ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เวียงร้อยดาว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เวียงร้อยดาว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อุบัติเหตุรถยนต์ครั้งร้ายแรง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทำให้ดิลกและจันทร์ฉายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนเมดาลูกสาวต้องรับการผ่าตัดดวงตาอย่างเร่งด่วนเพราะมีเศษกระจกพุ่งเข้าตาเลือดไหลอาบทั้งสองข้าง ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีแต่สิ่งที่ตามมาพร้อมดวงตาคู่ใหม่กลับทำให้เธอเห็นภาพประหลาด!

ร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง แต่เมื่อกะพริบตาภาพนั้นก็จะหายไปราวกับไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น เมดาไม่สบายใจนัก แต่ไม่มีอารมณ์ตามหาความจริงเพราะกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของพ่อแม่ เลยคิดเอาเองว่าคงเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด

เมดากลับไปเก็บข้าวของที่บ้านหลังจากนั้นสองสามวัน ภาพถ่ายคู่ของดิลกและจันทร์ฉายหน้าวัดไทยในจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมข้อความข้างใต้...ชีวิตคือการเดินทาง อยู่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา...ทำให้เมดาตัดสินใจจะพาอัฐิของท่านทั้งสองกลับเมืองไทย แต่สิ่งที่ทำให้เธอสนใจมากที่สุดคือสมุดบันทึกเล่มหนาของพ่อที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ข้อความในสมุดบันทึกบอกเล่าเรื่องตั้งแต่ร้อยดาวพี่สาวของเธอซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกิด เมดายิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงคืนวันเก่าๆ  แต่ต้องนิ่วหน้าเมื่ออ่านถึงประโยคหนึ่งของพ่อที่พูดถึงแม่

“จันทร์ฉายอยากลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านบดินทร์ธร  บางอย่างก็ควรปล่อยให้เป็นความลับตลอดไป”

คำว่าความลับทำให้เมดาสงสัยหนัก เกิดอะไรที่บ้านบดินทร์ธร...เธออ่านต่อจนกระทั่งเจออีกประโยคสำคัญ

“พี่ปกรณ์ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันกับจันทร์ฉายตั้งใจจะรักและเลี้ยงดูร้อยดาวให้ดีที่สุด...เหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง”

เมดาอึ้งไปครู่ใหญ่  ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วตกใจมาก เมื่อรู้ว่าร้อยดาวไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ   แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือหยดน้ำประหลาดหล่นลงที่หน้าสมุดบันทึกตรงคำว่าลูกแท้ๆ ทำให้รอยปากกาหมึกซึมกระจายเป็นดวง พร้อมการปรากฏตัวของร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนที่เธอเห็นมาตลอดตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาในกระจกบานใหญ่กลางห้อง

เมื่อกะพริบตา ร่างโปร่งใสก็อันตรธานไป  เมดาคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงตัดสินใจเข้านอน แต่หลับไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อลืมตาดูจึงเห็นร่างโปร่งบางนั้นอีกครั้งที่ปลายเตียง พร้อมเสียงเรียกชื่อ

ร้อยดาวให้กลับไปหาแม่ เมดาตั้งท่าจะถามแต่สะดุ้งตื่นเสียก่อน...เพียงเพื่อจะพบว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน

เมดาวิ่งไปเบิกตาดูในห้องน้ำเพื่อสำรวจหาความผิดปกติ เมื่อเธอยื่นหน้าเข้าใกล้กระจกและเพ่งในลูกตาจึงพบว่ามีร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนอยู่ในนั้น เมดาตกใจกะพริบตา...ภาพประหลาดนั้นก็หายวับไป!

ความฝันน่าสงสัยเมื่อคืนไม่ทันได้รับความกระจ่าง เมดาก็ได้รับปริศนาชิ้นถัดมาเมื่อได้รับจดหมายจ่าหน้าซองเป็นภาษาอังกฤษประทับตราจากเมืองไทยถึงร้อยดาว เมื่อเปิดอ่านจึงพบว่าเป็นจดหมายจากทวีป ยุติธาดา ทนายประจำตระกูลบดินทร์ธร เรียกตัวพี่สาวบุญธรรมของเธอไปฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ บดินทร์ธร...

เรื่องราวมากมายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา รวมทั้งภารกิจสำคัญของร้อยดาวต้องไปฟังพินัยกรรมที่บ้านบดินทร์ธร ทำให้เมดาตัดสินใจกลับเมืองไทย โดยสวมรอยเป็นพี่สาวบุญธรรม เมื่อมาตรเพื่อนชายคนสนิททราบเรื่องจึงกล่อมไม่ให้ไปเพราะเป็นห่วง  แต่เมดายืนกรานตามเดิมเพราะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะได้คำตอบบางอย่าง

“ตั้งแต่ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดกับฉัน...ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

“ยูใจเย็นๆ น่า บางทีอาจเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาก็ได้”

“ฉันเองก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ถึงยังไงฉันก็ต้องกลับไป!”

ooooooo

ปรมัตถ์ หนุ่มหล่อหน้าตาสะอาดสะอ้าน...ลูกชายคนเดียวของทวีปทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนมารับร้อยดาวที่สนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ โดยเขียนป้ายชื่อร้อยดาวไปยืนรอหน้าประตูทางออกเมดาไม่ทันมองจึงเดินเลย แต่เมื่อนึกได้จึงถอยกลับไปแล้วแนะนำตัวง่ายๆ ว่าคือร้อยดาว บดินทร์ธร

ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใส ท่าทางเป็นกันเองของคุณหนูคนสุดท้องของบ้านบดินทร์ธรด้วยความรู้สึกทึ่งระคนเอ็นดู เมดาเริ่มหาข้อมูลด้วยการชวนปั้นคนขับรถจากบ้านบดินทร์ธรคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หมายมาดในใจจะหาเวลาซักถามภายหลังเมื่อได้ยินว่าเขาทำงานที่นั่นตั้งแต่หนุ่มๆ บรรยากาศดูจะครื้นเครงดีถ้าปรมัตถ์ไม่บอกว่าต้องนั่งรถอีกแปดชั่วโมงจะถึงบ้านบดินทร์ธร เมดานิ่วหน้า...ตายแน่ ต้องทรมานสังขารก้นแฉะไปอีกแปดชั่วโมง!

ปรมัตถ์ยิ้มอ่อนๆ เมื่อเห็นท่าทางพูดไม่ออกของร้อยดาว เขาจัดแจงพาเธอไปพักโรงแรมหรูในตัวเมืองกรุงเทพฯ เพื่อพักผ่อนก่อนเดินทางใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมดาชื่นชมสภาพบ้านเมืองด้วยความตื่นเต้น แอบสงสัยว่าทางไปบ้านบดินทร์ธรจะสะดวกสบายแบบนี้หรือเปล่า ปรมัตถ์เดินไปส่งเธอถึงห้องพักพลางอธิบายเสียงอ่อนว่ารถไปถึงแน่นอน

“โล่งไปที...ฉันนึกว่าต้องขี่ช้างล่องแพ ผจญภัยเหมือนในหนังโฆษณาเที่ยวเมืองไทยเสียอีก”

ปรมัตถ์ขำท่าทางไม่ประสีประสาจนต้องกลั้นหัวเราะ เมดาอดยิ้มด้วยไม่ได้แล้วขอตัวพักผ่อน...ตกดึกคืนนั้นจึงหยิบสมุดบันทึกของพ่อมาอ่านต่อ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพ่อเขียนถึงคนคนหนึ่ง

“เวลาที่อังกฤษผ่านไปไวมาก ฉันอยากให้พี่เห็นร้อยดาวสักครั้ง เธอเป็นเด็กสาวน่ารัก ยิ่งโตยิ่งเหมือนเวียงแก้ว”

ทันใดนั้น...มีเสียงหญิงสาวกระซิบข้างหูว่าเวียงแก้วคือแม่ของเธอ เมดาสะดุ้ง แต่เมื่อกวาดตามองรอบ

ห้องแล้วไม่เห็นใครจึงตัดสินใจเข้านอนเพราะคิดว่าคงเพลียจากการเดินทางมากจนหูแว่ว  ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเมื่อเธอหลับไปแล้ว ร่างหญิงสาวโปร่งใสในชุดขาวโพลนปรากฏตัวให้เห็นในกระจกเงากลางห้องเหมือนต้องการสื่อสารบางอย่าง...

เมดาไม่ติดใจเสียงประหลาดเมื่อคืน เธอตื่นเช้ามาเก็บข้าวของ  ลงไปทานอาหารเช้ากับปรมัตถ์และซักถามเรื่องญาติพี่น้องของดิลกเพราะเพิ่งอ่านเจอเมื่อคืนว่าพ่อแท้ๆ ของเธอเป็นน้องชายคนละพ่อกับปกรณ์ บดินทร์ธร

“พอคุณหนูอายุได้สองเดือน คุณดิลกกับคุณจันทร์ฉายก็รับคุณหนูไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมที่อังกฤษ...และไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย คุณเวียงแก้วคือคุณแม่แท้ๆของคุณหนู เธอเป็นภรรยาอีกคนของคุณปกรณ์”

“อีกคน...หมายความว่าคุณเวียงแก้ว...เอ่อ...คุณแม่ฉันเป็นภรรยาคนที่สอง แล้วภรรยาคนแรกตายนานหรือยังคะ”

“ไม่มีภรรยาคนไหนเสียชีวิตทั้งนั้นครับ  คุณปกรณ์มีภรรยาทั้งหมดสี่คน”

เมดาอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ  สังคมตะวันตกที่เติบโตมาไม่นิยมการมีมากผัวมากเมีย ปรมัตถ์ยิ้มบางๆ เข้าใจดีว่าคงเป็นเรื่องรับได้ยากสำหรับหญิงสาวที่โตในเมืองนอกอย่างร้อยดาว เขาพาเธอขึ้นรถและถือโอกาสอธิบายเรื่องสมาชิกครอบครัวบดินทร์ธร เพราะเชื่อว่าเธอจะต้องทำความรู้จักคนอีกหลายคนเมื่อไปถึง

“ภรรยาของคุณปกรณ์มีคุณเต็มเดือน คุณจงจิตร คุณสร้อยฟ้า แล้วก็คุณแม่ของคุณหนู...คุณเวียงแก้ว”

“แม่เวียงแก้วของฉันเป็นภรรยาคนที่สี่เลยเหรอ”

“ครับ...แต่เป็นภรรยาที่คุณปกรณ์รักมากที่สุด น่าเสียดายที่...”

ปรมัตถ์หยุดเล่ากะทันหัน นึกได้ว่าไม่สมควรพูดเรื่องนี้ แต่เมดาไม่ยอมซักไซ้ด้วยความอยากรู้

“เสียดายอะไร...เกิดอะไรขึ้นกับแม่ฉัน แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ...เป็นอะไรตาย”

เมดารอคำตอบด้วยใจจดจ่อแต่ต้องผิดหวังเพราะปรมัตถ์ไม่ตอบแล้วเชิญเธอขึ้นรถ แถมนั่งเงียบตลอดทางไม่เปิดโอกาสให้ซักถาม...ผ่านไปหลายชั่วโมงจนเกือบถึงบ้านบดินทร์ธรอยู่แล้ว แต่เมดาเมารถทนไม่ไหว ร้องให้จอดและเปิดประตูไปอาเจียน  ปรมัตถ์มาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง  ต่างจากปั้นที่เหลือบมองจากกระจกหลังด้วยสายตาดูถูก

หม่อมราชวงศ์สิบทิศ เวฬุมาศ เห็นหญิงสาวแปลกหน้าโก่งคออาเจียนที่ข้างทางจึงสั่งให้คนขับจอดรถและคว้ากระเป๋ายาของตน  ใช้เวลาไม่นานเขาจึงเดินถือสำลีชุบแอมโมเนียไปยื่นให้  เมดาลังเลเล็กน้อยก่อนรับมาดมด้วยสภาพอ่อนแรง ไม่กี่อึดใจเธอก็อาเจียนอีกครั้ง แต่คราวนี้พุ่งใส่ชายหนุ่มผู้มาใหม่จนเลอะไปหมด

ปรมัตถ์รีบขอโทษแทน สิบทิศจำได้ว่าเขาคือลูกชายทนายประจำตระกูลบดินทร์ธรเลยชักสีหน้าแล้วเดินไปขึ้นรถ เมดามองตาม สงสัยว่าชายหนุ่มแปลกหน้าคือใคร ปรมัตถ์รู้จักดีแต่ไม่อยากอธิบายให้มากความเลยเลือกนิ่งเสีย

ooooooo

เมดามาถึงประตูรั้วบ้านบดินทร์ธรในอีกเกือบชั่วโมงต่อมา สภาพบรรยากาศทะมึนครอบคลุมอาณาบริเวณจนหญิงสาวจากเมืองผู้ดีถึงกับต้องกลืนน้ำลาย ปั้นจงใจบีบแตรเสียงดังเพื่อปลุกบังหนั่น...แขกยามเฝ้าประตูที่มักงีบกลางวันให้วิ่งหน้าตื่นมาเปิดประตูรั้ว เมื่อเห็นหญิงสาวสวยแปลกหน้าจึงสอดส่ายสายตาด้วยความอยากรู้

เมดาส่งยิ้มหวานอย่างเป็นกันเอง มั่นใจว่าบังหนั่นจะเป็นอีกคนที่รู้เรื่องราวดีๆ ของบ้านบดินทร์ธร ปรมัตถ์แนะนำง่ายๆ ว่าเธอคือร้อยดาว บดินทร์ธร หลานสาวอีกคนของตระกูล ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้ว บังหนั่นหน้าซีดเผือด กุลีกุจอเปิดประตูให้รถแล่นผ่าน...สายลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง แขกยามขนลุกซู่...ลูกสาวคุณเวียงแก้วกลับมาแล้ว!

กว่ารถจะถึงตัวบ้านบดินทร์ธรก็ใช้เวลาอีกพักใหญ่ เมดาตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ไพศาล ปรมัตถ์เล่าว่าดำรง บดินทร์ธร พ่อของปกรณ์และดิลก หรือคุณปู่ของเธอมีที่ทางให้ชาวบ้านละแวกนั้นเช่าทำกินหลายร้อยไร่ แถมมีทรัพย์สินเป็นบ้านเช่าและตลาดสดในตัวเมืองอีกมากมาย เมดาทึ่งมาก ไม่คิดว่าตระกูลของพ่อจะรวยขนาดนี้

นมแสงหญิงชราคนเก่าแก่ของตระกูลบดินทร์ธรเป็นคนรอต้อนรับร้อยดาว พร้อมกระถินสาวใช้จอมสอดรู้สอดเห็นลิ่วล้อคนสำคัญของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นกันเอง นมแสงถึงกับน้ำตารื้นด้วยความปลื้มใจที่คุณหนูคนเล็กได้กลับบ้านเกิด ต่างจากกระถินที่เบ้หน้า ตั้งป้อมไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็น

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ปรมัตถ์จึงขอตัวกลับ เมดาเศร้าใจมากอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนอีกสักพัก เขารับปากว่าจะกลับมาใหม่เร็วๆนี้ พลางหันไปพูดกับนมแสง

ถึงข้อความที่ทวีปพ่อของเขาฝากมารายงานดำรง

“ผมกับพ่อจะกลับมาในวันสองวันนี้แหละครับ คุณพ่อฝากบอกว่าธุระที่เคยคุยกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ท่านเอง”

เมดานิ่วหน้าไม่เข้าใจแต่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องของตนเลยปล่อยผ่าน ปรมัตถ์ขึ้นรถไปแล้ว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้แต่มองตามด้วยท่าทางซึมๆ...หมดเวลาของเธอแล้วเมดา ต่อไปนี้ร้อยดาวจะได้ออกโรงตามหาความจริงเสียที!

เวลาเดียวกันที่ตำหนักม่วงของวังเวฬุมาศ...หม่อม ราชวงศ์น่านฟ้า น้องสาวคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สิบทิศ กำลังใช้กล้องดูดาวส่องไปบริเวณหน้าตึกใหญ่ของบ้านบดินทร์ธร ใบหน้าสวยใสของหญิงสาวแปลกหน้า บวกกับข้อมูลจากช้อยต้นห้องคนสนิทที่สืบเสาะเรื่องบ้านโน้นมาเล่าว่าร้อยดาว บดินทร์ธรจะมาถึงวันนี้ทำให้พอปะติดปะต่อเรื่องได้ สิบทิศเข้ามาหาน้องสาวจากด้านหลัง เห็นท่าทางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยเอ็ดเสียงเข้ม

“พี่บอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่ให้ยุ่งกับคนบ้านนั้น จำไม่ได้หรือไง ชอบทำตัวเป็นพวกถ้ำมองไปได้”

“ไม่จริง...พี่ชายอย่าปรักปรำสิ หญิงไม่ได้มีจิตอกุ- ศล ก็แค่อยากตามหาความจริงเรื่องคนในบ้านบดินทร์ธร”

“รู้แล้วยังไง...จะลากคอใครเข้าตะรางได้หรือก็เปล่า เลิกยุ่งกับพวกนั้นเสียที...นี่เป็นคำสั่ง”

“พี่ชายอคติ เพราะเรื่องอดีตของท่านพ่อถึงพาลโกรธ ไม่ยอมให้หญิงสุงสิงกับบ้านนั้น หญิงไม่คุยด้วยแล้ว”

น่านฟ้าสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งสิบทิศให้มองตามด้วยสายตาอ่อนใจที่น้องสาวไม่รู้จักโตสักที

ooooooo

นมแสงพาเมดาไปพักผ่อนในห้องโถงกลางของครอบครัว หญิงชราเฝ้ามองคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรด้วยแววตารักระคนเอ็นดู ใบหน้าสวยใสผุดผ่องแลดูไม่มีพิษมีภัย ทำให้คิดถึงเวียงแก้วอย่างช่วยไม่ได้

“สวยเหลือเกินแม่คุณ ไม่ผิดจากที่นมวาดภาพไว้สักนิด สวยคนละแบบกับคุณเวียงแก้ว จะเว้นแต่...”

สายตาของนมแสงเพ่งมองดวงตาของคุณหนูคนสวยแล้วเฉไฉเปลี่ยนเรื่องว่าเธอหน้าเหมือนดำรงอย่างกับแกะ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีได้ยินชื่อดำรงหลายครั้ง จึงขอร้องให้นมแสงพาไปหาที่ห้อง

ดำรงนั่งหน้าบึ้งตึงบนเก้าอี้โยก ท่าทางไม่แยแสการมาถึงของหลานสาวคนเล็กเลยแม้แต่น้อย ดาหลาลูกสาวบุญธรรมและพยาบาลส่วนตัวของเขาส่งยิ้มให้ เมดาพยักหน้าน้อยๆ มองหน้าดำรงนิ่งแล้วทรุดตัวลงกราบที่เท้า ชายชรานิ่งไปอึดใจแล้วถามว่าใครสอนให้กราบ เมดาในคราบร้อยดาวตอบฉะฉานว่าแม่จันทร์ฉายเป็นคนสอน

“จันทร์ฉายไม่ใช่แม่ของหล่อน รู้หรือเปล่าว่าแม่แท้ๆ ที่เบ่งหล่อนออกมาคือใคร”

“เห็นปรมัตถ์บอกว่าคุณเวียงแก้วเป็นแม่”

“ไอ้ปรมัตถ์มันบอก แล้วเจ้าดิลกกับแม่จันทร์ฉายไม่เคยบอกหล่อนเลยหรือไง”

เมดาส่ายหน้าน้ำตาคลอ ความคิดถึงพ่อแม่จุกอกจนแทบกลั้นไม่ไหว ดำรงรำคาญเลยเอ็ดเสียงเข้มให้เข้ามาใกล้ๆ เมดาคลานเข้าหาตามคำสั่ง ดำรงใช้ไม้เท้าดันคางเธอเพื่อพินิจใบหน้า สายตาจับที่ดวงตาสุกใสนั้น

“หน้าตาเหมือนแม่หล่อนไม่มีผิด ออกไปได้แล้ว ฉันไม่ค่อยอยากเห็นหน้าคนที่แกพามาด้วยสักเท่าไหร่”

ดาหลากับนมแสงมองคุณหนูคนเล็กด้วยแววตาเห็นใจ ส่วนเมดางง  ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด เมื่อได้ออกนอกห้องจึงไม่รอช้า ถามนมแสงด้วยความอยากรู้ว่าตนพูดผิดตรงไหน  หญิงชราส่ายหน้าอ่อนใจแล้วปลอบว่าไม่มี แต่เรื่องบางเรื่องต่อให้อยากรู้ก็ไม่ควรถามเพราะไม่เหมาะสม  เมดาจะถามแต่ต้องชะงัก  เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวอีกคนที่แง้มประตูห้องมาดู

นมแสงบอกว่าเธอคนนั้นคือดาราเรศลูกสาวของสร้อยฟ้า ภรรยาคนที่สามของปกรณ์ เมดาในคราบร้อยดาวขอร้องให้พาไปรู้จักเพราะอยากเก็บข้อมูล สร้อยฟ้าแสดงอาการดูถูกคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอย่างเห็นได้ชัด ทั้งให้คุกเข่าและประชดประชันต่างๆ นานา เมดายอมแบบไม่เต็มใจนักแต่ก็ทำให้สร้อยฟ้าสะใจมาก

“กลับมานี่ แกคงหวังได้มรดกคุณพี่ล่ะสิ ฝันไปเถอะ...แกนี่มันหน้าด้านหน้าทนเหมือนแม่แกไม่มีผิด เลือดอีขี้ข้าชั้นต่ำจากนังเวียงแก้วมันแรงดีจริงๆ”

เมดานิ่วหน้าแล้วย้อนถามเพราะไม่เคยรู้ว่าเวียงแก้วเคยเป็นสาวใช้ สร้อยฟ้าคิดว่าถูกลองของเลยเต้น

เป็นเจ้าเข้า ไล่ร้อยดาวออกจากห้อง  ดาราเรศพลอยผสมโรงและปาข้าวของใส่ไม่ยั้ง นมแสงรีบพาคุณหนูคนเล็กออกจากห้อง เมดาได้แต่มองสองแม่ลูกด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธมากขนาดนี้

นมแสงพาเดินไปตามโถงยาวในบ้าน  พลางเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของเวียงแก้วว่าเคยเป็นสาวใช้ที่นี่จริงก่อนจะเป็นภรรยาของปกรณ์ แต่ที่เมดาแปลกใจคือท่าทางกราดเกรี้ยวของสองแม่ลูกที่ทำท่าราวกับจะฆ่าเธอให้ตาย

“เธอเป็นของเธอแบบนี้ คุณดาราเรศก็เหมือนกัน ถอดพิมพ์เดียวกับแม่เธออย่างกับแกะ ใครอย่าได้ขัดใจเชียว แล้วเธอก็มีพี่ชายอีกคนด้วยค่ะ...คุณวีระวิทย์ เธออยู่ไม่ค่อยติดบ้านสักเท่าไหร่”

เมดาพยักหน้ารับ จังหวะเดียวกับที่ผ่านหน้าห้องจงจิตร ภรรยาคนที่สองของปกรณ์ จึงขอร้องให้นมแสงพาไปทักทายและทำความรู้จัก สภาพห้องหับที่ตกแต่งอย่างงดงามและหรูหรา ทำให้เมดานึกทึ่ง จงจิตรปราดมาดักหน้าแล้วด่าทอเสียๆ หายๆ ว่าร้อยดาวเป็นลูกเวียงแก้วกับชู้ เมดาของขึ้นและจะโต้ตอบ เลยถูกจงจิตรแหวกลับเสียงเขียว

“ทำไม...แทงใจดำใช่ไหมล่ะ แม่แกมันร่านแค่ไหน ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น”

เมดากำมือแน่น พยายามระงับอารมณ์สุดความสามารถ นมแสงเริ่มนั่งไม่ติดและตัดสินใจพาคุณหนูคนเล็กออกจากห้องก่อนเรื่องจะบานปลาย เมดาในคราบร้อยดาวโมโหมาก ระบายกับหญิงชราด้วยความอัดอั้นตันใจที่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เต็มเดือนภรรยาหลวงของปกรณ์ผ่านมาได้ยินจึงออกมาทักทายและพาไปคุยในสวน

เต็มเดือนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ต่างจากสะใภ้อีกสองคนที่มองเธอราวกับเป็นกิ้งกือไส้เดือน เมดารู้สึกผ่อนคลายลงมาก เมื่อเห็นสายตาปลอบประโลมของเต็มเดือน จึงตัดสินใจระบายความทุกข์ใจเมื่อมาถึงที่นี่

“ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองดูแปลกแยก เป็นส่วนเกินของที่นี่ จะทำอะไรก็ดูผิดไปเสียหมด”

“ส่วนเกินของใครบางคนก็อาจจะเป็นส่วนเติมเต็มของใครอีกคนก็ได้จ้ะ”

เมดามองเต็มเดือนด้วยสายตาซาบซึ้งใจ รู้สึกดีมากขึ้นที่อย่างน้อยก็มีคนเข้าใจหัวอกเธอ

“ฉันมันคนอาภัพ ไม่มีลูกกับเขาเลยสักคน หนูเป็นลูกสาวแท้ๆ ของคุณพี่ปกรณ์ก็เหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วย อยู่ที่นี่มีอะไรก็ขอให้บอกฉัน ไม่ต้องเกรงใจนะจ๊ะ คิดเสียว่าฉันก็เหมือนแม่ของหนูอีกคน”

เต็มเดือนส่งยิ้มนุ่มนวลอ่อนโยนให้ พลางหันไปสั่งนมแสงให้พาไปห้องพักที่เธอจัดเตรียมไว้ต้อนรับคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรก่อนหน้านี้ เมดาพยักหน้ารับ โล่งใจขึ้นที่อย่างน้อยก็มีคนญาติดีด้วยบ้าง

ooooooo

การมาถึงของร้อยดาวทำให้สมาชิกหลายคน โดยเฉพาะสะใภ้สองและสามของดำรงแทบนั่งไม่ติด เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นก็กระวนกระวายใจเพราะไม่รู้ว่าร้อยดาวจะมาไม้ไหน มีเพียงเต็มเดือนที่ทำท่าเป็นปกติและดำรงที่ทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา เหมือนไม่เดือดเนื้อร้อนใจใดๆ ที่หลานสาวคนเล็กปรากฏตัว

สมาชิกทุกคนนั่งตามตำแหน่งประจำบนโต๊ะอาหาร มีเพียงที่นั่งของวีระวิทย์ลูกชายอีกคนของสร้อยฟ้า ด้านขวาของดำรงที่ยังว่างอยู่ เมดาในคราบร้อยดาว วิ่งเข้ามาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แถมไปนั่งเก้าอี้ของวีระวิทย์ จึงถูกสร้อยฟ้าตวาดให้ไปนั่งที่อื่น เมดาหน้าเสียเดินไปหานมแสงที่ขยับเก้าอี้รออีกด้าน ดำรงส่ายหน้าอิดหนา ระอาใจแล้วถามหาหลานชายคนเดียวของตระกูล สร้อยฟ้าแก้ตัวแทนลูกเสียงอ่อยว่าไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อทำรายงานแต่ดำรงไม่เชื่อ

“หัดดูแลลูกเสียบ้างนะแม่สร้อยฟ้า อย่าให้มหาวิทยาลัยชั้นดีที่ฉันส่งเสียให้เรียนต้องมีประวัติด่างพร้อย”

สร้อยฟ้าหน้าเจื่อน ดำรงไม่สนใจแล้วหันไปถามร้อยดาวเรื่องย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ เมดาอึกอักตอบไม่ถูกเลยถูกทุกคนเข้าใจผิดคิดว่ากลับมาเพื่อฟังพินัยกรรมหวังสมบัติของปกรณ์ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีพยายามอธิบายแต่ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะสร้อยฟ้ากับดาราเรศที่ตั้งป้อมแดกดันจนดำรงต้องตวาดให้หยุดแล้วหันไปซักต่อ

“หล่อนกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่หวังสมบัติพัสถาน ทรัพย์สินเงินทองของพ่อหล่อนงั้นสิ...แม่ร้อยดาว”

เมดาสวนทันควันว่าไม่แม้แต่น้อย ดำรงเคืองมากกระแทกไม้เท้าดังปังจนทุกคนสะดุ้งเฮือก

“จองหอง...ถ้าหล่อนไม่คิดอะไรจริงแล้วจะกลับมาที่บดินทร์ธรทำไม อะไรเหรอที่ดึงดูดล่อใจคนที่พลัดพรากจากบ้านถึงยี่สิบห้าปีให้กลับมาได้ ถ้าไม่ใช่... มรดกของพ่อหล่อนในพินัยกรรม”

ดำรงลุกพรวดจากโต๊ะอาหาร โดยมีดาหลาช่วยประคองไม่ห่าง ตามด้วยสร้อยฟ้า ดาราเรศและจงจิตรที่ส่งสายตาเกลียดชังให้แล้วออกไปบ้าง เมดาพูดไม่ออก เต็มเดือนขยับมานั่งข้างๆ แล้วลูบหัวปลอบใจ

“อย่าถือสาคนแก่เลยนะ คุณพ่อก็เป็นแบบนี้ จริงๆท่านใจดี หนูเป็นเด็กน่ารัก สักวันท่านต้องเข้าใจ... เชื่อฉันสิ”

หลังมื้อเย็นอันแสนกระอักกระอ่วน เมดาในคราบร้อยดาวกลับเข้าห้องไปเขียนแผนภูมิวงศาคณาญาติของตระกูลบดินทร์ธรเพื่อทบทวนความจำ รายชื่อสมาชิกครอบครัวใหญ่ทำให้เธอสับสนไม่น้อย

“คุณปู่ดำรงมีภรรยาสองคน พ่อปกรณ์เป็นลูกคุณย่าการะเกด ส่วนพ่อดิลกเป็นลูกคุณย่ากุหลาบ พ่อดิลกแต่งงานกับแม่จันทร์ฉาย ส่วนพ่อปกรณ์มีภรรยาสี่คนคือคุณเต็มเดือน คุณจงจิตร คุณสร้อยฟ้า แล้วก็...แม่เวียงแก้ว”

ระหว่างที่กำลังขะมักเขม้นกับการลำดับญาติพี่น้อง เมดาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงกล่อมเด็กแว่วมาจากที่ไกลๆ เธอรีบลุกไปตามหาเสียง เห็นหญิงสาวร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนคนเดิมยืนร้องไห้ในสวนท่ามกลางบรรยากาศสลัว เมดาไม่รอช้าวิ่งออกจากห้องไปหา แต่ร่างโปร่งบางนั้นกลับเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ จนถึงบึงบัวกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงสดบานเต็มไปหมด หญิงชุดขาวค่อยๆเบือนหน้ามา เมดาพยายามจดจำดวงหน้าซีดเผือดแล้วทัก

“คุณเป็นใคร...มาให้ฉันเห็นตั้งหลายครั้งแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่”

เวียงแก้วไม่ตอบแล้วเดินหายไปในบึงบัว เมดาหน้าตื่นทำอะไรไม่ถูก พลันภาพตรงหน้าก็จางหายกลายเป็นภาพคุ้นเคยในห้องนอนพร้อมเหงื่อแตกพลั่ก หญิงสาวจากเมืองผู้ดีสูดลมหายใจยาว ปลอบขวัญตัวเองเบาๆ ว่ามันแค่ฝันบ้าๆ แต่เมื่อเลื่อนสายตาที่เท้าถึงกับต้องตะลึงเพราะเท้าเธอเปื้อนดินเลนเต็มไปหมด... งั้นมันก็ไม่ใช่ความฝันล่ะสิ!

