เขนพูดอย่างผิดหวัง “ทำไมคุณหมอไม่ลองเปิดใจรับฟังเขาบ้างล่ะคะ?” เขนได้แต่ยืนมองศวัสอย่างหงุดหงิดผิดหวัง
หอมฟุบกับโต๊ะอยู่นาน จนเมื่อเงยหน้าขึ้นแก้มยัง เปียกน้ำตา หอมเดินโผเผไปที่เตียง เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ในกระเป๋าแต่หอมไม่สนใจ ทิ้งตัวลงนอนทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
เป็นเสียงโทรศัพท์จากศวัส แต่ไม่มีใครรับสาย เขาวางโทรศัพท์ ขับรถออกไป
คืนเดียวกัน ขณะเจคนั่งดูภาพพุธกันยาในเน็ต จู่ๆก็มีเสียงหมาหอนแต่ไกล แล้วใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามา จนกระทั่งได้ยินเสียงหอนอยู่หน้าบ้าน เจคลุกไปดูเห็นหมาดำตัวใหญ่กำลังแหงนหน้าหอนขึ้นมาที่หน้าต่าง เจคดึงม่านปิดหันเดินกลับมาปิดโน้ตบุ๊ก ปิดไฟแล้วเข้านอน พุธกันยามองดูเจคทุกอิริยาบถอย่างครุ่นคิด
ooooooo
รุ่งขึ้น หอมตื่นขึ้นมาบิดตัวไปมาแล้วนอนต่อ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เด้งขึ้นมาอย่างเร็ว จัดเก็บที่นอนรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเหลือบมองมือถือเห็นชื่อ “Dentist” โชว์ที่หน้าจอ หอมตกใจรีบโทร.กลับ
ศวัสอยู่ที่ลานจอดรถโรงพยาบาล เขารับสาย
ทักด้วยเสียงเย็นชา ในขณะที่หอมรีบขอโทษอย่างตกอก ตกใจ ศวัสถามว่าขอโทษเรื่องอะไร หอมบอกว่าไม่ได้รับโทรศัพท์คุณหมอตั้งแต่เมื่อคืน บังเอิญตนไม่ค่อยสบาย ถามว่าหมอมีธุระอะไรหรือเปล่า เสียงตอบเย็นชามากว่า
“ไม่มี...แค่นี้ใช่ไหม”
“ค่ะ” หอมตอบเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ศวัสวางโทรศัพท์ทันที หอมพยายามกลั้นน้ำตาเต็มที่
ที่มหาวิทยาลัย หอมกับเขนนั่งคุยกันอยู่ที่มุมสงบ หอมร้องไห้ไปเล่าไปว่าตนไม่ได้รับโทรศัพท์ศวัสตั้งแต่เมื่อคืน เขาถึงได้ตัดญาติขาดมิตรกับตน เขนมองเพื่อนถอนใจพึมพำ
“เว่อร์น่า...แกต้องไปแคร์อะไรเขานักหนา นอกจากแกชอบเขา” หอมตกใจหยุดร้องไห้ทันที เขนถามว่า “ทำไมต้องตกอกตกใจขนาดนั้น”
ขณะหอมกำลังงงๆตัวเองนั้น โกศลก็ร้องทัก
“คนสวย” แล้วเดินมาหาอย่างเท่นั่งลงถามว่าวันนี้
หอมไม่มีถ่ายละครหรือ พอหอมบอกว่ามีถ่ายตอนบ่าย โกศลชวน “งั้นตอนเที่ยงให้โกเลี้ยงข้าวนะ”
“ไม่ต้อง เขามีเงินกิน” เขนสวนทันควันอย่างหมั่นไส้ เลยต่อปากต่อคำกันเล็กน้อยก่อนแยกกันไปหาอาจารย์
ooooooo
ที่บ้านศวัส วันนี้มีแฟนคลับมาดักพบดาราโปรดของตัวเองกันพอประมาณ ต่างทักทายยินดีแบบแฟน
ใครแฟนมัน พอเพลินพิศมากลับเงียบเหงามีเพียงคนสองคนท่ีมอบดอกไม้ให้
หลายคนถามหาหอมน้ำ จนเพลินพิศหมั่นไส้ด่ากับฟ้าขณะเข้าไปแต่งตัวว่า
“คลั่งไคล้อะไรมันอยู่ได้ละครยังไม่ทันออนแอร์เลย”
“อ้าว...ก็คุณเจคแกสั่งให้ส่งข่าวโปรโมตไม่เว้นแต่ละวันนี่คะ ฉบับเมื่อเช้านี้ยังมีเล่นเรื่องผีกันอีก” ฟ้าติง
“มิน่า...” เพลินพิศนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ฟ้าเล่าต่อว่า แต่ชิดขอบบันเทิงไม่เล่นด้วยลงด่าหอมน้ำตลอด เพลินพิศถามฟ้าว่า “พี่ฟ้าเชื่อเรื่องผีพุธกันยาไหม” ฟ้าเหลียวซ้ายแลขวาหวาดๆ พูดเสียงเบาๆว่า
“ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ พี่อุมาโดนมาแล้ว พี่ฟ้าก็เห็นเต็มสองตา คุณหนกข้างบ้านก็เห็น สงสัยละครออกเมื่อไหร่ ฮิตเว่อร์เลยล่ะค่ะ”
เพลินพิศคิดตาม ใคร่ครวญตาเป็นประกาย...
แล้วก็เกิดชุลมุนกันขึ้น เมื่อทุกคนไปนั่งทานอาหารเช้าที่โต๊ะ จู่ๆเพลินพิศก็ร้องกรี๊ดๆขึ้นมาแล้วลงไปดิ้นเร่าๆ ธันวาเข้าไปถาม “เพลิน...เพลิน...เป็นอะไรฮึ...”
