ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขุนศึก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลางแสงแดดบ่าย ศรีเมืองชวนเอื้อยแตงออกมาเดินตลาด และชวนคุยเรื่องความรักของสิน หวังช่วยทำคะแนน พลันสายตาเหลือบไปเห็นสินที่เมามาย นั่งคุยอยู่กับแม่ค้าคนสวย ท่าทางสนิทสนม

เอื้อยแตงหึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เธอตรงเข้าไปตบหน้าสินพลางต่อว่า สินไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามจะชี้แจงแต่เอื้อยแตงไม่รับฟัง เพราะลมหึงขึ้นหน้า เธอตบหน้าสินอีกครั้งก่อนจะผลักตกน้ำไป แล้วผละหนี

“นี่มันกระไรกันแม่ศรีเมือง ฉันกระทำชั่วกระไร แม่เอื้อยแตงถึงโกรธเคืองถึงเพียงนี้” สินว่ายน้ำเข้ามาถามศรีเมือง

ศรีเมืองอมยิ้มพอจะอ่านใจเอื้อยแตงออก เธอบอกให้สินตามไปอธิบายกับเอื้อยแตงที่กำลังหึงหวงสินกับแม่ค้าคนสวยในตลาด

สินหายเมาเป็นปลิดทิ้ง เมื่อรู้ว่าเอื้อยแตงคิดอย่างไร เขาตามไปชี้แจง แต่เอื้อยแตงไม่ยอมรับฟัง เพราะกำลังโกรธ สินจึงอุ้มเธอขึ้นมาพลางขู่ว่า หากไม่ยอมรับว่ามีใจให้ จะอุ้มแม่นางไว้ หรือไม่ก็พาเข้าหอเสียเลย

เอื้อยแตงกรี๊ดลั่น ทั้งทุบตี ทั้งด่าสินสารพัด จนพวกชาวบ้านในตลาดหันมอง สินได้โอกาสตะโกนบอกทุกคน “พี่ป้าน้าอา แม่เอื้อยรับรักฉัน ยอมเป็นเมียฉันแล้ว”

“อ้ายสิน อ้ายปากเสีย ปล่อยข้า” เอื้อยแตงอาย ทั้งทุบ หยิก และบีบคอ

สินร้องลั่นด้วยความเจ็บ ต้องปล่อยเอื้อยแตง แม่สาวปากกล้าเขินอาย วิ่งหนีกลับบ้าน สินมองตามพลางส่งยิ้มดีใจที่ความรักทำท่าจะถึงฝั่งฝัน

ooooooo

หลังกรุงศรีอยุธยามีชัยเหนือเมืองละแวก และปราบกบฏที่เมืองตะนาวศรีได้สำเร็จ ได้สะสมเสบียงและกำลังพลที่เมืองเมาะลำเลิง เพื่อจะทำศึกกับหงสาวดีต่อไป...

บรรดาหัวเมืองใหญ่น้อย ทั้งสิบเก้าแคว้นไทยใหญ่ พสิม เมาะตะมะ หรือแม้กระทั่งตองอู ต่างเกรงอำนาจของกรุงศรีอยุธยา พากันเข้ามาสวามิภักดิ์

หลายเดือนต่อมา พระเจ้าเชียงใหม่มาขอเข้าเฝ้าสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ เพื่อขอร่วมรบกับหงสาด้วย และทูลเตือนให้ทั้งสองพระองค์ทรงระวังพระสังกทัตอุปราชแห่งตองอู แม้จะเป็นนัดดาของพระองค์ แต่ก็ไม่อยากให้วางพระทัย

ooooooo

หลังปลูกเรือนหลังใหม่ใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะแล้ว สมบุญก็ขอให้จำเรียงมาเป็นแม่ศรีเรือน จำเรียงเขินอายออกปากว่า เธอเป็นหญิงไม่อาจตกปากรับคำสมบุญได้ ต้องสุดแล้วแต่พ่อ

“ข้อนั้นไม่ต้องกังวล ฉันจักทำให้ถูกธรรมเนียม บอกกล่าวแก่พ่อลุงมั่นเป็นแน่ สำคัญที่แม่ไม่รังเกียจ เดียดฉันท์ข้าทาสเก่าเช่นฉันก็พอ”

“แล้วฉันไม่เคยตกเป็นทาสหรือ เราสองไม่ต่างกันเท่าใด แล้วจักรังเกียจหัวหมื่นได้กระไร”

สมบุญยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะดึงตัวจำเรียงเข้ามากอดไว้แนบอก “นับแต่ที่ฉันได้กอดแม่จำเรียงไว้แนบอกเป็นคราแรก เมื่อคืนที่บุกไปช่วยแม่กับพี่เสมา ฉันก็เฝ้าฝันมาตลอดว่า จักได้กอดแม่จำเรียงเช่นนี้อีก แลกอดไว้จนสิ้นลมหายใจของอ้ายสมบุญ”

จำเรียงเขินอายหนัก เมื่อได้ยินสมบุญพูดถึงความหลัง จึงหยิกแก้เขิน

เวลาเดียวกัน สินนำเหล้าชั้นดีหลายไหมาเป็นของกำนัลให้แต้ม เมื่อแต้มเมาได้ที่ เขาก็เรียกให้พิณไปเชิญ ลำภู เรไร และเอื้อยแตงลงมา แล้วเอ่ยปากขอเอื้อยแตงไปเป็นแม่ศรีเรือนกับแต้มที่นอนเมากลิ้ง

แต้มสะดุ้งลุกขึ้น จ้องสินตาเขม็ง “เอ็งจักขอนังเอื้อยแตง ได้ซีวะ เอาไปเลย ข้ารำคาญปากมันเต็มทนแล้ว เอ็งเอาไปเลย” แต้มหัวเราะร่วนแล้วเอนร่างลงนอนต่อ

