ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขุนศึก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขันกระทำการอุกอาจ เข้าฉุดจำเรียงจากเรือน แม้ดวงแขจักห้ามปรามอย่างไรก็ไร้ผล มั่นกับบุญเรือนขอความเมตตา ให้จำเรียงได้อยู่ดูแลแม่ที่ป่วยหนักแต่ขันไม่ยอม อ้างว่าจักนำจำเรียงกลับไปรับโทษโบย ฐานขัดคำสั่งออกจากเรือน ดวงแขทนไม่ไหว ท้าให้พี่ชายโบยตนด้วย เพราะเป็นคนให้จำเรียงกลับมาบ้าน

“แม่ดวงแขไม่ต้องมาออกรับแทนดอก พี่เป็นนายเงินของนังจำเรียง เมื่อพี่ให้มันกลับเรือน มันก็ต้องกลับ” ขันตวาดลั่น

“แต่ที่นี่เป็นเรือนกูขุนศึกไชยชาญ แลนี่ก็เป็นพ่อกู น้องกูมึงก็รู้แต่ยังแสร้งด่า เมื่อหยามกันเช่นนี้ ก็ออกดาบของมึงมาอ้ายขัน หากกูถอยแม้เพียงก้าวอย่านับถือว่าเป็นคนกันเลยวะ” เสมาเดินนำเอื้อยแตงเข้ามา

ขันหน้าเสียสั่งลูกน้องเตรียมพร้อม บุญเรือนกลัวจะเกิดเรื่อง รีบห้ามเสมาแล้วบอกให้กับจำเรียงกลับไปกับขัน จำเรียงร้องไห้โฮเสียใจที่ไม่ได้อยู่ดูแลแม่ยามเจ็บไข้ บุญเรือนน้ำตาคลอเบ้า แต่ต้องอดทนเพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามมากไป ขันสะใจลากจำเรียงออกไป แล้วหันมาสั่งให้ดวงแขรีบตาม

“เจ็บหัวใจนัก เรือนเราแท้ๆ มันยังมาหยาม ฉุดคนถึงในเรือนได้” เอื้อยแตงมองตามขันด้วยความแค้นใจ ไม่ต่างไปจากเสมาที่ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ดวงแขก็เข้าไปต่อว่าขันที่ยืนยิ้มสะใจอยู่กับพุฒ แม่หญิงออกปากปกป้องเสมาอย่างเต็มที่ จนขันทนไม่ไหวสั่งห้ามน้องสาวยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก และถ้าไม่ยอมเชื่อฟังจะโบยตีจำเรียงให้ถึงพิกลพิการ จะได้ไม่ต้องออกไปที่ใดอีก แล้วหัวหมื่นเจ้าอารมณ์ก็เดินหงุดหงิดออกไป

ดวงแขไม่พอใจพี่ชายจะกลับห้อง แต่พุฒเข้ามาขวาง แล้วเปิดฉากเกี้ยวพาราสี แถมฉวยโอกาสจับมือเธอไว้ ดวงแขโมโหไล่ให้พุฒกลับไปเกี้ยวบัวเผื่อน พลางขู่จะไปบอกท่านแม่และจะร้องไปถึงสังกัดของพุฒ

พุฒเห็นดวงแขเอาจริงจึงต้องปล่อยมือ แม่หญิงเดินหนีไป พุฒมองตามด้วยความเจ็บใจบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ยโสนัก สักวันเถิด จะให้มาเป็นเมียคอยกราบเท้ากูก่อนนอนให้จงได้”

ooooooo

ตอนค่ำคืนนั้น เสมานั่งคุยเรื่องจำเรียงอยู่กับสินและสมบุญอยู่หน้าบ้าน สินเจ็บใจที่ลูกพี่โดนหยามจึงยุให้บุกไปเอาเลือดขันมาล้างแค้น สมบุญรีบปราม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องแม่ศรีเมือง ผู้คนก็มองเสมาเป็นคนพาลเนรคุณไปหมดสิ้น แม้แต่แม่หญิงเรไรเองก็พลอยเคืองไปด้วย และหากมีเรื่องวิวาทกันอีก เสมาก็คงไม่พ้นอาญาเป็นแน่

สินหงุดหงิดอยากแก้แค้นให้ลูกพี่ เสมาถอนใจบอกว่า ตนรับปากพ่อกับแม่ไว้แล้วว่าจะไม่เอาเรื่องขัน

“ถ้ากระนั้น เราก็ใช้ผ้าปิดหน้าไปดักตีมันซีพี่ พ่อแม่พี่ไม่รู้ดอก พรุ่งนี้เลย เรือนออกขุนรามมีงานบุญ อ้ายขันต้องไปเป็นแน่” สินวางแผนการ

สมบุญส่ายหน้าเซ็งๆ ว่าประชดสินที่ช่างคิดเหลือเกิน เพราะขืนมีเรื่องกับขันและพุฒตอนนี้ทุกคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร พลันเสมาเอ่ยถามสินว่า พรุ่งนี้บ้านขุนรามเดชะจะมีงานอะไร

“ทำบุญบ้านจ้ะพี่ แต่ท่านขุนจัดเป็นงานใหญ่ มีมหรสพฉลองเสียด้วย”

เสมาพยักหน้าส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดแผนเอาคืนขันขึ้นมาได้

ค่ำวันเดียวกัน ศรีเมืองโดนโขลนสองคนผลักไม่ให้ผ่านประตู เธอรีบยกมือไหว้ขอโทษด้วยไม่รู้จริงๆว่าห้ามผ่านประตูนี้ยามค่ำ แล้วรีบเดินเลี่ยงออกมา เธอพบเรไรยืนมองอยู่ แม่หญิงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเข้าวังมาตั้งนาน เหตุใดจึงยังจำทางไม่ได้ ศรีเมืองสารภาพเสียงอ่อยว่า เธออยู่แต่ในครัวไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่วันนี้นอนไม่หลับเพราะคิดถึงบ้านจึงออกมาเดินเล่น

“เพียงแค่บ้านกับท่านลุงพันอินรึ แล้วขุนศึกไชยชาญเล่าศรีเมือง”

ศรีเมืองตอบภาษาซื่อว่า เธอเองก็คิดถึงพี่เสมา แต่จะคิดถึงเพียงใด พี่เสมาก็คงไม่คิดถึงตน เพราะในใจของเขามีแต่แม่หญิงเรไรเพียงคนเดียวเท่านั้น เธอยังอธิบายความจริงให้เรไรรับรู้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดของพันอิน เสมาไม่ได้กระทำเรื่องบัดสีแม้แต่น้อย เรไรถึงกับหน้าเจื่อนด้วยความสับสน

ooooooo

เช้าวันใหม่ แขกผู้ใหญ่มากมายมาร่วมงานบุญที่บ้านขุนรามเดชะ หลังเสร็จพิธีในช่วงเช้า ท่านขุนพร้อมด้วยพันอิน ขัน และพุฒเดินออกมาส่งแขกที่หน้าเรือน