ข่าวการมาถึงของร้อยดาว...ทายาทคนสุดท้อง ของปกรณ์ ไม่ได้ทำให้สมาชิกในบ้านบดินทร์ธรเครียดหนักอย่างเดียว แต่พลอยทำให้คนในบ้านเวฬุมาศเพื่อนข้างบ้านเก่าแก่ตื่นเต้นไปด้วย โดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์น่านฟ้า น้องสาวคนเดียวของหม่อมราชวงศ์สิบทิศ  เวฬุมาศที่ดูจะกระตือรือร้นอยากทำความรู้จักกับร้อยดาวเป็นพิเศษ ต่างจากพี่ชายที่ไม่รู้สึกอะไรมากกว่าแปลกใจ... ร้อยดาว บดินทร์ธร...หล่อนหายสาปสูญไปนานแล้วนี่!

ooooooo

ความฝันเมื่อคืนทำให้เมดานั่งไม่ติด ต้องไปตามหาบึงใหญ่เต็มไปด้วยบัวสีแดงสดจนกระทั่งเจอ แถมในเวลากลางวันอย่างนี้ทำให้มองเห็นหลังคาเรือนหลังใหญ่ไม่คุ้นตาอีกฝั่งหนึ่งด้วย หญิงสาวจากเมืองผู้ดีตั้งท่าจะสำรวจอยู่แล้ว ถ้าไม่เจอกับดำรงที่มาเดินสูดอากาศยามเช้าและจัดการลากเธอไปคุยในสวนเสียก่อน

ดำรงรินน้ำชาดอกยี่โถอย่างใจเย็น พลางอธิบาย ว่าเรือนหลังใหญ่ที่เธอเห็นริมบึงเป็นแค่ตึกร้างเก่าๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ เมดามีเรื่องมากมายที่อยากรู้แต่ถูกเขาตัดบทและเปลี่ยนไปถามถึงดิลกและจันทร์ฉายแทนว่ามีลูกด้วยกันหรือเปล่า เมดาตอบฉะฉานว่ามีเธอคนเดียว ดำรงนิ่งไปอึดใจแล้วพูดเสียงเบา

“ต้องโทษคนของฉันที่ไร้น้ำยาหรือไม่ก็กลัวเลี้ยงลูกนอกไส้ไม่รอด เลยตัดปัญหาไม่มีลูกของตัวเองเสียอย่างนั้น”

“แม่เวียงแก้วสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงหรือคะถึงได้จากไปตั้งแต่อายุยังน้อย ท่านเสียชีวิตด้วยโรคอะไรคะ”

ดำรงจะจิบน้ำชาถึงกับชะงัก จ้องหน้าหลานสาวเขม็งด้วยความโกรธที่กล้าซักเรื่องเวียงแก้ว

“พอได้แล้ว...ผู้หญิงร้อยแปดแพศยาอย่างแม่หล่อน จะตายห่าตายโหง ไปลงนรกขุมไหนก็ช่าง...ฉันไม่เกี่ยว”

ดำรงลุกพรวดอย่างรวดเร็วทำให้หน้ามืดจะเป็นลม เมดาเข้าประคองพลางตะโกนเรียกคนมาช่วย นมแสงมาถึงเป็นคนแรกจึงฝากให้ดูดำรง ส่วนเธอจะไปตามหมอ แต่คงเพราะรีบเกินไปเลยไม่ทันดูว่าจักรยานที่คว้ามาเบรกแตก ทำให้ไถลลงทางลาดไปชนกับรถของสิบทิศที่เพิ่งแล่นออกจากรั้วเวฬุมาศเข้าโครมใหญ่จนหัวเข่าถลอกปอกเปิก น่านฟ้าที่นั่งรถมากับพี่ชายวิ่งไปดูก่อน ตามด้วยสิบทิศที่เห็นหน้าผู้บาดเจ็บก็จำได้ว่าคือคนเดียวกับที่อ้วกใส่เขาเมื่อวันก่อน

เมดาไม่สนถ้อยคำแดกดัน พยายามลุกทั้งที่เจ็บแผลเพราะเป็นห่วงดำรงที่อาการไม่ค่อยดี สิบทิศร้องห้าม อยากรู้ว่าหญิงสาวแปลกหน้าจะรีบร้อนอะไรนักหนา เธอถอนหายใจยาวแล้วบอกจะรีบไปตามหมอมาดูอาการดำรงที่หน้ามืดเป็นลม สิบทิศเงียบไปอึดใจแล้วบอกให้ขึ้นรถ...เขานี่แหละเป็นหมอและจะไปดูอาการให้เอง!

ดำรงจ้องหน้าคุณชายหมอด้วยแววตาพินิจ ลูกชายหัวดื้อของหม่อมเจ้าวิรุฬ เวฬุมาศเกลอเก่าของปกรณ์ที่สิ้นชีพิตักษัยเมื่อหลายปีก่อน นำความโกรธแค้นมายังลูกชายคนเดียวที่ฝังใจว่าพ่อต้องตายเพราะเหตุในบ้านบดินทร์ธร สิบทิศตรวจอาการชายชราด้วยท่าทางสงบ ถามเสียงเรียบว่าเคยมีประวัติแพ้ยาหรือไม่

“ทั้งชีวิตฉันไม่เคยรู้จักคำว่าแพ้ ยาอะไรฉันก็ไม่กินทั้งนั้น ไม่ต้องมาจัดการ”

“สงสัยจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่หัวดื้อ ถ้าอยากชนะ ท่านต้องลบคำสบประมาท ทานยาที่ผมจัดให้หมดนะครับ”

ดำรงมองหน้าราชนิกุลหนุ่มนิ่ง นึกชอบใจคารมคมคายและท่าทางหยิ่งผยอง สิบทิศเก็บเครื่องมือหมอใส่กระเป๋าพลางอธิบายวิธีทานยาให้ฟังอย่างง่ายๆ นมแสงจะไปส่งที่รถ ดำรงจึงตัดสินใจถามเป็นนัยถึงเรื่องในอดีต

“จะกลับแล้วหรือพ่อหมอหัวดื้อ...ต้องอีกนานแค่ไหนถึงจะหาย”

“อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตครับท่าน อาการบางอย่างก็รุนแรงและเรื้อรังเกินกว่าจะเยียวยาให้หายขาด โดยเฉพาะบาดแผลฉกรรจ์ที่บดินทร์ธรสร้างไว้กับเวฬุมาศ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวันรักษาหาย!”

ฟากหม่อมราชวงศ์น่านฟ้ากับเมดาหรือร้อยดาวพูดคุยกันอย่างถูกคอในสวนหลังบ้าน ราชนิกุลสาวถือ โอกาสเดินเล่นรอบๆ เมื่อสิบทิศมาตามน้องสาวกลับเลยหงุดหงิด แต่แผลที่หัวเข่าของหญิงสาวทำให้หยุดบ่นแล้วทำแผลให้ เมดานิ่วหน้าเพราะแสบแผล นึกบ่นเขาในใจที่ทำหน้าบึ้งเหมือนโกรธใครมาเป็นร้อยปี น่านฟ้ากลับมาพอดีเลยถูกพี่ชายเอ็ดว่าเสียมารยาทเดินเพ่นพ่านทั้งที่เจ้าของไม่รับรู้ เมดาบอกว่าเป็นคนอนุญาตเองเลยถูกเขาแขวะกลับ

“คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านบดินทร์ธรหรือไง ถึงเที่ยวอนุญาตคนนั้นคนนี้ตามอำเภอใจ”

น่านฟ้าจะค้านแต่ต้องวิ่งตามพี่ชายที่ฮึดฮัดไปขึ้นรถเสียก่อน ทิ้งให้เมดามองตามงงๆ...เขาคิดว่าฉันเป็นใคร!

ooooooo

หม่อมราชวงศ์สิบทิศนั่งหน้ามุ่ยตลอดทางจนถึงวังเวฬุมาศ หม่อมราชวงศ์น่านฟ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่มีโอกาสเยือนบ้านบดินทร์ธรอย่างที่อยากมานาน เมื่อช้อยทราบเรื่องเลยแกล้งพูดว่าฝันไปหรือเปล่า ราชนิกุลหนุ่มหันขวับ แก้ตัวเสียงเข้มว่าทำตามหน้าที่หมอ ไม่ได้คิดเหยียบย่างไปที่นั่นเลยถ้าไม่จำเป็น

เสียงยืนยันหนักแน่นของราชนิกุลหนุ่ม ทำให้หม่อมเจ้ารัตนากร เวฬุมาศ...หม่อมป้าของสิบทิศและน่านฟ้านิ่วพระพักตร์ ทรงเรียกตัวหลานชายคนเดียวไปคุยที่ห้องโถงใหญ่ ถอนพระทัยยาวที่เขาฝังใจเรื่อง ในอดีต

“หากวิรุฬพ่อของหลานยังอยู่ เวฬุมาศกับบดินทร์–ธรคงไม่ตัดขาดกันเหมือนคนละโลกเช่นนี้”

“เหตุใดท่านป้าจึงทรงไม่เลิกสนพระทัยเรื่องราวของคนตระกูลนั้นเสียที บดินทร์ธรนั่นแหละเป็นต้นเหตุแห่งความร้าวฉาน ท่านพ่อต้องสิ้นเพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะคนในรั้วบดินทร์ธร”

“สิบทิศ...การตายของพ่อหลานไม่ใช่เพราะใครเป็นต้นเหตุทั้งนั้น กรรมต่างหากเป็นเครื่องกำหนดทุกชีวิต”

“แต่กรรมนั้นเป็นผลจากการกระทำของบดินทร์– ธร ฉะนั้น...คนของบดินทร์ธรต้องชดใช้”

แววตากร้าวของหลานทำให้ท่านหญิงรัตนากรอ่อนพระทัย...แล้วบดินทร์ธรจะชดใช้ให้หลานเยี่ยงไรดี...

เรื่องอาการหน้ามืดของดำรงทำให้สะใภ้ทั้งสามแห่ไปเยี่ยมและเอาอกเอาใจ โดยเฉพาะจงจิตรกับสร้อยฟ้า โวยวายถึงดาหลาพยาบาลประจำตัวดำรงว่าสะเพร่าในหน้าที่ แถมพาลถึงร้อยดาวว่าเป็นตัวซวยทำให้ไม่สบาย ชายชราประมุขของบ้านต้องปรามให้หยุดพล่าม เขาขอบใจร้อยดาวที่ช่วยตามหมอ แต่ยังท่ามากไม่ยอมรับว่าเธอเป็นหลาน ร้อยดาวน้อยใจมาก ถึงขั้นต้องระบายกับนมแสง หญิงชราคนเก่าแก่ของบ้านต้องปลอบให้ใจเย็น...สักวันท่านยอมรับแน่

สร้อยฟ้ากับจงจิตรหาเรื่องดาหลาไม่เลิก เมื่อพยาบาลสาวกลับจากไปซื้อยาในตัวเมืองมาให้ดำรงในบ่ายวันเดียวกันเลยตั้งป้อมด่าทอให้วุ่นวาย เต็มเดือนพยายามห้ามแต่ไม่มีใครฟัง ดำรงจึงต้องออกโรงปรามเหมือนเคย โดยเฉพาะกับสร้อยฟ้าที่กำเริบถึงขั้นออกปากไล่ดาหลาออกจากบ้านว่าให้หยุดวางท่าราวกับเป็นเจ้าของบ้านแทนเขาเสียที

คำพูดต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าของดำรงทำให้สร้อยฟ้าผูกใจเจ็บ แช่งชักหักกระดูกให้เขาตายวันตายพรุ่งที่กล้าหักหน้าเธอเช่นนี้ ดาราเรศส่ายหน้าเซ็งๆ นึกเคืองแทนแม่ที่ถูกปู่ด่า สร้อยฟ้ายิ่งโมโหโวยไม่หยุด

“อีนังเต็มเดือนนั่นแหละตัวดี คอยเสี้ยมให้แม่ถูกด่า หนอย...ทำตัวหงิมๆ เป็นแม่พระ คิดว่าฉันรู้ไม่ทันล่ะสิว่าตัวเองก็หวังฮุบสมบัติไอ้แก่จนตัวสั่น เชอะ...อีนังผู้ดีแปดสาแหรก”

“เรศอยากให้เปิดพินัยกรรมคุณพ่อเร็วๆ...ถ้าบ้านหลังนี้เป็นของเราเมื่อไหร่ เรศจะไล่ออกไปให้หมดทุกตัวเลย”

สร้อยฟ้าปลื้มที่ลูกสาวมีความคิดเหมือนตน สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรยิ้มร้าย โยนถุงเงินให้กระถินซึ่งหมอบอยู่ใกล้ๆ ให้ไปจับตาดูร้อยดาวไม่ให้คาดสายตา...นังนี่ก็อีกคน อย่าหวังมาฮุบสมบัติของฉันกับลูกเลย!

ฝ่ายจงจิตรไม่น้อยหน้า สะใจที่สร้อยฟ้าถูกด่าประจานต่อหน้าคนเกือบทั้งบ้าน มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาเปิดพินัยกรรมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สมบัติพัสถานของปกรณ์จะต้องตกเป็นของเธออย่างแน่นอน

เวลาเดียวกันที่โถงทางเดินในบ้าน...เมดาในคราบร้อยดาวถือโอกาสสืบหาข้อมูลจากดาหลาที่มาขอบคุณเรื่องช่วยตามหมอมาดูอาการดำรง เมื่อได้รู้ว่าพยาบาลสาวเป็นลูกบุญธรรมของดำรงก็แอบดีใจลึกๆ เชื่อมั่นว่าดาหลาต้องมีข้อมูลเรื่องเวียงแก้วแน่ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะดาหลาหลุดปากเล่าเรื่องในอดีตจริงๆ

“ดิฉันเคยได้ยินมาว่าคุณปกรณ์รักคุณเวียงแก้วมาก ถึงกับสร้างเวียงร้อยดาวให้คุณแม่ของคุณหนูโดยเฉพาะ”

“เวียงร้อยดาว...ชื่อเหมือนฉันเลย...คงสวยมากสินะ”

“แต่ก่อนคงจะสวยน่าดูค่ะ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ร้างเสียแล้ว”

เมดานิ่วหน้า นึกถึงเรือนหลังใหญ่ริมบึงบัว สีแดงสดแล้วคิดว่าน่าจะเป็นที่เดียวกัน แต่เมื่อจะถาม ดาหลากลับขอตัวไปดูแลดำรงเสียก่อน หญิงสาวจาก เมืองผู้ดีเลยได้แต่ครุ่นคิด...เห็นท่าพรุ่งนี้จะต้องไปสำรวจเสียแล้ว

ooooooo

เมดาในคราบร้อยดาวตั้งต้นสำรวจเวียงร้อยดาวในเช้าตรู่วันถัดมา โดยมีน่านฟ้าที่พบกันโดยบังเอิญ ตรงริมรั้วที่กั้นอาณาเขตของบ้านบดินทร์ธรกับเวฬุ-มาศตามไปด้วย ราชนิกุลสาวชอบการผจญภัยอยู่แล้ว  เลยทิ้งจักรยานคันโปรดไว้ข้างรั้วแล้วซ้อนท้ายร้อยดาวไปจนถึงบึงกว้างที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงสดละลานตา

แม้จะแอบลังเลเล็กน้อยเพราะเรื่องเล่าจากช้อยว่าเวียงร้อยดาวเป็นตึกร้างมีประวัติเคยมีคนตาย แต่ราชนิกุลสาวก็ไม่หวั่นเพราะถูกร้อยดาวกล่อมว่าความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง ยิ่งเมื่อเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธรอาสาไปส่งหากเธอไม่กล้า ยิ่งทำให้ฮึดเปลี่ยนใจลงเรือไปสำรวจด้วย

แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างสองสาว เพราะเรือดันรั่วและทำท่าจะจมในไม่กี่อึดใจ น่านฟ้าหน้าเสียเพราะว่ายน้ำไม่เป็น หันซ้ายแลขวาจนเรือเสียหลักพลิกคว่ำกลางบึง ร้อยดาวทะลึ่งตัวเหนือผิวน้ำมองหาราชนิกุลสาว แต่ไม่พบจึงรีบดำดิ่งไปตามหา พบน่านฟ้าถูกสายบัวพันแข้งขาเหมือนถูกยึดให้อยู่ใต้น้ำ ร้อยดาวไม่รอช้าตรงรี่ไปช่วยปัดป่ายสายบัวแน่นหนาแล้วกระหวัดรัดตัวน่านฟ้าขึ้นสู่ผิวน้ำได้ในที่สุด

ฝ่ายสิบทิศวิ่งวุ่นตามหาน่านฟ้ารอบบ้านแต่ไม่เห็นวี่แวว จึงคาดโทษช้อยที่ตามใจจนน้องเขาหนีเที่ยวเถลไถลบ้านช่องไม่ยอมกลับ ไม่นานราชนิกุลหนุ่มก็พบจักรยานของเธอริมรั้วจึงถึงบางอ้อว่าน่านฟ้าน่าจะอยู่กับใคร เขาตามรอยไปจนถึงริมบึงใหญ่ พบสองสาวในสภาพหัวหูลู่เพราะเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ร้อยดาวตั้งท่าจะอธิบายแต่สิบทิศไม่ฟัง ออกคำสั่งเสียงเข้มให้น่านฟ้าตามเขากลับบ้านเดี๋ยวนี้!

น่านฟ้าใช้ผ้าห่มคลุมหัวที่เปียกชื้นพลางพร่ำบอกพี่ชายว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แถมเธอเป็นคนขอตามร้อยดาวไปสำรวจเวียงร้อยดาวเอง ถ้าเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธรไม่ช่วยไว้เธอคงตายในน้ำแล้ว สิบทิศนิ่วหน้า เพิ่งได้ยินชื่อชัดๆ ว่าหญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเจ้าปัญหาชื่อว่าร้อยดาว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่หายโกรธ

“ท่านพ่อจะเสียพระทัยแค่ไหน ถ้ารู้ว่าคนของเวฬุ–มาศเกือบต้องพลาดท่าจบชีวิตเซ่นพลีพวกบดินทร์ธร ต่อไปนี้พี่ขอยื่นคำขาด ห้ามข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับแม่ร้อยดาวอะไรนั่นอีก ถ้าหญิงยังดื้อรั้นขัดคำสั่ง พี่จะส่งหญิงกลับกรุงเทพฯ”

ฝั่งเมดาในคราบร้อยดาวก็ถูกกระถินซึ่งจ้องจับสังเกตตลอดซักถามว่าไปทำอะไรถึงเปียกไปหมดทั้งตัว หญิงสาวจากเมืองผู้ดีแกล้งบอกว่าเป็นวิธีการอาบน้ำของชาวอังกฤษแล้วตรงขึ้นห้อง แต่หนีไม่พ้นสายตาของนมแสงที่ถลันตามมาสอบถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อทราบว่าร้อยดาวจะไปสำรวจเวียงร้อยดาวก็ตาโตตกใจ พยายามขอให้เลิกล้มความตั้งใจแต่คุณหนู คนเล็กของบ้านไม่ยอม...โธ่คุณหนู ดื้อเหมือนคุณปกรณ์ ไม่มีผิด!

เมดาในคราบร้อยดาวเก็บความสงสัยเรื่องเวียง–ร้อยดาวจนเก็บไปฝันกลางดึกคืนเดียวกัน ภาพเวียงแก้วในชุดขาวโพลนลอยออกนอกห้อง ทำให้ต้องวิ่งตาม จนกระทั่งถึงห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่มากมาย ร้อยดาวก็เหมือนถูกมนต์สะกด ฉับพลันนั้นภาพในอดีตตอนพ่อของเวียงแก้วพาเธอมาขัดดอกกับดำรงก่อนมุ่งหน้าลงใต้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ก็ปรากฏขึ้น เมื่อร้อยดาวกะพริบตา ภาพทั้งหมดจึงจางหายไปพร้อมการจู่โจมจากด้านหลังที่ทำให้เธอร้องลั่น!

ร้อยดาวถูกวีระวิทย์ลูกชายคนโตของสร้อยฟ้าลวนลามและพยายามปลุกปล้ำด้วยความหื่นกระหาย หญิงสาวจากเมืองผู้ดีหน้าตื่น แต่เมื่อตั้งสติได้เลยเตะผ่าหมากจนเขาหน้าเขียว แถมต่อยจนล้มคว่ำกองกับพื้น นมแสงได้ยินเสียงเอะอะเลยวิ่งมาดู เมื่อเห็นสภาพเลยพอเดาได้ว่าใครเป็นต้นเรื่องทั้งหมด...คุณวีระวิทย์ก่อเรื่องอีกแล้ว

ooooooo

เรื่องที่วีระวิทย์ก่อเมื่อคืนกลายเป็นข้อพิพาทใหญ่ในเช้าวันถัดมา ดำรงนั่งฟังหลานชายชักแม่น้ำทั้งห้าว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร้อยดาว แต่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมย ด้วยความอ่อนใจ ยิ่งเมื่อสร้อยฟ้าออกโรงปกป้องลูกเหมือนเคย ยิ่งทำให้เขารำคาญ เลยแหวออกไปให้ดูแลและหัดอบรมนิสัยสันดานหยาบของลูกชายบ้าง

“แหม...คุณพ่อคะ เรื่องแบบนี้โทษตาวิทย์ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกค่ะ”

ร้อยดาวฉุนกึก โต้ตอบกับสร้อยฟ้าอย่างดุเดือดที่กล้ากล่าวหาเธอหน้าด้านๆ ดำรงเหลืออดเลยตวาดลั่น

“ไม่เห็นหัวฉันเลยใช่ไหม แม่ร้อยดาว...ดึกๆ ดื่นๆ ทำไมหล่อนไม่รู้จักหลับจักนอน แล้วจะไม่ให้คนอื่นเขามองหล่อนว่าให้ท่าทอดสะพานได้ยังไง...ทำนิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิด”

ร้อยดาวหน้าเสีย ข้องใจเหลือเกินที่ทำไมใครๆ ก็พากันพูดถึงเวียงแก้วอย่างเสียๆหายๆ ดำรงหุนหันออกจากห้องโถงไปแล้ว ตามด้วยสร้อยฟ้ากับวีระวิทย์ที่ไปคุยกันในห้องถึงแผนการกำจัดร้อยดาวที่บังอาจต่อปากต่อคำ แม้วีระวิทย์จะเสียดายความสวยของร้อยดาว แต่เมื่อแม่บอกให้หาทางเล่นงาน เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยจะรับคำสั่งนั้น

เมดาซึ่งสวมรอยเป็นร้อยดาวอย่างเต็มตัวมาปรับทุกข์กับนมแสงเซ็งๆ ถึงเรื่องที่เวียงแก้วถูกว่าร้ายต่างๆ นานาจากคนในบ้าน หญิงชราปลอบให้ทำใจ แต่เพื่อความสบายใจเธอเลยยืนยันความบริสุทธิ์ของเวียงแก้วว่าไม่ได้ทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่ทุกคนกล่าวหา ร้อยดาวยังคาใจเพราะหากไม่มีมูลคงไม่มีคนกล่าวหามากมายขนาดนี้

“เพราะตัณหาราคะครอบงำจนจิตใจมืดบอด ก่อกรรมทำเข็ญสารพัด เมื่อไหร่หนอจะหลุดพ้นบ่วงกรรมเสียที”

ร้อยดาวอึ้ง ไม่เข้าใจสิ่งที่นมแสงพูด แต่ไม่ทันซักก็เห็นรถของทวีปกับปรมัตถ์แล่นมาจอดเสียก่อน ทนายประจำตระกูลแจ้งหมายกำหนดการเปิดพินัยกรรมว่าคงจะเร็วๆนี้ เพราะร้อยดาว...ทายาทคนสุดท้ายอยู่ที่นี่แล้ว สะใภ้ทั้งสามของบ้านบดินทร์ธรรับรู้ด้วยท่าทีเคร่งเครียด กลัวจะพลาดสมบัติชิ้นใหญ่...โดยเฉพาะบ้านหลังนี้!

ด้านทวีป...ปลีกตัวไปคุยกับดำรงในห้องนอน โดยเฉพาะเรื่องราวของดิลกที่หายเงียบหลังย้ายไปอยู่ที่อังกฤษเมื่อหลายปีก่อน ชายชราเสียใจมาก ไม่คิดว่าจะไม่มีโอกาสเจอลูกชายคนเล็กอีก ทวีปเข้าใจดี จึงเลือกตามร้อยดาวกลับมาเพราะเห็นว่ามีสิทธิ์ชอบธรรมจะรับรู้การเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ ส่วนของดิลกคงต้องรออีกร้อยวันจึงจะเปิดได้

เวลาเดียวกันที่สวนหลังบ้าน...ร้อยดาวนั่งคุยเล่นกับปรมัตถ์อย่างถูกคอ ดีใจมากที่เขามาหาเพราะกำลังอยากระบายความทุกข์ใจเรื่องเวียงแก้ว ปรมัตถ์เป็นผู้ฟังที่ดีและแนะนำให้เธอหาความสุขใส่ตัวเองด้วยการทำใจให้สบาย

ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้ “นั่นสินะ...โลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมอง หากมองโลกในแง่ดี ชีวิตก็มีแต่สิ่งรื่นรมย์ แต่ถ้ามองโลกในแง่ร้าย ชีวิตก็จะมีแต่ความวุ่นวายทุกข์ระทมไม่จบไม่สิ้น”

ร้อยดาวยิ้มให้ เขาทำให้สบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยๆ ก็ทำให้สติของเธอคืนมา ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใสนั้นด้วยความชื่นชม เริ่มจะหลงเสน่ห์คุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเธอเอ่ยปากถามถึงปริศนาการตายของเวียงแก้วทำให้เขาพูดไม่ออก ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบว่าภรรยาคนที่สี่ของปกรณ์ฆ่าตัวตาย!

