สมาชิก

ใยกัลยา

ตอนที่ 4

ศวัสยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน มองลงไปที่สนามหน้าบ้าน สายตามองไปรอบๆเหมือนจะหาใครสักคนแต่ไม่เห็น

ที่มุมตึกบ้านศวัส...หอมนั่งซึมอยู่ด้วยความสงสารพุธกันยา แจ่มมาเรียกเสียงใส หอมลุกขึ้นบอกว่ากำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แล้ว แจ่มขอถ่ายรูปด้วย พลางล้วงมือถือขึ้นมาเข้าไปยืนข้างหอมเอาแก้มแนบแขนหอมยิ้มอย่างมีความสุขขณะยกมือถือขึ้นถ่ายรูป

“ขอบคุณน้องหอมมากค่ะ เดี๋ยวพี่จะส่งไปให้เพื่อนดู” แจ่มจัดการส่งรูปไปให้เพื่อนทันที ขณะหอมเดินออกมานั้นพุธกันยาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับมีไอเย็นออกจากปากและลมหายใจของหอม

“สมัยก่อน ฉันฮอตยิ่งกว่านี้อีก แต่นั่นแหละ วันเวลามันไม่หวนกลับคืนมาอีกแล้ว...ตอนนี้จะมีสักกี่คนที่ยังจำชื่อ ‘พุธกันยา ปานรัมภา’ ได้”

“คงมีบ้างล่ะค่ะ หอมจะลองถามพ่อกับแม่ดู” หอมปลอบใจแต่พุธกันยากลับถอนใจ หอมรีบขอโทษ พุธกันยาขอสิงร่างหอมอีกสักครึ่งชั่วโมงได้ไหม เพราะอยากจะลองพูดกับบุรีดู เห็นหอมทำท่าจะปฏิเสธ พุธกันยาอ้อนวอน

“นี่ยังไม่สองทุ่มเลย...ได้โปรด...”

หอมไม่ตอบแต่ถอนใจเฮือก พุธกันยาอ่านใจออกรีบเข้าสิงทันที พุธกันยาในร่างหอมเดินขึ้นบันไดช้าๆ ตรงไปที่หน้าห้องบุรี

ทันใดนั้น ประตูห้องศวัสเปิดออก เขาถามเสียงเข้ม “นั่นจะทำอะไรน่ะ!” แล้วตรงเข้าลากหอมออกจากหน้าห้องบุรี ตวาดถาม “เธอจะทำบ้าอะไรน่ะ!” พุธกันยาในร่างหอมบอกว่าแม่จะคุยกับคุณพ่อ ทำให้ศวัสยิ่งโมโห ลากหอมเข้าไปในห้องตัวเอง ปิดประตูจ้องหน้าตะคอก

“จะบ้าไปใหญ่แล้ว ทำไมต้องไปเคาะประตูห้องคุณพ่อ”

“ลูกไม่ยอมฟังแม่ แม่ก็เลยจะลองพูดกับคุณพ่อดู” ศวัสกุมขมับอย่างหงุดหงิดเดินไปนั่งที่เตียง หอมเดินไปนั่งข้างๆ โอบกอดพูดอ่อนโยนอย่างเข้าใจศวัสว่า รู้ว่าเป็นเรื่องเชื่อยากจึงอยากขอให้เขาลองเปิดใจดู ถูกศวัสสะบัดออกตวาดว่าอย่ามาแตะต้องตน ลุกถอยออกไปชี้ไล่

“หยุดตรงนั้น ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!”

พุธกันยาในร่างหอมพยายามชี้ให้เห็นว่าหอมไม่มีวันรู้ว่าเขามีปานแดงที่แก้มก้น และไม่มีวันรู้ด้วยว่าห้องไหนเป็นห้องของคุณพ่อ ศวัสตะแบงว่า พวกมิจฉาชีพโดยเฉพาะถ้าทำกันเป็นขบวนการอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะรู้

“หอมน้ำเป็นเด็กดีนะลูก” ศวัสสวนทันควันว่าไม่ต้องมาชมตัวเองกับตน พุธกันยาถอนใจรำพึง “แม่ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว” ศวัสไม่สนใจไล่ให้ออกจากห้องตนแล้วห้ามแวะเข้าห้องคุณพ่อเด็ดขาด

พุธกันยาเสียใจมากพุ่งออกจากร่างหอม ทำให้หอมทรุดลงทันที ศวัสยืนกอดอกมอง จนหอมรู้สึกตัวเห็นศวัสยืนมองอยู่ หอมสะดุ้งเฮือกอุทาน...

“คุณหมอฟันทันตแพทย์...”

ooooooo

ที่ห้องรับแขก บรรดาผู้เกี่ยวข้องตามหาหอมกันให้ควั่กเพราะจะกลับกันแล้ว แจ่มบอกว่าเมื่อกี๊ตนยังขอถ่ายรูปกับหอมอยู่เลยแต่ตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว

หอมยังอยู่ที่ห้องศวัสนั่งร้องไห้กับท่าทีกราดเกรี้ยวของเขา ถามว่าตนไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดใช่ไหม ศวัส บอกว่าเธอโชคดีที่ตนไม่ใช่ผู้ชายฉวยโอกาส หอมยก มือไหว้ ขอบคุณเขา สัญญาว่า...

“ต่อไปนี้เรื่องแย่ๆแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกเพราะหอมจะไม่ยอมให้คุณแม่คุณสิงอีกแล้ว หอมขอโทษอีกครั้งค่ะ”

ขณะหอมเดินไปถึงประตูห้องนั้น ได้ยินศวัสพูดลอยๆว่า “คนตายพูดอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะคุณแม่ของฉันที่ไปสู่สุคติตั้ง 20 กว่าปีมาแล้ว”

หอมได้ยินหันบอกอย่างกระตือรือร้นว่า

“ยังค่ะ! ท่านยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านนี้...เป็นห่วงคุณหมอกับคุณลุง เอาอย่างนี้...คุณหมอลองถามเขนกับพี่ทับที่เป็นคอสตูมก็ได้ค่ะ”

ศวัสยิ้มเยาะว่าให้ถามพวกที่ร่วมอยู่ในขบวนการกับเธองั้นหรือ? หอมลำบากใจไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจ แต่ศวัสไม่ต้องการเข้าใจ เขาไล่เธอออกจากห้อง ทำให้หอมอายมาก ตัดสินใจบอกเขาว่า

“หอมสาบานว่าหอมไม่ได้เข้ามาเองแน่นอนค่ะ” แล้วรีบออกไปเลย ศวัสมองตามด้วยสีหน้าใคร่ครวญ

ooooooo

พอหอมออกมาที่ห้องรับแขก ทุกคนดีใจมากโดยเฉพาะเขนถามว่าไปไหนมาทำไมพวกเราหาไม่เจอ หอมบอกว่าเอาไว้กลับไปคุยกันที่หอ

พากันออกไปถึงหน้าบ้านเจอโค้กยังรออยู่ ทับทิมถามว่ารถของพี่อุมายังอยู่แล้วตัวหายไปไหน โค้กบอกว่าบ้านโน้น เขาบุ้ยไปที่บ้านกนก ชวนไปคุยข้างใน เร่งหอมกับเขนกลับกันเถอะ

