ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แค้นเสน่หา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ วังรังสิยา...ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของท่านชายรังสิโยภาสกำลังมองไปทางเรือนเล็กที่บุหลันภรรยาอีกคนของท่านชายอาศัยอยู่ด้วยแววตาเศร้าลึก เฟืองพี่เลี้ยงและต้นห้องคนสนิทสงสารเจ้านายที่ต้องหลั่งน้ำตาเพราะสามีมีใจปฏิพัทธ์กับหญิงอื่น

“ท่านหญิงมังคะ แต่งองค์เถิดมังคะ เดี๋ยวท่านชายจะเด็จมาทรงลาไปเยี่ยมหม่อมแม่ที่กำลังประชวรหนัก”

“เฟืองไปทูลว่าให้เด็จไปเลย ไม่ต้องลาให้เสียเวลา ท่านอยู่หรือไม่ฉันก็ไม่เคยอยู่ในสายพระเนตรอยู่แล้ว”

ท่านหญิงโพล่งออกไปด้วยความคับแค้นใจ ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาเมื่อครั้งแต่งงานกับท่านชายใหม่ๆแต่หาความสุขด้วยกันไม่ได้เพราะท่านหญิงมัวเขินอายจนสามีออกไปหาความสุขข้างนอก และสุดท้ายก็ยกบุหลันหัวหน้าห้องเครื่องในเวลานั้นเป็นหม่อม สร้างความช้ำใจให้ท่านหญิงอย่างมาก

เฟืองรู้เรื่องทุกอย่างแต่เพราะความรักบังตาทำให้เกิดอคติ พลอยเกลียดชังบุหลันที่แย่งความรักจากท่านหญิง ท่านหญิงกลืนก้อนสะอื้นไม่อยากร้องไห้แต่ความเสียใจถาโถมจนแทบหายใจไม่ออก

“หญิงถูกสาปแช่งจากใครถึงไม่มีลูก ใครๆก็คิดว่าท่านชายเป็นหมันแต่นังบุหลันมันท้อง...ท้องได้ยังไง!”

“หม่อมฉันทูลแล้วว่ามันเจ้ามารยา คนในวังนี้เล่าให้หม่อมฉันฟังว่าตั้งแต่มันสาวๆก็ทำมารยาให้ท่านชายหลงรัก จนได้มันเป็นเมีย อีนังบัวแม่ครัวที่เป็นป้ามันคงสั่งสอนไว้ก่อนตายให้ยั่วยวนท่านชาย”

“ท่านชายรักมันคนเดียวตั้งแต่ยังหนุ่ม ท่านไม่รักหญิง ทำไมเฟือง...หญิงสาวกว่ามันอีกนะ มันแก่แล้วด้วยซ้ำ”

ท่านหญิงระบายความเจ็บช้ำอย่างคนเก็บกด เฟืองทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดปลอบ...สงสารท่านหญิงเหลือเกิน

ขณะเดียวกันที่ห้องบุหลันในเรือนเล็ก...ท่านชายรังสิโยภาสสั่งเสียหม่อมคนโปรดที่ท้องแก่ใกล้คลอดให้รักษาตัวดีๆ และประทานชื่อลูกล่วงหน้าว่าหากเกิดเป็นชายให้ชื่อคุณชายศักดินา แต่หากเกิดเป็นหญิงให้ชื่อคุณหญิงวิมลโพยม บุหลันไม่สบายใจนัก ระบายกับท่านชายเรื่องเฟืองต้นห้องคนสนิทของท่านหญิง

“หม่อมฉันกลัวเฟืองมังคะ เฟืองเกลียดหม่อมฉัน เกลียดมากกว่าท่านหญิงเสียอีก”

“มันรักท่านหญิงแต่มันก็รู้ว่าฉันกับเจ้า...เรารักกันมาก่อนฉันจะแต่งกับท่านหญิง เรารักกันมานานนะบุหลัน...ใช่ว่าเจ้ามาแย่งท่านหญิงเสียเมื่อไหร่”

บุหลันเขินอาย ท่านชายเฝ้ามองด้วยความเอ็นดูพร้อมกอดเธอด้วยความรัก ปลื้มใจที่เธอตั้งครรภ์หลังรอคอยลูกจากท่านหญิงถึงห้าปีจนแทบสิ้นหวัง แต่ถึงกระนั้นบุหลันก็อดสงสารท่านหญิงไม่ได้เพราะเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันว่าไม่อยากเห็นผัวมีหญิงอื่น ท่านชายลูบหัวเธอเบาๆ ปลอบให้คลายความอึดอัดใจ

“แต่งแล้วถึงห้าปีฉันถึงรับเจ้าเป็นเมียเพราะอะไรท่านหญิงทรงทราบดี นางเฟืองรู้หรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่ท่านหญิงทรงทราบดีว่าทำไมฉันจึงต้องมีเจ้า...ท่านทราบ”

ท่านชายใช้เวลาคืนสุดท้ายก่อนการเดินทางกับบุหลัน ทั้งกอดจูบลูบไล้ด้วยความเสน่หาลึกซึ้ง บุหลันตอบสนองอย่างนุ่มนวลและอ่อนหวานจนท่านชายแทบสำลักความสุขตาย

“ไม่อยากไปเลยบุหลัน เจ้าทำให้ฉันรักเจ้ามากขึ้นทุกวัน อยากอยู่กับเจ้าตลอดเวลา”

บุหลันเองก็อาลัยอาวรณ์ท่านชาย ขอร้องให้กลับมาก่อนจะคลอดลูก ท่านชายรับปากและถอดสร้อยพร้อมเหรียญคล้องคอให้เธอ
บุหลันก้มกราบแนบอกและสวมกอดเขาด้วยความรักเทิดทูนสุดหัวใจ

ooooooo

ท่านชายรังสิโยภาสออกเดินทางตอนเช้ามืด ท่านหญิงมาส่งด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ท่านชายอำลาพอเป็นพิธีแต่ฝากฝังให้ดูแลบุหลันด้วยความเอาใจใส่จนท่านหญิงอดน้อยใจไม่ได้ ท่านชายไม่คิดต่อความให้ยืดเยื้อ เหลือบมองทางเฟืองที่ตามติดท่านหญิงด้วยสายตาเข้มขึ้น กลัวใจนังบ่าวตัวร้ายว่าอาจมีแผน บางอย่าง

เฟืองมีแผนร้ายจริงแต่ไม่อยากบอกท่านหญิง เกลี้ยกล่อมให้เจ้านายสาวประทับแต่ในห้องและกำชับไม่ให้ออกไปไหนแม้จะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม ท่านหญิงพยายามคาดคั้นแต่ไม่ได้คำตอบใดๆ

“หม่อมฉันมีงานสำคัญมังคะ ถ้าสำเร็จ...ท่านหญิงจะไม่ต้องฝันร้ายอีกเลย หม่อมฉันสัญญา”

เฟืองพายอดกับแคล้วคนสวนประจำวังบุกเรือนเล็กของบุหลันและลากเจ้าของเรือนไปข้างนอก บุหลันขัดขืนแต่สู้แรงบ่าวชายไม่ได้ อ้อนวอนเฟืองให้ปล่อยเพราะท้องแก่ใกล้คลอด เฟืองถลึงตาพร้อมฟาดมือใส่หน้าหม่อมเต็มแรง