ร้อยดาวอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าเวียงแก้วจะทำเช่นนั้น แต่ไม่ทันซักอะไรมาก สิบทิศก็มาตะโกนโหวกเหวกที่ริมรั้ว บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับน่านฟ้าจะคุยด้วย ร้อยดาวจำต้องเดินไปหาอย่างเสียไม่ได้ ส่ายหน้าเซ็งๆ เมื่อเขาตราหน้าว่าเธอเป็นตัวต้นเหตุทำให้น่านฟ้าไม่สบายเพราะตกน้ำเมื่อวันก่อน

“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น น่านฟ้าเจ็บกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็กๆ จะออกไปเที่ยวหัวหกก้นขวิดอย่างคนอื่นไม่ได้”

“ยิ่งร่างกายอ่อนแอยิ่งต้องออกไปสัมผัสโลกภายนอก ไม่ใช่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน แล้วเมื่อไหร่จะแข็งแรง”

“เธอจะมารู้ดีกว่าหมอได้ไง ฉันขอสั่งห้ามเธอยุ่งกับน่านฟ้าอีกเด็ดขาด ไม่งั้นฉันฟ้องคุณท่านให้ไล่เธอออกแน่”

ขาดคำก็หุนหันกลับตำหนักไป ทิ้งร้อยดาวให้ทำหน้างง...นี่เขาคิดว่าฉันเป็นคนใช้บ้านนี้หรือนี่

ooooooo

ตอนที่ 2

ร้อยดาวปัดความหงุดหงิดเรื่องสิบทิศทิ้งเมื่อเดินไปส่งปรมัตถ์กับทวีปที่รถ นมแสงอดระบายกับทนายประจำตระกูลไม่ได้ว่าสะใภ้ทั้งสามคนนั่งแทบไม่ติดเพราะใกล้ถึงเวลาเปิดพินัยกรรมของปกรณ์เต็มที ทวีปถอนใจยาวแล้วบอกว่าอีกไม่กี่วันร้อยดาวจะอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ เมื่อนั้นทุกคนจะได้รู้ข้อความในพินัยกรรมเสียที

ปรมัตถ์ส่งสายตามองคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอย่างมีเยื่อใย ทวีปก็รู้สึก ต้องกระแอมส่งสัญญาณให้ลูกชายเก็บอาการ ลึกๆก็แอบไม่สบายใจ กลัวมีเรื่องวุ่นวายเพราะเสน่หาเหมือนในอดีต

“คุณหนูร้อยดาวเธออัธยาศัยดีนะพ่อ เป็นกันเองไม่ค่อยถือตัว ผิดกับคนอื่นๆในบ้านบดินทร์ธร ตอนแรกที่พ่อให้ผมไปรับที่สนามบิน ผมวาดภาพในใจอีกอย่างว่าน่าจะเรียบร้อย เจ้าระเบียบ ติดหรูสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ไม่คิดว่าจะเป็นตัวของตัวเองขนาดนี้ แถมสดใสร่าเริง ใครได้อยู่ใกล้ก็มีความสุข...พ่อว่าไหม”

ปรมัตถ์พร่ำเพ้อไม่หยุดปาก ไม่รู้เลยว่าทวีปนั่งหน้าเครียด ไม่อยากให้ลูกหวังสูงเกินไป...บ้านนี้เขาไม่ธรรมดา!

ด้านเมดาในคราบร้อยดาว...ยิ้มกว้างเมื่อเต็มเดือนมาหาถึงห้องนอนในบ่ายวันเดียวกัน พร้อมหอบเสื้อผ้าสวยๆมาให้หลายชิ้น แถมอบด้วยบุหงารำไป...เครื่องหอมไทยโบราณสูตรเฉพาะของเธอเอง หญิงสาวจากเมืองผู้ดีชอบใจมาก ร่ำอยากจะมีคุณสมบัติกุลสตรีไทยแบบนี้บ้าง เต็มเดือนเสนอตัวสอนให้ ร้อยดาวยินดีมาก

“คุณพ่อปกรณ์โชคดีนะคะที่ได้คุณเต็มเดือนเป็นภรรยา”

“ไม่ถือว่าเป็นโชคหรอกจ้ะ...เป็นกรรมต่างหาก เพราะฉันเป็นหมัน ไม่มีปัญญาให้กำเนิดทายาทแก่คุณพี่ เลยได้แต่ยอมทนเห็นสามีพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้”

ร้อยดาวมองสะใภ้เอกด้วยความเห็นใจ ท่าทางเรื่องราวในอดีตระหว่างปกรณ์และบรรดาเมียทั้งสี่คงไม่ค่อยราบรื่นนัก หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ทนเก็บความสงสัยไว้นาน กลางดึกคืนนั้นจึงออกไปห้องสมุดอีกครั้งเพื่อถามหาความจริงจากร่างโปร่งใสในชุดขาวโพลนที่มาให้เห็นบ่อยขึ้นในระยะหลัง

“สิ่งที่ฉันเห็นคืนนั้นคือเรื่องในอดีตของคุณใช่ไหม คุณต้องการสื่อสารอะไรกับฉัน ช่วยให้ฉันเห็นอีกครั้งได้ไหม”

ร่างโปร่งใสนั้นปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ เมดาในคราบร้อยดาวปรี่เข้าหาเพื่อขอคำตอบ

“ฉันไม่ได้ทำให้เธอเห็น ดวงตาของเธอต่างหากที่ทำให้เธอเห็นเรื่องราวของฉัน”

ร้อยดาวเอามือลูบดวงตาตัวเอง พยายามทำความเข้าใจว่าดวงตาคู่ใหม่ของเธออาจเป็นสาเหตุให้เห็นภาพในอดีตของตระกูลบดินทร์ธร ร่างโปรงใสพยักหน้าช้าๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองในอดีต

“ฉันทำงานใช้หนี้แทนพ่อที่บ้านบดินทร์ธร แม้จะไม่ได้มีชีวิตสุขสบาย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยากลำบาก จะว่าไปอยู่ที่นี่ยังดีกว่าที่ที่ฉันจากมาตั้งเยอะ อย่างน้อยก็มีข้าวกินทุกมื้อ ไม่ต้องกลัวอด จนกระทั่ง...”

ร่างโปร่งใสเงียบไปอึดใจจึงเล่าถึงความทรงจำครั้งแรกที่ได้เจอกับหม่อมเจ้าวิรุฬ เวรุมาศที่บึงบัวหลังบ้าน ราชนิกุลหนุ่มเป็นสหายคนสนิทของปกรณ์และเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของตระกูลบดินทร์ธรมาช้านาน ครั้งนั้นเขาช่วยเธอที่เกือบจมน้ำตายเพราะไปเก็บสายบัวหลังบ้าน ความสวยและอ่อนเยาว์ของเธอทำให้เขาประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แต่ไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันมาก ดำรงดันมาเห็นเสียก่อนและเรียกเธอไปชำระความในห้องโถงใหญ่

“มาอยู่ไม่กี่วันก็สร้างเรื่องเสียแล้ว เป็นพระกรุณาที่ฝ่าบาททรงช่วยชีวิตนางบ่าวของกระหม่อมไว้ หาไม่ป่านนี้มันคงกลายเป็นผีเฝ้าบึงบัวไปแล้ว ยังไม่รีบกราบพระบาทท่านชายอีก”

บ่าวสาวผู้โชคร้ายก้มกราบตัวสั่น หม่อมเจ้าวิรุฬยื่นผ้าขนหนูให้ ลอบมองใบหน้าอ่อนใสด้วยความพึงใจจนดำรงรู้สึก เลยตัดบทไล่เธอออกจากห้องและเปลี่ยนเรื่องคุยถึงหน้าที่การงานของราชนิกุลหนุ่มว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิรุฬมองตามด้วยความเสียดาย จำต้องรักษามารยาทด้วยการพูดคุยกับประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรอีกพักใหญ่จึงลากลับ

ดำรงเดินไปส่งหน้าบ้าน พลางบ่นถึงปกรณ์ที่ลงไปดูแลกิจการที่กรุงเทพฯนานหลายเดือนไม่ยอมกลับ ทิ้งให้เขาปวดหัวกับสะใภ้ทั้งสองคนที่เหมือนคลื่นใต้น้ำ รอเวลาพุ่งเข้าหากันตลอดเวลา

“แม่เต็มเดือน...เมียเอก เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ค่อยลงมาให้เห็นหน้า ส่วนเมียรอง...แม่จงจิตรยิ่งแล้วใหญ่ ออกไปไหนต่อไหน อยู่ไม่ติดบ้านเลยสักวัน”

วิรุฬได้แต่ปลอบให้ทำใจเพราะรู้จักนิสัยเพื่อนดีว่ารักแสงสีในเมืองแค่ไหน ดำรงเห็นสมควรแก่เวลาจึงขอตัว ราชนิกุลหนุ่มจึงเดินกลับบ้าน ผ่านดงกระถินข้างทางเลยบังเอิญเจอกับบ่าวสาวหน้าใสอีกจนได้ เขาดีใจมาก ช่วยเธอเก็บกระถินแล้วชวนคุยอีกพักใหญ่ ก่อนจะลาจากไปพร้อมคำสัญญาว่าจะกลับมาอีก...

ooooooo

ภาพการสนทนาของบ่าวสาวกับหม่อมเจ้าวิรุฬ ค่อยๆเลือนหายไป เมดาในคราบร้อยดาวรู้สึกตัวอีกครั้งเช้าวันถัดมา นมแสงตามหาจนทั่ว แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเธอนั่งฟุบหลับในห้องสมุด ร้อยดาวแก้ตัวแกนๆมาหาหนังสืออ่านจนผล็อยหลับไม่รู้ตัว นมแสงไม่ติดใจ บอกให้รีบไปร่วมโต๊ะอาหารเช้าเพราะดำรงจะประกาศเรื่องสำคัญ

สะใภ้ทั้งสามหน้าตื่นขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินประมุขใหญ่ของบ้านประกาศกำหนดการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ โดยเฉพาะสร้อยฟ้ากับจงจิตรที่ออกอาการมากจนดำรงอดแขวะไม่ได้

“ยังไม่ทันได้ร่ายความพินัยกรรมก็น้ำลายหกเรี่ยราดจนน่าเกลียด”

สองสะใภ้หน้าเสีย ดำรงชักสีหน้าแล้วเปลี่ยนใจชะลอการเปิดจนกว่าเขาจะหายป่วย เต็มเดือนรีบสนับสนุน

“รอคุณพ่อหายก่อนก็ดีเหมือนกันค่ะ คุณพ่อจะได้พักผ่อน เรื่องเปิดพินัยกรรมค่อยว่ากันทีหลังก็ได้”

ดำรงพยักหน้าน้อยๆแล้วหันไปถามร้อยดาว เหมือนต้องการหยั่งเชิงว่ามีท่าทีอย่างไรต่อการเปิดพินัยกรรม แต่ต้องนิ่วหน้าเพราะหลานสาวคนเล็กไม่สนใจเรื่องนี้นัก ก้มหน้าก้มตากินไม่มีปากมีเสียงจนน่าแปลกใจ...

สายวันเดียวกัน...ร้อยดาวตัดสินใจไปเยี่ยมน่านฟ้า เป็นห่วงเพื่อนใหม่ไม่น้อยที่ไม่สบายเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเธอ แต่คงเพราะเลือกทางลัดปีนข้ามรั้วกั้นอาณาเขตระหว่างบ้านบดินทร์ธรกับวังเวฬุมาศเลยพลาดท่าหงายหลังร่วงลงไป สิบทิศยืนมองอยู่นานตกใจ ถลาไปรับได้ทันเวลาพอดี ร้อยดาวใจหายวาบเมื่อพบว่าตัวเองหล่นมาทับราชนิกุลหนุ่มจอมหยิ่งอย่างจัง สิบทิศตั้งท่าจะดุแต่เธอรีบแก้ตัวว่าตะโกนเรียกตั้งนานแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนจากรั้วบดินทร์ธร กลับไปซะ”

“เถอะน่า...อย่าตีหน้ายักษ์เลย ฉันแค่จะมาเยี่ยมคุณน่านฟ้าแป๊บเดียว”

“ฉันสั่งแล้วไง ห้ามเธอยุ่งเกี่ยวกับน่านฟ้าอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณท่านให้ไล่เธอออกจากงาน”

ร้อยดาวไม่กลัวท้าทายให้ฟ้อง สิบทิศคงจับเธอเหวี่ยงข้ามรั้วไปแล้วถ้าหม่อมเจ้ารัตนากรไม่มาเจอเสียก่อน ความกล้าต่อปากต่อคำของร้อยดาวถูกอกถูกใจราชนิกุลสาวมาก ถึงขนาดชวนให้ไปเยี่ยมน่านฟ้าถึงในห้อง สิบทิศได้แต่มองตามเคืองๆ คอยค่อนแคะเธอตลอดทางจนหม่อมป้าต้องส่งสายตาปราม แต่ที่ทำให้ร้อยดาวอ้าปากค้างคือภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหม่อมเจ้าวิรุฬ ชายในความฝันเมื่อคืนก่อนที่เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคือพ่อของสิบทิศ!

สิบทิศตั้งแง่หาเรื่องเธอไม่หยุด หม่อมเจ้ารัตนากรเลยตัดบทให้เธอขึ้นไปเยี่ยมหลานสาวบนห้องนอน น่านฟ้าดีใจที่มีคนมาเยี่ยม โดยเฉพาะคนคนนั้นคือเพื่อนใหม่จากบ้านบดินทร์ธร

“หญิงค่อยยังชั่วขึ้นเยอะแล้วค่ะ แต่ยังมึนๆหัวนิดหน่อย พี่ชายห่วงหญิงจนน่ารำคาญ บังคับให้นอนแซ่วบนเตียงได้ทั้งวัน จะลงไปเดินเล่นข้างล่างก็ไม่ได้ เบื่อจะตายอยู่แล้ว”

ร้อยดาวยิ้ม เห็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงพร้อมลำโพงปากแตรที่มุมห้องจึงนึกสนุกชวนน่านฟ้าหาอะไรสนุกๆทำ

ขณะเดียวกันที่สวนหน้าตำหนักม่วง วังเวฬุมาศ...

สิบทิศกำลังบ่นเรื่องร้อยดาวว่าเป็นตัวป่วน คอยชวนน่านฟ้าทำเรื่องแผลงๆจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม้จะยื่นคำขาดให้เลิกยุ่งกับน้องสาว แต่หญิงสาวตัวแสบยังเสนอหน้ามาเยี่ยมให้เขาหงุดหงิดอีก หม่อมเจ้ารัตนากรส่ายหน้าอ่อนใจ เมื่อเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานดังจากห้องน่านฟ้า พร้อมภาพหญิงสาวสองคนเต้นรำอย่างสนุกสนานจึงอดชี้ชวนให้หลานชายดูไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้น...หลานคงต้องอยู่ให้ห่างน่านฟ้าแล้วล่ะ...เด็กสมัยนี้ก็น่าเอ็นดูไปอีกแบบนะ...ชายว่าไหม”

“เต้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถ้า ไม่เห็นน่าเอ็นดู หญิงเล็กควรหัดลีลาศเข้าสังคมมากกว่าเต้นแร้งเต้นกาแบบนี้”

“เดี๋ยวนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว หากยังยึดติดกับความคิดเดิมๆแล้วโลกเราจะพบความเปลี่ยนแปลงได้ยังไง”

“ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไป”

“ถูกของชาย แต่ในเมื่อทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน ทำไมเราจึงไม่เรียนรู้จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้นเล่า”

ooooooo

หม่อมราชวงศ์สิบทิศเก็บคำพูดของหม่อมป้าไปคิดทบทวน เริ่มคล้อยตามแต่ยังทิฐิ ไม่รับความจริงว่าร้อยดาวไม่ได้ทำอะไรผิด เมื่อไปตามดูเธอที่ห้องน่านฟ้า เลยยังทำหน้าบึ้งไล่กลับบ้านเพราะถึงเวลาพักผ่อนของน้องสาว แต่ถึงกระนั้นท่าทางจ๋อยๆของร้อยดาวก็ทำให้เขาใจอ่อน ขอบใจเธอเสียงห้วนที่ทำให้น่านฟ้ามีความสุข

“เรื่องขี้ปะติ๋ว ฉันเชื่อว่าความสุข ถ้าแบ่งปันกันก็จะทวีคูณ ส่วนความทุกข์ ถ้าได้แบ่งปันกันก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง ฉันทำให้น้องคุณมีความสุข ฉันเองก็มีความสุข ไม่เห็นต้องขอบอกขอบใจเลย”

สิบทิศมองเธอด้วยสายตาดีขึ้น ร้อยดาวไม่ถือสาท่าทางมาดเข้มเพราะกำลังสนใจภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหม่อมเจ้าวิรุฬ เวรุมาศ...สีหน้าอมเศร้าของราชนิกุลหนุ่มใหญ่ทำให้เธอเห็นภาพในอดีต...

ราชนิกุลหนุ่มมาเยี่ยมบ่าวสาวหน้าใสที่บ้านบดินทร์– ธรอีกครั้ง พร้อมหนังสือภาพภาษาอังกฤษที่เขาตั้งใจนำมาให้เธอโดยเฉพาะ บ่าวสาวคนนั้นแทนตัวเองว่าเวียงแก้ว เธอปฏิเสธจะรับมาเพราะอ่านหนังสือไม่ออก

“เปิดดูรูปเฉยๆก็ได้ โลกนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าเธอไม่เคยไปไหน หนังสือจะพาเธอไปทุกหนทุกแห่ง”

เวียงแก้วนั่งดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ วิรุฬพอใจมาก เสนอตัวพาไปเที่ยวหากเธอต้องการ รอยยิ้มของทั้งสองค่อยๆเลือนหายไป ร้อยดาวดึงตัวเองออกจากอดีต ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายจนเริ่มตาพร่า เมื่อสิบทิศทักจึงซวนเซเป็นลมในอ้อมแขนเขา ราชนิกุลหนุ่มตกใจมาก ลืมเรื่องขุ่นเคืองและรีบพาเธอไปนั่งพักในสวนหน้าตำหนัก

สิบทิศมองสภาพอ่อนเพลียของหญิงสาวจอมยุ่งตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง แปลกใจนิดหน่อยที่คนชอบเต้นแร้งเต้นกา แถมซุกซนเหมือนเด็กๆจะเป็นลมคอพับคออ่อน ส่วนร้อยดาวเมื่อตื่นก็รีบถามถึงพ่อของเขา ราชนิกุลหนุ่มเงียบไปอึดใจแล้วบอกว่าหม่อมเจ้าวิรุฬสิ้นชีพิตักษัยตั้งแต่เขาห้าขวบ

“เพราะผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นทำให้พ่อฉันวิ่งฝ่าสายฝนออกไปบดินทร์ธรกลางดึก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่อง”

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่บ้านบดินทร์ธรเหรอคะ”

ร้อยดาวรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ แต่สิบทิศกลับพูดไม่ออก แสร้งทำโมโหกลบเกลื่อนไล่เธอกลับบ้าน หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจำต้องถอย ไม่อยากเซ้าซี้ให้เป็นที่สงสัย...ท่าทางคุณชายนี่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับบดินทร์ธรแน่ๆ

ร้อยดาวทำท่าจะไปตามหาคำตอบในห้องสมุดอีกครั้ง แต่พบเต็มเดือนที่กำลังเก็บดอกยี่โถใส่แจกันในสวนหลังบ้านเสียก่อนเลยไปทักทายและช่วยเก็บดอกไม้

“ท่าทางคุณจะเป็นคนรักธรรมชาตินะคะ เห็นทีไร ถ้าไม่ปลูกต้นไม้ ก็เก็บดอกไม้ในสวน”

“ฉันเบื่อความวุ่นวายน่ะ ในเมื่อคุยกับคนไม่รู้เรื่อง ฉันหนีมาคุยกับต้นไม้ต้นไร่ดีกว่า”

ร้อยดาวนิ่วหน้า ไม่คิดว่า สะใภ้แรกจะมีเรื่องอึดอัดใจ เต็มเดือนถอนใจเบาๆแล้วพูดเสียงเรียบ

“คฤหาสน์บดินทร์ธรถึงจะใหญ่โตหรูหรา มีคนอยู่อาศัยมากมาย แต่ก็เงียบเหงา อ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ทุกคนที่นี่เลยต่างหวาดระแวง อิจฉาริษยากันจนพลอยอยู่ไม่เป็นสุข”

ท่าทางเศร้าๆของเต็มเดือนทำให้ร้อยดาวเห็นใจไม่น้อย พอจะนึกภาพออกเพราะขนาดตัวเองมาอยู่ได้ไม่กี่วันยังอึดอัดแทบแย่ เธอพยายามคลายบรรยากาศด้วยการช่วยเด็ดดอกยี่โถ เต็มเดือนร้องเตือนให้ระวังเพราะยางของดอกไม้นี้มีพิษ อาจทำให้ตาบอด ร้อยดาวอึ้ง ไม่คิดว่าดอกสวยๆจะมีพิษร้ายแรง

เต็มเดือนหัวเราะเบาๆแล้วเปรยเสียงอ่อน “สิ่งที่สวยงามมักมีวิธีป้องกันตัวเองเสมอ จะได้ไม่ถูกใครทำร้ายเอาง่ายๆ ก็เหมือนผู้หญิงเรานั่นแหละ...ยิ่งสวยเท่าไหร่ ยิ่งต้องรู้จักเอาตัวรอดเท่านั้น...หนูว่าจริงไหมจ๊ะ”

ร้อยดาวพยักหน้ารับ นึกทึ่งสะใภ้เอกของบ้านบดินทร์ธรไม่น้อยที่มีความคิดลึกซึ้ง เต็มเดือนส่งยิ้มอ่อนๆให้แล้วยื่นแจกันดอกไม้ที่เพิ่งจัดเสร็จให้เธอเก็บไว้ในห้อง บรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพว่ากลิ่นหอมของดอกยี่โถช่วยให้นอนหลับสนิท ร้อยดาวปลื้มมาก ขอบคุณจากใจจริงที่ได้รับความเมตตา ไม่ต้องอ้างว้างเหมือนตัวคนเดียวเมื่อมาอยู่ที่นี่

ooooooo

สร้อยฟ้ากับกระถินเฝ้ามองเหตุการณ์จัดดอกไม้ของเต็มเดือนกับร้อยดาวโดยตลอด ท่าทางคุยกันอย่างถูกคอทำให้สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรหมั่นไส้มาก เชื่อว่าเต็มเดือนมีแผนร้ายจึงแสร้งวางตัวเป็นแม่พระผูกมิตรกับร้อยดาว หวังหลอกใช้เป็นเครื่องมือเหมือนที่เคยทำกับเมียทุกคนของปกรณ์

กระถินเสนอแผนชั่วใส่ร้ายให้ร้อยดาวกับเต็มเดือนแตกคอ สร้อยฟ้าเห็นดีด้วย สั่งสาวใช้คนสนิทให้แอบขโมยนาฬิกาของเต็มเดือนไปวางในห้องร้อยดาว กระถินรับคำอย่างดีและลงมือทำตามคำสั่งในบ่ายวันเดียวกัน

ฟากร้อยดาวถือแจกันดอกยี่โถเข้ามาในห้อง สัมผัสเบาๆที่กลีบสีสวยแล้วต้องตาเหลือกเมื่อเห็นหนอนไชศพตัวเขื่องค่อยๆชอนไชดอกยี่โถ ทีละตัวสองตัวจนเต็มไปหมด ดอกไม้สวยงามเหี่ยวลงจนเน่าเฟะ ร้อยดาว ตกใจผุดลุกขึ้น แต่เมื่อกะพริบตาสองสามทีภาพน่าเกลียดนั้นก็จางหายไป...

เมดาในคราบร้อยดาวเอามือกุมกระบอกตา ภาพหลอนหลายภาพทั้งก่อนหน้าและเมื่อกี๊ทำให้แทบประสาทเสีย เมื่อเงยหน้าอีกครั้งจึงเห็นนาฬิกาข้อมือผู้หญิงเรือนทองดูราคาแพงอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบมาดูด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันคิดอะไร กระถินก็เปิดประตูมาเห็นแล้วตะโกนโวกเวกว่าเธอขโมยนาฬิกาของเต็มเดือน!

เรื่องวุ่นวายร้อนถึงดำรงต้องเป็นผู้ตัดสิน ชายชราประมุขใหญ่ของบ้านบดินทร์ธรซักถามเรื่องราวจากร้อยดาวว่านาฬิกาของเต็มเดือนไปอยู่ในห้องเธอได้อย่างไร ร้อยดาวตั้งท่าจะอธิบายแต่สร้อยฟ้าโพล่งขัดเสียก่อน

“นังกระถินมันจับได้คาหนังคาเขาว่าแกขโมยนาฬิกาเรือนนี้มา ยังจะกล้าปากแข็งอีก”

“ฉันไม่ได้ขโมย และไม่เคยคิดจะขโมยของของใครด้วย”

“อมพระมาพูดฉันก็ไม่เชื่อ แกมันลูกเสือลูกตะเข้...เลวจริงๆ”

สองสาวต่างวัยโต้ตอบไปมาจนดำรงเหลืออด สั่งให้นมแสงไปตามเจ้าของนาฬิกามาให้การ สร้อยฟ้าดีใจมาก มั่นใจว่าร้อยดาวต้องถูกเฉดหัวออกจากบ้าน แต่ผิดคาดเพราะเต็มเดือนไม่เล่นด้วย แถมปกป้องร้อยดาวอีกต่างหาก

“เต็มมาจัดดอกไม้ให้หนูร้อยดาวที่ห้อง แต่กลัวว่านาฬิกาจะเปียกน้ำเลยถอดวางไว้ ไม่คิดว่าจะลืม”

ร้อยดาวอึ้งมาก สบตาสะใภ้เอกของบ้านบดินทร์ธรงงๆ ไม่คิดว่าจะยอมโกหกเพื่อช่วย เต็มเดือนส่งยิ้มให้เหมือนจะบอกเป็นนัยให้อยู่เฉยๆ เธอจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง

“เต็มเป็นคนวางทิ้งไว้เอง หนูร้อยดาวไม่รู้เรื่อง ขอบใจหนูมากนะจ๊ะที่ช่วยเก็บไว้ให้ ถ้าหายไปคงแย่”

เต็มเดือนปรายตามองสะใภ้สามด้วยความสะใจ สร้อยฟ้าหน้าเจื่อนที่ถูกฉีกหน้า ยิ่งดำรงด่ายิ่งเจ็บใจ

“ทีหลัง...ถ้าไม่รู้จริง หล่อนก็อย่าเที่ยวปรักปรำคนอื่น เดี๋ยวเด็กมันจะสิ้นนับถือมาถอนหงอกเอาได้”

สร้อยฟ้าหัวเสียมาก ผลุนผลันกลับห้องพร้อมกระถิน จงจิตรซึ่งเฝ้ามองทุกอย่างจากระเบียงชั้นบนหัวเราะชอบใจ โดยมีดารกาลูกสาวคนเดียวยืนฟังด้วยความงุนงง...ไม่เข้าใจว่าแม่ชอบใจอะไรนักหนาที่มีคนทะเลาะกันในบ้าน

ooooooo

สร้อยฟ้าเหวี่ยงข้าวของระบายอารมณ์ ไม่คิดว่าจะถูกเต็มเดือนฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนั้นต่อหน้าดำรงกับร้อยดาว พาลไปลงกับกระถินที่ทำงานพลาดให้เธอถูกด่า ดาราเรศนั่งฟังอยู่นานอดแขวะไม่ได้

“รู้ทั้งรู้ว่าคุณป้าเต็มเดือนเป็นคนยังไง คุณแม่ยังไปยุ่งกับเขาอีก”

“แกไม่ต้องมาสะเออะสั่งสอนฉันยายเรศ...ฉันรู้ดีว่าทำอะไรอยู่ ฉันต้องหาทางกระชากหน้ากากมันให้ได้”

ขณะที่สร้อยฟ้าอาละวาดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด ร้อยดาวก้มกราบเต็มเดือนที่ช่วยให้พ้นจากข้อกล่าวหา นมแสงพลอยซาบซึ้งใจไปด้วย หากสะใภ้เอกไม่ช่วย ดูท่าร้อยดาวคงไม่ได้อยู่ฟังพินัยกรรมของปกรณ์แน่

“ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ ฉันเชื่อว่าหนูร้อยดาวเป็นคนดี จะทำเรื่องเหลวไหลแบบนั้นได้ยังไง”

“ขอบพระคุณคุณเต็มเดือนมากนะคะที่เชื่อใจดิฉัน แต่เรื่องนาฬิกานั่น ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะคะ”

เต็มเดือนยิ้มน้อยๆแล้วบอกว่าต้องการปกป้องเธอ ร้อยดาวนั่งไปอึดใจจึงถึงบางอ้อ

“หมายความว่า...คุณสร้อยฟ้ากับกระถินกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายดิฉันอย่างนั้นหรือคะ”

“ฉันอาจจะอยู่ที่นี่มานานจนรู้ว่าใครเป็นยังไง หนูยังเด็ก...ฉันอยากจะเตือนหนูสักอย่าง...อย่าไว้ใจใคร จำไว้นะ”

เมดาในคราบร้อยดาวเก็บคำพูดสุดท้ายของเต็มเดือนไปคิดตลอดเย็น เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงหยิบโกศกระดูกของดิลกออกจากกระเป๋ามาวางที่หัวนอน เรื่องวุ่นวายในบ้านนี้ทำให้เธอเหนื่อยใจมาก จนไม่มีกำลังจะอยู่ที่นี่แล้ว

“คุณพ่อคะ...หนูอึดอัดจังเลยค่ะที่ต้องอยู่ท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรของญาติๆตัวเอง ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำว่าจะมีเรื่องของคนพวกนี้เข้ามาในชีวิต หนูไม่รู้จะวางใจใครได้อีก นอกจากนมแสงแล้วก็คุณเต็มเดือน...”

ทันใดนั้น...เสียงร้องโหยหวนคล้ายเสียงหมาป่าก็ดังขึ้น ร้อยดาวหันขวับ ตัดสินใจเดินตามต้นเสียงจนถึงห้องสมุด เสียงประหลาดนั้นจึงเงียบไป หญิงสาวจากเมืองผู้ดีมั่นใจว่าร่างโปร่งบางในชุดขาวโพลนต้องรู้คำตอบจึงตะโกนเรียกหา แต่ทุกอย่างกลับเงียบกริบ เธอรีบเดินสำรวจรอบห้อง พลันเห็นหยดน้ำซึมจากบนเพดานพร้อมเสียงเหมือนอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลักที่ด้านบน!