ขณะนั้นเอง ทหารกลุ่มหนึ่งหามเสมาในชุดขุนเต็มยศนั่งอยู่บนคานหามเข้ามา ในมือของเขาถือพานทองวางไว้ด้วยสาส์นม้วนหนึ่ง นิ้วสวมแหวนทองรูปพญานาคสองตัวเกี่ยวกัน มีสิน สมบุญในชุดยศพันเดินนำขบวนมา ตามด้วยทหารที่ถือของกำนัลหลายชิ้นที่พระยาเดโชฝากมา

พุฒกับขันเห็นเสมาก็รีบฟ้องขุนรามเดชะ พลางใส่ไฟหวังจะให้เกิดเรื่อง จึงโดนสินตวาดใส่ว่า ขุนศึกไชยชาญเป็นตัวแทนท่านแม่ทัพพระยาเดโช อัญเชิญรับสั่งสมเด็จพระบัณฑูรของพระราชโอรสมา มันผู้ใดกล้าแตะต้องขุนศึกท่านแม้แต่ปลายเล็บ ถือเป็นกบฏ ตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร

พวกขุนรามอึ้งไป แต่ยังไม่เชื่อเท่าไหร่นัก เสมายกพานทองขึ้นจบหัวแล้วส่งให้สมบุญนำไปให้พวกขุนรามเดชะ ทุกคนได้เห็นตราประทับก็ตกใจ รีบคุกเข่าลงกราบไหว้

ท่านขุนกลัวอาญารีบเชิญเสมาขึ้นเรือน เสมาลงจากคานเดินขึ้นเรือนไปอย่างองอาจ ขันและพุฒมองตามด้วยเจ็บแค้นที่ต้องคุกเข่ากราบไหว้

ooooooo

เมื่ออ่านสาส์นราชโองการและมอบราชบำเหน็จอันได้แก่แหวนนพเก้าให้กับขุนรามเดชะเรียบร้อยแล้ว เสมาก็ฉวยโอกาสตอนที่ท่านขุนกำลังดีใจ ขอมอบของให้แม่หญิงเรไรอีกชิ้น ขุนรามเดชะเข้าใจว่าเป็นของพระราชทานจึงเรียกลูกสาวมารับ เสมาถอดแหวนรูปพญานาคที่นิ้วของตนออกมาสวมให้

“แหวนนี้เป็นมงคลเอกของแม่หญิงแล้ว ขอจำเริญทั้งหลายจงคุ้มแม่ ศัตรูมันจงพินาศเสมือนนึก” เสมาเหลือบมาทางขันและพุฒ

สองคู่รู้ว่าเสมาแช่งตน แต่ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ดวงแขริษยาเรไรจับใจ เผลอกำผ้านุ่งของตัวเองแน่น

“ผู้คนออกมาก ยังกล้าปดอีกรึ ฉันรู้แต่อยู่ในวังว่าแหวนนี้สมเด็จเจ้าฟ้าวังหน้าท่านพระราชทานเป็นบำเหน็จศึกให้ออกขุนใหม่ทั้งแปดดอก” เรไรกระซิบกลับ

“ปัญญาแม่หญิงเลิศนัก ที่ข้าพระเจ้าทำดังนี้ เหตุเพราะพระคุณท่านบอกว่าแม่หญิงหมั้นแล้ว แต่เสมายังไม่เคยเห็นของหมั้น จึงถือเอาแหวนนี้แทนของหมั้นระหว่างเสมากับแม่หญิงเสีย” เสมาส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ขุนศึกไชยชาญ ให้พรพอแล้วกระมัง” พันอินแสร้งเปรยด้วยเห็นทุกคนหันไปมองเสมากับเรไรที่กระซิบกระซาบกันอยู่อย่างระแวง

ครั้นเสร็จพิธี เสมาก็ขึ้นคานหามกลับออกไปพร้อมเหล่าทหาร แต่ไม่ทันถึงที่หมาย เขาก็ขอลงกลางทางอ้างว่าจะไปวัดพุทไธสวรรย์ต่อ เหล่าทหารหามคานหามจากไป เสมา สิน และสมบุญรอจนทหารลับตาแล้ว จึงพากันหัวเราะออกมา ด้วยสะใจที่ได้แก้แค้นขันกับพุฒให้คุกเข่าไหว้พวกตนได้ สมบุญสงสัยเอ่ยถามลูกพี่ว่า รู้ได้อย่างไรเรื่องออกญาเดโชจักต้องอัญเชิญรับสั่งแลราชบำเหน็จมาให้ท่านขุนรามเดชะ

“ออกญาเดโชบอกข้าเอง ว่าสมเด็จเจ้าฟ้าวังหน้าท่านประทานแหวนนพเก้าให้เป็นบำเหน็จศึกละแวก พอข้ารู้จากเอ็งว่าบ้านท่านขุนจะมีงานบุญ ข้าก็ได้คิดว่า ออกญาท่านคงถือฤกษ์งานบุญอัญเชิญรับสั่งเป็นแน่ ข้าจึงอาสามาแทน”

“จึงได้หักหน้าอ้ายขัน อ้ายพุฒ สมน้ำมะหน้ามันนัก แต่เสียดายแหวนที่พี่ให้แม่หญิงเรไรนัก ดูท่าจะมีค่าไม่น้อย หากขายคงพอไถ่แม่จำเรียงเป็นแน่” สมบุญนึกเสียดาย

“ขายได้อย่างไร สมเด็จเจ้าฟ้าท่านพระราชทานมา วันที่ข้าได้เป็นขุนศึกไชยชาญ ขืนเอาไปขาย คงต้องโทษเป็นแน่ แลข้าตั้งใจไว้ มิว่าศักดิ์หรือสมบัติใด ข้าจะให้แก่แม่หญิงทั้งสิ้น แหวนวงนี้ก็ควรแล้วที่จะเป็นของแม่หญิงเรไร ผู้เป็นมงคลแห่งข้า” เสมายิ้มปลาบปลื้มชื่นใจ

ooooooo

สิ้นแสงตะวันแล้ว ดวงแขยังนั่งเครียดคิดถึงเรื่องเมื่อเช้า ด้วยความริษยาเรไรอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ พุฒเดินกวนๆเข้ามาหาเย้ยด้วยรู้ดีว่า ดวงแขคิดเช่นไรกับเสมา แม่สาวชาววังไม่พอใจที่โดนจี้ใจดำจึงตอกกลับ จนพุฒโกรธดึงเธอเข้ามาปล้ำกอดจูบ หญิงสาว