“อีขี้ข้า...มึงบังอาจออกคำสั่งกับกูเหรอ ขืนมึงร้องอีกกูจะตบให้เยินไปทั้งตัว อีบุหลัน...กูรอวันนี้มานานแล้ว วันที่กูจะได้แก้แค้นมึงแทนท่านหญิง”

บุหลันพยายามบอกว่าไม่เคยคิดยกตัวเหนือท่านหญิงแต่เฟืองไม่สนใจจะฟัง ตวาดลั่น

“ตั้งแต่ท่านหญิงมาประทับวังนี้ท่านก็เมตตาเพราะเห็นมึงเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของวังนี้ แต่มึงมันงูเห่าคอยแว้งกัดท่าน มึงคิดว่าท่านชายจะปกป้องมึงได้ตลอด อย่าหวังเลย...ใครคิดร้ายท่านหญิงกูปล่อยไว้ก็ไม่ใช่อีเฟือง”

เฟืองบ้าเลือดตะโกนสั่งแคล้วกับยอดให้ลากบุหลันไปผูกที่เรือนแพแล้วประกาศกร้าวให้ฆ่าทิ้งทันทีที่คลอดลูก บุหลันจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกผ้ารัดปากแน่น ยอดได้แต่มอง สงสารหม่อมแต่ไม่อาจขัดคำสั่งเฟือง

โชคไม่เข้าข้างบุหลันเพราะเธอเจ็บท้องจะคลอดระหว่างถูกนำตัวไปเรือนแพ เฟืองไม่ทันสังเกตอาการผิดปกติ พร่ำบอกบ่าวชายทั้งสองถึงความเจ็บแค้นใจตลอดมา

“กูอยากให้มันเจ็บปวดเหมือนที่ท่านหญิงทรงเจ็บ มันเป็นถึงหัวหน้าห้องเครื่อง...ทำท่าเป็นคนดีที่แท้ก็เลวทั้งป้าและหลาน ร่วมมือกันทำร้ายท่านหญิงของกู มันจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้...ต้องตายตามป้ามันไป!”

บุหลันเจ็บท้องจนหมดสติก่อนถึงเรือนแพ แคล้วกับยอดตาโต มองรอยน้ำเป็นทางยาวด้วยแววตาหวาดหวั่น เฟืองรู้ว่าหม่อมจะคลอดจึงลงมือช่วยด้วยตัวเอง บุหลันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนสองคนสวนกลัวใครมาได้ยิน

ในที่สุดบุหลันก็คลอดลูกชายแต่เพราะอารามเร่งรีบเฟืองจึงไม่ทันมองสภาพหม่อม สั่งยอดให้รับสมอ้างเป็นชายชู้พาบุหลันไปโยนทิ้งน้ำ ยอดจะปฏิเสธแต่ไม่ทันการณ์ ได้แต่ยืนมองเฟืองอุ้มทารกน้อยหายไปในความมืดพร้อมกับแคล้ว ยอดกลัวบาปแต่กลัวเฟืองมากกว่า อุ้มร่างอ่อนแรงของบุหลันลงเรือพายออกไป...ขอให้มันผ่านๆไปทีเถอะ!

ooooooo

หลังแยกกับยอดและแคล้ว เฟืองก็ลัดเลาะผ่านสวนไปตำหนักท่านหญิงเพื่อถวายทารกชายลูกของบุหลัน ท่านหญิงลังเลเพราะเกรงว่าต้นห้องคนสนิทไปบังคับขืนใจเอามาจากบุหลัน

“นังบุหลันคงรู้ว่าถ้าเป็นลูกมันจะเสื่อมศักดิ์ศรีเพราะคุณชายจะมีแม่เป็นไพร่ในเรือน มันห่วงลูกมันหรอกมังคะ ท่านหญิงทรงอุ้มเถอะมังคะ คุณชายตัวเบาเหมือนสำลี หน้าตาก็มีเค้าท่านชายด้วย”

“หญิง...หญิงเกลียดมัน แล้วเฟืองจะให้หญิงเลี้ยงลูกมันหรือ”

“เกลียดตัวกินไข่ได้มังคะ เพราะไข่ใบนี้จะเป็นของท่านหญิงองค์เดียว ต่อไปท่านหญิงจะมีลูกชายคนเดียวเป็นยอดขวัญเสริมบารมีแห่งวังรังสิยา เชื่อหม่อมฉันเถอะมังคะ...คุณชายเกิดมาเพื่อเป็นลูกชายท่านหญิงเท่านั้น”

ท่านหญิงค่อยๆเอื้อมมือไปรับแต่ต้องสะดุ้งเพราะเด็กชายร้องจ้า เฟืองรีบสำทับกลัวท่านหญิงเปลี่ยนใจ

“ทรงอุ้มเถิดมังคะ คุณชายจะรู้สึกอบอุ่นเป็นครั้งแรก นังแม่มันยังไม่ได้แตะตัวลูกมันเลยมังคะ”

ท่านหญิงชะงักกับประโยคสุดท้าย เฟืองรู้ตัวเฉไฉกลบเกลื่อนและกล่อมจนสำเร็จ ท่านหญิงลืมความผิดชอบชั่วดีชั่วขณะ โยกตัวกล่อมเด็กด้วยท่าทีที่ทำให้เฟืองน้ำตาคลอ

“ทูนหัวของหม่อมฉัน ต่อไปนี้จะไม่ทรงเงียบเหงาอีกแล้ว คุณชายจะอยู่กับท่านหญิงและจะรักท่านหญิงคนเดียว ใครไม่รักไม่ห่วงก็ไม่เป็นไรแล้วมังคะ แค่นี้หม่อมฉันก็ตายตาหลับ”

ท่านหญิงมองบ่าวคนสนิทด้วยความซาบซึ้งใจ ยื่นมือไปให้เฟืองทูนเหนือหัว

“หม่อมฉันไม่มีวันผิดสัญญาที่ถวายกับหม่อมแม่ของท่านหญิงว่าจะดูแลท่านหญิงจนลมหายใจสุดท้าย”

ท่านหญิงน้ำตาคลอ หมดความสงสัยเฟืองเพราะตระหนักดีว่าต้นห้องคนนี้ไม่มีวันทรยศเธอแน่

เวลาเดียวกันบนเรือกลางลำน้ำ...ยอดคิดหนีเอาตัวรอดทิ้งให้หม่อมนอนตายตามลำพังแต่พลันเหลือบเห็นน้ำไหลเข้าเรือ หน้าซีดเผือดเมื่อสำเหนียกได้ว่าโดนแคล้วหักหลังเจาะเรือให้รั่ว ส่วนบุหลันร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและคลอดลูกคนที่สอง ยอดจึงตัดสินใจพายเรืออย่างเร็วเพื่อไปถึงฝั่งให้เร็วที่สุด

ooooooo

ณ บ้านปัณณธรของนายพจน์...ราตรีภรรยาเจ้าของบ้านกำลังจะคลอดลูก โดยมีฉัตต์ลูกชายคนโตเฝ้ามองจากหน้าประตู เด็กชายเห็นแม่กรีดร้องทุรนทุรายก็ทั้งกลัวและเป็นห่วงแม่เพราะแอบได้ยินพ่อพูดว่าไม่น่าปล่อยให้แม่ท้องลูกคนที่สอง