“ฉันไม่ใช่เพลิน ฉันชื่อพุธกันยา” เพลินพิศตวาดอย่างไม่พอใจ ทุกคนมองตะลึงงัน โค้กกับคัมภีร์ช่วยกันประคองเพลินพิศเข้าไปที่ห้องรับแขกบ้านศวัส
เพลินพิศเล่นบทผีเข้าอาละวาดด่ากราดว่าพวกนี้บังอาจมาถ่ายละครในบ้านตนโดยไม่เคยขออนุญาต
บุรีได้ยินเสียงเอะอะโวยวายลงมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพลินพิศถลาเข้าหาเรียกอ้อน “พี่บุรี...” โค้กบอกบุรีว่าสงสัยจะเป็นเจ้าที่ เพลินพิศแว้ดใส่ทันทีว่า “ฉันไม่ใช่เจ้าที่ ฉันคือพุธกันยา ปานรัมภา”
โค้กโทร.เล่าให้เจคฟัง เจคบอกว่าอีก 20 นาทีจะถึงให้โค้กช่วยแก้ปัญหาไปก่อน เวลาเดียวกัน ทับทิมก็โทร.บอกหอมที่ยังอยู่มหาวิทยาลัย หอมตกใจบอกว่าเดี๋ยวจะรีบไป แล้วบอกเขนว่า ทับทิมโทร.มาบอกว่าพุธกันยาเข้าสิงเพลินพิศ ตอนนี้กำลังร้องห่มร้องไห้ใหญ่โต แล้วลากเขนรีบไปกัน
โกศลขอไปด้วยคน หอมติงว่ารถเขานั่งได้แค่สองคนไม่ใช่หรือ โกศลโอ่ว่าวันนี้เอาเบนซ์มา แล้วพากันไปที่รถ
ooooooo
บรรดาพวกในกองถ่ายพากันห้อมล้อมเพลินพิศ วิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา เพลินพิศในสภาพผีเข้าอ้างไม่ขาดปากว่าตนเป็นพุธกันยา ปานรัมภา พอใครไม่เชื่อก็สาปแช่งและตีอกชกหัวตัวเอง
บุรีมองอย่างแปลกใจเพราะพุธกันยาไม่เคยมีกิริยาแบบนี้
หอม เขน และโกศลมาถึงแล้ว พิไลถามว่ากินอะไรกันหรือยัง พอรู้ว่ายังก็จัดอาหารให้ ขณะทั้งสามนั่งกินข้าวกันอยู่ พิไลก็เล่าเหตุการณ์ที่เพลินพิศถูก
พุธกันยาเข้าสิงให้ฟังอย่างละเอียด
ไม่นานเพลินพิศก็หายเป็นปกติเข้าไปนั่งให้ช่างทำผมในห้องแต่งตัว อุมาถามว่าไหวไหม พักก่อนดีไหม เพลินพิศแสดงสปิริตบอกว่าตนไหว ตนไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงาน แต่ยังทำหน้าเซียวๆ
คัมภีร์มาบอกว่านักข่าวมารอทำข่าวกันเต็มไปหมด ถามว่าเพลินพิศจะให้สัมภาษณ์ไหวไหม เพลินพิศตอบทันทีอย่างกระฉับกระเฉงว่า ไหว อ้างว่าให้สัมภาษณ์จะได้เป็นการโปรโมตละครไปด้วย แต่โค้กบอกว่าเจคออกไปพบนักข่าวแล้ว บอกพวกนักข่าวว่าเพลินพิศ ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์
“ว้า...” เพลินพิศร้องอย่างขัดใจ พอทุกคนมองก็แก้เกี้ยวว่า “คือ...เพลินเสียดายโอกาสโปรโมตละครน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไร คุณเจคว่าไงเพลินก็ว่างั้น”
แต่พอตกเย็น เธอก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวจ๋อยๆ บอกว่าตัวเองไม่รู้ตัวขณะถูกสิงแต่ที่บอกว่าเป็นพุธกันยาก็เพราะพวกกองถ่ายพูดกัน แต่ตนก็ปลื้มที่พุธกันยาให้เกียรติมาสิงตน ลิซซี่ติงว่าหอมน้ำก็เคยเห็นวิญญาณ
พุธกันยาไม่ใช่หรือ เธอก็เลี่ยงว่า
“อันนั้นเพลินไม่ทราบค่ะ ขอพูดแต่เรื่องที่เพลินได้ประสบกับตัวเองดีกว่า”
บรรดานักข่าวพากันห้อมล้อมถามกันเซ็งแซ่ เพลินพิศปลื้มมากที่ตัวเองเป็นจุดสนใจของนักข่าวดังคาด
ooooooo
เจคมาถึงแล้ว เขาเข้าไปนั่งในห้องรับแขกกับบุรีและขวัญอนงค์ ทุกคนนั่งเงียบๆ จนโค้กเดินเข้ามาเล่าอย่างหงุดหงิด
“เพลินให้สัมภาษณ์จ๋อยๆเลยครับ ผมบอกคุณเจคห้ามแล้วก็ไม่ฟัง” ขวัญอนงค์พูดประชดว่าได้โอกาสดังแล้วนี่
“ไปสั่งเลิกกองเลย วันนี้คงไม่สะดวกแล้ว ผมต้องขอโทษคุณบุรีที่ทำให้มีแต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจตั้งแต่เข้ามาถ่ายละคร”
“ไม่เป็นไรคุณเจค ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า...” บุรีพูดทิ้งไว้แค่นั้น ขวัญอนงค์พูดขึ้นอย่างรู้ใจบุรี ว่าเหลวไหลทั้งนั้น ป่านนี้กัลยาคงไปเกิดแล้ว เจคสวนทันทีว่าไม่แน่หรอก แต่พอขวัญอนงค์ถามว่าหมายความว่าเขาเชื่อหรือ เจคก็ลุกขึ้นไม่ตอบคำถามของขวัญอนงค์ แต่ไหว้ลาบุรี “ผมลาล่ะครับ ต้องขอโทษอีกครั้ง ไป...โค้ก”
พอเจคกับโค้กออกไป ขวัญอนงค์ถามบุรีว่าเชื่อหรือเปล่า เขาบอกว่า “พูดยาก”
“ในกรณีไหนคะ หอมน้ำหรือว่าเพลิน หรือว่าทั้งสองคน”
บุรีไม่ตอบแต่มองไปที่รูปพุธกันยาเหมือนกับจะถามถึงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
ooooooo
หอมเดินมาที่บริเวณซุ้มพุดซ้อน เขนเดินตามโดยมีทับทิมเกาะแขนแจ เขนถามหอมเบาๆว่าอยู่หรือเปล่า? หอมส่ายหน้า แล้วชวนกลับกัน
แต่พอหอมหันกลับ ไอเย็นก็ออกจากปากและลมหายใจ หอมหยุดชะงัก เขนถามว่ามาแล้วหรือ? หอมพยักหน้าหันมองไปที่ม้าหินใกล้ต้นพุดซ้อน พุธกันยานั่งอยู่ที่นั่นจริงๆ
“ให้ฉันสิงเธอตอนนี้ได้ไหม ฉันอยากจะตบแม่คนนั้นสักหน่อย” พุธกันยาเอ่ยขอ
“ไม่ได้ค่ะ หอมไม่อยากมีเรื่อง”
“มันถือดียังไงถึงได้มาหาว่าฉันสิงมัน ดวงวิญญาณ น่ะ เขาก็เลือกเหมือนกัน ไม่ใช่สิงสุ่มสี่สุ่มห้า นังนั่นมันทำให้คนเข้าใจฉันผิด ทำให้ฉันเสียภาพพจน์ ฉันจะหักคอมัน! มันโกหกหน้าด้านๆเพราะอยากดัง”
“ใจเย็นๆค่ะ เพราะอย่างนั้นคุณถึงต้องใจเย็นๆ ถ้าขืนเอะอะอาละวาดไปก็จะยิ่งทำให้คุณเพลินดังไปกันใหญ่ ในขณะเดียวกัน คุณกับหอมก็จะมีความน่าเชื่อถือน้อยลงไป แล้วเป้าหมายของคุณที่จะติดต่อกับสามีและลูกก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะคุณหมอที่ไม่เชื่ออยู่แล้ว ก็จะยิ่งไม่เชื่อไปกันใหญ่”
เหตุผลที่น่าเชื่อถือของหอม ทำให้พุธกันยาเย็นลง ได้แต่ถอนใจยาวอย่างขัดใจ แต่พอหอมบอกว่า “ยังไงหอมก็จะพยายามทำให้คุณหมอเชื่อให้ได้”
พุธกันยาดีใจมาก ถามว่าจะช่วยตนจริงๆหรือ “ค่ะ...หอมเพิ่งตัดสินใจเมื่อตอนที่รู้ว่าคุณเพลินพิศฉวยประโยชน์จากความตั้งใจจะติดต่อกับลูกกับสามีของคุณ หอมจะพยายามทำให้สำเร็จ”
