ตอนที่ 1
ในการถ่ายละครฉากสุดท้ายเพื่อปิดกล้อง เป็นฉากงานแต่งงานของนางเอกกับพระเอก คือสิเรมอร กับมนัสวิน ภายในงานตบแต่งด้วยกุหลาบสีชมพูหวาน แขกที่มาในงานบ้างยืนบ้างนั่ง ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสกับงานมงคลนี้
“เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดเค้กได้แล้วครับ” เสียงพิธีกรประกาศ
เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่กำลังคุยกับเพื่อน ขอตัวเดินไปขึ้นเวทีที่เขียนชื่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวไว้ตรงกลาง เจ้าบ่าวประคองเจ้าสาวขึ้นเวทีเพื่อตัดเค้ก ท่ามกลางเสียงชื่นชมของแขกในงาน
“นังสิเรมอร...นังแพศยา!!” เสียงหนึ่งแผดขึ้น ทุกคนหันมอง เห็นหญิงสาวสวยในชุดดำหรูถือกระเป๋าราคาแพงเดินตัวตรงอย่างสง่าไปที่หน้าเวที
“แจ่มจันทร์!” พุธกันยาที่แสดงเป็นสิเรมอรตกใจปนหวาดระแวงเรียกแจ่มจันทร์ที่แสดงโดยขวัญอนงค์
“คุณกลับไปก่อนเถอะนะจันทร์...” เจ้าบ่าวพูดเบาๆ
“ไม่กลับ!!...นังสิเรมอร! นังเพื่อนทรยศ อย่าอยู่เลย” สิ้นเสียง แจ่มจันทร์หยิบปืนจากกระเป๋ายิงทันที พุธกันยากรีดร้องอย่างเจ็บปวดล้มลง เลือดทะลักชุ่มชุดแต่งงานสีขาว พระเอกผวาเข้าช้อนร่างพุธกันยาไว้เรียกอย่างตกใจเป็นห่วง พริบตานั้น แจ่มจันทร์ตวาด “เป็นห่วงมันนักก็ไปอยู่ด้วยกันเสียเลย!” แล้วยิงพระเอกฟุบไป จากนั้นหันปากกระบอกปืนยิงตัวตายตาม ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของแขกในงานวิ่งหลบกันโกลาหล...
“คัต!” เสียงเจค ผู้กำกับสั่ง พุธกันยาที่แสดงเป็นนางเอกลุกขึ้น เจคเดินปรบมือเข้ามาชม “ดีมากครับ...ดีมาก”
ทุกคนปรบมือยิ้มแย้มชื่นชม เจคเดินมาบอกว่า “กัลยา เดี๋ยวไปงานเลี้ยงปิดกล้องด้วยกันนะ”
“ฉันไปไม่ได้ค่ะ ตาศวัสไม่ค่อยสบาย ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ” เธอบอกแล้วรีบไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว
เจคมองตามด้วยความน้อยใจ...
แต่พอพุธกันยาเดินมาที่ลานจอดรถ ก็ถูกนักข่าวกรูกันเข้ามาถามเซ็งแซ่
“จริงไหมคะ ที่เขาลือกันว่าคุณพุธกันยามีครอบครัวแล้ว?”... “หมายถึงมีลูกมีสามีแล้วน่ะครับ”...“จริงหรือเปล่าคะ ประชาชนอยากทราบความจริงค่ะ”
พุธกันยาตะลึง พอตั้งสติได้ก็แหวกนักข่าวเดินอ้าวไปที่รถ มีเสียงถามตามมาว่า “จะรีบไปไหนครับคุณพุธกันยา”
“ขอโทษนะคะ...ยังไม่สะดวกที่จะตอบนะคะ” เธอเดินอ้าวไปที่รถก็ยังถูกนักข่าวไล่ตามถาม เธอก็ยังตอบคำเดิมว่า “ยังไม่สะดวกที่จะตอบค่ะ” รีบเปิดประตูรถสตาร์ตแล้วขับออกไปอย่างเร็ว พวกนักข่าวยังตะโกนไล่หลังอย่างไม่พอใจ
พุธกันยากลับถึงห้องนอน เปิดประตูเข้าไปอย่างรีบร้อนแล้วปิด ทิ้งตัวนั่งพิงประตูหลับตาอย่างว้าวุ่น คำถามและใบหน้าของนักข่าวที่กลุ้มรุมกันเมื่อครู่ยังตามหลอน จนเธอร้องไห้อย่างอัดอั้น
พุธกันยาพยายามกลั้นสะอื้น ลุกเดินไปที่เตียง หยิบยาที่หัวเตียงเทใส่มือแล้วเอาเข้าปาก รินน้ำดื่มตามแล้วเอนตัวลงนอนหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำตาไหลเป็นสายออกทางหางตา...
นั่นคืออดีตเมื่อยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา...
ooooooo
บ้านของพุธกันยา อยู่ในซอยที่ค่อนข้างเงียบเพราะเป็นซอยที่มีแต่บ้านเศรษฐี
หอมน้ำกับสินีนุชหรือเขน สองนักศึกษาฝึกงาน นั่งแท็กซี่เข้ามาพลางมองหาตามบ้านเลขที่ที่จดมาตาไม่กะพริบ พอเจอ หอมร้องบอกแท็กซี่อย่างตื่นเต้น
“ถึงแล้ว...จอดหลังหน้าขวามือเลยค่ะ!”
แท็กซี่แฉลบไปจอดหน้าบ้าน เขนเอารูปที่ถ่ายมาเช็กดูให้แน่ใจ เห็นว่าใช่ หอมจึงจ่ายค่าแท็กซี่ลงจากรถ
ตรงไปที่ประตูรั้วมองเข้าไปแล้วปรารภกันว่า เงียบอย่างกับป่าช้า
เขนกดกริ่งมองเข้าไปในบ้าน หอมรู้สึกเหมือนถูกใครมองลงมาจากหน้าต่างข้างบน แต่พอมองขึ้นไป ก็เห็นหลังไวๆของผู้หญิงผมสั้นใส่เสื้อคอปาดสีฟ้าจุดขาวกำลังเดินผละไปจากหน้าต่าง หอมรีบตะโกนเรียก เขนถามว่าเรียกใครหรือ?
