ตอนที่ 7
ในขณะที่ทุกคนพยายามลืมเลือนเรื่องในอดีตเกี่ยวกับเวียงแก้ว ซึ่งบึกก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาอาบน้ำสระผมในห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ ผีเวียงแก้วตามมาอาละวาดหลอกหลอนจนคนงานหนุ่มใหญ่สะดุ้งสุดตัว
“ยังดีที่มึงยังไม่ลืมกู จะได้ไปบอกยมบาลในนรกถูก แล้วมึงยังจำตราบาปที่พวกมึงทำกับกูได้ไหม”
“อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้ว”
“ครั้งหนึ่งกูก็เคยวิงวอนขอร้องมึงอย่างนี้...แล้วมึงฟังกูไหม”
บึกวิ่งหนีผีเวียงแก้วไปชนกับร้อยดาวที่มาเดินเล่นแก้เซ็ง คนงานหนุ่มใหญ่พนมมือไหว้ปลกๆขอให้ช่วย
“ผมผิดไปแล้ว ผมกับพวกรุมข่มขืนคุณเวียงแก้วเอง คุณหนูช่วยผมด้วย ถ้าผมรอด...ผมจะบวชไม่สึก อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณเวียงแก้วหมดเลย”
ผีเวียงแก้วหัวเราะลั่นแล้วโต้กลับ “กุศลจากคนชั่วอย่างมึง กูไม่ต้องการ กูต้องการชีวิตมึงเท่านั้น”
ร้อยดาวพยายามห้ามแต่เหมือนยิ่งยุ ผีเวียงแก้วแผลงฤทธิ์หลอกหลอนจนบึกตกต้นไม้ไปตายคาที่!
เหตุการณ์วุ่นวายเพราะบึกเสียชีวิตสร้างความหวาดผวาให้แก่สมาชิกทั้งบ้าน ร้อยดาวเดินซังกะตายกลับห้อง เสียใจไม่น้อยที่ห้ามแม่ไม่สำเร็จ ผีเวียงแก้วปรากฏร่างขาวโพลนให้เห็นเหมือนเคย และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนร้อยดาวทนไม่ไหว โพล่งออกไปให้แม่หยุดล้างแค้นและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม
“นี่ลูกยังไม่เข้าใจอีกหรือร้อยดาว ที่แม่พยายามทำให้ลูกได้เห็นความทรมานขื่นขม เพราะอยากให้ลูกรับรู้ถึงทุกข์ระทมที่แม่ต้องจมปลัก อยากให้ลูกมาช่วยคลี่คลาย มิใช่ดูดายหาว่าแม่ใจร้ายไส้ระกำทำร้ายผู้คน”
“หนูรู้ค่ะว่าคุณแม่ต้องพบเจออะไรบ้าง แต่หนูไม่อยากให้คุณแม่ก่อกรรมด้วยการล้างแค้นเข่นฆ่าคนพวกนั้น”
“แล้วจะให้แม่ทำยังไง ปล่อยให้มันลอยนวลเสวยสุขโดยไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ใช่ไหม ลูกเห็นแม่เป็นอะไรร้อยดาว เป็นแม่ของลูกหรือเปล่า ถึงได้ไม่รู้สึกรู้สมที่เห็นพวกมันทำกับแม่เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน”
“แต่คุณแม่จันทร์ฉายสอนว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหนีผลกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้พ้น”
ผีเวียงแก้วโกรธมาก แหวลูกสาวลั่นที่ไม่เข้าใจความเจ็บปวด ร้อยดาวจะปลอบแต่ไม่ทัน ผีร้ายประจำบ้านบดินทร์ธรลับร่างหายไปแล้ว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจะร้องหาแต่ต้องชะงัก เพราะได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากเวียงร้อยดาวเสียก่อน ร้อยดาวไม่รอช้า รีบไปที่ท่าน้ำริมบึงบัวและพายเรือไปตามหาความจริง
บรรยากาศริมบึงบัวเงียบสงัดจนน่ากลัว แต่ร้อยดาวไม่หวั่น พุ่งไปที่เรือหมายจะพายข้ามฟากแต่ไม่ทันขยับก็ถูกไอ้โม่งชุดดำฟาดท้ายทอยอย่างแรงจนหมดสติ แล้วลากร่างของเธอไปโยนลงแม่น้ำ ความเยือกเย็นใต้น้ำทำให้ได้สติ ร้อยดาวกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอด แต่ไปไม่ถึงไหนก็เห็นร่างซีดขาวของเวียงแก้วถูกผูกติดกับหีบเหล็กขนาดใหญ่ใต้น้ำ...หรือว่าเธอต้องเอาชีวิตมาสังเวยความแค้นที่นี่
ผีเวียงแก้วเห็นลูกอยู่ในอันตรายก็ปราดไปช่วยและส่งกระแสจิตหานมแสง ร้อยดาวในสภาพเปียกปอนทั้งตัวจึงถูกพาไปเช็ดตัวและดื่มน้ำอุ่นในห้องนอน นมแสงโกรธมากจะไปฟ้องดำรงแต่ร้อยดาวยื้อไว้ ไม่อยากทำเรื่องให้งูตื่น...บางครั้งการนิ่งเฉยก็เป็นการตอบโต้ดีที่สุดรอให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาก่อนเถอะ!
ooooooo
ในขณะที่ร้อยดาวหมายมั่นจะจับคนร้าย ไอ้โม่งตัวจริงก็คือปั้นที่ตัดสินใจทำร้ายคุณหนูคนเล็กแห่งบ้านบดินทร์ธรเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามให้ดารกา ผีเวียงแก้วรู้ดีและตามไปเอาเรื่องถึงบ้านพัก
“มึงจะจองเวรกูใช่ไหมไอ้ปั้น ย่ำยีกูเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานยังไม่พอ ยังตามจองล้างจองผลาญเลือดเนื้อเชื้อไขกูอีก เห็นทีกูจะต้องตัดไฟแต่ต้นลม คืนนี้กูจะเอา
ชีวิตคนชั่วอย่างมึงก่อนที่จะได้ชีวิตลูกกูไอ้ปั้น!”
