ตอนที่ 7
ด้วยความไม่สบายใจที่น้ำฝนจะถอนหมั้นอาณัติ อีกทั้งน้ำฝนเคยพูดว่าเจอตนทีไรซวยทุกที เพลิงจึงนัดไปพบน้ำฝนที่ล็อบบี้คอนโดฯของเธอ เพื่อขอโทษและแสดงความเสียใจที่ตนทำให้เธอกับอาณัติต้องมีปัญหากัน
“ช่างมันเถอะ” น้ำฝนตัดบท ทำเอาเพลิงมึน งง ถามว่าตนหูฝาดหรือเปล่า
ขณะสองคนนั่งคุยกันอยู่นั่นเอง อาณัติมาเห็น เขาพรวดเข้าไปต่อว่าอย่างฉุนเฉียวว่านี่หรือที่บอกว่าไม่มีอะไรกัน เพลิงชี้แจงว่าตนต้องการมาขอโทษที่ทำให้เขากับน้ำฝนต้องเลิกกัน
“กูไม่เชื่อ!!” อาณัติตวาด แล้วเข้าไปดึงแขนน้ำฝนลุกขึ้น “น้ำฝน เรื่องเก่าพี่จะลืมมันเสีย แต่ต่อไปนี้ห้ามเจอกับไอ้นี่อีก”
น้ำฝนพูดอย่างห่างเหินว่าเราไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว อาณัติประกาศไม่ยอมถอนหมั้นเด็ดขาด ตนจะไม่ยอมให้เธอตกไปเป็นของเพลิง พลางลากน้ำฝนอย่างแรง จนเธอร้องว่าเจ็บ ให้ปล่อยเดี๋ยวนี้
“คุณณัติ ปล่อยคุณน้ำฝน” เพลิงพูดแทรกขึ้นอย่างทนดูน้ำฝนถูกทำรุนแรงไม่ได้
“เงียบไปเลยไอ้ลูกแม่ค้า แกมันก็เหมือนแม่ของแก คิดจะจับแต่คนรวย แต่เสียใจนะ ฉันไม่ยอมให้น้ำฝนเป็นเหยื่อของแก เหมือนที่ลุงภัชเคยโง่ให้แม่แกหลอกมาแล้ว”
“คุณณัติ ขอโทษผมเดี๋ยวนี้” เพลิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้าที่อาณัติลามปามด่ามาถึงแม่ตน
อาณัติยิ้มหยัน ดึงน้ำฝนบอกว่าต่อไปห้ามยุ่งกับลูกแม่ค้านี่อีก เพลิงสุดทนพรวดเข้าไปชกหน้าอาณัติอย่างแรงจนเซล้มไป อาณัติจะลุกขึ้นชกเพลิง พอดี รปภ.ของคอนโดฯ วิ่งเข้ามาถามน้ำฝนว่ามีอะไรหรือเปล่า
“เพลิง ไปกันเถอะ” น้ำฝนหันไปบอกเพลิงแล้วจูงกันออกไป อาณัติจะตามไปแต่ถูก รปภ.กันไว้ เขามองตามไปเห็นน้ำฝนกับอาณัติพากันขึ้นรถแล้วขับออกไป
อาณัติเอาแหวนหมั้นออกมาดู ขว้างลงถังขยะด้วยความเจ็บใจ ผลักยามล้มแล้ววิ่งไปขึ้นรถขับตามไปอย่างจะเอาเรื่องให้ได้
น้ำฝนเป็นคนขับรถ ไปได้ครู่ใหญ่เพลิงจะขอลง เธอขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อนก่อนเพราะเห็นรถอาณัติไล่ตามมาติดๆ เพลิงยินดีบอกเธอต้องเหยียบให้สุดเลย
อาณัติเห็นรถน้ำฝนพุ่งไปอย่างเร็วก็เร่งเครื่องตาม จนถึงสี่แยกไฟแดง เพลิงเห็นไฟเหลืองขึ้น เขาบอกน้ำฝนให้เหยียบไปเลย ปรากฏว่ารถน้ำฝนผ่านสี่แยกไปได้ แต่รถของอาณัติติดไฟแดงอยู่สี่แยก
อาณัติเห็นรถน้ำฝนขับหนีไปต่อหน้าต่อตา ก็กำมือทุบพวงมาลัยอย่างโกรธจัด
ooooooo
น้ำฝนยังคงเหยียบเต็มที่ ครู่หนึ่งอาณัติก็โทร.เข้ามือถือเธอกดปิด เพลิงมองข้างหลังไม่เห็นรถอาณัติบอกเธอว่าคงตามมาไม่ทันแล้ว
“เดี๋ยวผมขอลงตรงนี้แล้วกัน” เพลิงทำท่าจะลงอีก น้ำฝนร้องให้อยู่กับตนก่อนได้ไหม ตนกลัว เพลิงบอกว่าตนมีธุระน้ำฝนขอตามไปด้วย เพราะเชื่อว่าอาณัติคงต้องตามรังควานตนทั้งวันแน่
เพลิงถามหยอกว่าไม่กลัวตนทำอะไรหรือ น้ำฝนท้าว่าไม่กลัวสเปรย์พริกไทยอีกก็ลองดู
เมื่อน้ำฝนตั้งใจเช่นนั้น เพลิงบอกให้รู้ว่าธุระของตนไกล ไปถึงระนองทีเดียว น้ำฝนตกใจแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจ
เวลาเดียวกันนั้น ชนนท์กับสิตาไปหานิรุตที่ห้องทำงานในบริษัทเพชรไทย นิรุตบอกว่าเพลิงขอลางานไปสองวัน ชนนท์ถามว่าลาไปไหน นิรุตไม่รู้ว่าไปไหนเพราะเพลิงบอกว่าลาไปเรื่องงาน
สิตาเปรยๆ ว่าถ้าเพลิงลาไปเรื่องงานทำไมไม่ชวนตนไปด้วย พอดีแม้นมาศโทร.เข้ามือถือ เธอรับสายคุยครู่หนึ่ง เสร็จแล้วบอกชนนท์ที่ถามว่ามีอะไรหรือเปล่าว่า
“ไม่มีอะไรค่ะ คุณแม่โทร.มาถามเรื่องน้ำฝนค่ะ เห็นบอกคุณแม่ว่าจะไปต่างจังหวัดสองสามวัน คุณแม่นึกว่าสิตารู้ว่าน้องไปไหน”
“แหม...ช่วงเดียวกับพี่เพลิงเลยนะครับ” ชนนท์ตั้งข้อสังเกต สิตาเองก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน
เมื่อสลัดพ้นจากการติดตามของอาณัติแล้ว น้ำฝนขับรถไปสบายๆ
ระหว่างทางไประนอง ทั้งสองหยุดเติมน้ำมันที่ปั๊มและซื้อของกินเพราะต้องรีบไปรีบกลับเพลิงขอขับรถแทน น้ำฝนจึงหยิบของกินมากินเอ๊า...กินเอา จนเพลิงเหลือบมองขำๆ
ปล่อยให้น้ำฝนกินจนพอ เพลิงบอกว่าเธอจะหลับก็ได้ เธอบอกว่าไม่ง่วง แต่เผลอแผล็บเดียวหันมองอีกทีเห็นเธอหลับผล็อยไปแล้ว
เพลิงมองน้ำฝนที่หลับสนิทเขาอมยิ้ม จอดรถข้างทาง เอาเสื้อแจ็กเกตที่ใส่อยู่ถอดคลุมให้เธอแล้วจึงขับรถต่อไปท่ามกลางความมืด
ooooooo
หลังจากฟังไพโรจน์คุยถึงผลกำไรจากธุรกิจมหาศาลในปีนี้และคิดจะจับธุรกิจด้านการค้าเพชร ทำให้นาฎนรีสนใจมาก จนวันนี้ทั้งคู่ไปทานอาหารในร้านสุดหรูด้วยกัน เธอถามเขาว่า
“ฉันไม่เข้าใจค่ะ คุณกับพี่ณัติก็รู้จักกัน แล้วคุณก็จะทำธุรกิจกับเพชรไทย ทำไมฉันถึงบอกใครๆ ไม่ได้ว่ามาทานข้าวกับคุณ ทำอย่างกับเป็นพวกดารา”
ไพโรจน์อ้างว่าเธอทำพีอาร์โดยเนื้องานแล้วเราไม่เกี่ยวกันถ้าคนอื่นรู้มันจะไม่ดี นาฎนรีถามว่าไม่ดียังไงในเมื่อเราแค่มาคุยเรื่องงานกัน
“คุณนรีอยากคุยแค่เรื่องงานเหรอครับ” ถามแล้วมองตาซึ้งจนนาฎนรีเขิน “ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณนรีนะครับ”
ไพโรจน์หันไปดีดนิ้วเปาะ พนักงานก็ถือดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ เขารับช่อดอกไม้บอกนาฎนรีว่า
“เพื่อมิตรภาพครับ”
นาฎนรีรับช่อดอกไม้ไปอึ้งๆ แล้วก็ยิ่งอึ้งเมื่อมีคนเล่นไวโอลินเดินมาเล่นเพลงหวานซึ้งตรงหน้า...ไพโรจน์มองนาฎนรีไม่วางตา เธอสบตาเขา ต่างยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย...
คืนเดียวกันนี้ ที่เรือนคนสวนอันเป็นที่พักของ ผ่อง เพลิง และหลิน
หลินออกมานั่งที่หน้าบ้านคอยเพลิงอีก ผ่องเดินมาถามว่าทำไมมานั่งตบยุงอยู่ตรงนี้ พอหลินบอกว่าคอยเพลิง ผ่องบอกว่าไม่ต้องคอยเพราะเพลิงไปทำงาน คืนนี้ไม่กลับเห็นว่าจะไปสักสองวัน
หลินใจร้อนผ่าวขึ้นมา ทั้งห่วงเพลิงทั้งระแวง ถามว่าเพลิงไปกับใคร ไปกับผู้หญิงที่มาส่งวันก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอผ่องบอกว่าเพลิงไม่ได้บอก หลินก็นั่งหน้าเศร้าทำท่าจะร้องไห้...
