สมาชิก

ใยกัลยา

ตอนที่ 2

ศวัสยังนั่งอยู่ในห้องรับแขกนิ่งๆ เยาว์เข้ามาถามว่าคุณพ่อขึ้นไปแล้วหรือ

“ครับ...ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณพ่อถึงเข้าข้างเด็กนั่น” พอนึกอะไรได้ก็บอก “ผมขอกุญแจห้องคุณแม่หน่อยได้ไหมครับน้าภา” เยาว์ถามว่าทำไม ถ้าอยากได้อะไรตนจะไปหยิบให้ “ผมอยากเข้าไปดูเฉยๆ น่ะครับ ไม่มีอะไร”

ในห้องของพุธกันยา ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม มีฝุ่นบ้างเล็กน้อย เยาว์พูดออกตัวว่าแจ่มทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง ถามว่าอยากได้อะไรตนจะหยิบให้

“ไม่เป็นไรครับ น้าภาไปพักผ่อนเถอะ ผมอยากดูอะไรนิดหน่อย เดี๋ยวปิดห้องเอง”

เยาว์ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินออกไป ศวัสดูกล่องที่เก็บของซึ่งมีสกอตเทปสีน้ำตาลขนาดใหญ่ปิดสนิทไร้ร่องรอยฉีกขาด ศวัสเดินดูอย่างละเอียด พบว่ามีชุดและเสื้อผ้าบางชิ้นถูกปลดไป กล่องเครื่องประดับก็มีคนหยิบบางชิ้นไป และขวดน้ำหอมก็หายไปสองสามขวด เขานิ่วหน้าสงสัย?

เมื่อเอากุญแจไปคืนเยาว์ที่ห้องครัว เขาถามว่าคุณพ่อยังมีกุญแจอีกดอกใช่ไหม เยาว์บอกว่าใช่ เขาพยักหน้าพึมพำ

“งั้นก็คงจะเป็นคุณพ่อ... คุณพ่อไม่เคยปล่อยคุณแม่ไปได้เลย มีเสื้อผ้า ขวดน้ำหอมและข้าวของบางอย่างของคุณแม่หายไป” เยาว์ติงว่าไม่น่าหายเพราะแจ่มก็ไม่มีนิสัยมือไว “ผมคิดว่าคงเป็นคุณพ่อที่หยิบของคุณแม่ไปไว้ในห้องท่านมากกว่า...เวลาก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว” ศวัสถอนใจเบาๆ

“คุณพ่อท่านรักคุณแม่มากค่ะ คุณหนูอย่าไปถามอะไรท่านดีกว่านะคะ ปล่อยให้ท่านมีความสุขของท่านไป”

“ครับ” ศวัสรับคำเดินออกไป เยาว์มองตามอย่างโล่งใจ

แต่พอตกค่ำ เยาว์เข้าห้องตัวเองแล้วปิดล็อกประตู ตรงไปหยิบหีบในตู้เสื้อผ้าออกมาเปิดดู ในนั้นมีทุกอย่างที่ศวัสบอกว่าหายไปจากห้องแม่ นอกจากนั้นยังมีวิกผมสั้นทรงเดียวกับพุธกันยาด้วย เยาว์หยิบทุกอย่างในนั้นออกมาแปลงร่างเป็นพุธกันยา แล้วยืนส่องกระจกดูตัวเองอย่างพอใจ

ooooooo

เช้านี้ หอมน้ำไปนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะในมหาวิทยาลัย โกศลเดินมากับเพื่อนนักศึกษาสาวแต่พอเห็นหอมน้ำโกศลบอกให้เพื่อนไปก่อนตนขอทักทายหอมน้ำก่อน

โกศลถามหอมน้ำว่าไม่ไปฝึกงานหรือ หอมส่ายหน้า โกศลถามถึงเขน หอมบอกว่าไปฝึกงาน ก็พอดี

เขนโทร.มาหาบอกหอมให้รีบไปกองถ่ายที่บ้านศวัสเดี๋ยวนี้เลย พอไปถึงเขนก็ลากให้รีบไปหาโค้กทันที

“มาแล้วค่ะ มาแล้ว หอมน้ำมาแล้ว” เขนตะโกนบอกแต่ไกล ทุกคนหันมอง โค้กเดินมารับ

อธิปหรือไก่ดาราหนุ่มมองหอมอึ้ง ถามผู้กำกับว่านางเอกใหม่หรือ ผู้กำกับบอกว่านักศึกษาฝึกงาน มาสองสามวันแล้วเพิ่งเห็นหรือ

“ก็ตอนนั้นมันยุ่งๆ เลยไม่ได้สังเกต เป็นนางเอกได้เลยนะเนี่ย” ไก่มองหอมน้ำที่โค้กพาเดินไปยังตัวบ้านไม่วางตา

โค้กพาหอมกับเขนไปพบศวัสกับบุรีที่นั่งรออยู่ หอมกับเขนไหว้ทั้งบุรีและศวัส แต่ศวัสนั่งเฉย

“ศวัส น้องไหว้แน่ะ” บุรีเตือน ศวัสจึงจำต้องรับไหว้ “ไหนเมื่อกี๊เห็นว่ามีอะไรจะพูดกับน้องไม่ใช่หรือ”

“เชิญตามสบาย แต่ฉันจะคอยจับตาดูเธอ ผมไปทำงานล่ะครับคุณพ่อ เสียเวลาไปมากแล้ว” ศวัสลุกเดินไป โค้กมองแล้วยิ้มแห้งๆ เขนพึมพำว่าดุจังไม่เหมือนคุณลุงเลย บุรีบอกโค้กว่าเชิญตามสบายไม่ต้องห่วงเด็กสองคนนี้ โค้กขอบคุณ ไหว้ลาแล้วกลับไป

บุรีพูดกับหอมและเขนว่าลูกชายตนเป็นอย่างนี้แหละ เครียด ซีเรียส เขนบอกว่าตนกับหอมไม่ถือเพราะคนเป็นหมอส่วนใหญ่ก็จะเครียดอย่างนี้ บุรีสีหน้าขรึมลงไป ชี้แจงว่า

“ความเป็นหมอไม่ได้ทำให้ศวัสเครียดหรอก เป็นเพราะเขากำพร้าแม่มาตั้งแต่เล็กๆต่างหาก” พูดแล้วมองไปที่รูปพุธกันยา หอมกับเขนมองตาม พลันหอมก็นึกอะไรได้หันมองอีกทีก็ตะลึงจังงังเมื่อภาพที่เคยเห็นซ้อนขึ้นมาในความคิด หอมเห็นพุธกันยาในภาพมองสบตาตนจังๆ ก็ตกใจเป็นลม

หอมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พอรู้สึกตัวหอมจะลุก ถูกศวัสที่ยืนอยู่กดไหล่ไว้สั่งดุๆ “อย่าเพิ่งลุก”

บุรีบอกว่าหอมเป็นลม เขนบอกบุรีว่าเมื่อคืนหอมนอนไม่หลับ คิดมากเรื่อง...