พอจะไปรับพ่อกับแม่ที่ห้องเขน หอมกำชับห้ามใครพูดเรื่องผี ถ้าใครเผลอพูดขอให้ถูกผีหลอก

รับพ่อกับแม่กลับมาที่ห้องหอมแล้ว แม่บอกว่าพรุ่งนี้จะไปตลาดซื้อของมาทำแกงไก่ไปให้คุณหมอฟัน หอมบอกว่าไม่ต้องทำเดี๋ยวตนจะซื้อให้เอง แม่ไม่เอาเพราะตำเครื่องแกงเองอร่อยกว่า เขนเกรงบุรีจะไม่อยู่บ้านกัน โทร.บอกว่าพรุ่งนี้แม่ของหอมจะทำขนมจีนแกงไก่มีไข่เค็มดาวด้วย เอามาให้คุณลุงกับหมอฟันทันตแพทย์ทาน
คุยกับบุรีเสร็จ เขนบอกหอมกับแม่ว่า พรุ่งนี้อาเฮียไม่อยู่บ้าน ทับทิมสงสัยว่าคงไปเที่ยวกับแฟน หอมเสนอให้เขาชวนแฟนมากินด้วยก็ได้ แม่บอกว่าไม่เป็นไรถ้าไม่อยู่เราก็แบ่งให้เขากินตอนเย็นก็ได้

บุรีบอกศวัสที่โต๊ะอาหารค่ำว่า พรุ่งนี้พ่อแม่หนูหอมจะทำแกงเขียวหวานไก่กับไข่เค็มดาวมาเลี้ยงมื้อกลางวัน น่าเสียดายที่เขาไม่อยู่

“อยู่ก็ได้ครับ” ศวัสรีบบอก บุรีติงว่าแล้วธุระล่ะ? “ก็...ไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย” บุรีถามว่าไหนทีแรกว่าสำคัญ “ผมชอบกินขนมจีนแกงไก่ คุณพ่อก็ทราบ” เลยถูก บุรีถามแซวๆว่าชอบมากกว่าธุระสำคัญอีกเหรอ ศวัสเผลอตอบครับ

บุรีมองหน้าลูกพึมพำ “ไอ้ขี้เก๊ก!”

ระหว่างที่พ่อลูกคุยกันนั้น พุธกันยานั่งอยู่ที่โต๊ะด้วย ถามศวัสว่าชอบเด็กคนนั้นหรือ

พุธกันยาร้อนใจ คืนนี้จึงไปดักพบศวัสที่ซุ้มพุดซ้อนที่ออกดอกบานสะพรั่งไปทั้งต้น บอกศวัสว่า

“ศวัสชอบเด็กคนนั้นไม่ได้นะลูก เขาเป็นร่างทรงของแม่ แม่ต้องใช้ร่างเขาติดต่อกับลูก ติดต่อกับคุณพ่อ”

ศวัสไม่ได้ยินเพียงแต่รู้สึกลมหายใจเย็นจนต้องกอดอก พุธกันยาได้แต่มองดูลูกอย่างกังวล

ooooooo

คืนนี้หอมให้พ่อกับแม่นอนบนเตียงตนจะนอนหน้าเตียง แม่บอกว่าเตียงเล็กนิดเดียวเลยลงมานอนคุยกับหอม หอมถามแม่ว่า พ่อกับแม่รู้จักพุธกันยาไหม ทั้งสองคนตอบพร้อมกันว่า “รู้จัก!”

แม่บอกว่าพ่อเขาเป็นแฟนคลับเลยล่ะ เคยเขียนจดหมายไปหาด้วย พ่อพูดอย่างภูมิใจว่า พุธกันยาตอบมาด้วย บ่นเสียดายไม่น่าอายุสั้น แม่เล่าอย่างแฟนพันธุ์แท้ว่า

“เขาคิดสั้น ปิดบังประชาชนมาตั้งนานว่าเป็นโสด ทั้งๆที่มีลูกมีผัวแล้ว พอถูกจับได้เลยฆ่าตัวตาย ไม่น่าเล้ย...มีลูกมีผัวจะเป็นไรไป ไม่มีสิแปลก คนสวยขนาดนั้น”

“เฮ้ย...สมัยนั้นเขาต้องปกปิดกันเพราะประชาชนรับไม่ได้” พ่อติง

พอหอมบอกว่าหมอฟันทันตแพทย์ที่แม่ไปหาวันนี้เป็นลูกของคุณพุธกันยา

“ฮ้า!!” พ่อกับแม่อุทานตื่นเต้น

ooooooo

กนกเรียกอุมาไปเล่าเรื่องผีพุธกันยาออกมาเดินในบริเวณบ้านบ่อยๆ อุมาอยากเห็น วันทนาเอือมระอาเลยขอไปนอน

ขณะกำลังแอบดู อุมาเห็นพุธกันยา ร้องบอกกนกเสียงสั่น ทั้งสองมองไปเห็นพุธกันยาเดินรื่นรมย์ชมสวน

อยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว แต่พริบตาเดียวร่างนั้นก็หายไป กนกบอกว่าเป็นแบบนี้แหละ

อุมาพยักหน้าอย่างรับรู้มองไปอีกทางหนึ่ง พลันก็ตาโตบอกให้ดูนั่น มีเงาเงาหนึ่งทาบอยู่บนผนังชั้นบนเห็นชัดๆว่าเป็นเงาของผู้หญิง ท่าทางกำลังใจลอย

“งะ...งะ...เงา...” อุมาชี้ให้ดูเสียงสั่น กนกบอกว่าอย่าชี้โบราณเขาห้าม อุมาตกใจถามว่า “ชี้ไปแล้วมีอะไรรึเปล่า”

“อีกวันสองวันก็รู้เตรียมพร้อมไว้เถอะ”

ที่ห้องเยาว์ เจ้าตัวกำลังถอดเครื่องประดับ วิกผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินผ่านหน้าห้อง เยาว์ชะงักถามว่าใคร! ไม่มีเสียงตอบจึงเปิดประตูโผล่ไปดูทั้งซ้ายและขวาก็ไม่เห็นใคร ทั้งที่พุธกันยายืนมองอยู่ เยาว์บ่นตัวเองว่า “สงสัยหูแว่ว”

ทันใดนั้น เยาว์รู้สึกมีไอเย็นออกจากปากและลมหายใจ รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา เลยรีบปิดประตูเข้าห้อง บ่นว่าสงสัยจะหลอนไปเอง แต่พุธกันยาที่ยืนอยู่หน้าห้อง พึมพำอย่างโกรธแค้น...

“นังตัวดี! กล้าปลอมเป็นฉัน!”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อุมาก็แผดเสียงกรี๊ดๆลั่นบ้าน กนก กับฟ้าไปดูก็พบภาพน่าสยอง เพราะปลายนิ้วของอุมาที่ชี้เงาเมื่อคืนนี้ เป็นหนองมีหนอนดิ้นกระดุบกระดิบออกมา!