กรีดร้อง พยายามดิ้นสุดฤทธิ์แต่สู้แรงพุฒไม่ได้

“แม่หญิงดวงแขเจ้าคะ แม่นายเรียกแม่หญิงไปพบเจ้าค่ะ” จำเรียงวิ่งเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้า

พุฒหันไปเห็นจำเรียงก็ไม่พอใจ ดวงแขได้โอกาสรีบผลักพุฒออก แล้วรีบเดินเลี่ยงไปทันที พุฒจะตามแต่จำเรียงรีบลุกขึ้นขวางไว้ขู่จะฟ้องแม่นาย ทำให้พุฒไม่พอใจคิดแผนเล่นงานจำเรียงที่มาขัดจังหวะ

เวลาต่อมา พุฒเข้าไปยุแหย่ให้ขันเอาจำเรียงมาเป็นเมียทาส เพื่อเอาคืนเสมาบ้าง ขันคล้อยตาม เขาพาลูกน้องไปจับตัวจำเรียงที่กำลังช่วยเอื้อยแตงขายมีดพร้าให้กับพวกทาสในครัว

“กระไรกันท่านหมื่น ฉันทำผิดกระไรถึงให้คนมาจับตัวฉันเช่นนี้” จำเรียงตกใจ

“เอ็งมันสันหลังยาว งานการไม่ยอมทำ ข้าจึงจะลงโทษเอ็งให้หลาบจำ เอามันไปตีตรวนแล้วขังไว้ประเดี๋ยวนี้” ขาดคำพวกทาสก็พาตัวจำเรียงออกไปทันที

จำเรียงหวาดกลัว เรียกให้เอื้อยแตงช่วย เอื้อยแตงวิ่งเข้ามาแต่ก็โดนพุฒผลักล้มลงไป

“พวกแกมันใจโหดแท้ รังแกกระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้” เอื้อยแตงร้องด่าแล้วรีบลุกไปตามหาดวงแขมาช่วย

ทาสชายพาจำเรียงมาที่เรือนกักขัง แล้วจับตีตรวน ขันเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมเป็นเมียทาสของเขา เพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่จำเรียงรู้เช่นเห็นชาติผู้ชายอย่างขันแล้วจึงด่ากลับ

“ท่านหมื่นเก็บคำของท่านไว้หลอกเด็กเถิด ชีวิตฉันมีผิดเพียงเรื่องเดียว คือมีใจให้ชายอสัตย์น้ำใจชั่วเยี่ยงท่านหมื่น ฉันจึงต้องได้ทุกข์เช่นทุกวันนี้”

“ปากดีนักนะอีจำเรียง ไม่ผิดพี่มึงแม้แต่น้อย แล้วกูจักคอยดูว่ามึงจะยอมเป็นเมียกู หรือจะยอมโดนล่ามไปจนตาย” ขันเดินหงุดหงิดออกไป

“สุขสบายดีหรือไม่เล่านังจำเรียง นี่แหละคือ ค่าที่เอ็งเหิมเกริมกล้าขัดข้า อยากให้อ้ายเสมามันได้มาเห็นน้องมัน เทียวนัก” พุฒเข้ามาหัวเราะเยาะจำเรียงแล้วรีบตามขันไป

เมื่อถึงหน้าเรือน พุฒเห็นดวงแขเข้ามาขอร้องขันให้ปล่อยจำเรียง โดยมีเอื้อยแตงเป็นลูกคู่ แต่ขันไม่ใจอ่อนรีบเดินหนี เอื้อยแตงร้อนใจเร่งให้ดวงแขหาทางช่วยจำเรียง

“หยุดวุ่นวายเสียทีเถิดแม่เอื้อยแตง ฉันรู้น้ำใจ

พี่ชายฉันดีว่า ควรจักต้องทำเช่นไร ฉันชักคล้อยตามหมื่นทรงเสียแล้ว เรือนนี้ก็ไม่ใช่เรือนของแม่เอื้อยแตง จำเรียงก็ไม่ใช่ญาติแม่ แล้วเหตุใดแม่เอื้อยแตงจึงวุ่นวายไม่เลิกราเช่นนี้” ดวงแขสะบัดหน้า เดินฉับๆจากไปอีกคน ทิ้งให้เอื้อยแตงมองด้วยความเจ็บใจและยิ่งระแวงดวงแขมากขึ้น

ooooooo

เอื้อยแตงรีบแจ้งข่าวกับพวกเสมาที่วัดพุทไธสวรรย์ ด้วยเกรงว่าถ้าดวงแขไม่ช่วยจำเรียง แม่สาวน้อยก็คงไม่พ้นมือขันเป็นแน่ สมบุญร้อนใจชวนเสมาบุกไปช่วยจำเรียงทันที ขณะที่สินร้องห้ามเสียงหลง

เสมานิ่งคิดก่อนจะชวนเอื้อยแตงไปที่บ้านพันอินเพื่อขอร้องให้ท่านช่วยออกหน้าเจรจากับขันให้ แต่พันอินยังเคืองเสมาเรื่องศรีเมืองอยู่จึงไม่ยอมช่วยเหลือ เสมาหมดหนทางตัดสินใจพาสมบุญบุกเข้าบ้านขันเพื่อชิงตัวจำเรียงในยามดึก ขณะที่ขันกับพุฒก็เตรียมรับมือเต็มที่ เพราะการบุกเรือนผู้อื่นเพื่อปล้นทาสออกมาผิดอาญาบ้านเมือง

กลางดึกคืนนั้นขันกับพุฒนั่งดื่มฉลองกันอยู่

หน้าเรือนกักขังด้วยมั่นใจว่าเสมาต้องมาช่วยน้องสาวแน่ ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงทาสร้องตะโกนว่าไฟไหม้ให้ช่วยกันดับไฟ

ขันตกใจสั่งให้ลูกน้องไปช่วยพวกทาส แต่พุฒห้ามไว้เพราะจำได้ว่าเสมาเคยใช้อุบายนี้มาแล้ว ขันหยุดคิดตามแล้วเออออด้วย

“ท่านไม่ต้องกังวลไปดอก ฉันย้ายนังจำเรียงขึ้นเรือนใหญ่ไปแล้ว เพราะเมื่อเพลากลางวันฉันจงใจให้นังเอื้อยแตงเห็นว่าเราขังนังจำเรียงไว้ที่นี่ ก็เพื่อหลอกอ้ายเสมา หากมันมาช่วยน้องมันที่นี่ ต่อให้มีปีกบินเฉกนก มันก็ยากจะรอดกลับไปเป็นแน่” พุฒยิ้มร้ายมั่นใจในแผนการ

“งั้น พวกเอ็งรีบเก็บกวาด อย่าให้เป็นพิรุธแล้วซุ่มกำลังไว้ หากอ้ายเสมามาเมื่อใด จงรีบรุมล้อมจัดการมันเสีย” ขันสั่งลูกน้องแล้วหันมายิ้มกับพุฒอย่างรู้กัน