“ผี!” หอมโพล่งออกไป ศวัสมองหอมเหมือนมองคนเป็นโรคจิต บุรีเลยบอกให้ไปตรวจคนไข้เถิด ศวัสยังไม่ทันออกไป หอมก็ยืนยันกับบุรีว่า “จริงๆนะคะคุณลุง หอมเจอผีภรรยาคุณลุง ตอนแรกที่เห็น หอมรู้สึกว่าหน้าตาท่าทางคุ้นๆ พอดูรูปอีกทีเลยนึกได้”

“อย่าเอาแม่ของฉันมาพูดเล่นสนุกๆ” ศวัสดุ หอมยืนยันว่าตนเห็นจริงๆ ศวัสจะดุอีก บุรีบอกศวัสให้ออกไปก่อน มีคนไข้รอไม่ใช่หรือ ศวัสจึงออกไปเคืองๆ

บุรีบอกให้หอมนอนพักที่โรงพยาบาลสักคืนค่อยกลับ เขนจึงต้องกลับไปเอาเสื้อผ้ามาค้างคืน บุรีถามหอมว่าอยู่คนเดียวได้หรือเปล่าเดี๋ยวจะหาพยาบาลพิเศษมาเฝ้า และไม่ต้องห่วงเรื่องค่าห้อง ค่ารักษา ทำใจให้สบาย ตนจะรับผิดชอบเอง

พอบุรีและเขนออกไป หอมหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย พลันก็รู้สึกเหมือนใครคนหนึ่งเดินมาที่เตียง หอมเริ่มกระสับกระส่าย ยิ่งเมื่อรู้สึกว่าคนนั้นเดินมาหยุดจ้องมองตน พอหอมลืมตาดูก็ร้องกรี๊ดกลัวสุดขีด

พยาบาลวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร หอมอึกอักบอกปัดว่าตนคงฝันร้ายไปเอง พยาบาลจึงโทรศัพท์บอกศวัสตามที่เขาสั่งไว้ เล่าอย่างตื่นตระหนกว่า

“ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็ร้องกรี๊ดกร๊าด เผอิญหนูเดินผ่านไปพอดี”

ooooooo

พิไล ทับทิมและอุมา เข้ามาหาหอมที่ห้อง พอรู้ว่าหอมฝันร้าย พิไลก็หน้าตาตื่นถามว่าผีหลอกหรือ! พอดีเขนสะพายกระเป๋าเข้ามา ได้ยินพิไลทำท่าสยองเล่าว่า

“ต้องใช่พี่พุธกันยาแน่ๆ” เห็นทุกคนทำหน้างงว่าพุธกันยาเป็นใคร อุมาเล่าอย่างผู้รู้ว่า

“คุณพุธกันยาเป็นภรรยาของท่านบุรี เจ้าของบ้านที่เรากำลังถ่ายละครอยู่ไงคะ”

พิไลบรรยายรูปร่างลักษณะและการแต่งตัวตามที่หอมเล่าแล้วฟันธงว่า

“ป้าก็ขอยืนยันเหมือนกันว่านั่นคือวิญญาณคุณพุธกันยา” ทับทิมติงว่าแล้วทำไมคนอื่นไม่เห็น พิไลย้อนถามว่ารู้ได้ไงว่าคนอื่นไม่เห็น

“ที่แน่ๆ คุณหนกข้างบ้านแกเห็นเกือบทุกคืน แกเม้าท์ให้พี่กับเจ๊พิฟัง” อุมายืนยัน ทับทิมฟังแล้วยกมือทาบอกร้อง

“บ้านผีสิง!” เลยทำเอาทุกคนกลัวกันไปหมด

ooooooo

วันนี้เอิงไปหาหมอศวัสที่โรงพยาบาลจริงๆ ไปพบหมอโดยไม่ทำบัตร ไม่รอคิว พอศวัสบอกให้ไปทำบัตรก็อ้อนว่าตนไม่เคยต้องทำอะไรยุ่งยากเลย เพราะใช้เส้นตลอด

เอิงทิ้งงานไปหาศวัส ทำเอากองถ่ายวุ่นวายเพราะวันนี้เธอมีบทต้องเข้าฉาก ร้อนถึงวดีต้องโทร.ตาม แต่พอโทร.เจอเอิงบอกว่ากำลังทำฟันแล้วปิดเครื่องเลย

บุรีอยู่ในห้องทำงานที่บ้านนั่งดูอัลบั้มพุธกันยาในอิริยาบถต่างๆอย่างคิดถึง พลางโทร.ถามศวัสว่าแวะไปดูน้องหน่อยไม่ได้หรือไง ศวัสสวนทันควันว่า
เด็กนั่นไม่ใช่น้องตน

“เออน่า...แกอยู่แค่นั้นช่วยไปดูหน่อยเป็นไร อย่าลืมว่าหมอต้องจิตใจมีเมตตากรุณา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

“ผมบอกคุณพ่อได้เลยว่า ‘เพื่อนมนุษย์’ คนนี้ต้องการจิตแพทย์มากกว่าทันตแพทย์ครับ!”

ครั้นบุรีเสียงเข้มขึ้นว่าตัวเขาเองนั่นแหละต้องการจิตแพทย์ ศวัสตัดบทว่าเดี๋ยวตรวจเสร็จแล้วจะไป

“ก็แค่นี้แหละ” บุรีวางสาย แล้วดูอัลบั้มต่อ พึมพำ “คุณสื่อสารผ่านเด็กคนนั้นถึงผมได้ไหมกัลยา”

ooooooo

เขนอยู่เป็นเพื่อนหอมจนเที่ยง วางหนังสือลุกไป ถามหอมว่าหิวหรือยัง หอมบอกว่ายัง เขนบอกว่าตนหิวมากเดี๋ยวจะลงไปหาซื้ออะไรขึ้นมากิน หอมหน้าเสียบอกว่าอย่าไปนานล่ะ

เขนรู้ว่าหอมกลัวผีพูดขำๆว่า ผีที่ไหนจะมากลางวันแสกๆ แต่เพื่อให้กำลังใจเพื่อน เขนดึงสร้อยพระพวงใหญ่ออกมาไหว้ทำปากขมุบขมิบแล้วเอาไปคล้องให้หอมบอกว่าทีนี้ก็ปลอดภัยแล้ว หอมขอบใจมองตามเขนที่เดินออกไป

เขนออกไปเจอศวัสที่หน้าห้องพอดี เขนฉีกยิ้มถามว่า “มาหาหอมน้ำหรือคะ”

“เปล่า” ศวัสหน้านิ่งขรึม แล้วเดินเข้าห้องพักหอม เขนมองตามเกาหัวแกรกพึมพำสยอง

“ไอ้หอมหัวโกร๋นแน่”

หอมนอนหลับตาหันหน้าไปทางอื่น หูแว่วเสียงคนเดินมา หอมกลัวสุดขีดไม่กล้าหันมอง ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาหยุดที่เตียง หอมกรีดร้องสุดเสียง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงตวาดดุดัน หอมชะงัก พอหันมองก็สะดุ้งเฮือกทักเสียงประหม่า “คุณหมอฟันทันตแพทย์” พลางจะลุกขึ้น ถูกศวัสกดไหล่ให้นอนลง พูดเสียงดุหน้านิ่ง “ไม่ต้องลุก แล้วจะเรียกฉันว่าอะไรก็เลือกเอาสักอย่าง”

หอมยิ่งประหม่าเรียกเขา “คุณหมอฟัน” ถามว่ามาทำไมตนไม่ได้ปวดฟัน

“รู้แล้ว นึกเรอะว่าฉันอยากจะมา” หอมตอบเสียงแผ่วว่าไม่นึกค่ะ “ดี! ฉันมาเพราะคุณพ่อบังคับ พยาบาลเขาโทร.มาบอกว่าอยู่ดีๆ เธอก็ร้องกรี๊ดกร๊าดเสียงดังทะลุออกไปข้างนอก”

“หนู...”

