ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

งานที่สยุมภูว์สั่งคราวนี้ทำเอาแววนอนไม่หลับ รุ่งขึ้น  เธอโทร.ไปหาเอกรินทร์แต่เช้า เล่าเรื่องหนักใจให้ฟังแล้วเอกรินทร์พูดอย่างถอดใจว่า เป็นไปไม่ได้เลย แววขอสู้ดูสักตั้ง ตนไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ ที่สำคัญคือถ้างานนี้สำเร็จตนจะได้เจอสยุมภูว์ตัวจริงแบบเต็มตัวสักที

“ก็ได้...ถ้าคุณสู้ผมก็พร้อมจะช่วย” เอกรินทร์รับคำ นัดจะไปรับที่บ้าน แต่แววเกรงใจ ขอไปหาเขาเองดีกว่าจะได้ขับรถให้เขานั่งบ้าง ถามที่อยู่แล้วแวววางสาย เป่าปากอย่างโล่งใจ มีความหวังขึ้นมารำไร

ส่วนเพิ่มพงษ์กังวลว่า ถ้าแววรู้ความจริงว่าสยุมภูว์กับจักรคนข้างบ้านเป็นคนเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ทันคุยกันต่อก็มีสายจากนิติธรเข้ามาขอคุยกับสยุมภูว์

นิติธรโทร.มาฝากงานให้นิติภูมิ สยุมภูว์ยินดีบอกว่าแล้วจะลองมองๆหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้

“ขอบพระคุณมากครับคุณสยุมภูว์ แล้วผมจะพาเจ้าภูมิไปกราบขอบคุณในโอกาสหน้านะครับ” นิติธรดีใจมาก แต่นิติภูมิที่นั่งฟังอยู่ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ทำเป็นดีใจขอบคุณพ่อ บอกว่าแล้วจะไปกราบขอบคุณสยุมภูว์

แต่เพิ่มพงษ์รับไม่ได้ เตือนสยุมภูว์ว่า ลืมไปแล้วหรือว่าคนที่เราสงสัยว่าทำร้ายเราคราวนั้นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดคือนิติภูมิ สยุมภูว์พูดแบบสบายๆว่า นั่นก็แค่สงสัยจะไปปรักปรำว่าเขาเป็นคนร้ายไม่ได้ เพิ่มพงษ์ติงว่า เรากำลังประมาทเกินไปรึเปล่า

“ผมไม่ได้ประมาท ฟังนะ ต่อให้นายนิติภูมิจ้องจะทำร้ายเราจริงๆ ผมก็จะรับเขามาทำงานกับเราอยู่ดี เพราะถ้าเขาอยู่ใกล้เรา ก็เท่ากับอยู่ในที่แจ้ง เราจะได้มองเห็นและคอยเฝ้าระวังได้ง่ายกว่าปล่อยให้อยู่ไกลๆ” สยุมภูว์สรุปว่าแค่นี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง บอกว่าพอเถอะตนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก พูดแล้วเปิดประตูออกไปเลย

เพิ่มพงษ์พยายามเรียกแต่เขาเดินไปไกลแล้ว แจ็คมาเห็นเข้ามองตาค้างที่เห็นจักรใส่สูท ถามว่าไม่ร้อนหรือ นี่คงซื้อสูทจนงบหมดถึงได้แค่ครึ่งเดียว เพราะข้างล่างยังใส่กางเกงขาสั้นอยู่

สยุมภูว์ก้มมองท่อนล่างจึงรู้ตัว แจ็คซักว่าที่ห้องนั้นมีสูทด้วยหรือ เพิ่มพงษ์ตามออกมาพอดี แก้สถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน ทำเป็นเอ็ดจักรว่าเอาสูทตนมาใส่ แจ็คจอมสาระแนสงสัยอีกว่า สูทมันคนละไซส์กับเพิ่มพงษ์ เขาก็กลิ้งไปได้ว่า ตอนตัดมันพอดีแล้วตัดบทไล่แจ็คให้ไปทำงานเสีย

ooooooo

ที่คอนโดฯเอกรินทร์ มีเสียงกดกริ่งที่หน้าประตู เขานึกว่าแววมา แต่พอเปิดประตูกลายเป็นชลธิชากับเริงใจ เขามองอย่างแปลกใจ

ที่แท้เริงใจซื้ออาหารญี่ปุ่นมาฝาก เธอซื้อมาสองกล่อง จิ้มก้องชลธิชากล่องหนึ่ง อีกกล่องให้ชลธิชาพาเธอเอามาฝากเอกรินทร์ที่คอนโดฯ เอกรินทร์เชิญทั้งสองเข้าไปในห้องก่อน เริงใจกระวีกระวาดจะจัดอาหารให้ เขาบอกว่าต้องรีบหน่อย เพราะตนนัดแววไว้จะออกไปข้างนอกด้วยกัน ป่านนี้คงใกล้มาถึงแล้ว

เขาเล่าให้สองสาวฟังเรื่องที่สยุมภูว์ให้แววจองโต๊ะที่ภัตตาคารของเชฟทอมมี่ ชลธิชาจึงเข้าใจว่าเขาเลยอาสาไปช่วยแวว แต่เอกรินทร์ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน เพราะภัตตาคารนี้ต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ

มีเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีก เอกรินทร์เชื่อว่าแววมาแล้ว แต่พอเปิดประตูกลายเป็นไลลากับแป้งร่ำ พอชลธิชากับเริงใจรู้ว่าสองคนนี้มาก็รู้ตัวว่าเดี๋ยวต้องเกิดเรื่องแน่ๆ เอกรินทร์พาไลลากับแป้งร่ำเข้ามาแล้วเขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

แล้วก็จริงอย่างที่คาด พอไลลากับแป้งร่ำเข้ามาเจอชลธิชากับเริงใจอยู่ในห้อง ก็หาเรื่องทันที เห็นอาหารญี่ปุ่นที่เริงใจเอามาฝากเอกรินทร์ ไลลาก็แกล้งหยิบกิน เริงใจไม่ยอมบอกว่านั่นเป็นของที่ตนเอามาฝากเอก–รินทร์ ไลลาอ้างว่าเมื่อเธอเอามาฝากเอกรินทร์ก็เป็นของเอกรินทร์แล้ว ฉะนั้นตนกินได้เพราะตนเป็นลูกพี่ลูกน้องของเอกรินทร์

เมื่อขิงก็ราข่าก็แรงมาเจอกัน เพียงอึดใจเดียวก็โต้เถียงและลงมือกัน โดยไลลาเอาอาหารญี่ปุ่นละเลงใส่เริงใจก่อน แม้ชลธิชาจะพยายามห้ามแต่หยุดไม่อยู่ และแป้งร่ำก็เข้าไปช่วยไลลาเล่นงานเริงใจด้วย

เอกรินทร์ออกจากห้องน้ำมาห้ามก็เอาไม่อยู่ พอดีแววมาเห็นเพื่อนถูกรุมก็ลุยเข้าร่วมวงด้วย เอกรินทร์ร้องห้ามไม่หยุดเลยเข้าไปลากไลลากับแป้งร่ำดันออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูไม่ยอมให้เข้า เขากลับมาหาสามสาวที่เลอะเทอะเละเทะดูกันไม่จืด