แต่สองเกลอต้องรอเก้อ ด้วยเสมารู้ทันแผนการจึงให้สินดูต้นทางอยู่หน้าเรือนใหญ่ แล้วพาสมบุญแอบเข้าไปในเรือนเพื่อช่วยกันตามหาจำเรียงในห้องต่างๆ

เสมาตามหาจำเรียงมาจนถึงห้องดวงแข แต่เพราะความมืดทำให้เข้าใจผิดคิดว่าหญิงที่นอนอยู่ในห้องเป็นน้องจึงเข้าไปปลุก

ดวงแขสะดุ้งตื่น เมื่อเห็นเสมาอยู่ในห้องก็ตกใจ ส่วนเสมาหน้าเครียดเพราะดันเข้าห้องน้องสาวของศัตรู

“ขุนศึกท่านมาหาจำเรียงรึ จำเรียงอยู่ที่เรือนขังทาส มิได้อยู่ที่เรือนใหญ่ดอก” ดวงแขเอ่ยขึ้นก่อน

“เรือนขังทาส เช่นนี้แล้ว ยังคิดจะลวงข้าพระเจ้าไปให้พี่ชายของแม่หญิงฆ่าอีกรึ เห็นทีที่เอื้อยแตงกล่าวว่าแม่หญิงรู้เห็นด้วยอ้ายขัน คงไม่ผิดกระมัง เสียแรงที่ฉันไว้ใจ”

“ออกขุนท่านเชื่อคำนังแม่ค้าขายเหล็กก็ตามแต่ใจเถิด แต่รีบลงไปให้พ้นเรือนฉันเสีย ฉันไม่ต้องการสนทนาด้วยออกขุนอีก”

“ไล่ให้พ้นเรือน เพื่อให้ฉันไปตายด้วยน้ำมือพี่ชายแม่หญิงกระนั้นรึ คนอย่างอ้ายเสมาไม่ยอมให้ถูกรังแกฝ่ายเดียวดอก หากฉันต้องเสียน้องสาว อ้ายขันก็ต้องเสียน้องสาวด้วยเช่นกัน”

“พาลหนักแล้วออกขุน ปล่อยมือฉันประเดี๋ยวนี้” ดวงแขจะตะโกนเรียกให้คนช่วย

เสมาโมโหดึงดวงแขเข้ามากอดจูบ ดวงแขตกใจจนน้ำตาร่วง เสมาได้สัมผัสกับหยดน้ำตาที่อาบแก้มของเธอก็ได้สติ ค่อยๆดึงตัวออกมา

“ออกขุนมิได้รักฉัน แล้วเหตุใดจึงทำกันเช่นนี้ นับแต่เกิดมา มิเคยเลยที่จักมีผู้ใดข่มเหงใจฉันถึงเพียงนี้” ดวงแขน้ำตานองหน้า ทำให้เสมายิ่งรู้สึกผิดที่ความโกรธชั่วขณะของตนทำให้เธอต้องด่างพร้อย

เวลาเดียวกัน สมบุญแอบเข้าไปในห้องของขัน และพบจำเรียงนั่งร้องไห้อยู่ เขาเข้าไปปลอบใจเธอแล้วช่วยง้างตรวนออกให้ แต่จังหวะที่ตรวนหลุดออก สมบุญเสียหลักถลาไปทางจำเรียง ทำให้แก้มแนบแก้มกันโดยบังเอิญ

จำเรียงเขินอายถอยกายออกห่าง พลางชวนสมบุญให้รีบหนีไป แต่สมบุญเสียดายโอกาสแกล้งดึงจำเรียงมากอดไว้ แล้วหลอกว่าได้ยินเสียงคนเดินมาให้รอสักครู่ก่อน จำเรียงหลงกลยอมหยุดนิ่ง สมบุญแอบอมยิ้มมีความสุข

ooooooo

ขันกับพุฒซุ่มรออยู่นานไม่เห็นเสมากับพวกจะบุกมาเสียที จึงชักชวนกันกลับขึ้นเรือนเพื่อเข้าหอกับจำเรียง สินที่ดูต้นทางอยู่เห็นขันกับพุฒ เดินเข้ามาก็รีบส่งสัญญาณเป็นเสียงไก่ขัน

ด้านเสมา เขาเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าดวงแข เพื่อขอให้เธออภัยในสิ่งที่ทำลงไป แต่ดวงแขยังนิ่งไม่ยอมพูดจา ครั้นได้ยินเสียงไก่ขันของสิน เธอเร่งให้เสมาหนีไป แต่ขุนศึกยืนยันว่า ถ้าเธอไม่ยอมอภัยก็จะไม่ลุกไปไหนทั้งนั้น

“ยังจะพูดเช่นนี้อีกรึ หากพี่ขันกลับมาคงไม่แคล้วต้องต่อสู้กันอีกแน่ แลออกขุนมีผิดด้วยบุกถึงเรือน แม้เอาตัวรอดจากพี่ขันไปได้ก็ไม่พ้นอาญาบ้านเมืองดอก”

“เสมาไม่คิดจะหลบไปที่ใดแล้ว ด้วยผิดที่ล่วงเกินแม่หญิงนั้น หนักกว่าอาญาบ้านเมืองนัก ไม่ว่าจะไปที่ใด ใจข้าพระเจ้าก็ย่อมเป็นทุกข์ เพราะไม่ได้รับคำอภัยจากแม่หญิงอยู่ดี”

“เหตุใดจึงดื้อรั้นเพียงนี้ อภัยหรือไม่ ค่อยว่ากัน วันหลังเถิด ไปได้แล้ว” ดวงแขไล่ แต่เสมายังไม่ยอมลุกขึ้น สาวเจ้าอ่อนใจจำต้องเอ่ย “ขุนศึกไชยชาญฉันให้อภัยแล้ว รีบไปเสียทีเถิด”

“ขอบน้ำใจแม่หญิงนัก ข้าพระเจ้าขอให้คำมั่น ว่าจะไม่กระทำเช่นนี้อีก หากผิดคำขอให้ตายกลางศึกสงครามเถิด” เสมาดีใจ รีบปีนหนีหน้าต่างแล้วกระโดดหนีไปทันที

ดวงแขมองตาม ทั้งรักทั้งแค้นเสมาอย่างบอกไม่ถูก

ฝ่ายสมบุญที่กำลังเคลิ้มได้ยินเสียงไก่ขันของสินก็สะดุ้งเฮือกจะพาจำเรียงหนี แต่เมื่อแง้มประตูออกมาก็เห็นขันกำลังเดินตรงมา จึงพาจำเรียงปีนหน้าต่างหนีออกไปแทน ขันเปิดห้องทันเห็นสมบุญโดดหน้าต่างพอดี เขาจึงเรียกให้ลูกน้องช่วยกันจับตัว แต่ก็ไม่ทันอีกตามเคย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขันกับพุฒพาตำรวจหลายคน พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามาล้อมเรือนเสมาไว้ เพื่อจะเอาตัวจำเรียงกลับไป เสมา มั่น และบุญเรือนออกมาแจ้งกับตำรวจว่า จำเรียงไม่ได้อยู่บ้าน และยอมให้ตำรวจเข้าค้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

