ตอนที่ 8
หลังจากดูใบตอบรับจากแขกทางอเมริกาและยุโรปแล้ว ทั้งนิรุตและชนนท์ต่างทึ่งถามว่า ไปเชิญแขก พวกนี้มาได้ยังไง เพราะขนาดอาณัติกับบุษกลที่ดูแลฝ่ายการตลาดมาตั้งนานยังทำไม่ได้เลย
“เจ้านายเก่าที่ระนองเป็นคนช่วยประสานให้ครับ” เพลิงบอก ตามตรง ทำให้ชนนท์นึกได้ว่าไปทำตอนเพลิงไประนอง วันนั้นหรือ เพลิงยกมือไหว้ขอโทษนิรุตที่วันนั้นไม่ได้บอก เรื่องนี้ เพราะยังรอการยืนยันจากจำนวนแขกที่แน่นอนก่อน
นิรุตไม่โกรธทั้งยังชื่นชมที่เขาทั้งเก่งและรอบคอบ ชมว่าการทำงานของเพลิงนั้นถอดแบบมาจากพิภัชเลยคือ “ถูกต้อง รวดเร็ว รอบคอบ” แล้วหันบอกชนนท์ให้ดูเพลิงไว้ เป็นตัวอย่าง
“ดูเป็นตัวอย่างน่ะได้ครับพ่อ แต่จะทำได้อย่างพี่เพลิง หรือเปล่า ผมว่าคงยาก”
“ไม่หรอก พี่ว่าเราทำได้อยู่แล้ว” เพลิงตบไหล่ชนนท์ ให้กำลังใจ
อาณัติยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งตรงหน้าบ้าน แค่นยิ้ม พึมพา
“หัวเราะกันเสียให้พอ ก่อนที่แกจะไม่มีโอกาสกลับมา เหยียบที่นี่ วันนี้จะเป็นวันที่แกจะต้องเจ็บและจำไปจนวันตาย... ไอ้เพลิง!”
ooooooo
ที่ห้องเก็บเพชรในโรงแรมอันเป็นสถานที่จัดงาน นิรุต เพลิง ชนนท์ และสิตา ทุกคนติดบัตรออลแอเรีย เดินตามกันมา ทุกคนถือกระเป๋าเอกสารที่มีล็อกรหัส มีการ์ดใส่สูทดำเดินตามคอยอารักขา
ภายในห้องมีเซฟใบใหญ่ เมื่อเข้าไปแล้ว เพลิงตรวจ ประตูทางเข้าของแขกจนแน่ใจว่าล็อกสนิท เขาถามพนักงานว่า
“ตอนนี้ห้องนี้จะเหลือทางเข้าออกเพียงหนึ่งทาง คือทางด้านหลังที่เชื่อมกับห้องแต่งตัวของนางแบบและนายแบบ ใช่ไหมครับ” เมื่อพนักงานบอกว่าใช่ เขาสั่ง “หลังจากที่คุณ ออกไปแล้ว ผมไม่ต้องการให้มีพนักงานของโรงแรมคนใด เข้าห้องนี้เด็ดขาด”
เมื่อพนักงานออกไปแล้ว นิรุตเสนอให้สิตาเช็กของ ทั้งหมดก่อน แล้วนิรุตกับชนนท์ก็เปิดกระเป๋าของตัวเอง เห็นเครื่องเพชรในกระเป๋าใบละ 3 ชุด ชนนท์บอกว่าสองใบนี้ เป็นของนางแบบทั้ง 6 คน
“ส่วนใบนี้เป็นชุดเดอะกลอรีออฟเลิฟและชุดคู่ของนาย แบบครับ” เพลิงเปิดของตัวเองให้ดู
สิตาตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพลิงจึงรับ กุญแจเซฟจากนิรุตเอาเครื่องเพชรทั้งหมดใส่ไว้เสร็จแล้วส่งกุญแจให้นิรุต แต่นิรุตให้เพลิงเก็บไว้เองเพราะตนต้อง ขึ้นกล่าวเปิดงานกลัวจะหาเวลาส่งกุญแจไม่ทัน เพลิงจึงเก็บ กุญแจเซฟไว้ หันไปสั่งการ์ดว่า
“เดี๋ยวคุณหนึ่งคนไปยืนเฝ้าด้านหน้า อีกคนอยู่ในนี้ นอกจากผมแล้วห้ามใครเข้าห้องนี้เด็ดขาด และถ้าเห็นอะไร ผิดสังเกตหรือคนไม่น่าไว้ใจ รีบแจ้งผมทันทีเลยนะครับ”
เก็บเครื่องเพชร สั่งการเสร็จ ทุกคนพากันออกจากห้อง พร้อมการ์ดหนึ่งคน อีกคนนั่งเฝ้าข้างตู้เซฟ
ooooooo