“ผู้หญิง สงสัยจะเป็นเจ้าของบ้าน” หอมบอกแล้วตะโกนต่อ “คุณคะ...คุณ” เขนยังพยายามกดกริ่งแต่
ทุกอย่างก็เงียบสนิท สองสาวได้แต่ชะเง้อมองข้างในอย่างรอคอย
ooooooo
กนกรัตน์เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ร้องเรียกวันทนาสาวใช้ที่อายุมากกว่ากนกเล็กน้อย บุคลิกดีกว่านายจ้างมากให้ไปดูว่าใครมาร้องเรียกอยู่หน้าบ้านท่านบุรี
“ก็ช่างเขาเป็นไรล่ะคะ ไม่เกี่ยวกับคุณหนกหรือวันสักหน่อย”
“นังวันทนา! ฉันสั่งให้แกออกไปดูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ ‘อย่างว่า’ มันจะชิงตัดหน้าแก”
“เอาอีกแล้ว...วันบอกไม่รู้กี่หนแล้วว่า ผี...เอ๊ย! ‘อย่างว่า’ ของคุณน่ะไม่มีจริง เฮ้อ...พูดไปก็ได้เท่านั้น” วันทนารำพึงหน่ายๆ
หอมกับเขนยืนชะเง้อชะแง้อยู่นานไม่มีทั้งคนและการเคลื่อนไหวใดที่บ่งบอกว่ามีคนอยู่ในบ้าน เขนเสนอให้ถ่ายคลิปส่งไปให้พี่โค้กดูก็แล้วกัน ถ้าเขาไม่โอเคก็จะได้กลับไม่ต้องรอให้เสียเวลา ว่าแล้วเขนก็สอดแขนพร้อมมือถือเข้าไปเพื่อจะถ่ายรูปบ้าน แต่เพราะมือเขนอวบมากสอดมือเข้าตาข่ายถี่ๆไม่ได้ เลยเรียกหอมที่เพรียวกว่าให้มาถ่ายแทน
ระหว่างนั้นเอง รถเก๋งคันหนึ่งเลี้ยวแล้วแล่นตรงมา สองสาวยังวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ข้างในสวยมาก เจ้าของบ้านคงรวยพิลึก
ทันใดนั้น เสียงแตรรถแปร๊นขึ้นถี่ๆอย่างไม่พอใจแล้วหักรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน สองสาวสะดุ้ง หอมพยายามดึงแขนออกแต่อารามตื่นเต้นดึงอย่างไรก็ไม่ออก เขนเร่งเสียงสั่นว่าเร็วเข้าเจ้าของบ้านมาแล้ว
“รู้แล้ว! ฉันดึงแขนไม่ออก” หอมเสียงสั่นพอกับเขน เสียงแตรรถดังขึ้นอีก “เฮ้ย! จะบีบหาอะไรเฮอะ” หอมฉุน เขนถามว่ามันติดอะไร “ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนมีใครดึงไว้”
หอมพยายามดึงมือออก พลันก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นหญิงคนหนึ่งแต่งตัวในยุคสามสิบปีก่อนแต่เห็นหน้าไม่ชัด หอมตกใจร้องลั่น กระชากเต็มแรงจนแขนหลุด หอมหงายผลึ่งกระโปรงเปิดขึ้นมาจนเห็นกางเกงขาสั้นข้างใน มือถือที่ถ่ายรูปร่วงจากมือ เขนตกใจเรียก “หอม!”
“จับได้คาหนังคาเขาเลย เป็นเด็กเป็นเล็กหัดเป็นขโมย แต่งชุดนักศึกษาเสียด้วย มิน่าถึงไม่มีใครสงสัย” ศวัสลงจากรถมาดุ หอมยังมึนหัวที่หงายลงมาหัวกระแทกพื้น เขนตกใจมองศวัสงกเงิ่นทำอะไรไม่ถูก “นี่! ลุกขึ้นมาได้แล้ว! นอนเปิดกระโปรงอ้าซ่าอยู่ได้!” ศวัสดุ
หอมลืมตาดูยังมึนๆ งงๆ เขนบอกเพื่อน “ไอ้หอม... หุบ!” หอมถามว่าหุบอะไร ศวัสพูดสีหน้าแววตานิ่งมากว่า
“กระโปรงเปิด...ไม่รู้สึกเย็นบ้างรึไง”
หอมลุกพรวดรีบดึงกระโปรงลงอายจนหน้าแดง อ้าปากจะพูดแต่พูดไม่ออก เขนประคองเพื่อนลุกขึ้นปลอบใจว่า
“ไม่เป็นไร เปิดแค่ 2 นาทีเองมั้ง” แต่หอมอายมากบ่นว่า ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
กนกได้ยินเสียงเอะอะ ตาลีตาลานมาแอบดูที่รั้วประสาคนอยากรู้อยากเห็น
ศวัสหันกลับไปที่รถ เขนรีบเรียก “เดี๋ยว! เฮียคะ!”
“ใครเฮีย?” ศวัสถามเสียงเข้ม เขนรีบขอโทษ แนะนำทั้งหอมน้ำและตัวเองว่ามาจากบริษัท...พูดไม่ทันจบ ศวัสก็ขัดขึ้นว่า
“บริษัทอะไรผมก็ไม่สน มาทางไหนก็ไปทางนั้น อย่ามาเกะกะแถวนี้!” ศวัสขึ้นรถแต่ยังลดกระจกลงมาขู่ “ถ้ายังไม่กลับไปดีๆ จะให้ตำรวจมาจัดการ!”
แล้วขับรถเข้าบ้านไปเลย หอมน้ำร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นและอับอาย
“หนู...หนู...หนูมีอะไรกับคุณหมอเหรอถึงได้มาร้องห่มร้องไห้” กนกถามยิ้มเป็นนัยอย่างอยากรู้มาก สองสาวอุทานทึ่งที่กนกเรียกศวัสว่าหมอ กนกบอกว่า “เขาเป็นหมอฟันทันตแพทย์ ไม่รู้จักกันหรอกเรอะ”
“ไม่ค่ะ คือ...เรามาติดต่อขออนุญาตถ่ายละครบ้านอาเฮีย เอ๊ย! คุณหมอน่ะค่ะ” เขนชี้แจง กนกตาโตตื่นเต้นสุดๆ เมื่อรู้ว่าจะมาถ่ายละครที่นี่ และยิ่งตื่นเต้นเมื่อพาเขนกับหอมเข้าไปนั่งคุยในบ้านแล้วรู้ว่า ดารานำที่จะแสดงในละครเรื่อง “เพลิงนารี” คือแจ็คธันวากับลูกนัทณัชชา
“ว้าย...คู่จิ้น แล้วมีใครอีก?” กนกอุทานตื่นเต้นราวกับวัยรุ่น
เขนบอกว่าตนก็จำไม่ค่อยได้ หอมเช็ดน้ำตาชวนเขนกลับกันดีกว่า จะได้บอกพี่โค้กให้ไปหาบ้านหลังใหม่ กนกถามว่าคุณหมอเขาไม่อนุญาตหรือ เสนอว่า “ลูกไม่ให้ก็ขอพ่อซิ!”