ขันและพุฒหน้าแตกเพราะตำรวจไม่พบตัวจำเรียงในบ้าน เสมาส่งยิ้มเยาะสั่งให้ทั้งสองกลับเรือนไปเตรียมพิธีขอขมาตนเพื่อจะได้ไม่เอาความ สองเกลอโมโหมากชักชวนกันกลับ เสมาหน้าเครียดรู้ดีว่าขันและพุฒกัดไม่ปล่อยแน่

ด้านจำเรียง เธอมาหลบอยู่ที่บ้านเอื้อยแตง ขณะที่แม่สาวน้อยช่วยทำความสะอาดเรือนอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเอื้อยแตงวางแผนอยู่กับสินและสมบุญว่า ในตอนกลางวันจะให้จำเรียงหลบอยู่แต่ในบ้าน จะออกไปที่ใดก็ให้คลุมหน้าเสีย และให้ทั้งสองช่วยปล่อยข่าวว่าจำเรียงหนีไปหัวเมืองแล้ว เพราะขันกับพุฒคงคิดไม่ถึงว่าจำเรียงหลบอยู่บ้านเธอ

สินรีบประจบชมว่าปัญญาเอื้อยแตงเป็นเลิศนัก จะหาหญิงใดในอโยธยาเสมอด้วยเป็นไม่มี เอื้อยแตงทำท่าโก่งคออ้วก เล่นเอาสินหน้าจ๋อย

สมบุญยิ้มขำเพื่อนแล้วหันไปมองจำเรียงที่เดินเข้ามาถามเอื้อยแตงว่า ไหสุราที่อยู่ท้ายเรือนจะให้ขนไปไว้ที่ใด เอื้อยแตงใช้ให้สินไปช่วยขนเพราะมันหนักเกินกำลังของเธอกับจำเรียง สินรับคำด้วยความเต็มใจรีบลุกเดินตามเอื้อยแตงลงจากเรือนไป ทิ้งให้สมบุญและจำเรียงหันมาสบตากันอย่างเขินๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน

จำเรียงขอบคุณสินที่เสี่ยงไปช่วย สินส่งยิ้มปลื้มขยับจะบอกความใน แต่ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงเอื้อยแตงด่าสินที่ขโมยกินเหล้า สินลนลานแก้ตัวว่าแค่ชิมดู

“ชิมดูทีครึ่งค่อนไห จะไม่ให้โกรธได้รึ ข้าหมักสุราไว้ เผื่อบ้านใดมีงานจะได้ขนไปช่วย มิต้องเสียอัฐซื้อ แต่เผลอครู่เดียว เอ็งกลับขโมยกินเสียได้อ้ายสิน” เอื้อยแตงหันไปคว้าไม้ไล่ตี

สมบุญและจำเรียงหันไปมองเห็นสินวิ่งหนีเอื้อยแตงท่าทางยิ่งกว่าหนูกลัวแมวก็นึกขำ

สายวันเดียวกัน ขันเข้ามาอ้อนจะให้อำพันไปสู่ขอเรไรให้อีกครั้ง แต่นางบ่ายเบี่ยงพลางหันมาถามความเห็นดวงแข แต่ลูกสาวคนงามกลับนั่งเหม่อคิดถึงเสมา จนนางต้องเรียกซ้ำ จึงสะดุ้งหลุดจากภวังค์

“ไม่ได้ฟังที่แม่พูดรึ แม่ถามแม่ดวงแข ว่าเห็นควรจะให้แม่ไปสู่ขอแม่เรไรให้พี่ชายเจ้าอีกหรือไม่”

ดวงแขนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบออกไปว่า เห็นควรด้วยกับพี่ชาย เพราะถึงอย่างไรท่านอาขุนรามก็คงไม่ยกเรไรให้ขุนศึกไชยชาญเป็นแน่ อำพันเชื่อในปัญญาของลูกสาว จึงรับปากขันว่าจะยอมตากหน้าไปอีกครั้ง แต่ครานี้ต้องดูฤกษ์ยามให้ถี่ถ้วนก่อนขันเข้ามากราบแม่ด้วยความดีใจ ขณะที่ดวงแข

แอบยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเสนอแผนนี้ไปก็เพื่อประโยชน์ของตน

ในตอนเย็น หลังจากได้ฤกษ์มาแล้ว อำพันจึงมาพบขุนรามเดชะ ลำภู และเรไรที่เรือน และแจ้งว่าอีกสองปีถึงจะมีฤกษ์แต่งของขันกับเรไร ลำภูร้อนใจกลัวจะได้เสมาเป็นเขยจึงชำเลืองมองขุนรามเดชะคล้ายบอกเป็นนัยให้จัดการ

ขุนรามเดชะหน้าเครียดถามลูกสาวเรื่องแหวนที่เสมามอบให้ เพราะเพิ่งรู้ความจริงว่าถูกเสมาสวมรอยให้แหวนแก่เรไร ท่านตวาดว่า หากมิใช่แหวนพระราชทานเป็นบำเหน็จศึกให้แก่เสมา คงทำลายทิ้งเสียแล้ว ลำภูถอนใจบ่นกับอำพันว่า ละอายใจนักกลัวลูกสาวจะนำความมัวหมองมาให้

“ข้อนั้นฉันไม่ถือดอก เรื่องของใจ ใครจักห้ามได้ สำคัญที่อยู่ในศีลในธรรม ไม่ผิดธรรมเนียมก็พอแล้ว แต่คนเรามิได้มีแต่ใจเท่านั้นดอกนะแม่เรไร ศักดิ์ฐานะเสมอกันก็จำเป็นมิใช่น้อย กว่าจะถึงฤกษ์แต่งก็กว่าสองปี แม่เรไรจงตรองคำป้าให้ดีเถิด” อำพันหันมายิ้มบางๆให้เรไร แม่หญิงนั่งอึ้ง เริ่มคิดตามคำพูดของอำพัน

ooooooo

6 เดือนต่อมา

หลังจากที่กองทัพหงสาวดีพ่ายแพ้ต่อกรุงศรีอยุธยาทั้งๆที่มีกำลังพลมากกว่าหลายเท่า ทำให้อำนาจของหงสาวดีสั่นคลอน

บรรดาเมืองขึ้นต่างๆเริ่มคิดตั้งตนเป็นอิสระ โดยมีเมืองคังเป็นเมืองแรกที่กล้าแข็งเมือง ทำให้กรุงหงสาวดีต้องยกทัพไปปราบ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เมืองอื่นต่อไป