ที่เวทีเดินแบบในห้องจัดงาน นัตตี้คนคุมคิว กำลังให้นางแบบซ้อมใหญ่แต่ไม่ใส่เครื่องเพชร ทุกคนเดินแบบและโพสท่าได้อย่างสวยงาม เมื่อเพลิง นิรุต ชนนท์ และสิตาผ่านมา นัตตี้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นิรุตชมว่าดีถ้าใส่ชุดเครื่องเพชรแล้วมีแสงไฟก็น่าจะสวยมาก แต่ชนนท์ติงว่ายังขาดอะไรบางอย่างไป สิตาก็บอกว่าดูมันแห้งๆไปหน่อยแต่ไม่รู้ว่าขาดอะไร
“ความรักไงครับ” เพลิงแทรกขึ้น พอทุกคนหันมองเขาชี้แจงว่า “เดอะกลอรีออฟเลิฟ เป็นเครื่องประดับที่ผู้ชายซื้อให้ผู้หญิง เพื่อแสดงถึงความรักที่เขามีให้เธอ เพราะฉะนั้น เสน่ห์ของมันก็คือ...ความรัก”
คำพูดสุดท้ายเพลิงมองไปทางน้ำฝนที่จะต้องเป็นคนใส่เครื่องเพชรชุดเดอะกล อรีออฟเลิฟ สิตาเห็นด้วย ชมอย่างตื่นเต้นว่า เพลิงนอกจากจะเก่งแล้วยังแอบโรแมนติกอีกด้วย
นัตตี้จึงจัดให้ โดยให้น้ำฝนเปลี่ยนจากโพสท่าเฉยๆ เป็นกอดกับนายแบบแทน โดยให้นายแบบซ้อนด้านหลังน้ำฝนขอให้โพสท่าแบบซึ้งๆ จัดการเสร็จให้นางแบบไปพักทานข้าวให้เวลา 15 นาทีแล้วมาแต่งหน้าทำผมกันเลย
ooooooo
ที่มุมลับตาในลานจอดรถของโรงแรม อาณัติเอาบัตรออลแอเรียให้ลูกน้องไพโรจน์บอกว่า ติดบัตรใบนี้แล้วจะผ่านเข้าออกได้ทุกที่
จากนั้นอาณัติไปด้านหลังห้องจัดเลี้ยง พาลูกน้องไพโรจน์สองคนติดบัตรออลแอเรียเดินเข้าไปในงาน ผ่าน รปภ.ไปสบายๆพากันไปที่มุมหนึ่งแล้วบอกทั้งสองคนว่า
“ฉันเช็กมาหมดแล้ว สวิตช์ไฟหลักของห้องจัดเลี้ยงจะอยู่ด้านหลังนี่ พอได้เวลาแกคนหนึ่งไปปิดสวิตช์ อีกคนไปกับฉันคอยจัดการ รปภ. พอฉันส่งเพชรให้แล้ว พวกแกก็ออกไปทางนั้นให้เร็วที่สุด” อาณัติชี้ทางให้ทั้งสองคน เมื่อทั้งสองพยักหน้ารับทราบ เขาบอกให้ไปสำรวจเส้นทางให้คุ้นเคยเสียก่อน
ooooooo
หลังจากเตรียมงานและตรวจงานกันอย่างเข้มงวดแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผน นิรุตชมว่าทั้งหมดนี้ขอยกให้เป็นความดีของเพลิง
“ไม่หรอกครับ ลำพังผมคนเดียวคงทำงานใหญ่ขนาดนี้ ไม่ได้ แต่เพราะคุณอา นายนนท์ คุณสิตาช่วยด้วย ทุกอย่าง ถึงสำเร็จโดยไม่มีอุปสรรค”
ชนนท์เสนอว่าหลังงานตนขอเลี้ยงฉลองให้พี่ชายคนเก่ง ก็พอดีสิตามาชวนไปทานข้าวกันได้แล้ว นิรุตกับชนนท์ไปกับสิตา แต่เพลิงขอดูความเรียบร้อยให้แน่ใจก่อนค่อยจะตามไป
ขณะเพลิงเดินตรวจงานด้านหลังห้องจัดงาน เขาดูแลกระทั่งเครื่องดื่ม ภาชนะ และน้ำแข็งอย่างละเอียด จนน้ำฝนเข้ามาบอกว่าเขาน่าจะไปทานข้าวก่อน ทำให้เพลิงรู้สึกดี เลยแกล้งอำเธอว่า
“คุณน้ำฝน คุณรู้ไหมว่าทำไมผมไม่ไปทานข้าว เพราะผมได้ยินข่าววงในมานะว่า มีนางแบบอยู่คนนึงเขาอาจจะทำงานล่มได้” พอน้ำฝนถามว่าเป็นใครตนจะไปเตือนแม่นั่นให้เอง เพลิงก็พูดหน้าตาเฉยว่า “ก็คนที่เดินฟินาเลไง ป่านนี้ช่างแต่งหน้าทำผมคงตามหาตัวให้วุ่น”