วันทนาพยายามทักท้วงแต่หยุดกนกไม่ได้ เลยได้แต่พึมพำ “พูดไปก็ได้เท่านั้น”
ooooooo
หอมกลับถึงห้องพักที่คอนโดเหนื่อยๆ เซ็งๆ พักครู่หนึ่งก็นึกอะไรได้ หยิบมือถือขึ้นเปิดหาชื่อที่เมมไว้ พอเจอชื่อ “พลเรือตรี บุรี จินต์ไท” หอมนิ่งคิดถึงคำแนะนำของกนกเมื่อบ่ายนี้
“เจ้าของบ้านเขาชื่อพลเรือตรี บุรี จินต์ไท คุยง่ายใจดีกว่าลูกชายเยอะ คุณหนกยังชอบเลย คุณหนกมีเบอร์ เมมเอาไว้ด้วย” หอมถามว่าตนเป็นเด็กโทร.หาผู้ใหญ่ขนาดนั้นจะดีหรือ “แล้วเธอมีวิธีอื่นหรือจ๊ะ ถ้าจะไปพบ หากผ่านด่านลูกชายไปได้ก็ต้องเจอด่านแม่บ้าน ซึ่ง
คุณหนกเชื่อว่าต้องสืบเชื้อสายมาจากพวกผีดิบแวมไพร์หรือไม่ก็ซอมบี้”
เขนที่อยู่ห้องถัดไปมาหาหอมที่ห้อง หอมกำลังคิดว่าจะโทร.ไปหาเจ้าของบ้านดีไหม บอกเขนว่าเรื่องนี้ให้พี่โค้กจัดการดีกว่า ถามเขนว่าส่งคลิปบ้านนั้นไปให้พี่โค้กดูหรือยัง เขนควักมือถือจากกระเป๋าเสื้อออกมาดู บอกว่าโชคดีที่โทรศัพท์ไม่เสีย แล้วจัดแจงส่งคลิปไปทันที
ooooooo
รุ่งขึ้น เขนกับหอมไปที่บ้านนั้นอีก เห็นรถของศวัสยังอยู่ก็ปรารภกันว่าหมอฟันยังอยู่เลย 9 โมงกว่าแล้วยังไม่ไปทำงานอีก หอมพูดอย่างไม่หายชังว่าหน้าโหดแบบนั้นน่าจะเป็นพนักงานทวงหนี้มากกว่า
พูดกันไม่ทันขาดคำประตูรั้วก็ค่อยๆเลื่อนเปิดออก เขนถอยออกมาตั้งหลัก พอรถเคลื่อนออกมาก็รีบยกมือไหว้ศวัส ส่วนหอมทำเป็นมองไม่เห็นเพราะยังเขินและเคืองศวัสอยู่
“มากันอีกแล้วเรอะ” ศวัสหยุดรถลงมาถามสีหน้าไม่พอใจ เขนรีบยกมือไหว้อีกทียิ้มปะเหลาะพูดเหมือนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีว่า “สวัสดีค่ะ คือเมื่อวานยังแนะนำตัวไม่เสร็จ หนูชื่อนางสาวสินีนุช วงศ์เกล้า แล้วนี่เพื่อนหนูชื่อนางสาวหอมน้ำเรามาจากบริษัท...”
“ไม่ได้อยากรู้” ศวัสขัดขึ้น เขนหน้าจ๋อยหันไปสะกิดหอมให้ช่วย บอกหอมเบาๆว่า
“น่าหอม...เรื่องส่วนรวมย่อมสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว”
ดังนั้น เมื่อศวัสถามว่ามาบ้านตนทำไม มาขายของหรือมาหาใคร หอมจึงช่วยพูดว่าไม่ได้มาหาใคร ไม่ได้มาขายของแต่มาขออนุญาตถ่ายละครเพราะเห็นบ้านสวยดี คำตอบที่ได้รับทันทีด้วยน้ำเสียงห้าวๆ ห้วนๆ คือ
“ไม่อนุญาต!”
หอมพยายามโน้มน้าวบอกว่ามีคู่จิ้นแจ็คธันวากับลูกนัทณัชชาแสดงด้วย คู่นี้ฟินสุดๆ ถูกสวนทันควันว่า
“ไม่ได้บ้าดารา คุณกลับไปได้แล้ว เพราะยังไงๆ ผมก็ไม่มีวันอนุญาต! เย็นนี้ผมกลับมาอย่าให้เห็นหน้าอีก” แล้วขึ้นรถขับออกไปเลย
สองสาวทำท่าจะหมดหวัง พลันก็ตาโตเมื่อเห็นรถเก๋งของเจคเลี้ยวเข้าซอยมา
“พี่โค้กมาแล้ว ไม่เห็นจะต้องง้ออาเฮียเลย”
หอมพูดถึงศวัสอย่างไม่แคร์แล้วว่าจะเรียกเฮียหรือพี่เป็นเวลาที่ศวัสอยู่ที่โรงพยาบาล มีคนไข้มารออยู่หลายคน คนหนึ่งเมียงมองไปข้างๆ กระซิบถามเพื่อนว่า
“ใช่ขวัญอนงค์หรือเปล่า” คนนั้นบอกว่าน่าจะใช่ พูดอย่างชื่นชมว่าอายุเยอะแล้วยังสวยจัง คนไข้อื่นที่เห็นขวัญอนงค์ต่างก็มองและคุยกันเบาๆ ส่วนตัว
ขวัญอนงค์เองก้มอ่านหนังสือเงียบๆ พอดีพยาบาลบอกว่าคุณหมอมาแล้ว ขวัญอนงค์เงยหน้ามองอย่างกระตือรือร้น ศวัสเดินผ่านไป พยาบาลจึงเรียก
“เชิญคุณขวัญอนงค์ค่ะ”
ooooooo
เมื่อเจคมาถึงได้รับการต้อนรับจากบุรีอย่างกระตือรือร้น ทักว่านานทีเดียวที่ไม่ได้พบกัน เจคพยักหน้าบอกว่าตั้งแต่คุณกัลยาเสีย แล้วต่างก็เงียบไป
บุรีพยักหน้ารับแววตาหมองลง “ยี่สิบแปดปีตอนนั้นตาศวัส 3 ขวบ ตอนนี้ 31 แล้ว”
เขนฟังแล้วแอบพูดกับหอมว่าสงสัยเฮียดุนั่นคือตาศวัส หอมเผลอพูดออกมาว่า “อายุ 31 แก่เว่อร์เลย” พอทุกคนหันมองก็รีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ
เสียงมันออกมาเอง เขนช่วยแก้ให้ว่า “เพื่อนหนูเวิ่นเว้อแบบนี้แหละค่ะ” พูดแล้วนึกได้รีบแก้ว่า “แต่ถ้าหากหอมเขามีสติ เขาจะ...จะเลิศล้ำเลอค่ามากเลยค่ะ”
“เจคถามว่าแล้วเวิ่นเว้อหรือมีสติมากกว่ากัน เขนอึกอัก หอมชิงตอบว่า “มีสติค่ะ หอมเป็นคนมีสติ” ทุกคนพยักหน้า โค้กยิ้มให้กำลังใจหอม
บุรีกับเจคเดินคุยกันออกไปนอกบ้าน โค้กเดินตามและเขนกับหอมรั้งท้ายห่างออกไป