“เลิกเรียกตัวเองว่าหนูเสียทีได้ไหม หนูยังงั้นหนูยังงี้น่ารำคาญ!”

หอมบอกว่างั้นขอเรียกหอมก็แล้วกัน ก็ถูกประชดว่า

“จะหอมหรือจะเหม็นอะไรก็ตามใจ นึกยังไงถึงได้ร้องเสียงดังลั่น” หอมบอกว่าตนฝันเห็นผี ก็ถูกดุว่า

ผีบ้าผีบอที่ไหน พอหอมบอกว่าผีแม่เขา เลยถูกตวาด “อย่าลามปามมาถึงคุณแม่ของฉัน”

ศวัสเดินออกไปอย่างหัวเสียทันที หอมมองตามบ่นสมเพชตัวเอง

“พูดอะไรไม่คิดอีกแล้ว...หอมน้ำเอ๊ย...”

ooooooo

ขวัญหรือขวัญอนงค์นักแสดงรุ่นเดียวกับพุธกันยา ซึ่งเล่นละครเรื่องนี้ด้วยเดินเข้ามาในบ้านเหลียวมองโดยรอบอย่างลังเล แล้วตัดสินใจเดินไปที่บริเวณบันได มองขึ้นไปเห็นภาพพุธกันยา ขวัญมองภาพนั้นด้วยแววตาอ่อนโยน

บุรีเดินออกจากห้องมาหยุดที่หัวบันได ร้องถาม “คุณขวัญใช่ไหม?”

“พี่บุรี...เอ้อ...ขอโทษค่ะที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”

“ไม่เป็นไรครับ คุณเล่นละครเรื่องนี้เหมือนกันหรือ? เชิญทางนี้ดีกว่า” บุรีเดินลงมายิ้มแย้มยินดี เดินนำไปนั่งที่ห้องรับแขก

ขวัญเล่าว่า พอรู้ว่าจะต้องมาถ่ายละครที่นี่ตนอดคิดถึงกัลยาไม่ได้ ทำให้คิดถึงวันเก่าๆ พอดีเยาว์เอาน้ำเปล่าและผลไม้มาวาง ขวัญยิ้มให้ถามว่า “เยาวภายังอยู่กับพี่บุรีหรือจ๊ะ”

เยาว์มองหน้าขวัญด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรตอบห้วนๆสั้นๆ “ค่ะ” แล้วเดินออกไป ขวัญยิ้มเจื่อนลง บุรีชวนคุยเล่าว่าลูกชายตนเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว ขวัญบอกว่าเป็นทันตแพทย์ด้วย ตนไปเป็นคนไข้ของหมอศวัสแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของคุณแม่เขา ขวัญมองไปที่รูปพุธกันยารำพึงว่า

“ถ้ากัลยายังอยู่ คงภาคภูมิใจมาก”

“ใช่...ผมรู้ว่าเขาภูมิใจในตัวลูกชายมาก” เสียงบุรีสลดลง อึดใจเดียวก็เปลี่ยนเป็นคุยเสียงแจ่มใสว่า “เห็นว่าพรุ่งนี้จะเข้ามาถ่ายภายในใช่ไหม”

“ค่ะ...หลายฉากด้วย...แล้วพี่บุรี...”

“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมมีนัดเล่นกอล์ฟกับพวกที่เออร์ลี่รีไทร์ด้วยกันพอดี ถ้าขวัญต้องการอะไรก็บอกเยาวภาได้ ผมสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว”

ระหว่างที่ทั้งสองนั่งคุยกันนั้น สายตาของพุธกันยา ในรูปที่จ้องไปข้างหน้านั้น เลื่อนลงมามองทั้งสองด้วยแววตาเคร่งขรึม

ooooooo

วดีหัวเสียเมื่อเอิงมาบอกว่าจะไม่เล่นละครที่ตน อุตส่าห์ฝากฝังให้แล้ว พอถามเหตุผล เอิงพูดอย่างอวดดีว่าตนบอกแล้วว่าอยากเล่นเป็นนางเอกไม่ใช่เพื่อนนางเอก

“ฉันก็บอกไปแล้วเหมือนกันว่าแกเพิ่งเล่นเป็นเรื่องแรกจะเอาอะไรนักหนา เขาไม่ให้เป็นคนใช้ก็ประเสริฐเลิศหรูแล้ว นี่ดูเหมือนคุณเจคจะให้เพิ่มบทเราเป็นพิเศษด้วย เพราะฉะนั้น แกต้องไปถ่ายละครเรื่องนี้ตามที่ตกลงกันไว้ เข้าใจไหม”

เอิงลอยหน้าทำปากบิดไปบิดมา แล้วไปเม้าท์กับลิซซี่ เล่าอย่างตื่นเต้นว่าตนเจอเนื้อคู่แล้ว ขนาดแจ็ค ธันวายังสู้ไม่ได้เลย ลิซซี่ทำตาโตถามว่าใคร เอิงลอยหน้าอวดว่า “คุณหมอศวัส เขาเป็นหมอฟัน”

“ฮิๆๆชอบจังเลย หมอ ‘ฟัน’ เนี่ย” ลิซซี่หัวเราะระริก

“ทะลึ่ง! น้องเอิงไม่ชอบให้มาลามปามล้อเลียนแฟนน้องเอิงนะ” เอิงถลึงตาใส่ลิซซี่ แล้วทำเคลิ้มเมื่อพูดถึงศวัส “คุณหมอเขาเป็นลูกชายเจ้าของบ้านหลังมหึมาที่ไปถ่ายละคร เพราะฉะนั้น น้องเอิงมาคิดทบทวนดูแล้ว ถ้าจะเล่น...น้องเอิงต้องเป็นนางเอกเท่านั้นมันถึงจะโอ...”

ooooooo

ขณะผู้กำกับสั่งคัตเพื่อดูมอนิเตอร์นั้น ธุรกิจเดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง ผู้กำกับนิ่งไปสีหน้ากังวล

ครู่เดียวเจคอยู่ที่ออฟฟิศ พูดโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดว่า

“งั้นก็หาคนอื่นมาเล่นแทน งานเรารอไม่ได้ ไม่เป็นไรพี่จะพูดกับคุณวดีเอง”