อุมาสะบัดนิ้วพลางกระโดดหนีร้องกรี๊ดๆอย่างหวาดกลัว

ฟ้าไปเล่าให้เจคฟังที่คอนโดของเขา เจคฟังแล้วบอกว่าเหลวไหลผีสางที่ไหน นิ้วไปโดนอะไรมาแล้วอักเสบมากกว่า ฟ้าถามว่าแล้วหนอนล่ะ ทำไมมีหนอนออกมาด้วย โค้กสะกิดฟ้าแล้วพูดตัดบทว่า

“คงเป็นอย่างที่คุณเจคพูดนั่นแหละครับ” เจคถามว่าแล้วตอนนี้อยู่ไหน “อยู่ที่ออฟฟิศครับ”

ที่ออฟฟิศ นิ้วชี้อุมาที่พันผ้าไว้อย่างแน่นหนา เจ้าตัวยังพูดอย่างไม่หายสยองว่าไม่ใช่ผีทำแล้วใครทำ ยืนยันว่า ผีพุธกันยาชัวร์!

พิไลติงว่าตั้ง 20 กว่าปีแล้วพุธกันยาไปเกิดใหม่แล้วล่ะ อย่าใส่ร้ายคนตายเลย อุมาขัดใจที่ไม่มีใครเชื่อท้าว่าไม่เชื่อไปถามคุณหนกดู คุณหนกเขาเคยเห็นพุธกันยา เขายืนยันว่าเป็นพุธกันยาแน่ๆ

ขณะอุมา พิไล และคัมภีร์กำลังโต้แย้งกันอยู่นั้น เจค โค้ก และฟ้าก็มาถึง เจคถามว่า

“เป็นไงบ้าง...อุมา”

ooooooo

ที่ทาวน์เฮาส์ของทับทิมซึ่งไม่ใหญ่นัก โสภณกับเกสรพ่อแม่ของหอมไปทำอาหารในครัวโดยมีหอมกับเขนเป็นลูกมือ ทับทิมเดินเข้ามาพยักพเยิดเรียกหอมกับเขนออกไป

ทับทิมเล่าว่า พิไลโทร.มาบอกเรื่องนิ้วของอุมา หอมตกใจถามว่าแค่ชี้ก็นิ้วเน่าเลยหรือ ทับทิมบอกว่าไม่เน่าแค่อักเสบ เขนแทรกอย่างกังวลว่า ไม่แน่นะผีทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง บอกหอมให้ลองเรียกพุธกันยามาถามดูซิ ทับรีบร้องห้าม

“เดี๋ยวค่อยเรียกตอนไปที่บ้านนั้นแล้วกัน” หอมบอก แล้วทั้งสามก็พากันกลับเข้าไปในครัวทำอาหารเสร็จพากันยกขนมจีนแกงไก่และไข่เค็มดาวไปที่บ้านศวัส พอไปถึงทั้งบุรีและศวัสออกมาต้อนรับ ต่างไหว้กันอย่างยินดี

“ขอบคุณมากครับ...ขอบคุณ...เอ้า...ภา...แจ่ม ช่วยยกของเข้าไปหน่อย”

ทั้งแจ่มและเยาว์ช่วยกันยกหม้อแกงและภาชนะไข่เค็มดาวเข้าไป แจ่มไม่กระไร แต่เยาว์ชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ

“เชิญข้างในครับ พรุ่งนี้คุณอาคงถอนฟันได้แล้ว” ศวัสทักทายเกสรอย่างกระตือรือร้น

“หายปวดแล้วไม่ต้องถอนก็ได้ค่ะ”

“ต้องถอนครับ ไม่อย่างนั้นจะปวดอีก”

“คุณลุงคะ หอมขออนุญาตไปดูดอกพุดซ้อนหน่อยนะคะ” หอมเอ่ย บุรีอนุญาต แต่ศวัสนิ่วหน้าสงสัย

เมื่อเข้าไปในนั่งห้องรับแขกแล้ว แจ่มยกน้ำมาเสิร์ฟ โสภณเอ่ยขึ้นอย่างปลาบปลื้มว่า ตนเพิ่งทราบว่าพุธกันยาเป็นคุณแม่ของคุณหมอ ศวัสยิ้มๆ เกสรพยักพเยิดไปทางโสภณบอกว่า เป็นแฟนคลับพุธกันยา

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมาก” บุรียินดีที่ได้เจอแฟนคลับของภรรยา

“ส่วนฉันชอบขวัญอนงค์ค่ะ ตามดูละครทุกเรื่อง ขนาดแก่แล้วยังสวย” เกสรคุยบ้าง

ขณะที่ผู้ใหญ่กำลังคุยอย่างเป็นกันเองนั้น ศวัสค่อยๆ ลุกเดินเลี่ยงออกไป เขาตรงไปที่ต้นพุดซ้อนที่หอมขออนุญาตบุรีไว้ ไปถึงเห็นหอมกำลังพูดกับพุธกันยาท่าทางสบายๆ

หอมถามเรื่องนิ้วที่เน่าหนอนของอุมา พุธกันยาพูดอย่างสมน้ำหน้าว่า “ก็อยากมาชี้ฉันทำไมล่ะ!”

“อ้อ...แปลว่าคุณเป็นคนทำจริงๆ ได้โปรดเห็นแก่บาปบุญคุณโทษเถอะค่ะ อย่าให้พี่อุมาต้องมือเน่ามือหนอนเลย ไม่อย่างนั้นหอมจะไม่ให้คุณสิงอีกต่อไป”

“เธอไม่ให้สิง ผู้หญิงคนนั้นจะมือเน่า หลังจากมือหนอนไปแล้ว!”

ศวัสมายืนมองข้างหลัง เขาไม่เห็นพุธกันยา เห็นแต่หอมที่ไหว้ต้นพุดซ้อนอ้อนวอนอย่าใจร้ายนักเลย

“เป็นเอามาก” ศวัสพึมพำสมเพช พอหอมหันมา ศวัสบอก “เธอต้องไปหาหมอ ฉันจะพาไปเอง”

หอมยืนยันว่าตนพูดกับคุณแม่ของเขา ศวัสถามว่าไหนล่ะ หอมชี้ไปที่พุธกันยา ศวัสถอนใจเฮือกกับความว่างเปล่าตรงหน้า บอกหอมว่าถ้าเธอบอกว่ามาขอหวยยังจะเข้าท่ากว่า หอมรำพึงอย่างอัดอั้นว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เขาเชื่อ

“เอาสร้อยพระออกสิ! ฉันจะได้อธิบายให้เขาฟังเอง” พุธกันยาเสนอ หอมไม่ยอมถอด ถามว่าทำไมเธอถึงทำให้ศวัสเห็นไม่ได้?

“เพราะเขาไม่ยอมรับฉันน่ะสิ ใครที่ไม่เชื่อและปฏิเสธเรื่องผี เอ๊ย...วิญญาณ เขาก็จะมองไม่เห็นฉัน”

หอมฉุกคิดได้หันบอกศวัสอย่างกระตือรือร้นว่า

“คุณแม่คุณบอกว่า คนที่ไม่เชื่อและปฏิเสธเรื่องผี... เอ๊ย...วิญญาณ ก็จะมองไม่เห็น คุณหมอต้องทำใจให้ยอมรับ”

“ฉันไม่เชื่อและไม่ยอมรับ! มีอะไรไหม?”