ผีเวียงแก้วเอื้อมมือไปจะบีบคอให้หายแค้น ปั้นเหงื่อแตกพลั่ก แต่แสงสว่างวาบจากเบี้ยแก้ที่คอเขาแผดเผาผีร้ายจนหายร่างไปเสียก่อน คนขับรถหนุ่มใหญ่ถอนใจโล่งอก คว้าเบี้ยแก้มาจบด้วยความศรัทธา
เช้าวันต่อมา...ระหว่างที่ร้อยดาวสังเกตสมาชิกในบ้านว่ามีใครน่าสงสัยบ้าง สร้อยฟ้ากับดาราเรศก็ตั้งหน้า ตั้งตาแขวะร้อยดาวเรื่องไม่ได้สมบัติ ส่วนวีระวิทย์ส่งสายตาโลมเลียดาหลาแถมเสนอตัวเป็นผัวจนดำรงทนไม่ไหวตวาดลั่น
“แม่ดาหลามีหัวคิดพอจะเลือกผัวดีๆสักคนได้ คงไม่ต้องหวังพึ่งแกมาช่วยผลาญสมบัติฉันหรอกเจ้าวีระวิทย์”
“ไม่รู้จะแก่งแย่งกันไปทำไม สมบัตินอกกายตาย แล้วก็เอาไปไม่ได้” เต็มเดือนเปรยลอยๆ
“แหม...คุณพี่ช่างน้ำใจประเสริฐ เช่นนั้นคุณพี่ก็สละ สิทธิ์ออกจากกองมรดกสิคะ จะได้ไม่ต้องมีเครื่องก่อกิเลส”
จงจิตรเหน็บยิ้มๆ เต็มเดือนโกรธมากแต่ต้องเก็บอาการ ดาราเรศเลยผสมโรงแขวะร้อยดาวว่ามีความสำคัญกับปกรณ์น้อยกว่าคนอื่นอย่างดาหลา หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ยี่หระสวนกลับว่าอย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินคนอื่น
ดาราเรศอยากจะบ้าตาย แต่สร้อยฟ้าส่งสายตาปรามไว้ก่อน ดำรงส่ายหน้าอ่อนใจก่อนกระแทกเสียงต่อว่าสมาชิกทุกคนว่าร้อนรนเหลือเกินเรื่องส่วนได้ส่วนเสียในสมบัติของบดินทร์ธร ดาหลาได้แต่มองพ่อบุญธรรมและร้อยดาวด้วยความอึดอัดใจ...ไม่อยากเป็นจุดเริ่มต้นความขัดแย้งของคนในบ้าน
อาการเกรี้ยวกราดของดำรงทำให้สร้อยฟ้ากังวลใจ กลัวเขาจะยกสมบัติพัสถานให้ดาหลาจริงๆ ดาราเรศคิดแผนเด็ดส่งกระถินไปเป่าหูพยาบาลสาวให้เข้าใจร้อยดาวผิด โดยแกล้งนำเศษแก้วไปใส่ไว้ในรองเท้า ดาหลามองเลือดแดงฉานของตัวเองด้วยใบหน้าตื่นกลัว กระถินฉวยโอกาสนี้เกลี้ยกล่อมให้เห็นว่าใครเป็นผู้ไม่หวังดี
“ลองคิดดูสิว่าใคร...ที่คุณกำลังเป็นศัตรูด้วยใคร...ที่คุณกำลังแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่น่าจะเป็นของเขาไปใคร...ที่รู้สึกว่าคุณเกินหน้าเกินตาจนต้องกลั่นแกล้งด้วยวิธีสกปรกอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่...คุณหนูร้อยดาว”
ดาหลาไม่อยากเชื่อ คุณหนูคนเล็กของบ้านไม่น่าจะมีจิตใจโหดร้ายหรือใจแคบแบบนั้น กระถินไม่ยอมแพ้ ใส่ไฟว่าแอบเห็นร้อยดาวทำลับๆล่อๆแถวนี้ ดาหลาเริ่มคล้อยตาม กระถินเลยยัดเยียดข้อหาให้ร้อยดาวเสร็จสรรพ
“นี่แหละ...ที่เขาบอกว่าแรงริษยาไม่เข้าใครออกใคร คุณแย่งทุกอย่างของคุณหนูร้อยดาว ถ้าไม่มีคุณสักคนคุณท่านจะยกสมบัติให้ใคร ถ้าไม่ใช่หลานที่พลัดพรากจากกันนานถึงยี่สิบห้าปี ฉันเตือนด้วยความหวังดี”
เวลาเดียวกันที่เรือนนมแสง...ดาราเรศรับหน้าที่ไปเป่าหูร้อยดาวให้เข้าใจดาหลาผิดว่ามาแย่งทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่ร้อยดาวมีสิทธิ์ในฐานะทายาทคนหนึ่ง หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่สนใจ สวนตรงๆว่าคงบินกลับอังกฤษทันทีที่เปิดพินัยกรรมของดิลกเสร็จ ดาราเรศแอบเบ้หน้า แสร้งยิ้มแล้วแสดงความเห็นใจเสียงอ่อน
“อย่างน้อยเราก็เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน ดาหลาเป็นแค่ขี้ข้าที่ขยับฐานะเป็นลูกบุญธรรม มีสิทธิ์อะไรจะได้สมบัติที่ควรจะเป็นของทายาทอย่างเธอ ฉันเตือนเพราะเป็นห่วงเธอนะร้อยดาว”
“อย่าห่วงฉันเลยค่ะ เป็นห่วงคนทางนี้ดีกว่า...ถ้าคุณปู่ยกบ้านนี้ให้ดาหลาแล้วคุณจะยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า”
“ฉันก็ย้ายไปอยู่วังเวฬุมาศกับคุณชายสิบทิศน่ะสิ ไม่รู้เหรอว่าคุณชายรักฉันมากแค่ไหน”
“ดีจริง...อีกหน่อยฉันก็ต้องเรียกคุณว่าหม่อม เวฬุมาศใหญ่โตโอ่อ่ากว่าบดินทร์ธรหลายเท่า คุณท่านตัดสินใจถูกแล้วที่ยกบ้านหลังนี้ให้ดาหลาเพราะดูเหมาะสมมากกว่าคุณ”
ร้อยดาวผละออกไปแล้ว ทิ้งดาราเรศให้กระทืบเท้าเร่าๆเพราะถูกแขวะ...ฝากไว้ก่อนเถอะนังร้อยดาว!
ooooooo
สิบทิศติดใจเรื่องสรรพคุณของดอกยี่โถจนต้องค้นหาในตำราพฤกษศาสตร์ แปลกใจไม่น้อยที่เห็นฤทธิ์ของดอกไม้ชนิดนี้จะเพิ่มแรงบีบของหัวใจและอาจส่งผลต่อการเต้นที่ผิดปกติจนอาจเสียชีวิตได้ แต่ยังมีคนไม่หวังดีผสมลงในชาให้ดำรงดื่มทุกวันอีก แต่ไม่ทันสะระ-ตะความคิดมากนัก ช้อยก็มาตามไปพบรัตนากรเสียก่อน
รัตนากรคิดหนักเรื่องอาการเจ็บป่วยเป็นมะเร็งของตัวเองที่เพียบหนักลงทุกวันแล้วตัดสินใจเจรจากับหลานชายเรื่องแต่งงาน สิบทิศอึ้งไปอึดใจ ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ บอกปัดว่ายังไม่พร้อม ราชนิกุลสาวใหญ่โต้กลับเสียงอ่อน
“ยังไม่พร้อมหรือยังไม่คิดจะเปิดใจให้ใครกันแน่ คนเราเกิดมาคนเดียวตายคนเดียว แต่การได้ร่วมหอลงโรงกับใครสักคน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นคือความสุขของชีวิต”
“ท่านพ่อก็แต่งงานอยู่กินใช้ชีวิตคู่กับท่านแม่ ตั้งแต่หลานจำความได้ ยังไม่เคยเห็นท่านพ่อมีความสุขสักครั้ง”
“ชีวิตคู่คือการอยู่ด้วยความเข้าใจไม่ใช่จำทนวิรุฬไม่เคยรู้จักชีวิตคู่แบบนั้น สุดท้ายจึงไม่มีอะไรให้ต้องจดจำ”
“ทุกวันนี้หลานยังไม่เจอคนที่ถูกใจ หรือต่อให้เจอก็ไม่รู้ว่าคนคนนั้นคือคนที่ใช่หรือเปล่า”
“ไม่เห็นจะยาก...คนที่ยามไม่เห็นหน้าก็คิดถึง ยามเห็นเขาอยู่กับคนอื่นก็เจ็บจี๊ดที่ใจ นั่นแหละ...คนที่ใช่สำหรับเรา ชายเจอคนคนนั้นบ้างหรือยัง ถ้ายัง...ป้าจะช่วยหาให้”
สิบทิศนิ่วหน้า ภาพร้อยดาวลอยมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้...ไม่จริงหรอก ใครจะไปรักเด็กกะโปโลแบบนั้นลง!