ไม่นานนัก พระมหาอุปราชาทรงนำทัพไปปราบเมืองคังได้สำเร็จ พระเจ้านันทบุเรงพอใจมากมีรับสั่งให้นำทัพไปตีอโยธยาต่ออีกเพื่อล้างอาย แต่พระมหาอุปราชาอ้างว่า ไพร่พลยังอ่อนล้านัก จำต้องบำรุงสักสองสามปีก่อน และให้สัตย์ว่าจะตีอโยธยามาถวายสมเด็จพ่อให้จงได้

พระเจ้านันทบุเรงยอมรับฟัง และหวังว่าในเร็ววันนี้อโยธยาอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลดีแก่หงสา

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง สินในชุดใหม่เอี่ยม สีสันฉูดฉาดเดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาช่วยเอื้อยแตงดำนา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสมบุญมาถึงก่อนตน จำเรียงเดินเข้ามายืนข้างๆ เอื้อยแตงบอกว่า ตนเตรียมอาหารและน้ำมาส่งแล้ว ใครเหนื่อยเมื่อใด ก็พักกินกันก่อนได้

สมบุญมองจำเรียงด้วยสายตากรุ้มกริ่ม รักใคร่ แต่สินเข้าใจผิดว่าสมบุญยิ้มให้เอื้อยแตงจึงพาลหาเรื่องจนเป็นเหตุให้เอื้อยแตงโกรธ วิ่งเอาเคียวไล่ฟันทั้งสองที่เข้ามาวุ่นวายทำให้เสียงาน

เวลาเดียวกันนั้น ขุนรามเดชะกับพันอินฟ้องพระยาเดโชที่จะขอตัวเสมาไปเป็นทหารในสังกัด ว่าเสมาเป็นคนเนรคุณกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา

ศรีเมืองเข้ามาได้ยิน เธอพยายามจะชี้แจง แต่กลับโดนพันอินตวาดให้เงียบ แล้วพระยาเดโชหลงเชื่อคารมของขุนรามเดชะ ท่านจึงเปลี่ยนใจไม่ยอมรับเสมาเข้าสังกัด ทำให้เสมาต้องลำบากต่อไป

ส่วนเสมาเพิ่งรู้จากเหล่าทหารกลุ่มหนึ่งที่มาว่าจ้างให้ตีเหล็กว่า ที่ตนยังไม่มีสังกัดเพราะถูกขุนรามเดชะดัดหลัง โดยไม่ส่งชื่อสังกัดมูลนาย ด้วยแค้นใจที่บังอาจไปรักชอบกับแม่หญิงเรไร เขาทั้งตกใจและเสียใจที่ถูกผู้ใหญ่ที่นับถือแทงข้างหลัง

ค่ำวันนั้น เสมากลับไปปรับทุกข์กับสองคู่หูที่กระท่อมของสมบุญ เพราะคงสิ้นวาสนากับแม่หญิงเรไรเป็นแน่ สมบุญปลอบใจลูกพี่ ขณะที่สินดื่มจนเมา แล้วเริ่มโวยวายหาเรื่องสมบุญด้วยระแวงว่าเพื่อนจะตีท้ายครัว สมบุญชักรำคาญหลุดปากบอกออกไปว่า ที่ตนไปช่วยเอื้อยแตงทำนาก็เพราะอยากจะเจอจำเรียง แล้วรีบเข้ามาไหว้ขอขมาเสมา พลางสารภาพว่า ตนรักจำเรียงจริงๆ เสมาส่งยิ้มบางๆเปรยว่า

“เอ็งก็หัวอกเดียวกับข้า แต่เอ็งยังดีกว่าข้ามากนัก อยากเห็นหน้าจำเรียงเมื่อใด เอ็งก็ได้เห็น แต่ข้ากว่าหกเจ็ดเดือนแล้ว แม้แต่ชายสไบแม่หญิงเรไรยังไม่ได้เห็นเลย”

“พี่อยากปะหน้าแม่หญิงรึ ฉันมีคนที่จะช่วยพี่ได้นา พี่เสมา” สมบุญยิ้มกริ่ม แล้วแนะนำให้เสมาไปขอความช่วยเหลือจากบัวเผื่อนที่กำลังผิดใจกับขันและพุฒอยู่

ooooooo

เช้าวันใหม่ เสมามาดักรอบัวเผื่อนที่ตลาด เขาใช้คารมหว่านล้อมจนเธอใจอ่อนยอมเป็นแม่สื่อนัดแนะให้ได้พบกับเรไรที่ท่าเรือท้ายวัง

เสมาพาเรไรนั่งเรือแจวออกไป แม่หญิงส่งค้อนให้เพื่อนสาวที่ยืนส่งอยู่บนฝั่ง แล้วหันมาต่อว่าเสมาที่สมรู้ร่วมคิดกันหลอกเธอออกมา เสมาไม่แก้ตัวแต่ส่งยิ้มหวานบาดใจให้แทน

เสมาพาเรไรเที่ยวด้วยใจเปี่ยมสุข เขาดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักและคิดถึง เพราะกว่ากึ่งปีแล้วที่มิเห็นหน้ากัน

“แม่หญิงสุดรักของเสมา เพราะข้าพระเจ้าไม่เจียมด้วยศักดิ์ตัว จึงดึงแม่หญิงมาทุกข์ด้วยโดยแท้ บัดนี้แม้มีศักดิ์เป็นถึงขุน แต่ก็ยากจนนักแลไร้ซึ่งผู้อุปการะสุดปัญญาแล้วที่จะมั่งมีได้ หากแม่หญิงจะเปลี่ยนใจ เสมาก็หาตำหนิไม่”

เรไรนิ่งไป คำพูดอำพันแวบเข้ามาในหัว เธอเอ่ยกับคนรักทั้งน้ำตา

“พ่อแม่ท่านตำหนิว่าฉันไม่รักศักดิ์รักตระกูล หากเสมาไม่อาจเทียมหน้าเทียมตาฉันได้จริง แล้วฉันจะกล้าดื้อดึงให้พ่อแม่ท่านเสียใจมากกว่านี้ได้อย่างไร แต่ฉันก็ถือหัวใจสำคัญไม่แพ้ศักดิ์ตระกูล แม้มิได้คู่กับเสมา ฉันก็ไม่ขอเป็นหญิงชั่วสองใจเป็นอันขาด”

เสมาดีใจสุดๆ สวมกอดเรไรไว้แน่นกระชับยิ่งขึ้นราวกับจะไม่ยอมให้จากไปไหนอีกเลย

ขณะที่เสมาพลอดรักอยู่กับเรไร จำเรียงแอบกลับมาที่บ้าน เพื่อดูแลบุญเรือนที่ยังป่วยกระเสาะกระแสะ แต่โชคไม่ดีที่ลูกน้องขันมาพบ มันซุ่มดูอยู่จนรู้ว่าจำเรียงหลบไปอยู่กับเอื้อยแตงจึงกลับไปรายงานลูกพี่