ชลธิชาขอโทษเอกรินทร์ที่เกิดเรื่องวุ่นวาย แววถามว่าทำไมต้องขอโทษในเมื่อสองคนนั้นมาหาเรื่องกับเราเอง

เอกรินทร์ขอว่าต่อไปอย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีกเลย แววโวยทันทีว่าให้เขาไปขอทางสองคนนั้น จะมาโวยอะไรกับเพื่อนตน เพราะสองคนนั้นเจอกันทีไรก็หาเรื่องพวกตนทุกที ทั้งยังหาว่าเอกรินทร์ปกป้องแต่ญาติตัวเอง แววใส่เสียจนเอกรินทร์มึน บอกว่าตนไม่ได้เข้าข้างใครเลย ตอนมีเรื่องตนอยู่ในห้องน้ำ

แววโกรธมาก เริงใจเตือนว่าเดี๋ยวต้องไปธุระกับเอกรินทร์ไม่ใช่หรือ อย่ามัวโต้เถียงกันเลย แววสวนไปว่า

“ไม่ต้องแล้ว ฉันไปคนเดียวได้” ว่าแล้วออกจากห้องไปไม่ฟังเสียงเอกรินทร์ที่พยายามชี้แจงเลย ชลธิชาปลอบใจเอกรินทร์อย่างรู้นิสัยแววดีว่า

“เดี๋ยวพอเขาเย็นลงแล้วฉันจะช่วยคุยให้นะ คุณเอกไม่ต้องห่วง  แววเขาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะชอบทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เพื่อนมานานแล้ว”

ฟังชลธิชาแล้วเอกรินทร์สบายใจขึ้น

ooooooo

ในครัวที่ภัตตาคารหรู เชฟทอมมี่กำลังดุด่าพนักงานที่ทำงานไม่ได้ดั่งใจ หั่นผักไม่ได้อย่างที่ต้องการสั่งทิ้งให้หมดแล้วหั่นใหม่ ด่าว่าทำงานแบบนี้เดี๋ยวส่งไปอยู่ร้านหมูกระทะเสียให้หมด

มีพนักงานหญิงเดินหงอๆ เข้ามาเรียกเสียงอ่อยๆ เชฟทอมมี่หันไปตวาดว่ามีอะไร! ทำเอาพนักงานหญิงคนนั้นยิ่งกลัว บอกว่ามีคนมาขอพบ

“ไหน?! เขาไม่รู้รึไงว่าคนเขากำลังยุ่งๆ น่ะ” เชฟทอมมี่เอ็ดตะโร

แววเข้ามารีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม บอกว่าจะมาจองโต๊ะคืนนี้ ก็ถูกตัดบททันทีว่า “ก็โทร.มาจองสิ”

แววต้องตั้งสติทำงานอย่างอดทนและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าให้ทันกาล เมื่อพยายามขอร้องแล้วไม่ได้ผลแววเลยอ้างว่าตนจองในนามของสยุมภูว์ ทศพล แต่นั่นก็แค่ทำให้เชฟทอมมี่ชะงักไปนิดหนึ่ง พูดอย่างรู้จักสยุมภูว์ดีว่า

“คุณสยุมภูว์มาเองรึเปล่า เห็นข่าวเขาว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าเลยนี่”

“ค่ะ คุณสยุมภูว์นัดมาเซ็นสัญญากับลูกค้าต่างชาติที่นี่เองเลยค่ะ งั้นดิฉันขอจองโต๊ะสำหรับสามที่ทุ่มตรงวันนี้นะคะ”

“ไม่ได้!”

แววหน้าเสียยกมือไหว้อ้อนวอนเพราะตนไม่อยากตกงาน ก็ได้รับคำตอบอย่างไม่แยแสว่านั่นมันเรื่องของเธอบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ แววพยายามตื๊อถามว่า “ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ”

“ต้องถามด้วยเหรอว่าทำไม โต๊ะเต็มก็แปลว่าไม่มีโต๊ะแล้ว ถ้าอยากกินก็หาโต๊ะมาเองแล้วกัน ไป๊! อย่ามาเกะกะ” เชฟไล่ตะเพิดแล้วหันไปสั่งลูกน้องให้เร่งมือหน่อย

แววยิ้มอย่างมีความหวัง ตามตื๊ออีก ถามว่า “เมื่อกี้เชฟบอกว่าโต๊ะเต็ม ไม่มีโต๊ะแล้ว ถ้าอยากกินก็หาโต๊ะมาเองแล้วกันใช่ไหมคะ” เชฟตอบอย่างรำคาญเพราะงานกำลังยุ่งว่า ใช่ มีอะไร แววยิ้มดีใจยํ้ากับเชฟว่า “เชฟพูดแล้วห้ามคืนคำนะคะ”

เชฟทอมมี่ชะงัก มองแววงงๆ

ooooooo

ออกจากภัตตาคารแล้ว แววบึ่งไปที่ร้านขายต้นไม้ พุ่งมาอย่างแรงแล้วเบรกเอี๊ยดห่างจักรที่เพิ่งส่งลูกค้าไปไม่ถึงคืบ ดีที่จักรกระโดดหลบทัน บ่นว่าขับรถประสาอะไร แววรีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

จักรอัศจรรย์ใจมากที่ได้ยินคำขอโทษจากแวว แต่พอแววบอกว่าตนมานี่เพราะมีเรื่องจะให้ช่วย จักรเลยหายแปลกใจพึมพำว่า อย่างนี้นี่เองถึงได้รู้จักขอโทษ

หลังจากแววบอกความต้องการของตัวเองแล้ว จักรถามว่า ที่มาหาตนเพราะอยากได้โต๊ะกับเก้าอี้หรือ แววบอกว่าใช่ แล้วยังจะขอแรงช่วยแบกไปด้วย เท่านั้นไม่พอ ยังให้เขาเอารถไปส่งด้วยเพราะรถตนเอาของพวกนี้ไปไม่ได้

“โอ้โห...จัดหนักเลยนะ แล้วพ่อหนุ่มนักบิดรูปหล่อของคุณไปอยู่ไหนเสียล่ะ” จักรถามประชด แววบอกว่าอยู่ไหนก็ช่างเขา จักรแหย่ว่า “งอนกันแล้วเหรอ วันก่อนยังเห็นหวานแหววกันอยู่เลย”

แววแหวใส่ว่าตนไปหวานตอนไหนอย่ามามั่ว จักรเลยบรรยายว่าเห็นซ้อนมอเตอร์ไซค์กอดเอวกันกลมออกอย่างนั้น แล้วลองเชิงว่า “แต่ดูเขาก็เป็นผู้ชายที่โอเคอยู่นะ”

“ก็คงงั้น รูปร่างหน้าตาดี การงานดี มีฐานะ เจ้าเสน่ห์สุดๆแหละเขาน่ะ” พูดประชดแล้วมองจักรตั้งแต่หัวจดเท้า “ยิ่งถ้าเทียบกับนายแล้ว คุณเอกเขาแทบจะเรียกว่า เพอร์เฟกต์เลยล่ะ”

พูดแล้วเดินผ่านจักรไป ปล่อยเขายืนหน้าจ๋อยพูดไม่ออก หมดมุกไปเลย

ooooooo

จู่ๆคำรพก็ไปที่บ้านแวว เขากดกริ่งเรียก มาลตี

บอกโรสให้ไปดูว่าใครมา โรสอ้างว่าไม่ว่างกำลังถูพื้น วัณณรีเลยเดินไปดูเอง

วัณณรีออกไปยังไม่ทันถึงประตูรั้ว คำรพก็เปิดเข้ามาเองแล้ว ถามวัณณรีว่าแววอยู่ไหม วัณณรีบอกอวดๆว่าไปทำงานเป็นเลขาสยุมภูว์ ทศพล

“อือ...ฉันก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน” คำรพพูดพลางมองวัณณรีด้วยสายตาโลมเลียอย่างเฒ่าหัวงู ถามว่าอยู่บ้านคนเดียวหรือ เร่งให้เข้าบ้านก่อนดีกว่าตนมีขนมมาฝาก แต่พอมองเข้าไปในบ้าน ก็ยิ้มแหยๆ พึมพำเบาๆ “อยู่กันพร้อมหน้าเลย”

มาลตีกระวีกระวาดออกมาต้อนรับคำรพ หันไปสั่งโรสให้เอานํ้ามารับแขก โรสเกี่ยงว่าไม่ว่าง คำรพรีบบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่หิวนํ้า พลางเขาก็ส่งถุงให้โรสบอกให้เอาไปเก็บในตู้เย็นก่อนดีกว่า

“คุณคำรพเขามาหาพี่แววน่ะแม่” วัณณรีบอก มาลตีพูดอย่างเสียดายว่าไม่โทร.มาก่อน เลยมาเสียเที่ยว

“ไม่หรอกครับ ผมคิดถึงคุณแม่ด้วยก็เลยแวะมา ไหนๆมาแล้ว ผมว่าเราสามคนออกไปหาอะไรทาน แล้วก็เดินช็อปปิ้งกันหน่อยดีไหมครับคุณแม่”

มาลตีดีใจสุดๆ รีบบอกว่าดี แต่ขอให้เขาเรียกตนว่าพี่ก็พอกระมัง คำรพรีบพูดพลางทำหลีใส่วัณณรีว่า

“ไม่ได้ครับ เรียกว่าคุณแม่แหละดีแล้ว ถึงแววจะไม่อยู่ แต่ผมก็ยังอยากเป็นลูกคุณแม่อยู่นะครับ”

ooooooo

ระหว่างเดินมาที่ลานจอดรถนั้น เริงใจบ่นกับชลธิชาว่า สองคนนั้นทำเสียบรรยากาศหมดเลย แต่ตนไม่ยอมแพ้ วันหลังจะมาหาเอกรินทร์อีก ชลธิชาติงว่าจะดีหรือ เริงใจถามอย่างระแวงว่าหวงเหรอ?

ทันใดนั้นเอง ไลลากับแป้งรํ่าก็เดินเข้ามาท่าทางเอาเรื่อง ไลลาถามว่าจะกลับกันแล้วหรือ พูดประชดว่า หน้าตาก็ดูดีไม่น่าจะใจกล้าหน้าหนาอย่างนี้เลย ขนาดมาส่งข้าวส่งนํ้าจัดหนักให้ผู้ชายถึงห้อง สงสัยว่าถ้าตนกับแป้งรํ่าไม่ไปเจอเสียก่อนคงมีการเสิร์ฟของหวานกันต่อ

ถูกพูดประชดแดกดันขนาดนี้ เริงใจของขึ้นท้าว่า คิดว่าตนจะกลัวหรือ ชลธิชาพยายามห้าม แต่ไลลากับแป้งรํ่ายั่วยุไม่หยุด เริงใจฉุนขาดหันขวับเดินเข้าหา ไลลาร้องท้าเหยงๆ ถูกเริงใจปราดเข้าตบหน้าฉาดใหญ่จนไลลาหน้าหัน แป้งรํ่ารีบช่วยเพื่อน กระชากคอเสื้อเริงใจหันไปตบเพียะ แต่ก็ถูกเริงใจสวนผัวะมาเต็มแรง เลยล้มกลิ้งไปทั้งคู่

เริงใจอยู่ในท่าได้เปรียบตบแป้งรํ่าไม่ยั้ง แป้งรํ่าตะโกน “ไลลา...ช่วยฉันด้วย” แต่ไลลายืนมองเฉย ชลธิชาเห็นเรื่องจะลุกลามใหญ่โตเข้าไปดึงเริงใจออกมา แป้งรํ่าได้ทีเลยตบเริงใจแต่พลาดไปถูกชลธิชาเข้าเต็มๆ

“นี่เธอกล้าตบหน้าเพื่อนฉันเหรอ” เริงใจเลือดขึ้นหน้า กระโดดใส่แป้งรํ่ากระแทกเอาชลธิชาล้มไปด้วยกัน ชลธิชาจับมือแป้งรํ่าที่จะตบตนไว้ เลยดูเหมือนชลธิชาจับแป้งรํ่าไว้ให้เริงใจตบ กอปรกับแป้งรํ่าร้องโวยวายให้ไลลาช่วย เรื่องจึงดูสมจริงยิ่งขึ้น

เสียงเอะอะโวยวายของสี่สาวทำให้ รปภ.วิ่งมา ตะโกนให้หยุด ขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะเรียกตำรวจ ชลธิชาดึงเริงใจออกมา

รปภ.ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไลลาได้ทีฟ้อง รปภ.ว่าตนสองคนอยู่ที่คอนโดฯนี้ ถูกคนนอกสองคนนั้นบุกเข้ามาหาเรื่อง เริงใจโต้ว่าไม่จริง แต่ รปภ.จำไลลากับแป้งรํ่าได้ถือว่าเป็นคนของคอนโดฯ ถามว่าจะให้แจ้งตำรวจไหม ไลลาบอกว่าไม่เป็นไร ปล่อยสองคนนั้นไปเถอะ รปภ.เลยไล่ชลธิชากับเริงใจออกไปจากคอนโดฯ

พอชลธิชากับเริงใจไปแล้ว แป้งรํ่าถามว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่ง่ายไปหรือ ไลลาบอกว่าปล่อยไปน่ะดีแล้ว พลางส่งสัญญาณให้แป้งรํ่าดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ แป้งรํ่าจึงเข้าใจ จากนั้นไลลาขอดูภาพกล้องวงจรปิดจาก รปภ.

ooooooo

ไลลาเอาภาพจากกล้องวงจรปิดในตอนที่เหมือนชลธิชากับเริงใจรุมทำร้ายแป้งรํ่าไปให้เอกรินทร์ดู ปั้นนํ้าเป็นตัวใส่ไฟชลธิชากับเริงใจ ระหว่างนั้นแป้งรํ่าก็สำออยทำเป็นเจ็บปวด พอเห็นเอกรินทร์เชื่อ ไลลา

บอกเอกรินทร์ให้พาพวกตนไปกินข้าวทำขวัญกันหน่อย เอกรินทร์รับปากเพื่อเรื่องจะได้ผ่อนคลายลง

ไลลายังบอกเอกรินทร์ว่า แป้งรํ่าเพิ่งย้ายมาอยู่กับตน ต่อไปก็ฝากให้เขาช่วยดูแลด้วยอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“ได้ๆ ผมก็ไม่อยากให้ผิดใจกันหรอกนะ ไว้ผมเจอพวกเขา ผมจะลองคุยดู ถ้าเป็นไปได้ผมจะให้พวกเขามาขอโทษคุณ”

เมื่อกลับมาที่ห้อง ทั้งสองคุยกันถึงเหตุการณ์ตอนตบตีกันอีก แป้งรํ่าบอกว่าตอนที่ตนร้องขอความช่วยเหลือแล้วไลลาทำเฉยนั้นตนถึงกับเหวอไปเลย แต่พอฟังไลลาชี้แจงว่าตนทำทั้งหมดก็เพื่อให้เอกรินทร์เลิกมองสองคนนั้นในแง่ดีแล้วหันมาเทกแคร์เธอบ้าง ถามว่าแล้วคุ้มไหมล่ะ ที่ได้ออกเดตกับเอกรินทร์ ยํ้าว่า ตนชงให้เต็มที่แล้วที่เหลือเธอต้องมัดใจเขาเอาเอง

แป้งรํ่าขอบใจไลลา พอเพื่อนถามว่าขอบใจเรื่องอะไร แป้งรํ่าตีหน้าเศร้าบอกว่า

“ก็ที่เธอคอยช่วยฉัน แล้วก็ให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วย ฉันมันหัวเดียวกระเทียมลีบ ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่เหลือใครแล้ว”

ไลลาพยักหน้ายิ้มๆ เพราะลึกๆแล้วเธอทำดีกับแป้งรํ่าก็เพียงคบไว้เป็นมือขวา เป็นผู้ช่วยตนเท่านั้นเอง

ooooooo

เชฟทอมมี่เสียท่าแววเพราะพลั้งปากบอกว่าถ้าอยากได้โต๊ะก็หามาตั้งเอง ดังนั้น พอแววกับจักรช่วยกันยกโต๊ะมาตั้ง เชฟทอมมี่เลยจำต้องยอมกลัวโดนเด็กถอนหงอก

พอเพิ่มพงษ์รู้ว่าแววได้โต๊ะแล้ว ก็ชมกับสยุมภูว์ว่าเก่งไม่เบา ต่อไปเห็นทีต้องให้ยากกว่านี้อีกสักนิด แล้วเขาก็โทร.คอนเฟิร์มกับลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษ แจ็คมาได้ยินสาระแนถามว่าคุยอะไรกับใคร พูดภาษาอังกฤษเป็นด้วยเหรอ

“ก็...ไม่มีอะไร แค่ลูกค้าโทร.มาสั่งซื้อต้นไม้น่ะ” เพิ่มพงษ์ตัดบท

แต่พอเพิ่มพงษ์เดินไป แจ็คมองอย่างไม่เชื่อพึมพำว่า หน้าตาอย่างน้านี่ไม่ควรจะท่องเอบีซีได้ด้วยซ้ำ

จักรยังคงช่วยแววยกโต๊ะ ตั้งโต๊ะ จัดโต๊ะอยู่ที่ภัตตา– คารจนเสร็จ เป็นโต๊ะจัดสามที่ มีเทียนและแจกันดอกไม้เล็กๆตั้ง ดูเป็นมุมที่โรแมนติก

พอจัดเสร็จ จักรถามว่าทำงานได้เงินเดือนเป็นแสนแบบนี้ก็สบายเลยใช่ไหม แววบอกว่ายังอีกนาน เพราะตอนนี้ยังเป็นหนี้แบงก์อยู่เยอะ

“ถ้าอยากปลดหนี้แบงก์ไวๆ ก็รีบเอาดาวที่ฉันให้ไว้ขึ้นมาอธิษฐานสิ” จักรแนะ แววมองหน้าถามว่าจะบ้าเหรอ เขาบอกว่าถ้าบ้าแล้วได้ผลก็น่าจะลองอีกสักครั้ง แววเลยเอาดาวขึ้นมาประสานสองมือกำไว้หลับตาอธิษฐาน

จักรแอบมองพึมพำออกมาอย่างลืมตัวว่า “สวยจัง...” แววลืมตาทันทีถามว่าว่าไงนะ จักรรีบปฏิเสธ แต่แววก็ปรามอย่างรู้ทันว่า อย่ามาทะลึ่งคิดอะไรกับตนเชียวนะ จักรทำท่าสยองดูแบบตลกๆ บอกว่าใครจะไปกล้า เพราะรู้ว่าเธอชอบคนรวยๆ ไม่มีวันมาชอบคนจนๆอย่างตนหรอก

“นายไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ฉันชอบ” จักรถามทันทีว่าแล้วเธอชอบแบบไหน “ก็...ไม่ได้มีสเปกเรื่องรูปร่างหน้าตาหรอกนะ แต่ขอว่าต้องรู้จัก รู้ใจ แล้วก็ต้องเข้าใจฉันมากๆ” จักรแกล้งโพล่งประชดไปว่าแบบนี้คงหาได้หรอกนะ “ฉันรู้ ฉันไม่ใช่คนเลอเลิศเด่นดังที่ใครจะอยากเข้ามาทำความรู้จักขนาดนั้น มันก็เลยยิ่งยากที่จะมีใครมาเข้าใจฉันไง”

“ไม่มั้ง...ต้องมีสิ คนที่อยากรู้จัก อยากจะเข้าใจตัวตนจริงๆของเธอน่ะ เพียงแต่เธออาจจะมองไม่เห็นเองล่ะมั้ง”

แววนิ่งไป พูดลอยๆว่ามีเร้อ...แล้วเร่งให้เตรียมตัวดีกว่า สยุมภูว์กับแขกคงใกล้มาแล้ว

แยกจากแววแล้ว จักรบอกตัวเองว่าจะต้องรู้จักตัวตนของแววให้มากกว่านี้ คิดแล้วโทร.ถึงนิติธร บอกว่าอยากได้ข้อมูลของพนักงานเราคนหนึ่ง เดี๋ยวจะส่งคำถามมาให้ รบกวนเขาช่วยสัมภาษณ์ให้ที นิติธรรับคำแล้วพึมพำว่า แววมยุราอีกแล้วหรือ

นิติภูมิเงี่ยหูฟังอยู่ ถามพ่อว่าใครคือแววมยุรา พอรู้ว่าเป็นเลขาคนใหม่ของสยุมภูว์ เขาก็ขอตามไปด้วย นิติธรเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นความลับจึงอนุญาตให้ไป นิติภูมิยิ้มในหน้าอย่างเห็นทางที่จะแกะรอยไปถึงตัวสยุมภูว์ได้แล้ว...

ooooooo

ที่ทางเดินในโรงแรม ไลลากับแป้งร่ำเห็นจักรก็ปรี่เข้ามาถามว่ามาทำอะไร มาส่งต้นไม้ที่นี่หรือ จักรตอบว่าใช่ ถามว่าแล้วเธอสองคนมาทำอะไรที่นี่

เรามีงานอีเวนต์ที่โรงแรมนี้พอดีน่ะ แล้วนี่ก็ได้เวลาแล้วด้วยนะ ไลลาบอกจักรว่าให้รอตนสักสองชั่วโมงได้ไหม รอแถวนี้ก็ได้ แล้วทั้งสองก็รีบเดินไปทั้งที่จักรยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ จักรมองตามทั้งสองไปงงๆ

ส่วนแววนั่งรออยู่ที่โต๊ะ รอจนเมื่อยก็นั่งเอนสบายๆ ใจคิดแต่ว่าสยุมภูว์หน้าตาเป็นยังไงนะ?...แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงมิสเตอร์จอห์นทักขึ้น แววทักเขาเป็นภาษาอังกฤษอย่างตื่นเต้น มิสเตอร์จอห์นบอกว่าพูดภาษาไทยกับตนก็ได้ แล้วถามว่าสยุมภูว์ยังไม่มาหรือ แววดูนาฬิกาแล้วบอกว่าเดี๋ยวคงมา โปรดรอสักครู่

ครู่เดียว ก็มีชายใส่สูทบุคลิกดีสูงสง่าถือแฟ้มเอกสารสัญญาเดินตรงมาที่โต๊ะ แววตื่นเต้นมากรีบลุกยืนต้อนรับ ยกมือไหว้อย่างสวยงาม “สวัสดีค่ะ คุณสยุมภูว์”

หารู้ไม่ว่า เขาคือภาณุ เลขาหมายเลข 2 ของสยุมภูว์ที่เป็นตัวแทนมาเซ็นสัญญากับมิสเตอร์จอห์น แต่แววก็ยังคิดว่าเป็นสยุมภูว์ เธอมองหน้าเขาไม่วางตาด้วยความชื่นชม จนภาณุถามว่าหน้าตาตนมีอะไรติดอยู่หรือ

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ดิฉันแค่ตื่นเต้นที่ได้พบคุณสยุมภูว์ตัวจริงน่ะค่ะ” เขาถามว่าเห็นแล้วเป็นยังไง “เอ่อ...คุณสยุมภูว์ดูสมาร์ท ผอม สูง เรียกว่าดูดีกว่าที่ดิฉันคิดไว้เยอะเลยล่ะค่ะ” พอถูกดักคอว่าคงเคยวาดภาพไว้อุบาทว์มาก แววรีบปฏิเสธ

“อุ๊ย...ไม่จริงเลยค่ะ สำหรับดิฉัน คุณสยุมภูว์ทั้งใจดี ฉลาด อบอุ่น แล้วก็เป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ใหญ่ดีด้วยค่ะ”

“ชมเป็นชุดเลยนะ แล้วผมจะบอกคุณสยุมภูว์ให้” แววมองเหวอถามว่าเขาไม่ใช่สยุมภูว์หรือ “ครับ ผมไม่ใช่คุณสยุมภูว์ ผมชื่อภาณุ เป็นตัวแทนที่รับมอบอำนาจให้มาเซ็นสัญญาแทนคุณสยุมภูว์น่ะครับ”

บอกแววแล้วภาณุหันไปคุยเรื่องสัญญากับมิสเตอร์จอห์น ไม่ได้สนใจแววที่นั่งเหวออยู่อีกเลย จนเมื่อตรวจสัญญาเสร็จ ภาณุหันมาบอกแววว่า

“ไม่ต้องแปลกใจหรอกคุณ ใครๆเขาก็รู้ว่าคุณสยุมภูว์เก็บตัวแค่ไหน คุณไม่มีวันเห็นหน้าเขาง่ายๆหรอก”

แววเซ็งจนบอกไม่ถูกที่ตั้งใจจะได้เจอสยุมภูว์เต็มที่ แต่ต้องผิดหวัง

ooooooo

เมื่อกลับมาเจอจักรที่รออยู่ล็อบบี้ เขาถามว่าสยุมภูว์ตัวจริงเป็นอย่างไรบ้าง แววพูดอย่างผิดหวังว่าเขาไม่ได้มา ส่งแต่ตัวแทนมาเซ็นสัญญา ถูกจักรพูดเหน็บว่า น่าเสียดายโอกาสที่ไม่ได้ใกล้ชิดผู้ชายรวยๆอย่างที่เธอชอบ

แววฉุนขาดหาว่าเขาดูถูกตน ถ้าตนชอบผู้ชายรวยจริงๆ ป่านนี้ไปให้นายคำรพเลี้ยงดูสบายไปแล้ว พอเห็นแววโกรธจักรก็บอกให้ใจเย็นๆ ชวนไปเก็บโต๊ะกันดีกว่า

คราวนี้แววโกรธจริงและงอนยาว กว่าจักรจะง้อให้ยิ้มได้ก็ทำเอาเหนื่อย พอขนโต๊ะเก้าอี้เสร็จจักรจะไปล้างมือที่ห้องน้ำ แววเลยไปเข้าห้องน้ำด้วย

ที่ห้องน้ำนี่เอง แววเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป ประตูกระแทกไลลากับแป้งร่ำที่กำลังออกมาพอดีเลยได้เรื่อง ไลลาหาว่าแววแกล้ง แป้งร่ำก็เข้ามาช่วยเพื่อนสั่งให้แววไหว้ขอโทษไลลาเดี๋ยวนี้

“นี่...มากไปไหม กะอีแค่อุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆแค่นี้จะอะไรกันนักกันหนา” แววชักของขึ้น ไลลาบอกว่าถ้างั้นลองดูไหมแล้วผลักหน้าแววจนหงาย แววเลยเอามือยันหน้าไลลาคืนบ้าง พริบตานั้น แป้งร่ำโดดตบแววทันที

มีหรือที่แววจะยอมให้ตบฟรี เลยกลายเป็นสอง

รุมหนึ่งอยู่ที่หน้าห้องน้ำนั่นเอง จักรออกมาเจอเขาร้องห้ามเสียงหลงแล้วเข้าแยกสองฝ่ายออกจากกัน

ทั้งสองฝ่ายต่างบอกว่าตนถูกรังแก โต้เถียงกันเสียงดังจนจักรขอร้องให้พอเถอะเดี๋ยว รปภ.มาเรื่องจะไปกันใหญ่ สองฝ่ายจึงจะแยกกัน ไลลาปราดเข้าควงจักร พอจักรทำหน้างงเธอบอกว่าก็นัดให้เขารอตนไม่ใช่หรือ

“เอ่อ...อันที่จริงผมมาที่นี่กับแววน่ะครับ” แล้วจักรก็จูงมือแววเดินออกไป

ทั้งไลลาและแป้งร่ำพากันเหวอ ซ้ำยังเห็นทั้งสองสนิทกันมากด้วย ไลลาถึงกับสบถอย่างแค้นใจว่า

“ดูสิเธอ นอกจากมันจะคอยตามราวีฉันแล้ว มันยังจะมาเกาะแกะผู้ชายที่ฉันชอบอีก เกิดมาฉันไม่เคยเกลียดใครเท่ามันเลย”

ooooooo

จักรขับรถมาส่งแววที่บ้านด้วยหัวใจพองโต คิดว่าช่วยงานแววครั้งนี้คงทำให้แววรู้สึกดีกับตนมากขึ้นรีบทำคะแนนต่อ บอกแววว่า ถ้าคราวหน้าเจ้านายมอบหมายภารกิจอะไรอีกก็ให้บอกตนช่วยได้ แววพยักหน้าขอบใจเขามาก

แต่พอจักรจะเข้าบ้าน เธอเรียกไว้ จักรใจเต้นตึ้กตั้กคิดว่าเธอจะพูดอะไรดีๆอย่างที่ตัวเองแอบหวัง ตั้งใจฟังเต็มที่

“ฉันอยากจะบอกนายว่า...ถึงฉันจะด่านายบ่อยๆแต่ฉันก็รับรู้นะว่านายมีน้ำใจกับฉัน...จะว่าไป ก็มีแต่นายคนเดียวนี่แหละที่ฉันรู้สึกดีๆแล้วก็อยากจะบอกจากใจเลยว่า...”

จักรจ้องหน้าเธอลุ้นจนแทบจะลืมลมหายใจ กลั้นยิ้มแทบไม่อยู่

“นาย...เป็นเพื่อนที่โอเคมากเลยนะ”

จักรหุบยิ้ม หัวใจเต้นแผ่วกับคำว่า “เพื่อน” แทนที่จะเป็นคำอื่นที่พิเศษกว่านี้...เขาสลดไปจนแววถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ไม่ดีใจที่เป็นเพื่อนกับตนหรือ

“ดีใจ...ดีใจอยู่นี่ไง แฮปปี้มากกกก” จักรลากเสียงยาวประชด แต่แววไม่คิดอะไรบอกว่างั้นตนเข้าบ้านนะ จักรเอ่ย “กู๊ดไนต์...” ยิ้มฝืนๆเฝื่อนๆพอแววเดินไปแล้ว เขาก็พึมพำอย่างสุดเซ็ง “เพื่อน...แค่เพื่อนที่โอเคเนี่ยนะ”

ooooooo

พอเดินเข้าบ้าน แววก็แทบลมจับ เมื่อเห็นถุงช็อปปิ้งวางอยู่เต็มโซฟา เธอถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมไปซื้ออะไรเข้าบ้านกันมากมายแบบนี้ วัณณรีถามอย่างไม่แยแสว่าไปอารมณ์เสียมาจากไหน มาถึงก็เหวี่ยงเอ๊า...เหวี่ยงเอา

“ก็จากเธอนี่แหละ หนี้แบงก์ยังเหลืออีกตั้งเท่าไหร่ บ้านช่องจะโดนยึดอยู่แล้วยังจะมีกะใจไปช็อปปิ้ง”

วัณณรีเสียงแข็งใส่แววว่าเงียบเสียทีเถอะ แววไม่มีสิทธิ์ด่าตนเพราะเงินที่ซื้อของนี้ไม่ใช่เงินของแววหากแต่เป็นเงินของคุณคำรพ แววโกรธจนลืมตัวตบหน้าน้องเพียะ มาลตีมาเห็นพอดี แววได้สติรีบขอโทษวัณณรีที่ยืนช็อกคิดไม่ถึงว่าแววจะตบ เธอเสียใจวิ่งออกไปนอกบ้าน

มาลตีตำหนิแววอย่างรุนแรงที่ตบหน้าน้องทั้งที่ตนเลี้ยงมาจนป่านนี้ก็ยังไม่เคยตบหน้าลูกเลย แววเองก็เสียใจ ชี้แจงกับแม่ว่าตนทำไปเพราะเป็นห่วงน้อง มาลตีถามว่าเป็นห่วงไปทำไมในเมื่อตนก็ไปด้วย

แววรู้สึกผิดที่ตบหน้าน้อง รีบตามออกไปขอโทษ มาลตีบอกว่าอย่าเพิ่งไปเซ้าซี้น้องเลยแล้วเอาเอกสารแจ้งหนี้ที่ทางแบงก์ส่งมาเตือนเรื่องค่างวดบ้าน บอกว่าเงินเดือนออกเมื่อไรก็รีบๆโอนไปเสีย รำคาญที่ต้องคอยรับโทรศัพท์

“ค่ะแม่...” แววรับคำเสียงอ่อย ถอนใจอย่างท้อแท้กับเรื่องราวที่ประดังเข้ามา

ที่ข้างบ้าน จักรแอบดูแอบฟังอยู่ เขามองแววด้วยความเป็นห่วง

เมื่อแววขึ้นห้องนอน เธอแค้นคำรพจนต้องโทร. ไปหา เป็นเวลาที่คำรพกำลังพาสาวไปจอดรถนัวเนียกันบนทางเปลี่ยว แววขอร้องเขาอย่ามายุ่งกับน้องตนอีกเลย ตนไม่อยากให้น้องอยู่ใกล้กับผู้ชายอย่างเขา

“เอางี้ไหมล่ะ ถ้าไม่อยากให้มาเกาะแกะกับน้องสาว งั้นผมขอเกาะแกะกับพี่สาวแทนได้ไหม”

“โธ่เว้ย...ฉันทนไม่ไหวแล้ว ออกไปไกลๆจากครอบครัวฉัน ไอ้หัวงู ไอ้หื่น ไอ้ทุเรศ” ด่าแล้วแวววางหูเลย

คำรพยิ้มอย่างเป็นต่อ พึมพำว่า “ไม่พี่ก็น้องยังไงก็ต้องเป็นของฉันคนหนึ่งละ เล่นกับใครไม่เล่น หึๆ” ว่าแล้วก็หันไปบรรเลงกับหญิงสาวที่หิ้วมาต่อ

ooooooo

วันนี้แววออกมานั่งวาดรูปที่สวนในบริเวณบ้าน ได้ยินเสียงวัณณรีบอกแม่ว่า “ไปแล้วนะ” แววรีบลุกขึ้นไปหาน้องถามว่าหายโกรธพี่รึยัง วัณณรีเดินหนีไปงอนๆ แววเดินตามไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นนิติธรถือแฟ้มเอกสารมายืนอยู่หน้าบ้าน

แววชะงัก ตามองตามวัณณรีไปแต่ยกมือไหว้สวัสดีนิติธร แล้วจะไหว้นิติภูมิด้วย นิติธรรีบบอกว่าไม่ต้องไหว้หรอก เพราะนั่นคือลูกของตนเพิ่งมาเริ่มทำงานให้สยุมภูว์ นิติภูมิเลยเป็นฝ่ายเอ่ยสวัสดีแวว เกริ่นว่าอีกหน่อยเราคงได้ทำงานร่วมกัน

แววเชิญเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า แต่ที่รั้วบ้านติดกัน เพิ่มพงษ์ชะเง้อมองมาอย่างตกใจเมื่อเห็นนิติภูมิมาบ้านแวว

เมื่อเข้ามาในห้องรับแขก นิติธรกดปุ่มเครื่อง บันทึกเสียงพร้อมกับเปิดแฟ้มเตรียมสัมภาษณ์ แววถามงงๆว่าต้องอัดเสียงด้วยหรือ นิติธรย้อนถามว่าไม่ดี หรือ สยุมภูว์จะได้ฟังข้อมูลจากปากเธอโดยตรงไม่ต้องกลัวว่าจะมีการบิดเบือนหรือคลาดเคลื่อน ว่าแล้วก็เริ่มสัมภาษณ์ โดยให้นิติภูมิเป็นคนถาม

เป็นคำถามที่เจาะลึกถึงเรื่องส่วนตัวของแววจนละเอียดยิบ เช่นงานอดิเรกคืออะไร คิดจะแต่งงานไหม ถ้าแต่งจะมีลูกกี่คน เรื่องที่กลุ้มใจที่สุดตอนนี้คืออะไร กระทั่งรอบเอวเท่าไหร่ ใส่รองเท้าเบอร์อะไร สัตว์เลี้ยงที่ชอบ ถ้าต้องติดเกาะจะเอาอะไรไป ชอบสีอะไร ชอบภูเขาหรือทะเล คติประจำใจ ดอกไม้ที่ชอบ...

แววตอบทุกคำถามตามความเป็นจริง จนรู้สึกว่ามากไป เลยขอเป็นฝ่ายถามบ้างว่า จะถามไปทำอะไรหรือ

“เราต้องการรู้จักตัวตน รสนิยม และทัศนคติของพนักงานของเราให้ถ่องแท้ เราจึงต้องสัมภาษณ์โดยละเอียดแบบนี้”

“ละเอียดไปไหม?” แววติง แต่ก็ให้นิติภูมิถามต่อจนข้อสุดท้ายถามว่า อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้

“โอ๊ย...แค่มีคนให้ฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ” แววทำเสียงสูง แล้วถามนิติธรว่า “แล้วคุณสยุมภูว์มอบหมายงานใหม่ให้ฉันรึยังคะ”

นิติธรบอกว่ายัง เขาคงอยากให้เธอพักบ้าง แล้วชวนนิติภูมิกลับ นิติภูมิรับคำพ่อแล้วหันไปพูดกับแววอย่างให้ความสนใจมากว่า “ถึงเราจะเพิ่งเจอกัน แต่ได้ สัมภาษณ์คุณเป็นชั่วโมงแบบนี้ ก็ทำให้ผมรู้จักคุณพอสมควรเลยนะครับเนี่ย”

“นั่นสิคะ เกิดมาฉันก็ยังไม่เคยมีใครมาสัมภาษณ์เจาะลึกซะจริงจังขนาดนี้” แววพูดทีเล่นทีจริง

“แล้วคุยกันใหม่นะครับคุณแวว ไม่คิดเลยว่าเลขาคนใหม่ของคุณสยุมภูว์จะสวยน่ารักขนาดนี้” นิติภูมิ หยอดคำหวานจนนิติธรมองหน้าอย่างแปลกใจ แววก็ได้แต่ขอบคุณแบบเก้อๆเขินๆอย่างคิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบนี้

พอออกจากบ้านแวว นิติธรเตือนลูกชายว่า ไม่เคยเห็นชมผู้หญิงคนไหนแบบนี้เลย อย่าบอกนะว่าชอบแวว นิติภูมิบอกว่าแววเขาน่ารักจริงๆ นิติธรเตือนว่าเธอเป็นเลขาของเจ้านายอย่าทำรุ่มร่ามก็แล้วกัน

“ผมรู้น่ะพ่อ แล้วนี่เมื่อไหร่ผมจะได้เจอคุณสยุมภูว์บ้าง”

“ฉันไม่รู้หรอก คนเดียวที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของคุณสยุมภูว์ ก็คือคุณเพิ่มพงษ์คนเดียวเท่านั้น”

ทันใดนั้น มีบุรุษไปรษณีย์นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ร้องถามคนข้างเคียงว่า “บ้านนี้มีคนชื่อเพิ่มพงษ์ไหม ครับ” แจ็คร้องตอบว่ามี นิติภูมิหูผึ่ง แต่ก็พึมพำว่า คนชื่อเพิ่มพงษ์มีเยอะแยะ คงไม่ใช่หรอก นิติธรได้ยินแว่วๆ ถามว่าพูดอะไร

“เปล่าพ่อ ไม่มีอะไร” นิติภูมิตอบแล้วขึ้นรถ แต่ตาก็ยังมองแจ็คที่มาเซ็นรับจดหมาย

“จะมองหน้าเราทำไมวะ” แจ็คบ่นชักไม่ค่อยชอบใจ

ooooooo

ส่วนเอกรินทร์ ถูกแววโกรธก็มาหาชลธิชา

จะให้เป็นเพื่อนไปง้อแวว ชลธิชาจึงให้เริงใจเฝ้าร้าน ตนจะไปกับเขา พอเริงใจรู้ก็งอแงจะขอไปด้วย พอชลธิชาไม่ให้ไปก็หาว่าเพื่อนถือว่าตนเป็นลูกจ้างเลยสั่งได้สั่งเอา

กลายเป็นเพื่อนรักที่ต้องมาขัดใจกันเรื่องผู้ชายคนเดียวกัน พอดีเอกรินทร์เข้ามาเร่งให้รีบไปกลัวสายเดี๋ยวแววจะออกจากบ้านไปเสียก่อน ชลธิชาเลยรีบ

ออกไปกับเอกรินทร์ ปล่อยให้เริงใจยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ในร้านคนเดียว

แต่พอชลธิชาพาเอกรินทร์ไปถึงบ้านแวว ถูกแววมองอย่างเย็นชาถามว่า พามาทำไมเดี๋ยวไลลากับเพื่อนก็ได้แห่มาตบพวกเราอีกหรอก เอกรินทร์หน้าเสีย ชี้แจงว่าถึงตนจะเป็นญาติกับไลลาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตนจะอยู่ข้างไลลา ชลธิชารีบบอกว่าเห็นด้วย ยืนยันว่าเอกรินทร์ไม่ได้แฮปปี้กับเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกนะ

ไม่ว่าเอกรินทร์จะชี้แจงอย่างไร แววก็ยังไม่เชื่อใจ จนชลธิชาต้องช่วยชี้แจงว่า

“แวว...เชื่อฉันสิ คุณเอกเขาอยู่ข้างพวกเรามากกว่าอยู่ข้างพวกไลลานั่นด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากเห็นพวกเราต้อง ทะเลาะกันอีกแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันเพิ่งทะเลาะกับเริงใจมา ก็เลยรู้ว่ามันแย่แค่ไหนที่ต้องมาผิดใจกันเองน่ะ”

แววถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ชลธิชาขอเล่า วันหลัง แต่ตอนนี้ให้เธอดีกับเอกรินทร์เสียเถอะ แววบอกเอกรินทร์ว่าต้องสัญญาก่อนว่าถ้าพวกไลลามาหาเรื่องอีก เขาต้องคอยปกป้องเพื่อนตน

“ได้ครับ ผมสัญญา” เอกรินทร์รีบสัญญายิ้มดีใจ แววยิ้มตอบแล้วหันไปวาดรูปต่อ เอกรินทร์เดินดูรูปที่เธอวาดไว้มากมาย บอกว่าถ้าจัดแสดงต้องขายได้แน่ๆ

ชลธิชาบอกว่ากำลังจะจัดแสดงที่แกลเลอรี่ของคุณพ่อ เอกรินทร์ดีใจด้วยบอกว่าจะจัดเมื่อไรบอกด้วยตนยินดีช่วย

“งั้นเตรียมตัวได้เลย คงจะเร็วๆนี้แน่ๆ” แววบอกอย่างมั่นใจ

ooooooo

หลังจากสยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์ได้ฟังเทปสัมภาษณ์แววแล้ว เพิ่มพงษ์ถามว่าเขาใช้กลยุทธ์พิชิตใจสาวตามตำราพิชัยสงครามเลยหรือ แบบรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

จักรทำหน้าตายถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับตนด้วย ถึงตนจะรู้สึกสักแค่ไหน ถ้าเขาไม่มีใจให้ทุกอย่างก็จบ

“โถ...พูดตรงๆนะครับ ระดับคุณน่ะไม่ต้องพยายามจีบใครให้เหนื่อยแล้ว แค่เปิดเผยตัวว่านี่คือคุณสยุมภูว์เจ้าของทศพลกรุ๊ป สาวๆรายไหนรายนั้น ไม่มีใครปฏิเสธคุณหรอกครับ”

“แต่ผมไม่อยากได้ผู้หญิงที่เอาผมเพราะผมเป็นเจ้าของทศพลกรุ๊ป”

“ไม่มีจริงหรอกครับ สมัยนี้สาวๆเขาฉลาด ถึงจะชอบคนหล่อ รักคนดี แต่ลงท้ายก็เลือกแต่งกับคนรวย ผมว่าแม่แววก็ไม่ได้ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆหรอกครับ”

“น้าเพิ่มคิดแบบนั้นเหรอ...อืม...งั้นก็น่าลองดูเหมือนกัน ผมจะลองดูว่า ระหว่างนายสยุมภูว์เจ้าของทศพลกรุ๊ป กับนายจักรคนงานร้านขายต้นไม้ ใครจะเอาชนะใจของแววได้”

เพิ่มพงษ์งงมาก ถามว่าสยุมภูว์กับนายจักรคนเดียวกันนี้ จะแข่งกันจีบแววงั้นเหรอ จักรพยักหน้ายิ้มชอบใจตอบว่า

“ใช่...ก็จะได้รู้กันไง ว่าผู้หญิงอย่างแววจะเลือกคนที่ฐานะอย่างที่น้าเพิ่มคิดไว้หรือเปล่า”

ooooooo

ชลธิชากลับมาถึงร้าน เห็นเริงใจกำลังยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าก็ยิ้มให้ แต่เริงใจหุบยิ้มแล้วเดินหนีไป ชลธิชาถามว่ายังไม่หายงอนหรือ เริงใจทำหน้านิ่งๆ บอกว่าไม่ได้งอน

เมื่อชลธิชาบอกว่าเธอไม่ยิ้มกับตน เริงใจก็ทำประชดฉีกยิ้มให้ ถามว่าพอใจหรือยัง อยากให้ตนเฝ้าร้านตนก็เฝ้า อยากให้ตนยิ้มตนก็ยิ้ม ทำทุกอย่างตามใจเธอแล้ว

“เริงใจ...เราคุยกันดีๆไม่ได้เหรอ ยังไงฉันกับ เธอก็ต้องอยู่ในร้านกาแฟนี่ด้วยกันนะ”

“ไม่เป็นไร ฉันแยกได้ เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว เรื่องงานก็คือเรื่องงาน ถ้าเธอจะสั่งให้ฉันทำอะไร ในส่วนของร้านนี้ ฉันก็ทำได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหา ฉันขอตัวไปทำงานต่อน่ะ” พูดแล้วเดินเข้าหลังร้านไปเลย

“เดี๋ยว...เริงใจ...” ชลธิชาเรียก แต่เริงใจไม่หยุด เธอได้แต่ถอนใจกลุ้มๆกับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป

ooooooo

วันนี้แววพาโรสไปซื้อของเข้าบ้าน พอกลับบ้านก็แปลกใจที่บ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เดินเข้าไปเห็น จักรนอนหลับอยู่ที่โซฟา เธอตกใจถามว่าเข้ามาได้ยังไง จักรโงหัวขึ้นมาบอกว่าเดินเข้ามา เขากวนประสาทจนแววกระชากคอเสื้อขึ้นมาถามว่า แม่ตนอยู่ไหน

จักรบอกว่า ตนเอายาสมุนไพรมาให้ แม่เธอเลยกำลังต้มยาอยู่ในครัว แววแปลกใจมากกับเรื่องแปลกๆนี้เดินเข้าครัวไปได้กลิ่นยาก็ทำหน้าเบ้ว่า แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าขม มาลตีบอกว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาไม่เคยได้ยินรึไง วันก่อนตนบ่นปวดหัวจักรเลยเอายาสมุนไพรมาให้

แววไม่เชื่อน้ำยา บอกว่าพอรู้ว่าจักรเอามาให้ตนก็ไม่กล้าให้แม่กินแล้ว แต่มาลตีกลับขอบอกขอบใจจักร ชมว่ารู้จักหายาดีๆมาให้ ไม่เหมือนลูกตัวเองไม่เอาไหนเลย

ขณะนั้นเองโรสมาบอกว่า ทางธนาคารโทร.มาเรื่องค่างวดบ้าน มาลตีบ่นว่าเมื่อเช้าเพิ่งโทร.มา ใจคอจะทวงเช้าทวงเย็นเลยรึไง ว่าแล้วก็เดินหงุดหงิดไปรับสาย ครู่หนึ่งก็เดินกลับมา แววถามว่าเขาว่ายังไงบ้าง เธอบอกแม่ว่า

“แววก็โทร.ไปบอกทางแบงก์เขาแล้วนะว่างวดนี้ขอผลัดไปสิ้นเดือนจะเคลียร์ให้ ไม่รู้จะทวงอะไรนักหนา”

มาลตีบอกให้ใจเย็นๆ แล้วเล่าว่า

“เจ้าหน้าที่ธนาคารเขาโทร.มาบอกว่า ค่างวดที่ค้างไว้มีคนเคลียร์ให้แล้ว มีคนโอนเงินค่างวดให้เราแล้ว ทั้งงวดนี้แล้วก็งวดที่ค้างไว้ด้วย”

“จริงเหรอแม่...เขาบอกหรือเปล่าว่าใคร”

“บอกสิ...คุณสยุมภูว์ ทศพลน่ะ”

“หา!? คุณสยุมภูว์เหรอ...” แววไม่อยากจะเชื่อในขณะที่จักรแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

รู้ว่าสยุมภูว์ช่วยเรื่องค่างวดบ้าน แววคิดหลายอย่าง จนจักรถามว่ากังวลอะไรอีก แววเชื่อว่าเขาคงช่วยแบบหว่านพืชหวังผลมากกว่า จักรถามอีกว่ากลัวเขาจะเป็นพวกหัวงูหรือ แววตอบอย่างมั่นใจว่า สยุมภูว์ ไม่ใช่ คนแบบนั้น เพราะเขาเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต

จักรหยั่งเชิงต่ออีกว่า คิดว่าเขาอายุเท่าไร แววคาดว่าคงแก่กว่าเขา ถึงได้บริหารเครือบริษัทขนาดนี้ได้ พูดอย่างตั้งใจแน่วแน่ว่า ตนจะต้องหาทางเข้าพบสยุมภูว์ให้ได้

“อ้าว...ทำไมล่ะ” จักรสะดุ้งโหยง

“คุณสยุมภูว์มีน้ำใจกับฉันมาก ทั้งเมตตาให้งานทำ  ให้เงินเดือนดีๆ แถมยังช่วยเคลียร์หนี้ค้างค่างวดบ้านให้ ถ้าไม่ได้กราบขอบคุณสักครั้ง ฉันคงรู้สึกผิดแย่เลย”

จักรติงว่าเธอเคยบอกว่า สยุมภูว์เป็นคนเก็บตัวเหตุผลแค่จะขอบคุณเขา คิดว่าจะได้พบหรือ แววยิ้มอย่างมีแผนบอกว่า ถ้าตนอ้างเหตุผลว่าจะเชิญไปเป็นประธานเปิดงานแสดงภาพเขียนของตน จะฟังดีขึ้นเยอะไหม

“อื้ม...เข้าท่านะเหตุผลแบบนี้ ฉันว่าเธอมีโอกาสได้เจอคุณสยุมภูว์แน่ๆ”

แววยิ้มตาเป็นประกายอย่างมีความหวังว่าจะได้พบสยุมภูว์ตัวจริงเสียที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.