วางสายกับเจคแล้ว ผู้กำกับบอกธุรกิจว่าเจคให้หาคนอื่นมาเล่นแทน ธุรกิจถามว่าจะทันหรือเพราะจะถ่ายเย็นนี้แล้ว ผู้กำกับบอกว่าไม่เป็นไรยกไปถ่ายพรุ่งนี้แทน

“น้องหอมไงพี่” โค้กเสนอ ผู้กำกับบอกว่าสวยไป นั่นน่าจะเป็นนางเอก ธุรกิจส่ายหน้าไม่เชื่อว่าหอมน้ำจะเล่นได้เพราะดูออกจะขี้อาย “เฮ้ย...ช่วยกันกล่อมก็ได้พี่ ถ้าสวยไปเราก็เพิ่มบทให้อีก แล้วให้เป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องหน้าเลย”

“เดี๋ยวพี่ขอปรึกษาคุณเจคก่อน” แล้วผู้กำกับโทรศัพท์ทันที

เขนไปหาหอมที่ห้องพักฟื้นบอกว่าหอมได้เล่นละครแล้วเพราะเอิงเบี้ยวคิว หอมส่ายหน้าดิกบอกว่าไม่! เขนหว่านล้อมหอมให้เล่นเถอะ ใครๆเขาก็อยากเล่นกันทั้งนั้น อ่อยว่าเงินดีนะ ดีไม่ดีหอมอาจจะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์รวยเละ แถมยังได้เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เป็นลูกกตัญญูอีก

“ไม่! ฉันเล่นไม่เป็น แล้วก็รู้ตัวว่าไม่มีวันเล่นได้เด็ดขาด”

ความกังวลคิดมากทำให้คืนนี้หอมนอนฝันว่า

ตัวเองเข้าไปในบ้านที่มืดมิด ร้องถามว่า “มีใครอยู่บ้างคะ” เสียงก็สะท้อนกลับฟังวังเวง หอมเดินเข้าไปเรื่อยๆ แว่บหนึ่ง เห็นเงาใครบางคนเดินมาทางด้านหลังบอกว่า

“ฉันอยู่ที่นี่”

หอมหันขวับ เห็นพุธกันยายืนอยู่ตรงหน้ารูปที่บันได หอมยืนเกร็งจะขยับเดินก็ก้าวเท้าไม่ออกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ พุธกันยามองหอมก้าวเข้าหาช้าๆ หอมนัยน์ตาเบิกกว้างเหมือนถูกสะกด แต่พอพุธกันยาเดินมาถึงทำท่าราวกับจะเข้าสิงหอม พลันก็ชะงักร้องลั่น มองที่คอหอมซึ่งมีพระพวงใหญ่ที่เขนให้ห้อยคออยู่!

หอมสะดุ้งตื่น ร้องเรียกเขนแทบไม่เป็นภาษา เรียกอย่างไรเขนก็ไม่ตื่นเลยโทร.เข้ามือถือ เขนลุกคว้ามือถือบ่น

“ใครโทร.มาป่านนี้...ฮัลโหล...” หอมบอกว่าตนเอง ที่โทร.เรียกเพราะปลุกแล้วไม่ตื่น หอมบอกว่าตนฝันอีกแล้ว

“ผีเรอะ?” เขนถามสยอง หอมตอบไม่ออก ได้แต่ พยักหน้านัยน์ตาหวาดกลัวสุดๆ

ooooooo

เช้านี้ ขณะพิไลเอาข้าวต้มปลากะพงพิเศษสำหรับคนเจ็บมาให้หอมนั้น ธุรกิจเดินหน้านิ่วเข้ามา ทับทิมถามว่าเป็นอะไรคิ้วผูกโบแต่เช้า

“ไม่ผูกได้ไง ดาราโทร.มาว่ารถติดมาก ฝนตกทีไรเป็นแบบนี้ทุกที น้องหอม...เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วไปหาป๊ะป๋าข้างในหน่อยนะ”

เขนเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร บอกหอมว่าจะเล่นหรือ ไม่เล่นก็ไปพูดกับป๊ะป๋าเอง หอมได้แต่ยิ้มแห้งๆอย่างลำบากใจ

เมื่อหอมกับเขนไปที่ห้องนั่งเล่นบ้านศวัส เจอทั้งผู้กำกับ โค้ก บุรี ขวัญและฟ้านั่งคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน พอบุรีเห็นหอมกับเขนก็เรียกให้ไปนั่ง ขวัญมองหอมบอกว่าหน้าตาเป็นนางเอกได้เลย ผู้กำกับถามหอมอารมณ์ดีว่า

­“ว่าไง น้ำหอม เอ๊ย...หอมน้ำ” หอมยิ้มแห้งๆ บอกว่าตนเล่นไม่ได้จริงๆ

โค้กหว่านล้อมว่าไม่มีใครเป็นมาแต่เกิดหรอก ทุกคนก็มาเรียนมาฝึกกันทีหลังทั้งนั้น ขอร้องหอมว่า

“นึกว่าเห็นแก่พี่...เอ๊ย...บริษัทเราเถอะนะน้อง”

“ภรรยาลุงก็เคยคิดว่าเขาเล่นหนังเล่นละครไม่ได้เหมือนกัน” บุรีช่วยพูดอีกคน “เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ จนกระทั่งได้ลองดู หลังจากนั้นเขาก็มีความสุขกับงานแสดง...จนกระทั่ง...” บุรีหยุดไปอย่างพยายามทำใจ แล้วบอกหอมว่า “หนูไม่ได้มีความลับอะไรเหมือนเขา หนูยังเด็ก ยังมีอนาคตอีกยาวไกล ทำไมไม่ลองใช้โอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะมันไม่ใช่หาได้ง่ายๆ และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับ หนูน่าจะลองดู ถ้าไม่ได้จริงๆก็แล้วไป”

“พวกเราทุกคนจะไม่ลืมบุญคุณน้องหอมเลยที่ช่วยให้ละครเรื่องนี้ผ่านไปด้วยดี” ผู้กำกับเอ่ย

“โอเคนะครับ น้องหอม” โค้กรวบรัด หอมหันมองเขนอย่างลังเลใจ

ooooooo

พอวดีรู้เรื่องนี้ก็โทร.ไปตำหนิต่อว่าเจคว่าทำอย่างนี้เหมือนหักหน้าตน เรื่องแค่นี้พูดกันดีๆก็ได้

ไม่ใช่อยู่ดีๆก็ปลดเอิงกลางอากาศแบบนี้

เจคชี้แจงโต้แย้งว่าแล้วจะให้ทำอย่างไรในเมื่อเอิงเบี้ยวคิวตั้งแต่วันแรกที่เปิดกล้องแล้วยังปิดมือถือไม่ให้กองถ่ายติดต่อได้อีก ย้ำว่า อย่าลืมว่าละครจะต้องออนแอร์อีกสองเดือนข้างหน้าแล้ว

“ถึงยังไงคุณก็น่าจะแจ้งให้ทางเราทราบก่อน วดีจะได้รีบลงข่าวว่ายัยเอิงขอถอนตัวเอง แกจะได้ไม่ขายหน้า ในเมื่อเจคไม่ไว้หน้าวดี วดีก็จะไม่ไว้หน้าเจคเหมือนกัน แล้วอย่ามาว่าวดีไม่เตือนนะคะ”

