ตอนที่ 6
ที่ห้องรับแขกบ้านศวัส กลายเป็นห้องที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเจคกับศวัสไว้ด้วยเรื่องของพุธกันยา ผู้หญิงอันเป็นที่รักของทั้งสองคน
“อาไม่เคยคิดว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเลย ทุกคนต่างเริ่มต้นชีวิตใหม่ เวลาจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด” เจคก้มหน้าซ่อนความรู้สึกที่ไม่อาจปกปิดได้
“ความเจ็บปวดอาจบรรเทาลง แต่ไม่ได้หายไปไหน พอมีอะไรมาสะกิดมันก็จะกลับมาอีก” เสียงศวัสขาดหายไปในลำคอ มีแต่แววตาที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดในใจ
ทั้งสองต่างเงียบไป จนเมื่อบุรีกลับมาเจอ ถามเจคว่ายังไม่กลับอีกหรือ เจคปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้แจ่มใสบอกว่ากำลังจะกลับพอดี พูดออกตัวว่าคุยกับหลานชายเพลิน ไปหน่อย บอกศวัสว่า “อากลับก่อนนะหมอ” และไหว้ลาบุรี
ศวัสลุกไปส่ง บุรีมองทั้งสองอย่างแปลกใจว่า สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
ขณะศวัสเดินไปส่งนั้น เจคบอกศวัสว่า “หมอเหมือนคุณแม่มาก โดยเฉพาะดวงตา...แล้วพบกัน” เจคตบต้นแขนศวัสเบาๆเดินไปที่รถ ศวัสยืนกดรีโมตเปิดประตูให้ เมื่อรถเจคออกไปแล้ว เขากดปิดประตูแต่ยังยืนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง
พอกลับเข้าไปที่ห้องรับแขก บุรียังอยู่ถามว่า คุยอะไรกับเจคหรือ ศวัสตอบเลี่ยงๆว่าเรื่องทั่วไป
บุรีปรารภว่าแปลก ทั้งเจคและศวัสไม่ใช่คนที่จะสนิทสนมคุยกับใครง่ายๆ แต่อยู่ดีๆ กลับมานั่งคุยกันเอง ศวัสไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้ แต่กลับถามว่า
“แล้วคุณพ่อกับคุณอาขวัญล่ะครับ เพิ่งจะสนิทกันช่วงนี้หรือว่าเคยสนิทกันมานานแล้ว” เมื่อบุรีนิ่งไป ศวัสพูดอ่อนโยนว่า “ถ้าคุณพ่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...”
“ไม่มีวัน...พ่อรักแม่” บุรีขัดขึ้นทันที ศวัสติงว่าคุณแม่จากเราไปนานแล้ว บุรีหันขวับ “ไม่จริง! แม่ยังไม่ได้ไปไหน ยังอยู่กับลูกกับคุณพ่อ” ศวัสพูดตรงๆว่าถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อจะมีใครสักคน “พ่อไม่พร้อมจะมีใครทั้งนั้น” บุรีเสียงเข้มแล้วลุกขึ้นบันไดไป
พุธกันยาที่ฟังอยู่ตลอดเวลา ตัดพ้อศวัสว่า “ศวัสไม่รักแม่แล้วหรือลูก ถึงได้ยุให้คุณพ่อมีเมียใหม่” ศวัสไม่ได้ยิน แต่เห็นอารมณ์ของคุณพ่อแล้วเขาส่ายหน้า เดินขึ้นข้างบนไปอีกคน...
ooooooo
คืนนี้ บุรีฝันว่าได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆ แว่วมาในฝันนั้น เขาสะดุ้งสุดตัวลืมตาเห็นพุธกันยานั่งกับพื้นร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอค่อยๆเงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้าเศร้าแววตาเจ็บปวด น้ำตาไหลพราก...
“กัลยา...” บุรีอุทาน พลันใบหน้าพุธกันยาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำเหมือนศพ
บุรีตกใจตื่นร้องลั่นจนศวัสได้ยินเดินมาเคาะประตูถามว่าคุณพ่อเป็นอะไร
บุรีได้ยินเสียงเคาะประตูและร้องถามของศวัส เขาบอกว่าพ่อไม่เป็นอะไร พอเสียงศวัสเงียบไป บุรีลุกเดินไปห้องน้ำ ขณะกำลังล้างหน้าก็ได้ยินเสียงคนเคลื่อนไหว เขาออกจากห้องน้ำมองหาก็ไม่มีใคร เขาทรุดนั่งบนเตียงเปิดไฟ รำพึง...
“กัลยา...คุณมาหาผมจริงๆ หรือว่าเป็นเพียงแค่ความฝัน?”
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อบุรีเล่าให้ศวัสฟัง ศวัสฟันธงว่าฝันแน่นอน ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดมีจริงคุณแม่คงไปเกิดนานแล้ว
“นึกแล้วว่าต้องพูดอย่างนี้” บุรีงึมงำ
“ผมยังยืนยันเรื่องที่พูดกับคุณพ่อเมื่อคืนนี้...คุณพ่อควรจะมีใครสักคน” พูดตรงๆ ว่า “ผมหมายถึงคนที่จะมาแทนคุณแม่ ถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อควรจะปล่อยท่านไปเสียที”
บุรีทานอาหารเช้าเงียบๆเหมือนไม่สนใจที่ศวัสพูด
ooooooo
เช้านี้ โค้กไปที่ออฟฟิศเจค เจอพิไลกำลังจะออกไป เขาทักว่าเห็นรถของเจคจอดอยู่ พิไลบอกว่าเมื่อคืนเจคไม่ได้กลับบ้าน ตนกำลังจะไปซื้อปาทองโก๋กับกาแฟให้ ถามว่าเขาจะรับด้วยไหม
“ดีเหมือนกัน ขอบคุณครับ” โค้กบอกแล้วทำท่าจะเข้าไปในห้องเจค พิไลรีบบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าไปกวนท่าน
เจคอยู่ในห้องทำงาน เขาเปิดโน้ตบุ๊กที่มีภาพของพุธกันยากำลังยิ้มน้อยๆนัยน์ตาแฝงแววเศร้ามองตรงมาเจคคลิกไปเรื่อยๆ จนถึงภาพที่พุธกันยาเสียชีวิตเพราะกินยาเกินขนาด คลิกต่อไปเป็นภาพพุธกันยาหน้าขาวซีด หลับตาสนิท ผมยุ่งเหยิง...
เจคมองภาพนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเอนหลังพิงพนัก หลับตาลงอย่างเจ็บปวด แล้วภาพหอมที่ถูกพุธกันยาเข้าสิงในอิริยาบถต่างๆก็แทรกเข้าในห้วงคิด ครู่หนึ่ง เจคลืมตาขึ้น... นัยน์ตาเขาครุ่นคิด...ใคร่ครวญ...
ooooooo
เช้าเดียวกันนี้ ศวัสอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อมาที่รถเห็นอมยิ้มแท่งหนึ่งวางเสียบอยู่บริเวณที่ปัดน้ำฝน พร้อมกระดาษโน้ตสีหวานเขียนไว้ว่า
“อยากให้คุณหมอยิ้มมากๆโลกจะได้สดใส” ศวัสพึมพำหงุดหงิด “หอมน้ำ...”
อึดใจต่อมา ขณะหอมกำลังทานข้าวที่ห้อง ก็ได้ยินมือถือดังขึ้น หอมแปลกใจเมื่อที่หน้าจอโชว์ “Dentist”
พอรับสายหอมทั้งแปลกใจและตกใจเมื่อเสียงศวัสดุมาว่า
“นึกอะไรขึ้นมาถึงได้ทำบ้าๆอย่างนี้ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ จำเอาไว้!”
พูดจบศวัสปิดเครื่องทันที หอมที่กำลังจะถามว่าเรื่องอะไรก็อ้าปากค้าง มึนตึ้บ
หอมเล่าให้เขนฟังขณะนั่งแท็กซี่ไปที่กองถ่าย เขนเชื่อว่าต้องมีสาเหตุ ไม่อย่างนั้นเขาไม่โทร.มาด่า แต่เช้าหรอก
ไปถึงหน้าบ้านศวัส หอมยิ่งงงเมื่อคนสวนส่งถุงให้บอกว่าคุณหมอฝากไว้ให้ พอเปิดดูข้างในเป็นอมยิ้ม!
