ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แค้นเสน่หา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

การกลับมาของอดีตคนสวนทำให้เฟืองหายใจไม่ทั่วท้อง แคล้วเปิดฉากอ้อนขอกลับมาทำงานเพราะไม่มีเงินและไม่มีที่ไป แต่ครั้นไม่ได้จึงยกเรื่องที่ร่วมมือกันกำจัดยอดกับบุหลันมาขู่ เฟืองเจ็บใจมากสวนกลับทันควัน

“กูไม่มีเงินเพราะให้มึงไปหมดแล้ว วันหลังมึงมาใหม่ละกัน กูจะขอประทานจากท่านหญิงให้”

“อย่าให้ฉันโมโหน่า วันหลังน่ะเมื่อไหร่กัน ฉันไม่ได้กินเหล้าจนเปรี้ยวปากจะลงแดงอยู่แล้ว มีเท่าไหร่เอามาก่อน เงินไม่มีก็เอาของมาก่อนก็ได้ สายสร้อยของป้าไง...ให้ฉันยืมก่อน”

สร้อยบนคอเฟืองเตะตาอดีตคนสวนใจโฉดอย่างแรง เฟืองตาเหลือกประกาศกร้าวไม่ยกให้เพราะหม่อมแม่ท่านหญิงประทานให้กับมือ แคล้วเข้าประชิดพร้อมบังคับให้ถอดเพราะต้องการเงินไปใช้หนี้พนัน เฟืองยังขัดขืนจึงโดนขู่

“คิดดูนะ...ถ้าท่านชายท่านหญิงทรงรู้ว่าที่จริงแล้วป้าเป็นตัวการใหญ่จะเป็นยังไง ตัวฉันอย่างมากก็ติดคุกแต่ป้าน่ะ...ไม่ประหารก็คุกตลอดชีวิต ป้าคิดและลงมือเองทั้งนั้น”

เฟืองกลัวถูกจับได้เลยปลดสร้อยให้อย่างเสียไม่ได้ แคล้วหมุนตัวจากไปพร้อมเสียงหัวเราะบาดใจ เฟืองแค้นที่กลายเป็นเบี้ยล่างให้รีดไถ เหลือบเห็นจอบแถวนั้นจึงคว้าติดมือตามไปฟาดจากด้านหลังหลายครั้งจนแคล้วล้มลงกับพื้น เฟืองตกใจ ตะโกนโหวกเหวกขอความช่วยเหลือกลบเกลื่อนการกระทำของตน ไม่รู้เลยว่าเดชเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแต่เลือกเงียบ รอสบโอกาสค่อยเรียนปรึกษาท่านชายอีกที

เหตุการณ์เฟืองโดนกระชากสร้อยทำให้ทั้งวังแตกตื่นโดยเฉพาะท่านหญิงที่รีบไปดูเหตุการณ์ด้วยความเป็นห่วงบ่าวคนสนิท ต่างจากท่านชายที่แกล้งตกใจแต่ในใจตื่นเต้นเพราะแผนล่อเหยื่อมาติดกับได้ผลเร็วกว่าที่คิด

เดชก้มๆเงยๆสำรวจแล้วพบว่าแคล้วยังไม่ตาย เก็บอาการไม่กระโตกกระตากเพราะไม่อยากให้เฟืองไหวตัว นายตำรวจในคราบคนสวนทูลท่านชายว่าเฟืองใช้จอบฟาดแคล้วเพื่อชิงสร้อยคืนแต่หนักมือไปหน่อย มันเลยนอนแน่นิ่งจนบ่าวตัวร้ายเข้าใจผิด ต้องทิ้งสร้อยไว้กับแคล้วตามเดิมอย่างน่าเสียดาย

ท่านชายกลัวคนในวังจะจำแคล้วได้และเอะอะจนเสียเรื่อง จึงชิงประกาศให้รู้ทั่วกันว่าหัวขโมยผู้โชคร้ายตายแล้วรีบส่งตำรวจเพื่อดำเนินการชันสูตร และผลก็เป็นจริงตามคาดเมื่อแคล้วรู้สึกตัวก่อนตายและสารภาพทุกอย่าง ยังความแค้นใจให้ท่านชายอย่างแสนสาหัส เร่งมือสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจัดการจับเฟืองให้เร็วที่สุด

ฟากท่านหญิงไม่รู้เรื่อง เสด็จไปเยี่ยมเฟืองถึงห้องพักในเช้าวันถัดมา เชื่อสนิทใจเมื่อบ่าวคนสนิทสร้างเรื่องว่าเป็นฝ่ายถูกทำร้าย ส่วนการตายของหัวขโมยก็เพราะแค่ต้องการป้องกันตัวเท่านั้น ท่านหญิงอนุญาตให้เฟืองพักผ่อนจนกว่าจะสบายใจ เฟืองซึ้งใจมาก รอจนท่านหญิงจากไปจึงลุกยืนด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าเหมือนไม่เคยมีเรื่อง

“ไอ้แคล้ว...มึงไม่มีวันชนะกู ต่อให้มึงเป็นผีกลับมากูก็จะจับมึงยัดใส่หม้อถ่วงน้ำ...คอยดู!”

ooooooo

ในที่สุดท่านชายก็รวบรวมหลักฐานได้ทั้งหมด เดชยังแฝงตัวในคราบคนสวน เดินป้วนเปี้ยนในวังเป็นที่ขัดตาเฟืองมากจึงหาเรื่องแดกดันและข่มให้ยอมเป็นพวกแต่เดชไม่ยี่หระจนบ่าวตัวร้ายชักมีน้ำโห

“ถ้าอยากอยู่ที่นี่มึงต้องกราบตีนกูเพราะกูช่วยมึงได้ ท่านหญิงทรงควบคุมคนงานทั้งหมด”

“ฉันทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายเพราะภารกิจของฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

เฟืองไม่เข้าใจความนัย ได้แต่มองตามคนสวนท่าทางยียวนเดินจากไปแล้วรีบกลับมาเฝ้าท่านหญิงบนตำหนักเหมือนเคย ตกใจมากเมื่อได้ยินจากผ่องว่าท่านชายเสด็จโรงพยาบาลเพื่อดูการชันสูตรศพหัวขโมย

“ท่านชายทรงเห็นศพหัวขโมยนั่นด้วยเหรอแม่ผ่อง เห็นตอนไหน”

ผ่องขยับจะตอบแล้วชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูแทรกขึ้น

“ข้าเห็นสิ...ตั้งแต่เมื่อคืนและมันก็ยังไม่ตาย มึงรู้ใช่ไหมว่ามันเป็นใครนังเฟือง มึงเจตนาฆ่ามันใช่ไหม”

เฟืองก้มหน้างุดไม่ยอมสบตา พร่ำบอกแต่ว่าไม่รู้เรื่องใดๆ ท่านชายไม่เชื่อแถมขู่

“นังปากแข็ง...มึงคุยอยู่กับมันเป็นวรรคเป็นเวร มึงไม่รู้ได้ไง”

“หม่อมฉันไม่เห็น มันมืด ไม่ได้คุยกับมัน มันขู่จะเอาสร้อยของหม่อมฉัน”

“มันจะขู่ทำไม ก็มันคือไอ้แคล้วหลานชายมึง แล้วมันจะขู่มึงทำไม”

เฟืองตะลึงที่ท่านชายรู้ว่าเป็นแคล้ว รวมทั้งท่านหญิงกับบ่าวทุกคนก็ถึงกับพูดไม่ออก

“มึงรู้ว่ากูรู้ว่ามันคือไอ้แคล้ว แล้วมึงยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้ว่ามันเป็นใคร...นังผู้ร้ายปากแข็ง”

เฟืองยืนกรานว่าไม่รู้ไม่เห็น ท่านหญิงเป็นฝ่ายทนไม่ได้โพล่งขึ้นมาด้วยความสงสัย

“หญิงไม่เข้าใจ ขโมยคือแคล้วคนสวนเก่าของเราหรือคะ แล้วเขาจะขโมยสร้อยเฟืองทำไม”

“หญิงไม่เคยเข้าใจอะไรเพราะปล่อยให้อีเฟืองจูง จมูก จะบอกให้นะ...ไอ้แคล้วไม่ได้มาเพื่อจี้เอาสร้อยแต่มันมาขู่เอาเงินเป็นค่าปิดปากเรื่องชั่วที่อีเฟืองให้ทำต่างหาก อีเฟืองถึงต้องฆ่ามันก่อนมันจะโพนทะนาให้คนอื่นรู้”