“ขอบใจนะจ๊ะหอมน้ำ ขอบใจเหลือเกิน ฉันรู้ว่าฉันดูคนไม่ผิดมาตั้งแต่แรก” พุธกันยาดีใจอย่างที่สุด
ooooooo
วันนี้เอิงมาหาหมอศวัสถึงห้องตรวจที่โรง-พยาบาล บอกว่ามาทวงสัญญาที่หมอบอกว่าจะไปทานข้าวด้วย อ่อยว่า
“ระหว่างทานข้าว เอิงก็มีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟังด้วย” ศวัสถามว่าเรื่องอะไร? “เอาแค่ทราบว่าเรื่องนี้เกิดที่บ้านพี่หมอเมื่อเช้าก่อนนะคะ รายละเอียดเอิงจะเก็บไว้เล่าให้ฟังตอนทานข้าว”
ระหว่างรออาหารนั้น เอิงเล่าเรื่องเพลินพิศถูกพุธกันยาสิงเมื่อเช้า ศวัสถามอย่างเบื่อหน่ายว่าเอาอีกแล้วหรือ ทำไมไม่จบไม่สิ้นเสียที เอิงทำเป็นเห็นใจศวัส ตำหนิทั้งเพลินพิศและหอมว่า “ไม่ดีเลยนะคะ ดาราพวกนี้พยายามสร้างกระแสกันทั้งนั้น เพลินพิศคงเห็นตัวอย่างจากหอมน้ำที่ดังขึ้นมาทันที เลยเอาอย่างบ้าง”
พอดีอาหารมา เอิงอ้อนให้ศวัสแกะปลาให้อ้างว่าตนแกะไม่เป็น ศวัสใช้ส้อมกับช้อนแกะเนื้อปลาให้ ระหว่างนั้นถูกปาปารัสซี่ถ่ายรูปในมุมที่เห็นเหมือนทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก
ooooooo
บรรยากาศในห้องรับแขกบ้านศวัสเงียบสนิททั้งที่มีคนนั่งอยู่ถึงสี่คนคือบุรี ขวัญอนงค์ หอม และเขน
พอแจ่มยกน้ำดื่มและผลไม้มาวางแล้วเดินออกไป ขวัญอนงค์ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น
“หอมน้ำ คุณลุงบุรีเมตตาหนูมาก หนูคงรู้” หอมบอกว่าทราบและเขนก็รับรองว่าหอมเป็นคนกตัญญู ขวัญอนงค์ก็ต้อนหอมสู่กับดักทันทีว่า “งั้นหนูต้องพูดความจริง”
บุรีพยายามยับยั้งไม่อยากให้รื้อฟื้นอะไรขึ้นมาอีก แต่ขวัญอนงค์ยืนยันว่าไม่ได้เพราะเรื่องชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว หอมถามว่าเรื่องคุณพุธกันยาใช่ไหม ขวัญอนงค์พยักหน้าบอกว่า ตนได้ยินคนในกองถ่ายพูดกันถึงเรื่องผีพุธกันยา
“พอเถอะ” บุรีขอ ขวัญอนงค์ถามว่าเขาอยากทราบความจริงจากหอมไม่ใช่หรือ “ผมเปลี่ยนใจแล้ว หอมน้ำ หนูกลับไปเถอะ”
หอมกับเขนไหว้ลาออกไปแล้ว บุรีบอกขวัญอนงค์ว่าเธอจะอยู่ต่อก็ได้ตนรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินแล้วขอตัว ขวัญอนงค์คว้ากระเป๋าลุกขึ้นอย่างขัดใจ พุธกันยาจ้องมองอย่างเกลียดชังพึมพำ “นังขวัญ สะเออะดีนัก!” แล้วพุธกันยาก็เพ่งไปที่แจกันดอกไม้ พริบตานั้น แจกันดอกไม้ปลิวมาที่ขวัญอนงค์ เธอร้องกรี๊ดแต่หลบทันแล้วลนลานออกไป
พุธกันยายกสองมือขึ้นทำท่าผลักไปที่ขวัญอนงค์ เธอคะมำถลาหัวทิ่มทั้งที่ไม่ได้สะดุดอะไร บุรีตกใจ ในขณะที่พุธกันยาพึมพำอย่างสะใจว่า “ไงล่ะ...นังขวัญ
...เชื่อหรือยังว่าฉันมีจริง มาจริง!” แล้วหายไปเลย
ooooooo
ศวัสขับรถออกจากบ้าน เห็นหอมกับเขนอยู่ที่ป้ายรถรอรถเมล์อยู่ เขาจอดรถเลื่อนกระจกลงเรียก “ขึ้นมา” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วขึ้นรถโดยหอมนั่งหน้าคู่คนขับและเขนนั่งหลัง
ศวัสพาทั้งสองย้อนกลับมาที่บ้าน พาไปที่ห้องแต่งตัว หอมรีบบอกว่าวันนี้เกิดเรื่องใหญ่ เขาบอกว่ารู้แล้ว หอมทำหน้าแหย เขนถามว่าใครบอกคุณหมอ
“ไม่ต้องถาม เราสองคนคอยตอบคำถามฉันก็แล้วกัน”
ศวัสตำหนิหอมว่าสร้างเรื่องผีขึ้นมาจนวุ่นวายกันไปหมด หอมบอกว่าตนพูดความจริง เขนช่วยยืนยันว่าหอมไม่ได้โกหก เพราะหอมไม่เคยโกหก ศวัสไม่เชื่อ หอมบอกเขนให้พอเถอะอย่าไปเถียงคุณหมอเลย แล้วหอมก็ตัดสินใจบอกศวัสว่า
“คุณหมอคะ คุณแม่ของคุณหมอท่านเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจ หนูอยากให้คุณหมอลองฟังท่านดู”
“ซึ่งก็คือฉันต้องฟังเธอ” ศวัสย้อนถามเสียงกระด้าง พอหอมรับคำ ศวัสส่ายหน้าเอือมๆเดินออกไปเลย หอมใจไม่ดีบอกเขนว่าคุณหมอโกรธใหญ่เลย
“ช่างปะไร อยากโกรธก็โกรธไปสิ ช่วยไม่ได้จะกลับบ้านอยู่แล้วยังลากกลับมาทะเลาะอีก” เขนบ่น
ขณะหอมกับเขนเดินออกมาถึงกลางซอย หอมได้รับโทรศัพท์จากเจคให้ไปพบที่ออฟฟิศเดี๋ยวนี้ ทั้งสองรีบขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป หอมให้เขนรออยู่ข้างนอก ตัวเองรีบเข้าไปหาเจค
เจคเรียกหอมมาถามว่าตัดสินใจหรือยังที่ตนจะให้เล่นเป็นนางเอกเรื่อง “รอยทราย” หอมขอบคุณแต่คงไม่เล่น เจคถามว่าทำไม หอมขอไม่ตอบ เจคเดาว่า
“เกี่ยวกับพุธกันยาหรือเปล่า อาสังเกตว่าเวลาเข้าฉาก หนูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน” เจคเอนหลังพิงพนักพูดสบายๆว่า “พุธกันยาเล่นละครของอาหลายเรื่องเราสนิทกันมาก” แล้วมองหน้าหอม ถาม “ถ้าหนูติดต่อกับดวงวิญญาณเขาได้ ช่วยบอกเขาด้วยว่า อายังระลึกถึงอยู่เสมอ...เท่านี้แหละ กลับไปคิดเรื่อง ‘รอยทราย’ ให้ดี อาอยากให้หอมเล่นเรื่องนี้จริงๆ”
หอมไหว้ขอบคุณแล้วออกไปชวนเขนกลับ ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนน หอมชวนเขนกินก๋วยเตี๋ยวกันก่อน
เขนถามว่าเจคว่ายังไง หอมบอกว่าเรื่องพุธกันยากับเรื่องรอยทราย
เขนมองหน้าถามว่าจะเล่นหรือเปล่า หอมพูดอย่างเข็ดขยาดว่าเรื่องเดียวก็เข็ดแล้ว
“ดี...ฉันก็ว่าวงการนี้มันแปลกพิลึก” เขนเห็นด้วย
หอมถามว่าไม่สนับสนุนให้ตนเล่นแล้วหรือ “ไม่...บางทีเงินก็ไม่สำคัญเท่ากับความสุขสงบ”
“ซ้า...ธุ” เขนลากเสียงยาว แล้วหัวเราะกัน
ooooooo
คืนนี้บุรีอยู่ในห้องของพุธกันยา เขาเปิดประตูรับศวัสที่เข้ามาบอกว่าจะลาพักร้อน และพาคุณพ่อไปเที่ยวยุโรปกัน
บุรีบอกว่าตนไม่อยากไปไหนทั้งนั้น บอกศวัสว่า...