พอเข้าไปในห้องแต่งตัว เขนบอกว่า ต้องมีใครสักคนใส่ร้ายหอมแน่ๆ หอมถามว่าใครล่ะ? เขนบอกให้ถามพุธกันยาก็มีเสียงแทรกเข้ามาว่า “ฉันไม่รู้” ทำเอาทั้งคู่สะดุ้ง แล้วหอมก็มีไอเย็นออกจากปากและลมหายใจ
เขนสงสัยว่าหรือจะเป็นพุธกันยาเอง
ประตูห้องแต่งตัวเปิดออก อุมากับทับทิมและธุรกิจเดินเข้ามา พุธกันยาหายไปทันที ธุรกิจบอกหอมว่าวันนี้หอมเหลือฉากเดียวเพราะน้องนัทเพิ่งโทร.มาบอกว่าอาหารเป็นพิษ แล้วบอกอุมาแต่งหน้าให้หอมเลย เพราะขวัญอนงค์กำลังมา
ooooooo
เพราะวันนี้หอมมีแค่ฉากเดียว เที่ยงทั้งสองจึงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่โรงพยาบาลเพื่อถามให้รู้เรื่อง หอมเข้าไปหาศวัสในขณะที่เขนไปนั่งรอที่ร้านอาหารใกล้ๆนั้น
หอมเดินหาจนเจอแผนกทันตกรรมจึงนั่งรอจังหวะ จนเห็นศวัสเดินออกมา หอมรีบตาม แต่รีบเกินไปสะดุดเท้าตัวเองล้มร้องลั่น “โอ๊ย...” จนทุกคนหันมองรวมทั้งศวัสด้วย
พอเห็นเป็นหอมเขาถอนใจเฮือกทำนอง “อีกแล้ว!!” แต่ก็รีบไปดู ถามว่าลุกไหวไหม หอมบอกว่าไหว เขาเร่งอย่างรำคาญว่า “ไหวก็ลุกขึ้นมาซิ” แต่หอมก็ยังลุกไม่ขึ้น ศวัสเลยยื่นมือไปฉุดขึ้นมาอย่างรำคาญ แล้วกึ่งลากกึ่งจูง ไปท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองเป็นตาเดียว
ศวัสลากหอมไปที่ห้องพักแพทย์บอกให้นั่ง หอมรีบนั่ง เลยเสียหลักหงายไปทั้งเก้าอี้! ศวัสรีบช้อนรองหัวของหอมไว้ไม่ให้หัวกระแทกพื้น แต่ตัวเองเสียหลักล้มทับหอมทั้งตัวเต็มๆ หน้ากับหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ต่างตกใจตกตะลึง
เสียงสัญญาณฝากข้อความมือถือของหอมดังขึ้น กระชากทั้งสองหลุดจากภวังค์ ศวัสลุกขึ้นหันไปไม่มองหน้าหอม ส่วนหอมก็ควานหามือถือในกระเป๋าวุ่นวาย พออ่านข้อความหอมทำหน้างง ศวัสถามว่ามีอะไร หอมบอกว่าคุณเจคให้ไปพบ ศวัสพูดห้วนๆว่า “ก็ไปสิ”
“เดี๋ยวก็ได้ค่ะ หอมต้องพูดกับคุณหมอให้รู้เรื่องก่อน หอมไม่อยากให้คุณหมอเข้าใจผิด” แต่ศวัสเหมือนไม่ได้ฟัง บอกหอมว่าขอดูขาหน่อยพลางนั่งลง หอมรีบหดขาบอกว่าตนไม่เป็นอะไร
“ตามใจ...มีอะไรก็ว่ามา”
หอมเล่าเรื่องอมยิ้มแล้วยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยวว่าตนไม่ได้ทำและกระดาษโน้ตแบบนั้นตนก็ไม่เคยใช้ อมยิ้มตนก็ไม่เคยกินกลัวฟันผุ ฟังแล้วศวัสถามว่างั้นเธอก็ถูกใส่ร้าย?
“แล้วใครจะมาทำกับหอมอย่างนั้นทำไม หอมไม่ใช่บุคคลสำคัญ”
ศวัสไม่พูดแต่กลับถามว่าหิวหรือยัง หอมตอบงงๆ ว่าหิว “งั้นก็ไปกินข้าวกัน” ศวัสชวนห้วนๆง่ายๆ หอมรู้สึกผ่อนคลายลงบอกว่าขอไปชวนเขนด้วย เพราะเขนรออยู่หน้าโรงพยาบาลนี่เอง พอศวัสพยักหน้าหอมรีบไหว้ขอบคุณ หยิบมือถือโทร.หาเขนทันที
เขนเป็นนักกินอยู่แล้ว พอรู้ว่าศวัสชวนไปกินข้าวก็ดีใจ บอกว่าตนเพิ่งกินก๋วยเตี๋ยวไปสามชามเอง เรียกพนักงานมาคิดเงิน นัดหอมว่าเดี๋ยวจะไปรอตรงประตูทางออก
ooooooo
ทั้งเขนและหอมกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย เขนชมว่าอร่อยจัง ศวัสถามหน้านิ่งๆว่าอีกจานไหม เขนยิ้มเขินบอกว่าอิ่มแล้วตนกำลังไดเอต ศวัสถาม “หอมน้ำล่ะ?”
“หอมก็อิ่มเหมือนกันค่ะ” ตอบแล้วนิ่งชั่งใจ แต่แล้วตัดสินใจพูด “คุณหมอเชื่อแล้วใช่ไหมคะว่าหอมไม่ใช่คนแอบส่งอมยิ้มให้คุณหมอ” เขนรีบช่วยเพื่อนบอกว่าตนเป็นพยานได้ ถ้าหอมทำตนต้องรู้ หอมไม่ใช่คนกุ๊กกิ๊กแบบนั้น
“เธอสองคนเป็นเพื่อนกันก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว” ทั้งสองปฏิเสธพร้อมกัน หอมถึงกับยอมสาบาน ศวัสมองหน้าหอมย้ำว่า “ต่อไปอย่าทำอย่างนี้อีก”
หอมอัดอั้นจนน้ำตาคลอ เขนฉุนเถียงแทนเพื่อนว่า “หอมเขาไม่ได้ชอบเฮีย เอ๊ย...คุณหมอ แล้วเขาจะทำแบบนั้นทำไม” เป็นคำถามที่ทำเอาศวัสอึ้งไป
พอนั่งแท็กซี่มาถึงหน้าบ้านศวัส หอมกังวลกลัวศวัสโกรธ แต่เขนไม่สนใจเพราะเราพูดความจริง ก็พอดีคัมภีร์เดินมาบอกหอมว่าเจครออยู่
หอมใจคอไม่ดีนึกว่าตัวเองทำอะไรผิด เจคถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ได้ยินคนในกองถ่ายพูดกันว่าเราเจอผี” หอมสะดุ้งเฮือก เจคมองหน้ายิ้มนิดๆถาม “ตกใจอะไร”
หอมปฏิเสธว่าเปล่าแต่กลัวเขาจะคิดว่าตนเหลวไหลเพ้อเจ้อ พ่อแม่สอนไม่ให้ตนโกหก ตนก็ไม่พูดโกหก
“ผีที่เธอเห็นรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง”
หอมสบตาเจคยืนยันคำตอบว่า “หอมเห็นคุณพุธกันยาค่ะ เธอมีรูปร่างหน้าตาเหมือนในรูปทุกอย่าง”
เจคอึ้ง หอมทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่พูด และเจคก็บอกให้ไปได้แล้ว หอมถามว่าเขาไม่เชื่อตนใช่ไหม
“อาไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ ต้องมีข้อพิสูจน์”
หอมรับคำเบาๆแล้วเปิดประตูออกไป ส่วนเจค เอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ แววตาแน่วแน่
ooooooo
ระหว่างนั่งแท็กซี่กลับ เขนถามหอมว่าทำไมไม่บอกเจคไปเลยว่าตัวเองถูกสิง หอมบอกว่าทีแรกก็จะบอกแต่คิดอีกทีแค่เรื่องเห็นพุธกันยาก็ยังไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือเปล่า เลยไม่พูด
