ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ ขณะที่นิติธรกำลังสอนนิติภูมิทำงานอยู่นั้น มีสายจากแววเข้ามา นิติภูมิเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ

แววโทร.มาบอกนิติธรว่า อยากขอเข้าพบสยุมภูว์เพื่อกราบเรียนเชิญไปเป็นประธานในวันเปิดนิทรรศการภาพเขียนของตน ถามว่าพอจะเป็นไปได้ไหม

จักรนั่งฟังแววคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ เขาทั้งทึ่ง ทั้งขำที่แววรู้สึกว่าสยุมภูว์มีบุญคุณกับตัวเองมาก อมยิ้มขำๆที่อำแววได้แนบเนียน

นิติธรบอกให้เธอร่างจดหมายส่งอีเมล์มาให้ เขาทำเสียงตื่นเต้นเมื่อแววเชิญเขาไปด้วย แต่คนที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าคือนิติภูมิ เขาขอตามพ่อไปด้วยคน นิติธรงงๆว่าลูกชายสนใจศิลปะตั้งแต่เมื่อไร แต่ก็อนุญาตให้ไปด้วย

นิติธรตบบ่าลูกชายเบาๆอย่างมีความสุขที่พ่อลูกคุยกันได้ดี แต่นิติภูมิยิ้มร้ายหมายมาดที่จะจัดการสยุมภูว์ให้ได้

แม้แววจะรู้สึกดีกับเรื่องของตัวเอง แต่เมื่อคิดถึงวัณณรีแล้วเธอก็เศร้า จนจักรถามขณะเธอเดินออกมาส่งเขาที่ประตูรั้วว่า มีอะไรไม่สบายใจอีกหรือ

เธอบอกว่าตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับน้องจนวันนี้น้องยังไม่ยอมพูดด้วยเลย เอาแต่หลบหน้า จักรบอกว่า เด็กวัยรุ่นอย่างวัณณรีจะดุจะด่าอะไรก็ต้องระวังสักนิด ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะยิ่งเตลิดไปใหญ่ ถามแววว่า

“จะให้ฉันช่วยไหมล่ะ”

“อย่าเลย มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพี่สาวอย่างฉัน เฮ้อ...ฉันโทร.ไปเขาก็ไม่รับ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยัยวัณจะไปอยู่ที่ไหนกับใคร” แววพูดถึงน้องสาวทั้งเป็นห่วง ทั้ง เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ooooooo

วัณณรีอยู่กับคำรพที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เธอเล่าเรื่องถูกแววตบให้เขาฟัง คำรพบอกว่าไม่อยากเชื่อเลย วัณณรีพูดอย่างอวดดีว่า นับแต่แววหาเงินเลี้ยงครอบครัวคนเดียวก็เลยกร่างไม่เห็นหัวใครทั้งนั้น ถ้าตนหาเงินได้เมื่อไหร่จะไม่ง้อเลย

เข้าทางเฒ่าหัวงูอย่างคำรพพอดี เขาชวนไปเป็นพริตตี้ไหม ถ้าสนใจไว้มีงานตนจะเรียกให้ไปลองดู วัณณรีดีใจมาก มีความสุขที่จะได้ทำงานหาเงินใช้เอง จะได้เป็นอิสระไม่ต้องขึ้นกับใคร

ที่แท้วัณณรีไม่ไปฝึกงานมาสองวันแล้ว เอกรินทร์ไม่กล้าบอกแวว แต่คืนนี้เขาเป็นห่วงวัณณรี ทนไม่ได้จึงโทร.บอกแววเพื่อจะได้ดูแลน้อง พอแววรู้เท่านั้น เธอลงไปหาวัณณรีที่อยู่กับมาลตีที่ห้องรับแขกทันที

สองแม่ลูกคู่หูกำลังคุยกันเรื่องการแต่งตัวอย่างยิ้มแย้มเฮฮากัน พอวัณณรีเห็นแววลงมาก็บอกแม่ว่าจะไปนอนแล้ว แววบอกว่ายังไปไหนไม่ได้ เรามีเรื่องต้องคุยต้องเคลียร์กัน แววถามวัณณรีว่าวันนี้ไปไหนมา วัณณรี บอกว่าไปฝึกงาน ครั้นถามว่าแล้วเมื่อวานล่ะ ก็บอกว่าไปฝึกงานอีก

“โกหก!!” แววโกรธจัด มาลตีเอ็ดแววว่าทะเลาะกันคราวก่อนยังไม่เคลียร์นี่จะหาเรื่องน้องอีกหรือ วัณณรีถูกจับโกหกได้ไม่โต้เถียงอะไรจะลุกหนี แววจับแขนไว้คาดคั้น “เธอไม่ได้ไปฝึกงานสองวันแล้ว บอกมานะว่าเธอไปไหนกันแน่”

เมื่อถูกจับได้ วัณณรีตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่างานข่าวกับตนมันไม่เข้ากัน แววถามว่าแล้วบอกเอก–รินทร์หรือยัง วัณณรีพูดอย่างอวดดีว่าไม่ต้องห่วงตนเอาตัวรอดได้ และเวลานี้ตนก็หางานทำได้แล้ว ต่อไปจะไม่ขอเงินพี่ใช้อีก

มาลตีดี๊ด๊าดีใจกับลูกคนโปรดชมว่าลูกแม่เก่งจังเลย แววบอกแม่ว่า อย่าเพิ่งดีใจเพราะน้องยังเรียนอยู่ไปทำงานแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียน จะเสียการเรียนรึเปล่า

แววตกใจเมื่อรู้ว่าน้องไปเป็นพริตตี้ แล้วก็แทบช็อกเมื่อรู้ว่าไปทำงานกับคำรพ

“หา! นี่เธอบ้าไปแล้วรึไงยัยวัณ จะต้องให้พี่บอกกี่ครั้งว่าอีตาคำรพเป็นคนยังไง รีบโทร.ไปลาออกกับเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ” วัณณรีสวนไปทันทีว่าไม่ ทำให้แววเสียง อ่อนลงบอกน้องว่า “ยัยวัณ นี่ฉันหวังดีกับเธอนะ”

แต่วัณณรีกู่ไม่กลับแล้ว ยืนกรานจะทำงานหาเงินด้วยตัวเอง จนแววต้องหันไปขอร้องแม่ให้ช่วยพูดกับน้องที มาลตีกลับย้อนถามแววว่าจะให้พูดอะไร น้องได้งานทำก็ดีแล้ว ตัวแววเองก็ยังเคยทำงานกับคำรพมาก่อนไม่ใช่เหรอ?

ระหว่างแววคุยกับแม่นั้น วัณณรีฉวยโอกาสเดินหนีไป มาลตีบอกแววว่า

“คุณคำรพเขาชอบแก เขาคงไม่ทำอะไรยัยวัณหรอก อย่ามองในแง่ร้ายนักสิ น้องมันทำงานหาเงินได้ก็ดี จะได้ช่วยแบ่งเบาแกไง”

แววกลายเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบไป รู้สึกท้อแท้จนอยากจะร้องไห้...

ooooooo

ฝ่ายจักร เมื่อได้รับเทปสัมภาษณ์แววมาแล้วก็ฟังอย่างไม่รู้เบื่อ ฟังอย่างมีความสุข ยิ่งได้ฟังความรู้สึกที่แววพูดถึงสยุมภูว์อย่างสำนึกบุญคุณเขา จักรก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

เพิ่มพงษ์เคาะประตูเข้ามาถามว่า เรื่องที่แววเชิญเขาไปเป็นประธานเปิดงานแสดงภาพเขียนจะตอบรับไหม ตนจะได้ลงสเกดดูลไว้ จักรตอบอย่างอารมณ์ดีว่า

“ได้ ไม่มีปัญหา” แล้วกางเอกสารที่เพิ่มพงษ์เอามาให้ไว้ แต่หยิบหูฟังมาใส่กดปุ่มเอ็มพี 3 ฟังการสัมภาษณ์ต่อ

“ครับผม...งั้นขอตัวนะครับ” เพิ่มพงษ์เดินออกไปบ่นเบาๆงงๆกับตัวเองว่า “ฟังอะไรของเขาเนี่ย?”

คืนนี้ จักรออกไปที่ริมรั้วด้วยหัวใจที่อยากพบปะเจอะเจอแวว เขาเจอแววนั่งซึมอยู่ที่ม้านั่งริมรั้ว เลยเรียกเบาๆ แววถามว่าทำไมยังไม่นอนอีก

“ก็มองลงมาเห็นเธอนั่งอยู่คนเดียวก็เลยลงมาหา” พูดแล้วถือวิสาสะกระโดดข้ามรั้วไปถามอย่างเป็นห่วงว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า แววบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาตบไหล่แววเบาๆบอกว่า “เฮ่ย...เราเพื่อนกันไง มีอะไรก็บอกให้ช่วยได้”

แววบอกว่าเป็นเรื่องในบ้านตนเขาช่วยไม่ได้หรอก

“ช่วยได้สิ อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยรับฟังไง...อยากระบายอะไรก็พูดออกมาได้เลย” จักรพยายามหว่านล้อมให้เธอพูดเพื่อจะได้ระบายความอัดอั้นออกมาบ้าง

เมื่อแววเริ่มเล่า จักรทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ปล่อยให้เธอพูด นานๆจึงถามสักคำสองคำพอให้แววรู้สึกว่าเขาอยู่ในอารมณ์เดียวกัน เพื่อเธอจะได้สบายใจ...

ooooooo

ดึกแล้วจักรกลับบ้าน ปลุกเพิ่มพงษ์ขึ้นมาให้มาเตรียมอุปกรณ์ไอแพดและปรับองศาให้กล้องเว็บแคมจับภาพที่คางและลำตัว แล้วจักรจึงไปหยิบสูทมาใส่ เพิ่มพงษ์ถามงงๆว่า นึกยังไงถึงได้ลุกขึ้นมาเป็นสยุม-ภูว์เอาตอนดึก

จักรไม่ตอบแต่ให้สอนวิธีใช้อุปกรณ์เหล่านั้น พอเขาเข้าใจเพิ่มพงษ์ก็ขอตัวอ้างว่าเพื่อเขาจะได้คุยเป็นส่วนตัวกับแวว แต่ที่แท้อยากกลับไปนอนต่อ

ครู่หนึ่ง แววลืมตาขึ้นเพราะถูกแสงจากจอไอแพด เข้าตา เธอหยิบมาดูเห็นชื่อสยุมภูว์ก็รีบลุกขึ้นเปิดไฟหัวเตียงอย่างตื่นเต้น สยุมภูว์ในจอก็ยังคงเห็นแค่จากเอวขึ้นไปถึงคางตามเคย แววรีบพูดอย่างอ่อนน้อมว่า

“สวัสดีค่ะคุณสยุมภูว์ ดิฉันขอบคุณมากๆเลย

นะคะ ทั้งเรื่องที่ช่วยเรื่องหนี้ผ่อนบ้าน แล้วก็ช่วยตอบรับเป็นประธานในงานแสดงภาพเขียนของดิฉัน ขอบพระคุณจริงๆค่ะ แล้วก็...” แววรีบพูดเหมือนกลัวจะไม่ได้พูด จนสยุมภูว์ต้องตัดบทว่า

“เอาล่ะพอก่อน...ใจเย็นๆ ผมจะคุยเรื่องงานได้หรือยัง” แววนึกได้รีบขอโทษ เขาบอกว่าไม่เป็นไรตนเองต่างหากต้องขอโทษที่โทร.มาตอนเธอเข้านอนแล้ว แววถามว่ารู้ได้ยังไง เขาพูดขำๆว่า “ก็คุณคงไม่แต่งชุดนี้ออกไปข้างนอกละมั้ง”

“ขอโทษนะคะ” แววก้มมองตัวเองที่ใส่ชุดนอนค่อนข้างบางเบา แล้วรีบหันไปคว้าเสื้อคลุมสวมทับ สยุมภูว์ยิ้มขำๆแกมเอ็นดูในความกะเปิ๊บกะป๊าบของเธอ แล้วจึงพูดเป็นการเป็นงานว่า

“เอาล่ะ ผมสั่งงานคุณได้แล้วนะ ผมจะให้คุณช่วยตรวจสอบเอกสารของทางฝ่ายการเงินก่อนที่จะส่งให้ผมเซ็น ผมคงไม่ต้องย้ำนะว่าในโลกธุรกิจ ตัวเลขทางบัญชีมีความสำคัญขนาดไหน”

แววตอบรับอย่างกระตือรือร้นบอกให้เขาวางใจได้เลย เขาทักว่าดูเธอจะมั่นใจมากว่าทำได้ เธอรับรองว่าทำได้ แค่ตรวจบัญชีไม่กี่หน้าครึ่งวันก็เสร็จ

สยุมภูว์บอกว่าจะให้คนส่งอีเมล์เอกสารทั้งหมดให้เธอพรุ่งนี้เช้า มีเวลาให้ 24 ชั่วโมงในการทำงานนี้ให้เสร็จ

“สบายมากค่ะ ขอแค่ 12 ชั่วโมงก็พอค่ะ” แต่พอฟังสยุมภูว์บอกว่าเป็นเอกสารจากทศพลกรุ๊ปทั้งหมด 24 บริษัท แววถึงกับช็อก พึมพำเหมือนละเมอ “ยี่สิบสี่บริษัท ในยี่สิบสี่ชั่วโมง เอ่อ...คุณสยุมภูว์...ฮัลโหล...ว้า...วางไปแล้ว...โอ๊ย...” แววครางแล้วเดินมึนๆกลับมาทิ้งตัวนอนคว่ำที่เตียงอย่างหมดสภาพ...

ส่วนสยุมภูว์ สั่งงานเสร็จถอดคราบสยุมภูว์ออกมาเป็นจักรตามเดิม พูดกับตัวเองอย่างสบายใจว่า

“ทีนี้คงเป็นโอกาสของนายจักรบ้างล่ะนะที่จะช่วยอะไรแววได้บ้าง”

ooooooo

เช้านี้ จักรตั้งใจออกมาให้เจอวัณณรีตอนเธอจะออกไปเรียน เขาถามว่าไปส่งเอาไหม ดักคอล่อให้เธอพูดว่า อย่าบอกนะว่ากลัว เธอตอบอย่างถือดีว่าตนจะกลัวเขาทำไม พลางเดินมาขึ้นรถ จักรได้ทีพูดเข้าประเด็นที่ตนตั้งใจทันที

“ก็นั่นน่ะสิ ขนาดหัวงูอย่างนายคำรพ เธอยังไม่กลัวเลย”

วัณณรีชักสีหน้าถามว่าแววฟ้องเขาหรือ จักรบอกว่าไม่มีใครฟ้อง

“แล้วพี่จักรรู้ได้ไง นี่ถ้าจะไปส่งวัณเพราะพี่แววให้พี่มาเคลียร์เรื่องนี้ละก็...วัณเดินไปขึ้นรถเมล์เองก็ได้นะ”

จักรรีบบอกว่าตนจะไม่พูดอะไรอีกไม่ปริปากเรื่องเธอกับพี่สาวอีก วัณณรีย้ำขึงขังว่าแน่ใจนะ เมื่อเขารับปากเธอจึงยอมขึ้นรถ เขายืนมอง นึกในใจว่า ไม่เบาทั้งพี่ทั้งน้องเลยจริงๆ

แต่พอนั่งไปครู่ใหญ่เขาก็ทนไม่ได้เอ่ยขึ้นอีกว่า อยากให้แยกแยะให้ออกว่าใครหวังดีกับเธอ แววเป็นห่วงเธอมาก วัณณรีบอกให้เขาจอดรถถ้าไม่จอดตนจะเปิดประตูรถลงไปเดี๋ยวนี้เลย จักรเลยต้องแฉลบเข้าจอดข้างทาง เมื่อวัณณรีลงจากรถ เขายังเดินตามไปพูดอีก พอเธอไม่ฟัง เขาเลยใช้ไม้แข็งเอ็ดเสียงดังว่า

“เธอนี่มันดื้อจริงๆ คิดอะไรไม่เข้าท่าแบบเด็กๆไอ้เกรียนเอ๊ย!

“พี่ว่าไงนะ”

“เกรียน! แบบไอ้พวกที่นึกว่าตัวเองเก่ง ใช้แต่อารมณ์ไม่ยอมฟังเหตุผล คิดว่าตัวเองเก่ง ที่แท้ก็เป็นได้แค่เกรียน”

วัณณรีเลยชี้แจงเหตุผลของตัวเองว่า ตนเบื่อที่จะต้องโดนดุ โดนสั่ง ตนโตแล้วจะทำงานหาเงินเอง จะได้เป็นอิสระ จักรชี้ให้เห็นว่าไปเป็นพริตตี้ให้บริษัทของคำรพ นั้นอันตรายแค่ไหนรู้หรือเปล่า

“วัณดูแลตัวเองได้ ฝากบอกพี่แววด้วยว่า วัณจะทำอะไรก็เรื่องของวัณ อย่ามาบงการชีวิตวัณอีก”

พูดแล้ววัณณรีเดินอ้าวไปอย่างไม่แยแส จักรคิดจะตามไปอีก แต่คิดอีกที เธอแรงขนาดนี้พูดไปก็ป่วยการเปล่า

ooooooo

แววรับงานแล้วต้องทำอย่างเร่งรีบ ขนาดกินข้าวเช้าก็ยังกินไปดูข้อมูลในโน้ตบุ๊กที่เต็มไปด้วยตัวเลขไป เปิดไปเท่าไรก็ไม่มีทีท่าจะจบ จนมาลตีเริ่มเห็นความยากลำบากในการทำงานของแววพูดอย่างหนักใจแทนว่าคืนนี้คงไม่ต้องนอนแล้ว

จักรกลับไปที่บ้านแวว บอกว่าเพิ่งไปส่งวัณณรีเลยจะมารายงานให้เธอฟัง แววต้องทำงานให้ทันเวลาให้ได้ เธอขอร้องว่าอย่ากวนได้ไหมตนต้องการสมาธิในการทำงาน จักรอาสาจะช่วย เธอบอกว่า

“ทำอย่างนี้ได้ไง คุณสยุมภูว์มอบหมายงานให้ฉัน แต่ฉันแอบมาแบ่งให้คนอื่นช่วยทำเนี่ยนะ”

“เอาล่ะ...ฉันเข้าใจแล้ว งั้นฉันขอช่วยแค่เป็นหน่วยเสบียงก็แล้วกัน”

แววต้องเสียสมาธิในการทำงานอีกเมื่อนิติภูมิมาหาอ้างว่าผ่านทางนี้เลยแวะมา ที่จริงเขาต้องการมาสืบเรื่องจักรจะไปเป็นประธานเปิดงานแสดงภาพวาดของเธอ พอแน่ใจและแววขอเวลาทำงาน นิติภูมิจึงกลับไปอย่างกระหยิ่มว่าเป้าหมายของตนใกล้ถึงจุดจบแล้ว

คืนนี้เอกรินทร์ทำงานกลับดึก แป้งร่ำซื้อโจ๊กมาฝาก เอาไปอ่อยเขาถึงห้องพัก เอกรินทร์บอกว่าตนกำลังจะซื้อไปฝากเพื่อนที่ทำงานดึก ให้เอาของแป้งร่ำใส่ตู้เย็นไว้พรุ่งนี้จึงจะทาน ไลลาสงสัยว่าเพื่อนคนนั้นของจักรจะเป็นแวว ยุแป้งร่ำให้เร่งมือก่อนที่เอกรินทร์จะถูกคาบไปเสียก่อน

แป้งร่ำยังใจเย็นบอกว่าตนอยากทำแต่สิ่งดีๆ ให้กับผู้ชายที่ตนจริงจังด้วยมากกว่า ถูกไลลาพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“ฉันจะบอกให้นะ ในโลกนี้ไม่มีรางวัลสำหรับคนดีหรอก มีแต่รางวัลสำหรับคนชนะ จำใส่หัวเอาไว้ซะ”

เอกรินทร์ซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาให้แวว มาเจอจักรดูแลแววอยู่อย่างใกล้ชิดเขาเลยถอยไป

พอเอกรินทร์กลับถึงคอนโดฯ แป้งร่ำก็รีบมาดูแลจะอุ่นโจ๊กให้ ทำให้เอกรินทร์สงสัยว่าเธอจะมาไม้ไหนกับตน เมื่อนั่งกันที่โต๊ะอาหาร เขาถามตรงๆว่าทำดีกับตนอย่างนี้เพื่ออะไรหรือ เธอบอกว่าก็คงคล้ายกับที่เขาทำกับแววกระมัง แล้วเธอก็ถามว่าแววรู้สึกดีกับเขาอย่างที่เขารู้สึกกับเธอหรือเปล่า

แป้งร่ำสะกิดให้เขาคิดว่าเมื่อแววไม่ได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำให้ แล้วเขาจะทำต่อไปทำไม

“ทำไงได้ล่ะครับ หน้าที่ของเราก็แค่ทำดีกับเขาต่อไป ส่วนผลลัพธ์จะเป็นยังไง อันนั้นเราคงไปควบคุมไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเรา”

“อืม...โดนเลยค่ะ ฉันเข้าใจ เพราะฉันก็อยู่ในภาวะที่ไม่ต่างจากคุณเท่าไหร่”

เอกรินทร์ตัดบทว่าจวนจะเช้าแล้วเธอกลับห้องก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะดูไม่ดี แป้งร่ำจึงเดินออกไปด้วยความผิดหวัง ในขณะที่เอกรินทร์ก็ยังมองตามอย่างสงสัยว่า เธอจะมาไม้ไหนกับตนกันแน่...

ในที่สุด แววก็ทำงานได้เสร็จเมื่อ 6 โมงเช้า เธอดีใจมาก หันมองจักรเห็นนอนหลับอยู่ที่โซฟา เธอมองอย่างรู้สึกดีกับความมีน้ำใจของเขา เมื่อเขาตื่น เธอขอบคุณเขา พูดขำๆว่าช่วงนี้ขอบคุณเขาบ่อยมากเลยนะ จักรเลยหยอกว่าเปลี่ยนเป็นเลี้ยงข้าวสักมื้อก็ได้นะ

“เอ้อ...เอาสิ ฉันเลี้ยงข้าวนายมื้อนึง” แววตกลง จักรบอกว่าพูดเล่น “แต่ฉันจะเลี้ยงจริงๆให้ฉันตอบแทนนายมั่ง ไม่งั้นฉันเกรงใจตายเลย”

“ก็ได้...งั้นฉันไปก่อนนะ” พอเดินออกมา จักรยิ้มอย่างอิ่มอกอิ่มใจที่แววชวนไปเลี้ยงข้าว

ooooooo

หลังจากงานลอบสังหารสยุมภูว์ล้มเหลวครั้งนั้นแล้ว ศักดาก็หลบไปกบดาน เขาถูกเรียกตัวกลับมารับงานใหม่ นิติภูมิพาศักดาไปดูสถานที่คือหน้าแกลเลอรี่ที่สยุมภูว์จะมาเป็นประธานเปิดงานแสดงภาพวาดของแวว นิติภูมิบอกว่าถึงวันจริงจะมาชี้เป้าด้วยตัวเองเพราะสยุมภูว์ไม่เคยมีภาพถ่าย

ศักดารับงานแล้วบอกว่า ตนอยากให้ถึงวันงานเร็วๆเหมือนกัน ถูกนิติภูมิดักคอว่า ดูเขาอยากวางมือเหลือเกินนะ

“ครับ คุณนิติภูมิ ผมอยากวางมือไปใช้ชีวิตที่สุขสงบเสียที หลังจากเสร็จภารกิจนี้  ผมจะไม่ฆ่าใครอีก อย่างเด็ดขาด”

การเตรียมภาพเพื่อนำไปแสดงที่แกลเลอรี่ได้รับความช่วยเหลือจากจักรตามเคย ทั้งจักร แวว และมาลตี ช่วยกันขนภาพวาดที่ล้วนแต่เป็นดอกแววมยุราในรูปทรงและมุมต่างๆ

มาลตีช่วยไปพูดไปว่าที่มาช่วยยกเพราะอยากมีส่วนร่วม เผื่อขายผลงานได้จะได้มีส่วนแบ่งบ้าง พอถูกแววดักคอว่า “ไม่ค่อยเลยนะแม่” มาลตีก็พูดไปอีกแบบว่า

“บอกตรงๆนะ ใครมันจะมาซื้อภาพพวกนี้ไปติดที่บ้าน เรียกว่าคนที่ซื้อเนี่ยมีเงินอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องโง่ด้วย...ฮ่าๆๆ”

แววฟังแล้วจิตตกบ่นกับจักรว่ากลัวจะเป็นแบบที่แม่ว่าจัง จักรให้กำลังใจว่า ไม่ว่าจะขายได้หรือไม่เธอก็ได้กำไรไปแล้ว นั่นคือเธอได้ทั้งความสุข ความสบายใจ

แม้จะได้รับกำลังใจจากจักร แต่แววก็ยังกังวลระหว่างนั่งรถไป เธอเอาคริสตัลรูปดาวที่เขาให้ขึ้นมากำไว้ในมือหลับตานิ่งเหมือนอธิษฐาน แต่พอจักรถามว่าอธิษฐานอะไร เธอทำเป็นตอบอย่างไม่มีอะไรน่าสนใจว่า

“ก็...แค่ขอให้มีคนมาดูผลงานของฉันเยอะๆ แล้วก็...ขอให้มีคนมาซื้อไปทุกภาพเลย”

พูดแล้วถูกจักรกระเซ้าว่า “ขายได้หมดทุกภาพเลยเนี่ยนะ??” แววเขินทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน สั่งให้มองไปข้างหน้าตั้งใจขับรถไปดีๆ

ooooooo

นิติภูมิเรียกศักดามาคุยอีกครั้ง บอกว่าตนต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าที่มานั่นสยุมภูว์ตัวจริงหรือเปล่า แล้วเราค่อยวางแผนจัดการกันอีกที ศักดาเสนอว่า นิติธรอาจช่วยยืนยันได้

“มันเป็นเรื่องของฉันกับไอ้สยุมภูว์ พ่อไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง ถึงฉันจะเจอมันตอนเด็ก แต่มันก็ทำให้ฉันจำมันได้ไม่ลืม”

แล้วภาพในอดีตที่ฝังแค้นในใจเขาตราบวันนี้ก็ผุดขึ้นในความนึกคิด เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

วันนั้น สยุมภูว์ในวัย 12 ขวบเท่าๆกับนิติภูมิป่วยหนัก หมอบอกนิติธรที่เป็นคนพาไปโรงพยาบาลว่าต้องผ่าตัดด่วน แต่ถ้าพ่อเด็กไม่เซ็นอนุญาตหมอก็ผ่าตัดไม่ได้

นิติธรบอกว่า สีหราชพ่อของสยุมภูว์กำลังเดินทางมา อีกไม่กี่นาทีก็มาถึง แล้วพยายามโทร.ติดต่ออีก แต่ติดต่อไม่ได้ ขณะนิติธรกำลังร้อนใจนั้น นิติภูมิวิ่งมาอย่างตระหนกบอกพ่อว่าแม่ไอออกมาเป็นเลือด

แม้นิติธรจะตกใจ แต่เขาบอกลูกว่าให้กลับไปดูแลแม่ก่อน พ่อจะตามหมอไปที่ห้องให้ นิติภูมิไม่ยอม บอกพ่อต้องไปหาแม่เดี๋ยวนี้ ถูกพ่อดุว่า

“ภูมิ...เห็นไหมว่าตอนนี้คุณสยุมภูว์ไม่มีใครดูแล แกกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ เดี๋ยวพ่อจะรีบตามหมอไปดูแม่ที่ห้องเข้าใจไหม”

“ไม่...พ่อต้องไปที่ห้องตอนนี้” นิติภูมิร้องไห้รบเร้าพ่อด้วยความเป็นห่วงแม่

“ภูมิ!! แกพูดไม่รู้เรื่องรึไง!” นิติธรตวาดจนนิติภูมิชะงัก เมื่อบุรุษพยาบาลเข็นเตียงพาสยุมภูว์เข้าห้อง

ผ่าตัดแล้ว นิติธรยังง่วนอยู่กับการโทรศัพท์ถึงสิงหราชโดยไม่ได้สนใจนิติภูมิที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆเลย...

ในที่สุด แม่เขาก็เสียชีวิต นิติภูมิใส่ชุดดำยืนร้องไห้อยู่ข้างเตียงแม่ เขาเจ็บปวดจนบอกไม่ถูกเมื่อเห็นสยุมภูว์ ยิ้มให้!

คิดถึงอดีตแล้ว นิติภูมิบอกศักดาด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดว่า “ฉันไม่มีทางลืมหน้ามันได้ง่ายๆ วันที่มันฟื้นขึ้นมา...แต่กลับเป็นวันที่แม่จากฉันไป...ฉันจะต้องได้เห็นวันที่มันตอบแทนชีวิตของแม่ฉันด้วยชีวิตของมัน”

คุยกันเสร็จ นิติภูมิเดินออกจากร้านกาแฟผ่านศักดาไปเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย...

ooooooo

คืนนี้ เอกรินทร์ที่กำลังเสียใจเรื่องแวว ไปดินเนอร์กับชลธิชาและเริงใจจนเมา สองสาวอาสาไปส่งเกรงเขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปจะไม่ปลอดภัย ทีแรกเอกรินทร์ไม่ยอมให้ไปส่ง แต่ปรากฏว่าหามอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ไม่เจอ สองสาวเลยได้ทีพาเขาไปส่ง

เอกรินทร์หลับไปตลอดทาง พอไปถึงปรากฏว่าหากุญแจห้องไม่เจอ เริงใจเลยช่วยล้วงกระเป๋ากางเกงหาให้ ล้วงข้างหนึ่งไม่เจอเลยเปลี่ยนไปล้วงอีกข้าง

“เธอทำอะไรคุณเอกน่ะ” เสียงแป้งร่ำแหวขึ้น ชลธิชาตกใจรีบบอกว่าเปล่า เริงใจบอกว่ากำลังล้วงหากุญแจห้องให้เขา ถูกแป้งร่ำด่าว่าโรคจิต เริงใจเลยสวนไปว่าแล้วทีเธอใส่ชุดนอนมารอผู้ชายน่ะ เรียกว่าอะไรไม่ทราบ

แป้งร่ำอ้างว่า ไลลาให้ตนมาดูแลที่นี่และฝากดูแลเอกรินทร์ด้วย ถามอย่างท้าทายว่า มีปัญหาอะไรรึเปล่า

เริงใจบอกแป้งร่ำว่าเจอก็ดีแล้ว ตนจะได้พาเอกรินทร์ไปส่งที่ห้องนอนเลย แป้งร่ำพรวดมายืนขวางไม่ยอมให้พวกเธอมาเหยียบที่นี่เด็ดขาด สองสาวเลยพาเอก-รินทร์ไปนอนโรงแรมเสียเลย แป้งร่ำคาดไม่ถึงว่าจะเจอไม้นี้ ยืนมองสองสาวประคองเอกรินทร์กลับไปที่รถ แผดเสียงกรี๊ดด้วยความแค้นใจ

ooooooo

การทำงานของศักดาล้มเหลวอีก ไม่เพียงทำงานไม่สำเร็จ เขายังถูกสยุมภูว์ถ่ายวีดิโอไว้ด้วย ส่วนนิติภูมิที่ไปป้วนเปี้ยนแถวงานก็อ้างว่ามาหาแวว เพิ่มพงษ์เห็นว่าสยุมภูว์ไม่ปลอดภัยจึงย้ายไปอยู่คอนโดฯ บังเอิญไปอยู่คอนโดฯเดียวกับไลลาพอดี

เช้านี้ เพิ่มพงษ์บอกจักรว่า “ผมส่งวีดิโอที่คุณสยุมภูว์ ถ่ายไว้ให้สายของผมดูแล้วนะครับ บ่ายนี้เราน่าจะรู้ว่าไอ้หน้าโหดคนนั้นคือใคร แล้วมันเกี่ยวข้องกับนายนิติ-ภูมิยังไง”

จักรถามว่า แล้วที่เราส่งนิติภูมิไปทำงานที่หาดใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง เพิ่มพงษ์บอกว่าทำงานได้ดีเกินคาด

“งั้นก็แปลว่า ผมตัดสินใจไม่ผิดใช่ไหมที่รับเขามาทำงาน”

“เรื่องงานไม่มีปัญหาครับ แต่จะไว้ใจเรื่องอื่นได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง...คุณสยุมภูว์ก็เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าเขาทำตัวน่าสงสัยแค่ไหน ถ้าเขาแค่จะมาหาแวว ผมก็พอจะรับมือได้ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องอื่น...”

“สายคุณว่ายังไง รีบโทร.บอกผมด้วยก็แล้วกัน” จักรตัดบทแล้วออกจากห้องไป เพิ่มพงษ์มองตามอย่างวิตก ห่วงใย

ooooooo

เช้านี้ จักรออกจากคอนโดฯ ไลลามาเห็นเข้าพอดี เธอวางแผนสะกดรอยตามไปจนถึงไร่ทศพลที่เชียงใหม่โดยจักรไม่รู้ตัว

แววไปดูแลไร่ที่เชียงใหม่ตามคำสั่งของสยุมภูว์ เมื่อนิติภูมิรู้จึงตามไปที่นั่นหมายจะได้พบสยุมภูว์ แต่ทำเป็นเอาแววมาบังหน้า เมื่อจักรเดินทางมาถึง นิติภูมิถามอย่างดูถูกว่ามีเงินซื้อตั๋วตามแววมาถึงนี่เลยหรือ

ทั้งสองเชือดเฉือนกันโดยฝ่ายนิติภูมิคิดว่าจักรตามแววมา ในขณะที่จักรจับตาการเคลื่อนไหวของเขาอย่างไม่ไว้ใจ ส่วนแววไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับใคร เห็นนิติภูมิดีด้วยเธอก็ดีตอบ ส่วนจักรนั้นเธอถือว่าเป็นคนที่เข้าใจและช่วยเหลืองานทุกอย่างในยามที่เธอประสบปัญหาและให้กำลังใจทุกครั้งที่เธอท้อแท้

ไม่นาน ไลลาก็โผล่มาทำทีว่ามาเจอกันโดย บังเอิญ แววเสียความรู้สึกมากเลยชวนนิติภูมิไปหาสยุมภูว์กันดีกว่า พูดเหน็บแนมว่า “คงมีคนอยากอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง”

ทั้งแววและนิติภูมิเพิ่งรู้จากปากไลลาว่า จักรอยู่คอนโดฯ เดียวกับเธอ เมื่อเช้าเห็นจักรเดินออกมาจากคอนโดฯ จักรเลยพูดออกตัวว่า

“ถ้าไม่ได้คุณสยุมภูว์จัดหาที่พักให้ ผมก็คงไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นหรอกครับ”

“ยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ต่อไปเราคงเจอกันได้ง่ายขึ้น จริงไหมคะ” ไลลาทำหน้าฉอเลาะ แววหมั่นไส้เลยชวนนิติภูมิไปหาสยุมภูว์กันดีกว่า เสร็จแล้วตนจะได้ทำงานต่อ

ไลลาไม่แยแสหันไปชวนจักรไปหาร้านกาแฟน่ารักๆ นั่งดื่มกาแฟกันไปคุยกันไปดีไหม ว่าแล้วพยายามอ่อยจักรไปด้วยกัน นิติภูมิพูดอย่างเขม่นหมั่นไส้จักรว่า

“โชคดีจังนะครับ มีแต่คนเอ็นดูสงสาร...” แล้ว หันไปพูดกับไลลาก่อนตามแววไปว่า “โชคดีนะครับ”

จักรอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มองแววที่เดินไปกับนิติภูมิอย่างไม่สบายใจ พอหันมาเจอไลลาก็มองอย่างเบื่อหน่ายเต็มที ไลลาถามเขาอย่างตัดพ้อว่าเห็นแววสำคัญกว่าตนหรือ จักรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าตนคิดว่าเธอคือลูกค้าคนหนึ่งส่วนตนก็เป็นได้แค่พ่อค้าที่ดีของเธอเท่านั้น ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาโกยปุ๋ยใส่ต้นไม้ไม่สนใจเธอเลย

ส่วนแววกับนิติภูมิเข้าไปหาสยุมภูว์ ในห้อง ทำงานที่ไร่ทศพล นำพลที่แววคิดว่าเป็นสยุมภูว์นั่งหันหลังให้อยู่ พอเขาหันกลับมานิติภูมิพยายามนึกหน้าเขาที่เคยเห็นสมัยเด็ก จนเมื่อสยุมภูว์ถามว่างานที่หาดใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง นิติภูมิรายงานว่า

“ไม่ต้องห่วงครับ วางใจได้ แต่ทางโน้นเขาอยาก เจอคุณสยุมภูว์มาก คงอยากเจอทายาทคุณสีหราชที่จากเมืองไทยไปเป็นสิบๆปีเต็มทีแล้ว”

แววสะดุดหูที่นิติภูมิพูด เธอมองหน้านิติภูมิอย่างสงสัย แต่ไม่พูดอะไร ออกจากห้องสยุมภูว์แล้ว เธอถามนิติภูมิว่า สยุมภูว์เพิ่งกลับมาเมืองไทยหรือ

“อ๋อ...ครับ...เขาไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ผมยังเกือบจะจำหน้าเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ดูเขาเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ”

ส่วนเพิ่มพงษ์ นับวันระแวงนิติภูมิมากขึ้น เขาขอให้สยุมภูว์จับตาดูให้ดีด้วย สยุมภูว์ถามว่ากลัวเขามาวุ่นวายกับแววมากไปหรือ เพิ่มพงษ์ตอบอย่างกังวลว่า

“นั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่มันอาจมีเหตุผลอื่นอีกที่เขามาที่นี่”

ooooooo

นิติภูมิพยายามที่จะสัมพันธ์กับแววให้ใกล้ชิดสนิทสนมกว่าเก่า เขาชวนเธอเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกัน แววปฏิเสธบอกว่าติดนัดกับคนอื่นแล้ว

แต่พอนิติภูมิถูกไลลามาชวนเข้าเมืองกัน จักรก็โผล่มา แววบอกว่านึกว่าเขากลับไปแล้วเสียอีก จักรบอกว่างานยังไม่เสร็จจะกลับได้ยังไง แววเลยเดาว่า