“มีค่ะ! คุณหมอก็จะมองไม่เห็นคุณพุธกันยา”

เขนที่เดินตามมาดูหอมด้วยความกังวล กระแอมให้เสียงบอกว่า “คุณลุงให้มาตามไปทานข้าวค่ะ”

ooooooo

กนกเห็นพวกหอมเข้าไปในบ้านบุรี ก็แจ้นเข้าไปบอกวันที่ห้องครัว วันบอกว่าก็ช่างเขาปะไร กนกบอกว่าตนอยากรู้ว่าพวกเขารู้เรื่องคุณอุมานิ้วเน่าหนอนหรือยัง

“อาจจะรู้แล้วมังคะ” วันตอบอย่างขอไปที กนกถามว่าแล้วเขาว่ายังไงกัน “คุณหนกขา...เขาจะจัดการยังไงมันก็เป็นเรื่องของเขานะคะ ไม่ใช่เรื่องของคุณหนก!”

กนกโต้ว่าทำไมไม่ใช่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นที่บ้านตน ว่าแล้วสะบัดพรืดออกไป วันถามว่าจะไปไหน กนกบอกว่าไปบ้านคุณบุรี วันมองตามถอนใจหน่ายพึมพำ “พูดไปก็เท่านั้น...”

ขณะที่ทุกคนที่โต๊ะอาหารกำลังกินทั้งข้าวและขนมจีนแกงไก่กับไข่เค็มดาวกันอย่างเอร็ดอร่อยนั้น กนกก็พรวดเข้ามาเรียก “คุณบุรีคะ!” บุรีหันมอง เชิญกนกทานข้าวด้วยกัน

“หนกกินเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณบุรีรู้เรื่องหรือยังคะ” บุรีถามว่าเรื่องอะไร พลางเชิญนั่ง ศวัสลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง กนกไม่ทันนั่งก็โพล่งขึ้นว่า “เรื่องผีภรรยาคุณ คุณพุธกันยาน่ะค่ะ!!”

ศวัสกับบุรีชะงักนิ่วหน้า โสภณกับเกสรเบิกตามองหน้ากัน ส่วนหอม เขน และทับทิม นั่งนิ่งๆเพราะฟังมามากแล้ว

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ศวัสบ่นพ่ออย่างหงุดหงิดว่า

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้เกิดจะรื้อฟื้นเรื่องคุณแม่ขึ้นมาอีก หรือว่าจะโปรโมตละคร”

ศวัสระบายความอัดอั้นออกมา บอกให้บุรียกเลิกการถ่ายละครเสีย กว่าจะถ่ายจบไม่รู้จะปั้นเรื่องคุณแม่ไป อีกแค่ไหน บุรีบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะตนอนุญาตเขาไปแล้ว ตบไหล่ลูกชายขอให้อดทนอีกนิด พอจบเรื่องนี้ แล้วจะไม่อนุญาตให้ใครมาถ่ายละครที่บ้านเราอีก

ศวัสจึงขอว่าตอนนี้อย่าให้พวกเขาอยู่เกิน 3 ทุ่ม ตน ไม่อยากกลับบ้านดึกกว่านี้ ไม่อยากเห็นหน้าคนพวกนั้นอีก ศวัสเดินออกไปทันที บุรีมองตามลูกไปอย่างไม่สบายใจ

พอศวัสขึ้นไปที่ห้อง เขาเดินวนไปเวียนมาอย่างหงุดหงิดแล้วหยุดมองไปรอบห้องตะโกนอย่างอัดอั้น

“คุณแม่ครับ! วิญญาณของคุณแม่ยังวนเวียนอยู่ในบ้านจริงรึเปล่า! ถ้าจริง ทำไมผมไม่เห็นคุณแม่ แต่คนอื่นเห็น”

“ศวัส...ก็ลูกไม่เชื่อว่าแม่ยังวนเวียนอยู่ แม่พยายามแล้ว แต่ลูกก็ไม่ยอมเชื่อ!” พุธกันยาเอ่ย แต่ศวัสไม่ได้ยิน เขาทรุดนั่งกุมขมับ พุธกันยาเข้าไปนั่งข้างๆ ยกมือจับแขน แต่วืดไปอย่างว่างเปล่า พุธกันยาถอนใจบอกศวัส “ตั้งใจฟังแม่หน่อยนะลูก” แต่ศวัสลุกพรวดไปหยิบกุญแจรถและกระเป๋าสตางค์เดินออกไปแล้ว พุธกันยาได้แต่มองอย่างเศร้าเสียใจ

ศวัสลงมาข้างล่าง บุรีถามว่าจะไปไหน เขาตอบอย่าง เคว้งคว้างว่ายังไม่ทราบ แต่คุณพ่อไม่ต้องรอทานข้าวเย็น ตนอาจกลับดึก บุรีได้แต่ถอนใจแล้วเดินขึ้นข้างบน

พุธกันยาไปที่ห้องเก็บของของตัวเอง ทรุดนั่งบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก มองไปรอบๆ สีหน้าเธอเครียดขึ้นอย่างตัดสินใจบางอย่าง!

ooooooo

วันนี้หอมไม่มีถ่ายละคร จึงนั่งอ่าน “ชิดขอบบันเทิง” ของวดีอยู่ในห้อง อ่านแล้วบ่นอย่างหงุดหงิด

“อะไรน่ะ! เขียนแบบนี้ได้ยังไง!” พลันก็มีไอเย็นออก จากปากและลมหายใจ พร้อมกับเสียงพุธกันยาเอ่ยขึ้นว่า

“ยิ่งกว่านี้เขาก็เขียนได้” แล้วถาม “คุณพ่อคุณแม่ไปไหนล่ะ”

“ไปบ้านเพื่อนค่ะ คุณมาหาหอมทำไมคะ วันนี้ไม่มีถ่ายละครก็ไม่มีการสิงค่ะ” หอมดักคอไว้ก่อน พุธกันยาปรารภอย่างหนักใจว่า ทำอย่างไรศวัสถึงจะยอมฟังตนบ้าง “ลูกชายของคุณไม่เชื่อว่าผี...เอ๊ย...วิญญาณมีอยู่จริงนี่ หอมพอจะเข้าใจ แต่สามีของคุณน่าจะเชื่อนะคะเพราะท่านรักคุณมาก คุณน่าจะทำให้ท่านเห็นคุณได้”

พุธกันยาส่ายหน้าพูดอย่างท้อใจว่าตนเคยพยายามมาหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หอมบอกว่าตนก็อยากจะช่วย แต่วันนี้เหนื่อยมาก พุธกันยาพูดอย่างเข้าใจว่ารู้ ถามหอมว่าอ่านอะไรอยู่

“ชิดขอบบันเทิงค่ะ โจมตีใส่ร้ายหอมตามเคย”

“มันเป็นสันดานของนังวดี ที่ชอบทำลายชีวิตคนที่ไม่ยอมให้มันมาหลายคนแล้ว แต่ก็ยังมีคนนิยมยกย่องมัน ทั้งยังมีเกียรติมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม ไม่ยุติธรรม!” เสียงพุธกันยาดังสะท้อนน่ากลัว นัยน์ตาเธอแดงวาบขึ้นอย่างเคียดแค้นแล้วหายวับไปพร้อมกับเสียงสะท้อนก้องนั้น

“คุณพุธกันยาคะ...คุณพุธกันยา...” หอมร้องเรียก แต่ทุกอย่างเงียบสนิท หอมได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

เจคเห็นหนังสือฉบับนั้น เขาโทร.ไปต่อว่าวดีที่ออฟฟิศ เธอทำเป็นตกใจบอกว่าตนยังไม่ได้อ่านเดี๋ยวต้องเรียกมาถามว่าใครเป็นคนเขียน ต้องลงโทษเสียให้เข็ด

“เลิกเสแสร้งเสียที! ผมรู้จักคุณดี!!”