ขันพอใจกับข่าวของจำเรียงมาก เขาหันมาบอกกับพุฒว่าไม่เกินพรุ่งนี้จะไปฉุดจำเรียงกลับมา พุฒส่งยิ้มร้ายขอฉุดเอื้อยแตงเป็นของติดไม้ติดมือด้วยอีกคน แล้วทั้งสองก็หัวเราะสะใจกับแผนชั่วที่อยู่ในหัว

ในตอนเย็น สินนำเหล้ามาเป็นของกำนัลให้แต้มด้วยหวังจะทำคะแนน แต้มเห็นเหล้าก็น้ำลายหกเข้าไปนั่งดวลกับว่าที่ลูกเขยจนถึงค่ำ เอื้อยแตงไปรับจำเรียงกลับมาถึง เธอเห็นทั้งสินกับพ่อเมาไม่รู้เรื่องอยู่ที่แคร่หน้าเรือนก็ไม่พอใจร้องด่าสินเสียงขรม ก่อนขอแรงจำเรียงช่วยประคองแต้มขึ้นไปนอนบนเรือน ส่วนสินให้นอนตากยุงอยู่ข้างล่าง

เวลาเดียวกัน สมบุญเห็นสินหายเงียบไปตั้งแต่เย็น ก็นึกห่วงจึงร้องถามเสมาว่า สินออกไปไหน เสมาว่าไปหาแต้มที่เรือนเพราะได้สุราดีเอาไปกำนัล สมบุญบ่นเจ็บใจที่สินไม่ชวนตนเพราะอยากจะไปหาจำเรียงบ้าง

เสมาเข้าใจหัวอกคนมีรักจึงใช้ให้สมบุญไปตามสิน เพราะวันพรุ่งจะมีฝึกทหารแต่เช้า หากไปสายจะมีโทษ

สมบุญดีใจรีบออกไปตามสิน แต่ระหว่างทางเขาเห็นคนกลุ่มหนึ่ง ถืออาวุธครบมือ ใช้ผ้าปกปิดหน้าตา เดินลัดไปในป่าข้างทาง สมบุญสงสัยว่าจะเป็นพวกโจรจึงแอบตามไป และพบว่าพวกมันตรงขึ้นไปบนเรือนของแต้มแล้วฉุดกระชากลากเอื้อยแตงกับจำเรียงออกมาจากห้อง

แต้มได้สติเข้าขัดขวางเพื่อช่วยลูกแต่โดนพวกขันมันเล่นงานสลบไป ขณะที่สินยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนแคร่ เอื้อยแตงเห็นพ่อโดนทำร้ายก็พยายามดิ้นสู้ แต่โดนพุฒชกท้องจนจุกดิ้นไม่ออก

ลูกน้องขันจะลากจำเรียงและเอื้อยแตงลงจากเรือน แต่ทันใดนั้นก็มีไม้ท่อนหนึ่งหวดเข้าใส่พวกมันจนกลิ้งตกบันไดลงมา ขันและพุฒตกใจหันไปมองเห็นสมบุญ

ถือไม้สองท่อนแทนดาบสองมือ ยืนจังก้าอยู่ที่ตีนบันไดพร้อมตะคอกสั่งให้ปล่อยตัวเอื้อยแตงกับจำเรียง

ลูกน้องขันที่เหลือกรูกันลงจากเรือนเพื่อจัดการกับสมบุญ แต่ถูกเขาหวดด้วยไม้กระเจิงไป ขันโมโหเข้ามาลุยกับสมบุญ แต่สมบุญมีแค่ไม้จึงสู้ไม่ได้ เขาวิ่งไปเตะสินที่นอนไม่รู้เรื่องเข้าเต็มรัก สินสะดุ้งได้สติ หายเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบเข้าไปช่วยสมบุญต่อสู้

พุฒเห็นท่าไม่ดีชวนขันแยกย้ายกันหนีแล้วค่อยไปพบกันที่เรือน ขันเห็นด้วยดึงมือจำเรียงไปกับตน ขณะที่พุฒก็ลากเอื้อยแตงไปอีกทาง สินและสมบุญรีบตามไป

สมบุญตามไปทันขันที่พาจำเรียงไป ทั้งสองเข้าต่อสู้กัน แล้วสมบุญก็จับได้ว่าคนที่ตนสู้อยู่ด้วยคือขันเพราะจำเพลงดาบของอาจารย์บ่ายสำนักบ้านเผาข้าวได้ ขันกลัวความลับถูกเปิดเผยจึงคิดฆ่าสมบุญ แต่เสมาตามมาช่วยไว้ทัน ขันซมซานหนีไป เช่นเดียวกับพุฒที่โดนสินกับเอื้อยแตงรุมเล่นงานจนต้องถอยกลับไปตั้งหลัก

ooooooo

ทุกคนกลับไปที่เรือนของแต้มอีกครั้ง เสมายืนหน้าเครียดบอกกับสมบุญว่า ชะตายังไม่ถึงฆาต ถึงได้มีคนมาสั่งเขาตีดาบยามดึก ทำให้ต้องมาหาเอื้อยแตงที่บ้านเพื่อให้หาเหล็กให้ มิเช่นนั้น สมบุญคงไม่รอด

สมบุญทบทวนเหตุการณ์แล้วบอกกับเสมาว่า ต้องเป็นขันปลอมตัวมาแน่ สินตบเข่าฉาดมั่นใจว่าคนที่ประมือด้วยคือพุฒ เขานึกเสียดายที่ปล่อยให้หลุดมือไป

“หากเป็นหมื่นชาญณรงค์กับหมื่นทรงเดชะ เหตุใดไม่แจ้งนครบาลมาจับตัวฉันเล่า ต้องปลอมเป็นโจรไปเพื่อกระไร” จำเรียงแปลกใจ

“ก็เพราะมันหมายจะย่ำยีฉันกับแม่จำเรียงน่ะซี จึงปลอมเป็นโจรมาฉุดเราสองคนไป” เอื้อยแตงสวนทันที

“มันคงแค้น ที่ข้าบุกไปถึงเรือนมันช่วยจำเรียงออกมา แลเอ็งยังให้ที่พักพิงแก่จำเรียงอีก มันจึงไม่แจ้งนครบาลแต่แสร้งปลอมเป็นโจรมา”

“เพราะเอ็งแท้ๆเทียวอ้ายเสมา หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้า ข้ากับลูกเกือบต้องกลายเป็นผีเพราะเอ็งแล้วฟ้าสางเมื่อใด เอ็งพาน้องเอ็งไปอยู่ที่อื่นเถิด ข้าไม่อยากรับเคราะห์อีก” แต้มตวาดไล่แล้วเดินหงุดหงิดกลับเข้าข้างใน