สินตบเข่าฉาด ดีใจสุดๆ ขอให้ทุกคนช่วยเป็นพยานว่า แต้มยกเอื้อยแตงให้ตนแล้ว เอื้อยแตงเท้าสะเอวจ้องหน้าสินด้วยความหมั่นไส้ สินรู้ตัวรีบชี้แจง

“พ่อลุงแต้มชังน้ำมะหน้าฉันนัก หากไม่ใช้อุบาย มีหรือจะยกแม่เอื้อยแตงให้ ครานี้ แม่เอื้อยแตงหนีฉันไม่พ้นดอก”

“อ้ายบ้าสิน อุบายบ้าๆเช่นนี้ ใครจักยอมออกเรือนกับเอ็ง” เอื้อยแตงทิ้งค้อนแล้วเดินหนี

“ไม่ได้นาแม่เอื้อยแตง มีคนรู้เห็นอยู่เต็มเรือน แล้วแม่เอื้อยแตงจักบ่ายเบี่ยงได้อย่างไร” สินวิ่งตามไป

“อุตริผิดคนนัก เคราะห์ดีที่คุณพระท่านไม่อยู่ หาไม่คงไล่เตลิดไปแล้ว ที่ทำกับน้องชายท่านเช่นนี้” ลำภูส่ายหน้า

เรไรยิ้มขำๆ นึกถึงความห่ามของเสมา เธอรำพึงกับตัวเองว่า ศิษย์แลครูไม่ผิดกันเท่าใดเลย

ooooooo

มั่นนั่งคุยกับพันอินที่มารอเสมาอยู่หน้าเรือน ครู่ต่อมา เสมาก็กลับมาถึง มั่นแจ้งกับลูกชายว่าสมบุญกับสินจะออกเรือนพร้อมกัน แลยังเล่าเรื่องหมื่นทิพว่าได้สู่ขอเอื้อยแตงจากพ่อแต้ม

“อ้ายสองคนนี่เป็นเกลอกันแน่นแฟ้นนัก แม้แต่จะออกเรือนก็ยังพร้อมกันเสียอีก” เสมาอมยิ้มพลอยยินดี

มั่นนึกได้ทวงถามลูกชายว่า เมื่อไหร่จะหาแม่ศรีเรือนสักที เสมายิ้มแหยๆ เพราะเข้าตัวจนได้ พันอินเห็นใจจึงช่วยออกรับแทน มั่นส่ายหน้าระอาแล้วลุกออกไปสั่งบ่าวไพร่ให้จัดหาสำรับให้เสมา

พันอินเรียกเสมาเข้ามานั่งคุยกันเรื่องตนจะออกจากราชการด้วยรู้ตัวว่าชราลงมากนัก คงจักฝืนตามเสด็จไปศึกไม่ไหวแล้ว แลไม่อยากเป็นภาระแก่ผู้อื่นยามไปศึก

“เมื่อพ่อท่านตัดสินใจเช่นนั้น ก็ตามแต่ใจพ่อท่านเถิด พ่อท่านเหนื่อยยากมามาก ควรเป็นสุขใน บั้นปลายเสียที”

“แต่พ่อยังมีห่วงอยู่อีกประการ ไม่รู้ว่าคุณพระนายจักช่วยพ่อได้หรือไม่”

“พ่อท่านบอกมาเถิด บุญคุณพ่อท่านมีท่วมหัวเสมา ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ เสมาก็จะกระทำให้แก่พ่อท่าน”

“พ่อห่วงศรีเมืองนัก อยากให้ออกเรือนกับคนดี เช่นคุณพระนาย จะได้คุ้มครองปกป้องศรีเมืองต่อไป คุณพระนายช่วยให้พ่อตายตาหลับได้หรือไม่” พันอินจ้องเสมานิ่ง

เสมาอึ้ง คิดไม่ถึงว่าพันอินจะยกศรีเมืองให้ตนแบบนี้ เขาก้มลงกราบแทบตักพันอินพลางเอ่ย “ใช่ว่าเสมาจักอกตัญญู หากเป็นเรื่องอื่น แม้ว่าพ่อท่านใช้ให้ไปตาย ข้าพระเจ้าก็จะไปอย่างไม่ลังเล แต่เรื่องแต่งงานกับแม่ศรีเมืองนี้ ข้าพระเจ้าขอเถิด”

“เหตุใดเจ้ารังเกียจศรีเมืองถึงเพียงนี้ หรือศรีเมืองไม่งดงามกิริยามารยาทไม่สมเป็นศรีเรือนหรือกระไร”

“หามิได้เลยพ่อท่าน แม่น้องศรีเมืองงดงามไม่แพ้ผู้ใด กิริยามารยาท งานบ้านงานเรือนก็ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ด้วยข้าพระเจ้าเห็นแม่ศรีเมืองเสมอน้องแลไม่อาจตัดใจรักจากแม่หญิงเรไรได้ ข้าพระเจ้าจึงไม่คิดมีผู้ใดอีก”

“เหตุเพราะแม่เรไรแท้ๆ ทำให้เจ้าต้องตกยากลำบากมาหลายปี อย่างไรเสีย แม่เรไรก็ต้องตกเป็นเมียหลวงณรงค์เป็นแน่ ถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังตัดใจไม่ได้อีกหรือ”

“มิใช่ว่าข้าพระเจ้าไม่รู้ดอกขอรับพ่อท่าน แต่ปุถุชนใด ถึงมีฤทธิ์ยิ่ง ก็ไม่อาจใช้ดาบตัดสายน้ำไหลให้ขาดได้ ฉันใดฉันนั้น เสมาก็ไม่อาจตัดใจลืมแม่หญิงเรไรได้เช่นกัน”

พันอินมองเสมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่คิดว่าเขาจะเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในรักยิ่งนัก

ooooooo

พันอินกลับมาถ่ายทอดทุกถ้อยคำของเสมาให้ศรีเมืองฟัง พลางว่า อย่าน้อยใจที่เสมาพูดเช่นนี้ แต่ควรดีใจ