พอรู้ว่าโดนอำ น้ำฝนทำเสียงตวาดแว้ด เพลิงยิ้มกว้างเตือนว่า “กรุณารักษาหน้าที่ด้วยครับ” น้ำฝนงอนตุปัดตุป่องหันหลังได้ก็เดินไป ปรากฏว่าไปผิดทาง เพลิงตะโกนแหย่ตามหลังไปว่า “ทางนี้ไม่ได้ไปห้องแต่งตัว” น้ำฝนเลยหันเลี้ยวไปอีกทางทำเชิดคอแข็ง จนเพลิงมองตามแล้วอดยิ้มไม่ได้
ooooooo
ทองตราให้สำอางเรียกผ่องมาถามว่าทำไมไม่ไปงานจะได้ชมฝีมือลูกชาย ผ่องพูดอย่างเจียมตัวว่างานหรูหราแบบนั้นไม่เหมาะกับตน
ทองตราวางหนังสือในมือลงแรงๆ พูดประชดว่า
“เจียมเนื้อเจียมตัวดี แต่ทำไมไม่คิดแบบนี้ตั้งแต่ตอนเจอกับพิภัช”
คำพูดท่าทางและสีหน้าของทองตรา ทำเอาผ่องกับสำอางมองหน้ากันงงๆ แล้วผ่องก็เข้าใจเมื่อสำอางบอกว่า อย่าโกรธคุณท่านเลย ที่จริงคุณท่านก็คงอยากจะให้คุณผ่องไปงานนั่นแหละ ผ่องเดาว่าเป็นเพราะตนไปสะกิดแผลในใจท่านใช่ไหม
สำอางยิ้มอย่างยอมรับ แล้วแนะผ่องให้ทำอาหารอร่อยๆให้ทานทุกวันรับรองคุณท่านหายโกรธ เพราะเวลาเจออาหารที่ผ่องทำให้ คุณท่านทานหมดเกลี้ยงทุกที
“ได้จ้ะ งั้นวันนี้ฉันจะทำให้สุดฝีมือเลย” ผ่องรับปากอย่างยินดี เต็มใจ
ระหว่างที่ผ่องไปพบทองตรานั่นเอง หลินทำใจไม่ได้แอบขโมยบัตรเข้างานของผ่องที่วางอยู่บนโต๊ะหนีไปงาน เมื่อผ่องกับสำอางกลับมาถึงเรือนคนสวน จึงรู้ว่าหลินหนีไปงาน ผ่องพูดอย่างตำหนิตัวเองว่า
“ฉันวางบัตรเชิญไว้บนโต๊ะ แต่มันไม่อยู่แล้ว”
ooooooo
งานโชว์เพชรเปิดตัวอย่างอลังการ รถหรูแล่นเข้ามาเทียบส่งแขกไฮโซเข้างานคันแล้วคันเล่านิรุต ชนนท์ และเพลิงคอยต้อนรับแขกทั้งไทยและต่างประเทศอย่างยิ้มแย้มยินดี
ที่อีกมุมหนึ่ง บุษกลกับนาฎนรี เข้ามายืนดูการจัดงานอย่างผิดคาดที่จัดได้ใหญ่โตกว่าที่พวกตนคิดไว้เยอะ บุษกล ถามหาอาณัติว่าไปไหนป่านนี้ยังไม่มา บอกให้นาฏนรีโทร.ตาม ก็พอดีอาณัติเข้ามาบอกแม่ว่า ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวตนจะจัดการเอง ให้แม่คอยดูก็แล้วกัน ว่าแล้วก็แยกไปอีกทางบอกว่าจะไปทำอะไรที่ดีกว่านี้
นาฎนรีชวนแม่ว่า อาณัติไม่เข้าไปเราก็กลับกันเถอะ
“แต่ฉันจะเข้า ฉันจะไม่ยอมให้ไอ้ลูกแม่ค้านั่นมันได้ความดีความชอบไปคนเดียวหรอก” บุษกลยิ้มร้าย จูงมือลูกสาวเดินกรีดกรายเข้าไปในงาน
บุษกลทำหน้าระรื่นเดินเชิดเข้าไปผสมโรงคุยกับปีเตอร์ที่กำลังสนทนาอยู่กับเพลิงและนิรุต แนะนำตัวเองว่าเป็นอาคนโตของเพลิง และแนะนำนาฎนรีว่าเป็นลูกสาว จากนั้นก็เปรยๆว่า
“โดยมารยาทของเจ้าบ้าน ดิฉันคงต้องแนะนำตัวเองกับตัวแทนของอเมริกาและยุโรปด้วยนะคะ”
“ผมกับเพลิงก็คิดว่าจะพาทุกคนไปรู้จักเช่นกันครับ เชิญทางนี้ครับ” ปีเตอร์เดินนำทุกคนไป
แม้นมาศกับสิตาที่จับตาดูบุษกลอยู่ พากันมองอย่างแปลกใจกับความจุ้นจ้านของเธอ แม้นมาศบ่นว่า