วดีหัวเราะร่วนบอกให้เขาใจเย็นๆ ตนยอมรับผิด ที่ไม่ได้ตรวจทานให้ดี ตัดบทว่า

“เอาอย่างนี้แล้วกัน พรุ่งนี้วดีจะไปกราบขอโทษคุณจนถึงกองถ่ายเลย”

“ไม่ต้อง! ผมจะขอบคุณมากถ้าหนังสือของคุณจะไม่เขียนถึงผมและละครของผมอีก” พูดแล้ววางสายอย่างหงุดหงิด

วดีวางสายเช่นกัน แต่วางสายแล้วก็พูดอย่างสบายใจ “ได้ไงคะ...เรื่องคาวๆน่ะขายดีจะตาย” แล้วดูพาดหัวข่าว

“ผู้กำกับใหญ่ กิ๊กนักแสดงหน้าใหม่” ยิ้มอย่างสะใจ!

ooooooo

คืนนี้ เอิงฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง หลังจากเป่าเทียนแล้ว เพื่อนๆพากันมาอวยพรและมอบของขวัญ

ขณะนั้นเอง ศวัสเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟ เอิงมองศวัสตาโต อุทาน “คุณหมอ!” เพื่อนๆ พากันมอง เห็นเอิงเดินอ้าวไปจับแขนศวัสอย่างสนิทสนม

“เชิญที่โต๊ะเอิงหน่อยค่ะ” เอิงหันไปบอกเพื่อนๆ ศวัส “ทุกคนด้วยนะคะ...วันนี้วันเกิดเอิง ให้เกียรติเอิงหน่อยนะคะ” แล้วเธอก็ควงศวัสไปที่โต๊ะ แนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักศวัส ตีเนียนราวกับตัวเองเป็นคนรักของเขา

เพื่อนๆพากันมาถ่ายรูปกับศวัสและเอิง เอิงโพสท่า เก๋ไก๋อย่างสนิทสนมกับศวัสเป็นพิเศษ

คืนนี้กว่าศวัสจะกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว พุธกันยา ยังนั่งรออยู่ที่เก้าอี้สนาม

ประตูรั้วเปิดออกด้วยระบบรีโมตคอนโทรล รถของศวัสก็ขับเข้ามาจอด พอเขาเปิดประตูรถลงมา พุธกันยา ก็ปรี่เข้าไปถาม

“ทำไมวันนี้กลับดึกนักล่ะลูก”

ศวัสไม่รับรู้อะไร เขาเดินไปที่ประตูบ้านพลางกดโทรศัพท์ พุธกันยารีบตามเข้าไป

ooooooo

พอเข้าบ้าน ศวัสแปลกใจแทนที่จะเจอแจ่มกลับเจอเยาว์ ศวัสถามว่าแล้วแจ่มล่ะ เยาว์บอกว่า ให้ไปนอนแล้วตนรอเปิดประตูให้เขา ศวัสขอบคุณ
พุธกันยาที่เดินตามศวัสมาพูดอย่างไม่พอใจว่า “ไม่ต้องไปขอบใจมัน มันพยายามจะแทนที่แม่”

แม้ไม่มีใครได้ยิน แต่พุธกันยาก็พูดขัดพูดแทรกเมื่อเยาว์คุยกับศวัส โดยเฉพาะเมื่อศวัสบอกว่าตนไปนอนก่อน พอศวัสเดินขึ้นบันได เยาว์มองตามรำพึงรำพันอย่างอิ่มเอมเปรมปลื้มว่า

“ลูกรักของแม่...แม่เลี้ยงศวัสมาตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอย...คุณพุธกันยาคลอดลูกไม่เท่าไรก็ต้องไปเล่นหนังเล่นละคร...แม่นี่แหละเลี้ยงดูอุ้มชูศวัสมายิ่งกว่าแม่แท้ๆ”

พุธกันยามองเยาว์ที่เดินรำพึงรำพันไป คิดถึงอดีตที่ศวัสอยู่ในวัย 7-8 เดือน เธอไม่มีเวลาให้ลูก แม้แต่นมก็ต้องปั๊มให้ลูกกิน เมื่อกลับจากทำงานจะอุ้มลูกด้วยความคิดถึง ลูกกลับร้องไห้อย่างแปลกหน้าโผเข้าหาเยาว์ไม่ยอมให้อุ้ม

คิดถึงอดีตที่มุ่งแต่ทำงานจนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะเลี้ยงดูลูกจนลูกเห็นเป็นคนแปลกหน้าแล้ว พุธกันยาก็รู้สึกผิด

ooooooo

เช้านี้ โค้กมารับหอม เขน และโสภณกับเกสรที่หอ พอขึ้นรถหอมถามโค้กว่าอุมาเป็นอย่างไรบ้าง

“เมื่อคืนเห็นโทร.มาบอกว่าเช้านี้จะไปทำสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวร”

เกสรเกรงใจโค้กบอกว่าเดี๋ยวโค้กส่งหอมแล้วตนขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเองก็ได้ โค้กบอกว่าไม่เป็นไรเพราะโรงพยาบาลอยู่ใกล้บ้านถ่ายหนังนิดเดียวเอง ตนไปส่ง เสร็จเมื่อไรให้คุณพ่อโทร.บอกตนจะไปรับ โสภณบ่นว่าเกรงใจ เขนพูดแทรกอย่างรู้ทันโค้กว่า

“โอ๊ย...ไม่รบกวนเลยค่ะ พี่โค้กเขาฟินสุดขีดจี๊ดสุดขั้วเลยด้วยซ้ำ”

พอดีรถมาถึงบ้านศวัส เจอศวัสกำลังจะออกจากบ้านพอดี เกสรสวัสดีคุณหมอ โสภณบอกว่าโค้กกำลังจะไปส่งที่โรงพยาบาลพอดี ศวัสบอกให้ไปกับตนสะดวกกว่าเพราะโค้กต้องดูแลดารา พูดแล้วเหลือบมองหอมแว่บหนึ่งอย่างจงใจเหน็บ ถามหอมว่าเอาไงดี

“ไปกับคุณหมอก็สะดวกดีค่ะ แต่หอมเกรงใจ”

“คุณอาไปกับผมก็แล้วกันครับ” ศวัสตัดบท โสภณกับเกสรจึงไปกับศวัส เกสรปลอบใจโค้กว่าไม่ต้องน้อยใจ เดี๋ยวเสร็จแล้วแม่จะโทร.ให้ไปรับ โค้กหน้าชื่นทันทีตอบอย่างกระตือรือร้นว่า

“ครับ...แล้วโทร.มานะครับ คุณพ่อคุณแม่”