สารภีคนรับใช้ทราบดีว่าราตรีเป็นโรคหัวใจ เธอสงสารฉัตต์ที่สีหน้าไม่สู้ดี แต่ไม่ทันได้ปลอบเสียงเด็กในห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน ฉัตต์วิ่งฝ่าคุณหญิงเพ็งผู้เป็นย่าไปกอดแม่ ราตรีอาการไม่ค่อยดีแต่ไม่มีใครสังเกตเพราะมัวสนใจทารกหญิงสมาชิกใหม่ของบ้าน เธอกระซิบข้างหูฉัตต์ให้เป็นเด็กดีและรักน้องสาวมากๆ พจน์มาพาตัวลูกชายออกไป จังหวะเดียวกับที่สารภีพรวดพราดเข้ามารายงานว่ามีชายหญิงแปลกหน้านอนสลบที่ท่าน้ำหน้าบ้าน

คุณหญิงเพ็งกับพจน์ออกไปดูโดยมีฉัตต์ตามไปห่างๆ ละเมียดต้นห้องของคุณหญิงกับแนบคนขับรถประจำบ้านช่วยกันเล่าที่มาที่ไปของสองหนุ่มสาวปริศนาพร้อมทารกน้อยเพศหญิง พจน์กับคุณหญิงเพ็งพูดไม่ออก เข้าใจว่าหญิงสาวที่นอนหายใจรวยรินน่าจะอ่อนเพลียจากการคลอดลูกจึงตัดสินใจรับหลวงแพทย์มาดูอาการ

พจน์ให้ละเมียดคอยดูแลทารกหญิงระหว่างที่หลวงแพทย์ตรวจรักษาหญิงสาวปริศนา อาการเธอไม่น่าเป็นห่วงนอกจากมีรอยช้ำตามตัวหลายแห่งเหมือนโดนทำร้าย คุณหญิงเพ็งจะกลับไปดูราตรีบนเรือน พอดีกับที่บุหลันรู้สึกตัวและร้องหาลูก ละเมียดจึงอุ้มทารกส่งให้พร้อมบอกว่าคุณหญิงเพ็งเป็นคนช่วยเหลือเธอกับลูกไว้

บุหลันก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้งใจโอบกอด ลูกแนบอกพลางร้องไห้เงียบๆ ทุกคนสะเทือนใจแต่ไม่มีใครกล้าถาม ไม่เว้นแม้แต่ฉัตต์ที่แอบตามดูห่างๆ... อยากรู้เหลือเกินว่าชายหญิงและทารกน้อยปริศนามาจากไหน

ฉัตต์ปรากฏตัวและอาละวาดบ้านแทบแตกเมื่อได้ยินพ่อกับย่าอนุญาตให้หญิงชายและทารกน้อยอาศัยที่เรือนเล็ก คุณหญิงเพ็งกับพจน์พยายามอธิบายแล้วชะงักเมื่อสารภีมาส่งข่าวว่าราตรีอาการน่าเป็นห่วง เจ้าของบ้านทั้งสามจึงลืมเรื่องขุ่นข้องชั่วขณะและรุดไปยังห้องราตรี

ราตรีทรมานเพราะอาการของคนเป็นโรคหัวใจ รู้ตัวว่าไม่น่ารอดผ่านคืนนี้ เธอสั่งเสียสามีเป็นครั้งสุดท้ายแต่ไม่ทันได้ร่ำลาคุณหญิงเพ็ง พจน์เสียใจมากพร่ำโทษตัวเองที่ขอให้เธอมีลูกอีกคนจนต้องตาย ฉัตต์ก็ตกใจไม่น้อย โพล่งออกมาว่าไม่ใช่ความผิดพ่อแต่เป็นเพราะความซวยอย่างอื่น

“คุณแม่ตายไม่ใช่เพราะมีน้อง แต่เป็นเพราะพวกมัน พวกมันมาที่ท่าน้ำแล้วคุณแม่ก็ตาย”

พจน์กับคุณหญิงเพ็งตกใจที่ฉัตต์คิดไปไกล

พยายามกล่อมให้ทำใจแต่เด็กชายยังแค้น ตะโกนด่าทอชายหญิงคู่นั้นจนพ่อกับย่าพูดไม่ออก ได้แต่กอดปลอบและพาไปนอนในห้องจริมาน้องสาวที่เพิ่งเกิดไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า โดยมีสารภีนอนเฝ้าไม่ห่าง แต่ฉัตต์ก็หลับไม่ลงเพราะในใจยังพลุ่งพล่าน

“คุณแม่ตายเพราะพวกนั้น...คุณแม่ตายแทนพวกมัน!”

ขณะที่ฉัตต์ฝังใจเรื่องชายหญิงกับทารกน้อยปริศนา...บุหลันพักรักษาตัวจนหายดี คุณหญิงเพ็งนึกเวทนาจึงให้สารภีขนข้าวของเครื่องใช้จำเป็นไปให้และฝากบอกให้อาศัยด้วยกันไปก่อนเพราะกำลังยุ่งเรื่องงานศพราตรี ส่วนยอดรู้สึกผิดถึงเรื่องที่ผ่านมา แต่บุหลันก็ไม่ถือสาเพราะไม่เห็นประโยชน์จะเอาเรื่องให้มากความ

“เป็นอันว่าฉันยกโทษให้แกเพราะแกไม่ได้ฆ่าฉัน...

ถึงแม้ว่าแกจะอยากทำก็ตาม แถมแกยังช่วยฉันไว้ด้วย”

“ที่ผมทำเป็นใบ้เพราะตอนหม่อมยังสลบ คนถามผมแล้วผมตอบไม่ได้”

บุหลันเห็นด้วยเพราะไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวตน ยอดกลัวหม่อมถูกไล่ไปอยู่ข้างนอก ขอร้องให้กลับวังรังสิยาตามเดิม แต่บุหลันยังกลัวอันตรายจากเฟือง ยืนยันอยู่ที่นี่จนกว่าจะตั้งหลักได้

“ถ้าไม่อยู่แล้วจะไปไหน...ฉันจะทำงานแลกข้าวเขาไปก่อน  ส่วนแก...ถ้ามีทางไปก็ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน”

“ผมก็ไม่รู้จะไปไหน ไม่มีหนทางไปเหมือนกันครับ”

ยอดก้มหน้ายอมรับชะตากรรม บุหลันเห็นใจแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือเพราะลำพังตัวเองกับลูกสาวก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ได้แต่ถอนใจยาวและหวังลึกๆว่าโชคชะตาจะไม่เล่นตลกมากกว่านี้...

