สมาชิก

เวียงร้อยดาว

ตอนที่ 4

ในขณะที่สมาชิกเกือบทุกคนในบ้านเครียดเรื่องพินัยกรรม ทั้งลุ้นทั้งภาวนาให้ผลที่ออกมาตนได้รับประโยชน์มากที่สุด มีเพียงเมดาในคราบร้อยดาวที่ไม่กังวล เพราะรู้ดีแก่ใจว่าฐานะและตัวตนแท้จริงของตัวคือใคร เลยได้แต่นั่งมองภาพถ่ายของพ่อกับแม่ที่เอามาจากบ้านที่อังกฤษหงอยๆ

“จบเรื่องพินัยกรรมเมื่อไหร่ หนูจะนำอัฐิคุณแม่กับคุณพ่อไปไว้ที่วัดก่อนบินกลับอังกฤษนะคะ”

ทันใดนั้น...เสียงประหลาดจากห้องใต้หลังคาก็ดังขึ้น ร้อยดาวรีบลุกไปห้องสมุดและปีนขึ้นห้องใต้หลังคา ซึ่งมืดและอับชื้นเหมือนเดิม แถมด้วยกลิ่นเหม็นสาบคละคลุ้งจนเธอต้องเอามืออุดจมูก ร้อยดาวควักเทียนไขที่ติดมือมาจุดนำทางและมองหาที่มาของเสียงร้องโหยหวนซึ่งตามหลอกหลอนแทบทุกคืน

ร้อยดาวคลำสะเปะสะปะตามทาง เสียงโซ่แกรกกรากดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในสภาพขะมุกขะมอมเหมือนไม่ใช่มนุษย์โถมตัวหาด้วยท่าทางคุกคาม ร้อยดาวตกใจกรี๊ดลั่น ลนลานหนีจนสะดุดเท้าตัวเองล้มกับพื้น ชายผู้นั้นกระโจนหาอีกแต่ติดโซ่ล่ามข้อเท้าทำให้ไปได้ไม่ไกล ร้อยดาวรีบกระถดตัวหนีจนตกจากช่องใต้หลังคา!

ร้อยดาวหลับตาแน่น คิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อลืมตาอีกครั้งจึงพบว่าเป็นเวลาเช้า และตัวเองนอนแอ่งแม้งบนพื้นข้างๆเตียง นมแสงโผล่มาพอดี เธอเลยแก้ตัวแกนๆว่าตกเตียงเพราะฝันร้าย นมแสงไม่ติดใจและเร่งให้ไปที่ห้องโถง เพราะตอนนี้ทุกคนในบ้านกำลังรอเธออยู่เพื่อฟังการเปิดพินัยกรรมของปกรณ์

ทุกคนในบ้านนั่งมองนาฬิกาด้วยความกระวนกระวาย โดยเฉพาะจงจิตรกับสร้อยฟ้าที่ลุกไปลุกมาไม่หยุด อยากรู้ว่าปกรณ์จะยกอะไรให้บ้าง เมื่อร้อยดาววิ่งหน้าตื่นออกมาเลยถูกจงจิตรด่ากระทบเสียงเขียว

“อยู่ที่โน่น ลูกนอกไส้อย่างหล่อนคงไม่ได้รับการสั่งสอนสินะ ถึงไม่รู้ว่าการมาสายเป็นมารยาทที่ทราม”

สร้อยฟ้าผสมโรงแขวะอีกหลายยก ร้อยดาวขอโทษเสียงอ่อยจนดำรงสงสาร สั่งสอนแกมปลอบ

“ทีหลังหัดตรงต่อเวลาให้เป็นนิสัย เพราะมันหมายถึงการให้เกียรติคนอื่น”

ร้อยดาวรับคำเสียงเบา ก้มหน้าก้มตามองมือบนตัก ไม่อยากสบตาคนอื่นให้สะเทือนใจ ทวีปเห็นสมาชิกพร้อมหน้าจึงหยิบซองพินัยกรรมมาเปิดและเริ่มอ่าน ทุกคนเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก มีเพียงร้อยดาวที่เห็นรอยน้ำเปียกลากเป็นทางยาว พร้อมกลิ่นเหม็นสาบและการปรากฏตัวของวิญญาณเวียงแก้ว

บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนมีซากอะไรตาย แต่ทุกคนก็ทนเพราะทวีปยังอ่านพินัยกรรมไม่จบ ร้อยดาวขนลุกซู่เมื่อเห็นวิญญาณของแม่ไประรานสามสะใภ้และบรรดาลูกๆเมื่อทนายเก่าแก่ประกาศแจงรายละเอียดทรัพย์สินต่างๆของปกรณ์

เต็มเดือนลอบยิ้มเมื่อได้ยินว่าปกรณ์ยกที่ดินพันกว่าไร่รอบบ้านบดินทร์ธรและค่าเช่าที่นาต่างๆให้ ในขณะที่จงจิตรได้เครื่องประดับ สมบัติเก่าแก่ของตระกูล รถยนต์และโฉนดที่ดินเปล่าในอุตรดิตถ์ สร้อยฟ้า

ได้อาคารพาณิชย์ในตลาดสำเพ็งพร้อมทั้งค่าเช่าแผง วีระวิทย์ได้รับสัมปทานเกาะรังนกทางใต้ ส่วนเงินสดในธนาคารให้ดาราเรศกับดารกาแบ่งกันคนละครึ่ง แต่สิ่งที่ทุกคนอยากได้มากคือคฤหาสน์บดินทร์ธร ซึ่งปกรณ์จัดแจงยกให้อยู่ในความดูแลของดำรง

ทุกคนในบ้านหันไปมองร้อยดาวเป็นตาเดียวเมื่อทวีปอ่านพินัยกรรมจบ จงจิตรปากไวสุดเยาะเย้ยถากถางใหญ่เมื่อผลออกมาว่าหญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ได้อะไรสักอย่าง

“คุณพี่ไม่เคยเห็นกาฝากอย่างหล่อนอยู่ในสายตา คราวนี้คงเก็บของไสหัวไปให้พ้นบ้านหลังนี้ได้เสียที”

สร้อยฟ้าแขวะตาม สะใจเหลือเกินที่ลูกสาวเวียงแก้วไม่ได้อะไร “อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลแต่กลับไม่ได้สมบัติติดมือสักชิ้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษแม่แกนั่นแหละที่เที่ยวระริกระรี้ วิ่งแร่หาผู้ชายไม่เลือกหน้า”

วิญญาณเวียงแก้วโมโหมาก อาละวาดทำลายข้าวของจนทุกคนแตกตื่น ร้อยดาวเป็นคนเดียวที่เห็น ยกมืออุดปากด้วยความตกใจกลัว ดำรงสังหรณ์ใจว่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์ผีเวียงแก้วเลยเปรยเสียงไม่เบานัก

“อย่านึกว่าหล่อนใช้วิธีนี้แล้วจะได้ผล”

เหตุการณ์ในห้องโถงวุ่นวายไปหมด กระถินซึ่งกำลังเก็บเศษแก้วที่หล่นมาแตกถูกวิญญาณเวียงแก้วเข้าสิง โต้ตอบดำรงอย่างกราดเกรี้ยว “ลูกชายท่านทำเจ็บแสบนัก ดีล่ะ...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!”