“ตายจริง คุณบุษทำไมทำแบบนี้ คนอื่นทำงานแทบตายมาแย่งความดีความชอบหน้าตาเฉย”
ส่วนชนนท์ที่จับสังเกตอยู่ถามนิรุตว่า ตกลงงานคืนนี้กลายเป็นงานของป้าบุษไปแล้วใช่ไหม
ooooooo
หลินมาถึงแล้ว แต่พอเห็นแขกในงานก็ลังเลมองดูตัวเองที่แต่งตัวต่างกับแขกเหล่านั้นราวฟ้ากับดิน แต่เมื่อตัดสินใจมาแล้วก็ต้องเข้าไปให้ได้
จวนได้เวลาที่นิรุตต้องขึ้นกล่าวเปิดงานแล้ว บุษกลบ่นว่าทำแบบนี้ตนจะเอาหน้าไปไว้ไหน พอได้รับลูกยุจากนาฎนรีว่าอย่ายอมเท่านั้น สองแม่ลูกก็ลุกจากที่นั่งเดินอ้าวไป
ไปเจอนิรุตกำลังคุยกับนัตตี้คนคุมคิวนัดแนะว่า เขาต้องขึ้นไปที่โพเดียมตอนไหน บุษกลแทรกเข้าไปถามหน้าตาเฉยว่า
“เธอขึ้นกล่าวเปิดงานมันจะเหมาะเหรอตารุต ในฐานะที่พี่ดูแลงานแทนคุณแม่ และเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ พี่ว่าพี่ควรจะขึ้นมากกว่าเธอนะ” ครั้นนิรุตอ้างว่าเธอเป็นคนถอนตัวออกเอง บุษกลกลับทวงบุญคุณว่า “ที่พี่ทำน่ะพี่จะช่วยเธอนะ ลองคิดดูสิถ้าพี่นั่งอยู่ข้างล่าง คนเขาจะมองว่าเธอเป็นน้องแต่ข้ามหัวพี่นะจ๊ะ”
ในที่สุดนิรุตก็ต้องยอมให้บุษกลเป็นคนขึ้นกล่าวเปิดงาน เธอหันถามนัตตี้หน้าบานแฉ่งว่า
“ตกลงที่ต้องขึ้นเวทีตอนไหนคะคุณน้อง...”
หลินเข้าไปในงานจนได้เพราะมีบัตรเชิญของผ่องที่ขโมยมา ขณะเดินดูบัตรเพื่อหาที่นั่งอยู่นั้น ชนกันเข้าอย่างจังกับนาฎนรี พอเห็นว่าใครเป็นใคร ทั้งคู่ก็เปิดฉากปะทะกันทันที นาฎนรีจะไล่หลินออกจากงาน หลินไม่ยอมออกเพราะตนมีบัตรเชิญ
ชนนท์เข้ามาเจอถามว่ามีอะไรกัน นาฎนรีฟ้องว่าหลินเข้ามาได้ยังไงก็ไม่รู้ หลินบอกว่าตนมีบัตรของอาผ่องทำไมตนจะเข้าไม่ได้พลางเอาบัตรให้ชนนท์ดู
“หลินเขามีบัตรของป้าผ่อง เราคงไล่เขาไม่ได้หรอกครับ” ชนนท์บอกนาฎนรีแล้วขอดูบัตรจากหลินเพื่อพาไปหาที่นั่ง
“ไอ้พวกบ้านนอก ไม่ขนกันมาทั้งหมู่บ้านเลยล่ะ” นาฎนรีทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ด่าตามหลังไป
ooooooo
อาณัติซุ่มติดตามการเคลื่อนไหวของเพลิงที่เดินไปด้านหลังห้องเก็บเพชร พึมพำอย่ากระหยิ่มยิ้มย่องว่า “ไอ้เพลิง แกจะทำยังไงถ้ารู้ว่าเพชรถูกเปลี่ยน” พลางเอาสร้อยเพชรปลอมจากกระเป๋ากางเกงออกมาดู
เพลิงเข้าไปดูนางแบบในห้องแต่งตัว เขาตะลึงงันเมื่อเห็นน้ำฝนในชุดสวย เรียบ หรู ดูดีในชุดฟินาเล่โชว์เครื่องเพชรชุดเดอะกลอรีออฟเลิฟ
ที่ห้องจัดงาน พิธีกรกำลังประกาศบนเวที เชิญผู้มีเกียรติคอยชมโชว์เครื่องเพชรเดอะกลอรีออฟเลิฟที่มีค่ากว่าสามร้อยล้านบาท แต่ก่อนชมขอเชิญฟัง คุณบุษกล ชาตโยธิน ขึ้นกล่าวเปิดงานก่อน
บุษกลก้าวไปที่โพเดียมอย่างสง่างาม กล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติทุกคน...