“คุณก็ไม่เคยเตือนใครอยู่แล้วนี่ ผมไม่เคยลืมหรอกว่าคุณเลือดเย็นแค่ไหน” พูดเสร็จ เจควางสายทันที

วดีกรี๊ดอย่างเจ็บใจ คิดหาทางเอาคืนด้วยการทำลายชื่อเสียงของเจค ทำลายละครให้ย่อยยับกับมือ

เพื่อรับมือกับวดี เจคเปลี่ยนผู้กำกับละครเรื่อง “เพลิงนารี” โดยให้โค้กไปกำกับแทนเพราะเชื่อว่า ถ้าโค้กมาดูแลเองอย่างน้อยวดีก็ทำอะไรไม่ถนัดนัก บุรีที่นั่งฟังการแก้ปัญหาอยู่ด้วย ส่ายหน้าพึมพำ

“นิสัยไม่เคยเปลี่ยน”

ผู้กำกับบอกให้หอมไปซ้อมบทเพราะคืนนี้ต้องเข้าฉากแล้ว ทุกคนไหว้ขอบคุณบุรี

“มีอะไรจะให้ช่วยก็บอก” บุรีพูดอย่างอาทร ทุกคนไหว้ขอบคุณอีกครั้งแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน

บุรีมองตามทุกคนไป เอนพิงพนักเก้าอี้...ถอนใจยาว...

ooooooo

ขณะเจคนั่งรถมาทำงานที่กองถ่ายนั้น เขาทอดสายตาไปนอกรถ ความทรงจำในอดีตผุดพรายขึ้นราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ

เวลานั้น เจคเพิ่งเรียนจบกลับจากเมืองนอก ศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพ่อจึงให้มาบริหารงานในบริษัทสร้างศิลป์ ไม่นานวดีซึ่งเป็นคนชักนำพุธกันยาเข้าวงการ ก็มีเรื่องแตกหักกัน เพราะพุธกันยาจับได้ว่าวดีโกงค่าตัวตนไปมากมาย พอถูกจับได้ วดีท้าว่า

“เอาสิ! แน่จริงก็เปิดโปงฉันสิ เพราะฉันก็จะเปิดโปงแกเหมือนกัน” พุธกันยาร้องไห้ต่อว่าวดีว่าปกติก็หักเปอร์เซ็นต์ไปครึ่งหนึ่งแล้วแล้วยังมาโกงส่วนของตนอีก ถูกวดีตวาดทันที “เฮ้ย! ลำเลิกเรอะ ฉันเป็นคนปั้นแกขึ้นมาฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะเรียกค่าตอบแทน”

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง วดีท้าให้พุธกันยาฟ้องตนเลย พุธกันยาบอกว่าตนฟ้องแน่ วดีระเบิดหัวเราะท้าว่า

“เอาเล้ย...ไปเดี๋ยวนี้เลย ผู้คนจะได้รู้กันเสียทีว่าพุธกันยานางเอกใส่ซื่อที่ประกาศกับใครต่อใครว่ายังไม่มีแฟนน่ะ ที่จริงใจแตกมีทั้งลูกทั้งผัวเรียบร้อยแล้ว”

พุธกันยาโกรธจัดตบหน้าวดี ต่างตบกันไม่มีใครยอมใครจนศักดิ์สิทธิ์ต้องมาห้าม เจคช่วยเจรจาว่า

“วดี คืนเงินให้กัลยาไป อย่าลืมว่าคุณยังต้องพึ่งพาอาศัยกัน”

“อ๊อ...ฉันไม่มีวันพึ่งพาอาศัยมันอีกแล้ว คนอย่างฉันเมื่อเขียนด้วยมือได้ก็ลบด้วยเท้าได้เหมือนกัน” วดีอาฆาต

เจคนั่งคิดถึงเรื่องราวในอดีต จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านศวัส

ooooooo

ศวัสไม่เข้าใจที่พ่อสนับสนุนและให้กำลังใจหอมน้ำให้เล่นละคร บุรีชี้แจงว่า

“นักแสดงคนหนึ่งเบี้ยวคิว เขาเลยตัดสินใจให้หอมน้ำเล่นแทน รู้สึกว่าจะเพิ่มบทเด่นให้ด้วย” ศวัสเหยียดยิ้มบอกว่าอีกหน่อยก็ใจแตกเรียนไม่จบ

“เฮ้ย...นี่มันเทอมสุดท้ายแล้ว ฝึกงานเสร็จก็จบ ดีไม่ดีได้งานทำเลยเป็นดาราสมัยนี้...”

ศวัสลุกขึ้นทันทีขัดขึ้นว่า “ไม่ว่าสมัยนี้หรือสมัยไหน ผมก็ไม่เห็นด้วย คุณพ่อลืมไปแล้วหรือครับว่าคุณแม่ไม่เคยมีเวลาให้ครอบครัว ผมอยู่กับน้าภามากกว่าคุณแม่เสียอีก”

“เดี๋ยว...เดี๋ยว...หนูหอมน้ำยังไม่มีครอบครัวนะ แล้วมันก็เป็นโอกาสของเขา อีกอย่างหนูหอมกับแม่เป็นคนละคนกันคนละเรื่อง”

“ขอโทษครับ” ศวัสพูดแล้วเดินขึ้นบันไดไป บุรีมองตามพึมพำงงๆ

“มันเรื่องอะไรของมัน?”

พุธกันยารับรู้อารมณ์ของศวัส เห็นศวัสขึ้นไปเดินหงุดหงิดอยู่ในห้องก็ปรากฏตัวขึ้น ถามศวัสว่าลูกโกรธแม่หรือ ศวัสลุกขึ้น ก็ถามเรียกให้ฟังแม่ก่อน เข้าไปขอโทษศวัส แต่พูดไม่ทันจบศวัสก็เดินทะลุร่างพุธกันยาไป

“ศวัสแม่ต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจ” พุธกันยาพยายามบอกอีก ศวัสไม่ได้ยิน เขาเดินมาหยุดตรงหน้ารูปแม่พูดเหมือนตัดพ้อว่า

“คุณแม่รักการแสดงมากกว่าผม มากกว่าคุณพ่อ”

“ไม่จริง ศวัสคือแก้วตา พ่อของลูกคือดวงใจของแม่”

ศวัสหันหลังให้รูปยังคงระบายความอัดอั้นว่า “การแสดงทำให้คุณแม่ต้องฆ่าตัวตาย”

“ไม่จริง! แม่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย” พุธกันยาเดินตามมาพูดตรงหน้าศวัสทั้งที่เขาไม่รับรู้ “เด็กคนนั้นเป็นคนเดียวที่เห็นแม่ ถึงเวลาแล้วที่ทุกๆคนจะได้รู้ความจริงเสียที” พุธกันยายกมือลูบผมศวัส แต่มือกลับผ่านไปโดยไม่ได้สัมผัสอะไรเลย เธอน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด ที่เห็นลูกอยู่ตรงหน้าแต่ไม่อาจสื่อสารหรือสัมผัสลูกได้เลย...