ขาดคำก็ทำท่าจะย่างสามขุมหาดำรง แต่สุดท้ายก็หมดพลังล้มพับไปเสียก่อน ประมุขใหญ่แห่งบ้านบดินทร์ธรไม่มีสีหน้าหวาดหวั่น ตั้งท่าจะกลับเข้าห้องแต่คงเพราะลุกเร็วไปเลยหน้ามืดเป็นลมอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ครู่ใหญ่กว่าดำรงจะฟื้น ดาหลาจะตามหมอมาดูอาการแต่เขาห้ามไว้เพราะคิดว่าคงแค่หน้ามืดด้วยความอ่อนเพลีย ร้อยดาวซึ่งตามมาเฝ้าสนับสนุนให้พาหมอมาตรวจ แต่ต้องหน้าจ๋อยเมื่อถูกดำรงแหวกลับ หาว่าเธอคงกลัวเขาเป็นอะไรไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่วนแบ่งในสมบัติสักชิ้น ปรมัตถ์สงสารเลยช่วยพูดให้เธอ

“ตอนที่คุณท่านหมดสติไป คุณหนูร้อยดาวเป็นห่วงคุณท่านมาก คงไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นหรอกครับ”

“สอดขึ้นมากลางปล้องเชียวนะ เออแน่ะ...เจอหน้ากันไม่ทันไรก็ออกรับหน้าแทนแม่ม้าดีดกะโหลกนี่เสียแล้ว ดูเอาเถอะทวีป...ลูกชายเธอมันคงอยากเป็นหลานเขยฉัน”

ร้อยดาวทำหน้าไม่ถูก ส่วนทวีปส่งสายตาปรามลูกชายอย่างตำหนิที่พูดจาไม่รู้จักคิด

“กระผมต้องขอโทษแทนเจ้าปรมัตถ์มันด้วยที่พูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ”

“ฉันไม่ถือหรอก เล็กๆเคยเป็นยังไง โตก็เป็นอย่างนั้น ตอนนี้หมาเลียก้นไม่ถึง คงจะไม่กลัวไม้เรียวฉันแล้ว”

ปรมัตถ์ยิ้มเจื่อนๆ ใจมาเป็นกองที่ดำรงไม่ขัดขวาง แต่ร้อยดาวไม่สบายใจขอบินกลับอังกฤษเพราะเสร็จสิ้นภารกิจฟังพินัยกรรมแล้ว แต่ทวีปรั้งไว้เพราะมีของดิลกอีกคนที่ต้องรอครบร้อยวันเสียก่อนจึงจะเปิดได้ ร้อยดาวทำหน้าเมื่อย เซ็งจัดเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...มีแต่คนจ้องจะจับผิดและให้ร้ายเธอตลอดเวลา

เวลาเดียวกันที่ห้องสร้อยฟ้า...สะใภ้สามแห่งบ้านบดินทร์ธรใช้ผ้าซับเลือดที่มุมปากเพราะถูกลูกหลงจากอิทธิฤทธิ์ของผีเวียงแก้วทำให้เศษแก้วกระเด็นไปบาด โทษฐานที่ชอบแขวะร้อยดาว กระถินนั่งหมอบไม่ห่าง แก้ตัวพัลวันว่าไม่รู้เรื่องที่ตนทำท่าเหมือนถูกผีเข้าจนกล้าต่อปากต่อคำกับดำรง สร้อยฟ้ารำคาญไม่อยากฟังสาวใช้พร่ำเรื่องไร้สาระเลยไล่ตะเพิด กระถินจำต้องคลานออกจากห้องไปช้าๆ นึกด่าเจ้านายสาวในใจ...อย่าให้ถึงทีกูบ้างแล้วกัน!

วีระวิทย์กับดาราเรศก็ไม่ชอบใจสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ โวยวายจนสร้อยฟ้าอยากจะบ้าตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผลออกมาแบบนี้แล้ว ส่วนจงจิตรนั่งระบายอารมณ์หัวเสียกับดารกาในห้อง

“คุณพี่ไม่ยุติธรรม ยกที่ดินให้นังเต็มเดือนเป็นพันๆไร่ ส่วนฉันได้แค่เศษที่นาเหลือๆไม่กี่แปลง”

“แต่เครื่องเพชร เครื่องทองของคุณย่าการะเกดในธนาคาร คุณพ่อก็ยกให้คุณแม่หมดไม่ใช่หรือคะ”

“แกจะไปรู้อะไรยายดา ของขี้ปะติ๋วแค่นี้ เทียบไม่ได้กับผลประโยชน์มหาศาลจากสัมปทานเกาะรังนกที่ลูกอีสร้อยฟ้าสารพัดพิษมันได้ด้วยซ้ำ”

ดารกาหน้าเสีย พยายามเกลี้ยกล่อมให้แม่ย้ายไปอยู่ข้างนอกเพราะอึดอัดต้องอยู่ที่นี่ แต่ถูกจงจิตรแหวให้เลิกคิด...เพราะบ้านบดินทร์ธรเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่ต้องเอามาให้ได้...รอให้ไอ้แก่ดำรงมันตายก่อนเถอะ!

ในขณะที่สองสะใภ้แค้นใจอยากได้คฤหาสน์บดินทร์ธร แต่เต็มเดือนกลับนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ ปลื้มใจที่ได้ส่วนแบ่งมรดกมากกว่าใคร สะใภ้เอกจ้องภาพถ่ายของปกรณ์ยิ้มๆแล้วเลื่อนชาดอกยี่โถให้

“บ้านหลังนี้น้องรักมากแค่ไหน คุณพี่ทราบใช่ไหมคะ ทุกซอกทุกมุม น้องคอยปัดกวาดเช็ดถูดูแลอย่างดี ไม่ต่างจากบ้านของน้องเอง แต่ไม่เป็นไรค่ะ...ของของเรา ยังไงก็ต้องเป็นของของเรา...จริงไหมคะคุณพี่”

ooooooo

ร้อยดาวรอดูจนแน่ใจว่าดำรงอาการดีขึ้นจึงไปส่งทวีปกับปรมัตถ์ขึ้นรถหน้าบ้าน ทนายเก่าแก่รู้ดีว่าเธออึดอัดใจไม่อยากอยู่ที่บดินทร์ธร เลยขอร้องให้คิดดีๆเพราะเธอคือทายาทโดยธรรมเพียงคนเดียวของดิลก ร้อยดาวสะกิดใจคำพูดแปร่งหู แต่ไม่ทันถาม ปรมัตถ์ก็โพล่งออกมาก่อน ขอร้องให้เธออย่าเพิ่งกลับ

“ใช่ว่าฉันอยากจะนั่งเครื่องบินไปบินมาอย่างนี้หรอกปรมัตถ์ แต่ฉันไม่รู้จะทนอยู่ที่นี่ต่อไปทำไม ใครๆในบ้านบดินทร์ธรต่างไม่ชอบขี้หน้าฉัน ขับไล่ไสส่งฉันให้ไปพ้นๆ แม้กระทั่งคุณปู่เองก็เถอะ”

ปรมัตถ์มองมาด้วยความเห็นใจ พร่ำบอกว่าจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ร้อยดาวขอบใจในความปรารถนาดี ต่างจากทวีปที่มองลูกชายด้วยความหนักใจ...ท่าทางจะถอนตัวไม่ขึ้นแล้วกระมัง!