“เจ้าพี่จะโทษเฟืองไปถึงไหน เจ้าพี่กริ้วที่บุหลันหนีไปแล้วลงใครไม่ได้ก็ลงกับเฟือง ขโมยเป็นใครหญิงไม่สนใจแต่มันขโมยสร้อยเฟือง เฟืองเป็นฝ่ายเสียหายจึงมีสิทธิ์ป้องกันตัว”

“เธอตาบอดมาตลอดตั้งแต่เราแต่งงานกัน...พี่มี ความรู้สึกว่ามีเมียสองคน คนหนึ่งเป็นท่านหญิงผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่อีกคนหยาบช้ากักขฬะ เพราะหญิงเชื่อฟังอีเฟืองทุกอย่าง มันเพ็ดทูลว่าถูกกระตุกสร้อยเส้นนี้ใช่ไหม”

ท่านชายโยนสร้อยไปตรงหน้าเฟืองพร้อมประกาศว่ารู้ทันแผนการตื้นๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่มีร่องรอยใดๆ บนตัวเฟืองทั้งที่อ้างว่าโดนกระชากสร้อยจากคอ ไหนจะขนาดรูปร่างใหญ่โตของแคล้วที่บ่าวไม่น่าทำร้ายได้เฟืองเริ่มนั่งไม่ติดเพราะท่านชายสาวมาใกล้ความจริงทุกขณะ แต่ท่านหญิงยังเชื่อมั่น ออกโรงปกป้องบ่าวคนสนิทเต็มที่

“เจ้า​พี่...เฟือง​ไม่​โหดร้าย​อย่าง​นั้น ไม่​มี​เหตุผลที่​เฟือง​ต้อง​ฆ่า​นาย​แคล้ว”

“มี​สิ...นัง​เฟือง​มัน​ต้องการ​ปิดปาก​ไอ้​แคล้ว เรื่อง​ที่​พวก​มัน​สมคบ​กัน​ฆ่า​บุหลัน​กับ​ไอ้​ยอด อี​เฟือง​มัน​ให้​ไอ้​ยอด​ผลัก​บุหลัน​ตก​น้ำ ให้​ไอ้​แคล้ว​เจาะ​ท้อง​เรือ​ให้​น้ำ​เข้า​เรือ​จน​ล่ม ไอ้​ยอด​จะ​ได้​ตาย​ตาม​กัน​ไป เมีย​พี่​ไม่ได้​หนี​ไป​กับ​ไอ้​ยอด!”

ท่านหญิง​ยัง​ไม่​เชื่อ​เพราะ​เฟือง​เป็น​คน​อุ้ม​ชายเดียว​มา​ให้​คืน​นั้น ท่านชาย​เหยียด​ยิ้ม​และ​อธิบาย​เสียง​เย็น

“ก็​มัน​ฉลาด​ไง ถึง​ได้​เอา​ลูก​บุหลัน​ไว้​ล่อ​พี่ พี่​จะ​ได้​ไม่​เอาเรื่อง​เพราะ​รัก​ลูก ถ้า​อย่าง​นั้น​มัน​คง​ฆ่า​ทั้ง​แม่และ​ลูก​แล้ว...คน​ใกล้​ตาย​ไม่​โกหก นัง​เฟือง...ไอ้​แคล้ว​สารภาพ​ทุก​อย่าง​ก่อน​ตาย​หมด​แล้ว”

เฟือง​เห็น​ว่า​ไม่​มี​ประโยชน์​จะ​ปกปิด​ความ​ผิด​ต่อ​ไป จ้อง​หน้า​ท่านชาย​เขม็ง​และ​ระบาย​ความ​คับแค้น​ใจ

“หม่อมฉัน​อยาก​ฆ่า​มัน​วัน​ละ​ร้อย​หน ดี​ที่​เพิ่ง​มี​โอกาส...ไม่​งั้น​อี​บุหลัน​คง​ตาย​นาน​มาก​แล้ว ท่านหญิงจะ​ได้​ไม่​ต้อง​ทน​ทุกข์​ทรมาน​อีก ท่านหญิง​ทรง​ดี​เกินไป เจ็บ​พระทัย​แค่​ไหน​ก็​ไม่​เคย​ปริปาก​ทูล​ท่านชาย​ว่า​ไม่​มี​เมีย​คน​ไหน​ทน​ได้ที่​ผัว​พะเน้าพะนอ​กับ​หญิง​อื่น อี​บุหลันตาย​คน​เดียว ท่านหญิง​ของ​หม่อมฉัน​ก็​จะ​ไม่​ทุกข์​อีก​ต่อไป”

ท่านชาย​ชัก​ปืน​จาก​เอว​มา​ตบ​เฟือง​จน​เลือด​กบ​ปาก ท่านหญิง​ถลา​มา​ห้าม​แต่​ท่านชาย​ไม่​ยอม​จะ​ฆ่า​เฟือง​ให้​ได้ ท่านหญิง​ร้องไห้​อ้อนวอน​ขอ​ชีวิต​บ่าว​คน​สนิท​จน​เป็น​ที่​เวทนา​แก่​ผู้คน​ใน​วัง เฟือง​ซึ้ง​ใจ​มาก​คลาน​ไป​กอด​ขา​ท่านหญิง

“ชื่น​ใจ​ของ​เฟือง ไม่​เสีย​แรง​ที่​หม่อมฉัน​รัก​และ​ภักดี ให้​หม่อมฉัน​รับ​ผิด​เถอะ​มัง​คะ ถ้า​ท่านชาย​จะ​ฆ่า​หม่อมฉัน​ให้​ตาย​ก็​ทรง​จำ​ไว้​นะ​มัง​คะ...ว่า​ต่อ​ให้​หม่อมฉัน​เป็น​ผี​ก็​จะ​ปกป้อง​ท่านหญิง​ตลอด​ไป”

ท่านหญิง​ปาด​น้ำตา เชิด​หน้า​บอก​สามี​ว่า​ไม่​มีวัน​ยอม​ให้​เฟือง​รับ​โทษ​โดย​ปราศจาก​หลักฐาน​และ​กระบวนการ​ทาง​กฎหมาย ท่านชาย​หัวเสีย​จัด ด่าทอ​เฟือง​ลั่น​บ้าน​จน​ชาย​เดียว​ตกใจ​ร้องไห้​แต่​ท่านชาย​ก็​ไม่​สนใจ รับสั่ง​ให้​เดช​กับ​สน​จับ​เฟือง​ไป​ขัง​รอ​หลวง​วิเศษ​มา​รับ​เช้า​วัน​รุ่งขึ้น ท่านหญิง​ทน​ไม่ได้​ประกาศ​กร้าว

“ไหน​ล่ะ​หลักฐาน หญิง​จะ​หา​ทนาย​ให้​เฟือง ไม่​ต้อง​กลัว...หญิง​ไม่​ทิ้ง​เฟือง​เด็ดขาด หญิง​จะ​พาเฟือง​ไป​ที่​ห้อง​เอง เจ้า​พี่​ไม่​ต้อง​กลัว​เฟือง​จะ​หนี หญิง​จะ​ล็อก​ประตู​ด้วย​มือ​หญิง​เอง​และ​จะ​เอา​กุญแจ​มา​ถวาย”

“ทำไม​เธอ​ต้อง​ทำให้​ยุ่งยาก ฉัน​รู้​ว่า​เธอ​เจ็บปวด แล้ว​ฉัน​ล่ะ...บุหลัน​ตาย​ไป​ทั้งคน​คิด​ว่า​ฉัน​ไม่​รู้สึก​อะไร​เลย​หรือ”

“หญิง​ดีใจ​ที่​เจ้า​พี่​รู้สึก​เจ็บปวด เพราะ​ตลอด​เวลา​เจ้า​พี่​ทรง​มี​แต่​ความ​สุข​จน​ไม่​เห็น​ว่า​คน​อื่น...โดยเฉพาะ​หญิง​ทุกข์​ใจ​มาก​เพียง​ใด แต่​หญิง​ไม่​โทษ​เจ้า​พี่​หรอก คนผิด​คือ​คน​โง่​อย่าง​หญิง” ท่านหญิง​กริ้ว​จน​ลืม​ทุก​อย่าง ระบาย​ความ​อึดอัด​ใจ​ที่​เก็บ​มา​นาน “หม่อม​แม่​สิ้นหญิง​ก็​ไม่​มี​ใคร​อีก​เลย ความ​หวัง​ก็​อยู่​กับ​เจ้า​พี่ แต่​เจ้าพี่​ทำ​กับ​หญิง​ขนาด​นี้ คน​เดียว​ที่พึ่ง​ได้​คือ​เฟือง...เขา​ภักดี​กับ​หญิง​เหมือน​ทาส เหมือน​พี่...เหมือน​แม่”

เฟือง​สะอื้น​ฮัก​ด้วย​ความ​สะเทือนใจ ท่านหญิง​มอง​มา​ด้วย​แวว​ตา​ปวดร้าว ยื่นมือ​ให้​บ่าว​คน​สนิท​ยก​ทูน​เหนือ​หัว

“เฟือง​ไม่​ร่ำรวย ไม่​มี​ยศ​ฐา​บรรดาศักดิ์​แต่เฟือง​ไม่​เคย​ผิด​คำ​สัญญา​กับ​หม่อม​แม่​ว่า​จะ​ดูแล​หญิง​ถึงที่​สุด คำ​พูด​ของ​เฟือง​ไม่​มี​น้ำหนัก​เหมือน​ใครๆแต่​เฟือง​ก็​ไม่​เคย​ผิด​คำ​พูด...ไป​กัน​เถอะ​เฟือง”

ท่านหญิง​พยุง​เฟือง​ออก​ไป​แต่​ไม่​วาย​ทิ้งท้าย​กับ​สามี “ไม่​ทรง​นึก​ว่า​หญิง​จะ​พูด​ใช่​ไหม​คะ ประเทศ​นี้​หญิง​ชาย​แตก​ต่าง​กัน​เหลือเกิน ผู้ชาย​ถูก​ทุก​อย่าง​แต่​ผู้หญิง​ผิด​เสมอ พูด​อะไร​ไม่ได้​ต้อง​นิ่ง​อย่าง​เดียว ผู้ชาย​จะ​ทำให้​ช้ำใจ​ก็​ไม่​มี​วัน​ผิด”

ท่านหญิง​สู้​ตา​สามี​ไม่​กลัว ท่านชาย​ได้​แต่​เลี่ยงมอง​ทาง​อื่น ปล่อย​ให้​ภรรยา​พา​เฟือง​จาก​ไป​โดย​ไม่​เหลียวหลัง

ooooooo

จันทร์​คิดถึง​ลูก​ชาย​เหลือเกิน ภาพ​ความ​ทรง​จำ​ตอน​เฟือง​อุ้ม​เขา​หาย​ไป​ยัง​เวียน​วน​ใน​หัว เมื่อย​อด​แวะ​มา​คุย​เลย​อด​ปรับทุกข์​ด้วย​ไม่ได้ ใน​ฐานะ​พยาน​คน​เดียว​ที่​อยู่​ใน​เหตุการณ์​เดียวกัน​และ​เข้าใจ​เธอ​ที่สุด

“ถึง​เรา​ไม่ค่อย​พบ​กัน​แต่​ฉัน​ก็​เป็น​ห่วง​เสมอ จนถึง​วัน​นี้​ก็​ไม่​ลืม​บุญคุณ”

“หม่อม​อย่า​คิดมาก​ครับ ผม​ก็​ผิด​ด้วย​ที่​หลง​เชื่อ​นัง​เฟือง ไม่​คิด​ว่า​แก​จะ​ใจ​บาป​หยาบช้า​ขนาด​นี้ ไม่​รู้​มัน​เพ็ดทูล​ท่านชาย​ว่า​ไง​บ้าง หม่อม​จะ​กลับ​วัง​ไหม​ครับ ผม​จะ​เป็น​พยาน​ให้”

“มี​ประโยชน์​อะไร...ถึง​กลับ​ไป​เขา​ก็​หา​ทาง​ฆ่า​ฉัน​อีก ฉัน​ไม่​อยาก​ห่วง​หน้า​พะวง​หลัง”

ยอด​เข้าใจ​สถานการณ์​อดีต​หม่อม​ดี สงสาร​เธอ​จับใจ อด​ไม่ได้​จะ​ถาม​ถึง​คุณชาย​ที่​โดน​เฟือง​พราก​จากอก

“ฉัน​คิดถึง​เขา​ทุก​ลม​หายใจ​แต่​คุณชาย​คง​ปลอดภัย​เพราะ​เป็น​ผู้ชาย เขา​ต้องการ​ลูก​ชาย​ฉัน”

ยอด​พลอย​หดหู่ บ่น​เสียดาย​ที่​ท่านชาย​ไม่​มีโอกาส​รับ​รู้​ว่า​มี​พระธิดา​อีก​คน จันทร์​ถอน​ใจ​เบาๆ ไม่​แน่ใจ​ใน​การ​ตัดสินใจ​ของ​ตัว​เอง​เหมือน​กัน​ที่​ไม่​ยอม​ให้​ท่านชายได้​พบ​กับ​รุ้ง แต่​เมื่อ​เหตุการณ์​ไม่​น่า​ไว้ใจ​เธอ​ก็​ไม่​อยาก​เสี่ยง

ยอด​เหลือบ​เห็น​ฉัตต์​มา​แต่​ไกล ก้มหน้า​บอก​อดีต​หม่อม​ว่า​คุณ​หนู​คน​โต​ของ​บ้าน​ปัณณธ​รส​งสั​ยส​ถา​นะ​และ​ความ​สัมพันธ์​ของ​เขา​กับ​เธอ จันทร์​ไม่​ถือสา​เพราะ​เห็นใจ​ฉัตต์​ที่​กำพร้า​แม่​กะทันหัน ปลอบ​ไม่​ให้​คิดมาก​และ​อย่า​มอง​ฉัตต์​ใน​แง่​ร้าย อดีต​คนสวน​พยัก​หน้า​รับ​และ​ขอตัว จันทร์​จึง​กลับ​เข้า​บ้าน​ไป​หา​รุ้ง​และ​โอบ​กอด​ไว้​ใน​อ้อมแขน

“ทูนหัว​ของ​แม่...แม่​ไม่​ขอ​อะไร​นอกจาก​ให้​แม่​แข็ง​แรง​มี​กำลัง​เลี้ยง​หนู​ให้​เป็น​คน​ดี หนู​ไม่​ต้อง​ร่ำรวยหรือ​ทรัพย์​สมบัติ​มากมาย​แต่​ขอ​ให้​มี​ศีล​มี​ธรรม สุขภาพแข็งแรง​ไม่​เจ็บไข้ มี​สติปัญญา​เล่าเรียน​สูงๆ” จันทร์​น้ำตาคลอ คิดถึง​ลูก​ชาย​อีก​คน “แม่​จะ​ขอ​สิ่ง​เดียวกัน​ให้​พี่​ชาย​หนู แต่​เขา​จะ​ร่ำรวย​อยู่​วังใหญ่​โต​และ​มี​ศักดินา​สม​ชื่อ”

ฟาก​ท่านหญิง​สอบ​ถาม​เฟือง​เรื่อง​ยอด​กับ​บุหลัน​อีก​ครั้ง เฟือง​ไม่​กล้า​โกหก สารภาพ​ความ​จริง​โดย​ไม่ปิดบัง​แถม​โทษ​ว่า​เป็น​ความ​ผิด​ท่านชาย​ที่​ปัน​ใจ​ให้​หญิง​อื่น ท่านหญิง​ถอน​ใจ​หนักหน่วง เข้าใจ​ความ​หวัง​ดี​แต่​ไม่​คิด​ว่า​บ่าว​คน​สนิท​จะ​ทำ​การ​รุนแรง​แบบ​นี้

“แต่​เฟือง​ต้อง​ไม่​ลืม​ว่า​เจ้า​พี่​รัก​บุหลัน​มา​ก่อนหญิง เขา​รัก​กัน​ก่อน​ถูก​บังคับ​ให้​แต่งงาน เฟือง​ไม่​น่า​ทำแบบนั้น”

“เพราะ​นัง​บุหลัน​มัน​จงใจ​แย่ง​ท่านหญิง”

“เจ้า​พี่​ผิด​เฉพาะ​ที่​ผิด​สัญญา​กับ​หญิง บุหลัน​ไม่ผิด​เพราะ​เจ้า​พี่​รับ​เขา​เป็น​เมีย​เอง จะ​ให้​เขา​ทำ​อย่างไร แต่​ยัง​ไง​หญิง​ก็​จะ​ทำ​เพื่อ​เฟือง เฟือง​ทำ​เพื่อ​หญิง​มา​ตลอด ต่อ​ไป​นี้​หญิง​จะ​ทำ​เพื่อ​เฟือง​บ้าง”

เฟือง​มอง​ไม่​เห็น​ทาง​เพราะ​สารภาพ​ต่อหน้า​ท่านชาย​ไป​แล้ว ท่านหญิง​ให้​กำลังใจ​ว่า​อย่า​ท้อ​เพราะ​ยัง​ไม่​มี​หลักฐาน​ยืนยัน เฟือง​ซาบซึ้ง​น้ำตา​คลอ​แต่​มิ​วาย​กลัว​เจ้านาย​สาว​จะ​เสื่อมเสีย​พระ​เกียรติ

“หญิง​ไม่​กลัว ใคร​จะ​คิด​อะไร​ก็​คิด​ไป หญิง​บอก​แล้ว​ว่า​เฟือง​เหมือน​ญาติ หญิง​มี​เฟือง​คน​เดียว”

“เป็น​พระกรุณา​อย่าง​หา​ที่สุด​ไม่ได้ หม่อมฉัน​ตาย​ไป​กี่​ชาติ​ก็​ขอ​สาบาน​จะ​รับ​ใช้​ท่านหญิง​ทุก​ชาติ ถ้า​แม้​ไม่ได้​เกิด วิญญาณ​หม่อมฉัน​จะ​อยู่​ปกปักรักษา​ท่านหญิง​ตลอด​ไป ทรง​จำ​ไว้​นะ​มัง​คะ”

“ไม่​ต้อง​สาบาน หญิง​เชื่อ​ทุก​อย่าง​ที่​เฟือง​พูด”

เฟือง​ก้มหน้า​กอด​เท้า​ท่านหญิง​พลาง​ร้องไห้​สะอึกสะอื้น เสียใจ​ที่​อาจ​ไม่​มี​โอกาส​ได้​อยู่​รับ​ใช้​แล้ว

ท่านหญิง​กลับ​ตำหนัก​และ​มอบ​กุญแจ​ห้อง​เฟือง​ให้​สามี​ตาม​สัญญา ระหว่าง​ทาง​พบ​กับ​เดช​และ​ทราบความ​จริง​ว่า​แท้จริง​เขา​คือ​นาย​ตำรวจ​แฝง​ตัว​มา​สืบ​เรื่อง​เฟือง ท่านหญิง​อด​แดกดัน​ไม่ได้​เพราะ​เคือง​ไม่​หาย​ที่​ใครๆก็​รุม​จับผิด​บ่าว​คน​สนิท เดช​ได้​แต่​ก้มหน้า​นิ่ง เห็นใจ​แต่​คง​ไม่​ใจอ่อน​เพราะ​ยึดถือ​ความ​ถูกต้อง​เป็น​หลัก

ท่านชาย​พยายาม​ปรับ​ความ​เข้าใจ​กับ​ภรรยา​แต่​ท่านหญิง​ไม่​สนใจ​แถม​ทำ​หมางเมิน น้อยใจ​สามี​ที่​เป็น​ตัวตั้งตัวตี​ใน​คดี​บุหลัน​และ​ปักใจ​หนักแน่น​ว่า​เฟือง​เป็น​ตัวการ​ทั้งที่​ยัง​ไม่​มี​หลักฐาน​ยืนยัน​แน่ชัด

“หญิง​ถาม​คำเดียว...ถ้า​ลงโทษ​เฟือง​แล้ว​ต่อ​มา​บุหลัน​หม่อม​คน​โปรด​ของ​เจ้า​พี่​กลับ​มา​อาการ​ครบ​สามสิบสอง เจ้า​พี่​จะ​ทรง​ทำ​ยัง​ไง” ท่านชาย​อ้ำอึ้ง ท่านหญิง​ได้​แต่ถอนใจ​แล้ว​บอก​ความต้องการ​ของ​เฟือง “เฟือง​ให้​หญิง​ทูล​เจ้าพี่​ว่า​พรุ่งนี้​หลวง​วิเศษ​มา​รับ​ตัว​เขา เขา​จะ​รู้สึก​เป็น​เกียรติ​มาก​ถ้า​เจ้า​พี่​จะ​เปิด​ประตู​ห้อง​เขา​ด้วย​พระองค์​เอง”

ท่านชาย​แปลก​ใจ​แต่​ไม่​อยาก​ซักไซ้​ให้​ภรรยา​ไม่​พอใจ​มาก​ไป​กว่า​นี้ รับปาก​ง่ายๆและ​ขอตัว​กลับ​ห้อง

ooooooo

ท่านหญิง​ไป​หา​หม่อมเจ้า​อัปส​รา​ภาหรือท่าน หญิง​เล็ก​น้อง​สาว​คน​ละ​แม่​เพื่อ​ปรึกษา​เรื่อง​หา​ทนาย เห็น​คุณหญิง​ทอแสง​รัศมี​หลาน​สาว​รุ่น​ราว​คราว​เดียว​กับ​ชาย​เดียว​ก็​อด​เอ็นดู​ไม่ได้ ซัก​ถาม​ถึง​การ​เลี้ยงดู​พัก​ใหญ่​จึง​เข้า​เรื่อง​สำคัญ

ท่านหญิง​เล็ก​รับปาก​จะ​สอบ​ถาม​ท่าน​วรจักร​ผู้​เป็น​สามี​ให้​แต่​ไม่​วาย​บ่น​พี่​สาว​เรื่อง​พฤติกรรม​เจ้าชู้​ของ​ท่านชาย แม้​จะ​รู้​กัน​ดี​และ​เคย​เตือน​หลาย​ครั้ง​แต่​ท่านหญิง​ยัง​วาง​เฉย ไม่​ยอม​ปล่อย​วาง​จน​เฟือง​ต้อง​ทำ​เรื่อง​ร้ายแรง​ขนาด​นี้

“พี่​หญิง​จะ​ทรง​คิด​เปลี่ยน​ประเพณี​ที่​เขา​ทำ​กัน​มา​ตั้งแต่​มี​ประเทศไทย​เหรอ อีก​ห้า​ร้อย​ปี​คง​ทำได้”

ท่านหญิง​แข​ไขฯ​เถียง​ว่า​ไม่​เคย​เจอ​แบบ​นี้​กับ​ตัว​ก็​ไม่​มี​วัน​รู้ ท่านหญิง​เล็ก​ไม่​หวั่น ถ้า​ตราบ​ใด​เธอ​ยังเป็น​ที่​หนึ่ง​ใน​ใจ​สามี อีก​กี่​ร้อย​หญิง​เธอ​ก็​ไม่​สนใจ

“พี่​หญิง​จะ​ปฏิวัติ​เหรอ​คะ อย่า​คิด​เลย​ค่ะ เหนื่อย​เปล่า​แถม​จะ​ยิ่ง​เสียใจ ถ้า​เรา​โวยวาย​เขา​ก็​ยิ่ง​แสดง​ว่า​ไม่​รัก​เรา เผลอๆเขา​ก็​จะ​แสดง​ว่า​เขา​เกลียด​เรา​ด้วย​ซ้ำ”

ท่านหญิง​สะกด​กลั้น​อารมณ์​คุก​รุ่น​ที่​โดน​พูด​แทงใจดำ ท่านหญิง​เล็ก​ส่าย​หน้า เหนื่อย​ใจ​จะ​เตือน​เพราะ​รู้​ว่า​พี่​สาว​ไม่​เปิด​ใจ ได้​แต่​มอง​ตาม​เซ็งๆ...หยิ่ง​ไป​เถอะ​พี่​หญิง ช้ำใจ​แล้ว​อย่า​มา​คร่ำครวญ​ก็​แล้วกัน!

บรรยากาศ​บน​รถ​อึมครึม​กว่า​เมื่อ​ขา​มา พิกุลกล้าๆ กลัวๆแต่​สุดท้าย​ก็​ตัดสินใจ​ถาม​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง ท่านหญิง​หลับตา​ลง​ช้าๆ พยายาม​รวบรวม​สติ​ที่​เหลือ​อยู่​ถามขึ้นเบาๆ

“ฉัน​ไม่​เป็น​อะไร​หรอก...พิกุล สน...แก​สอง​คนไม่​ชอบ​เฟือง​ใช่​ไหม คน​ทั้ง​วัง​รัง​สิ​ยา​ไม่​ชอบ​เฟือง ฉัน​รู้​ตั้งแต่​วัน​แรก​ที่​เข้า​มา​อยู่ ทำไม​หรือ...เพราะ​แก​คิด​ว่า​คน​ที่​น่า​จะ​เป็น​หม่อม​เอก​ของ​ท่านชาย​คือ​บุหลัน​ใช่​ไหม” สอง​บ่าว​อึกอัก ได้​แต่​ก้มหน้า​งุด ท่านหญิง​จึง​ถือว่ายอมรับ “ตอน​นี้​ทุก​คน​คง​ดีใจ​ที่​เฟือง​มี​เคราะห์​กรรมอย่างนี้
เฟือง​ทุกข์​ที่​ท่านชาย​รับ​บุหลัน​เป็น​หม่อม​เพราะ​เขา​รัก​ฉัน แต่​พวก​แก​มี​ความ​สุข​ที่​ท่านชาย​มี​เมียน้อย​เพราะ​พวก​แก​รัก​ท่านชาย”

สอง​บ่าว​หายใจ​ไม่​ทั่ว​ท้อง​เพราะ​ไม่​เคย​เห็น​เจ้านาย​สาว​มี​ท่าที​แข็งกร้าว​เช่น​นี้ ได้​แต่​เฝ้า​ดู​ท่านหญิง​นั่ง​นิ่ง​เหม่อ​มอง​ทาง​กระจก​ข้าง​จนถึง​วัง หวั่น​ลึกๆว่า​เรื่อง​เฟือง​คง​กลาย​เป็น​บาดแผล​ใหญ่​ของ​วัง​รัง​สิ​ยา​ไป​อีก​นาน

เฟือง​เอง​ก็​ทุกข์​ใจ​เพราะ​เป็น​ห่วง​ท่านหญิง​ไม่​ต่าง​กัน กลัว​ว่า​หาก​ตน​จาก​ไป​แล้ว​จะ​ไม่​มี​คน​ดูแล ตัดสินใจ​ทำ​อะไร​บาง​อย่าง​โดย​ลงมือ​เขียน​จดหมาย​สั่งเสีย​ถึง​ท่านหญิง เมื่อ​ผ่อง​มา​เยี่ยม​จึง​คาดคั้น​ให้​รับปาก​คอย​รับ​ใช้​ไม่​ให้​ใคร​มา​ทำร้าย​พร้อม​กำชับ​ให้​ส่ง​มอบ​จดหมาย​ให้​ท่านหญิง​เมื่อ​ตน​จาก​วัง​ไป

“ผ่อง​อย่า​ลืม​สัญญา ตั้งแต่​พรุ่งนี้​เป็นต้น​ไป ข้า​เหมือน​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว สัญญา​กับ​คน​ตาย​เอ็ง​อย่า​ละเลย”

ผ่อง​นิ่ว​หน้า​กับ​คำ​พูด​เหมือน​ลา​ไป​ตาย​แต่​ไม่อยาก​คิดมาก รับปาก​จะ​ปรนนิบัติ​ท่านหญิง​ให้​ดี​เหมือน​ตอน​เฟือง​ยัง​อยู่

ooooooo

และ​แล้ว​เช้า​วัน​สำคัญ​ก็​มา​ถึง...ท่านหญิง​นั่งมอง​ชาย​เดียว​บน​เปล​ด้วย​แวว​ตา​อ่อนโยน แม้​รู้​ว่า​เด็กน้อยเป็น ​สายเลือด​ของ​ศัตรู​หัวใจ​คน​สำคัญ​อย่าง​บุหลัน​แต่​เธอ​ก็​รัก​สุด​หัวใจ​เท่า​ที่​คน​เป็น​แม่​จะ​รู้สึก​ได้ เมื่อ​ผ่อง​มา​รายงาน​ว่า​หลวง​วิเศษ​พา​ตำรวจ​หลาย​นาย​มา​คุมตัวเฟือง​ ไป​โรงพัก​ก็​พยัก​หน้า​รับ​รู้ หวัง​ลึกๆว่า​บ่าว​คน​สนิท​จะ​พ้น​ข้อ​กล่าวหา

ขณะที่ท่านหญิงภาวนา...เฟืองได้แต่มองมีดปอกผลไม้เล่มเล็กในมือนิ่ง ได้ยินเสียงกลุ่มคนเดินมาหาก็แสยะยิ้มน้อยๆ หลับตารวบรวมสติแล้วก้าวไปรอหน้าประตูอย่างใจเย็น เสียงไขกุญแจเหมือนเป็นสัญญาณบอกเวลา ท่านชายเป็นคนเปิดเข้ามา เฟืองสบตาท้าทายด้วยความแค้นและลงมือปาดคอตัวเองทันที

ท่านชายอ้าปากค้าง โกรธจัดที่ทุกอย่างผิดแผน หมุนตัวกลับออกมาบอกคนข้างนอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“มันฆ่าตัวตาย อีนี่มันเหี้ยมมาก จะตายมันยังเลือกวิธีโหดที่สุด มันคงหวังว่าวิญญาณจะไม่ไปผุดไปเกิดเป็นผีตายโหงล่องลอยแถวนี้ มึงอย่าหวังเลยอีเฟือง วังของกูไม่ให้มึงมาสิงสู่หรอก”

ทุกคนเครียดหนักเพราะท่าทางจะจบไม่สวยแต่คนหัวเสียที่สุดได้แก่ท่านชายเพราะนอกจากไม่ได้เอาผิดกับตัวการสมใจ ยังต้องแจ้งข่าวร้ายนี้กับท่านหญิง...ผีอีเฟืองก่อเรื่องไว้แสบจริงๆ ตายไปแล้วก็ก่อเรื่องให้ไม่หยุดหย่อน!

เมื่อท่านชายไปถึงก็พบว่าท่านหญิงกำลังลงจากตำหนักเพื่อไปลาเฟือง เขาพยายามห้ามและหาข้ออ้างต่างๆนานารั้งไว้จนกว่าตำรวจจะขนศพเสร็จแต่ท่านหญิงฉุกใจเสียก่อน คาดคั้นจนท่านชายหลุดปากบอกว่าเฟืองฆ่าตัวตาย ท่านหญิงหน้าซีดด้วยความตกใจสุดขีด ไม่อยากเชื่อว่าบ่าวคนสนิทจะจากเธอไปเร็วขนาดนี้

“หญิงไม่เชื่อ...ใครทำเฟืองหรือว่าเจ้าพี่ ต้องใช่แน่ เคยรับสั่งจะฆ่าเฟืองด้วยพระหัตถ์ เจ้าพี่ทัยร้ายมาก”

ท่านหญิงวิ่งไปทางเรือนของเฟือง แม้ท่านชายหรือเจ้าหน้าที่จะยับยั้งก็ดึงดันเข้าไปจนได้ สภาพศพเฟืองไม่ใช่ภาพน่าดูนัก ท่านหญิงกลั้นสะอื้นสุดความสามารถ คว้าผ้ามาพันรอบคอบ่าวคนสนิทไม่ให้เห็นบาดแผลน่ากลัว ใจประหวั่นถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งเฟืองมีชีวิตและคอยปรนนิบัติพัดวีทุกอย่างราวกับเป็นแม่คนที่สอง

ทุกย่างก้าวในชีวิตบ่าวคนสนิทไม่เคยทิ้งเธอ

ไปไหน จวบกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตก็เสียสละ

ชีวิตเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเธอ ท่านชายเข้าใจความ

รู้สึกท่านหญิงดีแต่ก็ไม่อาจหักห้ามความโกรธแค้น

ต่อเฟืองได้...บุหลันต้องตายมันก็ควรได้รับโทษด้วยชีวิตถึงจะสาสม!