“พ่อรู้ว่าศวัสหวังดี แต่คนเราจะหนีอะไรก็หนีได้ ยกเว้นหนีตัวเอง ต่อให้ลูกพาพ่อไปไกลจนสุดโลก พ่อก็ยังคงเป็นอย่างนี้ ในเมื่อพ่อหนีตัวเองไม่ได้ พ่อก็จะเผชิญหน้ากับความจริง พ่อยอมรับฟังหอมน้ำ โดยเฉพาะตอนที่เขาอ้างว่ากัลยาเข้าสิง” ศวัสบอกว่าหอมโกหกหลอกลวง
สองพ่อลูกโต้แย้งกัน ศวัสบอกว่าผีไม่มีในโลก พุธกันยาเองก็พยายามโต้ด้วยแต่ไม่มีใครได้ยิน ศวัสบอกว่าคุณพ่อหมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากไปแล้ว เลยถูกบุรีถามประชดว่า
“แกจะพาพ่อไปพบจิตแพทย์อีกคนรึไง? บางทีแกเองนั่นแหละควรจะไปพบจิตแพทย์เสียเอง”
ศวัสหน้าเจื่อนกับคำท้วงติงของบุรี
ooooooo
คืนนี้ ขณะเพลินพิศกลับถึงห้องพักที่คอนโด เธอสะดุ้งเมื่อเห็นเงาคนทาบที่ผนัง แต่พอเปิดไฟก็ไม่มีอะไร คิดว่าตัวเองตาฝาด
เช้าวันรุ่งขึ้น เพลินพิศไปคาดคั้นกับยามว่าตนได้ยินเสียงกริ่งและเสียงเคาะประตูห้อง หาว่ายามปล่อยให้คนนอกเข้ามา จะรายงานผู้จัดการ
เช้าวันเดียวกัน พุธกันยาเข้าไปหาหอมในห้องแต่เช้า บอกว่าต่อไปตนไม่ต้องสิงหอมแล้ว เพราะตนกำลังแข็งแรงขึ้น มีพลังมากขึ้น เริ่มทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตนมีตัวตนอยู่ในที่นั้นด้วยได้แล้ว บอกแล้วเห็นหอมทำหน้างงๆ พุธกันยาชี้แจงว่า
“พูดง่ายๆก็คือฉันสามารถปรากฏเงาให้เห็นได้ ทำให้เกิดเสียงดังได้ พูดให้ง่ายเข้าไปอีกคือ ฉันเริ่มจะหลอกผู้คนได้แล้ว มัวโง่เสียตั้งนาน”
หอมไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปหลอกใครต่อใครเพราะบาป พุธกันยาชมว่าหอมเป็นคนจิตใจดีจึงมองเห็นตนได้ แล้วลุก
“เดี๋ยวค่ะ คุณปรากฏตัวให้คุณลุงบุรีกับคุณหมอเห็นได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็น ค่อยๆไป” พูดแล้วหายตัวไปกับแสงแดดยามเช้า
ไม่เพียงเพลินพิศเห็นเงาและได้ยินเสียงเคาะประตูเท่านั้น ในห้องของพุธกันยาเองที่บ้าน ก็มีเสียงเหมือนมีคนอยู่ในห้องจนแจ่มที่จะเข้าไปทำความสะอาดตกใจ ศวัสมองอย่างระอาเรียกแจ่มมาที่หน้าห้องแล้วเปิดให้ดูว่ามีใครอยู่ในห้องหรือเปล่า แจ่มชะโงกดูไม่เห็นใคร ถูกศวัสบ่นอย่างหงุดหงิดว่า
“ฟังแต่เรื่องผีจนฟุ้งซ่านไปกันหมด”
ooooooo
ภาพที่ปาปารัสซี่ถ่ายขณะศวัสแกะปลาให้เอิงในร้านอาหาร ตีพิมพ์ในหนังสือชิดขอบบันเทิง เป็นที่ฮือฮากันทั้งวงการ พอหอมเห็นภาพนั้นก็หน้าซีดทรุดนั่ง เขนตกใจถามว่าเป็นอะไร
หอมฝืนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร เขนกระซิบถามว่าเพราะรูปนี้ใช่ไหม หอมปากแข็งว่าเปล่า ห้องนี้มันร้อนต่างหาก แต่พอพ้นสายตาเขนหอมก็น้ำตารื้น
ที่ห้องทานข้าวบ้านศวัส ขวัญอนงค์ตักกระเพาะปลาให้บุรีอย่างเอาอกเอาใจ จนเยาวภาทนดูไม่ได้เข้าไปในห้องครัวยกถ้วยชามที่เก็บมาเป็นตั้ง ทุ่มลงพื้นแตกเพล้งดังสนั่น แจ่มตกใจถามว่าคุณแม่บ้านเป็นอะไร
“อยากฆ่าคน!” เยาวภาคำราม ขบกรามแน่นแล้วสั่งแจ่ม “เก็บกวาดให้หมด”
พอเยาวภาออกไป แจ่มมองตามพึมพำสยอง “อย่างกับถูกผีสิง!”