เมดาในคราบร้อยดาวกลับไปนั่งเล่นในห้องเซ็งๆ เบื่อที่ต้องอยู่ต่อจนต้องคว้ารูปพ่อกับแม่มาบ่น

“คุณพ่อคุณแม่คะ หนูบินเป็นพันๆไมล์มาทำอะไรก็ไม่ทราบนะคะ ตลอดเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้ หนูเหมือนอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า หนูอยากกลับอังกฤษแต่ก็เหมือนมีอะไรทำให้ต้องอยู่ต่อ คุณพ่อคุณแม่ว่าหนูควรทำยังไงดีคะ”

กว่าร้อยดาวจะออกจากห้องอีกครั้งก็บ่ายจัด และตัดสินใจไปคุยกับน่านฟ้าแก้เบื่อที่ต้องอุดอู้แต่ในบ้านใหญ่แต่ไร้จิตวิญญาณแบบนี้ ราชนิกุลสาวตาโตเมื่อได้ยินว่าร้อยดาวจะกลับอังกฤษ สิบทิศผ่านมาได้ยินพอดีเลยแกล้งแขวะ

“ไปทำอะไรขวางหูขวางตาคนบ้านนั้นเข้าล่ะ ถึงได้โดนไล่ตะเพิดออกมา ถ้ายังไม่มีที่ไป จะมาทำงานบ้านให้ฉันที่นี่ก็ได้นะ เธอคิดเงินเดือนสักเท่าไหร่”

ท่าทางหัวเสียของร้อยดาวทำให้สิบทิศชอบใจ นึกเอ็นดูสาวหน้าใสที่เข้ามามีอิทธิพลในใจเขาทีละน้อย รัตนากรเห็นหลานทั้งสองพูดคุยกับร้อยดาวอย่างถูกคอเลยมาร่วมวงด้วย ซักถามคุณหนูคนเล็กแห่งบ้านบดินทร์-ธรถึงเรื่องอาการเจ็บป่วยของดำรง เมื่อทราบว่าดีขึ้นก็อดยิ้มด้วยความพอใจไม่ได้และครึ้มอกครึ้มใจพูดถึงเรื่องในอดีต

“เห็นเวียงร้อยดาวทีไร ฉันก็อดคิดถึงสองคนนั้นไม่ได้สักที คุณพ่อปกรณ์ของหนูกับวิรุฬ...น้องชายของฉันเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมาก ถึงขนาดว่ายอมตายแทนกันได้”

“แล้วทำไมคุณชายถึงได้ดูชิงชังครอบครัวดิฉันนักล่ะคะ เคยมีเรื่องอะไรขัดแย้งบาดหมางกันหรือเปล่า”

สิบทิศเดินงอนออกไปเฉยเพราะถูกหม่อมป้าสะกิดปมฝังใจ น่านฟ้าหน้าเสีย กลบเกลื่อนให้พี่ชายใหญ่ว่าเป็นคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ร้อยดาวได้แต่มองตามงงๆ...เป็นอะไรของเขากันแน่นะ

ร้อยดาวกลับถึงบ้านช่วงพลบค่ำ หน้าเจื่อนเมื่อเห็นข้าวของสัมภาระของตัวถูกกระถินโยนโครมที่พื้นหน้าตึก สร้อยฟ้า ดาราเรศ จงจิตรและดารกาออกมายืนอยู่แล้ว ส่งสายตาเย้ยหยันที่ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้วจะถูกเฉดหัวออกจากบ้าน จงจิตรตอกย้ำความสะใจด้วยการยื่นเงินค่ารถให้ ร้อยดาวไม่ยอมรับและก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของ กระถินจะโยนกระเป๋าหนังใส่อัฐิและสมุด บันทึกของดิลก ร้อยดาวไม่ยอมเลยเกิดการยื้อยุดกันขึ้น

เต็มเดือนเห็นเหตุการณ์ตลอดจากหน้าต่างห้อง แต่ไม่คิดช่วยเพราะไม่อยากหาเรื่องให้เปลืองตัว ส่วนร้อยดาวไม่มีแรงสู้กระถิน สร้อยฟ้ากับดาราเรศจึงฉวยโอกาสนี้กระชากกระเป๋าหนังอย่างแรงจนของข้างในร่วงออกมา โกศบรรจุอัฐิของดิลกร่วงกระแทกพื้นกระจาย ร้อยดาวถลาไปกอบอัฐิพ่อใส่โกศทั้งน้ำตา เคืองมากที่ถูกทำลายข้าวของ

“พวกคุณใจร้ายมาก แม้แต่อัฐิคุณพ่อฉันที่ล่วงลับไปแล้ว คุณยังทำกันได้ลงคอ พวกคุณมีหัวใจกันบ้างไหม”

ทุกคนยิ้มเยาะสมน้ำหน้าท่าทางจะเป็นจะตายของร้อยดาว นมแสงผ่านมาเห็นพอดีเลยปราดมาห้ามและตัดสินใจไปบอกดำรงให้ทราบว่าร้อยดาวจะกลับอังกฤษ แต่ไม่ทันขยับ...มารุตหรือมาร์คเพื่อนชายคนสนิทของเมดาจากอังกฤษก็ขับรถมาจอดเสียก่อน บังหนั่นถีบจักรยานตามมาแก้ตัวเสียงสั่นว่าพยายามห้ามแล้วแต่มาร์คจะเข้ามาให้ได้ ร้อยดาวอึ้งไปอึดใจ ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเปล่าที่เห็นเพื่อนเพราะปิดบังเขาไว้เรื่องปลอมตัวเป็นร้อยดาว

ooooooo

มาร์คได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสะใภ้ทั้งสองแห่งบ้านบดินทร์ธร โดยเฉพาะจงจิตรแสดงออกนอกหน้าว่ารู้จักมักจี่กับครอบครัวทูตของเขาเป็นอย่างดี มาร์คอึดอัดแต่ต้องพูดคุยด้วยตามมารยาท เมื่อเขาบอกว่าตั้งใจมาหาร้อยดาว สองสะใภ้ก็ตีหน้าซื่อบอกว่าเป็นหลานสาวคนเล็กของครอบครัวที่รักมาก ร้อยดาวเบ้หน้า...พวกลิ้นสองแฉก!

กว่ามาร์คจะได้อยู่ตามลำพังกับเพื่อนสาวก็ปาไปเกือบชั่วโมง เมดาในคราบร้อยดาวรีบชี้แจงว่าทุกคนที่นี่เรียกเธอว่าร้อยดาว มาร์คไม่ติดใจ ซักถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนคุ้นเคยกันมานาน และพยายามชวนกลับอังกฤษแต่ร้อยดาวไม่รับปากเพราะต้องอยู่รอฟังพินัยกรรมของดิลก

สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนานถ้าดาหลาไม่มาตามร้อยดาวไปพบดำรงเสียก่อน ร้อยดาวรีบผละไป แต่ไม่วายฝากฝังพยาบาลสาวให้เป็นเพื่อนคุยกับมาร์ค

ดาหลาไม่เต็มใจนักแต่ไม่กล้าขัด มาร์คเห็นท่าทางเหนียมๆของดาหลาก็นึกเอ็นดู ตั้งหน้าตั้งตาชวนคุยแต่เหมือนเธอจะระแวงและไม่ค่อยตอบสนองนัก

ฟากร้อยดาวเดินตัวลีบไปนั่งตรงหน้าดำรง โดยมีเต็มเดือนมาปรนนิบัติข้างๆ รินน้ำชาจากดอกยี่โถให้ด้วยท่าทางนอบน้อม ดำรงมองหน้าหลานสาวด้วยแววตาเข้มขึ้น นึกเคืองที่เธอจะไปจากบ้านนี้โดยไม่บอกลา

“ฉันคงเป็นปู่ที่แย่มากสินะ หล่อนถึงได้อยากจะไปๆให้พ้นหน้า หรือว่าหล่อนโกรธที่พินัยกรรมพ่อหล่อนประกาศชัดว่าหล่อนไม่ได้อะไรติดตัวไปสักสตางค์แดงเดียว...แม้แต่เวียงร้อยดาว เรือนหอของแม่หล่อน”

“เวียงร้อยดาวเคยเป็นเรือนหอด้วยหรือคะ”

เต็มเดือนยิ้มบางๆตอบแทน “ใช่จ้ะ...คุณพี่ตั้งใจสร้างไว้เป็นเรือนหอสำหรับเวียงแก้วโดยเฉพาะ ไม่นึกเลยว่า...”

ดำรงขัดขึ้นดื้อๆ ให้นมแสงมายกข้าวของหลานสาวไปเก็บ ร้อยดาวจะค้านแต่เขาไม่ฟังแถมสั่งเสียงเรียบ

“หากหล่อนยังไม่เลิกล้มความคิดจะกลับอังกฤษวันนี้พรุ่งนี้ อีกเดือนกว่าๆหล่อนก็ต้องกลับมาที่นี่ให้ฉันเห็นหน้าอีก...น่ารำคาญ เปิดพินัยกรรมเจ้าดิลกเรียบร้อยเมื่อไหร่ หล่อนจะไปไหนก็เชิญ!”