การจากไปของเฟืองทำให้บรรยากาศในวังหดหู่มาก ท่านชายวุ่นวายกับการปิดคดี ส่วนท่านหญิงจมกับความทุกข์จนไม่เป็นอันกินอันนอน ผ่องร้องไห้ด้วยความสงสารและคิดถึงเฟืองเพราะนับถืออย่างพี่สาวที่มีบุญคุณเกื้อหนุนกันมาตลอด ท่านหญิงซึ้งใจที่มีคนรักเฟือง ปลอบโยนบ่าวให้เผชิญหน้ากับความจริง

“อย่าร้องไห้เลยผ่อง ไหนๆเขาก็ไปแล้ว ไม่มีวันกลับมาอีก”

“หม่อมฉันคิดถึงพี่เฟือง แกช่วยหม่อมฉันไว้หลายอย่าง อับจนทุกทีก็ได้แกช่วย...ที่มาเลี้ยงคุณชายก็ด้วยมังคะ”

ผ่องปาดน้ำตาและพยายามทำใจ พลันนึกขึ้นได้ว่าเฟืองฝากจดหมายให้ท่านหญิง รีบหยิบส่งให้

“พี่เฟืองสั่งเด็ดขาดให้ถวายจดหมายตอนพี่เฟืองไปแล้ว หม่อมฉันคิดว่าพี่เฟืองหมายถึงตอนตำรวจเอาตัวไป”

ท่านหญิงไม่ถือสา เปิดอ่านแล้วน้ำตาไหลเมื่อเห็นตัวอักษรเขียนผิดๆถูกๆแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ

“อย่าทรงโสกเส้าเมื่อหม่อมฉันไปแล้ว หม่อมฉันจากไปแต่ร่าง หัวใจและวินยานยังคอยเฝ้าดูท่านหญิงสะเม๋อ”

ท่านหญิงปล่อยโฮ ผ่องพลอยสะอื้นไปด้วย...โถพี่เฟือง...ฉันสัญญาจะดูแลท่านหญิงอย่างดีแทนพี่เอง

ooooooo

หลังอ่านจดหมายของเฟือง...ท่านหญิงก็เศร้า-โศกกว่าเดิม ข้าวปลาไม่ยอมแตะจนท่านชายร้อนใจ สั่งให้คนไปรับหมอมาตรวจ ท่านหญิงแสดงอาการหมางเมินและพูดประชดประชันด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวจนท่านชายแปลกใจ สบตาเธอก็ยิ่งพิศวงเพราะเหมือนแววตาอาฆาตแค้นของเฟืองตอนก่อนตายไม่มีผิด

ท่านชายหลบสายตาไปยืนรอตรงหน้าต่าง หันหลังให้หมอกับท่านหญิงจึงไม่ทันได้ยินเธอสั่งความ

“วันนี้เผาศพคนของฉัน หมอจัดยาให้ฉันมีแรงลุกไปวัดด้วย”

หมอพยักหน้ารับรู้ หยิบเข็มฉีดยามาจัดการให้ตามที่เธอต้องการ

ท่านหญิงใส่บาตรให้เฟืองแต่เช้า ความโศกาอาดูรถึงบ่าวคนสนิทยังท่วมท้นแต่พยายามทำใจให้เข้มแข็ง เพราะรู้ดีว่าเฟืองอยากให้เธอมีชีวิตเพื่อสู้ต่อไป

“เดี๋ยวใส่บาตรเสร็จ หญิงจะไปเก็บกระดูกเฟือง เฟืองจะได้อยู่กับหญิงตลอดไป”

โกศใบน้อยบรรจุกระดูกเฟืองอยู่ในมือท่านหญิงสายวันเดียวกันนั้น ท่านชายไม่พอใจเมื่อภรรยาบอกจะนำไปเก็บไว้ในห้องพระ ประกาศกร้าวห้ามเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้ร่องรอยของบ่าวใจโฉดมาอยู่ร่วมชายคา ท่านหญิงกล้ำกลืนน้ำตาแล้วตวัดสายตามองสามีอย่างเย็นชา

“หญิงจะหาที่อยู่ให้เฟืองใหม่ ประทานอภัยด้วยที่หญิงไม่มีความคิด”

“ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างนั้น พี่รู้ว่าเธอเข้าใจแต่ประชด พี่อนุญาตให้จัดงานศพอย่างที่ต้องการ สวด

เจ็ดวันเกินฐานะคนใช้ พี่เตือนแค่นี้เธอยังไม่พอใจอีกหรือ” ท่านหญิงเฉยชาจนท่านชายของขึ้น “อะไรดลใจเธอหญิงแขไข...ถึงเอากระดูกของนังไพร่ร้ายกาจคนนี้มาปะปนกับพระอัฐิเจ้านาย กระดูกมันน่ะควรจะขุดหลุมฝังให้ลึกที่สุด”

ท่านหญิงสะกดอารมณ์สุดความสามารถแล้ว

เชิดหน้าจากไป ทันใดนั้น...แสงไฟจากเทียนดับวูบพร้อมลมกระโชกเข้ามาในห้อง ท่านชายไม่สะดุ้งสะเทือน จุดไม้ขีดใหม่แต่ก็ถูกลมพัดดับอีก

“มึงจะเฮี้ยนแค่ไหนกูก็ไม่กลัว มาสิวะ...เก่งจริงมึงออกมาสิวะนังปีศาจ!”

นับจากวันนั้น...บรรยากาศในวังรังสิยาก็ชวนอึดอัดกว่าเดิม ท่านหญิงแทบไม่มองหน้าหรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับท่านชายถ้าไม่มีเหตุจำเป็น แถมทรงเก็บองค์แต่ในห้อง ไม่ยอมพบหน้าผู้คนนอกจากผ่องกับชายเดียวเท่านั้น

กระทั่งวันหนึ่งมีฝนตกหนักจนไฟดับ...สนที่วิ่งรอกจุดไฟรอบวังมองเห็นภาพประหลาดจากแสงฟ้าผ่าบริเวณห้องท่านหญิง...เหมือนมีเงาของบุคคลที่สองละม้ายคล้ายเฟืองยืนน้อมรับคำสั่ง คนรับใช้ประจำตัวท่านชายถึงกับขนหัวลุก ขยี้ตาไปมาหลายทีก็เห็นภาพเดิม ร้อนรนจนทนเก็บไว้คนเดียวไม่ไหว เล่าให้สาลี่กับบรรดาบ่าวในครัวฟังวันรุ่งขึ้นแต่ไม่มีใครเชื่อ แถมหาว่าเข้าใจผิดจนสนเริ่มเชื่อว่าตัวเองคงตาฝาดไปเอง

ท่านหญิงให้คนไปรับหมอจากโรงพยาบาลเช้าเดียวกันเพราะชายเดียวอาการไม่ค่อยดี มีไข้สูงจนกลัวว่าจะชัก ละมัยกับผ่องมาช่วยเป็นลูกมือและเช็ดตัวให้ ท่านหญิงเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงจนกระทั่งมีลมพัดเข้ามาวูบหนึ่ง...ท่านหญิงจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นนิ่งสงบแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะมัวพะวงกับอาการชายเดียว

ขณะเดียวกันในห้องท่านชาย...สนช่วยถอดฉลองพระองค์จากพระราชพิธี ท่านชายบ่นอุบว่าท่านหญิงไม่ยอมออกงานด้วยจนเขากลายเป็นที่ครหาจากคน

ทั้งเมือง พาลเคืองถึงเฟืองว่าตายไปแล้วเหมือนเอาวิญญาณท่านหญิงไปด้วย สนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินชื่อเฟือง ตะกุกตะกักบอกท่านชายว่าแอบเห็นผีเฟืองเมื่อคืนก่อนที่ห้องบรรทมท่านหญิง จังหวะเดียวกันสายลมพัดวูบเข้ามา สนผวากลัวจับจิต ต่างจากท่านชายที่ไม่สะทกสะท้าน

“นังเฟือง...มึงมาเลยกูไม่กลัวมึงหรอก เก่งจริงมึงออกมาให้กูเห็นสิอีไพร่...ตายแล้วไม่อยู่ส่วนตายนะมึง”

“ท่านชาย...อย่าทรงท้าทายผีนะหม่อม”

“กูไม่กลัวมันหรอก กูอยากให้มันมา ดูซิว่ามันจะทำอะไรกูได้ มันมีชีวิตอยู่ก็เป็นบ่าวกู ตายไปแล้วมันจะมีปัญญาทำอะไรกู อีเฟือง...ขืนมึงมารบกวนคนของกูอีก กูจะให้คนมาจับมึงถ่วงน้ำไม่ให้ผุดให้เกิดอีกเลย”

มีเสียงแปลกๆดังขึ้น สนเหลือบมองบนเพดานแล้วแทบช็อกตาย เห็นผีเฟืองตัวใหญ่กำลังโน้มลงมาเกือบถึงตัวท่านชายพร้อมสีหน้าเกรี้ยวกราด สนตัวสั่นพั่บๆด้วยความกลัวสุดขีด ขาอ่อนจนทรุดลงกับพื้น ท่านชายมองมาด้วยความสมเพช บ่นว่ากลัวอะไรนักหนาแล้วก้าวขาออกไปข้างนอก พบท่านหญิงอุ้มชายเดียวจ้องมาด้วยแววตาประหลาด

ท่านชายเพ่งมองแล้วอ้าปากค้าง เหมือนเห็นร่างเฟืองซ้อนทับท่านหญิง แถมเธอยังย่างสามขุมมาหาด้วยท่าทางคุกคาม ท่านชายร่นหนีจนสะดุดขาตัวเองกลิ้งหลุนๆลงบันไดพร้อมเสียงร้องโหยหวน ท่านหญิงส่งเสียงกรี๊ดลั่น ยืนมองสามีนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งที่เชิงบันได...

ooooooo

อุบัติเหตุที่ไม่มีใครทราบสาเหตุแน่ชัดครั้งนั้นทำให้ท่านชายรังสิโยภาสกลายเป็นอัมพาตครึ่งตัวล่าง ต้องนอนอยู่แต่ในตำหนักไม่ได้ออกไปไหนเหมือนเคย

วันเวลาผ่านไปจนชายเดียวหรือคุณชายศักดินาถึงวัยเข้าโรงเรียนมหาดเล็กหลวง เพราะท่าทางเรียบร้อยและไม่ถือองค์ทำให้กลายเป็นที่รักของเพื่อนฝูง และเหมือนโชคชะตาเล่นตลกเพราะหนึ่งในเพื่อนสนิทของชายเดียวก็คือฉัตต์ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ศึกษาในโรงเรียนเดียวกัน

ทุกวันชายเดียวกับฉัตต์จะไปรอรถมารับพร้อมกัน และวันนี้ก็เหมือนเคย...รถของฉัตต์มีจริมาซึ่งโต

เป็นสาวน้อยนั่งหน้ามุ่ยในรถ ไม่ชอบหน้าเพื่อนสนิทของพี่ชายคนนี้แม้แต่น้อยเพราะท่าทางหยิ่งเหมือนมองไม่เห็นหัวใคร เด็กสาวมักค่อนแคะถึงความขี้เก็กของชายเดียวเสมอ ฉัตต์ได้แต่หัวเราะเบาๆไม่ถือสา รู้ดีว่าภายใต้ท่าทีเย็นชาของชายเดียวนั้นคือจิตใจดีงามและกตัญญูรู้คุณที่สุด

เวลาเดียวกันหน้าบ้านปัณณธร...จันทร์จูงมือรุ้งกลับจากโรงเรียนแถวบ้าน จริมาผ่านมาเห็นก็เรียกให้ขึ้นรถไปด้วยกันแต่ฉัตต์ไม่ยอม อ้างว่าเดินไม่ถึงห้าก้าวก็ถึง รุ้งหน้าเสียแต่ฝืนยิ้ม จันทร์สงสารดึงลูกมากอดและถามว่าไหวไหม

“ไหวค่ะแม่...แต่ว่ามันไม่ใช่ห้าก้าวนี่จ๊ะ”

“อ้อ...เป็นคำเปรียบเทียบจ้ะ ว่าเดินจากนี่ไปโน่นน่ะไม่ไกล”

“ไม่ไกลก็ต้องพูดว่าไม่ไกลสิ คุณฉัตต์บอกว่า

ห้าก้าว ลูกว่ามันตั้งยี่สิบกว่าก้าว”

จันทร์หัวเราะชอบใจ โล่งอกที่ลูกสาวไม่คิดมากอย่างที่เข้าใจ แต่ผิดคาดเพราะความจริงรุ้งเครียดมากแต่ไม่แสดงออกเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ

จริมาไม่ละความพยายาม ยืนดักรอหน้าบ้านพร้อมถุงขนมของฝากจากพี่ชายมาชวนรุ้งไปทานด้วยกัน ฉัตต์ยืนกับคุณหญิงเพ็งชักสีหน้าพร้อมก้าวไปกระชากถุงขนมคืนและผลุนผลันเข้าบ้าน คุณหญิงเพ็งตามติดเพราะ

ไม่ชอบใจกิริยาเหมือนมองไม่เห็นหัวคนแบบนี้

ส่วนจริมาหน้าเสียแต่ยังทำยิ้มหวานประจบ

อ้อนจันทร์ขอไปเล่นกับรุ้งที่เรือนเล็กแต่จันทร์ไม่ยอมเพราะไม่อยากให้ฉัตต์อารมณ์เสียกว่านี้ จริมาส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากรุ้งแต่ก็ไม่ได้เรื่องเช่นกันเพราะ

เพื่อนรักเห็นด้วยกับแม่ จริมาได้แต่มองตามพี่ชาย เคืองๆ...คอยดูนะริมาจะฟ้องคุณพ่อ!

ฟากฉัตต์โดนคุณหญิงเพ็งลากไปอบรมเพราะแสดงมารยาทไม่ดีกับจันทร์และรุ้ง ฉัตต์ไม่สะทกสะท้านยืดอกยอมรับว่าไม่ชอบหน้าสองแม่ลูกเพราะยังปักใจเรื่องในอดีต

“ถ้าพวกเขาไม่มาวันนั้นแม่ราตรีก็ไม่ตาย พวกเขาสิต้องตายไม่ใช่แม่ราตรีของผม ผมไม่มีวันดีด้วย”

คุณหญิงเพ็งถอนใจเหนื่อยหน่ายไม่รู้จะอธิบายให้หลานชายคนโตเข้าใจยังไง ทั้งที่เพียรบอกหลายครั้งแต่เด็กหนุ่มยังฝังใจไม่เลิก...เห็นทีคงต้องปรึกษาพจน์เพื่อเปิดอกพูดกันจริงๆจังๆสักที

ooooooo

ชายเดียวกลับถึงวังรังสิยาก็ตรงไปหาแม่ ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสยิ้มหวานให้ลูกชายพร้อม

ชวนทานของว่างก่อนไปอ่านหนังสือให้ท่านพ่อหรือท่านชายรังสิโยภาสฟังเหมือนเคย

ท่านชายนอนลืมตามองเพดานนิ่ง ชายเดียวคลานเข้าหา ทำท่าอึกๆอักๆแต่สุดท้ายก็อ่านเรื่องขุนช้างขุนแผนให้พ่อฟัง คำกลอนเสนาะหูทำให้ท่านชายหวนคิดถึงบุหลันหม่อมคนโปรดในอดีต ทั้งภาพเธอร้อยดอกไม้และฉากรักแสนหวานที่เคยมีต่อกัน ภาพความทรงจำวันสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าและสายตาอาลัยอาวรณ์ของบุหลันทำให้ท่านชายสะเทือนใจหนัก มิอาจทนฟังคำกลอนอีกต่อไป ไล่ตะเพิดชายเดียวออกจากห้องดื้อๆ

ผ่องเฝ้ารออยู่แล้วที่หน้าห้อง โอบปลอบชายเดียวที่สะอื้นฮักด้วยความกลัวระคนตกใจเมื่อเห็นพ่อแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ท่านหญิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากมุมหนึ่ง สงสารชายเดียวเหลือเกินที่ต้องรองรับอารมณ์ท่านชายตั้งแต่เด็ก เธอหมุนตัวกลับเข้าห้อง ชะงักเมื่อเห็นร่างลางๆคุ้นตาปรากฏตรงหน้า ยิ้มและก้าวไปหาพร้อมออกเดินพูดคุยกันราวกับเป็นเรื่องปกติที่เจอกัน

ชายเดียวเสียใจที่ท่านพ่อไม่รักและหมางเมิน วิ่งไปร้องไห้ที่ท่าน้ำและตะโกนสุดเสียงระบายอารมณ์ เช่นเดียวกับฝาแฝดน้องสาว...รุ้งก็อึดอัดเรื่องฉัตต์ น้ำตาไหลพรากอย่างช่วยไม่ได้ กลัวมีเรื่องเข้าสักวันแล้วแม่จะลำบากใจ

จริมาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วรีบมาเรือนเล็ก หลังบ้าน เห็นรุ้งนั่งเหม่อตรงท่าน้ำเลยชวนมาเล่นด้วยกัน คุณหนูคนเล็กของบ้านปัณณธรตั้งตัวเป็นพี่ใหญ่ บังคับให้เรียกพี่แต่รุ้งไม่ยอมเพราะไม่อยากยกตัวเทียมเจ้านาย สองสาววิ่งไล่กันเพลินจนเจอฉัตต์กระชากหางเปียรุ้งจนหน้าหงาย จริมาโกรธมากแหวใส่พี่ชายเสียงเขียว

“พี่ฉัตต์รังแกรุ้งอีกแล้ว ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”

“ไม่เป็น...ไม่อยากเป็นกับคนบางคน”

รุ้งเดินเลี่ยงไปที่อื่น จริมามองพี่ชายตาคว่ำแล้วสะบัดหน้าตามเพื่อนรัก ฉัตต์หน้าบึ้ง...ทนอยู่ได้ก็อยู่ไปแล้วกัน!

ฉัตต์ยังไม่กลับขึ้นบ้านเพราะบังเอิญเห็นจันทร์กับยอดหรือที่ใครๆในบ้านเรียกว่าเจ้าใบ้ยืนอยู่ด้วยกัน เด็กหนุ่มเฝ้ามองด้วยความสงสัย...อยากรู้เหลือเกินว่ามีเรื่องอะไรกัน

ฝ่ายจันทร์กับยอดไม่เห็นฉัตต์ ปรับทุกข์กัน

เหมือนเคยตามประสาคนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

“ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าลูกชายอยู่ยังไง ท่านพ่อของคุณชายรักเธอหรือไม่ ท่านหญิงทรงเลี้ยงลูกชายฉันยังไง รักหรือไม่รักแต่เกลียดหรือเปล่า ท่านหญิงทรงเกลียดฉันมาก ท่านอาจไม่รักลูกชายฉัน”

ยอดสงสาร ตัดสินใจบอกว่าเพิ่งพายเรือผ่านหน้าวังรังสิยาและเห็นคุณชายศักดินาเป็นครั้งแรก

“จริงหรือ...ยอดเห็นจริงๆหรือ เป็นยังไง ตัว

แค่ไหนแล้ว เหมือนรุ้งหรือเปล่า”

“ผมไม่เห็นว่าเหมือนคุณหญิงหรือเปล่าเพราะอยู่ไกล แต่คุณชายน่าจะสบายดี แต่งตัวเหมือนที่คุณฉัตต์ใส่”

จันทร์คะยั้นคะยอให้พาไปคราวหน้า ยอดพยักหน้ารับหงึกๆ เห็นใจเธอมากที่ต้องพรากจากลูกตั้งแต่เกิด

ooooooo

ฉัตต์กลับขึ้นเรือนเมื่อพลบค่ำ พกพาอารมณ์หงุดหงิดมาด้วยจนคนในบ้านรู้สึก พจน์กับคุณหญิงเพ็งพยายามซักถามก็ได้รับคำตอบประชดประชันกลับมา

“ผมเห็นจันทร์คุยกับไอ้ใบ้อีกแล้ว แต่ช่างเถอะครับ...ผมบอกกี่ครั้งก็ไม่มีใครเชื่อ ลืมไปก็ได้ครับ”

ฉัตต์พูดจบก็จะเดินหนี คุณหญิงเพ็งไม่ชอบใจกิริยาหลานชายจึงรั้งไว้พร้อมปรามเสียงแข็ง “อย่าให้ย่าเห็นกิริยา กับผู้ใหญ่อย่างนี้อีกเป็นอันขาด ถ้ากับพ่อและย่ายังทำได้ก็คงทำได้กับคนทั้งโลก แล้วใครจะคบค้าสมาคมด้วย”

ฉัตต์ไม่สนเดินลิ่วขึ้นข้างบน ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักก็ขมวดคิ้ว เปิดห้องน้องสาวแล้วของขึ้นเมื่อเห็นรุ้ง

“มาเล่นบนตึกทำไม ข้างบนนี้มีแต่คุณย่า คุณพ่อ พี่และริมาเท่านั้นที่อยู่ได้”

“รุ้งก็อยู่ได้ คุณพ่อกับคุณย่าอนุญาตแล้ว”

“พี่เป็นเจ้าของบ้าน พี่ออกคำสั่งต้องเชื่อ โยนยายโสโครกคนนี้ออกไป”

รุ้งน้ำตาร่วงเผาะ จริมาโมโหมากพาเพื่อนไปเล่นที่อื่น ฉัตต์ปรี๊ดแตกที่ไม่มีใครเชื่อ ผลักรุ้งกระเด็นไปชนตู้หัวแตกเลือดไหลเป็นทาง จริมาส่งเสียงกรี๊ด ตะโกนโหวก เหวกจนฉัตต์วิ่งหนีเข้าห้องพระเพราะทำตัวไม่ถูก คุณหญิงเพ็งได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งมาดู ตกใจมากเมื่อเห็นสภาพรุ้ง เรียกสารภีให้ตามฉัตต์ไปพบพจน์เพื่อตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้น
ฉัตต์เดินคอตกไปหาพ่อ พจน์รออยู่แล้วพร้อมพจนานุกรมในมือ ถามลอยๆถึงที่มาของชื่อฉัตต์ที่ราตรีตั้งให้

“ฉัตต์เหมือนร่มซ้อนกันเป็นชั้นๆเป็นของสูงครับ คุณแม่ให้ชื่อฉัตต์เพื่อกางร่มให้คนในบ้านร่มเย็น”

“ใช่แล้ว...แม่ตั้งให้เพราะความหมายดี แต่เวลานี้ลูกได้ทำสิ่งที่แม่ตั้งใจไว้หรือยัง พ่อหมายถึงให้ความร่มเย็นกับคนในบ้าน ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน” ฉัตต์จะค้านแต่พจน์ยกมือห้าม “เขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น เราก็ควรเมตตาตามสมควร เขาก็ทำงานตอบแทนเรา หรือลูกคิดว่าไม่ใช่”

ฉัตต์ชักสีหน้า บอกพ่อตามตรงว่าไม่ชอบหน้าจันทร์กับรุ้ง พจน์ส่ายหน้าและแย้งเสียงเรียบ

“ไม่ชอบเพราะเขาบังเอิญมาวันที่แม่ตาย ลูกก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด”

ฉัตต์เม้มปากเถียงไม่ออกเพราะพ่อพูดถูกทุกอย่าง พจน์เชื่อว่าเนื้อแท้ลูกชายไม่ใช่คนไม่ดีเพียงแต่เต็มไปด้วยอคติเพราะไม่ยอมเปิดใจ แกล้งบอกจะแก้ปัญหาด้วยการให้เงินสองแม่ลูกไปทำทุนและอยู่ที่อื่น

“พวกเขาแข็งแรงดีแล้ว ยายรุ้งก็เติบโตรู้ภาษาช่วยเหลือแม่เขาได้แล้ว”

“เขาจะไปทำงานอะไร เป็นคนใช้บ้านไหน เผื่อเจ้าของบ้านไม่ดีล่ะครับ”

ฉัตต์ใจไม่ดีกลัวพ่อไล่สองแม่ลูกไปจริงๆพจน์ลอบยิ้ม รู้แล้วว่าแผนลองใจได้ผล แต่ยังแกล้งทำเสียงแข็งใส่ลูกชาย

“ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา”

“แต่คุณพ่อชอบช่วยคน นักโทษคุณพ่อยังช่วยให้เขามาทำงานบ้านเรา”

“แต่ฉัตต์ไม่ชอบคนพวกนี้ พ่อต้องเลือกลูกของพ่อ”

ฉัตต์ลุกพรวด ความละอายใจแผ่ซ่านทั่วใบหน้า เริ่มรู้สึกผิดกับสองแม่ลูกเลยสารภาพว่าเป็นคนผลักรุ้ง

“จะให้พ่อทำยังไง ฉัตต์ทำผิดแต่เป็นลูกพ่อ พ่อตัดสินลูกไม่ได้เพราะพ่อมีอคติแน่นอน ผู้พิพากษาตัดสินได้แต่ลงโทษไม่ได้ แต่ถ้าฉัตต์ยืนยันจะรับโทษ พ่อจะหาคนมาทำหน้าที่นั้นเอง”

ฉัตต์พยักหน้ายอมรับ พจน์จึงสั่งสารภีให้ไปตามเจ้าใบ้

“ให้เจ้าใบ้ตัดไผ่แล้วเหลาเป็นไม้เรียว เสร็จแล้วเรียกจันทร์กับรุ้งขึ้นมา ฉันจะให้รุ้งเฆี่ยนตาฉัตต์”

สารภีสะดุ้งเฮือก เช่นเดียวกับฉัตต์ที่นึกไม่ถึงว่าพ่อจะตัดสินแบบนี้ และคนหนักใจไม่แพ้กันก็คือจันทร์ ต่างจากรุ้งที่นิ่งเงียบแล้วพูดเบาๆแต่หนักแน่นว่าจะลงมือเฆี่ยนฉัตต์ด้วยตัวเอง!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ล่า ท้า ชน EP.4 ทัพ เห็นภาพบาดใจ พระนาย เซอร์ไพรส์ขอ นาตาชา แต่งงาน

ล่า ท้า ชน EP.4 ทัพ เห็นภาพบาดใจ พระนาย เซอร์ไพรส์ขอ นาตาชา แต่งงาน
25 พ.ย. 2563

03:01 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 03:29 น.