ศวัสทำหน้าขัดหูที่โค้กเรียกโสภณกับเกสรว่า “คุณพ่อคุณแม่” รีบเชิญทั้งสองขึ้นรถ กันโค้กไม่ให้วอแวอีก

ooooooo

เรื่องอุมาชี้ผีแล้วนิ้วเน่ายังเป็นเรื่องขนพอง สยองเกล้าไม่หาย พิไลถึงกับยกมือไหว้บอกกล่าวว่า

“เจ้าประคู้ณณณ...ถ้าวิญญาณพุธกันยายังวนเวียนอยู่ที่บ้านนั้นจริง ขอให้มาปรากฏให้ฉันเห็นด้วยเทิ้ดดดด...” พอถูกใครต่อใครทักท้วง พิไลก็ยังย้ำจริงจังหนักแน่นว่า “พูดจริงๆ พี่น่ะชอบเขามาตั้งแต่เข้าวงการ เป็นนางเอกที่สวยที่สุดตอนนั้นเลย เล่นหนังเล่นละครก็เก่ง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสู้ได้ ตอนเขาตาย...พี่ร้องไห้เสียใจตั้งหลายวัน ไว้ทุกข์ให้ด้วย”

“เป็นเอามาก” ฟ้ากระซิบกับเพื่อน

ระหว่างที่หอมให้ช่างแต่งหน้าอยู่ในห้องแต่งตัว หอมก็ถูกพุธกันยาเข้าสิง ทำให้ทั้งบุคลิกและการวางตัวเปลี่ยนเป็นพุธกันยา จนทุกคนแปลกใจ เมื่อจู่ๆ พุธกันยาในร่างหอมก็ลุกขึ้นบอกช่างว่าเดี๋ยวมา แล้วเปิดประตูเดินออกไปเลย

หอมตรงดิ่งไปที่ซุ้มพุดซ้อน โค้กแปลกใจตามไปเรียก พอหอมหันมา โค้กถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า?

“อย่ามายุ่ง!” พูดแล้วหอมเดินไปหลังบ้าน โค้กมองตามครางเบาๆ น้องหอม...

เขนตกใจบอกทับทิมเมื่อนึกได้ว่าสร้อยพระของหอมอยู่ที่ตน ทับทิมถามว่าทำยังไงดี ช่างแต่งหน้ามองทั้งสองงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น เขนพรวดพราดออกไปชนเพลินที่กำลังเข้ามาจนเซถลาล้ม เพลินหันด่าเขน “ไอ้บ้า!” เขนไม่สนใจเดินลิ่วไปทางหลังบ้านเพื่อตามหาหอม

ขณะบุรีกำลังนั่งทานข้าวต้มมีเยาว์คอยปรนนิบัติไม่ห่าง หอมกับโค้กเดินเข้ามา บุรีเรียกทั้งสองให้ทานข้าวต้มด้วยกัน พลางบอกเยาว์ขอข้าวต้มเพิ่มอีกสองที่

ขณะที่โค้กบอกอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไร หอมก็เดินไปนั่งข้างๆบุรีแล้วพอโค้กจะตามไปนั่ง หอมชี้ให้ไปนั่งฝั่งตรงข้าม แจ่มกับเยาว์ยกข้าวต้มมาเพิ่มสองที่ แจ่มวางแล้วออกไป แต่เยาว์วางแล้วยืนจับตาสังเกตการณ์อยู่ข้างหลัง

พุธกันยาในร่างหอม ต้องการแสดงให้บุรีรู้ว่าตนคือใคร เธอสั่งเยาว์ว่า

“เดี๋ยวขอกาแฟด้วยนะภา! จำได้หรือเปล่า ใส่น้ำตาลก้อนเดียว ไม่ใส่คอฟฟี่เมท” เยาว์สะดุ้ง บุรีหันเตือนเยาว์ที่ยังยืนเฉยอยู่ให้ไปจัดการ โค้กรู้สึกผิดปกติเรียกหอมเบาๆ แต่กลับได้ยินหอมบอกว่า “ข้าวต้มบ้านนี้อร่อย ทานให้หมดเลยนะ” โค้กกลืนน้ำลายฝืดคอ หอมยิ้มให้บุรีเอ่ยอย่างคุ้นเคยกันมากว่า “ของคุณเป็นกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลใช่ไหมคะ”

บุรีอึ้งมองหอมเหมือนคนแปลกหน้า จนเมื่อบุรีจะกลับเข้าห้องนอน เยาว์ตามไปจะบอกอะไร แค่เอ่ย “คุณบุรีคะ เมื่อกี๊นี้...เอ้อ...” บุรีก็ตอบเหมือนรู้แล้วว่า “มันบังเอิญน่ะ!” แล้วเข้าห้องปิดประตูเลย เยาว์ยังยืนเครียดอยู่หน้าห้อง

หอมออกทางหลังบ้านตรงไปที่พุ่มพุดซ้อน โค้กตามไปขวาง หอมพูดเบาๆแต่หนักแน่น

“ถอยไป”

“พี่ไม่เข้าใจ...” โค้กพูดได้แค่นั้นก็ถูกหอมผลักให้พ้นทาง เหมือนหอมผลักไม่แรงแต่โค้กถึงกับกระเด็นไปก้นกระแทกจนร้องลั่น แล้วหอมก็เดินไปอย่างไม่สนใจ เขนเดินมาพอดีจับแขนหอมไว้ หอมสะบัดบอกว่าตนจะรีบไปแต่งตัว แล้วเดินผ่านไปเลย เขนหันมองโค้กที่กำลังพยายามลุกขึ้น ถามว่าหอมทำอะไรหรือ

“พี่ถามว่าเขาเป็นอะไร เขาเหวี่ยงพี่กระเด็นเลย... โอย...” เขนจะเดินไปโค้กเรียกถาม “เขน...หอมเป็นอะไรไป?”

ooooooo

หอมเข้าไปในห้องแต่งตัว สั่งอุมาให้มาแต่งหน้าตน เพลินแหวใส่ว่าไม่เห็นหรือว่าอุมากำลังแต่งหน้าตนอยู่

ลูกนัทเตือนหอมว่าเป็นเด็กใหม่ ควรรอให้พี่เพลินแต่งให้เสร็จก่อน

“เธอนั่นแหละเด็กใหม่” หอมสวนไปทันที เขนเข้ามาพอดีบอกหอมว่าเชิญทางนี้หน่อย หอมทำท่าจะปฏิเสธ เขนเชิญเสียงเข้มอีกครั้งแล้วเดินนำไป หอมจึงต้องเดินตามไปอย่างหงุดหงิด

เขนเดินนำไปที่มุมตึกเตือนพุธกันยาว่าถ้าอยากสิงหอมต่อไปก็ต้องอย่าให้ใครสงสัยว่าทำหอมเปลี่ยนไป พุธกันยาบอกว่าตนก็เป็นของตนอย่างนี้แหละ เขนยื่นคำขาดว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาสิงหอม เพราะแค่นี้หอมก็เดือดร้อนพอแล้ว อย่าให้ชีวิตของหอมต้องวุ่นวายมากไปกว่านี้เลย