ฝ่ายจงจิตรพร่ำบอกดารกาให้สานสัมพันธ์กับมาร์คเพราะเห็นเป็นลูกทูต แต่ดารกาไม่ชอบเพราะปักใจกับปรมัตถ์ สะใภ้สองแห่งบ้านบดินทร์ธรเลยแหวลูกเสียงเขียว...ลูกทูตกับลูกทนาย เปรียบกันได้ที่ไหน อย่าโง่นักเลย!

ด้านมาร์ค...ไม่ละความพยายามจะชวนดาหลาคุย แต่เธอกลับถามคำตอบคำจนเขาแทบถอดใจ เมื่อร้อยดาวกลับมา ดาหลาจึงรีบขอตัวไปหาดำรง มาร์คได้แต่มองตามตาปรอย แอบขำระคนเอ็นดูท่าทางเย็นชา นั้น ร้อยดาวส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของเพื่อนและเดินมาส่งที่รถ มาร์คอดวิจารณ์บรรยากาศของบ้านบดินทร์ธรตรงๆไม่ได้

“ดูไปดูมา ไอว่าที่นี่เหมือนคุกเปี๊ยบ ทำรั้วสูงๆ เอาไว้กันคนในออกหรือกันคนนอกเข้าไม่รู้ ยูกลับกับไอเถอะนะ”

“ไอรับปากคุณปู่จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันเปิดพินัยกรรมของคุณพ่อดิลก ถึงตอนนั้นไอจะรีบกลับอังกฤษทันที”

ร้อยดาวยิ้มให้จนมาร์คต้องยอมกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้ายว่าเขาจะพักที่โรงแรมในเมืองเป็นเพื่อนจนกว่าเธอจะกลับ

ooooooo

การปรากฏตัวของวิญญาณเวียงแก้วเมื่อกลางวันทำให้ร้อยดาวคาใจ นึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีแค่เธอที่เห็น เธอเดินไปส่องกระจกหาความผิดปกติที่ดวงตา แต่กลับเห็นภาพชายร่างใหญ่ท่าทางซอมซ่อกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแทน ร้อยดาวสะดุ้งเฮือก ดึงตัวเองกลับมา...เขาคือใครกันแน่!

ร้อยดาวสะบัดหน้าเรียกสติและจะไปอาบน้ำ แต่ได้ยินเสียงเพลงลาวคำหอมดังขึ้นเสียก่อน เลยตัดสินใจไปตามหาที่มาจนถึงห้องนั่งเล่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง
ถูกเปิดทิ้งไว้ ร้อยดาวขยับไปดูใกล้ๆเลยตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง...

เสียงเพลงลาวคำหอมดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับภาพวิรุฬสีไวโอลินให้เวียงแก้วฟังที่ริมบึงบัว บ่าวสาวหน้าใสชื่นชอบเพลงนี้มาก ราชนิกุลหนุ่มปลื้มใจ รับปากจะมาสีให้ฟังบ่อยๆ

“เล่นให้ข้าเจ้าฟังบ่อยๆ ท่านชายไม่เบื่อหรือเจ้า”

“ไม่เบื่อหรอก อยู่กับเจ้าแล้วเรามีความสุข”

เวียงแก้วเขินหน้าแดง ก้มหน้าไม่กล้าสบตา วิรุฬยิ้มน้อยๆ เห็นเธอนุ่งซิ่นผืนเก่าเลยถามถึงผืนที่เคยซื้อให้

“ข้าเจ้าไม่กล้าใช้ ของท่านชายมีพระเมตตาประทานให้ ถือว่าเป็นของสูง ข้าเจ้าเก็บในตู้อย่างดี”

“โธ่...ของสูงอะไรกัน เราให้เจ้าไว้ใช้ ไม่ใช่ไว้บูชา เราเชื่อว่าถ้านุ่งซิ่นผืนนั้น เจ้าจะต้องงามมากแน่ๆ”

เวียงแก้วอาย ตั้งท่าจะพูดบางอย่างแต่ไม่ทันอ้าปาก ปกรณ์ก็ผ่านมาเห็นเสียก่อน บ่าวสาวเลยขอตัว ทิ้งให้สองหนุ่มเพื่อนรักมองตามจนลับตา วิรุฬได้แต่อมยิ้มสุขใจ ส่วนปกรณ์เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของเพื่อนรักกับบ่าวสาว

สองหนุ่มเดินคุยกันเรื่อยๆในสวน ภาพเกาะกลางบึงบัวตรงหน้าทำให้ปกรณ์ตัดสินใจเอ่ยปากขอซื้อจากวิรุฬ

“เกาะกลางบึงบัวคือตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับนั่งชมดาว กระหม่อมอยากสร้างหอดูดาวเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพระหว่างบดินทร์ธรกับเวฬุมาศให้แน่นแฟ้นตลอดไป ฝ่าบาททรงคิดเห็นเช่นไร”

“เด็กๆเราก็ชอบตั้งกล้องดูดาวที่นี่เหมือนกัน หากเกลออยากได้ก็เอาไปเถอะ เรายินดียกให้”

ส่วนเวียงแก้ว...กลับถึงตึกใหญ่ก็ถูกใช้ถูพื้นบันไดโถงกลาง โดยมีสร้อยฟ้ากับจงจิตรนั่งทานของว่างไม่ไกลกันนัก สองสะใภ้ต่อปากต่อคำกันเช่นเคย ขุดคุ้ยเรื่องกำพืดมาข่มกันเสียงลั่น โดยเฉพาะจงจิตร จงใจแดกดันสร้อยฟ้าที่มาแย่งความรักจากปกรณ์ สะใภ้สามโต้กลับด้วยความเจ็บใจ

“คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนักเหรอ หล่อนมันก็แค่น้ำพริกถ้วยเก่าเหม็นหืนขึ้นรา ไร้น้ำยามัดใจผัว เป็นหมาหัวเน่า ทำเป็นชูคอไปเถอะ ตกลงมาจากคอนเมื่อไหร่ฉันจะกระทืบซ้ำให้จมดินเชียว”

สร้อยฟ้าอาฆาตแล้วจะขึ้นห้อง และสั่งเวียงแก้วไปทำความสะอาดห้องเธอ เต็มเดือนได้ยินเลยปฏิเสธให้ และสั่งเสงี่ยมไปทำแทน จงจิตรไม่อยากมีปัญหากับสะใภ้ใหญ่ ได้แต่มองตามด้วยความแค้นใจ...อย่าให้ถึงทีฉันบ้างละกัน!

ooooooo

อาการเกรี้ยวกราดของสร้อยฟ้าเมื่อบ่ายทำให้เต็มเดือนรำคาญและอยากตัดไฟแต่ต้นลม จึงวางแผนให้ชิดคนสวนที่รับใช้มานานจัดการบางอย่างให้ ปกรณ์ผ่านมาแถวนั้นพอดี สะใภ้เอกจึงผละไปหาและพูดจาอย่างแจ่มใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางหยิบดอกยี่โถสีแดงสดขึ้นชื่นชมแล้วเปรยถึงเรื่องในอดีต

“คุณพี่เคยมอบดอกยี่โถให้น้อง สีแดงสดคล้ายดอกปาริชาตบนสวรรค์ น้องถึงได้รักดอกยี่โถเป็นพิเศษ”

ปกรณ์นิ่วหน้า คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยให้ดอกยี่โถแก่เต็มเดือน แต่ก็เลือนรางเพราะสมัยนั้นจีบอยู่หลายคน เวียงแก้วถือถังน้ำทำความสะอาดผ่านมาพอดี ปกรณ์มองตามจนเหลียวหลัง เปรยกับเมียเอกว่าสงสารและอยากให้เวียงแก้วมาทำงานบนเรือน เต็มเดือนพยักหน้าเออออแต่ในใจชักหวั่น...หรือคุณพี่จะคิดอะไรกับเวียงแก้ว