ooooooo

ทับทิมกับเขนช่วยกันซ้อมบทให้หอม แต่หอมก็ไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครออกมาได้สมจริง จนเริ่มท้อ บ่นกับเขนว่าบอกแล้วว่าเล่นไม่ได้... เล่นไม่ได้ก็ไม่เชื่อ

ระหว่างซ้อมบทกันอย่างเคร่งเครียดนั้น พุธกันยาปรากฏตัวขึ้น หอมเริ่มรู้สึกมีไอเย็นผ่านทางลมหายใจและปาก หอมเห็นพุธกันยามายืนยิ้มให้ หอมตะลึงงัน จนทับทิมกับเขนเรียกก็ไม่ได้ยิน เขนทักว่าหอมทำอย่างกับเห็นผี

“ใช่...คุณแม่คุณหมอฟันทันตแพทย์” หอมพูดเสียงสั่นกลัว แล้วกระโดดเข้ากอดเขน ทับทิมถามถามเสียงสั่นว่ากลางวันแสกๆเนี่ยนะ หอมพยักหน้า เห็นพุธกันยาขยับปากเหมือนพูดอะไรบางอย่าง หอมกอดแขนเขนกับทับทิมชวนเสียงแหบพร่า

“ไปกันเถอะ...” แล้วพากันรีบออกไป พุธกันยามองตามหอมน้ำไปด้วยแววตามาดหมาย

เมื่อพากันมาที่ห้องแต่งตัว หอมยังต้องเผชิญกับเพลินและอุมาที่คอยกระแนะกระแหนหอมว่าเป็นเด็กใหม่มีหวังถ่วงจนพวกตนต้องถ่ายถึงสว่างแน่ เพลินเบ้ปากบ่น “เบื่ออีพวกเด็กใหม่” เขนทนไม่ได้โต้ทั้งเพลินและอุมาว่า

“ทุกคนก็เคยเป็น ‘อีพวกเด็กใหม่’ กันทั้งนั้นแหละค่ะ เท่าที่จำได้ ดูเหมือนพี่เพลินก็เคยได้ฉายาน้องหินไม่ใช่หรือคะ?” เพลินเลือดขึ้นหน้าลุกขึ้นชี้หน้าด่าเขนว่าจะมากไปแล้วอีอ้วน เขนฉุนขาดจะเอาเรื่อง หอมรีบห้ามไว้

เพลินชี้หน้าอาฆาตว่าจะเอาเรื่องหอมกับเขนให้ถึงที่สุด ทับทิมบอกว่าตนจะเป็นพยานให้หอมกับเขน พูดลอยๆว่า

“พี่ทับละเกลี๊ยด...เกลียดไอ้พวกที่ชอบกระแนะกระแหนด่าคนอื่นเขา ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีอะไรดีเลยสักนิด ยิ่งเห็นเขาไม่เอาเรื่องก็ยิ่งได้ใจ หารู้ไม่ว่าตัวเองน่ะ น่าสมเพชเต็มทน!” ด่าจนสะใจแล้วทับทิมพูดลอยๆว่า “พี่ทับไม่ได้ว่าใครนะคะ แต่พูดกว้างๆ”

ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย เสียงธุรกิจก็มาเร่งว่า “น้องหอม แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จหรือยังจ๊ะ” ทุกคนจึงหยุดชะงัก พอธุรกิจเข้ามาพร้อมโค้กเห็นบรรยากาศผิดปกติ โค้กถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

เพลินแหลทันที ยิ้มหวานให้โค้กบอกว่าพวกเราช่วยน้องหอมซ้อมละคร หอมรีบพูดขึ้นก่อนที่เขนกับทับทิมจะแฉว่า

“ขอบคุณค่ะพี่เพลิน”

“อีก 10 นาที ทุกคนไปพร้อมกันที่ห้องรับแขกนะ” โค้กสั่ง ทุกคนรับคำในบรรยากาศที่อึดอัดอึมครึม

ooooooo

วันนี้มีการถ่ายละครกันในห้องรับแขกบ้านศวัส ฉากพร้อม นักแสดงพร้อมแล้ว ศวัสเดินมายืนดูที่บันไดในมุมที่เห็นการแสดงได้ชัดเจน

เป็นฉากที่ลูกนัทกับเพลินทะเลาะกันและหอมต้องเข้ามาห้าม หอมตื่นเต้นจนมือเท้าเย็นตัวเกร็งไปหมด

อธิปซึ่งแสดงเป็นพระเอก ให้คำแนะนำเพื่อให้ หอมมั่นใจ สบายใจ ศวัสมองหอม ยิ้มเยาะว่า “ทำเป็นใสซื่อ”

เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น ถึงตอนที่หอมต้องออกไปห้ามลูกนัทกับเพลินทะเลาะกัน หอมวิ่งเหยาะแหยะเข้ามาจนดูตลก ยิ่งเมื่อเวลาหอมห้ามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน ก็พูดเหมือนท่องหนังสือ ไม่มีอารมณ์

“หอมน้ำมานี่!” เสียงเจคเรียกไปอธิบายอารมณ์ในฉากให้ฟังแล้วถามว่าเข้าใจไหม หอมตอบหน้าจ๋อยว่าเข้าใจ แต่พอไปแสดงก็เป็นแบบเดิมอีก
พิไลปรารภว่าน่าสงสาร หอมดูท่าไม่มีพรสวรรค์เอาเลย อุมาฟันธงว่าไม่รอดแน่

เมื่อเริ่มใหม่ พอเจคสั่งแอ็กชั่น เพลินกับลูกนัทก็ทะเลาะกันเผ็ดร้อน แต่พอถึงบทของหอม หอมเริ่มมีไอเย็นออกจากจมูกและปาก เลยหันมองเห็นพุธกันยายิ้มและพยักหน้าให้ บอก “วิ่งเข้าไปเลยหนู” แต่หอมมัวมองตะลึง เลยถูกเจคดุ

“จะหันไปมองหาสวรรค์วิมานที่ไหนเฮอะ!”

ศวัสมองหอมพึมพำสมเพช “เล่นไม่เป็นแล้วยังแค่นจะเล่น”

หอมสับสนใจไม่ดีร้องไห้วิ่งเข้าไปในห้องปิดประตูขังตัวเองไว้ ใครต่อใครพากันมาเรียกให้เปิดประตู หอมบอกว่า “หอมอยากอยู่คนเดียวค่ะ” โค้กจึงบอกทุกคนว่าปล่อยให้หอมอยู่คนเดียวสักพัก เดี๋ยวคงดีขึ้น

นั่งร้องไห้อยู่พักใหญ่ หอมก็เริ่มรู้สึกมีไอเย็นออกจากปากและจมูก หอมหยุดร้องไห้ทันทีมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว หูแว่วเสียงพูดว่า “เรื่องแค่นี้ ไม่เห็นจะต้องมานั่งร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเลย”

หอมหันมองเห็นพุธกันยานั่งอยู่มุมหนึ่ง หอมกลัวจนพูดไม่ออก พุธกันยาพูดอย่างเมตตาว่า