ooooooo
ทานอาหารเช้ากันเสร็จ ขณะศวัสเดินออกมาส่งขวัญอนงค์ที่รถนั้น ขวัญอนงค์ถามศวัสอย่างน้อยใจว่าเห็นหรือยังว่าตนถามคำบุรีก็ตอบคำ จนศวัสต้องปลอบให้ใจเย็นๆ
ระหว่างนั้นเองหอมเดินออกมา พอเห็นศวัสหอมก็ชะงักสีหน้า หอมกะพริบตาถี่ๆ กลืนน้ำตาก้มหน้าเดินผ่านไป ขวัญอนงค์เห็นท่าทางหอมผิดปกติถามศวัสว่า
“มีอะไรกันหรือคะหมอ?” ศวัสบอกว่าเปล่า ขวัญอนงค์ มองหอมพูดเปรยๆว่า “เด็กคนนั้นท่าทางแปลกๆ”
ศวัสตัดบทว่าตนต้องไปทำงานแล้ว ไหว้ขวัญอนงค์แล้วแยกไป หอมมองตามศวัสไปอย่างครุ่นคิด
ลิซซี่เห็นศวัสก็ปราดเข้ามาถามว่า “คุณหมอกำลังคบกับทายาท ‘ชิดขอบบันเทิง’ จริงไหมคะ” ศวัสชะงักถามว่าใครนะครับ ลิซซี่บอกว่าน้องเอิง พร้อมกับเอาภาพจากหนังสือพิมพ์ให้ดู
“ไปกันใหญ่แล้ว ผมไม่ได้คบกับใครทั้งนั้น แล้วผมก็ไม่ใช่ดาราด้วย” ศวัสหงุดหงิด ขึ้นรถตบพวงมาลัย สบถ“บ้าที่สุด!” แล้วขับรถออกไปเลย
ลิซซี่โทรศัพท์คุยกับเอิงที่ยังไม่ลุกจากเตียง ไม่ทันที่ลิซซี่จะพูดอะไร เอิงก็พูดเองว่า พี่หมอเห็นรูปถึงกับอ้ำอึ้งแก้ตัวไม่ออกเลยใช่ไหม บอกลิซซี่ให้เอาคำสารภาพของพี่หมอลงพิมพ์ได้เลย ลิซซี่ท้วงติงว่าจะไม่ฟังก่อนหรือว่าคุณหมอพูดยังไง เอิงตัดบทว่า “พี่หมอต้องพูดว่าเราเป็นพี่น้องกัน”
“แต่ว่าคุณหมอไม่ได้พูดอย่างนั้นค่ะ” เอิงถามว่าแล้วพูดยังไง “ฟังให้ดีๆนะคะน้องเอิง คุณหมอบอกว่า คุณหมอไม่ได้คบกับใครทั้งนั้น เขาไม่ใช่ดารา อย่าไปยุ่งกับเขา”
“บ้า!” เอิงด่าลั่น “อีพี่ลิซซี่บ้าบอคอแตก ใช้อะไรไม่ได้อย่างใจเลย คอยดูนะ เอิงจะบอกป้าวดีให้หักเงินเดือน”
“ก็ลองดูสิ แม่จะลาออกให้ดู ผู้ชายเขาไม่ชอบก็ตื๊ออยู่ได้ อีแบบนี้แถวบ้านฉันเขาเรียกว่าหน้าด้าน!” ลิซซี่ด่าจากวางสายแล้ว ปิดประตูรถปัง แล้วรถตู้ก็เคลื่อนออกไป
เอิงลิ่วไปที่ห้องทำงานของวดี พูดยุให้วดีโมโหว่า ศวัสพูดแบบนี้เท่ากับดูถูกป้าวดีด้วย ถูกวดีตำหนิว่าเอิงไม่มีศิลปะในการหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายถึงได้ถูกศวัส
ว่าเอาแบบนี้ เอิงย้อนเอาว่าตนก็ได้เชื้อจากป้านั่นแหละ เพราะถ้าป้ามีเสน่ห์หรือศิลปะบ้าบออะไรนั่น ป้าจะอยู่เป็นโสดมาจนทุกวันนี้หรือ เลยถูกวดีตบหน้าฉาดหนึ่ง
“ป้าตบน้องเอิงทำไม น้องเอิงทำอะไรผิด?” เอิงเอะอะ วดีบอกว่าตนไม่ชอบให้มาย้อน เอิงพูดอย่างรู้ทันว่า “น้องเอิงว่าน้องเอิงพูดจี้ใจดำป้าต่างหาก”
เอิงถูกวดีไล่ออกจากห้อง พอเอิงออกไป วดีนั่งพิงพนัก นึกถึงคำพูดของเอิงเมื่อครู่นี้แล้วก็ยิ่งเจ็บปวด ชอกช้ำใจ
ooooooo
ขวัญอนงค์เดินมาที่รถ กดรีโมตแล้วไปเปิดประตู พลันก็ร้องลั่นเมื่อถูกมืดตีหัวแตก ฟ้ากับอุมาที่ยืนคุยกันอยู่แถวนั้นได้ยินเสียงหันมองเห็นขวัญอนงค์ร้องแล้วล้มลง ทั้งสองพากันวิ่งมาดู
ขวัญอนงค์บอกว่ามีคนตีหัวตน แต่ไม่รู้เป็นใครเพราะมันมาข้างหลังไม่ทันเห็น อุมากับฟ้าประคอง ขวัญอนงค์ไปที่ประตูรั้ว พลันก็เห็นหอมยืนอยู่ในเงามืด หอมเดินออกมาสีหน้านิ่งสนิท ฟ้าถามว่าหอมมายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไร
“หอมเพิ่งมาค่ะ รู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยเดินออกมารับลม พอดีได้ยินเสียงอาขวัญร้อง”
ขวัญอนงค์ไม่สนใจ บอกฟ้ากับอุมาให้ช่วยพาตนเข้าไปข้างใน เจอเจคกับโค้กกำลังลาบุรีและศวัสพอดี เจคเห็นเลือดซึมออกมาตรงใกล้หูของขวัญอนงค์ถามว่าเป็นอะไร ฟ้าชิงตอบว่ามีคนตีศีรษะอาขวัญ ศวัสเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเลือดบอกให้รีบพาอาขวัญไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า
“นั่นสิ ไป...พ่อขับรถไปให้เอง” บุรีรีบเดินไปที่รถ เจคกับโค้กช่วยประคองขวัญอนงค์ตามไป
ooooooo
เขนกับทับทิมช่วยกันเก็บของในห้องแต่งตัว เขนถามว่าคืนนี้ทับทิมจะไปค้างกับตนไหม พรุ่งนี้จะ ได้มาด้วยกันแต่เช้า พอดีหอมเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หอมเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นบุรีกับศวัสกำลังพาขวัญอนงค์ไปที่รถ บุรีกับศวัสนั่งหน้าคู่กัน ฟ้าประคองขวัญอนงค์นั่งเบาะหลัง หอมจิกตามองรถที่เคลื่อนออกไปตาวาวด้วยความเกลียดชัง เขนกับทับทิมเดินมาหาหอมท่าทางยังกลัวๆ กล้าๆ หอมหันมองสองสาวตาวาวน่ากลัวถามว่า “รู้แล้วใช่ไหมว่าใคร”