เย็นวันเดียวกัน...เวียงแก้วทำความสะอาดห้องนอนปกรณ์ เขาแอบมายืนข้างหลัง ลอบมองใบหน้าอ่อนเยาว์ด้วยความหลงใหล เวียงแก้วหน้าตื่นเมื่อเขาทำรุ่มร่ามถึงเนื้อถึงตัว พยายามถอยหนีแต่เหมือนเขาไม่เลิก นมแสงผ่านมาเห็นและพอเดาเหตุการณ์ได้เลยเข้ามาขวาง ปกรณ์ฉุนมากแต่ไม่กล้าออกอาการ กลัวเรื่องจะลามไปถึงหูเมียคนอื่น

เวียงแก้วเดินหน้าจ๋อยไปกับนมแสง เมื่อลับตาผู้คนหญิงชราจึงสอนให้ระวังตัวดีๆถ้าไม่อยากเดือดร้อนเพราะตัณหาของเจ้านาย เวียงแก้วจะเถียงแต่ถูกปรามให้สงบปากสงบคำเพราะเรื่องแบบนี้คงยากที่ใครจะเชื่อหากจับไม่ได้คาหนังคาเขา บ่าวสาวหน้าใสจำใจก้มหน้ารับชะตากรรม...หวังสุดใจว่าอย่าเกิดเรื่องแบบนี้อีกเลย

ด้านสร้อยฟ้า...เห็นห้องนอนตัวเองถูกจัดและทำความสะอาดด้วยความเรียบร้อยก็นึกกระหยิ่มใจ แต่ไม่ทันไรก็ต้องกรี๊ดลั่นเมื่อพบงูเห่าตัวเขื่องในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า สะใภ้สามหน้าซีดด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำให้ใจกล้าคว้าคองูเห่าร่างดำทะมึนมาบีบจนตายคามือ!

เสียงกรีดร้องโวยวายอย่างคนเสียสติของสร้อยฟ้าทำให้ทุกคนต้องมารวมตัวกันในห้องโถงใหญ่ ซากงูเห่าตัวใหญ่ถูกโยนมาตรงหน้าเพื่อประจานความเลวของใคร บางคนในบ้านนี้ จงจิตรยกมือทาบอก ตกใจที่เห็นสัตว์เลื้อยคลานน่ารังเกียจ ส่วนเต็มเดือนต้นเรื่องตัวจริงแสร้งทำหน้าตื่นกลัวจนทุกคนตายใจ

ปกรณ์มองดำรงด้วยความเกรงใจ ตัดสินใจสอบสวนว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่เข้าห้องสร้อยฟ้า เสงี่ยมหน้าเจื่อนเพราะเป็นคนเข้าไปทำความสะอาดเมื่อบ่าย เต็มเดือนรีบสนับสนุนว่าเป็นคนสั่งเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ต้นห้องคนสนิทของจงจิตรละล่ำละลักปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่สร้อยฟ้าไม่เชื่อแหวลั่น

“อมพระมาพูดฉันก็ไม่เชื่อ อีแก่นี่มันเกลียดขี้หน้าน้องเลยคิดจะฆ่า ดีไม่ดีคงมีคนคอยหนุนหลังบงการ”

จงจิตรร้อนตัวโต้กลับอย่างดุเดือด “ระวังปากหล่อนหน่อยนะแม่สร้อยฟ้า ฉันกับเสงี่ยมไม่เคยคิดทำเรื่องเลวๆพรรค์นี้ ถ้าฉันคิดจะฆ่าหล่อน...ฉันเอาปืนยิงหล่อนไปนานแล้ว”

ปกรณ์ส่งสายตาปรามเมียสอง สร้อยฟ้าเดือดจัดจะเอาคืน แต่จงจิตรไม่กลัวแหวกลับ

“ตอแหล...ถ้างูมันอยู่ในห้องหล่อนจริงคงฉกหล่อนตายไปแล้ว ไม่ปล่อยให้รอดมาแหกปากปาวๆอย่างนี้หรอก”

ดำรงต้องกระแทกไม้เท้าปรามให้หยุด เต็มเดือนฉวยโอกาสนี้เตือนสติสองสะใภ้เพื่อเอาหน้า ส่วนปกรณ์ตัดปัญหาด้วยการบอกให้เลิกแล้วต่อกันเพราะหน่ายจะตัดสินความ พร้อมสั่งนมแสงให้เอาซากงูไปฝัง ดำรงมองลูกชายคนโตด้วยความเอือมระอา...เห็นใจแต่ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะดันมีมากเมียให้มากความเอง

ooooooo

นมแสงกับเวียงแก้วยกซากงูไปให้ชิดฝังหลังบ้าน บ่าวสาวหน้าใสไม่ค่อยเชื่อคำคนสวนนักว่างูจะเลื้อยเข้าห้องสร้อยฟ้าเอง แต่ไม่รู้จะโต้อย่างไรเลยปลีกตัวไปทำความสะอาด ส่วนปกรณ์ไม่อยากฟังเสียงบ่นของเมียสองกับสามให้เวียนหัวเลยกลับเข้าห้องตัวเองดื้อๆ เต็มเดือนยกป้านน้ำชามาให้ หวังเอาใจให้เขากลับมาหาเธอ

กล่องกำมะหยี่สีแดงบนโต๊ะทำให้สะใภ้เอกขมวดคิ้ว ความอยากรู้ทำให้เปิดดู สร้อยคอฝังพลอยพม่าน้ำงามจนเธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงซื้อมาให้จึงปิดฝาวางไว้ตามเดิม ปกรณ์ออกจากห้องน้ำ เห็นเมียเอกมาคอยจึงเข้าหอมแก้มและเล้าโลมตามประสาคนเจ้าชู้ เต็มเดือนเคลิ้มกับสัมผัสนั้น อิ่มใจที่เขายังหลงใหลเธอไม่เปลี่ยน

แต่ที่เต็มเดือนคิดไม่ถึง คือปกรณ์ลอบออกมานอกห้องตอนดึกๆเพื่อดักรอเวียงแก้วซึ่งเดินดับไฟตามมุมต่างๆในบ้านก่อนเข้านอน บ่าวสาวหน้าใสหน้าแดงด้วยความประหม่าที่เจ้านายหนุ่มเข้าประชิดแบบถึงเนื้อถึงตัว พร้อมสวมสร้อยคอฝังพลอยพม่าให้ แต่เมื่อได้สติจึงผละจากไปเพราะไม่อยากมีปัญหา ปกรณ์ได้แต่มองตามยิ้มๆ หลงใหลในตัวเวียงแก้วมากขึ้นทุกที

เมื่อกลับถึงห้อง...เวียงแก้วจึงหยิบสร้อยคอของปกรณ์กับผ้าซิ่นของวิรุฬมานั่งดู ทั้งสองสิ่งสวยงามจนเธออดเอามือลูบด้วยความรักและพอใจไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นไม่ว่าสิ่งไหนก็เป็นของสูงเกินเอื้อมทั้งนั้น บ่าวสาว หน้าใสได้แต่มองเงาตัวเองในกระจก ในใจว้าวุ่นสับสน...ไม่รู้จะเลือกใครหรือตัดสินใจอย่างไรดี

ภาพเวียงแก้วค่อยๆเลือนหายไป ร้อยดาวดึงตัวเองออกจากอดีต ก้มมองตัวเองจึงได้เห็นว่ามีสร้อยคอฝังพลอยพม่าอยู่ที่คอ ผีเวียงแก้วปรากฏตัวตรงหน้าในสภาพเปียกโชก เอื้อมมือไปแตะที่สร้อยแผ่วเบา