มีลมพัดวูบเข้ามาที่หอมจนผมและเสื้อผ้าปลิว หอมชะงักมองคนอื่นก็ไม่มีใครเป็นอย่างตน ซ้ำรอบตัวยังมีไอหมอกเหมือนอากาศเย็นลงฉับพลัน หอมกอดอกเมื่อรู้สึกหนาวเย็น แต่คนอื่นก็ยังปกติ เขนถามว่าหอมเป็นอะไร หอมเหลียวมองรอบตัวอย่างระแวดระวังจนเขนเรียกเสียงดัง “เฮ้ย!หอม” หอมจึงรู้สึกตัว พลันบรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเหมือนเดิม
หอมถามเขนว่ารู้สึกอะไรหรือเปล่า เขนบอกว่าไม่เห็นมีอะไร ย้อนถามหอมว่ามีอะไร หอมตัดบทว่าเปล่า ไปกันเถอะแล้วดึงมือเขนเดินออกไป
ooooooo
ที่ “บริษัทสร้างศิลป์ 2000 จำกัด” เจคนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเศร้าๆ สีหน้าเหมือนทบทวนความทรงจำ พึมพำ
“กัลยา...ผมยังรักคุณเสมอ”
พิไลที่เป็นแม่บ้านเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาพร้อมน้ำ เค้กลูกพรุนและผลไม้ วางไว้แล้วจะออกไป แต่ชะงักหันถาม
“คุณเจคคะ พิไลได้ยินพวกในกองถ่ายเขาพูดกันว่า จะไปถ่ายละครบ้านคุณพุธกันยาหรือคะ” เจค
บอกว่าใช่ ถามว่าใครบอก? “คุณลักษณาค่ะ เห็นบอกว่ามาจากคุณโค้ก โอ๊ย...พิไลตื่นเต้นดีใจจังเลยถึงตัวแกจะไม่อยู่แล้วแค่ได้ไปเห็นบ้านก็ยังดี พิไลน่ะช้อบ...ชอบ” พิไลพร่ำเพ้อ
“พิไล...ออกไปได้แล้ว” เจคพูดหน้านิ่ง พิไลเลยออกไปจ๋อยๆ เจคส่ายหน้าแล้วก้มดูภาพต่อ
ooooooo
พอศวัสรู้ว่าบุรีอนุญาตให้ใช้บ้านเป็นที่ถ่ายละครก็ไม่พอใจ ถามบุรีขณะนั่งที่โต๊ะอาหารด้วยกันว่าพ่ออนุญาตหรือ? บุรีย้อนถามว่า ก็ทำไมจะไม่อนุญาตเล่า
“เพราะคุณพ่อไม่ชอบความวุ่นวาย แล้วเรื่องถ่ายละครนี่ ถึงผมจะไม่คุ้นเคยแต่ก็พอจะนึกภาพออกว่ามันต้องวุ่นวายสุดๆ บ้านเราจะมีแต่คนแปลกหน้าเดินไปเดินมา มีแต่เสียงดังเอะอะโครมคราม บ้านช่องจะสกปรกเลอะเทอะไม่เป็นระเบียบ เราจะไม่มีความเป็นส่วนตัว” ศวัสสาธยายอย่างอึดอัด โดยมีเยาว์แม่บ้านเก่าแก่ยืนฟังเงียบๆด้วยสีหน้าเย็นชา
“เขาไม่ได้ไร้อารยธรรมถึงขนาดนั้นหรอกน่า พ่ออยากเห็นบรรยากาศอย่างนั้นกลับคืนมาอีก”
ซึ่งตรงข้ามกับศวัส เขาไม่พอใจวงการบันเทิงที่ทำให้แม่ต้องจากไป เขาตัดสินใจไปหาบุรีที่ห้อง บุรีบอกว่าถ้าจะมาพูดให้พ่อเปลี่ยนใจล่ะก็...
“เปล่าครับ” ศวัสแทรกขึ้น “ผมแค่ไม่อยากให้คุณพ่อกลับไปอยู่ในวังวนของอดีตอีก คนเราควรจะมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน”
“พ่อไม่มีวันลืมแม่ ไม่เคยลืมแม้แต่วันเดียว การที่บริษัทคุณเจคมาถ่ายละครนี่ ก็เหมือนกับพ่อได้ใกล้ชิดแม่อีกครั้ง ตอนนั้นแกยังเล็กมาก คงจำไม่ได้ว่าแม่เป็นดาราในสังกัดบริษัทนี้ พ่อบอกเขาไปแล้วว่าส่วนไหนของบ้านที่ถ่ายได้ ส่วนไหนถ่ายไม่ได้ เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของแก”
“ขอบคุณครับ” ศวัสตอบเบา ๆ เดินออกไปเงียบๆ บุรีมองศวัสแล้วหันมองไปข้างหน้าอย่างเดิม
ooooooo
สามสี่วันต่อมา...ที่สนามบ้านศวัสเต็มไปด้วยผู้คนที่จะมาถ่ายละคร ทั้งพระเอกนางเอก ตัวประกอบ ผู้สื่อข่าว รวมทั้งพวกเสื้อผ้าหน้าผม ทุกส่วนเร่งทำหน้าที่ของตัวเองจนดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด
หอมกับเขนเดินไปหลังบ้านที่ปลูกต้นไม้และจัดแต่งอย่างสวยงาม หอมได้กลิ่นดอกพุดซ้อนเดินตามกลิ่นไปอย่างหลงใหลจนเจอต้นที่กำลังออกดอกสะพรั่ง หอมก้มลงดม
“ฮืมมมม...หอมจังเลย”
“ใครอนุญาตให้เข้ามาที่นี่” เสียงเยาว์เย็นเยียบถาม สองสาวสะดุ้งเฮือกหันมอง เห็นเยาว์ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าเหมือนสวมหน้ากากพลางไล่ “ออกไป”
หอมยกมือไหว้ขอโทษจะชี้แจง ถูกเยาว์ไล่อีก “ออกไป” จนเขนรีบชวนหอมออกไป แต่พอสองสาวหันเดินไป บุรีก็ออกมาถามเยาว์ว่าอะไรกัน
“แม่สองคนนี้สิคะ เดินทะเล่อทะล่าเข้ามาถึงหลังบ้าน ไม่มีมารยาท” พลางตวัดสายตาฟึ่บมาที่สองสาว
ทั้งหอมและเขนไหว้บุรีขอโทษที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต หอมบอกว่าตนได้กลิ่นดอกพุดซ้อนเลยเดินตามกลิ่นมา เพราะที่บ้านต่างจังหวัดปลูกเอาไว้เหมือนกัน ได้กลิ่นแล้วคิดถึงบ้าน บุรีมองอย่างเมตตาบอกว่าอยากได้ก็เก็บไป ลุงอนุญาต
หอมอยากได้แต่เปลี่ยนใจบอกว่าให้อยู่กับต้น
ดีกว่า เก็บไปเดี๋ยวก็เฉา บุรียิ้มเอ็นดูแล้วชวนเข้าบ้าน ทั้งสองเกรงใจบอกว่าพวกตนต้องช่วยงานข้างนอก บุรีบอกว่าเขากำลังยุ่งไม่เป็นไรหรอก สองสาวมองหน้ากันลังเลแต่ก็เดินตามเข้าไป
ooooooo
ภายในบ้านศวัสที่จัดแต่งอย่างมีระเบียบสวยงาม สองสาวมองอย่างตื่นตาตื่นใจ จนผ่านบริเวณบันไดขึ้นชั้นบน หอมหยุดชะงักเมื่อเห็นรูปภาพครึ่งตัวขนาดใหญ่ของพุธกันยาติดอยู่ตรงทางขึ้นดูเด่นเป็นสง่า เธอใส่เสื้อสีน้ำเงินเข้ม มีตุ้มหูมุกเม็ดเล็กเป็นเครื่องประดับเพียงอย่างเดียว
หอมรู้สึกภาพนั้นมีชีวิตขึ้นมามองตนแววตาวาววามจนหอมสะดุ้งอุทาน “อุ๊ย!” บุรีได้ยินหันถามว่ามีอะไรหรือ
“เปล่าค่ะ...นั่นรูปใครหรือคะ” หอมมองไปที่ภาพนั้นอีกทีก็กลับเป็นปกติเหมือนเดิม
“ภรรยาลุงเอง กัลยา พุธกันยา ปานรัมภา”
เขนชมว่าสวยจัง หอมถามว่าภรรยาลุงไม่อยู่บ้านหรือ บุรีตอบเสียงสลดลงว่า “ไม่อยู่ เขาเสียไปนานแล้ว” สองสาวตกใจรีบยกมือไหว้ขอโทษ บุรีบอกไม่เป็นไรแล้วเดินนำไป สองสาวเดินตามไปเงียบๆ
บุรีให้แจ่มจัดน้ำหวานและขนมมาให้สองสาว
หอมจะปฏิเสธ แต่เขนมือไวหยิบใส่ปากแล้วชมว่าอร่อยจัง พลันก็สะดุ้งเมื่อมองไปที่ประตู เห็นศวัสยืนนิ่วหน้าอยู่ ทำเอากลืนขนมไม่ลง บุรีทักศวัสว่าเลิกงานแล้วหรือ นี่เพิ่งสิบโมงเอง เขาบอกว่าลืมกระเป๋าสตางค์
พอเห็นศวัสมา สองสาวก็สะกิดชวนกันกลับอ้างว่าพี่ฟ้าหรือลักษณาโทร.ตามแล้ว ถามบุรีว่าห้องครัวอยู่ไหนจะยกจานขนมไปล้าง บุรีบอกไม่ต้องเดี๋ยวให้แจ่มมาเก็บไปล้างเอง บอกสองสาวให้ไปเถอะ สองสาวจะกลับทางเดิมคือออกทางด้านหลัง แต่บุรีบอกให้ออกทางด้านหน้าใกล้กว่า
หอมกับเขนไปแล้ว ศวัสบ่นอย่างไม่ชอบใจว่าเด็กสมัยนี้ไม่มีมารยาทเอาเสียเลยกินเสร็จก็สะบัดก้นลุกไป บุรีบอกว่าสองคนจะเอาไปล้างแต่ตนห้ามไว้
“แล้วมันเรื่องอะไรถึงถือวิสาสะเข้ามาข้างในบ้าน คุณพ่ออย่าไว้ใจนะครับ”
“พ่อเป็นคนชวนเขามาเอง แกเล่นงานเขาไว้เยอะนี่” ศวัสถามว่าเด็กมาฟ้องหรือ “ใครเขาจะกล้าฟ้อง คุณโค้กผู้กำกับเขาเล่าให้พ่อฟัง” พูดแล้วเห็นศวัสทำท่าจะพูดอะไรอีก บุรีตัดบทถามว่าจะกลับไปทำงานหรือเปล่า พอศวัสบอกว่าไป ก็เร่ง “งั้นก็ไปสิ มัวแต่บ่นอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวคนไข้รอตาย”
พอศวัสไป บุรีเดินไปยืนตรงหน้ารูปพุธกันยาบอกว่า “ผมอนุญาตให้คุณเจคยกกองละครมาถ่ายทำที่บ้านเรา ถ้าวิญญาณคุณยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่ ก็คงจะหายเหงา ที่ได้เห็นบรรยากาศเดิมๆ ผมอยากให้คุณมีความสุขจะได้ไม่ต้องจากผมไปไหน คุณต้องรอผมนะ... กัลยา”
เยาว์มายืนดูอยู่และเดินจากไปเงียบๆ
ooooooo
ที่ออฟฟิศ “ชิดขอบบันเทิง” วดี บก.ใหญ่กำลังว้ากลิซซี่ที่ให้ไปง้างปากธีรภาพออกมาให้ได้ว่าจะแต่งงานเดือนหน้าใช่ไหม แต่ลิซซี่ทำไม่สำเร็จ โดนด่าว่า พอเจอหน้าพระเอกคนนี้ทีไรก็อ้าปากไม่ออก มัวแต่จ้องเขาตาเยิ้มอยู่นั่นแหละ
พอดีเอิงหลานสาววดีเดินเข้ามาบอกให้ลิซซี่
คั้นน้ำส้มให้หน่อย ลิซซี่ได้ทีรีบออกไป วดีเลยหันไปเล่นงานเอิงแทนว่าวันนี้เปิดกล้องละครไม่ใช่หรือ เอิงบอกว่ารู้ แต่ตื่นสายเลยขี้เกียจไป
“เวร...ฉันอุตส่าห์ยัดเยียดฝากฝังแกกับคุณเจค แต่แกดันมาเบี้ยวเขาแบบนี้แล้วฉันจะมองหน้าเขาได้ไง เฮ้อ...”
“แหม...ป้าขาป้า อย่าลืมว่าป้าเป็นเจ้าแม่วงการบันเทิงนะคะ คุณเจคเขาต้องเกรงใจอยู่แล้วล่ะ ไม่มีใครกล้าว่าหรอก”
วดีบ่นว่าพูดเอาแต่ได้ ก็พอดีลิซซี่เอาน้ำส้มคั้นมาให้เอิงและน้ำใบบัวบกให้คุณป้าวดี ให้แล้วถามว่าอร่อยไหมคะคุณป้าคุณหลาน เลยถูกวดีไล่ตะเพิดให้ออกไปทั้งสองคน ลิซซี่กับเอิงหัวเราะคิกคักออกไป
วดีกระแทกตัวนั่งอย่างหงุดหงิด หยิบมือถือมากดเลื่อนไปจนถึงชื่อ “เจค” สีหน้าก็คลายเครียดลงเมื่อความทรงจำเริ่มกลับมา...
เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เวลานั้น เจคยังหนุ่ม และวดีก็ยังสาว วดีถูกเจคชี้หน้าถามอย่างโกรธจัดว่า
“คุณใช่ไหมวดี ที่เป็นคนเอาเรื่องกัลยาไปบอกนักข่าว!”
“เจคขาเจค เรื่องแบบนี้ปิดไม่มิดหรอกค่ะ กัลยามีลูกมีผัวอยู่ทนโท่ ตาศวัสโตขึ้นทุกวัน อีกหน่อยก็ต้องเข้าโรงเรียน ต้องมีชื่อพ่อชื่อแม่ เจคคงไม่คิดจะให้เขาใช้ชื่อปลอมกันหรอกนะคะ ความลับไม่มีในโลก”
“ทำไมคุณไม่คิดอย่างนั้นเสียตั้งแต่แรก คุณเองนั่นแหละเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้กัลยาปกปิดเรื่องครอบครัว”
“ก็แน่ล่ะสิคะ คนดูที่ไหนเขาจะยอมรับนางเอกที่มีลูกมีผัวแล้ว”
“เห็นแก่ตัว” เจคโกรธจัด “เวลาต้องการผลประโยชน์จากเขาก็พูดอย่างนึง เวลาเขาจับได้ว่าคุณเอาเปรียบแอบโกงค่าตัวก็พูดอีกอย่างนึง แถมยังใจดำขนาดทำลายชื่อเสียงเขาจนย่อยยับ...ออกไป! แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก”
คิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว วดีถอนใจยาวแล้วโทรศัพท์
ooooooo
ที่ห้องแต่งตัว ทับทิมที่มีหน้าที่ดูแลเสื้อผ้านักแสดง ลูกปัดที่ติดเสื้อหลุดจึงเรียกหอมให้ไปหยิบกล่องเครื่องมือที่รถ
หอมไปหาจนเจอหยิบกล่องออกจากรถ เด็กมาเร่งให้รีบไปเพราะทับทิมรออยู่หลังบ้าน หอมถือกล่องเครื่องมือรีบไป เห็นอะไรบางอย่างเป็นประกายแว้บเข้าตา หอมก้มเก็บ มันคือลูกปัดเม็ดเล็กๆเปื้อนดินเขรอะแต่ยังเห็นความสวยงาม
ทับทิมตะโกนเร่ง หอมรีบเดินแกมวิ่งสะดุดก้อนหินล้มคะมำ ลูกปัดที่เก็บได้ลอยขึ้นไป หอมเงยหน้าจะคว้ากล่องเครื่องมือ ลูกปัดเม็ดนั้นลอยเข้าปากพอดี! และกล่องเครื่องมือก็หล่นกระแทกหน้าผากอย่างจัง หอมมึนตาลายแต่ยังเห็นร่างหนึ่งที่ยืนหันหลังให้ ค่อยๆหันกลับมามอง หอมเห็นภาพนั้นก่อนหมดสติ
หอมถูกนำตัวไปที่ห้องรับแขกบ้านศวัส ครู่ใหญ่เมื่อหอมรู้สึกตัว เห็นทั้งศวัส เขน บุรีและโค้กกำลังมองตนอยู่อย่างเป็นห่วง พอหอมลืมตา โค้กก็ร้องอย่างโล่งใจ “ฟื้นแล้ว...” เขนถามว่า “เป็นไงบ้างหอม”
หอมค่อยๆลุกขึ้นยกมือกุมขมับแล้วหลับตาเอนตัวนอนลงไปอีก บุรีบอกว่า “เมื่อกี๊หนูหกล้ม” เหลือบเห็นศวัสหันหลังจะเดินไปรีบเรียกไว้ “เดี๋ยว ศวัส ช่วยดูน้องอีกทีซิ” โค้กเองก็บอกว่าท่าทางหอมยังมึนๆอยู่ หอมเหลือบมองศวัสที่มองตนอย่างตำหนิ เธอบอกโค้กว่าตนไม่เป็นไรแล้ว
เขนบอกให้หมอตรวจหน่อยดีกว่า หอมเลยอ้าปากกว้างอย่างว่าง่าย
“เฮ้ย...แกอ้าปากทำไม” เขนโวย
“อ้าว...ก็...เขาเป็นหมอฟันทันตแพทย์ไง หมอฟันเขาก็ต้องดูฟันไม่ใช่เหรอ?”
เขนยกมือกุมขมับทำท่าตาลอยกับลีลาของหอม ส่วนโค้กหัวเราะโยกหัวหอมอย่างเอ็นดู ศวัสมองภาพนั้นอย่างตำหนิ บุรีบอกให้เขาดูศีรษะน้องหน่อย
“ผมก็ดูตั้งแต่มาถึงแล้ว แต่ถ้าจะให้แน่ใจต้องพาไปให้เพื่อนผมดูที่โรงพยาบาล” ศวัสหาทางเลี่ยง หอมลุกพรวดบอกว่าไม่ต้อง ตนหายแล้ว แต่ทั้งโค้กและเขนต่างรบเร้าไปให้หมอดูหน่อยดีกว่า
บุรีบอกโค้กว่าเขาต้องทำงาน ให้ศวัสพาไปดีกว่า ขณะทุกคนกำลังพูดกันนั้น หอมมองไปที่มุมห้องสีหน้าพิศวง หอมเห็นพุธกันยานั่งอยู่ที่เก้าอี้มองตนและยิ้มให้นิดๆ หอมตกอยู่ในภวังค์ทุกคนเรียกก็ไม่รู้ตัว จนกระทั่งเขนตะโกน “ไอ้หอม” พลางจับตัวเขย่า หอมจึงสะดุ้ง ถามว่าอะไร?
เขนถามว่ามองอะไรอยู่ปล่อยให้เรียกตั้งนาน หอมมองไปที่เดิม ทำหน้าฉงน “เอ๊ะ...หายไปไหนแล้ว” ทั้งโค้ก บุรี และเขนต่างถามว่าใครหาย หอมบอกว่าผู้หญิงคนนั้น บุรีถามว่าเยาว์หรือ
“ไม่ใช่ค่ะ เธอยังสาวแล้วก็สวยมาก หน้าตาคุ้นๆ”
“คงต้องไปตรวจสมองเสียแล้วกระมัง ที่นี่ไม่มีผู้หญิงที่ยังสาวแล้วก็สวยอย่างที่เธอว่าแน่นอน” ศวัสพูดมองหอมด้วยสายตาตำหนิว่าเธอโกหก
หอมเล่าให้เขนฟังขณะประคองกันไปที่ห้องข้างโรงรถว่าตนเห็นจริงๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นเธอที่ไหน เขนบอกว่าท่าทางหมอคิดว่าเธอบ้า หอมถอนใจบอกว่าก็ยังดีกว่าที่ว่าตนโกหก
ศวัสยังตำหนิว่าหอมโกหก จนเขนรับรองว่าเพื่อนตนเป็นคนดีไม่เคยโกหก ก็ถูกตวาดว่า “ไม่ได้ขอความเห็น” แล้วหันไปว่าหอมอีก “แค่เธอบอกว่าไม่ได้โกหก นั่นก็เท่ากับโกหกแล้ว”
ศวัสยัดเยียดว่าหอมโกหก จนเขนบ่นกับหอมว่า
“แปลกว่ะ อีตาหมอฟันทันตแพทย์นี่เขาจงใจจะกัดแกจริงๆเลยอย่างกับเป็นศัตรูกันมาเป็นร้อยๆชาติ”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ช่างเขาเถอะ เราก็อยู่ส่วนของเรา เขาก็อยู่ส่วนของเขา...ไป...ไปทำงานกันเถอะ”
เขนพาหอมไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ หอมก้มลงล้างหน้า พอเงยขึ้นก็มีไอเย็นออกมาจากลมหายใจ หอมสะดุ้ง พลันสายตาก็เห็นพุธกันยาปรากฏอยู่ในกระจก! หอมหันขวับมองไปข้างหลังก็ไม่มีใคร และไอเย็นก็หายไป หอมตั้งสติถามตัวเองว่า “หรือว่าเราจะมโนไปเองจริงๆ”
การถ่ายทำละครและการทำงานของฝ่ายต่างๆ เสร็จก็พอดีค่ำ ต่างทยอยกันกลับ ในที่สุดบริเวณบ้านก็กลับเป็นปกติ
พอคณะถ่ายละครกลับกันไปหมด กนกก็เดินอิ่มเอมใจเข้าไปในครัวบ่นว่ากลับไปหมดเงียบเลย แต่พอกลางคืนกนกเข้านอนพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับจึงลุกไปยืนที่หน้าต่างมองออกไป กนกผงะอึ้ง เธอเห็น พุธกันยากำลังเดินอย่างรื่นรมย์ชมธรรมชาติในบริเวณบ้าน กนกพึมพำเสียวๆ
“สงสัยอยากจะกลับมาเล่นละคร”
ดึกคืนนี้ หอมนอนฝันถึงเหตุการณ์ต่างๆเมื่อกลางวัน ทั้งลูกปัดที่ลอยเข้าปาก ไอเย็นที่ออกมากับลมหายใจ และพุธกันยาที่มองตนทั้งในห้องรับแขกและในกระจก
หอมสะดุ้งตื่น ยกมือลูบหน้า ถอนใจยาวอย่างสับสน ทั้งกับความจริงที่ได้พบเห็นและยังมาตอกย้ำในความฝันอีก...
รุ่งขึ้นหอมตัวร้อน เขนบอกให้พักเสีย หอมบอกว่านอนพักอีกสักประเดี๋ยวจะตามไป
ooooooo
หอมไปถึงบ้านศวัสรู้สึกเงียบผิดปกติ โทร.ถามฟ้าว่าทำไมยังไม่มีใครมา ฟ้างัวเงียขึ้นมาขอโทษลืมบอกไปว่าวันนี้กองถ่ายนัดเป็น 11 โมง บอกให้หอมกลับไปนอนก่อนค่อยมาใหม่
หอมไม่กลับเพราะคำนวณแล้วไปกลับก็หมดเวลาพอดี หอมมองเข้าไปในบ้านยังเงียบกริบ นึกในใจว่าตื่นสายกันชะมัด แต่พอหันกลับมาอีกทีก็ชะงัก เมื่อเห็นชายเสื้อสีฟ้าไหวๆอยู่ในบ้าน หอมปีนเกาะรั้วเรียก ปรากฏว่าร่างนั้นหายไปแล้ว หอมตกใจผงะเมื่อประตูรั้วเลื่อนเปิดเอง
ศวัสนั่นเอง เขายืนกดรีโมตเปิดประตูรั้วอยู่ที่โรงรถ พอประตูรั้วเปิดเต็มที่ก็หยุด หอมขยับจะลงแต่มือยังเกาะอยู่ ศวัสกดรีโมตอีกที หอมตกใจรีบยกเท้าขึ้น ศวัสมองแล้วหัวเราะหึๆ หอมละล้าละลังจะลงหรือไม่ลงดี แล้วประตูรั้วก็เลื่อนเปิดอีก
รถศวัสขับออกมา หอมรีบยกมือไหว้ยิ้มแป้น ศวัสตีหน้าขรึมถามว่ามีอะไร หอมประหม่าพูดติดอ่างว่าหนูอยากขอบคุณที่ช่วยหนูเมื่อวานนี้ ศวัสหางตาใส่ถาม “หนูอะไรตัวโตขนาดนี้” แล้วขับรถออกไปเลย
“หนู...หนู...” กนกเรียก พอหอมหันมองก็กวักมือให้ไปหา ถามว่า “เมื่อคืนอยู่ถ่ายละครจนดึกเห็นอะไรเด็ดๆ บ้างไหม” หอมบอกว่าเห็น เห็นซุปตาร์ตัวจริงและดาราอีกมากมาย
กนกถอนใจเฮือกบอกว่าหมายถึงเห็น “อย่างว่า” ไหม หอมถามว่าคืออะไร กนกทำเสียงสยองว่า “ก็ผีไง...”
พอหอมบอกว่าไม่เจอ กนกก็ถอนใจพึมพำว่าสงสัยตัวเองจะเป็นคนเดียวที่มีซิกซ์เซ้นส์
ooooooo
หอมออกจากบ้านกนกเดินมาหน้าบ้านศวัสเห็นประตูรั้วเปิดแล้ว และบุรีกำลังเดินดูต้นไม้อยู่ หอมสวัสดี บุรีเรียกให้เข้าบ้านถามว่ากินอะไรมาหรือยัง หอมบอกว่ากนกเรียกไปทานข้าวต้มแล้ว
บุรีเรียกให้เข้าบ้านก่อน พอหอมขยับจะเดินตามก็ชะงักเมื่อมีไอเย็นจากลมหายใจอีก หอมจ้องไปที่มุมหนึ่งเห็นพุธกันยาใส่เสื้อคอปาดสีฟ้าลายจุดชุดเดิมกำลังเดินอ้อมไปหลังบ้าน บุรีถามว่ามีอะไรหรือ พลันลมเย็นก็หายไป หอมบอกว่าคงเป็นพวก Extra เห็นเดินไปทางหลังบ้านแล้ว
“ลุงเพิ่งเปิดประตูเมื่อกี๊นี้เอง แต่ยังไม่เห็นมีใครเข้ามานะ ไปดูกันก็ได้” บุรีเดินนำหอมไปทางหลังบ้าน ไปถึงก็ไม่เห็นใคร หอมยืนยันว่าตนเห็นจริงๆ “หนูอาจจะตาฝาด เข้าไปข้างในเถอะ” บุรีชวน
แต่พอเข้าไปในห้องรับแขก หอมชะงักมองไปทางบันได บุรีถามว่ามีอะไรหรือ หอมอยู่ในภวังค์ไม่ได้ยิน พอบุรีถามซ้ำอีกที เธอสะดุ้งบอกว่าไม่มีอะไร แล้วเดินตามบุรีไปนั่ง แต่ในความรู้สึกเหมือนดวงตาในรูปมองตามมาด้วย
ooooooo
วันนี้บุรีโทรศัพท์ถามศวัสว่าเลิกงานแล้วไปไหนหรือเปล่า ศวัสบอกว่าไม่ไปไหน บุรีบอกงั้นก็ให้รีบกลับบ้านช่วยดูแลให้ความสะดวกกองถ่ายละคร เพราะตนจะไปงานเลี้ยงเกษียณที่กรม
“ก็ผมบอกคุณพ่อแล้วว่า...”
“แค่นี้แหละ” บุรีตัดบทอย่างเดาได้ว่าศวัสจะบ่นอะไร
เอิงที่ถือว่าตัวเองเป็นหลานวดี ทำงานอย่างไม่ตั้งใจไม่มีวินัยในการทำงานไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น ฝันแต่อยากจะเป็นนางเอก วันนี้ถูกวดีไปลากจากเตียงให้ไปทำงาน
ตกเย็นเอิงเห็นศวัสกลับมาก็มองตะลึง ถามฟ้าว่าใครน่ะ หล่อกว่าพระเอกอีก ฟ้าบอกว่าลูกชายเจ้าของบ้านได้ยินว่าเป็นหมอฟันด้วย เอิงรีบตามไปเรียก แนะนำชื่อตัวเอง บอกว่าเล่นละครเรื่อง “เพลิงนารี” ตอนนี้
ผู้กำกับให้มาชิมลางเป็นเพื่อนนางเอกก่อนแต่เรื่องต่อไปจะให้เป็นนางเอก
ศวัสมองแปลกๆ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับตน ตอบอย่างเสียไม่ได้ว่า “ครับ” แล้วจะเดินไป เอิงยังตามวอแว บอกว่าอยากปรึกษาเรื่องทำฟัน ศวัสมองเหมือนเห็น
ตัวประหลาดแนะนำว่า คงต้องไปโรงพยาบาลกระมัง เพราะตอนนี้นอกเวลาทำงานแล้ว พูดจบก็ขอตัวไปเลย
“สเปก!” เอิงมองตามอย่างหมายมาด บอกฟ้าว่า “เอิงชอบนะ พรุ่งนี้เอิงจะไปหาหมอฟันรูปหล่อคนนี้”
“อ้าว...แล้วคิวถ่ายละครล่ะคะ”
“ยกไปก่อน คุณหมอฟันสำคัญกว่า”
ฟ้าเกาหัวอย่างยุ่งยากใจกับความเอาแต่ใจตัวของเอิง
ooooooo
ศวัสกำลังขึ้นบันได เจอเยาว์ที่เดินสวนลงมาถามว่า
“คุณหนูทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่าเย็นนี้คุณพ่อไม่ทานข้าวบ้าน”
“ครับ...คุณพ่อโทร.บอกแล้ว” ศวัสจะขึ้นต่อ แล้วนึกได้หันบอก “น้าภาเลิกเรียกผมว่า ‘คุณหนู’ ได้แล้ว”
“มันยากค่ะ น้าภาเรียกติดปากมาตั้งแต่คุณหนูเพิ่งเกิด”
ศวัสทำท่าจะพูด แต่แล้วเปลี่ยนใจบอก “ช่างเถอะ” แล้วเดินขึ้นไป เยาวภาที่ศวัสเรียกว่าน้าภาเลี้ยงศวัสมาตั้งแต่เด็ก มองตามด้วยใบหน้าที่เย็นชาแต่เปี่ยมด้วยความรัก
ที่บริเวณหน้าบ้านศวัส ทับทิม เขนและหอม เดินคุยกันจะไปห้องแต่งตัว พลันหอมก็เห็นพุธกันยาเดินเข้าไปในบ้าน หอมชะงักมองลมหายใจมีไอเย็นออกมา ทับทิมกับเขนเดินล่วงไปแล้วสองสามก้าวหันมาเห็นหอมหยุด ทับทิมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขนทักว่าทำหน้าอย่างกับเห็นผี
หอมบอกเขนกับทับทิมให้ไปก่อนเดี๋ยวจะตามไป แล้วเดินแกมวิ่งไปที่ตัวบ้าน เขนถามว่าจะไปไหน หอมตะโกนตอบว่า “ไปตามตัวประกอบ” เขนสงสัยว่าตัวประกอบที่ไหน ทับทิมบอกช่างเถอะ เราไปกินส้มตำกันดีกว่า
หอมกึ่งเดินกึ่งวิ่งพลางร้องเรียกจนเข้าไปในบ้าน เห็นหลังพุธกันยาเดินขึ้นบันไดไปไวๆ ก็เรียกบอกว่าขึ้นข้างบนไม่ได้ แต่พอตามไปถึงบันได ก็ไม่เห็นอะไรแล้ว หอมมองหาบ่นงงๆ “หายไปไหน เร็วจัง”
พอหอมขึ้นถึงชั้นบนสุดก็แทบผงะ เมื่อเจอศวัสยืนกอดอกมองอย่างเอาเรื่อง ถามว่าขึ้นมาทำไม หอมตกใจประหม่าบอกว่าตนเห็นคนบุกรุกขึ้นมาถามว่า “คุณหมอฟันทันตแพทย์เห็นไหมคะ”
“เห็น”
“นั่นไง หนูไม่ได้ตาฝาดจริงๆด้วย แล้วเขาอยู่ที่ไหนคะ”
“ก็อยู่ตรงหน้าฉันนี่ไง”
หอมงง ศวัสบอกว่าก็เธอไง! หอมสะดุ้งชี้แจงว่าผู้หญิงคนนั้นแก่กว่าตน ใส่เสื้อสีฟ้า ศวัสขัดขึ้นทันทีว่าเลิกแก้ตัวเสียที หาว่าหอมจะมาขโมยของ หอมยิ่งชี้แจงศวัสก็ยิ่งหาว่าหอมเป็นผู้ร้ายปากแข็ง พอหอมจะลงไปศวัสก็คว้าแขนไว้ถามว่าจะหนีไปไหนแล้วเรียกแจ่มให้ไปตามผู้กำกับเข้ามาเดี๋ยวนี้เลยตนมีธุระสำคัญ
โค้กเข้ามาบอกศวัสว่าผู้กำกับกำลังยุ่งตนเลยมาแทน ศวัสฟ้องว่าหอมบุกรุกเข้ามาในบ้านอาจมีเจตนาไม่ดี โค้กรับรองว่าหอมไม่ใช่คนอย่างนั้น หอมอัดอั้นจนร้องไห้ชี้แจงว่าตนเห็นคนเดินเข้ามาก็นึกว่าเป็นตัวประกอบจะมาบอกว่าไม่ให้ขึ้นไป
ศวัสยังปักใจเชื่อว่าหอมจะขึ้นไปขโมยของ หอมฮึดขึ้นมาบอกว่า “ในเมื่อคุณปักใจเชื่ออย่างนั้น หนูก็จะไม่เหยียบเข้ามาในบ้านนี้อีกเลย แล้วถ้ายังไม่สะใจ คุณจะแจ้งความจับหนูขังคุกก็ได้”
กลับไปหาเขนกับทับทิมแล้ว หอมกังวล เสียใจ เอามือปิดหน้าร้องไห้บอกว่าตนคงไม่ผ่านวิชานี้แน่เลย
“ใจเย็นๆ พี่จะขอให้คุณเจคช่วย” โค้กปลอบใจ
ooooooo
เมื่อบุรีกลับมารู้เรื่องนี้ เขาเดาได้ว่าที่หอมเห็นนั้นเป็นใคร เตือนศวัสว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เป็นถึงหมอฟันอย่าไปเอาเรื่องเอาราวกับเด็กที่ยังเรียนไม่จบ ไม่อย่างนั้นใครๆเขาจะพูดได้ว่ารังแกเด็ก
ศวัสจะชี้แจงหลายครั้งก็ถูกบุรีสั่งฟังตนให้จบก่อน
“พรุ่งนี้แกต้องบอกทางกองถ่ายว่าอนุญาตให้หนูหอมน้ำกลับมาฝึกงานที่นี่ต่อ แล้วถ้าจะเข้ามาในบ้านก็ได้” ศวัสจะโต้แย้งถูกขัดทันที “แกอายุเท่าไหร่แล้ว อย่าไปเอาเรื่องเอาราวกับเด็กมันเลย” พูดแล้วลุกเดินออกไป
พอกลับเข้าห้อง บุรีไปยืนตรงหน้ารูปพุธกันยาที่แต่งตัวตามที่หอมเห็น ถอนใจยาวรำพึง
“หอมน้ำไม่ได้โกหกหรอกศวัส...” บุรีพูดกับภาพตรงหน้าอย่างตัดพ้อ “คุณยังวนเวียนอยู่ในบ้านนี้ใช่ไหม แล้วทำไมผมถึงไม่เคยเห็นคุณเลย...กัลยา...”
ขณะนั้นเอง พุธกันยาปรากฏตัวขึ้นที่มุมหนึ่ง มองมาที่บุรีเศร้าๆ...
ooooooo