“ค่ะ...แต่คุณควรออกจากร่างหอมได้แล้ว”
ทันใดนั้นอุมาเปิดประตูผลัวะเข้ามาบอกว่าขวัญอนงค์ถูกตีหัว เขนกับทับทิมถามพร้อมกันว่าใครตี แล้วทั้งห้องก็เงียบกริบไปอย่างน่ากลัว เขน ทับทิม และอุมาต่างก็ค่อยๆมองไปที่หอม
“สมน้ำหน้า กลับกันเถอะเขน” พูดแล้วหอมเดินออกไปกับเขนและทับทิม
นั่งแท็กซี่กลับมาถึงห้องหอม เขนบอกกระซิบบอกพุธกันยาว่าออกจากร่างหอมได้แล้ว พุธกันยาต่อรองขออยู่อีกหน่อย เขนไม่ยอมพุธกันยาจึงออกจากร่างหอม ทำให้หอมฟุบลงไปเหมือนถูกผลัก เขนกับทับทิมช่วยประคองหอมไว้
หอมมองไปเห็นพุธกันยายืนกอดอกมองตนอยู่ เขนบอกหอมว่าขวัญอนงค์ถูกตีหัวแตกเมื่อครู่ใหญ่นี่เอง พุธกันยาปฏิเสธว่าตนเปล่านะ แต่เขนไม่ได้ยิน บอกหอมอีกว่า อุมาบอกตนว่าตอนนั้นหอมอยู่ใกล้ๆแถวนั้นด้วย
“บอกตามตรงว่าฉันสะใจ แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำ” พุธกันยายืนยัน หอมถามว่าถ้างั้นใครทำ “จะไปรู้ได้ไง ตอนที่เห็น แม่คนนั้นก็ถูกตีไปแล้ว”
หอมขอร้องพุธกันยาอย่าใช้ร่างตนไปทำร้ายคนอื่น พุธกันยาบอกว่าตนไม่ได้ทำ หอมถามว่าแล้วทำไมไปอยู่แถวนั้น พุธกันยาบอกว่าที่นั่นเป็นบ้านของตน ตนจะไปไหนมาไหนก็เป็นสิทธิ์ของตน พูดแล้วหายไปจากตรงนั้นเลย หอมถอนใจเฮือกใหญ่บอกเขนกับทับทิมว่า พุธกันยาบอกว่าเธอไม่ได้ทำ
ooooooo
ขวัญอนงค์ทำแผลเสร็จกลับมา เจคกับโค้กยังนั่งรออยู่ เจคถามว่าปวดหัวหรือเปล่า เธอบอกว่า นิดหน่อย โค้กถามว่าอาขวัญสงสัยใครหรือเปล่า
ขวัญอนงค์นิ่งไปอย่างไม่อยากพูด แต่ฟ้าพูดฉอดๆว่าตนไม่ได้กล่าวหาใครแต่หอมน้ำน่าสงสัยที่สุด บุรีบอกว่าหอมน้ำอาจจะบังเอิญไปอยู่แถวนั้นก็ได้ เจค
บอกว่าตนไม่เชื่อว่าหอมจะทำอย่างนั้น โค้กเห็นด้วย
“แล้วที่กระจกรถอาขวัญถูกทุบแตกล่ะ” ขวัญอนงค์ถามขึ้น บุรีบอกว่าเราไม่มีหลักฐาน ขวัญอนงค์จึงเงียบไป
ศวัสไม่อยากให้ขวัญอนงค์อยู่คนเดียว ฟ้าเสนอตัวไปนอนเป็นเพื่อน เจคเห็นด้วย แล้วชวนกันกลับเพื่อบุรีกับศวัสจะได้พักผ่อน
ไปถึงห้องชุดของขวัญอนงค์ พอเปิดประตูเข้าไปฟ้าบอกว่าดูอับๆยังไงไม่รู้ ขวัญอนงค์บอกว่าปกติไม่เป็นอย่างนี้ แต่เดี๋ยวเปิดแอร์คงหาย เปิดแอร์แล้วขวัญอนงค์จะไปอาบน้ำ บอกฟ้าให้ดูทีวีไปก่อนเดี๋ยวจะมาหยิบเสื้อผ้าให้ และถ้าหิวก็หาดูในตู้เย็น
ฟ้าไปอาบน้ำใส่ชุดนอนที่ขวัญอนงค์หยิบให้ ชมว่าชุดนอนสวยจัง ขวัญอนงค์บอกว่าถ้าชอบก็ยกให้ ฟ้า รีบไหว้ขอบคุณ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้อาให้ชุดไปทำงานอีกชุด ฟ้าเปิดตู้แล้วเลือกเอาเลย แบบเสื้อดูสาวหน่อย” ฟ้ารีบขอบคุณ ขวัญอนงค์บอกให้ไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้ไปนอนที่โซฟาได้เลย ฟ้าขอนอนหน้าเตียงเพราะยังรู้สึกสยองยังไงไม่รู้ ขวัญอนงค์บอกให้ขึ้นมานอนด้วยกันบนเตียงเลย
“ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้านอนหน้าเตียงได้” ฟ้าเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้
ห้าทุ่มแล้ว แจ่มไปเคาะประตูห้องเยาวภาบอกว่าตนนอนไม่หลับ เยาวภาพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “เรื่องของแก” แล้วปิดประตูเลย แจ่มถอนใจเฮือกบ่นเบาๆ “คนอะไร เย็นชาอย่างกับผีดิบ”
ส่วนเยาวภา พอปิดประตูแล้ว แสยะยิ้มพูดอย่างสาแก่ใจว่า
“สมน้ำหน้า อยากจะมาแทนที่คุณกัลยา และคุณภาได้ยังไง!”
ooooooo
ศวัสเองก็ใช่ว่าจะละทิ้งปัญหาแปลกๆที่เกิดขึ้น เมื่อกลับถึงห้องนอนเขาคิดถึงที่ฟ้าบอกว่าหอมน้ำน่าสงสัยที่สุดและขวัญอนงค์ก็ตั้งประเด็นถามว่ากระจกรถของตนที่ถูกทุบแตกล่ะ ใครทำ?
คิดถึงข้อสงสัยเหล่านั้นแล้ว ศวัสลุกไปที่ห้องนอนของพุธกันยา ตรงไปนั่งที่โกฏิเก็บกระดูกและรูปของแม่ มองรูปครู่หนึ่งถามว่า
“คุณแม่...วิญญาณของคุณแม่ยังวนเวียนอยู่ในบ้านจริงหรือเปล่าครับ” ทุกอย่างยังปกติและเงียบกริบ “ถ้าคุณแม่อยู่ในห้องนี้ ก็ช่วยส่งสัญญาณให้ผมเห็นสิครับ ไม่ต้องไปอาศัยร่างคนอื่น”
ศวัสนั่งมองโกฏิราวกับเห็นแม่อยู่ตรงนั้น แต่...ทุกอย่างยังคงสงบนิ่ง...เงียบกริบ...