“อย่าน้อยใจไปเลยนะลูก เรื่องพินัยกรรมนั่น...เพราะแม่แท้ๆ ลูกถึงได้ถูกตัดขาดจากกองมรดก”

“หนูไม่คิดอะไรจริงๆค่ะ ไม่ได้คาดหวังว่าคุณพ่อปกรณ์จะยกสมบัติอะไรให้หนูด้วยซ้ำ”

ผีเวียงแก้วสะเทือนใจ สงสารลูกจนน้ำตาไหล “สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยแห่งความรัก พ่อปกรณ์ของลูกมอบ ให้แม่นานมากแล้ว แม่เอามารับขวัญลูกในวันเปิดพินัย-กรรม ถือว่าเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่แม่มอบให้ลูก”

ร้อยดาวซาบซึ้งใจที่แม่นึกถึง เวียงแก้วจะลูบหัวลูกแต่กลับสัมผัสได้เพียงสุญญากาศ เธอร่ำร้องขอให้ลูกช่วยปลดปล่อยจากพันธนาการแน่นหนาที่ทำให้ต้องทนเหน็บหนาวกลางบึงอย่างเดียวดายมาตลอดหลายปี ร้อยดาว นิ่วหน้า พยายามถามว่าจะช่วยยังไงแต่ไม่ทันได้คำตอบ ผีเวียงแก้วก็ถูกพลังลึกลับดึงตัวหายไปเสียก่อน!

ooooooo

คำขอร้องของเวียงแก้วทำให้ร้อยดาวครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ต้องพักความคิดไว้ก่อนเมื่อเจอกับเต็มเดือนที่สวนหลังบ้าน สองสาวต่างวัยพูดคุยกันอย่างถูกคอ โดยเฉพาะเรื่องสรรพคุณของดอกยี่โถที่ร้อยดาวไม่เคยรู้มาก่อน

เต็มเดือนยิ้มร้าย แกล้งเปรยถึงพินัยกรรมและแสดงความเห็นใจร้อยดาวที่ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไร แต่หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่คิดมาก แต่อดบ่นเพราะเบื่อที่ต้องอยู่ในบ้านที่แสนอึดอัดนี้ไม่ได้ เต็มเดือนจะปลอบแต่ต้องชะงักเมื่อเหลือบเห็นสร้อยคอฝังพลอยพม่าเจ้าปัญหาที่คอร้อยดาวเสียก่อน ชนักปักหลังทำให้อดถามไม่ได้ว่าเอามาจากไหน ร้อยดาวหน้าเสีย เอามือกุมสร้อยแล้วขอตัวจากไปดื้อๆ ทิ้งเต็มเดือนให้มองตามเครียดๆ...มันมาอยู่ที่เด็กนี่ได้ยังไง

ฟากดำรงโยนหนังสือพิมพ์พาดหัวและลงรูปของแก๊งอันธพาลยกพวกตีแย่งผู้หญิงซึ่งจงจิตรเอามาให้แต่เช้าตรงหน้าสะใภ้สามกับลูกชาย วีระวิทย์แก้ตัวพัลวัน โดยมีสร้อยฟ้าคอยหนุนและช่วยแก้ต่างให้ลูกตลอด ดำรงเบ้หน้าไม่เชื่อแม้แต่น้อยเมื่อหลานชายอ้างว่าไม่รู้เรื่องเพราะอ่านหนังสือในห้องสมุดทั้งวัน

“น้ำหน้าอย่างแกน่ะหรือจะเข้าห้องสมุด ฉันไม่ได้โง่เหมือนแม่แกนะ พูดตลบตะแลงยังไงก็เชื่อ”

“ถ้าผมทำจริงหนังสือพิมพ์ต้องลงชื่อนามสกุลประจานสิ คุณปู่ไม่ยอมรับฟัง เอาแต่จะปรักปรำให้ผมทำจนได้”

วีระวิทย์ตีหน้าเศร้า ขอคะแนนความสงสารจากปู่กับแม่ จงจิตรทนไม่ไหวแดกดันเลยถูกสร้อยฟ้าตอกกลับเป็นนัยๆถึงความลับที่แอบรู้มานาน “ฉันก็แค่พูดถึงนังหมาเดือนเก้าที่วันๆเอาแต่ส่ายหางริกๆวิ่งหาตัวผู้น่ะสิ”

จงจิตรเหลืออดปราดไปตบ ถูกสร้อยฟ้ากับกระถินรุมไม่เลี้ยง ดำรงส่ายหน้าเอือมๆแล้วผละจากไป ทิ้งสองสะใภ้ให้ตีกันจนเป็นขี้ปากบ่าวไพร่ทั้งบ้านด้วยความสมเพช...กัดกันยิ่งกว่าหมา!

กว่าสองสะใภ้จะแยกจากกันก็ฟกช้ำไปทั้งตัว ดาราเรศนั่งมองสภาพแม่ด้วยความอ่อนใจ แล้วอดแขวะพี่ชายไม่ได้ที่ก่อเรื่องงามหน้าประจานชื่อเสียงวงศ์ตระกูล สร้อยฟ้าส่งสายตาดุลูกสาว แต่เห็นด้วยไม่น้อยเรื่องพฤติกรรมสุดเหวี่ยงของลูกชาย แต่ก็ทำได้เพียงเตือนสติเบาๆให้ทำตัวดีหากอยากได้สมบัติของดำรง

“ของตาย ผมเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลบดินทร์ธร ไม่ยกบ้านนี้ให้ผมแล้วคุณปู่จะยกให้ใคร”

“คิดตื้นๆ ลืมนังดาหลาแล้วหรือไง ไหนจะนังร้อยดาว มาอยู่ไม่ทันไร คุณปู่ก็ทำท่าจะเอ็นดูมันกว่าเรศอีก”

วีระวิทย์เริ่มคล้อยตาม เช่นเดียวกับสร้อยฟ้าที่เบิกตาโพลงด้วยความแค้นใจ ประกาศกร้าว

“นังเวียงแก้ว...ฉันส่งมันลงนรกมาแล้ว นับประสาอะไรกับลูกของมัน!”

ฝ่ายจงจิตรเจ็บใจจนต้องไประบายกับปั้นในโรงจอดรถ คนขับรถคู่ขาเตือนให้ระวังตัวดีๆเพราะสร้อยฟ้าคงจะระแคะระคายความลับของเธอ แนะให้เพลาๆ

การออกไปข้างนอกเพื่อดูท่าที แต่จงจิตรไม่กลัว

“ขนาดลูกตัวเองออกไปทำระยำตำบอนนอบ้านมันเป็นแม่แท้ๆยังไม่เคยรู้ ทำเป็นมาสอดเรื่องของฉัน”

“คุณอย่าประมาทเด็ดขาด คุณสร้อยฟ้าพิษสงรอบตัว ถ้าไม่แน่จริง คงไม่อาศัยชายคาบ้านบดินทร์ธรถึงวันนี้”

จงจิตรพยักหน้าแกนๆ อยากพูดอะไรบางอย่างแต่ดารกาซึ่งแอบเห็นแม่คุยกับปั้นในมุมลับตาดันสะดุดกระป๋องน้ำทำเสียงดังขึ้นมาก่อน สะใภ้สองกับคู่ขาเลยผละจากกัน ส่วนดารกาหันไปต่อว่าร้อยดาวที่มา

ทักเธอจากข้างหลังโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงด้วยความโกรธเคือง...ทำเสียเรื่องหมด!