ร้อยดาวลากบันไดมาไต่ขึ้นไปดู พยายามแนบตาที่รอยต่อไม้กระดานแต่ไม่เห็นอะไร จังหวะเดียวกันเสียงโหยหวนดังขึ้นอีก ร้อยดาวตกใจจนพลัดตกจากบันได โดยมีหนังสือหลายเล่มหล่นมาด้วย เธอหันไปมองแล้วต้องตาโต เมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือสมุดภาพภาษาอังกฤษ เล่มเดียวกับที่วิรุฬให้เวียงแก้วดูในฝันของเธอครั้งก่อน แต่ก่อนจะได้เปิดดู นมแสงซึ่งได้ยินเสียงโครมคราม ก็เข้ามาเจอ...แปลกใจไม่น้อยที่เห็นร้อยดาวในห้องสมุดกลางดึกอีกแล้ว

ooooooo

เมดาในคราบร้อยดาวเอาตัวรอดจากนมแสงจนได้ เธอกลับเข้าห้องนอนพร้อมสมุดภาพของวิรุฬและลงมือเปิดอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกช่วยให้เพลินตาไม่น้อย แต่เมื่อพลิกไปเรื่อยๆก็เจอภาพถ่ายขาวดำของเวียงแก้วแทรกอยู่ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจ้องภาพนั้นนิ่ง ทันใดนั้น...ภาพในอดีตก็ปรากฏตรงหน้า

ร้อยดาวเห็นเวียงแก้วที่ทำท่าทางเหมือนในภาพถ่าย โดยมีวิรุฬยืนข้างๆพร้อมกล้องถ่ายรูปในมือ บ่าวสาวหน้าใสร้องไห้คร่ำครวญคิดถึงพ่อซึ่งไปทำงานทางใต้นานหลายเดือน แต่ไม่มีข่าวคราวใดๆกลับมาถึงเธอเลย ราชนิกุลหนุ่มสงสารแต่ไม่ทันได้ปลอบ เสงี่ยมสาวใช้คนสนิทของจงจิตรก็มาตามไปพบสะใภ้สองของบ้านบดินทร์ธรเสียก่อน

จงจิตรเรียกเวียงแก้วมาทำความสะอาดเท้า เมื่อไม่ได้อย่างใจก็จิกผมเธอกดลงในอ่างพร้อมด่าทอ

“จำใส่กะลาหัวเอาไว้ ใครที่คิดจะมาเล่นกับฉัน ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ลอยหน้าอยู่เป็นสุขหรอก”

วิรุฬซึ่งแอบตามดูด้วยความเป็นห่วง ตั้งท่าจะไปช่วยอยู่แล้ว แต่ช้ากว่าเต็มเดือนซึ่งฉีกหน้าสะใภ้สองด้วยการขอตัวเวียงแก้วไปเป็นคนใช้ส่วนตัวดื้อๆ แถมสั่งให้เสงี่ยมทำงานแทนอีกต่างหาก จงจิตรหัวเสียมาก มองตามสะใภ้ใหญ่และบ่าวสาวหน้าใสด้วยความเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้...ฝากไว้ก่อนเถอะอีเต็มเดือน!

ฝ่ายเวียงแก้วคุกเข่าร้องไห้ตรงหน้าสะใภ้ใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรอย่างน่าเวทนา เต็มเดือนปลอบขวัญและสั่งให้มารับใช้เธอแต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวียงแก้วก้มหน้ารับตัวสั่น เต็มเดือนยิ้มเย็นพร้อมประกาศกร้าว

“ตราบใดที่เธอเป็นคนของสะใภ้ใหญ่ตระกูลบดินทร์–ธรอย่างฉัน จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าข่มเหงรังแกเธออีก”

ภาพเวียงแก้วมองเต็มเดือนด้วยความหวาดหวั่นค่อยๆจางหาย เมดาในคราบร้อยดาวดึงตัวเองออกจากภวังค์ จ้องภาพถ่ายในมือนิ่ง ความสัมพันธ์ของเวียงแก้วกับหม่อมเจ้าวิรุฬและคนอื่นๆในบ้านดูจะซับซ้อนและมีเงื่อนงำกว่าที่คิด ร้อยดาวพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแต่เหมือนไม่ค่อยได้เรื่อง สุดท้ายเลยผล็อยหลับตอนใกล้สว่างนั่นเอง

สิ่งแรกที่ร้อยดาวทำในเช้าวันถัดมาคือเอาภาพถ่ายเจ้าปัญหาให้นมแสงดู หญิงชราถึงกับพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ถามเสียงพร่าว่าเอามาจากไหน ร้อยดาวบอกว่าเจอในสมุดภาพเมื่อคืน นมแสงถอนใจยาวพร้อมเปรยเสียงเบา

“ยี่สิบห้าปีมานี้ รูปทุกใบที่มีเธออยู่ถูกเผาทำลายทิ้งทั้งหมด ไม่นึกเลยว่าจะยังเหลือรอดอีกใบ”

ร้อยดาวไม่เข้าใจ แค่ภาพถ่ายผู้หญิงคนเดียว แถมยังเป็นเมียคนที่สี่ของปกรณ์ ทำไมจึงต้องทำลาย นมแสงตอบเสียงอ่อยว่าเป็นคำสั่งของดำรง ใครก็ขัดไม่ได้ ร้อยดาวไม่อยากจะเชื่อ อดเคืองประมุขใหญ่ของบ้านบดินทร์ธรไม่ได้ที่ใจไม้ไส้ระกำ ทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆไร้ทางต่อสู้อย่างเวียงแก้วได้ลงคอ!

ข้อมูลจากนมแสงทำให้สะเทือนใจไม่น้อย ท่าทางเวียงแก้วจะไม่เป็นที่รักใคร่ของคนในบ้านบดินทร์ธรนัก ยิ่งเมื่อเธอเซ้าซี้ขอให้นมแสงพาไปกราบหลุมศพเวียงแก้ว โดยอ้างว่าอยากไปทำความเคารพแม่แท้ๆสักครั้ง หญิงชรายิ่งมีท่าทางพิรุธ แถมยังบอกไม่รู้ว่าหลุมศพเวียงแก้วอยู่ที่ไหนอีกต่างหาก

“หลังจากที่คุณเวียงแก้วเสีย คุณท่านก็มีคำสั่งให้คุณปกรณ์ทำพิธีทางศาสนาให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด สั่งกำชับทุกคนในบ้านให้ปิดเป็นความลับ กลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา นมไม่รู้จริงๆค่ะว่าคุณปกรณ์จัดการไว้อย่างไร”

ร้อยดาวพยักหน้ารับ รู้สึกแปลกๆแต่ต้องพยายามเก็บอาการและเปลี่ยนเรื่องไปถามถึงปกรณ์แทน

“คุณพ่อปกรณ์ของฉัน หน้าตาเป็นยังไงคะนมแสง หล่อไหม...ฉันยังไม่เคยเห็นรูปท่านเลย”

ooooooo

นมแสงทนเสียงรบเร้าตลอดเช้าจากคุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรไม่ไหว ต้องพาไปไขกุญแจห้องเก็บของเก่าๆซึ่งมีข้าวของวางระเกะระกะเหมือนไม่ถูกเปิดใช้มานาน หญิงชราตรงไปเปิดผ้าคลุมกรอบรูปใหญ่กลางห้อง พร้อมแนะนำเสียงอ่อนว่านี่คือภาพถ่ายของปกรณ์สมัยหนุ่มๆ

ร้อยดาวจ้องภาพตรงหน้าเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่ดวงตาเจ้าชู้ของปกรณ์ ทำให้เธอตกในภวังค์เห็นอดีตอีกครั้ง เป็นภาพเขาเมื่อครั้งกลับจากกรุงเทพฯในเช้าวันหนึ่ง แต่งกายเหมือนในรูปถ่ายทุกประการ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนใจละลายค่อยๆเลือนหาย พร้อมเสียงเรียกของนมแสงที่เห็นเธอยืนจ้องภาพปกรณ์ไม่ไหวติง ร้อยดาวสะบัดหน้าเรียกสติ ยิ้มเจื่อนๆให้แล้วกลบเกลื่อนความผิดปกติด้วยการจะยกภาพปกรณ์ขึ้นแขวนผนังที่โถงกลาง

นมแสงพยายามห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล คุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรยืนกรานจะทำตามที่ต้องการ

“นมนั่นแหละต้องเชื่อฉัน กรอบรูปคุณพ่อแขวนไว้ตรงนี้ ดีออก...ใครผ่านไปผ่านมาจะได้เห็น”

นมแสงอ้าปากค้างเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง ร้อยดาวไม่ได้สังเกตชื่นชมผลงานตัวเองอย่างอารมณ์ดี

“โธ่...คุณหนูทำไมดื้ออย่างนี้คะ ถ้าคุณท่านรู้เข้าต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ”

ร้อยดาวแกล้งทำหูทวนลม ไม่เห็นความผิดอะไรจะเอาภาพของปกรณ์มาไว้ในบ้าน ในเมื่อทุกคนรอคอยการเปิดพินัยกรรมของเขาอย่างใจจดจ่อ เหตุใดจะต้องคัดค้าน แต่แล้วหญิงสาวจากเมืองผู้ดีก็ต้องหน้าเสีย เมื่อดำรงผ่านมาเห็นแล้วตวาดลั่นให้เอาภาพลง ร้อยดาวไม่เข้าใจและพยายามถามเหตุผลแต่ชายชราไม่มีคำตอบให้ สร้อยฟ้าได้ยินเสียงเอะอะ เมื่อเห็นหลานสาวคนเล็กของบดินทร์ธรกล้าต่อปากต่อคำกับดำรงเลยถือโอกาสแขวะ

“ต่ำ...มาอยู่ที่นี่ไม่ทันไรก็กล้าตีฝีปากเถียงคุณพ่อฉอดๆ สันดานไพร่อีเวียงแก้วในตัวแกแก้ไม่หายสินะ”

จงจิตรตามมาสบทบอีกคน ค่อนแคะแดกดันร้อยดาวจนเธอเหลืออด โพล่งกลับไปบ้าง

“ถ้าพวกคุณเป็นผู้ดีกันนักก็กรุณาอย่าพูดจาดูถูกคุณแม่ของดิฉัน”

สร้อยฟ้ากับจงจิตรคิดไม่ถึงว่าจะถูกลูกสาวของเวียงแก้วตอกกลับไม่ไว้หน้า ทำท่าจะสวนแต่ช้ากว่าดำรง

“จองหอง...ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เถียงคอเป็นเอ็น เดือดร้อนแทนแม่หล่อนที่อยู่ในขุมนรกนักหรือไง”

ร้อยดาวหน้าเจื่อน แต่ก่อนที่จะได้โต้อะไร กรอบรูปอันใหญ่ที่บรรจงแขวนอย่างดีก็ร่วงกระแทกพื้นโครมใหญ่จนแตกละเอียด ดำรงหน้านิ่งไม่ไหวติง สองสะใภ้และนมแสงตาเหลือก สีหน้าเหมือนหวั่นกลัวอะไรสักอย่างจนร้อยดาวสังเกตเห็น แต่ต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อนเพราะดำรงกำลังมองมาทางเธอด้วยสีหน้าโกรธจัด!

ทั้งหมดไปรวมตัวที่ห้องโถงกลาง รวมทั้งเต็มเดือนที่เดินหน้าซีดมาสบทบเมื่อทราบว่าร้อยดาวก่อวีรกรรมอะไรหญิงสาวจากเมืองผู้ดีก้มกราบแทบเท้าดำรง ขอขมาที่ล่วงเกินก่อนหน้านี้ ชายชราอารมณ์เย็นลงแต่ไม่วายสะบัดเสียงใส่ว่าเอารูปมาแขวนทำไม ร้อยดาวไม่ทันตอบ จงจิตรกับสร้อยฟ้าแย่งกันใส่ไฟและพาลถึงนมแสงที่คงเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการพาร้อยดาวไปห้องเก็บของ ดำรงกระแทกไม้เท้าให้หยุดพล่ามแล้วหันไปสั่งสอนหลานคนเล็กเสียงเข้ม

“ทุกๆที่ย่อมมีกฎ ที่นี่ก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อก้าวเข้ามาอาศัยชายคาของบดินทร์ธร หล่อนก็จงนำพาต่อกฎเกณฑ์ต่างๆของบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ทำหูทวนลม”

ร้อยดาวหน้าเสีย ก้มหน้ารับคำอย่างสำนึกผิด เต็มเดือนสงสารเลยช่วยพูดให้

“หนูร้อยดาวคงไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งคุณพ่อหรอกค่ะ เพียงแค่อยากแขวนรูปพ่อบังเกิดเกล้าไว้ดูต่างหน้า”

ดำรงยังนิ่งจนทุกคนใจไม่ดี แต่สร้อยฟ้ากลับโพล่งออกไปอย่างไม่คิด หมั่นไส้ลูกสาวเวียงแก้วเหลือเกิน

“แผนสูงไม่เบา เอากรอบรูปพ่อมาแขวน คงกะประจบให้วิญญาณคุณพี่นึกเมตตา แบ่งสมบัติให้แกบ้างงั้นสิ”

ร้อยดาวโต้ว่าไม่เคยคิดแบบนั้น เต็มเดือนเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามช่วยห้ามทัพ แต่ไม่ทันพูดอะไร กระถินซึ่งกำลังเก็บเศษแก้วจากกรอบรูปก็ร้องโวยวายเพราะถูกเศษแก้วบาด ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก...ขนาดเศษกระจกยังฤทธิ์มากขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นอย่างอื่นจะมากมายขนาดไหน!

ooooooo

หลังเหตุวุ่นวายในห้องโถงกลาง ทุกคนจึงแยกย้ายกลับห้อง ส่วนร้อยดาวตามไปคุยกับเต็มเดือน ขอบคุณจากใจจริงที่สะใภ้เอกช่วยเธออีกครั้ง เต็มเดือน รินน้ำชาจากโถพลางอธิบายเสียงอ่อน

“ขึ้นรูปคุณพี่ทีไรเป็นได้เรื่องทุกที กี่รูปก็ตกมาแตกจนตามเก็บกวาดแทบไม่ไหว พอขึ้นรูปใหม่ก็ลงอีหรอบเดิมอีก คุณพ่อเลยให้เอาลงห้ามแขวนอีกเป็นอันขาด”

ร้อยดาวนิ่วหน้า ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมายแต่ต้องเก็บไว้ก่อน เต็มเดือนยิ้มบางๆแล้วลูบหัวปลอบ

“โลกใบนี้ยังมีเรื่องเหลือเชื่อตั้งมากมาย เอาง่ายๆ...อย่างกิ่งของต้นยี่โถเอาไว้ใช้ไล่หนูได้ เหลือเชื่อไหมล่ะคะ”

ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้แล้วเปลี่ยนเรื่องถามถึงที่ตั้งหลุมศพและสถานที่เก็บกระดูกของเวียงแก้ว เต็มเดือนอึ้งไปอึดใจ ใช้สองมือประคองถ้วยชาแล้วพูดเสียงเบา

“ไม่มีใครรู้หรอก เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ”

ร้อยดาวจะซักต่อ แต่ไม่ทันอ้าปาก ปรมัตถ์ก็เข้ามาทัก เต็มเดือนจึงถือโอกาสปลีกตัวไปพักผ่อน ร้อยดาว จำต้องเก็บคำถามคาใจไว้แล้วไปคุยกับลูกชายทนายประจำ ตระกูลที่สวนแทน

ปรมัตถ์ลอบมองใบหน้าอ่อนใสด้วยความคิดถึง แต่ปากแข็งอ้างว่าทวีปใช้ให้มาดูแลเธอ เกรงจะไม่สบายเพราะแปลกถิ่น ร้อยดาวหัวเราะน้อยๆ ยืนยันว่าสบายดีทุกอย่างเพราะเป็นคนแข็งแรง

ปรมัตถ์พลอยยิ้มไปด้วยแล้วชวนไปซื้อของข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ร้อยดาว รับปากด้วยความยินดี อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้าง

ด้านดารกา...เห็นรถยนต์ปรมัตถ์จากระเบียงชั้นบนก็วิ่งหน้าบาน ไปส่องกระจกเตรียมต้อนรับชายหนุ่มที่แอบหลงรักมานาน แต่เมื่อไปถึงหน้าบ้านกลับต้องหัวเสีย เพราะเขาเพิ่งขับรถออกไปกับร้อยดาว ปั้นจะเข้าไปปลอบใจแต่ถูกตะเพิดไล่อย่างไม่ไยดี จงจิตรแต่งตัวสวยออกมาพอดี ส่งสายตาปรามไม่ให้แสดงท่าทีพิรุธ...อยากให้คนในบ้านรู้หรือไงว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของดารกาไม่ใช่ปกรณ์!

ดารกาเห็นแม่แต่งตัวสวยเลยอ้อนขอไปข้างนอกด้วย เบื่อต้องอยู่คนเดียวไม่มีอะไรทำ แต่จงจิตรไม่ยอมเพราะมีธุระสำคัญกับปั้น และเฉไฉว่าจะไปทำผมในเมืองและสั่งให้เธอเป็นหูเป็นตาแทนที่นี่ ดารกาหน้ามุ่ย จำต้องยอมหลีกทางให้แม่ขึ้นรถ ปั้นละล้าละลังอยากปลอบใจลูกแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งจงจิตร ดารกามองตามรถหน้าจ๋อย...รู้สึกอ้างว้างเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต

ฝ่ายปรมัตถ์พาร้อยดาวไปทานข้าวในร้านอาหารฝรั่งในเมือง หลังพาเธอตระเวนซื้อของใช้มากมายตามต้องการจนแทบหมดแรง เขาเล่าเรื่องก่อนหน้าดิลกจะเสียชีวิตให้ฟังด้วยความเต็มใจเพราะเห็นว่าเธออยากรู้

“คุณพ่อพยายามส่งจดหมายถึงคุณดิลก แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับเลยสักครั้งจนกระทั่งอุบัติเหตุครั้งนั้น”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากกลับมาค่ะ บอกว่าอยู่โน่นสบายใจกว่า ที่จริง...ฉันก็ไม่ได้อยากมา ถ้าไม่ใช่เพราะ...”

เมดาในคราบร้อยดาวเอามือแตะดวงตาตัวเองเบาๆ พยายามไม่ให้ผิดสังเกต ตั้งท่าจะแก้ตัวไปอีกเรื่อง แต่เห็นน่านฟ้าเข้ามาในร้านพอดีเลยรีบโบกไม้โบกมือทักทาย แถมเชิญนั่งโต๊ะเดียวกันอีกต่างหาก ปรมัตถ์รู้จักราชนิกุลสาวดีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยได้พบปะและพูดคุยอย่างจริงจัง ได้แต่ยิ้มรับด้วยความยินดี ร้อยดาวดูจะมีความสุขมาก กำลังจะถามว่าน่านฟ้ามากับใครแต่ต้องหน้าบูดเมื่อเห็นสิบทิศเปิดประตูเข้ามา

ooooooo

ดำรงนอนพักรักษาอาการเจ็บป่วยในห้อง อาการดีขึ้นมากจนดาหลาโล่งใจ แต่เมื่อคะยั้นคะยอให้ทานยาตามที่สิบทิศเคยจัดให้ เขากลับดื้อ โวยวายไม่ยอมกินเหมือนเด็กๆ

“ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่ เลิกเซ้าซี้สักที ยาพวกนี้ฉันกินมาตั้งเท่าไหร่ ยังไม่เห็นวี่แววจะหายขาด ถ้าจะตายก็ปล่อยให้มันตายนี่แหละ จะได้หมดเวรหมดกรรม”

ดาหลาหนักใจมาก กลัวอาการเขาทรุดกว่าเดิมแล้วจะเดือดร้อนกันหมด แต่ไม่ทันเกลี้ยกล่อมอีกหน นมแสงก็เข้ามารายงานว่ามีแขกพิเศษมาหา ดำรงตั้งท่าจะปฏิเสธแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหม่อมเจ้ารัตนากรเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ แถมส่งยิ้มละไมที่ทำให้ประมุขแห่งบ้านบดินทร์ธรใจอ่อนยวบ

หลังเอ็ดพยาบาลประจำตัวกับนมแสงให้ออกจากห้องแล้ว รัตนากรก็ทรุดตัวนั่งข้างๆเตียงดำรงอย่างเป็นกันเอง แกล้งเหน็บขำๆว่ายังปากจัดเจ้าอารมณ์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ดำรงมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ขออภัยเสียงอ่อยที่เสียมารยาท รัตนากรไม่ถือสาจัดแจงป้อนยา ดำรงยิ้มกริ่ม ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าที่เคยเป็นอดีตคนรักแต่เลิกร้างกันไปเพราะความเจ้าชู้ของเขาเอง ราชนิกุลสาวใหญ่วางแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับร้อยดาว

“แม่ม้าดีดกะโหลกนั่นน่ะหรือ กลับมาที่นี่เพื่อทำให้กระหม่อมตายเร็วขึ้นน่ะสิ”

“เอ๊ะ...ว่าหลานตัวอย่างนี้ เกิดใครได้ยินเข้าก็ขายไม่ออกกันพอดี”

“หลานปุบปับอย่างแม่ร้อยดาว กระหม่อมยังไม่กล้ารับส่งเดช...ต้องใช้เวลา”

“พ่อแม่เขาอุตส่าห์ตั้งชื่อเสียเพราะว่าร้อยดาว แสดงว่าต้องเป็นอนุสรณ์ความรักของพ่อแม่เขา ตัวเป็นปู่...พูดอย่างนี้จะไม่ใจร้ายไส้ระกำไปหน่อยหรือ”

ดำรงหน้ามุ่ยเหมือนเด็กถูกผู้ใหญ่ดุ รัตนากรรู้ดีว่าเป็นต่อเขาหลายขุม แม้จะทำหน้าบึ้งเมื่อพูดถึงร้อย- ดาวแต่ก็ดูเขาจะเอ็นดูหลานไม่น้อย จึงรีบเข้าเรื่องที่ทำให้ต้องมาหาวันนี้ เริ่มจากทวงสัญญาที่เขาเคยให้เมื่อหลายสิบปีก่อน

“สัญญาที่ตัวเคยให้ไว้กับเรา ก่อนจะสะบั้นรักแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น...หรือว่าลืมไปแล้ว”

“กระหม่อมไม่เคยลืมและไม่มีวันลืมด้วย สัญญาที่แม้กระหม่อมจะไม่ได้ครองรักกับฝ่าบาทในชาตินี้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ลูกหลานของเราได้เกี่ยวดองผูกพันกัน”

“ในเมื่อเรามีหลานชาย ตัวมีหลานสาว หากเขารักกันชอบกันจริง เราเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องสนับสนุน อย่าดื้อกันท่าเป็นจระเข้ขวางคลอง...รอยร้าวในอดีตระหว่างเวฬุมาศกับบดินทร์ธรจะได้สิ้นสุดลงเสียที”

ดำรงจะค้านแต่ถูกราชนิกุลสาวขัดขึ้น แถมย้ำถึงสัญญาอีกข้อที่เขารักษาอย่างดีมาตลอด

“สัญญาที่ว่า...ขอเพียงเราออกปาก ไม่ว่าเรื่องอะไร ยากเย็นแค่ไหน ตัวก็ยินดีจะทำให้”

ดำรงพูดไม่ออก ต้องรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก รัตนากรยินดีมากที่หาคู่ครองสมน้ำสมเนื้อให้หลานชายได้ในที่สุด

ooooooo

หม่อมราชวงศ์น่านฟ้า ร้อยดาวและปรมัตถ์พูดคุยกันอย่างถูกคอ ส่วนหม่อมราชวงศ์สิบทิศทำหน้าบอกบุญไม่รับ หงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูกที่เจอร้อยดาวมาทานข้าวสองต่อสองกับผู้ชายคนอื่น สามหนุ่มสาวตั้งวงคุยกันเรื่องดนตรีอย่างสนุกสนาน แถมลุกขึ้นเต้นและร้องคลอเมื่อได้ยินเพลงที่กำลังพูดถึงดังขึ้นในร้าน

น่านฟ้าเห็นพี่ชายนั่งหน้าบูดเลยแกล้งแหย่ เมื่อร้อยดาวหันมาถามเขาอย่างมีมารยาทว่าเขาชอบเพลงแบบไหนเลยตอบแทนว่าสิบทิศชอบเพลงไทยเดิม เพราะเป็นคนหัวโบราณไม่ทันสมัย ราชนิกุลหนุ่มเสียหน้ามากจึงออกคำสั่งให้น้องสาวกลับบ้าน น่านฟ้าหน้างอแต่ก็รีบลาเพื่อนร่วมโต๊ะแล้ววิ่งตามพี่ชายเพราะกลัวถูกทิ้ง

ฝ่ายร้อยดาวหลอกถามข้อมูลจากปรมัตถ์  โดยเฉพาะเรื่องราชนิกุลพี่น้องที่เพิ่งแยกจากกัน เขาเรียงลำดับความสัมพันธ์ให้ฟังง่ายๆว่าสิบทิศกับน่านฟ้าเป็นหม่อม ราชวงศ์ ลูกชายลูกสาวของหม่อมเจ้าวิรุฬกับหม่อมเจ้าอาภา  เวฬุมาศ แต่เมื่อทั้งสองสิ้นชีพิตักษัย หม่อมเจ้ารัตนากรพี่สาวของหม่อมเจ้าวิรุฬจึงรับหน้าที่ดูแลสองพี่น้องแทน

ปรมัตถ์แล่นรถผ่านประตูรั้วบ้านบดินทร์ธร  ร้อยดาวยื่นถุงขนมให้บังหนั่น หวังสานไมตรีจะได้มาขอสืบข้อมูลภายหลัง  คนเฝ้าประตูเก่าแก่ปลื้มใจมาก อดชื่นชมไม่ได้ว่าคุณหนูคนใหม่มีน้ำใจเหมือนเวียงแก้วไม่มีผิด ปรมัตถ์มาส่งเธอหน้าประตูตึกใหญ่และขอตัวกลับ ร้อย-ดาวไม่ขวางเพราะเห็นว่าเขาอยู่ดูแลเธอทั้งวันแล้ว  ผิดกับดารกาที่ตั้งหน้าตั้งตารอชวนเขาทานของว่าง แต่ต้องผิดหวังเมื่อเขากลับไปโดยไม่แม้แต่จะลงจากรถ

เมื่อโทษใครไม่ได้ดารกาจึงแจ้นไปหาเรื่องร้อยดาว หาว่ายั่วยวนให้ปรมัตถ์หลงเสน่ห์ ร้อยดาวตอกกลับว่าไม่เคยคิดว่าเขาเป็นสิ่งของ จะได้จับโยนไปมาหรือแปะป้ายเป็นเจ้าของได้  ดารกาโมโหจนพลั้งมือผลักร้อยดาวตกบันได แต่วิญญาณของเวียงแก้วมารับไว้ พร้อมทิ้งรอยน้ำรูปฝ่ามือที่แขนเสื้อ ดารกาหุนหันจากไปแล้ว โดยมีดาราเรศซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดตามไปเยาะเย้ย ทิ้งร้อย-ดาวให้มองตามเซ็งๆแต่แปลกใจมากกว่าที่เห็นรอยน้ำที่แขนเสื้อตัวเอง

ฟากสิบทิศอารมณ์เสียตลอดบ่ายเพราะหึงร้อย-ดาวแต่ไม่รู้ตัว น่านฟ้าแกล้งแหย่สารพัดจนเขาต้องไล่ออกจากห้องเคืองๆ  รัตนากรเข้ามาแทนพลางเปรยว่าไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าแก่ที่บ้านบดินทร์ธรเมื่อเช้า สิบทิศไม่ชอบใจมาก

“หลานไม่อยากให้ท่านป้าไปเกี่ยวดองข้องแวะกับคนที่นั่น ความอัปยศที่เกิดกับเวฬุมาศ ท่านป้าลืมแล้วหรือ”

“การให้อภัยไม่ได้เป็นการลบอดีตทิ้งหรือลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นการวางความโกรธเคืองและความเจ็บปวดไว้ เลือกที่จะเรียนรู้มันและก้าวต่อไปด้วยใจที่เป็นสุข”

“ถ้าดวงวิญญาณของท่านพ่อกับท่านแม่ได้ยินคงเสียใจที่ท่านป้าเข้าข้างพวกบดินทร์ธร”

“วิรุฬกับอาภาจะเสียใจมากกว่า ถ้ารู้ว่าหลานยังปล่อยให้อดีตย้อนมาทำร้ายทิ่มแทงตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า”

รัตนากรออกจากห้องไปแล้ว  ทิ้งสิบทิศให้นั่งหน้าเครียดคนเดียว  ยังทำใจไม่ได้ที่จะให้อภัยพวกบ้านบดินทร์ธร!

ooooooo

ตอนที่ 3

กว่าจงจิตรจะกลับถึงบ้านบดินทร์ธรก็มืดค่ำ กระถินรีบไปบอกสร้อยฟ้าเพื่อเอาความดีความชอบ สะใภ้สามยิ้มร้าย หยิบเครื่องเพชรสมบัติเก่าแก่ของตระกูลที่แอบขโมยมาสวมคออย่างบรรจงแล้วออกไปต้อนรับสะใภ้สอง

ปั้นก้มหน้าไม่สบตาสร้อยฟ้าที่มองมาอย่างรู้ทัน ต่างจากจงจิตรที่ตาลุกวาวเมื่อเห็นสร้อยเพชร  ถามเสียงเครียดว่าเอามาจากไหน สร้อยฟ้าหัวเราะ  โอ้อวดว่าเป็นของ ขวัญจากปกรณ์แต่จงจิตรไม่เชื่อ

“โกหก...หล่อนคิดว่าฉันโง่หรือไง ถ้าคุณท่านรู้ว่าสมบัติถูกใครบางคนยักยอกก่อนวันเปิดพินัยกรรมคงสนุกดี”

จงจิตรยิ้มยั่วแล้วจะผละขึ้นห้อง สร้อยฟ้าไม่ยอมแพ้ปราดไปขวาง ยกมือหยิบเศษหญ้าเล็กๆจากผมออกให้ และถามเสียงหวานว่าไปข้างนอกสนุกไหม สะใภ้สองหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก สร้อยฟ้าเลยแขวะด้วยความสะใจ

“อุ๊ยตาย...ทำหน้าอย่างนี้ ท่าทางจะไม่สนุก”

จงจิตรทำไม่รู้ไม่ชี้ สร้อยฟ้าเลยกระซิบข้างหูว่ารู้ทันความลับฉาวๆของเธอ สะใภ้สองหน้าเสีย ใจหายวาบกลัวถูกเฉดหัวออกจากบ้าน  สร้อยฟ้าหัวเราะลั่นจนเกือบถูกตบแต่เธอก็ไม่สะทกสะท้านท้าให้ตบ  จงจิตรโกรธมากแต่ต้องข่มอารมณ์  ไม่อยากให้เรื่องแดงจนถูกขุดคุ้ยประจานตัวเอง

“ฉันไม่อยากลดตัวไปตบตีกับช็อกการีอย่างหล่อนให้เสียมือหรอก”

จงจิตรกระแทกเท้าออกไปแล้ว สร้อยฟ้าเหยียดยิ้มน่าเกลียด มองตามหลังจนลับตา โถอีจง...นึกว่าจะแน่! เวลาเดียวกันที่บ่อนเถื่อนนอกเมือง...วีระวิทย์หมกมุ่นกับการลุ้นไพ่ในมือ โดยมีรอยยิ้มผุดที่ริมฝีปากเพราะคิดว่ากำลังเป็นต่อ  นักพนันคนอื่นส่ายหน้าเซ็งๆ  ต่างจากบรรดาสาวๆใจแตกที่รุมหน้าล้อมหลังวีระวิทย์ปลุกเร้าอารมณ์เพราะคิดว่าคืนนี้เขาต้องฟาดเรียบทั้งวงแน่ เสี่ยไฮ้เจ้าของบ่อนยืนมองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์...ดีใจที่เจอขุมทองใหม่แล้ว

ด้านเมดาในคราบร้อยดาว...เอาภาพถ่ายของเวียง-แก้วใส่กรอบรูปที่เพิ่งซื้อมาจากตัวเมืองเมื่อบ่ายวางไว้ข้างหัวเตียง  พลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นที่เธอไม่เป็นอะไรเลยแม้จะถูกผลักให้ตกบันได  แถมมีรอยน้ำรูปฝ่ามือที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนบนแขนเสื้อ ทันใดนั้น...เสียงร้องโหย- หวนจากห้องสมุดดังขึ้น  ร้อยดาวหันควับแล้วตรงไปยังห้องสมุดทันที

ooooooo

บรรยากาศในห้องสมุดวังเวงและชวนขนหัวลุกแต่ร้อยดาวไม่หวั่น ลากบันไดขึ้นไปสำรวจเพดาน เมื่อเอามือไล่ตามแนวไม้จึงพบว่าสามารถผลักเข้าไปได้เลยตัดสินใจปีนดูด้วยความอยากรู้

สภาพห้องใต้หลังคาทั้งมืดและอับชื้น  เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นสาปของซากสิ่งมีชีวิตที่คงตายบนนี้  ร้อยดาวใช้มือคลำสะเปะสะปะ โดยใช้แสงไฟที่ลอดจากด้านล่างนำทาง  ซากกระดูกหมูและไก่ดิบที่ยังติดเลือดสดๆทำให้ผงะจนสะดุดเท้าตัวเองพลัดตกลงมาจากห้องใต้หลังคา!