ด้านน่านฟ้า...ตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าร้อยดาวถูกประทุษร้ายเมื่อคืนก่อน ซักไซ้ใหญ่โตว่าใครเป็นต้นเหตุหรือคนร้ายตัวจริง ร้อยดาวไม่แน่ใจและอยากไปสำรวจเวียงร้อยดาวอีกครั้งเพราะเชื่อว่าทุกอย่างอาจเกี่ยวข้องกับการตายของเวียงแก้วเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน น่านฟ้าอิดออดไม่อยากไป แต่ไม่ทันปฏิเสธ แนวร่วมอีกคนก็มาถึง มาร์คส่งสายตาเป็นประกายตื่นเต้น ยินดีมากจะได้ไปสำรวจปราสาทผีสิงที่เคยได้ยินแต่ชื่อมาตลอดเสียที
เวลาเดียวกันที่ห้องนั่งเล่นบ้านบดินทร์ธร...สามสะใภ้หารือเคร่งเครียดเรื่องแรงอาฆาตของผีเวียงแก้วที่อาละวาดจนบึกตายไปอีกคน เต็มเดือนไม่ยี่หระ โต้กลับอย่างคนเห็นแก่ตัวว่ามีตะกรุดของพ่อปู่คุ้มกันอยู่แล้ว สร้อยฟ้ากับจงจิตรไม่พอใจมาก โวยวายใหญ่เพราะต่างยังไม่มีของขลังป้องกันตัว เต็มเดือนเลยตัดปัญหาสั่งปั้นเสียงกร้าว
“ส่งคนไปตามพ่อปู่มาพบฉัน ต่อให้ต้องพลิก แผ่นดินหาก็ต้องตามมาพบฉันให้ได้...ไปได้แล้ว”
ในขณะที่เต็มเดือนมั่นใจจะจัดการผีเวียงแก้วได้เหมือนเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ร้อยดาวหมายมั่นปั้นมือจะตามหาความจริงเรื่องแม่จากเวียงร้อยดาวให้ได้ น่านฟ้ากับมาร์คทะเลาะกันตลอดทาง ปล่อยให้ร้อยดาวตั้งหน้าตั้งตาค้นหาความผิดปกติบนเรือนคนเดียว จนในที่สุดหญิงสาวจากเมืองผู้ดีก็ค้นพบห้องลับใต้บันได
น่านฟ้ากับมาร์คพยายามทัดทานไม่ให้สำรวจแต่ร้อยดาวก็ดึงดันลงไปจนได้ แต่โชคร้ายบันไดเก่าผุพังไปตามกาลเวลา ทำให้เธอผลัดตกก้นกระแทกพื้นเต็มเปา น่านฟ้ากับมาร์คต้องแยกกันไปหาของมาช่วย ส่วนร้อยดาวตั้งต้นเดินดูห้องลับด้วยท่าทางหวาดหวั่น แต่ต้องทำใจแข็งสำรวจไปเรื่อยๆเพราะเชื่อว่ามีความลับบางอย่างถูกซ่อนที่นี่ และก็จริงดังคาด เมื่อเธอพบชายประหลาดท่าทางกระเซอะกระเซิงกำลังกินซากสัตว์ในห้องนั้น!
อาการคุกคามของชายประหลาดทำให้ร้อยดาวตกใจกลัวจนหมดสติ รู้สึกตัวอีกครั้งก็เห็นว่าตัวเองนอนพักในห้องบนเรือน ห้อมล้อมด้วยนมแสง มาร์คและน่านฟ้าที่มองมาด้วยความเป็นห่วง ร้อยดาวคลับคล้าย คลับคลาว่าชายประหลาดในห้องลับจะเป็นปกรณ์ แต่ไม่แน่ใจเพราะจำหน้าพ่อไม่ได้แจ่มชัด มาร์คกับน่านฟ้าช่วยกันยืนยันว่าไม่เห็นใครนอกจากเธอ แต่ร้อยดาวไม่เชื่อนัก...มั่นใจว่าตัวเองตาไม่ฝาดและได้ยินเสียงร้องโหยหวนนั้นจริงๆ
มาร์คเดินไปส่งน่านฟ้าที่วังเวฬุมาศ ราชนิกุลสาวจึงได้ทราบว่าร้อยดาวเคยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตามาก่อน และผลข้างเคียงของมันก็อาจทำให้เห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น แต่ถึงกระนั้นความคิดเรื่องร้อยดาวก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเธอกลับถึงวังแล้วพบว่าสิบทิศจัดแจงสั่งให้ช้อยเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าให้เธอไปกรุงเทพฯ เรียบร้อย
“หญิงควรมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองบ้าง”
“เรายังเด็กเกินไปจะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองตัดสินลงไปผิดหรือถูก”
“ไม่ว่าสิ่งที่ตามมาจะดีกว่าเดิมหรือแย่กว่าเก่า หญิงก็พร้อมจะยอมรับผลที่หญิงเป็นคนเลือกเอง”
สิบทิศไม่รับฟังเหตุผลใดๆ เจ้ากี้เจ้าการให้น้องสาวเตรียมตัวเข้ากรุงเทพฯ น่านฟ้าโกรธมากสวนกลับ
“พี่ชายไม่มีเหตุผล ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่ยังอยู่ พี่ชายคงไม่บ้าอำนาจขนาดนี้”
น่านฟ้าสะบัดหน้าขึ้นห้องไปแล้ว ทิ้งสิบทิศให้มองตามด้วยความหงุดหงิดที่น้องสาวทำตัวเหมือนไม่รู้จักโต
ooooooo
น่านฟ้านอนร้องไห้คนเดียวในห้อง น้อยใจพี่ชายเหลือเกินที่ไม่ยอมเข้าใจหรือรับรู้ความต้องการของเธอ ส่วนร้อยดาวถือโอกาสคาดคั้นความจริงจากนมแสงเรื่องสาเหตุการตายของปกรณ์เมื่อหลายสิบปีก่อน
นมแสงกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบากไม่อยากเล่า แต่ไม่อาจต้านทานความต้องการ ร้อยดาวเลยได้ทราบว่าปกรณ์ประสบอุบัติเหตุรถพุ่งตกสะพาน แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครพบศพเขาแม้แต่คนเดียว และสันนิษฐานกันว่าศพคงถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกลแล้ว ร้อยดาวไม่ค่อยเชื่อ... ตราบใดที่ไม่พบศพก็ไม่มีอะไรแสดงว่าปกรณ์เสียชีวิต!