หอมกับเขนไปที่ห้องธุรกิจออฟฟิศ เจอแม่บ้านทำความสะอาดจัดข้าวของให้เข้าที่อยู่ถามว่ามาเอาอะไรหรือ หอมบอกว่าลืมหนังสือ แล้วจะไปหยิบหนังสือ ถูกพุธกันยาเข้าสิงไม่รู้ตัว พอหยิบหนังสือแล้วชวนเขนกลับ แม่บ้านมองหอมชมปลื้มว่านับวันยิ่งสวย ขอกอดหน่อยจะได้ไปเม้าท์แถวบ้านว่าได้กอดนางเอก
หอมยิ้มเชิงอนุญาต แต่พอแม่บ้านกอดก็ผวาเฮือกคลายแขนทันที ถามหน้าตาตื่นว่าทำไมตัวเย็นเจี๊ยบ ไม่สบายหรือเปล่า หอมตอบยิ้มๆว่า
“เปล่าค่ะ...หนูเป็นคนเนื้อเย็นอย่างนี้เอง...ไปก่อนนะคะ”
พอหอมกับเขนเดินไป แม่บ้านมองตามพึมพำ “ตัวเย็นอย่างกับน้ำแข็ง”
เขนรู้ว่าพุธกันยาเข้าสิงหอม พูดอย่างไม่พอใจว่าทำไมไม่บอกกันก่อน พุธกันยาในร่างหอมบอกว่า พรุ่งนี้เป็นวันเกิดศวัส ตนอยากไปทำบุญกับลูก เขนติงว่าศวัสจะคิดอย่างไรที่อยู่ดีๆหอมทำเจ๋อเสนอหน้าไปทำบุญวันเกิดกับเขา
“หอมน้ำไม่ได้ไปคนเดียว เธอจะไปด้วย” เขนบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องไปพบอาจารย์ “แล้วเธอจะปล่อยให้เพื่อนต้องเปิ่นเทิ่นเรอะ”
ในที่สุดเขนก็ต้องไปกับพุธกันยาที่สิงหอมอยู่
ooooooo
แต่เรื่องกลับกลายเป็นความเจ็บปวด เพราะศวัสชวนขวัญอนงค์ไปด้วย พอพุธกันยาเห็นขวัญอนงค์สนิทสนมกับศวัสและบุรีก็เจ็บปวดจนไม่อาจทนได้ เมื่อพระพรมน้ำมนต์หอมก็เลี่ยงออกไปข้างนอก
พระมองตามหอม แล้วมองศวัสอย่างลึกซึ้งขณะเอ่ย
“หมั่นทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้โยมแม่มากๆนะ น่าเวทนา เสียไปกี่ปีแล้วนี่” ศวัสบอกว่ายี่สิบเจ็ดปี บุรีจำได้ว่าตอนนั้นดูเหมือนท่านเพิ่งจะมาจำพรรษาที่นี่ ท่านพยักหน้า “ก็นานโขอยู่ แต่ก็ยังตัดอาลัยไม่ขาด” ท่านเอ่ยเมื่อหันมองบุรี “คิดถึงน่ะคิดถึงได้ แต่อย่าพยายามรั้งเขาไว้”
ทุกคนฟังแล้วต่างมีสีหน้าประหลาดใจ
บุรีถามเขนว่าหอมหายไปไหน บอกเขนว่าอย่าเพิ่งกลับเดี๋ยวลุงจะพาไปเลี้ยงข้าว เมื่อออกมาที่ศาลา เขนไม่เห็นหอมถามคนดูแลว่าเห็นเพื่อนที่มากับตนไหม เขาบอกว่ากลับไปแล้ว
“ช่างเขาเถอะ เราไปกันแค่นี้ก็ได้” ศวัสตัดบท
“เขนไปไม่ได้ค่ะต้องไปตามหอม สวัสดีค่ะ”
เขนไหว้ทุกคนแล้วแยกไป บุรีพึมพำ “ทำไม อยู่ดีๆก็กลับไปก่อน”
“ขวัญบอกแล้วไงคะ ว่าระยะหลังๆมานี่ เด็กคนนี้ชอบทำอะไรแปลกๆ”
ศวัสเดินนำทั้งสองไปที่รถอย่างไม่สนใจ
ooooooo
พุธกันยาในร่างหอม ไปนั่งทอดสายตามองสายน้ำเหม่อๆ ภาพความสนิทสนมของบุรี ขวัญอนงค์ กับศวัส ที่ทำร้ายจิตใจพุธกันยาอย่างรุนแรง ค่อยๆ เลือนหายไปจากความรู้สึก พร้อมกับแววตากร้าวจิกไปข้างหน้า คำรามเบาๆ
“ฉันต้องเอาลูกผัวของฉันคืนมาให้ได้!”
เวลาเดียวกันนั้น บุรี ศวัส และขวัญอนงค์อยู่ที่ร้านอาหารค่อนข้างหรู สั่งอาหารแล้ว ขวัญอนงค์ก็ยังติดใจคำพูดของหลวงพ่อ เปรยขึ้นว่า “เมื่อกี้หลวงพ่อท่านพูด แปลกๆนะคะ” ศวัสบอกว่าท่านคงเตือนคุณพ่อ
“กินข้าวเถอะ เที่ยงกว่าแล้ว” บุรีตัดบท ศวัสกับขวัญอนงค์สบตากันแว่บหนึ่งแล้วลงมือกินข้าวกันเงียบๆ
หอมกลับมานอนหลับสนิทอยู่ที่ห้อง ตกใจตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ งัวเงียรับสายทั้งที่ยังหลับตา เสียงเขนทักมาอย่างโล่งใจ ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน? เป็นอะไรหรือเปล่า? และพุธกันยาไปหรือยัง?
หอมตอบไม่ทันกับคำถามถี่ยิบเร็วจี๋ของเขน
บอกเพื่อนค่อยๆพูดก็ได้ พอเขนรู้ว่าหอมอยู่ที่ห้องก็รีบกลับมาทันที
มาถึงเขนลากหอมไปคุยที่ห้องตนบอกว่ากลัวถูกพุธกันยาแอบฟัง พอพาเข้ามานั่งในห้อง หอมบอกว่ามีอะไรให้เล่ามาเลย เขนบอกว่าตนเริ่มไม่ไว้ใจพุธกันยาอีกแล้ว หอมมองหน้าเขนเชิงถาม เขนพยักหน้าหงึกหงักยืนยันความคิดของตน
เมื่อบุรีกับศวัสกลับมานั่งกันที่ห้องรับแขก บุรีพูดหน้าขรึมกับศวัสว่าไม่อยากให้เขาทำอย่างนี้อีก เพราะอาจทำให้ขวัญอนงค์เข้าใจผิดได้
ศวัสติงว่าคุณพ่อเองก็เคยพาขวัญอนงค์ไปไหนมาไหนไม่ใช่หรือ บางทีก็พาไปส่งบ้าน แบบนี้ไม่กลัวใครเข้าใจผิดหรือ
“พ่อจะไม่ทำอย่างนั้นอีก เพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง” บุรีเสียงหนักแน่น กระนั้นศวัสก็ยังหว่านล้อมว่า
“การที่คุณพ่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนไม่ใช่ความผิดนะครับ ที่หลวงพ่อท่านพูดว่า...”
“พอที!” บุรีตัดบทลุกเดินขึ้นข้างบน ศวัสมองพ่อแล้วถอนใจยาวอย่างเป็นห่วง
ooooooo
ที่ห้องทำงานของวดี ทั้งวดี เอิง ลิซซี่ กำลังดี๊ด๊ากับผลงาน “ปฏิบัติการอมยิ้ม” กันเต็มที่ วดีสั่งอย่างย่ามใจว่าพรุ่งนี้ให้แอบเอาอมยิ้มไปวางไว้ที่รถของศวัสอีก ลิซซี่ถามว่า “อีกแล้วหรือ”
“ใช่ วางจนหมด ให้ศวัสรำคาญไล่ตะเพิดนังนั่นไปเลย” วดีพูดอย่างสะใจ เอิงรีบหยิบอมยิ้มอันใหญ่กว่าเดิมส่งให้
ลิซซี่บอกให้เอิงขับรถให้ วดีกำชับเอิงไม่ต้องเข้าไป ให้รออยู่ข้างนอกถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รีบหนีไปก่อนลิซซี่ฟังแล้วร้องอ้าว! แต่วดีไม่สนใจ ย้ำกับลิซซี่ว่า
“ส่วนแก ถ้าเกิดมีใครจับได้ ก็ยอมรับผิดไปคนเดียว ห้ามซัดทอดเด็ดขาด” ลิซซี่ร้องอ้าวเป็นครั้งที่สอง วดีไม่สนใจตามเคยสั่งให้ออกไปได้แล้ว เอิงถามวดีว่าทำแบบนี้จะดีหรือ เกิดลิซซี่โมโหขึ้นมาเอาเรื่องไปบอกศวัสล่ะ
“ก็ลองดูสิ! มันต้องพึ่งเราตลอด ไม่กล้าหรอกแต่ถึงมันทำ เราไม่รับก็สิ้นเรื่อง”
“งั้นเราก็หน้าด้านสิคะป้าขา...”