ร้อยดาวหลับตาปี๋คิดว่าคงไม่รอด แต่ทันใดนั้นก็สัมผัสถึงพลังพิเศษบางอย่างมารับร่างไว้ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีเห็นวิญญาณเวียงแก้วยืนยิ้มอยู่ไม่ห่าง แถมที่แขนเสื้อยังมีรอยน้ำประหลาดเหมือนเมื่อบ่ายไม่ผิดเพี้ยน

“เมื่อกลางวัน...ตอนหนูตกบันได...คุณแม่ใช่ไหมคะ”

เวียงแก้วพยักหน้ารับช้าๆ สีหน้าเศร้าใจที่ลูกสาวคนเดียวถูกรังแกต่อหน้าต่อตา

“แม่ขอโทษ เพราะแม่คนเดียว แม่ผิดเอง...ผิดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้ว”

แม้จะกลัวที่เห็นวิญญาณแม่  แต่ร้อยดาวก็ทำใจกล้าถามเรื่องหม่อมเจ้าวิรุฬ   เวียงแก้วเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“หม่อมเจ้าวิรุฬเป็นผู้ชายดีที่สุดในชีวิตเท่าที่แม่เคยรู้จัก”

ร้อยดาวนิ่งฟัง เวียงแก้วใช้พลังพิเศษทำให้ลูกสาวเหมือนอยู่ในความฝัน ย้อนคืนวันไปตอนที่วิรุฬมาเล่าเรื่องจากสมุดภาพภาษาอังกฤษให้ฟังในบ่ายวันหนึ่ง ราชนิกุลหนุ่มพูดถึงสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกอย่างทัชมาฮาล อนุสรณ์แสดงความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอินเดียที่มีต่อพระมเหสี เวียงแก้วรับฟังด้วยสีหน้าสลดเมื่อเขาเล่าถึงตอนจบว่าพระศพของทั้งสองพระองค์ถูกฝังเคียงกันภายในทัชมาฮาลนั่นเอง

“ความรักนี่น่ากลัวนะเจ้า ยิ่งรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก”

“มนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อรู้จักความรัก แล้วแบ่งปันความรู้สึกนั้นให้ใครสักคน”

“แต่พอรักกัน ก็ต้องมีวันพรากจากกันในที่สุด ไม่ช้าก็เร็ว...อย่างน้อยก็ต้องตายจากกันจริงไหมเจ้า”

วิรุฬเอานิ้วแตะริมฝีปากเธอ “อย่าพูดเรื่องตาย มันเป็นลาง...โบราณเขาถือ”

เวียงแก้วเบือนหน้าหลบด้วยความประหม่า ค่อยๆ

กระถดตัวหนีและขอตัวไปหาเต็มเดือนดื้อๆ วิรุฬได้แต่มองตามร่างบางที่เขาคิดถึงทุกวันพร้อมรอยยิ้มบางๆ...ชักจะหลงรักใบหน้าสวยและท่าทีไม่ประสานั่นขึ้นเรื่อยๆ

เต็มเดือนจิบน้ำชายามบ่ายอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่วายถามบ่าวสาวหน้าใสถึงหม่อมเจ้าวิรุฬที่เห็นหน้าบ่อยพักหลัง เวียงแก้วก้มหน้างุดปฏิเสธไม่รู้เรื่อง สะใภ้เอกแห่งบ้านบดินทร์ธรไม่เชื่อนักเพราะเห็นเวียงแก้วคุยกับราชนิกุลหนุ่มหลายครั้ง แต่ไม่ทันซักไซ้ เสงี่ยมก็เข้ามาเชิญทั้งสองไปโถงกลางตามคำสั่งของดำรงเสียก่อน

ดำรงประกาศข่าวดีเรื่องปกรณ์จะกลับบ้านบดินทร์ธรในเย็นวันเดียวกัน เต็มเดือนกับจงจิตรตื่นเต้นมาก แย่งกันเอาหน้า อาสาจัดห้องและเตรียมอาหารต้อนรับผัวกันเป็นการใหญ่ ดำรงถอนใจยาวแล้วแขวะ

“ถ้าหล่อนสองคนรักใคร่ปรองดองกันอย่างนี้ทุกวันก็คงจะดี”

เต็มเดือนกับจงจิตรหน้าเจื่อน  แต่อดเหลือบมองกันด้วยความแค้นไม่ได้...อย่าหวังจะได้หน้าคนเดียว!

แต่ถึงกระนั้นสองสะใภ้แห่งบ้านบดินทร์ธรก็ทำหน้าที่ที่รับมอบหมายได้อย่างไม่มีที่ติ โดยเฉพาะเต็มเดือนควบคุมการทำความสะอาดห้องหับและเครื่องเรือนของปกรณ์ทุกขั้นตอน จงจิตรไม่ยอมน้อยหน้า ลงครัวทำอาหารรสเลิศต้นตำรับชาววังที่ตัวเองมีฝีมือไว้รอรับปกรณ์เต็มที่...หวังมัดใจผัวจากฝีมือปลายจวัก

ooooooo

ทุกคนในบ้านออกไปรอต้อนรับปกรณ์กลับจากกรุงเทพฯอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยเฉพาะสองสะใภ้ที่แต่งตัวสวยแต่วันเพื่อรอรับผัวสุดที่รัก
กลับบ้าน แต่สองสาวกลับต้องหน้าเสีย เมื่อเขามาถึงพร้อมสร้อยฟ้า...หญิงสาวสวยจัดในชุดแนบเนื้อที่ปกรณ์พามาแนะนำกับดำรงในฐานะเมียคนที่สาม

“คุณพ่อครับ...นี่สร้อยฟ้า...จะมาอยู่ที่นี่ด้วยคน”

เมื่อปกรณ์พาผู้หญิงคนใหม่มาแนะนำ เต็มเดือนกับจงจิตรจำต้องรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ สร้อยฟ้าทักทายสองสะใภ้อย่างสนิทสนมและเป็นกันเอง คล้องแขนปกรณ์แน่นแล้วโปรยยิ้มหวานยั่วประสาท

“ยินดีที่ได้ร่วมชายคาเดียวกันกับทุกคนนะคะ”

เวียงแก้วหมอบอยู่ข้างๆนมแสงกับบังหนั่น แอบเหลือบมองภรรยาคนใหม่ของปกรณ์ด้วยความอยากรู้ นิ่วหน้าน้อยๆเมื่อเห็นสีหน้าเต็มเดือนมีสีหน้าเจ็บใจอย่างเห็นได้ชัด...คุณปกรณ์ช่างเจ้าชู้เหลือเกิน

สร้อยฟ้าไม่ยอมให้ปกรณ์ห่างตัวตั้งแต่กลับถึงบดินทร์ธร ใช้เสน่ห์ร้อยเล่มเกวียนเท่าที่มีดึงตัวเขาไว้ในห้องไม่ให้ออกไปหาภรรยาคนอื่น เต็มเดือนกับจงจิตรช้ำใจมาก แต่ต้องทำใจเพราะไม่กล้าขัดใจผัว แต่ถึงกระนั้นปกรณ์ก็หาโอกาสมาหาภรรยาเอกและภรรยารองได้ในที่สุด พร้อมของกำนัลแสนแพงจากกรุงเทพฯ หวังปลอบใจเรื่องสร้อยฟ้า

เต็มเดือนนั่งมองสร้อยมุกที่ผัวซื้อมาฝากด้วยแววตานิ่งเฉย ไม่ดีใจเท่าที่ควรเพราะยังน้อยใจเรื่องเขามีเมียคนที่สาม ปกรณ์รู้ดีเลยพูดเอาใจและอ้างว่ามีสร้อยฟ้าอีกคนเพราะอยากมีลูก เต็มเดือนพยักหน้าน้อยๆ

“น้องผิดเองที่มีทายาทสืบสกุลให้คุณพี่ไม่ได้”

“สร้อยฟ้าเป็นผู้หญิงน่าสงสาร กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ไร้ญาติขาดมิตร นึกว่าเวทนาเถอะนะ อีกอย่าง...

พี่อยากให้เขามาอยู่ที่นี่ เต็มจะได้ไม่เหงา พี่จะมีคนนี้อีกแค่คนเดียวเท่านั้น คนสุดท้ายแล้วจริงๆ...พี่สัญญา”

เต็มเดือนน้ำตาร่วง ช้ำใจเหลือเกินที่ต้องทนเห็นผัวพาหญิงอื่นเข้าบ้านตลอดชีวิตแต่งงาน ปกรณ์จูบหน้าผากเธอปลอบใจแล้วออกจากห้องไปหาภรรยา
คนรอง จงจิตรงอนผัวไม่เลิก เมื่อเขาเข้าไปกอดและหอมก็สะบัดออก

“พี่รู้ว่าน้องโกรธ น้องคงไม่อยากเห็นหน้าพี่ด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไร พี่แค่แวะเอาของที่น้องชอบมาให้”

ปกรณ์หยิบขวดน้ำหอมฝรั่งราคาแพงมาวางตรงหน้า บรรจงฉีดที่ซอกคอแล้วฝังจมูกสูดกลิ่นหอมจนเธอเคลิ้ม ยอมให้เขาเล้าโลมเหมือนเคย พ่ายแพ้แก่รสเสน่หาจนอ่อนระทวยในอ้อมแขนแกร่ง แต่ก็ไม่วายตัดพ้อเคืองๆ

“ถ้าคุณพี่รักน้อง...แล้วพาผู้หญิงอื่นกลับมาทำไม”

“สร้อยฟ้าเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีอะไรสู้น้องได้เลยสักนิด พี่เห็นขายของที่ตลาดสำเพ็ง ไม่มีที่ไปเลยพามาอยู่ด้วย พี่อยากให้น้องเมตตาสร้อยฟ้าสักนิด คิดเสียว่าเป็นน้องเป็นนุ่งได้ไหม...ทูนหัวของพี่”

ปกรณ์ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นจนจงจิตรจะกอดตอบ แต่เขากลับผละออกดื้อๆ แถมสั่งรายการอาหารที่อยากทานในวันรุ่งขึ้นแล้วออกจากห้องไป ทิ้งจงจิตรให้นั่งอึ้ง...เขามาหาเธอเพื่อสั่งเรื่องแค่นี้เองหรือ

ฝ่ายเวียงแก้วรอส่งเต็มเดือนเข้านอนจึงไปเดินดับเทียนตามมุมห้องเป็นหน้าที่สุดท้ายก่อนกลับเรือนพัก ปกรณ์ผ่านมาเจอพอดี แสงสลัวลางตามทางเดินทำให้พอเห็นเค้าว่าบ่าวสาวหน้าใหม่เป็นคนหน้าตาดีไม่น้อย ยิ่งได้ยินว่าชื่อเวียงแก้วยิ่งนึกชอบใจ ประทับใจในความสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ปกรณ์คงจะคุยกับบ่าวสาวหน้าใสอีกนาน ถ้าสร้อยฟ้าไม่มาตามเสียก่อน แถมลูบไล้แผงหน้าอกเปลือยเปล่าของเขาต่อหน้าบ่าวสาว ประกาศความเป็นเจ้าของจนเวียงแก้วนึกอายแทน

ooooooo

เมดาในคราบร้อยดาวนั่งฟังเวียงแก้วอย่างตั้งอกตั้งใจ อดีตของพ่อกับแม่และสะใภ้คนอื่นๆน่าติดตามไม่น้อย เวียงแก้วยิ้มให้บางๆ ถือโอกาสเล่าเรื่องราวหลังจากนั้นว่าทุกคนในบ้านล้วนเอือมระอากับพฤติกรรมของสร้อยฟ้าที่ตามติดปกรณ์ไม่ห่าง แถมทำตัวเป็นเจ้าของบ้านอย่างไม่เกรงใจใคร

“ในโลกนี้จะมีอะไรทุกข์ทรมานและเจ็บปวดกว่าการเห็นคนที่เรารักไปมีความรักกับคนอื่น คุณเต็มเดือน...กลายเป็นคนเงียบขรึม เย็นชา พูดน้อยลงวันๆเก็บตัวแต่ในห้องไม่ไปไหน ส่วนคุณจงจิตร...หนีความ ทุกข์ด้วยการแสวงหาความสุขนอกบ้าน ไม่มีใครรู้ว่าทุกๆวันเธอไปไหน ทำอะไร...กับใคร”

ร้อยดาวหลุดเข้าไปในห้วงความคิดของเวียงแก้วอีกครั้ง เห็นภาพที่สร้อยฟ้าปรนเปรอสวาทและเอาอกเอาใจเขาด้วยอาหารรสเลิศมากมายจนเขาหลงใหลแทบโงหัวไม่ขึ้น

“ไม่มีภรรยาคนไหนอยากเห็นภาพบาดตาเวลาคุณสร้อยฟ้าพะเน้าพะนอพลอดรักกับสามีตัวเอง”

ร้อยดาวอดเห็นใจเต็มเดือนกับจงจิตรไม่ได้

นึกเปรียบเทียบกับตัวเองในใจว่าหากเป็นเธอคงไม่ยอมเหมือนกัน แต่ถึงกระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแม่มาเป็นภรรยาคนที่สี่ของปกรณ์ได้อย่างไร เวียงแก้วจะเล่าต่อแต่แสงสีเงินเริ่มจับท้องฟ้าแสดงถึงเวลาใกล้รุ่งเลยเลือนรางหายไป ร้อยดาวยังคาใจเรื่องที่ตั้งหลุมศพของแม่เลยตะโกนถาม เวียงแก้วไม่ได้ปรากฏร่างอีก แต่มีเสียงลอยมาตามลมแทนว่าเวียงร้อยดาว...

ร้อยดาวรีบแต่งตัวออกไปที่บึงบัวสีแดงสดแต่เช้าเพื่อหาทางไปสำรวจเวียงร้อยดาวอีกครั้ง แต่พบอุปสรรคใหญ่เพราะไม่มีเรือข้ามฟาก แต่โชคยังเข้าข้างเพราะบังหนั่นปั่นจักรยานผ่านมาพอดี เมื่อได้ยินว่า

คุณหนูคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรอยากเก็บดอกบัวไปถวายพระเลยเสนอตัวช่วย เริ่มด้วยการไปยืมเรือมาให้ ร้อยดาวดีใจมาก ตั้งท่าจะพายเรือข้ามฟากไปเวียงร้อยดาว แต่ไม่ยอมให้เขาตามไปด้วยเพราะไม่อยากให้เป็นที่สงสัย

ร้อยดาวตั้งหน้าตั้งตาพายเรือ อยากไปถึงเร็วๆด้วยความใจร้อน แต่เหมือนฝนฟ้าจะไม่เต็มใจเพราะเทกระหน่ำจนเธอต้องพายไปหลบที่เวียงร้อยดาวหญิงสาว จากเมืองผู้ดีไม่รอช้าเดินเข้าประตูที่เปิดรอต้อนรับ อยู่แล้ว คล้ายเชิญชวนให้เธอไปค้นหาความจริงในนั้น

สภาพเครื่องเรือนเก่าเก็บเพราะถูกปล่อยให้ทรุดโทรม พร้อมข้าวของมากมายวางระเกะระกะในบรรยากาศชวนขนลุกทำให้ร้อยดาวนึกกลัว แต่ความอยากรู้มีมากกว่าทำให้ใจกล้าสำรวจจนเห็นเชือกเส้นใหญ่ห้อยลงจากขื่อกลางบ้าน โดยมียันต์เก่าๆที่ใช้สะกดวิญญาณติดอยู่ ร้อยดาวกวาดตามองรอบๆ เห็นชามบายศรีแห้งกรอบวางอยู่คู่หนึ่งจึงเดาว่าที่นี่คงเคยมีใครทำพิธีกรรมบางอย่าง

ทันใดนั้น...เสียงนาฬิกาตั้งพื้นโบราณก็ดังขึ้นร้อยดาวหันขวับ เห็นภาพเวียงแก้วในกระจกกำลังจ้องมา

“ยี่สิบห้าปีแห่งความทุกข์ทรมานที่แม่รอคอย ในที่สุดลูกก็กลับมาหาแม่ที่นี่จนได้ร้อยดาว”

เวียงแก้วร้องไห้สะอึกสะอื้น ร้อยดาวแตกตื่น ถลันไปใกล้แล้วถามเสียงอ่อนว่าร้องไห้ทำไม

“เวียงร้อยดาวคืออนุสรณ์แห่งความรักที่พ่อของลูกเคยมีต่อแม่ พอๆกับความเคียดแค้นชิงชังที่แม่เคยได้รับ”

เสียงนาฬิกาโบราณดังติดกันหลายครั้ง ร้อยดาวหันไปมอง เห็นเข็มนาฬิกาหมุนทวนอย่างรวดเร็วคล้ายกำลังพาเธอย้อนอดีต หญิงสาวจากเมืองผู้ดีหลับตานิ่ง ภาพเก่าๆก็ปรากฏตรงหน้าเธออีกครั้ง...

ooooooo

แม้จะเจ็บปวดที่ปกรณ์ไม่สนใจ แถมขลุกตัวกับสร้อยฟ้าทั้งวันทั้งคืนจนแทบไม่เจอหน้า แต่เต็มเดือนกับจงจิตรก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเหมือนเดิม สะใภ้สองหาเรื่องก่อนด้วยการใช้เวียงแก้วซักเสื้อผ้าเป็นกองพะเนิน แต่เต็มเดือนมาขวางทันเวลา แถมจัดแจงให้เสงี่ยมซักแทน จงจิตรโมโห ตบโต๊ะปังใหญ่ด้วยความแค้นใจ

“ถือว่าเป็นสะใภ้ใหญ่บ้านนี้ คิดจะทำอะไรก็ได้หรือไง”

“ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ ถึงยังไงคุณเต็มเดือนก็ไม่มีสิทธิ์ให้กำเนิดทายาทกับคุณปกรณ์อยู่แล้ว”

“จริงสิ...นังแม่ค้าสำเพ็งนั่น ดูท่าจะร้ายกว่าหลายเท่า ขลุกกับคุณพี่ในห้องทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้ว่ามีอะไรดีนักหนา”

“ธรรมดาผู้ชาย รักง่ายหน่ายเร็ว เชื่ออิฉันเถอะ คุณไม่ควรเปิดศึกหลายทาง...อย่าลืมว่าศัตรูของศัตรูก็คือมิตร”

ฟากปกรณ์เบื่อหน่ายรสเสน่ห์ของสร้อยฟ้า เลยแต่งตัวจะไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์

สร้อยฟ้าอารมณ์ค้าง พยายามเล้าโลมอีกหลายยกแต่เขาไม่เล่นด้วย แถมผละออกไปดื้อๆไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย!

เวียงแก้วกำลังตากผ้าชิ้นสุดท้ายเมื่อปกรณ์ผ่านมา เขาติดใจท่าทางไร้เดียงสาและใบหน้าสวยหวานของเธอจึงตรงเข้าไปประคอง แถมช่วยหยิบจับโน่นนี่แบบถึงเนื้อถึงตัวจนเธอประหม่าเพราะไม่เคยมือชาย เวียงแก้วเขินหน้าแดงก่ำ จะถอยหนีแต่เขาคว้ามือไว้ไม่ให้ไป เธอพยายามดึงมือออกแล้วผละจากไปดื้อๆ ปกรณ์ได้แต่มองตามตาละห้อย ประทับใจในความสวยและนึกเอ็นดูในความไม่ประสาของบ่าวสาว

เวียงแก้วหนีไปนวดเท้าให้เต็มเดือน อายไม่หายที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเจ้านายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา จงจิตรหารือกับเสงี่ยมแล้วตัดสินใจหาแนวร่วมกำจัดสร้อยฟ้าด้วยการไปขอร้องเต็มเดือน เวียงแก้วหูผึ่ง อยากรู้เรื่อง ด้วยแต่จำต้องออกไปทำงานข้างนอกเพราะเต็มเดือนอยากคุยกับจงจิตรตามลำพัง

ขณะที่สองสะใภ้หาทางเล่นงานสร้อยฟ้า เวียงแก้วออกมานั่งทอดอารมณ์คนเดียวที่ริมบึงบัว วิรุฬเดินมาหาจากด้านหลัง ทักทายเสียงอ่อนพร้อมยื่นห่อกระดาษประทานให้เวียงแก้ว

“เราเห็นเจ้านุ่งผ้าซิ่นเก่าๆซีดๆ พอเห็นผืนสวยๆเลยซื้อมาฝาก ไม่รู้ว่าเจ้าชอบไหม”

“เป็นพระคุณเจ้า แต่ของสวยงามอย่างนี้ราคาคงแพงนัก ข้าเจ้าเห็นจะรับไว้ไม่ได้”

“เราให้ก็รับไว้เถอะน่า หรือจะให้เราฟ้องคุณท่าน ดำรงว่าเจ้ากล้าขัดคำสั่งเรา”

“รับก็รับเจ้า...ข้าเจ้ากลัวแล้ว อย่าฟ้องคุณท่านเลยนะเจ้า”

วิรุฬยิ้มกว้าง ยินดีมากที่เธอยอมรับของขวัญที่เขาตั้งใจเลือกมาให้เธอโดยเฉพาะ เวียงแก้วก้มหน้างุด กำห่อผ้าซิ่นแน่นแล้วขอตัวไปทำงาน วิรุฬมองตามจนลับตาด้วยความขำระคนเอ็นดู แต่ไม่ทันขยับไปไหน ปกรณ์ก็ผ่านมาเจอเสียก่อนเลยชวนคุยตามประสาเพื่อนรัก แถมเสนอตัวช่วยเรื่องงานอีกต่างหากเพราะเคยมีบุญคุณกันมา

“ตอนเรียนด้วยกันที่กรุงเทพฯ หากฝ่าบาทไม่ทรงช่วยอธิบายการบ้านให้กระหม่อม เรียนให้ตายก็คงไม่จบ”

“เรื่องเล็กๆน้อยๆพรรค์นั้นอย่าใส่ใจเก็บมาคิดให้รกหัวเลย”

“ไม่ได้พบท่านชายเสียนาน เสวยมื้อค่ำด้วยกันที่นี่สิ กระหม่อมจะได้สั่งแม่ครัวให้ตั้งเครื่องเสวยเป็นพิเศษ”

“วันนี้เห็นทีคงจะไม่สะดวก เราต้องรีบกลับ เตรียม ตัวไปรับท่านพี่ที่สนามบิน”

“โอ...ท่านหญิงรัตนากรเสด็จกลับจากอังกฤษแล้วหรือกระหม่อม”

วิรุฬพยักหน้าแทนคำตอบ สร้อยฟ้าเดินนวยนาดมานั่งข้างๆปกรณ์อย่างถือวิสาสะ เสนอหน้าแนะนำตัวเองเสร็จสรรพว่าเป็นภรรยาอีกคนของเขา แถมยิ้มหวานหยดย้อยจนปกรณ์นึกเคือง...ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย!

ด้านเต็มเดือน...ชวนสะใภ้รองดื่มชาแต่จงจิตรไม่กล้ากลัวถูกวางยา เต็มเดือนหัวเราะเบาๆแล้วยกขึ้นดื่มจนหมดแสดงความจริงใจ จงจิตรจึงยกดื่มบ้าง สบายใจขึ้นที่เต็มเดือนยอมฟังความอึดอัดใจเรื่องสร้อยฟ้าและคุยด้วยดีๆ

“พูดตามตรงนะคะคุณพี่...แม่ช็อกการีนั่น ดิฉันไม่ค่อยชอบน้ำหน้ามันเท่าไหร่ ยิ่งรู้กำพืดมันยิ่งขยะแขยง คุณพี่ไม่คิดจะหาวิธีกำจัดนังนั่นออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ ไม่ให้แปดเปื้อนตระกูลบดินทร์ธรบ้างหรือคะ”

“ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ ในเมื่อตัวฉันเองก็เป็นหมัน คุณพี่อยากได้ลูกชายมากเธอก็รู้ บางทีสร้อยฟ้าอาจจะมีทายาทให้คุณพี่ในเร็ววันนี้ก็
ได้อ้อ..แล้วเธอล่ะจ๊ะ มีวี่แววจะตั้งท้องกับคุณพี่บ้างแล้วหรือยัง”

เต็มเดือนยิ้มร้าย จงจิตรเจ็บใจที่ถูกย้อนศรแต่ทำอะไรไม่ได้...ฝากไว้ก่อนเถอะอีเต็มเดือน!

ooooooo

จงจิตรเก็บความแค้นที่ถูกเต็มเดือนแดกดันเรื่องยังไม่มีลูกไว้ในใจ รอคอยการเอาคืนอย่างสาสมเมื่อถึงเวลาสมควร เมื่อถึงเวลามื้อเย็นในวันเดียวกัน สองสะใภ้ไม่มองหน้ากันแต่ไม่มีใครสังเกต เพราะมัวสนใจท่าทางกราดเกรี้ยวของสร้อยฟ้าที่โมโหหึงปกรณ์ที่มองเวียงแก้วไม่วางตา

เมื่อความอดทนถึงขีดสุด สร้อยฟ้าจึงหาเรื่องตบตีบ่าวสาวที่ทำน้ำหกใส่ปกรณ์ด้วยความประหม่า

แม้เวียงแก้วจะเพียรขอโทษแต่ก็ไม่เป็นผล สะใภ้คนล่าสุดของบดินทร์ธรอาละวาดโวยวายจนดำรงเหลืออดตวาดให้หยุด เต็มเดือนกับจงจิตรกลับมาสมานฉันท์กันอีกครั้ง ผสมโรงค่อนแคะสร้างความเจ็บใจให้แก่สร้อยฟ้าเป็นอย่างมาก

ส่วนปกรณ์เฝ้ามองเวียงแก้วด้วยแววตาสงสาร ขอร้องนมแสงให้พาออกไปก่อนเรื่องจะลุกลาม ดำรงหมดอารมณ์ทานข้าวโดยปริยายและกลับขึ้นห้องดื้อๆ ปกรณ์เลยหันไปตำหนิสร้อยฟ้าที่ทำตัวไร้มารยาทแล้วลุกตามพ่อไปอย่างหัวเสีย สร้อยฟ้าเต้นผางที่ถูกผัวด่า จงจิตรสบช่องเยาะเย้ยเต็มที่

“โหวกเหวกเป็นชะนีหลงป่าไปได้ ว่างๆก็หัดเรียน สมบัติผู้ดีจากเสงี่ยมบ้าง เผื่อบางทีคราบคาวแม่ค้านั่งตลาดที่ติดตัวหล่อนจะได้เจือจางลงบ้าง”

จงจิตรขึ้นห้องไปแล้วพร้อมเสงี่ยม สร้อยฟ้าได้แต่กำมือแน่น อยากกรีดร้องระบายอารมณ์แต่ไม่กล้า เพราะเต็มเดือนยังนั่งที่เดิม ตักอาหารเข้าปากอย่างใจเย็น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆที่สร้อยฟ้าถูกประณามจากคนทั้งบ้าน!