“เหตุใดลูกต้องดีใจด้วยเล่าเจ้าคะ”

“อย่างน้อย เจ้าก็ไม่ได้ชอบพอผิดคน เสมาไม่เพียงแต่มีฝีมือแลรุ่งเรืองในยศศักดิ์เท่านั้น ยังมีจิตใจมั่นคงนัก หากหญิงใดได้ชายเช่นนี้ไป ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะทุกข์ใจในภายหน้า”

“พ่อท่านกล่าวถูกแล้ว เสียแต่ลูกคงไม่ใช่หญิงผู้นั้นดอกเจ้าค่ะ” ศรีเมืองลุกขึ้น เดินเศร้าๆเลี่ยงไป

พันอินมองตามด้วยความห่วงใย เขาบอกกับตัวเองว่าจะทำให้ศรีเมืองเป็นหญิงผู้นั้นให้จงได้

1 เดือนต่อมา สมบุญ จำเรียง สิน และเอื้อยแตง เข้าพิธีแต่งงานพร้อมกันท่ามกลางความยินดีของทุกคน สองคู่บ่าวสาวเข้ามากราบขอพรจากแต้มและมั่น

แต้มยังเคืองสินไม่หายจึงขยับขาจะเตะลูกเขยแทนคำอวยพร เสมาต้องเข้าไกล่เกลี่ย

“อย่าเคืองมันเลยอาแต้ม ฉันเชื่อว่าอ้ายสินมันทำจริง ดูแต่เรือนที่มันปลูกให้เอื้อยแตงซี ใหญ่โตไม่แพ้เรือนอ้ายสมบุญเลย มิแน่ว่าเสร็จศึกหงสาครานี้ อ้ายสินได้เป็นถึงขุนขึ้นมา อาแต้มก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาขุนเชียวนา”

แต้มคิดตามก็ชักเห็นด้วย แต่ก็ยังวางท่า

“เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่เท่าใด ก็ต้องไปศึกเสียอีกแล้ว ครานี้ไปไกลถึงหงสาวดีเลยเชียว อีกนานเท่าใดจะเสร็จศึกก็หารู้ไม่” จำเรียงหน้าเศร้า

สมบุญจับมือจำเรียงไว้พลางให้สัญญาว่าจะปลอดภัยกลับมาหาเมียรักให้จงได้ เอื้อยแตงได้ฟังก็รีบทวงถามสินเรื่องสัญญาบ้าง

“ไม่ลืมดอกจ้ะ หากฉันได้บำเหน็จใดมาจะยกให้แม่เอื้อยแตงทั้งสิน แม่อยู่เรือนรับรองได้เลยจ้ะ” สินเอาใจ

“ไปศึก ใช่แต่จักมุ่งแสวงหาลาภยศดอกนะ ยิ่งศึกครานี้ถือเป็นศึกล้างอายที่อโยธยาเคยเป็นเมืองขึ้นเมืองออกแก่หงสาวดีมาก่อน เป็นศึกที่จักกู้ศักดิ์ศรีของ
อโยธยาแลไทยทั้งมวลกลับมา” เสมามุ่งมั่นจริงจัง

ooooooo

ขันกับพุฒนั่งหน้าเครียดปรึกษากันอยู่หน้าเรือน ด้วยไม่มีชื่อในทัพที่จะบุกตีหงสา เพราะพวกตนสังกัดเจ้าพระยาจักรี ผู้ถูกคาดโทษไว้ในฐานชะล่าใจให้มอญก่อกบฏ จึงไม่ได้ตามเสด็จไปหงสาด้วย ทำให้ทั้งสองหมดโอกาสทำความชอบครั้งใหญ่

พุฒครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนเสนอว่าต้องหาสังกัดใหม่ เพราะท่านเจ้าพระยาชรามากแล้ว คงเป็นหลักให้พึ่งไม่ได้อีก แล้วพ่อจอมวางแผนก็ชวนสหายไปเข้าสังกัด เจ้าพระยามหาเสนาบดี สมุหพระกลาโหมด้วยกัน ขันแย้งว่าทหารในสังกัดท่านเจ้าพระยามีมากนักคงไม่รับพวกตน แต่พุฒว่า ท่านเจ้าพระยานับถือหลวงรามเดชะ และถ้าขันได้เป็นเขยหลวงรามเดชะ ท่านเจ้าพระยาก็คงไม่กล้าปฏิเสธ

“แต่ท่านอาต้องไปศึกหงสา มิรู้นานเท่าใดจึงจะกลับ” ขันยังตามไม่ทัน

พุฒส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พลางยุยง “ไปก็ดีแล้ว ท่านอยู่ทางนี้ก็รวบรัดเสียเลย แม่หญิงเรไรจะทำกระไรได้ กว่าพระรามเดชะจะกลับ ท่านก็ได้เป็นเขยสมใจแล้ว แต่ถ้าท่านลังเลก็ตามใจ เพราะตอนนี้อ้ายเสมาหาได้ตายจริงตามคำลือ แลกำลังรุ่งเรืองเป็นถึงจมื่นแสนศึกสะท้าน หากท่านไม่มีมูลนายใหม่ที่ดีกว่าเดิม แล้วจักเอากระไรไปสู้กับมัน หรือคิดจะยอมแพ้ก็บอกมา”

ขันนั่งเงียบ คิดว่าไม่มีวันยอมแพ้เสมาแน่

ขณะที่ขันและพุฒกำลังวางแผนการกันอยู่นั้น ขุนนเรนทร์ภักดีก็แวะมาหาดวงแขที่เรือนเพื่อบอกลา เพราะจะต้องไปทำศึกที่หงสา ดวงแขออกมาพบชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้ เธออวยพรให้เขาจงโชคดีมีชัยต่อข้าศึก แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง แล้วขอตัวกลับเข้าห้อง ทิ้งให้ขุนนเรนทร์มองตามด้วยความน้อยใจ