เสมายืนอึ้งคิดหนัก ไม่อยากให้คนอื่นต้องเดือดร้อน แต่ก็ทิ้งน้องไม่ได้

เช้าตรู่วันใหม่ เสมาตัดสินใจพาจำเรียงมาอยู่กับตนที่กระท่อมของสมบุญ เพื่อรอเวลาพาหลบไปอยู่หัวเมือง แล้วไล่ให้สินกับสมบุญที่เปลี่ยนเป็นชุดทหารเตรียมจะไปฝึกให้ไปค้างที่วัดพุทไธสวรรย์ชั่วคราว

สมบุญจ๋อยสนิทเพราะอดใกล้ชิดจำเรียง สินสะใจหัวเราะเยาะเกลอ แล้วบ่นกับเสมาว่า ไม่อยากเจอหน้าขันกับพุฒเพราะยังเจ็บใจไม่หาย แลหากตนอดใจไม่อยู่ ก็ให้เสมาไปเยี่ยมในคุกด้วย

“ไม่ต้องถึงขั้นนั้นดอก พวกมันข่มเหงข้ากับน้องหลายครั้งหลายครา แล้วยังต้องติดคุกเพราะมันอีกรึ ข้าจะแก้แค้นพวกมันโดยมิต้องออกแรงเอง” เสมาสีหน้าเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

ooooooo

สายวันเดียวกัน เสมา สิน และสมบุญเดินตรวจการฝึกทหารแต่ละหมู่อยู่อย่างเอาจริงเอาจัง สักพักขุนรามเดชะ พันอิน ขัน และพุฒก็เดินเข้ามาหา เสมาไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วหันไปถามพุฒและขันว่า เหตุใดหน้าตาจึงฟกช้ำเช่นนั้น

ขันรู้ว่าเสมาจงใจเย้ยจึงตอกกลับว่า ตนฝึกซ้อมฝีมือหนัก จึงได้แผลมาบ้าง ไม่เห็นแปลกอะไร

“ไม่แปลกดอก แต่ถึงหมื่นชาญจักฝึกหนัก ก็ไม่ควรมาสายเช่นนี้ ฉันจะลงโทษให้ยืนตากแดดสักครึ่งชั่วยาม มิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น”

“มากไปหล่ะเหวยขุนศึกไชยชาญ อาศัยอำนาจกระไรจะมาลงโทษพวกข้า” พุฒเสียงแข็ง

พันอินไม่พอใจต่อว่าเสมาที่พาลหาเรื่องขันกับพุฒ เสมาอธิบายว่า ตนมิได้หาเรื่องแต่หัวหมื่นทั้งสองมาสายตามอาญาจึงต้องลงโทษ ขันไม่พอใจเข้ามาผลักอกเสมาพลางท้าให้ชักดาบออกมาสู้กัน

เสมาเห็นเข้าแผนตะคอกเสียงดังใส่ “กล้าทำร้ายข้ารึ ทหาร จับอ้ายหัวหมื่นทั้งสองไปประหารเสีย”

พวกทหารกรูเข้ามาล้อมทั้งสี่คนไว้ ขุนรามเดชะโกรธจัดชักดาบขึ้นมาท้าเสมา สมบุญหยิบตราตั้งของเสมาออกมาชูขึ้นพลางประกาศ “ขุนศึกไชญชาญ เป็นแม่กองฝึกแลตรวจตราทหาร มีอำนาจเด็ดขาดในที่นี้ ผู้ใดทำร้ายท่านแม่กอง มีโทษประหารสถานเดียว”

พวกขุนรามเดชะต่างตกใจหน้าซีดเผือดเมื่อรู้ว่าเสมาเป็นแม่กองคุมการฝึก พันอินเอ่ยถามว่า แม่กองมิใช่หลวงพิชัยดอกหรือ

“หลวงพิชัยเจ็บป่วยได้ไข้ พี่ขุนศึกจึงได้เป็นแม่กองแทน พ่อพันอินเป็นทหารมานาน คงรู้กระมังว่าเพลาฝึกปรือทหาร แม่กองผู้ควบคุมถืออาญาเด็ดขาด เสมือนแม่ทัพนายกองในเพลาศึกห้ามมิให้ผู้ใดล่วงเกิน” สินทำเข้ม

ขัน พุฒ ขุนรามเดชะ และพันอิน ต่างตกใจหน้าถอดสีเพราะเข้าตาจน

“มีกระไรรึ ออกขุนศึกไชยชาญ” พระยาศรีไสย–ณรงค์ทหารเอกของสมเด็จพระเอกาทศรถเดินเข้ามา

เสมายิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะคราวนี้พวกขันโดนหนักแน่ เขารีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านทราบ พระยาศรีไสย–

ณรงค์หน้าเครียด เอ่ยถามขุนรามเดชะ ว่าเหตุใดจึงให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้

ขุนรามเดชะหน้าเสียออกตัว ว่าตนเข้าใจผิดไปขอให้ท่านออกญาเมตตาด้วย ท่านพระยาว่าเรื่องอยู่ในอำนาจของขุนศึกไชยชาญ ตนไม่อาจก้าวล่วงได้ ท่านขุนชะงักงัน เพราะจะให้ขอความเมตตาจากเสมาก็คงทำไม่ได้

เสมาไหว้พระยาศรีไสยณรงค์แล้วช่วยแก้ตัวให้ขุนรามเดชะกับพันอินว่า ไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย มีเพียงขันกับพุฒเท่านั้นที่ผิดอาญา ขุนรามเดชะและพันอินหันไปสบตากันคิดไม่ถึงว่าเสมาจะช่วย

“ขอบน้ำใจขุนศึกหนักหนา ครานี้ฉันผิดจริง ไม่มีกระไรโต้แย้ง เมื่อออกขุนไม่เอาโทษ ก็ขอให้ออกขุนจำเริญเถิด” ขุนรามเดชะจำใจเอ่ย

พุฒไม่พอใจที่ท่านขุนพูดจาดีกับเสมาจึงพาลใส่ พันอินรีบปรามพุฒแล้วขอร้องเสมาให้เห็นแก่ตนอย่าเอาโทษหนักแก่พุฒและขัน พระยาศรีไสยณรงค์เห็นด้วยจึงช่วยเจรจาอีกแรง

“เมื่อพ่อท่านกับออกญาขอ ไหนเลยข้าพระเจ้าจักขัดได้ เพียงหัวหมื่นทั้งสองขอขมา โทษอื่นก็แล้วกันไปเถิด” เสมามองพุฒกับขัน

ทั้งสองทำฮึดฮัดจะไม่ยอม แต่ด้วยกลัวตาย จึงต้องคุกเข่ายกมือไหว้ขอขมา เสมาแอบอมยิ้มสะใจที่ได้เอาคืนทั้งสอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:22 น.