ฟากเวียงแก้วร้องไห้สะอึกสะอื้นกับนมแสง คับแค้น ใจในโชคชะตาต้องถูกต่อว่าเสียๆหายๆทั้งที่ไม่ใช่ความผิด หญิงชราได้แต่ปลอบประโลมให้ทำใจ สงสารบ่าวสาวเหลือเกินที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

“จะตั้งใจหรือไม่ก็เถอะ เราเป็นบ่าวรับใช้ ถ้านายว่าผิด เราก็ต้องผิด”

“เมื่อไหร่พ่อของข้าเจ้าจะมารับข้าเจ้ากลับบ้านเสียที ข้าเจ้าไม่อยากอยู่ที่นี่ให้ใครเขาชังน้ำหน้าอีกแล้ว”

นมแสงลูบหัวเวียงแก้วอย่างเห็นใจชะตากรรม ไม่รู้เลยว่าปกรณ์แอบดูห่างๆ สะเทือนใจไม่น้อยที่ทำให้บ่าวสาวมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ เขารอจนเวียงแก้วอยู่ตามลำพังจึงไปคุยด้วย หวังปลอบขวัญและสานสัมพันธ์ที่ก่อตัวในใจเงียบๆ แถมเสนอตัวช่วยสืบข่าวพ่อของเธอให้อย่างเต็มใจ เวียงแก้วยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจที่เจ้านายหนุ่มเมตตา ปกรณ์เฝ้ามองบ่าวสาวที่ยกมือไหว้เขาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเอ็นดู...จนยากจะละสายตาจากเธอ

ภาพเวียงแก้วยิ้มให้ปกรณ์ค่อยๆเลือนหาย ร้อยดาวดึงตัวเองจากอดีต กะพริบตาช้าๆเพื่อมองภาพเวียงแก้วที่เหม่อมองไปทางบึงบัวกว้างพลางเล่าเรื่องต่อจากนั้น

“คุณปกรณ์ส่งคนลงไปสืบหาพ่อของแม่จนทั่ว แต่ไม่มีใครได้ข่าวคราวของท่านแม้แต่คนเดียว”

“ดูเหมือนคุณพ่อปกรณ์ก็รักคุณแม่ดีนี่คะ แล้วทำไมคุณแม่ถึงได้...”

เวียงแก้วไม่ตอบแต่ยกมือกุมหน้าร้องไห้ ร้อยดาวจะปลอบแต่ได้ยินเสียงฟ้าร้องน่ากลัวจนสลบเสียก่อน เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะเสียงบังหนั่นปลุก จึงได้เห็นว่าตัวเองนอนพังพาบบนเรือซึ่งจอดเสยตลิ่งอยู่ พร้อมดอกบัวกำใหญ่ข้างๆ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีจับต้นชนปลายไม่ถูก...ไม่ รู้เกิดอะไรกันแน่ระหว่างความฝันและความจริง

ooooooo

ร้อยดาวมองดอกบัวสีสดในแจกันที่จัดเองกับมือด้วยความภูมิใจ และเพราะเป็นผลงานครั้งแรกจึงอยากเอาไปฝากเต็มเดือนที่เคยเมตตาสอนเธอจัดดอกไม้ แต่เมื่อไม่เห็นใครอยู่ในห้องเลยถือวิสาสะวางบนโต๊ะที่ใช้นั่งจิบชาบ่อยๆ

“เอาวางไว้ตรงนี้แล้วกัน พอคุณเต็มเดือนกลับ มาเห็นเข้าจะได้เซอร์ไพรส์”

หลังจากนั้นร้อยดาวจึงกลับห้องพักในเวลาใกล้ค่ำ นมแสงรอคอยด้วยความร้อนใจ กลัวคุณหนูคนเล็กของบ้านจะเป็นอันตราย ร้อยดาวส่ายหน้ายิ้มๆแล้วโผกอดประจบบอกว่าตนไปเดินเล่นแถวนี้เอง

“โพล้เพล้อย่างนี้ คุณหนูอย่าออกไปที่ลับหูลับตาคนเดียวนะคะมันอันตราย คนโบราณเขาว่า...ผีจะลัก ไปซ่อน”

ท่าทางนมแสงจริงจังมากจนร้อยดาวต้องแกล้งถามว่าเคยเห็นผีจริงๆหรือเปล่า หญิงชราหน้าซีด อ้ำๆ อึ้งๆตอบไม่ถูก อยากบอกว่าเคยเห็นยิ่งกว่าผีแต่ไม่กล้าพูด กลัวถูกหาว่าบ้า ร้อยดาวติดใจท่าทางพิรุธ ตั้งท่าจะซักแต่ไม่ทันขยับก็ได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากห้องเต็มเดือนเสียก่อน!

ทุกคนในบ้านวิ่งไปรวมตัวกันที่ห้องเต็มเดือน กระถินกับดาหลาช่วยกันจับร่างชักกระตุกของสะใภ้เอกของบ้านบดินทร์ธรอย่างทุลักทุเล ร้อยดาวกับนมแสงมาถึงทันได้ยินเสียงสั่งความกระท่อนกระแท่นของเต็มเดือน

“เอามันออกไป อย่าเอามาใกล้ฉัน เอามันออกไปเดี๋ยวนี้ กรี๊ด!”

ร้อยดาวมองแจกันดอกบัวสีสดแต่พบเพียงซากกลีบดอกถูกขยี้ขยำกระจายเกลื่อนห้องแทน เธอพยายามถามสาเหตุจากเต็มเดือน แต่สะใภ้เอกไม่มีสติ ชักกระตุกทั้งตัวคล้ายคนเป็นลมบ้าหมู ดาหลารีบหยิบผ้าขนหนูยัดใส่ปากกันไม่ให้เต็มเดือนกัดลิ้นตัวเอง ส่วนนมแสงรีบตะโกนเรียกปั้นให้เตรียมรถ แต่ต้องเซ็งเพราะเขาออกไปกับจงจิตรแต่เช้าและยังไม่กลับ ร้อยดาวเห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจไปตามหมอที่ใกล้ที่สุดด้วยตัวเอง

สิบทิศเป็นคนที่เธอนึกถึงเป็นคนแรก ร้อยดาววิ่งไปหน้าบ้าน คว้าจักรยานของบังหนั่นซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าของว่าซ่อมสายเบรกเรียบร้อยแล้วมาปั่นไปวังเวฬุมาศอย่างไม่คิดชีวิต

เวลาเดียวกันที่ตำหนักจันทร์ วังเวฬุมาศ...น่านฟ้านั่งคุยจ้อกับรัตนากรอย่างสนุกสนานเรื่องร้อยดาว

“คุณดาวเธอเก่งมากเลยนะคะ พูดภาษาอังกฤษเป็นไฟอย่างกับไม่ใช่คนไทย แถมว่ายน้ำเก่งอีกต่างหาก”

รัตนากรฟังเพลิน ซักไซ้พอเป็นพิธีเพราะรู้เรื่องคุณหนูคนเล็กของบดินทร์ธรดีว่าเป็นใครมาจากไหน สิบทิศเห็นหม่อมป้ากับน้องสาวคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเลยขอฟังด้วย แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องของร้อยดาวเลยชักสีหน้า แถมบ่นกระปอดกระแปดที่ทุกคนในบ้านพากันให้ความสนใจร้อยดาวจนออกนอกหน้า

รัตนากรลอบสังเกตอาการหลานชายอย่างพินิจ อยากรู้ว่าสนใจร้อยดาวอย่างที่น่านฟ้าสงสัยหรือไม่ แต่ไม่ทันได้ซักอะไร ก็ได้ยินเสียงช้อยตะโกนโหวกเหวกจากหน้าวัง สิบทิศกับน่านฟ้านิ่วหน้า พากันวิ่งไปดูแล้วต้องอึ้ง เมื่อเห็นหญิงสาวจากเมืองผู้ดีวิ่งหน้าตื่นมาขอความช่วยเหลือจากสิบทิศให้ไปดูอาการเต็มเดือนโดยด่วน

สิบทิศแอบปลื้มเมื่อคิดว่าเธอนึกถึงเขาเป็นคนแรก แต่สภาพน่าเป็นห่วงของเต็มเดือนทำให้เขาหลุด จากภวังค์ ตรวจอาการของสะใภ้เอกแห่งบ้านบดินทร์ธรด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ครู่ใหญ่เธอจึงค่อยๆสงบลง

“โรคลมชักน่ะครับ เกิดจากสภาวะสมองทำงานผิดปกติชั่วคราว แล้วผมจะจัดยาให้”

สร้อยฟ้าเปิดประตูมาดู เมื่อเห็นสะใภ้เอกคู่ปรับมีอาการดีขึิ้นก็อดแขวะไม่ได้

“โธ่คุณพี่ ยังไม่ทันเปิดพินัยกรรมก็มีอันเป็นไปเสียแล้ว ไม่น่าเลย...เห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ”

“ฉันแค่ป่วย...ยังไม่ตายนะแม่สร้อยฟ้า”

ดาราเรศซึ่งมาดูอาการเต็มเดือนพร้อมแม่ ลอบมองคุณชายหมอด้วยแววตากรุ้มกริ่ม แอบชอบเขามานานแต่ไม่กล้ารุกเพราะไม่รู้เขาคิดอย่างไร แต่วันนี้เธอรวบรวมความกล้าชวนเขาคุยหวังสานสัมพันธ์ลึกซึ้ง

“ถ้าคุณชายมาไม่ทัน ป่านนี้คุณป้าเต็มเดือนอาจจะชักจนกัดลิ้นตัวเองขาดไปแล้ว”

สิบทิศมีสีหน้ากระอักกระอ่วน อยากปลีกตัวกลับแต่ไม่สบโอกาส สร้อยฟ้าช่วยลูกสาวเต็มที่

“คุณชายน่าจะอยู่ร่วมรับประทานมื้อค่ำกับเราก่อน ถือเสียว่าเป็นการตอบแทนที่กรุณามาช่วยรักษาคุณพี่”

“นั่นสิ...อย่าเพิ่งรีบกลับเลยนะคะ เรศอยากให้คุณชายอยู่ที่นี่นานๆ”

สร้อยฟ้ากระแอมเตือนลูกสาวให้สำรวมอาการแล้วส่งสายตาให้กระถินไปยกของว่างมารับรอง สิบทิศทำหน้าเมื่อย อยากกลับวังใจแทบขาดเพราะอึดอัดท่าทางชม้ายชายตาของดาราเรศ แต่กลัวเสียมารยาทเลยจำต้องอยู่ต่อ

ooooooo

ร้อยดาวอยู่ดูแลเต็มเดือนไม่ห่าง รู้สึกผิดไม่ น้อยที่ทำให้สะใภ้เอกแห่งบ้านบดินทร์ธรซึ่งดีกับเธอมาตลอดต้องมีสภาพเช่นนี้ เต็มเดือนทานยาแล้วลูบหัวปลอบไม่ให้คิดมาก แต่หญิงสาวจากเมืองผู้ดียังไม่สบายใจ

“ขอโทษคุณจริงๆนะคะเรื่องดอกบัว...ปกติเห็นคุณชอบดอกไม้เลยถือวิสาสะนำไปไว้ในห้อง ไม่คิดว่าคุณจะ...”

“ฉันแพ้ละอองเกสรดอกบัวน่ะจ้ะ อยู่ใกล้ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที”

“ดิฉันผิดเองค่ะที่ไม่ได้เรียนคุณหนูร้อยดาวให้ทราบก่อน”

“เรื่องมันแล้วไปแล้ว ฉันไม่ถือสาหรอกจ้ะ”

ฟากสิบทิศเบือนหน้าหนีจากดาราเรศที่วันนี้รุกหนัก นั่งจ้องหน้าเขาตาไม่กะพริบ แถมก้มๆเงยๆอย่างจงใจจนเห็นร่องอกอวบอิ่มแถวคอเสื้อ สร้อยฟ้าชวนคุยไม่หยุด พร่ำเพ้อถึงอดีตและครั้งแรกที่มีโอกาสพบวิรุฬ แต่ดันปากพล่อยพูดเรื่องเขาตายก่อนวัยอันควร สิบทิศฉุนที่โดนสะกิดปมฝังใจเลยลุกไปดื้อๆ ดาราเรศจะรั้งไว้แต่ไม่ทันราชนิกุลหนุ่มซึ่งจ้ำอ้าวออกไปแล้ว เลยหันมาต่อว่าแม่เคืองๆว่าพูดจาแสลงหู

“จะมาโทษฉันคนเดียวได้ยังไง แกก็ด้วย นั่งจ้องหน้าคุณชายตาไม่กะพริบ เป็นใครก็ต้องรำคาญ”

สิบทิศสาวเท้าเร็วๆให้พ้นอาณาเขตของบดินทร์ธรโดยเร็วที่สุด ร้อยดาวปั่นจักรยานตามมาส่งเขาถึงหน้าบ้าน

“จะกลับแล้วเหรอคุณชาย...ซ้อนท้ายจักรยานฉันเลย เดี๋ยวปั่นไปส่ง ตอบแทนที่มาช่วยรักษาถึงบ้าน รับรอง...ดิฉันไม่พาคุณชายไปเทกระจาดข้างทางหรอกน่า ขึ้นมาเร็ว”

สิบทิศปฏิเสธเสียงแข็งเพราะอารมณ์ไม่ดี ร้อยดาวทำหน้าจ๋อยจนเขาใจอ่อนยวบยอมกลับด้วย แต่ให้เธอซ้อนเขาแทน ร้อยดาวนิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่อยากซ้อนเธอ

“เพราะเธอเป็นผู้หญิง ฉันเป็นผู้ชายก็ต้องเป็นคนขี่สิ”

“มีกฎข้อไหนห้ามผู้ชายซ้อนท้ายจักรยานผู้หญิงไม่ทราบคะ”

สิบทิศเถียงไม่ออก ร้อยดาวอ้างว่าเธอซุ่มซ่าม ไม่อยากซ้อนเพราะกลัวทำกระเป๋ายาเขาหล่น ราชนิกุลหนุ่มเลยต้องขึ้นซ้อนอย่างเสียไม่ได้ ร้อยดาวยิ้มกว้าง ดีใจที่เอาชนะเขาได้แล้วเริ่มชวนคุย

“คุณชายบอกว่าคุณเต็มเดือนเป็นลมชักเพราะเห็นดอกบัว แต่เธอบอกดิฉันว่าเธอแพ้เกสรดอกบัว”

“บางทีโรคลมชักอาจเกิดจากความรู้สึกทางจิตที่ผิดปกติ เช่น ฝังใจอะไรบางอย่างกับดอกบัว ก็ทำให้ชักได้”

ร้อยดาวพยักหน้ารับ แต่ไม่วายสงสัยว่าเต็มเดือนฝังใจอะไรนักหนากับดอกบัว เธอสะบัดหน้าเรียกสติตัวเอง พร้อมบอกให้เขาเตรียมตัวลงเนิน ไม่อยากให้ล้มไม่เป็นท่าอย่างที่เธอเคยมาก่อน แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเพราะจักรยานแล่นเร็วมากจนเสียหลักล้ม ร้อยดาวกับสิบทิศกลิ้งหลุนๆตามเนิน จนมาหยุดที่เธอนอนทับบนหน้าอกเขา จ้องตากันนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

กว่าสองหนุ่มสาวจะผละจากกันก็ครู่ใหญ่ ร้อยดาวยิ้มแหย ช่วยพยุงราชนิกุลหนุ่มที่โชคร้ายศีรษะแตกเพราะกระแทกกับก้อนหินระหว่างที่กลิ้งลงมา น่านฟ้าตกใจหน้าเสียเมื่อเห็นเลือดพี่ชาย ส่วนสิบทิศหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ โบ้ยไปทางร้อยดาวว่าเป็นตัวการให้เขาเจ็บแบบนี้ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีรีบแก้ตัวพัลวัน

“คุณชายน่ะสิคะ อยู่ดีไม่ว่าดี เอาศีรษะไปวัดความแข็งกับก้อนหิน โชคดีนะคะที่หินก้อนนั้นไม่เป็นอะไร”

สิบทิศจ้องตาแทบถลน ร้อยดาวแก้เก้อด้วยการหยิบสำลีกับยามาช่วยทำแผลอย่างเก้ๆกังๆ น่านฟ้ามองด้วยความชื่นชม เพื่อนสาวคนใหม่ดูเก่งไปหมด

ทุกอย่าง สิบทิศโวยวายหาว่าเธอมือหนัก แต่ร้อยดาวไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำแผลและทวงคำขอบคุณจนเขาต้องยอมพูดอย่างเสียไม่ได้ น่านฟ้ากับร้อยดาวหัวเราะชอบใจ หมั่นไส้ราชนิกุลหนุ่มเหลือเกินที่ท่ามากแถมยังเจ้าอารมณ์อีกต่างหาก!

ooooooo

กว่าร้อยดาวจะปั่นจักรยานกลับบ้านก็ค่ำมืด บังหนั่นยิ้มร่าเมื่อเธอชมว่าซ่อมจักรยานได้ดี เบรกแข็งแรงมากเพราะเธอพิสูจน์มาแล้วพร้อมกับสิบทิศด้วยการลงไปวัดพื้นด้วยกันเมื่อครู่ บังหนั่นหน้าเสียขอโทษขอโพยใหญ่ ร้อยดาวยิ้มน้อยๆ จะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ไม่ทันอ้าปาก ปรมัตถ์ก็ขับรถเข้ามากับทวีปเสียก่อน

“คุณท่านดำรงให้ผมพาคุณพ่อมาพบเป็นการด่วน สงสัยจะมีธุระสำคัญ”

“จะเรื่องอะไรก็ช่างเถอะ ขอฉันติดรถไปด้วยได้ไหม ปั่นจักรยานทั้งวันจนน่องโป่ง เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ สงสัยการมาของทนายประจำตระกูลกับลูกชาย ดำรงรำคาญ สั่งให้ทวีปบอกทุกคนว่าเขาจงใจเรียกมาหากลางดึกเพราะอะไร

“คุณท่านดำรงเรียกกระผมมาเพื่อแจ้งกำหนดเปิดพินัยกรรมฉบับของคุณปกรณ์ในวันพรุ่งนี้ครับ”

จงจิตรกับสร้อยฟ้าและลูกๆควบคุมอาการแทบไม่อยู่ ยกเว้นเต็มเดือนที่นั่งฟังอย่างใจเย็น สร้อยฟ้าใจร้อนขอให้ประกาศวันนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเพราะไหนๆก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ทวีปไม่ยอมเพราะเห็นว่ายังขาดวีระวิทย์ เต็มเดือนกับจงจิตรอดไม่ได้ ผสมโรงกระแนะกระแหนสะใภ้คนที่สามที่โลภมาก ส่วนดำรงไม่สนใจท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของสามสะใภ้ หันไปถามร้อยดาวว่ารู้สึกอย่างไรที่จะได้ฟังพินัยกรรม

“ดิฉันไม่ทราบว่าจะดีใจหรือเสียใจไปทำไม คุณพ่อปกรณ์จะยกสมบัติอะไรให้ใครก็เป็นเรื่องของท่าน”

ร้อยดาวก้มหน้าก้มตาทานอาหาร ไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไรจนดำรงอดแปลกใจไม่ได้ เช่นเดียวกับปรมัตถ์ ที่อดถามถึงความจริงในใจเธอไม่ได้ว่าคิดอย่างไรกับการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์ในวันรุ่งขึ้น ร้อยดาวไม่แสดงท่าทีอะไรเหมือนเดิม เพราะลึกๆก็รู้ดีว่าตนคือเมดาลูกสาวของดิลกไม่ใช่ปกรณ์ แต่ถึงกระนั้นปรมัตถ์ก็ยังคาใจ

“แต่คุณหนูได้ชื่อว่าเป็นทายาทคนหนึ่งซึ่งมีสิทธิ์ในทรัพย์สินและกองมรดกมหาศาลของคุณปกรณ์”

“ฉันรู้ตัวดีปรมัตถ์ว่าฉันเป็นใคร มาจากไหน มรดกของคุณพ่อปกรณ์ ฉันไม่สมควรได้รับหรอก”

เวลาเดียวกันที่วังเวฬุมาศ...น่านฟ้าใช้กล้องดูดาวส่องไปทางบ้านบดินทร์ธร สิบทิศไม่พอใจเมื่อทราบว่าน้องสนใจคนบ้านนั้นเป็นพิเศษ น่านฟ้าไม่สนใจ แถมแกล้งยั่วเขาด้วยว่าเห็นร้อยดาวยืนคุยกับใครบางคน สิบทิศทำเป็นหยิ่ง แต่เมื่อน้องสาวขอตัวไปนอนจึงรีบไปดู พร้อมกับลมหึงที่ตีขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นเธอคุยกับปรมัตถ์

“เป็นสาวเป็นนางพูดจาสองต่อสองกับผู้ชายดึกๆดื่นๆ ใช้ได้ที่ไหน เป็นน้องเป็นนุ่งจะตีให้เข็ด”

สิบทิศยืนหัวเสียอยู่คนเดียว ไม่รู้ตัวเลยว่าน่านฟ้ากับรัตนากรแอบมองห่างๆจากมุมหนึ่ง หัวเราะกันเบาๆ ขำท่าทางหยิ่งไม่เข้าเรื่องของสิบทิศ...น่าเบื่อจริงๆผู้ชายปากแข็ง!

ooooooo

ในขณะที่ร้อยดาวไม่สนใจเรื่องพินัยกรรม แต่สะใภ้ทั้งสามต่างเครียดเพราะอยากรู้ว่าปกรณ์จะแบ่งสมบัติอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะสร้อยฟ้า มั่นใจมากว่าผัวจะยกบ้านบดินทร์ธรให้เพราะเธอมีวีระวิทย์เป็นทายาทสืบสกุล

ส่วนจงจิตรไปปรับทุกข์กับปั้นในสวน แม้จะกังวลใจเรื่องพินัยกรรมแต่ก็อยากรู้ว่าจะได้ส่วนแบ่งอะไร

“เปิดพินัยกรรมแบ่งสมบัติเมื่อไหร่ ฉันจะได้เป็นอย่างที่ฉันอยากเป็นอยากทำ เลิกหลบๆซ่อนๆเสียที”

“จะทำอะไรก็ขอให้คิดถึงคุณหนูบ้าง”

“ไปคิดถึงมันทำไม ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันลืมตามาดูโลกอยู่แล้ว กะอีแค่อาศัยท้องมาเกิด!”

ปั้นโมโหบีบแขนเธอแน่นที่พูดถึงลูกไม่ดี แต่ทั้งสองต้องรีบผละจากกันเมื่อได้ยินเสียงดารกาจากมุมหนึ่ง ปั้นรีบกระโดดหลบหลังพุ่มไม้ ส่วนจงจิตรถลาไปดักหน้าลูก หัวเสียจัดเมื่อรู้ว่าดารกามาดักเจอหน้าปรมัตถ์

“ฉันสอนให้แกร่อนเข้าหาผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”

“คุณแม่คะ พี่ปรมัตถ์เป็นคนดี ดารักเขาค่ะ ดาคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าขาดพี่ปรมัตถ์”

“เพ้อเจ้อ...ชีวิตแกทั้งชีวิตจะฝากไว้กับคนคนเดียวหรือไง ฉันจะบอกอะไรให้ ยิ่งแกรู้สึกว่าต้องการสิ่งไหนมากจนชีวิตขาดไม่ได้ แกก็จะยิ่งพรากจากสิ่งนั้น ไอ้ตัวผู้บนโลกนี้มันเห็นแก่ตัวเหมือนกันหมดนั่นแหละ อย่าโง่นักเลย”

ดารกาหน้าเสีย จงจิตรรำคาญไล่ให้ไปนอนเพราะต้องตื่นมาฟังพินัยกรรมแต่เช้า ปั้นได้แต่แอบมองท่าทางเศร้าๆของลูกด้วยความสงสาร อยากประกาศตัวให้รู้และปกป้องลูกในฐานะพ่อเหลือเกิน

ฟากเต็มเดือนยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยคนเดียว เสียงเพลงไทยเดิมบรรเลงเนิบช้าตามอารมณ์ของเจ้าของห้อง สะใภ้เอกแห่งบ้านบดินทร์ธรหยิบกรอบรูปตอนแต่งงานกับปกรณ์มาดูแล้วยิ้มน้อยๆ

“น้องคิดถึงคุณพี่เสมอ อีกแค่ไม่กี่อึดใจน้องก็จะได้รู้แล้วว่าคุณพี่มอบอะไรตอบแทนความรักที่น้องมีให้”

เต็มเดือนวางกรอบรูป จัดแจงหยิบสะดึงปักลายดอกยี่โถสีชมพูมาปักต่ออย่างสบายอารมณ์

ขณะที่ทุกคนในบ้านครุ่นคิดเรื่องพินัยกรรม ทวีปนั่งตรวจเอกสารพร้อมดื่มกาแฟหอมกรุ่นที่ลูกชายชงให้

“พ่อเป็นทนายเก่าแก่ประจำตระกูลก็ต้องรู้ความเป็นไปทุกเรื่องที่เกี่ยวกับบดินทร์ธรใช่ไหมครับ”

“ฉันรู้เท่าที่รู้ บางเรื่องรู้แต่พูดไม่ได้ มันเป็นจรรยาบรรณ”

“คุณหนูร้อยดาวเธอผิดกับทายาทคนอื่นๆนะครับ ดูไม่ยินดียินร้ายกับพินัยกรรมสักนิด แถมบอกว่าตัวเองไม่สมควรได้รับมรดกคุณพ่อเธออีกต่างหาก ผู้หญิงดีพร้อมขนาดนี้หายากนะพ่อ พ่อว่าฉันจะอาจเอื้อมเกินไปไหมถ้า...”

“อย่าแม้แต่จะคิด คุณหนูเธออยู่สูงเกินกว่าแกจะเอื้อมถึง คิดจะเด็ดดอกฟ้า ถ้าพลาดพลั้งตกลงมาไม่เจ็บหนักก็ตาย พ่อเตือนแกเพราะหวังดีนะ เลิกคิดเรื่องนี้ซะ”

ปรมัตถ์หน้าสลด ทวีปถอนหายใจหนักหน่วง รู้ดีว่าลูกชายคงตกหลุมรักหลานสาวคนเล็กของบ้านบดินทร์ธรเข้าอย่างจัง แต่เขาคงปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้...แค่นี้เรื่องก็วุ่นวายมากพอแล้ว!

ตอนที่ 4

ในขณะที่สมาชิกเกือบทุกคนในบ้านเครียดเรื่องพินัยกรรม ทั้งลุ้นทั้งภาวนาให้ผลที่ออกมาตนได้รับประโยชน์มากที่สุด มีเพียงเมดาในคราบร้อยดาวที่ไม่กังวล เพราะรู้ดีแก่ใจว่าฐานะและตัวตนแท้จริงของตัวคือใคร เลยได้แต่นั่งมองภาพถ่ายของพ่อกับแม่ที่เอามาจากบ้านที่อังกฤษหงอยๆ

“จบเรื่องพินัยกรรมเมื่อไหร่ หนูจะนำอัฐิคุณแม่กับคุณพ่อไปไว้ที่วัดก่อนบินกลับอังกฤษนะคะ”

ทันใดนั้น...เสียงประหลาดจากห้องใต้หลังคาก็ดังขึ้น ร้อยดาวรีบลุกไปห้องสมุดและปีนขึ้นห้องใต้หลังคา ซึ่งมืดและอับชื้นเหมือนเดิม แถมด้วยกลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้งจนเธอต้องเอามืออุดจมูก ร้อยดาวควักเทียนไขที่ติดมือมาจุดนำทางและมองหาที่มาของเสียงร้องโหยหวนซึ่งตามหลอกหลอนแทบทุกคืน

ร้อยดาวคลำสะเปะสะปะตามทาง เสียงโซ่แกรกกรากดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในสภาพขะมุกขะมอมเหมือนไม่ใช่มนุษย์โถมตัวหาด้วยท่าทางคุกคาม ร้อยดาวตกใจกรี๊ดลั่น ลนลานหนีจนสะดุดเท้าตัวเองล้มกับพื้น ชายผู้นั้นกระโจนหาอีกแต่ติดโซ่ล่ามข้อเท้าทำให้ไปได้ไม่ไกล ร้อยดาวรีบกระถดตัวหนีจนตกจากช่องใต้หลังคา!