ความข้องใจเรื่องปกรณ์ทำให้ร้อยดาวตัดสินใจไปไขห้องเก็บของเก่าแก่เพื่อค้นรูปพ่อในบ่ายวันเดียวกัน แต่ไม่ทันได้เรื่องอะไรก็ต้องผละออกมาก่อน เมื่อดาหลาไปตามมาพบดำรงตามคำสั่ง ประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์–ธรหัวเสียมากเมื่อรู้ว่าหลานสาวคนเล็กไปยุ่มย่ามในห้องเก็บของ ขุดคุ้ยเรื่องปกรณ์กับเวียงแก้วไม่เลิกรา
“เท่านี้ยังรู้ความบัดสีของแม่หล่อนไม่พอหรือไงถึงต้องไปหาหลักฐานมาประจานแม่ตัวเองว่าชั่วช้าขนาดไหน”
“ดิฉันไม่เชื่อว่าคุณแม่เวียงแก้วจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีอายที่ถูกจับได้ว่าคบชู้”
“โอหัง...หล่อนคิดว่าแม่เวียงแก้วของหล่อนถูกใส่ร้ายป้ายสีให้มีราคีงั้นสิ จริงเท็จเป็นอย่างไรทำไมฉันจะไม่รู้ หลักฐานพยานก็เห็นอยู่ นึกว่าฉันโง่นักหรือไงแม่ร้อยดาว”
“ดิฉันไม่กล้าล่วงเกินคุณท่านค่ะ แต่หลักฐานบางอย่างทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการตายของคุณแม่น่าจะมีเงื่อนงำ”
ดำรงนิ่วหน้า ขอดูหลักฐานตามที่หลานสาวเอ่ยอ้าง เมื่อได้เห็นใบมรณบัตรซึ่งมาร์คนำมาเมื่อหลายวันก่อนก็ถึงกับเข่าอ่อน ประกาศเรียกสามสะใภ้กับนมแสงมาสอบถามเรื่องทั้งหมด ทุกคนหน้าเสียเมื่อเห็นหลักฐานในมือดำรง มีเพียงเต็มเดือนตั้งสติได้ก่อนเพื่อน อธิบายอย่างใจเย็นว่าปกรณ์ไม่อยากให้คนนอกรับรู้ว่าเวียงแก้วผูกคอตายเพราะหนีความอัปยศที่คบชู้ เลยวิ่งเต้นนายอำเภอให้ระบุสาเหตุการตายว่าคือหัวใจวายเฉียบพลัน
ร้อยดาวไม่ค่อยเชื่อ คาดคั้นถามเรื่องสถานที่ตั้งโลงศพ สามสะใภ้ก็เฉไฉว่าจัดการเผาแล้วเอากระดูกลอยอังคารตั้งนานแล้ว ผีเวียงแก้วแอบฟังอยู่ไม่พอใจมาก แผลงฤทธิ์ให้กระจกแตกจนทุกคนหน้าซีดด้วยความกลัว ร้อยดาวอดขนลุกไม่ได้ แต่การให้ความเป็นธรรมกับแม่สำคัญกว่าจึงตัดสินใจพูดตรงๆ
“บางทีคุณแม่เวียงแก้วอาจจะวนเวียนแถวนี้ ตามคิดบัญชีคนชั่วที่เคยก่อกรรมเพื่อล้างมลทินก็ได้...ใครจะรู้”
ดำรงหน้าเครียดแหวลั่น “อยู่ต่อหน้าฉัน...หล่อนยังกล้าพูดจาเหลวไหล เอาสิ...ถ้าวิญญาณแม่หล่อนยังอยู่จริง ก็มาปรากฏตัวให้ฉันเห็นกับตาอีกสักครั้ง จะได้ถามให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่าความจริงเป็นยังไง”
เวลาเดียวกันที่วังเวฬุมาศ...สิบทิศกับช้อยวิ่งวุ่นตามหาน่านฟ้าให้จ้าละหวั่น เมื่อค้นพบว่าหายจากวังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ราชนิกุลหนุ่มกำชับคนใช้เก่าแก่ให้ปิดรัตนากรไว้ก่อน ไม่อยากให้กังวลจนไม่สบายใจ
ฟากน่านฟ้าแต่งตัวในชุดทะมัดทะแมง สะพายเป้เดินไปตามริมถนน แต่โชคร้ายดันเจอฝนตกต้องหาที่หลบ เมื่อเห็นรถยนต์วิ่งผ่านจึงโบกมือเรียกโดยไม่ทันคิดอะไร แต่คงกะทันหันไปหน่อยรถคันนั้นเลยแฉลบลงข้างทาง มาร์คนั่นเองที่เป็นเจ้าของรถคันนั้น ต่อว่าราชนิกุลสาวเคืองๆที่มายืนลับๆล่อๆจนเกือบถูกชน น่านฟ้าไม่สนใจขอไปค้างที่โรงแรมกับเขาด้วย มาร์คอึ้งไปอึดใจ แต่ต้องยอมเพราะดูท่าเธอจะไม่ยอมกลับวังแต่โดยดีแน่
แม้จะเห็นใจน่านฟ้าไม่น้อยที่ถูกพี่ชายบังคับไปเรียนการเรือนที่กรุงเทพฯ แต่มาร์คไม่เห็นด้วยที่เธอหนีออกจากบ้านมาโดยไม่บอกใครเช่นนี้ ราชนิกุลสาวไม่ยี่หระ อ้างว่าสิบทิศคงไม่สะทกสะท้านเพราะไม่เคยสนใจจะฟัง มาร์คได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจเพราะไม่รู้จะกล่อมยังไง ต้องยอมให้ไปค้างที่โรงแรมด้วย แต่น่านฟ้าก็ป่วนจนเขาอดแขวะไม่ได้
“คิดถูกหรือผิดกันแน่ที่ตัดสินใจพายูมาด้วย รู้อย่างนี้น่าจะปล่อยให้ลงข้างทางตากฝนเสียให้เข็ด”
“แค่นี้ลำเลิกบุญคุณเหรอ ถ้าไม่จนตรอกจริงๆจ้างให้ฉันก็ไม่มีวันค้างห้องเดียวกับคนกวนประสาทอย่างนาย”
มาร์คถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วตัดสินใจหลับตาเพื่อตัดปัญหา ทิ้งให้น่านฟ้าพร่ำบ่นเรื่องความน้อยใจต่อสิบทิศที่บังคับขู่เข็ญให้เธอทำตามโดยไม่ถามความ
สมัครใจคนเดียว...นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ งั้นก็บ่นไปคนเดียวแล้วกัน!
ooooooo
เพราะคำประกาศท้าทายของดำรงเมื่อบ่ายแท้ๆ ที่ทำให้ผีเวียงแก้วเข้าสิงร่างดาหลามาเฝ้าตามคำขอ ประมุขใหญ่บ้านบดินทร์ธรถึงกับตะลึงเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของพยาบาลส่วนตัว ยิ่งเมื่อเห็นท่าสยายผมมาเช็ดหลังเท้ายิ่งถึงบางอ้อว่าผีเวียงแก้วคงมาเยือน ผีร้ายแสยะยิ้ม ก้มหน้าก้มตาบีบน้ำตาคร่ำครวญขอความเห็นใจ
“ข้าเจ้าไปไหนไม่ได้ ได้โปรดช่วยข้าเจ้าด้วยงมศพ ข้าเจ้าขึ้นมาที แล้วความจริงที่คุณท่านอยากรู้จะถูกเปิดเผย”
ดำรงนิ่วหน้า ย้อนถามว่าศพของเธออยู่ที่ไหน ผีเวียงแก้วชี้นิ้วขาวซีดไปทางบึงบัวก่อนจะออกจากร่างดาหลา ชายชราถึงกับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก...หรือว่าศพของเวียงแก้วจะไม่ได้รับการทำพิธีจริงๆ
ผีเวียงแก้วออกจากร่างดาหลาไปเฝ้าร้อยดาวที่กำลังฝันร้าย เมื่อลูกสาวสะดุ้งตื่นพร้อมบอกว่าเห็นภาพปกรณ์ถูกทรมานก็ของขึ้น โต้กลับว่าเขาตายไปตั้งนาน จะมาร้องโหยหวนทรมานได้ยังไง!
ความสงสัยของร้อยดาวไม่ได้ทำให้ผีเวียงแก้วกังวลใจ เธอส่งลูกสาวเข้านอนอีกครั้งแล้วผละไปที่ห้องลับในเวียงร้อยดาว ชายประหลาดที่ร้อยดาวเคยพบ แท้จริงก็คือปกรณ์ที่ถูกผีเวียงแก้วจับมากักตัวเมื่อหลายปีก่อน เขาหน้าซีดตัวสั่นเมื่อเห็นผีร้ายมาเยี่ยมพร้อมท่อนแขนของบึกที่เธอเอามาให้เป็นอาหารยังชีพ แม้เขาจะเพียรปฏิเสธและร้องขอให้เอาชีวิตเขาไปเพื่อดับความแค้น แต่ผีเวียงแก้วก็ไม่พอใจแค่นั้น
“ข้าเจ้าสั่งให้กินก็ต้องกิน ลิ้มรสเลือดเนื้อไอ้คนสารเลวที่มันทำระยำอัปรีย์กับข้าเจ้าว่ารสชาติเป็นยังไง”
ขาดคำก็ยัดท่อนแขนเปื้อนเลือดเข้าปากปกรณ์ จนเขาต้องโก่งคออาเจียน ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
“ตะโกนให้คอแตกก็ไม่มีใครได้ยินหรอกเจ้า หรือต่อให้ได้ยินก็ไม่มีใครเห็นเพราะข้าเจ้าใช้อาถรรพ์บังตาไว้ ตราบใดที่ข้าเจ้ายังไม่ให้ตาย คุณปกรณ์ก็ยังตายไม่ได้ การไล่ล่าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีเวลาสนุกอีกเยอะแยะ อยากรู้ไหมล่ะเจ้าว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป”
ผีเวียงแก้วหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง ปกรณ์มองมาด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด...เมื่อไหร่จะได้ตายๆไปสักที!
ด้านสิบทิศ...ขับรถตามหาน่านฟ้าทั้งคืนแต่ไม่พบแม้แต่เงา จึงตัดสินใจไปหาร้อยดาวเพราะเชื่อว่าเธออาจรู้เบาะแสเรื่องน้องสาว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีกำลังเก็บดอกยี่โถไปให้เต็มเดือน ตกใจหน้าตื่นเมื่อทราบว่าราชนิกุลสาวหนีออกจากวัง แต่ถึงกระนั้นก็อดแขวะสิบทิศไม่ได้ที่มีส่วนทำให้น้องสาวทำแบบนี้
“ใครๆก็มีความฝัน คุณหญิงก็เช่นกัน แต่คุณชายทำลายมันหมด คนไม่มีความฝันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย”
ร้อยดาวผละจากไปดื้อๆ แต่สิบทิศไม่ยอมตามไปกระชากข้อมือเธอกลับมาแหวใส่
“แต่ไหนแต่ไรน่านฟ้าเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เพราะเธอคนเดียวร้อยดาว เธอคอยให้ท้ายน้องสาวฉันจนกลายเป็นเด็กหัวแข็งไม่ฟังใคร ถ้าน่านฟ้าเป็นอะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
สิบทิศจะกลับแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นดอกยี่โถในมือเธอ ความทรงจำเรื่องสรรพคุณและฤทธิ์ของดอกยี่โถที่เคยค้นจากตำราพฤกษศาสตร์เมื่อหลายวันก่อนทำให้ต้องมองเธอด้วยความตื่นตะลึง...เธอนี่มันอันตรายกว่าที่ฉันคิดจริงๆ!
ในขณะที่สิบทิศเริ่มรู้สึกผิดจากคำพูดร้อยดาว ว่าตัวเองอาจมีส่วนทำให้น้องหนีออกจากวัง น่านฟ้ากับ มาร์คกลับมีแต่เรื่องถกเถียงกันตามประสาคู่กัด ไม่รู้แม้ แต่น้อยว่ากำลังมีคนร้อนรนด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะรัตนากรที่ทราบเรื่องหลานสาวในเช้าวันเดียวกัน ถึงกับเป็นลมหมดสติเพราะไม่คาดคิดมาก่อน
ฝ่ายดำรงคุยกับปรมัตถ์เรื่องที่ให้ไปสืบเกี่ยวกับพิธีสวดศพของเวียงแก้ว แต่เหมือนจะไม่ได้เรื่องเพราะไม่มีเบาะแสใดๆ ดำรงนึกถึงคำพูดร้องขอของผีร้ายเมื่อวันก่อนแล้วตัดสินใจให้ปรมัตถ์มาอยู่ที่บ้านด้วยเพื่อค้นหาความจริงเรื่องเวียงแก้ว นมแสงกับร้อยดาวตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะรายหลังดีใจที่จะมีเพื่อนคุย
“คุณท่านให้นายมาพักที่นี่จนกว่าจะถึงวันเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อดิลก ฉันจะได้มีเพื่อน”
“บ้านบดินทร์ธรมีแต่ผู้หญิงกับคนแก่ บ่าวไพร่ผู้ชายก็รู้หน้าไม่รู้ใจ คุณปรมัตถ์ย้ายมาอยู่ที่นี่ดิฉันค่อยโล่งอก”
“ครับคุณนม...คุณพ่อกำชับว่าตราบใดที่คุณหนูยังอยู่ในรั้วบดินทร์ธร ให้กระผมคอยดูแลคุณหนูอย่างใกล้ชิด กระผมจะคอยปกป้องคุณหนู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต กระผมก็ไม่ลังเลเลย”
ปรมัตถ์ส่งสายตาหวานบอกความในใจอย่างไม่ปิดบัง นมแสงมองออก ยิ้มปลื้มและไม่คิดจะขวางเพราะเอ็นดูลูกชายทนายเก่าแก่ ต่างจากดารกาที่แอบมองจากมุมหนึ่ง กำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจที่ปรมัตถ์มีใจรักร้อยดาวจนออกนอกหน้า และเพราะความคิดชั่ววูบแท้ๆ
จึงคิดจะฆ่าตัวตาย ปั้นปราดมาขวางทั้งน้ำตา หัวใจแทบสลายเมื่อเห็นลูกสาวอกหักจากหนุ่มที่หลงรัก ดารกาดิ้นรนทำร้ายตัวเองจนเขาต้องคุกเข่าอ้อนวอน
“ไอ้ปั้นสัญญา...ด้วยชีวิตว่าจะทำให้คุณหนูสมหวังให้ได้ ขออย่างเดียว...อย่าคิดสั้นอีกเลยนะครับคุณหนู”
“จริงๆนะนายปั้น...นายสัญญากับฉันแล้วนะ”
ooooooo
ในขณะที่ทุกคนในวังเวฬุมาศกระวนกระวายใจกับการหายตัวไปของน่านฟ้า ราชนิกุลสาวกลับไปทำหน้าทะเล้นกับร้อยดาวที่บ้านบดินทร์ธรเมื่อพูดถึงวีรกรรมสุดกล้าหาญหนีออกจากวังเพื่อพิสูจน์ตนเอง ปรมัตถ์ไม่สนุกด้วยและบอกมาร์คให้ระวังตัวเพราะสิบทิศอาจตั้งข้อหาลักพาตัวได้
น่านฟ้าไม่สนใจเพราะคิดว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง ส่วนร้อยดาวเห็นด้วยกับปรมัตถ์และคิดว่าคงถูกสิบทิศเอาเรื่องแน่หากรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักมาหลบซ่อนที่บ้านเธอ ราชนิกุลสาวนิ่วหน้า บ่นน้อยใจที่ไม่มีใครเข้าใจความอึดอัดของเธอ ถ้ากลับวังตอนนี้มีหวังถูกส่งตัวไปกรุงเทพฯแน่ ร้อยดาวคิดหนักแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเด็ดขาด
“ถึงเวลาแล้วค่ะที่คุณหญิงต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง”
“หมายความว่า...พี่ร้อยดาวจะส่งหญิงกลับบ้านน่ะเหรอ”
“บทเรียนชีวิตแต่ละคน ยิ่งยากเท่าไหร่ ถ้าผ่านไปได้ เราก็ยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น เราทุกคนจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน”
น่านฟ้าซึ้งใจมาก โผกอดร้อยดาวด้วยความตื้นตันที่เข้าใจ บ่ายวันเดียวกันหญิงสาวจากเมืองผู้ดีจึงตัดสินใจเรียกสิบทิศมาคุยเพื่อหยั่งเชิงท่าทีเรื่องการหายตัวไปของน่านฟ้า
“เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว คุณชายยังอยากจะส่งน้องสาวไปเรียนที่กรุงเทพฯหรือเปล่าคะ”
“ยิ่งหนีเตลิดจากบ้านแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันรู้ว่าตัดสินใจไม่ผิด น่านฟ้าเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะไปใช้ชีวิตตามลำพังที่อังกฤษได้ยังไง ต้องส่งไปดัดนิสัย ให้ท่านยายคอยกำราบเสียบ้างจะได้เข็ด”
“คุณชายต้องปล่อยให้น้องสาวเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริง เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่ประคบประหงมราวไข่ในหินอย่างนี้ คุณหญิงจะได้เติบโตอย่างเข้มแข็ง”
สิบทิศชักสีหน้าไม่พอใจที่ถูกสอน กระแทกเสียงใส่แล้วหุนหันกลับวัง รัตนากรรีบไปสอบถามเรื่องหลานสาวแต่เมื่อได้ความว่ายังหาไม่พบก็เครียดจัดจนจะเป็นลมอีกรอบ พลางพร่ำขอร้องสิบทิศให้ตามหาน่านฟ้าให้เจอโดยเร็วเพราะไม่อยากผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับหม่อมเจ้าอาภาจะดูแลลูกสาวกับลูกชายของเธอให้ดีที่สุด
ฟากน่านฟ้าเป็นห่วงช้อยกับรัตนากรไม่ต่างกัน กลัวจะกระวนกระวายเพราะการหายไปของเธอ ร้อยดาวที่ตัดสินใจยังไม่บอกสิบทิศเรื่องน่านฟ้าจึงอาสาไปบอกให้ เพราะคิดว่าพอจะมีวิธีดัดหลังคุณชายจอมบงการแล้ว...
เวลาเดียวกันที่บ้านบดินทร์ธร...สามสะใภ้ปรึกษากันเคร่งเครียดเรื่องการปรากฏตัวอีกครั้งของผีเวียงแก้ว โดยเฉพาะสร้อยฟ้ากับจงจิตรที่ร้อนรนหนัก กลัวต้องตาย อย่างอเนจอนาถเหมือนสามคนงานชายก่อนหน้า ผิดกับเต็มเดือนที่แม้จะกลัวแต่ยังใจชื้นเพราะมีตะกรุดของพ่อปู่ติดตัว จงจิตรหงุดหงิดมาก ต้องไประบายอารมณ์กับปั้นเรื่องความเห็นแก่ตัวของเต็มเดือน คนขับรถคู่ขาเลยสละเบี้ยแก้ที่ห้อยติดคอมาตลอดให้เธอไว้ป้องกันตัว
ด้านวีระวิทย์กับกระถิน...ไม่สนบรรยากาศอึมครึมในบ้าน มัวเมาแต่กับกามตัณหาในสวนรกหลังบ้านอย่างดุเดือดถึงพริกถึงขิง บังหนั่นผ่านมาเห็นก็อดไม่ได้ เอะอะลั่นหวังให้ทั้งสองแยกออกจากกัน วีระวิทย์โกรธจัด คาดโทษแขกยามเฝ้าประตูไม่ให้ปากสว่างแล้วผละจากไป ทิ้งกระถินให้โวยวายกับบังหนั่นอย่างหัวเสีย
“โอ๊ย...คนจะมีอะไรกัน กลางวันกลางคืนเลือกได้ที่ไหน”
“ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ เราเป็นบ่าว เขาเป็นนาย ทำบัดสีบัดเถลิงอย่างนี้ ถ้าคุณท่านรู้เข้าจะเดือดร้อน”
“ไอ้บัง...แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ ชอบมาแส่เรื่องคนหนุ่มคนสาว ถ้าไม่อยากถูกคนรุ่นราวคราวหลานอย่างฉันถอน หงอกล่ะก็ ทีหลังอย่าสอด คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเชียว... อารมณ์เสีย!”
วีระวิทย์อารมณ์ค้างจากกระถิน เมื่อเจอกับดาหลาโดยบังเอิญเลยดึงเข้ามุมมืดแล้วพยายามปลุกปล้ำ
“ยอมเป็นเมียฉันเถอะ สมบัติบดินทร์ธรจะได้ตกเป็นของเราสองคน”
ดาหลาดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต ทำท่าจะพลาดท่าแต่ได้ปรมัตถ์ที่ผ่านมาแถวนั้นช่วยไว้ทัน วีระวิทย์เดือดจัด พุ่งเข้าหาแต่สู้ลูกชายทนายเก่าแก่ไม่ได้ ต้องฮึดฮัดถอยกลับห้องเซ็งๆ เมื่อดำรงทราบก็หัวเสียมาก โวยวายด่าหลานชายใหญ่โตที่กล้าทำบัดสีกับคนในความดูแลของเขา ส่วนดาหลาร้องไห้ไม่หยุดจนชายชรารำคาญ
“อ้าว...มัวแต่สะอึกสะอื้นอยู่นั่นแหละ ถ้าเจ้าปรมัตถ์มาไม่ทัน หล่อนคงเสียตัวไปแล้ว ไหว้พี่เขาซะ”
ดาหลาพนมมือไหว้ตัวสั่น ขอบคุณปรมัตถ์แผ่วเบา ดำรงถอนใจหนักหน่วงแล้วตัดสินใจบางอย่าง
“คราวนี้ไม่พลาด แต่คราวหน้าไม่แน่ ฉันเองก็แก่ลงทุกวัน เห็นที...คงต้องยกแม่ดาหลาให้เธอดูแลแทนล่ะมัง”
ดาหลาใจหายวาบที่ถูกยกให้ชายหนุ่มอย่างกะทันหัน เช่นเดียวกับปรมัตถ์ที่ถึงกับพูดไม่ออก...
ooooooo
ร้อยดาวไปหารัตนากรเพื่อบอกเรื่องน่านฟ้าจะมาพักอยู่กับเธอชั่วคราวเพื่อดัดหลังสิบทิศที่ชอบบงการชีวิตน้อง ราชนิกุลสาวใหญ่ค่อยคลายกังวลและฝากฝังให้ดูแลหลานสาวอย่างดีเพราะน่านฟ้าเป็น เหมือน แก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน ส่วนสิบทิศไม่รู้เรื่อง ยังคงไปเฝ้าที่สถานีรถไฟทุกวัน หวังลึกๆว่าจะเจอน้องสาว
ฝ่ายน่านฟ้าตื่นเต้นกับการได้อยู่ร่วมชายคากับร้อยดาว ช่วยนมแสงกางที่นอนหมอนมุ้งอย่างสนุกสนาน และเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับร้อยดาวก็อดถามเรื่องเคยผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาที่ได้ยินจากมาร์คไม่ได้
“แสดงว่าดวงตาของพี่มีสัมผัสพิเศษ สามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่เห็น อย่างเช่นกลุ่มพลังงานหรือไม่ก็วิญญาณผู้ชายที่อยู่ในห้องใต้ดิน บางทีวิญญาณคุณพ่อแท้ๆของพี่ร้อยดาวอาจกำลังสื่อสารอะไรบางอย่างก็ได้”
คำพูดของน่านฟ้าทำให้ร้อยดาวฉุกคิดจนนอนไม่หลับ ต้องออกมาเดินเล่นดูดาวในสวนกลางดึก ปรมัตถ์ผ่านมาเห็นจึงไปคุยเป็นเพื่อน เมื่อเห็นเธอไม่สบายใจเลยพยายามพูดปลอบ หวังใช้ความดีทำให้เธอหันมามอง
“ดวงดาวก็เหมือนชะตาชีวิตคนมังครับ บางคราวก็ริบหรี่ บางคราวก็สุกสว่าง แล้วแต่จังหวะชีวิตขึ้นลง คุณหนูดูโน่นสิครับ ในคืนเดือนมืดก็ใช่ว่าจะมืดมิดเสมอไป ยังมีแสงจากดาวศุกร์ส่องสว่างอยู่ ต่อให้ไม่มีพระจันทร์ ดวงดาวก็ใช่ว่าจะโดดเดี่ยวอ้างว้าง...เหมือนผมที่จะอยู่เคียงข้างคุณหนูเสมอไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์”
“ตั้งแต่เดินทางมาอยู่ที่นี่ ชีวิตฉันก็ดูมืดมนไปหมด แต่สิ่งดีที่สุดสำหรับฉันคือการได้รู้จักกับนาย...ปรมัตถ์”
ปรมัตถ์กลับห้องพักด้วยหัวใจพองโตอย่างน้อยๆ ร้อยดาวก็ไม่รังเกียจชายหนุ่มไร้ฐานันดรหรือศักดินาอย่างเขา แต่ไม่ทันดื่มด่ำความรู้สึกแสนหวาน ก็ต้องตกใจเมื่อดารกาซึ่งแอบซ่อนตัวในห้องเขา พุ่งมาสวมกอดจากข้างหลัง พร้อมสารภาพรักเสียงออดหวังให้เขาสนใจและตอบสนองกลับ แต่ปรมัตถ์ปฏิเสธเสียงแข็งจนเธอโกรธจัด
“ดาอยากรู้จริงๆ นังร้อยดาวมีดีอะไร ดาสู้มันไม่ได้ตรงไหน ทำไมพี่ถึงได้หลงรักมันนัก”
“อย่างน้อยคุณหนูร้อยดาวก็รักในศักดิ์ศรีตนเอง ไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อให้อับอายขายหน้าวงศ์ตระกูล”
“ดาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าคุยกันดีๆไม่รู้เรื่อง ดาก็จะใช้วิธีของดา”
ดารกาค่อยๆฉีกชุดนอนจนขาดวิ่น เอามือตบตีตัวเองจนแดงช้ำไปหมด หลังจากนั้นจึงกรีดร้องและโวยวายให้คนมาช่วยเพราะถูกปรมัตถ์ปลุกปล้ำ สมาชิกทุกคนในบ้านแตกตื่น ดำรงส่ายหน้าเอือมระอาแล้วเรียกให้ไปรวมตัวกันในห้องโถงเพื่อสืบความ จงจิตรเห็นท่าทางไม่สบตาของลูกสาวจึงมั่นใจว่าเป็นแผนลวง เลยตัดสินใจผสมโรงช่วย
“ยายดาถูกข่มเหงขนาดนี้ คงต้องเรียกทนายทวีปมารับรู้พฤติกรรมต่ำทรามของลูกชายที่บังอาจกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ดูซิ...จะมีหน้ารับผิดชอบลูกสาวดิฉันยังไง”
ดำรงกระแทกไม้เท้า ไม่ชอบใจที่ถูกขัด “ฉันยังสืบสาวราวเรื่องไม่ทันจบ หล่อนก็รีบด่วนสรุปเสร็จสรรพ กลัวแม่ลูกสาวหล่อนขายไม่ออกหรือไง ถึงได้รี่ใส่พานถวาย แม่ดารกา...กลางค่ำกลางคืนหล่อนลงไปทำอะไรที่นั่น”
ดารกาสวมบทโศก ร้องไห้คร่ำครวญว่ามาเดินเล่นในสวน แต่ถูกปรมัตถ์ใช้กำลังลากไปขืนใจ ปรมัตถ์หน้าซีดเผือด ละล่ำละลักปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ดำรงมองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความเซ็ง จะตัดสินอยู่แล้วแต่ต้องชะงักเมื่อร้อยดาวโพล่งออกมาว่าเป็นพยานให้ปรมัตถ์ได้ว่าถูกดารกาใส่ร้าย!
เรื่องราวจากปากร้อยดาวทำให้ปรมัตถ์พ้นจากข้อกล่าวหาอย่างใสสะอาด ทั้งเรื่องที่ดารกาแอบซ่อนตัวในห้องเขา ลงมือยั่วยวนแถมปลุกปล้ำเขาเองจนวุ่นวายไปหมด ดารกากำมือแน่น ตั้งท่าจะเอาเรื่องร้อยดาวเต็มที่ ดำรงกระแทกไม้เท้าเสียงดัง โกรธจัดที่หลานสาวทำอะไรไม่ไว้หน้าชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
“อย่านึกว่าฉันเป็นตาแก่งี่เง่าเลอะเลือน จนดูไม่ออกว่าใครกำลังเล่นละครตบตาฉัน เจ้าปรมัตถ์...ฉันเห็นมันตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น จะไม่รู้เชียวหรือว่านิสัยใจคอมันเป็นยังไง พอๆกับที่ฉันรู้เช่นเห็นชาติหล่อนนั่นแหละแม่ดารกา...แม่จงจิตร หล่อนเป็นแม่ก็หัดสั่งสอนลูกสาวให้รู้จักยางอายเสียบ้าง ไม่ใช่เอาแต่คิดแผนหาทางจับผู้ชายทำผัว!”
ปรมัตถ์ยิ้มให้ร้อยดาวอย่างขอบใจ ดาหลาเฝ้ามองตลอด นึกน้อยใจที่เขามีใจให้ร้อยดาวไม่ใช่เธอ ส่วนดารกา กลับไปนอนร้องไห้ในห้อง คับแค้นใจอย่างหนักที่ถูกเปิดโปง...นังร้อยดาว แกกับฉันคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!
ooooooo
สร้อยฟ้าเจ็บใจเต็มเดือนไม่หาย เลยวางแผนให้กระถินไปขโมยตะกรุดระหว่างที่กำลังอาบน้ำ ส่วนผีเวียงแก้วเห็นบังหนั่นพายเรือไปหาปลาในบึงบัวเลยช่วยจับนำปลาให้หลายตัว แขกยามประจำบ้านบดินทร์-ธรสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นร่างขาวโพลนนั่งยิ้มให้ โวยวายลั่นจนผีเวียงแก้วต้องปลอบ
“อย่ากลัวข้าเจ้าเลย ข้าเจ้าแค่เอาปลามาให้ ถือว่าเป็นน้ำใจตอบแทนบังหนั่นที่ดีกับข้าเจ้าเสมอมา”
บังหนั่นยกมือไหว้ปลกๆ ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ผีเวียงแก้วอ้อนวอนให้หาคนมางมศพเธอขึ้นจากน้ำ แต่แขกยามฟังไม่ทันจบก็จ้ำอ้าวพายกลับฝั่งอย่างไม่คิดชีวิต ...เจอดีเข้าแล้วไหมล่ะ...บังหนั่นเอ๋ย
คืนเดียวกัน...ดำรงนอนกระสับกระส่ายเพราะฝันร้ายถึงเรื่องราวในอดีต ตอนที่จันทร์ฉายพาเวียงแก้วมากราบฝากตัวเป็นสะใภ้คนที่สี่อย่างเป็นทางการ แต่เขากลับผลักไสและแดกดันเพราะอคติ
“หล่อนก็รู้อยู่เต็มอก ความสัมพันธ์ระหว่างบดินทร์ธรกับเวฬุมาศที่เคยแน่นแฟ้นมาตลอดหลายสิบปี ต้องมาพังพินาศย่อยยับ กินแหนงแคลงใจจนแทบมองหน้ากันไม่ติดเป็นเพราะใคร”
“คุณพ่อคะ...ไม่มีใครอยากให้เกิดรอยร้าวฉานระหว่างสองตระกูล ตอนนี้ท่านชายวิรุฬก็เสกสมรสกับท่านหญิงอาภาแล้ว ทุกอย่างคงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ปล่อยให้เวลาช่วยลบเลือนเรื่องที่เคยบาดหมางเถอะนะคะ”
“แต่เวลามันไม่สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้ ทางเวฬุมาศประกาศถอนหุ้นกิจการทั้งหมดที่เคยร่วมลงทุนกับบดินทร์ธร ตัดขาดเลิกคบค้าสมาคมขั้นนี้ หล่อนคิดว่าเรื่องขี้ผงงั้นหรือ ฉันไม่น่ารับแม่นี่มาเลี้ยงเลย”
“ขอสุมาเถอะเจ้า ข้าเจ้าไม่ได้อยากก่อปัญหาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ข้าเจ้าทำลงไปจะส่งผลร้ายใหญ่หลวงตามมาถึงเพียงนี้ คุณท่านโปรดให้อภัยข้าเจ้าด้วย จะให้ข้าเจ้าไถ่ถอนความผิดอย่างไร บอกมาเถิด ข้าเจ้ายอมทั้งนั้น”
เวียงแก้วร้องไห้วิงวอนขอความเห็นใจ แต่ดำรงกลับตวาดไล่อย่างไม่ไว้หน้าจนจันทร์ฉายต้องถอย ดำรงสะดุ้งตื่นเหงื่อแตกพลั่ก พบตัวเองนอนหายใจหอบถี่ตรงท่าน้ำริมบึงบัว ผีเวียงแก้วปรากฏตัวจากน้ำ พนมมือไหว้ร้องขอให้งมศพเธอขึ้นจากน้ำ ดำรงเพ่งที่กลางบึงบัวทันใดนั้น ...ภาพในอดีตตอนร่างไร้ลมหายใจของเวียงแก้วถูกตรึงกับโลงศพแล้วโยนลงน้ำก็แวบเข้ามาในหัว ชายชราถึงกับหน้าซีด...หรือว่าทุกอย่างจะเป็นเรื่องจริง!
ประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรรู้สึกตัวในตอนเช้า นมแสงมาตามพอดีให้ไปจัดการบังหนั่นที่โวยวายไร้สติว่าเจอผีเวียงแก้วตามหลอกหลอนเมื่อคืน พร้อมคำอ้อนวอนขอให้งมศพเธอขึ้นจากน้ำ ดำรงหน้านิ่ง ครุ่นคิดถึงความฝันของตนแล้วยิ่งมั่นใจว่าการตายของเวียงแก้วต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่
ฟากรัตนากรเห็นหลานชายเครียดกับการตามหาน่านฟ้าก็สงสาร พยายามบอกใบ้ให้ไปหาเบาะแสจากร้อยดาว แต่สิบทิศบ่ายเบี่ยงเพราะไม่เชื่อว่าจะช่วยอะไรได้ ดีแต่เห็นดีเห็นงามมากกว่าที่น้องเขาอวดเก่ง รัตนากรส่ายหน้าอ่อนใจ
“อย่าตัดสินใครด้วยความคิดว่าเรารู้ ทั้งที่เราไม่รู้ บนโลกอันกว้างใหญ่ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราน่าจะรู้ แต่ยังไม่รู้ บางทีก็เป็นเรื่องใกล้ตัวเสียด้วยซ้ำอาจเป็นเพราะตัวเรายังไม่พร้อมจะเปิดโอกาสรับเพราะมัวคิดว่ารู้อยู่แล้ว”
“แต่สำหรับเรื่องแม่ร้อยดาว สิ่งที่หลานรู้มาไม่ผิดแน่ ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตรายสร้างความวุ่นวายไม่รู้จบ น่ากลัวมากกว่าที่หลานคาดคิด ตัวการสำคัญที่ทำให้น่านฟ้าหนีจากบ้านก็แม่ร้อยดาวที่คอยล้างสมองน้องหญิงจนเสียคน”
สิบทิศออกจากวังด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ตรงไปตรวจอาการของดำรงตามที่นัดไว้ก่อนหน้า เต็มเดือนแกล้งร้องไห้เสียใจเมื่อทราบว่าอาการพ่อผัวไม่ดีขึ้น ไม่รู้เลยว่าชายชรารู้กันกับคุณชายหมอ วางแผนหลอกว่าไม่สบายเพื่อจับคนหวังดีประสงค์ร้ายวางยาเขา สะใภ้เอกเชื่อสนิทหลงคิดไปคนเดียวว่าแผนการที่รอคอยกำลังจะสัมฤทธิผล
ฝ่ายร้อยดาวคุยกับน่านฟ้าอย่างออกรสเรื่องปรมัตถ์ถูกดารกาวางแผนจับเมื่อคืนก่อน แต่ทั้งสองต้องวิ่งหลบกันให้วุ่นเมื่อเห็นสิบทิศเดินหน้ามุ่ยมาจากอีกทาง ราชนิกุลหนุ่มมองมาอย่างจับผิด แต่ต้องละไว้ก่อนเพราะอยากตรวจอาการผิดปกติที่ตาร้อยดาวมากกว่า น่านฟ้าแอบอยู่ใต้โต๊ะ เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจว่าพี่ชายจะพูดถึงเธออย่างไรบ้าง แล้วก็ต้องหน้าเสียเพราะรู้สึกผิดไม่น้อยเมื่อได้ยินว่าเขาไปเฝ้าที่สถานีรถไฟทุกวันเผื่อจะเจอเธอ
ดำรงเรียกสามสะใภ้มารวมตัวกันที่ห้องโถงเช้าวันเดียวกันเพื่อแจ้งว่าจะจัดหาคนมางมศพเวียงแก้วจากบึงบัว สร้อยฟ้ากับจงจิตรโวยลั่นเพราะร้อนตัว ส่วนเต็มเดือนเก็บอาการ แสร้งทำเป็นใจบุญขอทำสังฆทานและกรวดน้ำให้แทน ดำรงลอบสังเกตสีหน้าสะใภ้แต่ละคน เห็นร้อนรนแสดงความเห็นก็อดแขวะไม่ได้
“ดูเหมือนพวกหล่อนจะคิดมากเหลือเกิน บังหนั่นเป็นคนเก่าคนแก่อยู่ที่นี่มานาน ไม่เคยมีประวัติปลิ้นปล้อนตลบตะแลงเหมือนใครบางคน จะลองเชื่อดูสักครั้งคงไม่เสียหาย หากศพเวียงแก้วไม่ได้ถูกทิ้งที่ก้นบึง ก็ไม่เห็นว่าพวกหล่อนจะต้องร้อนตัว นมแสง...ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ฉันด้วย”
สร้อยฟ้าหมดทางทัดทาน เลยโพล่งออกมาว่าจะงมถูกได้ยังไง บึงบัวออกจะกว้างและลึก ดำรงนิ่งคิดตาม แต่ไม่ทันคิดอะไรมาก เฉิ่มซึ่งถูกผีเวียงแก้วเข้าสิงก็ส่งเสียงโวยวายเรียกทุกคนไปที่บึงบัวแล้วชี้จุดให้ สามสะใภ้เห็นเหตุการณ์ตลอด รู้สึกร้อนๆหนาวๆเพราะกลัวความจริงเปิดเผย ต่างจากดำรงที่ปั้นหน้านิ่ง...ดี...จะได้รู้กันสักทีว่าเธอถูกจองจำไว้ที่นี่จริงหรือเปล่าเวียงแก้ว!
ooooooo