“ฉันมีข้อเสนอ”

หอมกลัวจนหมดสติ รู้สึกตัวขึ้นมา พุธกันยาก็บอกว่าไม่เป็นไรแล้วนี่ พลางก็ถอยไปนั่งที่เดิม แต่หอมตกใจกลัวร้องขอความช่วยเหลือ หลับหูหลับตาคลานไปเปิดประตู เขน ทับทิมและพิไลพรวดเข้าหาหอม พอหอมบอกว่าตนเห็นผี ทุกคนก็ผวาเฮือก เจคเข้ามาถามว่าอะไรกัน พวกสาวๆก็เอาแต่ปิดหน้าร้องกันอย่างหวาดกลัว

ooooooo

การแสดงของหอมเป็นเรื่องหนักใจของทุกคน ค่ำนี้ บุรีถามเจคและโค้กที่โต๊ะอาหารว่าหอมจะเล่นได้ หรือเปล่า

“ต้องลองพรุ่งนี้อีกวัน ถ้ายังไม่ได้ก็คงต้องหาคนใหม่ครับ” บุรีบ่นว่าน่าเสียดาย โค้กเสริมว่าน่าเสียดายจริงๆ เจคหันถามศวัสที่นั่งเงียบอยู่ว่า “หมอครับ สนใจเป็นพระเอกละครไหม?”

“ไม่ครับ” ศวัสตอบทันที สีหน้าขรึมลงไปอีก

เมื่อกลับเข้าห้องนอน ศวัสคิดถึงภาพติดตาที่คุณแม่วิ่งร้องไห้กลับมา วันนี้ก็เห็นหอมร้องไห้อีก เขาบ่นอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า

“ไม่รู้จะอยากเล่นกันทำไม เห็นแต่น้ำตาท่วมบ้านทั้งนั้น”

หอมกับเขนกลับไปที่คอนโด แม้จะยังกลัวอยู่แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าผีคงไม่ตามมาถึงคอนโด

หอมเปิดคอมฯเข้าสู่เว็บกูเกิล พิมพ์ชื่อ พุธกันยา ปานรัมภา ลงไป อึดใจเดียวทั้งรูปและประวัติของพุธกันยาก็ปรากฏบนจอ...

พุธกันยา ปานรัมภา (25 กันยายน พ.ศ.2502-13 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) มีชื่อเดิมก่อนเข้าวงการว่ากัลยา งามกุล (จินต์ไท) เป็นนางเอกภาพยนตร์ไทยที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงปลายปี พ.ศ.2524-พ.ศ.2526 โดยมีชื่อเสียงตั้งแต่การแสดงครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง เสน่หาอาวรณ์ (สร้างโดยบริษัทสร้างศิลป์) ซึ่งบทบาทที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นบทหญิงสาวผู้มีความหยิ่งยโสหรือบทเศร้าเคล้าน้ำตา พุธกันยา ปานรัมภา เสียชีวิตหลังกินยาเกินขนาด เนื่องจากความเครียดหลังมีข่าวว่าแต่งงานและมีบุตรแล้ว”

อ่านประวัติส่วนตัวของพุธกันยาแล้ว หอมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พึมพำ

“กินยาเกินขนาด ก็แปลว่าฆ่าตัวตายน่ะสิ!” ทันใดนั้นไฟในห้องก็กะพริบแล้วดับลง หอมสะดุ้งรีบปิดคอมฯ พนมมือหลับตา “หนูขอประทานโทษค่ะ ที่ละลาบละล้วงดูประวัติคุณ กรุณาอย่ามาหลอกหลอนหนูเลยนะคะ” แล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

กลัวๆกล้าๆ ไปเปิดประตู เจอเขนมาขอเทียนไขเพราะที่ห้องไฟฉายถ่านหมด ขณะกำลังกลัวกันนั้น ไฟก็สว่างขึ้น เขนยังมีอารมณ์ขันพูดติดตลกว่า “แปลว่าผีกลับหลุมเรียบร้อยแล้ว ไปล่ะ อยู่คนเดียวได้แน่นะ”

หอมยืดตัวทำท่ากล้าหาญแล้วรีบปิดประตู

ooooooo

เขนถูกหอมปลุกตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อไปถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้พุธกันยา เพราะเคยได้ยินใครไม่รู้บอกว่าถ้ามีภูตผีหรือวิญญาณมาปรากฏตัวให้เห็นแสดงว่าเขามาขอส่วนบุญ

เช้ามืดวันเดียวกันพุธกันยาเข้าไปในห้องศวัส มองลูกอย่างแสนรักแต่พอยกมือลูบผมมือก็วืดผ่านไป ไม่อาจสัมผัสศวัสได้ พุธกันยาถอนใจ ก้มลงกระซิบ “ฝันดีนะลูกรัก”

หอมกับเขนไปถวายสังฆทานแล้วกรวดน้ำ จากนั้นชวนกันไปที่บ้านศวัส โดยหอมเอาพวงมาลัยและธูปไปด้วย เขนสงสัยว่าทำไมพุธกันยาจึงไม่ปรากฏตัวให้ลูกให้สามีเห็นแต่กลับให้หอมเห็น?

พอดีแท็กซี่มา หอมโดดออกไปเรียกแท็กซี่แล้วสองสาวก็ขึ้นรถบ่ายหน้าไปบ้านศวัส เขนเห็นรถของศวัสยังอยู่สะกิดให้หอมดู หอมบอกว่าไม่เห็นจะเป็นไรเลย เรามาไหว้แม่เขาไม่ได้ไหว้รถเขา

“มากันแต่เช้าเลย” เสียงแจ่มทัก ถามว่าจะเข้ามาก่อนไหม เขนบอกว่าเข้า แจ่มจึงเปิดประตูให้

ศวัสกำลังผูกเนกไท มองลงไปเห็นแจ่มพาสองสาวเข้าบ้านก็หน้าตึงเดินออกจากห้องไปทันที ลงไปหลังบ้านเห็นหอมกำลังคุกเข่ามือถือธูปและพวงมาลัยทำปากขมุบขมิบอยู่

“บ้านฉันไม่ใช่ที่ขอหวย” ศวัสเสียงแข็ง หอมสะดุ้งเงยหน้ามองอุทาน คุณหมอฟัน...ศวัสก็ตวาด “ลุกขึ้น แล้วก็เก็บธูปเทียนพวงมาลัยนั่นไปทิ้งด้วย”

“ค่ะ” หอมรับคำเสียงแผ่ว ก้มลงจะเก็บของตามสั่ง พลันก็เบิกตาโตเมื่อมีไอเย็นออกจากจมูกและปาก มองไปเห็นพุธกันยายืนอยู่ตรงประตู ศวัสมองตามแต่ไม่เห็นอะไร ถามเสียงขุ่นว่า อะไรอีกล่ะ

“คุณพุธกันยาค่ะ” ศวัสดุหาว่าหอมเหลวไหล หอมรีบบอกว่า “เข้าไปในบ้านแล้วไปดูกันให้เห็นกับตาเลยค่ะ” หอมคว้ามือศวัสลากเข้าไปในบ้าน แต่พอเข้าไปก็ไม่เห็นอะไร แล้วหอมก็ร้องเสียงดังเมื่อเห็นเงาผ่านด้านหลังห้องรับแขกไป “ทางโน้นค่ะ” แล้วลากศวัสไปอีก

หอมลากศวัสไปจนถึงหน้ารูป หอมเห็นพุธกันยายืนหันหลังให้อยู่ บอกให้ศวัสดู เขาดูแล้วไม่เห็นอะไร ซ้ำยังหาว่าหอมหลอกจับมือตนด้วย

พริบตานั้น พุธกันยาค่อยๆหันมา หอมเห็นถึงกับเป็นลม ศวัสรับไว้ทันร้องเรียกก็ไม่รู้สึกตัว บ่นอุบอิบ

“หอมน้ำ...เลิกขวัญอ่อนได้ไหม”

พอหอมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ท่วงท่าและน้ำเสียงเธอก็เปลี่ยนไป มองศวัสน้ำตาคลอ ที่สำคัญคือหอมเรียกศวัสว่าลูก!