แต่ที่ห้องชุดของขวัญอนงค์ เกิดปรากฏการณ์ระทึกขวัญ เมื่อขวัญอนงค์นอนหลับสนิทโดยมีฟ้านอนอยู่หน้าเตียง ตกดึกก็มีเสียงหมาหอน ผ้าห่มที่ขวัญอนงค์ห่มอยู่ถูกดึงมาทางปลายเท้า เธอรู้สึกตัวดึงขึ้นไปตามเดิม อึดใจเดียวผ้าห่มก็ถูกดึงลงมาอีก คราวนี้ดึงถึงปลายเท้าและหลุดตกเตียง!
ขวัญอนงค์ใจไม่ดีปลุกฟ้าบอกว่าเสียงหมาหอน พอฟ้าตื่นก็ลุกพรวดผวากอดขวัญอนงค์ กรี๊ดลั่นว่าผีมา!
“ไอ้เรารึหวังจะพึ่งพา แต่กลายเป็นแย่ไปกว่าเดิมอีก” ขวัญอนงค์บ่น แล้วทั้งสองก็มองตากันปริบๆ อย่างหวาดกลัว
ooooooo
รุ่งขึ้น หอมกำลังหวีผมเตรียมไปทำงาน ศวัสก็โทร.เข้ามือถือบอกให้ลงมาพบหน่อยตนรออยู่ข้างล่าง หอมรับคำนึกระแวงว่าคงเรียกไปด่าอะไรอีก
ออกจากห้อง หอมโทร.บอกเขนว่าให้เขนกับทับทิมรอก่อน ตนลงไปพบหมอฟัน เขาด่าเสร็จแล้วจะรีบขึ้นมา พอลงมาเห็นรถศวัสก็เก็บมือถือตรงไปหาเขา ยืนรีรออึดใจแล้วจึงเปิดประตูรถเข้าไป
“คาด belt ซะ”
“จะไปไหนคะ” หอมถามประหม่าหลังจากลนลานทำตามคำสั่ง
ปรากฏว่าศวัสพาหอมไปที่ร้านอาหารเงียบๆ ดูดีในโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อบริกรยกอาหารมาเสิร์ฟแล้ว หอมถามว่า เอิงยังไม่ตื่นหรือ ถูกศวัสเสียงเข้มใส่ว่าทำไมต้องถามถึงเขา หอมพูดอุบๆอิบๆว่าก็เขาเป็นแฟน...
ศวัสวางช้อนวางส้อมทันที ถามฉุนๆว่า “ใครบอก!” หอมอ้อมแอ้มว่าเห็นจากหนังสือ
“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด...กินเสีย เดี๋ยวจะได้คุยกัน” ไม่นานเขนก็โทร.ถึงหอม หอมบอกให้เขนกับทับทิมไปก่อนตนจะตามไปทีหลัง
ทานอาหารเสร็จ หอมดูนาฬิกาบ่อยๆ ศวัสถามว่าจะรีบไปไหน หอมบอกว่าวันนี้มีถ่ายละครและเจคจะเข้า ศวัสถามว่าแล้วพรุ่งนี้มีถ่ายละครหรือเปล่า พอหอมบอกว่าพรุ่งนี้วันหยุด เขาพูดอย่างผ่อนคลายลงว่า
“งั้นก็เอาไว้พูดวันพรุ่งนี้ แล้วฉันจะโทร.ไปนัดคืนนี้”
พอศวัสพาหอมกลับมาถึงบ้าน หอมเห็นนักข่าวมากมายจึงขอให้เขาไปอีกทาง ตนกลัวจะถูกเอาไปลงข่าวอีกว่าเป็นแฟนกัน ศวัสทำเสียงเข้มว่า “ถ้าใครถามก็บอกเขาไปสิว่า เราเป็นพี่เป็นน้องกัน ดาราเขาชอบตอบกัน อย่างนั้นไม่ใช่หรือ”
พอศวัสขับรถมาถึงหน้าบ้าน บรรดานักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์ลูกนัทกับเพลินพิศอยู่ ผละจากทั้งสองกรูกันมาหาหอม โค้กอยู่แถวนั้นรีบแหวกนักข่าวเข้ามาบอกว่าหอมน้ำต้องรีบแต่งตัว แล้วพาหอมเดินแหวกกลุ่มนักข่าวออกไป พาหอมไปส่งที่ห้องแต่งตัวแล้วฝากเขนให้ดูแลหอมด้วย
ooooooo
เอิงรุกศวัสต่อเนื่อง วันนี้ก็ไปดักพบศวัสที่โรงพยาบาล พอศวัสเห็นเอิงก็ถอยตั้งหลักกลัวจะถูกโผเข้ากอดอีก เอิงร้องไห้กระซิกๆ อ้อนศวัสว่าตนปวดหัวจนจะระเบิดอยู่แล้ว
เอิงอ้อนศวัสให้ช่วยพาไปหาหมอหน่อย ศวัสเลยจำต้องให้เอิงกอดแขนเดินไป
เวลาเดียวกัน ลิซซี่ยังมาแคะคุ้ยข่าวเกี่ยวกับอาการของขวัญอนงค์ ถูกพิไลตอกกลับว่าตนไม่รู้ ถึงจะทำงานให้เจคแต่ก็ยึดถือคติที่ว่า “ไฟในอย่านำออก ไปนอกอย่านำเข้า” แกล้งหันไปถามฟ้าว่าจริงไหม ฟ้าเชิดหน้าถามว่าเกี่ยวอะไรกับตนด้วยแต่ก็เห็นด้วยกับพิไลว่า เราอยู่กับใครก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อคนนั้น
“ให้มันจริงเหอะ ฉันเห็นมามากแล้ว พวกหน้าซื่อใจคดน่ะ” พิไลลอยหน้าสวนกลับ ฟ้าวางช้อนลุกทันทีบ่นว่าไปดีกว่าป้า อารมณ์เสียแล้ว พิไลเบ้หน้าพูดเบาๆตามหลังว่า “ก็มันนั่นแหละ จะมีใคร้!”