อำพันนั่งสังเกตการณ์อยู่บนเรือน นางเห็นใจ

ขุนนเรนทร์จึงช่วยเจรจาให้ดวงแขหันมามองท่านขุนผู้นี้บ้าง แต่ดวงแขยืนกรานว่า เธอไม่มีวันชอบขุนนเรนทร์เพราะมีคนที่อยู่ในใจแล้ว

“จมื่นแสนศึกสะท้านน่ะหรือ ดูดู๋ แม่ดวงแขร้องไห้ทุกข์ใจนัก เพราะหลงเชื่อคำลือที่ว่าตาย แทนที่ปลอดภัยกลับมาจะมาหาลูกให้คลายกังวล ก็หามาไม่ จนต้องไปรู้ข่าวจากแม่บัวเผื่อนแทน แล้วคนเช่นนี้ แม่ดวงแขยังจะปักใจรักภักดีอยู่อีกหรือ”

ดวงแขหน้าขรึมรีบแก้ตัวแทน “คุณพระนายมีราชการรัดตัวนัก จึงไม่ได้มาหาลูก แลเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ ลูกไม่อยากคิดให้กลัดกลุ้ม แต่แม่ท่านวางใจเถิด ลูกเชื่อว่าคุณพระนายต้องคิดตรงกับลูกเช่นกัน”

อำพันฟังแล้วก็ส่ายหน้าถอนใจในความดื้อรั้นของลูกสาวที่ไม่ยอมรับความจริง

ooooooo

นับแต่เสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช 2112 สมเด็จพระนเรศวรทรงตรากตรำทำศึกสงครามอยู่นานหลายปี รวมทั้งฟื้นฟูกรุงศรีอยุธยาจนมีความมั่นคงเข้มแข็งพร้อมที่จะยกทัพบุกตีกรุงหงสาวดีได้...

แต่ไม่คาดคิด กลับเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมายขึ้นจนได้ เมื่อพระสังกทัตทรงเชื่อคำมหาเถรเสียม–เพรียมส่งสารไปหาสมเด็จพระนเรศวรว่าจะขอสวามิภักดิ์ แล้วจะยกทัพเข้าช่วยเมื่อทัพกรุงศรีอยุธยาบุกเข้าตีหงสาวดี แต่แล้วก็ลอบไปยุแหย่หัวเมืองมอญให้ทรยศแก่สมเด็จพระนเรศวร จนสมเด็จพระนเรศวรต้องทำสงครามปราบปรามอยู่นาน แลในระหว่างนั้นทหารตองอูก็ลอบเข้าไปขนของมีค่าและกวาดต้อนผู้คน รวมทั้งนำตัวพระเจ้านันทบุเรงไปตองอู เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการระดมพลสู้ศึก ซ้ำยังจุดไฟเผาเมืองหงสาวดีจนพินาศย่อยยับ

สมเด็จพระนเรศวรทรงพิโรธมาก ที่พระสังกทัตตระบัดสัตย์ เพราะพระองค์ตั้งพระทัยจะทำสงครามครั้งนี้ให้เป็นพระเกียรติยศ จึงยกกองทัพทั้งหมด หันไปตีเมืองตองอูแทนทันที

ขณะที่หลวงรามเดชะ เสมาแลเหล่าทหารกล้ากำลังสู้รบอยู่กับศัตรู เรไรกลับต้องออกจากวังเพื่อมาดูแลลำภูที่เจ็บหนัก เพราะไข้ปีนี้ดุนัก มีผู้เจ็บไข้มากมายรวมทั้งพันอินด้วย ขันถือโอกาสนี้ขนข้าวของมาอยู่ที่เรือนหลวงรามเดชะ อ้างว่าจะมาช่วยดูแลลำภู แลหวังรวบรัดแต่งงานกับเรไรก่อนที่หลวงรามเดชะจะกลับมา

เรไรขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจสุดๆที่ขันฉวยโอกาส

ส่วนลำภู เมื่อรู้ข่าวก็โกรธมากเรียกขันมาต่อว่า และสั่งให้ขนข้าวของออกไป แต่ขันไม่ฟัง เขาก้มลงกราบขอขมา แล้วลุกเดินหนีไป ลำภูนั่งน้ำตาคลอคิดไม่ถึงว่า ว่าที่ลูกเขยจะกล้าทำ

ooooooo

กลางดึกคืนนั้น ขันเมากลับมาที่เรือนหลวงรามเดชะหมายจะปลุกปล้ำเรไร แต่แม่หญิงรู้ทันจึงหลบไปนอนกับลำภูที่ห้อง ขันเจ็บใจจึงตามไป

เป็นเวลาเดียวกับที่ลำภูขอร้องให้เรไรกลับเข้าวังไปพึ่งบารมีเสด็จท่าน แต่เรไรไม่ยอมเพราะเป็นห่วงแม่ ลำภูน้ำตานองรำพันด้วยความเจ็บแค้น

“หลวงณรงค์ เสียแรงที่รักใคร่เอ็นดูมาแต่เล็กแต่น้อย กลับสนองคุณด้วยการหักหาญน้ำใจกันเช่นนี้ คุณพระกลับมาเมื่อใด ต้องให้ท่านชำระความให้จงได้”

“ศึกครานี้ใหญ่หลวงนัก มิรู้ว่าอีกนานเท่าใดพ่อท่านจะได้กลับ ลูกเกรงว่าหลวงณรงค์จะข่มเหงน้ำใจลูกเสียก่อนหากถึงเพลานั้น ลูกมีแต่ต้องยอมตายเพื่อรักษาศักดิ์ไว้”