ooooooo
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น น้ำฝนตื่นขึ้นมางงๆว่าตนอยู่ที่ไหน หันมองข้างๆก็ไม่เห็นเพลิง ลุกจากรถลงไปดู เจอเพลิงนั่งพิงล้อหน้าด้านที่น้ำฝนนั่งเขายังหลับอยู่
น้ำฝนปลุกเพลิง พอเขางัวเงียตื่นเธอถามว่าเราอยู่ที่ไหน เขาบอกว่า “บ้านผม” น้ำฝนโวยวายว่าแทนที่จะให้เข้าไปนอนในห้อง กลับปล่อยให้ตนนอนปวดหลังกับเบาะรถ
“แล้วจะให้ผมทำยังไงครับคุณน้ำฝน จะปลุกคุณก็ไม่ตื่น จะอุ้มคุณเข้าบ้านก็เดี๋ยวจะหาว่าผมจะทำมิดีมิร้ายกับคุณ จะนอนเบาะข้างคุณก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม ครั้นผมจะเข้าไปนอนในบ้าน ก็กลัวใครจะมาอุ้มคุณไป”
น้ำฝนเบรกเขาว่าพอแล้วได้ทีพูดไม่หยุด เพลิงบอกให้เธอเข้าไปรอในบ้าน ตนจะไปทำธุระเสร็จแล้วจะมารับกลับ น้ำฝนไม่ยอม ยืนกรานจะไปกับเขาให้ได้ สุดท้ายเพลิงก็ต้องยอมตามเคย
เพลิงไปหาปีเตอร์เจ้านายเก่าที่โรงงาน ปีเตอร์ดีใจมากรีบออกมาต้อนรับ เห็นน้ำฝนก็มองงงๆทักอย่างจำได้ เพลิงบอกว่าตนติดรถน้ำฝนมา ปีเตอร์จึงเชิญเข้าข้างในด้วยกัน
“เดี๋ยวครับ คือผมอยากคุยส่วนตัวกับคุณ” เพลิงดึงปีเตอร์ไว้พลางหันบอกเธอว่า “คุณเดินเล่นไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมมา” แล้วชวนปีเตอร์เข้าไปข้างในกัน
“ทำเป็นมีความลับ โจรกรรมข้ามชาติรึเปล่าเนี่ย” น้ำฝนมองเขม่น แล้วแอบตามเข้าไปยืนที่หน้าห้องทำงานของปีเตอร์ พยายามเงี่ยหูฟังว่าเขาคุยอะไรกันก็ไม่ได้ยิน
เพลิงมาขอความร่วมมือจากปีเตอร์เกี่ยวกับนักธุรกิจค้าอัญมณีกับต่างประเทศ ปีเตอร์ตอบรับอย่างยินดีว่า เรื่องแค่นี้ตนช่วยได้สบายมาก แล้วให้เขาบอกรายละเอียดมา
เมื่อเพลิงเล่ารายละเอียดให้ฟังแล้ว ปีเตอร์บ่นๆว่าที่จริงไม่อยากช่วยเลย เพราะถ้าเพลิงทำได้สำเร็จก็หมายถึงว่าเขาจะไม่กลับมาทำงานที่นี่อีก ตนเสียดายลูกน้องดีๆไปตลอดกาล
“ไม่หรอกครับ ยังไงครบกำหนดสามเดือนไม่ว่าผมจะทำได้หรือไม่ได้ ผมก็จะกลับมาที่นี่ เพราะบ้านผมอยู่ที่นี่” เพลิงตอบอย่างมั่นใจ แล้วเชกแฮนด์กันตรงนั้น
ooooooo
เพลิงออกมาบอกน้ำฝนว่าจะสั่งข้าวให้เธอกินแล้วเราจะได้กลับกัน น้ำฝนมองงอนๆที่ถามว่าคุยอะไรกับปีเตอร์แล้วเพลิงไม่ยอมบอก
แต่พอกลับมาถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูเรียก “อาเพลิง” พอหันไปมอง เห็นเถ้าแก่เฮงขี่มอเตอร์ไซค์ปราดเข้ามาจอดข้างๆยิ้มกว้างอย่างดีใจมากที่ได้เจอเพลิง
เถ้าแก่เฮงลงจากรถบอกเพลิงว่า คนที่โรงงานมาซื้อของที่ร้านบอกว่าเพลิงมาตนก็รีบมาหาคิดว่าอาหลินจะกลับมาด้วย เพลิงขอโทษเพราะตนมาเรื่องงานเลยไม่ได้บอกหลิน
เถ้าแก่เฮงบอกว่าไม่เป็นไรถามว่าหลินอยู่ที่โน่นเป็นยังไงบ้าง ตนโทร.ไปก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าหลินสบายดี เถ้าแก่พูดกับเพลิงอย่างฝากความหวังเต็มที่ว่า