“อ๋อ...จะหาเรื่องหนีคุณไลลาน่ะสิ เขาอุตส่าห์ตามคุณมาจากกรุงเทพฯ เชียวนะไม่ใจอ่อนเลยหรือ”

“ผมมีคุณอยู่แล้วนี่” จักรทำตาซึ้งให้

“ฝันไปเถอะย่ะ คุยกับนายก็เสียเวลาเปล่า ฉันไปดูแปลงดอกไม้พี่หลินดีกว่า” แล้วแววก็ผละไปเลย

วันนี้ตงตงลูกชายวัยซนของหลินเห็นจักรจุดดอกไม้ไฟก็ขอไปจุดบ้าง บอกว่าแม่เคยจุดประทัดไล่นกที่ไร่ข้าวแต่ตอนนี้นกรู้ทันแล้วจุดไปนกก็ไม่หนี ตงตง

จะขอดอกไม้ไฟไปจุดบ้าง พอจักรให้ตงตงก็แอบเอาไปจุดที่หลังโกดังเก็บชา จุดแล้วไม่ติดเลยลองจุดใหม่ พอติดก็วิ่งหนี

ตงตงวิ่งกลับไปเจอจักรกำลังมาตามเพราะเห็นหายไปนาน แต่พอเขามองไปทางโกดังก็ตกใจเมื่อเห็นควันโขมง พวกคนงานพากันวิ่งไปดับไฟ บ้างก็ช่วยกันขนกล่องชาออกมา

สยุมภูว์ในคราบของจักรมาดู ถามว่าไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม นำพลบอกว่าไม่มี เขาถามว่ารู้ไหมว่าเกิดจากอะไร นำพลบอกว่ามีคนพบเศษพลุที่ด้านหลังโกดัง น่าจะเพิ่งถูกจุดใหม่ๆ

ตงตงยังนึกสนุกเอาดอกไม้ไฟที่เหลือไปแอบจุดเล่นอีก ถูกจักรเดินมาเจอ ตงตงตกใจวิ่งหนี แต่จักรไล่ตามจับได้ถามว่าเอาพลุไปเล่นที่โกดังใช่ไหม ตงตงทำหน้ารั้นว่า “ไม่บอก”

จักรถามอย่างไรตงตงก็ไม่บอก จักรเลยขู่ว่าจะเรียกตำรวจมาจับฐานทำโกดังไหม้ พอดีหลินเดินมาได้ยินถามว่าตงตงทำโกดังไหม้หรือ จักรขอร้องหลินอย่าเพิ่งดุตงตงขอให้รู้ก่อนว่าตอนไฟไหม้โกดังตงตงอยู่ที่ไหน

ระหว่างที่จักรกำลังพยายามถามตงตงอยู่นั่นเอง นำพลก็เข้ามาบอกว่า

“ตอนแรกเราก็คิดว่าเกิดจากพลุ แต่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเขาดูที่เกิดเหตุเทียบกับเวลาที่ตงตงเล่นพลุแล้วก็เลยตัดประเด็นนี้ออกไป สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเพราะไฟฟ้าช็อต”

ทุกคนเลยต้องพากันไปง้อขอโทษตงตงที่ถูกดุจนงอนวิ่งหนีไป

ooooooo

แววปรารภกับจักรขณะเขาเดินมาส่งที่บ้านพักว่า สยุมภูว์คงต้องปวดหัวเรื่องสต๊อกชาแน่ๆ

“แน่นอน...ของเสียหายขนาดนี้ ไม่ปวดหัวได้ไง” จักรพลั้งปากพูดไป พอแววมองหน้าอย่างสงสัย จักรรู้ตัวพูดกลบเกลื่อนเป็นว่า “ใครมาเห็นสภาพของในโกดังก็ต้องปวดหัวทั้งนั้นแหละ เสียหายขนาดนี้”

แววเลยแกล้งแหย่ว่าตนยังไม่ทันว่าอะไรสักคำ มาร้อนตัวเรื่องอะไร จักรหาว่าแววมาจับผิดตน ถ้าสงสัยอะไรให้ถามตนตรงๆดีกว่า

“ฉันเก็บไว้สงสัยคนเดียวดีกว่า ขอบใจนะที่มาส่ง” พอจักรขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป เธอพึมพำว่า “ขอให้ฉันคิดมากไปเองเถอะ”

ส่วนจักร พอขี่รถออกมา ก็ถอนใจพรวดบ่นตัวเองว่า “เกือบไปแล้วเรา...”

เมื่อกลับถึงที่พัก เพิ่มพงษ์รายงานว่าเรายังสืบไม่ได้ว่าไอ้หน้าโหดนั่นเป็นใคร จักรบอกว่าเรายังไม่รู้เลยว่ามันกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่ที่แน่ๆคือมีคนอยากรู้เรื่องของเรา เพิ่มพงษ์ร้อนใจถามว่าใครหรือ พอเขาบอกว่า

คนที่อยู่ใกล้ตัวเรานี่แหละ เพิ่มพงษ์เดาว่าแววใช่ไหม จักรพยักหน้า บอกว่า

“แต่คุณเพิ่มพงษ์ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอกนะ ผมว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เราตามกันอยู่หรอก เพราะตอนนี้มันมีเรื่องน่ากังวลกว่านั้น”

“เรื่องอะไรหรือครับคุณสยุมภูว์” เพิ่มพงษ์เริ่มตึงเครียด

จักรเงียบ แต่สีหน้าเขาเหนื่อยใจ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ
9 เม.ย. 2563
08:01 น.