บรรยากาศในบ้านปัณณธรไม่ค่อยสดใสเพราะเพิ่งสูญเสียสะใภ้คนสำคัญ พจน์หมดอาลัยตายอยาก ไม่เป็นอันกินนอนเพราะเศร้าโศกเสียใจเรื่องราตรี เช่นเดียวกับฉัตต์ที่ยืนมองรูปแม่ในงานศพซึ่งจัดขึ้นภายในบ้านด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เสียใจแต่แค้นมากกว่าเพราะฝังใจว่าการมาถึงของหญิงชายปริศนาทำให้แม่ต้องตาย

ภาพความหลังเมื่อครั้งราตรีมีชีวิตทำให้พจน์กับฉัตต์ต่างจมกับความทุกข์ คุณหญิงเพ็งทนดูต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจคุยกับลูกชายให้ทำใจเพราะมิอาจเรียกชีวิตราตรีคืนกลับมาได้ ฉัตต์สงสารพ่อมาก โถมกอดและ ถ่ายทอดความรักไปพร้อมอ้อมกอดเล็กๆ พจน์โอบตอบแน่น...สัญญากับตัวเองจะเริ่มต้นใหม่เพื่อแม่กับลูกทั้งสอง

ooooooo

ขณะที่สถานการณ์บ้านปัณณธรดีขึ้น ความเป็นไปในวังรังสิยากลับอึมครึม ความสงสัยในตัวคุณชายตัวน้อยทำให้ท่านหญิงลังเลจะรัก คำพูดของท่านชายในอดีตที่ฝากให้เธอดูแลบุหลันยังตามหลอกหลอน ความรู้สึกผิดค่อยๆซึมลึกเพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครเห็นหม่อมคนโปรดอีกเลย

คุณชายร้องไห้จ้าแต่ท่านหญิงกลับไม่สนใจ ปล่อยให้เฟืองเป็นคนอุ้มและเห่กล่อม ท่านหญิงทนอึดอัดไม่ไหว พร่ำบอกตัวเองและต้นห้องคนสนิทว่าทารกน้อยไม่ใช่ลูก เฟืองกล่อมให้เปลี่ยนใจแต่ท่านหญิงไม่เชื่อโต้กลับเคืองๆ

“แล้วเฟืองเข้าใจหรือเปล่าล่ะว่าเด็กนี่เป็นลูกของคนที่หญิงเกลียด...เกลียดที่สุดในชีวิต เพราะมันเป็นมารหัวใจ มารชีวิตของหญิง เฟืองจะให้หญิงรักเขาได้ยังไง”

“รักได้มังคะ รักคุณชายแล้วคุณชายจะรักท่านหญิงองค์เดียว ถึงจะเป็นสายเลือดในท้องเก้าเดือนก็มิอาจสู้อยู่ใกล้ชิดทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือนเป็นปี ต่อให้นังบุหลันมันฟื้นมาทวงลูกมันคืน คุณชายก็ไม่มีวันเหลียวแล”

ท่านหญิงรู้สึกแปร่งหูกับคำพูดบ่าวคนสนิท เฟืองรู้ตัวว่าหลุดปากจึงเฉไฉให้อ่านจดหมายจากท่านชายที่เพิ่งไปเอามาแทนแต่ท่านหญิงก็ไม่คลายความสงสัย จ้องหน้าคาดคั้นให้เล่าเรื่องจริงทั้งหมด ยังไม่เชื่อว่าบุหลันจะหนีตามยอด

“บอกหญิงมาว่าเฟืองไม่ได้ฆ่ามัน ไม่อย่างนั้นหญิงจะไม่มีวันเลี้ยงเขาโดยการฆ่าแม่แล้วเอาลูกมาเลี้ยง”

“มันไม่ตาย หม่อมฉันไม่เห็นมันตายมังคะ ทรงอุ้มคุณชายเถิดมังคะ ร้องไห้ใหญ่แล้ว”

“เฟือง...หญิงรักเฟือง ไม่อยากให้เฟืองทำบาป ฆ่าคนมันบาปหนานะ จะตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิด”

เฟืองเกือบใจอ่อนแต่ต้องฝืนเชิดหน้ายืนกราน “หม่อมฉันฆ่าคนไม่ได้มังคะ หม่อมฉันกลัวบาปถึงท่านหญิง” พูดจบก็อุ้มทารกน้อยส่งให้ ท่านหญิงรับมาโอบอุ้ม สีหน้าอ่อนโยนลงเพราะความน่ารักของเด็ก

“ลูกชายคนเดียวของแม่ หญิงจะเรียกเขาว่าชายเดียวนะเฟือง”

เฟืองมองแม่ลูกคู่ใหม่ด้วยความซึ้งใจ บอกจะเรียกผ่องมาเป็นแม่นมให้ชายเดียวเพราะท่านหญิงคงไม่สามารถให้เองได้ ท่านหญิงพยักหน้ารับรู้...เศร้าใจที่ไม่อาจทำตัวเป็นแม่สมบูรณ์แบบได้

ฝ่ายจริมาลูกสาวของพจน์กับราตรีไม่ยอมกินนมผง สารภีกลุ้มใจมากเลยตัดสินใจพาไปหาหญิงสาวที่เรือนหลังเล็ก คุณหญิงเพ็งตกใจกลัวหลานสาวเป็นอันตรายเพราะยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหญิงปริศนา บุหลันเข้าใจความสงสัยแต่ไม่พร้อมบอกความจริง ได้แต่บอกว่าเรือล่มและลอยมาถึงบ้านปัณณธรโดยบังเอิญ

คุณหญิงเพ็งมั่นใจว่าเธอมีที่มาบางอย่างแต่ไม่ไว้ใจพอจะเล่า เลี่ยงไปถามถึงผู้ชายที่มาด้วยกันว่าเป็นพ่อของทารกน้อยหรือไม่ บุหลันรีบปฏิเสธซึ่งคุณหญิงก็ไม่แปลกใจนัก

“เอาล่ะ...ถ้ายังไม่มีที่ไป ลูกเต้ายังแบเบาะก็อยู่ที่นี่ไปก่อน หวังว่าเธอคงไม่มีคดีติดตัวมา ถ้ามีก็พูดกันตรงนี้อย่าปิดบัง ลูกชายฉันเป็นผู้พิพากษา เขาถือกฎหมายเป็นที่ตั้ง”

“ดิฉันไม่มีคดี ไม่เคยทำร้ายใคร...มีแต่ถูกทำร้ายมาเจ้าค่ะ”

คุณหญิงเพ็งชั่งใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจได้เพราะเห็นแก่สายตาและท่าทางจริงใจ

“ฉันจะยังไม่คาดคั้นว่าเธอคือใครทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ธรรมดา วันหลังสบายใจก็ค่อยบอกเล่ากัน แล้วก็ขอบใจมากที่ให้นมหลานฉัน เขาอาภัพมาก แม่ตายวันที่เขาเกิดพอดี...ว่าแต่เธอจะให้ฉันเรียกเธอว่าอะไร”

“จันทร์ค่ะ...เรียกดิฉันว่าจันทร์”

ชื่อใหม่ที่ตั้งให้ตัวเองทำให้บุหลันคิดถึงท่านชายจับใจเพราะเขาเคยบอกว่าชื่อเธอแปลว่าดวงจันทร์ อดีตหม่อมนึกถึงเรื่องราวเลวร้ายวันที่รุ้งหรือลูกสาวที่เธอเพิ่งตั้งชื่อให้เกิด เสียงร้องของเด็กอีกคนยังก้องในหัว เฟืองเป็นคนอุ้มเขาหนีไปในความมืด จนป่านนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอพร่ำภาวนาขอพรจากดวงจันทร์ให้คุ้มครองลูกน้อยของเธอด้วย

ความเศร้าโศกของจันทร์รู้ถึงหูพจน์ที่มาเยี่ยมจริมา เขาขอบใจเธอที่ช่วยเป็นแม่นมให้ลูกสาวทั้งที่ก็ต้องให้นมลูกตัวเองด้วย และขอตอบแทนด้วยการอนุญาตให้อยู่ในบ้านปัณณธร แม้จะคาใจเรื่องที่มาของเธอแต่ไม่อยากถามเพราะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองมากกว่าว่าเธอคงเป็นคนดี

ooooooo

และแล้วความโกลาหลก็เกิดแก่วังรังสิยา...เมื่อท่านชายรังสิโยภาสกลับจากเยี่ยมหม่อมแม่และถามหาบุหลันแต่ไม่มีใครพบเห็น ท่านหญิงไม่อยากออกหน้าเพราะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหม่อมคนโปรดหายไปไหน ท่านชายสงสัยเฟืองมากที่สุด ตั้งท่าหาเรื่องจนเฟืองต้องสร้างเรื่องกลบเกลื่อน

“หม่อมบุหลันเธอเจ็บท้องคลอดคุณชาย หม่อมฉันไปช่วยทำคลอด ต่อจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเธออีกมังคะ ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหนแต่มีคนหายไปพร้อมกันคนหนึ่งมังคะ”

เฟืองลอบแสยะยิ้มพลางแจ้งข้อสันนิษฐานลอยๆว่าบุหลันอาจหนีตามยอดคนสวนประจำวัง

“นังเฟือง...เอ็งกำลังบอกว่าไอ้ยอดพาเมียข้าหนีไปงั้นหรือ ฟังมันนะหญิง...ฟังมันใส่ร้ายเมียพี่ มันหาว่าบุหลันคบชู้สู่ชาย คนของหญิงคนนี้ไม่ชอบบุหลันมาตั้งนานแล้ว”

เฟืองยังเถียง “หม่อมฉันไม่ได้แต่งเรื่องมังคะ ถามใครก็ได้ จะให้คิดยังไงมังคะที่หม่อมหายไปกับคนสวน”

ท่านชายยังเชื่อในตัวบุหลัน เมื่อเฟืองพยายามยัดเยียดข้อหาให้จึงโกรธจัด คาดคั้นให้บอกความจริงทั้งหมด เฟืองสงบท่าทีเพราะไม่อยากมีพิรุธแต่ท่านหญิงเดือดร้อนแทน แกล้งประชดแดกดันจนท่านชายของขึ้น

“เจ้าพี่จะทรงคาดคั้นว่าหญิงมีส่วนหรือไม่คะ หญิงจะทำเพื่ออะไรในเมื่อทุกวันนี้เจ้าพี่ก็ไม่เหลียวแลหญิงอยู่แล้ว นอกจากเจ้าพี่จะทรงเกลียดหญิงมากขึ้น คนหายสองคนแต่เจ้าพี่โทษคนทั้งวังมันไม่ยุติธรรมเลย”

ท่านชายอึ้งเล็กน้อยแต่ก็อดสงสัยไม่ได้เพราะมอบหมายให้เธอดูแลคนทั้งวังโดยเฉพาะบุหลัน

“หญิงไม่เคยดูแลบุหลันเพราะเจ้าพี่ทรงทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว ใครแตะไม่ได้เพราะรู้ดีว่าเจ้าพี่ต้องเอาผิดอย่างหนัก บุหลันหายไปไม่มีร่องรอยทุกคนก็ออกตามหา หญิงใส่กุญแจเรือนเขาไว้ เชิญเจ้าพี่เด็จทอดเนตรเผื่อจะเจออะไรบ้าง”

เฟืองรับหน้าที่พาท่านชายไปเรือนเล็กของบุหลัน มั่นใจว่าไม่มีใครจับได้เพราะขนเสื้อผ้าของหม่อมคนโปรดไปทิ้งหมดแล้ว ท่านชายถึงกับหน้าถอดสีเพราะหลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ว่าบุหลันอาจหนีตามชายชู้ แต่เขายังมีความหวังจึงกลับไปถามความคืบหน้าเรื่องการตามหาหม่อมคนโปรดจากท่านหญิง

“ไม่มีใครรู้ความจริงนอกจากบุหลันกับยอด หญิงไม่กล้าคิดอะไรมาก กลัวเสียชื่อเสียงค่ะ”

ท่านชายโมโหที่ไม่มีใครใส่ใจตามหาหม่อมคนโปรด พาลลงกับท่านหญิงเพราะคิดว่าคงเข้าทางที่กำจัดศัตรูหัวใจได้ เฟืองทนไม่ได้ออกโรงปกป้องเจ้านายเต็มที่

“ท่านหญิงไม่เคยทำร้ายใครให้เจ็บพระทัย เสียพระทัยแทบตายก็ไม่ทรงทำร้ายใครแน่นอน”

“วันนี้ข้าไม่รู้ความจริงก็แล้วไป ถ้าข้ารู้ว่าใครทำอะไรบุหลัน ข้าจะจัดการด้วยมือข้าเอง...จำไว้นะนังเฟือง”

ท่านชายหุนหันออกจากห้องไปแล้ว ท่านหญิงถึงกับทรุด ระบายความเจ็บช้ำกับเฟืองเสียงเครือ

“ไม่ได้ยินรับสั่งหรือ...ฉันไม่มีความหมายเลย บุหลันอยู่ฉันก็สู้เขาไม่ได้ บุหลันไม่อยู่ฉันก็พ่ายแพ้หนักขึ้น”

“ทำไมทรงคิดอย่างนั้นมังคะ มันไปก็ดีแล้วเพราะเหมือนหนามแหลมทิ่มแทงพระทัยตลอดเวลา ตอนนี้ปล่อยให้ท่านชายอาละวาดไปก่อน อีกหน่อยก็ทรงลืม อย่าลืมมังคะว่าเรายังมีคุณชาย”

ท่านหญิงพยักหน้ารับแกนๆ พยายามทำใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่แล้วคำตอบก็ปรากฏไม่นานจากนั้น เมื่อท่านชายเห็นชายเดียวเป็นครั้งแรก อาการเฉยชาและหมางเมินของสามีทำให้ท่านหญิงแทบกลั้นใจตาย... แล้วเธอต้องทำยังไงดี

ooooooo

แม้บุหลันหรือที่ใครๆในบ้านปัณณธรรู้จักในชื่อจันทร์จะคิดถึงท่านชายรังสิโยภาสมากเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจนิ่งดูดายอาศัยบ้านหลังนี้ไปวันๆ เธอลงครัวปรุงอาหารและแกะสลักผักผลไม้ด้วยฝีมือระดับชาววังจนเป็นที่ตื่นตะลึง

ภาพความทรงจำเมื่อครั้งอยู่กับท่านชายยังหลอกหลอนไม่ว่ายามหลับหรือตื่นจนบุหลันหม่นหมองเพราะความคิดถึง...ท่านชายเองก็อาการหนักไม่ต่างกัน การหายสาปสูญอย่างไร้ร่องรอยของหม่อมคนโปรดทำให้บาดแผลในใจลึกลงเรื่อยๆ ทุกคนในวังไม่มีใครเข้าหน้าติด ไม่เว้นแม้แต่สนคนรับใช้ประจำตัว

ท่านหญิงทราบสถานการณ์สามีดี ตัดสินใจพาชายเดียวไปเยี่ยมแต่เขาไม่สนใจ แสดงออกด้วยสีหน้าและท่าทางเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด

“ทำไมคะ ทำไมต้องทรงทำอย่างนี้ เจ้าพี่โกรธหญิงเรื่องอะไร”

“หญิงทำอะไรให้โกรธด้วยหรือ หญิงไม่เคยทำผิด ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบทุกอย่างจนพี่ไม่กล้าสู้หน้าหญิง ขี้เกียจได้ยินคำว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีอะไรซ้ำๆ...เบื่อ!”

ท่านหญิงทราบดีว่าสามีไม่หายเคืองเรื่องบุหลัน ยืนกรานเสียงแข็งว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

“บุหลันคลอดลูกหญิงก็ไม่ทราบ เฟืองเป็นคนอุ้มมาให้บอกว่าบุหลันให้พามาถวาย หญิงก็มัววุ่นกับลูก ถึงหญิงจะผิดก็ผิดเรื่องเดียวที่ไม่ได้ลงไปเยี่ยมเขาจนกระทั่ง...”

ท่านหญิงอึกอักไม่อยากตอกย้ำว่าบุหลันหนีตามยอด ท่านชายอารมณ์เสียกว่าเดิมจนพาลไปถึงเฟือง

“ทุกอย่างเธอปล่อยให้นังขี้ข้าบงการชีวิตเธอ ฉันไม่เคยไว้ใจมันเลย ฟังไว้นะว่าฉันจะสืบเรื่องนี้ ถ้ารู้ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องล่ะก็ฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง แล้วเธอก็ควรไปบอกมันด้วยว่าฉันพูดอะไร”

คำพูดอาฆาตของท่านชายทำให้ท่านหญิงร้อนใจ กลับไปคาดคั้นเฟืองอีกครั้งเรื่องการหายตัวของบุหลัน เฟืองยังยืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่พอลับหลังเจ้านายสาวก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเหี้ยมเกรียมพร้อมอาฆาตท่านชายคืนบ้าง

“ต่อให้พลิกแผ่นดินแผ่นน้ำค้นหาอีบุหลันก็ไม่มีวันหาเจอ!”

เฟืองสังหรณ์ว่าท่านชายอาจมีแผนการบางอย่างจึงตามสืบจากสนจนได้ความในวันหนึ่งว่าท่านชายจะไปหาหลวงวิเศษ เธอเริ่มกังวลตามประสาคนมีชนักปักหลัง พยายามถามจากคนรอบข้างแต่ไม่มีใครรู้ว่าหลวงวิเศษคือใคร

แท้จริงแล้วหลวงวิเศษคืออธิบดีกรมตำรวจ ท่านชายไปหาเพื่อปรึกษาเรื่องคดีบุหลันเพราะคาใจหลายอย่าง โดยเฉพาะท่าทางน่าสงสัยของท่านหญิงกับเฟืองบ่าวคนสนิท

“ท่านหญิงแขไขไม่โปรดบุหลันเอามากๆ ส่วนนังเฟือง...ฉันเกลียดมันที่สุดไม่ถูกชะตากับมันเลย”

“อย่ามีอคตินะกระหม่อม ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับหลักฐาน”

“ฉันสังหรณ์...คุณหลวงเชื่อฉันเถอะ”

“กระหม่อมเชื่อความจริง เราต้องค้นหาความจริงถึงจะลงโทษคนผิดได้”

ท่านชายเข้าใจหลักการแต่ความร้อนใจทำให้อารมณ์ พลุ่งพล่าน หลวงวิเศษถามถึงความรู้สึกที่มีต่อชายเดียวหรือชื่อที่เพิ่งประทานว่าคุณชายศักดินาว่าเป็นอย่างไร

“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเป็นลูกฉันหรือเปล่า เพราะฉันไม่ไว้ใจอีเฟือง มันอาจเอาลูกใครมาหลอกฉันก็ได้”

หลวงวิเศษได้แต่ปลอบให้ใจเย็นเพราะขณะนี้ส่งคนไปสืบจากผู้คนในวังแล้ว ท่านชายสบายใจขึ้นจึงขอตัวกลับ กำชับสนไม่ให้บอกใครเรื่องมาหาหลวงวิเศษ คนใช้ประจำตัวสารภาพเสียงอ่อยว่าหลุดปากบอกเฟืองไปแล้ว ท่านชายรู้ว่าสนไม่ได้ตั้งใจ เหยียดยิ้มโหดๆแล้วนึกได้ว่าควรหาเรื่องยั่วประสาทเฟืองเพื่อบ่ายเบี่ยงความสนใจ

“เอ็งบอกอีเฟืองไปเลยก็ได้ว่าข้าไปเที่ยวหอนางโลม ดีเหมือนกัน...ข้าจะได้ดูมันเต้นแทนหญิงแขไข”

ท่านชายมั่นใจว่าเฟืองต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง แล้วก็เป็นจริงดังคาด...เฟืองมาดักรอสืบจากสน ท่านชายจึงกำชับให้สนพูดตามที่ตกลงกัน แต่เฟืองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะทุกอย่างดูง่ายเกินไป

ท่านหญิงเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินต้นห้องคนสนิทบอกว่าสามีไปเที่ยวหอนางโลม เฟืองไม่ปักใจเชื่อเพราะคิดว่าท่านชายอาจมีแผน ท่านหญิงไม่ทันคิดเพราะมัวเสียใจที่ไม่อาจทำให้สามีรักและหลงได้อย่างบุหลัน

“เห็นไหมว่าไม่มีบุหลันเจ้าพี่ก็ไม่เคยเห็นหญิงในสายพระเนตร หญิงเหมือนดินทรายเหมือนฝุ่นละอองที่ไม่อยากแม้แต่จะทรงแตะต้องให้สกปรก”

“ทูนหัวของเฟือง ท่านหญิงไม่ผิด สักวันท่านชายต้องทรงนึกได้และเห็นความดีมังคะ”

“เฟือง...ความดีทำให้ท่านมีความสุขหรือ หญิงขอบใจเฟืองมาก เฟืองเหมือนเพื่อนตายของหญิง”

เฟืองอ้าปากค้างแล้วก้มหน้าร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ “ทรงเห็นเฟืองเป็นเพื่อนมังคะ ไม่เสียแรงที่หม่อมฉันจงรักภักดี หม่อมฉันสาบานจะปัดเป่าทุกข์ให้หมดสิ้น”

สองนายบ่าวกอดกันด้วยความรัก ความผูกพันที่เลี้ยงกันมาหยั่งรากลึกเกินกว่าจะไถ่ถอน...จนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความหวังดีและอะไรคือความเห็นแก่ตัว

กว่าเฟืองจะกลับจากตำหนักท่านหญิงก็เลยพลบค่ำไปหลายเพลา สาวใหญ่เดินเช็ดน้ำตาเพราะยังซาบซึ้งใจไม่หายที่ท่านหญิงมอบความเป็นเพื่อนให้ พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้านั่งขุดดินในสวน ซึ่งความจริง...คนสวนหน้าใหม่ก็คือเดชตำรวจหนุ่มที่หลวงวิเศษส่งมาสืบเรื่องในวังรังสิยาเพื่อหาเบาะแสคดีบุหลัน

เฟืองถามถึงที่มาที่ไปใหญ่โตด้วยความระแวง เดชตีหน้าซื่อแนะนำตัวว่าเป็นคนสวนคนใหม่ที่ท่านชายเพิ่งรับมา เฟืองพูดไม่ออก เหลือบเห็นกอกุหลาบมอญที่เขากำลังปลูกแล้วตาลุก รู้ดีว่าเป็นดอกไม้โปรดของบุหลัน สั่งเสียงเข้มให้รื้อออกให้หมดไม่ให้บาดตาบาดใจท่านหญิง

“ที่นี่มีแต่ท่านหญิงแขไขเจิดจรัส...จำใส่กะโหลกด้วยว่าอย่าสะเออะพูดถึงหม่อมอีก แกจะไม่มีที่ซุกหัวนอน!”

เดชยังเฉยไม่ยอมทำตาม เฟืองฉุนขาดกระชากกอกุหลาบเสียเองจนมือเต็มไปด้วยเลือด ก้มมองมือสองข้างด้วยความแค้นใจ...ฉันไม่ยอมให้ร่องรอยของแกทำให้ท่านหญิงช้ำใจแน่!

ooooooo

ท่านชายรังสิโยภาสยังคงเย็นชาใส่ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสไม่เลิกรา แม้เธอพยายามเข้าหาและพาคุณชายศักดินามาเยี่ยมแต่ก็ไม่เป็นผล ท่านชายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ จะเสวนาด้วยแต่เรื่องที่ต้องออกงานด้วยกันอย่างเป็นทางการเท่านั้น เช่นในคืนนี้ที่ต้องไปงานศพราตรีที่บ้านปัณณธร

บุหลันหรือจันทร์ลงมาช่วยบ่าวในบ้านทำอาหารเลี้ยงรับรองในงานศพ หน้าตาอาหารฝีมือของจันทร์ทำให้ท่านชายกับท่านหญิงแทบมองหน้ากันไม่ติด ฝ่ายหญิงกังวลใจอย่างประหลาด ในขณะที่ฝ่ายชายได้แต่เหม่อมองอาหารด้วยแววตาเศร้าหมอง จำได้ดีว่าหม่อมคนโปรดก็มีฝีมือละม้ายคล้ายคลึงกัน

ขณะเดียวกัน เฟืองบ่าวผู้จงรักภักดีของท่านหญิงก็สืบเรื่องท่านชายไม่ปล่อย ตามติดสนเพื่อถามข้อข้องใจถึงในครัว สาลี่แม่ครัวใหญ่ประจำวังกับพิกุลลูกมืออดค่อนแคะไม่ได้เพราะร้อยวันพันปีเฟืองไม่เคยมาเหยียบครัวนอกจากมาเอาสำรับ

เฟืองไม่อยากเถียงกับบรรดาคนครัว ลากสนมาซักไซ้เรื่องเดช แถมต่อว่าเคืองๆที่บังอาจสั่งคนสวนคนใหม่ให้ปลูกกุหลาบมอญเหมือนต้องการหยามหน้าท่านหญิง สนแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้จนเฟืองแทบคลั่งตายเพราะความโมโห

“ฉันไม่เห็นท่านหญิงจะเสื่อมเสียพระเกียรติตรงไหน”

“คนไม่ได้อยู่วังนี้แล้วต้องสนใจทำไม ในวังนี้มีท่านหญิงองค์เดียว พวกเราเป็นไพร่ก็ต้องทำให้เจ้านายพอพระทัยดีกว่าไปวุ่นวายกับคนไม่มีตัวตนแล้ว”

“ท่านชายรับสั่งให้ปลูกอะไรก็เรื่องของท่าน เป็นไพร่ก็อยู่ส่วนไพร่ หม่อมหายไปเขาก็เป็นห่วงกันทั้งวัง”

“หม่อมท่าน...เชอะ...มาจากไหนก็รู้ๆกันอยู่ ไม่ต้องถือหางหรอก ถึงยังไงเขาก็กลับมาขอบใจไม่ได้”

สนติดใจประโยคสุดท้าย เช่นเดียวกับบรรดาคนครัวที่เงี่ยหูฟังไม่ห่าง เฟืองโวยวายกลบเกลื่อนแล้วเดินสะบัดหนีไป สาลี่ทนไม่ไหวแดกดันไล่หลังด้วยความหมั่นไส้เต็มแก่

“สันดานไม่เปลี่ยน หม่อมไม่อยู่แล้วยังจองล้างจองผลาญ เรื่องหนีตามเจ้ายอดให้พระอินทร์ลงมาเขียวๆฉันก็ไม่เชื่อ หม่อมเคยพูดกับมันซักคำหรือเปล่าไม่รู้”

พิกุลฟังเรื่องทั้งหมดแล้วนึกได้ว่าเคยได้ยินเสียงร้องแปลกๆในคืนที่บุหลันหายตัวไป

“เสียงเหมือนใครลากของหนักๆ ต้องเป็นคนแน่ๆ ทั้งเสียงดิ้นและเสียงร้อง ฉันไม่กล้าเล่า...กลัวคนหาว่าโกหก”

ทั้งสามมองหน้ากันเครียดๆเพราะเป็นห่วงบุหลัน ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเดชแอบฟังไม่ห่างกันนัก แล้วไปทูลท่านชายพร้อมกับเรียกพิกุลมายืนยัน เฟืองผ่านมาเห็นก็สงสัยจึงสั่งให้ผ่องติดตามพฤติกรรมคนในครัวอย่างใกล้ชิดจนแอบได้ยินพิกุลกับสาลี่คุยกันว่าให้ระวังตัวเพราะรู้นิสัยเฟืองว่าไม่ธรรมดา พิกุลรับฟังแบบขอไปทีเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นอันตราย

เฟืองหาโอกาสถามพิกุลถึงเรื่องคืนเกิดเหตุแต่พลาดตลอด ผ่องแอบมาบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่สันนิษฐานว่าพิกุลแอบได้ยินอะไรบางอย่าง แถมนำไปทูลท่านชายถึงความผิดปกตินั้นด้วย เฟืองโกรธมาก สัญญากับตัวเองจะทำทุกอย่างเพื่อปิดปากพิกุล...อีพิกุล... มึงไม่ตายก็ไม่ใช่กู!

ooooooo

ทุกคนในบ้านปัณณธรตื่นเต้นกับความสามารถในการทำอาหารของจันทร์ คุณหญิงเพ็งเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจันทร์ไม่ธรรมดา คิดว่าสักวันจะต้องหาโอกาสถามให้รู้เรื่องว่าเป็นใครมาจากไหน ยอดแกล้งทำเป็นใบ้จนไม่มีใครสนใจ อดีตคนสวนเป็นห่วงจันทร์มาก อยากรู้ว่าเธอวางแผนชีวิตไว้อย่างไร

“ยอด...ฉันไม่มีพี่น้องที่ไหนเลยนะ ตัวคนเดียวในโลก เกิดมาก็มีแต่ป้าบัว พอป้าตายฉันก็หมดทางไป”

ยอดสงสารอดีตหม่อมแต่ก็รู้ว่าเธอมีรุ้งเป็นกำลังใจยิ่งใหญ่

“ใช่...รุ้งเป็นลูกชาติลูกตระกูล ฉันจะมีปัญญาอะไรเลี้ยงเธอให้สมศักดิ์ศรีชาติกำเนิด”

ยอดต้องการอาศัยอยู่ที่นี่เพราะไม่มีที่ไป จึงโหมทำงานหนักหวังให้ทุกคนในบ้านปัณณธรเห็นความดีจนล้มป่วย จันทร์เองก็ไม่อยู่เฉย พยายามช่วยงานทุกอย่างเพื่อทดแทนบุญคุณ เธอไปเยี่ยมยอดเพื่อนำยาไปให้ เห็นใจอดีตคนสวนเหลือเกินเพราะยากไร้ไม่มีที่ไป

“เราต้องอยู่ที่นี่ครับหม่อม หม่อมไม่รู้จะไปไหนแต่ผมแย่กว่าเพราะไม่มีทางไปเลย หม่อมกลับวังก็ได้เพราะถึงยังไงคุณหญิงก็เป็นลูกท่านชาย แต่ผมกลับไปก็ต้องติดตารางแน่ๆ”

พจน์กับคุณหญิงเพ็งก็ทึ่งในความทรหดของเจ้าใบ้กับจันทร์ ตัดสินใจให้ทั้งสองกับรุ้งอาศัยด้วย ฉัตต์ไม่พอใจมากเพราะยังฝังใจเรื่องเดิมๆ เอะอะโวยวายจนพ่อกับย่าแตกตื่น อยากจะแก้ไขความเข้าใจแต่เด็กชายไม่ยอมฟัง จันทร์เข้าใจความเจ็บแค้นของฉัตต์แต่ดีใจมากกว่าที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อได้ เธออุ้มรุ้งหรือชื่อที่ท่านชายเคย
ประทานไว้ว่าคุณหญิงวิมลโพยมมากอดแนบอก พึมพำเสียงเบาให้ลูกรักรู้ถึงความในใจ

“คุณหญิงวิมลโพยม...ถึงแม้ลูกจะอยู่ในฐานะบ่าวของบ้านนี้ แต่แม่จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีสมศักดิ์ศรีของหม่อมราชวงศ์หญิงแห่งสกุลรังสิยา ต่อไปนี้ชีวิตแม่เป็นของลูกนะ...คุณหญิงลูกแม่”

ด้านท่านชายรังสิโยภาสไม่ท้อเรื่องตามหาบุหลัน เดชส่งคนไปตามสืบถึงบ้านเกิดของยอดกับแคล้วแต่ไม่พบร่องรอยใดๆ ท่านชายโมโหมากเพราะนั่นหมายความว่าผู้ร้ายยังลอยนวลและเขาอาจไม่ได้พบหน้าหม่อมคนโปรดอีก เดชต้องคอยปลอบเพราะไม่อยากให้บรรดาตัวการไหวตัวโดยเฉพาะเฟือง

“อีเฟือง...กฎหมายลงโทษมึงไม่ได้แต่กูนี่แหละจะลงโทษมึงเอง” ท่านชายประกาศกร้าว

“คุณหลวงวิเศษส่งคนออกตามหาไอ้แคล้วกับไอ้ยอดจนจะพลิกแผ่นดิน”

“ไอ้ยอดไม่รู้แต่ไอ้แคล้วคงอยู่ที่บ่อน ตามหาที่ บ่อน ต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็มาเอาไป” ท่านชายทุ่มสุดตัว

เดชกลับมารายงานความคืบหน้าไม่กี่วันถัดมา ยังไร้ร่องรอยของยอดแต่พบแคล้วในบ่อนตามที่สันนิษฐาน ท่านชายพอใจมาก มอบหมายให้เดชจับตาดูเฟืองเป็นพิเศษจนเธอแทบขยับตัวไม่ได้ พฤติกรรมบางอย่างของต้นห้องคนสนิทชวนให้คิดเหลือเกินว่าต้องมีส่วนรู้เห็นถึงการหายไปของบุหลันอย่างไม่ต้องสงสัย

เฟืองรู้ตัวว่าโดนตามก็พยายามสงบเสงี่ยม จนกระทั่งวันหนึ่ง...เมื่อคุณชายศักดินาหรือชายเดียวไม่สบายจึงต้องบากหน้าไปขออนุญาตท่านชายพาไปหาหมอ แม้ท่านหญิงจะอ้อนวอนยังไง ท่านชายก็ยังเฉยชาบอกให้ดูแลกันเองเพราะไม่อยากยุ่งด้วย เฟืองมองด้วยความแค้นใจ ท่านชายจึงถือโอกาสค่อนแคะ

“กูขับมึงออกจากวังไม่ได้เพราะมีคนคุ้มกะลาหัวมึงอยู่ มึงอยู่ที่นี่ก็ได้แต่อย่าให้กูเห็นหน้า ตรงไหนเป็นที่ของกูมึงก็อย่ามาเหยียบเพราะแม้แต่รอยตีนมึง กูก็รังเกียจ”

เฟืองกัดฟันแน่น จ้องหน้าอาฆาตจนท่านชาย บันดาลโทสะขว้างของใกล้มือถูกหัวเฟืองเลือดไหลที่ขมับเป็นทาง ท่านหญิงทนไม่ได้ออกโรงปกป้องบ่าวคนสนิท

“เฟืองไม่ต้องขึ้นมาบนตำหนักอีก หญิงจะลงไปหาเฟืองเอง”

“หม่อมฉันมีหน้าที่ดูแลท่านหญิง หม่อมฉันจะขึ้นมาเฝ้าอย่างเคย”

“ระวังเถอะหญิงแขไข เธอเลี้ยงงูพิษไว้กับตัว วันหนึ่งมันจะแว้งกัดเธอ!” ท่านชายทิ้งท้ายก่อนผลุนผลันออกไป

เฟืองไปส่งท่านหญิงที่ตำหนักแล้วกลับเรือนพัก เดชมาดักหน้าและพูดจายั่วประสาทจนเฟืองชักมีน้ำโห เดชทำกลัวหัวหดวิ่งไปหลบที่มุมหนึ่ง ยิ้มกว้างสมใจเมื่อเห็นแคล้วปรากฏตัวต่อหน้าเฟือง...ในที่สุดผีพนันก็ทำให้แกกลับมา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.