“ศวัส...ลูกรักของแม่...” แล้วทั้งกอดทั้งหอมด้วยความรัก รำพันอย่างปลื้มปีติ “ในที่สุด แม่ก็ได้กอด ได้จูบลูกของแม่แล้ว ชื่นใจเหลือเกิน”

ศวัสตะลึงอึ้งอยู่นาน พอรู้สึกตัวก็ร้องลั่นพยายามผลักหอมออกไป แต่แรงพุธกันยาที่อยู่ในร่างหอมนั้นแข็งแรงจนเขาผลักไม่ออก ซ้ำยิ่งกอด ยิ่งจูบอย่างแสนรัก

เขนมาเห็นร้องลั่น ถามหอมว่า “ทำอะไร?! แกปล้ำคุณศวัส!” แล้วพยายามจะพูดอีกแต่ก็อ้าปากค้างพูดไม่ออก จังหวะนั้นเอง ศวัสผลักหอมออก ด่าหอมว่าเป็นบ้าอะไรของแก

บุรีลงมาพอดีเห็นหอมกรีดร้องแล้วล้มลง เขาตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ศวัสก้มมองหอมส่ายหน้าอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไป บุรีมองตาม หันกลับมา เห็นเขนกำลังประคองหอมขึ้นบนโซฟา ถามเขน “เกิดอะไรขึ้นหรือหนู?” เขนส่ายหน้าบอกว่าตนก็ไม่รู้ พอดีหอมรู้สึกตัว เขนโผกอดดีใจ “หอม...แกกลับมาแล้ว...”

ooooooo

หอมน้ำคิดแต่จะถอนตัว บอกเขนว่าตนเล่นละครไม่ได้ ตนทำไม่ได้ แต่เขนก็ลุ้นให้กำลังใจว่าเธอต้องทำได้

แล้วเช้านี้ก็มีเรื่องตื่นเต้นเมื่อหนังสือพิมพ์หน้าบันเทิงลงภาพและข่าวว่า

“หอมน้ำ วาสิตา นางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ของบริษัทสร้างศิลป์ 2000”

วดีเห็นข่าวนี้ โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ไปต่อว่าโค้กกับ เจคว่าทำหักหน้าตน เจคยังไม่รู้เรื่องถามว่าทำอะไร แต่พอได้อ่านหนังสือพิมพ์ เจคถามว่าใครทำโค้กหรือเปล่า โค้ก สงสัยว่าจะเป็นนกประชาสัมพันธ์บริษัท เจคบอกว่าตนสั่งห้ามนกไว้แล้วเพราะยังไม่แน่ใจว่าหอมจะเล่นละครได้

นกเชื่อว่าเป็นฝีมือของหอมกับเขน พิไลไม่เชื่อ เมื่อหอมรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งไม่อยากแสดง บอกโค้กว่าตนถอนตัวดีกว่า

“ช่างมันเถอะ ในเมื่อมีคนแอบโปรโมตให้แล้ว หอมก็ต้องพยายามทำให้เต็มที่” เจคพลิกวิกฤติเป็นโอกาส แล้ว ทุกคนทั้งเขน โค้กและเจค ต่างก็แสดงความเชื่อมั่นให้กำลังใจว่าหอมต้องทำได้ หอมรู้สึกกดดันจนร้องไห้

เอางี้ทุกคนออกไปให้หมด ปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองสักพัก เผื่อจะตัดสินใจได้” เจคเสนอแล้วไล่ทุกคนออกไป

เมื่ออยู่คนเดียว หอมว้าวุ่นใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี พลันเสียงพุธกันยาก็ดังขึ้น

“ใครๆเขาก็เชื่อมั่นในตัวเธอ” หอมตกใจเรียกคุณผี ถูกดุว่า “อย่าบังอาจเรียกฉันว่าผี ฉันไม่ใช่ผี ฉันเป็นวิญญาณ”

“คุณต้องการอะไร”

“ช่วยเธอ” เห็นหอมนิ่งงันพุธกันยาถามย้ำ “ว่าไงจ๊ะ เธอจะตกลงหรือเปล่า ให้ฉันสิงร่างเธอ แล้วเธอจะกลายเป็นนักแสดงที่เก่งที่สุด ฉันขอสิ่งตอบแทนแค่ได้โอกาสพูดคุยกับสามีบ้างเท่านั้นก็พอ”

หอมปฏิเสธว่าตนไม่อยากเป็นเปลือกหอยให้หอยตัวโน้นตัวนี้สิง และที่สำคัญเวลาที่ถูกสิงตนจะไปอยู่ที่ไหน พุธกันยาฉุนบอกว่าเรื่องมาก ถ้าไม่ยอมให้ตนสิงเธอก็เล่นละครไม่ได้

“หนูไม่อยากเล่นอยู่แล้วค่ะ ดีเสียอีกที่หนูไม่ต้องลำบากใจ” หอมพูดอย่างไม่แยแส พอดีมือถือดังขึ้นหอมขอโทษพุธกันยาบอกว่าคุณแม่โทร.มา

เกสรกับโสภณ คุณแม่กับคุณพ่อ ทักทายกันแล้ว เกสรถามว่า หอมจะเป็นนางเอกละครหรือ แม่เห็นในหนังสือพิมพ์ หอมอึกอัก แม่บอกว่า “แม่ปลื้มปริ่มมาก ปริ่มมากกว่าที่เคยปลื้มขวัญอนงค์อีก” พ่อก็บอกว่า “พ่อจะได้มาเป็นแฟนคลับลูกหอมแทนพุธกันยา”

หอมอึ้ง ขอวางสายกับพ่อแม่ก่อนแล้วจะโทร.มาหาใหม่ พอวางสายพุธกันยาบอกเธอว่า

“สมัยนั้นใครๆก็เป็นแฟนคลับฉัน” หอมมองอึ้งถามว่าคุณได้ยินหรือ พุธกันยาไม่ตอบแต่ย้ำถามว่า “ตกลงไหม หอมน้ำ”

หอมเม้มปากอย่างยุ่งยากใจมาก

ooooooo

ใยกัลยา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด