ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แค้นเสน่หา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฉัตต์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเดินทาง คนที่เหลือจึงนั่งจับกลุ่มคุยรอคอยเวลา ชายเดียวแปลกใจที่มีเพียงพจน์ไปส่งฉัตต์ที่สนามบิน จันทร์อธิบายว่าไม่มีใครอยากไปเพราะกลัวปล่อยโฮ

กว่าครู่ใหญ่ฉัตต์ก็ลงมาและไปคุยกับรุ้ง “อย่าลืมเหลาไม้เรียวไว้ตีตอนฉันกลับมา”

รุ้งรู้ว่าเขาแกล้งเย้า ยื่นกล่องขนมที่เตรียมมาให้ “ขนมทองเอกที่คุณฉัตต์ชอบค่ะ”

ฉัตต์รับมาแล้วสบตานิ่งเหมือนต้องการส่งสารจากใจ แต่แล้วเขาก็ตื่นจากภวังค์ พูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“ขอบใจ...ฉันมีอะไรให้เธอเหมือนกันอยู่ห้องหน้ามุข... ใช้มันบ่อยๆล่ะ” รุ้งไหว้ขอบคุณ ดีใจทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ฉัตต์ก็เขินไม่น้อยแต่พยายามข่มไว้ “แต่ตอนนี้ขออะไรอย่างได้ไหม...เล่นเปียโนให้ฟังสักเพลง ร้องด้วยนะ”

รุ้งถามว่าอยากฟังเพลงอะไร ฉัตต์บอกว่าวางโน้ตไว้บนเปียโนแล้ว เมื่อรุ้งไปยังห้องหน้ามุขก็ตกใจยกมือทาบอก เห็นแกรนด์เปียโนตั้งแทนหลังเก่าที่เคยเล่นตั้งแต่เด็ก เธอลูบไล้มันด้วยความรักก่อนลงมือเล่นเพลงที่ฉัตต์ขอ

“โอ้ละหนอดวงเดือนเอย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย”

ฉัตต์ได้ยินเสียงเพลงก็สะเทือนใจมาก พจน์มาตามให้ออกเดินทาง เด็กหนุ่มจึงไหว้ลาทุกคนรวมทั้งจันทร์ สุดท้ายก็ไปกราบคุณย่า คุณหญิงเพ็งกอดหลานชายแน่นน้ำตาซึมและให้พร ฉัตต์ค่อยๆผละไปที่ประตู ยอดมาดักหน้าจะไหว้ ฉัตต์ยกมือห้ามและฝากฝังให้ดูแลบ้านแทนตน อดีตคนสวนพยักหน้ารับและตามไปส่งที่รถ

รุ้งเล่นเพลงถึงท่อนสุดท้ายพอดีเมื่อได้ยินเสียงสตาร์ตรถ เธอหยุดเล่นรีบวิ่งไปหน้าบ้าน ทันได้สบตาฉัตต์ที่ยืนข้างรถพร้อมกับชายเดียว สองหนุ่มสาวจ้องตากันราวกับถูกมนต์สะกด สุดท้ายฉัตต์ก็เป็นฝ่ายได้สติ เปิดประตูรถและก้าวไปนั่ง รุ้งได้แต่ยืนมองตรงนั้นจนกระทั่งไฟท้ายรถลับสายตา

รุ้งเสียใจมากที่ไม่ได้ลาฉัตต์ เก็บความน้อยใจไว้กับอกไม่ยอมบอกใคร จริมาเห็นเพื่อนรักนั่งเหม่อที่ท่าน้ำในวันรุ่งขึ้นก็พอเดาได้เพราะเห็นเหตุการณ์ตลอด เธอพยายามปลอบใจแต่ไม่ค่อยได้ผล

“อยู่บ้านเดียวกันนะ เกลียดแค่ไหนไปตั้งหลายปีก็ควรจะลา รุ้งอยากลาคุณฉัตต์ ทำไมเขาไม่ให้ลา”

“บางทีนะ...ที่ไม่ยอมให้ลาก็ไม่ใช่เพราะเกลียดก็มี จิตมนุษย์นี่ไซร้ยากแท้หยั่งถึง”

รุ้งคิดตาม นิ่วหน้าเหมือนยังไม่เข้าใจ ตั้งท่าจะถามแต่จริมาเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเสียก่อน

“ไปดีกว่า...เศร้าทำไม เดี๋ยวจดหมายก็มา”

ooooooo

คำพูดของจริมาเป็นจริงในหลายเดือนต่อมา จริมารู้ดีว่าเพื่อนตื่นเต้นแค่ไหนที่ได้จดหมายจากพี่ชายจึงแกล้งกระบิดกระบวนจนรุ้งทนไม่ไหว หยิบกรรไกรขึ้นมาตัดซองเปิดอ่าน จริมาแกล้งโวยวาย รุ้งจึงยื่นให้อ่านก่อน

“ถึงแล้ว...รายงานตัวที่โรงเรียนประจำ นักเรียนเข้ากันได้แต่ชอบขอของกิน ให้บ้างเพราะสงสาร แต่ขนมทองเอกใครอย่ามาขอไม่ให้เด็ดขาด อร่อยชื่นใจ ริมาเป็นไงบ้าง...คุณย่าและทุกคนทางบ้านสบายดีไหม”

จริมาอ่านแล้วเบ้หน้า เซ็งกับสำนวนทื่อๆของพี่ชาย เหลือบไปทางเพื่อนรักเห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จึงคิดแผนให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วยการให้รุ้งเขียนจดหมายตอบ

“ไม่ได้หรอกค่ะ...รุ้งเขียนไม่เป็น คุณฉัตต์รู้เข้าคงโกรธแย่ แล้วในนี้คุณฉัตต์ก็ไม่ได้พูดถึงรุ้งเลย”

“อยู่ไกลขนาดนั้น โกรธก็ทำอะไรไม่ได้หรอก กลัวอะไร...ถือว่าช่วยริมาแล้วกัน”

รุ้งทนเสียงรบเร้าไม่ไหวเลยลงมือเขียนด้วยความประหม่าแต่ก็เต็มใจเพราะคิดถึงฉัตต์ ไม่กี่อึดใจจดหมายก็เสร็จสมบูรณ์ จริมาปรายตามองเพื่อน เห็นยืนกำมือแน่นเหมือนกำลังลุ้นสุดตัวจึงแกล้งอ่านออกเสียงดังๆ

“เทอมนี้น้องทำคะแนนไม่ดี เอ๊ะ...ริมาต้องบอกด้วย หรือ พี่ฉัตต์ต้องรักษาตัวนอนห่มผ้าหนาๆ น้องไม่อยากให้พี่ฉัตต์ไม่สบายเพราะอยู่คนเดียวไม่มีคนดูแล พี่ฉัตต์ต้องเชื่อนะคะ โอ้โฮ...ริมาเป็นห่วงพี่ฉัตต์เอาจริงๆนะเนี่ย”

รุ้งตีหน้าซื่อ พยายามทำท่าทางเป็นปกติอย่างเต็มความสามารถ จริมารู้ทันเลยแกล้งแหย่

“รุ้งเก่งนะเขียนจนลายมือเหมือนริมาเลย แต่เราก็ลายมือคล้ายกันอยู่แล้ว หยิบปากกามาสิ...” จริมาเขียนคำว่ารักลงท้าย “มันต้องยังงี้...รู้ไหมแม่รุ้งกินน้ำ ทุกครั้งต้องเขียนว่ารัก...รักพี่ฉัตต์ รักเท่าฟ้า ยังไงก็ได้...แต่อย่าลืม”

รุ้งเขินอายหน้าแดงเป็นลูกตำลึง จริมาหัวเราะชอบใจเสียงดัง มีความสุขที่ได้ล้อเพื่อนรัก

คุณชายศักดินามาหารุ้งวันเดียวกันนั้น จริมาจึงแยกไปดูพจน์แต่ต้องตกใจแทบแย่เมื่อเห็นพ่อไอออกมาเป็นเลือด ทุกคนในบ้านวุ่นวายมากเพราะต้องพาผู้พิพากษาใหญ่ไปโรงพยาบาล ชายเดียวขอไปด้วยแต่จริมาให้กลับไปก่อน เด็กหนุ่มขัดใจแต่ไม่มีทางเลือก ได้แต่จูงจักรยานกลับวังด้วยความน้อยใจ

ฟากวังรังสิยาก็ปั่นป่วนไม่แพ้กันเพราะท่านหญิงประชวรหนัก เมื่อชายเดียวกลับมาถึงจึงตามผ่องไปดูพระอาการ ผีเฟืองปรากฏตัวให้เห็นลางๆระหว่างทาง คุณชายเอะใจเล็กน้อยแต่เป็นห่วงท่านแม่มากกว่า ท่านหญิงน้อยพระทัยลูกชายที่อยู่ไม่ติดบ้าน และเคืองหนักเมื่อเขาบอกว่าไปบ้านปัณณธรเพื่อเยี่ยมรุ้งกับจริมา

“เพื่อนก็ไปเมืองนอกแล้ว ยังเทียวไล้เทียวขื่ออยู่นั่น...ชอบเด็กผู้หญิงคนไหนล่ะ หรือว่าติดใจแม่ของเด็กนั่น...ทำไม...เขาทำอาหารอร่อย ทำขนมที่ชายชอบหรือว่าเขาเอาอกเอาใจชาย”

ชายเดียวงงกับท่าทีแข็งกร้าว มองมาด้วยสายตาพิศวงจนท่านหญิงเริ่มรู้สึกตัวว่าพาลพาโล โบกมือไล่ลูกชายและพลิกองค์ลงนอน เมื่อเขาออกไปแล้ว ท่านหญิงก็สะอื้นไห้อย่างสุดกลั้น หนักใจที่ลูกชายชอบไปบ้านปัณณธร คิดเอาเองว่าเขาอาจมีสายใยกับจันทร์เพราะเป็นแม่ลูกกัน ผีเฟืองปรากฏร่างหมอบกราบหน้าเตียงเหมือนเคย

“หม่อมฉันทูลแล้วว่าไม่ใช่...เขาตายไปแล้ว หม่อมฉันให้ไอ้ยอดมันเอาศพไปโยนทิ้งกลางแม่น้ำ ตัวมันก็ตายด้วยเพราะหม่อมฉันให้เจาะเรือ มันไม่รอดทั้งนายและบ่าว ต่อไปนี้ก็อย่าทรงวิตกเรื่องนี้อีกเพราะจะประชวร”

ท่านหญิงยังกรรแสง ผีเฟืองปลอบใจและทำท่าบอกไม่ให้พูดอะไรอีก  ขณะเดียวกันที่หน้าห้องท่านหญิง... ชายเดียวเอาหูแนบประตูเพราะสงสัยบางอย่าง ผ่องพยายามบอกให้กลับห้องแต่คุณชายยืนยันจะขอฟังให้หายคาใจ ผ่องจึงเปลี่ยนไปถามเรื่องเรียนต่อ คุณชายจะไม่ไปเพราะเป็นห่วงท่านแม่  แม้แม่นมจะกล่อมแค่ไหนก็ไม่ได้ผล

ooooooo

พจน์ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะอาการไม่ค่อยดี จริมาร้องไห้คร่ำครวญไม่ยอมกลับบ้าน ยืนยันหนักแน่นจะอยู่เฝ้าพ่อด้วยตัวเอง พจน์ขอร้องให้กลับบ้านแต่เด็กสาวยังดื้อจนรุ้งต้องลากออกจากห้อง จริมาขืนตัวไว้แล้วถามว่าทำไมถึงอยู่เฝ้าไม่ได้ รุ้งรู้ดีว่าเพื่อนรักใจเสียแต่ไม่อยากให้ขัดคำสั่งพจน์

“คุณพ่อก็ต้องพูดอย่างนั้นเพราะเป็นห่วงเรา แต่เราต้องเป็นห่วงคุณพ่อมากกว่าสิ”

“แต่เราอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์”

“พูดบ้าๆรุ้ง...ริมาหรือไม่มีประโยชน์กับคุณพ่อ ทำไม...ต้องแม่เธอคนเดียวหรือ”

รุ้งโกรธมาก จริมาเริ่มรู้สึกตัวจึงตามไปง้อพร้อมสะอื้นไห้สุดแรง ขนาดรุ้งที่โกรธอยู่ยังอดสงสารไม่ได้

“ริมาอยากเป็นอย่างรุ้ง ใครดูว่าอ่อนหวานแต่ข้างในแข็ง กล้าคิดไปเรียนพยาบาล แต่ริมาคงกลัว...แค่ต้องหยิบเข็มมาฉีดยาก็อาจสลบแล้ว ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรแล้วจริมาจะเหลือใคร คุณย่าก็แก่มากแล้ว รุ้งอย่าโกรธจริมาเลยนะ”

รุ้งกระชับอ้อมแขน สัญญาจะอยู่ข้างๆและไม่ว่ากล่าวอะไรอีก จริมาตื้นตันใจ กอดกับเพื่อนพักใหญ่จึงกลับบ้าน

ข่าวเรื่องคุณชายศักดินาจะไม่ยอมไปเรียนต่อเมืองนอกแพร่สะพัดจนกลายเป็นหัวข้อสนทนาของบ่าวไพร่ในวัง ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสหนักใจมากเพราะไม่อยากให้ลูกชายขัดคำสั่งพินัยกรรมของท่านพ่อ

“ชายพูดไปท่านแม่ก็คัดค้าน ชายไม่อยากพูดแต่จะทูลว่าเป็นเหตุผลที่สมควรอย่างยิ่ง”

“จะเรียนหมอในเมืองไทยเพราะเป็นห่วงแม่ใช่หรือไม่”

“ชายจะทำอะไรไม่เคยเลยที่ท่านแม่จะไม่ทรงทราบ ใช่ค่ะ...ชายเป็นห่วงท่านแม่”

“แม่ขอบใจแต่แม่ยังไม่เป็นอะไรช่วงที่ชายไปเรียนหรอก แม่ยังไม่แก่ปานนั้น ไปเรียนเสียก่อนเถอะลูกชายเรียนจบกลับมาตอนนั้นแม่ก็กำลังพร้อมให้ชายดูแลพอดี”

“ชายไม่คอยถึงตอนนั้นหรอกค่ะ ชายจะดูแลท่านแม่ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ถ้าปล่อยไปอาจไม่ทันการณ์ก็ได้”

ท่านหญิงถอนใจยาวเหนื่อยใจจะกล่อม ได้แต่ปรามเสียงอ่อนไม่อยากให้ลูกดื้อกับเธอ

“ถึงจะพูดกันอีกสามวันเจ็ดวัน ชายก็ต้องปฏิบัติตามพินัยกรรมท่านพ่อ เราอย่าเถียงกันให้เหนื่อยเลย”

ท่านหญิงยืนกรานความต้องการของท่านชายและสั่งให้เขาเตรียมตัว ชายเดียวคุกเข่านิ่ง ไม่ยอมพูดหรือตอบรับเรื่องใดๆ และทูลลาเมื่อถึงเวลาพักผ่อน ท่านหญิงนอนพักสักครู่แล้วอดเปรยกับผีบ่าวคนสนิทไม่ได้

“จะให้ฉันทำยังไงดีเฟือง ฉันเหนื่อยจริงๆ อะไรนะ... เฟืองว่าอะไรนะ ชายเดียวรักผู้หญิง...แน่ใจหรือ”

ผีเฟืองเงยหน้าแล้วเหยียดยิ้ม ท่านหญิงแทบลมจับ อยากรู้เป็นกำลังว่าผู้หญิงคนไหนที่ลูกชายหลงรัก

ooooooo

จันทร์โทร.บอกให้ยอดมาเฝ้าพจน์ที่โรงพยาบาลเพราะเธอเป็นผู้หญิงเฝ้าตามลำพังไม่ได้ ผู้พิพากษาใหญ่ถือโอกาสถามหมอเรื่องระยะเวลาที่เหลือ เมื่อได้ยินว่าไม่เกินหนึ่งปีจันทร์ก็แทบยืนไม่ไหว พจน์ต้องเรียกมาปลอบใจ ยอดจะออกไปรอข้างนอกแต่พจน์ให้อยู่ก่อนเพราะมีเรื่องจะฝาก

“เวลาฉันมีเท่านั้น ฉันฝากบ้านไว้กับแก ที่บ้านไม่มีผู้ชาย ถ้าแกไม่ต้องไปไหน ฉันขอให้แกอยู่ที่บ้านตลอดไป”

ยอดก้มลงกราบที่ริมเตียง ทำท่าใบ้เหมือนยืนยันว่าจะอยู่บ้านปัณณธรตลอดไป

“จันทร์...อย่าทำให้ทุกคนตกใจ น้องต้องเข้มแข็งเพราะพี่ฝากความหวังทุกอย่างไว้ที่น้อง”

“คุณพี่คือร่มโพธิ์ร่มไทรของเราทุกคน ทำไมถึงต้องตาย”

“น้องต้องอยู่เป็นหลักให้บ้าน ลูกพี่อายุยังน้อยต้องการคนชี้นำซึ่งน้องเหมาะสมที่สุด พี่จะได้นอนตายตาหลับ”

จันทร์น้ำตาซึม หนักใจแต่คงขัดไม่ได้ ยอดยืนก้ม หน้าไม่ห่าง...เห็นใจอดีตหม่อมที่ต้องเจอเรื่องลำบากใจ

พจน์ได้ออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา กำชับจันทร์กับยอดให้เก็บเรื่องเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงปีเป็นความลับเพราะไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจ คุณหญิงเพ็งหยิบขวดน้ำมนต์มารดหัวลูกชาย อวยพรให้อายุมั่นขวัญยืนอยู่กับทุกคนไปนานๆ จันทร์ได้แต่กลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นด้วยความยากลำบาก...สงสารทุกคนที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

ฝ่ายผ่องวิตกที่ชายเดียวสงสัยเรื่องผีเฟือง แม้ยังไม่รู้ว่าเป็นใครและมีที่มาจากไหนแต่ท่าทางและคำถามหลายอย่างของราชนิกุลหนุ่มน้อยทำให้แม่นมเก่าแก่เป็นกังวล ท่านหญิงซาบซึ้งใจที่ข้าเก่าเต่าเลี้ยงเป็นห่วง รับปากจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เมื่อผ่องออกไปแล้ว ผีเฟืองก็ปรากฏร่างลางๆและบอกให้ท่านหญิงเสด็จบ้านปัณณธร

“คุณชายไม่ยอมไปเรียนเพราะชอบผู้หญิงบ้านนั้น หม่อมฉันจะแสดงให้เห็นว่าชอบคนไหน”

ท่านหญิงนิ่งไปนิดเหมือนโดนสะกด พยักหน้ารับช้าๆเมื่อผีบ่าวคนสนิทบอกให้ไปนำตัวรุ้งมาเป็นคนแรก

ท่านหญิงเสด็จไปบ้านปัณณธรวันต่อมาพร้อมชายเดียว จันทร์ออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม ท่านหญิงมุ่งสู่ประเด็นสำคัญว่าต้องการตัวรุ้งไปช่วยสอนทำขนมที่วังเพราะทราบว่าชายเดียวติดใจจนต้องมารบกวนบ่อยๆ อดีตหม่อมมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าท่านหญิงจะมาไม้ไหนแต่ไม่อาจขัดรับสั่งได้ จำใจอนุญาตให้ลูกสาวไปที่วังในวันรุ่งขึ้น

ชายเดียวอาสาพารุ้งไปหาสาลี่ถึงโรงครัวของวังรังสิยา แม่ครัวใหญ่เอ็นดูสาวน้อยหน้าหวานเป็นพิเศษเพราะกิริยาอ่อนน้อมถ่อมตนและไม่ถือตัว ตั้งท่าซักถามว่าขนมอะไรที่คุณชายติดใจนักหนา รุ้งตอบทันทีว่าขนมบุหลันดั้นเมฆ สาลี่ถึงกับสะดุ้งแล้วหันไปมองหน้าสาวน้อยทึ่งๆ

“บุหลันดั้นเมฆ...ยังจะมีใครทำเป็นอีกหรือ ขนมโบร่ำโบราณขนาดนั้น”

รุ้งยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงคนสอน แม่ของเธอเป็นคนทำขนมเก่งที่หาตัวจับได้ยาก สาลี่สังหรณ์ใจบางอย่าง

“แม่ของหนูชื่อบุหลันใช่ไหม”

“ไม่ใช่ค่ะ...แม่ของรุ้งชื่อจันทร์ค่ะ”

เมื่อตกลงกันเรื่องรายการอาหารและขนมกันเรียบร้อย สาลี่ก็ออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาด ชายเดียวเลยถือโอกาสพารุ้งไปเดินเล่นรอบวัง ผีเฟืองเฝ้ารออยู่แล้ว แอบสะกดจิตเด็กสาวและสั่งให้ไปที่เรือนข้าหลวงเก่าริมน้ำ ชายเดียวมัวแต่ระวังข้างทางเลยไม่ทันสังเกตว่ารุ้งเดินถึงหน้าประตูเรือนและกำลังจะเข้าไป

“ในที่สุด...วันที่ข้ารอคอยก็มาถึง ในที่สุดเอ็งก็มาหาข้าจนได้”

รุ้งตาเบิกโพลงเหมือนคนไม่มีสติ เสียงหัวเราะบาดหูลอยมาตามลมทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวพยายามขัดขืนแต่เหมือนมีพลังมืดจากไหนไม่รู้คอยดึงให้เธอเข้าไปข้างใน

“มา...เข้ามานังตัวมาร...มารเหมือนแม่เอ็ง”

ชายเดียวตามมารั้งไว้ทัน ผีเฟืองโกรธมากแต่ทำอะไรไม่ได้ ส่วนรุ้งก็หน้ามืดเป็นลมตรงหน้าเรือนนั่นเอง!

ชายเดียวตวัดร่างสาวน้อยไว้ในอ้อมแขนแล้ววิ่งไปที่ตำหนัก ร้อนใจมากเมื่อเห็นรุ้งยังไม่ได้สติ คุณหญิงทอแสงรัศมีมาหาที่วังพอดี ปรี่เข้าขวางและทำท่าขัดใจเมื่อเห็นพี่ชายคนสำคัญเป็นห่วงผู้หญิงคนอื่นมากกว่า

“รู้หรือเปล่าว่ามันน่ะมารยา เล่นละครจนเคยตัว มันทำยังไงเข้าล่ะถึงต้องอุ้มกันมาอย่างนี้”

ชายเดียวไม่พอใจที่ญาติสาวพูดจาดูถูกรุ้งแต่ไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียง ได้แต่สั่งเสียงเข้มให้หลีกทาง คุณหญิงไม่ยอม ทำกร่างขวางทางจึงโดนเขาดันจนล้มไปนั่งกับพื้น

ท่านหญิงตกใจมากเมื่อเห็นสภาพรุ้ง ร้องเรียกผ่องให้มาช่วยปฐมพยาบาล ชายเดียวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่เพื่อนสาวหายตัวไปแล้วจู่ๆก็ปรากฏตัวที่หน้าเรือนข้าหลวงเก่า ท่านหญิงหน้าซีดรับสั่งเสียงดัง

“แล้วไปทำไม...มันไม่ใช่ที่ที่ควรจะพาแขกไปดู งูเงี้ยวเขี้ยวขอมีออกมากมาย”

“แต่รุ้งไม่ได้เจอสัตว์ร้าย เขาขึ้นไปบนเรือนไปยืนหน้าห้องที่มีไม้ตอกเอาไว้และรุ้งก็ทำท่าเหมือนพูดกับใครไม่รู้”

ผ่องสะดุ้ง มั่นใจมากว่าเป็นฝีมือผีเฟือง ท่านหญิงก็คิดเช่นกันแต่ต้องกลบเกลื่อนไม่ให้ลูกชายสงสัย จังหวะเดียวกัน...คุณหญิงทอแสงที่พยุงตัวเองมาอย่างทุลักทุเล ทูลฟ้องท่านป้าว่าถูกชายเดียวผลักและพูดจาด้วยอย่างเย็นชา

“ก็หญิงทำไมจิกหัวเรียกคนอื่น เขาก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่เหมือนกัน หญิงทำถูกหรือ ไม่คิดดูให้ดี”

“ท่านป้าขา...ทรงได้ยินแล้วนะคะ พี่ชายเดียวปากจัดแค่ไหน หญิงแตะต้องรุ้งเป็นไม่ได้ ป้องกันกันดีนัก”

คุณหญิงจะฟ้องต่อแล้วชะงัก เมื่อทุกคนหันไปสนใจรุ้งที่เพิ่งฟื้น ทิ้งให้เธอฮึดฮัดอยู่คนเดียว

ooooooo

แม้ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสจะกลุ้มเรื่องชายเดียวกับรุ้งมากแค่ไหนก็คงไม่เท่าคุณหญิงทอแสงรัศมีราชนิกุลสาวกลับเข้าวังด้วยอารมณ์ขุ่นมัวจนใครก็แทบเข้าหน้าไม่ติด ท่านหญิงปั้นพี่สาวท่านชายวรจักรมาเยี่ยมพอดี ได้ยินเรื่องราวและเห็นท่าทางของหลานสาวก็อดเคืองไม่ได้ เพราะถึงแม้เธอจะเป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่แต่ก็ไม่นิยมดูถูกคนฐานะต่ำกว่า

“ได้ยินเธอพูดจิกหัวคนแบบนั้น เธอคิดว่าเป็นใคร สูงแค่ไหนถึงเหยียดหยามเหมือนเขาอยู่ใต้ฝ่าเท้าเธอ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีหน้าเจื่อน ท่านหญิงปั้นเลยหันไปทางน้องชาย

“สั่งสอนลูกเสียมั่งชายวรจักร หญิงอัปสรา ที่ที่เราเกิดมาไม่ได้ทำให้เราสูงกว่าคนอื่นหรอกก็คนเท่าๆ กันแหละ”

ท่านหญิงปั้นเสด็จออกไปแล้ว ท่านชายวรจักรกับท่านหญิงเล็กหน้าม้าน มองกันไปมาเครียดๆ ไม่ต่างจากคุณหญิงทอแสงรัศมีที่หงุดหงิด โกรธที่ถูกดุไม่ไว้หน้า...วันนี้ช่างไม่ใช่วันของเธอจริงๆ!

ฟากบ้านปัณณธรก็อดเป็นห่วงรุ้งไม่ได้ โดยเฉพาะคุณหญิงเพ็งที่ได้ฟังเรื่องราวของท่านหญิงแขไขเจิดจรัสมามาก ไม่สบายใจเลยที่ต้องปล่อยหลานสาวไปตามลำพัง

“ได้ยินว่าเด็จมานี่ทีไรก็มีอารมณ์เรื่อยๆหรือจันทร์ แม่ได้ยินริมาบ่นบ่อยๆ มันก็แปลกดี...ลูกชายมาวิ่งเล่นบ้านนี้ ทำไมถึงไม่เกรงใจเรา ริมาบอกว่าเป็นเฉพาะ กับลูกด้วยใช่ไหมจันทร์”

จันทร์นิ่งไปเพราะไม่รู้จะพูดยังไง คุณหญิงเพ็งนึกถึงเรื่องในอดีตแล้วเปรยให้ฟังเสียงอ่อน

“ตอนท่านเสกกับท่านชายลือลั่นกันว่าเหมือนกิ่งทองใบหยก ต่อมาก็ได้ยินว่าท่านชายทรงมีหม่อมเสียแล้ว ก็คงเพราะพระนิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนี้ล่ะ”

ขณะเดียวกันที่วังรังสิยา...ท่านหญิงกระวนกระวายใจเรื่องรุ้ง เก็บองค์แต่ในห้องเพื่อระงับอารมณ์แต่ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว ตะโกนเรียกผีบ่าวคนสนิทมาพูดกันให้รู้เรื่อง ผีเฟืองจะหนีหน้า ท่านหญิงรู้ทันจึงรีบดักคอ

“ถ้าไป...ก็ไม่ต้องกลับมาอีกเลยไปให้พ้นถึงกลับมาฉันก็จะไม่พูดด้วย เราอยู่กันคนละโลกก็ให้ขาดกันไป”

ผีเฟืองกลัวท่านหญิงกริ้วหนักเลยเข้ามาหมอบกราบตรงหน้าเหมือนเคย

“ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทำกับเขาแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเขาเป็นอะไรไปใครเดือดร้อน มีความคิดบ้างไหม”

“มันทำเสน่ห์เล่ห์กล คุณชายไม่ยอมไปเรียนต่อเพราะมัน ท่านหญิงไม่สบายทัยบังคับคุณชายไม่ได้ เดี๋ยวท่านชายก็มาพิโรธท่านหญิงของหม่อมฉัน”

“ท่านชายเด็จไปสวรรค์แล้ว ไม่เหมือนเอ็งหรอกนังเฟือง ไปไหนไม่ได้เพราะจิตอาฆาตพยาบาท เป็นสัมภเวสีเร่ร่อนคอยรังควาญผู้คนอย่างนี้ หลอกหลอนคนในบ้านจนเขาระอา นี่ยังไปหลอกคนนอกบ้าน เอ็งทำร้ายเขาแล้วเห็นแก่หน้าข้ากับคุณชายบ้างไหม เขาตายที่นี่จะเป็นยังไง”

ผี​เฟือง​จะ​เถียง​ว่า​รุ้ง​เป็น​มาร​ทำให้​ชาย​เดียว​กล้า​ขัด​คำสั่ง ท่านหญิง​เหลืออด ตะโกน​ให้​หยุด​และ​ห้าม​ขาด

“เอ็ง​ทำ​อะไร​เขา​ไม่ได้...อย่า​ทำ​เป็นอันขาด ถ้าไม่​เชื่อ​เอ็ง​ก็​ไม่​ต้อง​อยู่​วัง​นี้​อีก​ต่อ​ไป ข้า​จะ​ไป​หา​คน​มา​ขับไล่เอ็ง”

ผี​เฟือง​น้ำตา​นอง​หน้า ปล่อย​สะอื้น​มา​ตามลมและ​ค่อยๆสลาย​ร่าง ท่านหญิง​ถอน​ใจ​หนักหน่วง ผ่อนท่าทีลงมาก ​แต่​ไม่สบาย​ใจ​แม้แต่​น้อย สังหรณ์​ว่า​ผี​บ่าว​คนสนิท​คงไม่หยุด ​แค่​นี้ ขณะ​เดียวกัน​ที่​หน้า​ห้อง...ผ่อง​แอบ​ได้ยิน​ทุกอย่าง​เพราะ​ถือ​ถาด​ยามา​ให้​ท่านหญิง กลัว​แต่​ยัง​ทำใจ​ดี​สู้​เสือ​นิ่ง​ฟัง แต่​ก็​ทน​เก็บ​ความ​ข้องใจ​ไม่​ไหว​ไป​เล่า​ให้​สาลี่​ฟัง

“พี่​เฟือง​เขา​จงรักภักดี​ท่านหญิง คน​ซื่อสัตย์​อย่างนี้​หา​ยาก​นะ​พี่​สาลี่”

“ซื่อสัตย์​กับ​เจ้านาย​น่ะ​ดี แต่​ซื่อสัตย์​จน​ฆ่า​คน​อื่น​แบบ​นี้ แก​ว่า​ดี​หรือ​ผ่อง ถ้า​มัน​ดี​จริง...มัน​จะ​ตก​นรก เร่ร่อน​เป็น​ผี​เที่ยว​ขอ​ส่วน​บุญ​อย่าง​นี้​หรือ”

ผ่อง​เถียง​ไม่​ออก ได้​แต่​เตือน​สาลี่​ให้​ระวัง​ปาก​เพราะ​กลัว​ผี​เฟือง​มา​เอา​คืน​เหมือน​ครั้ง​ที่​แล้ว แม่​ครัวใหญ่​ไม่​กลัว​เพราะ​ชิน​แล้ว เชื่อ​มั่น​ว่า​ถ้า​จิต​นิ่ง​เสีย​อย่าง​ผี​คง​ทำ​อะไร​ไม่ได้

ooooooo

สน​ขับ​รถ​มา​ส่ง​รุ้ง​เย็น​วัน​เดียวกัน ชาย​เดียว​นั่ง​มา​เป็น​เพื่อน เห็นใจ​เธอ​มาก​ที่​ตกใจ​ไม่​หาย รุ้ง​ถอน​ใจ​เบาๆและ​บอก​ว่า​จะ​ไม่​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​แม่​และ​ทุก​คนใน​บ้าน​เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​ไม่สบาย​ใจ ชาย​เดียว​ตัดสินใจ​ถาม​ว่า​เธอ​เห็น​อะไร​กัน​แน่ แต่​ไม่ได้​เรื่อง​มาก​นัก​เพราะ​เด็ก​สาว​ปฏิเสธ​ว่า​ไม่​เห็น​อะไร​เลย

เมื่อ​กลับ​ถึง​บ้าน รุ้ง​ก็​ยิ้ม​น้อยๆบอก​ว่า​ท่านหญิงรับสั่ง​ดี​ด้วย​ทุก​อย่าง​และ​มี​เมตตา​มาก จ​ริ​มา​ที่นั่ง​ฟัง​อยู่​ด้วย​ไม่​อยาก​เชื่อ​เพราะ​ไม่​ไว้ใจ​ท่าทาง​เหมือน​มอง​ไม่เห็น​หัวใคร​ของ​ท่านหญิง เช่น​เดียว​กับ​จันทร์​แต่​ด้วย​เหตุผล​ที่​ต่างกัน รุ้ง​จึง​รับปาก​ทั้ง​สอง​ว่า​จะ​ไม่​ไป​วัง​รัง​สิ​ยา​อีก​ถ้า​ไม่​จำเป็น

สอง​สาว​ยัง​คุย​กัน​ต่อ​อีก​ครู่​ใหญ่ สารภี​จึง​เข้า​มาตาม​ไป​หา​พจน์ สอง​สาว​เข้าไป​นั่ง​เรียบร้อย​พร้อม​กับ​คุณหญิง​เพ็ง​และ​จันทร์​ที่มา​เป็น​พยาน ผู้พิพากษา​ใหญ่​เริ่ม​เตือน​ให้​จ​ริ​มา​เตรียมตัว​เพราะ​ใกล้​สอบ​เทอม​สุดท้าย​และ​ต้อง​ไป​เรียน​ต่อ​ต่าง​ประเทศ​ใน​อีก​ไม่​กี่​เดือน​ถัด​มา จ​ริ​มา​โอด​เพราะ​ไม่​อยาก​ทิ้ง​พ่อ​ไป​ไกล

“ถ้า​เกิด​คุณ​พ่อ​ไม่สบาย​หรือ​ใคร​เป็น​อะไร”

“ก็​ไม่​ต้อง​กลับ ไม่​จำเป็น ทาง​นี้​ดูแล​กัน​ได้” จริมา​จะ​เถียง​แต่​พจน์​ยกมือ​ห้าม “ริ​มา​โต​แล้ว คิด​อย่าง​มี​เหตุผล​นะ ขอ​ให้​ตั้งใจ​มุ่ง​มั่น​ทำ​หน้าที่​ของ​ตัว​ให้​ดี ทำไม​พ่อ​จะ​ไม่​อยาก​ให้​ริ​มาก​ลับ​ใน​เวลา​ที่​พ่อ​เจ็บ​หรือ​ตาย”

จ​ริ​มา​กัดฟัน​แน่น​แต่​ใน​ที่สุด​ก็​ทน​ไม่​ไหว สะอื้นฮัก​จน​น่า​สงสาร คุณหญิง​เพ็ง​ทน​ไม่​ไหว​ถลา​ไป​กอด​ปลอบ

“ลูก​สาว​ผู้พิพากษา​หรือ​นี่ ความ​มี​เหตุผล​หาย​ไป​ไหน คิด​ว่า​พ่อ​อยาก​ออก​คำสั่ง​ทำร้าย​จิตใจ​เรา​ทุก​คนงั้นหรือ”

จ​ริ​มา​ยิ่ง​ร้องไห้​หนัก​ขึ้น รุ้ง​จึง​เข้าไป​รับ​ช่วง​ต่อ โยก​ตัว​เพื่อน​รัก​ไป​มา​เหมือน​กล่อม​แต่​ไม่ได้​ผล พจน์​จึง​ต้อง​พยายาม​ใหม่

“ถ้า​กลับ​มา ริ​มา​จะ​ไม่​มี​วัน​กลับ​ไป ถึง​เวลา​นั้น​ริมา ​จะ​ไม่​คิดถึง​เรื่อง​เรียน พ่อ​อยาก​ให้​ริ​มา​กับ​ฉัตต์​เรียนให้จบ”

จ​ริ​มา​ปาด​น้ำตา​ป้อ​ยๆ คุณหญิง​เพ็ง​หัน​ไป​ถามรุ้ง​เรื่อง​เรียน​บ้าง และ​ยัง​อยาก​ให้​เปลี่ยนใจ​ไป​เรียน​มหาวิทยาลัย

“รุ้ง​จะ​เรียน​พยาบาล​ค่ะ รุ้ง​ไม่​เปลี่ยนใจ”

ทุก​คนใน​บ้าน​รู้​เหตุผล​ดี ได้​แต่​มอง​หน้า​กัน​น้ำตา​คลอ เชื่อ​ว่า​จะ​ผ่าน​ช่วง​เวลา​นี้​ไป​ได้​ด้วย​ดี

คุณหญิง​เพ็ง​พา​สอง​สาว​ไป​ข้าง​นอก ทิ้ง​จันทร์​ให้​นั่ง​คุย​กับ​พจน์​ตามลำพัง จ​ริ​มายัง​รีรอ​แอบ​ฟัง​หน้า​ประตู ใจไม่ดี​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​พ่อ​และ​น้า​สาว​ที่​พร่ำ​บอก​ว่า​ไม่​อาจ​ทำใจ​แข็ง​ใจ​เพราะ​สงสาร​จ​ริ​มา​กับ​ฉัตต์

“พี่​ให้​เขา​เห็น​พี่​ตาย​ไม่ได้ ริ​มา​ไม่​เข้มแข็ง​เหมือนรุ้ง ถึง​พี่​ตาย​ก็​ไม่​ต้อง​บอก​จนกว่า​จะ​เรียน​จบ”

“คุณ​ฉัตต์​กับ​คุณ​ริ​มา​จะ​ไม่​รู้​หรือ​คะ ถ้า​ไม่​มี​จดหมาย​ของ​คุณ​พี่​เขียน​ส่ง​ไป”

“พี่​หา​ทาง​แก้​ไว้​แล้ว น้อง​ไม่​ต้อง​ห่วง สองคนจะ​ไม่​รู้​แน่”

สอง​พี่น้อง​ต่าง​สายเลือด​มอง​ตา​กัน​ด้วย​ความเข้าใจ ไม่​รู้​เลย​ว่า​จ​ริ​มา​กลั้น​สะอื้น​แทบ​ตาย​แล้ว​ค่อยๆถอย​จาก​ตรง​นั้น​กลับ​ห้อง

ooooooo

พจน์​เริ่ม​ต้น​เขียน​จดหมาย​กอง​ใหญ่​ใน​คืน​นั้น จันทร์​ได้​แต่​เอา​ของว่าง​และ​เครื่อง​ดื่ม​มา​ให้ ฝ่าย​จริมา​ก็​เข้าไป​นอน​น้ำตา​ซึม​ใน​ห้อง​รุ้ง ฝากฝัง​พ่อ​และ​ย่ากับ​เพื่อน​รัก​ระหว่าง​ที่​เธอ​ไป​เรียน​ต่อ รุ้ง​รับปาก​ดิบดี โอบกอด​เพื่อน​ด้วย​ความ​รัก​และ​สงสาร เห็นใจ​ไม่น้อย​ที่​ต้อง​มา​เจอ​เรื่อง​เช่น​นี้

จ​ริ​มา​ทน​เก็บ​ความ​อึดอัด​ใจ​ไม่​ไหว ปรับทุกข์​กับ​รุ้ง​เรื่อง​ที่​แอบ​ได้ยิน​พ่อ​คุย​กับ​น้า​จันทร์​เรื่อง​ป่วย​หนัก สองสาว​ปรึกษา​กัน​แล้ว​ก็​ตัดสินใจ​คุย​กับ​จันทร์ใน​เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น อดีต​หม่อม​ตกใจ​หน้าซีด หัน​ขวับ​ไป​ทาง​รุ้ง​เพราะ​คิด​ว่า​ลูก​สาว​เป็น​คน​บอก จ​ริ​มา​รีบ​โบก​มือ​ห้าม​แล้วแก้ตัวแทน

“ริ​มา​เป็น​คน​บอก​เอง เขา​เป็น​คน​บอก​ให้​ริ​มา​พูด​กับ​น้า​จันทร์​ตรงๆ ริ​มา​รู้​ว่า​คุณ​พ่อ​ไม่​ให้​บอก...ทำไม​คะ”

“คุณ​พจน์​ไม่​อยาก​ให้​คุณ​ริ​มา​เห็น​คุณ​พ่อ​ไม่สบาย”

“คุณ​พ่อ​เป็น​พ่อ...ริ​มา​เห็น​ได้​ไม่​ว่า​คุณ​พ่อ​จะ​เป็น​ยัง​ไง มัน​ทรมาน​มาก​นัก​หรือ”

“ท่าน​กลัว​คุณ​ริ​มา​ขวัญ​เสีย​ไม่​ยอม​เรียน​ต่อ”

“แต่​ตอน​นี้​ริ​มา​เสียใจ​มาก คุณ​พ่อ​ไม่​ให้​บอกพี่ฉัตต์​กับ​ริ​มา มัน​ไม่​ยุติธรรม​เลย เรา​เป็น​ลูก​มา​กีดกัน​เราได้ยังไง”

จันทร์​นิ่ง​อึ้ง รุ้ง​ตัดสินใจ​ถาม​เพื่อน​ตรงๆว่า​จะ​ไป​เรียน​ต่อ​หรือ​ไม่ จ​ริ​มา​ปาด​น้ำตา​และ​ตัดใจ​บอก

“ริ​มา​จะ​ไป...จะ​ไม่​ทำให้​คุณ​พ่อ​เสียใจ แต่​น้า​จันทร์​ต้อง​มี​ข้อ​แลกเปลี่ยน...น้า​จันทร์​ต้อง​ซื้อ​ตั๋ว​เรือบิน​ให้​ริ​มาก​ลับ​มา​ดูใจ​คุณ​พ่อ ถ้า​ไม่​สัญญา...ริ​มา​ก็​ไม่​ไป”

จันทร์​กับ​รุ้ง​ถึง​กับ​มอง​หน้า​กัน​เครียดๆ ไม่​คิด​ว่า​จ​ริ​มา​จะ​ใจเด็ด​ขนาด​นี้...แล้ว​แบบ​นี้​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี

จ​ริ​มา​ขอ​แยก​ไป​คิด​อะไร​ตามลำพัง ใน​ขณะ​ที่​รุ้ง​เข้า​ครัว​ไป​ช่วย​แม่​ทำ​ขนม เห็น​ขนม​บุหลัน​ดั้นเมฆ​ก็​คิดถึง​ชาย​เดียว​เพราะ​เกิด​เรื่อง​ครั้ง​ก่อน​เธอ​เลย​ไม่ได้​ทำให้ทาน เด็ก​สาว​จะ​วาน​ให้​แนบ​นำ​ไป​ให้​ที่​วัง จันทร์​เริ่ม​ใจไม่ดี​เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​พี่น้อง​ชอบ​กันเอง แต่​เลือก​ไม่​แสดงออก​มาก​เพราะ​ไม่​อยาก​ให้​ลูก​สาว​สงสัย

เวลา​เดียวกัน​ที่​หน้า​บ้าน​ปัณณธร...​ชาย​เดียว​ปั่น​จักรยาน​มา​ถึง เห็น​จ​ริ​มา​ถีบ​จักรยาน​ไป​อีก​ทาง​เลยตาม​ไป​ห่างๆ สอง​หนุ่ม​สาว​ไป​เจอ​กัน​ที่​บ้าน​สวน​ของ​มิ่ง จ​ริมา​ตกใจ​มาก​ที่​เห็น​คู่ปรับ ตั้งท่า​หาเรื่อง​เพราะ​คิด​ว่า​เขา​ตาม​มา​จับผิด ชาย​เดียว​เห็น​เธอ​ร้องไห้​ก็​แปลก​ใจ จ​ริ​มา​ที่​เขา​รู้จัก​ไม่​ใช่​คน​อ่อนแอ อยาก​ปลอบ​ใจ​แต่​ดู​ท่า​เธอ​จะ​ไม่ยอม

จ​ริ​มา​ผลุนผลัน​ออก​ไป​แล้ว แต่​ก็​อด​เป็น​ห่วงเขา​ไม่ได้​ที่​ขี่​จักรยาน​ไม่​แข็ง​แถม​ไม่​คุ้น​เส้นทาง เธอ​สั่ง​หนูตุ่น​ลูก​นาย​มิ่ง​ให้​ไป​บอก​ว่า​จะ​รอ​หน้า​สวน ชาย​เดียว​ปลื้มมาก ดีใจ​ที่​เธอ​มี​น้ำใจ แต่​จ​ริ​มายัง​ท่า​มาก​ไม่​ยอม​พูด​ด้วย​ดีๆ

“จวน​มืด​แล้ว คน​ไม่​ชำนาญ​ทาง​ก็​จะ​ลง​หลุม​ลงบ่อ หกล้ม​อยู่​แถว​นี้​แล้ว​ฉัน​จะ​บาป​เปล่าๆ”

“ริ​มา...คุณ​เป็น​คน​ใจดี ทำไม​ต้อง​แกล้ง​เป็น​คนใจดำ”

“ฉัน​เป็น​คน​ใจดำ​ที่​แกล้ง​เป็น​คน​ใจดี​ต่างหาก”

ชาย​เดียว​เห็น​เธอ​ผ่อน​ท่าที​ก็​ตัดสินใจ​ถาม​เรื่อง​คา​ใจ “คุณ​มี​เรื่อง​เศร้า...ผม​เห็น​สายตา​คุณ มี​เรื่องอะไร​เล่า​ได้​ไหม​ครับ​ริ​มา”

“ไม่​หรอก ไม่​เศร้า​เท่า​ไหร่ เมื่อ​วาน​เศร้า​กว่า​นี้”

“เรา​เป็น​เพื่อน​กัน​นะ เห็น​กัน​มา​ตั้งแต่​เล็กๆ ถึง​คุณ​ไม่ค่อย​ชอบ​ผม​แต่​ผม​ก็​ชอบ​คุณ”

จ​ริ​มา​นิ่ง​ไป​นิด​แล้ว​ถอน​ใจ​ยาว เล่า​เรื่อง​ที่​ทำให้​ทุกข์​ใจ​อยู่​ตลอด​ทั้ง​คืน​ที่​ผ่าน​มา

“คุณ​พ่อ​ไม่สบาย​มาก ฉัน​ไม่​อยาก​ไป​เรียน​ต่อ​แต่​คุณ​พ่อ​ไม่​ยอม ฉัน​เลย​ต้อง​ไป​ทั้งที่​ห่วง​คุณ​พ่อ​มาก”

“คุณ​ว่า​คุณ​พ่อ​กับ​คุณ​ย่า​ทำ​ไม่​ถูก​เหรอ​ที่​บังคับคุณ ทั้ง​สอง​ท่าน​ต้อง​เลือก​อะไร​ดี​ที่สุด​ให้​คุณ​อยู่​แล้ว​นะ​ริ​มา”

จ​ริ​มา​จน​ด้วย​เหตุผล​แต่​ไม่​อยาก​ยอม​รับ ชาย​เดียว​จึง​ถาม​ถึง​รุ้ง​บ้าง จ​ริ​มา​อึ้ง​แล้ว​เปรย​เสียง​เรียบ

“ถาม​รุ้ง​สิ​คุณชาย...ฉัน​ตอบ​เรื่อง​ของ​ฉัน เรื่อง​ของ​รุ้ง​คุณ​ต้อง​ฟัง​จาก​ปาก​เขา​เอง”

กว่า​สอง​คน​จะ​กลับ​ถึง​บ้าน​ก็​เย็น​ย่ำ พบ​นายแนบ​หน้า​บ้าน​กำลัง​จะ​ไป​ส่ง​ขนม​ที่​วัง ชาย​เดียว​ปลื้ม​ใจ​ที่​รุ้ง​นึกถึง ส่วน​จ​ริ​มา​น้อยใจ​นิดๆแต่​พยายาม​ข่ม​ไว้ ขอ​แยก​ไป​อีก​ทาง​เปิด​โอกาส​ให้​เพื่อน​รัก รุ้ง​ดีใจ​ที่​ชาย​เดียว​มา​ขอ​พบ​แต่​จันทร์​ทน​ไม่​ไหว​อีก​ต่อ​ไป สั่ง​ลูก​สาว​ทำ​งาน​ใน​ครัว​จน​เสร็จ​เพราะ​ต้องการ​ใช้​วัน​รุ่ง​ขึ้น

รุ้ง​แปลก​ใจ​แต่​ไม่​กล้า​ขัด ก้มหน้าก้มตา​ทำ​งาน​และ​เก็บ​ความ​สงสัย​ไว้​ใน​ส่วน​ลึก ไม่​อยาก​เซ้าซี้​ให้​แม่​ไม่สบาย​ใจ ส่วน​จันทร์​ไป​พบ​ชาย​เดียว ตัดสินใจ​พูด​ว่า​รุ้ง​คง​ไม่​ว่าง​มา​คุย​ด้วย ราช​นิ​กุล​หนุ่ม​น้อย​เข้าใจ​ดี​และ​เปลี่ยน​มา​ถาม​เรื่อง​เรียน​ต่อ​ของ​รุ้ง จันทร์​ตอบ​ว่า​ลูก​สาว​จะ​เรียน​พยาบาล​ที่​เมือง​ไทย ชาย​เดียว​จึง​ขอตัว​กลับ​เงียบๆ อดีต​หม่อม​ได้​แต่​มอง​ตาม...อยาก​บอก​ความ​จริงใจ​แทบ​ขาด​แต่​คิด​ว่า​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.