“อย่าเชียวแม่เรไร อย่าคิดเช่นนั้น เราเป็นหญิงแม้จักสู้ชายไม่ได้ แต่ความเป็นหญิงก็ทำให้ชายประมาทได้ แม่เรไรมีสติปัญญา จงคิดหาทางรอดเอาเถิด อย่าได้สละชีวิตเยี่ยงคนเขลาเลย” ลำภูเตือนสติ

เรไรเริ่มคิดตาม แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับเสียงขันตะโกนอยู่หน้าห้อง

“หลบข้าได้อีกไม่นานดอกแม่หญิง วันมะรืนคือฤกษ์วันแต่งของเรา”

เรไรฮึดสู้ ลุกเดินไปพูดที่หน้าประตูห้องว่า ถ้าท่านพ่อไม่กลับมา เธอไม่มียอมออกเรือนกับขันแน่

“รอท่านอากลับ หรือรออ้ายเสมากลับกันแน่ อย่านึกว่าข้ารู้ไม่ทันหน่อยเลย หากแม่หญิงไม่ยอมเข้าพิธีกับข้าพระเจ้า ข้าพระเจ้าจะประจานให้ทั่วอโยธยา ว่าบุตรีพระรามเดชะยังพะวงถึงชู้รัก จนไม่ยอมเข้าพิธีกับคู่หมั้นตัวเอง”

“ใจชั่วแล้วยังปากชั่วอีก ฉันกับเสมาไม่เคยกระทำบัดสี อย่ามาใส่ความกันเช่นนี้”

“ถึงข้าพระเจ้าจักใส่ความ แต่เชื่อเถิด ว่าต้องมีคนเชื่อครึ่งค่อนอโยธยาเป็นแน่ แล้วคนรักหน้าตาเช่นท่านอากับท่านอาหญิงจักทำฉันใดกัน แม่หญิงลองตรองดูเถิด” ขันยิ้มเยาะแล้วเดินเซกลับไป

เรไรหน้าสลดหันกลับไปมองลำภู เห็นแม่เอ่ยทั้งน้ำตาว่า เสียใจเหลือที่เป็นเช่นนี้ แม่หญิงเข้าไปปลอบใจแม่พลางวางแผนหาทางเอาตัวรอด

ooooooo

สายวันต่อมา เรไรส่งจดหมายสี่ซองให้พิณและทาสหญิงอีกสามคนนำไปให้ เอื้อยแตง จำเรียง บัวเผื่อน และศรีเมือง พลางกำชับว่า อย่าให้คนของขันจับได้เป็นอันขาด พิณกับทาสทั้งสามรับคำแล้วแยกย้ายกันออกไป

เรไรมองตาม แล้วหันหลังเดินไปที่เรือนของแต้มเพื่อเริ่มแผน

สักพักแต้มที่เมาหลับอยู่หน้าเรือนก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังแว่วมา เขางัวเงียลืมตาขึ้นดูเห็นเรไรนั่งพับเพียบร้องไห้อยู่ใกล้ๆ พ่อเฒ่าตกใจลุกขึ้นถามหลานสาวว่า เกิดอะไรขึ้น เรไรบีบน้ำตาฟ้องว่า หลวงณรงค์คิดข่มเหงน้ำใจจะให้เธอเข้าพิธีแต่งงานในวันรุ่งขึ้น จึงจะมาขอให้แต้มช่วย

แต้มสงสารหลาน แต่กลัวบารมีขันมากกว่าจึงเกลี้ยกล่อมให้เรไรยอมเข้าพิธีเพื่อจบปัญหา เรไรชะงักไปนิดไม่คิดว่าแต้มจะเอาตัวรอดแบบนี้ เธอจึงเปลี่ยนแผนขู่แต้มว่า หากตนออกเรือนกับหลวงณรงค์ ทรัพย์สมบัติทุกอย่างในเรือนก็ต้องตกเป็นของหลวงณรงค์สิ้น และหากภายหน้าคุณหลวงได้ปกครองเรือนแทนท่านพ่อ ก็มิรู้ว่าบ่าวไพร่จะเดือดร้อนเพียงใด หรือแม้แต่แต้มก็ต้องพลอยมีทุกข์ไปด้วย

“อาน่ะหรือจะเดือดร้อน เหตุใดกัน อาไม่เคยทำร้ายกระไรหลวงณรงค์ แล้วจะเดือดร้อนได้กระไร”

“อาแต้มตรองดูเถิด พ่อท่านรักอาแต้มที่เป็นน้อง จึงให้เบี้ยใช้ไม่ขาดมือ แลอยู่ที่เรือนก็มีข้าทาสรับใช้ ข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ แล้วหลวงณรงค์จะทำเช่นนี้สืบไปหรือ มีแต่จะขับไล่อาแต้มออกไปให้พ้น เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเท่านั้น”

แต้มได้ฟังก็หน้าซีดรีบผุดลุกขึ้น “ไม่ได้เสียแล้ว เห็นทีต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” แต้มตาลีตาเหลือกเดินไปหาขัน เรไรอมยิ้มเพราะแผนสำเร็จด้วยดี

ooooooo

แต้มเดินขึ้นมาบนเรือน เห็นขันกับพุฒยืนคุมลูกน้องยกหีบของมีค่าของหลวงรามเดชะเข้าไปเก็บในห้องขันก็นึกระแวงกลัวขันจะฮุบสมบัติจึงเข้าไปต่อว่า ขันไม่พอใจหันมาตวาดใส่ว่าตนไม่คิดขโมยแต่จะใช้พื้นที่ตรงนี้จึงจะนำของพวกนี้ไปเก็บไว้ในห้องก่อน

“หน็อย คิดจะยึดเรือนยึดสมบัติ พอจับได้ก็ข่มขู่ หากภายหน้าได้ปกครองเรือนแทนพี่ชายข้าเห็นทีจะไล่ส่งข้าออกจากเรือนเป็นแน่ ไป ไสหัวไป ข้าไม่ให้เอ็งแต่งงานกับหลานสาวข้าแล้ว” แต้มเข้าไปผลักอกขัน