ร้อยดาวแปลกใจท่าทางหงุดหงิดของดารกา เมื่อสอบถามจากนมแสงจึงได้ความว่าดารกาเป็นเด็กขาดความอบอุ่นมาตลอด ทั้งพ่อแม่และปู่ไม่ค่อยให้ความใส่ใจนัก ร้อยดาวพยักหน้ารับรู้แล้วตัดสินใจถามเรื่องสร้อยคอฝังพลอยพม่า นมแสงหน้าเจื่อน รู้ดีว่าสร้อยคอเส้นนี้มีที่มาที่ไปมาจากไหน

“สร้อยเส้นนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่คุณปกรณ์ทิ้งไว้ให้คุณเวียงแก้ว เธอต้องแลกมาด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดอย่างที่สุดของหัวอกลูกผู้หญิง หลังเธอเสีย อิฉันก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลย ของของคุณแม่...คุณหนูเก็บรักษาให้ดีนะคะ”

ooooooo

คำบอกเล่าของนมแสงทำให้ร้อยดาวนึกสงสารและเห็นใจชะตากรรมของเวียงแก้วมากขึ้น แต่ไม่ทันได้ตามหาความจริงเพิ่ม น่านฟ้าก็มาเกาะรั้วขอให้เธอช่วยพูดกับสิบทิศเรื่องไปเรียนต่อที่อังกฤษ ร้อยดาวยินดีเป็นอย่างยิ่ง รับปากเป็นมั่นเหมาะจะเป็นพี่เลี้ยงและดูแลราชนิกุลหญิงเองหากได้ไปจริงๆ

แต่เมื่อสิบทิศทราบเรื่องกลับไม่เห็นด้วยและต่อว่าร้อยดาวที่สวนหน้าตำหนักด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ฉันไม่เห็นว่าไปเรียนเมืองนอกจะดีตรงไหน เห่อตามก้นฝรั่ง ไม่รู้จักคิดอะไรเอง ปล่อยให้ฝรั่งตาน้ำข้าวจูงจมูก”

“ดิฉันไม่ได้ต้องการให้คุณหญิงอ้าแขนรับทุกอย่างที่เป็นความคิดตะวันตกเสียหมด แต่คุณชายก็ทราบ...อังกฤษเป็นที่ยอมรับว่ามาตรฐานการศึกษาอยู่แถวหน้าของโลก พอเรียนจบคุณหญิงจะได้เอาความรู้กลับมาใช้พัฒนาเมืองไทย”

สิบทิศถึงกับอึ้ง จนด้วยเหตุผลหนักแน่นของร้อยดาว เลยแถอ้างเรื่องสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงของน้องสาวว่าไม่น่าไว้ใจให้ไปคนเดียว ร้อยดาวอาสาดูแลให้เพราะเธอเกิดและโตที่นั่น แต่สิบทิศไม่ยอมและตอกกลับไม่ไว้หน้า

“เธอน่ะหรือจะดูแลน้องสาวฉันได้ ลำพังเอาตัวเองให้รอดเถอะ ก่อนจะดูแลคนอื่น”

“อยู่อังกฤษ ดิฉันก็ดูแลตัวเองมาได้จนป่านนี้ หากต้องดูแลคุณหญิงอีกคนคงไม่ใช่เรื่องยากเย็น”

“อวดดีที่สุด...ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันฝากชีวิตน่านฟ้าไว้กับเธอแน่”

สิบทิศหุนหันจากไปดื้อๆ เจอกับรัตนากรที่นั่งจิบน้ำชาในตำหนัก เลยอดบ่นเรื่องน่านฟ้ารบเร้าขอไปเรียนต่อที่อังกฤษเพราะมีร้อยดาวหนุนหลังไม่ได้ รัตนากรซึ่งเคยเห็นด้วยกับสิบทิศแทบทุกเรื่องกลับเห็นดีเห็นงาม เพราะอยากให้ร้อยดาวมาเป็นส่วนหนึ่งของเวฬุมาศ

อยู่แล้ว แต่ราชนิกุลหนุ่มไม่ยอม ความทรงจำวันที่วิรุฬยิงตัวตายต่อหน้าต่อตาตอนทราบว่าเวียงแก้วผูกคอตายกลายเป็นปมฝังใจเขามาถึงวันนี้

“ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน หลานก็ไม่อาจลบความ แค้นในใจที่บดินทร์ธรสร้างไว้กับเราได้ ท่านป้า...ร้อยดาว เป็นคนในตระกูลที่ทำลายล้างเวฬุมาศ แล้วหลานจะกล้าปล่อยน่านฟ้าไปเรียนอังกฤษกับแม่คนนั้นน่ะหรือ...ไม่มีวัน!”

รัตนากรส่ายหน้าอ่อนใจในความเจ้าคิดเจ้าแค้นของหลาน พยายามเตือนสติให้ปล่อยวางแต่เขาไม่รับฟัง

“ท่านพ่อยอมแต่งงานกับท่านแม่ด้วยภาวะจำยอม ใช้ชีวิตคู่อย่างรอมชอมเพราะหน้าที่  ใครจะรู้ล่ะว่าวันหนึ่งหม่อมเจ้าวิรุฬจะทรงหูหนวกตาบอดถึงขั้นยอมทิ้งลูกทิ้งเมีย ภาระหน้าที่ ถวายชีวิตเซ่นพลีความรักโดยไม่เกรงคำครหา”

“ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอดหรอกนะ แต่คนเราต่างหากที่ยอมตาบอดเพราะความรัก ความรักก่อพลังทั้งด้านบวกและลบ สร้างสรรค์และทำลาย ทำให้มีความสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน เปรียบเสมือนไฟที่ให้ทั้งคุณและโทษ อยู่ที่ว่าใครจะรู้จักและเข้าใจความรักในด้านไหน”

“เพราะความรักที่ท่านพ่อมีต่อผู้หญิงบ้านบดินทร์ธรคนนั้น ทำให้เวฬุมาศต้องอัปยศ มีอันเป็นไปได้ถึงเพียงนี้”

“ที่หลานพูดมามันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นความหลงที่ทำให้ยึดมั่นถือมั่นในรักอย่างงมงาย เสียคนด้วยอารมณ์ชั่ววูบจากความรักจอมปลอม รู้จักเปิดใจเสียบ้าง เอาน้ำตาลบความแค้นในใจแล้วหลานจะเห็นอะไรชัดขึ้นสิบทิศ”

ในขณะที่สิบทิศหมกมุ่นกับปมอดีตฝังใจ น่านฟ้าไปปั่นจักรยานแก้เซ็งกับร้อยดาว แต่ไม่วายบ่นกระปอด กระแปดเรื่องพี่ชาย “หญิงโตแล้วนะคะ จ้ำจี้จ้ำไชเป็นเด็กๆ แล้วเมื่อไหร่หญิงจะเป็นผู้ใหญ่กับเขาเสียที อึดอัดจะตาย ทุกวันนี้ก็แทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เหมือนนักโทษอุกฉกรรจ์ หญิงน่าจะเกิดเป็นน้องสาวคุณร้อยดาวให้รู้แล้วรู้รอด”

ร้อยดาวส่ายหน้าอ่อนใจ เสนอตัวเป็นพี่สาวเพราะนึกเอ็นดูราชนิกุลสาว น่านฟ้ายินดีมากเพราะปลื้มในตัวเพื่อนสาวจากบ้านบดินทร์ธรเป็นทุนเดิม แถมยังประกาศจะต้องพิสูจน์ตัวเองกับพี่ชายให้ได้ว่าเธอดูแลตัวเองได้แล้ว

ooooooo

ร้อยดาวท้าพิสูจน์ความกล้าของน่านฟ้าด้วยการพาไปสำรวจเวียงร้อยดาวอีกรอบ ราชนิกุลสาวเบ้หน้า ขนลุกซู่เมื่อนึกถึงครั้งที่แล้วที่เกือบเอาตัวไม่รอด ผีเวียงแก้วพยายามสะกดจิตให้ร้อยดาวปลดผ้ายันต์เพื่อปลดปล่อยวิญญาณ แต่ไม่มีโอกาสสักทีเพราะน่านฟ้าอยู่ด้วยตลอด

แต่ในที่สุดการรอคอยก็มาถึง เมื่อร้อยดาวไปสำรวจห้องดูดาวและพลัดตกจากระเบียงชั้นบน ผีเวียงแก้วเลยใช้พลังพิเศษ ทำให้ลูกสาวตกอยู่ในภวังค์และย้อนกลับสู่เรื่องราวในอดีตของตนอีกครั้ง...