“อาเพลิง อั๊วมีลูกสาวคนเดียว ยังไงอั๊วฝากลื้อด้วยนะ เป็นไปได้อยากให้ลื้อรับมันเป็นเมีย” เพลิงตกใจ น้ำฝนที่แอบฟังอยู่ก็อ้าปากค้าง เถ้าแก่ยังพูดต่อบอกว่าตนเป็นพ่อก็อยากให้ลูกมีความสุข เพลิงเองก็เป็นคนดีจึงอยากฝากฝังหลินไว้กับเขาตนจะได้นอนตายตาหลับ
เพลิงได้แต่ยิ้มแหยๆพูดไม่ออก ส่วนน้ำฝนที่เงี่ยหูฟังอยู่ถึงกับเบ้หน้า เดินเข้าบ้านไปเลย
เมื่อเพลิงเข้ามาในบ้าน น้ำฝนพูดประชดทันทีว่าที่แท้เขากับหลินก็เป็นแฟนกัน ครั้นเพลิงปฏิเสธ น้ำฝนสวนไปว่าตนได้ยินพ่อของหลินยกให้เสียขนาดนั้นยังจะปฏิเสธอีก
เพลิงจับได้ว่าน้ำฝนแอบฟังตนคุยกัน เธอเถียงว่าหน้าต่างบ้านเปิดออกรอบด้านแบบนี้ใครจะไม่ได้ยิน แล้วถามแบบจะให้เพลิงรับให้ได้ว่า
“ตกลงที่ฉันพูดถูกใช่ไหม เรื่องนายกับหลินน่ะ ถ้าเมื่อไหร่บอกด้วยนะจะส่งซองมาอวยพร”
ถูกน้ำฝนดักคอและพูดประชดไม่เลิก เพลิงเลยพูดเรื่องอาณัติบ้างว่า ตนยังไม่ได้พูดเรื่องแต่งสักหน่อย ถ้าเป็นเรื่องเธอกับอาณัติยังใกล้ความจริงกว่า
ทั้งสองต่างพูดถึงอีกคนของอีกฝ่ายอย่างเหน็บแนมประชดประชันกัน สุดท้ายคือ เพลิงยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับหลิน และน้ำฝนก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนเลิกกับอาณัติแล้ว และเร่งเขาให้รีบพากลับกรุงเทพฯเร็วๆ
ระหว่างทางก็ยังระหองระแหงกัน น้ำฝนงอแงบ่นว่าหิวจะแวะกินข้าวให้ได้ ส่วนเพลิงก็อ้างว่าตนรีบต้องกลับไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ถ้าหิวก็ซื้อของในปั๊มรองท้องไปพลางก่อน
น้ำฝนงอนเลยแกล้งเปิดเพลงเสียลั่นรถแล้วสะบัดหน้ามองไปนอกหน้าต่างเสียจนคอแทบเคล็ด
ooooooo
ฝ่ายอาณัติ เมื่อตามรถน้ำฝนไปไม่ทัน กลับมาก็กดโทรศัพท์เข้ามือถือเธอไม่หยุด จนกระทั่งบุษกลเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาถามว่าเมื่อวานง้อน้ำ-ฝนไม่สำเร็จใช่ไหม เขาตอบอย่างรำคาญว่าก็กำลังโทร.อยู่นี่ไง
ทั้งบุษกล และนาฎนรีรุมกันว่าอาณัติที่มัวแต่นั่งโทร.อยู่ ป่านนี้เพลิงกับน้ำฝนไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้เพราะวันนี้ไม่มาทำงานทั้งคู่ บุษกลยื่นคำขาดกับอาณัติว่าต้องเอาน้ำฝน กลับมาให้ได้ นาฎนรีร้องเสียงแหลมถามแม่ว่าน้ำฝนมีมลทินแล้วยังอยากได้มาเป็นสะใภ้อีกหรือ
“ฉันไม่สน เพราะถ้าฉันได้ลูกสาวของลูกค้ารายใหญ่ของเพชรไทยมาเป็นสะใภ้ ตาณัติ...แกก็จะมีสิทธิ์มีเสียงในเพชรไทยมากขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าไอ้เพลิงมันแต่งงานกับน้ำฝนบวกกับหุ้นที่พ่อมันทิ้งไว้ให้ คุณยายของพวกแกก็คงต้องเกรงใจมัน คราวนี้แหละ พวกเราก็จะไม่มีที่ยืนในเพชรไทย”
“ไม่ต้องห่วงครับคุณแม่ ผมจะไม่ทำแค่เอาน้ำฝนกลับมา แต่ผมจะทำให้ไอ้เพลิงต้องกระเด็นไปจากเพชรไทยด้วย” อาณัติขบกรามด้วยความแค้นสุดๆ
ooooooo
วันนี้ ชนนท์ทำทีว่าไปหาซื้อของที่ห้างแล้วแวะไปที่ร้านเพชรของสิตาเผื่อจะรับไปประชุมที่เพชรไทยด้วยกัน สิตาหยอกว่ามารับแล้วก็ต้องมาส่งด้วย
“ด้วยความยินดีครับ” ชนนท์ยิ้มกว้าง เมื่อสิตาถามว่าได้ข่าวเพลิงหรือยัง เขาบอกว่ายังแล้วย้อนถามว่าเธอได้ข่าวน้ำฝนแล้วหรือ
“สิตาพยายามโทร.ตามก็ไม่ติด น่าแปลกนะคะที่คุณเพลิงกับน้ำฝนหายไปพร้อมๆกันเลย”
สีหน้าและน้ำเสียงของสิตาทำให้ชนนท์มองอย่างสงสัย
เพลิงกับน้ำฝนกลับถึงกรุงเทพฯพอดี เพลิงจะขอลงก่อนน้ำฝนไม่ยอมขอไปส่งเขาเป็นการตอบแทนที่ช่วยตนไว้ ทั้งยังพูดอำๆว่า ถ้าเจออาณัติเขาจะได้ปกป้องตนด้วย เพราะเขาเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง
น้ำฝนโมเมเสียจนเพลิงต้องขับรถไปที่บริษัทเพชรไทยตามคำสั่งของเธอ
ไปเจอชนนท์กับสิตามาถึงบริษัทพอดี น้ำฝนถามพี่สาวล้อๆว่าชนนท์ไปรับมาประชุมหรือ สิตาทำหน้าขรึมถามน้องว่าหายไปไหนมาแล้วทำไมถึงมากับเพลิง คำถามนี้ทำเอาทั้งเพลิงและน้ำฝนตอบไม่ออก
ที่ห้องทำงานของอาณัติ เขายืนมองจากหน้าต่างลงมาเห็นทั้งสี่คนกำลังยืนคุยกันอยู่ อาณัติมองอย่างแค้นใจนัก
ooooooo
เมื่อพากันไปที่ห้องทำงานของชนนท์ สิตายังถามน้องสาวอย่างข้องใจว่าเมื่อคืนอยู่กับเพลิงทั้งคืนเลยหรือ เพลิงรีบขอโทษและหากมีอะไรตนก็ขอเป็นคนรับผิด และจะไปอธิบายกับแม้นมาศเอง
“เอาเป็นว่าเรื่องนี้ให้มันจบแค่นี้แล้วกันค่ะ ถ้าถึงหูผู้ใหญ่คงไม่เหมาะ” สิตาตัดบท
“ตกลงพี่เพลิงลางานก็เพื่อไปธุระที่ระนองเหรอครับ” ชนนท์ยังติดใจ
“ใช่ แต่ตอนนี้พี่ยังบอกอะไรไม่ได้” เพลิงตอบสั้นๆ พวกนั้นเลยไม่กล้าซักไซ้ได้แต่มองหน้ากันงงๆ มีแต่น้ำฝนเท่านั้นที่เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้
แต่พอเดินมาที่ลานจอดรถด้วยกัน น้ำฝนก็พูดประชดว่าทำไมไม่กล้าบอกความจริงว่าไปคุยกับพ่อของหลินหรือคิดจะจับปลาสองมือ เพลิงทำเสียงปรามดุๆว่าคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้ยังไง
เมื่อน้ำฝนขึ้นรถ เขาบอกอย่างห่วงใยว่า “ขับรถกลับบ้านดีๆนะ ถึงบ้านแล้วโทร.บอกผมด้วย” พูดแล้วปิดประตูรถให้ น้ำฝนยังทำตะบึงตะบอน แต่พอเห็นเพลิงยิ้มให้เธอก็ทำอะไรไม่ถูกรีบสตาร์ตแล้วขับออกไปทันที
แต่พอเพลิงหันจะเดินเข้าโรงงานก็เจออาณัติยืนจ้องอย่างเอาเรื่องอยู่ เข้ามาพูดลอดไรฟันว่า “แกหาเรื่องฉันก่อนนะ ไอ้ขี้ครอก” พูดแล้วก็ผลักไหล่เพลิงเดินผ่านเข้าไปในโรงงาน เพลิงได้แต่ถอนใจเครียด
ooooooo
ขณะที่นิรุตกำลังคร่ำเคร่งกับการเตรียมงานอยู่กับเพลิง สิตา และชนนท์ในวันต่อมานั้น เลขาฯของเขาก็เข้ามารายงานว่า เลขาฯของบุษกลแจ้งว่า บุษกล อาณัติ และฝ่ายการตลาดกับนาฎนรี และฝ่ายประชา-สัมพันธ์แจ้งมาว่าจะไม่ขอมีส่วนร่วมในงานโชว์เพชรครั้งนี้
“ทำแบบนี้มันเท่ากับตัดมือตัดเท้ากันชัดๆ” นิรุตเครียดขึ้นทันที สิตาเสนอให้ไปขอร้องบุษกลกับลูก ชนนท์ติงว่าไม่มีประโยชน์ เพราะพวกนั้นต้องการแกล้งเพลิง