พุธกันยาบอกว่าตนต้องการแสดงให้พวกดารา รุ่นใหม่ไม่ให้มาอวดดีพูดจาข่มขู่ตนได้

“ไม่ได้ค่ะ หอมเสียสละให้คุณสิงเพราะเห็นใจคุณ อยากช่วยคุณ คุณก็ต้องช่วยไม่ให้เขาดูเหมือนคนบ้าในสายตาคนอื่น เขนขอแค่นี้เอง คุณจะทำให้ได้ไหมคะ!” พุธกันยาไม่ตอบแต่เม้มปากเบือนหน้าไปทางอื่น

แม้เขนจะเตือนแล้ว แต่พุธกันยาที่สิงร่างหอมอยู่ ก็ยังพลั้งเผลอจนได้ เมื่ออธิปถามหอมว่าจะเอากระเพาะปลาไหมเดี๋ยวจะเอามาเผื่อ หอมตอบหน้าตาเฉยว่า “ไม่ค่ะ มีคนจุดธูปเชิญให้กินตั้งแต่ตอนเช้ามืดแล้ว” ทุกคนคิดว่าหอมปล่อยมุก เลยพากันหัวเราะขำ

หอมเหลือบเห็นอุมา ถามว่านิ้วเป็นยังไงบ้าง อุมาบอกว่าค่อยยังชั่วแล้ว เมื่อเช้าไปทำสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวรแต่เช้า หอมก็เผลอพูดอีกว่า

“มิน่า...ถึงได้รู้สึกอิ๊ม...อิ่มบุญ”

“พูดดีไปเถอะ! เดี๋ยวได้เป็นผีจริงๆ” เพลินค้อนหมั่นไส้ พลันก็สะดุ้งเมื่อสบตาหอมที่มองมาอย่างไร้แววเข้าอย่างจัง

หอมกลับถึงห้องพักขอบใจเขนที่ช่วยไปส่งพ่อ กับแม่ให้ เขนถามว่าอยู่คนเดียวได้แน่นะ หอมตอบอย่างมั่นใจ “ชัวร์” ปิดประตูแล้วหอมเดินไปหยิบชุดนอน ถอดสร้อยพระวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วไปเข้าห้องน้ำ

ooooooo

เขนเตรียมเข้านอนแล้ว หยิบมือถือโทร.หาหอมแต่โทร.แล้วโทร.อีก สัญญาณดังจนหยุด หอมก็ไม่รับสาย เขนคิดว่าหอมคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว

ค่ำนี้ ขณะศวัสอยู่ที่คอฟฟี่ช็อป ก็ได้รับโทรศัพท์จากเอิง ฉอเลาะไปตามประสาแล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะไปหาที่โรงพยาบาล ไม่ได้เป็นอะไรแต่จะเอาขนมอร่อยไปฝาก ศวัสตัดปัญหาบอกว่าอย่าลำบากเลยตนไม่ชอบขนม

“แต่ที่เอิงจะเอาไปให้นี่พี่หมอต้องชอบแน่ เอิงรบกวนแค่นี้นะคะ พรุ่งนี้ค่อยพบกัน”

วางสายแล้วเอิงยิ้มอิ่มอกอิ่มใจ ในขณะที่ศวัสถอนใจเฮือกใหญ่...

ขณะศวัสขับรถมาในซอยจะเข้าบ้านนั้น เขาเห็นร่างหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าอย่างไม่รับรู้อะไร เขากดแตรขอทาง ร่างนั้นหยุดหันกลับมา เขาจึงเห็นว่าเป็นหอมนั่นเอง!

พุธกันยาในร่างหอมบอกศวัสว่ามีเรื่องสำคัญมาก

จะบอกคุณหมอ แต่ไม่ว่าหอมจะพูดอะไร ศวัสก็มองว่าหอมเพ้อเจ้อโดยเฉพาะที่หอมบอกว่าตนเป็นแม่เขา ศวัสพูดแดกดันว่า แม่เป็นผีและเข้าสิงร่างหอมงั้นหรือ

เมื่อหอมยืนยันว่าตนเป็นแม่ แต่ศวัสเห็นเป็นเรื่องน่าสมเพช แต่เพื่อจะพาหอมไปหาหมอเขาจึงทำทีว่าเชื่อเรียกหอมว่าแม่ บอกว่าถ้าแม่รักตนก็ต้องไปหาหมอกับตน

“ศวัสก็ยังคิดว่าแม่เป็นบ้าอยู่นั่นเอง”

“คนที่ไปหาจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็น บ้า...” ศวัสทำเนียนจับมือหอม ปรากฏว่ามือหอมเย็นเฉียบ รวบรัดว่า “ตกลงนะครับ ผมจะนัดเพื่อนให้...เขาเป็นจิตแพทย์ที่เก่งมาก”

หอมไม่ตอบแต่ถอนใจยาว...

ศวัสให้หอมขึ้นรถเพื่อจะไปส่งที่หอพัก หอมหลับไปตลอดทางจนถึงหอพัก ศวัสปลุกบอกว่าถึงแล้ว หอมถามก่อนลงไปว่าพรุ่งนี้จะมารับแม่กี่โมง

“หกโมงเช้า เธอ...เอ๊ย...คุณแม่จะได้กลับไปถ่ายละครทัน”

พุธกันยาในร่างหอมกอดและจูบหน้าผากศวัสบอกว่า “แม่รักศวัสมากนะลูก อะไรที่ทำให้ศวัสพอใจแม่ก็จะทำ”

พอกลับถึงห้องพัก พุธกันยาออกจากร่างหอม ทิ้งหอมให้นอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง พุธกันยาบอกหอมก่อนไปว่า

“ขอโทษนะหอมน้ำ...ฉันคงต้องมาอาศัยเธอ อีกนาน!”

ooooooo

กลับถึงบ้าน ศวัสไปเคาะประตูห้องนอนบุรี เข้าไปบอกพ่อว่าตนเพิ่งกลับจากไปส่งหอมน้ำมาเล่าว่า

“เด็กนั่นมาดักรอผม พยายามจะทำให้ผมเชื่อให้ได้ว่าเขาเป็นวิญญาณของคุณแม่” บุรีถามว่าแล้วเชื่อหรือเปล่า? “ผมแกล้งทำเป็นเชื่อเพื่อจะพาเขาไปหาหมอ ผมรู้ว่าเขาไม่เชื่อหรอก แต่ก็ยังอุตส่าห์ยอมให้ผมพาไปพรุ่งนี้”

บุรีถอนใจปรารภว่ามันมีอะไรแปลกๆ เพราะหอมพูดอะไรหลายอย่างเหมือนที่แม่เขาเคยพูด ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหอมน้ำรู้ได้ยังไงว่าแม่กับพ่อชอบกินกาแฟแบบไหน ศวัสเห็นเป็นเรื่องไร้สาระเลยขอตัวไปนอน

“แกเชื่อเรื่องกลับชาติมาเกิดไหม” ศวัสถามว่าคุณพ่อเชื่อหรือ? “เรื่องบางเรื่องวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ไม่ได้” ศวัสไม่พูดอะไรแต่เปิดประตูออกไปเลย บุรีบ่นฉุนๆ “แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้...ไอ้วิทยาศาสตร์เนี่ย!”

ooooooo

รุ่งขึ้น ศวัสมารับหอมตามนัด แต่หอมยังไม่ตื่น พอตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้เรื่องที่ศวัสจะพาไปหาหมอ

พอหอมลุกไปส่องกระจก ตกใจว่าทำไมตัวเองแต่งชุดนี้นอน ฉุกคิดได้ร้องเรียกพุธกันยา เรียกอย่างไรก็เงียบกริบ หอมจึงโทร.ไปบอกเขน เขนบอกว่าหมอฟันทันตแพทย์หวังดี ให้หอมไปกับเขาก่อนแล้วตนจะตามไปทีหลัง

ระหว่างหอมนั่งรถไปกับศวัสนั้น เธอนิ่งเงียบค่อนข้างเครียด จนในที่สุดตัดสินใจถามศวัสว่าตนไม่ไปหาหมอได้ไหม ถูกศวัสตำหนิว่าพูดกลับไปกลับมา

หอมอึดอัดใจจนร้องไห้บอกว่า

“หอม...หอมสาบานว่าที่หอมเล่าให้คุณหมอฟังทั้งหมดเป็นความจริง วิญญาณคุณแม่คุณหมอ...”