ร้อยดาวหลับตาแน่น คิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อลืมตาอีกครั้งจึงพบว่าเป็นเวลาเช้า และตัวเองนอนแอ่งแม้งบนพื้นข้างๆเตียง นมแสงโผล่มาพอดี เธอเลยแก้ตัวแกนๆว่าตกเตียงเพราะฝันร้าย นมแสงไม่ติดใจและเร่งให้ไปที่ห้องโถง เพราะตอนนี้ทุกคนในบ้านกำลังรอเธออยู่เพื่อฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์

ทุกคนในบ้านนั่งมองนาฬิกาด้วยความกระวนกระวาย โดยเฉพาะจงจิตรกับสร้อยฟ้าที่ลุกไปลุกมาไม่หยุด อยากรู้ว่าปกรณ์จะยกอะไรให้บ้าง เมื่อร้อยดาววิ่งหน้าตื่นออกมาเลยถูกจงจิตรด่ากระทบเสียงเขียว

“อยู่ที่โน่น ลูกนอกไส้อย่างหล่อนคงไม่ได้รับการสั่งสอนสินะ ถึงไม่รู้ว่าการมาสายเป็นมารยาทที่ทราม”

สร้อยฟ้าผสมโรงแขวะอีกหลายยก ร้อยดาวขอโทษเสียงอ่อยจนดำรงสงสาร สั่งสอนแกมปลอบ

“ทีหลังหัดตรงต่อเวลาให้เป็นนิสัย เพราะมันหมายถึงการให้เกียรติคนอื่น”

ร้อยดาวรับคำเสียงเบา ก้มหน้าก้มตามองมือบนตัก ไม่อยากสบตาคนอื่นให้สะเทือนใจ ทวีปเห็นสมาชิกพร้อมหน้าจึงหยิบซองพินัยกรรมมาเปิดและเริ่มอ่าน ทุกคนเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก มีเพียงร้อยดาวที่เห็นรอยน้ำเปียกลากเป็นทางยาว พร้อมกลิ่นเหม็นสาบและการปรากฏตัวของวิญญาณเวียงแก้ว

บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนมีซากอะไรตาย แต่ทุกคนก็ทนเพราะทวีปยังอ่านพินัยกรรมไม่จบ ร้อยดาวขนลุกซู่เมื่อเห็นวิญญาณของแม่ไประรานสามสะใภ้และบรรดาลูกๆเมื่อทนายเก่าแก่ประกาศแจงรายละเอียดทรัพย์สินต่างๆของปกรณ์

เต็มเดือนลอบยิ้มเมื่อได้ยินว่าปกรณ์ยกที่ดินพันกว่าไร่รอบบ้านบดินทร์ธรและค่าเช่าที่นาต่างๆให้ ในขณะที่จงจิตรได้เครื่องประดับ สมบัติเก่าแก่ของตระกูล รถยนต์และโฉนดที่ดินเปล่าในอุตรดิตถ์ สร้อยฟ้า

ได้อาคารพาณิชย์ในตลาดสำเพ็งพร้อมทั้งค่าเช่าแผง วีระวิทย์ได้รับสัมปทานเกาะรังนกทางใต้ ส่วนเงินสดในธนาคารให้ดาราเรศกับดารกาแบ่งกันคนละครึ่ง แต่สิ่งที่ทุกคนอยากได้มากคือคฤหาสน์บดินทร์ธร ซึ่งปกรณ์จัดแจงยกให้อยู่ในความดูแลของดำรง

ทุกคนในบ้านหันไปมองร้อยดาวเป็นตาเดียวเมื่อทวีปอ่านพินัยกรรมจบ จงจิตรปากไวสุดเยาะเย้ยถากถางใหญ่เมื่อผลออกมาว่าหญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ได้อะไรสักอย่าง

“คุณพี่ไม่เคยเห็นกาฝากอย่างหล่อนอยู่ในสายตา คราวนี้คงเก็บของไสหัวไปให้พ้นบ้านหลังนี้ได้เสียที”

สร้อยฟ้าแขวะตาม สะใจเหลือเกินที่ลูกสาวเวียงแก้วไม่ได้อะไร “อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลแต่กลับไม่ได้สมบัติติดมือสักชิ้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษแม่แกนั่นแหละที่เที่ยวระริกระรี้ วิ่งแร่หาผู้ชายไม่เลือกหน้า”

วิญญาณเวียงแก้วโมโหมาก อาละวาดทำลายข้าวของจนทุกคนแตกตื่น ร้อยดาวเป็นคนเดียวที่เห็น ยกมืออุดปากด้วยความตกใจกลัว ดำรงสังหรณ์ใจว่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์ผีเวียงแก้วเลยเปรยเสียงไม่เบานัก

“อย่านึกว่าหล่อนใช้วิธีนี้แล้วจะได้ผล”

เหตุการณ์ในห้องโถงวุ่นวายไปหมด กระถินซึ่งกำลังเก็บเศษแก้วที่หล่นมาแตกถูกวิญญาณเวียงแก้วเข้าสิง โต้ตอบดำรงอย่างกราดเกรี้ยว “ลูกชายท่านทำเจ็บแสบนัก ดีล่ะ...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!”

ขาดคำก็ทำท่าจะย่างสามขุมหาดำรง แต่สุดท้ายก็หมดพลังล้มพับไปเสียก่อน ประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรไม่มีสีหน้าหวาดหวั่น ตั้งท่าจะกลับเข้าห้องแต่คงเพราะลุกเร็วไปเลยหน้ามืดเป็นลมอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ครู่ใหญ่กว่าดำรงจะฟื้น ดาหลาจะตามหมอมาดูอาการแต่เขาห้ามไว้เพราะคิดว่าคงแค่หน้ามืดด้วยความอ่อนเพลีย ร้อยดาวซึ่งตามมาเฝ้าสนับสนุนให้พาหมอมาตรวจ แต่ต้องหน้าจ๋อยเมื่อถูกดำรงแหวกลับ หาว่าเธอคงกลัวเขาเป็นอะไรไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่วนแบ่งในสมบัติสักชิ้น ปรมัตถ์สงสารเลยช่วยพูดให้เธอ

“ตอนที่คุณท่านหมดสติไป คุณหนูร้อยดาวเป็นห่วงคุณท่านมาก คงไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นหรอกครับ”

“สอดขึ้นมากลางปล้องเชียวนะ เออแน่ะ...เจอหน้ากันไม่ทันไรก็ออกรับหน้าแทนแม่ม้าดีดกะโหลกนี่เสียแล้ว ดูเอาเถอะทวีป...ลูกชายเธอมันคงอยากเป็นหลานเขยฉัน”

ร้อยดาวทำหน้าไม่ถูก ส่วนทวีปส่งสายตาปรามลูกชายอย่างตำหนิที่พูดจาไม่รู้จักคิด

“กระผมต้องขอโทษแทนเจ้าปรมัตถ์มันด้วยที่พูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ”

“ฉันไม่ถือหรอก เล็กๆเคยเป็นยังไง โตก็เป็นอย่างนั้น ตอนนี้หมาเลียก้นไม่ถึง คงจะไม่กลัวไม้เรียวฉันแล้ว”

ปรมัตถ์ยิ้มเจื่อนๆ ใจมาเป็นกองที่ดำรงไม่ขัดขวาง แต่ร้อยดาวไม่สบายใจขอบินกลับอังกฤษเพราะเสร็จสิ้นภารกิจฟังพินัยกรรมแล้ว แต่ทวีปรั้งไว้เพราะมีของดิลกอีกคนที่ต้องรอครบร้อยวันเสียก่อนจึงจะเปิดได้ ร้อยดาวทำหน้าเมื่อย เซ็งจัดเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...มีแต่คนจ้องจะจับผิดและให้ร้ายเธอตลอดเวลา

เวลาเดียวกันที่ห้องสร้อยฟ้า...สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรใช้ผ้าซับเลือดที่มุมปากเพราะถูกลูกหลงจากอิทธิฤทธิ์ของผีเวียงแก้วทำให้เศษแก้วกระเด็นไปบาด โทษฐานที่ชอบแขวะร้อยดาว กระถินนั่งหมอบไม่ห่าง แก้ตัวพัลวันว่าไม่รู้เรื่องที่ตนทำท่าเหมือนถูกผีเข้าจนกล้าต่อปากต่อคำกับดำรง สร้อยฟ้ารำคาญไม่อยากฟังสาวใช้พร่ำเรื่องไร้สาระเลยไล่ตะเพิด กระถินจำต้องคลานออกจากห้องไปช้าๆ นึกด่าเจ้านายสาวในใจ...อย่าให้ถึงทีกูบ้างแล้วกัน!

วีระวิทย์กับดาราเรศก็ไม่ชอบใจสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ โวยวายจนสร้อยฟ้าอยากจะบ้าตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผลออกมาแบบนี้แล้ว ส่วนจงจิตรนั่งระบายอารมณ์หัวเสียกับดารกาในห้อง

“คุณพี่ไม่ยุติธรรม ยกที่ดินให้นังเต็มเดือนเป็นพันๆไร่ ส่วนฉันได้แค่เศษที่นาเหลือๆไม่กี่แปลง”

“แต่เครื่องเพชร เครื่องทองของคุณย่าการะเกดในธนาคาร คุณพ่อก็ยกให้คุณแม่หมดไม่ใช่หรือคะ”

“แกจะไปรู้อะไรยายดา ของขี้ปะติ๋วแค่นี้ เทียบไม่ได้กับผลประโยชน์มหาศาลจากสัมปทานเกาะรังนกที่ลูกอีสร้อยฟ้าสารพัดพิษมันได้ด้วยซ้ำ”

ดารกาหน้าเสีย พยายามเกลี้ยกล่อมให้แม่ย้ายไปอยู่ข้างนอกเพราะอึดอัดต้องอยู่ที่นี่ แต่ถูกจงจิตรแหวให้เลิกคิด...เพราะบ้านบดินทร์ธรเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่ต้องเอามาให้ได้...รอให้ไอ้แก่ดำรงมันตายก่อนเถอะ!

ในขณะที่สองสะใภ้แค้นใจอยากได้คฤหาสน์บดินทร์ธร แต่เต็มเดือนกลับนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ ปลื้มใจที่ได้ส่วนแบ่งมรดกมากกว่าใคร สะใภ้เอกจ้องภาพถ่ายของปกรณ์ยิ้มๆแล้วเลื่อนชาดอกยี่โถให้

“บ้านหลังนี้น้องรักมากแค่ไหน คุณพี่ทราบใช่ไหมคะ ทุกซอกทุกมุม น้องคอยปัดกวาดเช็ดถูดูแลอย่างดี ไม่ต่างจากบ้านของน้องเอง แต่ไม่เป็นไรค่ะ...ของของเรา ยังไงก็ต้องเป็นของของเรา...จริงไหมคะคุณพี่”

ooooooo

ร้อยดาวรอดูจนแน่ใจว่าดำรงอาการดีขึ้นจึงไปส่งทวีปกับปรมัตถ์ขึ้นรถหน้าบ้าน ทนายเก่าแก่รู้ดีว่าเธออึดอัดใจไม่อยากอยู่ที่บดินทร์ธร เลยขอร้องให้คิดดีๆเพราะเธอคือทายาทโดยธรรมเพียงคนเดียวของดิลก ร้อยดาวสะกิดใจคำพูดแปร่งหู แต่ไม่ทันถาม ปรมัตถ์ก็โพล่งออกมาก่อน ขอร้องให้เธออย่าเพิ่งกลับ

“ใช่ว่าฉันอยากจะนั่งเครื่องบินไปบินมาอย่างนี้หรอกปรมัตถ์ แต่ฉันไม่รู้จะทนอยู่ที่นี่ต่อไปทำไม ใครๆในบ้านบดินทร์ธรต่างไม่ชอบขี้หน้าฉัน ขับไล่ไสส่งฉันให้ไปพ้นๆ แม้กระทั่งคุณปู่เองก็เถอะ”

ปรมัตถ์มองมาด้วยความเห็นใจ พร่ำบอกว่าจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ร้อยดาวขอบใจในความปรารถนาดี ต่างจากทวีปที่มองลูกชายด้วยความหนักใจ...ท่าทางจะถอนตัวไม่ขึ้นแล้วกระมัง!

เมดาในคราบร้อยดาวกลับไปนั่งเล่นในห้องเซ็งๆ เบื่อที่ต้องอยู่ต่อจนต้องคว้ารูปพ่อกับแม่มาบ่น

“คุณพ่อคุณแม่คะ หนูบินเป็นพันๆไมล์มาทำอะไรก็ไม่ทราบนะคะ ตลอดเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้ หนูเหมือนอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า หนูอยากกลับอังกฤษแต่ก็เหมือนมีอะไรทำให้ต้องอยู่ต่อ คุณพ่อคุณแม่ว่าหนูควรทำยังไงดีคะ”

กว่าร้อยดาวจะออกจากห้องอีกครั้งก็บ่ายจัด และตัดสินใจไปคุยกับน่านฟ้าแก้เบื่อที่ต้องอุดอู้แต่ในบ้านใหญ่แต่ไร้จิตวิญญาณแบบนี้ ราชนิกุลสาวตาโตเมื่อได้ยินว่าร้อยดาวจะกลับอังกฤษ สิบทิศผ่านมาได้ยินพอดีเลยแกล้งแขวะ

“ไปทำอะไรขวางหูขวางตาคนบ้านนั้นเข้าล่ะ ถึงได้โดนไล่ตะเพิดออกมา ถ้ายังไม่มีที่ไป จะมาทำงานบ้านให้ฉันที่นี่ก็ได้นะ เธอคิดเงินเดือนสักเท่าไหร่”

ท่าทางหัวเสียของร้อยดาวทำให้สิบทิศชอบใจ นึกเอ็นดูสาวหน้าใสที่เข้ามามีอิทธิพลในใจเขาทีละน้อย รัตนากรเห็นหลานทั้งสองพูดคุยกับร้อยดาวอย่างถูกคอเลยมาร่วมวงด้วย ซักถามคุณหนูคนเล็กแห่งบ้านบดินทร์-ธรถึงเรื่องอาการเจ็บป่วยของดำรง เมื่อทราบว่าดีขึ้นก็อดยิ้มด้วยความพอใจไม่ได้และครึ้มอกครึ้มใจพูดถึงเรื่องในอดีต

“เห็นเวียงร้อยดาวทีไร ฉันก็อดคิดถึงสองคนนั้นไม่ได้สักที คุณพ่อปกรณ์ของหนูกับวิรุฬ...น้องชายของฉันเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมาก ถึงขนาดว่ายอมตายแทนกันได้”

“แล้วทำไมคุณชายถึงได้ดูชิงชังครอบครัวดิฉันนักล่ะคะ เคยมีเรื่องอะไรขัดแย้งบาดหมางกันหรือเปล่า”

สิบทิศเดินงอนออกไปเฉยเพราะถูกหม่อมป้าสะกิดปมฝังใจ น่านฟ้าหน้าเสีย กลบเกลื่อนให้พี่ชายใหญ่ว่าเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ร้อยดาวได้แต่มองตามงงๆ...เป็นอะไรของเขากันแน่นะ

ร้อยดาวกลับถึงบ้านช่วงพลบค่ำ หน้าเจื่อนเมื่อเห็นข้าวของสัมภาระของตัวถูกกระถินโยนโครมที่พื้นหน้าตึก สร้อยฟ้า ดาราเรศ จงจิตรและดารกาออกมายืนอยู่แล้ว ส่งสายตาเย้ยหยันที่ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้วจะถูกเฉดหัวออกจากบ้าน จงจิตรตอกย้ำความสะใจด้วยการยื่นเงินค่ารถให้ ร้อยดาวไม่ยอมรับและก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของ กระถินจะโยนกระเป๋าหนังใส่อัฐิและสมุด บันทึกของดิลก ร้อยดาวไม่ยอมเลยเกิดการยื้อยุดกันขึ้น

เต็มเดือนเห็นเหตุการณ์ตลอดจากหน้าต่างห้อง แต่ไม่คิดช่วยเพราะไม่อยากหาเรื่องให้เปลืองตัว ส่วนร้อยดาวไม่มีแรงสู้กระถิน สร้อยฟ้ากับดาราเรศจึงฉวยโอกาสนี้กระชากกระเป๋าหนังอย่างแรงจนของข้างในร่วงออกมา โกศบรรจุอัฐิของดิลกร่วงกระแทกพื้นกระจาย ร้อยดาวถลาไปกอบอัฐิพ่อใส่โกศทั้งน้ำตา เคืองมากที่ถูกทำลายข้าวของ

“พวกคุณใจร้ายมาก แม้แต่อัฐิคุณพ่อฉันที่ล่วงลับไปแล้ว คุณยังทำกันได้ลงคอ พวกคุณมีหัวใจกันบ้างไหม”

ทุกคนยิ้มเยาะสมน้ำหน้าท่าทางจะเป็นจะตายของร้อยดาว นมแสงผ่านมาเห็นพอดีเลยปราดมาห้ามและตัดสินใจไปบอกดำรงให้ทราบว่าร้อยดาวจะกลับอังกฤษ แต่ไม่ทันขยับ...มารุตหรือมาร์คเพื่อนชายคนสนิทของเมดาจากอังกฤษก็ขับรถมาจอดเสียก่อน บังหนั่นถีบจักรยานตามมาแก้ตัวเสียงสั่นว่าพยายามห้ามแล้วแต่มาร์คจะเข้ามาให้ได้ ร้อยดาวอึ้งไปอึดใจ ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเปล่าที่เห็นเพื่อนเพราะปิดบังเขาไว้เรื่องปลอมตัวเป็นร้อยดาว

ooooooo

มาร์คได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสะใภ้ทั้งสองแห่งบ้านบดินทร์ธร โดยเฉพาะจงจิตรแสดงออกนอกหน้าว่ารู้จักมักจี่กับครอบครัวทูตของเขาเป็นอย่างดี มาร์คอึดอัดแต่ต้องพูดคุยด้วยตามมารยาท เมื่อเขาบอกว่าตั้งใจมาหาร้อยดาว สองสะใภ้ก็ตีหน้าซื่อบอกว่าเป็นหลานสาวคนเล็กของครอบครัวที่รักมาก ร้อยดาวเบ้หน้า...พวกลิ้นสองแฉก!

กว่ามาร์คจะได้อยู่ตามลำพังกับเพื่อนสาวก็ปาไปเกือบชั่วโมง เมดาในคราบร้อยดาวรีบชี้แจงว่าทุกคนที่นี่เรียกเธอว่าร้อยดาว มาร์คไม่ติดใจ ซักถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนคุ้นเคยกันมานาน และพยายามชวนกลับอังกฤษแต่ร้อยดาวไม่รับปากเพราะต้องอยู่รอฟังพินัยกรรมของดิลก

สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนานถ้าดาหลาไม่มาตามร้อยดาวไปพบดำรงเสียก่อน ร้อยดาวรีบผละไป แต่ไม่วายฝากฝังพยาบาลสาวให้เป็นเพื่อนคุยกับมาร์ค

ดาหลาไม่เต็มใจนักแต่ไม่กล้าขัด มาร์คเห็นท่าทางเหนียมๆของดาหลาก็นึกเอ็นดู ตั้งหน้าตั้งตาชวนคุยแต่เหมือนเธอจะระแวงและไม่ค่อยตอบสนองนัก

ฟากร้อยดาวเดินตัวลีบไปนั่งตรงหน้าดำรง โดยมีเต็มเดือนมาปรนนิบัติข้างๆ รินน้ำชาจากดอกยี่โถให้ด้วยท่าทางนอบน้อม ดำรงมองหน้าหลานสาวด้วยแววตาเข้มขึ้น นึกเคืองที่เธอจะไปจากบ้านนี้โดยไม่บอกลา

“ฉันคงเป็นปู่ที่แย่มากสินะ หล่อนถึงได้อยากจะไปๆให้พ้นหน้า หรือว่าหล่อนโกรธที่พินัยกรรมพ่อหล่อนประกาศชัดว่าหล่อนไม่ได้อะไรติดตัวไปสักสตางค์แดงเดียว...แม้แต่เวียงร้อยดาว เรือนหอของแม่หล่อน”

“เวียงร้อยดาวเคยเป็นเรือนหอด้วยหรือคะ”

เต็มเดือนยิ้มบางๆตอบแทน “ใช่จ้ะ...คุณพี่ตั้งใจสร้างไว้เป็นเรือนหอสำหรับเวียงแก้วโดยเฉพาะ ไม่นึกเลยว่า...”

ดำรงขัดขึ้นดื้อๆ ให้นมแสงมายกข้าวของหลานสาวไปเก็บ ร้อยดาวจะค้านแต่เขาไม่ฟังแถมสั่งเสียงเรียบ

“หากหล่อนยังไม่เลิกล้มความคิดจะกลับอังกฤษวันนี้พรุ่งนี้ อีกเดือนกว่าๆหล่อนก็ต้องกลับมาที่นี่ให้ฉันเห็นหน้าอีก...น่ารำคาญ เปิดพินัยกรรมเจ้าดิลกเรียบร้อยเมื่อไหร่ หล่อนจะไปไหนก็เชิญ!”

ฝ่ายจงจิตรพร่ำบอกดารกาให้สานสัมพันธ์กับมาร์คเพราะเห็นเป็นลูกทูต แต่ดารกาไม่ชอบเพราะปักใจกับปรมัตถ์ สะใภ้สองแห่งบ้านบดินทร์ธรเลยแหวลูกเสียงเขียว...ลูกทูตกับลูกทนาย เปรียบกันได้ที่ไหน อย่าโง่นักเลย!

ด้านมาร์ค...ไม่ละความพยายามจะชวนดาหลาคุย แต่เธอกลับถามคำตอบคำจนเขาแทบถอดใจ เมื่อร้อยดาวกลับมา ดาหลาจึงรีบขอตัวไปหาดำรง มาร์คได้แต่มองตามตาปรอย แอบขำระคนเอ็นดูท่าทางเย็นชา นั้น ร้อยดาวส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของเพื่อนและเดินมาส่งที่รถ มาร์คอดวิจารณ์บรรยากาศของบ้านบดินทร์ธรตรงๆไม่ได้

“ดูไปดูมา ไอว่าที่นี่เหมือนคุกเปี๊ยบ ทำรั้วสูงๆ เอาไว้กันคนในออกหรือกันคนนอกเข้าไม่รู้ ยูกลับกับไอเถอะนะ”

“ไอรับปากคุณปู่จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อดิลก ถึงตอนนั้นไอจะรีบกลับอังกฤษทันที”

ร้อยดาวยิ้มให้จนมาร์คต้องยอมกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้ายว่าเขาจะพักที่โรงแรมในเมืองเป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะกลับ

ooooooo

การปรากฏตัวของวิญญาณเวียงแก้วเมื่อกลางวันทำให้ร้อยดาวคาใจ นึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีแค่เธอที่เห็น เธอเดินไปส่องกระจกหาความผิดปกติที่ดวงตา แต่กลับเห็นภาพชายร่างใหญ่ท่าทางซอมซ่อกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแทน ร้อยดาวสะดุ้งเฮือก ดึงตัวเองกลับมา...เขาคือใครกันแน่!

ร้อยดาวสะบัดหน้าเรียกสติและจะไปอาบน้ำ แต่ได้ยินเสียงเพลงลาวคำหอมดังขึ้นเสียก่อน เลยตัดสินใจไปตามหาที่มาจนถึงห้องนั่งเล่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง
ถูกเปิดทิ้งไว้ ร้อยดาวขยับไปดูใกล้ๆเลยตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง...

เสียงเพลงลาวคำหอมดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับภาพวิรุฬสีไวโอลินให้เวียงแก้วฟังที่ริมบึงบัว บ่าวสาวหน้าใสชื่นชอบเพลงนี้มาก ราชนิกุลหนุ่มปลื้มใจ รับปากจะมาสีให้ฟังบ่อยๆ

“เล่นให้ข้าเจ้าฟังบ่อยๆ ท่านชายไม่เบื่อหรือเจ้า”

“ไม่เบื่อหรอก อยู่กับเจ้าแล้วเรามีความสุข”

เวียงแก้วเขินหน้าแดง ก้มหน้าไม่กล้าสบตา วิรุฬยิ้มน้อยๆ เห็นเธอนุ่งซิ่นผืนเก่าเลยถามถึงผืนที่เคยซื้อให้

“ข้าเจ้าไม่กล้าใช้ ของท่านชายมีพระเมตตาประทานให้ ถือว่าเป็นของสูง ข้าเจ้าเก็บในตู้อย่างดี”

“โธ่...ของสูงอะไรกัน เราให้เจ้าไว้ใช้ ไม่ใช่ไว้บูชา เราเชื่อว่าถ้านุ่งซิ่นผืนนั้น เจ้าจะต้องงามมากแน่ๆ”

เวียงแก้วอาย ตั้งท่าจะพูดบางอย่างแต่ไม่ทันอ้าปาก ปกรณ์ก็ผ่านมาเห็นเสียก่อน บ่าวสาวเลยขอตัว ทิ้งให้สองหนุ่มเพื่อนรักมองตามจนลับตา วิรุฬได้แต่อมยิ้มสุขใจ ส่วนปกรณ์เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของเพื่อนรักกับบ่าวสาว

สองหนุ่มเดินคุยกันเรื่อยๆในสวน ภาพเกาะกลางบึงบัวตรงหน้าทำให้ปกรณ์ตัดสินใจเอ่ยปากขอซื้อจากวิรุฬ

“เกาะกลางบึงบัวคือตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับนั่งชมดาว กระหม่อมอยากสร้างหอดูดาวเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพระหว่างบดินทร์ธรกับเวฬุมาศให้แน่นแฟ้นตลอดไป ฝ่าบาททรงคิดเห็นเช่นไร”

“เด็กๆเราก็ชอบตั้งกล้องดูดาวที่นี่เหมือนกัน หากเกลออยากได้ก็เอาไปเถอะ เรายินดียกให้”

ส่วนเวียงแก้ว...กลับถึงตึกใหญ่ก็ถูกใช้ถูพื้นบันไดโถงกลาง โดยมีสร้อยฟ้ากับจงจิตรนั่งทานของว่างไม่ไกลกันนัก สองสะใภ้ต่อปากต่อคำกันเช่นเคย ขุดคุ้ยเรื่องกำพืดมาข่มกันเสียงลั่น โดยเฉพาะจงจิตร จงใจแดกดันสร้อยฟ้าที่มาแย่งความรักจากปกรณ์ สะใภ้สามโต้กลับด้วยความเจ็บใจ

“คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนักเหรอ หล่อนมันก็แค่น้ำพริกถ้วยเก่าเหม็นหืนขึ้นรา ไร้น้ำยามัดใจผัว เป็นหมาหัวเน่า ทำเป็นชูคอไปเถอะ ตกลงมาจากคอนเมื่อไหร่ฉันจะกระทืบซ้ำให้จมดินเชียว”

สร้อยฟ้าอาฆาตแล้วจะขึ้นห้อง และสั่งเวียงแก้วไปทำความสะอาดห้องเธอ เต็มเดือนได้ยินเลยปฏิเสธให้ และสั่งเสงี่ยมไปทำแทน จงจิตรไม่อยากมีปัญหากับสะใภ้ใหญ่ ได้แต่มองตามด้วยความแค้นใจ...อย่าให้ถึงทีฉันบ้างละกัน!

ooooooo

อาการเกรี้ยวกราดของสร้อยฟ้าเมื่อบ่ายทำให้เต็มเดือนรำคาญและอยากตัดไฟแต่ต้นลม จึงวางแผนให้ชิดคนสวนที่รับใช้มานานจัดการบางอย่างให้ ปกรณ์ผ่านมาแถวนั้นพอดี สะใภ้เอกจึงผละไปหาและพูดจาอย่างแจ่มใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางหยิบดอกยี่โถสีแดงสดขึ้นชื่นชมแล้วเปรยถึงเรื่องในอดีต

“คุณพี่เคยมอบดอกยี่โถให้น้อง สีแดงสดคล้ายดอกปาริชาตบนสวรรค์ น้องถึงได้รักดอกยี่โถเป็นพิเศษ”

ปกรณ์นิ่วหน้า คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยให้ดอกยี่โถแก่เต็มเดือน แต่ก็เลือนรางเพราะสมัยนั้นจีบอยู่หลายคน เวียงแก้วถือถังน้ำทำความสะอาดผ่านมาพอดี ปกรณ์มองตามจนเหลียวหลัง เปรยกับเมียเอกว่าสงสารและอยากให้เวียงแก้วมาทำงานบนเรือน เต็มเดือนพยักหน้าเออออแต่ในใจชักหวั่น...หรือคุณพี่จะคิดอะไรกับเวียงแก้ว

เย็นวันเดียวกัน...เวียงแก้วทำความสะอาดห้องนอนปกรณ์ เขาแอบมายืนข้างหลัง ลอบมองใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยความหลงใหล เวียงแก้วหน้าตื่นเมื่อเขาทำรุ่มร่ามถึงเนื้อถึงตัว พยายามถอยหนีแต่เหมือนเขาไม่เลิก นมแสงผ่านมาเห็นและพอเดาเหตุการณ์ได้เลยเข้ามาขวาง ปกรณ์ฉุนมากแต่ไม่กล้าออกอาการ กลัวเรื่องจะลามไปถึงหูเมียคนอื่น

เวียงแก้วเดินหน้าจ๋อยไปกับนมแสง เมื่อลับตาผู้คนหญิงชราจึงสอนให้ระวังตัวดีๆถ้าไม่อยากเดือดร้อนเพราะตัณหาของเจ้านาย เวียงแก้วจะเถียงแต่ถูกปรามให้สงบปากสงบคำเพราะเรื่องแบบนี้คงยากที่ใครจะเชื่อหากจับไม่ได้คาหนังคาเขา บ่าวสาวหน้าใสจำใจก้มหน้ารับชะตากรรม...หวังสุดใจว่าอย่าเกิดเรื่องแบบนี้อีกเลย

ด้านสร้อยฟ้า...เห็นห้องนอนตัวเองถูกจัดและทำความสะอาดด้วยความเรียบร้อยก็นึกกระหยิ่มใจ แต่ไม่ทันไรก็ต้องกรี๊ดลั่นเมื่อพบงูเห่าตัวเขื่องในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า สะใภ้สามหน้าซีดด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำให้ใจกล้าคว้าคองูเห่าร่างดำทะมึนมาบีบจนตายคามือ!

เสียงกรีดร้องโวยวายอย่างคนเสียสติของสร้อยฟ้าทำให้ทุกคนต้องมารวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ ซากงูเห่าตัวใหญ่ถูกโยนมาตรงหน้าเพื่อประจานความเลวของใคร บางคนในบ้านนี้ จงจิตรยกมือทาบอก ตกใจที่เห็นสัตว์เลื้อยคลานน่ารังเกียจ ส่วนเต็มเดือนต้นเรื่องตัวจริงแสร้งทำหน้าตื่นกลัวจนทุกคนตายใจ

ปกรณ์มองดำรงด้วยความเกรงใจ ตัดสินใจสอบสวนว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่เข้าห้องสร้อยฟ้า เสงี่ยมหน้าเจื่อนเพราะเป็นคนเข้าไปทำความสะอาดเมื่อบ่าย เต็มเดือนรีบสนับสนุนว่าเป็นคนสั่งเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ต้นห้องคนสนิทของจงจิตรละล่ำละลักปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่สร้อยฟ้าไม่เชื่อแหวลั่น

“อมพระมาพูดฉันก็ไม่เชื่อ อีแก่นี่มันเกลียดขี้หน้าน้องเลยคิดจะฆ่า ดีไม่ดีคงมีคนคอยหนุนหลังบงการ”

จงจิตรร้อนตัวโต้กลับอย่างดุเดือด “ระวังปากหล่อนหน่อยนะแม่สร้อยฟ้า ฉันกับเสงี่ยมไม่เคยคิดทำเรื่องเลวๆพรรค์นี้ ถ้าฉันคิดจะฆ่าหล่อน...ฉันเอาปืนยิงหล่อนไปนานแล้ว”

ปกรณ์ส่งสายตาปรามเมียสอง สร้อยฟ้าเดือดจัดจะเอาคืน แต่จงจิตรไม่กลัวแหวกลับ

“ตอแหล...ถ้างูมันอยู่ในห้องหล่อนจริงคงฉกหล่อนตายไปแล้ว ไม่ปล่อยให้รอดมาแหกปากปาวๆอย่างนี้หรอก”

ดำรงต้องกระแทกไม้เท้าปรามให้หยุด เต็มเดือนฉวยโอกาสนี้เตือนสติสองสะใภ้เพื่อเอาหน้า ส่วนปกรณ์ตัดปัญหาด้วยการบอกให้เลิกแล้วต่อกันเพราะหน่ายจะตัดสินความ พร้อมสั่งนมแสงให้เอาซากงูไปฝัง ดำรงมองลูกชายคนโตด้วยความเอือมระอา...เห็นใจแต่ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะดันมีมากเมียให้มากความเอง

ooooooo

นมแสงกับเวียงแก้วยกซากงูไปให้ชิดฝังหลังบ้าน บ่าวสาวหน้าใสไม่ค่อยเชื่อคำคนสวนนักว่างูจะเลื้อยเข้าห้องสร้อยฟ้าเอง แต่ไม่รู้จะโต้อย่างไรเลยปลีกตัวไปทำความสะอาด ส่วนปกรณ์ไม่อยากฟังเสียงบ่นของเมียสองกับสามให้เวียนหัวเลยกลับเข้าห้องตัวเองดื้อๆ เต็มเดือนยกป้านน้ำชามาให้ หวังเอาใจให้เขากลับมาหาเธอ

กล่องกำมะหยี่สีแดงบนโต๊ะทำให้สะใภ้เอกขมวดคิ้ว ความอยากรู้ทำให้เปิดดู สร้อยคอฝังพลอยพม่าน้ำงามจนเธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงซื้อมาให้จึงปิดฝาวางไว้ตามเดิม ปกรณ์ออกจากห้องน้ำ เห็นเมียเอกมาคอยจึงเข้าหอมแก้มและเล้าโลมตามประสาคนเจ้าชู้ เต็มเดือนเคลิ้มกับสัมผัสนั้น อิ่มใจที่เขายังหลงใหลเธอไม่เปลี่ยน

แต่ที่เต็มเดือนคิดไม่ถึง คือปกรณ์ลอบออกมานอกห้องตอนดึกๆเพื่อดักรอเวียงแก้วซึ่งเดินดับไฟตามมุมต่างๆในบ้านก่อนเข้านอน บ่าวสาวหน้าใสหน้าแดงด้วยความประหม่าที่เจ้านายหนุ่มเข้าประชิดแบบถึงเนื้อถึงตัว พร้อมสวมสร้อยคอฝังพลอยพม่าให้ แต่เมื่อได้สติจึงผละจากไปเพราะไม่อยากมีปัญหา ปกรณ์ได้แต่มองตามยิ้มๆ หลงใหลในตัวเวียงแก้วมากขึ้นทุกที

เมื่อกลับถึงห้อง...เวียงแก้วจึงหยิบสร้อยคอของปกรณ์กับผ้าซิ่นของวิรุฬมานั่งดู ทั้งสองสิ่งสวยงามจนเธออดเอามือลูบด้วยความรักและพอใจไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าสิ่งไหนก็เป็นของสูงเกินเอื้อมทั้งนั้น บ่าวสาว หน้าใสได้แต่มองเงาตัวเองในกระจก ในใจว้าวุ่นสับสน...ไม่รู้จะเลือกใครหรือตัดสินใจอย่างไรดี

ภาพเวียงแก้วค่อยๆเลือนหายไป ร้อยดาวดึงตัวเองออกจากอดีต ก้มมองตัวเองจึงได้เห็นว่ามีสร้อยคอฝังพลอยพม่าอยู่ที่คอ ผีเวียงแก้วปรากฏตัวตรงหน้าในสภาพเปียกโชก เอื้อมมือไปแตะที่สร้อยแผ่วเบา

“อย่าน้อยใจไปเลยนะลูก เรื่องพินัยกรรมนั่น...เพราะแม่แท้ๆ ลูกถึงได้ถูกตัดขาดจากกองมรดก”

“หนูไม่คิดอะไรจริงๆค่ะ ไม่ได้คาดหวังว่าคุณพ่อปกรณ์จะยกสมบัติอะไรให้หนูด้วยซ้ำ”

ผีเวียงแก้วสะเทือนใจ สงสารลูกจนน้ำตาไหล “สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยแห่งความรัก พ่อปกรณ์ของลูกมอบ ให้แม่นานมากแล้ว แม่เอามารับขวัญลูกในวันเปิดพินัย-กรรม ถือว่าเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่แม่มอบให้ลูก”

ร้อยดาวซาบซึ้งใจที่แม่นึกถึง เวียงแก้วจะลูบหัวลูกแต่กลับสัมผัสได้เพียงสุญญากาศ เธอร่ำร้องขอให้ลูกช่วยปลดปล่อยจากพันธนาการแน่นหนาที่ทำให้ต้องทนเหน็บหนาวกลางบึงอย่างเดียวดายมาตลอดหลายปี ร้อยดาว นิ่วหน้า พยายามถามว่าจะช่วยยังไงแต่ไม่ทันได้คำตอบ ผีเวียงแก้วก็ถูกพลังลึกลับดึงตัวหายไปเสียก่อน!

ooooooo

คำขอร้องของเวียงแก้วทำให้ร้อยดาวครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ต้องพักความคิดไว้ก่อนเมื่อเจอกับเต็มเดือนที่สวนหลังบ้าน สองสาวต่างวัยพูดคุยกันอย่างถูกคอ โดยเฉพาะเรื่องสรรพคุณของดอกยี่โถที่ร้อยดาวไม่เคยรู้มาก่อน

เต็มเดือนยิ้มร้าย แกล้งเปรยถึงพินัยกรรมและแสดงความเห็นใจร้อยดาวที่ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร แต่หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่คิดมาก แต่อดบ่นเพราะเบื่อที่ต้องอยู่ในบ้านที่แสนอึดอัดนี้ไม่ได้ เต็มเดือนจะปลอบแต่ต้องชะงักเมื่อเหลือบเห็นสร้อยคอฝังพลอยพม่าเจ้าปัญหาที่คอร้อยดาวเสียก่อน ชนักปักหลังทำให้อดถามไม่ได้ว่าเอามาจากไหน ร้อยดาวหน้าเสีย เอามือกุมสร้อยแล้วขอตัวจากไปดื้อๆ ทิ้งเต็มเดือนให้มองตามเครียดๆ...มันมาอยู่ที่เด็กนี่ได้ยังไง

ฟากดำรงโยนหนังสือพิมพ์พาดหัวและลงรูปของแก๊งอันธพาลยกพวกตีแย่งผู้หญิงซึ่งจงจิตรเอามาให้แต่เช้าตรงหน้าสะใภ้สามกับลูกชาย วีระวิทย์แก้ตัวพัลวัน โดยมีสร้อยฟ้าคอยหนุนและช่วยแก้ต่างให้ลูกตลอด ดำรงเบ้หน้าไม่เชื่อแม้แต่น้อยเมื่อหลานชายอ้างว่าไม่รู้เรื่องเพราะอ่านหนังสือในห้องสมุดทั้งวัน

“น้ำหน้าอย่างแกน่ะหรือจะเข้าห้องสมุด ฉันไม่ได้โง่เหมือนแม่แกนะ พูดตลบตะแลงยังไงก็เชื่อ”

“ถ้าผมทำจริงหนังสือพิมพ์ต้องลงชื่อนามสกุลประจานสิ คุณปู่ไม่ยอมรับฟัง เอาแต่จะปรักปรำให้ผมทำจนได้”

วีระวิทย์ตีหน้าเศร้า ขอคะแนนความสงสารจากปู่กับแม่ จงจิตรทนไม่ไหวแดกดันเลยถูกสร้อยฟ้าตอกกลับเป็นนัยๆถึงความลับที่แอบรู้มานาน “ฉันก็แค่พูดถึงนังหมาเดือนเก้าที่วันๆเอาแต่ส่ายหางริกๆวิ่งหาตัวผู้น่ะสิ”

จงจิตรเหลืออดปราดไปตบ ถูกสร้อยฟ้ากับกระถินรุมไม่เลี้ยง ดำรงส่ายหน้าเอือมๆแล้วผละจากไป ทิ้งสองสะใภ้ให้ตีกันจนเป็นขี้ปากบ่าวไพร่ทั้งบ้านด้วยความสมเพช...กัดกันยิ่งกว่าหมา!

กว่าสองสะใภ้จะแยกจากกันก็ฟกช้ำไปทั้งตัว ดาราเรศนั่งมองสภาพแม่ด้วยความอ่อนใจ แล้วอดแขวะพี่ชายไม่ได้ที่ก่อเรื่องงามหน้าประจานชื่อเสียงวงศ์ตระกูล สร้อยฟ้าส่งสายตาดุลูกสาว แต่เห็นด้วยไม่น้อยเรื่องพฤติกรรมสุดเหวี่ยงของลูกชาย แต่ก็ทำได้เพียงเตือนสติเบาๆให้ทำตัวดีหากอยากได้สมบัติของดำรง

“ของตาย ผมเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลบดินทร์ธร ไม่ยกบ้านนี้ให้ผมแล้วคุณปู่จะยกให้ใคร”

“คิดตื้นๆ ลืมนังดาหลาแล้วหรือไง ไหนจะนังร้อยดาว มาอยู่ไม่ทันไร คุณปู่ก็ทำท่าจะเอ็นดูมันกว่าเรศอีก”

วีระวิทย์เริ่มคล้อยตาม เช่นเดียวกับสร้อยฟ้าที่เบิกตาโพลงด้วยความแค้นใจ ประกาศกร้าว

“นังเวียงแก้ว...ฉันส่งมันลงนรกมาแล้ว นับประสาอะไรกับลูกของมัน!”

ฝ่ายจงจิตรเจ็บใจจนต้องไประบายกับปั้นในโรงจอดรถ คนขับรถคู่ขาเตือนให้ระวังตัวดีๆเพราะสร้อยฟ้าคงจะระแคะระคายความลับของเธอ แนะให้เพลาๆ

การออกไปข้างนอกเพื่อดูท่าที แต่จงจิตรไม่กลัว

“ขนาดลูกตัวเองออกไปทำระยำตำบอนนอบ้านมันเป็นแม่แท้ๆยังไม่เคยรู้ ทำเป็นมาสอดเรื่องของฉัน”

“คุณอย่าประมาทเด็ดขาด คุณสร้อยฟ้าพิษสงรอบตัว ถ้าไม่แน่จริง คงไม่อาศัยชายคาบ้านบดินทร์ธรถึงวันนี้”

จงจิตรพยักหน้าแกนๆ อยากพูดอะไรบางอย่างแต่ดารกาซึ่งแอบเห็นแม่คุยกับปั้นในมุมลับตาดันสะดุดกระป๋องน้ำทำเสียงดังขึ้นมาก่อน สะใภ้สองกับคู่ขาเลยผละจากกัน ส่วนดารกาหันไปต่อว่าร้อยดาวที่มา

ทักเธอจากข้างหลังโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงด้วยความโกรธเคือง...ทำเสียเรื่องหมด!

ร้อยดาวแปลกใจท่าทางหงุดหงิดของดารกา เมื่อสอบถามจากนมแสงจึงได้ความว่าดารกาเป็นเด็กขาดความอบอุ่นมาตลอด ทั้งพ่อแม่และปู่ไม่ค่อยให้ความใส่ใจนัก ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้แล้วตัดสินใจถามเรื่องสร้อยคอฝังพลอยพม่า นมแสงหน้าเจื่อน รู้ดีว่าสร้อยคอเส้นนี้มีที่มาที่ไปมาจากไหน

“สร้อยเส้นนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่คุณปกรณ์ทิ้งไว้ให้คุณเวียงแก้ว เธอต้องแลกมาด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดอย่างที่สุดของหัวอกลูกผู้หญิง หลังเธอเสีย อิฉันก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย ของของคุณแม่...คุณหนูเก็บรักษาให้ดีนะคะ”

ooooooo

คำบอกเล่าของนมแสงทำให้ร้อยดาวนึกสงสารและเห็นใจชะตากรรมของเวียงแก้วมากขึ้น แต่ไม่ทันได้ตามหาความจริงเพิ่ม น่านฟ้าก็มาเกาะรั้วขอให้เธอช่วยพูดกับสิบทิศเรื่องไปเรียนต่อที่อังกฤษ ร้อยดาวยินดีเป็นอย่างยิ่ง รับปากเป็นมั่นเหมาะจะเป็นพี่เลี้ยงและดูแลราชนิกุลหญิงเองหากได้ไปจริงๆ

แต่เมื่อสิบทิศทราบเรื่องกลับไม่เห็นด้วยและต่อว่าร้อยดาวที่สวนหน้าตำหนักด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ฉันไม่เห็นว่าไปเรียนเมืองนอกจะดีตรงไหน เห่อตามก้นฝรั่ง ไม่รู้จักคิดอะไรเอง ปล่อยให้ฝรั่งตาน้ำข้าวจูงจมูก”

“ดิฉันไม่ได้ต้องการให้คุณหญิงอ้าแขนรับทุกอย่างที่เป็นความคิดตะวันตกเสียหมด แต่คุณชายก็ทราบ...อังกฤษเป็นที่ยอมรับว่ามาตรฐานการศึกษาอยู่แถวหน้าของโลก พอเรียนจบคุณหญิงจะได้เอาความรู้กลับมาใช้พัฒนาเมืองไทย”

สิบทิศถึงกับอึ้ง จนด้วยเหตุผลหนักแน่นของร้อยดาว เลยแถอ้างเรื่องสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงของน้องสาวว่าไม่น่าไว้ใจให้ไปคนเดียว ร้อยดาวอาสาดูแลให้เพราะเธอเกิดและโตที่นั่น แต่สิบทิศไม่ยอมและตอกกลับไม่ไว้หน้า

“เธอน่ะหรือจะดูแลน้องสาวฉันได้ ลำพังเอาตัวเองให้รอดเถอะ ก่อนจะดูแลคนอื่น”

“อยู่อังกฤษ ดิฉันก็ดูแลตัวเองมาได้จนป่านนี้ หากต้องดูแลคุณหญิงอีกคนคงไม่ใช่เรื่องยากเย็น”

“อวดดีที่สุด...ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันฝากชีวิตน่านฟ้าไว้กับเธอแน่”

สิบทิศหุนหันจากไปดื้อๆ เจอกับรัตนากรที่นั่งจิบน้ำชาในตำหนัก เลยอดบ่นเรื่องน่านฟ้ารบเร้าขอไปเรียนต่อที่อังกฤษเพราะมีร้อยดาวหนุนหลังไม่ได้ รัตนากรซึ่งเคยเห็นด้วยกับสิบทิศแทบทุกเรื่องกลับเห็นดีเห็นงาม เพราะอยากให้ร้อยดาวมาเป็นส่วนหนึ่งของเวฬุมาศ

อยู่แล้ว แต่ราชนิกุลหนุ่มไม่ยอม ความทรงจำวันที่วิรุฬยิงตัวตายต่อหน้าต่อตาตอนทราบว่าเวียงแก้วผูกคอตายกลายเป็นปมฝังใจเขามาถึงวันนี้

“ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน หลานก็ไม่อาจลบความ แค้นในใจที่บดินทร์ธรสร้างไว้กับเราได้ ท่านป้า...ร้อยดาว เป็นคนในตระกูลที่ทำลายล้างเวฬุมาศ แล้วหลานจะกล้าปล่อยน่านฟ้าไปเรียนอังกฤษกับแม่คนนั้นน่ะหรือ...ไม่มีวัน!”

รัตนากรส่ายหน้าอ่อนใจในความเจ้าคิดเจ้าแค้นของหลาน พยายามเตือนสติให้ปล่อยวางแต่เขาไม่รับฟัง

“ท่านพ่อยอมแต่งงานกับท่านแม่ด้วยภาวะจำยอม ใช้ชีวิตคู่อย่างรอมชอมเพราะหน้าที่  ใครจะรู้ล่ะว่าวันหนึ่งหม่อมเจ้าวิรุฬจะทรงหูหนวกตาบอดถึงขั้นยอมทิ้งลูกทิ้งเมีย ภาระหน้าที่ ถวายชีวิตเซ่นพลีความรักโดยไม่เกรงคำครหา”

“ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอกนะ แต่คนเราต่างหากที่ยอมตาบอดเพราะความรัก ความรักก่อพลังทั้งด้านบวกและลบ สร้างสรรค์และทำลาย ทำให้มีความสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน เปรียบเสมือนไฟที่ให้ทั้งคุณและโทษ อยู่ที่ว่าใครจะรู้จักและเข้าใจความรักในด้านไหน”

“เพราะความรักที่ท่านพ่อมีต่อผู้หญิงบ้านบดินทร์ธรคนนั้น ทำให้เวฬุมาศต้องอัปยศ มีอันเป็นไปได้ถึงเพียงนี้”

“ที่หลานพูดมามันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นความหลงที่ทำให้ยึดมั่นถือมั่นในรักอย่างงมงาย เสียคนด้วยอารมณ์ชั่ววูบจากความรักจอมปลอม รู้จักเปิดใจเสียบ้าง เอาน้ำตาลบความแค้นในใจแล้วหลานจะเห็นอะไรชัดขึ้นสิบทิศ”

ในขณะที่สิบทิศหมกมุ่นกับปมอดีตฝังใจ น่านฟ้าไปปั่นจักรยานแก้เซ็งกับร้อยดาว แต่ไม่วายบ่นกระปอด กระแปดเรื่องพี่ชาย “หญิงโตแล้วนะคะ จ้ำจี้จ้ำไชเป็นเด็กๆ แล้วเมื่อไหร่หญิงจะเป็นผู้ใหญ่กับเขาเสียที อึดอัดจะตาย ทุกวันนี้ก็แทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เหมือนนักโทษอุกฉกรรจ์ หญิงน่าจะเกิดเป็นน้องสาวคุณร้อยดาวให้รู้แล้วรู้รอด”

ร้อยดาวส่ายหน้าอ่อนใจ เสนอตัวเป็นพี่สาวเพราะนึกเอ็นดูราชนิกุลสาว น่านฟ้ายินดีมากเพราะปลื้มในตัวเพื่อนสาวจากบ้านบดินทร์ธรเป็นทุนเดิม แถมยังประกาศจะต้องพิสูจน์ตัวเองกับพี่ชายให้ได้ว่าเธอดูแลตัวเองได้แล้ว

ooooooo

ร้อยดาวท้าพิสูจน์ความกล้าของน่านฟ้าด้วยการพาไปสำรวจเวียงร้อยดาวอีกรอบ ราชนิกุลสาวเบ้หน้า ขนลุกซู่เมื่อนึกถึงครั้งที่แล้วที่เกือบเอาตัวไม่รอด ผีเวียงแก้วพยายามสะกดจิตให้ร้อยดาวปลดผ้ายันต์เพื่อปลดปล่อยวิญญาณ แต่ไม่มีโอกาสสักทีเพราะน่านฟ้าอยู่ด้วยตลอด

แต่ในที่สุดการรอคอยก็มาถึง เมื่อร้อยดาวไปสำรวจห้องดูดาวและพลัดตกจากระเบียงชั้นบน ผีเวียงแก้วเลยใช้พลังพิเศษ ทำให้ลูกสาวตกอยู่ในภวังค์และย้อนกลับสู่เรื่องราวในอดีตของตนอีกครั้ง...

การก่อสร้างหอดูดาวบนเกาะกลางบึงบัวของปกรณ์รุดหน้าไปมาก วิรุฬมาดูแล้วนึกชอบใจ ยินดีกับเพื่อนด้วยใจจริงที่จะมีสถานที่ส่วนบุคคลไว้ดูดาว ปกรณ์ยิ้มรับและเปรยถึงเรื่องคู่ครองของราชนิกุลหนุ่มว่าเมื่อไหร่จะได้เจอ วิรุฬอมยิ้มหน้าแดง บอกว่ารอให้แน่ใจอีกสักหน่อยจะพามาเปิดตัวแน่

เวลาเดียวกันที่ตึกใหญ่บ้านบดินทร์ธร...ดิลกกับจันทร์ฉายกลับจากดูแลกิจการที่กรุงเทพฯ ดำรงดีใจที่ลูกชายกลับบ้านแต่ทำหยิ่ง เหน็บแนมเรื่องหลานว่าไม่มีให้เชยชม ดิลกกับจันทร์ฉายหน้าเสีย อยากมีลูกเหมือนกันแต่จนปัญญา นมแสงมาสบทบพอดีตามคำสั่งดำรง พาสองสามีภรรยาไปห้องพักและทักทายตามประสาคนคุ้นเคยมานาน

ฟากเวียงแก้วถูกเสงี่ยมกับจงจิตรไปลากตัวมาจากตึกใหญ่ให้ลงไปงมไหลบัวมาทำแกงส้ม บ่าวสาวหน้าใสว่ายน้ำไม่เป็นแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งเลยลงไปดำผุดดำว่ายจนแทบเอาตัวไม่รอด วิรุฬกับปกรณ์เดินคุยมาเรื่อยๆตามทาง เมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายของเวียงแก้วเลยวิ่งไปดู วิรุฬไม่รอช้ากระโจนลงไปช่วยทันที ต่างจากปกรณ์ที่ยืนรีรอริมบึงเพราะกลัวตาย และตะโกนเรียกคนงานอื่นๆให้มาช่วยแทน

วิรุฬพาเวียงแก้วขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จด้วยสภาพแทบหมดแรง ดิลกกับจันทร์ฉายที่วิ่งมาตามเสียงเรียกของปกรณ์จึงอาสาพาไปพัก ทิ้งปกรณ์ให้เอาหน้ารับสมอ้างกับเวียงแก้วว่าเป็นคนช่วยเธอมาจากน้ำ แถมอุ้มไปส่งที่เรือนอีกต่างหาก สร้างความอิจฉาและความไม่พอใจให้แก่จงจิตรเป็นอย่างมาก

เวลาเดียวกันที่เรือนพักคนใช้...เต็มเดือนไปตามหาเวียงแก้วในห้องอย่างถือวิสาสะ แปลกใจไม่น้อยที่บ่าวสาวไม่มาหาตามเสียงสั่นกระดิ่งเหมือนเคย กล่องกำมะหยี่คุ้นตาบนหัวเตียงทำให้สะใภ้เอกนิ่วหน้า เมื่อเปิดดูก็ถึงกับอึ้งเพราะมันคือสร้อยคอฝังพลอยพม่าที่คิดว่าปกรณ์จะซื้อมาให้ตน เต็มเดือนโกรธมาก แต่ไม่ทันได้สะระตะความคิดปกรณ์ก็อุ้มร่างเปียกโชกของเวียงแก้วเข้ามาเสียก่อน

เต็มเดือนเห็นสายตาและท่าทางห่วงบ่าวสาวจนออกนอกหน้าของผัว ก็นึกรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อารมณ์หึงหวงและความอิจฉาทำให้พาลลงกับเวียงแก้ว ยิ่งรู้ว่าปกรณ์เป็นคนให้สร้อยคอเจ้าปัญหานั่นยิ่งโมโห สั่งให้บ่าวสาวตบปากตัวเองจนหน้าบวมแดงไปหมด แถมยังประกาศกร้าวไม่ให้เวียงแก้วมารับใช้อีกและจะส่งไปรับใช้สร้อยฟ้าแทน

ฝั่งวิรุฬคิดถึงเหตุการณ์เวียงแก้วจมน้ำเกือบตายแล้วตัดสินใจจะขอแต่งงาน ไม่อยากให้เธอทนเสี่ยงกับเรื่องบ้าบอที่บ้านบดินทร์ธรอีกแล้ว เมื่อรัตนากรทราบเรื่องก็ไม่ขวาง แม้หญิงสาวที่น้องชายหลงรักจะเป็นคนไม่มีศักดิ์หรือฐานันดรก็ไม่สนใจ เพราะอยากให้เขามีความสุขมากกว่า

“อำนาจยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นเพียงเปลือกนอกของมนุษย์ สุดแท้แต่เราจะสร้างภาพเอาเองทั้งนั้น ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน หากหัวใจตัวเองบอกว่ารักเขาจริงก็ไม่ต้องกลัวใครจะว่าอะไรทั้งนั้น มั่นใจเมื่อไหร่แล้วค่อยบอกพี่”

ส่วนเวียงแก้วถูกสร้อยฟ้าทารุณกรรมจนปกรณ์ทนไม่ไหวเข้าห้าม ดำรงเข้าใจสถานการณ์ดีและเห็นใจบ่าวสาวที่ต้องรับเคราะห์ จึงตัดปัญหาส่งเวียงแก้วไปรับใช้ดิลกกับจันทร์ฉายแทน แต่แม้สองเจ้านายคนใหม่จะดีเพียงใด เวียงแก้วก็อดระทมทุกข์ไม่ได้เพราะสามสะใภ้จ้องจับผิดตลอดเพราะหมั่นไส้ที่ปกรณ์ดูจะอาทรบ่าวสาวเป็นพิเศษ

เมื่อวิรุฬทราบเรื่องความโหดร้ายที่เวียงแก้วได้รับ ในบ่ายวันเดียวกันก็ไม่รอช้า ไปขอไถ่ตัวบ่าวสาวจากดำรงทันที แต่เมื่อปกรณ์ทราบเรื่องเลยรีบไปขัดขวางและคืนเงินค่าไถ่ให้ราชนิกุลหนุ่มเพราะอยากได้เวียงแก้วเป็นเมีย

“เวียงแก้วเป็นของกระหม่อม เกรงว่าจะยกให้ฝ่าบาทไม่ได้”

“เวียงแก้วอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะถูกรังแก โขกสับสารพัด เราไม่เห็นใครหน้าไหนจะออกหน้าปกป้องเธอเลยสักคน”

“เรื่องภายในบ้าน กระหม่อมจัดการเองได้ คงไม่ต้องรบกวนฝ่าบาท”

เวียงแก้วกลายเป็นคนกลางที่ลำบากใจที่สุด แต่เมื่อถูกคาดคั้นมากเข้าเลยจำต้องตัดสินใจก้มลงกราบวิรุฬ

“เป็นพระกรุณาที่ฝ่าบาททรงเมตตาหญิงบ้านป่าอย่างข้าเจ้าเสมอมา แต่ข้าเจ้าคงไปสนองคุณรับใช้เบื้องพระบาทไม่ได้ ข้าเจ้ากับพ่อเป็นหนี้บุญคุณตระกูลบดินทร์ธร มากนัก ใช้จนตายก็ไม่มีวันหมด ข้าเจ้าขอรอที่นี่จนกว่าพ่อจะมารับกลับบ้าน ถ้าพ่อไม่มา...ข้าเจ้าก็ขอทำงานชดใช้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจของข้าเจ้า”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 17:03 น.