“ด้านแล้วได้ใครจะไม่ทำ” วดีตัดบทหน้าด้านๆ
ooooooo
ศวัสเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณบ้านเหมือนกำลังตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง พอตัดสินใจได้เขากดมือถือถึงหอมซึ่งอยู่ที่หอพัก ทำเสียงเข้มถามว่า เมื่อเช้าทำไมถึงหนีกลับก่อน
หอมอึ้งอย่างคิดไม่ถึง พอถูกถามย้ำก็บอกว่าตนไม่ตอบดีกว่า เพราะตอบไปเขาก็ไม่เชื่อ ศวัสดักคอว่าจะบอกว่าคุณแม่ตนเข้าสิงเธออีกล่ะสิ! หอมนิ่งไปอีกพอถูกเรียกเตือน หอมพูดเสียงเครือว่าจะคิดอย่างไรก็สุดแต่เขาเถิด
“เราต้องเห็นหน้ากันถึงจะพูดรู้เรื่อง” หอมถามว่าสไกป์หรือ ศวัสบอก... “อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะไปพบเธอที่ หอพัก”
หอมจะห้ามก็ไม่ทันเพราะเขาตัดสายแล้ว เลยทำใจเตรียมรับสถานการณ์
พอมาถึงหอพัก ศวัสให้หอมไปขึ้นรถ หอมประหม่าเดินดุ่มไปสะดุดเท้าตัวเองคะมำไปอีก เลยโดนบ่น“ซุ่มซ่าม”
ไปถึงรถมีปัญหาอีกจนได้ เมื่อศวัสเปิดประตูหน้าให้หอมขึ้นนั่ง หอมลังเลเพราะเห็นพุธกันยานั่งอยู่ ศวัสดักคอประชดว่า “เธอจะบอกว่าคุณแม่ฉันนั่งอยู่ใช่ไหม” พอหอมพยักหน้าศวัสก็ถอนใจเฮือกแบบ...เชื่อเขาเลย!
พุธกันยาเห็นอาการของทั้งสองจึงเป็นฝ่ายเปลี่ยนไปนั่งที่เบาะหลัง หอมไหว้ขอบคุณ ศวัสถามประชดอีกว่าคุณแม่ตนไปแล้วหรือ พอหอมบอกว่านั่งอยู่ข้างหลัง เขาก็ถอนใจอีกเฮือกใหญ่แล้วขึ้นรถขับออกไป
ooooooo
ระหว่างไปนั่งทานอาหารที่ร้าน ศวัสถามว่านึกยังไงถึงไปทำบุญที่วัดนั่น หอมบอกว่าตนพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ
“ลองพูดมาซิ”
น้ำเสียงเข้มบังคับกลายๆของศวัสทำให้หอม
ต้องเล่าว่า พุธกันยาอยากทำบุญในวันเกิดของเขาพร้อมกัน พ่อแม่ลูก จึงขอสิงร่างตน ตนไม่ยอมเพราะไม่ต้องการเป็นคนบ้าในสายตาเขาอีก แต่ก็ถูกสิงโดยตนไม่รู้ตัว ตนเสียใจที่ทำให้ครอบครัวเขาหงุดหงิดวุ่นวาย
ศวัสถามเสียงอ่อนลงว่าพรุ่งนี้มีถ่ายละครหรือเปล่า หอมบอกว่ามี
พอหอมกลับมาเล่าให้เขนฟัง เขนเชื่อว่าศวัสเริ่มเชื่อหอมแล้ว เขนเชื่อว่าเหตุการณ์วันนี้เป็นเพราะพุธกันยาหึงขวัญอนงค์ ทั้งยังเชื่อว่า ที่กระจกหน้าต่างรถของขวัญอนงค์ แตกก็ต้องเป็นฝีมือของพุธกันยา!
รุ่งขึ้น พอไปถึงกองถ่ายที่บ้านศวัส แจ่มมาบอกเขนว่า คุณหมอเชิญไปพบหน่อย
ศวัสเรียกเขนไปบอกว่าหอมกำลังไม่สบายมาก เขนพาซื่อติงว่าหอมไม่เห็นเป็นอะไร พอศวัสบอกว่าไม่ได้หมายถึงความเจ็บป่วยทางกาย เขนตกใจพูดเสียงดัง...
“หอมก็ไม่ได้บ้าค่ะ!” ศวัสมองหน้าถามว่าแน่ใจหรือ “เขนเคยพูดกับคุณแม่คุณเวลาที่ท่านเข้าสิง เขนแน่ใจเลยว่านั่นไม่ใช่วิธีการพูดของหอม แล้วหอมก็เป็นคนขี้อาย ถ้าคุณพุธไม่เข้าสิงหอมจะไม่มีวันเล่นละครได้”
ศวัสบอกว่าตนกำลังสงสัยว่าหอมจะเป็นแบบ “บุคลิกแปลกแยก” ชี้ว่า
“วิธีเดียวที่จะพิสูจน์ได้คือไปพบจิตแพทย์ ถ้าห่วงเพื่อน เธอต้องช่วยหว่านล้อมให้เขายอมไป”
ผิดกับเจค เช้านี้เขานั่งคิดทบทวน เขาเห็นหอมหลับตา สูดลมหายใจลึกๆสามครั้งแบบที่พุธกันยาเคยทำก่อนเข้าฉาก
วันนี้เจคจึงจับตาดูหอมเป็นพิเศษ พอพักการถ่ายทำ หอมไปนั่งเหม่อที่บริเวณซุ้มพุดซ้อน เจคเข้าไปแกล้งเรียก
“กัลยา”
“มีอะไรหรือคะ” พุธกันยาที่ยังสิงหอมอยู่ถามไม่ทันเอะใจ เจคถามว่าวันนี้เป็นอะไรไม่ค่อยมีสมาธิเลย เทกตั้ง 4-5 ครั้ง หอมบอกว่าตนไม่ค่อยสบาย
ในที่สุด เจคตัดสินใจถามตรงๆเรื่องพุธกันยาว่า
“นักแสดงแต่ละคนมีวิธีเทคนิคลีลาต่างกัน อย่างพุธกันยาเขาจะชอบสูดลมหายใจยาวๆสามครั้งก่อนแสดงเหมือนกับที่เราทำไม่มีผิด” หอมทำหน้าตายว่าตนเคยทราบ เจคมองตาถาม “แน่ใจหรือ ผมนึกว่าคุณรู้เสียอีก”
หอมอึดอัด ตัดปัญหาด้วยการขอตัวไปดื้อๆ ทำให้เจคยิ่งแน่ใจในความคิดของตน
ผละจากเจคแล้ว หอมไปเจอพิไลนั่งดูอัลบั้มรูปของพุธกันยานางเอกในดวงใจที่อุตส่าห์ตัดจากหนังสือพิมพ์และหนังสือบันเทิงอย่างคิดถึง บอกหอมว่า ได้ยิน
เขาพูดกันว่าเจคจะนำละครเรื่อง “รอยทราย” ที่พุธกันยาเล่นเป็นเรื่องแรก หลังจากประสบความสำเร็จจากการเล่นหนังแล้วมาทำใหม่ และได้ยินว่าจะให้หอมเล่นด้วย ทำท่าลึกลับเตือนหอมว่า
“ถ้าหนูรับเล่นต้องระวังอาถรรพ์ด้วยนะคะ ป้าจำได้ว่าพุธกันยาเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลตอนนั้น หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันให้แซ่ด ป้ายังเป็นห่วงแทบตาย”
“ขอบคุณที่เตือนค่ะ” หอมประคองพิไลลุกขึ้นเดินคุยไปด้วยกัน
ooooooo
เอิงนึกเขียนด่าหอมไม่ออกลุกพรวดบอกวดีว่าไปช็อปปิ้งดีกว่า วดีสั่งให้นั่งลงเดี๋ยวนี้!
เอิงโวยวายว่าป้าชอบบังคับตน วดีตวาดว่าแกต้องหัดทำงานได้แล้ว แต่ไม่ทันสั่งอะไรต่อ ลิซซี่ก็คาบข่าวแร่ดๆมารายงานว่า “ข่าวด่วนค่ะข่าวด่วน คุณเจคจะสร้างเรื่อง ‘รอยทราย’ ให้หอมน้ำเป็นนางเอกเต็มตัวค่ะ”
แค่นั้นเอง ทั้งป้าทั้งหลานเหมือนถูกระเบิดลงตรงหน้า เอิงคร่ำครวญปานหัวใจแตกสลายว่าตนทนไม่ได้แล้ว วดีสมน้ำหน้าที่เอิงเล่นตัวจนถูกหอมหยิบชิ้นปลามันไป เรียกลิซซี่ถามทันที!