เอิงโทรศัพท์จี้ให้ลิซซี่หาทางเล่นงานหอม ลิซซี่เล่าว่า เมื่อเช้าศวัสอุตส่าห์ไปรับหอมที่หอแล้วย้อนกลับมาส่งที่นี่ เอิงอึ้งไปจนลิซซี่ถามว่ายังอยู่หรือเปล่า
“อยู่...และจะอยู่เพื่อชัยชนะ คืนนี้พี่ลิซซี่มาหาเอิงที่คอนโดนะ เราจะวางแผนใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงมัน”
“อู๊ยยย...งานถนัดค่ะ” ลิซซี่เก็บมือถือแสยะยิ้ม ส่วนเอิงเก็บโทรศัพท์ สีหน้าพยาบาทมาดร้าย
หอมแต่งเสื้อผ้าหน้าผมเสร็จกำลังเตรียมจะเข้าฉาก พุธกันยาก็เข้ามาถามหอมว่าจะถามอะไรตน หอมบอกว่าขวัญอนงค์ยังมาถ่ายละครไม่ได้ พุธกันยาถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร “หอมไม่อนุญาตให้คุณใช้ร่างหอมทำร้ายอาขวัญนะคะ”
พุธกันยายืนยันว่าตนไม่ได้ทำ บอกแล้วว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ ก็พอดีจ่อยมาบอกหอมว่าเจคให้มาตาม พุธกันยาได้ยินก็พุ่งเข้าสิงหอมทันที ดังนั้น เมื่อลิซซี่ปรี่มาขอคุยด้วย พุธกันยาในร่างหอมถามห้วนๆว่า “มีอะไร” ลิซซี่บอกว่าเมื่อเช้าเอิงไม่สบาย หอมถามทันทีว่า “ตายหรือยัง?” แล้วเดินต่อ ลิซซี่พยายามขวางไว้ก็ถูกหอมผลักกระเด็น
“หอมน้ำ กล้าดียังไง ฉันจะฟ้อง จะทำทุกอย่างให้แกเสียหาย” ลิซซี่อาฆาต
“ก็ลองดู!” หอมหันจิกตาใส่จนลิซซี่ตกใจลมจับ หอมไม่สนใจหันเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อหอมไปเจอเจคที่เก้าอี้สนามหน้าบ้าน เจคถามว่าเรื่องที่ตนบอกว่าจะขยายเรื่องไปอีก 10 ตอนและหอมขอไปคิดดูก่อน ตกลงว่าอย่างไร ก็ได้รับคำตอบทันทีว่า “หอมตกลงค่ะ” ทำเอาเจคอึ้งชมว่าดี ตนจะปรึกษาคนเขียนบทอีกทีว่าไหวไหม
“ไหวค่ะ ถ้าไม่ไหวหอมช่วยคิดให้ก็ได้ หอมอ่านบทหมดแล้ว ยังเติมได้อีกเยอะค่ะ”
“เป็นอันว่าตกลง หนูไปเตรียมถ่ายฉากต่อได้แล้ว” เจคพอใจมาก แต่พอหอมเดินไป เจคก็มองอย่างสังเกต ครุ่นคิด
ooooooo
ค่ำแล้ว ภายในห้องแต่งตัวกองละคร เขนเอาสร้อยพระมายื่นให้หอม บอกพุธกันยาว่าถึงเวลาออกจากร่างหอมได้แล้ว พอพุธกันยาออกจากร่าง หอมเซไปนิดๆ เขนรีบเอาสร้อยพระคล้องคอหอมทันที
อึดใจเดียวหอมก็ได้รับโทรศัพท์จากศวัสนัดอีก 10 นาทีให้ไปรอที่หน้าบ้าน พุธกันยารีบขอสิงหอมบอกว่าขอแค่ 10 นาทีเท่านั้น ตนอยากพูดคุยกับศวัส หอมไม่อนุญาตเพราะศวัสยิ่งมองว่าตนสติไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ขืนให้เธอเข้าสิงมีหวังดูไม่จืด เขนได้ยินหอมพูดถามว่า
พุธกันยาจะสิงอีกหรือ หอมพยักหน้า เขนบอกว่าอย่ายอมนะ เท่านั้นเองเกิดลมแรงพัดมาวูบหนึ่งพัดเขนกระเด็นไปกระแทกผนังล้มกลิ้ง หอมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บอกพุธกันยาอย่างไม่พอใจว่า
“คุณรังแกเพื่อนหอม หอมจะไม่ยอมให้คุณสิงอีกแล้ว” พุธกันยารีบขอโทษบอกว่าตนลืมตัวไป เสียใจจริงๆ หอมพาเขนเดินไปอย่างไม่สนใจ
หอมประคองเขนเข้าไปในบ้าน พิไลตกใจถามว่าเขนเป็นอะไร เขนบอกว่าไม่มีอะไร ตนถูกผีผลัก แล้วรีบแก้ว่า “เขนถูกลมพัดหกล้มค่ะ” พิไลอยากช่วยพาส่งโรงพยาบาลแต่รถกองเสีย
พอดีศวัสมา หอมจึงพาเขนไปหาศวัส พุธกันยายืนมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วหายตัวไป
พุธกันยาแอบขึ้นรถศวัสไปด้วยอ้อนวอนหอมว่า “ได้โปรด แม่ลูกเขาจะได้พูดได้คุยกัน มันเป็นบุญกุศลของเธอนะ”
แต่หอมนั่งนิ่งเกร็งจนศวัสถามว่าเป็นอะไร หอมบอกว่าไม่เป็นอะไร พุธกันยาตัดพ้อว่าทีพูดกับลูกชายตนพูดเอ๊า...พูดเอา แต่กับแม่ทำเป็นไม่เห็นหัว หอมลืมตัวพูดเสียงดังว่า
“ถ้าพูดกับคุณ คุณหมอจะได้ว่าหอมเป็นบ้าน่ะซีคะ” พอรู้สึกตัวเห็นศวัสนิ่วหน้ามอง เธอรีบขอโทษ พุธกันยาพูดงอนๆว่าไม่ต้องขอโทษตน “หอมขอโทษคุณหมอต่างหาก” หอมสวนเสียงดัง แล้วรีบเอามือปิดปาก
“คุณแม่ฉันนั่งอยู่ข้างหลังหรือ” ศวัสถามหน้านิ่ง หอมไม่กล้าตอบได้แต่ยิ้มแหยๆ แต่พุธกันยาได้ทีตอบว่า
“ใช่จ้ะลูก” ก็พอดี ศวัสเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาล
เมื่อพาเขนมาส่งที่โรงพยาบาลแล้ว พุธกันยามองศวัสทั้งปลื้มและภูมิใจมาก หอมมองไปทางพุธกันยายิ้มให้อย่างอ่อนโยน ศวัสเห็นหอมยิ้ม เขามองตามสายตาหอมเห็นหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งยิ้มให้หอมแล้วเดินมาทัก
ศวัสจับแขนหอมไว้ จ้องหน้าหนุ่มคนนั้นออกอาการหึงหวงบอกว่า “โทษ คุณคงเข้าใจผิด เราสองคนไม่รู้จักคุณ”
หนุ่มคนนั้นเห็นท่าทีขึงขังของศวัสก็ถอยบอกว่าตนคงเข้าใจผิดจริงๆ พอหนุ่มคนนั้นไป ศวัสดุหอมว่าไปยิ้มให้เขาทำไม หอมบอกว่าเปล่า ตนยิ้มให้....หอมหยุดกึก ถูกศวัสดักคอว่า
“จะแก้ตัวว่ายิ้มให้แม่ฉันงั้นสิ” หอมนิ่ง เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ รังแต่จะโต้เถียงผิดใจกันอีก
พุธกันยากลับไปนั่งในรถ เห็นความสัมพันธ์ของศวัสกับหอมแล้วพึมพำเด็ดเดี่ยวว่า
“ไม่ได้ ศวัสจะรักจะชอบหอมน้ำไม่ได้เด็ดขาด” ทันใดนั้นหมาแถวนั้นพากันหันหน้ามาที่รถโก่งคอหอนกันระนาว
“หยุดนะ...ฉันไม่ใช่ผี ฉันเป็นวิญญาณ” พุธกันยาฉุนหมาปากเปราะพวกนั้น
ooooooo