การก่อสร้างหอดูดาวบนเกาะกลางบึงบัวของปกรณ์รุดหน้าไปมาก วิรุฬมาดูแล้วนึกชอบใจ ยินดีกับเพื่อนด้วยใจจริงที่จะมีสถานที่ส่วนบุคคลไว้ดูดาว ปกรณ์ยิ้มรับและเปรยถึงเรื่องคู่ครองของราชนิกุลหนุ่มว่าเมื่อไหร่จะได้เจอ วิรุฬอมยิ้มหน้าแดง บอกว่ารอให้แน่ใจอีกสักหน่อยจะพามาเปิดตัวแน่

เวลาเดียวกันที่ตึกใหญ่บ้านบดินทร์ธร...ดิลกกับจันทร์ฉายกลับจากดูแลกิจการที่กรุงเทพฯ ดำรงดีใจที่ลูกชายกลับบ้านแต่ทำหยิ่ง เหน็บแนมเรื่องหลานว่าไม่มีให้เชยชม ดิลกกับจันทร์ฉายหน้าเสีย อยากมีลูกเหมือนกันแต่จนปัญญา นมแสงมาสบทบพอดีตามคำสั่งดำรง พาสองสามีภรรยาไปห้องพักและทักทายตามประสาคนคุ้นเคยมานาน

ฟากเวียงแก้วถูกเสงี่ยมกับจงจิตรไปลากตัวมาจากตึกใหญ่ให้ลงไปงมไหลบัวมาทำแกงส้ม บ่าวสาวหน้าใสว่ายน้ำไม่เป็นแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งเลยลงไปดำผุดดำว่ายจนแทบเอาตัวไม่รอด วิรุฬกับปกรณ์เดินคุยมาเรื่อยๆตามทาง เมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายของเวียงแก้วเลยวิ่งไปดู วิรุฬไม่รอช้ากระโจนลงไปช่วยทันที ต่างจากปกรณ์ที่ยืนรีรอริมบึงเพราะกลัวตาย และตะโกนเรียกคนงานอื่นๆให้มาช่วยแทน

วิรุฬพาเวียงแก้วขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จด้วยสภาพแทบหมดแรง ดิลกกับจันทร์ฉายที่วิ่งมาตามเสียงเรียกของปกรณ์จึงอาสาพาไปพัก ทิ้งปกรณ์ให้เอาหน้ารับสมอ้างกับเวียงแก้วว่าเป็นคนช่วยเธอมาจากน้ำ แถมอุ้มไปส่งที่เรือนอีกต่างหาก สร้างความอิจฉาและความไม่พอใจให้แก่จงจิตรเป็นอย่างมาก

เวลาเดียวกันที่เรือนพักคนใช้...เต็มเดือนไปตามหาเวียงแก้วในห้องอย่างถือวิสาสะ แปลกใจไม่น้อยที่บ่าวสาวไม่มาหาตามเสียงสั่นกระดิ่งเหมือนเคย กล่องกำมะหยี่คุ้นตาบนหัวเตียงทำให้สะใภ้เอกนิ่วหน้า เมื่อเปิดดูก็ถึงกับอึ้งเพราะมันคือสร้อยคอฝังพลอยพม่าที่คิดว่าปกรณ์จะซื้อมาให้ตน เต็มเดือนโกรธมาก แต่ไม่ทันได้สะระตะความคิดปกรณ์ก็อุ้มร่างเปียกโชกของเวียงแก้วเข้ามาเสียก่อน

เต็มเดือนเห็นสายตาและท่าทางห่วงบ่าวสาวจนออกนอกหน้าของผัว ก็นึกรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อารมณ์หึงหวงและความอิจฉาทำให้พาลลงกับเวียงแก้ว ยิ่งรู้ว่าปกรณ์เป็นคนให้สร้อยคอเจ้าปัญหานั่นยิ่งโมโห สั่งให้บ่าวสาวตบปากตัวเองจนหน้าบวมแดงไปหมด แถมยังประกาศกร้าวไม่ให้เวียงแก้วมารับใช้อีกและจะส่งไปรับใช้สร้อยฟ้าแทน

ฝั่งวิรุฬคิดถึงเหตุการณ์เวียงแก้วจมน้ำเกือบตายแล้วตัดสินใจจะขอแต่งงาน ไม่อยากให้เธอทนเสี่ยงกับเรื่องบ้าบอที่บ้านบดินทร์ธรอีกแล้ว เมื่อรัตนากรทราบเรื่องก็ไม่ขวาง แม้หญิงสาวที่น้องชายหลงรักจะเป็นคนไม่มีศักดิ์หรือฐานันดรก็ไม่สนใจ เพราะอยากให้เขามีความสุขมากกว่า

“อำนาจยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นเพียงเปลือกนอกของมนุษย์ สุดแท้แต่เราจะสร้างภาพเอาเองทั้งนั้น ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน หากหัวใจตัวเองบอกว่ารักเขาจริงก็ไม่ต้องกลัวใครจะว่าอะไรทั้งนั้น มั่นใจเมื่อไหร่แล้วค่อยบอกพี่”

ส่วนเวียงแก้วถูกสร้อยฟ้าทารุณกรรมจนปกรณ์ทนไม่ไหวเข้าห้าม ดำรงเข้าใจสถานการณ์ดีและเห็นใจบ่าวสาวที่ต้องรับเคราะห์ จึงตัดปัญหาส่งเวียงแก้วไปรับใช้ดิลกกับจันทร์ฉายแทน แต่แม้สองเจ้านายคนใหม่จะดีเพียงใด เวียงแก้วก็อดระทมทุกข์ไม่ได้เพราะสามสะใภ้จ้องจับผิดตลอดเพราะหมั่นไส้ที่ปกรณ์ดูจะอาทรบ่าวสาวเป็นพิเศษ

เมื่อวิรุฬทราบเรื่องความโหดร้ายที่เวียงแก้วได้รับ ในบ่ายวันเดียวกันก็ไม่รอช้า ไปขอไถ่ตัวบ่าวสาวจากดำรงทันที แต่เมื่อปกรณ์ทราบเรื่องเลยรีบไปขัดขวางและคืนเงินค่าไถ่ให้ราชนิกุลหนุ่มเพราะอยากได้เวียงแก้วเป็นเมีย

“เวียงแก้วเป็นของกระหม่อม เกรงว่าจะยกให้ฝ่าบาทไม่ได้”

“เวียงแก้วอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะถูกรังแก โขกสับสารพัด เราไม่เห็นใครหน้าไหนจะออกหน้าปกป้องเธอเลยสักคน”

“เรื่องภายในบ้าน กระหม่อมจัดการเองได้ คงไม่ต้องรบกวนฝ่าบาท”

เวียงแก้วกลายเป็นคนกลางที่ลำบากใจที่สุด แต่เมื่อถูกคาดคั้นมากเข้าเลยจำต้องตัดสินใจก้มลงกราบวิรุฬ

“เป็นพระกรุณาที่ฝ่าบาททรงเมตตาหญิงบ้านป่าอย่างข้าเจ้าเสมอมา แต่ข้าเจ้าคงไปสนองคุณรับใช้เบื้องพระบาทไม่ได้ ข้าเจ้ากับพ่อเป็นหนี้บุญคุณตระกูลบดินทร์ธร มากนัก ใช้จนตายก็ไม่มีวันหมด ข้าเจ้าขอรอที่นี่จนกว่าพ่อจะมารับกลับบ้าน ถ้าพ่อไม่มา...ข้าเจ้าก็ขอทำงานชดใช้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจของข้าเจ้า”

ooooooo

เวียงร้อยดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด