ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แค้นเสน่หา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ท่านหญิงคอยรุ้งกลับวังอย่างใจเย็น ความแค้นที่ฝังใจมานานกำลังถึงเวลาเอาคืนให้สาสม ทรงประทับมองพระรูปท่านชายในห้องทำงานแล้วหัวเราะเบาๆทั้งน้ำตาคลอ

“ทรง คอยนะคะ เมียสุดที่รักและลูกสาวยอดดวงใจจะไปหาเจ้าพี่ในไม่ช้า จะได้ไม่ต้องทรงเหนื่อยมาหาพวกมัน คอยไม่นานหรอกเจ้าพี่...แค่คืนนี้เอง”

รุ้ง กลับถึงวังก็เข้าถวายงาน ท่านหญิงมองมาด้วยแววพระเนตรอึกอักเพราะยังพระทัยไม่แข็งพอจะจัดการกับหญิง สาวหน้าหวานคนนี้ แม้รู้ดีว่าเป็นลูกของศัตรูหัวใจคนสำคัญแต่ก็ยังลังเลเพราะความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดีที่ยึดถือมาตลอดคอยบอกว่ารุ้งเป็นแค่เหยื่อของความอาฆาตเท่านั้น

รุ้งไม่รู้เรื่อง จัดยาให้เหมือนเคยและหยิบพวงมาลัยไปคุกเข่าต่อหน้าท่านหญิง

“รุ้งขอประทานอนุญาตนำพวงมาลัยถวายท่านชายได้ไหมมังคะ”

ท่าน หญิงปฏิเสธและไล่กลับห้องด้วยท่าทางดุๆ จนรุ้งแปลกใจแต่ไม่กล้าทูลถาม เมื่อพบคุณหญิงทอแสงระหว่างทางกลับห้องจึงมอบยานอนหลับให้และบอกให้ทานครั้ง ละเม็ดก่อนนอนเพราะยามีฤทธิ์มากพอสมควร คุณหญิงรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องหลอกหญิงสาวแสนดีจึงขอพวงมาลัยไปถวายพระแทน แต่สุดท้ายเพราะความริษยาที่ครอบงำจิตใจจึงขยี้พวงมาลัยจนแหลกคามือ...แก ต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากพวงมาลัยพวงนี้แหละนังรุ้ง!

รุ้งมีโอกาสรับ ประทานอาหารเย็นร่วมกับคุณหญิงทอแสงเป็นครั้งแรก แม้ไม่ค่อยไว้ใจท่าทีแปลกๆแต่เพราะเป็นคนไม่คิดมากเลยตัดสินใจร่วมโต๊ะ คุณหญิงเริ่มแผนร้ายด้วยการหลอกล่อให้รุ้งดื่มน้ำส้มผสมยานอนหลับ รุ้งติดใจรสชาติเฝื่อนๆแต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอมากก็หลงกลดื่มจนหมด

ฤทธิ์ ยานอนหลับได้ผลเร็วตามคาด คุณหญิงจับแขนรุ้งที่เริ่มเบลอแล้วลากไปเรือนพักเก่าริมน้ำ รุ้งสำเนียกได้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายจึงรวบรวมสติอันน้อยนิดอ้อนวอนขอให้ ปล่อย

“เธอเป็นตัวมารในชีวิตฉัน คิดแย่งทุกอย่างของฉัน โดยเฉพาะพี่ชายเดียว”

“ไม่เคยแย่ง...รุ้งไม่เคยแย่งคุณชายเดียว คุณหญิงเข้าใจผิด”

“โกหก...ไม่ได้แย่งแล้วตามเขากลับมาทำไมไหนบอกจะไม่กลับมา ฉันเชื่อก็บ้าแล้ว”

รุ้ง พยายามสะบัดตัวออกแต่ไม่สำเร็จเพราะความง่วงงุน คุณหญิงเกือบใจอ่อนเพราะเนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เมื่อนึกถึงความรักที่มีต่อชายเดียวก็ฮึดขึ้นใหม่ ฉุดกระชากลากถูรุ้งจนถึงเรือนพักเก่าตามคำสั่งผีร้ายในที่สุด

เวลา เดียวกันที่วัดนอกเมือง...คุณหญิงเพ็งกับจันทร์เตรียมข้าวของกลับบ้าน ระหว่างทางก็ล่ำลากัลยาณมิตรมากหน้าหลายตาที่ร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกันมาหลาย วัน โดยเฉพาะวิมลกับลูกสาวที่ทำให้ทั้งสองยิ้มไม่หุบเพราะอาศัยพระธรรมคำสอน ทำให้ปล่อยวางเรื่องปัญหาในบ้านได้

แต่เมื่อต้องเจอปัญหาของบ้านตัวเอง จันทร์ก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อแนบที่มารอรับบอกว่ารุ้งถูกฉัตต์ไล่ออกจากบ้าน ปฏิกิริยาของลูกสาวทำให้คุณหญิงนิ่วหน้าแต่ไม่อยากซักไซ้เพราะเป็นห่วงรุ้งมากกว่า จันทร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเป็นห่วงลูกสาว คุณหญิงเพ็งจึงโอบกอดด้วยความสงสาร

“จันทร์...มีสตินะลูก เรากำลังจะออกจากที่เย็นสบายเพื่อไปบ้านที่ร้อน เราต้องพาความเย็นไปกับเรา อย่าตกใจจนคุมสติไม่ได้ รุ้งต้องไม่เป็นอะไร เราต้องเชื่อมั่นในลูกเรา”

ooooooo

จันทร์ประคองคุณหญิงเพ็งขึ้นรถ ในใจยังพะวงเรื่องลูกสาวที่ไม่รู้ว่าไปตกระกำลำบากที่ไหน แม้คุณหญิงพยายามปลอบเท่าไหร่ อดีตหม่อมก็ไม่คลายความกังวลใจและแย่กว่าเดิมเมื่อแนบรายงานสถานการณ์ ล่าสุดของร้านสวนราตรีว่าถูกฉัตต์สั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด

สองแม่ลูกนิ่งงันไปครู่ใหญ่ คุณหญิงเพ็งได้สติก่อนจึงแสดงความเห็นอย่างคนที่รู้จักหลานชายตัวเองดี

“พ่อเจ็บพ่อตายเขาไม่รู้เรื่อง ก็น่าเห็นใจที่จะอาละวาด แบบนี้ มันไม่ร้ายแรงเท่าเรื่องแต่งงานของเขาหรอก”

จันทร์เองก็เห็นด้วยกับข้อนี้ แต่ก็แปลกใจไม่น้อยที่คุณหญิงไม่โวยวายมากเท่าที่ควร

“เราจะเปลี่ยนชีวิตและความคิดของเขาไม่ได้หรอกจันทร์ แม่ยอมรับถ้าฉัตต์จะทิ้งเพชรไปคว้ากรวดมาแทน”

จันทร์ถอนหายใจหนักหน่วง ส่วนคุณหญิงได้แต่โอบปลอบลูกสาวแล้วเตือนสติด้วยน้ำเสียงปรานี

“อย่าเพิ่งเสียขวัญและกำลังใจ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้”

จันทร์ซึ้งใจมาก ก้มกราบแม่บุญธรรมแนบอก “คุณแม่เป็นพระของลูกจริงๆ ถ้าไม่มีคุณแม่ชีวิตลูกจะเป็นยังไง”

“ก็ถ้าไม่มีลูก...ชีวิตแม่ก็น่าคิดเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง”

ระยะทางจากวัดถึงบ้านช่างยาวนานนักในความรู้สึกของจันทร์ อดีตหม่อมสบตายอดที่มาต้อนรับด้วยแววตาหวั่นวิตก คุณหญิงเพ็งเข้าใจความรู้สึกลูกสาวดีแต่ไม่อยากให้รุ่มร้อนจนขาดสติ

สองแม่ลูกกอดกันแน่น เป็นที่ตื้นตันของเหล่าบริวารที่ออกมาต้อนรับ ฉัตต์เฝ้ามองอยู่นานจึงตัดสินใจเดินไปหาและทำความเคารพด้วยท่าทีเรียบร้อยจนจันทร์แปลกใจ คุณหญิงเพ็งตบบ่าหลานชายเบาๆ พลันเบิกตากว้าง เมื่อเห็นจริมาแล้วอ้าแขนรับหลานสาวคนโปรดที่ร้องไห้โฮทันทีที่เห็นเธอ

ย่าและหลานทั้งสองทักทายกันพอหอมปากหอมคอจึงเดินเข้าบ้าน ฉัตต์ช่วยประคองย่าอย่างอ่อนโยน คุณหญิงเพ็งเข้าใจความรู้สึกดีจึงตบที่หลังมือหลานชายเบาๆ

“ขอบใจมากที่ช่วยพยุงย่า ฉัตต์คงรู้เรื่องพ่อแล้ว เดี๋ยวย่าจะพูดให้ฟังอีกรอบ”

เมื่อทุกคนพร้อมหน้ากันที่ห้องโถง คุณหญิงเพ็งจึงเปิดประเด็นโดยเริ่มจากความสุขกายสบายใจจากการไปปฏิบัติธรรมที่วัด เธอเหลือบมองหลานชายและพูดถึงความตายของพจน์ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลกซึ่งทุกคนต้องเจอเมื่อถึงเวลา ฉัตต์นิ่งไปอึดใจ ภายในใจเริ่มปั่นป่วนเพราะความรู้สึกผิด ได้แต่ก้มหน้าฟังย่าอบรม

“เพราะเราทำใจของเราให้เย็น ใจเราเย็นเสียอย่าง เรื่องร้อนอะไรเราก็ทำให้เย็นลงได้ พอใจเย็นแล้วเราก็จะค่อยๆคิด ถ้ามีทุกข์ก็นึกถึงสาเหตุแห่งทุกข์แล้วจึงหาทางดับทุกข์ ศาสนาพุทธสอนเรื่องนี้เป็นสำคัญ”

ทุกคนรับฟังด้วยสีหน้าซาบซึ้ง ยกมือไหว้คุณหญิงด้วยความเคารพแล้วแยกย้ายไปทำงาน ยอดจึงถือโอกาสมอบจดหมายของรุ้งให้จันทร์ อดีตหม่อมรับมาด้วยมือสั่นเทาแต่ยังไม่เปิดอ่านเพราะอยากคุยกับฉัตต์ให้รู้เรื่องก่อน

เมื่อบรรดาคนใช้ออกไปแล้ว คุณหญิงเพ็งจึงเข้าเรื่องสำคัญ โดยยืนยันคำพูดเดิมของจริมาว่าพจน์เป็นคนสั่งไว้ก่อนตาย ไม่ให้บอกใครโดยเฉพาะฉัตต์เพราะมั่นใจว่าเขาจะไม่กลับไปเรียนต่อ

“อย่าเอาความผิดไปลงที่รุ้งคนเดียว ถ้าจะโกรธต้องโกรธทุกคน ถ้าจะไล่ใครเพราะเรื่องพ่อต้องไล่ทุกคน”

ฉัตต์ทรุดตัวลงกราบที่พื้นด้วยความหัวใจที่ปวดร้าว เสียใจมากที่ทำร้ายรุ้งเพราะความไม่รู้จักคิด

“ผมขอโทษ ผมทำผิดมาก ขอรับผิดทุกอย่าง”

ฉัตต์ไม่อาจทนสู้หน้าจันทร์ จริมาและคุณหญิงเพ็งได้อีกจึงหลบไปพักในห้องรุ้ง นึกโกรธและโทษตัวเองที่โง่และวู่วามจนไล่เธอออกจากบ้าน ส่วนอดีตหม่อมเปิดจดหมายลูกสาวต่อหน้าจริมากับคุณหญิงเพ็ง และก็เป็นอย่างคาด...รุ้งกำชับไม่ให้บอกฉัตต์ถึงสาเหตุที่ทำร้านอาหารเพราะกลัวเขาจะรับไม่ได้

“ริมาว่าต้องบอก น้าจันทร์กับรุ้งเหนื่อยแทบตายเพื่อพี่ฉัตต์ แล้วจะให้ปิดทองหลังพระไปถึงเมื่อไหร่”

“นั่นสิ...ย่ายังยอม เจ้าฉัตต์ใหญ่โตมาจากไหนถึงไม่ยอม ร้านเราก็สวยงาม อาหารโบราณหากินยากจะตาย”

“คุณริมา...ขอร้องนะคะ สงสารรุ้งเถอะค่ะ น้าคิดว่าไม่มีใครรู้จักคุณฉัตต์ดีเท่ารุ้ง”

จริมาเบ้หน้า ยอมรับอย่างเสียไม่ได้แต่ไม่วายเหน็บพี่ชายตบท้าย “เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่ามีพี่ชายโง่จริงๆ”

คุณหญิงเพ็งส่ายหน้าให้คำพูดเหน็บแนม ส่วนจันทร์ได้แต่ถอนใจยาวเพราะคิดไม่ตกว่าจะพูดกับฉัตต์ยังไง

ooooooo

อดีตหม่อมรวบรวมความกล้าอยู่นานจึงเคาะประตูห้องรุ้ง ฉัตต์ขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เห็นความเศร้าซึมและนัยน์ตาแดงก่ำเหมือนคนกำลังทุกข์หนัก จันทร์บอกไม่ให้คิดมากเพราะเชื่อว่ารุ้งไม่โกรธเขาแน่

“ผมอยากให้รุ้งโกรธ โกรธผมให้มากๆ ผมจะได้รู้สึกตัว รุ้งจะได้มีที่ลง ไม่ต้องเก็บความอัดอั้นไว้อีกต่อไป”