“อ้ายเฒ่า” ขันโมโหผลักแต้มกลับเต็มแรง

พ่อเฒ่าเสียหลักล้ม หัวฟาดกับขอบตู้ จนเลือดไหลอาบ ทันใดนั้น เรไร เอื้อยแตง จำเรียง ศรีเมืองและบัวเผื่อนก็มาถึงพอดี เรไรตกใจมากไม่คิดว่าแต้มจะเจ็บตัว เธอรีบเข้าไปดูอาตามด้วยเอื้อยแตง

เอื้อยแตงเห็นพ่อหัวแตกก็โกรธหันมาด่าขัน ขันแก้ตัวว่า ตนแค่ผลักนิดเดียวพ่อเฒ่าเมาล้มไปเองต่างหาก

“เห็นคาตายังจะปดอีกรึ แม่เอื้อยแตงอย่าช้าอยู่เลย แจ้งนครบาลเถิด” จำเรียงรีบยุ

“มันเรื่องกระไรของเอ็งวะนังจำเรียง แส่เช่นนี้ คงอยากโดนดีกระมัง” พุฒเข้ามาขวาง

“แล้วหลวงวิเศษท่านเล่ามีดีกระไร แม่เอื้อยแตงแม่จำเรียงเป็นเมียหมื่นทิพหมื่นเทพ ฉันก็เป็นบุตรหลวงพิมานมงคล นอกราชการ นึกว่าจะรังแกกันได้ง่ายดายเหมือนแต่ก่อนหรือ” ศรีเมืองเข้ามายืนข้างจำเรียง

“ยังมีฉันอีกคน ฉันจะรีบกลับเข้าวังไปกราบทูลเสด็จว่ามีทหารถืออำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คน คอยดูเถิด ว่าองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับมาเมื่อใด จะเกิดกระไรขึ้น” บัวเผื่อนตบท้าย

ขันหน้าเสียรีบไกล่เกลี่ย “ไปกันใหญ่แล้ว เพียงฉันไม่ตั้งใจผลักเฒ่า เอ่อ อาแต้มล้มลง จักต้องถึงพระเนตรพระกรรณกันเชียวหรือ”

“หลวงท่านบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าถึงเป็นเรื่องใส่ความ ก็อาจมีคนเชื่อครึ่งค่อนอโยธยา แล้วเรื่องอาแต้ม เหตุใดจะไม่ถึงพระเนตรพระกรรณได้บ้างเล่า” เรไรสวนกลับ

ขันถึงกับอึ้งเมื่อโดนเรไรย้อนเข้าให้ เขานึกเจ็บใจ แต่ไม่กล้าทำอะไรมาก

เพื่อให้เรื่องราวยุติ ขันยอมขนข้าวของออกไปจากเรือนหลวงรามเดชะ แต่ทุกคนยังไม่วางใจกลัว ขันจะกลับมาข่มเหงเรไรอีก จึงขอให้เธอกลับเข้าไปอยู่ในวังเพื่อพึ่งบารมีของเสด็จท่าน และให้เอื้อยแตงกลับมาอยู่ที่เรือนเพื่อช่วยดูแลลำภูแทน

ooooooo

ดวงแขยืนต่อว่าพี่ชายอยู่หน้าเรือน เพราะเจ็บใจที่บังคับให้เรไรแต่งงานด้วยไม่สำเร็จ

ขันอ้างว่า ถ้าขืนดึงดันต่อไปตนคงถูกตีตรวนใส่คุกเป็นแน่ แล้วเร่งให้น้องสาวช่วยคิดหาวิธีแก้ไข แม่จอมวางแผนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเปรยว่า เห็นทีจะต้องไปเข้าเฝ้าพระอัครชายา เพื่อทูลขอเรไรแทนพี่ชายเสียแล้ว เพราะหากรอหลวงรามเดชะกลับมาก็คงเสียแผนเป็นแน่

อำพันเดินออกมาได้ยินก็ถึงกับน้ำตาร่วง นางเดินลงมาตัดพ้อลูกทั้งสอง “ที่แล้วมายังไม่ได้สำนึกอีกรึ หรือต้องให้แม่ช้ำใจตายต่อหน้า พ่อขันแลแม่ดวงแขถึงจะหยุดได้”

ขัน และดวงแขอึ้งไป ไม่คิดว่าแม่จะร้องไห้กับการกระทำของตน จึงจะอธิบาย แต่อำพันชิงพูดขึ้นก่อน

“แม่ฟังมามากพอแล้ว รู้สิ้นทุกสิ่งจึงเสียใจอยู่เช่นนี้ ลูกชายที่หมายจะให้เป็นศักดิ์แก่ตระกูล ก็มัวเมาในยศศักดิ์จนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ลูกสาวที่หวังจะให้เป็นศรี ก็หักหลังเพื่อนที่คบกันมาแต่เล็กได้ลงคอ จนแม่ไม่กล้ามองหน้าแม่ลำภูแล้ว เอาเลย อยากจะทำกระไรก็ทำเลย ออกจากเรือนไปทำให้สมใจ แล้วไม่ต้องเรียกแม่ว่าแม่อีก” อำพันเดินร้องไห้กลับขึ้นเรือน ทิ้งให้ขันและดวงแขยืนอึ้งรู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่เสียใจ

ooooooo

กองทัพของสมเด็จพระนเรศวรทรงล้อมเมืองตองอูอยู่นานหลายเดือน แต่เมืองตองอูมีชัยภูมิที่ดี ประกอบกับขาดแคลนเสบียงจึงต้องยกทัพกลับ ระหว่างทางได้ข่าวว่าเมืองเชียงใหม่กับหัวเมืองล้านนาผิดใจกัน ถึงขั้นจะทำสงคราม สมเด็จพระนเรศวรจึงทรงให้สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จไปห้ามทัพ สมเด็จพระเอกาทศรถทรงไกล่เกลี่ย และระงับศึกครั้งนี้ได้ โดยไม่สูญเสียทหารแม้แต่นายเดียว จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วถึงพระปรีชาสามารถ