“ทายได้เลยว่าป้าบุษต้องไม่บอกว่าเป็นผลงานของพี่เพลิง ” ชนนท์เปรยๆอย่างขัดใจ
จริงอย่างที่ชนนท์คิด เพราะบุษกลพูดถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า มาจากหลายฝ่ายแต่เน้นย้ำว่าสิตาเป็นฝ่ายออกแบบ อาณัติฝ่ายการตลาดและนาฎนรีฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นมาได้
หลินทนฟังไม่ได้จะลุกขึ้นโวย ถูกชนนท์กับนิรุตห้ามไว้ กระนั้นก็ยังโวยวายว่าเพลิงทำงานดึกดื่นตื่นเช้าทุกวัน กลับมาถูกคนอื่นแย่งความดีความชอบไป ชนนท์ปรามว่าโวยวายไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก
“เชื่อนายนนท์เขาเถอะ เพลิงเองเขาก็ไม่ได้อยากได้อะไรแบบนี้ สิ่งที่เพลิงต้องการคือการยอมรับจากคุณย่า ใครไม่รู้คุณย่ารู้ก็มากพอสำหรับเพลิงแล้ว” นิรุตชี้แจง หลินจึงเงียบ บ่นอุบอิบว่า
“ทำไมโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”
ooooooo
ระหว่างนั้น บรรดานางแบบต่างเตรียมพร้อมที่จะออกโชว์เครื่องเพชร จู่ๆโยโย่นางแบบคนหนึ่งเกิดอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา คนคุมเลยสั่งให้ถอดเครื่องเพชรฝากไว้แล้วรีบไปรีบกลับ โยโย่เดินไปหานายแบบที่จะเดินกับน้ำฝนขอให้ไปเป็นเพื่อนหน่อย
นายแบบและโยโย่ถอดเครื่องเพชรฝากไว้แล้วพากันไปห้องน้ำ ระหว่างทางโยโย่ให้นายแบบช่วยถ่ายรูปตัวเองไว้เหมือนถ่ายเรียลลิตี้โชว์ นายแบบถ่ายไปก็บรรยายไป
อาณัติกับลูกน้องไพโรจน์ยืนนัดแนะแผนการกันอยู่ระหว่างทางไปห้องน้ำ อาณัติกำชับลูกน้องไพโรจน์ว่า
“อีกห้านาทีเราจะลงมือ หลังจากนั้นฉันจะเอาเพชรมาให้พวกแกที่นี่เข้าใจไหม”
นายแบบถ่ายภาพโยโย่มาถึงพอดี จับภาพอาณัติกับลูกน้องไพโรจน์ไว้ในกล้องได้ทั้งหมด อาณัติรู้ตัวตะคอกถามว่ามาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่รีบไปเตรียมตัว สั่งนายแบบให้หยุดถ่ายเดี๋ยวนี้ ทำให้ทั้งสองตกใจรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
“โธ่เว้ย...ยิ่งมีเวลาน้อยอยู่ ก่อนลงมือไปเอาโทรศัพท์จากไอ้บ้านั่นมาก่อน” อาณัติสั่งลูกน้องไพโรจน์วิ่งตามเข้าไปเอาโทรศัพท์จากนายแบบ เมื่อฝ่ายนั้นไม่ให้ก็ชกจนสลบแล้วแย่งโทรศัพท์เอาไปให้อาณัติ พอได้รับโทรศัพท์ อาณัติสั่ง “เริ่มงานได้” แล้วก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่
ooooooo
อาณัติไปด้านใน นางแบบหลายคนยกมือไหว้ เพราะรู้ว่าเป็นใคร อาณัติไม่สนใจถามว่าน้ำฝนอยู่ไหน ทีมงานบอกว่าลงไปรอที่จุดปล่อยคิวแล้ว อาณัติรีบเดินลงไปทันที
เขาเดินไปโอบกอดน้ำฝนจากข้างหลังขอคุยด้วย น้ำฝนบอกว่าตนกำลังจะทำงาน อาณัติ อ้อนขอเวลาครู่เดียวแล้วสั่งทีมงานให้ไปรอห่างๆ ตนจะคุยเรื่องส่วนตัว ถลึงตาใส่จนทีมงานต้องพากันถอยไป
อาณัติง้อขอคืนดีกับน้ำฝน เมื่อเธอปฏิเสธก็ดึงเข้าไปกอด ปลุกปล้ำกันพลางแอบปลดสร้อยเพชรจากคอน้ำฝนจนสร้อยร่วงลงพื้น พริบตานั้นไฟดับพร่ึบ อาณัติรีบก้มเก็บสร้อย ท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกใจของผู้มาร่วมงาน