“น้าเชื่อว่ารุ้งไม่โกรธ รุ้งไม่เคยโกรธคุณฉัตต์เลยไม่ว่าเมื่อไหร่ ตั้งแต่ยังเด็ก รุ้งพูดเสมอว่าจะไม่มีวันโกรธหรือเกลียดทุกคนในบ้านปัณณธร...ไม่ว่าจะเป็นใคร เพราะทุกคนในบ้านนี้ทำให้เราแม่ลูกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...เกิดอย่างสมศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ต้องอยู่ข้างถนน เป็นคนจรจัดหรือเร่ร่อน”

ฉัตต์ไม่อาจทนกับความรู้สึกผิดได้ ก้มกราบแนบพื้นจนจันทร์ถลันไปห้ามแทบไม่ทัน

“รุ้งหวังเสมอว่าวันหนึ่งคุณฉัตต์จะต้องเข้าใจทุกอย่าง”

ฉัตต์ยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลเพราะความเสียใจที่ทำร้ายหญิงสาวอันเป็นที่รัก อดีตหม่อมได้แต่ลูบหลังเบาๆด้วยความสงสาร...แต่ก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะเป็นห่วงลูกสาวไม่ต่างกัน

ขณะเดียวกันที่วังรังสิยาก็ตามหารุ้งกันให้ควั่ก ทั้งสนกับผ่องวิ่งวุ่นเพราะตามคำสั่งของชายเดียวที่ให้สนมารับเธอไปส่งโรงพยาบาลแต่ก็ไม่เห็นเธอแม้แต่เงา ผ่องตัดสินใจไปถามท่านหญิงแต่โดนตะเพิดออกมาแทบไม่ทันเพราะทรงกำลังหงุดหงิด คุณหญิงทอแสงเฝ้าดูเหตุการณ์โดยตลอด สะใจมากแต่ต้องเก็บอาการเพราะไม่อยากมีพิรุธ

ผ่องกับสนกลุ้มใจมากเพราะไม่รู้จะตอบคำถามชายเดียวยังไง คุณหญิงทอแสงจึงแกล้งบอกว่ารุ้งออกไปทำงานแต่เช้าและจะไปค้างบ้านปัณณธรสองสามคืนถึงกลับวัง สองบ่าวจึงได้แยกย้ายกันไปทำงาน ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าหญิงสาวหน้าหวานที่เพียรตามหากำลังนอนหายใจรวยรินในเรือนเก่าริมน้ำ โดยมีผีเฟืองยืนเท้าสะเอวตรงหน้า ใช้อิทธิฤทธิ์พิเศษพรางตาคนไม่ให้เห็น เสียงฟ้าร้องพร้อมห่าฝนทำให้รุ้งสะดุ้ง ร้องไห้ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ

รุ้งพยายามขยับตัวแต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ได้แต่หลับตาลงอย่างอ่อนแรงและนึกถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่คุณหญิงทอแสงหลอกล่อให้ดื่มน้ำส้มจนหมดแก้วแล้วลากเธอมาทิ้งไว้ที่นี่

“แย่งทุกอย่างไปก็ต้องเจอบทเรียนอย่างนี้ คุณหญิงทอแสงรัศมีไม่ใช่คนที่เธอจะล้อเล่นได้” รุ้งพยายามอธิบายว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่คุณหญิงโมโหหึงจนขาดสติ “คนอย่างเธอทำเป็นสงบเสงี่ยม นังจริมาว่าร้ายแล้ว เธอร้ายกว่าหลายเท่านัก ไปได้แล้ว...ไปอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่”

รุ้งส่งเสียงกรี๊ดแล้วทุกอย่างก็ดับวูบ เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งทุกอย่างรอบตัวก็มืดสนิท ผีร้ายที่คอยเฝ้าตลอดเวลามองมาจากมุมมืด...เวลาตายของแกใกล้มาถึงเต็มที่แล้วนังรุ้ง!