บุษกลกับลูกทั้งสอง ให้เลขาฯไปแจ้งนิรุตแล้วก็พากันไปนั่งกินอาหารคุยกันอย่างสะใจว่า พวกนิรุตคงกำลังดิ้นพล่านทำอะไรไม่ถูกกันแล้ว นาฎนรีติงว่ากลัวพวกเพลิงไปฟ้องทองตรา แล้วพวกเราอาจถูกตำหนิ
“กลัวอะไร ถ้ามันไปฟ้องจริง มันนั่นแหละที่จะถูกมองว่าทำงานไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเรา” บุษกลยิ้มหยันแล้วหันไปทางอาณัติ “ขอบใจนะลูกรักที่คิดแผนดีๆแบบนี้”
“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะต้องทำให้ไอ้เพลิงมันกระเด็นไปจากเพชรไทย นี่ยังถือว่ากรุณานะครับ ใจผมน่ะอยากให้มันไปแบบไม่มีลมหายใจด้วยซ้ำ” อาณัติยิ้มเหี้ยม
นิรุตว้าวุ่นใจจนเสนอว่า เราคงต้องเลื่อนงานนี้ไปก่อน เพราะถ้าฝ่ายการตลาดไม่ส่งลูกค้า ฝ่ายพีอาร์ไม่ช่วยทำประชาสัมพันธ์ งานคงเกิดไม่ได้
“ไม่ครับคุณอา ผมจะยอมให้งานนี้ล้มไม่ได้ ผมรู้ว่ามันยาก แต่ถ้าผมยอมแพ้ คุณย่าก็จะไม่มีวันอภัยให้ความผิดของพ่อ ให้โอกาสผมเถอะนะครับ ผมจะพยายามเต็มที่” เพลิงขออย่างมุ่งมั่น
เมื่อเพลิงไม่ยอมแพ้ นิรุตรับปากว่าจะช่วยเต็มที่ ชนนท์มองเพลิงอย่างชื่นชม ส่วนสิตาแอบปลื้มสุดๆ ยิ่งเมื่อไปช่วยเพลิงเปิดสไลด์สถานที่จัดงานแล้ว เพลิงอธิบายประกอบอย่างคล่องแคล่วฉะฉาน สิตาก็ยิ่งชื่นชม จนชนนท์แอบมองเธอใจแป้ว...
ooooooo
เพลิงกลับถึงเรือนคนสวน เจอหลินมานั่งรออยู่ข้างนอก หลินโผเข้าถามอย่างตัดพ้อว่าหายไปไหนมา ถามอาผ่องก็ไม่ตอบ ผ่องเลยถามต่อหน้ากันเลยว่าแล้วเพลิงไปไหนมา บอกแม่ได้รึยัง
เพลิงบอกว่าตนกลับบ้านมา ไปหาปีเตอร์เรื่องงาน ที่บอกให้แม่ช่วยปิดก็เพราะไม่อยากให้ใครๆรู้ความเคลื่อนไหว แล้วบอกหลินว่าตนเจอเถ้าแก่เฮงด้วย
หลินใจหายวาบ ทำหน้างองอนเพลิง คิดว่าเถ้าแก่เฮงคงต้องให้เพลิงส่งตนกลับแน่ๆ แต่พอเพลิงบอกว่าเถ้าแก่เฮงเป็นห่วงหลินมาก บอกให้โทร.กลับไปหาป๊าบ้างเพราะโทร.มาทีไรหลินก็ไม่ยอมรับสายสักที แกคิดถึงและเป็นห่วงมาก
“ป๊า...ไม่ได้บอกให้พี่เพลิงส่งหลินกลับจริงๆเหรอ” หลินถามอย่างไม่แน่ใจ
“หลินมีพ่อที่ดีมากนะ อย่าทำให้พ่อเป็นห่วงเลย” เพลิงพูดยิ้มๆแล้วลุกเดินไป หลินน้ำตารื้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นดูอย่างลังเล สุดท้ายก็โทร.ถึงเถ้าแก่เฮง
พ่อลูกทักทายกันอย่างตื่นเต้นดีใจ หลินร้องไห้จนเถ้าแก่เฮงถามว่าร้องไห้ทำไม หลินขอให้ป๊ายกโทษให้ตนด้วยที่ทิ้งป๊ามา เถ้าแก่เฮงบอกว่าไม่ต้องร้อง ตนไม่ได้โกรธ บอกหลินว่า
“อะไรที่ลื้อทำแล้วมีความสุข อั๊วก็ไม่อยากขัดใจหรอก แต่หัวอกคนเป็นพ่อ อั๊วก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา ต่อไปนี้ลื้อก็แค่ส่งข่าวให้อั๊วรู้บ้าง อย่าหายเงียบไปแบบนี้อีกนะ”
“จะป๊า...หลินรักป๊านะ” หลินร้องไห้อย่างสะเทือนใจแล้วกดวางสาย ส่วนเถ้าแก่เฮงพอวางสายแล้วก็หยิบรูปหลินที่ถ่ายคู่กับตนขึ้นดู บอกกับรูปว่า “ป๊าก็รักลื้อนะอาหลิน...”
ooooooo
ข่าวการถอนตัวไม่ร่วมงานโชว์เพชรของบุษกล กับลูกๆ ทำให้ทองตราเรียกเพลิงไปพบถามว่า ไหวไหมถ้าไม่ไหวก็หยุดเสียตอนนี้ก็ได้
“ผมขอทำต่อครับ เพราะงานหลายส่วนเริ่มต้นไปแล้ว”เพลิงตอบอย่างหนักแน่น บอกว่าตนมั่นใจว่าทำได้
“อวดดี ถ้างานนี้พลาด เธอห้ามอ้างว่าขาดความร่วมมือนะ” ทองตราปราม แล้วบอกให้กลับไปเสียตนจะพักผ่อน เมื่อเพลิงกลับไปแล้ว สำอางชมว่าช่างเป็นพ่อลูกที่เหมือนกันจริงๆ ทองตราไม่พูดอะไรบอกสำอางให้ไปหาอะไรอุ่นๆให้ดื่มหน่อย
เมื่อสำอางออกไปแล้ว ทองตราพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกลึกๆว่า
“หวังว่าเพลิงจะเก่งได้ตลอดรอดฝั่งเหมือนลูกนะพิภัช”
ooooooo
เมื่อแม้นมาศได้ฟังน้ำฝนเล่าถึงเรื่องที่อาณัติทำรุนแรงกับน้ำฝนและเพลิงมาช่วยไว้ ก็ยิ่งไม่ชอบใจอาณัติ และชมเพลิงว่าเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ
“ถ้าไม่ได้เพลิง น้ำฝนก็คงหนีไม่พ้นพี่ณัติ”น้ำฝนพูดจากใจจริง จนสิตาแซวว่าเมื่อก่อนเห็นด่าเขาฉอดๆ เดี๋ยวนี้หายโกรธแล้วหรือ น้ำฝนพูดแก้เกี้ยวว่า“ยังหรอกค่ะ
ต่อไปนี้น้ำฝนจะดูคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตน้ำฝนให้รอบคอบขึ้น ยิ่งเป็นนายเพลิง ยิ่งน่ากลัวค่ะ ทำตัวเป็นคนดีแต่อาจสร้างภาพตบตาเราก็ได้”
ฟังน้ำฝนพูดถึงเรื่องสร้างภาพ สิตาถามว่าพอมีเพื่อนทำพีอาร์ให้ไหม เพราะตอนนี้ทั้งบุษกลและลูกๆ พากันถอนตัวไปหมดแล้ว
เหตุนี้เอง น้ำฝนจึงโทร.เรียกเพลิงไปพบตนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เธอไปเป็นพิธีกรถ่าย ทำโฆษณาให้อยู่ พอเขาไปถึง น้ำฝนบอกว่ามีธุระอยากคุยด้วย ถามว่า ตอนนี้เขาขาดทีมงานใช่ไหม
“เรื่องการตลาดผมไม่ห่วง คงมีแต่เรื่องพีอาร์”
“ให้ฉันช่วยนายเอาไหม”
“คุณเนี่ยนะจะช่วยผม”เพลิงมองน้ำฝนงงๆ คิดไม่ถึงว่าเธอจะอาสามาช่วยงานตน
นาฎนรีจับตาดูการทำงานของพวกเพลิงตลอดเวลา วันนี้ก็ไปเล่าให้แม่กับพี่ชายฟังว่า เห็นน้ำฝนกับสิตามาประชุมกับเพลิง เห็นว่าจะมาช่วยเพลิงทำพีอาร์งานโชว์เพชร บอกอาณัติว่าแบบนี้เขาคงได้น้ำฝนกลับมายากแล้วล่ะ
ข่าวนี้ทำให้อาณัติแค้นคุขึ้นมาอีก อาฆาตว่าถ้าเพลิงกลายเป็นโจรน้ำฝนยังจะรักไหม คำรามแล้วคว้าแฟ้มเดินออกจากห้องไปพบไพโรจน์ เสนอขอมือดีๆมาช่วยตนสักสองคน ตนจะทำให้งานนี้จัดไม่สำเร็จให้ได้
ไพโรจน์ถามว่าเอาแค่สองคนเองหรือ
“ใช่...เพราะอีกคนเขาจะมาช่วยเราโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว”อาณัติจ้องจิกไปข้างหน้าอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
ooooooo
อาณัติวางแผนให้บุษกลโทร.ไปขอให้แม้นมาศ ช่วยพูดให้น้ำฝนมาเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ ใส่เพชรชุดกลอรีออฟเลิฟ แม้นมาศขอคุยกับลูกดูก่อน
ทีแรกน้ำฝนก็ไม่ยอมเดินแบบให้ แต่แม้นมาศชี้ให้เห็นว่า
“ถ้านางแบบเป็นน้ำฝน คนออกแบบเป็นสิตา มันเท่ากับช่วยโปรโมตอนันตาจิวเวอรี่อย่างมากเลยนะลูก เอาเป็นว่าน้ำฝนตกลงนะ” แม้นมาศสรุป แล้วบอกสิตา
“ลากน้องสาวเธอไปประชุมที่เพชรไทยเลยนะ คุณป้าบุษเขารออยู่”
เมื่อน้ำฝนกับสิตาไปถึง บุษกลปากหวานว่า ต้องขอบใจมากที่น้ำฝนยอมเดินแบบให้ ส่วนอาณัติก็ทำคะแนนทันทีว่า
“พี่อยากจะให้น้ำฝนเป็นคนแรกที่ได้ใส่เครื่องเพชรชุดนี้ ถือเป็นคำขอโทษจากพี่ในสิ่งที่พี่เคยทำผิดกับน้ำฝนนะ ถ้าน้ำฝนยังคิดว่าเราสองคนพอจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ก็ทำเพื่อพี่สัก ครั้งนะครับ”
น้ำฝนยิ้มให้อาณัติ บุษกลดีใจมากถึงกับดึงน้ำฝนเข้าไปกอดอย่างแสนรักแสนเอ็นดู
ooooooo
เมื่อสิตากับน้ำฝนเป็นตัวแทนบุษกลไปแจ้งเรื่องนี้แก่นิรุตและชนนท์กับเพลิง นิรุตบ่นว่าบุษกลนี่ก็แปลกงานการไม่ยอมช่วยแต่มาเจ้ากี้เจ้าการเรื่องไร้ สาระอะไรก็ไม่รู้
ชนนท์เชื่อว่าอาณัติหมดมุกที่จะง้อน้ำฝนแล้วเลยต้องให้แม่ออกโรงแทน ส่วนเพลิงคิดว่าทำแบบนี้ก็ไม่เลว พูดเหน็บๆน้ำฝนว่า
“ได้นางแบบกิตติมศักดิ์อย่างคุณน้ำฝนมาเดินแบบให้ เซฟค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลย ใช่ไหมครับคุณน้ำฝน”
“นี่นายเพลิง งานนี้ฉันคิดค่าตัวนะจะมาใช้ฉันฟรีไม่ได้นะ” น้ำฝนเสียงแหลมใส่ ทุกคนเลยหัวเราะขำที่น้ำฝนกับเพลิงจิกกันไปมา
เมื่อพวกบุษกลได้น้ำฝนมาเดินแบบแล้ว อาณัติมีแผนต่อไปว่า ขั้นต่อไปคือกำจัดเพลิง ถ้าไม่มีเพลิงสักคนทุกอย่างก็ง่ายขึ้น บอกแม่ว่า คอยดูก็แล้วกัน งานนี้ตนจะลบชื่อเพลิงออกไปจากตระกูลของเราเลย
ooooooo
งานทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบและเข้ารูปเข้าร่างขึ้นเรื่อยๆ ปีเตอร์ก็คอนเฟิร์มรายชื่อบริษัทและลูกค้าจากฝั่งอเมริกาและยุโรปที่ตอบรับ จะมาร่วมงานให้เพลิง ทีมงานก็ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแข็งขันเพื่อจัดงานนี้ให้สำเร็จให้ได้
สิตาเห็นความมุ่งมั่น พยายาม และทุ่มเทของเพลิง ทำให้เธอยิ่งชื่นชมเขา จนชนนท์เห็นแล้วแอบใจแป้วไม่ได้
เวลาเดียวกัน อาณัติกับสมชัยก็ทำงานกันอย่างเร่งรีบและสำเร็จโดยไม่มีอุปสรรค เมื่อสมชัยเอาเครื่องเพชรชุดเดอะกลอรีออฟเลิฟไปส่งมอบให้อาณัติ เขาชมว่าทำได้เหมือนมาก ให้เงินไปปึกหนึ่งก่อน และสัญญาว่า “ถ้างานสำเร็จฉันจะให้โบนัสแกอย่างงามชนิดที่ได้บ้านได้รถกันเลย”
เพลิงเอาบัตรเข้าชมงานให้ผ่องใบหนึ่ง ผ่องขอไม่ไปแต่จะอยู่ดูแลทองตราที่บ้านแทน หลินงอนที่เพลิงไม่ให้บัตรตน เพลิงปลอบใจว่าไว้คราวหน้าจะพาไปเอง
ผ่องอวยพรให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพลิงสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด เสร็จงานแล้วจะได้พาแม่กลับบ้านเสียที
ทองตราให้สำอางตามเพลิงไปพบที่ห้องอาหาร ชมว่าเก่งที่ทำให้ตัวแทนจากอเมริกาและสมาคมหอการค้ายุโรปมาร่วมงานได้ ชมว่า “ถือว่างานนี้เธอทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก”
“เรื่องนี้เพลิงจัดการเองคนเดียวทั้งหมดเลยครับ” นิรุตให้คะแนนเพลิงอย่างชื่นชม
แม้บุษกลกับนาฎนรีที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยจะพูดหยันๆว่าฝรั่งพวกนั้นจะเป็น พวกที่มาจากถนนข้าวสารหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถูกทองตราดุว่า มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ แล้วเอาเอกสารตอบรับให้ดูกันต่อหน้าจนสองแม่ลูกเงียบกริบไป
“ที่เรียกทุกคนมาก็แค่อยากจะบอกว่า ฉันคงไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ก็ขออวยพรให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะ”
ทุกคนยกมือไหว้รับพรจากทองตรา ยกเว้นบุษกลกับนาฎนรีที่นั่งเชิดทำคอแข็ง
ooooooo