เมื่อได้สร้อยเพชรแล้ว อาณัติทำทีย้ำกับน้ำฝนว่าตนจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเป็นของคนอื่นเด็ดขาด แล้วทำเป็นเดินออกไปอย่างหัวเสีย ผ่านเครื่องสแกนไปได้สบายๆ เพราะลูกน้องไพโรจน์ดึงปลั๊กเครื่องสแกนออกแล้ว อาณัติเอาเครื่องเพชรส่งให้ลูกน้องไพโรจน์สั่งให้รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
“พวกมันลงมือแล้ว” นิรุตร้องบอก เพลิงลุกพรวดขึ้น พริบตานั้นไฟสว่างทันที ทุกคนถอนใจโล่งอก ชนนท์เชื่อว่าคงไม่มีอะไร แต่เพลิงไม่วางใจขอตัววิ่งไป สิตาเห็นดังนั้นวิ่งตามไปด้วย
เพลิงเดินไปที่ห้องแต่งตัวถามทีมงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม เห็นกระเป๋าเครื่องเพชรที่มีคนเฝ้าอยู่ถามว่าทำไมเครื่องเพชรชุดนี้มาอยู่ที่นี่
ทีมงานรายงานว่าน้องนางแบบคนหนึ่งไปเข้าห้องน้ำและน้องนายแบบก็ไปเป็นเพื่อน ส่วนน้ำฝนไปคอยอยู่ข้างล่างแล้ว เพลิงสั่งทีมงานให้ไปเชิญน้ำฝนขึ้นมาบนนี้ก่อน
ooooooo
นิรุตร้อนใจตามไปที่หลังเวทีถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพลิงบอกว่าตอนนี้กำลังเช็กเพชรอยู่ แต่นางแบบกับนายแบบหายไปสองคน ชนนท์เข้าไปถามสิตาที่กำลังเช็กเพชรว่าเป็นยังไงมั่ง
“ทุกชิ้นใช่หมด ยกเว้นเส้นของน้ำฝน” สิตาสีหน้าตระหนก ทุกคนฟังแล้วก็ตกใจ
“ในที่สุดก็เป็นอย่างที่พี่คิด สร้อยเส้นนี้น่ะของปลอม” อาณัติถือสร้อยเดินกลับเข้ามาในห้องเล่าว่า “เมื่อกี้ผมเข้ามาคุยกับน้ำฝนแล้วมือไปถูกน้ำฝนเข้า สร้อยที่คอน้ำฝนก็หลุดออกมาอย่างง่ายดาย ใช่ไหมน้ำฝน”
น้ำฝนอึกอัก อาณัติโบ้ยให้ถามทีมงานดูก็ได้ ทีมงานทุกคนพยักหน้ารับจ๋อยๆ บุษกลถามว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง อาณัติโยนกลองให้ถามเพลิงดูจ้องเพลิงอย่างสะใจที่กำลังตกเป็นจำเลย
เพลิงโต้ว่าอาณัติกำลังกล่าวหาตน อาณัติอ้างว่าเพลิงเป็นคนดูแลงานทั้งหมดโดยเฉพาะเครื่องเพชร เพลิงดูแลคนเดียวและกุญแจก็อยู่ที่เพลิงด้วย รหัสเซฟก็มี ถ้าไม่ใช่เพลิงแล้วจะเป็นใคร
ทันใดนั้นเอง โยโย่นางแบบที่ไปเข้าห้องน้ำก็วิ่งร้องอย่างตระหนกเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม นิรุตถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ นายแบบวิ่งตามมาเห็นอาณัติ เขาชี้หน้าฟ้องทุกคนว่า
“เขาส่งให้ลูกน้องมาซ้อมผมแล้วชิงเอาโทรศัพท์ผมไปครับ”
ทุกคนหันมองอาณัติเป็นตาเดียว อาณัติรีบกลบเกลื่อนโวยวายนายแบบคนนั้นว่า
“เขาโกหก ผมมีลูกน้องเสียที่ไหน แล้วผมกับไอ้หมอนี่ไม่รู้จักกันจะซ้อมมันทำไม เอ...หรือว่าไอ้หมอนี่กับไอ้เพลิงร่วมมือกัน แล้วสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ”
ทุกคนหันมองเพลิงเป็นตาเดียว กลายเป็นเพลิงอึ้ง พูดไม่ออก แต่พอตั้งหลักได้ เพลิงชี้แจงว่าตนไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้วป้ายความผิดให้คนอื่น สิตาก็รับรองว่าตอนเช็กเครื่องเพชรตนตรวจแล้วทุกชุดเป็นของจริงทั้งหมด เพลิงคงไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเพชรแน่
เมื่อสิตารับรองเพลิงเช่นนี้ อาณัติย้อนถามว่าแล้วเธออยู่กับเพลิงตลอดเวลาหรือเปล่า ชี้หน้าเพลิงกับนายแบบประกาศว่าจะเรียกตำรวจจับทั้งสองคนเพราะคบคิดกัน
“เฮ้ย อะไรกัน มาเกี่ยวอะไรกับผมด้วย ทั้งเจ็บตัวทั้งซวย” นายแบบบ่นแล้วหันไปต่อว่าโยโย่ “เพราะเธอนั่นแหละอยากถ่ายเรียลลิตี้ส่วนตัวเป็นไงล่ะ ถ่ายเครื่องของเธอแท้ๆ แต่ฉันโดนซ้อม โทรศัพท์ก็ถูกขโมย”
ซักถามกันแล้วกลายเป็นว่าโทรศัพท์ที่ใช้ถ่ายโยโย่นั้นเป็นของเธอ ส่วนที่ถูกลูกน้องไพโรจน์มาแย่งไปนั้นเป็นของนายแบบ น้ำฝนถามว่าแล้วโทรศัพท์ของเธอยังอยู่ไหม โยโย่ควักจากกระเป๋ากระโปรงส่งให้น้ำฝน
“อันนี้ที่ถ่ายน่ะของโยโย่ แต่พวกที่มาซ้อมมาร์คแล้วเอาโทรศัพท์ไปไม่ใช่อันที่ถ่ายค่ะ”
อาณัติตกใจมาก ยิ่งเมื่อน้ำฝนจะเอาโทรศัพท์ของโยโย่ไปเปิดดู อาณัติค้านเสียงหลงว่าจะดูไปทำไม น้ำฝนบอกว่าเผื่อจะเจอคนที่สงสัยว่าขโมยเพชร อาณัติชี้หน้าเพลิงทันทีกล่าวหาว่าเพลิงเป็นคนทำ
เมื่อเหตุการณ์เขม็งเกลียวจวนตัวเข้ามา อาณัติยังทำใจดี สู้เสือ จนเมื่อเปิดดูภาพในมือถือ ทุกคนรุมกันเข้ามาดู เห็นอาณัติยืนคุยกับลูกน้องไพโรจน์สองคนติดอยู่ในภาพ
ขณะทุกคนกำลังตะลึงนั่นเอง อาณัติผลักบุษกลกับนิรุตที่ขวางทางอยู่วิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา นิรุตสั่งทีมงานให้แจ้ง รปภ.จับอาณัติให้ได้ บุษกลพยายามขัดขวางแต่นิรุตวิ่งไปกับทีมงานแล้ว
ooooooo
อาณัติวิ่งไปหาลูกน้องไพโรจน์ที่รออยู่ ตะโกนให้หนีไปเร็ว พวกนั้นจับได้แล้ว ทั้งสามพากันหนีไปทางประตูข้างจะออก แต่ถูก รปภ.ขวางไว้ รปภ.ถูกจับหัวโขกผนังจนสลบ
แต่อาณัติไม่ทันหนีออกไป เพลิงกับชนนท์ก็ตามมาทัน เพลิงตะโกนให้อาณัติคืนสร้อยเพชรเสีย พลางก็เข้ายื้อแย่งกัน ทั้งเพลิงและชนนท์ถูกเล่นงานจนเสียจังหวะ แล้วอาณัติกับลูกน้องไพโรจน์ก็พากันวิ่งออกไป
วิ่งมาจนถึงลานจอดรถ เพลิงกับชนนท์วิ่งตามมาล็อกตัวอาณัติไว้ ลูกน้องไพโรจน์เข้ามาช่วย ทำให้สร้อยเพชรที่ซ่อนอยู่ในเสื้อโผล่แพลมออกมา เพลิงเห็นพุ่งเข้าไปคว้าสร้อยเพชรมาได้แล้ววิ่งไปทางชนนท์ที่กำลังต่อสู้กับลูกน้องไพโรจน์อีกคน
“นี่คงเป็นหลักฐานแล้วว่าใครเป็นคนเอาไป” เพลิงชูสร้อยเพชรให้อาณัติดู อาณัติพุ่งเข้ามาจะแย่ง พอดีนิรุตกับ รปภ.วิ่งเข้ามา นิรุตตะโกนให้อาณัติหยุดยอมรับผิดดีกว่า ชนนท์เสนอให้เรียกตำรวจมาเลย
เห็นจวนตัวเช่นนี้ อาณัติชักปืนออกมายิง แต่ไม่ถูกเพราะเพลิงกับพวกหลบเข้าบังหลังเสาทัน
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เพลิง” อาณัติขู่อาฆาตแล้ววิ่งไปขึ้นรถพร้อมกับลูกน้องไพโรจน์ เพลิงจะวิ่งตามก็ถูกยิงจากรถมาขู่
“อย่า! เพลิง ไม่ต้องตามไปหรอก มันอันตราย” นิรุตตะโกนห้าม
อาณัติขับรถพุ่งเข้าใส่พวก รปภ.ที่มาขวาง จนพวกนั้นกระโดดหลบแทบไม่ทัน เขาชนแผงกั้นพังแล้วตะบึงรถไปอย่างเร็ว
ooooooo
เมื่อเหตุการณ์สงบ ได้สร้อยเพชรคืนมาแล้ว
บุษกลก็ยังหาว่าเพลิงกับนิรุตรวมหัวกันใส่ร้ายลูกชายตน นิรุตขอร้องว่ารอให้อาณัติกลับมาแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า บุษกลจึงเงียบไป
นัตตี้ฝ่ายจัดคิวมาเตือนว่า จวนได้เวลาแล้ว เพราะสไลด์ที่ให้ฉายรอเวลาใกล้จะจบแล้ว
แขกที่ห้องแสดงไม่ระแคะระคายอะไรเลย ต่างรอคอยที่จะได้ดูการโชว์เพชรที่กำลังจะเริ่มขึ้น
เพราะนายแบบถูกยำเสียหน้าเละแต่งอย่างไรก็ไม่อาจลบร่องรอยได้ สุดท้ายเลยต้องเอาเพลิงเดินแบบแทน
เพราะเคยแต่ทำการประมงและการตลาด เมื่อต้องมาเดินแบบเพลิงก็อดตื่นเต้นไม่ได้ โชคดีที่ได้น้ำฝน แม้จะไม่ใช่มืออาชีพแต่ก็เจนเวที เธอคอยกระซิบบอกเขาทุกขั้นตอนจนทำให้เพลิงมั่นใจขึ้น แม้แต่เมื่อเดินสะดุดจนหกล้ม เธอก็ยังกลบเกลื่อนได้อย่างแนบเนียน ภาพที่ล้มลงไปด้วยกันกลายเป็นภาพสุดโรแมนติกที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง
ตลอดงาน แขกเหรื่อพากันปรบมือชื่นชมคู่ที่เดินชุดฟินาเล่ แต่หลินกลับรู้สึกเจ็บปวดและขัดตาขัดใจจนไม่อาจปรบมือไปกับผู้ร่วมงานได้ สิตาเองก็อึ้งไปกับภาพหวานชื่นของเพลิงกับน้ำฝนบนเวที
เมื่อเสร็จงาน นักข่าวพากันรุมสัมภาษณ์เพลิงกับสิตา นักข่าวคนหนึ่งชมว่าคอนเซปต์ในการจัดปีนี้ดูเก๋กว่าทุกปี ไม่ทราบว่าได้รับแรงบันดาลใจจากอะไร
สิตายกให้เป็นผลงานของเพลิงฤทธิ์ เพราะเขาเป็นคนออกไอเดีย นักข่าวไม่เคยรู้จักเพลิงฤทธิ์ แต่พอถามลึกลงไปจึงรู้ว่าเขาเป็นพนักงานของเพชรไทย และเป็นหลานของคุณหญิงทองตราด้วย จึงกลายเป็นข่าวฮือฮาไปในพริบตา
สิตาอยู่เคียงข้างเพลิงคอยตอบปัญหานักข่าวอย่างอบอุ่น จนแม้นมาศที่ยืนอยู่กับน้ำฝนเปรยๆขึ้นว่า
“ดูยายสิตาสิ ดูแลเทกแคร์เพลิงอย่างดี สิตาจะชอบชนนท์อย่างที่น้ำฝนจะดันเหรอลูก แม่ดูแล้วสิตาน่าจะเหมาะกับเพลิงซะมากกว่านะ”
น้ำฝนฟังแล้วอึ้ง ความตั้งใจเดิมกับความรู้สึกวันนี้ที่มีต่อเพลิงไม่เหมือนเดิมแล้ว...
ooooooo
อาณัติหายไปจนนาฎนรีกับบุษกลเป็นห่วง โทร.ไปก็ไม่รับสาย หนักเข้าก็ปิดเครื่องไปเลย
นาฎนรีไม่คิดว่าพี่ชายจะกล้าทำอย่างที่แม่เล่า ทั้งวิตกกังวลว่า ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูคุณยายมีหวังโดนตัดจากกองมรดกแน่ บุษกลที่กังวลอยู่แล้วฟังลูกสาวพูดยิ่งใจเสีย ร้องไห้โฮออกมา พร่ำบอกลูกว่า
“ไม่นะ ตาณัติจะต้องไม่ถูกตัดออกจากกองมรดก”
ส่วนเพลิง เมื่อเสร็จงานกลับถึงบ้าน ผ่องถามถึงผลการจัดงาน เขาบอกแม่ว่าผ่านไปด้วยดี เล่าว่า
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะมีลูกค้าจากทั้งยุโรปและอเมริกามาทำสัญญากับเราเยอะมาก ผมคิดว่าในรอบสามเดือนผมจะทำกำไรได้มากกว่าที่ตกลงกับคุณย่าไว้ครับ”
ผ่องดีใจมากกอดลูกไว้แน่น แต่พอมองหลินเห็นนั่งหน้าง้ำถามว่าเป็นอะไร หลินบอกว่าตนไม่ชอบใจอะไรบางอย่าง แล้วหันไปถามเพลิงว่า ชอบสองพี่น้องนั่นหรือเปล่า
“ไปนอนได้แล้วหลิน ดึกแล้ว แม่ด้วยนะครับ” เพลิงหอมแก้มแม่แล้วเดินเข้าห้องตัวเอง หลินผิดหวังมากที่เขาไม่ตอบคำถาม ผ่องชี้แจงว่า
“หลิน...หลินก็รู้นี่ว่าพี่เพลิงเขาไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัวมากนัก อย่าไปเซ้าซี้เขาเลย”
หลินเงียบไป นั่งใจไม่ดีกับสิ่งที่ไปเห็นมาในคืนนี้...
ooooooo