ฝ่ายท่านหญิงก็จมปลักกับความรู้สึกผิด แม้จะขังองค์แต่ในห้องบรรทมจิตใจก็ไม่สงบอย่างที่คิด ภาพความทรมานและแววตาน่าสงสารของรุ้งวิ่งพล่านในหัวจนนั่งไม่ติด ความดีและความชั่วต่อสู้กันจนแทบบ้าตาย เมื่อคุณหญิงทอแสงเข้ามาหาและแกล้งถามเรื่องรุ้งจึงรับสั่งตอบด้วยความอึดอัด

จันทร์แทบคลั่งตายด้วยความเป็นห่วงลูก ชายเดียวสงสารจึงอาสาไปเกณฑ์บ่าวไพร่มาช่วยหา ฉับพลันนั้น... ท่านหญิงได้ยินเสียงผู้คนมากมายก็เสด็จมาดู ถลึงตาด้วยความโกรธเมื่อเห็นอดีตหม่อมปรากฏตัวที่วัง

“เกิดอะไรขึ้น เสียงดังเอะอะจนฉันนอนไม่ได้ ชายเดียว...มีเรื่องอะไรกัน”

“พี่ฉัตต์ คุณน้าจันทร์และจริมา มารับรุ้งกลับบ้านครับ”

ท่านหญิงมีสีหน้าอึดอัดเพราะรู้แก่ใจว่ารุ้งอยู่ไหน แต่ใบหน้าของจันทร์ก็ทำให้ความลังเลเลือนหาย แรงแค้นที่ฝังแน่นมานานทำให้ไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป

“คิดว่าฉันกักตัวเขาไว้ที่นี่แล้วไม่บอกงั้นหรือ รุ้งออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว เขาไม่ลาฉันด้วยซ้ำ”

“หม่อมฉันแน่ใจว่ารุ้งยังอยู่ในวังนี้ หากจะทรงกรุณารับสั่งให้มหาดเล็กและข้าหลวงช่วยกันหา”

ท่านหญิงยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปฏิเสธไม่รู้เรื่องใดๆ แต่จันทร์มั่นใจว่าท่านหญิงมีส่วนเกี่ยวข้องแน่แต่ไม่อยากผลีผลาม จ้องพระพักตร์นิ่งราวกับจะทูลว่ารู้ทันทุกอย่าง

“รุ้งไม่ได้กลับบ้าน คุณชายโทร.ไปโรงพยาบาลก็ไม่พบ รุ้งไม่มีที่อื่นไปนอกจากบ้านปัณณธรกับที่นี่ หม่อมฉันขอประทานพระกรุณา ขอให้คุณชายเดียวกับคุณฉัตต์ช่วยกันหาทุกห้องบนตำหนัก”

“วังรังสิยาไม่ใช่ที่สาธารณะที่ใครจะมาเพ่นพ่านค้นหาคน”

ฉัตต์กับจริมาพยายามอ้อนวอนขอพระเมตตาค้นวังอีกครั้งแต่ท่านหญิงไม่ยอม โดยเฉพาะกับจริมาที่อาจหาญต่อปากต่อคำด้วย

“เมื่อคนหายไปจะให้ค้นหาที่ไหน ก็ต้องที่ที่เขาอยู่ไม่ใช่หรือเพคะ หรือจะให้ไปค้นที่โรงพยาบาล”

“เธอเป็นคนปากกล้ามากนะจริมา ควรจะได้บทเรียนบ้างว่าพูดจาไม่ระวังปาก เธอก็จะไม่ได้อะไรที่ต้องการ”

จริมายืนยันว่าพูดความจริงจนท่านหญิงเกือบหมดความอดทน

“แล้วที่ฉันพูดไม่จริงหรือไง ฉันเป็นเจ้าของวังนี้และฉันไม่อนุญาตให้พี่ชายเธอเดินเข้าเดินออกในวังของฉัน”

จริมาพยายามระงับอารมณ์อย่างสุดความสามารถและทูลถามซื่อๆว่าจะให้ทำอย่างไร

“รุ้งมีหน้าที่บอกไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งว่าเขาอยู่ไหน ถ้าไม่บอกก็แปลว่าไม่อยากให้รู้”

จันทร์น้ำตาไหลด้วยความเจ็บใจ ท่านหญิงสะใจมาก เชิญให้ออกจากวังด้วยท่าทีสุภาพแต่แววตาเชือดเฉือน

“ฉันว่าพวกเธอกลับไปได้แล้ว ชายเดียว...บอกเพื่อนของลูกกับผู้หญิงคนนี้ให้กลับไป และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องชวนกันมาที่นี่อีก”

จันทร์ทรุดตัวกับพื้น ก้มลงกราบแล้วอ้อนวอนอีกครั้ง

“ท่านหญิงมังคะ...ได้โปรดมังคะ ลูกสาวของหม่อมฉัน...เหลืออยู่คนเดียว”

ท่านหญิงโกรธมากเพราะความนัยที่ส่งมา ฉัตต์กับจริมาก็เข้าใจดีแต่คิดว่าไม่ควรแสดงอาการใดๆ ต่างจากชายเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยและอดแปลกใจท่าทีของท่านแม่ไม่ได้ว่าแข็งกร้าวกว่าทุกวัน

จันทร์ผวาไปเกาะเท้าท่านหญิงแน่นแล้วร้องไห้อย่างไม่อาย ท่านหญิงเชิดหน้าและเสมองทางอื่นเพราะไม่อยากใจอ่อน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจกลับมาอีกครั้งจนแทบอยากหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับสายตาเว้าวอนของอดีตหม่อมและท่าทีสงสัยของลูกชาย รับสั่งอนุญาตให้ชายเดียวพาฉัตต์และบ่าวไพร่จำนวนหนึ่งค้นหารุ้งให้ทั่ววังอีกครั้ง

ooooooo

ยอดไปตามหารุ้งถึงเรือนพักเก่าของเฟือง แต่ตะโกนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจนเริ่มหวั่นใจ ทันใดนั้น...มีเสียงหัวเราะเย้ยหยันลอยมาตามลม ยอดขนลุกชัน นึกรู้ว่าโดนผีเฟืองเล่นงานเข้าเสียแล้ว

รุ้งที่นอนหมดสติกลางห้อง ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งแว่วๆก็เงยหน้ามอง พยายามรวบรวมพลังที่เหลือดันตัวขึ้นช้าๆ เมื่อเห็นยอดก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ แต่เพราะอิทธิฤทธิ์ของผีเฟืองทำให้ยอดไม่ได้ยินเสียงเธอแม้แต่น้อย

ผีร้ายเฝ้ามองอยู่นานด้วยความรำคาญแล้วตัดสินใจใช้พลังที่เหลือผลักยอดกระเด็นออกไปจากเรือน อดีตคนสวนเจ็บแทบตายแต่ไม่ยอมแพ้ ค่อยๆคลานกลับ

ขึ้นไปใหม่เพราะเชื่อว่ารุ้งถูกขังที่นี่แน่ แต่แล้วสายตาก็พลันเหลือบเห็นสายสร้อยพระนามรังสิยากรเสียก่อนจึงเบิกตาโพลงด้วยความดีใจ...รีบกลับไปบอกหม่อมให้รู้ก่อนดีกว่า

ขณะเดียวกันการค้นหาบนตำหนักก็ดำเนินต่อไปแต่ยังไร้วี่แววของรุ้ง จันทร์น้ำตานองหน้า ใจแทบขาดเพราะกลัวลูกสาวเป็นอันตราย ชายเดียวพยายามปลอบโยนแต่อดีตหม่อมก็ไม่หายเศร้า ยืนยันกับท่านหญิงว่ารุ้งต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในวังนี้แน่

“อย่ากล่าวหากันอย่างไม่มีเหตุผล ฉันร่วมมือถึงที่สุดแล้ว จะเอาใครมาถล่มวังฉันอีกหรือ”

จบคำก็หันไปรับสั่งชายเดียวให้พากลับห้อง ยอดในสภาพสะบักสะบอมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมสร้อยคล้องเหรียญที่รุ้งใส่ติดตัวตลอดเวลา จันทร์รับมาด้วยความตื่นเต้น ใจสั่นสะท้านเมื่อรู้ว่าข้อสันนิษฐานของตนเป็นจริง ต่างจากท่านหญิงที่มองยอดเขม็ง พระพักตร์พลันซีดเผือดเมื่อจำได้ว่าคือ อดีตคนสวน!

“พวกเธอเป็นคนหรือเป็นผีมาหลอกหลอนฉัน ยี่สิบกว่าปี...เล่นละครกันตลอด” ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ท่านหญิงแทบยืนไม่ไหว “บุหลัน...แกกลับมาจนได้ ถ้าแกใช่มัน...บอกสิว่าทำไมต้องทำอย่างนี้”

“หม่อมฉันเป็นใครไม่สำคัญมังคะ ที่จริงบุหลันตายไปแล้วพร้อมๆกับลูกชายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แต่หม่อมฉัน... จันทร์มังคะ หม่อมฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวที่เหลืออยู่ตายไปด้วย รุ้งต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ”

ฉัตต์กับจริมาก้มหน้าเงียบ ต่างจากชายเดียวที่มองคนนั้นทีคนนี้ทีเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก

“สร้อยเส้นนี้รุ้งใส่อยู่ หม่อมฉันเพิ่งให้เมื่อไม่นานมานี้ รุ้งยังอยู่ที่นี่แน่” ท่านหญิงยังนิ่ง มองอดีตหม่อมด้วยแววตาแข็งกร้าว “หม่อมฉันเสียลูกชายไปคนหนึ่งแล้ว ทรงเมตตาคืนลูกสาวให้หม่อมฉันเถิดมังคะ รุ้งอยู่ไหนมังคะ ทรงทราบแล้วว่าหม่อมฉันคือ บุหลัน แล้วทำไมทรงแกล้ง”

จันทร์ก้มลงกราบที่เท้าอีกครั้ง ตามด้วยเสียงสะอึกสะอื้นจนไหล่สั่นเทิ้มแต่ท่านหญิงยังคงนิ่งเงียบ

“ขอลูกคืนให้หม่อมฉันเถิด แล้วหม่อมฉันจะพารุ้งไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว ไม่กลับมาให้ระคายพระทัยอีกเลย”

ท่านหญิงมีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะความรู้สึกผิดในใจ แต่เมื่อได้ยินยอดเล่าว่าเข้าไปตามหารุ้งถึงเรือนพักเก่าของเฟืองก็ตาลุกวาว

“เอ็งมีสิทธิ์อะไรไอ้ยอด วังรังสิยาไม่ใช่ที่สาธารณะ ใครกล้าบุกรุกข้าจะให้ตำรวจจัดการ...ข้าบอกแล้วว่ารุ้งไม่ได้อยู่ที่นี่ ทำไมถึงไม่เชื่อกัน ถึงขนาดมาพังเรือนคนของข้า คนที่ตายไปแล้วด้วย ระวังตัวไว้ให้ดีแล้วกัน”

ทุกคนเงียบกริบแต่ไม่มีใครยอมขยับไปไหน ท่านหญิงกวาดตามองทุกคนแล้วอดของขึ้นไม่ได้ เมื่อเห็นลูกชายประคองจันทร์อย่างอ่อนโยน

“ชายเดียว...อย่ามัวแต่ประคับประคองกันอยู่ ปล่อยจันทร์เดี๋ยวนี้และบอกเขาด้วยว่าฉันไม่ใช่จำเลยของใคร”

ชายเดียวกลัวแม่หงอ ทำท่าจะเข้าไปหาแต่ไม่ทันได้ก้าว ไฟในห้องก็ดับพรึบเสียก่อนเพราะฝนตกหนัก!

ooooooo

รุ้งก็ต้องผจญกับฤทธิ์ของผีเฟืองจนแทบบ้าตาย หลับหูหลับตาสวดมนต์ด้วยความกลัวจับจิต เฟืองมองมาด้วยสายตาเคียดแค้น เกือบจะลงมือฆ่าหญิงสาวแล้วถ้าไม่ได้รับรู้ถึงความกังวลใจของท่านหญิง ผีร้ายรู้ตัวว่าหมดพลังไปมากกับการพรางตัวรุ้งจึงตัดสินใจไปสิงร่างคุณหญิงทอแสงแทน...

รอก่อนนะทูนหัวของบ่าว

เวลาเดียวกันบนตำหนัก...ท่านหญิงรับไฟฉายจากผ่องแล้วฉายที่หน้ายอด ตวาดไล่ออกจากบ้านด้วยความโมโหที่บังอาจใส่ร้ายผีบ่าวคนสนิท

“กระหม่อมไม่ได้ใส่ร้าย ยายเฟืองสั่งกระหม่อมให้ฆ่าหม่อมบุหลันและเอาไปทิ้งน้ำ ส่วนคุณชาย...

ยายเฟืองก็เอาไปถวายท่านหญิง แต่หม่อมคลอดคุณหญิงอีกคนบนเรือ กระหม่อมเลยฆ่าเขาไม่ลง”

ชายเดียวตัวแข็งทื่อ ความจริงตรงหน้าทำให้พูดไม่ออกเพราะคาดไม่ถึง ท่านหญิงพยายามสบตาลูกและบอกรักเสียงอ่อน แต่ชายเดียวตกใจมากจนไม่มีแก่ใจจะหันมามองแม้แต่น้อย

ผ่านไปครู่ใหญ่...ราชนิกุลหนุ่มตั้งท่าจะถามยอดให้รู้เรื่องแต่ผีเฟืองในร่างคุณหญิงทอแสงปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน

“ไอ้ยอด...มึงโกหก มึงเป็นชู้กับอีบุหลันและพากันหนีไป คลอดลูกอะไร มึงแต่งเรื่องเองทั้งนั้น”

“เป็นผีไม่ได้ผุดได้เกิด ไม่กลัวบาปกรรมหรือ ฉันตายก็ได้เพราะฉันพูดเรื่องจริง ยายเฟืองเป็นคนสั่งฆ่าหม่อม”

ผีเฟืองไม่สะทกสะท้าน หัวเราะเสียงดังแล้วหันไปถลึงตาใส่อดีตหม่อม

“อีบุหลัน...เพราะมึงอยากขึ้นวอทั้งๆที่เป็นขี้ข้าน่ะสิ ถึงต้องเป็นอย่างนี้ ลูกสาวมึงกำลังจะเป็นผีและกูจะไม่มีวันตายเปล่า มึงต้องอกแตกตายตามลูกสาวมึงไปเพราะมึงทำบาปและผิดศีลธรรม ท่านหญิงเลี้ยงมึงอย่างดีแต่มึงหักหลังแย่งท่านชายไป ท่านหญิงช้ำแค่ไหนมึงเคยคิดไหม มึงมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น มึงเหยียบย่ำหัวใจท่านหญิง”

คำพูดของผีร้ายเหมือนหนามทิ่มแทงใจจันทร์จนแทบกระอัก ท่านหญิงเองก็สะเทือนใจไม่แพ้กัน

“มึงกับท่านชายสองคนไม่มีเมตตา ใจร้ายใจดำ แบบเดียวกับพวกเมียน้อยทั้งหลายที่แย่งผัวเขาไป ไม่เคยคิดว่าเมียเขาจะเสียใจแค่ไหน” จันทร์เถียงไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุดรับผิด “มึงเล่นชู้กันในวังต่อหน้าต่อตาท่าน มึงไม่สงสารท่านหรือ ไม่เคยทูลให้ท่านชายมาหาท่านหญิงเลย ท่านเสียใจแค่ไหนไม่มีใครรู้และไม่มีใครนึกถึง มีแต่กู...อีเฟืองคนนี้ มึงคิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันไหม อีบุหลัน!”

จันทร์ถลาเข้าไปกราบแทบเท้า ร่ำไห้ขออภัยแต่ท่านหญิงชักเท้าหนี

“หม่อมฉันสำนึกผิดแล้ว ประทานอภัยให้หม่อมฉันนะมังคะ”

ผีเฟืองมองมาด้วยสายตาสมเพช หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วอดแขวะจันทร์ไม่ได้

“มันก็อย่างนี้แหละวะ เข้าตาจนแล้วสำนึกผิดทุกคน ไม่มีทางเลือกอื่นสิมึง”

ฉัตต์สงสารจันทร์แต่เป็นห่วงรุ้งมากกว่า ขยับเข้าหาชายเดียวและขอให้พาไปเรือนพักริมน้ำ

“เราต้องไปเดี๋ยวนี้ เพราะยายแก่ไปขวางไม่ได้ แต่ผมไม่รู้ทาง”

ชายเดียวลังเลเพราะเป็นห่วงท่านแม่ จริมาจึงเข้ามาเกาะแขนแล้วช่วยพูดอีกแรง

“ไปช่วยน้องก่อน น้องกำลังจะตายนะ”

ยอดจะตามไปด้วยแต่โดนผีเฟืองขวางไว้ด้วยสีหน้าดุดัน

“ไอ้ยอด...จะไปไหน มึงหาอีรุ้งไม่เจอหรอก อีทอแสง ก็เหมือนกัน แม่มันจ้องแต่ทำร้ายท่านหญิง...อย่าอยู่เลย”

ท่านหญิงจะห้ามแต่ไม่ทัน ร่างหลานสาวโดนผลักตกบันไดลงมาเสียก่อน ผีเฟืองหัวเราะลั่นและประกาศกร้าว

“กูจะไปฆ่านังรุ้ง แล้วมึงจะอกแตกตายนังบุหลัน”

ผ่องผวาไปประคองคุณหญิง ส่วนจันทร์อ้อนวอนท่านหญิง ก้มลงกราบพื้นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน

“หม่อมฉันรับผิดทุกอย่าง ขอถวายคุณชายศักดินาเพื่อไถ่ถอนความผิดที่หม่อมฉันเคยทำกับท่านหญิง หม่อมฉันไม่เอาเธอคืนและไม่เคยคิด ทั้งที่หม่อมฉันรู้มานานแล้ว หม่อมฉันไม่ใช่แม่ของเธอ เธอมีแม่เป็นท่านหญิงคนเดียว”

จันทร์ทูลลาและพรวดพราดตามคณะของฉัตต์ ทิ้งท่านหญิงให้ยืนนิ่งราวกับโดนสะกดจิต ความรู้สึกผิดในใจถาโถมจนทนไม่ไหว สั่งให้ผ่องดูแลหลานสาวและตามจันทร์ออกไป...หวังว่าคงไม่ช้าเกินไปนัก!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.