“ลิซซี่! ปฏิบัติการอมยิ้มเป็นยังไง” ลิซซี่บอกว่ายังไม่ได้จังหวะเพราะคนเยอะแยะไปหมด วดีถามว่าแล้วทำไมไม่วางตั้งแต่เมื่อคืน ลิซซี่บอกว่ารถคุณหมอไม่อยู่ เอิงสติแตกคิดว่าหมอแอบซุกกิ๊กไว้ ถูกวดีตวาด “หยุด! ถ้าแกอยากเด่นอยากดัง อยากสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา แกจะต้องเชื่อฟังป้า ทำได้ไหม!”
“ค่ะ”
“ป้าอยู่วงการมานานจนรู้วิธีที่จะสร้างหรือทำลายคน ป้าต้องช่วยแกอยู่แล้ว” วดีจิกตาร้าย
ooooooo
พุธกันยาสิงหอม จนหอมเดินเข้าห้องแต่งตัวจึงออกไปนั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นว่าหอมมีละครอีกเรื่องนึง หอมตอบทันทีว่าไม่มีแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย
“ฉันขอร้องให้เธอเล่น” พุธกันยาบอก หอมยืนยันว่าให้ตอนละล้านก็ไม่เอา “แต่ฉันอยากเล่น ฉันเคยเล่นมาแล้ว ตอนนั้นยังมีหลายฉากที่ฉันไม่พอใจ คราวนี้ฉันจะตั้งใจเล่นให้ดีที่สุด”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปสิงคนอื่นเถอะ”หอมหัวเด็ด ตีนขาดไม่ยอมเล่น พอดีหันไปเห็นเพลินพิศ ฝ่ายนั้นถามทันทีว่าอะไรกัน? หอมชะงักพูดแก้เกี้ยวว่า
“หอม...เอ้อ... พูดคนเดียวค่ะ เอ๊ย...หอมกำลังทบทวนบทน่ะค่ะ”
เพลินพิศดักคอว่าได้ยินเธอพูดคนเดียวไม่มีอะไรเกี่ยวกับบทเลย หอมหันมองพุธกันยาเชิงขอความช่วยเหลือ พุธกันยายักไหล่ไม่สนใจแล้วหายตัวไป หอมกลืนน้ำลายฝืดคอไปไม่เป็น เลยถูกเพลินพิศด่า “เด็กบ้า” แล้วผละไป
เขนเดินหาหอมมาเจอเพลินพิศถามว่าเห็นหอมไหม เพลินพิศบุ้ยหน้าเข้าไปในห้องแต่งตัวพูดอย่างสมเพช
“นั่งพูดคนเดียวอยู่ในห้องแน่ะ เพื่อนเธอน่ะเป็นบ้าไปแล้ว...ฮึยย...ขนลุก!”
เขนเข้าไปหาหอม หอมบ่นว่าขนาดนี้คนยังหาว่าตนเป็นบ้า ถ้าต้องยอมให้พุธกันยาสิงเล่นละครไปนานๆมีหวังตนได้เป็นบ้าจริงๆ เขนได้จังหวะบอกหอมว่าถ้าตนพูดอะไรไปแล้วอย่าโกรธกันนะ พอหอมรับคำ เขนบอกว่า...
“เขนอยากให้หอม...ไปหาหมอ” หอมบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย “เขนรู้ แต่คุณหมอฟันทันตแพทย์เขาคิดว่า เอ้อ...” เขนพูดไม่ออก
ฟ้ามาเห็นหอมร้องไห้ทำเป็นปรารถนาดีรบเร้าถามว่าหอมเป็นอะไร หอมทำท่าจะเล่า ถูกเขนโพล่งขึ้นก่อนว่า
“หอมเขาซ้อมร้องไห้จะเข้าฉากเย็นนี้น่ะค่ะ” ถูกฟ้าเย้ยอย่างรู้ทันว่าร้องไห้ก็ต้องซ้อมด้วยหรือ เขนทำหน้าตายบรรยายอย่างผู้รู้ว่า “ไม่ว่าบทอะไรมันก็ต้องซ้อมกันทั้งนั้น ซ้อมบทหัวเราะ ร้องไห้ บทอิจฉา บทคนดี เวลาแสดงจริงๆ จะได้ตีบทแตกไงล่ะ นี่เคล็ดไม่ลับที่หอมเขาเล่นละครเก่งก็เพราะอย่างนี้ล่ะค่ะ” เขนพูดเสียจนฟ้าฟังเหวอไปเลย
ooooooo
ที่โต๊ะอาหารค่ำนี้ ศวัสบอกบุรีว่าพรุ่งนี้ตนจะพา หอมไปพบจิตแพทย์ บุรีชะงักมองหน้าถามว่าพาไปทำไม?
“ผมสังเกตเห็นว่าเด็กคนนั้นมีบางอย่างแปลกๆ เมื่อวานตอนไปทำบุญคุณพ่อก็เห็นแล้ว” บุรีถามว่าหอม ยอมไปหรือ “ยอมครับ”
เยาวภาได้ยินการคุยกันที่โต๊ะ เสร็จงานแล้วเดินไปแถวซุ้มพุดซ้อน คิดถึงตอนที่ตนเคยเห็นหอมขณะถูกพุธกันยาสิงแล้วก็อดคิดอะไรต่อมิอะไรไม่ได้
คืนเดียวกันนี้ คนขับรถพาลิซซี่มาถึงหน้าบ้านศวัส ลิซซี่ให้เขาเอาอมยิ้มก้อนใหญ่ปีนรั้วเข้าไปเสียบไว้แถวที่ปัดน้ำฝน ปรากฏว่าหมาหอนรับกันเกรียว ซ้ำที่ปัดน้ำฝนก็ปัดขึ้นลงได้เองด้วย! พอวางอมยิ้มเสร็จคนขับรถรีบออกมา ลิซซี่ถามว่าเรียบร้อยไหม พอรู้ว่าเรียบร้อยก็เร่งให้รีบไป
คนขับรถถามว่าหมาหอนนี่แปลว่าเห็นผีใช่ไหม ลิซซี่กลัวอยู่แล้วไม่อยากให้พูดถึงผี คนขับยังพล่ามอีกว่า
“ตอนออกมาจากบ้าน ผมเห็นเป็นเงาๆ เหมือนมีใครขึ้นมานั่งคู่กับเจ๊ ทีแรกก็ตกใจ แต่พอเดินมาใกล้ก็ไม่มีอะไร”
คนขับรถถูกลิซซี่สั่งให้หุบปาก แล้วพากันออกจากตรงนั้นไป
แต่ที่บริเวณจอดรถของศวัส พุธกันยายืนจ้องอมยิ้มกับการ์ดที่คนขับรถเอามาเสียบไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
รุ่งเช้า ศวัสหัวเสียเมื่อมาเห็นอมยิ้มกับการ์ดเสียบอยู่ตรงที่ปัดน้ำฝน ก็บ่น “เด็กบ้า” เรียกเขียวคนทำสวนให้เอาไปทิ้ง แล้วมองไปรอบๆ บ่นต่อ “เอามาวางตอนไหนนะ”
ooooooo
หอมถูกดุที่โต๊ะอาหารในห้องอาหารของโรงพยาบาล เรื่องอมยิ้มกับการ์ด พอหอมบอกว่าตนไม่รู้เรื่องก็หาว่าปด เขนติงว่าหรือจะเป็นคุณพุธกันยา หอมเชื่อว่าไม่ใช่
ทั้งสองคุยกันจนเหมือนไม่มีศวัสอยู่ตรงนั้น เขากระแอมพูดเหน็บว่าท่าทางคงต้องพบจิตแพทย์ทั้งสองคนเลยมั้ง เร่งให้รีบกินจะได้ไปหาหมอ หอมบอกว่าตนทานไม่ลง เขนอาสาจะกินต่อให้
แต่ไม่ทันได้ไปพบจิตแพทย์ ก็เจอเอิงเสียก่อน เธอแจ๋เข้ามาหาศวัส ปรายตามองหอมกับเขนถามว่า มาทำไม? ศวัสบอกว่าตนนัดให้มาเอง เอิงเกาะศวัสแจ ไม่ยอมห่าง จนศวัสบอกว่าตนจะพาหอมไปตรวจ เอิงถามทันทีว่าตรวจอะไร
“คุณหมอจะพาหอมไปพบจิตแพทย์ค่ะ” หอมตัดสินใจบอก เอิงทำตาโต ในขณะที่ศวัสกับเขนมองหน้าหอมอึ้งๆ
เอิงโทร.เล่าให้วดีฟังและสั่งลิซซี่เขียนลงใน
“ชิดขอบบันเทิง” เลยตนจะเป็นพยานเอง วดีบอกว่าต้องทำอย่างรอบคอบ อย่าให้เขาสาวมาถึงตัวเอิงได้
เขนบ่นหอมว่าพูดไปอย่างนั้นป่านนี้เอิงเอาไปป่าวประกาศทั่วราชอาณาจักรแล้ว หอมบอก “ช่างเถอะ” ครั้นเขนบอกว่าคนบางคนเห็นใครได้ดีไม่ได้เป็นต้องพิฆาตฟาดฟันให้บรรลัย หอมก็บอกว่า “ช่างเขา”เขนฉุนบอกหอมว่า ช่างไม่ได้ หอมถามว่าแล้วจะให้ทำยังไง เขนเตือนว่าหอมต้องรู้เท่าทันคน หอมก็บอกว่า “ทำยังไงได้ หอมมันโง่”
“ฟังนะ แกไม่ได้โง่ แต่แกจิตใจดีใสซื่อบริสุทธิ์ซึ่งหาแทบจะไม่ได้แล้วในหมู่มวลมนุษย์บนโลกเส็งเคร็งใบนี้ ต่อไปหอมไม่ต้องพูดอะไร คอยสังเกตเขนให้ดีก็แล้วกัน” พอหอมพยักหน้า เขนมองหน้าหอมแล้วยิ้มบอกว่า “เขนว่าคุณหมอทันตแพทย์ต้องชอบหอมแหงๆ” หอมตกใจมองหน้าตาโต เขนบอกยิ้มๆว่า “เขนสงสัยมาสักพักนึงแล้ว”
“เขน...ถ้าเขนเป็นเพื่อนหอม ห้ามพูดแบบนี้อีก”
หอมพูดหน้านิ่งจริงจังจนเขนต้องพยักหน้าหงึกหงัก
ooooooo
เอิงขับรถเข้ามาที่หน้าบ้านศวัส ตรงเข้าจอดในที่ที่ฟ้ากันไว้ให้ ฟ้าถามว่าทานอะไรมาหรือยัง
เอิงบอกว่ายัง อยากกินสลัดกุ้งทอด บอกฟ้าให้ใครไปหาซื้อให้หน่อย ฟ้าไม่ซื้อแต่บอกแจ่มช่วยทำให้ แจ่มรับคำอย่างกระตือรือร้น พอดีในครัวมะนาวหมดแจ่มไปขอยืมจากพิไล พิไลบอกไม่ต้องยืมถามว่าเอาไปยำอะไรลูกเดียวพอหรือ
“พอจ้ะ เอาไปบีบใส่น้ำสลัดให้หลานสาวเจ้าของ หนังสือ ‘ชิดขอบบันเทิง’ จ้ะ นางจะทานสลัดกุ้งทอด เรื่องมากยิ่งกว่าดาราอีก” แจ่มบ่น รับมะนาวขอบใจพิไลแล้วรีบไป
พิไลที่กำลังนินทาเพลินพิศกับกนกค้างอยู่ หันไปนินทาต่อว่า นิสัยจริงตรงข้ามกับในละครเลย ขวัญเสียอีกนิสัยดีน่ารัก แต่ตอนนี้ดูเหมือนไม่ค่อยถูกกับหอมน้ำเท่าไหร่ พอแจ่มไปพิไลก็เม้าท์ถึงเอิงว่า
“หลานคุณวดีนี่ไง ที่เบี้ยวจนหนูหอมน้ำจำใจต้องแสดงแทน” แต่พอกนกบอกว่าหอมทำท่าจะรุ่งเห็นว่าเจคจะปั้นให้เป็นตัวแทนพุธกันยา พิไลก็เปรยๆว่า “จะยอมเล่นเร้อ...เห็นแค่เรื่องเดียวก็แทบจะกระอักเป็นเลือดแล้ว น่าสงสาร...”
เอิงกินสลัดกุ้งทอดที่แจ่มทำมาให้ กินไปดูทีวีไป แต่พอหยิบกุ้งทอด เอิงก็หวีดร้องสุดเสียงเมื่อมันกลายเป็นหนอนตัวเขื่อง เอิงปัดจานสลัดหกกระจาย
เยาวภาเดินเข้ามาดูพูดหน้าเย็นชาว่า “ที่นี่ไม่มีใครเอาหนอนมากินหรือมาให้ใครกิน ที่นี่ไม่ใช่บ้านคุณ แค่เข้ามานั่งทำท่าราวกับเจ้าของบ้านนั่นก็ทุเรศพออยู่แล้ว” เอิงชี้หน้าถามว่า มาว่าตนทุเรศหรือ! “ก็ดูสิว่าคุณทำอะไรลงไป ไม่เห็นมีหนอนสักตัว แจ่ม...เก็บกวาดให้หมด”
แจ่มเข้ามาเก็บกวาด เอิงบ่นว่าเมื่อกี๊ตนเห็นหนอนเต็มจานจริงๆ เยาวภาสวนไปว่าคงมีเธอเห็นคนเดียว แล้วเดินไป
“อีบ้า!” เอิงด่าเบาๆ กลัวเยาวภาได้ยิน แล้วคว้า กระเป๋าลุกเดินไป “ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก ไอ้บ้านผีสิงเนี่ย!”
ปรากฏว่ามะเขือเทศชิ้นหนึ่งเคลื่อนมาขวางทางเท้า เอิงเหยียบเข้าไปเต็มๆ ล้มโครม ร้องลั่น
พุธกันยานั่นเอง... เธอยืนมองเอิงด้วยสีหน้าเย็นชาน่ากลัว
ooooooo
หมอต้นเพื่อนของศวัสเป็นจิตแพทย์ ศวัสพาหอมกับเขนมาที่บ้านหมอต้น เขนกับหอมไหว้ เขนพึมพำงงๆว่า นึกว่าหมอจะพามาโรงพยาบาลเสียอีก
“หมอศวัสเขาไม่อยากให้เรื่องแพร่ไปใหญ่โต เห็นว่าเล่นหนังเล่นละครด้วยไม่ใช่หรือ” หมอต้นเอ่ยใจดีแล้วเชิญเข้าข้างใน
ครู่ใหญ่ หอมกับเขนเดินออกมาที่รถ ในขณะที่ศวัสกับหมอต้นยังยืนคุยกันอยู่ เขนกระซิบถามหอมว่าเขาคุยอะไรกัน หอมตอบเศร้าๆว่า “คงพูดเรื่องหอมเป็นบ้ามั้ง” ก็พอดีศวัสเดินตามมาขึ้นรถสตาร์ต หอมทนไม่ได้ถามว่า
“ตกลงหอมเป็นบ้าหรือเปล่าคะ”
“เราคิดว่ายังไงล่ะ” ศวัสย้อนถามพลางขับรถออกไป หอมเลยนิ่ง พูดไม่ออก
ooooooo
เอิงกลับไปร้องไห้กระซิกๆที่ห้องทำงานวดี
ถูกวดีดุว่าร้องไห้หาอะไร ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าทำผิดเต็มประตู เอิงโต้ว่าผิดยังไงในเมื่อตนถูกรุมแกล้งชัดๆ
“จะว่าเขาแกล้งก็ให้มันสมเหตุสมผลหน่อย พูดได้ยังไงว่าเขาเอาหนอนให้กิน”
เมื่อเอิงยืนยันว่าตนเห็นหนอนจริงๆ วดีถามว่าไม่ได้โกหกแน่นะ เอิงสาบานว่าตนพูดจริง ลิซซี่เลยสงสัยถามว่าหรือถูกผีหลอก เพราะฟ้าเคยเล่า...วดีกับ
เอิงหูผึ่งถามว่าเล่าอะไร
“ผีพุธกันยาค่ะ เมื่อคืนนี้ลิซซี่ยังเสียวๆเลยค่ะ มันมีอะไรแปลกๆ”
ฟังลิซซี่เล่าแล้ว เอิงทำหน้าดูถูกบอกว่าตนไม่เชื่อ ผีสางนางไม้ไม่มีจริง พอลิซซี่ติงว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เอิงท้าว่าจะทำไม จะมาหักคอตนรึไงไม่เห็นจะกลัวเลย
พอดีพนักงานเอาชุดที่รีดแล้วมาส่งเอิง เธอรับแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ วดีสั่งลิซซี่สีหน้ากังวลว่า
“แกไปสืบมาซิว่าที่ลือๆกันน่ะ ผีเหย้าผีเรือนหรือว่าผีใคร”
ooooooo
ศวัสพาหอมกับเขนกลับมาถึงโรงรถที่บ้าน ทั้งสองไหว้ขอบคุณแล้วเปิดประตูรถลงไป
เพลิน อุมา ฟ้า และโค้ก ยืนคุยกันอยู่เห็นหอมกับเขนลงจากรถศวัส ต่างมองกันเป็นตาเดียว พอศวัสลงจากรถก็เดินเข้าบ้าน โค้กเดินมาถามหอมว่าไปไหนมา เพลินพิศส่งเสียงแจ๋มาว่า “คิดจะจับเจ้าของบ้านเลยเรอะ หัวสูงนี่”
“เปล่านะคะ” หอมตกใจ เพลินพิศยิ้มเยาะว่าใครจะเชื่อ เขนรำคาญเลยจูงมือหอมไปห้องแต่งตัว แต่โค้กมาขวางไว้ เขนหยุดมองหน้าโค้กอย่างรำคาญใจ บอกหอมให้ไปก่อนเดี๋ยวตนคุยกับโค้กเสร็จจะตามไป
“นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่ตามหาหอมตั้งแต่เช้า”
“พี่ธุรกิจเขาเลื่อนหอมไปถ่ายตอนค่ำเพราะพี่ไก่มีอีเวนต์ช่วงเช้าถึงบ่าย แล้วค่ำนี้จะมาหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” เขนชี้แจง โค้กขอโทษบอกว่าตนลืมไป แต่วกมาถามว่าทำไมต้องไปกับหมอศวัส
“โอ๊ย...จะฟอกอะไรกันนักหนา ไปกับหมอก็หมายความว่าเขาไม่สบายน่ะสิ” เพลินพิศแทรกขึ้นอย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปถามฟ้าอย่างหาพวกว่า “ใช่ไหมพี่ฟ้า?” ฟ้าไม่อยากยุ่งด้วยบอกว่าตนไม่รู้ ฟังเขามาอีกที แล้วชวนอุมาผละไป แต่โค้กยังติดใจสงสัยมองหน้าเพลินพิศกับเขนสลับไปมาถามว่าหอมเป็นอะไร
“ถามเพื่อนเขาซิ” เพลินพิศยักไหล่หางตาไปทางเขน แล้วเดินสะบัดไป โค้กหันถามเขน เขนได้แต่ถอนใจเฮือกๆ
ครู่หนึ่ง โค้กเดินมาที่มุมถ่ายละครที่บรรดานักแสดงกำลังซ้อมบทกันอยู่ โค้กกระซิบกระซาบอะไรกับเจคเครียดๆ เจคชะงัก แล้วทั้งสองก็เดินออกไปด้วยกัน พอไปถึงใต้ร่มไม้ เจคถามโค้กว่า “หอมน้ำมีอะไร?”
“ผมก็ไม่ทราบรายละเอียด แต่เขนบอกว่าหมอศวัสพาหอมไปพบจิตแพทย์” เจคชะงักติงว่าทำไมไม่มีใครบอกตน “ก็นั่นน่ะสิครับ แต่ไอ้ที่ร้ายที่สุดคือ ทุกคนในกองถ่ายรู้เรื่องนี้กันหมด เพราะฟ้ากับอุมารู้ เพลินก็รู้”
เจคหน้าเครียดเดินไป พอนึกอะไรได้ก็หันบอกโค้กว่า ให้สั่งทุกคนห้ามกระจายข่าวเรื่องนี้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะต้องถูกลงโทษ กำชับว่า “พรุ่งนี้ 8 โมงเช้ามีประชุมที่ออฟฟิศ ห้ามใครขาดประชุม”
“ครับ” โค้กรับคำแล้วแยกไปกันคนละทาง
ooooooo
เจคเข้าไปที่ห้องรับแขก เจอบุรีกับศวัสนั่งคุยกันสีหน้าเคร่งเครียด พอเจคเข้ามาศวัสก็ลุกขึ้นขอตัว
“เดี๋ยวก่อนหมอ... หมอพาหอมน้ำไปพบจิตแพทย์ทำไม” เจคถามศวัสถอนใจอย่างหงุดหงิด บุรีจึงบอกทั้งสองให้นั่งลงก่อน
หลังจากคุยกันแล้ว เจคเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองศวัสบอกว่า “ถึงยังไงหมอก็ผิด หอมเป็นพนักงานของบริษัท อาเป็นเหมือนผู้ปกครองเด็กคนนี้ หอมจะทำอะไรควรต้องปรึกษาอาก่อน”
“ผมขอโทษครับ” ศวัสยกมือไหว้ “แต่หอมน้ำมักจะอ้างว่าเจอคุณแม่บ่อยๆ” เจคถามว่าแล้วหมอเชื่อไหม “ถ้าเชื่อผมคงไม่พาไปพบจิตแพทย์ให้คุณอามาตำหนิหรอกครับ”
บุรีถามเจคว่าเขาเชื่อหรือเปล่า เจคบอกว่าพูดยาก ย้อนถามบุรีว่าแล้วเขาล่ะ บุรีบอกว่าตนก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
“ค่อยยังชั่ว ที่ไม่มีใครเชื่อ” ศวัสพูดอย่างโล่งใจ
เจคมองไปที่ภาพพุธกันยาถ่ายกับบุรี ดวงตาของพุธกันยาเหมือนมองมาทางเขา เจคนิ่งไป มองภาพนั้นด้วยสีหน้าใคร่ครวญ ครุ่นคิด
ooooooo
เวลาเดียวกัน โค้กไปเจอหอมเอามือปิดหน้าร้องไห้อยู่ที่ห้องแต่งตัว ถามว่าร้องไห้ทำไม หอมส่ายหน้า น้ำตาไหลพรูออกมาอีก
โค้กบอกว่าเจคสั่งห้ามทุกคนพูดแล้ว พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้าเพื่อย้ำเรื่องนี้อีกที หอมบอกไม่มีประโยชน์เพราะเอิงต้องบอกวดีไปแล้ว
“พี่เชื่อว่าคุณเจคต้องแก้ปัญหาได้แน่นอน คุณเจคน่ะไม่ธรรมดาหรอก ท่านอยู่ในวงการนี้มานานนับเป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของวงการบันเทิง ท่านไม่ยอมให้นางเอกของท่านเสียชื่อเด็ดขาด”
“ได้ยินไหมหอม หอมสบายใจได้ หอมต้องเข้มแข็งไว้ ไม่อย่างนั้นพวกคนใจร้ายจะถือโอกาสซ้ำเติม” เขนปลอบ
“ใช่...หอมต้องเข้มแข็งนะคะ พี่คนนึงล่ะ ที่จะไม่มีวันยอมให้ใครรังแกหอมเด็ดขาด”
“ขอบคุณมากค่ะพี่โค้ก” หอมไหว้อย่างตื้นตันใจ โค้กเผลอใจกุมมือหอมไว้ แต่พอได้ยินเสียงกระแอมกระไอของเขนก็รีบปล่อยมือทำหน้าเก้อๆ บอกหอมให้ทำใจให้สบาย หอมพยักหน้ายิ้มทั้งที่แก้มยังเปื้อนน้ำตา...
“เห็นหอมยิ้มออกพี่ก็ดีใจแล้ว พี่ไปทำงานก่อนนะ คืนนี้เสร็จงานแล้วจะพาไปเลี้ยงข้าว เขนก็ไปด้วย ให้เขนเป็นคนเลือกเองเลยว่าจะไปร้านไหน”
พนักงานเข้ามาบอกหอมว่าฟ้าใช้ให้ไปซื้อของที่ห้างหน้าปากซอยหน่อยพร้อมกับเอาเงินให้ โค้กบ่นว่าหอมเป็นดารา คนมีตั้งเยอะแยะทำไมไม่ใช้ พนักงานส่ายหน้าบอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้ โค้กต้องไปถามฟ้าเอง แล้วบอกโค้กว่าเจคให้ตามเขาไปพบด้วย
หอมกระวีกระวาดจะไปซื้อของ บอกว่าตนไปได้เพราะเคยแวะซื้อของที่นั่นบ่อยๆ ไม่ต้องห่วง
ooooooo
ศวัสมองจากหน้าต่างห้องนอน เห็นหอมแยกกับโค้กและเขนเดินไปอีกทาง เขามองอย่างครุ่นคิด
ในห้างหน้าปากซอย หอมกำลังเข็นรถก้มอ่านรายการของที่จะซื้อ พอเงยหน้าก็เกือบชนกับใครคนหนึ่งดีที่เขายกมือจับรถไว้ หอมตกใจและยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาคนนั้นคือศวัส เขาถามว่ามาซื้อของหรือ
“ค่ะ...คุณหมอก็มาซื้อเหมือนกันหรือคะ” ถามด้วยดวงตาใสซื่อแต่ตาช้ำเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ศวัสพยักหน้าไม่สบตา “งั้นเชิญคุณหมอเถอะค่ะ หอมจะไปดูผลไม้ทางโน้น”
“ฉันไม่ได้รีบร้อนอะไร ไปสิ...จะเข็นรถให้” ศวัสเข็นรถให้ หอมมองแปลกใจและยิ่งแปลกใจเมื่อเขาบอกว่า “ฉันช่วยเลือกให้” ทั้งยังใจดีบอกว่า
“เดี๋ยวซื้อของเสร็จแล้วจะเลี้ยงไอศกรีม”
“ไม่เป็นไรค่ะ” หอมตอบเสียงประหม่า
“พูดอย่างอื่นเป็นบ้างไหม ฉันจะเลี้ยงไอศกรีมชดใช้ที่ทำให้เธอเดือดร้อน” แล้วไปเลือกผลไม้ให้ หอมเองก็ช่วยเลือกด้วย
เมื่อมานั่งกันที่ร้านไอศกรีม หอมถามอย่างคาใจมาตั้งแต่ออกจากบ้านหมอต้นว่า “ตกลงหอมเป็นบ้าหรือเปล่าคะ” ศวัสฟังแล้วเกือบสำลักน้ำ หอมรีบขอโทษ เขาพูดขำๆแต่หน้านิ่งว่า
“บอกไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าคนไปพบจิตแพทย์ไม่จำเป็นต้องบ้า แต่อาจมีปัญหาบางอย่าง” หอมถามว่าแล้วตนมีปัญหาอะไร “อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยถึงจะบอกได้...เธอไม่ใช่คนบ้า สบายใจได้”
แต่พอหอมบอกว่าเมื่อเช้าโค้กมาบอกว่าเจคจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ศวัสก็มองหน้าถามว่าสนิทกับเขามากหรือ หอมตอบซื่อๆว่าไม่ถึงกับสนิทเพราะเจคเป็นเจ้านาย ศวัสเสียงดังขึ้นอย่างขัดใจว่าไม่ได้หมายถึงเจค
“อ๋อ...พี่โค้ก ค่ะ...ก็ค่อนข้างสนิท พี่โค้กใจดีคอยช่วยเหลือหอม”
“เห็นสนิทไปหมดทุกคนเลยนะ ทั้งพระเอก พระรอง คุณโค้ก ระวังไว้บ้างก็แล้วกัน เราเป็นสาวเป็นนาง ซื่ออีกต่างหาก อย่าไว้ใจคนไปทั่ว” หอมถามว่าเขาจะบอกว่าตนเซ่อใช่ไหม? “บอกตามตรง บางทีเธอก็เป็นอย่างนั้น แต่บางทีก็เหมือนผู้หญิงเจนจัด ผิดกันเป็นคนละคน”
หอมเบิกตากว้าง มองศวัสเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินเขาพูดอย่างนี้...
ooooooo
ซื้อของและเลี้ยงไอศกรีมแล้ว ช่วยกันเอาของไปไว้ท้ายรถ ขณะส่งถุงให้กัน มือศวัสจับถูกมือหอม ต่างอึ้งกันไปชั่วขณะ พอรู้ตัวหอมดึงมือออก ศวัสเอ่ยขอโทษ
“ไม่เป็นไรค่ะ หอมผิดเองค่ะ” หอมตอบอุบอิบแล้วจะเดินไป ศวัสคว้าแขนไว้ถามว่าอะไรอีกล่ะ บ่นว่าเรื่องมาก
“มีแฟนเด็กก็แสนงอนอย่างนี้แหละ” เสียงชายวัยกลางคนท่าทางใจดีพูดยิ้มๆ พอทั้งสองหันมองก็ยังบอกว่า “ต้องหมั่นง้อกันหน่อย” แล้วเดินอารมณ์ดีไป
เมื่อศวัสขับรถมาถึงบ้าน เจอฟ้ากับเขนมายืนรอกระวนกระวายบ่นกันว่ายังไม่กลับมาอีก ผมเผ้าก็ยังไม่ได้ทำ
บ่นกันไม่ทันไร ทั้งสองก็มาถึง ลงจากรถแล้วช่วยกันหยิบของที่ท้ายรถออกมา ทั้งฟ้าและเขนมองอึ้ง...
พอมาถึงห้องแต่งตัว เขนถามว่าไปเจอคุณหมอที่ไหน หอมบอกว่าที่ห้าง แล้วหมอก็ช่วยเลือกผลไม้ พาไปกินไอศกรีมด้วย เขนฟันธงว่าหมอฟันทันตแพทย์ชอบหอม อุมาได้ยินแว่วๆ ถามว่าอะไร เขนบอกว่าเปล่า ไม่มีอะไร
ทับทิมเดินมาถามว่า “เห็นเขาพูดกันว่าคุณหมอช่วยหอมซื้อของหรือ?” พอหอมรับว่าใช่ ทับทิมก็วี้ดว้ายว่า “ต๊าย...ตื่นเต้น...ตื่นเต้น”
“พี่ทับ...พี่อูม่า...พลีสสสส...” เขนพูดพลางพยักพเยิดเชิงของร้องไม่ให้ไปพูดต่อ ส่วนหอมยืนอึดอัดใจ...
ที่แท้ฟ้ารับแผนจากเอิงใช้ให้หอมไปซื้อของ แต่กลับกลายเป็นหอมได้เจอกับศวัสและกลับมาด้วยกัน
เอิงโทร.ด่าฟ้าว่าทำไมถึงทึ่มอย่างนี้ ฟ้าหงุดหงิดที่โดนด่า เพลินพิศมาเจอถามว่าเป็นอะไร ถามอีกว่าได้ข่าวว่าหอมน้ำควงกับหมอศวัสหรือ ใส่ไคล้หอมว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา หลอกใช้โค้กแล้วถีบหัวส่ง หันมาอ่อยเจคเพราะเมียเพิ่งเสียไปสองปี ตอนนี้ก็หันมาจับศวัสแทนเพราะทั้งหล่อทั้งเก่งทั้งรวย
“โห...น้องเพลินนี่อ่านมันทะลุปรุโปร่งเลยค่ะ” ฟ้าอุทานทึ่ง
“เราต้องหาทางบอกทุกคนให้รู้ตัว จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ พี่ฟ้าสนิทกับน้องเอิงก็ยุให้เขาไปบอกคุณวดีให้ลงข่าวเปิดโปงมันเลยสิ...” พูดแล้วยิ้มอย่างรู้ทันถาม “เอ๊ะ...หรือว่ายุไปเรียบร้อยแล้ว”
ศวัสกลับมานั่งนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ได้ใกล้ชิดกับหอมอยู่ที่ห้องรับแขก จู่ๆขวัญอนงค์ก็ตีหน้าเศร้าเข้ามาปรารภปรับทุกข์ว่า พักหลังนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร บุรีมักแสดงความห่างเหิน เวลาจะพูดคุยด้วยก็ทำท่าอึดอัด
ระหว่างนั้นพุธกันยานั่งฟังอยู่ด้วย ยิ่งหมั่นไส้และนึกเคืองศวัสที่ปลอบใจขวัญอนงค์ว่าอย่าคิดมาก ซ้ำยังอาสาจะถามคุณพ่อให้ด้วย ขวัญอนงค์ทำทีห้ามกลัวบุรีจะหาว่าตนจุ้นจ้าน พอศวัสรับปาก ขวัญอนงค์จึงขอตัวกลับ
“ไปเลย แล้วไม่ต้องกลับมาอีก” พุธกันยาไล่ตะเพิด ส่วนศวัสมองตามขวัญอนงค์ไปอย่างครุ่นคิด...
ooooooo