สี่เดือนต่อมา เหล่าทหารกล้ากลับมาถึงอโยธยาและได้รับการปูนบำเหน็จกันถ้วนหน้า เสมาได้เป็นพระยามหาสงคราม ส่วนสมบุญกับสินได้เป็นขุนจงใจและขุนแก้วกลางณรงค์
ส่วนหลวงรามเดชะที่ได้เลื่อนยศเป็นพระยาศรีพิชัยสงคราม ท่านเจรจาเรื่องถอนหมั้นขันอยู่ เพราะได้รู้ความจริงจากแต้มและลำภูแล้ว ขันตีหน้าเศร้าอ้างว่าตนถูกใส่ความ

“ลูก เมีย แลน้องชายของอาเอง หลวงณรงค์เห็นคนเหล่านี้พูดยุแยงหรือไม่เล่า เจ้าฉวยโอกาสตอนอาไปศึก ถึงกับขึ้นเรือนมากระทำการบังอาจ แล้วยังจะให้อายกลูกสาวให้อีกหรือ”

“ท่านอาฟังก่อนขอรับ เพลานั้น ข้าพระเจ้าเห็นว่าป้าท่านป่วยหนัก แลทั้งเรือนไม่มีชายคอยปกป้อง จึงเพียงแต่คิดจะดูแลป้าท่านกับแม่หญิงเรไรเท่านั้น หาได้คิดล่วงเกินท่านอาไม่ขอรับ”

“แล้วที่ทำร้ายพ่อแต้มเล่า จะว่าอย่างไร เสียแรงอาเห็นเจ้าเป็นลูกหลาน แต่กลับหยามน้ำมะหน้าไม่เกรงใจกัน แม้แต่น้องชายอาเจ้ายังกล้า ภายหน้าหากอาสิ้นวาสนาลงก็คงโดนดุจเดียวกันกระมัง คราก่อนอาก็ให้อภัยมาหนหนึ่งแล้วแต่เจ้ากลับไม่สำนึก ยังทำผิดร้ายกว่าเก่า ถือว่าเราไม่มีบุญที่จะดองกันเถิด”

“ไม่มีบุญ หรือท่านอาคิดจะดองกับผู้อื่นกันแน่ออกญามหาสงครามกระไรเล่าขอรับ ได้ดี จำเริญถึงเพียงนี้ ท่านอาคงอยากได้เป็นเขยกระมัง ออกญาช่างตีเหล็ก คงสมใจท่านอามากกว่าข้าพระเจ้า” ขันลุกขึ้น แล้วสะบัดหน้าลงจากเรือนไป โดยไม่ยอมไหว้ลาหลวงรามเดชะแม้แต่น้อย

หลวงรามเดชะขบกรามแน่น มองตามด้วยความโกรธจัดที่ขันดูถูก ท่านลุกขึ้นเดินเข้าไปปรับทุกข์กับลำภูในห้อง

“หลวงณรงค์ดูแคลนฉันนัก หาว่าฉันถอนหมั้นเพื่อจะยกแม่เรไรให้อ้ายเสมา ถึงมันจะเป็นพระยาเช่นกัน ฉันก็ไม่เคยหลงยศศักดิ์ของมัน ไม่มีวันที่ฉันจะยกแม่เรไรให้เป็นอันขาด”

“แต่จักว่าไป ออกญามหาสงครามผู้นี้ก็เก่งกาจนัก จากทหารอาสาไร้ยศ กลับกินตำแหน่งพระยาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้”

“นี่แม่ลำภูชื่นชมมันหรือ ลืมไปแล้วกระมังว่าอ้ายเสมามันเคยมีศักดิ์ไม่ต่างจากข้ารับใช้ในเรือนนี้ ฉันยังเคยตีตรวนจำคุกมันเสียด้วยซ้ำ แล้ววันหนึ่งพอมันรุ่งเรืองเป็นพระยา ก็จะให้รับมันเป็นเขยกระนั้นหรือ รอฉันตายเสียก่อนเถิด” หลวงรามเดชะหันกลับไป ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเรไรยืนหน้าเศร้าๆอยู่หน้าห้อง

ลำภูหันมาเห็นก็ร้องทักลูกว่าออกจากวังตั้งแต่เมื่อใด ทำไมนางไม่รู้เรื่อง

“ลูกได้ยินว่าพ่อท่านกลับจากศึกแล้ว จึงตั้งใจจะมากราบเจ้าค่ะ” เรไรนั่งพับเพียบลงกราบหลวงรามเดชะ

หลวงรามเดชะมองลูกด้วยความกระอักกระอ่วน ขณะที่เรไรก้มหน้าน้ำตาคลอเพราะความรักของตนกับเสมาคงไม่มีวันสมหวังเป็นแน่

ooooooo

สายวันหนึ่ง เสมามาขอพบอำพันที่นั่งจัดดอกไม้อยู่กับดวงแขในเรือน และกราบเรียนว่าจะมาคุยเรื่องดวงแข ทำให้สองแม่ลูกเข้าใจผิดคิดว่า เสมาจะมาสู่ขอดวงแข อำพันดีใจมากรีบตอบออกไป

“เรื่องนี้ฉันไม่ขัดข้องกระไรดอก ท่านเจ้าคุณก็หาฤกษ์ยามแลทำตามธรรมเนียมเถิด คนของฉัน ก็คงไม่ได้รังเกียจกระไรท่านเจ้าคุณอยู่แล้ว”

“มิได้ขอรับ ข้าพระเจ้าไม่ได้สู่ขอแม่หญิงดวงแขให้ตนเอง แต่เป็นผู้ใหญ่มาสู่ขอแม่หญิง ให้หลวงนเรนทร์– ภักดีต่างหากขอรับ” เสมารีบชี้แจง

ดวงแขหน้าชาทั้งผิดหวังและเสียใจ เธอหันไปมองหลวงนเรนทร์ที่นั่งอยู่ด้านหลังเสมาเห็นเขาส่งยิ้มให้ก็ยิ่งแค้นใจรีบลุกหนีออกไป

“แม่หญิงดวงแข แม่หญิง” หลวงนเรนทร์ตามไป

เสมาหน้าเครียดรู้ดีว่าแม่หญิงคงโกรธมาก เขาตัดสินใจลุกตามหลวงนเรนทร์ไปและขอเจรจากับดวงแขเอง หลวงนเรนทร์ยอมถอยออกมา

“ฉันคงเลวเหลือในสายตาเสมา ถึงได้ยัดเยียดฉันให้ชายอื่นเช่นนี้” ดวงแขหันมาตัดพ้อทั้งน้ำตา

“หามิได้เลย แม่หญิงยังคงเป็นดอกฟ้าในใจข้าพระเจ้าเสมอมา แต่ข้าพระเจ้าเห็นหลวงนเรนทร์เป็นคนดี คู่ควรด้วยแม่หญิงทุกประการ จึงอยากให้แม่หญิงได้คู่ที่ดีเช่นนี้”

“น่าฟังนัก ช่างพูดเรื่องร้ายกาจได้น่าฟังยิ่ง หากฉันเป็นดอกฟ้าจริง เสมาทิ้งขว้างฉัน แลผลักให้ชายอื่นกระนั้นหรือ”

“นับแต่แม่หญิงเผยความนัยให้ข้าพระเจ้าได้รู้ มิใช่ข้าพระเจ้าจักไม่เคยคิดเปลี่ยนใจมาหาแม่หญิง แต่มิว่าจักผ่านไปนานเท่าใด ข้าพระเจ้าก็มีแต่ความนับถือแลสำนึกในน้ำใจบุญคุณเท่านั้น หามีความคิดชู้สาวแต่แม่ไม่ ข้าพระเจ้าไม่อยากให้แม่หญิงต้องรอไปเปล่า แลอยากให้ได้คู่ครองที่ดีคอยปกป้อง จึงกระทำเช่นนี้”

“เพราะแม่เรไรดอกกระมัง เสมารักฝังใจแต่แม่เรไรเท่านั้น จึงไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา” ดวงแขจ้องหน้าเสมา เห็นเขาพยักหน้ารับช้าๆ

แม่หญิงช้ำใจถึงที่สุด เดินปรี่ไปเข้าห้องแล้วปิดประตูลงโดยไม่พูดอะไรอีก เสมาได้แต่มองตามด้วยความเสียใจ

ooooooo

ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่วเป็นพุทธพจน์ในพระพุทธองค์ ที่คงทนต่อการพิสูจน์ตลอดกาล

ขณะที่เสมาและลูกน้องทั้งสองกำลังรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน พุฒกับขันกลับต้องตกอับ เพราะเจ้าพระยาจักรีเจ้านายที่พวกเขาสังกัดลาออกจากราชการเพื่อรับผิดกบฏชาวมอญ ทำให้ทั้งสองไร้สังกัดและสิ้นศักดินาไว้เก็บกิน ขันหันไปหาเหล้าเป็นเพื่อนปลอบใจ ส่วนพุฒก็คิดหาเจ้านายใหม่เกาะเพื่อจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

สินรู้ข่าวขันกับพุฒจากลูกน้องคนหนึ่งที่มานั่งดื่มเหล้าด้วย เขาสะใจยิ่งนัก และคุยอวดว่าจะเอาคืนทั้งคู่ให้สาสม แต่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนเอื้อยแตงตีหัวสลบไป เพราะรำคาญใจที่สินเอาแต่กินเหล้าทั้งวัน

สินอับอายที่ถูกเมียตีหัวต่อหน้าลูกน้องจึงมาปรับทุกข์กับสมบุญ สมบุญหัวเราะเยาะพลางล้อว่า ตนเคยเตือนแล้วว่า เอื้อยแตงดุนักแต่สินไม่ฟัง สินยืนยันว่า ถึงเอื้อยแตงจะดุแต่ตนก็รัก แล้วหันไปทักจำเรียงที่ถือตะกร้าอาหารกลางวันมาส่งให้สมบุญพร้อมกับขอรับเบี้ยหวัดที่สมบุญได้รับในวันนี้ไปเก็บไว้เอง

สมบุญถึงกับอึ้งหันมามองหน้าสิน เพราะโดนเมียเล่นงานหนักไม่แพ้กัน สองเกลอชักชวนกันไปปรึกษาเสมาหวังหาตัวช่วย

เสมาฟังเรื่องราวของลูกน้องแล้วอดขำไม่ได้ เขาบอกกับทั้งสองว่าคงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะคำโบราณกล่าวไว้ว่า แม้ชำนะศึกอื่นหมื่นแสน ก็อย่าได้คิดรบกับแม่เรือนเป็นอันขาด

“แล้วจักทำเช่นไรดี นี่เราไปศึกเสี่ยงตาย ได้ลาภยศมาเพื่อให้เมียข่มเหงเอาอีกกระนั้นหรือ” สินถอนใจ

“ถ้าเช่นนั้น พวกเอ็งก็เลิกกับเมียเป็นไร จักได้สบายเสียที”

“ไม่” สินและสมบุญพูดพร้อมกันพลางชี้แจงว่า เป็นตายอย่างไรก็ไม่มีวันเลิกกับเมียรักเป็นอันขาด แถมยังพูดแทงใจเสมาว่า ไม่เคยออกเรือน จึงหารู้ความสุขในการครองเรือนไม่

เสมาสะอึกใจเพราะชีวิตนี้ ตนคงหมดหวังในตัวเรไรแล้วจริงๆ เขาถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกท้อใจในโชคชะตา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:02 น.