“พอที!!” ศวัสตวาดจนหอมสะดุ้ง พูดอะไรไม่ออกเลยนั่งร้องไห้ไปตลอดทาง ศวัสจึงพากลับมาส่งที่กองถ่าย พอหอมลงจากรถเขาก็ออกรถพรืดไปเลย หอมยืนร้องไห้อยู่ พลันก็ได้ยินเสียงพุธกันยาบอกว่า

“ถ้าเธอยอมไปหาหมอเสียก็หมดเรื่อง” หอมถามว่าทำไมทำกับตนแบบนี้ “เอาเป็นว่าขอโทษก็แล้วกัน”

หอมตัดพ้อว่า ตนอุตส่าห์ยอมให้สิงกลับทำให้ตนเดือดร้อน ทำให้ทุกคนเข้าใจตนผิด พุธกันยาบอกว่าเห็นมีแต่ลูกชายตนเท่านั้นที่เข้าใจเธอผิด พูดลอยๆว่า “รู้สึกว่าเธอจะแคร์ศวัสมากนะ”

“ต่อไปนี้หอมจะไม่ยอมให้คุณสิงอีกแล้ว” หอมหันกลับทันที แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกนกยืนมองอยู่

กนกพาหอมไปห้องรับแขกที่บ้านบอกว่าตนเชื่อเรื่องผีพุธกันยา ถามว่าเมื่อกี๊หอมคุยกับพุธกันยาใช่ไหม พอหอมพยักหน้าก็ตบเข่าฉาด

“นั่นไง! ไหนเล่ามาซิ เล่ามาให้หมด คุณหนกจะ หาทางช่วยหนูเอง” กนกบอกว่าจะหาพระหรือหมอผีมาปราบ หอมส่ายหน้าบอกว่าตนไม่อยากมีเวรมีกรรมกับใครต่อไป เมื่อกนกยังหว่านล้อม หอมยืนยันว่า

“จริงๆนะคะ ต่อไปนี้หอมจะไม่รู้ไม่เห็นกับใครหรือ ‘อะไร’ ทั้งสิ้น หอมจะสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรทุกๆวันจนกว่าเขาจะไปผุดไปเกิด!” สีหน้าหอมหนักแน่นแน่วแน่จนกนกมองอึ้ง

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องแต่งตัว ยังไม่ทันเปิดไฟ เขนก็บอกหอมว่าตนเห็นด้วย ผีกับคนไม่ควรวุ่นวายกัน ผีอยู่ส่วนผีคนก็อยู่ส่วนคน

สิ้นเสียงเขน แจกันดอกไม้ที่วางอยู่ก็หล่นแตกกระจาย ปรากฏร่างพุธกันยาที่มองอย่างโกรธเกรี้ยว เขนกับหอมตกใจช่วยกันสวดสัพเพสัตตากันเสียงสั่น พุธกันยาบอกว่าท่องให้ตายตนก็ไม่ไปเพราะที่นี่เป็นบ้านตน

เมื่อไม่ให้พุธกันยาเข้าสิง ปรากฏว่าหอมเล่นละครไม่ได้เลย พอถึงบทตัวเองก็ยืนเหวอ จำบทไม่ได้ เจคโมโหสั่งคัตบอกให้หอมไปนั่งรวบรวมสมาธิให้ได้ หอมเดินน้ำตาคลอออกไป เจอพุธกันยาแถวซุ้มพุดซ้อน หอมก็หันกลับ

พุธกันยาบอกว่าไม่มีที่ไหนจะสงบเท่าตรงนี้อีกแล้ว บอกหอมว่าเธอไม่มีพรสวรรค์ที่จะเป็นนักแสดง ถ้าไม่ให้ตนสิงเธอก็เล่นไม่ได้ หอมบอกว่าตนก็ไม่อยากเล่นอยู่แล้ว พุธกันยาเดินเข้าหาสั่งให้เอาพระออกเดี๋ยวนี้ หอมไม่ยอม

“หอมน้ำ...ให้ฉันสิงเธอเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเดือดร้อนอีก”

หอมยืนกรานไม่ยอม พอดีบุรีเดินมาถามหอมว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พุธกันยายุหอมให้บอกบุรีว่าตนอยู่ตรงนี้ หอมเฉย บุรีจึงชวนเข้าข้างใน พาไปนั่งที่มุมดูทีวี ถามหอมว่าจะเอากาแฟไหม หอมบอกว่าตนไม่ทานกาแฟ บุรีเอะใจถามว่าแล้วทำไม...พอหอมถามว่าอะไรหรือ บุรีก็ทำเฉยบอกว่าไม่มีอะไร เมื่อกี๊เห็นหอมเข้าฉาก...หอมบอกว่าตนคงไม่ได้เล่นอีกแล้ว ดีเหมือนกันตนอยากเป็นแค่เด็กฝึกงานธรรมดาชีวิตไม่ต้องวุ่นวาย

“แต่หนูเคยแสดงเก่ง” หอมบอกว่าคงบังเอิญมากกว่า “ไม่หรอก ไม่บังเอิญแน่ ลุงเคยเห็นพุธกันยาแสดงมาก่อน หนูมีพรสวรรค์เหมือนเขาไม่มีผิด”

หอมฟังแล้วหลบตาบุรีอย่างมีพิรุธ

วดีได้ข่าวเรื่องหอมแสดงไม่ได้ ก็ถือเป็นโอกาสทองของเอิงที่จะเสียบแทน แต่ตามหาเอิงไม่เจอ บอกให้ลิซซี่ช่วยโทร.ตามเพราะตนมีข่าวดีจะบอก ลิซซี่ถามว่าข่าวดีอะไรหรือ เลยถูกด่าด้วยสายตาทำนองว่า...อย่าเอือก!

เกสรกับโสภณกลับถึงบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว วันนี้เกสรโทร.หาศวัสบอกว่าพ่อของหอมอยากได้รูปพุธกันยาตอนที่เล่นเรื่อง “รักด้วยเลือด” ศวัสหน้าเครียดทันทีบอกว่าไม่มี เกสรบอกว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่พอวางสายก็บอกโสภณว่า

“ฉันบอกแล้วว่าไม่มี”

“เอ...มันน่าจะมีนะ” โสภณงึมงำ

ooooooo

ใยกัลยา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด