ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ สยุมภูว์นอนไม่หลับ คิดไม่ตกว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตน คิดถึงเหตุการณ์เฉียดตายที่รถถูกวางระเบิดแล้วก็อดใจเสียไม่ได้ นอนกระสับกระส่ายเลยหยิบกระป๋องเครื่องดื่มไปนั่งที่เก้าอี้ริมรั้วที่ติดกับบ้านแวว

ครู่หนึ่งความคิดเขาก็ชะงัก เมื่อได้ยินเสียงแววคุยโทรศัพท์เดินมาแถวริมรั้ว เธอคุยกับชลธิชาฝากขอบคุณคุณพ่อด้วยที่หางานให้ทำ ถึงตนเบื่อที่จะทำงานที่ใช้แต่หน้าตาไม่ได้ใช้สมอง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีสตางค์ใช้

ชลธิชาชวนมาทำร้านกาแฟด้วยกัน แววขอบใจรู้ว่าเพื่อนอยากช่วย แต่คิดว่างานที่ร้านกาแฟเธอกับเริงใจก็ทำกันได้อยู่แล้ว พูดแล้วก็อดบ่นไม่ได้ว่า แม่กับน้องไม่เคยรับรู้ปัญหาอะไรของตนเลย เผลอนิดเดียวสองคนก็ออกไปช็อปปิ้งกันอีกแล้ว

ครั้นชลธิชาบอกให้เตือนแม่กับน้องบ้าง เพราะตอนนี้เธอก็เพิ่งออกจากงาน แววบอกพูดไปพวกเขาก็จะไม่สบายใจกันเปล่าๆ

ความรักแม่กับน้องทำให้แววยอมทนแบกรับภาระทั้งหมดไว้ ยอมหวานอมขมกลืนเพื่อแม่กับน้องจะได้สบายใจ

แม้ว่าสยุมภูว์จะไม่ได้ยินปลายสาย แต่ฟังจากที่แววพูดแล้วก็พอปะติดปะต่อปัญหาของเธอได้ เขาฟังแล้วก็อดเห็นใจสงสารเธอไม่ได้

สยุมภูว์ยังนั่งอยู่ตรงนั้น เขาไม่รู้ว่าเพิ่มพงษ์ยืนมองอยู่นานแล้ว เมื่อเขาเดินกลับเข้าบ้าน เพิ่มพงษ์เลียบเคียงว่าดูท่าทางเขาจะสนใจสาวข้างบ้าน? เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างนั้น ตนนับถือหัวใจเธอต่างหาก ภายนอกดูเหมือนเธอห้าวๆ แต่เธอก็คือผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่แบกรับภาระครอบครัวไว้หนักอึ้ง ยอมลำบากเพื่อให้แม่กับน้องสบาย

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่ามา ต้องเรียกว่าหัวใจเธอน่ากราบเลยแหละครับ คนที่กตัญญูแล้วก็สู้ชีวิตแบบนี้ ยังไงปลายทางก็ต้องเจริญแน่นอนครับ” เพิ่มพงษ์ชื่นชมแต่ก็มองสยุมภูว์อย่างจับสังเกต

ระหว่างคุยกัน เพิ่มพงษ์เรียกเขาว่าสยุมภูว์อย่างติดปาก แจ็คได้ยินแว่วๆ ถามว่าใครคือสยุมภูว์หรือ ทั้งคู่เลยไล่แจ็คไปนอนแล้วตกลงกันจริงจังว่า ต่อไปห้ามเรียกสยุมภูว์ แต่ต้องเรียกจักรให้ติดปาก

ooooooo

รุ่งขึ้น แววได้รับโทรศัพท์จากเอกรินทร์แต่เช้า บอกว่าให้รีบลุกขึ้นมาอาบนํ้าแต่งตัวจะพาไปสมัครงาน แววถามว่าแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่พอโผล่หน้าต่างออกไปก็เห็นเอกรินทร์นั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้านแล้วตะโกนบอกว่า

“บริษัทรถยนต์นำเข้าเขากำลังอยากได้พีอาร์ด่วนเลยนะ”

“ฉันอาบนํ้าแต่งตัวก่อนนะ” แววตะโกนบอกแล้วผลุบหายไปจากหน้าต่าง ครู่เดียวเธอก็ออกมาซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเอกรินทร์ออกไปด้วยกัน

เมื่อไปถึงที่สมัครงาน พนักงานหญิงบอกให้รอสักสิบนาทีแล้วจะเรียก แววขอบคุณเอกรินทร์ บอกว่าถ้าได้งานจะเลี้ยงข้าวเขา เอกรินทร์บอกว่าต้องขอบคุณหัวหน้าฝ่ายข่าวเพราะเป็นคนแนะนำมา แววจึงขอตัวไปเข้าห้องนํ้า

เกิดเรื่องในห้องนํ้า เพราะไลลากำลังเข้ามาเติมหน้าเติมแป้งในห้องนํ้า แววมาถึงไม่ทันระวังเปิดก๊อกแรงจนทำนํ้าฉีดใส่ไลลาเสื้อผ้าเปียก

เป็นเรื่องทันที! ไลลาโวยวายว่าตนกำลังจะมาสมัครเป็นพริตตี้ แบบนี้แล้วตนจะได้งานหรือ แววขอโทษแต่ไลลาไม่ยอมเลยเปิดก๊อกเอานิ้วอัดให้นํ้าฉีดใส่แววบ้าง กลายเป็นเปียกปอนไปทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเลือดขึ้นหน้าจนตบตีกัน

มีสาวออฟฟิศคนหนึ่งมาเจอเข้ารีบออกไปบอก รปภ.ให้มาจัดการ รปภ.ต้องมายืนขวางจับแขนสองสาวตรึงไว้

เอกรินทร์นั่งรออยู่ จนพนักงานสาวคนนั้นมาเรียกแวว  เขาเอะใจว่าเธอไปนานผิดปกติแต่ก็บอกว่าอีกแป๊บเดียวคงมา พลันก็เห็น รปภ.พาสองสาวออกมาในสภาพเสื้อผ้าเปียกผมเผ้ารุงรัง เดินโต้เถียงกันออกมาโดยมี รปภ.กั้นกลาง

ปรากฏว่าเอกรินทร์เป็นคนแนะนำทั้งสองคนมา กระนั้นสองสาวก็ยังโต้เถียงกันแบบไม่มีใครยอมใคร จน รปภ.ส่งมอบให้เอกรินทร์แล้วก็ยังไม่หยุด รปภ.ถามเอกรินทร์ว่าต้องให้ตนเรียกตำรวจไหม สองสาวจึงสงบปากลง

ความหล่อของเอกรินทร์ ทำให้สาวออฟฟิศคนหนึ่งแสดงไมตรี เอาไดร์เป่าผมมาให้สองสาวเป่าเสื้อผ้าและผมจนแห้ง พร้อมที่จะเข้าไปสัมภาษณ์งาน

แววถูกเรียกเข้าไปพบฝ่ายบุคคล หลังจากสัมภาษณ์แล้วเขาบอกว่า ตามเอกสารและการสัมภาษณ์ทุกอย่างเธอผ่านหมด ให้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้แล้วจะติดต่อกลับ

แววถามอย่างระแวงว่า ปกติคำตอบแบบนี้คือการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่ฝ่ายบุคคลยืนยันว่าสำหรับคนอื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับเธอไม่ใช่ ทำให้แววมีความหวังมาก ดีใจ โล่งใจที่จะได้งานทำ

ooooooo

หลังการสัมภาษณ์เสร็จ เอกรินทร์เดินนำไลลากับแววมาที่รถมอเตอร์ไซค์  ไลลาเดินอ้าวไปนั่งซ้อนท้ายก่อน เอกรินทร์บอกเธอว่า ตนเป็นคนพาแววมาฉะนั้นต้องไปส่งเธอ ทำให้ไลลาเสียหน้าไม่พอใจมาก พอแววขึ้นซ้อนท้ายรถออกไป  ไลลาก็คำรามอย่างแค้นใจว่า “ถ้าเจอกันอีกที แกโดนแน่!”

เอกรินทร์พาแววไปที่ร้านกาแฟ เพื่อนๆพากันดีใจกับข่าวดีที่แววเล่าว่าตนมีหวังได้งานแน่แล้ว เลยยกแก้วกาแฟชนกันฉลองล่วงหน้า

ไม่ทันเอาแก้วลงก็มีโทรศัพท์เข้ามือถือของแวว เธอส่งสัญญาณให้เพื่อนเงียบ บอกว่าสงสัยบริษัทที่เพิ่งไปสัมภาษณ์โทร.มาแจ้งข่าว กดรับทักปลายสายอย่างดีใจ

เธอนิ่งงันฟังฝ่ายบุคคลที่สัมภาษณ์ตนเมื่อครู่ใหญ่แจ้งมาว่า

“ผมจะโทร.มาบอกว่า งานที่คุณสัมภาษณ์ไว้เมื่อเช้าเนี่ย เรารับคนอื่นไปก่อนหน้าคุณแล้ว เสียใจด้วยนะครับ”

พูดเสร็จก็วางสายทันที แววไม่มีโอกาสจะซักถามอะไรแม้แต่คำเดียว

เริงใจจะโทร.กลับไปด่า แววถามว่าด่าแล้วได้อะไร เขาจะรับตนเข้าทำงานรึเปล่า ส่วนเอกรินทร์ข้องใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น เชื่อว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

“อะไรก็ช่าง ฉันไม่อยากรู้แล้ว รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันยังตกงาน แล้วก็ต้องรีบหางานใหม่ให้ได้ ก่อนที่บ้านกับรถจะโดนยึด ฉันขอรับรู้แค่นี้ก็เต็มกลืนแล้ว” แววตัดบทนั่งซึม ทุกคนได้แต่มองอย่างเห็นใจและห่วงใย...

ooooooo

วันนี้ ขณะจักรนั่งเปลี่ยนกระถางอยู่ในร้านขายต้นไม้ ไลลาเข้ามาซื้อต้นไม้ พอเห็นหน้าคนขายก็หัวใจซาบซ่าขึ้นทันที สั่งต้นไม้แล้วขอให้จักรเอาไปส่ง พยายามบอกชื่อตัวเองและถามชื่อเขา บอกว่าดูยังไงเขาก็ไม่เหมือนคนขายต้นไม้

เมื่อจักรเอาต้นไม้ไปส่งที่คอนโดฯ เธอก็ยังอ่อยว่าแล้วจะแวะไปซื้อบ่อยๆ

แจ็คยุจักรขณะเปิดประตูรั้วเข้าบ้านว่า ดูท่าทางเธอจะสนใจคนขายมากกว่าต้นไม้ ยุจักรว่าน่าจะจัดให้ จักรบอกว่าตนไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น ถ้าไม่ได้รักใครก็ไม่เอาเปรียบเขา

ขณะนั้นเอง เอกรินทร์ขี่มอเตอร์ไซค์พาแววมาส่งบ้าน เขาเบรกแรงไปหน่อย แววเลยคะมำไปกอดเขาเต็มๆ จักรหันไปเห็นพอดี เขารู้สึกบาดตาบาดใจจี๊ดๆ คิดว่าคู่นี้คงรักกัน แจ็คสังเกตเห็นถามว่าเป็นอะไร เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรแล้วรีบเดินเข้าบ้าน แต่อดไม่ได้ที่จะหันมองอีกครั้ง คราวนี้ยิ่งเจ็บ เมื่อเห็นเอกรินทร์ประคองแววลงจากรถเยี่ยงคนรัก...

พอเอกรินทร์กับแววเข้าบ้าน วัณณรีปรี่เข้ามาทักเอกรินทร์อย่างดีใจ ถามว่าเป็นนักข่าวหรือ ตนเรียนนิเทศต้องหาที่ฝึกงาน ถามว่าจะไปฝึกกับเขาได้ไหม เอกรินทร์หันไปถามแวว แววบอกว่าถ้าไม่กลัวปวดหัวก็ลองดู ถูกวัณณรีหาว่าไม่สนับสนุนน้องตัวเอง

“ก็จริงไหมล่ะ ยังไงก็ฝากด้วยนะ ไม่ต้องไปใจดีกับยัยนี่หรอก ใช้งานให้หนักๆจะได้รู้จักขยันกับเขามั่ง”

เมื่อแววเดินออกมาส่งเอกรินทร์ เขาให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งท้อ ไม่ได้งานนี้เดี๋ยวไปที่อื่น พอส่งเอกรินทร์แล้วแววจะเข้าบ้าน ตาไวเห็นจักรหลบแว้บ เลยด่าว่าชอบทำตัวหลบๆซ่อนๆเป็นไอ้พวกโรคจิตเลยนะ

จักรกระแนะกระแหนว่าใช่ ตนเป็นโรคจิตชอบแอบดูคู่รักจู๋จี๋กัน แววถามว่าจู๋จี๋ตอนไหนกับใคร ตนกับเอกรินทร์ไม่ได้เป็นคู่รักกัน ถามเขาว่าต้องการอะไรแน่ถึงได้คอยหาเรื่องตนตลอดเวลา

จักรทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้บอกว่าไม่มีอะไร ตนแค่เดินออกมาสูดอากาศแล้วบังเอิญเจอเธอเข้าเท่านั้นเอง แต่ยังติดใจถามอีกทีว่า ตกลงเธอไม่ได้เป็นแฟนกับเอกรินทร์ใช่ไหม พอถูกแววเอ็ดว่าถามอะไรนักหนาถามย้ำเหลือเกิน เขาก็รีบบอกว่าไม่มีอะไร แอบยิ้มแล้วเดินอ้าวเข้าบ้านไปด้วยหัวใจพองโต...

ooooooo

เดินยิ้มเข้าบ้านไปเจอแจ็คกับเพิ่มพงษ์ แจ็คถามว่ายิ้มอะไร เพิ่มพงษ์แซวว่าหลงเสน่ห์สาวข้างบ้านเข้าล่ะซิ

“แล้วถ้าใช่ล่ะ น้าเพิ่มจะว่าไง”

“อ้าว...ยอมรับแล้วเหรอแก” เพิ่มพงษ์อุทานอย่างคาดไม่ถึง พอเห็นแจ็คเดินห่างออกไป เพิ่มพงษ์กระซิบเตือนว่า “จะมัวมาจีบสาวข้างบ้านไม่ได้นะ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นกำลังรอเราอยู่ ถ้าคุณสยุมภูว์ไม่รีบกลับไปบริหาร แล้วทศพลกรุ๊ปจะเดินหน้าไปได้ยังไง”

“แต่อย่าลืมว่า ทันทีที่เราเริ่มบริหารทศพลกรุ๊ป ก็เท่ากับเราแสดงตัวให้คนที่ตามฆ่าเราได้รู้ว่าเรายังไม่ตาย”

“อันนั้นผมว่ามันคงรู้แล้วมังครับ เพราะตามข่าว ก็ไม่พบร่องรอยของศพในรถที่ถูกไฟคลอกเลย ผมถึงเตรียมการให้คุณสยุมภูว์บริหารงานจากออฟฟิศลับที่ร้านขายต้นไม้นั่นไงล่ะครับ”

“งั้นเราก็ควรแจ้งคุณนิติธรทราบ เพื่อให้คอยประสานงาน”

“ไม่ได้นะครับ นาทีนี้ ไม่ว่าใครผมก็ไม่ไว้ใจทั้งนั้น”

พอดีแจ็คเดินย้อนกลับมา ทั้งคู่เลยแยกห่างกันต่างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

คืนนี้ คำรพขับรถคันหรูมาหาแววถึงที่บ้าน เจอวัณณรีก็มองตาเป็นมันอุทานว่าไม่เคยรู้ว่าแววมีน้องสาวสวยไม่แพ้ตัวเองเลย แววตกใจเพราะที่บ้านยังไม่รู้ว่าตนตกงาน ลากคำรพออกไปคุยกันนอกบ้าน

จักรได้ยินเสียงเอะอะจึงโผล่มาดู เห็นแววลากคำรพออกมาคุยกันข้างนอก เขารีบหลบแอบฟัง...

คำรพบอกว่า ตนมาหาเพื่อชวนเธอกลับไปทำงานอีกเพราะตอนนี้เธอไม่มีงานทำ ไปสมัครงานก็ถูกปฏิเสธมาแล้ว แววจึงรู้ว่าที่ตนถูกปฏิเสธงานเป็นฝีมือของคำรพนี่เอง เขาคุยโวว่าตนกว้างขวางในวงการ ขอกันแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

คำรพหว่านล้อม อ้อนวอนขอให้เธอกลับไปทำงานกับตน เขาเสนอเงื่อนไขดีๆมากมายทั้งทรัพย์สินและเงินทอง กระทั่งบอกให้เธอเสนอมาตามที่ต้องการ ตนพร้อมและยินดีสนองให้เต็มที่

แววโกรธมากไล่เขาออกจากบ้าน เพราะตนไม่มีวันจะกลับไปทำงานกับเขา อย่าคิดว่าเงินของเขาจะซื้อทุกอย่างได้เสมอไป คนอย่างตนยอมอดตายอย่างมีศักดิ์ศรีดีกว่ารวยแล้วทำตัวน่าเกลียดอย่างเขา

“ลองเอาไปพิจารณาก่อนไหม คนฉลาด เขาไม่ปฏิเสธหรอกนะ ถ้ามีเงินมากองอยู่ตรงหน้าน่ะ”

“งั้นฉันคงเป็นคนโง่น่ะค่ะ กรุณาออกไปจากบ้านฉัน อย่าให้คนโง่คนนี้ต้องตะโกนไล่ตะเพิดคนที่ทั้งฉลาดทั้งมีเงินอย่างคุณเลย”

คำรพเดินหัวเสียออกไปถึงประตูรั้วแล้วยังหันกลับมาตราหน้าว่า

“คอยดูเหอะ วันนึงที่คุณเดือดร้อน คุณจะต้องนึกถึงผม แล้วคุณก็จะเป็นฝ่ายโทร.มาหาผมเอง!”

เขาขึ้นรถปิดประตูปังแล้วกระชากรถออกไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

แววร้องไห้อย่างท้อใจกับปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา แม้จะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ก็ท้อกับการหางาน หาเงิน ในโลกแห่งความจริง...ท้องฟ้าคืนนี้ว่ามืดแล้ว แต่ชีวิตแวววันนี้มืดยิ่งกว่า...

จักรได้ยินการโต้ตอบระหว่างแววกับคำรพทุกถ้อยคำ เขารู้สึกเห็นใจเธอมาก ลุกขึ้นเกาะรั้วถามว่า ยังโอเคอยู่ไหม แววในภาวะนี้ น้อยใจจนคิดว่าเขามาเยาะเย้ย ประชดว่าเยาะเย้ยมาเลย จะซ้ำเติมอะไรก็ทำเลยจะเฉยอยู่ทำไม

“เธอเป็นอะไรเนี่ย ทำไมถึงคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น...ฉันไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารอะไรแบบนั้นเลยนะ”

“นายไม่ต้องฝืนหรอก มา!...จะซ้ำเติมอะไรก็ รีบๆซะ เพราะถ้าฉันยังตกงานอยู่อย่างนี้ อีกหน่อยบ้านนี่คงโดนยึด ถึงเวลานั้น ฉันคงไม่อยู่เสนอหน้าให้นายคอยเยาะเย้ย ซ้ำเติมแล้วนะ” พูดแล้วเดินปาดน้ำตาเข้าบ้านไป

“แวว...” จักรครางออกมา...สงสารเธอจับใจ

จักรกลับเข้าห้องนอนแล้ว สมองก็ยังครุ่นคิดวนเวียนแต่เรื่องของแวว คิดถึงคำพูดที่แววถามคำรพว่า “นี่คุณคิดว่าเงินจะซื้อคนอย่างฉันได้เหรอคะ” คิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในความคิดและความเข้มแข็งของเธอ...

ooooooo

จนแล้วจนรอด จักรก็ไม่ได้หันมาจับงานของทศพลกรุ๊ปสักที วันนี้เพิ่มพงษ์จึงเร่งรัดเขา เตือนสติเขาว่าดูจะสนใจแววมากกว่างาน สนใจผู้หญิงคนเดียวมากกว่าคนงานแปดเก้าร้อยชีวิต เร่งเขาให้รีบสั่งงานตน ทุกบริษัทในเครือทศพลกรุ๊ปจะเดินหน้าไม่ได้เลยถ้าเขาไม่รีบสั่งการ

“งั้นน้าเพิ่มรีบประสานงานแจ้งให้ทุกบริษัทในเครือของเราส่งเอกสารและข้อมูลที่จำเป็นมาให้ผมศึกษาโดยด่วน”

เพิ่มพงษ์บอกว่าจะรีบขอตัวเลขด้านต่างๆของแต่ละบริษัทแล้วให้ผู้บริหารทุกคนส่งบิสสิเนสแพลนมาให้เขา

“ดีมาก ขอเวลาผมศึกษาข้อมูลและตัวเลขอีกไม่เกินสัปดาห์แล้วเราจะเริ่มเดินหน้าบริหารทศพลกรุ๊ปกัน”

เพิ่มพงษ์ดีใจมากรีบไปนั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์ เลื่อนเม้าส์สลับพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว เร่งพิมพ์เพื่อส่งอีเมล์แจ้งผู้บริหารของทุกบริษัทในเครือ

สยุมภูว์มองอย่างพอใจ และเชื่อมั่นในการทำงานของเพิ่มพงษ์ มือขวาคู่ใจคนนี้...

ooooooo

ชลธิชากับเริงใจคิดจะหาต้นไม้มาจัดแต่งร้านให้สวยงามร่มรื่น จัดแต่งสวนเล็กๆให้น่านั่ง นั่งแล้วสบายตาสบายใจแต่ทั้งสองไม่มีความรู้เรื่องต้นไม้เลยเริงใจจำได้ว่า เอกรินทร์เคยแนะนำร้านขายต้นไม้ร้านหนึ่ง วันนี้จึงนัดเขาไปพบกันที่นั่น

สองสาวมาถึงร้ายขายต้นไม้แล้วโทร.เช็ก เอกรินทร์ บอกว่าไปรับแววมาด้วยกัน ใกล้ถึงแล้ว

พอเข้าร้าน เริงใจจึงเล่าเพิ่มเติมให้ชลธิชาฟังว่า เห็นไลลาบอกเอกรินทร์ว่าร้านนี้คนขายหล่อมากๆ ดังนั้น พอเข้าร้านแทนที่จะดูต้นไม้สองสาวกลับมองหาคนขาย เจอแจ็คออกมาต้อนรับ ทำเอาสองสาวถึงกับต้องเมินหน้าอย่างผิดหวัง แล้วเดินผ่านไปเลย ทำเอาแจ็คยืนเหวอ

เพิ่มพงษ์นำสองสาวชมต้นไม้พลางบรรยายการเลือก การจัด การดูแลต้นไม้ และการจัดให้เข้ากับสถานที่

เพิ่มพงษ์บรรยายเพลินจนสองสาวเดินหายไปทางอื่นแล้วยังไม่รู้ตัว

“ฉันว่าเราโดนอำแน่เลย ที่ว่าร้านนี้มีคนหล่อน่ะ” เริงใจกระซิบกับชลธิชาอย่างผิดหวัง เพราะพบมาสองคนแล้วยังหาความหล่อไม่เจอเลย

“นี่...ยัยเริงใจ เรามาหาคนไปจัดสวนนะ ไม่หล่อก็ไม่เป็นไรน่ะ นี่...ดูต้นนี้ก็สวยดีนะ” ชลธิชาให้ดูพลางเดินไปหยุดดูใกล้ๆ

“สนใจต้นนี้เหรอครับ” จักรนั่งจัดต้นไม้อยู่แถวนั้นถามขึ้น พอสองสาวเห็นจักรเท่านั้น ต่างมองด้วยความรู้สึกเดียวกันว่า คนนี้ใช่เลย!

เริงใจแนะนำชื่อตัวเองทันที แนะนำชลธิชาว่าเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ไม่เพียงเท่านั้นยังเปิดโทรศัพท์มือถือให้ดูรูปร้านกาแฟที่จะให้ไปจัดต้นไม้ให้ด้วย

ขณะจักรกำลังดูรูปร้านอย่างตั้งใจอยู่นั่นเอง เอก–รินทร์กับแววก็มาถึง เริงใจร้องเรียกเสียงใส “คุณเอก... ยัยแวว...”

จักรได้ยินชื่อแววก็ชะงักมองไป พลันก็ตกใจตาโต เช่นเดียวกัน แววที่เดินยิ้มร่าเริงมากับเอกรินทร์พอเห็นจักรเท่านั้นเธอหุบยิ้มทันที เอกรินทร์ถามว่านี่คือคนที่อยู่ข้างบ้านเธอใช่ไหม

ได้ยินเช่นนั้นเริงใจก็ยิ่งดีใจเผื่อจะได้ราคาพิเศษ แต่พอแววเสนอให้ไปร้านอื่นดีกว่า เธอถามว่าทำไม รู้จักเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ

“รู้จักน่ะใช่ แต่ฉันไม่นับเป็นเพื่อน แถวนี้ไม่มีร้านอื่นแล้วหรือ ที่รับจัดสวนน่ะ”

เอกรินทร์บอกว่าไม่เคยเห็น ส่วนชลธิชาบอกว่าเห็นมีอีกร้านอยู่แถวชานเมือง ค่าขนส่งก็คงแพงตามระยะทางไปด้วย กระซิบแววว่า ขอเถอะ ตนขี้เกียจไปร้านอื่นแล้ว แววจำต้องยอมอย่างขัดใจ

ooooooo

หลังจากเลือกต้นไม้ด้วยการแนะนำของเพิ่ม-พงษ์แล้ว สามหนุ่มร้านขายต้นไม้ก็ช่วยกันยกกระถางขึ้นท้ายรถกระบะจนเต็ม เอกรินทร์ช่วยบ้าง แต่พวกสาวๆยืนดูอยู่ห่างๆ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เพิ่มพงษ์ให้จักรกับแจ็คไปจัดสวน ตนจะอยู่เฝ้าร้านเอง ขอบคุณพวกสาวๆที่มาอุดหนุนแล้วขอตัวไปล้างมือ

จักรกับแจ็คเตรียมขึ้นรถ ทันใดก็ได้ยินเสียงแววร้องบอกว่า “เดี๋ยวก่อน นายจักร” พอจักรหันมองเธอชี้ไปที่ต้นไม้บนรถบอกว่า “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ยกลงให้หมดเลย”

จักรกับแจ็คอุทาน “หา!!” แววลอยหน้าถามว่าทำไม เปลี่ยนเป็นต้นไม้อื่นไม่ได้รึไง เอกรินทร์ดูออกขอร้องแววว่าเกรงใจเขา แววพูดหน้าตาเฉยว่าไม่เป็นไร เพราะยังไงเราก็เป็นลูกค้าเขา เห็นแจ็คช่วยจักรยกกระถางก็บอกแจ็คว่าไม่ต้อง ตนต้องการให้จักรยกคนเดียว เริงใจกับชลธิชารู้ฤทธิ์แววดี ท้วงติงเพื่อนว่า แรงไปรึเปล่า

“ไว้ใจน่า...เรื่องจัดสวนร้านเธอเนี่ย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน” แววตัดบท หันไปเร่งจักร “เอ้า...เร็วสิ!”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าใจดำกล้าใช้ขนาดนี้ ผมก็กล้าจัดให้” จักรกัดฟันพูด แววยิ้มสะใจ ในขณะที่เพื่อนทั้งสามเริ่มอึดอัด

ooooooo

จักรอดทนยกกระถางต้นไม้ลงจากท้ายรถกระบะจนหมด แล้วถามว่าจะให้เอาต้นอะไรขึ้นแทนเลือกกันไว้แล้วรึยัง เพื่อนทั้งสามมองไปที่แวว จักรรู้ว่าต้องฟังเธอ เร่งว่าจะให้ยกกระถางไหนก็รีบไปเดินเลือกเสีย

“ยกพวกนี้ขึ้นรถซะ” แววชี้ไปยังกระถางที่จักรเพิ่งยกลงมา พอเขาถามมึนๆว่า พวกนั้นน่ะเหรอ! เธอตอบหน้าตาเฉยว่า “ใช่ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ยกทั้งหมดนี่กลับขึ้นรถตามเดิม!”

เพื่อนทั้งสามมองแววอย่างอ่อนใจ ส่วนแจ็คเริ่มทนไม่ได้แล้ว ถามแววว่า อย่างนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ แววหางตาใส่ถามว่าเกี่ยวอะไรด้วย ตนสั่งนายจักรต่างหาก แจ็คโต้ว่า จักรเป็นลูกพี่ตนแกล้งลูกพี่ตนก็เท่ากับแกล้งตนด้วย จักรไม่อยากมีเรื่องพยายามห้าม แจ็คถามอย่างรับไม่ได้ว่า

“พี่จักรไม่เห็นเหรอ ว่าเจ๊คนนี้เขาตั้งใจแกล้งพี่น่ะ”

ได้เรื่องเลย! แววหันขวับตวาดว่า กล้าเรียกตนว่าเจ๊หรือ จักรได้ทีเลยทำเป็นพูดกับแจ็คแต่จิกแววว่า

“แกมันไม่รู้อะไร ผู้หญิงแกล้งเนี่ย แปลว่าผู้หญิงเขารักนะ” แจ็คถามว่าคล้ายๆกับที่บอกว่าผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรักหรือ “ใช่...ทำนองนั้นแหละ แบบที่เขาบอกไงว่า รักดอก...จึงหยอกเล่น”

แววเจอเข้าไปหลายดอก โกรธจนหน้างอหันไปมองเพื่อนๆกลับเห็นเพื่อนหัวเราะกันคิกคัก แต่พอเห็นแววตาเขียวใส่ก็หยุดกึก ทำไม่รู้ไม่ชี้มองนี่ไปตามเรื่อง

ooooooo

แค่นั้นไม่หนำใจ เมื่อเอาต้นไม้ไปถึงร้านกาแฟ จักรกับแจ็คช่วยกันขนลง จัดแจงเอาดินลง เอาปุ๋ยลง เสร็จแล้วนั่งพักเหนื่อย ถูกแววเดินมาชี้หน้าหาว่าอู้งาน

แจ็คโต้ว่าพวกตนเหนื่อย ใจคอเจ๊จะไม่ให้นั่งพักกันบ้างรึไง แววฉุนสั่งห้ามเรียกตนว่าเจ๊ บอกว่าแจ็คพักได้แต่จักรห้ามพัก อ้างว่าเพื่อนๆมอบหมายให้ตนรับผิดชอบงานนี้ ตนสั่งอะไรก็ต้องทำตามนั้น จักรรำคาญบอกว่าอยากใช้อะไรสั่งมาเลยก็แล้วกัน

“ไม่ต้องห่วง ฉันใช้แน่!” แววมองหน้าเขายิ้มร้าย

ปฏิบัติการจองเวรเริ่มอีกครั้ง!

แววชี้นิ้วสั่งจักรกับแจ็คจัดสวน ตรงนี้ ตรงโน้น อย่างที่ตนต้องการ แต่พอจัดเสร็จก็สั่งเปลี่ยนใจ สั่งรื้อที่จัดไว้แล้วทั้งหมด แล้วชี้นิ้วสั่งให้จัดใหม่

แววแกล้งเสียจนตัวเองเหนื่อย ก็หยุดพักไปนั่งดื่มน้ำส้มคั้นเย็นชื่นใจ ปล่อยให้จักรกับแจ็คนั่งมองคอแห้งผาก ซ้ำเมื่อแจ็คบ่นก็ย้อนเอาว่าไม่ใช่เรื่องของตนเพราะอาชีพจัดสวนก็ต้องเตรียมกระติกน้ำมาเองอยู่แล้วไม่ใช่มารบกวนผู้ว่าจ้างแบบนี้

“คนเรานะไอ้แจ็ค ไม่มีน้ำดื่มเราไม่ว่ากัน แต่ไม่มีน้ำใจนี่สิ น่าจะพิจารณาตัวเองบ้างนะ” จักรพูดกับแจ็คเหน็บไปถึงแวว พอเธอได้ยินก็สวนไปว่า งั้นก็กลับไปเลย พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เก็บข้าวของกระสอบดินกระสอบปุ๋ยไปให้หมดด้วย

จักรทำตามคำสั่ง สองคนช่วยกันเก็บของ จักรส่งสัญญาณบางอย่างให้แจ็ค แล้วก็ช่วยกันยกถุงปุ๋ยเปล่าสะบัดที่ค้างถุงอยู่ออก เศษปุ๋ยลอยฟ่องเข้าปากเข้าจมูกแวว เธอปัดวุ่นไปหมด จักรกับแจ็คเห็นดังนั้นก็ยิ่งสะบัด จนแววทนไม่ไหวสั่งให้หยุด แล้วทั้งถุยทั้งแหวะฝุ่นที่เปรอะหน้า เข้าปาก

ยิ่งเมื่อจักรบอกว่านั่นน่ะมันปุ๋ยคอกทำจากมูลสัตว์ แววก็ร้องกรี๊ดอย่างขยะแขยง คว้าพลั่วเล็กๆตักปุ๋ยสาดใส่จักรกับแจ็ค แล้วหัวเราะสะใจ สองคนไม่ยอมตักปุ๋ยสาด คืน แววหุบปากแทบไม่ทัน เห็นท่าไม่ดีเลยเตรียมเผ่น

เพื่อนๆที่พากันเข้าไปนั่งในร้านกาแฟปล่อยเรื่องจัดสวนให้เป็นธุระของแวว ต่างตกใจเมื่อพนักงานในร้านวิ่งมาบอกว่าข้างนอกเกิดเรื่องแล้ว

พอเพื่อนๆวิ่งออกไปเห็นสภาพ เริงใจกับชลธิชาเชื่อว่าแววก่อเรื่องแน่ๆ แววบอกว่าสองคนนั้นแกล้งสะบัดถุงปุ๋ยใส่ตนก่อน สองสาวเลยพากันขำที่คนอย่างแววมาเสียท่าสองหนุ่ม

เอกรินทร์ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆบอกจักรกับแจ็คให้กลับไปก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีไหม

“ทางเราไม่มีปัญหา แต่ขอร้องว่าให้ช่วยกันกักบริเวณคนของคุณหน่อย” จักรพูดพลางปัดฝุ่นตามตัว

แววทำท่าจะเอาเรื่องอีก แต่ฉุกคิดอะไรได้ก็หยุด บอกว่าที่ยอมนี่เพราะเห็นแก่เพื่อนอยากให้จัดสวนเสร็จไวๆเท่านั้น

ooooooo

เมื่อกลับมานั่งในร้านกาแฟ เริงใจถามแววตรงๆว่าจะอะไรนักหนากับผู้ชายคนนี้ ชลธิชาผสมโรงว่าตอนเรียนเวลาปิ๊งหนุ่มคนไหนก็ชอบเหวี่ยงใส่จนไม่มีใครกล้ามาจีบ ผู้ชายเลยหายจากเธอไปหมด แล้วชลธิชาก็ถามดักคอว่า

“เอ๊ะ แต่นี่คงไม่ได้หมายความว่าเธอชอบนายจักรนั่นใช่ไหม”

แววร้อนตัวบอกว่าเกลียดสิไม่ว่า เอกรินทร์ฟังแล้วยิ้มแอบคิดว่าแบบนี้ตนยังมีสิทธิ์ ชวนไปทานมื้อค่ำกันที่ร้านเปิดใหม่ คาดว่าแววต้องชอบแน่ๆ เริงใจดี๊ด๊าว่า กี่โมง น่าไปจังเลย ถูกชลธิชาเบรกว่าเขาชวนแววต่างหาก

เริงใจโมเมว่าไปกันเยอะๆแหละ สนุกดี จะได้เม้าท์กันให้สนุกไปเลย

ระหว่างทานอาหาร เอกรินทร์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เลยเป็นโอกาสให้สาวๆเม้าท์ถึงเขากันอย่างสนุกปาก

พอเอกรินทร์ลุกเดินไปเท่านั้น เริงใจก็ประกาศว่าผู้ชายคนนี้ตนจอง แววถามว่าไม่ถามตนสองคนก่อนหรือ เริงใจถามว่า เธอสองคนก็ด้วยหรือ แววบอกว่า

ตนเปล่าแต่เห็นชลธิชามองๆเอกรินทร์อยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ ชลธิชาปฏิเสธแต่ไม่เนียน เริงใจได้ทีรวบรัดว่า “ดี! งั้นฉันจะได้ลุยเลย”

ชลธิชาที่เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ฟังแล้วหน้าเสีย แววมองเธออย่างเข้าใจและเห็นใจ

ooooooo

ระหว่างทางไปห้องน้ำ เอกรินทร์เจอกับแป้งร่ำเพื่อนสนิทของไลลา เธอทักอย่างสนิทสนมเพราะเคยเห็นรูปเขาที่ห้องไลลา ชมเปาะว่าตัวจริงหล่อกว่าในรูปเสียอีก แล้วขอตัวไปอย่างเสียดายเพราะเกรงเพื่อนจะรอ พอเดินคล้อยหลังก็พึมพำ

“ต้องหาโอกาสแวะไปห้องยัยไลลาบ่อยๆซะแล้ว...”

เอกรินทร์กลับมาที่โต๊ะถามว่าเม้าท์อะไรกันอยู่ เริงใจกับแววบอกว่าเม้าท์เขานั่นแหละ เขาเลยยุให้เม้าท์ต่อ

“ถ้าคุยต่อหน้าก็ไม่เรียกเม้าท์แล้วสิคะคุณเอก” ชลธิชาติง ส่วนเริงใจเสนอให้สัมภาษณ์เปิดใจเขากันดีกว่า ทำเอาเอกรินทร์สะอึก แต่สู้ลีลาก๋ากั่นของเริงใจไม่ได้ ถูกถามว่า สเปกผู้หญิงของเขาเป็นแบบไหน เขาอึกอักพอถูกเร่งเลยบอกว่า

“ก็เหมือนคนทั่วๆไปแหละครับ” พูดแล้วมองไปที่แวว “ก็ชอบผู้หญิงที่เป็นคนเก่ง แล้วก็จิตใจดี” พอตอบแล้วก็ชิงเป็นฝ่ายกระทำบ้าง ถามคืนว่าเธอล่ะชอบผู้ชายแบบไหน แล้วเขาก็ทำหน้าไม่ถูกเมื่อเริงใจตอบชัดถ้อยชัดคำว่า

“ก็...ชอบแบบคุณเอกน่ะสิคะ”

ชลธิชายกแก้วเครื่องดื่มกระดกทีเดียวหมด แววเตือนว่านี่มันคอกเทลไม่ใช่น้ำหวาน แล้วชวนเริงใจไปห้องน้ำกัน

ที่แท้แววพาเริงใจออกไปเพื่อบอกให้รู้ว่า ชลธิชาก็ชอบๆเอกรินทร์อยู่เหมือนกัน เริงใจบอกว่าแต่ตนสังเกตเห็นอีกอย่างว่า “ฉันว่าคุณเอกต้องชอบเธอแน่ๆ” บอกแววว่ามัวแต่สังเกตคนอื่นเลยไม่รู้ตัว แล้วก็บ่น...

“เฮ้อ...ปวดหัว ยัยธิชาชอบคุณเอก แต่คุณเอกชอบเธอ ส่วนฉัน...ไม่รู้ล่ะ! ก็ฉันบอกก่อนแล้วไงว่าฉันจอง” เริงใจรวบรัดตัดบทอย่างไม่เกรงใจใคร แววได้แต่รำพึงอย่างหนักใจว่า

“เพื่อนฉัน...มาชอบผู้ชายคนเดียวกันไม่รู้ต่อไปจะเป็นยังไง...”

ooooooo

ระหว่างที่แววเรียกเริงใจไปคุยกันข้างนอกนั้น เอกรินทร์ถามชลธิชาว่าสเปกผู้ชายของเธอเป็นแบบไหน เธอตอบเขินๆแต่ยาวเหยียดว่า ต้องเป็นผู้ชายใจดี ไม่เจ้าชู้ ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่น ส่วนรูปร่างหน้าตา ก็ต้องหุ่นสมาร์ท สูง หน้าตาดี ผมเผ้าดูสะอาดเรียบร้อย

ฟังแล้วเอกรินทร์ถามว่า ผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบนั้นในโลกนี้จะมีหรือ เธอมองหน้าเขาตอบทันทีว่า “มีแน่นอนค่ะ”

แล้วก็มีเรื่องให้งง เมื่อนักดนตรีในร้านมาสีไวโอลินตรงหน้า แล้วพนักงานที่มาด้วยก็เปิดฝากล่องใส่แหวนเพชรบอกว่า “สำหรับคู่รักแสนหวาน เชิญครับ...คุณผู้ชายสวมแหวนให้คุณผู้หญิงสิครับ”

ชลธิชาช็อก เขิน เอกรินทร์งง พลันก็หายงงกลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออก เมื่อผู้จัดการร้านมาบอกพนักงานของตนว่า

“เฮ้ย...ผิดโต๊ะ! นู่น คู่ที่เขาจะมาเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานอยู่โต๊ะนู้น”

แววกับเริงใจกลับมาได้ฟังก็ขำกลิ้ง แล้วแววก็ถามชลธิชาว่า ถ้าเกิดเรื่องจริงเป็นแบบนั้นเธอจะทำอย่างไร ชลธิชาทำหน้าไม่ถูกติงว่า “มาถามอะไรตอนนี้ล่ะแวว...นี่ฉันยังหน้าแตกไม่พออีกรึไง?”

ขณะพากันกลับ จู่ๆเริงใจก็บอกให้หยุดถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย เริงใจยืนตรงกลางยื่นโทรศัพท์มือถือออกไปสุดแขน ทุกคนยิ้มให้กล้อง ถ่ายไปรูปหนึ่ง เริงใจบอกเพื่อนๆว่า

“อีกรูปๆเดี๋ยวฉันจะอัพโหลดลงเฟซบุ๊ก แล้วจะแท็กไปให้ทุกคนเลยนะ”

ooooooo

คืนนี้ จักรยืนดักรอแววที่ริมรั้ว เห็นเอกรินทร์มาส่ง แววบอกให้ขี่รถกลับบ้านดีๆเอกรินทร์ปลื้มขอบคุณที่เป็นห่วง แววพูดคุยอย่างเพื่อนสนิท แต่เอก- รินทร์ที่ชอบเธออยู่พยายามที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง แววบอกว่ารู้ไหมเพื่อนๆตนปลื้มเขามาก ถามเอกรินทร์ว่าแล้วเขาล่ะปลื้มใคร

“ก็แล้วผมมาส่งใครล่ะ” เอกรินทร์ทำเสียงโรแมนติกมาก

ทันใดนั้น จักรที่อยู่ริมรั้วแกล้งไอโขลกๆทำเสียงเหมือนจะอาเจียน เอกรินทร์กับแววหันมองเขาเลยหยุด แต่พอเอกรินทร์ไปแล้ว แววหันมาเล่นงานเขาทันที ถามว่าโรคจิตรึเปล่า ทำไมต้องมาแอบดูตนด้วย

จักรปากดีตามเคย อ้างว่าตนมาตัดแต่งกิ่งไม้ต่างหาก ถูกแววจับผิดว่าตัดแต่งกิ่งไม้กลางคืนเนี่ยนะ?? พอถูกจับผิดได้ จักรก็หาเรื่องว่า เธอชอบผู้ชายรวย ไม่นั่งรถเสี่ยก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์แพงๆคันละเป็นแสน คงไม่สนใจนั่งรถกระบะโทรมๆของตนหรอก

“ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคารถหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับปากของคนที่ขับต่างหาก ถ้าปากเสียอย่างนาย ใครจะไปอยากนั่งด้วย”

ทั้งคู่ตีฝีปากกัน ทั้งด่าทั้งแง่งอน จนแววจะเดินเข้าบ้าน จักรร้องให้เธอหยุดแล้วรีบปีนรั้วข้ามไป ทีแรกแววนึกว่าเขาจะมาหาเรื่อง แต่ที่แท้เขาเห็นงูกำลังเลื้อยมาหาเธอ พอแววเห็นแผ่แม่เบี้ยอยู่ใกล้ๆเธอตกใจโผเข้ากอดเขาแน่น

จักรปากรรไกรตัดหญ้าในมือไล่งูเห่าไป แต่แววยังกลัวถามแล้วถามอีกว่ามันไปแล้วแน่นะ มาลตีออกมาเจอแววกอดจักรอยู่ เลยโวยวายหาว่าแววทำตัวไม่ดี มีคนรวยๆมาให้เลือกมากมายแต่ตาต่ำไปเลือกคนจัดสวนจนๆ แต่พอจักรอาสาจะจัดสวนให้ฟรี มาลตีก็เสียงอ่อนลง เร่งให้มาไวๆ แต่วันนี้ดึกแล้วตนจะไปนอน ส่วนจักรมาทางไหนก็ไปทางนั้นเลย แต่พอจักรจะปีนรั้วกลับ ก็ถูกมาลตีเอ็ดว่า มาปีนรั้วตนทำไม

“อ้าว...ก็คุณน้าบอกว่ามาทางไหนให้กลับไปทางนั้น” พูดแล้วก็ยกมือไหว้ลาเดินออกทางประตูขำๆ

แววเรียกไว้ พอเขาหันมาเธอขอบใจมากที่ช่วยตนไม่ให้ถูกงูกัด เขาทำเสียง “อื้อ...” ในคอแล้วเดินยิ้มกริ่มหัวใจพองโตกลับไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.